สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓

ทศพล เพ็งส้ม หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรม โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการควบคุมและปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติ และการบริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ พร้อมเรียกร้องให้มีการจัดตั้งสํานักงานกองทุนและกำหนดอํานาจของคณะกรรมการกองทุน

นายทศพล เพ็งส้ม นนทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่เราจะมีกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรม อยากตั้งข้อสังเกต ไปยังคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะเท่าที่ทราบก็คงใช้ร่างรัฐบาลเป็นหลัก ข้อสังเกต ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าในส่วนของมาตรา ๑๑ ที่บอกว่า ให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ ใน (๕) ควบคุมและหาวิธีปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติ ในจิตใจของประชาชนเพื่อให้มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ แต่ปรากฏว่า ตามพระราชบัญญัตินี้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องกองทุนบ้าง เป็นเรื่องของคณะกรรมการบ้าง ฉะนั้นเป็นไปได้ไหมครับว่าทําไมต้องไปล็อกว่า ควบคุมและปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติ ในจิตใจของประชาชนเพื่อให้มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ น่าจะเป็นการปฏิบัติ ในจิตสํานึกในเรื่องประชาธิปไตยก็ดี หรือสิทธิมนุษยชนก็ดี ซึ่งในร่างนี้ไม่มี และโดยเฉพาะดูมาตรา ๑๑ ตั้งแต่ (๑) ถึง (๙) แล้วจะสังเกตนะครับว่าเรายังไม่มี การส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม เรายังไม่ให้ความสําคัญจริง ๆ เสียที ส่วนใหญ่เรื่องที่ปรากฏในร่างพระราชบัญญัตินี้จะเป็นเรื่องของกองทุน

อีกอันหนึ่งที่จะตั้งข้อสังเกตไว้เรื่องกองทุนครับ ท่านประธานครับ กองทุนนี่ ในมาตรา ๑๔ เป็นองค์ประกอบของกองทุน มาตรา ๑๕ นั้นเป็นเรื่องคณะกรรมการ ของกองทุน แล้วก็มาตรา ๑๖ เรื่องวาระ แม้กระทั่งมาตรา ๑๗ เรื่องคณะกรรมการกองทุน เรื่องอํานาจ ปัญหาที่อยากตั้งข้อสังเกตไว้ไปยังท่านรัฐมนตรี แล้วก็คณะกรรมการ ก็คือว่าคนที่รับผิดชอบเงินกองทุนจะเห็นได้ว่าเป็นรูปของคณะกรรมการ มันมีปัญหาครับ ก็คือว่าอย่างมาตรา ๑๗ การพิจารณาอนุมัติไม่ว่าเรื่องการศึกษาหรือวิจัย ปัญหาก็คือว่า การทําสัญญางานวิจัยนี่ครับ ในกรณีที่คณะกรรมการกองทุนอนุมัติให้ดําเนินการศึกษา และวิจัยหรือพัฒนาอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าเกิดว่าไม่เป็นไปตามงานวิจัย ใครเป็นคน รับผิดชอบ มันจะต้องมีบุคคลคนหนึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการกองทุนก็ดี หรือแม้กระทั่ง คนที่ทําหน้าที่เป็นสํานักงานกองทุน แต่ปรากฏว่าในร่างพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้มี การจัดตั้งสํานักงานกองทุนไว้เลย แล้วใครจะเป็นคนรับผิดชอบ ท่านประธานอย่าลืมนะครับว่าคณะกรรมการกองทุนยังไม่ได้ระบุไว้เลยนะครับว่าจะต้อง มีการประชุมเดือนละกี่ครั้ง ปี ละกี่ครั้ง สิ่งที่สําคัญที่ผมจะบอกก็คือว่าในส่วนของ มาตรา ๑๗ (๑) การบริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ก็ไปปรากฏ ในมาตรา ๑๓ ก็คือเพื่อเป็นทุนใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญาตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานครับ พอตามพระราชบัญญัตินี้ เราดูทุกมาตราแล้ว ผมใช้ของรัฐบาลเป็นหลัก ปรากฏว่าในร่างพระราชบัญญัตินี้ ไม่มีรายละเอียดเลยนะครับ เป็นไปได้ไหมครับที่ในมาตรา ๑๗ (๑) บริหารกองทุน ให้เป็ นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายทางวัฒนธรรม ชี้ให้มันชัดเจนขึ้นไป เพราะไม่อย่างนั้นแล้วจะมีปัญหาในทางปฏิบัติว่า กรรมการกองทุนเมื่อเป็นไปตาม วัตถุประสงค์ที่เป็ นไปตามมาตรา ๑๗ (๑) แล้วต้องเป็ นตามวัตถุประสงค์ ตามพระราชบัญญัตินี้ กองทุนจะไม่สามารถใช้จ่ายในการสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่อง วัฒนธรรมนอกเหนือจากนี้เลย และโดยเฉพาะวัฒนธรรมที่เป็นวัฒนธรรมใหม่ก็ดี วัฒนธรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนก็ดี ก็ฝากท่านรัฐมนตรีปัจจุบันจะเห็นว่า ท่านยังไม่เคยจัดโซนนิ่ง (Zoning) หนังสือเลยว่าหนังสือประเภทใดบ้างที่บุคคลที่อายุ ไม่เกิน ๑๓ ปี ไม่เกิน ๑๔ ปี หรือไม่เกิน ๑๕ ปี หรือไม่เกิน ๑๘ ปี นั้นจะเข้าไปดูได้ ท่านรัฐมนตรีคงผ่านแผงหนังสือตามริมถนนนะครับว่าภาพที่ปรากฏไว้ในหนังสือ วารสารต่าง ๆ นั้นมันเหมาะสมกับเยาวชนหรือไม่ ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี กระบวนการต่าง ๆ ต้องให้คณะกรรมการวัฒนธรรมมีอํานาจ กํากับดูแลด้วย แต่ปรากฏว่าในมาตรา ๑๑ ตั้งแต่ (๑) ถึง (๙) นั้น คณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาตินั้นไม่มีอํานาจกํากับดูแลแนวทางหรือนโยบายเลยนะครับว่า ที่ตั้งขึ้นมานั้นคณะกรรมการควรจะมีอํานาจในการกํากับดูแลแนวทางการปฏิบัติ ในการส่งเสริมหรือติดตามแนวนโยบายทางวัฒนธรรมของประเทศให้เป็นหลักให้ได้ ก็คิดในส่วนนี้นะครับ อีกอันหนึ่งก็คือในหมวด ๓ ของมาตรา ๒๑ ที่ร่างไว้ ขออนุญาต ใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักนิดหนึ่งในการอภิปรายก็คือว่า บุคคลอาจได้รับ การยกย่อง ผมว่าจะได้รับการยกย่องหรือไม่ก็ได้ ท่านควรจะไปใช้แนวทางพิจารณาว่า บุคคลที่ต้องได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติทางวัฒนธรรมเป็ นอย่างไรบ้าง อย่าใช้ คําว่า อาจ เลย ขอบคุณท่านประธาน