สุวโรช พะลัง สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ..... โดยระบุว่าร่างกฎหมายมีคุณค่าและเปิดกว้างให้คณะกรรมการแสดงความคิดเห็น และมีรายละเอียดเพียงพอสำหรับการปฏิบัติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับบุคคลที่มีคุณค่าและคุณงามความดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์หรือไม่ใช่เจ้าใหญ่ แต่มีคุณค่าและความนับถือในหมู่บ้านและตําบล
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่ทางท่านรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีได้นําเสนอพร้อมกับร่างของสมาชิก ในทุกร่างนะครับ ที่กราบเรียนต่อท่านประธานว่าผมขอสนับสนุนตรงนี้ ผมมีเหตุผล ที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่าชาติไทยของเราอยู่มาได้ถึงวันนี้ เพราะผม มองว่าเรามีวัฒนธรรมที่ดี แล้วก็มีคุณค่าต่อสังคมไทย แต่มาในวันนี้ก็ต้องยอมรับว่า จากการวิวัฒนาการของสังคม การลื่นไหลของนานาอารยประเทศก็อาจจะทําให้สิ่งที่มี คุณค่าต่อสังคมไทยอาจจะถดถอยหรือหมดคุณค่ากันไปได้ในบางครั้ง แต่ว่าตรงนี้ ต้องกราบขอบพระคุณทางรัฐบาล ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้เห็นถึงคุณค่าของคําว่า วัฒนธรรม ท่านจึงไปดูร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งเป็น กฎหมายที่มีผลบังคับกันมานานแล้วแล้วก็นํามาปรับปรุงแล้วนําเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ผมชื่นชมตรงนี้ก็เพื่อจะบอกกับท่านประธานครับว่า ร่างลักษณะอย่างนี้ ร่างกฎหมายที่อยากจะเห็นการนําเสนอต่อสภา เพราะอะไรครับ ท่านประธาน เพราะว่าร่างกฎหมายที่เราเสนอต่อสภาผมมองว่าหลายร่างมีรายละเอียด หยุมหยิมมากจนเกินไป จนเวลานํากฎหมายไปสู่การปฏิบัติก็จะเกิดปัญหาสําหรับ ผู้ปฏิบัติ แต่ร่างกฎหมายที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมที่ได้นําเสนอ ในวันนี้มีร่างกฎหมายที่เห็นถึงที่มาที่ไปของคําว่า วัฒนธรรม ถึงคําว่า คณะกรรมการ แล้วก็จะมีรายละเอียดบ้างบางประการ แต่ว่าจะให้รายละเอียดต่อคณะกรรมการ ไปดําเนินการตามกรอบอํานาจหน้าที่ วัตถุประสงค์ ที่ได้มีการบัญญัติไว้ในร่างกฎหมาย ฉบับดังกล่าวเหล่านี้ คือเปิดให้กว้างในการที่จะให้คณะกรรมการได้มีโอกาสแสดง ความคิดเห็น เพราะวัฒนธรรมผมมองเป็นเรื่องที่ใหญ่ วัฒนธรรมเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ และมีคุณค่า ในบางเรื่องเป็นเรื่องที่อาจจะอยู่ในหมู่บ้าน ในตําบล ในอําเภอ อาจจะไม่มี คุณค่าในระดับชาติ ในบางครั้งถ้าหากเรามองข้ามไป แต่ในขณะเดียวกันสิ่งเหล่านั้น มีคุณค่าและมีความหมายต่อสังคมของคนที่อยู่ในหมู่บ้าน ในตําบล ที่อยากจะกราบเรียน ตรงนี้ก็เพื่อจะบอกกับท่านประธานครับว่าหยิบยกเป็นตัวอย่างให้เห็นสักเรื่องหนึ่ง แล้วก็ เป็ นเรื่องที่ผมนี่ตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ จนกระทั่งมาถึงเดี๋ยวนี้ ผมยืนอยู่กับงานตรงนี้ ก็คืองานในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในการขึ้นโขนชิงธง ท่านรัฐมนตรีธีระ สลักเพชร ได้ให้ความกรุณาลงไปดู ศิลปะที่มีความลึกลํ้ามากก็คือในขณะที่เรือกําลัง แข่งขันด้วยความเร็วด้วยฝีพายไม่น้อยกว่า ๓๐ ฝีพาย นายหัวเรือก็จะไต่เหมือนลิง ที่ขึ้นมะพร้าว แล้วก็เอาขาทั้งสองเกี่ยวกับปลายโขน แล้วใช้การฝึกฝนมาเป็นเวลานาน นับเกือบครึ่งปีก็ว่าได้ ความแข็งแกร่งของร่างกายคน แล้วก็ต่อเหมือนกับเป็นโขนต่อจาก โขนเรือออกไป แล้วก็จับแถบธงชัย จับปลายกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งมันมีวัฒนธรรมที่มีมานาน ไม่น้อยกว่า ๑๔๐ ปี แต่สิ่งเหล่านี้ได้มีการปรับปรุง ได้มีการเปลี่ยนแปลงมา ขุดเรือยาวมา ซึ่งคนที่ขุดเรือยาวนี่เขาก็ขุดมาจนกระทั่งตายไปแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน รุ่นเหลน แต่ว่าคนเหล่านี้ก็ไม่ได้รับการเชิดชูเกียรติในสังคมมากเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นผมชื่นชมอย่างไรครับที่ว่าร่างกฎหมายวัฒนธรรมลักษณะอย่างนี้ ได้นําเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ ฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่า สิ่งที่ผมกราบเรียนตรงนั้น ถ้าท่านจะมองให้ลึกในคุณค่าของกิจกรรมที่มีอยู่ เช่น การขึ้นโขนชิงธงในเรือยาวที่เห็นนั้น ถามว่าต้นไม้เขาใช้ต้นไม้ลักษณะอย่างไร และต้นไม้ ตรงนั้นเป็นต้นไม้ที่มีอายุไม่น้อยกว่ากี่ร้อยปี ในขณะเดียวกันการไปตัดต้นไม้ลงมา สักต้นหนึ่ง อาจจะเป็ นตะเคียนทอง ไม้มะค่าหรือไม้อะไรก็สุดแล้วแต่ที่มีคุณค่า ชีวิตของต้นไม้กว่าจะมีอายุไม่น้อยกว่าร้อยปีก็มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน มันก็มี ผลกระทบทางสังคมเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเวลาจะตัดต้นไม้ไปสักต้นหนึ่ง จริงอยู่ครับ เพื่ออนุรักษ์ในมรดกการขึ้นโขนชิงธง แต่ว่าถ้าเกิดว่าเรือลํานั้นพอมาเป็นรูปลักษณ์ลงเรือ ลงนํ้าเสร็จแล้วเรือมันสวย ราคาของเรือที่ขุดเสร็จแล้วเป็นแสนแล้วก็ขายกันไปแล้วก็ ไปตัดต้นไม้ใหม่ นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ร่างกฎหมายลักษณะ แบบนี้อยากจะให้มีการแฝงในคุณค่าของสิ่งที่เป็ นกิจกรรมไว้ในร่างกฎหมายนี้ เช่นเดียวกัน แต่ไม่อยากจะเห็นความหยุมหยิมที่ปรากฏในร่างแต่เปิ ดช่องให้กับ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาตินําไปคิดเวลาได้มีการประชุมปรึกษาหารือในกิจกรรม นั้น ๆ เรื่องต่อมาที่อยากจะกราบเรียนเช่นเดียวกันก็คือเมื่อมีการตัดต้นไม้เสร็จแล้ว ก็มีการฝึกเด็กนักเรียนขึ้นมา ตัวเล็ก ๆ อายุ นํ้าหนักก็ไม่เกิน ๓๐-๔๐ กิโลกรัม เหล่านี้ครับ ร่างกายถ้าเพรียว ร่างกายถ้าออกกําลังกายสมํ่าเสมอก็สามารถเป็ นนายหัวเรือ ในการขึ้นโขนชิงธงได้ ซึ่งตรงนั้นก็เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เขาสั่งสมกันมากว่า ๑๔๐ ปี ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเห็นไหมครับมีโรงเรียนในการฝึกลิงกังขึ้นมะพร้าว นั่นก็เป็นตัวอย่าง อันหนึ่งให้เห็นว่ามันมีคุณค่ามันมีความลึกลํ้าในกิจกรรมของมันเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถือได้ไหมว่าเป็นวัฒนธรรมที่ควรจะให้ความสําคัญในโอกาสต่อไป ต่อไปก็จะมีโรงเรียน ในการฝึกขึ้นโขนชิงธง แต่ถามว่าฝึกขึ้นโขนชิงธงไปเสร็จแล้วกิจกรรมตรงนั้นนําไปสู่ การท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ วัฒนธรรมเหล่านี้จะอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ จะไปดําเนินการ กิจกรรมดังกล่าวเหล่านี้ให้มันมีคุณค่าให้มีความหมายและสังคมได้ตระหนักถึงการรักษา มรดกในสิ่งเหล่านี้ให้มีคุณค่าสืบไปชั่วลูกชั่วหลานในวันข้างหน้านี้ได้อย่างไร เมื่อพูดถึง เรื่องของคนเสร็จแล้วในร่างกฎหมายฉบับนี้ก็มีเรื่องของการตั้งกองทุน สิ่งหนึ่งที่ผม อยากจะเห็นและฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ผมอยากจะเห็น การรายงานผลการปฏิบัติการในรอบ ๑ ปีที่ผ่านมาของร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรม พ.ศ. .... นี้เสนอต่อสภาหรือรายงานเพื่อให้สภาทราบได้หรือไม่ ที่กราบเรียนตรงนี้ เพื่ออะไรครับ เพื่อที่สภาจะได้รับรู้รับทราบครับ รัฐมนตรีธีระผมเชื่อในความโปร่งใส ในตัวท่านแต่คนอื่นล่ะครับ ผมขอมองหน้าก่อน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเรากําหนด เป็นหลักเกณฑ์ไปเลยได้ไหม ผมเชื่อว่าในอนาคตข้างหน้ากฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติ จะเป็ นกฎหมายที่มีคุณค่าและมีความหมายต่อสังคมไทยแล้วก็จะเป็นกฎหมาย ที่เป็นหลักของประเทศในวันข้างหน้าเสียด้วยซํ้า เพราะฉะนั้นการที่จะเอางบประมาณ ซึ่งเป็นเงินอุดหนุนแต่ละปีงบประมาณใส่เข้าไป อย่างน้อย ๆ ให้สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็น ผู้แทนของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศได้มีโอกาสรับรู้หน่อยได้ไหมว่างบประมาณ ที่ได้ไปนั้นท่านได้จัดไปให้กับกิจกรรมอะไรบ้างในแต่ละปีที่ผ่านมา ในกิจกรรมของ จังหวัดไหน ของภูมิภาคไหน เป็นกิจกรรมลักษณะอย่างไร ให้เท่าไร ใครเป็นคนขอ ขอมาอย่างไร เพราะการนํากฎหมายไปสู่การปฏิบัติก็คือรัฐมนตรีที่รักษาการ ผมกราบเรียนว่ารัฐมนตรีคนนี้ผมเชื่อแต่ถ้าคนอื่นผมขอดูหน้า แล้วถ้าเกิดถึงวันนั้นขึ้นมา ผมก็ไม่อยากที่จะลุกขึ้นมาแล้วก็บอกว่า ท่านรัฐมนตรีครับ จังหวัดนั้นเขาไม่เลือกท่าน ท่านเลยไม่ให้ใช่ไหม จังหวัดนี้เลือกท่านท่านถึงให้ มาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา งบประมาณใช่หรือไม่ เราไม่อยากจะลุกขึ้นมาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าได้มี การรายงานผลตรงนั้นต่อสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนปวงชนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ว่า จะเป็นรัฐบาลก็สามารถที่จะดูรายละเอียดการบริหารงบประมาณเงินอุดหนุนของ กฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติฉบับนี้ในปีที่ผ่านมา นั่นก็คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนเพื่อเป็ นข้อสังเกตประกอบกับการสนับสนุน ในร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเหล่านี้ ผมคงมีประเด็นที่อยากจะเสริมเพิ่มเติม อีกบางประเด็นครับท่านประธาน เพื่อที่จะให้กรอบตามเจตนารมณ์หรือตามวัตถุประสงค์ ของร่างกฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาตินี้มีกรอบที่จะขยายก้าวไกลในการที่จะไปดูแล พี่น้องประชาชนได้มากยิ่งขึ้น ผมไม่อยากจะเห็นกฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นกฎหมายที่เป็นข้าราชการ ขอโทษนะครับ ไม่ได้หมายความถึงข้าราชการที่เกษียณ อายุราชการแล้วเป็นคนไม่ดี แต่ผมอยากจะเห็นองค์กรตรงนี้เป็นองค์กรที่มาจากพี่น้อง ประชาชนที่เป็นคนที่มีคุณค่าต่อสังคมไทยในหมู่บ้าน ในตําบล ในอําเภอ ในจังหวัด จริง ๆ ได้มีโอกาสเข้ามานั่งเป็นคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติบ้างได้หรือไม่ ในร่างกฎหมาย ฉบับนี้ในมาตรา ๖ ถ้าดูแล้วก็จะมีภาคการเมืองมา ๒ ท่าน ก็จะมีจากภาคข้าราชการ มา ๑๐ ท่าน ที่เหลือก็จะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน ๙ ท่าน บวก ลบ คูณ หาร แล้วก็พอ สมนํ้าสมเนื้อพอไปได้ตัวเลข ๙ คน แต่ว่าผมคงฝากเป็นข้อสังเกตในชั้นกรรมาธิการครับ ว่าที่มาของผู้ทรงคุณวุฒิ ผมกลัวไป อาจจะเป็นความเกรงหรือเป็นความกริ่งเกรงที่เป็น ความวิตกเกินเหตุก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ทักเอาไว้ก่อนเท่านั้นเองว่าถ้าทางกรรมาธิการ จะได้กรุณาดูรายละเอียดของผู้ทรงคุณวุฒิว่าน่าจะมีความหลากหลาย ที่มาในการสรรหา หรือจะมาอย่างไร จากความหลากหลายของกลุ่มคนแต่ละอาชีพบ้างได้หรือไม่ แล้วมี การกําหนดลงไปให้เห็นว่าคนที่เป็นตัวแทนของประชาชน แต่เขาไม่ได้เป็นข้าราชการ ในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งผมต้องกราบเรียนนะครับว่าข้าราชการที่ดี ๆ มีอยู่เยอะ แล้วก็มีคุณค่า ต่อสังคมไทย แต่ในขณะเดียวกันประชาชนจริง ๆ ที่เขาอยู่ในหมู่บ้าน ในตําบลที่เป็น ปราชญ์ชาวบ้าน ที่เป็ นคนที่มีคุณค่าต่อสังคมของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน ในตําบลนี้ครับ เวลาขึ้นมาในฟลอร์ (Floor) ใหญ่ ๆ อย่างนี้ครับ มันผ่านขึ้นมายาก จบมาจากอะไร ไม่ได้จบปริญญาตรี ไม่ได้จบปริญญาโท ไม่ได้เป็นอดีตข้าราชการครู ไม่ได้เป็นอดีตผู้หลักผู้ใหญ่ ก็มักจะไม่ได้รับการใส่ใจแต่เขาเป็นคนที่สังคมในหมู่บ้าน ในตําบลนั้นยอมรับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้คนเหล่านี้มีโอกาสได้เข้ามามีส่วนร่วม ในรูปของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเพราะ ๑ ใน ๙ ๑ ใน ๒๑ โดยประมาณนี่ครับ ผมคิดว่าถ้ามีโอกาสได้รับฟังจากคนที่อาจจะถูกลืมไปจากสังคม แล้วถ้าเปิดช่องให้ เขาได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้นอาจจะทําให้สิ่งที่เป็นกรอบอํานาจ หน้าที่ของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจะได้มีโอกาสฉุกคิดแล้วก็ได้หยิบยกในสิ่งที่ เป็นความวิตก ความกังวล หรือสิ่งที่ทางปราชญ์ชาวบ้านซึ่งเข้ามาในรูปของผู้ทรงคุณวุฒิ จะได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนสําคัญในการที่จะทําหน้าที่ตามอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ นี่ก็คือสิ่งที่อยากจะฝากกราบเรียนอีกประการหนึ่ง เรื่องที่มาของผู้ทรงคุณวุฒิว่าควรจะมาจากพี่น้องประชาชนหรือคนที่มีประสบการณ์ มีความรู้ มีความสามารถจริง ๆ กับเรื่องของวัฒนธรรม
ในเรื่องต่อมาครับที่อยากจะกราบเรียน ก็จะอยู่ในมาตรา ๑๑ เรื่องอํานาจ หน้าที่ของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ผมไปเปิดดูแล้ว ถ้าท่านประธานจะได้กรุณา ดูในรายละเอียด คงเห็นด้วยในกรอบอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ แต่ใน (๕) คือเราดูหมดแล้วทั้ง ๙ วงเล็บ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการควบคุม เป็นการหา วิธีการปลูกฝังแล้วก็เป็นเรื่องของการควบคุม หนักไปลักษณะอย่างนั้น ผมกลับมอง ในอีกรูปหนึ่งครับว่าเพื่อจะให้คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้มีความกว้างในการที่จะ ดําเนินการให้สมประสงค์กับเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ครับ ถ้าเราจะเติมคําว่า รวบรวม ใส่เข้าไปด้วยจะดีหรือไม่ในชั้นกรรมาธิการ เพราะอะไร เพราะหลายเรื่องครับ ท่านประธาน ถ้าเราใช้คําว่า ควบคุม มันหมายความว่าไปขีดกรอบเขาแค่นั้นเอง แล้วอันต่อไปก็คือหาวิธีในการปลูกฝังวัฒนธรรม คือหมายความว่าในการที่จะให้เขา เดินตามสิ่งที่เราควบคุม แต่ว่าสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมล่ะครับ ตรงนี้ถ้าเรา มองลึก ๆ แล้วมันก็สามารถจะเป็นที่มาของวัฒนธรรมอันนั้นได้ เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ หรือไม่ในชั้นกรรมาธิการครับ ซึ่งท่านรัฐมนตรีคงเป็นประธานอยู่แล้ว ก็ฝากลองไปถก ลองไปคิดดูครับว่าใน (๕) ถ้าจะเติมคําว่า รวบรวม ควบคุมและหาวิธีปลูกฝังวัฒนธรรม ของชาติให้อยู่ในจิตใจของพี่น้องประชาชน ให้เป็นไปตาม (๕) ได้หรือไม่ ก็ขอฝาก ในประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นที่ไปถกกันในชั้นกรรมาธิการ
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ที่อยากจะกราบเรียนฝากในชั้นกรรมาธิการ นั่นก็คือในเรื่องของมาตรา ๒๑ ซึ่งเป็นเรื่องของการยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับบุคคล ที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมาตรา ๒๑ ซึ่งมีด้วยกัน ๓ วงเล็บ ผมเป็นห่วงตรงนี้ครับ ใน (๑) ไม่เป็นห่วงครับ แต่เป็นห่วง (๒) (๓) ที่เป็นห่วงตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีซึ่งจะเป็นประธาน เข้าใจว่าคงเป็นประธานในชั้น กรรมาธิการว่าให้ดูคนที่เขาไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ ที่เป็นชาวบ้านธรรมดาที่ผมกราบเรียน ไปในเบื้องต้นนั่นแหละครับ ที่เป็นชาวบ้านแล้วก็มีคุณค่าของคนในหมู่บ้าน ในตําบล จริง ๆ แต่ว่าเขาไม่ได้เป็นเจ้าใหญ่นายโตใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นคนที่ในหมู่บ้าน ในตําบล ให้ความเคารพ ให้ความนับถือ ผมยกตัวอย่างได้เลย ขออนุญาตเอ่ยนาม ซึ่งไม่ได้เสียหาย เช่น ช่างดํา ช่างวัน ซึ่งเป็นนายช่างที่ขุดเรือยาวที่เก่งที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ ภาคอีสานก็ไป ภาคเหนือก็ไป นั่นเป็นคนจังหวัดชุมพรนะครับ แต่ว่าถึงวันนี้ท่านก็เป็น ช่างดํา ช่างวัน อยู่เหมือนเดิมนั่นแหละครับ ไม่ได้มีอะไรเลยที่มีคุณค่าที่สังคมได้ยกย่อง เชิดชูเกียรติของท่าน แต่ว่าผลงานของท่าน เรือยาวแต่ละลําที่เห็นในลํานํ้า ไม่ว่าจะเป็น งานประเพณีที่ใดก็ตาม ส่วนใหญ่มาจากฝีมือของช่างดํา ช่างวันทั้งสิ้น แต่คนเหล่านี้ จะมีโอกาสไหมครับที่จะได้เป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ผมเชื่อว่าถ้าเราไม่ได้ ตระหนัก เราไม่ได้ให้ความสําคัญ คนแบบช่างดํา ช่างวัน ก็เป็นช่างดํา ช่างวันอยู่อย่างนั้น แหละครับ แต่ถ้าเราได้ตระหนักถึงคุณงามความดีของท่าน แล้วก็ดูใน (๒) (๓) เขียนให้ดี ขีดเส้นให้ดี แล้วก็ลงไปดูในสิ่งเหล่านี้ ท่านจะได้เห็นเลยว่าวัฒนธรรม สิ่งที่เขาได้ทํา เบื้องหลังของการขุดเรือยาวแต่ละลํา เขามีวัฒนธรรมในการขุด ในการดําเนินการ แต่ละลําใช้เวลานานนับปี ในแต่ละห้วงเวลาทําอะไรลงไปบ้าง สิ่งเหล่านี้ครับเป็นสิ่งที่มี คุณค่าในเชิงสัญลักษณ์ และเป็นคุณค่าของสังคมไทยทั้งสิ้น ก็คงฝากประเด็นที่ผมได้ กราบเรียนไปทั้ง ๒-๓ ประเด็นนี้ในชั้นกรรมาธิการ และผมสนับสนุนในร่างกฎหมาย ฉบับนี้คนหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ