ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ความสมานสามัคคี และวิถีชีวิตที่ดี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับปรุงกฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยมีหลักสําคัญคือการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาไทย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตเป็ นตัวแทนคณะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ร่วมกันเสนอ ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ได้นําเสนอหลักการและเหตุผล เพื่อประกอบการพิจารณาของท่านสมาชิกนะคะ
ในเบื้องต้นเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปนะคะว่าการรักษาวัฒนธรรมก็เป็น การรักษาชาติ แล้วชนชาติใดก็ตามที่มีการสืบทอดวัฒนธรรมรากฐานที่ดีงาม วัฒนธรรมก็ จะเป็นเครื่องสะท้อนความเจริญของคนในชาติ ดังนั้นกฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงเป็นกฎหมายที่มีความสําคัญ เป็นพื้นฐานกลไกที่จะขับเคลื่อนประเทศของเรา ไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ความสมานสามัคคีแล้วก็มีวิถีชีวิตความเป็ นอยู่ที่ดีงาม เนื่องจากว่ากฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติที่ได้บังคับใช้มาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๘๕ และฉบับปรับปรุงนะคะ ในช่วงปี ๒๕๒๕ นั้นได้บังคับใช้มานานแล้ว จึงสมควรได้มี การปรับปรุงแล้วก็ได้มีการยกเลิกในบางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย
แล้ วก็โดยเหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๖ ได้มีบทบัญญัติในเรื่องของสิทธิชุมชนในการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ ตลอดจนในมาตรา ๗๓ แห่งรัฐธรรมนูญยังกําหนดให้เป็นหน้าที่ของบุคคลในการพิทักษ์ ปกป้ อง และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังนั้นในการปรับปรุง กฎหมายฉบับนี้ให้สอดคล้องกับยุคสมัยจึงได้คํานึงถึงรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๕๐ มาเป็น หลักสําคัญที่จะต้องสร้างการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในการอนุรักษ์ สืบทอด วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาไทย ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ และของท้องถิ่น รวมทั้งการสร้างสรรค์วัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นเรื่องสากลโลก ให้การยอมรับในเรื่องของสิทธิมนุษยชน แล้วก็วัฒนธรรมประชาธิปไตยที่จะต้องพึงเรียนรู้ การยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย การมีจุดร่วม เป้ำหมายร่วมกัน ในการพัฒนาชาติ ในเรื่องของการขับเคลื่อนวัฒนธรรมประชาธิปไตยเพื่อดํารง ความเป็นไทยที่มีความเป็นเอกลักษณ์แล้วก็อยู่ในมาตรฐานสากล รวมทั้งให้มีการยกย่อง บุคคลที่สมควรได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย อันจะเป็นการสร้างขวัญกําลังใจให้แก่ ประชาชนที่จะเป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ หมู่บ้าน ชุมชน ตําบล และจังหวัด ขึ้นมาเป็นประเทศชาติของเรา จึงสมควรได้มีการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้
ในร่างพระราชบัญญัติที่ดิฉันและคณะเป็นผู้เสนอจะมีทั้งหมด ๒๘ มาตรา มีสาระสําคัญอยู่ก็คือเรื่องของการยกเลิกพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติและประกาศ ที่เกี่ยวข้องของเดิมนะคะ รวม ๕ ฉบับ แล้วก็มีส่วนที่เป็นสาระสําคัญคือ องค์ประกอบ และอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มีเรื่องของการจัดตั้งกองทุน ส่งเสริมงานวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทย และในสาระสําคัญในเรื่องของ การยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลที่มีบทบาททางด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ตลอดจน ศิลปินแห่งชาติ
เนื่องจากในร่างของดิฉันและคณะมีสาระบางประการที่แตกต่างจาก ร่างของคณะรัฐมนตรี ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ นะคะ เพื่อยกตัวอย่างให้เห็นประเด็น ที่เป็ นสาระสําคัญ ที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้ช่วยสนับสนุนนะคะ ยกตัวอย่าง เช่น ในร่างพระราชบัญญัติที่ได้ยกเลิกไป แล้วก็ประกาศ ๕ ฉบับนั้น ดิฉันเห็นว่ากฎหมาย ฉบับเดิมมีสาระสําคัญบางเรื่องที่สมควรจะดํารงไว้ ไม่ยกเลิกไปทั้งมาตราแต่ว่านํามา ปรับปรุงให้เข้ายุคสมัย ในส่วนมาตรา ๖ ของดิฉันก็จะเป็นเรื่องของข้อกําหนดว่า ให้อํานาจคณะรัฐมนตรีได้มีการออกกฎหมายหรือข้อบัญญัติต่าง ๆ ในกรณีที่มี ความจําเป็น อาทิเช่น เรื่องของความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง เรื่องของ การแต่งกาย เนื่องจากว่าเราจะเห็นได้ว่าดิฉันไปในพื้นที่ก็จะมีพี่น้องประชาชนว่า กาลเทศะของเยาวชนหรือว่าพี่น้องประชาชนในเรื่องของการแต่งกายที่เหมาะสมกับ สาธารณสถาน หรือว่าวัด หรือว่าที่ที่เป็นสถานที่สําคัญ ขณะนี้เราก็ถือว่าเป็นประเทศ เสรีประชาธิปไตย แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากได้มีข้อที่เป็นหลักเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกัน ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งนะคะ นอกจากนั้นแล้วเรื่องของการมีธรรมาภิบาล การมีธรรมาภิบาล ในการประกอบสัมมาอาชีพ หรือว่าในองค์กรไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน อันนี้ก็เป็น สิ่งที่เรารณรงค์กัน เรื่องของความโปร่งใส เรื่องของการทําหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าจะได้ช่วยกันรณรงค์ ตลอดจนประเด็นสําคัญเลย ดิฉันได้อ่าน เรื่องค่านิยมพื้นฐาน ๕ ประการ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้เคยมีประกาศเอาไว้ ดิฉันคิดว่า ไม่ล้าสมัยเลย ขออนุญาตท่านประธานนะคะสั้น ๆ นิดเดียว ในยุคนี้โดยเฉพาะบ้านเมือง ที่กําลังต้องการความสมานสามัคคี แล้วก็ร่วมกันหาจุดร่วมเพื่อพัฒนาชาติ ค่านิยม พื้นฐาน ๕ ประการที่กระทรวงวัฒนธรรมเคยประกาศไว้ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๕ คิดว่าถ้าได้นํามาบัญญัติไว้แล้วรัฐบาลก็นําไปรณรงค์น่าจะเป็นประโยชน์
ค่านิยมที่ ๑ ก็คือเรื่องของการพึ่งตนเอง ขยันหมั่นเพียร แล้วก็ มีความรับผิดชอบ
ค่านิยมที่ ๒ ก็คือเรื่องของการประหยัดและออม
ค่านิยมที่ ๓ เรื่องการมีระเบียบวินัยและการเคารพกฎหมาย
ค่านิยมที่ ๔ คือการปฏิบัติตามคุณธรรมของศาสนาทุกศาสนา
และที่สําคัญที่สุดก็คือค่านิยมของคนไทยที่ต้องมีเป็ นพื้นฐานเลย ก็คือ ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเสาหลักของประเทศไทยเรา เหล่านี้ ดิฉันคิดว่าในร่างกฎหมายเดิมที่ได้ยกเลิกไปน่าจะได้มีการนํามาบัญญัติเอาไว้ให้คงเดิม แล้วก็ปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัย ก็ยังคงอยู่
ในส่วนที่มีความต่างส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องขององค์ประกอบของ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งในองค์ประกอบที่ในร่างของทั้งร่างของรัฐบาล แล้วก็เพื่อนสมาชิกก็จะมีส่วนตัวแทนของภาคราชการซึ่งจะมาจากกระทรวง หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็ นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ หรือว่ากระทรวงการคลัง หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ดิฉันเห็นว่าเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้ความสําคัญเรื่องการมีส่วนร่วมของ ภาคประชาชน และในข้อเท็จจริงในพื้นที่ขณะนี้เรามีสภาวัฒนธรรมตําบล สภาวัฒนธรรม อําเภอ แล้วก็สภาวัฒนธรรมจังหวัด ซึ่งคนเหล่านี้เป็นองค์กรภาคประชาชนที่ทํางาน ด้วยใจนะคะ เขาไม่มีเงินเดือน ไม่มีค่าตอบแทน ดิฉันเห็นว่าการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม ในพื้นที่ที่เข้มแข็งแล้วก็เดินไปได้ เดินไปได้เพราะภาคประชาชนจริง ๆ ก็เลยเห็นว่า ในส่วนนี้ร่างกฎหมายของเราควรจะได้มีบัญญัติ ขณะนี้มันมีองค์กรอยู่แล้วก็คือ สภาวัฒนธรรมตําบล อําเภอ แล้วก็จังหวัด ไม่มีเงินเดือน ค่าตอบแทน แล้วก็ไม่มีกฎหมาย รองรับ ในร่างฉบับนี้ถ้าหากจะได้เพิ่มเติมให้กลไกเหล่านี้ได้มีองค์ประกอบที่ชัดเจน แล้วก็เคลื่อนงานในพื้นที่ได้ เขาเคลื่อนด้วยใจนะคะ เพราะฉะนั้นจะมีพลังทําให้เกิด ความร่วมมือ ดิฉันก็เลยเห็นว่าถ้ามีตัวแทนภาคประชาชนในองค์ประกอบของ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติก็น่าจะมีสัดส่วนขององค์กรภาคประชาชนที่มีผลงาน ทางด้านวัฒนธรรมอยู่ด้วย แทนที่จะมีตัวแทนของภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นแล้ว ในเรื่องของกองทุนที่จะสนับสนุนเรื่องของกองทุนส่งเสริมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและ ภูมิปัญญา ดิฉันก็เห็นว่าน่าจะเน้นเรื่องของภูมิปัญญาไทย ปัจจุบันเราก็มีทั้งภูมิปัญญาตะวันตก ภูมิปัญญาตะวันออก แล้วภูมิปัญญาของต่างชาติ ก็น่าจะได้เน้นมาเรื่องให้ใช้คําว่า ภูมิปัญญาไทย ซึ่งจะมีหลากหลายมาก อีกอันหนึ่ง ที่ดิฉันเห็นว่าควรจะได้มีการเพิ่มเติมก็คือว่าขณะนี้ประเทศไทยเราเป็นสมาชิกประชาคม อาเซียน แล้วเราก็เรียกว่าเราเป็นประชาชนอาเซียน การเชื่อมโยงวัฒนธรรมในระดับ ภูมิภาค ประเทศสมาชิกในเขตภูมิภาคนี้ที่มีวัฒนธรรมร่วมกันก็น่าจะถูกหยิบยกอยู่ใน สาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้ด้วย ตลอดจนมีเรื่องของการสนับสนุนให้มีภูมิต้านทาน ทางวัฒนธรรมเพื่อจะป้ องกันวัฒนธรรมที่ไหลบ่ามาจากตะวันตก อันนี้เราก็ควรจะมีนะคะ
นอกจากนั้นสุดท้ายนะคะท่านประธาน ขออนุญาตรบกวนเวลาก็คือ ในเรื่องของการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลที่สมควรจะได้รับการเชิดชูเกียรติทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม แล้วก็บุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรมนั้น ในร่างของดิฉันและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เห็นควรได้พิจารณาว่าน่าจะได้เชิดชูเกียรติ คนที่มีภูมิปัญญาในด้านต่าง ๆ ด้วย ขณะนี้เรามีภูมิปัญญาไทยที่อาจจะไม่ได้มีผลงาน ในเชิงวัฒนธรรม แต่เขาเป็นภูมิปัญญาอยู่ในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์แผนไทยก็ดี หรือแม้แต่ภูมิปัญญาในเรื่องของศิลปินในพื้นที่ อย่างเช่นที่ลพบุรีมีการจัดงานชุมนุม ภูมิปัญญาอาวุโสทุกปีค่ะ เดี๋ยววันที่ ๓ เมษายนนี้ก็จะมีภูมิปัญญาทุกด้านเลยมาชุมนุม ร่วมกัน คนเหล่านี้เขาเป็นคนที่มีองค์ความรู้อยู่ในตนเอง แต่ว่าถ้าจะมาเทียบว่าจะเป็น ศิลปินแห่งชาติก็ไม่ถึงระดับ แต่ว่าเขามีองค์ความรู้แล้วก็สามารถสืบทอดขยายผลได้ บางคนเป็ นผู้รู้เรื่องของการออกแบบลายผ้า ทอผ้า บางคนรู้เรื่องอาหารโบราณ อาหารบางอย่างสูญหายไปแล้วแต่ว่าในพื้นถิ่นก็ยังมีอยู่แล้วเขาก็ถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เหล่านี้ถ้าให้มีการยกย่องเชิดชูเกียรติ มีขวัญกําลังใจ แล้วก็ได้มีการมอบภารกิจว่าเขาจะต้องฟื้นฟูแล้วก็สืบทอดให้กับเยาวชนลูกหลานก็จะ ทําให้ภูมิปัญญานั้นไม่สูญหาย ดิฉันก็ขอกราบเรียนว่า ในร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่ดิฉันและคณะเป็นผู้เสนอนั้นก็จะมีหลักการและเหตุผล ที่สอดคล้องกับร่างของรัฐบาล แต่ว่ามีรายละเอียดโดยสังเขปที่ดิฉันได้นําเรียนเสนอ ก็ขอเพื่อนสมาชิกได้โปรดให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ขอกราบ ขอบพระคุณค่ะ