รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒
ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ
วันศุกร์ที่ ๑๔ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิกทั้งหลายครับ วันนี้ผมจะเป่ดโอกาสให้มีการหารือ ประมาณ ๑ ชั่วโมงเต็ม ก็จะขอให้ท่านหารือคนละประมาณ ๓ นาที ก็ต้องขอความกรุณาท่านสมาชิกทุกท่านด้วย การหารือเปึนการหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วก็ขอให้ รักษาเวลาด้วยนะครับ ขอทางวิป (Whip) เพราะว่าตามข้อตกลงการหารือจะต้องส่ง รายชื่อก่อน รายชื่อจะเรียงอย่างนี้นะครับ ผมขออ่านไว้ก่อนเลย มันมีรายชื่อค้างมาจาก สมัยการประชุมครั้งที่แล้วนะครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้ก็แล้วกัน รายชื่อที่ค้างมาจาก การประชุมครั้งที่แล้วคงยกเลิกไป จะเอาเฉพาะรายชื่อที่ค้างมาตั้งแต่เมื่อวาน คือ วันที่ ๑๓ สิงหาคม เรียงตามลําดับดังนี้ คนแรกจะเปึนคุณจุมพฏ บุญใหญ่ คุณสุรสิทธิ์ ตรีทอง คุณสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ คุณวัชระ เพชรทอง คุณสมคิด บาลไธสง คุณนริศ ขํานุรักษ์ คุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ คุณขยัน วิพรหมชัย คุณสถาพร มณีรัตน์ คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ คุณนิยม วรปัญญา คุณทศพล เพ็งส้ม คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง แล้วก็ คุณฮอชาลี ม่าเหร็ม นอกจากนั้นก็ยังมีรายชื่ออีก เดี๋ยวผมจะอ่านเรียงไปตามลําดับ ท่านจะได้เตรียมตัวได้ ขอเชิญคุณจุมพฏ บุญใหญ่ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายจุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เนื่องจากโครงการของรัฐบาลที่ว่าด้วยชุมชนพอเพียงที่เปึนข่าว เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสนั้น พี่น้องประชาชนในอําเภออากาศอํานวย จังหวัดสกลนคร โดยผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน ได้ทําหนังสือร้องเรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านผมว่า โครงการชุมชนพอเพียงนั้นประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม แต่เปึนการที่ประชาชน ทุกคนจะต้องไปซื้อของ หรือทําโครงการตามที่นายอําเภออากาศอํานวย และปลัดอําเภอ อากาศอํานวยเปึนผู้บอก ถ้าโครงการเหล่านั้นไม่ตรงตามที่นายอําเภอต้องการก็จะไม่ได้ รับการอนุมัติ นอกจากนั้นครับ ทางผู้ใหญ่บ้านได้มีหลักฐานว่าการซื้อของมีใบเสร็จรับเงิน นะครับท่านประธาน รถไถนาแบบเดินตาม แต่ไม่บอกว่าแรงม้าเท่าไร ชาวบ้านเขาไปดูแล้ว ราคาไม่น่าจะถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ให้เขาซื้อในราคา ๑๒๕,๐๐๐ บาท น่าจะเปึนของแพง ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ใช้เวลาครบ ๓ นาที ผมขอยื่นหนังสือที่ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนลงชื่อหางว่าวมา ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะกรุณาก็โปรด ได้พิจารณาท่านนายอําเภอ และปลัดใหญ่ไปรับราชการที่อําเภออื่นก็จะดีมาก ผมขอยื่นหนังสือผ่านท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอบคุณครับ
เชิญมามอบให้ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เลยครับ ต่อไปคุณสุรสิทธิ์ ตรีทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม สุรสิทธิ์ ตรีทอง ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเรื่องที่จะหารือแล้วก็แจ้งท่านประธาน เนื่องจากทาง จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวได้มีหนังสือร้องเรียนมาถึงกระผม เนื่องจากสายการบินไทยเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สายการบินตรงนี้จะหยุดบิน แล้วก็จะ ลดเที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ ๑๗ นี้ไป เหลือ ๑ เที่ยวบิน ปกติจะบินอยู่วันละ ๒ เที่ยว อันนี้ ก็จะต้องแจ้งให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ทราบ แล้วก็ให้ดูแลเรื่องนี้ ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยว แล้วก็การเดินทางของจังหวัดแม่ฮ่องสอนสู่จังหวัด เชียงใหม่ เนื่องจากทางรถก็มีปัญหาคดเคี้ยว แล้วก็ ๓๐๐ กว่ากิโลเมตร ใช้เวลานั่ง ตั้ง ๕ ชั่วโมงกว่า แล้วก็อยากจะมีหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วยดูแลเรื่องนี้
สําหรับเรื่องที่ ๒ ก็เรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจาก จุดชมวิวกิ่วลม เส้นทาง ๑๐๙๕ ระหว่างอําเภอปาย สู่อําเภอปางมะผ้า จุดชมวิวกิ่วลม เนื่องจากมีหมอกลงตลอดเวลา หน้านี้ก็เปึนหน้าฝนด้วย แล้วก็เส้นทางไม่มีหลักหมุด สะท้อนแสงการเดินทาง แล้วก็ขับรถสัญจรไปมาลําบาก แล้วก็อันตราย อันนี้ก็มี ข้อร้องเรียนมาจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผมได้รับหนังสือร้องเรียน แล้วก็จะแจ้งให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยดูแลเรื่องนี้ อันนี้เปึนการ เดือดร้อนของพ่อ แม่ พี่ น้อง ประชาชน เดินทางระหว่างจังหวัดเชียงใหม่สู่จังหวัด แม่ฮ่องสอน แล้วก็ทางนักท่องเที่ยวขณะนี้ฝนก็ตกทุกวัน อย่างไรก็ให้ทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมลงมาดูแลเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ต่อไปเชิญนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ คุณอํานวย คลังผา แทนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ๓ เรื่องด้วยกันครับ ท่านประธานครับ
เรื่องแรก ฝนทิ้งช่วงในจังหวัดลพบุรี ซึ่ง ๓ เดือนที่ผ่านมานั้นฝนทิ้งช่วง ยาวนานมาก ผมได้ร้องเรียนมาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้รับการยืนยัน จากทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดทําฝนเทียม แต่ก็ไม่ได้ดําเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเมื่อคืนนี้ได้ทราบว่ามีฝนตกบางส่วนก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ๑๑ อําเภอ อําเภอใดเปึนอําเภอที่ฝนทิ้งช่วง ก็ให้เร่งดําเนินการในส่วนนี้ ฝากท่านประธานด้วยครับ
ในส่วนที่ ๒ เรื่องปัญหามันสําปะหลัง แล้วก็ข้าวโพด ข้าว ในขณะนี้พี่น้อง เกษตรกร โดยเฉพาะข้าวโพดกําลังนําออกสู่ตลาด เดี๋ยวนี้ราคาถูกมากคิดเปึนถัง ถังละ ประมาณ ๕๐ บาท เพราะฉะนั้นเกษตรกรเดือดร้อนมากในเรื่องข้าวก็ดี ข้าวโพดก็ดี และมันสําปะหลัง ที่ภาครัฐจะเร่งดําเนินการรับจํานํา ในขณะนี้ก็ยังไม่เริ่มดําเนินการ ก็อยากจะฝากประธานให้ช่วยเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่ทั่วประเทศ ในเรื่องของมันสําปะหลัง ข้าวโพด และข้าวนะครับ และโดยเฉพาะ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธาน ผมไปเยี่ยมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม กํานัน ผู้ใหญ่บ้านได้ร้องเรียนเรื่องค่าตอบแทน ก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงกระทรวงมหาดไทยให้เร่งดําเนินการในเรื่องของค่าตอบแทนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั่วประเทศที่รอคอยค่าตอบแทนเพียงนิดหน่อย ก็อยากจะฝากท่านประธานให้ทาง กระทรวงมหาดไทยได้เร่งดําเนินการให้ค่าตอบแทนท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้านด้วย ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานรวมแล้ว ๕ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก เปึนเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เนื่องจากภาวะ น้ํามันแพง แม้ว่ารัฐบาลจะได้ลดราคาอีกลิตรละ ๒ บาท แต่ก็ยังแพงอยู่ อยากจะถาม ทางรัฐบาลว่าจะลดราคาน้ํามันดีเซลได้มากกว่านี้หรือไม่
เรื่องที่ ๒ เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตหนองแขม ปรากฏว่าที่หมู่บ้านเพชรสยาม ๓ ทางเข้าออกมืดมาก ฝนตกทีไรน้ําท่วม แล้วก็มีสัตว์ร้าย ต่าง ๆ มากมาย แล้วเกิดปัญหาการจี้ชิงทรัพย์ และฉุดคร่าสุภาพสตรี ซึ่งก่อให้เกิดความ เดือดร้อนกับพ่อ แม่ พี่ น้อง ประชาชนที่หมู่บ้านเพชรสยาม ๒ ในเขตหนองแขม จึงขอให้ กรุงเทพมหานครดําเนินการเพื่อที่จะติดไฟส่องสว่างและทําถนนหนทางให้ดีขึ้น
เรื่องที่ ๓ ปรากฏว่าที่ถนนบางบอน ๓ คือ ซอยเพชรเกษม ๖๙ บริษัท อิตาเลียน-ไทยไปก่อสร้างถนนในซอยดังกล่าวชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาก สื่อมวลชนได้นํามาเป่ดเผยเปึนระยะ ๆ ต้องการให้บริษัท อิตาเลียน-ไทย และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสถานีตํารวจนครบาลในย่านดังกล่าวรับผิดชอบ โดยการ ไม่ให้เผยแพร่มลภาวะ ไม่ว่าจะเปึนฝุ์น หิน หรือสิ่งที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่าง ๆ เพราะพี่ น้องในเขตหนองแขมและบางบอนเดือดร้อนเปึนอันมาก
เรื่องที่ ๔ ท่านประธานครับ ขณะนี้เรากําลังเผชิญหน้ากับขบวนการจ้อง ทําลายสถาบันที่สําคัญของชาติ ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปรากฏว่า ท่านผู้อํานวยการเขตภาษีเจริญ นายนคร บุญยธนะ ได้ทําการปลดปัายที่มีภาพ พระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง แล้วมีข้อความว่า เราต้องจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ สั่งเจ้าหน้าที่เทศกิจไปปลดปัายถึง ๓ ครั้ง ๓ หน ผมอยากจะถามถึง ความจงรักภักดีของคนที่เปึนระดับผู้อํานวยการเขตของเขตภาษีเจริญ คือนายนคร บุญญธนะ ซึ่งถือว่าเปึนข้าราชการระดับสูงในกรุงเทพมหานครว่าเหตุใดถึงมีความคิด เช่นนั้น
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ ผมได้รับจดหมายจากท่านพระครู มหาโพธาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ อําเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งต้องการที่จะให้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไปจัดสร้างและอนุรักษ์ไว้ซึ่งต้นโพธิ์ ซึ่งแตกหน่อมาจากต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ และในอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด โดยคุณพรรณี แก่นสุวรรณ และคุณสมเกียรติ พันธุ์ธรรม วัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี รวมทั้งท่านอาจารย์สุจิต วงศ์เทศ ได้ร่วมกันตั้งงบประมาณเพื่อการนี้ ๔๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่เอางบประมาณไปดําเนินการในด้านอื่น ทําให้ วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ไม่มีงบประมาณในการที่จะจัดบูรณะต้นโพธิ์ ซึ่งแตกหน่อมาจาก ต้นโพธิ์ของพระพุทธเจ้า ขอกราบขอบพระคุณครับ
คุณสมคิด บาลไธสง คุณนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ จังหวัดพัทลุงได้จัดกีฬากรีฑาประจําป้ของจังหวัด ป้นี้เปึนป้ที่ ๖๐ โดยป้นี้ได้รับเกียรติจากท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ไปเปึนประธาน ที่กระผม หารือก็คือ ป้นี้เปึนป้ที่ ๖๐ เปึนการจัดกีฬาจังหวัดที่ยาวนานที่สุดของประเทศไทย แต่ว่างบประมาณ อบจ. เปึนคนจัดไม่กี่ล้านบาท อบต. จัดหลายแสนบาท ผมอยาก เรียกร้องให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปึนคนจัดตั้งงบประมาณ
๒. อยากให้มีสนามกีฬาประจําอําเภอทุกอําเภอ เพราะว่าก่อนหน้าที่จะมี การแข่งขันกีฬาประจําจังหวัด คือ วันที่ ๖ กับวันที่ ๗ ทุกป้ ในเดือนสิงหาคมนั้น จะมีรอบ คัดเลือก ซึ่งสนามกีฬาอําเภอของจังหวัดพัทลุงทั้ง ๑๑ อําเภอ ยังไม่มีครับ เปึนเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องที่ผมขออนุญาตให้ท่านประธานได้มีหนังสือไปยัง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชให้เร่งรัดทํางานอย่างรีบด่วนในกรณีที่ขอใช้พื้นที่ ผมยกตัวอย่าง เช่นกรณี อบจ. ของจังหวัดระยองขอทําที่เตาเผาขยะในอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอุทยานแห่งชาติจําเปึนจะต้องใช้ด้วย แต่ว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ยังไม่อนุมัติ ซึ่งถ้าไม่อนุมัติในระยะเวลาเพียงเดือน ๒ เดือนนี้ก็ไม่สามารถจัดซื้อจัดจ้าง ไม่สามารถดําเนินการได้ เช่นเดียวกับในจังหวัดพัทลุง จังหวัดได้อนุมัติเงินเกือบ ๑๐ ล้านบาท ที่จะก่อสร้างบ้านพักรับรอง หรือเรือนประกอบพระตําหนัก ใช้งบประมาณจังหวัด ใช้แบบแปลนของกรมอุทยานแห่งชาติเอง แต่ว่าขณะนี้กรมอุทยานแห่งชาติยังไม่อนุมัติ ซึ่งที่จริงแล้วมันไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องยุ่งยากมากมายซับซ้อนเลย เพราะว่าใช้แบบแปลน ของกรมอุทยานแห่งชาติเอง และก่อสร้างเสร็จก็มอบให้กรมอุทยานแห่งชาติ ผมอยากให้ ทางกรมอุทยานแห่งชาติได้เร่งรีบในการพิจารณาอนุมัติในการใช้พื้นที่ และเรื่องราวอย่างนี้ เกิดขึ้นทั่วประเทศ จากการพิจารณาเรื่องอย่างนี้ล่าช้า ทําให้งบประมาณตกไป ก่อนสิ้นป้งบประมาณ
เรื่องสุดท้าย ผมได้ทราบข่าวอยู่ตลอดเวลา กรณีที่ช้างประสบอุบัติเหตุบ้าง ถูกไฟช็อตบ้าง ตกท่อบ้าง แล้วก็ใช้อย่างทารุณบ้าง ช้างในประเทศไทยประชากร เหลือประมาณ ๓,๐๐๐ เชือกแล้วครับ ซึ่งอยู่ในขั้นวิกฤติที่อาจจะสูญพันธุ์ได้ ผมคิดว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติต้องเร่งรีบออกมาปกปัองดูแล เพื่ออนุรักษ์ให้ช้างซึ่งมีไม่กี่เชือกในประเทศไทย และมีคุณค่ามากในต่างประเทศ เพราะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผมได้ไปเยี่ยมช้างไทยที่ ไปอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เขาหวงแหน เขารักเหมือนกับที่เราตื่นเต้นกับหมีแพนด้า ผมอยากให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแลปกปัองและอนุรักษ์ช้าง จึงอยาก กราบเรียนให้ท่านประธานได้มีหนังสือไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ และหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้อง กราบขอบคุณครับ
ต่อไปนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว แทนนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๓ เรื่องครับ ท่านประธานที่เคารพครับ
เรื่องที่ ๑ เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎรในพื้นที่จังหวัดน่าน เฉกเช่นเดียวกับที่จังหวัดลพบุรีของท่านอํานวย คลังผา เรื่องพืชผลการเกษตร ขณะนี้ โดยเฉพาะข้าวโพดกําลังจะตายแล้ง แล้วข้าวที่ปลูกไม่มีน้ํา ก็ฝากท่านประธานกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ช่วยเร่งรัดในการที่จะดําเนินการ ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องการทําฝนเทียม นั่นเปึนเรื่องแรกที่สุด
ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องแปลกครับ เสมือนมีฝนตกแต่ไม่มีน้ําครับ ทุกที่ครับ แต่บางที่ก็ตกเยอะ อย่างเช่น จังหวัดเชียงราย ๒๐๐ มิลลิเมตร แต่จังหวัดน่าน ไม่มีน้ํา จังหวัดใกล้เคียงไม่มีน้ํา ท่านประธานครับ มันเปึนเรื่องแปลกมาก ก็ฝาก ท่านประธานในเรื่องนี้ครับ
เรื่องที่ ๒ ครับ เหมือนกับจังหวัดสกลนคร ที่จังหวัดน่านบ้านผม ชมรมผู้ใหญ่บ้าน กํานันได้เข้าชื่อร้องเรียนมา เรื่องของโครงการยกระดับชุมชนพอเพียง มีจํานวนหมู่บ้านและชุมชนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ กว่าแห่งครับ ท่านประธานครับ ที่ท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้านใช้คําว่า เขาถูกหลอก ให้ร่วมเขียนโครงการและรับของในสิ่งที่เขาได้ ล็อก สเปค (Lock spec) ไปตามที่เปึนข่าวในหน้าสื่อนะครับ ไม่ว่าจะเปึนตู้น้ําดื่ม แสงอาทิตย์ เครื่องบดอัดปุิยชีวภาพ ซึ่งเขาได้รับแจ้งว่ามีงบประมาณตกไปแล้ว แต่ว่า เงินเข้าบัญชี แล้วก็โอนเงินนั้นเข้าสู่บัญชีของบริษัทผู้จัดส่งของ กําลังจะรอรับของอยู่ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสํานักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่กํากับดูแลเรื่องนี้ครับ ถ้ามีลักษณะอย่างนี้น่าจะมีการระงับโครงการลักษณะเช่นนี้ก่อน คณะกรรมการชุมชน ระดับส่วนกลางที่เปึนผู้อนุมัติน่าจะระงับการอนุมัติโครงการในลักษณะอย่างนี้เอาไว้ก่อน แต่ว่ามีเรื่องมีราวขนาดนี้ก็ยังอนุมัติไปเรื่อย ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเจตนา อย่างนี้มันอาจจะส่อถึงการที่ประพฤติมิชอบ มีการฉ้อฉล ใช้เงินภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชนไปในทางที่ไม่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่มีการสอบสวนของหลายฝ์ายว่าเข้าข่ายในการ ทุจริต เดือดร้อนไปทุกจังหวัดครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง สํานักงานชุมชนพอเพียงนะครับ ท่านผู้อํานวยการออกมายืนยันว่าสุจริต ๆ ผมคิดว่า ถ้าระงับไว้นี้ก็จะเปึนประโยชน์ แล้วก็ทบทวนโครงการใหม่
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องของการระบายผลผลิตข้าวโพดป้ที่ผ่านมา ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ ของ อคส. ให้เร่งรัดระบายข้าวโพด ที่เก็บไว้ในโกดังที่มีการรับจํานําในป้ที่ผ่านมาคือป้ ๒๕๕๑ นี้นะครับ ขณะนี้ข้าวโพดป้นี้ กําลังจะออกอยู่แล้ว แต่ว่าข้าวโพดที่เก็บไว้ในโกดังที่มีการรับจํานําไว้ยังไม่สามารถระบาย ออกได้ ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีและกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้เร่งระบายออก ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาการจัดเก็บในป้นี้ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ๓ เรื่องครับ
วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านนะครับ รักษาเวลาดีครับ คุณขยัน วิพรหมชัย ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน ขออนุญาตนําเอาปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลําพูนได้เสนอท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาล
เรื่องที่ ๑ เรื่องลําไยราคาตกต่ํา เนื่องจากป้นี้ผลผลิตลําไยออกสู่ตลาด ที่จังหวัดลําพูนและภาคเหนือค่อนข้างมาก รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กําหนดราคาเปัาหมายนําราคาลําไยสดร่วงไว้ที่กิโลกรัมละ เอเอ (AA) ๑๒ บาท เอ (A) ๘ บาท และบี (B) ๔ บาท แต่ว่าเมื่อถึงฤดูกาลลําไยออกมาพร้อม ๆ กัน ลําไยสดร่วงตกไป กิโลกรัมละ ๑๐ บาท ๖ บาท ๓ บาท และบางครั้งถ้ายิ่งออกมากเหลือกิโลกรัมละ ประมาณ ๙ บาท ๕ บาท และ ๒ บาท ซึ่งทําให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลําไยจังหวัดลําพูน และภาคเหนือได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากราคาที่ขายไปขาดทุน เมื่อเกษตรกรขาดทุน ก็จึงเปึนปัญหาเรื่องของหนี้สินตามมา ผมถือโอกาสได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลว่าเมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะที่รับผิดชอบมาตรการในการแก้ไข ปัญหาลําไย แล้วไม่สามารถที่จะทําลําไยให้ตามราคาเปัาหมายนําขอให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐบาลได้ดําเนินการเยียวยา ช่วยเหลือพี่น้อง ชาวสวนลําไยจังหวัดลําพูนและภาคเหนือ
ประเด็นที่ ๑ ขอให้มีการชดเชยราคาลําไย ลําไยกิโลกรัมละ ๒ บาท ชดเชย ในส่วนของการที่ขาดทุน เพราะว่าเกษตรกรขายไม่ถึงราคาเปัาหมายนําที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์กําหนดไว้
ประเด็นที่ ๒ ขอให้รัฐบาลได้พักหนี้เกษตรกรชาวสวนลําไยเปึนระยะเวลา ๑ ป้
ประเด็นที่ ๓ ขอให้ลดดอกเบี้ยสําหรับเกษตรกรชาวสวนลําไยที่เปึนลูกค้า ธ.ก.ส. และ
ประเด็นที่ ๔ ขอให้รัฐบาลจัดซื้อปุิยอินทรีย์ชีวภาพ ไปมอบให้กับเกษตรกร ชาวสวนลําไยและลิ้นจี่ของภาคเหนือที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน เพื่อเปึนการเยียวยา เพราะขณะนี้ชาวสวนขาดทุนก็ไม่มีเงินทุนที่จะไปซื้อปุิยมาบํารุงต้น จึงกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้ช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลําไยภาคเหนือครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณสถาพร มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้โปรด สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทําฝนเทียมโดยด่วน เนื่องจากพี่น้องเกษตรกร ที่ทํานา ทําสวนในจังหวัดลําพูนขณะนี้ ปรากฏว่าฝนฟัาผิดฤดูกาล มันตกเปึนหย่อม ๆ ท่านประธาน เหมือนนโยบายรัฐบาลที่ไปเปึนหย่อม ๆ ฝนป้นี้เกิดอาเพศ ไปตกจังหวัด เชียงราย ไม่ตกจังหวัดลําพูน ไม่ตกจังหวัดลําปาง ตกล้อมไปล้อมมา ไปตกเชิงเขาบ้าง ตีนเขาบ้าง ปกติทุกป้กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์จะสํารวจตรวจสอบ จัดเตรียมทําฝนเทียม โดยประกาศให้ราษฎรที่เดือดร้อนจากภัยฝนแล้งให้ยื่นเสนอถึง ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องดําเนินการส่งเรื่องมายังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เพื่อให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทําฝนเทียม แต่ป้นี้ไม่มีข้อสั่งการใด ๆ จากรัฐบาล มีแต่ข้อสั่งการที่ให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านล่าชื่อคัดค้านถวายฎีกาโดยเร่งด่วน แต่เรื่องฝนเทียมเงียบกริบ ปรากฏว่าข้าวซึ่งเปึนข้าวในฤดู สินค้าเกษตรนอกจากจะ ตกต่ําแล้ว ยังต้องเจอสภาวะฝนแล้งอีก แล้วเกษตรกรซึ่งเปึนสันหลังของประเทศ จะอยู่กันได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ ใหญ่กว่าเรื่องตั้ง ผบ. ตํารวจ ใหญ่กว่า เรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกข์ของเกษตรกรจะต้องใส่ใจ วันนี้รัฐมนตรีทุกคนไม่เคยพูดถึงปัญหา ปากท้องของรากหญ้า พูดแต่เรื่องที่จะแทรกแซงระบบการบริหารจัดการของข้าราชการ ผมจึงฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีว่าขอได้โปรดสั่งการให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจัดทําฝนเทียมโดยเร่งด่วน เพื่อที่จะให้พี่น้องเกษตรกรทําไร่ในฤดู ทํานาในฤดู ได้มีน้ํา ซึ่งจะถือว่าเปึนการมีพระคุณอันยิ่งใหญ่ต่อพี่น้องเกษตรกร จึงนําเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ แล้วก็ขอให้ท่านประธานทําหนังสือด่วนเลย ลงบัลลังก์ เซ็นเลยนะครับ มิฉะนั้นแล้วอาทิตย์ ๒ อาทิตย์ ข้าวบ้านผมตายหมดแล้วครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญคุณทศพล เพ็งส้ม แทนคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นะครับ
ท่านประธานครับ คุณอภิชาตมาพอดีครับ
ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอเอาประเด็นที่เปึนเรื่องดี ๆ มาชื่นชมในที่ประชุมแห่งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เดินทางไปร่วมกิจกรรม เทิดพระเกียรติ ๑๒ สิงหามหาราชินี ที่บริเวณริมป์าชายทะเล บ้านปากพญา ตําบลท่าซัก อําเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช บริเวณนั้นชาวบ้านในชุมชนปากพญา ก็ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดกิจกรรมปลูกป์าชายเลนติดต่อกันมาเปึนป้ที่ ๔แล้ว ในป้นี้ได้รับ การสนับสนุนงบประมาณการดําเนินงานจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช และองค์การบริหารส่วนตําบลท่าซัก นอกจากนี้ก็ได้รับกําลังสนับสนุนสําคัญจากนักเรียน จากโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ชั้นมัธยมปลายประมาณ ๓๐๐ คนแล้วก็โรงเรียน จรัสพิชากร อีกจํานวน ๓๕ คน ก็มาร่วมกันลุยโคลนปลูกป์า คึกคักนะครับ เสร็จแล้วก็มี การนั่งล้อมวงรับประทานอาหาร มีชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันหุงหาอาหารมาสมทบประเภท ข้าวหม้อ แกงหม้อ ก็เปึนบรรยากาศที่น่าประทับใจมาก ก็ทราบว่าในป้ก่อนหน้านี้นักเรียน ของโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชก็ได้มาร่วมกิจกรรมในลักษณะเช่นนี้ แล้วผมเองก็ได้มี โอกาสแสดงความชื่นชมผ่านทางสื่อมวลชนไปแล้วหลายแขนง จริง ๆ แล้วในรอบ ๔ ป้มานี้บริเวณชุมชนปากพญาได้มีการจัดกิจกรรมปลูกป์ามีนักศึกษา จากที่อื่น ๆ มาร่วมหลายแห่ง ทั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช โรงเรียน บ้านปากพญา ที่ผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็เนื่องจากว่าบริเวณปากคลองปากพญาแห่งนี้ ถูกน้ําทะเลกัดเซาะรุนแรงมาก ป์าชายเลนหดหายไป พื้นดินถูกกลืน แล้วก็สัตว์น้ําชายฝัืง ที่เปึนแหล่งอาหารของชาวบ้านได้ลดน้อยลงจํานวนมาก แต่ในระยะ ๔ ป้ที่มีการจัดกิจกรรม ปลูกป์านี้ขึ้นมาก็ได้ฟุ๋นฟูสภาพแวดล้อมขึ้นมาเปึนจํานวนมากบริเวณปากพญาประมาณ ๑๐๓ ไร่ ได้รับการฟุ๋นตัว แล้วก็สัตว์น้ํามาอยู่อาศัยมากขึ้น วันนี้ที่ต้องหยิบยกเรื่องนี้ ก็อยากจะเรียกร้องผ่านท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรม ทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ได้ให้ความสนใจสนับสนุนกิจกรรมที่เปึนประโยชน์เช่นนี้ ในป้ต่อ ๆ ไป รวมทั้งพื้นที่อื่น ๆ ที่ชาวบ้านเขามีความพร้อมที่จะช่วยกันดูแลป์าชายเลน ก็ขอได้โปรดให้การสนับสนุนงบประมาณแล้วก็เอาใจใส่อย่างทั่วถึงด้วยครับ ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลตําบลพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ท่านเยี่ยมชมสภาแล้วก็ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณนิยม วรปัญญา ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎร จํานวนมากขอให้รัฐบาลรีบแก้ไขปัญหาหลายเรื่อง รวมทั้งหมด ๘ เรื่องด้วยกันนะครับ
๑. ก็เรื่องกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีถนนจํานวน ๓๙ สาย ที่ประสบภัยพิบัติ น้ําท่วมเกิดจากพายุไต้ฝุ์น ขอให้ช่วยซ่อมบํารุงโดยลงดินลูกรัง หรือหินคลุก
๒. เรื่องขอให้กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ลาดยางถนนไร้ฝุ์น ที่ราษฎรร้องเรียนมาจํานวน ๒๕ สาย
๓. เรื่องขอให้กระทรวงคมนาคมบูรณะลาดยางถนนแบบรีไซคลิง (Recycling) ซึ่งถนนนี้ได้รับงานมาจากกรมเร่งรัดพัฒนาชนบทแล้วก็กรมโยธาธิการ แต่ตอนนี้ถนนก็ชํารุด เพราะว่าใช้มานานแล้ว แล้วบางแห่งก็ยังลาดไม่เชื่อมต่อกัน ก็ขอให้ ลาดยาง ส่วนที่ทํารีไซคลิงก็ขอให้เร่งสํารวจช่วยเหลือโดยเร็ว เพราะว่าสินค้าเกษตร ราคาถูกกด ในชนบทไม่มีโอกาสไปเรียนหนังสือได้ทั่วถึงก็เพราะว่าทางไม่ดี ป์วยไข้ ไปหาหมอก็ไม่ค่อยทัน
๔. ขอให้กรมทางหลวงแผ่นดินลาดยางถนนที่ชํารุดและทํา รีไซคลิงให้ ส่วนที่ทํารีไซคลิงได้จํานวนทั้งสิ้น ๑๖ สายครับ
๕. ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แล้วก็กระทรวงมหาดไทย ขุดลอกอ่าง ฝาย และลําคลอง ๑๙ แห่ง
๖. ไข้หวัดที่กําลังหวาดกลัวกัน ก็คือ ๒๐๐๙ อันนี้ก็มียาแพทย์แผนโบราณ ที่ปรากฏว่ามีทั้งข่าวจากสื่อมวลชน แล้วก็จากที่พบผู้ที่เคยใช้ยานี้มาก็ปรากฏว่า มียาที่สามารถจะทําได้โดยใช้สมุนไพรไทยนะครับ แล้วก็ขอให้เร่งรัด ส่งเสริมการนวด แผนไทย และ
๗. เรื่องขอให้พยาบาลเวลานี้กําลังขาดแคลนมากขอให้เร่งรัด ช่วยให้ พยาบาลได้เรียนถึงจบหลักสูตรระดับถึงปริญญาเอก อันนี้ท่านอร่าม อามระดิษฐ์ เปึนนายกสมาคมแพทย์แผนไทยและนายกสมาคมนวดแผนไทยมีความเข้าใจเรื่องนี้ดี ขอให้กระทรวงสาธารณสุขนํามาช่วยเปึนที่ปรึกษา
๘. จังหวัดลพบุรีกําลังประสบภัยพิบัติ ภัยแล้ง ขอให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย เร่งช่วยเหลือจะทําฝนเทียม หรือว่าจะหาน้ําด้วยวิธีสูบช่วย หรือว่าเป่ดระบายน้ํา จากเขื่อนต่าง ๆ แล้วแต่จะช่วยได้นะครับ
ท่านนิยมสรุปได้แล้วครับ เกินไป ๑ นาทีแล้วครับ
ส่วนรายละเอียดนั้น ผมได้แนบมากับ หนังสือนี้แล้วเพื่อเสนอให้ท่านโดยจะให้มี นายวีระชัย แก้วพันธุ์ ซึ่งเปึนประธาน สิ่งแวดล้อมแล้วก็ภัยพิบัติสาธารณูปโภคเปึนผู้นํากับราษฎรที่ร้องนะครับ เพื่อจะได้มีการ สํารวจอย่างจริงจัง ขอให้ท่านช่วยกรุณาประสานงานและสั่งการไปยังที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณทศพล เพ็งส้ม ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ
เรื่องแรกที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ก็อยากจะให้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ทําหนังสือชี้แจง ถึงรายละเอียดในการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไปยังที่ทําการองค์การบริหารส่วนตําบล ก็ดี หรือเทศบาลก็ดี ว่าจะได้ดําเนินการจัดสรรเงินไปเมื่อไร
อีกเรื่องหนึ่งก็คือค่าตอบแทนของ อสม. ก็ฝากทางกระทรวงสาธารณสุข ว่าจะดําเนินการที่จะส่งเงินไปยังสาธารณสุขจังหวัดเพื่อแจกจ่ายให้กับ อสม. ได้เมื่อใด เพราะว่ามีผู้สอบถามเปึนจํานวนมากไม่ว่าทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแล้วก็เงิน อสม.
อีกเรื่องหนึ่งก็ในพื้นที่ของจังหวัดนนทบุรีนั้น ในส่วนอําเภอบางบัวทอง ปากเกร็ดและไทรน้อยมันจะมีพื้นที่ที่ยังไม่มีน้ําประปา ผมเองก็ได้มีการประสานงานกับ องค์การบริหารส่วนตําบลหลาย ๆ ตําบลก็ทราบว่าได้มีการเสนอไปยังการประปานครหลวง แล้วแต่มีปัญหาครับท่านประธาน เนื่องจากงบประมาณในการที่จะไปวางท่อนั้นอาจจะ ไม่คุ้มค่า ก็ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่กํากับดูแลการประปานครหลวงว่า สามารถดําเนินการลดขั้นตอนหรือลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้น้ําประปาในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี นั้นมีใช้อย่างทั่วถึง
อีกเรื่องเรื่องสุดท้าย ก็คือเนื่องจากการขนส่งทางน้ําตั้งแต่จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรีและมายังจังหวัดสมุทรปราการซึ่งผ่าน กทม. นั้น ปรากฏว่าปัจจุบันนี้ ยังไม่มีการที่จะพัฒนาเท่าที่ควรครับ ก็ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมยังไม่มีการที่จะพัฒนาเท่าที่ควร ก็ฝากท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่กํากับดูแลกรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี ช่วยดําเนินการปรับปรุงแก้ไขให้ขนส่งทางน้ําโดยใช้แม่น้ําเจ้าพระยาเปึนหลักนั้นสามารถ ดําเนินการขนส่งทางน้ําได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไป ๖ ท่านก็จะเรียงตามนี้ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ คุณฮอชาลี ม่าเหร็ม คุณสมคิด บาลไธสง นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ และคุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย เชิญ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ครับ
ท่านประธานครับ ผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส. เพื่อไทย จากจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ เรื่องที่เราเคยพูดกันอยู่หลายครั้งหลายหน แล้วก็เคยประชุมหารือกัน ก็มากมาย ในบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดูแลของกระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าจะเปึนกรมส่งเสริม การเกษตร ไม่ว่าจะเปึนกรมทางหลวงชนบท ซึ่งอยู่ในซีกของกระทรวงคมนาคม ซึ่ง อยู่ในความดูแลของพรรคภูมิใจไทย ต้องเรียนว่าวันนี้พี่น้องประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ กันมากว่าวันนี้แปลกประหลาด ท่านประธานครับ ในพื้นที่ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดนครราชสีมา หลาย ๆ พื้นที่ในหลาย ๆ จังหวัด ถ้าหากว่าไม่ใช่คนของตัวเอง ไม่ได้อยู่ในซีกของตัวเอง งบประมาณนี้อย่างไรก็ตามจะบล็อก (Block) เอาไว้ ไม่จัดลงไปให้หรอกครับ ทั้ง ๆ ที่เปึน ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมไม่แน่ใจว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยคนนี้เข้าใจผิดหรือเปล่า ว่านั่นคือสิ่งที่ท่านกําลังทําความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั้งหลาย ทั้งในโคราช จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัด อุบลราชธานี มีหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดหนองคายทั้งหลายทั้งปวงจะเห็น ได้เลยว่านี่คือการสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยเพียงแต่คิดว่าอ้ายนี่ ไม่ใช่พวก ไม่ใช่ ส.ส. ในซีกของตัวเอง งบประมาณไม่จัดลงไปให้บล็อกมันเอาไว้ ทั้ง ๆ ที่เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ถ้าเกิดว่าผู้แทนราษฎรที่อยู่ในจังหวัดอื่น ไม่ได้อยู่ในซีกของตัวเองอย่าหวังเลยอย่างนี้ ผมว่านี่คืออันตราย เสร็จแล้วท่านประธาน ครับ ต้องเรียนตรง ๆ ว่าวันนี้จะไปได้ในส่วนที่อยู่ในซีก ซึ่งอาจจะไม่ใช่ผู้แทนราษฎร แต่ว่า มีอะไรต้องไปติดต่อคนของเขา แล้วก็มุบมิบกัน ทํางบประมาณจัดสรรกันในการที่จะ จัดซื้อจัดจ้าง ท่านประธานครับ วันนี้ต้องผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านบอกว่า ท่านบริสุทธิ์ ท่านยุติธรรม ท่านเห็นเรื่องของการทุจริต คิดไม่ชอบ เปึนเรื่องใหญ่ ท่านต้อง ลงมาแก้ไข อย่ารู้เห็นเปึนใจด้วยกัน นี่คือสิ่งที่เปึนปัญหาอย่างยิ่งครับท่านประธาน นี่คือ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ที่นี่ แต่นั่นคือความเดือดร้อนจริง ๆ ว่าทําไมถึงต้องทํากันอย่างนี้ในบ้านนี้ เมืองนี้ ในยุคนี้ ในยุคที่ท่านอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรี นี่เปึนเรื่องแรกที่ต้องบอกไปยังพี่น้องผ่านไปยัง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้เลยว่าไม่ใช่เฉพาะในโคราชครับ ไม่ใช่เฉพาะ ในอําเภอพิมายที่มาวันนี้ ที่นั่งอยู่ข้างบนนี้พี่น้องจากอําเภอพิมาย ไม่ใช่ ทุกแห่ง เปึนอย่างนี้หมด
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมทําหนังสือร้องมาถึงประธาน คณะกรรมาธิการของคุณวิลาศนี่ละครับ เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องของการทุจริต ในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับโคราชทั้งหมด ซึ่งต้องเรียนว่าวันนี้ต้องผ่านไปยังท่านประธานว่าท่านได้เอาใจใส่เปึนอย่างดี บรรจุวาระ เรียบร้อยหมด เพื่อขุดคุ้ยเอาความจริงให้ปรากฏ และนอกเหนือจากนั้นครับท่านประธาน เรื่องที่ ๒ สั้น ๆ นิดเดียวครับ วันนี้แปลกจริง ๆ ครับกระทรวงมหาดไทยชาวบ้าน ท่านกํานัน ตําบลจระเข้หิน ที่อําเภอครบุรี ชาวบ้านอีก ๓๐๐ กว่าคน พยายามปกปัอง ผืนป์า แล้วก็ระดมพี่น้องประชาชนไปปลูกป์าครับ ท่านประธานครับ เสร็จแล้วก็ปรากฏว่า นายอําเภอไปเรียกบอกว่าอย่าไปยุ่งกับป์าผืนนี้นะ ผืนนี้มีนายทุนเขาครอบครองอยู่แล้ว ทั้ง ๆ ที่เปึนป์าไม้ที่จะต้องช่วยกันรักษา ปรากฏว่านายอําเภอเรียกไปครับ วันนี้ ยุคนี้ หรือครับ นายอําเภอที่เปึนคนของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การกํากับดูแล ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวันนี้ ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับว่าให้ช่วยกันคิดใหม่วันนี้ ผืนป์าต้องปกปัองรักษา ไม่ใช่ปล่อยอย่างนี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
คุณฮอชาลี ม่าเหร็ม ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ กระผม มี ๓ เรื่อง ภายใน ๓ นาที ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๑ ในเรื่องของการก่อสร้างถนน ๔ เลน สายฉลุงมายังอําเภอละงู จังหวัดสตูล ซึ่งเปึนโครงการที่ปรากฏอยู่ในงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ แล้วก็มีการผ่านสภา เปึนที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมอยากจะถามไปยังกระทรวงคมนาคมว่า ณ ขณะนี้ยังมิได้ มีการดําเนินการก่อสร้างถนน ๔ เลนสายนี้ ติดปัญหาในเรื่องอะไร ติดปัญหาในเรื่องของ การจัดซื้อจัดจ้าง หรืออย่างไรก็ขอให้ได้แจ้งกลับมายังที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย นะครับ จะได้แจ้งให้กับชาวบ้านทราบ
เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าในเรื่องของการจัดตั้งสาขาของมหาวิทยาลัยราชภัฏ สงขลา ซึ่งทางพวกกระผมซึ่งเปึนผู้แทนราษฎรในพื้นที่ได้ประสานงานกับ อบต. แล้วก็ ทางอําเภอหาพื้นที่ให้ในการจัดตั้งสาขามหาวิทยาลัย ๓๐๐ กว่าไร่ แล้วอําเภอก็อนุมัติ เปึนที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้จัดประสานเรื่องของงบประมาณในการวางมาสเตอร์ แพลน (Master plan) เปึนที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ทําเสร็จแล้วนะครับ ก็อยากจะฝากไปยัง กระทรวงศึกษาธิการได้กรุณาจัดตั้งงบประมาณหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กรุณาจัดตั้ง งบประมาณเปึนการเร่งด่วน เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ซึ่งพื้นที่สตูลเปึนพื้นที่ ที่สงบ ปลอดภัย น่าอยู่ แล้วก็น่าศึกษา น่าไปเรียน ได้มีมหาวิทยาลัยเปึนแห่งแรก ของจังหวัดครับ นั่นคือสิ่งที่เปึนความใฝ์ฝันของพี่น้องในพื้นที่ตรงนี้ นั่นคือเรื่องที่ ๒ ครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ในพื้นที่ของเขตพื้นที่สาธารณประโยชน์ซึ่งอยู่ ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ตั้งอยู่ในเขตของอําเภอทุ่งหว้า ตอนนี้ เปึนที่ตั้งของวัด เปึนที่ตั้งของ อบต. เปึนที่ตั้งของส่วนราชการต่าง ๆ แต่ยังไม่มีเอกสาร สิทธิ แล้วก็ทางกรมที่ดินได้ไปรังวัดเพื่อที่จะได้จัดสรรพื้นที่ให้กับราษฎรแล้วก็ส่วนที่เปึน ส่วนราชการต่าง ๆ แต่ทางกรมป์าไม้ได้คัดค้าน อ้างว่าเปึนพื้นที่ของกรมป์าไม้ แต่ส่วนของ กรมที่ดินบอกว่านี่เปึนที่ดินของที่สาธารณประโยชน์ มีหลักฐานชัดเจน ว่าได้ถูกบันทึก เอาไว้ตั้งแต่จังหวัดสตูลนั้นอยู่ในมณฑลนครศรีธรรมราช มีเนื้อที่ ๒,๐๐๐ ไร่ แต่ทางกรมป์าไม้ก็คัดค้านมาว่าเปึนพื้นที่ของกรมป์าไม้ เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนปัญหาอย่างนี้ ราษฎรได้รับผลกระทบ ก็ขอให้ส่วนราชการได้ตกลงกันให้ชัดเจนว่าพื้นที่นี้เปึนของที่ สาธารณประโยชน์อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทยหรือเปึนของกรมป์าไม้ให้ชัด แล้วก็ชาวบ้านก็จะได้รู้ว่าจะได้ติดต่อประสานงานกับส่วนราชการไหนนะครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
คุณสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากหนองคายนะครับ ผมขอหารือกับท่านประธาน อยู่ ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรกก็เรื่องเกี่ยวกับของบปรับปรุงสะพานข้ามห้วยหลวงแห่งที่ ๒ อําเภอโพนพิสัย ซึ่งเรื่องเกิดขึ้นเนื่องจากว่าปากประตูน้ําห้วยหลวงที่เริ่มต้นของ โขง-ชี-มูล ถึงฤดูฝนก็มีการเป่ดน้ํา เมื่อเป่ดน้ําแล้วบริเวณนั้นมันโค้งก็เลยไปปะทะกับโบสถ์วัด ก็ทําให้ฝัืงทางวัดเสียหายมาหลายป้ แล้วก็มีการสร้างพนังกั้นน้ํา น้ํากลับไปกระแทกที่ฝัืง พอสร้างเสร็จด้านหนึ่งไม่ได้คิดเตรียมไว้มันก็หลบเข้ามากระแทกที่สะพานแห่งที่ ๒ ซึ่งสร้างเสร็จไม่นาน เดี๋ยวนี้เสียหายมาก โรงไฟฟัากับบ้านประชาชนกําลังจะพังแล้วครับ แล้วทีนี้หัวสะพานตรงที่เชิงสะพานก็ขาดทําให้ยุบตัวลง แล้วการสัญจรไม่ได้ ก็ขอให้ กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้รีบดําเนินการโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับ ชลประทานนะครับ แล้วก็กระทรวงคมนาคม เรื่องทางหลวงชนบทที่รับผิดชอบสะพาน แห่งที่ ๒ ได้ปรับปรุงสะพานด่วนด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องการทุจริตการซื้อขายเกี่ยวกับโครงการเศรษฐกิจพอเพียง อย่างที่หลายท่านได้พูดมาแล้ว ที่บ้านผมก็มีปัญหาเหมือนกัน มีปัญหาคือการซื้อขาย โดยผมคิดว่าคนเปึนนายหน้าซื้อขายคือข้าราชการนะครับ เท่าที่ฟังมา ผมจะไม่เอ่ยชื่อ เดี๋ยวจะเปึนการกล่าวร้ายเขา ถ้าใครอยากรู้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถามหาผม เดี๋ยวผมจะบอกเอง เปึนเรื่องทุจริตการซื้อขายนี้โดยที่เดี๋ยวนี้ได้เงินทองกันเรียบร้อยแล้ว แต่ของอะไรไม่มีเลย ยังไม่มี อันนี้ก็ขอฝากไปหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงนี่ละครับ เอสเอ็มแอล (SML) เดิมนี่ละครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องนี้ก็เปึนเรื่องเกี่ยวกับตลิ่งริมแม่น้ําโขงที่ผมเคยพูดมาตลอด ว่ามันพังมาตลอด บังเอิญงบประมาณอันนี้ได้รับไปสร้างเมื่อป้ที่แล้ว ตอนนี้พัง อีกแล้วครับ ที่บ้านเวิน อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย สร้างยังไม่ถึง ๑ ป้ ก็ขอให้ ผู้รับผิดชอบ หรือผู้รับเหมาที่มีส่วนพัวพันให้รีบไปแก้ไข มันยุบไปหลายเมตรนะครับ ขอบคุณมากครับ
นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ผมจะหารือท่านประธานในวันนี้
เรื่องแรก ก็คือเรื่องศูนย์ดําเนินการเดินสํารวจโฉนดที่ดิน ซึ่งเปึนหน่วยงาน ในกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ที่ตั้งขึ้นมาเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ในการออกโฉนดที่ดินให้รวดเร็ว คล่องตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อจะช่วยเหลือสํานักงาน ที่ดินในแต่ละจังหวัด ซึ่งงานเขาล้นมืออยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้ศูนย์ดังกล่าวกระจายอยู่ ทั่วประเทศ จํานวน ๓๒ ศูนย์ สามารถจะออกโฉนดให้กับพี่น้องประชาชนได้เปึนแสน ๆ รายนะครับต่อป้ แต่เนื่องจากว่าในป้ ๒๕๕๓ นี้ ทางกรมที่ดินมีแนวคิดที่จะยุบรวมศูนย์ อันนี้ จากเดิม ๓๒ ศูนย์ ให้เหลือเพียง ๒๖ ศูนย์ แล้วก็จะควบรวมจังหวัดที่อยู่ในการดูแล ของศูนย์เดิมให้ไปขึ้นอยู่กับศูนย์ข้างเคียง อันนี้นะครับ ศูนย์ที่จังหวัดตรังปรากฏมีข่าวว่า จะโดนยุบด้วยนะครับ เดิมศูนย์ที่จังหวัดตรังจะรับผิดชอบอยู่ที่ ๓ จังหวัด คือจังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง แล้วก็จังหวัดสตูล เมื่อยุบแล้วต่อไปศูนย์จังหวัดตรังก็จะต้องไปขึ้นกับ จังหวัดกระบี่ ส่วนจังหวัดพัทลุงจะต้องไปขึ้นกับจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสตูล ต้องไปขึ้นกับจังหวัดสงขลา อันนี้ได้ก่อให้เกิดคําถามกับพี่น้องประชาชนว่า ทําไมต้องยุบ ด้วยล่ะครับ งานที่ทํามาเรียบร้อยดีแล้วหรือ เพราะตามสายตาของพี่น้องประชาชนเขา รู้สึกว่ายังไม่เรียบร้อยครับ ยังมีพี่น้องประชาชนที่ต้องการออกโฉนดอีกเปึนจํานวนมาก แล้วต่อไปอย่างพี่น้องชาวจังหวัดตรัง ถ้าจะให้ไปที่จังหวัดกระบี่เขาคงจะไม่ไปหรอกครับ เพราะฉะนั้นภาระหนักก็ย่อมกลับมาตกให้กับสํานักงานที่ดินที่จังหวัดอีก ซึ่งเมื่อไปยื่น เรื่องแล้ว ขอกราบเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่า ต้องใช้เวลาเปึนหลายเดือนกว่าจะได้เรื่อง จึงขอเรียนหารือไปยังกรมที่ดินผ่านท่านประธาน ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยช่วยกรุณา ทบทวนเรื่องนี้ แล้วก็ถ้าเปึนไปได้ก็คืออย่ายุบศูนย์ที่จังหวัดตรังครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ กราบขอบพระคุณที่ท่านประธานให้โอกาสดิฉันได้หารือในวันนี้
เรื่องแรกที่อยากจะหารือ เนื่องจากพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิของดิฉันค่ะ คงจะไม่เฉพาะแค่เขตของดิฉันค่ะ เขามีความกังวลใจ เนื่องจากต่างประเทศได้มีการขอ ขึ้นทะเบียนดอกกระเจียวค่ะ ซึ่งตรงนี้ท่านประธานคะ มันเปึนอุทยานแห่งชาติที่มี ดอกกระเจียว ที่จังหวัดชัยภูมิเรามีอุทยานแห่งชาติป์าหินงามที่มีทุ่งดอกกระเจียว ไม่ใช่แค่ ที่นี่ค่ะที่มี แต่ว่าเรามีหลายทุ่งที่มีดอกกระเจียวขึ้น ตรงจุดนี้ถ้าเราปล่อยให้ต่างชาติมาขึ้น ทะเบียนดอกกระเจียวได้ ก็จะทําให้เสียผลประโยชน์ของชาติ ทั้งในแง่การส่งหัวออกไป ขายยังต่างประเทศ แล้วก็ยังเสียในแง่ของเรื่องการท่องเที่ยวของประเทศไทยด้วยค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยหาวิธีแก้ไขปัญหา ในการที่จะคัดค้านการขึ้นทะเบียนดอกกระเจียวของจังหวัดชัยภูมิ แล้วก็ของจังหวัดอื่น ๆ ที่มีดอกกระเจียวด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน ตอนช่วงที่ป่ดสมัยประชุม ดิฉันก็ได้มีโอกาส ออกไปพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องในท้องที่ของดิฉัน ก็พบว่าเขามีความเปึนห่วงค่ะ โดยเฉพาะผู้นํา ก็คือผู้ใหญ่บ้านและกํานัน เขาถามกับดิฉันทุกคนเลยค่ะว่า ส.ส. เดือนตุลาคม ๒๕๕๓ นี้ จะได้รับเงินเดือนขึ้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่บอกเอาไว้หรือเปล่า ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยดู แล้วก็จัดการในเรื่องที่เคย บอกกล่าวเปึนนโยบายกับผู้นํา ก็คือผู้ใหญ่บ้าน กํานัน สารวัตรกํานัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ด้วยค่ะ ช่วยดูแล้วก็จัดการในเรื่องที่เคยบอกกล่าวเปึนนโยบายกับผู้นํา ก็คือ ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน สารวัตรกํานัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๓ เนื่องจากดิฉันได้ออกไปประสบพบเจอด้วยตัวเองก็คือ เรื่องเกี่ยวกับถนนหนทาง ไม่ว่าจะเปึนทางสายจากตําบลหนองบัวโคกลงไปถึงจังหวัด ชัยภูมิ หรือว่าจากอําเภอสีคิ้วลงไป เส้นทางนี้เปึนหน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือของ กรมทางหลวง ซึ่งก่อสร้างได้แล้วเสร็จไม่นานจากช่วงตําบลหนองบัวโคกเข้าไปถึงใน จังหวัดชัยภูมิเลย ปรากฏว่าถนนเพิ่งก่อสร้าง ดิฉันว่าไม่น่าจะเกิน ๒ ป้ น่าจะป้นิด ๆ ตรงนี้ ถนนเสียแล้ว เพิ่งก่อสร้าง ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดูแล แล้วก็แจ้งผู้รับเหมาให้ช่วยมาจัดการแก้ไขปัญหาที่ไม่ได้มาตรฐานในการ ก่อสร้าง แล้วอีกนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน ถนนในเขตหมู่บ้านทุกหมู่บ้านในจังหวัดชัยภูมิ ยังเปึนหลุม เปึนบ่อ ยังไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ บางหมู่บ้านยังเปึนถนนดินแดง ถนนลูกรัง เขาก็ฝากว่าจะเปึนไปได้ไหม รัฐบาลจะหาถนนหนทางเพื่อมาอํานวยความสะดวก ในการขนพืชผลทางการเกษตรออกมาจําหน่าย หรือว่าจะทําให้เขาเดินทางสัญจรไปมา โดยสะดวก ตรงจุดนี้พี่น้องเขาฝากผ่านดิฉันมาหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องคือ กรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวงให้ช่วยพิจารณาในเรื่องที่เกี่ยวกับ ความเดือดร้อนในเรื่องถนนหนทางที่สัญจรด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เหลืออีก ๔ ท่านนะครับ คุณชนินทร์ รุ่งแสง คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ คุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ และคุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เชิญคุณชนินทร์ รุ่งแสง ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ จะขออนุญาตท่านประธานหารือผ่านไปยังกระทรวงการคลัง เนื่องจากปัญหาเดือดร้อนของนักเรียนและประชาชนบริเวณโรงเรียนบางยี่ขันวิทยาคม ซอยจรัญสนิทวงศ์ ๔๒ เขตบางพลัด จังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเปึนปัญหาที่ค้างคามา นาน ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ เปึนปัญหาที่นักเรียนโรงเรียนดังกล่าวเรียนกันโดยที่โรงเรียนนั้นไม่มี รั้วรอบขอบชิดทําให้เกิดความเสี่ยง แล้วก็บริเวณรอบ ๆ เปึนบริเวณที่รกร้างว่างเปล่าทํา ให้ประชาชนบริเวณนั้นอาจเกิดอันตรายได้ เนื่องจากไม่มีการไปดูแลพัฒนา สาเหตุก็เกิด จากทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมธนารักษ์ยังไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ตรงนี้ ให้กับกรุงเทพมหานครตามที่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ซึ่งขณะนี้มีการยืนยัน จากทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมว่า ได้ส่งคืนพื้นที่ให้กับกรมธนารักษ์เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นติดตรงที่กรมธนารักษ์ยังไม่ได้ส่งพื้นที่ประมาณ ๑๐ กว่าไร่ให้กับทาง กรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นก็อยากจะเร่งรัดไปยังกรมธนารักษ์ผ่านท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดําเนินการเรื่องนี้โดยด่วน เพราะว่าถ้าหากไม่ส่งพื้นที่ให้กับทาง กรุงเทพมหานครก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปปรับปรุงดูแลบริเวณดังกล่าวได้ จะทําให้นักเรียน ๗๐๐ กว่าคน แล้วก็ประชาชนบริเวณนั้นเกิดความเสี่ยงแล้วก็ได้รับอันตรายได้ เพราะฉะนั้นก็ขอเรียกร้องตรงนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เคยได้หารือกับทางรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังไปหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ก็ไม่เข้าใจว่า ไม่เห็นใจ ถึงความเดือดร้อนตรงนี้เลยหรืออย่างไร ก็ขอหารือท่านประธานไปอีกครั้งหนึ่ง ให้ช่วยติดตามเร่งรัดเรื่องนี้เพื่อที่จะส่งมอบพื้นที่ให้กับกรุงเทพมหานครไปดูแลเรื่องนี้ครับ ขอบคุณมากครับ
คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ค่ะ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ ขออนุญาตและขอกราบขอบพระคุณที่ให้โอกาสในการหารือ ก็มีเรื่องของความเดือดร้อน ของพี่น้องเกษตรกรชาวผู้ปลูกไร่ข้าวโพด จังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ คือในป้นี้เปึนป้ซึ่งผลผลิตทางด้านข้าวโพดของเกษตรกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ออก แล้วก็หลาย ๆ จังหวัดเท่าที่ทราบเมื่อเช้านี้ซึ่งได้รับความเดือดร้อนก็คือจังหวัดน่าน แล้วก็ รอบจังหวัดเพชรบูรณ์ ก็จะมีทั้งจังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดเลย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดพิจิตร จังหวัดลพบุรี โดยทั่วถึงกันก็คือปัญหาว่าในป้นี้ เนื่องจากนโยบายของรัฐบาล แต่เดิมเราจะมีการรับซื้อโดยการจํานําราคาแต่ป้นี้ เปลี่ยนรูปแบบการทําธุรกรรมในตรงนี้ให้กับเกษตรกรโดยการเปลี่ยนเปึนการประกันราคา แต่ทีนี้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเปึนต้นมา ก็มีได้รับความเดือดร้อน เพราะว่าข้าวโพดออกแล้ว ของจังหวัดเพชรบูรณ์จะออกเร็วกว่าหลายจังหวัด ก็ตั้งแต่ ต้นเดือนกรกฎาคมเปึนต้นมาก็ทยอยออกไป แต่ปัญหาก็คือว่าในตอนนี้ออกไปแล้วพ่อค้า รับซื้อในราคาที่ต่ํามาก ทีนี้ก็เร่งรัดทางฝ์ายรัฐบาล ปรากฏว่าตามหนังสือที่จะแนบ ให้ท่านประธานได้เห็นทั้งหมด ๕ ข้อ ที่เกษตรกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์เรียกร้องให้รัฐบาล ช่วยเร่งดําเนินการ ขอยกตัวอย่างอันหนึ่งซึ่งเปึนการเร่งด่วน รัฐบาลควรจะจัดการได้เลย ในส่วนของการกําหนดราคารับซื้อ ตอนนี้ท่านกําหนดไว้ว่ารับซื้อกิโลกรัมละ ๗.๑๐ บาท ในความชื้น ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็กระบวนการโพรเซส (Process) ทางด้านการ จดทะเบียนเกษตรกร โพรเซสบัญชีของผู้ค้าข้าวโพด เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดของ ธ.ก.ส. เอง ก็ยังไม่เสร็จ แล้วก็จะเริ่มดําเนินการได้ รัฐบาลบอกว่าวันที่ ๑๖ สิงหาคม ซึ่งใกล้อีก ๒ วันที่จะถึงนี้แล้ว ก็คือวันอาทิตย์ แต่ ณ วันนี้ราคากลางที่ท่านบอกว่าท่านจะกําหนดให้ พ่อค้าซื้อในวันที่ ๑๖ นี้ ก็ยังไม่ปรากฏออกมา คิดว่าจะมีปัญหาในตรงนี้ ก็อยากจะให้ทาง สภาได้ช่วยกรุณาได้เข้าดูตรงนี้ด้วยว่าที่กําหนดให้ขายในราคา ๗.๑๐ บาท ในความชื้น ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าความชื้นของข้าวโพดที่ออกมาในมือของเกษตรกรมันไม่ได้ ตามนั้น ส่วนหนึ่งที่เราขอก็คือขอให้กําหนดราคาตรงความชื้นที่ ๒๐-๒๕ เปอร์เซ็นต์ ในตรงนั้น เพื่อว่าในเวลาที่ขนไปแล้วก็จะได้ไม่โดนพ่อค้าบีบราคารับซื้อเหมือนผีถึงป์าช้า
แล้วอีกอย่างหนึ่งท่านก็บอกว่าในการรับซื้อป้นี้จะรับซื้อช่วยเหลือเกษตรกร ได้ ๑๕ ตันต่อครัวเรือน การพิจารณาในตรงนี้ทราบข่าวออกมาแว่ว ๆ ว่า จะขยายให้เปึน ๒๐ ตันต่อครัวเรือน ไม่ทราบว่าเปึนจริงแค่ไหน เกษตรกรก็ยังงุนงงอยู่ รายละเอียดและความเดือดร้อนที่รัฐบาลควรจะเร่งแก้ไขอยู่ใน ๕ ข้อตามเอกสารที่แนบให้ ท่านประธานได้พิจารณาค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ก็ยังเหลือผู้หารือได้อีก ๒ ท่าน คือคุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ แล้วก็ในส่วนของพรรค เพื่อไทย ซึ่งคุณประเสริฐลงชื่อไว้ บัดนี้มาแล้ว เมื่อครู่ผมประกาศเปึนคุณเกียรติ์อุดมไป ก็ต้องขอทั้ง ๓ ท่าน ท่านรัฐมนตรีวิชาญ กับคุณประเสริฐ คุณเกียรติ์อุดมหารือกันว่า ของใครจะเปึนเรื่องสําคัญที่จะหารือ คุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พรรคกิจสังคม จังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่ผมเองอยากจะหารือมีอยู่ ๓-๔ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก เปึนเรื่องของนโยบายเกี่ยวกับเรื่องการประกันราคาพืชผล ทางการเกษตร ซึ่งเปึนสิ่งที่ดีพี่น้องประชาชนจะได้ทราบว่าป้นี้เขาจะขายข้าว ขายลําไย ขายข้าวโพดได้ราคาเท่าไร แต่สิ่งที่ได้รับร้องเรียนมาก็คือว่าการประกันราคาข้าว พี่ น้อง ประชาชนได้เรียนฝากถามมา บอกว่ามีโควตารายละไม่เกิน ๒๐ ตัน ซึ่งพี่น้องประชาชน นั้นมีความสามารถในการที่จะปลูกข้าวได้รายละ ๓๐ ตันบ้าง ๔๐ ตันบ้าง ๕๐ ตันบ้าง บางท่านทําถึง ๑๐๐ ไร่ ก็ได้ประมาณสัก ๙๐ ตัน ๘๐ ตัน ทีนี้อยากจะให้ ทางราชการได้หาวิธีการที่จะได้ช่วยเหลือในระดับที่ผ่อนปรนให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่า ๒๐ ตันนั้นคิดว่าน้อยเกินไปสําหรับพี่น้องประชาชน ก็ฝากทางท่านประธานสภา แจ้งไปยังรัฐบาลได้หาทางผ่อนปรนให้มันมีจํานวนที่เพิ่มขึ้นจาก ๒๐ ตัน เปึน ๓๐ ตัน หรือ ๔๐ ตัน และเรื่องราคาข้าวปัจจุบันนี้ได้รับการร้องเรียนว่ามีราคาที่ตกต่ํามาก เหลือเกวียนละ ๖,๐๐๐ กว่าบาท ก็ฝากทางรัฐบาลให้ช่วยไปดูแลด้วยจังหวัดพิษณุโลก ครับ
เรื่องที่ ๒ โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งก็ใกล้จะหมดป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ แล้ว แต่โครงการเศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดพิษณุโลกนั้นไม่ได้รับผลกระทบ เท่าไร ในเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือมีการทุจริตอะไร เพียงแต่ว่า โครงการที่ขอไปมันเปึนโครงการที่เคยทํามาในอดีต อย่างเช่น การก่อสร้าง ศาลาอเนกประสงค์ในหมู่บ้าน การขยายท่อประปา อย่างนี้ทําไม่ได้ ผมเองก็ไม่ทราบ เหตุผลว่าสิ่งเหล่านี้ที่เคยทําได้ในลักษณะโครงการ เอสเอ็มแอล แต่ปัจจุบันนี้ทําไม่ได้ เพราะอะไร ทําไมถึงต้องมีข้อระเบียบที่จํากัดอย่างมาก แต่ปัจจุบันนี้ทําไม่ได้ เพราะอะไร นะครับ ทําไมถึงต้องมีข้อระเบียบที่จํากัดอย่างมาก ก็ขอให้รัฐบาลได้ผ่อนปรนในตรงนี้ ด้วย เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างถูกต้องและตรงกับ ความต้องการครับ
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องของจังหวัดพิษณุโลกนั้น มีแม่น้ําสายหลักพาดผ่านถึง ๒ สายด้วยกัน คือแม่น้ําน่านและแม่น้ํายม สิ่งที่เปึนปัญหาที่เกิดขึ้นคือแม่น้ําน่านมีการ พังทลายของตลิ่งริมแม่น้ําน่าน ฤดูฝนทุกป้ก็จะพังทุกป้ จนบัดนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งจะฝากกรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี กรมโยธาธิการและผังเมืองให้ช่วยดูแล ตรงนี้ด้วย
เรื่องสุดท้าย อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ขอฝากรางวัลกํานัน ผู้ใหญ่บ้านดีเด่น จังหวัดพิษณุโลกเองเปึนจังหวัดที่ใหญ่ รางวัลกํานัน ผู้ใหญ่บ้านดีเด่นนั้นเมื่อเทียบกับ จังหวัดพิจิตรซึ่งเปึนจังหวัดที่เล็กกว่า จังหวัดพิจิตรมีรางวัลถึง ๒ รางวัล แต่จังหวัด พิษณุโลกมีรางวัลเดียว อยากจะให้เปลี่ยนเกณฑ์ในการพิจารณาตรงนี้ด้วยเพื่อที่จะเปึน ขวัญและกําลังใจให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการทํางานเพื่อพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ
ก็เหลืออีกท่านเดียวนะครับ วันนี้จะให้หารือ ๑ ชั่วโมงเต็ม ซึ่งก็เหลืออีกท่านเดียว สําหรับ ท่านที่ต้องการจะหารือนะครับ ท่านประธานสภาได้กําหนดวิธีการและหลักเกณฑ์ ไว้ชัดเจนว่า ท่านใดต้องการจะหารือก็ขอให้แจ้งรายชื่อไว้กับสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรไว้ก่อนล่วงหน้าในตอนเช้า เพราะฉะนั้นผมจะให้ ๓ ท่าน ท่านประเสริฐ ท่านวิชาญ ปรึกษาหารือกับท่านเกียรติ์อุดม หารือกันว่าใครจะเปึนผู้หารือ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เราได้หารือกัน ๓ ท่านแล้วนะครับ บอกว่าจะขอเวลา ขอความ เมตตาจากท่านประธานทั้ง ๓ ท่าน แต่จะเฉลี่ยเวลาให้ลดลงท่านประธานครับ ผมนี้จาก ๓ เรื่องจะเหลือเรื่องเดียวครับ จึงเรียนมาเพื่อให้ท่านประธานขออนุญาตครับ
ท่านใช้ในเวลา ๓ นาทีนะครับ ผมจะต้องรักษากติกาที่เรากําหนดไว้นะครับ เมื่อครบ ๓ นาที ผมก็จะตัดเลยนะครับ
คนละ ๑ นาทีครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องราคาอ้อย ขณะนี้ราคาอ้อยลําบากมาก ชาวไร่ขาดทุน ปุิยก็แพง แต่ราคาอ้อยถูกนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องสะพานข้ามแม่น้ําลําปาว เอาสั้น ๆ นะครับท่านประธาน จากอําเภอกุมภวาป้ไปอําเภอศรีธาตุขณะนี้ทรุดโทรมมากนะครับ เพราะว่ารถวิ่งไปมา เยอะเหลือเกินครับท่านประธาน อย่างไรก็ฝากท่านไปถึงผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับผิดชอบด้วย ท่านประธาน เอาสั้น ๆ นะครับ แล้วก็ขอบคุณมากนะครับ
คุณประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องขอจากราษฎรในเขตอําเภอพระทองคํา และอําเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา ว่าอําเภอทั้ง ๒ นั้น ได้รับการยกฐานะ เปึนอําเภอมาหลายป้แล้ว แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีสํานักงานที่ดินประจําอําเภอทั้ง ๒ อําเภอ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกํากับ ดูแลกรมที่ดิน ขอให้ดําเนินการจัดตั้งสํานักงานที่ดินประจําอําเภอทั้ง ๒ อําเภอดังกล่าว นะครับ หรือถ้ายังไม่สามารถจัดได้ทันท่วงที ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ได้ไปประจําเพื่อไปบริการ พี่น้องประชาชนในเขตทั้ง ๒ อําเภอดังกล่าว เพราะว่าเวลานี้ต้องเสียค่ารถ ค่าน้ํามัน ไปอําเภอใกล้เคียงเปึนจํานวนมาก ขอกราบขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลาดีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากการที่ รัฐบาลเอง ผมไม่ทราบว่านโยบายใครนะครับ วันนี้ปัืนป์วนมากครับ การทํารายชื่อต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อตั้งร้องค้านต่อคนอีกกลุ่มหนึ่งในเรื่องของการยื่นถวายฎีกานะครับ ตอนนี้ ระบาดมาถึง กทม. แล้วครับ วันนี้ได้มี ว. ๘ มาถึงข้าราชการทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร ๕๐ สํานักงานเขต ข้าราชการเขาก็ตกใจครับ เขาบอกว่ามีการสั่งมาให้ตั้งโต๊ะตาม สํานักงานเขต แล้วให้ประชาชนมาลงชื่อค้านในเรื่องของการยื่นถวายฎีกา ผมอยากจะ เรียนถามว่าอันนี้เปึนนโยบายของทางรัฐบาลหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ แล้วใครที่มีอํานาจ ในเรื่องของการสั่งการดังกล่าว ถ้ามันผิดกฎหมายก็ควรที่จะดําเนินการจับกุมกับผู้ถวายฎีกา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าประชาชนกําลังสับสน แล้วเกิดความแตกแยกกันมากครับ เพราะฉะนั้นผมฝากทางท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่าเรื่องนี้จะต้องเร่งดําเนินการในเรื่อง ของการแก้ไขปัญหาครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมได้ใช้วิจารณญาณแล้วนะครับ วันนี้หารือกันแทบทุกพรรคยังเหลือ พรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกใหม่จากพรรคชาติไทยพัฒนาได้ยกมือจะขอ หารือ ท่านสมาชิกใหม่จากพรรคชาติไทยพัฒนาครับ ยังมีความประสงค์จะหารือไหมครับ
มีความประสงค์ค่ะ
ผม จะอนุญาตให้เปึนท่านสุดท้ายนะครับ เชิญคุณอุดร จินตะเวช ครับ
ขอบคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอุดร จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด อุบลราชธานี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ
เรื่องที่ ๑ เรื่องการของบประมาณสนับสนุนก่อสร้างหอประชุมให้ที่ว่าการ อําเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี อําเภอนาจะหลวยเปึนอําเภอชายแดนที่อยู่ ห่างไกลความเจริญ แบ่งการปกครองออกเปึน ๖ อําเภอ ๗๘ หมู่บ้าน มีประชากรทั้งสิ้น ๕๔,๒๔๗ คน ปัจจุบันอาคารที่ว่าการอําเภอก่อสร้างมาแล้วเปึนอาคารมาตรฐาน แต่ว่า อาคารหอประชุมยังเปึนอาคารหลังเก่าที่มีการทรุดโทรม แล้วก็คับแคบ เพราะฉะนั้น จะต้องซ่อมแซม ปรับปรุงให้ใช้งานได้ ซึ่งไม่เหมาะสมในสภาพปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการใช้สถานที่หอประชุมเพื่อประกอบงานรัฐพิธีสําคัญต่าง ๆ เช่น วันเฉลิม พระชนมพรรษา วันที่ ๑๒ สิงหาคม และวันที่ ๕ ธันวาคม มีประชาชนเข้าร่วมพิธีการ จํานวนมากจะต้องออกมาตั้งแถวหรือตั้งโต๊ะข้างนอกอาคาร ซึ่งทําให้ลําบาก เพราะฉะนั้น ทางท่านนายอําเภอ ท่านกํานัน ท่านผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนชาวอําเภอนาจะหลวย จึงฝากเรียนมายังท่านประธานให้ท่านประธานกรุณาฝากไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านอธิบดี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้อนุเคราะห์สนับสนุนงบประมาณเพื่อลงไปก่อสร้าง หอประชุมให้ด้วยค่ะ จะถือว่าเปึนพระคุณอย่างสูง
เรื่องที่ ๒ ของบประมาณสนับสนุนก่อสร้างหอประชุมให้อําเภอน้ํายืน จังหวัดอุบลราชธานี หอประชุมอําเภอน้ํายืน จังหวัดอุบลราชธานีหลังปัจจุบันนี้ ได้ดําเนินการก่อสร้างมาเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๑๖ จากเงินงบประมาณขององค์การ บริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จํานวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทถ้วน ซึ่งใช้ประโยชน์มา เปึนเวลา ๓๔ ป้แล้ว ปัจจุบันสภาพอาคารมีสภาพชํารุดทรุดโทรม และอําเภอนี้เปึนอําเภอ ชายแดนอยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านคือลาว และกัมพูชา ประชากรทั้งสิ้นมี ๖๗,๖๖๑ คน เพราะฉะนั้นสภาพอาคารจึงไม่เหมาะสม และไม่เพียงพอในการรองรับการประชุม เมื่อมี การประชุมหรือใช้ประโยชน์ในการจัดงานรัฐพิธีต่าง ๆ ทางท่านนายอําเภอน้ํายืน ท่านกํานัน ท่านผู้ใหญ่บ้านและข้าราชการ พร้อมประชาชนพี่น้องชาวอําเภอน้ํายืนจึงฝากเรียนมายัง ท่านประธานช่วยกรุณาฝากผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอธิบดี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอได้โปรดอนุเคราะห์สนับสนุนงบประมาณลงไปเพื่อก่อสร้าง หอประชุมหลังใหม่อันจะเปึนประโยชน์ในการใช้งานให้แก่ข้าราชการและพี่น้องค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ เปึนอันจบวาระหารือนะครับ แต่เผอิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ท่านมาอยู่ในที่นี้พอดี ท่านจะขอชี้แจงนะครับ ผมอนุญาตให้เปึนกรณีพิเศษ เพราะปกติการหารือจะเปึนหน้าที่ของสมาชิก แต่เมื่อ ท่านมาแล้ว เพื่อความรวดเร็วในการรับรู้ข่าวสาร ก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร ครับขอเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน ๓ นาที เช่นเดียวกันนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เปึนห่วงใยต่อเกษตรกรของเรา ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ถือว่าปัญหาของเกษตรกรนั้นเปึนปัญหา สําคัญที่สุดที่รัฐบาลจะต้องดูแล โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ซึ่งมี ๑๐ กว่าจังหวัดที่เปึนแหล่งเพาะปลูก แล้วก็รัฐบาลได้ดําเนินการในการรับจํานํามา เสร็จสิ้นไป บัดนี้รัฐบาลได้ดําเนินมาตรการใหม่เปึนการปฏิรูประบบของการเข้าไปดูแล เรื่องของรายได้ของเกษตรกรด้วยระบบการประกันราคา ความจริงระบบนี้ต้องถือโอกาสที่ จะเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อสื่อไปถึงเกษตรกร เพราะว่าจะเปึนการพัฒนา ระบบใหม่ หลังจากที่เราใช้ระบบการแทรกแซงตลาดด้วยมาตรการการจํานํา ในพืชเศรษฐกิจเกือบทุกชนิด แต่ว่าผลของการสรุปของปัญหาที่เกิดขึ้นก็ได้พบว่าในระบบ การจํานํานั้นมีเกษตรกรไม่เกิน ๓๐เปอร์เซ็นต์ ที่สามารถเข้าถึงมาตรการการช่วยเหลือ ของรัฐ ไม่ว่ากี่ยุค กี่สมัยที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นจึงได้กําหนดกลไกใหม่ที่เรียกว่า การประกันราคา ซึ่งผมอยากจะเรียนว่าเปึนระบบประกันกําไร เพราะว่าจะมีการกําหนด ในเรื่องของต้นทุนของข้าวโพด หรือว่าข้าว หรือว่ามันสําปะหลัง ซึ่งเราจะเริ่มในฤดู การผลิตนี้ บวกด้วยกําไรและค่าขนส่ง เพราะฉะนั้นจึงปรากฏว่าในส่วนของข้าวโพด เลี้ยงสัตว์นั้น ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคมนี้ได้กําหนดราคาประกันไว้ที่ ๗.๑๐ บาท ซึ่งถือว่าเปึนราคาที่เกษตรกรจากการประชุมร่วมกันมาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานั้น มีความพึงพอใจ แล้วก็ได้กําไรจากราคาดังกล่าว ส่วนการกําหนดมาตรฐานความชื้น ก็เปึนไปตามหลักเกณฑ์โดยทั่วไป หักกลบลบไปตามปริมาณความชื้นสูงต่ํา แต่ว่าก็ พยายามที่จะรับข้อพิจารณาที่ท่านสมาชิกห่วงใยในเรื่องของการปรับเกณฑ์ดังกล่าว ไปพิจารณา แต่ว่าในชั้นนี้ก็เรียนยืนยันได้ว่ายังคงไว้ตามมาตรการหลักเกณฑ์ที่ได้ ประกาศไว้นะครับ ขณะเดียวกันในส่วนของข้าวนั้นก็ขอสรุปสั้น ๆ ว่าจะเริ่มในฤดูกาลนาป้ สําหรับป้นี้ก็คือตั้งแต่พฤศจิกายนเปึนต้นไป โดยที่เกษตรกร ๓,๗๐๐,๐๐๐ ราย หรือ ๓,๗๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ซึ่งปกติจะเข้าถึงได้เพียงไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัวนั้น สามารถที่จะเข้าถึงในราคาที่ขณะนี้ได้อนุมัติราคาประกันสําหรับข้าวเจ้า ข้าวเปลือกเจ้าที่ ๑๐,๐๐๐ บาทนะครับ หลังจากที่ได้มีการคํานวณโดยบวกกําไรให้ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ จึงเรียนท่านประธาน แล้วสุดท้ายในประเด็นที่ว่าช่วงนี้ราคาข้าวตกต่ําเพราะว่าได้พ้น ฤดูการจํานํา จะเปึนช่วงของหัวเลี้ยวหัวต่อในการเชื่อมโยงกับระบบใหม่ ซึ่งก็ได้เข้าไปดู ในส่วนของมาตรการทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศเพื่อช่วยยกระดับราคาในช่วง ระหว่าง ๒ เดือนนี้ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบของการประกันราคาครับ จึงกราบเรียน ท่านประธานเพื่อแจ้งให้ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ
ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าเราจบการหารือประจําวันนี้แต่เพียงเท่านี้ครับ ต่อไปจะเปึน วาระกระทู้ถาม ก่อนจะเข้าวาระกระทู้ถามผมมีเรื่องที่จะเรียนให้พวกเราได้ทราบ เปึนเรื่อง สําคัญอยู่เรื่องหนึ่ง คือ เมื่อวันที่ ๒ ถึงวันที่ ๘ สิงหาคม รัฐสภาไทยเราได้เปึนประธาน จัดการประชุมรัฐสภาอาเซียนขึ้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี บรรยากาศเปึนไปด้วยความ เรียบร้อย ผลการประชุมเปึนความสําเร็จอย่างยิ่งนะครับที่ความร่วมมือของสมาชิก รัฐสภาอาเซียนได้มาทําความตกลงกัน ต้องขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิก วุฒิสภาที่ได้เข้าไปทําหน้าที่แทนพวกเราทุกคน ณ ที่นี้ เผอิญเพื่อน ๆ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรอาวุโสหลายท่านติดการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา งบประมาณไม่ได้ไปร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตามผมขอเรียนผลการประชุมย่อ ๆ ดังนี้
การประชุมครั้งนี้เปึนการประชุมของคณะกรรมาธิการใหญ่ ๆ ๔ คณะ คณะแรก คือ คณะกรรมาธิการด้านการเมือง มีท่านดอกเตอร์เจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนประธานการประชุม คณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ มีท่าน วุฒิสมาชิก อนุศาสตร์ สุวรรณมงคล เปึนประธานการประชุม คณะกรรมาธิการด้านสังคม มีท่านวุฒิสมาชิกพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ เปึนประธานการประชุม และการประชุมสมาชิก รัฐสภาสตรีอาเซียน มีท่านรองประธานวุฒิสภา ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทัศนา บุญทอง เปึนประธานที่ประชุม สําหรับการประชุมคณะกรรมาธิการร่างแถลงการณ์ร่วม ของสมาชิกรัฐสภาอาเซียน ผมได้ทําหน้าที่เปึนประธานในการประชุม และได้ร่าง แถลงการณ์ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมเปึนที่เรียบร้อยแล้ว เราได้มีข้อตกลงร่วมกัน หลายเรื่อง เรื่องสําคัญที่จะต้องเรียนบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทราบก็คือว่า ในอนาคตเราจะมีการตั้งคณะทํางานพิเศษขึ้นมา เพื่อสร้างความสอดคล้องของกฎหมาย ที่จะใช้ร่วมกันในรัฐสภาอาเซียน เช่น ความสอดคล้องทางด้านกฎหมายเรื่องการยึดทรัพย์ ข้ามชาติ ในเรื่องการปราบปรามยาเสพติด หรือเรื่องการกําหนดสารตั้งต้น เรื่องแรงงาน อพยพ เพราะฉะนั้นก็ต้องขอเรียนเชิญทุกท่านนะครับ เดี๋ยวสภาผู้แทนราษฎรจะสรุปผล การประชุมแล้วแจกให้ท่านได้ทราบในรังนกกระจอก ท่านใดมีความประสงค์จะมา ร่วมงานกับคณะทํางานพิเศษเหล่านี้ในคณะใดก็กรุณาแจ้งความจํานงด้วยนะครับ เพราะว่าปัญหาเรื่องเทคนิคข้อกฎหมายมีมาก ต้องใช้เวลาในการศึกษาค่อนข้างมาก ก็ขอแจ้งให้พวกเราได้ทราบทั่วกันนะครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๑ เปึนวาระกระทู้ถาม ขณะนี้มีสมาชิกทั้งสิ้น ๒๓๑ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม สําหรับวาระกระทู้ถาม ก็จะเข้าสู่วาระกระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๑๔๒ เรื่อง สิทธิประโยชน์และการให้ความ คุ้มครองคนพิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ถามโดยคุณอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านรัฐมนตรีอิสสระ สมชัย มาตอบเองครับ
ขอเชิญคุณอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธาน ดิฉัน นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ผ่านท่านประธาน ถึงเรื่องสิทธิประโยชน์ และการให้ความคุ้มครองคนพิการ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ท่านประธานคะ จากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้กําหนด บทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และการให้ความคุ้มครองคนพิการมิให้มีการเลือก ปฏิบัติโดยไม่ชอบธรรมด้วยเหตุสภาพทางร่างกายและสุขภาพ ซึ่งคนพิการนั้นควรจะ ได้รับสิ่งอํานวยความสะดวกอันเปึนสาธารณะ ตลอดจนความช่วยเหลืออื่น ๆ จากรัฐ นอกจากนี้รัฐควรจะให้ความสําคัญในเรื่องของการฟุ๋นฟูสมรรถภาพคนพิการ ตลอดจน ส่งเสริมคนพิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถพึ่งตนเองได้ ท่านประธานคะ ในความ เปึนจริงแล้วดิฉันเห็นว่าคนพิการสามารถทําอะไรได้มากกว่าที่เราคิด หากคนพิการ เหล่านั้นสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ ได้รับการฟุ๋นฟูสมรรถภาพ ได้รับสิ่งอํานวยความ สะดวก ได้รับการศึกษา มีงานทําเหมือนคนทั่วไป ตลอดจนมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออํานวยต่อ การทํางานต่าง ๆ จากเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติดังกล่าว รัฐควรส่งเสริมให้คนพิการ นั้นได้ทํางาน ได้ทํากิจวัตรในชีวิตประจําวัน ตลอดจนการมีส่วนร่วมกับบุคคลทั่ว ๆ ไป โดยการจดทะเบียนคนพิการ และนําข้อมูลคนพิการเหล่านั้นมากําหนดนโยบาย วางแผน และจัดสรรงบประมาณ จากข้อมูลของสํานักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งได้สํารวจประชากร คนพิการพบว่า มีประชากรผู้พิการ ๑,๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน และจากสถิติของผู้พิการที่มา ขึ้นทะเบียนนั้น มีผู้พิการมาขึ้นทะเบียนจากวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ ถึงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เพียง ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน จากตัวเลขดังกล่าวเราจะเห็นว่ายังมีผู้พิการ กว่าอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่ยังไม่ได้มาจดทะเบียน วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เพียง ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน จากตัวเลขดังกล่าวเราจะเห็นว่ายังมีผู้พิการกว่า อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่ยังไม่ได้มาจดทะเบียน จากการลงพื้นที่พบปะประชาชน ในพื้นที่ ทําให้ดิฉันได้ทราบถึงปัญหาที่ทําให้คนพิการไม่สามารถมาจดทะเบียนได้ เนื่องจากการจดทะเบียนคนพิการนั้นผู้พิการจะต้องเดินทางไปพบแพทย์เพื่อตรวจวัด ระดับความพิการ และประชาชนในพื้นที่ หรือคนพิการที่ดิฉันได้พบนั้นไม่สามารถเดินทาง มาพบแพทย์ได้ เนื่องจากเปึนผู้พิการที่มีความพิการรุนแรงและมีปัญหายากจน นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้วยังมีกลุ่มคนที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ถูกต้อง เปึนคนไทย ที่มีปัญหาในเรื่องของสัญชาติ ทําให้มีปัญหา ไม่สามารถมีบัตรประชาชนเพื่อที่จะนํามา ขึ้นทะเบียนคนพิการได้ กลุ่มคนไทยต่าง ๆ เหล่านี้ที่มีปัญหาในเรื่องสัญชาติ หรือว่าใน เรื่องของสถานะทางทะเบียนที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นมีอยู่เปึนจํานวนมาก ได้แก่ กลุ่มอุรักลาโว้ย ชนเผ่ามอแกน ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณชายฝัืงทะเลอันดามัน และในปัจจุบัน กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับพระราชทานชื่อไทยใหม่ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนพลัดถิ่นที่อาศัยอยู่ใน จังหวัดระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ แต่ภายหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ไทยได้มีการแบ่ง ดินแดนกับอังกฤษใหม่ ทําให้ไทยได้เสียเมืองทวายและมะริดให้กับพม่า คนไทยที่อาศัย อยู่ในบริเวณนั้นจึงตกเปึนคนของพม่าโดยปริยาย และจากสถานการณ์ความรุนแรง ในพม่าทําให้คนไทยเหล่านี้มีความพยายามที่จะกลับมาสู่ประเทศไทย จากการจัดทํา ทะเบียนประวัติครั้งแรกเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๒๐ ของหน่วยงานความมั่นคงของชาติพบว่ามี คนไทยพลัดถิ่นจํานวนถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยแต่ต้องตกเปึนคนไร้สัญชาติเช่นกัน และยังรวมไปถึงกลุ่มชาวเขาและคนที่ อยู่บนที่สูง ซึ่งได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานับชั่วอายุคน และบุตรที่เกิดในประเทศไทยซึ่ง ยังไม่ได้รับสัญชาติ กลุ่มคนเหล่านี้เปึนตัวอย่างเพียงส่วนน้อยที่ยังไม่สามารถเข้าถึง สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และยังมีคนพิการที่รวมอยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย ดิฉันทราบดีว่า ปัญหาเรื่องของสัญชาตินั้นเปึนปัญหาที่ละเอียดอ่อน มีความสําคัญ เปึนปัญหาที่เรื้อรัง มานาน และต้องใช้เวลาในการแก้ไข จึงขอตั้งคําถามผ่านท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ถึงแนวทางในการ ให้ความช่วยเหลือกับคนพิการที่มีความพิการรุนแรงและมีฐานะยากจนให้ได้รับ ความช่วยเหลือ ให้ได้รับความสะดวกสบายในการที่จะได้ขึ้นทะเบียน ตลอดจน การให้ความช่วยเหลือหรือแนวทางที่จะให้ความช่วยเหลือแก่คนที่ไม่มีสถานะ ทางทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยเหตุผลทางสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมด้วยค่ะ
ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะตอบนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับผู้เข้ารับรางวัลการเขียน เรื่องสั้นและบทกวีทางการเมือง รางวัลพานแว่นฟัา ซึ่งจัดโดยสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมของสภาผู้แทนราษฎร ในวาระนี้เปึนวาระ กระทู้ถามทั่วไป เรื่อง สิทธิประโยชน์และการให้ความคุ้มครองคนพิการตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ถามโดย คุณอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต่อไปจะขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คือ รัฐมนตรี อิสสระ สมชัย เปึนผู้ตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ขอตอบกระทู้ซึ่งท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้ถามเมื่อสักครู่นี้นะครับ คําถามคงจะ แยกเปึนได้ ๒ ประเด็นนะครับ
ในประเด็นแรก คือเรื่องการที่คนพิการไม่สามารถจะมาจดทะเบียนเพื่อขอ หนังสือคู่มือรับรองคนพิการได้
ในส่วนที่ ๒ คือคนไทยซึ่งยังไม่มีสถานะเปึนคนไทย แต่ไม่สามารถจะได้รับ การคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คนพิการ ในประเด็นแรกผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่า ที่บอกว่าผู้พิการจะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจระดับความพิการ ในปัจจุบันนี้ระดับความ พิการนั้นจะไม่มีแล้วนะครับ ใช้คําว่า พิการ อย่างเดียวแค่นั้นเอง โดยคนพิการนั้น เราจะ แบ่งออกได้เปึน ๖ ประเภท คือประการที่ ๑ พิการทางตา ประการที่ ๒ พิการทางหู ประการที่ ๓ พิการทางกาย ประการที่ ๔ พิการทางจิตและพฤติกรรม ประเภทที่ ๕ พิการทางสติปัญญา และประเภทที่ ๖ พิการทางด้านการเรียนรู้ หรือที่เรียกว่า แอลดี (LD : Learning Disability) ในความเปึน พิการประเภทตา หู และกายนั้น ถ้าเปึนประเภทคนพิการโดยประจักษ์นั้นสามารถ ลงทะเบียนได้ทันที แต่ถ้าหากว่าพิการโดยไม่ประจักษ์ กรณีทางตาที่เขาเรียกว่าบอดตาใส นี่นะครับ เหมือนกับคนปกติทั่วไป แต่กรณีอย่างนี้เขาถือว่ามันไม่ประจักษ์ จะต้องอาศัย ทางแพทย์รับรองว่าตาบอดจริง หรือหู เปึนต้นนี่นะครับ หูนั้นหูเปึนปกติธรรมดา แต่เขา บอกว่าหูนั้นจะต้องเปึนหูไม่มีรูเลย ถ้ากรณีอย่างนี้ก็จะต้องให้แพทย์รับรองว่า กรณีอย่างนี้ เปึนคนพิการไม่สามารถรับรู้อะไรได้ทั้งสิ้น หรือพิการทางกาย พิการทางกายก็เห็นโดย ประจักษ์ เช่น โดยนิ้วก็ดี โดยข้อมือ ข้อเท้าก็ดี อย่างนี้ถือว่าเปึนการพิการ ถ้าเห็นได้โดย ประจักษ์นั้นนายทะเบียนซึ่งสามารถรับจดทะเบียนเปึนคนพิการได้ ปัจจุบันนี้การ ลงทะเบียนคนพิการ ถ้าเปึนใน กทม. ก็สามารถลงทะเบียนได้ที่สํานักงานใน กทม. ส่วนที่ ต่างจังหวัดนั้น สํานักงาน พมจ. จังหวัดทุกแห่งรับจดทะเบียนให้ ผู้พิการสามารถไป ลงทะเบียนได้ กรณีซึ่งท่านผู้มีเกียรติได้ถามว่าจําเปึนที่จะต้องไปพบแพทย์ และปรากฏว่า มีความพิการอย่างรุนแรง ไม่สามารถจะไปได้ด้วยตนเอง กรณีอย่างนี้เขาจะเข้าถึงสิทธิ คนพิการตามกฎหมายได้อย่างไร ขอเรียนให้ทราบว่า กรณีอย่างนี้ทางกระทรวงเราได้มี การประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง รวมทั้ง กทม. และเมืองพัทยา บอกว่าถ้าหากพบว่ากรณีคนพิการซึ่งไม่สามารถจะไปได้ด้วยตนเอง ขอความร่วมมือว่า ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านี้จัดพาหนะรับคนพิการไปสํานักงาน พมจ. เพื่อจะ ได้รับลงทะเบียนให้ แต่ถ้าสมมุติว่าไม่สามารถติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ กรณีอย่างนี้ให้แจ้งไปยังสํานักงาน พมจ. จังหวัดโดยตรง ทางเราจะไปดําเนินการรับมา จดทะเบียนที่สํานักงานได้ กรณีอย่างนี้สามารถทําได้ ส่วนที่ว่าจําเปึนที่จะต้องให้หมอ ให้แพทย์ให้หนังสือรับรองนะครับ เพราะเนื่องจากว่าการพิการทางจิต หรือจิตพฤติกรรม ทางสติปัญญา หรือการเรียนรู้ ความพิการเหล่านี้คนทั่วไปไม่สามารถจะไปชี้วัดได้ว่า พิการหรือไม่ จะต้องอาศัยความรู้จากหมอ จากนายแพทย์เท่านั้นเองจึงจะดําเนินการได้ เดี๋ยวนี้โรงพยาบาลทุกแห่งก็รับตรวจให้อยู่แล้ว และเราให้โรงพยาบาลทุกแห่ง รับจดทะเบียนลงทะเบียนคนพิการ ออกหนังสือรับรองให้ทุกคนครับ
ส่วนกรณีคนไทยที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนเปึนคนไทย ก็เท่ากับว่า มีความเปึนคนไทย แต่เนื่องจากว่ายังไม่มีบัตรประชาชน ขอเรียนให้ทราบว่าการออก หนังสือรับรองการเปึนคนไทย หรือว่าการออกบัตรประจําตัวประชาชนนั้น เปึนหน้าที่ของ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปึนคนรับจดให้ และตามพระราชบัญญัติส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น ก็ได้บัญญัติเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ และความคุ้มครองคนพิการไว้หลายประการนะครับ เฉพาะคนพิการที่มีสัญชาติไทย เท่านั้น เขียนไว้ว่า จะต้องเปึนคนพิการที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น เอกสารซึ่งรับรองว่าจะเปึน คนมีสัญชาติไทย ก็ได้แก่ ทะเบียนบ้านและบัตรประจําตัวประชาชนแค่นั้นเอง และการจะ ให้สิทธิประโยชน์นั้น ๑. จะต้องเปึนผู้มีสัญชาติไทยที่มีบัตรประจําตัวคนพิการ ๒. จะต้อง อยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ ที่กําหนดให้ประชาชนชาวไทยได้รับการคุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ ซึ่งได้กําหนดสิทธิคนพิการว่า มีสิทธิที่จะเข้าถึงสิทธิ และใช้ประโยชน์จากสวัสดิการได้นะครับ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเปึนสาธารณะ ความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ เพราะพระราชบัญญัตินี้ได้บัญญัติไว้โดยรัฐธรรมนูญ ให้การรับรอง เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนให้ทราบว่ากรณีที่บุคคลซึ่งไม่มีสถานะเปึนคนไทยนั้น ยังไม่สามารถไปลงทะเบียนขอบัตรประจําตัวคนพิการได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามขอกราบเรียนให้ทราบว่า ทางกระทรวงก็ไม่ได้ละเลย แม้ว่าจะไม่ได้รับ สิทธิทางคนพิการ ขอเรียนให้ทราบว่าถ้าหากว่าคนพิการนั้นมีบัตรรับรองสถานะการเกิด ว่าเกิดในประเทศไทย ซึ่งออกโดยกระทรวงมหาดไทยเอามายื่นรับรอง เราจะให้ความ ช่วยเหลือ แต่ไม่ใช่ลักษณะออกบัตรประจําตัวคนพิการให้ จะเปึนการให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเรื่องความยากไร้ เรื่องความเปึนอยู่โดยแร้นแค้น ครอบครัวประสบปัญหา ความเดือดร้อนเรามีเงินกองทุนอีกจํานวนหนึ่งสําหรับจะดูแล ต่อไปในอนาคตข้างหน้า หากกลุ่มบุคคลเหล่านี้ไม่ว่าจะเปึนชาวเผ่ามอแกน กลุ่มอุรักลาโว้ยหรือว่าเผ่ามูเซอ หรือว่าชาวเขาพลัดถิ่นทั้งหลายนะครับ ต่อไปในอนาคตถ้าหากว่ากระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองออกบัตรประจําตัวประชาชนให้เราก็จะขึ้นทะเบียนให้ทันที แต่ว่าใน กรณีที่ยังไม่มีอะไรเลยนี้ ผมขอเรียนให้ทราบว่า ใช้บัตรรับรองสถานะการเปึนคนไทย เกิดในประเทศไทยเราก็ดูแลให้นะครับ ทั้งหมดนี้ก็ขอกราบเรียนให้ทราบว่านี่คือการ อํานวยความสะดวกเรื่องการเดินทางไปพบหมอก็ดี การที่ไม่มีสถานะเปึนคนไทยก็ดี กระผมตอบให้ทราบแล้วนะครับ
ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ ผู้ตั้งกระทู้มีสิทธิถามได้อีกครั้งหนึ่งครับ เชิญคุณอรอนงค์ครับ
ต้องขอขอบคุณทาง ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปนะคะ ที่ได้มาชี้แจงถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ดิฉัน ได้สอบถามไป ส่วนการจดทะเบียนคนพิการนั้นถือว่าเปึนจุดเริ่มต้นที่ทําให้คนพิการนั้น สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แล้วก็สิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ที่รัฐจะให้ความ ช่วยเหลือนะคะ แต่การจดทะเบียนคนพิการนั้นก็มีปัญหาต่าง ๆ อีกมากมายตามมา ไม่ว่าจะเปึนตัวคนพิการเองก็ดี ครอบครัวหรือว่าผู้ดูแล รวมถึงปัญหาทางด้านกฎหมาย และปัญหาที่เกิดขึ้นจากรัฐเอง จึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีในข้อที่ ๒ ถึงแนวทางที่จะให้ กลุ่มบุคคลดังกล่าวนั้นได้ทราบข้อมูล รวมถึงสิทธิประโยชน์แล้วก็การได้ขึ้นจดทะเบียน คนพิการด้วยนะคะ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบคําถามท่านผู้มีเกียรติที่ได้ถามเมื่อสักครู่ว่า ทําอย่างไรคนพิการนั้นจะได้เข้าถึง สิทธิ และได้มีความรู้ว่าตนเองมีสิทธิเท่าไร ผมเข้าใจว่าคงจะหมายถึงประชาชนอีกเปึน จํานวนมากซึ่งอยู่ไกลไม่สามารถรับรู้ข่าวสารได้ ทําอย่างไรกลุ่มบุคคลเหล่านี้จึงจะทราบ ว่าตนเองมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ขอกราบเรียนให้ทราบว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๕๓ เปึนต้นไป การจดทะเบียนคนพิการนั้น เราจะไม่รับจดเฉพาะที่สํานักงาน พมจ. แห่งเดียวแล้ว เราจะมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนการปฏิบัติการเชิงรุก คือให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ไม่ว่าจะเปึน อบต. เทศบาล กทม. และเมืองพัทยาสามารถ รับจดทะเบียนขึ้นทะเบียนคนพิการและออกสมุดประจําตัวคนพิการได้เพื่อจะได้ใช้สิทธิ ในการรับเงินเบี้ยความพิการ เขาไม่เรียกเบี้ยยังชีพ เขาเรียกว่าเบี้ยความพิการจะได้รับเงิน ต่อไป จะเริ่มตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ เปึนต้นไป นอกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว โรงพยาบาลทุกแห่งก็สามารถจดทะเบียนได้ ขอเรียนให้ทราบว่านอกจากนั้นแล้วเรามี อาสาสมัครพัฒนาสังคมที่มีหน้าที่ดูแลคนพิการ เราจะให้อาสาสมัครเหล่านี้ซึ่งมีสมาชิก อยู่ทุกตําบลช่วยให้ความรู้กับคนพิการ ให้เข้ามาจดทะเบียนมาขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับ หนังสือประจําตัวจะได้รับสิทธิในการรับเงินเบี้ยความพิการต่อไป คนพิการอย่างที่ ท่านอรอนงค์ได้เรียนต่อท่านประธานสภาเมื่อสักครู่ว่า คนพิการทั้งหมดมี ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน แต่มาขึ้นทะเบียนขอรับหนังสือประจําตัวคนพิการจริง ๆ เพียง ๘๐๐,๐๐๐ คน ในจํานวน ๘๐๐,๐๐๐ คนนั้น รัฐบาลก็ยังไม่สามารถจะให้เงินเบี้ยความพิการได้อย่างทั่วถึง อย่างครบถ้วนนะครับ อาจจะเปึนเหตุนี้ก็ได้ที่ทําให้ผู้พิการอีกจํานวนหนึ่งไม่สนใจที่จะมา ลงทะเบียนเพราะเห็นว่าลงไปแล้วก็ยังไม่ได้เงิน กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านผู้ตอบกระทู้ และพี่น้อง ประชาชนได้ฟังทั่วประเทศว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๕๓ เปึนต้นไป รัฐบาลจะจ่ายเงินเบี้ยความพิการ ให้กับคนพิการ ซึ่งมีสมุดประจําตัวทุกคน จํานวน ๘๐๐,๐๐๐ คนนั้นที่ยังไม่ได้ทั้งหมดก็จะ จ่ายให้ครบทั้งหมด ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๓ เปึนต้นไป และส่วนคนพิการอีกประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่ยังไม่ได้มาลงทะเบียนขอสมุดคู่มือประจําตัวเลย ผมเข้าใจว่าการที่ รัฐบาลจะจ่ายเงินความพิการให้กับผู้พิการทุกคนนั้นก็คงจะเปึนอีกส่วนหนึ่งที่จะทําให้คน พิการ ซึ่งยังไม่มีสมุดประจําตัว จะได้มีความกระตือรือร้น จะได้มีความตั้งใจว่าถ้าจดแล้ว มันจะได้เงิน คงจะต้องมาให้ความร่วมมือ โดยขอจดทะเบียนกับคนพิการด้วย สําหรับ ใน กทม. ขอเรียนให้ทราบว่าในวันที่ ๒๗ สิงหาคม นี้ ทางกระทรวงจะได้ทําหนังสือ ทําบันทึก เอ็มโอยู (MOU : Memorandum of Understand) กับทางผู้ว่า กทม. เรื่องการ จดทะเบียนและการคุ้มครองสิทธิคนพิการที่โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซ กทม. หลังจากทํา เอ็มโอยู แล้ว จะให้โรงพยาบาลใน กทม. ทั้ง ๙ แห่ง ที่มีอยู่เวลานี้ และศูนย์อนามัย กทม. สามารถรับจดทะเบียนคนพิการได้ ขอเรียนให้ทราบ คงจะเข้าใจนะครับว่ารัฐบาลได้ ดําเนินการแล้ว ในป้ ๒๕๕๓ เราก็ได้รับเงินงบประมาณ ซึ่งจะดําเนินการในป้ ๒๕๕๓ นี้ ว่าดําเนินการ ๑. เราจะส่งเสริมให้ประชาชนคนพิการได้มีบัตรอย่างทั่วถึง ๒. เปึนการ คุ้มครองสิทธิคนพิการ เพื่อจะให้คนพิการได้รู้และสามารถเข้าถึงสิทธิของตนเองได้ ขอเรียนให้ทราบนะครับ นอกจากนั้นผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียว เนื่องจากว่าได้มี ผู้ถามเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ อาจจะนอกเรื่องเล็กน้อย แต่ผมเห็นว่าเปึนประโยชน์ ต่อคนส่วนรวม เนื่องจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมีคนถามกันมากว่าหลังจากจ่ายถึง เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน ไปแล้ว หลังจากนั้นมีจ่ายไหม ก็ยังมี การจ่ายตามปกติ รัฐบาลได้โอนเงินไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยทุกองค์กร แล้วนะครับ ขอให้ผู้สูงอายุได้ไปติดต่อขอรับเงินที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน โดยทางกระทรวงมหาดไทยบอกว่าต่อไปจะ ให้จ่ายเปึนรายเดือนทุกเดือน เดือนละ ๕๐๐ บาท นอกจากนั้น สําหรับผู้ที่มีอายุครบ ๖๐ ป้ รอบใหม่ หมายถึงว่าท่านเปึนผู้สูงอายุรอบใหม่ ท่านสามารถไปลงทะเบียนได้ที่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล กทม. และเมืองพัทยา ที่ท่านเคยไปลงทะเบียน ชุดก่อนนี้ว่าให้ไปลงทะเบียนรอบใหม่ได้ ตั้งแต่วันที่ ๑๗-๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ เฉพาะผู้ที่มี อายุครบรอบใหม่ กับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนไปแล้ว ไม่ต้องไปลง นะครับ มีทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
เปึนอันจบกระทู้ถามทั่วไป กระทู้ที่ ๑ เรื่องสิทธิประโยชน์และการคุ้มครองผู้พิการ ถามโดย คุณอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ท่านรัฐมนตรีอิสสระ สมชัย
ต่อไปเปึนกระทู้ถามที่ ๒
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๑๔๓ เรื่อง การจัดสรรงบประมาณ เพื่อก่อสร้างฝายน้ําล้น ในตําบลควนขนุน ถามโดยคุณสุพัชรี ธรรมเพชร ถามท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสําคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ จึงได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีศุภชัย โพธิ์สุ มาเปึนผู้ตอบ
ขอเชิญคุณสุพัชรีถามได้แล้วครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นดิฉันก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้ถามกระทู้ถาม ซึ่งเปึน การถามกระทู้ที่เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจังหวัดพัทลุง แต่เปึนที่น่าเสียดาย ที่วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านติดภารกิจที่สําคัญ เพราะว่า ที่ดิฉันได้พูดอย่างนี้ เพราะว่าเรื่องที่ดิฉันถามเปึนเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ท่านน่าจะทราบเรื่องนี้ดี เพราะว่าท่านก็อยู่ในส่วนของกรมชลประทาน มาก่อน ท่านประธานคะ วันนี้เปึนโอกาสดีที่เราได้มีการตั้งกระทู้ถามทั้ง ๓ กระทู้ เปึนกระทู้ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เปึนผู้หญิงทั้ง ๓ กระทู้เปึนผู้ถามนะคะ เพราะว่า เดือนนี้เปึนเดือนแห่งวันสตรีไทยค่ะท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชน พบปะกับผู้นําท้องถิ่น กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านในตําบลควนขนุน อําเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เขาได้พูดในเรื่อง ปัญหา ในเรื่องความเดือดร้อนเรื่องเดียวกัน ก็คือในเรื่องของความทรุดโทรม ชํารุดของ ฝายน้ําล้นจํานวน ๒ แห่ง ก็คือ ฝายน้ําล้นบ้านควนสามโพธิ์ หมู่ที่ ๕ และฝายน้ําล้น บ้านป์าเล หมู่ที่ ๗ ในตําบลควนขนุน อําเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง และประกอบกับ ดิฉันก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตําบลควนขนุนซึ่งเปึนเรื่อง เดียวกันนี้ด้วยนะคะ ซึ่งพี่น้องประชาชนในตําบลควนขนุนส่วนใหญ่ก็จะประกอบอาชีพ เกษตรกรรม พี่น้องประชาชนในส่วนนั้นก็จะทํานา ทําสวนกัน ตอนนี้พวกเขาประสบ ปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนักค่ะท่านประธาน เนื่องจากไม่มีน้ําที่จะใช้ในการ ทําการเกษตร เพราะฝายน้ําล้นทั้ง ๒ ตัวนี้ เปึนตัวควบคุมและเก็บกักน้ําจากแหล่งน้ํา ทะเลพระ ซึ่งแหล่งน้ําทะเลพระนี้เปึนแหล่งน้ําขนาดใหญ่สามารถที่จะทําการสร้าง ฝายน้ําล้นตัวนี้ให้ผ่านในพี่น้องตําบล หมู่ที่ ๕ และพี่น้องตําบลหมู่ที่ ๗ ได้ ตอนนี้ ฝายน้ําล้นตัวนี้เกิดความชํารุดเปึนอย่างมาก พี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวนาไม่สามารถ ที่จะใช้น้ําในส่วนตรงนี้ได้ ฝายตัวนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันได้สอบถามชาวบ้านมาว่า ฝายตัวนี้สร้างมาตั้งแต่เมื่อไร ดิฉันได้รับคําตอบค่ะว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยงบประมาณ กสช. ก็คือในส่วนของการสร้างงาน ก็คืองบประมาณการสร้างงานในชนบทตั้งแต่ป้ ๒๕๑๘ ป้ ๒๕๑๙ โน่นนะคะท่านประธาน ซึ่งตัวนี้มีการชํารุดทรุดโทรมเปึนอย่างมาก ทําให้ พื้นที่นาในส่วนของพี่น้องเกษตรกรจํานวน ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ไร่ ในบริเวณนั้นได้รับ ความเสียหายเปึนอย่างมาก ประกอบกับทางองค์การบริหารส่วนตําบลควนขนุนเขาไม่ได้ มีงบประมาณในการดูแลจัดการในส่วนนี้ ทางองค์การบริหารส่วนตําบลควนขนุน มีงบประมาณอยู่จํากัด จึงไม่สามารถที่จะก่อสร้างฝายตัวนี้ได้ อีกเรื่องหนึ่งค่ะโดยเฉพาะ ในเรื่องของฝายน้ําล้นบ้านควนสามโพธิ์ หมู่ที่ ๕ นอกจากที่ชาวบ้านนําน้ําตัวนี้ไปทํา การเกษตรแล้ว เขาได้นําน้ําในส่วนของฝายน้ําล้นตัวนี้ไปทําการผลิตน้ําประปา ใช้ในหมู่บ้าน ไว้อุปโภคบริโภคอีกด้วย แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะผลิตน้ําประปา ใช้ในหมู่บ้านได้ เพราะว่าฝายน้ําล้นได้เกิดการชํารุดทรุดโทรมไปแล้ว ดังนั้นดิฉัน จึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะคะว่า รัฐบาล ได้ประกาศนโยบายที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกรในเรื่องน้ําไว้นะคะว่า การประกาศนโยบาย ของรัฐบาลในเรื่องน้ําเราได้ประกาศทั้งในนโยบายหลักของรัฐบาลและได้ประกาศไว้ ในส่วนของการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการจัดการขยายระบบชลประทานและการก่อสร้าง โครงการชลประทานขนาดเล็กและขนาดกลาง ดังนั้นในส่วนของการก่อสร้างฝายน้ําล้น ในตําบลควนขนุน อําเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง รัฐบาลมีโครงการในการก่อสร้าง ฝายน้ําล้นทั้ง ๒ ตัวหรือไม่ และจะก่อสร้างได้เมื่อไรค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีศุภชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ ฯพณฯ ธีระ วงศ์สมุทร ได้ให้ผม มาตอบกระทู้ถามข้อข้องใจของท่าน ส.ส. สุพัชรี ธรรมเพชร ในวันนี้แทน เนื่องจากว่า ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการติดภารกิจเข้าเฝัารับเสด็จ เปึนภารกิจที่สําคัญจะขาดไม่ได้ ต้องขออภัยท่าน ส.ส. สุพัชรี ธรรมเพชร แทนท่านรัฐมนตรีว่าการด้วยนะครับ ความจริง ท่านได้กําชับกับผมว่า กระทู้นี้เปึนกระทู้ที่มีความสําคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิต ความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนเกษตรกรจังหวัดพัทลุง ก็กําชับกับผมว่าอย่างไรก็ต้อง มาตอบกระทู้ให้ได้ ผมก็ขอรับภารกิจตรงนี้มาทําหน้าที่แทน
ขอเรียนกับท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับว่าต่อข้อซักถาม ของท่าน ส.ส. สุพัชรี ธรรมเพชร ที่ได้สอบถามถึงปัญหาการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้าง ฝายน้ําล้นในตําบลควนขนุน อําเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุงในครั้งนี้ ผมได้สั่งให้ทาง กรมชลประทานมีการตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงก็เปึนอย่างที่ท่านสุพัชรี ได้นําเรียนสภาแห่งนี้นะครับ ที่แหล่งน้ําทะเลพระเปึนแหล่งน้ําขนาดใหญ่ เปึนแหล่งน้ํา ที่มีความลึก ความกว้างมาก สามารถบรรจุน้ําได้เพื่อใช้ในการเกษตรค่อนข้างมาก ฝายน้ําล้นที่มีอยู่ก็อย่างที่ท่านสุพัชรีได้นําเสนอ สร้างมาด้วยงบ กสช. ตั้งแต่ป้ ๒๕๑๘ ป้ ๒๕๑๙ สภาพขณะนี้ไม่มีสภาพความเปึนฝายอะไรแล้ว คือพังทลายไปหมดแล้ว ก็เหมือนกับโครงการหลาย ๆ โครงการทั่วทั้งประเทศที่ประสบปัญหาอย่างนี้อยู่ ไม่เฉพาะที่จังหวัดพัทลุงเท่านั้นนะครับ ก็ขอเรียนว่าได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว อยู่ในสภาพที่ชํารุดไม่สามารถที่จะใช้การได้ ทําให้พื้นที่การเกษตรหลายพันไร่ในพื้นที่ ตรงนี้ได้รับความเดือดร้อน ได้รับความเสียหาย ก็ต้องขอขอบคุณท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ส.ส. ขวัญใจของพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุงได้นําเอาปัญหา ได้ช่วยเปึนหู เปึนตาแทน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แทนรัฐบาล ได้นําเอาปัญหานี้มาสะท้อนให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้รับทราบ ขณะนี้ยืนยันกับท่านสุพัชรีครับว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานได้รับทราบปัญหาของท่านแล้ว แล้วผมได้มีการตรวจสอบกับทางกรม ชลประทานนะครับว่า ฝายทดน้ําบ้านควนสามโพธิ์ หมู่ ๕ และฝายทดน้ําคลองสะพาน เคียน หรือฝายทดน้ําบ้านป์าเล หมู่ที่ ๗ ตําบลควนขนุน อําเภอเขาชัยสน จะจัด งบประมาณไปดําเนินการแก้ไข หรือสร้างฝายใหม่ให้ได้ในช่วงไหน อย่างไร ก็ต้องขอเรียน ผ่านท่านประธานไปถึงคุณสุพัชรีว่า ทางกรมชลประทานได้จัดงบประมาณอยู่ในแผนงาน กระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒ ที่จะดําเนินการก่อสร้างในป้ พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ คุณสุพัชรี ฟังแล้วอาจจะตกใจว่าทําไมปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องค่อนข้างมาก ทําไม ต้องเอาไปสร้างในป้ ๒๕๕๔-๒๕๕๕ ก็ขอเรียนว่าปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องเกษตรกรที่ประสบอย่างนี้มีอยู่ในขอบเขตทั่วทั้งประเทศครับ แต่ว่า ทางกรมชลประทานก็ได้จัดเข้าไว้ในแผนเปึนที่เรียบร้อย เพราะฉะนั้น อย่างไรก็ตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒ ฝายน้ําล้นทั้ง ๒ แห่ง ทั้งหมู่ ๕ และหมู่ ๗ ตําบลควนขนุน อําเภอเขาชัยสนนี้ ได้รับการก่อสร้างอย่างแน่นอนนะครับ แต่ถึงอย่างไร ก็ตาม ผมขอเรียนว่าวันนี้ ฯพณฯ รัฐมนตรีไม่อยู่นะครับ ผมก็เพิ่งได้รับมอบหมายงาน เมื่อเย็นวานนี้ว่าต้องมาตอบกระทู้ตรงนี้ ผมเรียนว่าผมจะนําเรื่องนี้หารือ กับท่านรัฐมนตรีว่าการอีกครั้งหนึ่งว่า บางทีการจัดซื้อ จัดจ้าง ในงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ถ้าจะมีงบเหลือจากการที่จัดประกวดราคาอะไร มีพอที่จะเหลือบ้าง ผมก็จะได้ขอให้ทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการ กรมชลประทาน ได้ดูแลเงินเหลือจ่าย ถ้าพอจะมี มาช่วยแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องอําเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงให้ได้ แต่ถ้าสมมุติว่างบเหลือจ่ายไม่มีในการ ที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ ก็ยืนยันว่าในแผนงานกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒ ป้ ๒๕๕๔ ได้ก่อสร้างอย่างแน่นอนครับ คุณสุพัชรี ขอกราบขอบคุณครับ
เชิญคุณสุพัชรีครับ
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ก่อนอื่นดิฉัน ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ท่าน ได้ให้คํามั่นสัญญากับพี่น้องเกษตรกรจังหวัดพัทลุงนะคะว่า ในเรื่องของการจัดทําการ ก่อสร้างฝายน้ําล้นจะอยู่ในแผนงานกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒ ในป้ ๒๕๕๔ และป้ ๒๕๕๕ แต่ในเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ก็อย่างที่ท่านรัฐมนตรี ก่อสร้างฝายน้ําล้นจะอยู่ในแผนงานกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒ ในป้ ๒๕๕๔ และป้ ๒๕๕๕ แต่ในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรก็อย่างที่ท่านรัฐมนตรี ได้กราบเรียนว่าเปึนความเดือดร้อนที่เรารอไม่ได้ เพราะว่าในป้ ๒๕๕๓ ถ้าเกษตรกรไม่มี น้ําใช้พี่น้องเกษตรกรที่ทําไร่ ทํานา ทําสวน เขาก็ไม่สามารถที่จะเอาน้ําจากส่วนไหน มาใช้ได้เลย ทีนี้อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้กราบเรียนว่าจะมีงบเหลือจ่ายให้กับการทําฝายน้ําล้น ในส่วนนี้ดิฉันก็อยากจะฝากไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยว่า ดิฉันรองบเหลือจ่ายตัวนี้อยู่ แล้วก็รอให้ท่านรัฐมนตรีได้สั่งการไว้ด้วย แล้วก็ วันพรุ่งนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านก็ได้เดินทางไปยังพื้นที่ จังหวัดพัทลุง ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนให้ท่านได้รู้ถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง จังหวัดพัทลุงด้วยนะคะ
คําถามข้อที่ ๒ ก็ไม่มีอะไรแล้ว เพราะว่าดิฉันได้ฟังที่ท่านตอบไว้ อย่างชัดเจนแล้วว่าตรงนี้ท่านจะทําให้กับพี่น้องเกษตรกรในตําบลควนขนุน อําเภอ เขาชัยสน จังหวัดพัทลุงค่ะท่านประธาน
ไม่ได้ถาม แต่เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมท่านสุพัชรีสักเล็กน้อยครับ เพื่อที่จะได้สบายใจมากขึ้น คือขณะนี้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการได้สั่งให้กรมชลประทาน ได้ลงไปประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องอยู่แถวนั้น ได้มีการไป ตรวจสอบพื้นที่แล้วว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตรงนั้น ในสถานที่ตรงนั้นได้มีปัญหาไหม เกี่ยวกับการที่จะอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการที่จะสร้างฝาย ถ้าหากว่ากระบวนการในการ ประสานงานระหว่างกรมชลประทานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสานกันแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ทางกรมชลประทานก็จะได้เร่งรัดในการสํารวจออกแบบเพื่อที่จะ เตรียมการในการที่จะรอถ้ามีงบเหลือจ่ายก็ดําเนินการประกวดราคาหาผู้รับจ้าง จัดซื้อ จัดจ้างได้เลย แต่ถ้าหากว่าไม่ติดขัดปัญหาที่พี่น้องท่าน ส.ส. สุพัชรีก็ช่วยประสานงานกับ พี่น้องแถวนั้นด้วย เพราะถ้าเกิดลงไปประสานงานแล้วพี่น้องบอกว่า ไม่เอา ไม่อยากจะ เสียพื้นที่บางส่วนมันก็มีปัญหา กรมชลประทานดําเนินการไม่ได้ นี่ฝากไว้ด้วย อยากจะเรียนเพิ่มเติมสั้น ๆ อีกนิดหนึ่งว่าทางกรมชลประทาน รัฐบาล โดยการนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําของพี่น้อง เกษตรกรเราเปึนอย่างยิ่ง ในงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ทางกรมชลประทานได้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ แล้วก็อยู่ในแผนระยะที่ ๒ ไม่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องน้ํา ฉะนั้นเฉพาะจังหวัดพัทลุงทางกรมชลประทานได้มีแผนดําเนินงานที่จะแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องจังหวัดพัทลุง แจ้งคุณสุพัชรีเพื่อที่จะได้แจ้งพี่น้องจังหวัดพัทลุง ได้ทราบด้วย ที่จะแก้ปัญหาอยู่ในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒ ทําฝายน้ําล้น หรือว่า แก้ปัญหาจํานวน ๔ แห่ง ในวงเงินทั้งหมดประมาณ ๒๗,๘๐๐,๐๐๐ บาท คือถ้าหากว่า ได้ดําเนินการอย่างนี้แล้วก็จะสามารถที่จะแก้ไขปัญหาพื้นที่ทําการเกษตรได้ประมาณ ๑,๔๐๐ ไร่
โครงการที่ ๑ คือฝายทดน้ําคลองสามโพธิ์ หมู่ที่ ๕ ตําบลควนขนุน อําเภอ เขาสนชัย ที่ได้พูดกันไปแล้ว
โครงการที่ ๒ ฝายทดน้ําคลองสะพานเคียนหรือฝายทดน้ําบ้านป์าเล หมู่ ๗ ตําบลควนขนุน อําเภอเขาชัยสน ที่ได้พูดไปแล้ว
โครงการที่ ๓ ซ่อมแซมท่อระบายน้ําช่องควนโก หมู่ที่ ๕ ตําบลควนขนุน อําเภอเขาชัยสน
แล้วก็โครงการที่ ๔ ก่อสร้างระบบส่งน้ํา สถานีสูบน้ําด้วยไฟฟัาบ้านทะเลพระ หมู่ที่ ๕ ตําบลควนขนุน อําเภอเขาชัยสน ตรงนี้คือแผนงานของกรมชลประทานที่จะ ดําเนินการให้กับพี่น้องอําเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เพื่อที่จะได้ทราบต่อไปนะครับ ขอกราบขอบคุณครับ
มีอะไรเพิ่มเติมครับ ตามข้อบังคับให้ถามได้ครั้งเดียว เมื่อสักครู่ไม่ได้ถาม ผมอนุญาต ให้อีกครั้งได้
ไม่มีอะไรค่ะท่านประธาน เพียงแต่ ดิฉันก็อยากจะสร้างความมั่นใจ แล้วก็สร้างความเชื่อมั่นให้กับท่านรัฐมนตรีว่าดิฉัน จะเข้าไปให้ความร่วมมือกับในส่วนของการประสานงานกับชาวบ้าน แล้วก็ในส่วนของ ผู้นําท้องถิ่นทุกคนว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องของปัญหาความเดือดร้อน โดยเฉพาะในเรื่องของ การจัดสรรพื้นที่ที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวถึงว่า บางคนไม่ได้ให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ แต่ดิฉันเชื่อมั่นว่าทางท่านนายก อบต. ก็ดี ทางกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตรงนี้เขาให้ความ ร่วมมือในเรื่องนี้เปึนอย่างยิ่งค่ะ แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ เปึนอันจบกระทู้ถามที่ ๒ เรื่อง งบประมาณการก่อสร้างฝายน้ําล้น ที่อําเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ถามโดยคุณสุพัชรี ธรรมเพชร ตอบโดยท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศุภชัย โพธิ์สุ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ด้วยครับ
ต่อไปกระทู้ถามที่ ๓
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๔๔ เรื่อง การสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย ในสังคม ถามโดยดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมมาตอบเองครับ ท่านรัฐมนตรีธีระ สลักเพชร ท่านได้ขออนุญาตต่อสภา ขอแจกหนังสือวัฒนธรรมประชาธิปไตยของไทย ต่อสมาชิก ผมอนุญาตนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่แจกด้วยครับ
ขอเชิญดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ได้ถามกระทู้คําถามแรกครับ
ขอบพระคุณท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในเบื้องต้นว่า กระทู้ที่ดิฉันจะถามในวันนี้มันมาจากความกังวลในฐานะที่ดิฉันเปึนสมาชิกของสังคมไทย และในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเฝัามองการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่กําลัง เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ท่านประธานคะ ยอมรับจริง ๆ ว่าวันนี้สังคมไทยเรากําลังเผชิญ วิกฤติในทุกด้าน และในระดับความรุนแรงที่ไม่เคยเปึนมาก่อน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของวิกฤติ ทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเปึนวิกฤติทางเรื่องของสังคม หรือไม่ว่าจะเปึนวิกฤติทางการเมือง ท่านประธานคะที่ดิฉันเฝัาดูอยู่ ก็คือเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของประชาธิปไตย แม้ว่า จริง ๆ สังคมไทยนั้นกว่า ๗๐ ป้แล้วที่เราก้าวเข้าสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แล้วเราก็คาดหวังไว้ว่าการมีชีวิตอยู่ในสังคม ระบอบนี้น่าจะช่วยทําให้เราทุกคนนั้นได้สามารถมีการดําเนินชีวิตอยู่ได้อย่างดีทีเดียว คือมีสิทธิเสรีภาพภายใต้กฎหมาย ภายใต้การดูแลบริหารจัดการที่เปึนธรรม ท่านประธานคะ ถ้าเผื่อเราเฝัาดูพฤติกรรมของผู้คนในสังคมก็ต้องเกิดคําถามแน่นอนว่า วันนี้เราเปึน ประชาธิปไตยจริงไหม เราเชื่อจริง ๆ ไหมคะ เราศรัทธาจริง ๆ ไหมคะ ในระบอบ ประชาธิปไตย แล้วถ้าเปึนอย่างนั้นจริง พฤติกรรมอะไรคะท่านประธานที่จะบอกพวกเราได้ ท่านประธานก็ต้องยอมรับจริง ๆ เลยว่าวันนี้ตัวเลขที่บอกจากการสํารวจ โดยสถาบันการศึกษาก็ดี หรืองานวิจัยก็ดี บอกชัด ๆ เลยว่าเราดูถ้าจะยังห่างไกลจาก ความเปึนประชาธิปไตย ท่านประธานคะต้องยอมรับว่าสังคมไทยนั้นก็เกิดมาจากสังคม เกษตรกรรม ดูเวลา ก็เอาเฉพาะพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ชีวิตก็เปึนไปตาม อย่างค่อนข้างสบาย ๆ เพราะเรามีทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเปึนพืชพันธุ์ธัญญาหาร อากาศ ภูมิประเทศได้ทุกเรื่องเลย ก็เลยทําให้มีคํากล่าว เช่นว่า ทําได้ตามใจคือไทยแท้ เลยได้รับ การถ่ายทอดกันมาจากรุ่นแล้วรุ่นเล่าจนมาถึงทุกวันนี้ เมื่อมาอยู่ในสังคมแบบนี้ที่ ประชากรมีมากขึ้น มีกฎหมาย มีกฎกติกา แต่ถามว่าเราอยู่ที่ไหน เมื่อครู่ดิฉันได้เริ่มต้นพูด ถึงจากการสํารวจก็พบจริง ๆ เอาง่าย ๆ เลยในเรื่องของวินัยการจราจร ดิฉันเฝัาพูดเรื่องนี้ เพื่อจะให้เปึนตัวอย่างและเรียนถามทุกคน รวมทั้งตัวดิฉันเองด้วยว่าแล้วอย่างไรคะ มันเกิดอะไรขึ้น ตัวเลขบอกชัดเจนไม่นานมานี้เองว่า ตัวเลขสูงเกือบถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ที่คนไทยไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ท่านประธานคะ อันนั้นคือตัวชี้บ่งตัวแรกเลยว่าเรา เชื่อมั่นและศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด เพราะเสาหลักแรก ของระบอบประชาธิปไตยก็คือการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กฎกติกา กฎจราจรนั้นก็เปึน ส่วนหนึ่งของการที่จะอยู่ร่วมกันในสังคม เพราะฉะนั้นมันเปึนไปไม่ได้เลยที่เราจะปล่อยให้ สมาชิกในสังคมนั้นฝ๋นและไม่ทําตามกฎจราจร และไม่เพียงแต่กฎจราจรเท่านั้นที่เรา ไม่ทําตามกัน มันพาดพิงไปถึงเรื่องอื่น ๆ ทั้งหมดด้วย จนทําให้วันนี้ผู้คนที่เขาพยายามจะ ปฏิบัติตามกฎหมายก็ท้อแท้และไม่ได้รู้สึกเลยว่าวิถีชีวิตแบบนี้มันน่าจะดี หันไปดูเรื่องของกระบวนการยุติธรรมมันก็ยาวมากเลย แต่เอาเปึนว่าอย่างนี้ ในระบบ อื่น ๆ อะไรก็ไม่ว่า เราก็ค่อย ๆ ปรับปรุงกันไป แต่รากเหง้าของความเปึนประชาธิปไตย ตรงนี้ล่ะค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งในหลายครั้งผู้คนก็เข้าใจว่าจะต้องดูแลในวัฒนธรรมที่เราคิดว่า เปึนวัฒนธรรมอะไรหลายเรื่อง เรื่องอื่น ๆ แต่ว่าลืมในเรื่องของวัฒนธรรมประชาธิปไตย ลืมในเรื่องของวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน ซึ่งจริง ๆ ๒ อันนี้จะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างที่ แยกไม่ได้เลยนี้นะคะ เพราะฉะนั้นในวันนี้ก็ขออนุญาตเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมว่าท่านตระหนักจริง ๆ ไหมคะว่า อันนี้คือปัญหา อย่างใหญ่หลวงเลย และเปึนปัญหาที่ถึงแก่น ถึงรากเหง้าจริง ๆ เราพร่ําเพ้อพูดกันถึงเรื่อง ประชาธิปไตย เราเรียกร้อง เพรียกหาถึงประชาธิปไตย แต่หัวใจและจิตวิญญาณของ พวกเรานั้น เชื่อและศรัทธาจริง ๆ หรือเปล่า ดิฉันคิดว่า ไม่ ถึงได้เปึนคําถามนะคะ ก็กราบเรียนถามว่า คิดจริง ๆ ไหม ตระหนักจริง ๆ ไหมว่านี่คือปัญหารากเหง้า และเปึน ปัญหาเร่งด่วนที่ควรจะต้องจัดเปึนวาระแห่งชาติ แล้วถ้าท่านตระหนักในเรื่องนี้จริง ๆ แล้ว ท่านมีวิธีการอย่างไร ว่าที่จริงดิฉันก็พยายามติดตามดูเหมือนกันนะคะว่า ท่านได้ พยายามทําอะไรบ้าง แต่ดิฉันก็ยังอยากจะเรียนถามเพื่อที่จะให้ท่านได้ช่วยกรุณา ตอบทีว่า ถ้าท่านตระหนักแล้ว รัฐบาลซึ่งท่านอาจจะเปึนผู้หนึ่งที่อยู่ในรัฐบาล จะมี แนวทางดําเนินการให้เปึนวาระเร่งด่วนและจะทําอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะให้รากเหง้า ของประชาธิปไตยนี้มันได้เปึนรากเหง้าจริง ๆ และวัฒนธรรมประชาธิปไตยนั้น จะได้ เจริญเติบโตงอกงามและสังคมนั้นก็จะได้ก้าวไปสู่ความเปึนประชาธิปไตยที่มาจากหัวใจ และจิตวิญญาณจริง ๆ ในเรื่องของความเปึนประชาธิปไตย ขอบพระคุณค่ะ
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านธีระ สลักเพชร ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านนะครับ กระผม นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านดอกเตอร์ ผุสดี ตามไท จากคําถามของท่าน และท่านก็ได้เกริ่นนําให้ที่ประชุมได้รับทราบถึงที่มาที่ไปของคําถามของท่านนะครับ ผมต้องชื่นชมนะครับว่าเปึนคําถามที่ดี แล้วก็สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศเรา แม้กระทั่งว่าป้นี้หรือปัจจุบันนี้หรือย้อนกลับไปเมื่อ ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ถามว่ารัฐบาล ตระหนักในปัญหานี้ไหม ตระหนักอย่างมากนะครับ ถ้าหากว่าท่านได้ติดตามเรื่องของการ แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ จะเห็นชัดเจน ว่ารัฐบาลจะเน้นย้ําตรงนี้ เน้นย้ําชัดเจนเลยครับว่า รัฐบาลชุดนี้เข้ามาในยามที่ประเทศ วิกฤติ ๒ เรื่อง คือวิกฤติทางการเมืองและวิกฤติเศรษฐกิจ แล้วก็พูดตลอดเวลาว่า ถ้าหากว่าวิกฤติของบ้านเมืองเราแก้ไม่ได้ วิกฤติเศรษฐกิจก็ยากนักหนาที่จะหาทางออก หรือแก้วิกฤติทางเศรษฐกิจให้กับประเทศเราได้ ถ้าท่านจําได้นะครับว่าแนวนโยบาย พื้นฐานหลัก ๔ ประการที่รัฐบาลนําเสนอต่อสภาตอนแถลงนโยบายนะครับ
ประการแรก คือการปกปัองเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์
ประการที่ ๒ คือการสร้างความปรองดองสมานฉันท์บนพื้นฐานของความ ถูกต้อง ยุติธรรมและการยอมรับของทุกภาคส่วน
ประการที่ ๓ คือการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน บรรเทา ผลกระทบให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด
ประการที่ ๔ คือพัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมืองให้มีความมั่นคง มีการปฏิบัติตามกฎหมาย บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคเปึนธรรม และเปึนที่ยอมรับ ของสากล
เราคงต้องมาวิเคราะห์กันนะครับว่าเหตุ ๗๗ ป้ ตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมา ที่เราเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับสําหรับประเทศไทย ผมว่ามากพอ ทั้งเงื่อนเวลา มากพอทั้งจํานวนรัฐธรรมนูญที่เราได้ใช้ในช่วง ๔-๕ ป้ หรือยาวไปอีก ๖-๗ ป้ที่ผ่านมา เปึนไปได้ไหมว่าแนวทางการบริหารของประเทศที่เน้นเรื่องทุนนิยม มากจนเกินไป ด้วยที่คนไทยไม่พร้อม คนไทยไม่มีภูมิคุ้มกันเรื่องนี้ เพราะเราเติบโตมาจาก จิตนิยม เปึนไปได้ไหมสิ่งเหล่านี้ทําให้วัฒนธรรมประชาธิปไตยของเราถอยหลังในช่วง ๓-๔ ป้ที่ผ่านมา แล้วสิ่งเหล่านี้ทําให้ภาพลักษณ์ประเทศของเราเสีย สิ่งเหล่านี้ทําให้ ความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาของประชาคมโลกถอยหลังมาก ๆ สิ่งเหล่านี้ส่งผล ต่อการลงทุนในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย แล้ววันนี้มันเปึนปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลชุดนี้ลําบากในการที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ กรณีเรื่องของวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ท่านสมาชิกได้พูดเมื่อสักครู่นี้ ถ้าเราเข้มแข็ง และยั่งยืนจริง ประเทศไทยไม่มาถึงจุดนี้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นย้ําตรงนี้เลยครับว่าภารกิจ ตรงนี้เปึนภารกิจที่รัฐบาลเร่งรีบและก็ตั้งใจทําอย่างมาก หลังจากที่เราเข้ามาบริหาร ประเทศ เราได้ทําแผนบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๔ มีนโยบาย ข้อที่ ๘ เขียนเอาไว้ชัดเจนเลยว่าการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีจะให้ความสําคัญกับการ ส่งเสริมและพัฒนาการการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการพัฒนาวัฒนธรรมประชาธิปไตย โดยกําหนดเปึนกลยุทธ์และเปึนวิธีการหนึ่งเพื่อบรรลุเปัาหมายนโยบายข้อ ๒ ที่สนับสนุน การดําเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ยึดหลักธรรมาภิบาล และปรับระบบ การทํางานให้มีประสิทธิภาพ มุ่งตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ความรับผิดชอบต่อชุมชน มีความโปร่งใสมากขึ้น ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและมี ส่วนร่วมในการวางแผนการทํางาน ตลอดจนการจัดบริการสาธารณะร่วมกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมติดตามตรวจสอบการดําเนินงานของท้องถิ่น และไม่เท่านั้น นะครับ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีเรื่องนี้ชัดเจน แล้วผมได้ติดตามอีกว่าในแผนที่ ๑๑ เรื่องนี้จะหายไปไหม ผมดีใจนะครับ ว่าช่วงนี้อยู่ในช่วงของการระดมสมอง การขับเคลื่อนที่จะให้มีแผนที่ ๑๑ เรื่องนี้ก็อยู่เปึน วาระต้น ๆ เลยครับ ว่าประเทศไทย รัฐบาลไทย ใครเข้ามาเปึนรัฐบาลก็ตาม ต้องขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ทีนี้คําถามของท่านผู้มีเกียรติเมื่อสักครู่นี้นะครับ ผมเข้าใจว่าถามถึงแนวทางการทํางานของผมด้วย ผมขออนุญาตที่จะพูดเลยนะครับว่า หลังจากที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาแล้วมีนโยบาย ๔ ข้อ เปึนแนวพื้นฐานหลักที่ผมพูดแล้ว แล้วก็ยังมีแผนบริหารราชการแผ่นดินที่ผมพูดแล้วเมื่อสักครู่นี้ ถามว่ากระทรวงวัฒนธรรม ทําอะไร ผมพูดเรื่องนี้ตั้งแต่เปึนรัฐมนตรีเงา ตอนที่เปึนฝ์ายค้านพูดเรื่องนี้ในสภา นําเสนอ รัฐมนตรีช่วงนั้นที่ดูแลกระทรวงวัฒนธรรม บอกให้เร่งผลักดันขับเคลื่อนเรื่องของการ เสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยในสังคมไทย โชคดี การเปึนรัฐมนตรีเงาสามารถทําให้ ผมเข้ามาเปึนรัฐมนตรีตัวจริงได้ วันแรกที่ผมเข้าไปที่กระทรวงได้พูดประเด็นนี้เปึนประเด็น แรกเลยให้นโยบายกับผู้บริหารกระทรวงว่าเราต้องขับเคลื่อนเสริมสร้างวัฒนธรรม ประชาธิปไตยผมบอกท่านนะครับ ว่ามีแววตาและสายตาของผู้บริหารบางท่านเขาฟังแล้ว ไม่ค่อยเข้าใจว่าคืออะไร แล้วหลังจากนั้นเราก็ทํางานกันมาเรื่อย วันนี้การขับเคลื่อนเรื่องนี้ เราไปได้มากพอสมควรแล้วครับ ทั้งหมดที่ผมพูดมา ผมมีแนวคิดว่าถ้าหากว่าเรา ไม่วิเคราะห์ให้ลึกถึงระบบการทํางาน การพัฒนาของประเทศของรัฐบาล แล้วก็โยงมาถึง วิถีชีวิตของคนไทยเราก็หาทางออกลําบากเหมือนกัน แต่ผมเคยพูดแล้วนะครับว่า เราเติบโตในโลกของตะวันออก เราเปึนจิตนิยมแล้วก็โยงมาถึงวิถีชีวิตของคนไทย เราก็ หาทางออกลําบากเหมือนกัน แต่ผมเคยพูดแล้วว่าเราเติบโตในโลกของตะวันออก เราเปึนจิตนิยม เราเอาทุนนิยมของโลกตะวันตกเข้ามาด้วยความที่ไม่คุ้นเคย ทุนนิยม มันไปหมดแล้วครับไปทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ในที่สุดวันนี้ที่เราเผชิญกันอยู่วันนี้ หรือ ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา นั่นคือสิ่งที่เราไม่พร้อม เราไม่มี ภูมิคุ้มกัน ผมพยายามชี้ให้ผู้บริหารกระทรวงและสังคมไทยในวันนี้ ทางออกของเรา อยู่ตรงเศรษฐกิจพอเพียงละครับ ถ้าเราคลําทางเจอ เราจะสามารถเสริมสร้างวัฒนธรรม ประชาธิปไตยให้กับสังคมไทยได้ แล้วก็จะบรรลุผลอย่างยั่งยืนในที่สุด ผมเร่งสร้าง เครื่องมือ สร้างสภาวัฒนธรรมหมู่บ้าน มีอาสาสมัครวัฒนธรรมหมู่บ้าน สร้างสภา วัฒนธรรมตําบล มีองค์กรสภาวัฒนธรรมอําเภอ สภาวัฒนธรรมจังหวัด องค์กรเหล่านี้ เราขับเคลื่อนได้เยอะมากนะครับ แล้วทําพร้อมกันไปทั้งประเทศ หลังจากที่สร้างองค์กร ระดับนี้ขึ้นมาแล้วกระจายทั่วประเทศ เราก็สร้างคู่มือขึ้นมาเหมือนที่ท่านประธานได้นําเรียน ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ที่ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อจะแจกให้กับทุกท่านนะครับ จัดพิมพ์เอกสารเรื่องของการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยในสังคมไทยขึ้นมา เล่มที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติถืออยู่ ที่ผมยกให้ท่านดู จํานวน ๕๐๐,๐๐๐ เล่ม ส่งไปให้ใคร ให้เกือบทุกภาคส่วนนะครับ ในเครือข่ายของกระทรวงวัฒนธรรมเราส่งให้ทั้งหมด ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านขึ้นมาถึงระดับจังหวัด โรงเรียนทุกโรงเรียน ส่งตรงเลยนะครับ ผมไม่ไป ผ่านวัฒนธรรมจังหวัดนะครับ ส่งตรงเลยทางไปรษณีย์ จากโรงพิมพ์ส่งตรงไปทุกโรงเรียน ทั่วประเทศ วัดทุกวัด มัสยิดทุกแห่ง ศาสนาพราหมณ์ ซิกข์ คริสต์ ส่งหมดครับ หวังให้ผู้นํา ศาสนาช่วยเผยแพร่ บูรณาการเรื่องนี้กับกระทรวงศึกษาธิการ ในเอกสารเล่มนี้นะครับ เราพยายามพูดชัดเลยว่าการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยในครอบครัวทําอย่างไร ในสถานศึกษาทําอย่างไร ในชุมชน ในท้องถิ่นทําอย่างไร เราพูดชัดเลยว่าในสถานศึกษา การเน้นให้มีสภานักเรียน มีการเลือกตั้งประธานคณะกรรมการโรงเรียน ทางสถานศึกษา ต้องให้ความสําคัญ เราต้องให้เขาได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ ได้ซึมซับมีจิตสํานึกตั้งแต่เด็ก ๆ เขาเปึนผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ประเทศไทยจะไม่เผชิญปัญหาเหมือนสังคมไทยในปัจจุบัน ในท้องถิ่นก็เช่นเดียวกัน การทํางานของสภาวัฒนธรรมหมู่บ้าน สภาวัฒนธรรมตําบล เราทํางานในรูปของประชาคม องค์กรเหล่านี้สามารถคิดแผนชุมชนขึ้นมาได้ การทํางาน ในรูปของประชาคมเปึนการสอนเรื่องของวัฒนธรรมประชาธิปไตยจากการปฏิบัติจริง การที่เขาจะคิดแผนขึ้นมาได้ต้องมาประชุมกัน พูดคุยกัน เสียงข้างมากไปทางไหน ปัญหา คืออะไร จะแก้ด้วยแผนงานโครงการอะไร ในที่สุดเขาก็ได้สิ่งเหล่านี้ออกมาเปึนแผนของ หมู่บ้าน แผนของตําบล ตรงนี้เปึนการสอนให้เขาเรียนรู้เรื่องของวัฒนธรรมประชาธิปไตย ถามว่าทําไมผมกังวลเรื่องนี้ กังวลไม่แพ้กับท่านอาจารย์ผสุดี ตามไท แล้วก็ท่านสมาชิก ท่านผู้มีเกียรติทุก ๆ ท่าน วันนี้สังคมเราอยู่ร้อน นอนทุกข์ ทุกเรื่องถอยหลังหมด ต้นเหตุมาจากวัฒนธรรมประชาธิปไตยเราถอยหลังนี่ละครับ ธรรมาภิบาลเราเสีย โพล (Poll) ทุกโพล ทุกสถาบันสถานศึกษาที่ทําออกมา เด็กและเยาวชน หรือไม่ครอบครัว คนจน ๆ ยังพูดเหมือนกันเลยครับว่ารัฐบาลจะโกงกินบ้าง นักการเมืองจะโกงกินบ้าง ไม่เปึนไร ขอให้ครอบครัวฉันอยู่ดีกินดี ยอมรับการกินตามน้ําของนักการเมือง ในสิ่งเหล่านี้ผมว่ามันตอกย้ํานะครับ พวกเราเปึนนักการเมืองด้วยกัน ผมเข้าใจว่าทุกคน มีความรู้สึก แม้กระทั่งพี่น้องประชาชน อีกเรื่องหนึ่งคนไทยเปึนคนรักสงบ มีไมตรี รักกัน แต่วันนี้สังคมไทยสิ่งเหล่านี้หายไป เราไม่พูดกันด้วยเหตุผล สันติวิธีเราหาย ถึงเวลา เห็นต่าง เราแตกแยกกัน เราทะเลาะกัน แต่สิ่งเหล่านี้จะแก้ด้วยการเสริมสร้างวัฒนธรรม ประชาธิปไตย จะแก้ได้ด้วยการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้สังคมไทย ผมนําเรียนท่านว่าเอกสารที่ผมพิมพ์มาวันนี้จํานวน ๕๐๐,๐๐๐ เล่มหมดแล้วครับ ส่งไป ตามโรงเรียน ไปตามสถานศึกษา ไปตาม อบต. อบจ. เทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งหมดผมส่งไปหมดแล้วครับ แล้วก็จะมีจดหมายขอมาว่าอยากได้เพิ่ม อยากไปจัดเอง อยากไปประชุมสัมมนานะครับ แล้วผมเองก็เดินสายไปเพื่อประชุมสัมมนาตาม ต่างจังหวัดไปทุกภาคเลยครับ ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก ทางภาคเหนือไปแล้ว ทางภาคอีสานก็ไปแล้ว จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัด พะเยา จังหวัดเชียงราย จังหวัดชลบุรี เหลืออีกภาคเดียวที่ยังไม่ได้ไป ความจริงวางแผนว่า จะไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่บังเอิญว่าติดช่วงของการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ตั้งใจว่าจะไปเดือนกันยายน และทําให้ผมได้ไปครบทุกภาคในการออกไปประชุมสัมมนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกที่มาร่วมประชุมนะครับ เปึนเรื่องของสมาชิกเครือข่ายของ กระทรวงวัฒนธรรมตั้งแต่ระดับหมู่บ้านขึ้นไปถึงระดับจังหวัด เด็กนักเรียน นักศึกษา ที่อยู่ ในพื้นที่นั้น ๆ แล้วก็ได้มีการพูดคุยกันแล้วในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ที่ยังมีเหลืออยู่เราจะพิมพ์เพิ่มอีก ๕๐๐,๐๐๐ เล่ม ในเอกสารเล่มนี้พูดชัดเลยว่าแนวทางที่เราจะหาทางออกให้กับประเทศ วันนี้ได้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ประการที่ ๒ คือการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย เราจะได้ยินเสมอ นะครับ พูดกันประจําว่าปัญหาของบ้านเมืองที่มาถึงวันนี้ได้ความผิดอยู่ที่รัฐธรรมนูญ แต่โพลล่าสุดเมื่อกลางเดือนเมษายน หลังจากที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงที่กรุงเทพฯ ที่มีสถาบันนักวิชาการไปทํา และพี่น้องประชาชนบอกว่าต้นเหตุความรุนแรงมาจาก นักการเมือง จําได้ไหมครับ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี่ครับ รัฐธรรมนูญอาจจะเปึนส่วนหนึ่ง ในระหว่างที่สภามีคณะกรรมการสมานฉันท์ คณะกรรมการปฏิรูปการเมือง ผมยังไม่ทราบว่า ในอนาคตเราจะมีรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ หรือไม่ แต่ระหว่างนี้กระทรวงวัฒนธรรม จะบูรณาการกับสังคมทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้กับ สังคมไทย ถ้าสมมุติเรามีรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ ผมก็มั่นใจนะครับว่าพี่น้องประชาชน น่าจะมีความพร้อมในการที่จะดูแลรักษารัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ ของเราให้อยู่อย่างยั่งยืน ประเทศอังกฤษเขาไม่มีรัฐธรรมนูญเปึนลายลักษณ์อักษรนะครับ ของเขาคือจารีต ประเพณี ประเทศสหรัฐอเมริกา ๒๐๐ กว่าป้เขามีรัฐธรรมนูญเพียงแค่ฉบับเดียว แต่ของเราใช้เปลืองมากนะครับ
เรื่องที่ ๓ ที่อยู่ในนี้ผมคิดถึงว่าทําอย่างไรจะทําให้คนไทยมีความเข้มแข็ง เพิ่มขึ้น มีศักยภาพดีขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ผมคิดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ ว่าเปึนแบบอย่างที่ดีที่สุด ท่านเคยพระราชทานหลักธรรม ๑๐ ประการให้ข้าราชการไทย เปึนหลักธรรม ๑๐ ประการ ผมก็เอาหลักธรรมตามรอยพระยุคลบาท ๑๐ ประการมาใส่ ในหนังสือเล่มนี้ด้วย เพราะสิ่งที่พระองค์ปฏิบัติมา ๖๐ กว่าป้ ท่านครองตน ครองงาน ครองคนมาตลอด เปึนที่รักของคนไทยทั้งประเทศ และประชาคมโลก หลักธรรม ๑๐ ประการ จะทําให้คนไทยเรียนรู้ในช่วงสั้น ๆ และปฏิบัติเปึนวิถีชีวิตได้ เขาจะเปึนคน ที่มีความพอเพียง จะมีวัฒนธรรมประชาธิปไตย เอกสารเล่มนี้ย้ําชัดเลยนะครับว่า ประชาธิปไตยคืออะไร สาระสําคัญของประชาธิปไตยคืออะไร และเน้นย้ําเลยว่าถ้าหากว่า ปฏิบัติอย่างนี้เปึนชีวิตประจําวัน ในที่สุดมันจะเปึนวิถีชีวิต ถึงเวลานั้นเราถึงจะเรียกว่าเขา มีวัฒนธรรมประชาธิปไตยอยู่ในตัวเขา ตรงนั้นล่ะครับยั่งยืน ถ้าหากว่าคนไทยมีวัฒนธรรม ประชาธิปไตยอยู่ในตัวเขานะครับ ก็ต้องฝากท่านสมาชิกด้วยครับว่ากระทรวงวัฒนธรรม โดยวัฒนธรรมจังหวัด วัฒนธรรมอําเภอ และองค์กรภาคประชาชน ระดับหมู่บ้าน ระดับตําบล เรากําลังขับเคลื่อนเรื่องนี้อยู่ ต้องขอความร่วมมือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน เราจะประสานกับท่าน ทุกจังหวัดที่ผมไป ผมมีจดหมายเชิญท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรมาร่วมทุกครั้งที่ไป ไม่ว่าจังหวัดไหนก็ตาม แล้วได้รับการต้อนรับ อย่างอบอุ่น ไม่มีเรื่องสีเสื้อเลยครับ เข้ามาเกี่ยวข้องในทุกพื้นที่ที่ผมไป นั่นคือนิมิตหมาย ที่ดีครับ เรียนย้ําตรงนี้ว่าสิ่งนี้ เรื่องนี้ รัฐบาลชุดนี้ขับเคลื่อนอย่างแข็งแรง และสอดคล้อง กับโครงการฉันรักประเทศไทยที่รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายขับเคลื่อนอยู่ และสิ่งที่ผมทํา ก็สอดคล้องกับการขับเคลื่อนของโครงการชุมชนพอเพียง การใช้ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง นําไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในที่สุด ก็นําเรียนท่านเพื่อนสมาชิก ท่านดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ที่หยิบประเด็นเรื่องนี้มาสอบถาม ช่วงเวลาผมสั้น ผมได้ไปออก รายการกรองสถานการณ์ บ่ายนี้มีคําตอบ หมายเหตุประเทศไทย รายการของทีวี (TV) หลายช่อง และในรายการวิทยุมากมาย ทั้งกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค ทั้งวิทยุ ชุมชนและวิทยุหลัก อย่างไรก็ตามเรียนย้ําตรงนี้ว่า ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ผมกล้าพูดว่า คนไทยมีทุกข์กันทั้งแผ่นดินครับ เรามีทุกข์ครับ เรามีสุขบางช่วง เปึนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แม้กระทั่งช่วงที่สมเด็จพระพี่นางฯ สิ้นพระชนม์ เราเสียใจกัน ทั้งประเทศ แต่เราก็อุตส่าห์มีช่วงหนึ่งที่เรามีความสุขตอนที่เราส่งท่านไปสู่สวรรคาลัย แต่หลังจากนั้นอีกไม่นานเราก็แตกแยกกันอีกแล้ว เราก็ทะเลาะกันอีกแล้ว เราก็ทุกข์กัน อีกแล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากเราอยากออกจากความทุกข์ที่เราเผชิญอยู่ ๒-๓ ป้อย่างยั่งยืน ผมต้องเรียกร้องทุกภาคส่วนของสังคมให้ลุกขึ้นมาช่วยกัน ลําพังรัฐบาลหรือเพื่อนสมาชิก ที่อยู่ในห้องนี้ก็คงไม่สามารถทําได้ หรือแม้กระทั่งเครือข่ายของกระทรวงวัฒนธรรม เพียงกระทรวงเดียวก็คงไม่สามารถทําได้ ก็ต้องเรียกร้องทุกภาคส่วนของสังคมให้มา ช่วยกันขับเคลื่อนการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยในสังคมไทย และเราจะทําให้ คนไทยมีคุณภาพ ก้าวทันในทุก ๆ เรื่อง และในที่สุดก็จะเลือกนักการเมืองที่ดีในทุกระดับ ระดับตําบล ระดับจังหวัด ระดับประเทศชาติ แล้วนักการเมืองระดับนั้นจะมาขับเคลื่อน การพัฒนาประเทศ ก้าวไปสู่ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในที่สุด ในวันนี้ก็ต้อง กราบขอบพระคุณท่านสมาชิก กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้เวลาผมได้ตอบ ในประเด็นนี้ และยินดีสําหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรมที่ท่านเห็นว่า เปึนปัญหา ผมยอมรับว่ากระทรวงนี้ทํางานยาก เปึนงานที่ไกลตัวพี่น้องประชาชน และเปึนนามธรรมแต่ก็พยายาม ผมพยายามสร้างเครื่องมือที่จะทํางานให้ง่ายขึ้น เรื่องนี้ ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่อยากมาเล่าให้ท่านสมาชิกได้ทราบว่ากระทรวงและรัฐบาลขับเคลื่อนไป อย่างไรขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกครับ
เชิญท่านดอกเตอร์ผุสดีครับ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ ขอขอบพระคุณนะคะ ที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณามาตอบเอง ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ตรงนี้เปึนข้อสังเกตนะคะ ท่านประธานคะ มีอยู่สัก ๒-๓ ข้อ
ประเด็นที่ ๑ ดิฉันอยากจะขออนุญาตฝาก คือกราบเรียนท่านประธาน เพื่อจะฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าให้นึกถึงการใช้สื่อในรูปแบบต่าง ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเปึนทีวี วิทยุ หรือว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ซึ่งเดี๋ยวนี้เยาวชนรุ่นหลังเขาใช้กันเยอะ ก็ขอเพียงแต่ ว่าท่านอาจจะต้องคิดในรูปแบบจะเปึนละครสั้น จะเปึนสปอท (Spot) วิทยุ ไม่ใช่แต่ท่าน รัฐมนตรีจะต้องทํางานหนัก คือไปออกรายการอยู่แต่เพียงคนเดียว ก็ขออนุญาตให้คิดถึง เรื่องนั้นด้วย เพราะว่าสื่อนั้นมีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวง
ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตฝากนะคะ ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าอย่างนี้ อยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีนั้นได้ช่วยเปึนพลังหลักในการ ที่จะต้องเชื่อมร้อยกับหน่วยงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่จะช่วยกันผลักดันเรื่องนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ เพราะว่าลําพังกระทรวงเดียวนั้นก็เห็นท่าจะยากนะคะ
ในประเด็นสุดท้าย ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียน ฝากท่านประธานและเพื่อนสมาชิกในฐานะที่สังคมมองว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เปึนผู้นําในสังคม วิถีคิด วิถีตอบ พฤติกรรมต่าง ๆ นั้นจะเปึนแบบอย่างที่ดีที่สุดอันหนึ่ง ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไว้เพียงแค่นี้ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรี มีเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ
ขอบคุณ ท่านประธานครับ สําหรับประเด็นข้อเสนอแนะของท่านเพื่อนสมาชิกนะครับ นําเรียนท่าน ว่ากระทรวงทําแล้วครับ แล้วก็ช่วงเวลาที่มันสั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็เตรียมเอกสารไว้ให้ผม เยอะเลย ผมก็คิดว่าอาจจะรบกวนเวลากระทู้ประเด็นต่อไป สิ่งเหล่านั้นเราทําหมดแล้ว ครับ แล้วก็การเสริมสร้างเรื่องนี้มันทําไม่ง่าย เพราะฉะนั้นการบูรณาการกับกระทรวงอื่น ๆ บูรณาการกับทุกภาคส่วนของสังคมจําเปึนครับ สื่อผมใช้ค่อนข้างจะมากครับ สิ่งที่สําคัญ ผมย้ําตรงนี้ว่าต้องดึงความมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เมื่อสักครู่ผมพยายามพูดแล้วว่า ถ้าเราอยากออกจากปัญหาตรงนี้ร่วมกัน เราคงต้องมาร่วมกันในการเสริมสร้างเรื่องนี้ ให้กับสังคมไทย อินเทอร์เน็ตก็ใช้ เพราะฉะนั้นก็ขอให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจ แล้วก็ ย้ําตรงนี้ว่างานมันทํายาก เพราะฉะนั้นเครื่องมือที่จําเปึนคือการบูรณาการกับกระทรวง อื่น ๆ แล้วก็ทุกภาคส่วนของสังคม งานของกระทรวงวัฒนธรรมเราทําอย่างนั้นครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เปึนอันจบกระทู้ถามที่ ๓ กระทู้ทั่วไป เรื่อง การสร้างวัฒนธรรม ประชาธิปไตยที่ดี ถามโดยดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ตอบโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม ท่านรัฐมนตรีธีระ สลักเพชร
ต่อไปจะเปึนวาระที่ ๒ กระทู้ถามสด
๑.๒.๑ กระทู้ถามสด เรื่อง การช่วยเหลือเกษตรกรในการจํานํา และประกันราคาข้าว ถามโดย คุณภราดร ปริศนานันทกุล ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบคือ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เปึนผู้ตอบครับ
ขอเชิญคุณภราดรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนที่ผม จะถามกระทู้ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานในเบื้องแรกเสียก่อนว่า ตามธรรมเนียม ปฏิบัติของพวกเราแล้วนี่พอถึงกระทู้สด ทางช่อง ๑๑ ซึ่งเปึนสถานีโทรทัศน์ของทาง รัฐบาลก็จะจัดให้มีการถ่ายทอดสด เมื่อสักครู่ผมได้โทรไปถามชาวบ้านปรากฏว่า ยังไม่มีการถ่ายทอดสดครับท่านประธาน จึงกราบเรียนท่านประธานให้ดําเนินการเพื่อที่ ชาวบ้านนั้นจะได้รับรู้เรื่องที่กําลังจะถาม เพราะว่าเปึนประเด็นที่สําคัญ และชาวบ้านนั้น ให้ความสนใจเปึนอย่างมากครับ ท่านประธานครับ
ครับ ก็เพิ่งผลัดเวรครับ ผมเพิ่งทราบเดี๋ยวนี้ครับ
ผมก็เพิ่งลุกขึ้นเหมือนกันครับ จึงเรียนท่านประธานว่าปกติตามธรรมเนียมปฏิบัติของพวกเรานี้ ช่อง ๑๑ จะต้อง ถ่ายทอดสดครับ เพียงแค่มีดําริเท่านั้นล่ะครับ
ทางเลขาธิการ ประสานงานดูซิ
ขอบพระคุณครับ ในเบื้องแรก ต้องกราบขอบพระคุณทางพรรคกิจสังคมก่อน คุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาตย์ ซึ่งแรกเริ่ม เดิมทีท่านจะเปึนผู้ที่ตั้งกระทู้ถามในวันนี้ แต่เนื่องจากว่าผมไปขออนุญาตจากท่าน เพราะเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องเร่งด่วน ท่านเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องเร่งด่วน จึงให้ผมได้มี โอกาสแซงคิว จึงขอบคุณทางพรรคกิจสังคมในเบื้องแรก
ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องของปัญหาราคาข้าวตกต่ํา ซึ่งพี่น้องเกษตรกรผู้ทํานาขณะนี้กําลังประสบเปึนปัญหาที่ใหญ่มาก ช่วงตลอดระยะเวลา ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่สภาแห่งนี้จะเป่ดเมื่อวานนี้ ผมเองได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องของเพลี้ยสีน้ําตาลกระโดด ได้รับปัญหาใหม่เข้ามา ครับ นั่นก็คือปัญหาเรื่องของราคาข้าวตกต่ํา วันนี้พี่น้องเกษตรกรเอาข้าวไปขายได้เพียง ตันละ ๖,๐๐๐ บาท หรือ ๗,๐๐๐ บาทเท่านั้นครับท่านประธาน ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม เปึนต้นมา จนกระทั่งถึงวันนี้เกษตรกรเอาข้าวไปขายได้ราคาตกต่ํา ทั้งหมด ผมเองได้พยายามที่จะสืบเสาะหาต้นเหตุว่าต้นเหตุของการที่ราคาข้าวตกต่ํานั้น เกิดขึ้นเนื่องเพราะเหตุใด เมื่อสืบสาวไปจึงพบว่าเกิดขึ้นเพราะว่าการแทรกแซงราคาข้าว ของรัฐบาลที่เคยทําอยู่นั้นได้หมดเขตสิ้นสุดการจํานําราคาข้าวลง การจํานําราคาข้าว ของรัฐบาลในรอบล่าสุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม จนกระทั่งถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม เมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมาครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่หลังจากที่การจํานํา ราคาข้าวสิ้นสุดลงราคาของข้าวจึงตกต่ํา เพราะว่าโรงสีนั้นก็สามารถที่จะกดราคาให้ต่ําได้ ชาวบ้านไม่มีสิทธิที่จะอ้าปากร้องบอกกับใครหรอกครับ ผมเองก็ถือโอกาสตรงนี้ตั้งเปึน กระทู้ถามทางรัฐบาล ถามทางท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านมีอํานาจเด็ดขาดเปึนประธาน คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ ท่านเองได้ให้ความเมตตา แล้วก็ได้มอบหมายให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาเปึนผู้ตอบ ผมเองต้องกราบขอบพระคุณ ผมต้องบอกว่า ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวที่แล้วมีมติ ครม. ออกมาทั้งหมด ๓ ครั้ง ครั้งแรกให้มีการรับจํานําข้าวที่ ๒,๕๐๐,๐๐๐ ตัน มติ ครม. ครั้งที่ ๒ ออกมาเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ให้มีการรับจํานําข้าวเพิ่มขึ้นอีก ๑.๕ ล้านตัน ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ให้มีการจํานําเพิ่มขึ้นอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน รวมแล้วทั้งสิ้น ๓ ครั้งที่มีมติของคณะรัฐมนตรี ออกมา คือให้มีการรับจํานําข้าวทั้งสิ้น ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ตัวเลขที่ผมไปเช็คดูล่าสุด ออกมาเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม คือหลังจากที่โครงการรับจํานําราคาข้าวสิ้นสุดลงแล้ว ตัวเลขที่พี่น้องเกษตรกรเอาข้าวไปเข้าสู่โครงการจํานําทั้งสิ้น ๕,๑๒๕,๒๐๐ ตัน หมายความว่ายังเหลือข้าวที่เปึนโควตา ที่รัฐบาลกําหนดเอาไว้แล้วยังไม่ได้รับเข้าโครงการ จํานําเหลืออีกประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ ตัน ตัวเลขกลม ๆ ครับ ผมจึงเรียนถามทางรัฐบาลว่า ถ้าทางรัฐบาลมีนโยบายอย่างไรที่จะบริหารจัดการปัญหาในส่วนนี้ สามารถที่จะเอา โควตาที่เหลือ ๙๐๐,๐๐๐ ตันนี้เอามาแบ่งปัน แล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้หรือไม่ ตัวเลข ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ที่มติ ครม. มีออกมานั้น ผมเชื่อว่าตัวเลขที่มีไม่ได้เปึนตัวเลข ที่กําหนดขึ้นมาลอย ๆ หรอกครับ ไม่ได้เปึนตัวเลขที่ทางรัฐบาลนึกจะกําหนดออกมา เอาละคราวแรก ๒.๕ ล้านตัน เพิ่มขึ้นอีก ๑.๕ ล้านตันก็แล้วกัน เพิ่มขึ้นอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตันก็แล้วกันเพื่อเปึน ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ผมคิดว่าตัวเลขที่ออกมานี่ มันจะต้องเปึนตัวเลขที่มีข้อมูล และหลักฐานชัดเจน ผมเชื่อว่าวันนี้เกษตรกรก่อนที่จะเข้า โครงการได้ไปลงทะเบียนผู้ทํานากับทางเกษตรอําเภอและเกษตรจังหวัดเอาไว้ หมายความว่าใครที่จะทํานาก็จะต้องไปลงทะเบียนกับเกษตรจังหวัด เพื่อที่จะให้ ทางเกษตรจังหวัดเขาตรวจสอบว่า จังหวัดนั้น ๆ มีผู้ทํานาทั้งหมดกี่ไร่ และจะแปรเปลี่ยน เปึนผลผลิตข้าวเปลือกออกมาจํานวนกี่ตัน เมื่อรวมทุกจังหวัดเข้าด้วยกัน ตัวเลข ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ตรงนี้จึงออกมา ผมจึงเรียนถามไปทางรัฐบาลว่าถ้าทางรัฐบาล มีนโยบายในการที่จะแก้ไขปัญหาช่องว่างระหว่างการจํานํากับช่องว่างที่ท่านกําลังจะ ดําเนินการนโยบายใหม่ ก็คือนโยบายประกันราคาข้าว ช่องว่างตรงนี้ที่ชาวบ้านได้รับ ผลกระทบ ท่านจะดําเนินการอย่างไร ผมเข้าใจดี เข้าใจดีว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านไม่มีอํานาจที่จะมาตัดสินใจแล้วก็มายืนยันกับผมกับสภาแห่งนี้ตรงนี้ได้ ผมถามท่าน เพียงเท่านี้ล่ะครับว่าท่านยืนยันกับสภาแห่งนี้ได้ไหมว่าเรื่องนี้ท่านจะพยายามที่จะผลักดัน เต็มที่เข้าไปสู่ในคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ เข้าไปสู่ในคณะรัฐมนตรี ผมเชื่อว่า ในคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ท่านเปึนรองประธาน ผมเชื่อว่าถ้าหากว่ามีธงจากทางฝ์ายการเมืองว่าจะดําเนินการไปอย่างนี้ มติของ คณะกรรมการข้าวแห่งชาติก็จะต้องเดินไปอย่างนี้ครับ จึงถามความบริสุทธิ์ใจจากท่านว่า เปึนไปได้ไหมที่ท่านจะยืนยันว่าท่านจะดําเนินการเรื่องนี้ด้วยความจริงจังและเร่งด่วนครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรอง นายกรัฐมนตรีครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี คงจะตอบในฐานะที่เปึนกรรมการท่านหนึ่ง ในฐานะกรรมการ กขช. นะครับว่าความเดือดร้อนของชาวนา ความเดือดร้อนของท่าน ส.ส. ภราดร ปริศนานันทกุล ที่ท่านเปึน ส.ส. จังหวัดอ่างทอง แล้วก็นํามาสอบถาม กระผมนั้นเปึนหน้าที่โดยตรงครับ ที่ผมจะต้องนําข้อมูลทั้งหลายที่ท่านอภิปรายในวันนี้ นําเข้าไปเรียนชี้แจงและเสนอที่คณะกรรมการ จังหวัดอ่างทองก็ปลูกข้าวเยอะครับ เฉพาะข้าวนาปรังอย่างเดียวก็เปึนจํานวนทั้งหมด ๒๕๐,๐๐๐ กว่าตัน เรื่องของข้าว นาปรังมันก็มีฤดูกาลของมัน แล้วก็ที่คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ เขากําหนดไว้ว่าให้สิ้นสุด เดือนกรกฎาคมนี้ ก็เพราะเหตุผลว่าในชุดแรกมันก็หมดตรงนั้นจริง ๆ แต่มันก็ยังมี หลงเหลืออยู่ ซึ่งทําให้ท่าน ส.ส. ภราดร ก็มีความกังวล จํานวนที่หลงเหลืออยู่ข้อมูล ก็ไม่ค่อยตรงกันเท่าไร ที่ผมมีอยู่ในมือนี้ข้าวเปลือกนาปรังเฉพาะเดือนตุลาคม มีเหลือ ถ้าหากเปรียบเทียบในแต่ละป้ ไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ ตัน ขณะที่ข้อมูลที่ทางเจ้าหน้าที่เพิ่งส่งมา ให้ผมเมื่อสักครู่นี้ ประมาณ ๔๖,๐๐๐ ตัน ข้อมูลอย่างนี้คือเปึนข้อมูลที่ไม่เคยมีใครมี ตรงกันสักทีหนึ่ง อันนี้ก็เปึนปัญหาของการแก้ไขปัญหาในเรื่องของผลผลิตทางการเกษตร ว่าข้อมูลเราไม่ค่อยแม่นเท่าไรนัก การบริหารจัดการก็ทําได้ยาก เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้ถาม ท่าน ส.ส. ท่านพูดถึงว่ารัฐบาลเดิมก็จํานําเพียง ๒.๕ ล้านตัน และต่อมาก็เพิ่มอีกเปึน ๑.๕ ล้านตัน เปึน ๔,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แล้วก็เพิ่มอีกเปึน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน รวมแล้วเปึน ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วข้าวเปลือกที่เปึนนาปรังมีเพียงประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตันเศษ เห็นตัวเลขได้ชัดเจนครับว่ารัฐบาลกล้าที่จะรับซื้อข้าวเปลือกนาปรัง ราคาแพงมากจริง ๆ ความหมายคือว่ามีอยู่ ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน รับซื้อ ตั้งโต๊ะซื้อ ราคาสูง ๆ เข้าไปถึงเกือบ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน คือตัวเลขที่ท่าน ส.ส. พูดเมื่อสักครู่นี้ถูกต้องเลย คือ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน การรับซื้อข้าวเปลือกหรือผลผลิตทางการเกษตรทุกตัวที่ทํากัน มาอย่างต่อเนื่องจนมาถึงรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ไม่ได้มีส่วนทําให้ราคาขึ้น หรอกครับ แล้วก็ที่บอกว่าพอหยุดจํานําปุ็บแล้วราคาตกก็ไม่ใช่ มันตกมาตลอดเลยครับ แล้วที่เกษตรกรที่เดือดร้อนมากที่สุดก็คือเกษตรกรที่ไม่ได้รับโควตาก็คือต้องขายในราคาที่ มันตก ๆ เกษตรกรที่อาจจะโชคดีหน่อยก็คือเกษตรกรที่ได้มีโอกาสเอาผลผลิตของตัวเอง ไม่ว่าจะเปึนข้าวโพด ไม่ว่าจะเปึนมันสําปะหลัง ไม่ว่าจะเปึนข้าวมาขายให้รัฐบาลในราคา ที่สูงเหลือเชื่อ เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาข้าวราคาตกมีองค์ประกอบหลายอย่าง ซึ่งใน วันนี้คงยังไม่รบกวนเวลาสภาที่จะมาชี้แจง อยากจะตอบคําถามแรกเลยนะครับว่า เชื่อว่า จํานวนมีไม่มากนัก แล้วก็จะให้การสนับสนุนครับที่จะนําเรื่องนี้เข้าคณะกรรมการ กขช. โดยเร็วที่สุด ซึ่งจะมีการประชุมกันเพื่อที่จะมีข้อยุติชัดเจนเสียทีหนึ่งว่าป้ที่จะมีการ เพาะปลูกของพี่น้องชาวนาทั่วประเทศในป้ต่อไป การประกันราคาที่เราได้เริ่มแล้ว ทั้งข้าวโพด ทั้งมันสําปะหลัง สําหรับข้าวจะทําอย่างไรต่อไป โดยมีรายละเอียดครบและ บริบูรณ์ แต่วันนี้ยังไม่ครบในเรื่องของข้าว เพราะยังไม่ได้มีการประชุมกันครั้งสุดท้ายครับ ขอตอบสั้น ๆ เท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ
เชิญผู้ตั้งกระทู้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา กราบขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ แต่ผมคิดว่าตัวเลขที่ท่านหยิบยกมานี้ ผมเข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่จะหยิบยกให้ท่านค่อนข้างที่จะคลาดเคลื่อน ตัวเลขที่ท่านบอก ว่าจํานวนการจํานําที่เหลือ เหลืออีกเพียงแค่ ๔๐,๐๐๐ ตัน ผมว่านั่นน่าจะเปึนตัวเลขที่ ทางเจ้าหน้าที่กําลังจะหมายถึงว่าของจังหวัดอ่างทองเหลือ ๔๐,๐๐๐ ตัน เพราะว่าผมก็มี อยู่ในมือครับ แต่ท่านเข้าใจว่าทั้งประเทศเหลืออยู่ ๔๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งไม่ใช่ครับ นั่นเปึน ประเด็นที่ ๑ ที่ต้องบอกกับท่าน
ส่วนเรื่องของราคาข้าวที่มันลดลง ผมต้องบอกครับ ยืนยันกับท่าน อีกครั้งหนึ่งว่าที่ราคาลดลงวันนี้ เพราะว่ามันไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาลแน่นอนครับ เปึนไปได้อย่างไรครับ ชาวบ้านไปขายข้าว เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม วันสุดท้าย ของโครงการจํานําจะสิ้นสุดไปขายได้ ๑๑,๐๐๐ บาท ในขณะเดียวกันเพียงชั่วข้ามคืน เท่านั้นนะครับ วันที่ ๑ สิงหาคม เหลือ ๗,๐๐๐ บาท ถ้ามันไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่รัฐบาล ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงราคาแล้วมันเกิดขึ้นจากอะไรละครับ โรงสีก็พยายามที่จะกดราคา ให้เกษตรกร เพราะรู้ว่ารัฐบาลไม่ได้จํานําราคาข้าวแล้ว เขาจะตั้งราคาเท่าไรก็ได้ นี่ครับคือ ปัญหาที่เกิดขึ้นและผมนําเรียนท่านเพื่อให้ท่านนําไปแก้ไขปัญหา วันอังคารนี้ประชุม ครม. ครับ ถ้ามีมติในวันอังคาร วันพุธก็สามารถที่จะดําเนินการได้ และเกษตรกรที่เหลือ ในช่วงเวลาที่เหลือที่กําลังจะเก็บเกี่ยวก็จะได้รับผลประโยชน์ตรงนี้ เพราะฉะนั้น ผมฝากท่านด้วย ให้เอาไปเข้าคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่จะถึงนี้
คําถามที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของการประกันราคาข้าวที่มีมติจาก คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม เมื่อเดือนที่แล้ว มติมีว่าอย่างนี้ครับ ข้าวปทุมธานี ๑ หรือข้าวเจ้า ๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลประกันราคา อยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยเกษตรกร ๑ คน สามารถขายได้เพียงแค่ ๒๐ ตัน ตัวเลข ๒๐ ตัน มาจากไหนครับ ผมก็ยืนยันว่ามันไม่น่าจะเปึนตัวเลขที่อยู่ดี ๆ ก็ลอยขึ้นมาแน่นอน ผมเข้าใจว่ามันต้องมีตัวเลขที่มีที่มาที่ไป ตัวเลข ๒๐ ตันมาจากค่าเฉลี่ยของสํานักงาน เศรษฐกิจการเกษตรที่ได้ไปสํารวจในพื้นที่ทั่วประเทศครับ ว่าพื้นที่นา ๑ ไร่ ผลผลิตจะได้ กี่ถัง หรือกี่กิโลกรัม ผลออกมาที่ว่าผลผลิตต่อ ๑ ไร่จะออกมาประมาณ ๕๐ ถัง หรือ ๕๐๐ กิโลกรัม เฉลี่ยให้ชาวนาคนหนึ่งทํานาประมาณ ๔๐ ไร่ เพราะฉะนั้นจึงคํานวณ ตัวเลขออกมาว่า ๒๐ ตัน ให้ชาวนา ให้เกษตรกรรายย่อยได้รับผลประโยชน์ ตรงนี้ผมเห็นด้วย ถามบอกว่าตัวเลข ๑๐,๐๐๐ บาท ที่จะประกันในราคาขั้นต่ํามาจากไหนครับ มาจาก ต้นทุนทางการผลิตที่ท่านได้ลงไปสํารวจในพื้นที่เช่นเดียวกันครับ ต้นทุนต่อ ๑ ไร่ ท่านสํารวจออกมาตัวเลขใกล้เคียงกันครับ ๕,๐๐๐ บาท แต่ต้องมีวงเล็บ ๕,๐๐๐ บาท คือคนที่มีที่นาเปึนของตัวเอง แต่คนที่ไม่มีที่นาเปึนของตัวเองละครับ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาทนี่ คือที่มาของตัวเลข ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านเอาต้นทุนทางการผลิตของชาวนาบวกรวมไป เข้ากับกําไรที่ท่านคิดว่าให้ชาวนากําไรสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมบอกกับ ท่านอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่นี้ตัวเลข ๒๐ ตันที่ผมลอยค้างเอาไว้ นา ๑ ไร่ ผลิตข้าวได้ ๕๐ ถัง หรือ ๕๐๐ กิโลกรัม เพราะฉะนั้นหมายความว่าเราต้องทํานาถึง ๒ ไร่เพื่อที่จะได้ ข้าวเปลือกออกมา ๑ ตัน ข้าวเปลือก ๑ ตัน ราคา ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านคิดตามผมนะครับ ข้าวเปลือก ๑ ตัน ราคา ๑๐,๐๐๐ บาท ที่ราคาประกัน ส่วนราคาต้นทุนทางการผลิต ท่านมีตัวเลขชัดเจนครับ ต้นทุนทางการผลิต ผมให้ขั้นต่ําเลย ไร่ละ ๕,๐๐๐ บาท ๒ ไร่ เพื่อที่จะให้ได้รับข้าว ๑ ตัน ๒ ไร่ ก็ ๑๐,๐๐๐ บาทแล้วครับ นี่คือขั้นต่ําที่สุดสําหรับต้นทุน ทางการผลิต หมายความว่าชาวนาทํานา ๒ ไร่ ใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อไปขายข้าว ในราคาประกันที่ ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วกําไรอยู่ตรงไหนครับ กําไรอยู่ที่ไหน ไม่มีกําไรครับ นี่ผมคิดราคาขั้นต่ําที่สุด แล้วชาวนาที่ไปเช่านาเขา ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ซึ่งเปึนราคา ต้นทุน ขาดทุนเห็น ๆ ครับ ขาดทุนตั้งแต่โครงการยังไม่ได้เริ่มต้น ผมจึงบอกกับ ท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีว่าสมมุติฐานของท่านผิดตั้งแต่เริ่มต้นแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมบอกนะครับ กราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่าวันนี้ถ้าราคาข้าวต่ํา ท่านไม่ต้องไปโทษใครหรอกครับ โทษรัฐบาลนั่นละครับ รัฐบาลเปึนคนกําหนดราคาข้าว ขั้นต่ําให้กับเกษตรกรเอง รัฐบาลเปึนคนกดหัวเกษตรกรด้วยตัวของรัฐบาลเองครับ ไปประกันที่ราคา ๑๐,๐๐๐ บาท ผมถามว่าราคารัฐบาลประกัน ๑๐,๐๐๐ บาท โรงสีที่ไหน เขาจะซื้อที่ราคาสูงกว่าราคาประกันครับ โรงสีเขาก็ต้องซื้อที่ราคาต่ํากว่าราคาประกัน เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าอย่างไร ส่วนต่างที่เหลือรัฐบาลเขาก็จะต้องชดใช้ให้ เพราะฉะนั้น ไม่มีโรงสีที่ไหนเขาจะมาซื้อข้าวที่ราคาสูงกว่าราคาประกันครับ โรงสีเขาก็ต้องซื้อที่ราคา ต่ํากว่าราคาประกัน เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าอย่างไรส่วนต่างที่เหลือรัฐบาลเขาก็จะต้องชดใช้ให้ เพราะฉะนั้นไม่มีโรงสีที่ไหนหรอกครับที่เขาจะมาซื้อข้าวที่ราคาสูงกว่าราคาประกัน เหมือนกันครับ ตลาดต่างประเทศ ตลาดโลกก็ไม่มีตลาดที่ไหนเหมือนกันที่จะมาซื้อข้าวเรา ในราคาที่สูงเกินกว่าราคาประกัน เขารู้ว่าเราประกันอยู่ที่ราคา ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่มีที่ไหนที่เขาจะมาซื้อให้ราคาเราสูงกว่าราคาที่เราประกันไว้ จึงบอกกับท่านประธาน แล้วก็ผ่านไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี
ถามท่านในคําถามที่ ๒ ว่าก่อนที่จะมีการเริ่มโครงการรับประกันราคาข้าว ซึ่งผมเข้าใจว่าจะมีเวลาอีกประมาณ ๒ เดือน ถามท่านว่าด้วยข้อสังเกตที่ผมบอก ด้วยช่องว่างที่ผมได้ไล่เรียงให้ท่านฟัง ผมไม่ทราบว่าท่านทราบถึงปัญหานี้หรือไม่ ถ้าท่าน ทราบถึงปัญหานี้ ท่านจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เปึนคําถามที่ ๒ ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรอง นายกรัฐมนตรีครับ
ขอบคุณครับ คําถามแรก ก็คงเข้าใจเหมือนกันนะครับ จํานวนที่ข้าวเปลือกนาปรังที่ยังมีอยู่ ตัวเลขที่ผมบอก เฉพาะที่จังหวัดอ่างทองประมาณ ๔๐,๐๐๐ ซึ่งผมก็บอกว่ามันไม่มาก ส่วนที่อื่นเขาก็ไม่มี แล้วครับ มีจังหวัดอ่างทองบ้าง จังหวัดฉะเชิงเทราอยู่บ้างที่ยังหลงเหลืออยู่ นอกนั้นก็มี ที่ภาคใต้ ซึ่งยังไม่ครบกําหนดเวลา เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็ตัดไป
ประเด็นที่ ๒ คงจะต้องมาพูดกันนิดหนึ่ง คือเรื่องต้นทุนการผลิต เวลานี้ คณะรัฐมนตรี ก็ยังไม่ถึงคณะรัฐมนตรี เฉพาะกรรมการ กขช. ให้ความเห็นชอบไว้ ๒ ตัว ด้วยกัน ในเรื่องของข้าว ก็คือปทุมธานี ๑ กับข้าวขาว ตั้งราคาไว้ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่ง ๑๐,๐๐๐ บาท มาจากต้นทุนการผลิต ตัวเลขที่เขามีก็คือ ๖,๙๖๙ บาท บวกค่าขนส่ง อีก ๒๐๐ บาท แล้วส่วนที่เหลือคือกําไรประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ ๒,๘๖๘ บาท ความจริงไม่ได้มีเจตนาที่จะมาถกเถียง เพราะว่าในทฤษฎีว่าข้าวขึ้น ลงอย่างไร เปึนเพราะ รัฐบาลประกัน หรือเปึนเพราะรัฐบาลจํานํา ก็คงจะถกเถียงกันได้นาน แต่อยากจะ กราบเรียนอย่างนี้ว่า คือเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคมราคาข้าวมันสูง ไม่ใช่ราคาข้าวที่โรงสี เขาซื้อนะครับ เปึนราคาข้าวที่รัฐบาลตั้งโต๊ะซื้อสูง ๆ คือที่ว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท เพราะรัฐบาลซื้อครับ ไม่ใช่โรงสีซื้อ แต่ว่าโรงสีที่อยู่ในโครงการซื้อในนามของรัฐบาล ถ้าหากไปดูโรงสีที่ไม่ได้อยู่ในโครงการ หรือปกติที่ไม่อยู่ในโควตา เขาไม่ได้ซื้อ ๑๐,๐๐๐ บาทหรอกครับ เขาซื้อ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาทมานานแล้วครับ ราคามันไม่ได้ขึ้น เพราะฉะนั้นในความเข้าใจที่ว่าการรับซื้อของแพงก็คือทําให้ราคาสูง มันไม่ใช่ครับ มันสูงเฉพาะคนที่ขายของได้ในโควตาเท่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะทําความเข้าใจว่า อันนั้นคือข้อเสียหาย คือสิ่งที่ไม่ดีในการตั้งโต๊ะซื้อราคาสูง เพราะไม่ได้ทําให้ราคาข้าวขึ้น การจํานําข้าวสมัยก่อนจํานําในราคาต่ํากว่าราคาตลาด สมมุติว่าซื้อขายกันที่ ๘,๐๐๐ บาท เขาก็จะจํานําประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท แล้วก็จํานําในยุ้งฉาง เกษตรกร ธ.ก.ส. ก็เปึนคนจํานําข้าวเปลือก ประเด็นก็คือต้องการดูดข้าวที่มีอยู่ในระบบ ที่มีมากเกินไป บอกเกษตรกรว่าอย่าเพิ่งขายนะ จะเอาเงินไปใช้ก่อน เพราะตอนนี้เงิน ยังไม่ค่อยมี แล้วรัฐบาลก็ใช้มาตรการอื่น ๆ เสริม เพื่อให้ราคาข้าวมันขึ้น แล้วพอข้าวขึ้น ปุ็บเกษตรกรก็เอาข้าวที่จํานําไว้เอาออกไปขาย แล้วเงินที่ได้ก็เอามาใช้หนี้ ธ.ก.ส. โครงการรับจํานําในลักษณะนี้เปึนโครงการรับจํานําที่ถูกต้อง ทํากันมาผมว่าเปึนสิบ ๆ ป้ เพิ่งมาเปลี่ยนตอนหลัง ใช้ชื่อเก่า แต่ว่าเปึนการตั้งโต๊ะซื้อของแพง ไปดูเถอะครับ ที่จํานํา ทั้งหมด ใช้ชื่อโก้ว่า จํานํา ไม่มีใครไปไถ่ถอนแม้แต่กองเดียว แม้แต่กระสอบเดียวครับ เพราะว่าราคามันไม่ได้ขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าเกษตรกรที่เปึนชาวนาทั้งหมดเลย เฉพาะข้าวนาป้ก็ ๓.๗ ล้านครัวเรือน ข้าวนาปรังอีกประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ทั้งหมดไม่ได้รับอานิสงส์จากการขายของแพง ๆ ให้กับรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีเงินไม่พอ เวลานี้รัฐบาลก็ซื้อมาเยอะมาก ตามมาตรการอย่างนี้ที่ทําติดต่อกันมาหลายรัฐบาล ที่ผ่านมา ๓-๔ ป้ ก็กลายเปึนผู้ค้าข้าวเสียเอง มีข้าวเต็มโกดังไปหมดเลยขณะนี้ครับ แล้วก็มีปัญหาในเรื่องการจําหน่ายที่จะต้องรีบเร่งออกไป อันนี้ก็เปึนปัญหาของรัฐบาล ที่จะต้องแก้ไข แต่ถามว่าแล้วต่อไปเราจะทําอย่างไร เราไม่ได้เรียกว่าเปึนการประกัน ราคาข้าวครับ เราเรียกว่าเปึนการประกันรายได้ขั้นต่ําของเกษตรกร ความหมายก็คือ เกษตรกร ผมจะพูดรวมกันไปเลย ไม่ว่าจะเปึนชาวไร่ข้าวโพด ไม่ว่าจะเปึนชาวไร่ มันสําปะหลัง ไม่ว่าจะเปึนพี่น้องเกษตรกรที่ทํานา รัฐบาลจะไปคิดหาต้นทุนถัวเฉลี่ย ผมใช้คําว่า ถัวเฉลี่ย เพราะทั่วประเทศต้นทุนต่างกัน แต่เนื่องจากว่าเราทําเปึนครั้งแรก เราก็ใช้ถัวเฉลี่ยที่มีการถ่วงน้ําหนักมากหน่อย ความหมายก็คือว่าต้นทุนตรงไหนที่แพง เราเอาตัวแพงไว้ก่อนเปึนหลัก เกษตรกรที่มีต้นทุนต่ํากว่าก็จะได้กําไรตรงนี้ไปนิดหนึ่ง เมื่อเราคิดต้นทุนแล้วเราก็บอกเขาเลยว่า เวลาเขามาทําการเพาะปลูกเขาจะรู้ในใจเลย อย่างในกรณีข้าวเราบอกว่าต้นทุนที่ ๖,๙๖๙ บาท แน่นอนครับ มีเกษตรกรที่ทํานาเก่ง ๆ ต้นทุนต่ํากว่านี้ เกษตรกรที่เปึนเจ้าของนาเองต้นทุนก็ยิ่งต่ํามาอีกแบบที่ท่าน ส.ส. พูดเมื่อสักครู่ แล้วเราก็บวก ๆ ไปให้วันที่เขาทํานา ซึ่งเราจะประกาศต่อไป จะเปึนช่วง ต้นฤดู เขาจะรู้เลยอีก ๔ เดือน ถ้าเขาทําข้าวที่เปึนข้าวขาวธรรมดาแล้วป้หนึ่งปลูก ๒ ครั้ง อีก ๔ เดือนเขาเก็บเกี่ยวเมื่อไร เขารู้เลยว่าเขาไม่มีวันขายในราคาที่ ๖,๙๖๙ บาท เท่าทุน อีกแล้ว หรือ ๕,๐๐๐ บาท ต่ํากว่าทุน แต่รัฐบาลบอกว่าให้เขาไปทําสัญญาประกันราคา ตัวนี้ ประกันรายได้ขั้นต่ําตัวนี้ไว้กับ ธ.ก.ส. เลย เมื่อถึงเวลาเขาเก็บเกี่ยวมันราคา ๑๐,๐๐๐ บาท วันนี้เขารู้ในใจเลย เขารู้ในใจเลยว่าอีก ๔ เดือน ฉันได้ ๑๐,๐๐๐ บาท เขาก็สามารถตัดสินใจได้ว่าเขาจะทํานาหรือไปประกอบอาชีพอื่นดี เขาจะมีความรู้สึก เหมือนกับลูกหลานเขามีที่ เวลาไปทํางานที่โรงงานแล้วรู้เลยว่าเงินเดือนได้เท่าไร เกษตรกร ในอดีตไม่เคยรู้ว่าตัวเองจะมีรายได้เท่าไร แต่วันนี้เขาจะรู้ และข้อดีที่สุด จํานวนครัวเรือน ที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่ เฉพาะชาวนาอย่างเดียว ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ได้ทุกครัวเรือน ไม่ต้องไปกังวลว่าจะต้องมีโควตา ไม่ต้องไปกังวลว่าต้องรีบเก็บเกี่ยว แล้วก็เปึนเพื่อนซี้กับโรงสีจะได้เข้าไปจํานําได้ ทุกครัวเรือนได้เหมือนกันหมด คําถามว่า พี่น้องที่ทําไร่ข้าวโพดจะมีจํานวนเท่าไร ครั้งที่แล้วมีการซื้อข้าวโพดแพง ๆ ก็ไม่ใช่ว่าได้ครบ กันหมดทุกคนก็ได้เพียงประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ครัวเรือน ขณะที่มีพี่น้อง ที่ทําไร่ข้าวโพดอยู่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน หรือในกรณีมันสําปะหลังมี ๕๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน หรือ ๖๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ก็ได้เพียง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ตัวเลขอาจจะเปึนตัวเลขเพียงประมาณการ แต่อยากจะชี้ให้เห็นว่าการตั้งโต๊ะซื้อของแพง ทําให้รัฐกลายเปึนพ่อค้าเสียเองนั้น ไม่มีประโยชน์เลย เพราะเกิดประโยชน์เฉพาะ เกษตรกร รวมหมดแล้วประมาณร้อยละ ๒๐ เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ ๘๐ ขายถูกครับ เพื่อน ส.ส. ที่นั่งอยู่ตรงนี้ ถ้าหากว่าอยู่แถวจังหวัดนครราชสีมา อยู่แถวจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดชัยภูมิ แถวภาคอีสานรู้เลยว่าพี่น้องชาวไร่มันสําปะหลังทั้งหลายที่ขับรถอีแต๋น บรรทุกหัวมันสดเข้าไปในโกดังเข้าไป ๒ คัน คันหนึ่งขายได้ ๒ บาท อีกคันหนึ่งขายได้ ๑.๑๐ บาท ไม่ใช่ขายได้ ๒ บาท ทั้ง ๒ คัน ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากําลังทําขณะนี้ เราบอกเลยว่าต้องได้ทุกคน จึงมีที่มาว่าเราทุ่มเทเงินงบประมาณเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท ๑๔๐ ล้านบาท ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปทําเรื่องทะเบียนให้สมบูรณ์ที่สุด เริ่มมาแล้วประมาณ ๑ เดือน เหลืออีก ๒ เดือนทําครบ ทะเบียนตรงนี้จะบอกว่า ครัวเรือนนี้ทํานาเท่าไร ทําไร่ข้าวโพดเท่าไร ทํามันสําปะหลังเท่าไร คําว่า ทําเท่าไร หมายความว่ามีจํานวนไร่กี่ไร่ วันนี้กระบวนการประกันรายได้ขั้นต่ําของเกษตรกร ไปไกลถึงขนาดไม่ต้องส่งมอบด้วย คําว่า ไม่ต้องส่งมอบ หมายความว่าผลผลิตออกมาเท่าไร รัฐบาลบอกไม่สนใจ ยิ่งทําได้มาก ท่านยิ่งมีกําไรมาก แต่ในส่วนที่รัฐบาลจะชดเชยนั้นจะเอาผลผลิตที่เปึน ถัวเฉลี่ย ถ้าหากว่าเปึนมันสําปะหลัง ๑ ไร่ ก็ ๓.๖ ถ้าหากว่าจะเปึนข้าวโพดก็ไร่ละ ประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นเกษตรกรทุกครัวเรือนเมื่อมีจํานวนไร่ชัดเจน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขาจะไปตรวจสอบจํานวนไร่พร้อมกับท้องถิ่น พร้อมกับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ทําเปึนเอกสารขึ้นมาชัดเจนว่า ๑. เปึนคนไทย ๒. มีการ ตรวจสอบระหว่างครัวเรือนกันเอง เพราะจะมีการไปติดไว้ที่ศาลากลางบ้านเลย ให้ไป ตรวจสอบกันเอง เกษตรกรก็อยากตรวจสอบกันเองว่าใคร ครัวเรือนไหน ทําอะไร มีจํานวนกี่ไร่ ในสัญญานี้จะบอกมาเลย ถ้าเปึนข้าวโพดก็คูณ ๖๐๐ สมมุติว่าเปึน ๖๕๐ ตัน ก็คูณ ๖๕๐ ตันคูณ ๓.๖ ไปเลย ท่านอาจจะทําได้ ๒.๕ ท่านก็ได้กําไร ถ้าทําได้ ๓.๘ ท่านก็ ขาดทุนเล็กน้อย แต่ท่านไม่ได้ขาดทุนมากไปกว่าขาดทุนส่วนต่างที่เราจะจ่ายให้ ในกรณี มันสําปะหลัง เอกสารของท่านจะมีระบุด้วยว่าท่านจะขุดหัวมันสดเมื่อไร สมมุติท่านจะขุด หัวมันสด วันที่ ๑ ตุลาคม ท่านไม่ต้องขุด ท่านเพียงแต่เดินไปที่ ธ.ก.ส. เพราะท่านไปทํา สัญญาล่วงหน้าไว้แล้วว่าฉันจะขุดมันของฉันเดือนตุลาคม หรือไม่ก็เดือนพฤศจิกายน แล้วฉันไปทําประกันไว้เลย ๑.๗๐ บาท แล้วฉันก็บอกเลยว่าฉันปลูกอยู่ ๒๐ ไร่ แล้วฉัน ก็รู้เลยผลผลิตของฉันเท่าไร วันนั้นเดินไปที่ ธ.ก.ส. จํานวนผลผลิตออกมาชัดเจน ถ้าไม่เกิน ๑๐๐ ตัน เพราะเราช่วยได้เฉพาะเกษตรกรรายย่อย ถ้าท่านมี ๒๐๐ ตัน เราก็ ช่วยท่าน ๑๐๐ ตัน ท่านก็ไปเอาผลต่างนั้นมาเลย คําว่า ผลต่าง ก็คือวันที่ ๑ ตุลาคม หรือ วันที่ ๑๖ ตุลาคม กระทรวงพาณิชย์จะประกาศราคาที่เรียกว่า ราคาอ้างอิง ข้าวก็เช่นกัน ข้าวป้หนึ่งเราก็จะทํา ๒ ช่วง เพราะว่ามีทั้งข้าวนาป้ มีทั้งข้าวขาว มีทั้งข้าวหอมมะลิ ซึ่งข้าวนี่ยากกว่านิดหนึ่ง แล้วผมไม่สามารถอธิบายเรื่องข้าวได้ เพราะยังไม่ได้เคาะ ออกมา แต่ในเรื่องข้าวโพดก็ดี มันสําปะหลังก็ดี เคาะออกมาเรียบร้อยแล้วครับ เพราะฉะนั้นเมื่อไปทําสัญญากับ ธ.ก.ส. สมมุติว่าเปึนมันสําปะหลังที่ ๑.๗๐ บาท ราคา อ้างอิงออกมาที่ ๑.๔๐ บาท ๓๐ สตางค์ ธ.ก.ส. ส่งเงินเข้าบัญชีให้ได้เลย คูณกับจํานวนตัน ที่ท่านระบุไว้ โดยที่ท่านกลับไปถึงบ้านได้สตางค์ส่วนต่างนั้นแล้วท่านสบายใจแล้ว ส่วนต่างนี่คือส่วนที่รัฐบาลบอกว่าไม่มีคําว่า ขาดทุนสําหรับฉัน ก็เหลือแต่เพียงว่า เกษตรกรนั้นจะขุดหัวมันขึ้นมาหรือไม่ ถ้าเกษตรกรเปึนเกษตรกรที่มีความรู้อาจจะเข้าไปดู ในตลาดนิดหนึ่งว่ามันมีแนวโน้มว่ามันจะราคาขึ้นหรือเปล่า หัวมันสดเก็บไว้ในดินมันก็ โตวันโตคืนครับ ถ้าหากดูตลาด ขุดมาอาจจะเปึนราคาที่ ๑.๙๐ บาท ได้ ๒ ต่อ เพราะ ตอนไปใช้สิทธิในการประกันมันแค่ ๑.๕๐ บาท แต่ตอนขุดหัวมันออกมามัน ๑.๙๐ บาท ถือว่ากําไร ในขณะเดียวกันถ้าเกษตรกรเดาผิด เพราะคิดว่าเดี๋ยวมันจะขึ้น กลายเปึน ปรากฏว่าเศรษฐกิจเจ๊งขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ราคาน้ํามันลง ไม่มีใครอยากเอามันเส้นหรือ แปังมันไปทําเอทานอล (Ethanol) แล้วราคาลง กลายเปึนเหลือ ๑.๓๐ บาท แต่ว่าราคา ที่เคยประกาศไว้ ๑.๕๐บาท ขาดทุนเลย ๒๐ สตางค์ เพราะฉะนั้นเราเองก็จะ ประชาสัมพันธ์ว่าถ้าท่านอยากจะใช้สิทธิเมื่อไร เพื่อความสบายใจท่านก็ขุดมันมาขาย ตอนนั้น ยกเว้นท่านมีความรู้มีความสามารถเพียงพอที่จะเดาอนาคตท่านได้ แต่อย่างน้อยที่สุดส่วนต่างที่เราบอกว่าเราจะดูแลไม่ให้ท่านขาดทุนอีกแล้ว ท่านได้รับเงินครับ ข้าวโพดจะเริ่มวันที่ ๑๖ นี้ช้าไปด้วยครับ วันนี้ก็ได้แต่ขอโทษพี่น้องชาวไร่ข้าวโพด ในส่วนที่ออกไปแล้วก็ถือว่าเปึนความสามารถที่ยังไม่ดีพอที่ทําได้ออกมาเร็วเท่าที่ควร ช้าไปนิดหนึ่ง มันสําปะหลังดีเลยครับ ยังไม่ถึงเวลา แล้วจะทําได้อย่างถี่ถ้วน แต่ข้าวโพด วันที่ ๑๖ ไปทําสัญญาได้เลย แล้ววันที่ ๒๖ ก็สามารถที่จะใช้สิทธิตรงนั้นได้เลย มันสําปะหลังก็ทําสัญญาได้อีก ๔๕ วัน หรือ ๖๐ วัน ส่วนข้าวนั้นกําลังรีบครับ ที่ท่าน ส.ส. ภราดรพูดเมื่อสักครู่นี้ให้ผมนําเรื่องนี้เข้าคณะรัฐมนตรี ผมคงจะต้อง กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีก่อน เพราะโดยปกติมันจะต้องเข้าคณะกรรมการข้าว แห่งชาติ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน และเข้าใจว่าคงจะประชุมไม่ทันวันจันทร์ ถ้าเปึนกรณีพิเศษ ทางเลขานุการคือทางกระทรวงพาณิชย์ ผมจะไปประสานให้ว่า ในกรณีนี้จะนําเข้า ครม. ได้เลยหรือไม่ แล้วก็ถ้าหากว่าเปึนจํานวนไม่มากนัก ผมคิดว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านต้องดําเนินการครับ ผมมีความคิดอย่างนั้น คิดในใจลึก ๆ แต่ว่าไม่สามารถจะตอบท่านได้นะครับ ก็คงจะต้องขออภัยท่านประธาน พอดีไปถึง มันสําปะหลังด้วย ข้าวโพดด้วย เพราะว่าจริง ๆ มันก็จะเปึนระบบเดียวกันครับ คล้าย ๆ กันครับ ขอบคุณครับ
สภายินดีต้อนรับอาจารย์ และนักเรียนโรงเรียนวัดหัวค่าย จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยความยินดีนะครับ สุดท้าย นะครับ
เปึนคําถามสุดท้าย เปึนการ ลุกขึ้นยืนครั้งสุดท้ายและเปึนคําถามสุดท้ายครับ ก่อนที่จะถามคําถาม จึงขออนุญาตสรุป กับท่านประธานผ่านไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าที่ท่านรับปากเมื่อสักครู่นี้คืออะไรบ้าง ท่านรับปากว่าท่านจะเอาเรื่องของโควตาที่เหลืออยู่ เอาไปเข้าคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ โดยผ่านไปทางประธานคณะกรรมการข้าวแห่งชาติก็คือท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือว่า จะสามารถนําเข้าสู่คณะรัฐมนตรีในวันอังคารได้ทันหรือไม่ นั่นเปึนวิธีที่ ๑ หรือ ๒ ท่านจะไปหารือกับกระทรวงพาณิชย์ว่าสามารถที่จะนําเรื่องนี้เข้าสู่คณะรัฐมนตรี ในวันอังคารได้เลยหรือไม่ และท่านยืนยันกับสภาแห่งนี้ว่าท่านจะผลักดันเรื่องนี้ อย่างเต็มที่ผมขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกว่าการจํานํา ราคาข้าวนี้เปรียบเสมือนกับการไปซื้อของราคาแพง ผมบอกครับว่าเข้าใจผิด แล้วเรา ไม่ได้ไปซื้อของราคาแพงครับ แต่เรากําลังจะไปซื้อนําตลาดเพื่อให้ตลาดนั้นซื้อข้าว ในราคาที่ไม่ต่ําเกินความเปึนจริง นั่นคือวัตถุประสงค์ของการจํานําข้าว จํานําที่ราคาสูง ก็เพื่อดึงราคาของตลาดให้มันขึ้นมาอยู่ที่ในราคาสูงที่พี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะรับได้ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เปึนการซื้อของแพงของทางรัฐบาลแน่นอนครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านบอกว่าประชาชนมีประกันขั้นต่ําที่เขาจะได้รับอยู่แล้วอยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ไร่ ผมบอกครับ ตัวเลข ๑๐,๐๐๐ บาทเปึนตัวเลขที่หลอกลวง หลอกลวงอย่างไรครับ ท่านไปกําหนดเอาไว้ว่าความชื้นของข้าวนี้ต้องอยู่ที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเรียนถามท่านประธานไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีครับว่าท่านเคยไปดูที่ลานตากข้าว เคยไปดูที่โรงสีบ้างหรือเปล่า ชาวนาเกี่ยวข้าวเสร็จปุ็บ ไม่มีชาวนาที่ไหนเอาข้าวไปเก็บไว้ ในยุ้งฉางหรอกครับ ชาวนาเกี่ยวเสร็จปุ็บก็เอาข้าวขึ้นรถบรรทุก แล้วก็เอาไปขายที่ ลานตากข้าว ที่โรงสี ความชื้นไม่มีทางที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์แน่นอน เพราะฉะนั้นราคา ๑๐,๐๐๐ บาทที่ท่านบอกว่าท่านจะประกันเอาไว้ ผมคิดว่าเปึนราคาที่โกหก เปึนราคาที่ หลอกครับ เวลาไปขายจริงไม่มีทางที่จะถึงนี้ เวลาประกันจริงก็ไม่มีทางที่จะถึงนี้ เพราะท่านกําหนดความชื้นไว้ที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ และที่สําคัญครับ วิธีการประกันของท่าน ก็คือท่านบอกว่าท่านกําหนดไว้ที่ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน แล้วก็ให้กระทรวงพาณิชย์เปึน ผู้กําหนดราคากลางของตลาด สมมุติเอาละ วันนี้กระทรวงพาณิชย์กําหนดราคากลาง ของตลาดเอาไว้ที่ ๘,๐๐๐ บาท ต่างจากราคาประกันอยู่ ๒,๐๐๐ บาท ส่วน ๒,๐๐๐ บาท ส่วนต่างที่เหลือรัฐบาลจะเปึนคนชดเชย เอาละ ผมถามครับ ในทางปฏิบัติ มันจะเปึนไปได้ไหม ถ้าเอาข้าวไปขายนี้ ถ้าสมมุติว่าเกษตรกรรายนั้น ๆ เอาข้าวไปขาย ให้กับโรงสีแล้ว โรงสีตีไม่ถึงราคาที่ทางกระทรวงพาณิชย์ตั้งเอาไว้ ท่านจะทําอย่างไร หมายความว่ากระทรวงพาณิชย์ตั้งราคากลางไว้ที่ ๘,๐๐๐ บาท ชาวบ้านเอาไปขายได้ ๗,๐๐๐ บาทนี้ครับ รัฐบาลชดเชยตามราคากลางที่กระทรวงพาณิชย์ ก็คือชดเชยอีก ๒,๐๐๐ บาท ชาวนาได้เงินจากโรงสี๗,๐๐๐ บาท แล้วก็ได้เงินจากรัฐบาลอีก ๒,๐๐๐ บาท สรุปรวมออกมาเท่ากับ ๙,๐๐๐ บาทอีก ๑,๐๐๐ บาท ไม่ถึงราคาประกันนะครับ นี่คือปัญหาในทางปฏิบัติที่ผมกําลังจะบอกกับท่าน ในส่วนนี้ท่านไม่ต้องตอบผมก็ได้ ผมเพียงแต่บอกกับท่านให้เปึนข้อสังเกตว่าช่องทางการรั่วไหลของนโยบายของท่าน มันจะเปึนอย่างนี้
ข้อสังเกตอีกข้อหนึ่งก็คือว่า เมื่อฤดูการเก็บเกี่ยวที่แล้วท่านประกาศออกมา ว่าจะให้มีการจํานําราคาข้าววันที่ ๑๖ มีนาคม แต่ท่านลองไปเป่ดแฟัมดูเถอะครับชาวนา คนแรกที่เข้าโครงการจํานําราคาเมื่อฤดูการเก็บเกี่ยวที่แล้วคือวันที่ ๒๗ มีนาคม หมายความว่าหลังจากนั้นไปอีก ๒ อาทิตย์เต็ม ๆ ชาวนาเสียผลประโยชน์ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ เปึนความผิดของเขาเลย เปึนความผิดของทางรัฐบาลที่รัฐบาลไม่มีการเตรียมพร้อม ให้ถึงที่สุดว่าวันที่ ๑๖ มีนาคม จะเปึนวันเคาะกระดิ่งวันแรก แล้วชาวบ้านสามารถเข้า โครงการรับจํานําราคาข้าวได้เลย ผมฝากเปึนข้อเสนอแนะท่านเพื่อเอาไปเปึนแนวทาง ในการที่จะดําเนินการกับโครงการที่กําลังจะถึงนี้ ท่านประกาศวันไหน ต้องให้วันนั้น เปึนวันแรกที่ชาวบ้านได้รับผลประโยชน์จากทางรัฐบาลครับ ก็เลยถือโอกาสตรงนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้ตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี และต้องกราบขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ที่ท่านได้ให้คํามั่นสัญญา กับทางสภาแห่งนี้ว่าท่านจะช่วยผมผลักดันในเรื่องโควตาข้าว เพื่อที่จะเข้าสู่คณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทันท่วงทีต่อปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่กําลังเกิดขึ้นในขณะนี้ กราบขอบพระคุณครับ
เขาไม่ให้ตอบ เขาฝากท่านครับ
เดี๋ยวเกิดเข้าใจผิดครับ ท่านประธาน ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องจะเอาเข้า ครม. นี้ก็แล้วแต่ท่านประธาน กขช. คือท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ส่วนกระบวนการก็หมายความว่าถ้าหากท่านนายกรัฐมนตรี บอกตกลง ทางกระทรวงพาณิชย์ก็จะเปึนคนนําเข้าครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือความกังวลในเรื่องของราคากลาง อยากจะเรียนว่า มันจะมีนโยบายที่เรียกว่ารักษาเสถียรภาพควบคู่กันไป ในส่วนประกันก็ประกันไว้ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท และวิธีการรักษาเสถียรภาพก็คือว่าราคาที่จะประกาศนี้จะต้องเปึนราคาที่ กระทรวงพาณิชย์พร้อมซื้อครับ ถ้าหากว่าเปึน ๘,๐๐๐ บาท ก็หมายความว่าถ้าหาก เกษตรกรขายไม่ได้ก็ขายให้กระทรวงพาณิชย์ครับ เหมือนกับที่กําลังทํากันอยู่ในขณะนี้ แล้วก็รับไม่อั้น เพราะกระทรวงพาณิชย์ซื้อไปแล้วไม่ต้องเก็บ กระทรวงพาณิชย์จะไป เจรจาเพื่อส่งออกในราคานั้น ก็คือกระทรวงพาณิชย์ประกาศราคาอะไรต้องเปึนราคาจริง เปึนราคาที่ส่งออกไปได้ เปึนราคาที่สามารถทําได้ พูดง่าย ๆ ว่ากระทรวงพาณิชย์นี้ ก็คงจะต้องทําตัวเปึนพ่อค้าแข่งกับพ่อค้า เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหานะครับ
ประเด็นสุดท้าย ก็คือเรื่องความชื้นครับ ตรงนี้เมื่อไม่มีการส่งมอบก็ไม่ต้อง กังวล เพราะว่าข้าวสดของพี่น้องชาวนาบางทีความชื้นตั้ง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มากังวลว่า ที่จํานํา ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ทําไม่ได้หรอก ผลสุดท้ายแล้วมันก็จะทอนลงมาจาก ๑๐,๐๐๐ บาท เหลือเพียง ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท เมื่อไม่มีการส่งมอบ ไม่ว่าจะเปึน แปังมัน หรือว่ามีเชื้อแปังเท่าไร ไม่ว่าจะเปึนข้าวโพดที่ความชื้นเท่าไร ไม่ว่าจะเปึนข้าว ที่ความชื้นเท่าไร ความกังวลตรงนั้นไม่มีครับ อันนี้เปึนข้อดี ผมขออนุญาตเท่านี้ก่อน ส่วนถ้ามีประเด็นอื่น ๆ อีก ผมพร้อมคุยกัน หารือกันเมื่อไรก็ได้ครับ ขอบคุณครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน สุดท้ายจริง ๆ ครับ ๓๐ วินาที เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกว่าถ้าหากว่าตลาดนี้ซื้อต่ํากว่า ราคาประกัน หมายความว่าซื้อต่ํากว่าราคาที่กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งเอาไว้ ทางกระทรวง พาณิชย์จะเปึนผู้ซื้อข้าวนั้นเอง ท่านอย่าพูดลอย ๆ นะครับ ชาวบ้านเขาฟังอยู่ ท่านต้อง บอกให้ชัดเจนด้วยว่าจะให้ชาวบ้านเขาไปขายที่ไหนกับกระทรวงพาณิชย์ที่ไหน ผมจึงเรียนถามท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
เขาก็ไปขายให้โรงสีครับ ขอจบการพิจารณากระทู้สดที่ ๑ นะครับ เรื่อง การช่วยเหลือเกษตรกรในการจํานํา และประกันราคาข้าว ขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
๑.๒.๒ กระทู้ถามสด เรื่อง ราคาลําไยตกต่ํา ของคุณสถาพร มณีรัตน์ ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรอง นายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านศุภชัย โพธิ์สุ เปึนผู้ตอบกระทู้ เชิญผู้ตั้งกระทู้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในนามของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับมอบหมายจากผู้แทนราษฎรภาคเหนือ ๘ จังหวัด อันประกอบไปด้วยจังหวัดลําพูน เชียงใหม่ ลําปาง แพร่ น่าน เชียงรายและแม่ฮ่องสอน ซึ่ง ๘ จังหวัดภาคเหนือนี้มีวิถีชีวิตที่ปลูกลําไยเปึนอันดับหนึ่งมาตั้งแต่ยาวนาน ท่านประธานที่เคารพ เพื่อให้การอภิปรายตอบกระทู้สดของผมมีความสมบูรณ์ ผมได้ ทําเรื่องถึงท่านประธาน ขออนุญาตท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือ ขออนุญาต ท่านประธาน ผมมีลําไยสด พันธุ์อีดอมาอยู่ ๓ กิโลกรัม มีลําไยอบแห้งสีทองมา อยู่ ๑ กิโลกรัม มีปัายซึ่งจะชี้ความแตกต่าง ๑ ปัาย จึงขอนําเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ขออนุญาตผมได้ใช้องค์ประกอบเพื่อให้กระทู้สดของกระผมนั้น เกิดความสมบูรณ์
ชูให้ดูก่อน เดี๋ยวจะมี ระเบิด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
เอากิโลมาได้ไหมครับ เอามาชั่ง ผมใส่ไว้เกิน
เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ แค่นั้นก็พอแล้ว เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ ในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ บรรยากาศ ของการที่รัฐบาลได้เข้ามาบริหารบ้านเมือง ซึ่งได้ติดปัายโฆษณาว่า ๖ เดือนนี้ ประชาชน มีความสุข มีเกษตรกร มีนักเรียน มีคนแก่ คนเฒ่า มีเยาวชนหนุ่ม สาว มีรอยยิ้ม แต่ในสภาพความเปึนจริงของพื้นที่ วันนี้ตั้งแต่เมื่อเช้า ตั้งแต่เราหารือกันตั้งแต่เรื่องของ กระทู้สด กระทู้แห้ง เปึนความเดือดร้อนของภาคเกษตรเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งเหล่านี้เปึนข้อเท็จจริงครับท่านประธาน วันนี้ราคาข้าวก็ตกต่ํา ราคาข้าวโพดก็ตกต่ํา สินค้าเกษตรทุกชนิดตกต่ําหมด สิ่งเหล่านี้จึงมามีผลกระทบกับ เกษตรกร ๘ จังหวัดภาคเหนือซึ่งตั้งหน้าตั้งตา เพราะป้ที่แล้วท่านประธานครับ ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งลักษณะนี้เปึนปัายที่ชาวบ้านเขาเขียนด้วยลายมือนะครับ เวลาท่านประธานไปเยี่ยม พี่น้องเชียงใหม่ ลําพูน ลําปาง แพร่ น่าน จะเห็น ๒ ข้างทางเขียนเปึนภาษาอังกฤษด้วย นะครับ เอเอ บี ซี นี่คือปริมาตรลําไย ถ้าลูกใหญ่สุดเขาเรียก เอเอ ถ้าลูกเล็กรองลงมาเขาเรียก เอ แล้วก็ บี แล้วก็ ซี แล้วเขาก็จะเรียกว่า อีเอ อีบี อีซี ขายให้ เปึนลําไยร่วงอบแห้งทั้งเปลือก ปกตินะครับ ป้ ๒๕๕๑ ลําไยป้นั้นประชาชนมีหน้าตา ผ่องใส ยิ้มแย้มแจ่มใส ราคา เอเอ ๒๒-๒๕ บาท อันนี้รูดร่วง แล้วก็เอาไปอบทั้งเปลือก เอ ๑๗-๒๐ บาท บี ๑๐-๑๒บาท แล้วอีซีนี่ประมาณ ๕ บาท ทั้งหมดนี้เปึนราคา โดยเฉลี่ยทั้งป้ ท่านประธานที่เคารพ พอป้ ๒๕๕๒ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งวันนั้นพรรคประชาธิปัตย์ได้ไปหาเสียงที่จังหวัดลําพูน ผมยังจําได้ ไปรับปากกับพี่น้อง ของผมว่าจะประกันราคาลําไยให้พี่น้องของจังหวัดลําพูนและภาคเหนือทั้งหมด ให้มีความสุขในราคา ๑๕ บาท ๑๐ บาท และ ๕ บาท ก็หมายความว่า เอเอ ๑๕ บาท เอ ๑๐ บาท แล้วก็ บี ๕ บาท พี่น้องผมปรบมือครับ คนแก่ฟันร่วงดีใจที่จะได้ราคาลําไย ที่เปึนมาตรฐาน ไปจริง ๆ ครับ ไปที่ตําบลหนองช้างคืน อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน และตําบลมะเขือแจ้ อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ไปปราศรัยกับพี่น้องชาวสวนลําไย ว่าถ้าได้เปึนรัฐบาลราคาลําไยจะอยู่ในปริมาณ ๑๕ บาท ๑๐ บาท ๕ บาท นี่เปึน อมตะวาจาของพี่น้องเกษตรกร ทางจังหวัดลําพูนส่งให้ผมมาถามว่าแล้วทําไมไม่ทํา วันนี้ ผมเองก็เสียความรู้สึก เพราะผมตั้งใจที่จะถามท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความเคารพท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่น ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการศุภชัย แล้วก็ท่านรัฐมนตรีวีระชัย ผมตั้งใจถามนายกรัฐมนตรี เพื่อมาทวงพันธสัญญาในกรณีที่ท่านไปรับปากกับพี่น้องประชาชนจังหวัดลําพูน และภาคเหนือ ท่านประธานครับ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีวีระชัย ทุกครั้งนั้นลําไย ท่านจะต้องไปเป่ดราคา เรียกว่าไปเซ็น เอ็มโอยู ที่ประเทศจีน โดยบอกว่าป้ ๒๕๕๒ และ ป้อื่น ๆ ที่เราเคยทํากันมาลําไยของเราจะมีกี่แสนตัน ซึ่งป้ ๒๕๕๒ ลําไยของพวกเรามี ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านจะต้องไปบอกกลุ่มพ่อค้าจีนว่าไปเสนอราคาประเทศไทย ป้ ๒๕๕๒ เรามีลําไยทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ ตัน เมืองจีนต้องการบริโภคสดกี่ตัน ต้องการ บริโภคอบแห้งทั้งเปลือกกี่ตัน ต้องการบริโภคแบบอบเนื้อสีทองอย่างนี้กี่ตัน เสร็จจากนั้น ก็จะเป่ดราคากันที่เมืองจีน แล้วหลังจากเป่ดราคาที่เมืองจีนมันก็คือราคาตลาดกลาง ของลําไยทั่วโลก ต้องทําอย่างนี้ครับ ทุกป้เราทําอย่างนี้ แล้วรัฐบาลก็ต้องมาเตรียม ความพร้อม ตลาดลําไยก็จะคึกคัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่นัดกลุ่ม พ่อค้าทั้งประเทศจีนทั้งทั่วโลกมาเจรจาสุมหัวกับตัวแทนเกษตรกร เพื่อที่จะช่วยกัน กําหนดราคาในต้นฤดู ทุกป้เปึนอย่างนี้หมดครับ บางป้แน่นอนจะถูกกล่าวหาว่าทุจริต คอร์รัปชัน เพราะบางครั้งเราจะเอาไปแลกรถถังก็ถูกประเทศจีนหักหลัง ลําไยก็เลย ค้างสต๊อก (Stock) นี่คือสาเหตุครับ ป้ ๒๕๕๒ พี่น้องเกษตรกรภาคเหนือ ทั้ง ๘ จังหวัดเฝัารอความหวังว่ามิสเตอร์ลําไยของรัฐบาลชุดอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ไหน ผมเคยตั้งกระทู้ถาม เคยตั้งข้อหารือ ท่านก็อ้างว่าท่านกําลังจะไปเจรจาที่ประเทศจีน โดยเฉพาะท่านวีระชัยจะถูกอ้างบ่อย ไปจริง ไม่จริง ไม่รู้ ผมต้องตั้งข้อกล่าวหาว่ารัฐบาล ไม่เอาจริงเอาจังกับเกษตรกรภาคเหนือ ไม่มีความกระตือรือร้น ไม่มีความปรารถนาดี กับพี่น้องของผม เปึนไปได้อย่างไรครับ ท่านตั้งรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเปึนมิสเตอร์ลําไย มูลค่าการส่งออกลําไยป้หนึ่งถ้าทําดี ๆ เปึนหมื่นล้านบาท รัฐมนตรี วีระชัยเคยครับ เคยไปชิมลําไยกับผมที่เมืองจีน รู้ดี สําคัญคือการทําตลาด แต่ปรากฏว่า วันนี้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอามิสเตอร์ลําไยเปึนรองปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เปึนมิสเตอร์ลําไย คือ นายวัฒนา สํารอง ครับ กระเซอะกระเซิง ทําอะไรรับปากก็ไม่สามารถตัดสินใจได้ต้องมาปรึกษา ต้องมาเสนอรัฐบาลก่อน มันจะอยู่ได้อย่างไรครับ ลําไย ป้ ๒๕๕๒ พี่น้อง ๘ จังหวัดภาคเหนือของกระผมนี่เจ็บปวด ที่สุด ๙.๕๐ บาท ถึง ๑๑ บาท เอเอ ครับเสียดายอย่างยิ่ง เพราะป้ ๒๕๕๑ นั้นเขาได้บํารุง เขาได้เงินก็เอาไปซื้อปุิยซื้อยามาโด๊ป (Dope) ต้นลําไยให้ออกลูกใหญ่ ๆ แต่ปรากฏว่า พอราคาออกมาเปึนอย่างนี้จริง ๆ ครับ นี่คือความเจ็บปวดของเกษตรกร เสร็จแล้ว ท่านก็ทําเหมือนกันครับ โดยใช้ คชก. อยู่ ๓ ๔ ๕ มาตรการ ซึ่ง ๓ ๔ ๕ มาตรการนั้น ชาวสวนได้รับผลน้อยมาก ชาวสวนลําไยนะครับ ในกรณีเข้าหาแหล่งทุน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ปรากฏว่าคนที่ได้ก็คือพ่อค้า เช่น ได้ค่าชดเชยกรณีส่งลําไยสด ๒.๕๐ บาท ๓ บาท เปึนค่าน้ํามันต่อกิโลกรัม การส่งออกท่านก็ได้เงินอีก ๒ บาท ๒.๕๐ บาท ในการชดเชย ค่าขนส่ง ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ชาวสวนไม่ได้อะไรเลย นอกจากราคาขณะนี้ยังไม่ได้ค่าชดเชยอะไรเลยนะครับ ปรากฏว่าคนที่ได้รับการช่วยเหลือคือเจ้าของโรงอบและพ่อค้าที่ได้ค่าชดเชยจากการ ส่งออกและส่งลําไยสด นี่คือความไม่ชัดเจนในระดับนโยบายครับ เปึนความเจ็บปวด นอกจากนั้นครับ พอท่านอนุมัติเงินกู้ก็อนุมัติเงินกู้ให้เฉพาะโรงอบลําไยขนาดใหญ่ เราต้องยอมรับว่าศักยภาพโรงอบลําไยนั้นพอรัฐบาลไม่เข้าไปชัดเจนเขาก็กดราคาครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถึงแม้ลําไยเหลืออีกประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะออกสู่ท้องตลาด ราคาก็ไม่กระเตื้องขึ้นครับ ยกเว้นลําไยอบเนื้อสีทองซึ่งถือว่าเปึนสิ่งที่ศักยภาพของพี่น้อง เกษตรกร เปึนศักยภาพภูมิปัญญาของพี่น้องในการเอาลําไยอบเนื้อสีทอง เอามาอบ กับเตา แล้วรัฐบาล คชก. เข้าไปช่วยเหลือเตาละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ศักยภาพก็มีจํากัดครับ ทําเต็มที่ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม สเกล (Scale) มันได้ขนาดนั้นล่ะครับ ไม่สามารถที่จะฉุดตลาดลําไยให้ราคากระเตื้องขึ้น ท่านประธานที่เคารพ ผมเองนั้นเอาใจช่วยรัฐบาล ผมได้หาบลําไยไปทําเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ตี ๕ เพื่อไปพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทําเนียบรัฐบาล ขอร้องให้หามาตรการ ต้องแทรกแซงครับ รัฐบาลไม่แทรกแซง บอกว่าต้องซื้อในราคา ๑๒.๘๔ บาท ก็มันไม่ซื้อ ครับ มันไม่ซื้อ มันในที่นี้ก็คือพ่อค้าคนกลาง มันไม่ซื้อครับ มันก็ ๙ บาท ๑๐ บาท ๖ บาท ๓ บาท ก็อยู่เท่านี้ครับ ราษฎรของพี่น้องผู้ปลูกลําไยก็ป่ดถนน ท่านก็เอาข้อกฎหมายมาขู่ว่า ใครป่ดถนน
ท่านสถาพรครับ คือเวลา กระทู้ละ ๒๐ นาทีครับ ตอนนี้บรรยายไป ๑๓ นาทีแล้วครับ
กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน คือมันต้องเอาข้อเท็จจริง เพราะผมเห็นว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี เกรงว่าจะไม่เข้าใจ ข้อเท็จจริง เพราะท่านก็ไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง คนที่รับผิดชอบโดยตรงคือนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ เมื่อถึงตรงนี้แล้วพี่น้องก็ไปประท้วงกันครับ จะป่ดถนนก็ถูกขู่ว่าขนาด ส.ส. ยังโดนออกหมายจับเลย พวกคุณเปึนใคร เอาไปเอามาเอาอะไรไม่ถูก ย้ายเกษตร จังหวัดภายใน ๒๔ ชั่วโมงครับ นี่ล่ะครับ เกษตรจังหวัดลําพูนถูกย้ายภายใน ๒๔ ชั่วโมง เปึนบทผ่อนหนักของรัฐบาลครับ ต้องหาแพะให้ได้ในสถานการณ์อย่างนี้ นี่คือข้อเท็จจริง ทั้งหมดครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงได้ตั้งกระทู้สดเพื่อถามรัฐบาลว่าทําไม ทําไมรัฐบาลถึงไม่แทรกแซงราคาลําไย ทําไมรัฐบาลถึงเพิกเฉย ทําไมรัฐบาลถึงไม่ตั้ง รองนายกรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมาเปึนมิสเตอร์ลําไย ๓ ทําไมนี่ล่ะครับ ขอได้ตอบครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านเดินทางไปราชการต่างประเทศ ให้มาตอบ กระทู้สดของท่านสถาพร มณีรัตน์ ส.ส. จังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ซึ่งต้อง ขอขอบพระคุณท่านอย่างมาก ความจริงผมนั่งอยู่ในสภานี้มาได้ยินเสียงท่านอภิปราย หลายเรื่อง ซึ่งล้วนแต่มีเหตุมีผลทุก ๆ เรื่องที่ท่านอภิปราย วันนี้ท่านตั้งกระทู้ถามถึงเรื่อง ราคาลําไยของพี่น้องชาวภาคเหนือทั้ง ๘ จังหวัด ซึ่งความจริงแล้ว ๘ จังหวัดนี้มีพื้นที่ ปลูกลําไยถึง ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งก็สมควรที่ท่านจะได้มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน เหล่านั้นทุก ๆ คน ในส่วนของรัฐบาลนั้นผมเรียนว่าได้พิจารณาพืชไร่ทุกตัว ไม่ว่าจะเปึนพืชไร่ ข้าว ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ก็ได้ตั้งกระทู้ถามไปแล้ว มันสําปะหลัง ข้าวโพดและยางพารา ตลอดจน น้ํามันปาล์ม แล้วก็พืช ผลไม้ทุกตัวซึ่งเปึนปัญหาอยู่ในขณะนี้ ผมยอมรับเลยว่าพืชผล ทางการเกษตรขณะนี้มีปัญหาอย่างมาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้ก็ตั้งใจที่จะดูแลพืชไร่ทุกตัว แต่ว่าลําไยเปึนพืชไร่ที่มีอายุสั้น เก็บมาแล้วไม่กี่วันเปลือกก็จะแข็ง บางส่วนก็จะเสียหาย เน่าไป ลําไยที่ท่านสถาพรได้ยกขึ้นมาถามรัฐบาลนั้น ผมก็เปึนผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ใน คณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาว่าปัญหาลําไยกําลังจะ เกิดแล้ว เพราะว่าการที่รัฐบาลเข้ามาในช่วงที่พืช ผลไม้ทั้งหลายกําลังออกพอดี ก็ได้สั่งให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเปึนแม่งานหลักในการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องลําไย ก็ได้ อนุมัติงบประมาณให้ ๕๙๖ ล้านบาทเศษ ให้ไปจัดการในเรื่องของการประกัน การกระจายผลผลิตภายในประเทศ การส่งออกต่างประเทศ และส่งเสริมการแปรรูป เปึนลําไยอบแห้งทั้งเปลือก อันนี้คณะรัฐมนตรีก็ได้เร่งที่จะดําเนินการ แต่ว่าอย่างที่ผม ได้เรียนให้ทราบ ท่านประธานครับ ลําไยนี่มันเสียเร็ว เพราะฉะนั้นก็จะต้องมีแผน ระยะยาว ในอนาคตจะต้องมีแผนไว้ล่วงหน้าอย่างที่คุณสถาพรได้พูดไว้ว่า ท่านวีระชัย จะต้องไปจีน จะต้องไปตกลงอย่างไร อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ได้ดําเนินการ แผนระยะสั้นก่อน ระยะยาวนั้นจะต้องมีแผนยุทธศาสตร์ถึง ๕ ประการในการแก้ไขปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ผมก็จะได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎร เราทั้ง ๘ จังหวัดให้ได้รับทราบล่วงหน้าว่าป้หน้าหรือว่าฤดูการหน้าจะแก้ไขปัญหาเรื่อง ลําไยอย่างไรบ้าง ก็เรียนคุณสถาพร และขอบพระคุณคุณสถาพรอย่างมากเลยที่ยกเรื่องนี้ ขึ้นมา จะได้เปึนการกระตุ้นรัฐบาลไม่ให้ลืมในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร รายละเอียดทั้งหมดในรายละเอียดที่คุณสถาพรได้ตั้งกระทู้ถาม ผมจะได้ให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการศุภชัย ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านได้ตอบ ในรายละเอียดทั้งหมดที่คุณสถาพรถามนะครับ พอดีวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ซึ่งก็มีส่วนในการที่จะดูแลในเรื่องราคา ท่านไปประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอยู่ นะครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานครับ ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการศุภชัยได้ตอบ ประเด็นคําถามของท่านสถาพรต่อไปครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณศุภชัย โพธิ์สุ เชิญครับ เวลาจํากัดนะครับ มันจะ หมดเวลาแล้ว ๒๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องกราบประทานอภัย ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการซึ่งเปึนมิสเตอร์ลําไย ตัวจริงนั้นติดภารกิจเข้าเฝัารับเสด็จนะครับ เปึนภารกิจที่สําคัญ จึงได้มอบหมายให้ผม ได้มาร่วมกับท่านรองนายกรัฐมนตรีในการที่จะตอบกระทู้ ข้อซักถามของท่าน ส.ส. จากจังหวัดลําพูน ซึ่งเปึนมิสเตอร์ลําไยตัวจริงที่ได้สนใจปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องมาโดยตลอด ผมขอเรียนกับท่านประธานและท่านผู้ทรงเกียรติว่า ปัญหาของลําไยในแต่ละป้นั้น ก็เหมือนดั่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกรุณาได้ชี้แจงไปแล้วว่าเปึนพืชระยะสั้นที่เสียเร็ว ฉะนั้นมาตรการแก้ไขปัญหานั้นก็ต้องเปึนมาตรการที่เร่งด่วนและทันกาล ขอเรียนว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาลําไยที่ทะลักออกมาในแต่ละป้นั้น รัฐบาลคาดการณ์ว่า ลําไยใน ๘ จังหวัดภาคเหนือจะมีผลผลิตทั้งหมดประมาณ ๔๔๐,๐๐๐ ตัน ประมาณ คร่าว ๆ แต่จนกระทั่งถึงบัดนี้ ณ วันที่ ๑๔ สิงหาคม ลําไยได้ออกสู่ตลาดหรือว่าออกผล มาแล้วทั้งหมดประมาณ ๓๔๐,๐๐๐ กว่าตัน ซึ่งก็ยังไม่ถึงที่รัฐบาลประมาณการ หรือคาดการณ์เอาไว้ อยากจะเรียนท่านสถาพรครับว่าราคาลําไยอย่างที่ท่านได้เรียน มานั้น อาจจะคลาดเคลื่อนจากความเปึนจริงบ้างนิดหน่อยนะครับ จริง ๆ ข้อเท็จจริงนั้น ลําไยส่งออก ลําไยสดช่อส่งออก เอเอ อยู่ในเกณฑ์ ๒๐ บาท เอ ๑๖ บาท และ บี ๑๓ บาท ลําไยมัดช่อ เอเอ ๑๕ บาท เอ ๑๒ บาท แล้วก็ บี ๑๐ บาท ลําไยสดร่วง เอเอ ๑๐ บาท เอ ๖ บาท แล้วก็ บี ๔ บาท แต่ผมก็ขอยืนยันว่าราคาที่ได้มีการสํารวจ และมีข้อมูลที่อยู่ในมือผมในขณะนี้นั้นอาจจะไม่ได้ราคานี้ในทุกจุด ในทุกพื้นที่ หรือในทุกสวน เพราะว่าสถานการณ์ในขณะที่ลําไยทะลักออกมาอย่างนี้ ท่านสถาพรครับ มันก็เปึนโอกาสของพ่อค้าเขาจะกดราคาเกษตรกรผู้ปลูกลําไย ฉะนั้นผมยืนยันว่าราคา ที่กําหนดนี้อาจจะได้เปึนบางจุด ๆ เพราะไปถูกกดราคาอาจจะราคาต่ําจึงทําให้เกิดปัญหา ความเดือดร้อน เมื่อเช้าผมก็ได้รับการร้องเรียนจากท่าน ส.ส. ขยัน วิพรหมชัย ซึ่งเปึน ส.ส. ลําพูนร่วมกับท่านอีกท่านหนึ่งบอกว่าราคาลําไยที่ออกมาในขณะนี้ไม่ได้ราคาตามที่ รัฐบาลกําหนดคือบางจุดได้ บางจุดไม่ได้เปึนข้อเท็จจริงที่ผมต้องยอมรับความเปึนจริง ครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามครับ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ รัฐบาลได้เตรียมการตั้งรับตั้งแต่ เริ่มต้นฤดูกาลที่ลําไยจะออกมามีทั้งหมดประมาณ ๖ มาตรการครับ ท่านสถาพรครับ ซึ่งมาตรการส่วนใหญ่ท่านประธานและท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติก็ได้รับรู้รับทราบอยู่แล้ว
มาตรการที่ ๑ เปึนมาตรการการกระจายลําไยสดภายในประเทศ โดยการ สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนโดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑ บาท ตรงนี้รัฐบาลอนุมัติวงเงินให้ถึง ๑๒๐ ล้านบาท มาตรการนี้สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนมีเปัาหมายในการดําเนินการที่จะ ระบายลําไยของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลําไยให้ได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ตัน และมีผลการ ดําเนินงานได้ประมาณ ๓,๔๗๗ ตัน โครงการนี้พี่น้องเกษตรกรเข้าร่วมไม่มาก เนื่องจากว่าเห็นบอกว่าเงินที่รัฐบาลสนับสนุนมาคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็เลยทําให้เกษตรกรเข้าร่วมจํานวนไม่มาก
แต่รัฐบาลไม่ได้มีเพียงมาตรการเดียว ยังมีมาตรการที่ ๒ ตามออกมาก็คือ มาตรการดําเนินการส่งเสริมการบริโภคสดในประเทศ โดยมาตรการนี้รัฐบาลก็ชดเชยค่า ขนส่ง ค่าบริหารจัดการแยกเกรด (Grade) ลําไย แยกเกรดเปึนเกรด เอเอ เกรด เอ เกรด บี โดยรัฐบาลช่วยเหลือเงินสนับสนุนไปกิโลกรัมละ ๒ บาท ผมคิดว่ารัฐบาลก็ใส่ใจถึงขนาดนี้ ล่ะครับ ก็ตั้งเปัาหมายเอาไว้ว่าจะสามารถระบายลําไยจากพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลําไยได้ ถึงประมาณ ๓๐,๐๐๐ ตัน และผลการดําเนินการมาถึงวันนี้ โครงการนี้สามารถระบาย ลําไยได้ถึง ๓๐,๗๖๙ ตัน เปึนข้อมูลที่ได้รับการยืนยันอย่างแน่นอนชัดเจน ที่ท่านสถาพร ได้บอกว่าเงินชดเชยที่ว่าจะได้ตอนนี้ยังไม่ได้ ต้องเรียนว่าขณะนี้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์กําลังให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เร่งรัดตรวจเอกสาร คือเรากลัวว่ามันจะมี ปัญหาตามมา ท่านประธานครับ เราต้องการให้เกิดความโปร่งใส เกิดความชัดเจน ฉะนั้น ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ไปตรวจเอกสารให้เรียบร้อย ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งรัดให้กรมตรวจบัญชี เร่งตรวจให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้จ่ายเงินชดเชยไปให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลําไยให้ได้รับ การช่วยเหลืออย่างแท้จริง ในมาตรการนี้นะครับ ได้อนุมัติวงเงินดําเนินการถึง ๖๐ ล้านบาท และวงเงินประมาณการ ชดเชยค่าขนส่ง ๖๑,๒๙๐,๐๐๐ บาท คิดเปึนร้อยละ ๒ ร้อยละ ๑๐๒.๕๖ เปอร์เซ็นต์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ตรวจสอบบัญชีอะไรเรียบร้อยแล้ว ก็จะเร่งดําเนินการจ่ายเงิน ชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเร่งด่วนนะครับ ก็ขอเรียนให้พี่น้องเกษตรกรได้รับทราบ
มาตรการที่ ๓ ที่รัฐบาลได้ดําเนินการแก้ไขปัญหาลําไยของพี่น้องในป้นี้ ก็คือมาตรการแปรรูปลําไยเนื้อสีทอง ที่ท่านสถาพร มณีรัตน์ ได้ช่วยอธิบายว่าโครงการนี้ เปึนภูมิปัญญาของพี่น้องเกษตรกร แล้วเปึนมาตรการที่ค่อนข้างได้ผล ก็ขอเรียนว่า รัฐบาลได้อนุมัติวงเงิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบเงินจํานวน ๒๕๐ ล้านบาท ให้กับ คชก. ที่อยู่ในระดับจังหวัด คณะกรรมการชุดนี้อยู่ในระดับจังหวัด มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน มีพาณิชย์จังหวัดเปึนเลขานุการ อนุมัติให้ ดําเนินการไปได้ ๙๖,๑๕๐,๐๐๐ บาท แล้วก็จ่ายเงินให้กับเกษตรกรไปแล้ว ๘๒,๒๕๐,๐๐๐ บาท คิดเปึนร้อยละ ๘๕.๕๔ ก็เปึนมาตรการที่ช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ลําไยล้นตลาดได้
มาตรการที่ ๔ เปึนมาตรการผลักดันการส่งออก มาตรการผลักดัน การส่งออกโดยรัฐบาลชดเชยค่าขนส่งทั้งหมด กิโลกรัมละ ๒.๕๐ บาท คือช่วยเหลือ เกษตรกร เปัาหมายการดําเนินการต้องการให้สามารถระบายลําไยได้ถึง ๔๐,๐๐๐ ตัน จากการรายงานของกรมศุลกากรระหว่างวันที่ ๑-๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒ พบว่า มีการส่งออกลําไยสด และลําไยแช่แข็ง จํานวนถึง ๕๖,๐๘๘ ตัน นี่ก็เปึนมาตรการ ที่สามารถระบายลําไยของพี่น้องเกษตรกรไปสู่ต่างประเทศได้ ค่อนข้างจะได้ผล
มาตรการที่ ๕ ที่ผมอยากจะเรียนให้กับท่านประธานและท่านผู้ทรงเกียรติ ได้รับทราบ ก็คือว่า คชก. ได้อนุมัติเงินให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนับสนุนมาตรการ แปรรูปลําไยอบแห้งทั้งเปลือก จํานวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้อนุมัติวงเงินกู้แล้วทั้งสิ้น ๔๑๒,๖๒๐,๐๐๐ บาท และคิดเปึนร้อยละ ๔๑.๒๖ ของวงเงิน ที่คณะกรรมการ คชก. อนุมัติ แล้วก็มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการถึง ๒๒๕ ราย มีจังหวัด เชียงใหม่ ๘๗ ราย จังหวัดลําพูน ๑๒๓ ราย จังหวัดเชียงราย ๘ ราย จังหวัดพะเยา ๕ ราย และจังหวัดน่านอีก ๒ ราย นี่เปึนมาตรการที่ ๕ ที่รัฐบาลได้ดําเนินการ
มาตรการที่ ๖ เปึนมาตรการส่งเสริมการตลาดภายในประเทศ คือเรา ส่งเสริมให้มีการซื้อ การขาย การบริโภคภายในประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตรก็ได้จัดสรร งบประมาณ ๑๐ ล้านบาท เพื่อที่จะให้ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ การดําเนินการ ประชาสัมพันธ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดการประชาสัมพันธ์การบริโภคลําไยและผลไม้ไทย ในงานพิธีที่จัดขึ้นที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ ปาร์ค เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคมที่ผ่านมา และนอกจากนั้นกรมส่งเสริมการเกษตรก็ยังร่วมกับสมาคมโรงแรมแห่งประเทศไทย จัดการประชาสัมพันธ์การบริโภคลําไยและผลไม้ไทยภายในประเทศ สมาคมโรงแรม จํานวน ๙๐ โรงแรม ระหว่างวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึง ๙ สิงหาคม นี่ก็เปึนอีกมาตรการหนึ่ง ที่ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และนอกจากนั้นกรมส่งเสริมการเกษตรยังร่วมกับ ห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพมหานครจัดประชาสัมพันธ์การบริโภคลําไยและผลไม้ไทย ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๕ สิงหาคมที่จะถึงนี้นะครับ ก็จะเปึนมาตรการส่งเสริมการบริโภค ภายในประเทศ และนอกจากนั้นยังมีการจัดกิจกรรมอยู่ในส่วนภูมิภาคด้วย ที่จังหวัด เชียงใหม่ จังหวัดลําพูน จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ และจังหวัดลําปาง จัดงานเทศกาลลําไย โดยการส่งเสริมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของรัฐบาล จังหวัดลําพูนของท่านสถาพร มณีรัตน์ ก็นําลําไยมาประชาสัมพันธ์ ณ ทําเนียบรัฐบาล ก็ถือว่าเปึนการส่งเสริม แล้วนอกจากนั้นจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูนนําลําไยคุณภาพดีมาจําหน่ายให้ผู้บริโภคที่ตลาด อ.ต.ก. ระหว่าง วันที่ ๔-๖ สิงหาคม ๖ มาตรการที่ดําเนินการนี้ก็คือมาตรการที่รัฐบาลได้พยายาม แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลําไย ขอเรียนท่านประธานครับว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งเฉย รัฐบาลหามาตรการแก้ไขปัญหา อย่างเต็มที่ นี่คือแผนการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและเฉพาะหน้า ท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่าจาก ๖ มาตรการที่รัฐบาลได้ดําเนินการนี้ ขณะนี้ได้สามารถระบายลําไย ออกไปแล้วนะครับประมาณ ๘๘ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งหมดประมาณ ๓๔๓,๐๐๐ ตัน ขณะนี้ ได้ทราบว่ามีปริมาณลําไยที่เหลืออยู่ในสวนของเกษตรกรที่เหลืออยู่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ตัน คาดว่าภายในวันที่ ๓๑ สิงหาคมที่จะถึงนี้ลําไยจะหมดเกลี้ยงเลยครับจากสวน ผมกลัวว่า ท่านสถาพรจะไม่มีลําไยขายให้กับผู้บริโภคนะครับ และ
นอกจากนั้นท่านประธาน ผมขอเพิ่มเติมมาตรการระยะยาว ที่พูดมาคือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วนที่คาบเกี่ยวกันอยู่ แต่มาตรการระยะยาวที่รัฐบาลได้เตรียมการและดําเนินการนะครับ ก็คือกลยุทธ์การเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับคุณภาพผลผลิตการเกษตรของเกษตรกรให้ผลผลิต มีคุณภาพที่ดีขึ้น คือทําอย่างไรจะให้ผลลําไยโตขึ้นอย่างที่ท่านสถาพรได้เอามาโชว์ในสภา นี่ละครับ คืออยากให้ลําไยเปึนเกรด เอเอ กันทั้งหมดเพื่อที่จะได้จําหน่ายภายในประเทศ และต่างประเทศในราคาที่สูงขึ้น มาตรการนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้มีการ ปรับปรุงสวนเก่าที่มีอายุตั้งแต่ ๒๐ ป้ขึ้นไป โดยการพัฒนาสวนเก่าแล้วก็โค่นต้นลําไยที่มี อายุมาก ๆ แล้วออกไป แล้วก็ส่งเสริมให้มีการปลูกต้นลําไยต้นเตี้ยในระยะชิดเข้ามานะ ครับ ท่านสถาพรนี่จะมีความรู้มากกว่าผมนะครับ
มาตรการที่ ๒ เปึนแผนระยะยาวก็คือกลยุทธ์แก้ไขปัญหาราคาตกต่ํา โดย จะส่งเสริมให้มีการผลิตลําไยนอกฤดู คือลําไยแต่ละป้ ๆ ที่ผ่านมานั้นช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม ผลผลิตลําไยจะทะลักออกมาจํานวนประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ก็เมื่อออกมา เยอะ ๆ มันก็ล้นตลาด นี่มันเปึนธรรมดาครับ ดังนั้นรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์จะต้องหามาตรการในการที่จะทําให้ลําไยออกก่อนหรือหลังฤดู คืออย่ามาออก ในช่วงกรกฎาคมกับสิงหาคม นี่คือรัฐบาลโดยกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ได้กําลังดําเนินการในเรื่องนี้อยู่ โดยส่งเสริมให้ลําไยออกนอกฤดูเพิ่มขึ้น เพื่อกระจาย ผลผลิตให้ออกทั้งป้และลดปัญหาการกระจุกตัวในช่วงที่ลําไยออกมามากคือช่วงเดือน กรกฎาคม เดือนสิงหาคมนะครับ และ
นอกจากนั้นยังมีกลยุทธ์พัฒนาการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวด้วย นะครับ คือเราจะมีการจัดตั้งศูนย์คัดแยกผลไม้ชุมชนให้มีความคล่องตัว มีความสะดวก ในการคัดแยกเกรดของผลไม้ของชุมชนขึ้นด้วย พัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้หลังการ เก็บเกี่ยว ตรงนี้เปึนหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตรที่จะไปดําเนินการ และนอกจากนั้น ยังมีกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่จะเข้าไปช่วยเสริมด้วย ยังมีกลยุทธ์ที่ ๔ ครับ กลยุทธ์พัฒนา ความเข้มแข็งของผู้ผลิตและเครือข่าย
ผมว่าเอารายละเอียด ส่งสภาดีกว่านะครับ เพราะว่าเวลามันเกินไปมากแล้วครับ กระทู้นี้เกินไปแล้วเกือบ ๑๕ นาทีแล้ว สรุปหน่อยก็แล้วกัน
ท่านประธานครับ ขอสรุปว่ารัฐบาลมีกลยุทธ์ในการพัฒนาความเข้มแข็งผู้ผลิตและพัฒนา เครือข่ายการผลิตทางด้านการตลาดให้กับพี่น้องผู้ปลูกลําไยและกลยุทธ์สุดท้ายที่รัฐบาล จะต้องดําเนินการ ก็คือพัฒนาฐานข้อมูลการผลิตลําไยของประเทศไทยเราให้เปึนระบบ โดยขณะนี้กําลังมีการเร่งรัดในการลงทะเบียนเกษตรครัวเรือนอยู่ โดยกระทรวง เกษตรและสหกรณ์กําลังเร่งรัดดําเนินการ มาตรการรับขึ้นทะเบียนเกษตรครัวเรือนนั้น จะต้องเร่งรัดให้เสร็จภายในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ถ้าหากเราสามารถขึ้นทะเบียนเกษตร ครัวเรือนเสร็จเรียบร้อยผลผลิตทุกประเภทเราก็จะสามารถแก้ไขปัญหาของเกษตรกร ได้ตรงจุด ขอเรียนข้อมูลเบื้องต้นในมาตรการที่รัฐบาลได้ดําเนินการแก้ไขปัญหาให้กับ เกษตรกรผู้ปลูกลําไยครับ
ท่านสถาพรเอาเล็กน้อย ก็แล้วกันนะครับ เพราะกินเวลาของคุณพิษณุไปเยอะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขอขอบคุณผู้ชี้แจงทั้ง ๓ ท่าน ที่พยายามสร้างความเข้าใจ ผมเห็นด้วยในมาตรการระยะยาวที่จะทําให้บริหารครบวงจร ของลําไย ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ เกษตรกร ๘ จังหวัด เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง แต่มาตรการระยะสั้นของท่านนี่นะครับ ท่านรู้ไหมครับว่าท่านอนุมัติวงเงินมาตรการที่ ๕ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ให้กับเจ้าของ โรงอบลําไย เหมือนแจกอาวุธป๋นให้โจรครับ มันยิ่งได้เงิน มันยิ่งไปกดราคาลําไยชาวบ้านครับ ท่านให้เงินแต่ท่านไม่บอกมันว่าให้มันซื้อ ๑๒ บาท ๘ บาท ๔ บาท แต่พอเขาได้เงิน เขายิ่งไปกดราคามันครับ ยิ่งทําให้เกษตรกรไม่ได้ประโยชน์เลยครับ เพราะฉะนั้นมาตรการ ระยะสั้นของท่านนั้นชาวบ้านไม่ได้รับประโยชน์ ผู้ที่ได้รับประโยชน์คือกลุ่มทุน และนักการเมืองท้องถิ่น และครอบครัวของนักการเมืองระดับชาติบางคนด้วย ผมอยากจะขอรายชื่อผู้ที่ได้กู้เงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่ารัฐบาลไปชดเชยดอกเบี้ย คนที่ได้เงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ ผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี คนที่กู้เงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดเชียงใหม่ได้ ๑๒๐ คน จังหวัดลําพูนได้ ๘๗ คน จังหวัดพะเยาได้ ๕ คน จังหวัดเชียงรายได้ ๑๑ คน ขอได้โปรดส่งให้ผมด้วยครับอันนี้ละครับ เงินจํานวนนี้ละครับ ที่เอาไปแล้วเอาไปกดราคาลําไยไม่ให้ขึ้น รัฐบาลแจกเงิน รัฐบาล จะต้องแจกมาตรการไปด้วยว่าคุณต้องซื้อ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ นี่เอาเงินไปมีความสุขกินไวน์ (Vine) กันทุกวัน เกษตรกรกินเหล้าขาวจะตายกันอยู่แล้วครับ นี่คือเรื่องจริง เปึนข้อเท็จจริงครับ ในพื้นที่เปึนอย่างนั้นจริง ๆ รัฐมนตรีกรณ์ไปก็ดีเหลือเกินครับ อนุมัติ วงเงินบอกให้กู้ ๕๐๐ ล้านบาท ผมดีใจ พอเข้าระบบธนาคาร ท่านครับ ๓ อาทิตย์ ยังไม่อนุมัติเลย ต้อง โอดี (OD : Over Draft) ต้องมีบัญชี ต้องมีทรัพย์ ต้องมีค้ําประกัน ไม่มีค้ําประกันเอาลําไยไปค้ําประกัน หมดแล้ว ลําไยหมดแล้ว เงินท่านก็ยังอยู่เหมือนเดิม จริง ๆ ครับ สิ่งที่ตั้งข้อสังเกตวันนี้ถือว่าเปึนบทเรียนที่ผมได้ตั้งกระทู้นั้นไม่ได้มีอคติ กับรัฐบาล ผมเพียงปรารถนาว่าเมื่อเราเข้ามาบริหารแล้วเราต้องใส่ใจ ไม่ใช่ปล่อย ให้ข้าราชการทําไป แล้วก็เอาข้าราชการระดับจังหวัดเปึนเครื่องมือสังเวยทางการเมือง ทางนโยบาย สิ่งที่ผมได้ดําเนินการวันนี้ถือเปึนความล้มเหลวด้านนโยบายลําไย ป้ ๒๕๕๒ ที่เปึนรูปธรรมที่สุด แทนที่พี่น้องของผมจะได้เงิน พี่น้องของผมจะปลดหนี้ วันนี้ต้องมา เรียกร้องกับรัฐบาลว่าต้องพักหนี้ ต้องไปชดเชย วงเวียนมันก็ซ้ําซากอยู่เหมือนเดิม ผมปรารถนาดีต่อรัฐบาลชุดนี้ ขออํานวยอวยพรให้ท่านได้อยู่นาน ๆ นะครับ เราจะได้ ช่วยกันแก้ปัญหาบ้านเมือง แต่ถ้าอยู่ไม่นาน ท่านยุบสภาไป เลือกตั้งแล้วเราไปเจอกัน ที่พื้นที่ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
เดี๋ยวก็ได้ยุบไม่นานหรอก เชิญท่านกรณ์
ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พอดีให้ความสนใจ กับประเด็นปัญหาเรื่องลําไย แล้วท่านสถาพร ผู้ถามกระทู้ก็ได้พาดพิงมาถึงผมพอดี พอดีผมก็มีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมพี่น้องชาวจังหวัดลําพูนตามคําเชิญของท่าน ส.ส. ขยัน แล้วก็ได้ไปพบกับผู้ประกอบการ แล้วก็เกษตรกรที่ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลําพูน ได้กรุณาจัดให้มีการประชุมกันโดยด่วน เพื่อที่จะพิจารณาในส่วนของมาตรการ ทางการเงินที่จะนํามาช่วยลดประเด็นภาระปัญหาเรื่องของราคาลําไยตกต่ํา ผมจะขอ เรียนข้อเท็จจริงให้กับท่านสถาพรเล็กน้อยนะครับว่า โครงการชดเชยดอกเบี้ยวงเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนของสถาบันการเงินของรัฐที่ทางคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ เพื่อที่จะ มาเปึนหนึ่งในมาตรการ มาตรการที่ ๕ ที่ท่านรัฐมนตรีได้นําเสนอไปเมื่อสักครู่ เพื่อเพิ่ม กําลังซื้อให้กับผู้ประกอบการชาวไทยสามารถที่จะซื้อลําไยในราคาที่เปึนประโยชน์ต่อ พี่น้องเกษตรกรนั้น มีข้อจํากัดว่าการเข้าถึงโครงการดอกเบี้ยต่ําของรัฐบาลนั้น ผู้ประกอบการจะต้องนําวงเงินส่วนนั้นที่ได้รับจากสถาบันการเงินไปซื้อลําไยจากพี่น้อง เกษตรกรตามราคาที่ได้มีการตกลงกับพี่น้องเกษตรกร ก็คือ ๑๒ บาท ๘ บาท ๔ บาท ประเด็นปัญหาท่านสถาพรทราบดีว่าราคาลําไยก็ถูกพ่อค้า โดยเฉพาะพ่อค้าจาก ประเทศจีนกดดันพอสมควรในช่วงนั้น เปึนช่วงที่พ่อค้าทราบว่าลําไยกําลังจะมีการ เก็บเกี่ยวในจํานวนที่ค่อนข้างมาก ในขณะเดียวกันกําลังซื้อของผู้ประกอบการชาวไทย ก็มีจํากัด นั่นคือสาเหตุที่รัฐบาลก็ได้มอบหมายให้ทางกระทรวงการคลังไปหามาตรการ ที่จะดําเนินการในการที่จะช่วยเพิ่มกําลังซื้อให้กับผู้ประกอบการชาวไทย และนั่นก็คือที่มาของโครงการ มาตรการที่จะมีวงเงินสินเชื่อโดยที่รัฐบาลสนับสนุนในส่วน ของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ขอเรียนย้ํา ผู้ประกอบการจําเปึนต้องนําวงเงินสินเชื่อ ที่ได้รับนั้นไปซื้อลําไยในราคา ๑๒ บาท ๘ บาท ๔ บาท เมื่อผมไปในพื้นที่แล้วผมก็ เสียดาย เพราะว่าครั้งนั้นความจริงผมก็ทราบดีว่าท่านสถาพรก็เปึนผู้ที่มีความรู้ในเรื่อง ของลําไยก็ได้คาดหวังว่าท่านจะมาช่วยกันคิด แล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร แต่ว่าวันนั้นไม่มีโอกาสได้พบกับท่าน แต่เราก็ได้พบข้อเท็จจริงว่าราคา ๑๒ บาท ๘ บาท ๔ บาทนั้น ยืนไม่ได้ ในขณะเดียวกันก็ยังมีความจําเปึนที่จะต้องเพิ่มกําลังซื้อให้กับ ผู้ประกอบการ อย่างน้อยที่สุดมีกําลังเข้ามาซื้อลําไยถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการชดเชย อัตราดอกเบี้ยก็ตาม ทางกระทรวงการคลังก็เลยได้มอบนโยบายให้กับทาง ธ.ก.ส. มีโครงการพิเศษ ก็คือรับลําไยอบแห้งมาเปึนหลักประกัน ซึ่งทาง ธ.ก.ส. ก็ได้ให้มูลค่าต่อ ลําไยอบแห้งที่นํามาใช้เปึนหลักประกันสูงถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ได้มีการปล่อยวงเงิน สินเชื่อเพิ่มเติมด้วย มาตรการนี้อีกหลายร้อยล้านบาท ซึ่งก็มีส่วนในการที่จะไปช่วยพยุง ราคาลําไยไว้ได้ในระดับหนึ่ง นี่เปึนตัวอย่างที่จะชี้ให้เห็นว่าความจริงทางรัฐบาลก็ไม่ได้ เพียงแค่มองว่าประเด็นปัญหานี้เปึนประเด็นเฉพาะของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่อย่างใด กระทรวงการคลังก็มีส่วนร่วม กระทรวงพลังงานเองก็เข้ามามีส่วนร่วม ได้มอบหมายให้ทาง ปตท. ไปรับซื้อลําไย เพื่อนําไปแจกจ่ายและจําหน่ายให้กับลูกค้า ที่มาใช้บริการเติมน้ํามันตามปัูม ปตท. ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่ผมขออนุญาตเรียนท่าน ส.ส. ว่า ทางรัฐบาลได้มีความพยายามตั้งใจที่จะนําเสนอ มาตรการที่จะช่วยเหลือเกษตรกร และคราวหน้าถ้าผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชาวจังหวัด ลําพูนอีกเพื่อที่จะวิเคราะห์ถึงประเด็นปัญหา แล้วก็หาแนวคิดร่วมกันในการนําเสนอ วิธีการที่จะแก้ปัญหาในระยะยาว ก็ขอเรียนเชิญท่าน ส.ส. มาร่วมประชุมด้วยครับ ขอบคุณครับ
จบกระทู้สดที่ ๒ นะครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ขออีก ๑ นาทีครับ เพื่อความสบายใจของทุกฝ์าย มาตรการที่ ๕ ซึ่งรัฐบาลได้ปล่อยวงเงินไป ผมขออนุญาต ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่น และรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศุภชัย ว่าขอรายชื่อผู้ที่กู้เงินจังหวัดลําพูน ๘๗ ราย จังหวัดเชียงใหม่ ๑๐๗ ราย จังหวัด แพร่ จังหวัดเชียงราย แล้วก็จังหวัดพะเยาด้วย เพราะว่ากลุ่มพวกนี้ที่เปึนเครือญาติ ของใครต่อใคร ถ้าท่านจริงใจก็ได้โปรดส่งให้ผมเถอะครับ ผมจะได้ไปบอกชาวบ้านว่า เอาเงินไปแล้วก็ยังไม่เอาราคาไปด้วย แล้วรัฐบาลก็ยังอนุมัติด้วย ขอด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ถือว่า จบเรื่องราคาลําไยตกต่ํากินเวลาคนอื่นเขาไปเยอะนะครับ ขอขอบคุณผู้ตอบกระทู้ และผู้ถามกระทู้ครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถามสด เรื่อง การแก้ไขปัญหาฝนทิ้งช่วงนาน และฝนแล้งของ นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ถามนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้ พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เปึนผู้ตอบกระทู้ถาม กับรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณศุภชัย โพธิ์สุ
เชิญเจ้าของกระทู้ครับ อยู่ในกรอบด้วยนะครับ สัก ๒๐ นาทีเถอะครับ เพราะว่าเรามีงานอีกเยอะ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาส ผมได้มีโอกาสตั้งกระทู้ถามสด ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในเรื่องของการแก้ไขปัญหา ฝนทิ้งช่วงนานและฝนแล้ง ซึ่งทราบว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีก็มอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี สนั่น เปึนผู้ตอบนะครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมอยากจะอภิปรายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้ฟังด้วยเมื่อสักครู่เห็นท่านอยู่ ท่านคงได้ยินอยู่ในสภาแห่งนี้ไม่ต้องนั่ง ก็ได้ ประเด็นปัญหาของผมที่จะอภิปรายก็คือการทําหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการที่จะสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนปัญหาอะไรก็ตามแต่ ซึ่งวันนี้ ต้องชื่นชมท่านประธานว่าให้เวลาได้พอสมควร เพราะฉะนั้นเมื่อให้มาแล้วก็น่าจะให้จบ นะครับ ผมก็จะพยายามสั้น ๆ ท่านประธานครับ ขณะนี้แม้ว่ากรุงเทพมหานคร จะดูเสมือนหนึ่งว่าฝนตกรุนแรง เมื่อเช้านี้ฝนตกรถติดกัน แต่ถ้าหากว่าย้อนไปดู ในภาคอีสานและภาคเหนือในหลายพื้นที่ตลอดระยะเวลา ๖๐ วันที่ผ่านมา หรือ ๒ เดือน ที่ผ่านมา หรือว่า เอนโซ (ENSO : El Nino-Southern Oscillation) มันเกิดขึ้น ๒-๑๐ ป้ต่อรอบครับ ช่วงนี้ เหมือนกับว่าจะกลับมาแล้ว ป้นี้เกิดฝนทิ้งช่วงเปึนเวลานาน สิ่งที่ทําให้เกิดขึ้น เมื่อทิ้งช่วง หรือว่าตกน้อย เกิดอะไรขึ้นครับ เกิดการขาดแคลนซึ่งน้ําที่จะทําการเกษตร ในพื้นที่ ที่รุนแรง ฝนตกน้อย หรือไม่ตกเลย ชาวนาไม่ได้ทํานา ตกงานทันทีครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ พื้นที่ที่ ๒ พื้นที่ที่แล้งมีตกบ้าง บางครั้งตกพอหลอกเราให้ไปไถดะ ไถแปร คราดไถ ตกกล้า แล้วก็ปักดํากันเสร็จ แต่พอดําเสร็จเท่านั้นไม่เกิน ๑ สัปดาห์ ฝนหาย เฉพาะตรงนี้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาในภาคอีสานและภาคเหนือ ลงทุน ไปแล้วไร่หนึ่งประมาณ ๑,๕๐๐-๒,๐๐๐ บาทก็มี ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการศุภชัย คงพอทราบ เพราะท่านเปึนชาวนาเหมือนกันว่าต้นทุนของพี่น้องประชาชนที่เปึนชาวไร่ ชาวนา โดยเฉพาะในชนบทนั่นก็คือในการทํานาต่อไร่ ผมสั้น ๆ ให้ท่านประธาน ท่านประธานอาจจะไม่ได้ทําไร่ ทํานา มีค่าเมล็ดพันธุ์ เตรียมพื้นที่ ค่าปุิย ค่าปุิยนี่ หนักหน่อย ตรงนี้ไร่ละประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ บาทต่อไร่ที่ใช้เงินค่าปุิย แล้วก็มีค่าแรง ซึ่งท่านประธานลองคิดดูว่าทํากันเฉลี่ยสัก ๑๐ ไร่ ลงทุนไปแล้วประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาท นี่เฉพาะ ๑๐ ไร่ ยังไม่รวมค่าแรงของพี่น้องเกษตรกรเหล่านั้น เพื่อไม่ให้เปึนการเสียเวลา ผมถามคําถามแรก เปึนซีรีส์ (Series) คําถาม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการศุภชัย จดด้วย นะครับ จะได้ตอบตรง ๆ กับท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วย ขออภัยนะครับ ท่านทราบหรือไม่ ว่าขณะนี้เกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงและฝนแล้งในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ มีเที่ยวบินใน การทําฝนเทียมกี่ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งผมพอมีข้อมูลบ้างแต่ว่าผมอยากฟังจากท่านด้วย เพราะว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านได้รับผิดชอบเอง ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน และพี่น้องเกษตรกรจะเข้าถึงการขอฝนเทียมหรือฝนหลวงนั้นอย่างไร ที่จะได้ทันท่วงที และการทําฝนเทียมนั้นทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการติดตาม ประเมินผล คือ ไม่ใช่ท่านบินอยู่บนท้องฟัา ท่านเข้าไปโจมตีเมฆ ฝนตกลงมา แต่ไม่รู้ ตกที่ไหน ท่านก็คิดว่าท่านได้น้ําฝนแล้ว ท่านขึ้นบินแล้ว ๑๒๐ เที่ยวบินที่ผ่านมา แต่ท่าน เคยลงไปถามพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ข้างล่างไหมว่า ขึ้นไปทําฝนเทียมใช้เงินจํานวนมาก มันตกถูกที่หรือเปล่า นี่คือคําถามนะครับ ยังไม่จบนะครับคําถามที่ ๑ และใน ขณะเดียวกันปัจจุบันนี้มีการเตรียมงบประมาณเพิ่มเติมที่จะเข้าไปให้ฝนหลวง ฝนเทียม ต่าง ๆ เหล่านั้น หน่วยงานเหล่านั้น พอไหมครับ มีเงินไหมครับ เสียดายท่านกรณ์ ลงไปแล้วก็อยากให้นั่งฟังด้วย เพราะเกี่ยวพันกับงบประมาณมากพอสมควร และรัฐบาล จะทําอย่างไรกับเกษตรกรที่มีข้าวโพดยืนต้นตายอยู่เปึนหมื่น ๆ ไร่ เกษตรกร ที่ยังไม่สามารถทํานาได้เพราะน้ําไม่พอเพียง พูดง่าย ๆ ตกงาน และปลายป้นี้พอข้าว ออกรวงต้องนั่งดูคนอื่น เพราะว่าตัวเองไม่ได้ดํานา ซึ่งเปึนอาชีพหลักของคนอีสาน ปัญหา ใหญ่มาก และ
อีกปัญหาหนึ่ง เกษตรกรที่ลงทุนไปแล้วที่ผมบอกเมื่อกี้ไร่ละ ๑,๕๐๐-๒,๐๐๐ บาท จะเยียวยาอย่างไร เมื่อไร สรุปก็คือมาตรการเฉพาะหน้าเดี๋ยวนี้ท่านจะแก้ไขอย่างไร เปึนคําถามชุดที่ ๑ ครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ เพื่อประหยัดเวลา ผมก็ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ก็ขอกราบเรียนว่ารัฐบาล ทราบดีนะครับว่ามีฝนทิ้งช่วงแล้งอย่างมากตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเปึนต้นมา ก็ได้ให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดําเนินการแก้ไขปัญหา โดยให้สํานักฝนหลวงและการบินเกษตร ได้สํารวจรวม ๒๖ จังหวัด และได้สั่งการให้ฝนหลวงได้ดําเนินการไปแล้วจํานวน ๑๘๑ เที่ยวบิน โดยหน่วยบินจังหวัดเชียงใหม่ หน่วยทําฝนหลวงเครื่องบิน ๖ วัน จังหวัด พิษณุโลก ๗ วัน หน่วยบินเชียงใหม่มีฝนตกมาแล้ว ๕ วัน ที่จังหวัดพิษณุโลก ๕ วัน ที่จังหวัดขอนแก่น ๕ วัน ที่จังหวัดนครราชสีมามีฝนตก ๓ วัน ซึ่งรายละเอียดทั้งหมด ผมจะให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านรับผิดชอบโดยตรง ได้ตอบท่านพิษณุนะครับ
ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศุภชัย โพธิ์สุ ตอบครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ให้ได้มาตอบกระทู้ของ ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส. คนขยันจากจังหวัด หนองบัวลําภู ขอเรียนให้รายละเอียดบางส่วนนั้น ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง ไปแล้วนะครับ แต่ผมอยากจะขออนุญาตเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับสํานักฝนหลวงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการอยู่ทั่วทั้งประเทศทั้งหมดถึง ๘ ศูนย์นะครับ ผมจะไม่ลงในรายละเอียด เพียงแต่ว่าศูนย์ที่จะต้องรับผิดชอบจังหวัดหนองบัวลําภู หรือทางภาคอีสานตอนบนนะครับ คือศูนย์ที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นนะครับ ในช่วงจาก วันที่ ๗ ถึงวันที่ ๑๓ สิงหาคมที่ผ่านมานั้นได้มีการปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นบินถึง ๖ เที่ยวบินนะครับ ใน ๗ วันขึ้นบินถึง ๖ เที่ยวบิน แล้วก็จากสถิติที่หลังจากขึ้นบิน ทําฝนหลวงแล้วนี้นะครับ ใน ๗ วัน ก็มีฝนตกอยู่ทั้งหมด ๕ วัน ก็มีสถานีวัดปริมาณน้ําฝน ที่มีอยู่กระจัดกระจายอยู่ทุกจังหวัด ในศูนย์ของจังหวัดขอนแก่นมีทั้งหมด ๑๒ จังหวัด มีจังหวัดขอนแก่น จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดนครพนม จังหวัด สกลนคร จังหวัดหนองบัวลําภู จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร ทางสํานักฝนหลวงก็จะมีสถานีวัดปริมาณน้ําฝนอยู่ ประมาณ ๑๒๙ ศูนย์ ใน ๑๒๙ ศูนย์ได้วัดปริมาณน้ําฝนในแต่ละจุดแต่ละแห่งนั้น เริ่มตั้งแต่มีฝนตกทั่วทุกแห่ง แต่ว่าหนักบ้าง เบาบ้าง ที่มันตกเบาบางก็จะมีปริมาณน้ําฝน ประมาณ ๐.๑ มิลลิเมตร และตกหนักก็คือปริมาณ ๑๖๒.๖ มิลลิเมตร ท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็คงจะได้เห็นว่าขณะนี้ฝนตกทางภาคอีสานตอนบนค่อนข้าง หนักและรุนแรง มีแนวโน้มที่น้ําอาจจะท่วมที่จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัด นครพนม จังหวัดมุกดาหารด้วยนะครับ ฉะนั้นจังหวัดหนองบัวลําภูอาจจะอยู่หลังเขา หน่อยนะครับ หลังเขานี้ไม่ได้หมายความว่าเปึนบ้านนอกนะครับ แต่ว่าหลังเขา คืออยู่ใน โซนหลังเขา การปฏิบัติการของหน่วยฝนหลวงนี้ ปฏิบัติการอย่างถี่ยิบเลยครับ แต่ว่า ปัญหาหรืออุปสรรคของหน่วยฝนหลวงที่ดําเนินการแล้ว ทําไมฝนจึงตกไม่ทั่วถึง มันมี สาเหตุมาจากเรื่องความชื้น ผมได้ตรวจสอบและสอบถามแล้วไม่มีปัญหา ความชื้น ในอากาศเพียงพอไม่มีปัญหา แต่ปัญหาก็คือขณะนี้มีพายุฝนในภาคอีสาน บางแห่งถึงแม้ จะไม่มีฝนตกก็มีลมพัดแรง เมื่อมีลมพัดแรงมันก็ทําให้ฝนที่หน่วยฝนหลวงได้ทําลงไปก็ไปตกเสียที่อื่น ส่วนที่อยู่ หลังเขาหรืออยู่ในมุมอับ พื้นที่ที่อยู่ในมุมอับก็ไม่สามารถที่จะได้รับน้ําฝนที่หน่วยฝนหลวง ดําเนินการ ไม่เปึนอะไรครับปัญหาเรื่องนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการ ตรวจสอบข้อมูลในเรื่องนี้โดยตลอดเวลา ทุกเช้าวันจันทร์จะมีการประชุมหัวหน้า ส่วนราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีท่านรัฐมนตรีว่าการ มีผม มีปลัดกระทรวง อธิบดีทุกกรมได้ดูแลอยู่ แล้วก็ได้กําชับลงไปว่าเรื่องฝนทิ้งช่วง ฝนแล้ง ให้เอาใจใส่ เปึนกรณีพิเศษ ขณะนี้ทางหน่วยฝนหลวงได้ตอบสนองนโยบายของทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยมีมาตรการเสริมเข้ามา คือศูนย์ ๘ ศูนย์ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ถ้าทําตรงจังหวัดใครจังหวัดมันอาจจะไม่เพียงพอ อาจจะยังไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้น เขาจึงมีมาตรการเสริมขึ้นมา โดยมีการตั้งศูนย์อํานวยการร่วมในการแก้ไขปัญหา ฝนทิ้งช่วง โดยบูรณาการการใช้เครื่องบินของศูนย์ต่าง ๆ ร่วมกัน คือ แต่ละศูนย์จะมี เครื่องบินอยู่ ๒ เครื่องบ้าง ๓ เครื่องบ้าง การใช้งานก็อาจจะไม่เพียงพอตรงไหนที่ ฝนตกหนักแล้ว ฟัาฝนอุดมสมบูรณ์แล้วเราก็ไม่จําเปึนจะต้องไปทําฝนหลวงอีก ก็ขยับ เครื่องบินที่อยู่ศูนย์ที่มีความสมบูรณ์อยู่แล้วมาทํา มาช่วยงานในจุดที่ยังแห้งแล้งอยู่ อาจจะมีอยู่ในช่วงภาคอีสานตอนกลาง ภาคเหนือตอนล่างบ้าง นี่ก็ยังมีปัญหาอยู่นะครับ แล้วนอกจากนั้นหน่วยฝนหลวงยังตั้งฐานเติมสารฝนหลวงเพื่อที่จะให้ทันต่อเหตุการณ์ ในการที่จะเสริมสารที่จะไปช่วยในการทําฝนหลวงอยู่ถึง ๗ ฐาน เพื่อขยายพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือไปอยู่ที่จังหวัดตาก กาญจนบุรี นครสวรรค์ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ระยองและนครศรีธรรมราช คือถ้าหากว่าสารที่จะเอาไปใช้ในการทําฝนหลวงขาดแคลน เราก็จะมีฐานที่จะไปรองรับเพิ่มเติมเข้าไปอีกเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ เนื่องจากเวลา จํากัด ผมอยากจะเรียนท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ไม่เฉพาะท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ที่มีความห่วงใยในเรื่องนี้ ผมเชื่อว่า ส.ส. ในพื้นที่ ทุกท่านทุกคนมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนกันหมด ผมขอเรียนว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ หน่วยฝนหลวงไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีมาตรการเสริมอีกส่วนหนึ่งครับ ขอเรียนท่านประธานเพิ่มเติมสั้น ๆ ครับ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายในทางกรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดินในพื้นที่เขต ชลประทาน กรมชลประทานได้เตรียมการในการกักเก็บน้ําในอ่างน้ําขนาดใหญ่ ในภาคเหนือ ๕ แห่ง แล้วก็อ่างเก็บน้ําขนาดกลางอีก ๕๑ แห่ง ปัจจุบันมีปริมาณน้ํา รวมทั้งหมด ๑๗,๓๐๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอ่างเก็บน้ํา ขนาดใหญ่ที่กักเก็บน้ําเอาไว้ ๑๒ แห่ง อ่างเก็บน้ําขนาดกลาง ๒๒๒ แห่ง มีปริมาณน้ํา รวมทั้งหมด ๗,๘๘๖ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีปริมาณเพียงพอสําหรับการจัดสรรน้ํา ในภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนภาคเกษตรก็ตาม ในเขตพื้นที่ชลประทานนั้นได้มีการ เตรียมการรองรับในเรื่องนี้อย่างดี ฉะนั้นในเขตชลประทานไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว ส่วนพื้นที่ นอกเขตชลประทาน ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ให้กรมชลประทานได้เตรียมการ เตรียมเครื่องสูบน้ําในภาคเหนือจํานวน ๒๒๓ เครื่อง แล้วก็รถบรรทุกน้ํา ๓๓ คัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้เตรียมเครื่องสูบน้ํา ๓๑๐ เครื่อง รถบรรทุกน้ํา ๑๔๕ คัน ไว้สนับสนุนให้การช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ํา ทีนี้ถามว่าจะขอรับ ความช่วยเหลือตรงนี้ที่ไหน อย่างไร พี่น้องเกษตรกรไม่ต้องไปที่ไหนหรอกครับ แจ้งท่าน นายอําเภอของท่าน แจ้งเกษตรอําเภอ เกษตรจังหวัด แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะ สํานักงานเกษตรจังหวัดทุกจังหวัดที่มีอยู่ท่านรีบไปส่งข่าว แจ้งข่าวให้เขาทราบ เขาก็จะ ส่งข่าวมาถึงที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการก็จะมีบัญชาให้ หน่วยฝนหลวงนี้ได้ดําเนินการปฏิบัติการให้ถี่ยิ่งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา แล้งที่ไหน ขาดแคลนน้ําที่ไหน ฝนทิ้งช่วงที่ไหน หน่วยฝนหลวงจะไปดําเนินการแก้ไขปัญหาตรงนั้นอย่างทันท่วงทีครับ และที่สําคัญนั้นเพื่อให้มันรวดเร็วขึ้นท่านพิษณุครับ ท่านจดเบอร์โทรศัพท์ ท่านผู้อํานวยการสํานักฝนหลวงและการบินเกษตรเอาไว้ครับ ท่านผู้อํานวยการวราวุธ ขันติยานันท์ เปึนผู้อํานวยการสํานักฝนหลวง ท่านโทรศัพท์คุยได้ตลอดเวลานะครับ ผมได้ สั่งกําชับไว้แล้วว่ามีท่าน ส.ส. ท่านใด มีพี่น้องเกษตรกรที่ไหนแจ้งข่าวมาเรื่องฝนทิ้งช่วง เกิดภัยแล้งที่ไหน ผู้อํานวยการสํานักต้องรีบตรวจสอบโดยเร่งด่วนและต้องสั่งให้มีการปฏิบัติการฝนหลวง ทันที เบอร์โทรศัพท์ของท่านผู้อํานวยการวราวุธ ๐๘๙-๙๒๒๑๑๐๑ หรือถ้าไม่สะดวก ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ และเพื่อน ส.ส. หลายท่านมีเบอร์โทรศัพท์ผม รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่แล้ว ถึงแม้ผมจะไม่ได้เปึน มิสเตอร์ลําไย ไม่ได้เปึน มิสเตอร์ฝนหลวง ผมเปึนมิสเตอร์ยางพารา ในระยะนี้ก็ยินดีที่จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง เกษตรกรทั่วทั้งประเทศครับ
เชิญครับ ครั้งเดียวนะครับ คุณพิษณุถามให้หมดเปลือกเลย
ท่านประธานครับ จะพยายามให้อยู่ในกรอบเวลานะครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่น ขจรประศาสตร์ ซึ่งท่านดูแลรับผิดชอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเฉพาะ และต้อง ขอขอบพระคุณท่านศุภชัย โพธิ์สุ ซึ่งวันนี้ได้ให้เกียรติมาแล้วก็ได้มาแลกเปลี่ยนกัน ทําหน้าที่ คือ ท่านทําหน้าที่ฝ์ายบริหาร ผมทําหน้าที่ฝ์ายสภา เปึนการทํางานในสภา ที่ถูกต้องแล้วครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประธานนะครับ ในเรื่องนี้ได้รับคําตอบ ที่ค่อนข้างชัดเจน แต่เรียนฝากท่านรัฐมนตรีอีกนิดหนึ่งว่า พื้นที่ขอนแก่นในการ ทําฝนหลวงรับผิดชอบทั้งหมด ๑๒ จังหวัดครับท่านครับ มันใหญ่มากครับ และถึงแม้ท่าน บอกว่าจะขึ้นบิน ๖ วัน วันหนึ่งตกแค่ ๓ ชั่วโมง ถ้าเอา ๑๒ หาร ๓ ชั่วโมง นิดเดียวครับ บินผ่านไป ผมไม่ได้ยินเสียงเครื่องบินเลยครับ รอฟังเสียงเครื่องบินอยู่ มันไม่ทัน ไม่รู้ มันบินผ่านตอนไหน เปึนไปได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีครับ แยกออกมาหน่อย มาเป่ด ที่อุดรธานีอีกอันหนึ่งครับ มีสนามบินที่ใหญ่มาตรฐานแล้วก็แยกเลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร หนองบัวลําภูออกมาเปึนอีก ๑ สถานี เปึนข้อเสนอแนะ ฝากท่านรัฐมนตรี ไปด้วยที่อาจจะต้องทําเปึนป้นี้ หรือป้ต่อไปเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะในภาคอีสานตอนบน หนักจริง ๆ ครับท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ขาดทุน ถึงกับล้มละลายนะครับถ้าอย่างนี้ ขนาดว่านาไม่มีข้าวจะกินแล้วต้องไปซื้อข้าวกินตอนสิ้นป้ นั่นเรื่องของการบิน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตโชว์รูปถ่าย ซึ่งเปึนรูปการเกษตร ไม่ได้เปึนรูปอื่นเพื่อที่จะให้พี่น้องที่มีถ่ายทอดอยู่ในขณะนี้ และในขณะเดียวกันก็จะ มอบให้ท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับว่าปัญหามันเกิดจริง ๆ ท่านประธานจะมองเห็น ที่เปึนสีน้ําตาลนั้น คือข้าวโพด ที่ขณะนี้กําลังจะตายแหล่ มิตายแหล่ ถ้าเปึนคนก็คืออยู่ในอาการโคม่า (Coma) แปลว่าถ้าขาดน้ําอีกไม่เกินสัปดาห์ ก็เรียบร้อยครับ ฝักไม่ออกแน่นอน นี่เปึนภาพซีรี่ส์เดียวกันนะครับ เรื่องของข้าวโพด ทันไหมครับพี่น้องสื่อมวลชน เดี๋ยวต้องโคลส (Close) ให้เห็น อันนี้นะครับ ช่วยกรุณา โคลสให้ดูด้วย ยังอยู่ในข้าวโพด อันนี้ใกล้เข้ามาหน่อย เห็นเปึนสีน้ําตาลอยู่ประมาณสัก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ละครับกําลังค่อย ๆ ตายลง ท่านประธานครับ เขาเรียกว่า ยืนต้นตายครับ มาดูของพี่น้องชาวนา ต้องขอบคุณลุงปัืนที่มาช่วยชี้ มองไกล ๆ เหมือนจะ เขียวอยู่ แต่ซูม (Zoom) ลงไปข้างล่าง ท่านประธานเห็นไหมครับ เห็นสภาพดินแตกระแหง ไหมครับ ฝนตกลงมาก็ตกแหมะ ๆ ครับ ท่านรัฐมนตรีศุภชัยครับ ตกแหมะ ๆ ท่านดู ร่องของดินว่ามันเดือดร้อนขนาดไหน เพราะฉะนั้นน้ําขาดแคลนแน่นอน อันนี้ผมจะฝาก ท่านประธานไป คําถามสุดท้ายสั้น ๆ ครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีและรัฐบาล มีแนวนโยบายอย่างไรที่จะแก้ปัญหาในระยะยาวให้กับพี่น้องเกษตรกรซึ่งเปึนเกษตรกร นอกเขตชลประทานครับ ภาคอีสานมีพื้นที่การเกษตร ๕๘ ล้านไร่ ผมทราบดีว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีทราบ ท่านรัฐมนตรีศุภชัยทราบ และมีพื้นที่ชลประทานเพียง ๖ ล้านไร่เท่านั้น คิดเปึนประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด พื้นที่ชลประทาน แปลว่าพื้นที่ที่น้ําส่งไปถึง มีคลองระบายน้ํา มีสถานีสูบน้ํา มีห้วย หนอง คลอง บึงที่ดูแล ได้ แต่พื้นที่นอกเขตชลประทานนั้น คือพื้นที่ต้องอาศัยน้ําจากฟัา จากฝน จากฟัาเท่านั้น ถ้าฟัาป้ไหนโกรธ ป้ไหนฟัาเห็นใจก็มาตรงเวลาที่เราต้องการ แต่ถ้าป้ไหนฟัาบอกว่าไม่ให้ ตรงเวลา ท่านประธานก็รู้นะครับ ไม่แล้งก็ท่วม ซึ่งขณะนี้กําลังเกิดการแล้งอยู่ มีอีก ๕๐ กว่าล้านไร่พื้นที่การเกษตรที่รอน้ําฝนจากฟัา และรอการแก้ไขจากรัฐบาล ท่านรัฐมนตรี ผมมีมาตรการนําเสนอ ซึ่งผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีก็คงเคยได้ยิน นั่นคือ โครงการขุดสระในไร่นาให้กับพี่น้องที่อยู่นอกเขตชลประทาน เปึนโครงการขุดสระ ขนาดเล็ก ๑,๒๖๐ ลูกบาศก์เมตร ท่านประธานทราบไหมครับว่ามีเกษตรกรเข้าชื่ออยู่ที่กรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งกํากับดูแล โดยท่านศุภชัย โพธิ์สุ นี่ล่ะครับ มีเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทาน ๗๖๕,๕๗๐ ราย ลงชื่อรออยู่ครับ ที่จะเข้าโครงการขุดสระในไร่นาอันนี้ ประโยชน์ของสระในไร่นา ถ้าหากว่า พี่น้องเกษตรกรนั้นมีนะครับ อย่างน้อยล่ะครับท่านรัฐมนตรี ๑. มีน้ําที่จะเตรียมกล้าครับ ท่านเปึนชาวนาท่านรู้ครับ ถ้าไม่มีน้ําท่านเตรียมกล้าไม่ได้นะครับ ก็จบแล้วครับเดินไม่ได้ ๒. เปึนแหล่งโปรตีนเลี้ยงปลาครับ คนอีสานไม่ค่อยมีอาหารโปรตีนครับ สระในไร่นานั้น เอาปลาไปปล่อยครับในระหว่างนั้นแล้วก็ปลูกผักไปรับประทานได้ และสําคัญถ้าเกิดว่า ฝนทิ้งช่วงอย่างตอนนี้ครับท่านประธาน ขุดสระนั้นและมีน้ําอยู่เราก็เอาน้ําจากสระ ในชลประทานนั้นมาหล่อเลี้ยงชีวิตต้นข้าว แม้ว่าอาจจะไม่ได้ทั้งหมดของพื้นที่เขา อาจจะ ได้สัก ๒-๓ ไร่ ก็พอมีข้าวกินสิ้นป้ครับ นี่เปึนประโยชน์นะครับ และรัฐบาลถามว่าลงทุน เยอะไหม สระในไร่นาบ่อหนึ่งประมาณ ๑๙,๐๐๐ บาทนะครับ รัฐมนตรีศุภชัยคงทราบดี แล้วก็ไม่ได้ให้ฟรี ๆ นะครับ เกษตรกรจะต้องสมทบถึง ๒,๕๐๐ บาทต่อบ่อ เพราะฉะนั้น ชุดคําถามที่ ๒ ท่านประธานครับ โครงการขุดสระในไร่นาให้กับเกษตรกรที่อยู่นอกเขต ชลประทาน ท่านจะทําเปึนวาระแห่งชาติได้ไหมท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรี ครับ แปลว่าอะไร วาระแห่งชาติ แปลว่าขุดให้หมดเลยครับ ที่มาขอทั้งหมด ๗๖๕,๕๗๐ ราย ใส่เงินลงไปเลยครับ ถามว่าใช้เงินเท่าไร ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นครับ คิดจาก งบประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านมีอยู่ขณะนี้ในมือครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ทําให้มันเสร็จไปครับ รถไฟลอยฟัา รถไฟใต้ดินสายหนึ่งหลาย ๆ หมื่นล้านบาท ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านยังกล้าทําตั้ง ๖-๗ สาย ขยายเปึน ๑๐ สายแล้ว ใช้เงิน เปึน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอแค่ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทครับ รับปากวันนี้ได้เลยไหมครับ ว่าจะเสร็จภายในกี่ป้ เอาป้ละ ๓๐๐,๐๐๐ บ่อก็ได้ท่านศุภชัยครับ แล้วไม่ต้องกลัว การคอร์รัปชันท่านกระจายลงที่ตําบลเลยครับ ให้ทุกตําบลทําพร้อมกันครับ เปึนการ กระจายรายได้แล้วก็สร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ผู้รับเหมาในท้องถิ่นด้วย นะครับ ๗๖๕,๕๗๐ ราย เพียง ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีกรณ์ ที่นั่งรับประทานข้าวอยู่ฟังด้วยนะครับ แล้วก็ตอบด้วยว่าจะเอาหรือไม่นะครับ เอาแค่นี้ ล่ะครับท่านประธาน เพราะว่าเวลาหมด ตรงนี้เปึนปัญหาสําคัญ แล้วก็ถ้าท่านรับว่าจะ เปึนวาระแห่งชาติเราจะได้ช่วยกันผลักดันนะครับ วีซีดี (VCD) วันนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าส่งพร้อมรูปมาให้ท่านนายกรัฐมนตรีดู ท่านกรณ์ดูว่าแบ่งมาได้ไหมจาก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทานให้ได้มีโอกาสลืมตา อ้าปากให้ได้มีไลฟี เซฟเวอร์ (Life Saver) หรือได้มีระบบประกันเรื่องน้ํา อย่างน้อยมีสระ ขนาด ๑,๒๖๐ คิว เขาจะมีข้าวที่เลี้ยงดูจนถึงสิ้นป้ประมาณ ๓ ไร่ ก่อนที่น้ําจะหมดนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จะเปึนทางออกที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเหล่านั้นได้ เปึนคําถาม ชุดที่ ๒ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
ชุดสุดท้ายแล้ว เชิญตอบ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ขออนุญาตเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับการจัดทําฝนหลวง เมื่อสักครู่ผมก็ได้ เห็นภาพที่ท่าน ส.ส. พิษณุ ได้โชว์ให้ดู แต่ว่ายังไม่ทราบในรายละเอียดว่าเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นที่ไหน แต่ไม่เปึนไรครับ ท่านจะพบกับผมด้านหลังห้องประชุม เพราะท่าน ผู้อํานวยการหน่วยฝนหลวงรออยู่นะครับท่านจะได้ประสานข้อมูลว่าตรงนี้มีปัญหา อย่างนั้นอย่างนี้จะได้รีบเร่งดําเนินการแก้ไข แล้วก็ขอเรียนว่าศูนย์จังหวัดขอนแก่น รับผิดชอบถึง ๑๒ จังหวัดก็จริง แต่ในขณะนี้ทางหน่วยฝนหลวงได้บูรณาการกันนะครับ เครื่องบินที่อยู่ศูนย์อื่นก็รวบรวม แล้งที่ไหนก็รุมกันไปช่วยกันอย่างนี้ ฉะนั้นไม่ต้องเปึนห่วง ครับ ข้อเสนอของท่านเปึนข้อเสนอที่ดีมาก และทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ ดําเนินการอย่างนั้นอยู่แล้วนะครับ
ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาระบบน้ําในพื้นที่นอกเขตชลประทานนั้น ก็เปึน ข้อเท็จจริงอย่างที่ท่านพิษณุได้เสนอนะครับว่าขณะนี้ความต้องการของพี่น้องประชาชน ในบ่อขนาดเล็กที่ไปขุดในไร่นามีความจําเปึน มีความต้องการมาก ซึ่งขณะนี้ก็ต้องเรียนว่า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศชาติกําลังอยู่ในภาวะวิกฤตินะครับ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ได้รับงบประมาณพัฒนาพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานมาก็ยังไม่เปึน ที่น่าพอใจนักนะครับ คือป้ ๒๕๕๓ เราได้งบประมาณมาในการขุดสระบ่อขนาดเล็กให้กับ เกษตรกร ผมอยากจะใช้คําว่าเพียง ๑๖,๐๐๐ บ่อ ก็ถือว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ตรงนี้ก็ต้องขอบคุณท่านพิษณุที่ช่วยถาม ช่วยพูดเรื่องนี้นะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเห็นใจก็จะได้อนุมัติเงินมาส่วนที่ขุดบ่อ ขนาดเล็กให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย แต่ขอยืนยันว่าในการปฏิบัติงานของกรมพัฒนาที่ดิน ที่ผ่านมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘-๒๕๕๑ เราได้ช่วยเหลือขุดบ่อขนาดเล็กในไร่นาเพื่อแก้ปัญหา ฝนทิ้งช่วงหรือฝนแล้งให้กับเกษตรกรทั้งหมด ได้แล้ว ๘๔,๙๔๓ บ่อ เฉพาะในป้ ๒๕๕๒ นะครับ เปัาหมายของกรมพัฒนาที่ดิน เปัาหมายอยู่ที่ ๒๐,๐๐๐ บ่อ แต่ว่าเราบริหาร จัดการงบประมาณได้อย่างมีคุณภาพ ก็สามารถขุดบ่อขนาดเล็กในไร่นาให้กับพี่น้อง เกษตรกรนอกเขตชลประทานได้ถึง ๒๕,๓๑๘ บ่อ คือเงินเหลือจากการประกวดราคา จัดซื้อ จัดจ้าง ที่เหลือเราก็มีการประกวดราคาต่อ นี่คือกรมพัฒนาที่ดินได้ใช้งบประมาณ อย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรจริง ๆ งบป้ ๒๕๕๓ ถึงแม้จะได้รับ จัดสรรเพียง ๑๕,๐๐๐ บ่อ แต่ผมก็เชื่อว่าในงบส่วนอื่นที่รัฐบาลได้ทุ่มเทในการแก้ไข ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาความต้องการแหล่งน้ําไปอยู่ในหลาย ๆ กรม ในหลาย ๆ กระทรวง ก็เปึนวงเงินหลายพันล้านบาททีเดียว ไม่ว่าจะเปึนอยู่ที่กรมชลประทาน ไม่ว่าจะเปึนอยู่ที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เปึนงบประมาณที่จะพัฒนาแหล่งน้ํา กันทั้งนั้น ถ้าดําเนินการสิ้นป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ผมเชื่อว่าภัยแห่งความแห้งแล้งหรือว่า ความขาดแคลนน้ําก็คงจะสามารถแก้ไขลงไปได้มากทีเดียวนะครับ รายละเอียดนั้น ผมเชื่อว่าทางคณะกรรมาธิการงบประมาณก็คงจะทราบอยู่แล้วนะครับ ขอกราบขอบคุณมาก ครับ
พอแล้วครับ ถือว่าได้จบ กระทู้ถามสดที่ ๓ การแก้ไขปัญหาฝนทิ้งช่วงนานและฝนแล้งของคุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ เสร็จแล้วนะครับ กระผมขอขอบคุณผู้ตอบกระทู้และผู้ถามกระทู้ครับ
ต่อไปผมจะเข้าสู่ระเบียบวาระ ขณะนี้เมื่อเวลา ๑๕.๑๓ นาฬิกา มีผู้มา เซ็นชื่อเข้าประชุม ๓๗๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ กระผมขอเป่ดประชุม ตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม รับทราบรายงานของ ผู้สอบบัญชีและงบการเงินของสํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติสําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๔๙
ด้วยสํานักงาน ป.ป.ช. ได้เสนอรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินของ สํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติสําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๔๙ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๑๗ ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงาน ดังกล่าวให้แก่ท่านสมาชิกแล้ว สํานักงาน ป.ป.ช. ได้มีหนังสือขออนุญาตให้ผู้แทน ของสํานักงาน ป.ป.ช. เข้าชี้แจง ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการ พิจารณา ผมจะอนุญาตให้ผู้แทนของสํานักงาน ป.ป.ช. เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมตาม ข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอเชิญผู้แทนสํานักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุม ขอเชิญ คุณปรีชา เลิศกมลมาศ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. คุณณรงค์ รัฐอมฤต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช คุณสรรเสริญ พลเจียก ผู้ช่วยเลขาธิการ คณะกรรมการ ป.ป.ช. คุณชัยยศ สินธุประสิทธิ์ ผู้อํานวยการสํานักนโยบาย และยุทธศาสตร์ คุณซาเล็ม อุสตัส ผู้อํานวยการสํานักกฎหมาย คุณณัชชา เกิดศรี ผู้อํานวยการสํานักบริหารงานกลาง เรียนเชิญประจําที่ครับ
(คณะผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติเข้าประจําที่)
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ท่านใดมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถาม เชิญได้ครับ มีท่านใดครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชม แล้วก็ขอเปึนกําลังใจให้กับ ป.ป.ช. ที่ท่านได้พยายามที่จะปกปัองผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ให้ปลอดจากการทุจริต และคอร์รัปชันทุกรูปแบบ แต่สิ่งที่ยังเปึนห่วงแล้วก็ยังกังวลใจแทนท่านก็คือ จํานวนคดี ที่ค้างคาอยู่ใน ป.ป.ช. ค่อนข้างมาก ท่านได้มีการวางมาตรการใด ๆ ในการที่จะเร่งรัด การพิจารณาคดีอย่างรวดเร็ว อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความเปึนธรรมกับทั้ง ฝ์ายบ้านเมือง และให้ความเปึนธรรมกับผู้ถูกร้อง หรือถูกฟัองในคดีต่าง ๆ อย่างไร อันนี้ เปึนประเด็นที่ ๑ เนื่องจากทราบข้อมูลเปึนสถิติว่า คดีที่ยังค้างการพิจารณาของ ป.ป.ช. มีอยู่นับหมื่นคดี ทั้งในส่วนกลาง ส่วนตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ และส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นอยากจะขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารคดีที่ค้างอยู่ในมือของท่าน แล้วที่กําลังไหลเข้าไปสู่ความรับผิดชอบของท่าน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะช่วยกันนําเงินแผ่นดิน ที่ถูกทุจริตคอร์รัปชันไปในรูปแบบต่าง ๆ คืนให้แผ่นดินโดยเร็วที่สุด แล้วก็เพื่อที่จะไม่ให้ มีการทุจริตหรือคอร์รัปชันให้เปึนแบบอย่างอีกต่อไป
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าในการทุจริตหรือคอร์รัปชัน ยุคใหม่ ๆ นั้นมีการแสวงหาผลประโยชน์ทั้งโดยตรง แล้วก็โดยตัวแทนหรือนอมินี (Nominee) อยากจะกราบเรียนถามทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าท่านมีมาตรการอย่างไร ในการที่จะเอาผิดกับผู้ที่เปึนตัวแทนหรือนอมินี หรือบุคคลใกล้ชิดของผู้มีอํานาจในการ ที่จะไม่ก่อให้เกิดลัทธินอมินี เพราะกฎหมายในปัจจุบันการถือครองแทน กฎหมาย ยังไม่สามารถที่จะเอาผิดได้อย่างชัดแจ้ง เพราะฉะนั้นเท่าที่ดูแล้วการเอื้อมมือไปถึงผู้ที่ ถือแทน หรือถือครอง ผู้ที่เปึนเจ้าของที่แท้จริงนั้น ค่อนข้างที่จะยาก แล้วก็สลับซับซ้อน ซึ่งเรื่องนี้เห็นใจ ป.ป.ช. เปึนอย่างยิ่ง แต่กราบเรียนถามว่าท่านมีมาตรการอย่างไรที่จะ เอาผิดหรือว่าดึงคนที่มีส่วนร่วมเปึนขบวนการเข้ามารับผิดต่าง ๆ ได้ ก็ขออนุญาตที่จะ กราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ป.ป.ช. ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอเปึนกําลังใจ แล้วก็ขอชื่นชม ในรายงานที่ท่านเสนอต่อรัฐสภา กราบขอบพระคุณครับ
เชิญหมอวรงค์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งวันนี้ถือว่าเปึนรายงานผลการตรวจสอบและการปฏิบัติหน้าที่ ประจําป้ของ ป.ป.ช. ผมอยากจะกราบเรียนผู้แทน ป.ป.ช. ที่มาอยู่ในที่ประชุมรัฐสภา แห่งนี้ว่า วันนี้หน่วยงานของ ป.ป.ช. ถือว่าเปึนหน่วยงานอิสระสําคัญหน่วยงานหนึ่ง ที่สังคมยังให้การยอมรับนับถือ ดังนั้นการขับเคลื่อนของ ป.ป.ช. สังคมยังเชื่อว่ายังให้ ความเปึนธรรม ผมจะมีคําถามในประเด็นที่อยากจะเรียนกับคณะกรรมการที่มา เนื่องจากว่าเพื่อนสมาชิก ท่านนคร มาฉิม ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านบอกว่าขณะนี้คดี คงค้างต่าง ๆ ของ ป.ป.ช. ที่ดําเนินการตรวจสอบอยู่มีค่อนข้างจะเยอะ แล้วก็ในการ พิจารณาแต่ละคดีใช้เวลาค่อนข้างจะเยอะมาก นานมาก ผมจําได้ว่าในช่วงป้ ๒๕๔๘ ผมเคยยื่นเรื่องไป ๑ เรื่อง คือ เรื่องการตรวจสอบรถพยาบาล จนกระทั่งคนที่เกี่ยวข้องไม่ทราบว่าไปอยู่ไหนบ้าง ผ่านไปประมาณ ๔-๕ ป้ ก็ยังไม่ เรียบร้อย แต่ก็ไม่เปึนไรครับ แต่มันก็เชื่อมโยงมาถึงตรงที่ว่าท่านบอกว่าจะมีโครงสร้างของ ป.ป.ช. ประจําจังหวัด ซึ่งผมคิดว่าอย่างน้อยการมีโครงสร้าง ป.ป.ช. ประจําจังหวัดจะเปึน หน่วยงานที่มีส่วนร่วมในการช่วยตรวจสอบการทุจริตของหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือว่าขณะนี้หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน่วยงาน ค่อนข้างจะเยอะมาก คําถามที่ผมจะถามท่านเนื่องจากว่าขณะนี้ถ้าอ่านจากเอกสาร ท่านจะเขียนว่าขณะนี้จะนําร่องใน ๘ จังหวัด อยากจะทราบว่าโครงการนําร่อง ป.ป.ช. ระดับจังหวัดจะเริ่มต้นเมื่อไร อันนี้คือคําถามที่ ๑
ในส่วนที่ ๒ อยากจะให้ท่านทราบถึงพฤติกรรมของคนที่อยู่ในต่างจังหวัด เราต้องยอมรับว่าพื้นฐานของประชาชนที่อยู่ร่วมกันในต่างจังหวัดนั้น เปึนพื้นฐานของ สังคมอุปถัมภ์ที่สูงมาก หน่วยงานในกรุงเทพฯ ก็ถือว่าอุปถัมภ์ส่วนหนึ่ง แต่กระบวนการ ตรวจสอบในกรุงเทพฯ มีเยอะ ทั้งสื่อมวลชนแล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ มีค่อนข้างจะเยอะมาก ดังนั้นระบบอุปถัมภ์ในกรุงเทพฯ ถึงจะมีแต่การตรวจสอบยังเข้าถึงได้มากกว่า การที่ท่าน มีหน่วยงาน ป.ป.ช. ในระดับจังหวัด ผมเกรงเปึนอย่างยิ่งว่ากระบวนการวิ่งเต้น การสร้าง ระบบอุปถัมภ์ในรูปแบบใหม่ที่จะเข้าถึงหน่วยงานของ ป.ป.ช. ที่ถือว่ามีอิทธิพลที่สูงมาก ในระดับจังหวัด และผมเชื่อว่า ป.ป.ช. ในระดับจังหวัดจะเปึนเสือตัวใหม่ จึงอยากจะมี คําถามที่จะถามว่าท่านมีระบบในการควบคุม กํากับ ตรวจสอบบุคคลที่จะมาเปึน ป.ป.ช. แล้วก็การทํางานของ ป.ป.ช. ที่จะเกิดโครงสร้างอุปถัมภ์ขึ้นมาในระดับจังหวัดอย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ
เชิญคุณทศพล เพ็งส้ม
กราบเรียนท่านประธานสภา ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก็กราบเรียน ท่านประธานดังนี้ครับ ในส่วนของผมที่จะสอบถามนั้นก็คือว่าเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนา องค์กรแล้วก็บุคลากร ท่านประธานครับจะสังเกตว่าทาง ป.ป.ช. จะมีการอบรมหลักสูตร พนักงานไต่สวน ผมได้เคยเสนอไว้ครั้งหนึ่งแล้วก็คือว่า ในกรณีที่เราเชิญองค์กรอื่น เข้ามาทําหน้าที่เปึนพนักงานไต่สวน บางคนอยู่ในส่วนที่เกี่ยวกับสรรพากรบ้าง ศุลกากร บ้าง เวลาเชิญเขามาก็ส่วนใหญ่จะเชิญแต่คนเดิม ๆ มา ก็คือคนที่เคยทําหน้าที่เกี่ยวกับ การไต่สวนอยู่แล้ว แต่มันก็มีปัญหาครับว่าการที่คนเรานั้น จะมีความรู้ ความสามารถนั้น ก็ควรจะผ่านการฝ๊กอบรม เปึนไปได้ไหมครับที่ทาง ป.ป.ช. นั้น สามารถดําเนินการที่จะ นําคนในองค์กรต่าง ๆ ที่มีความประสงค์จะเปึนพนักงานไต่สวนนั้นมาฝ๊กอบรม แล้วขึ้นทะเบียนไว้ก่อน พอถึงเวลาแล้วจะใช้งานท่านใดก็เชิญมาเปึนเรื่อง ๆ ไป เพราะ ไม่เช่นนั้นแล้วเวลาไปขอในแต่ละหน่วยงานก็จะได้แต่คนเดิม ๆ มา แต่เราไม่สามารถ พัฒนาพนักงานไต่สวนขึ้นมาช่วยท่านในการดําเนินคดีได้เลย คดีถึงมีปัญหามันถึงช้า เพราะคนของท่านนั้นน้อย เมื่อน้อยแล้วยังไม่สามารถหาพันธมิตรในการที่จะมาช่วย สืบสวน สอบสวนในลักษณะของคดีที่มีความรู้ ความชํานาญได้อีก ก็เปึนไปได้ไหม ที่ผมจะเสนอก็คือว่าดําเนินการจัดคนอบรมสัมมนาหรือให้พนักงานไต่สวนอยู่ใน แต่ละองค์กรของส่วนราชการ
ท่านประธานครับอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะสอบถามก็คือว่า เท่าที่ผมดูในเรื่อง ของผลการดําเนินงานท่านประธานครับ ในส่วนของเกี่ยวกับเรื่องคดีเท่าที่ผมเห็นนั้น ปรากฏว่ามีเรื่องที่ดําเนินคดีกับอดีตรัฐมนตรี ท่านจะสังเกตตั้งแต่ในหน้าที่ ๔๗-๖๓ ท่านประธานครับ ๙ เรื่องที่เปึนเรื่องสําคัญนั้น ปรากฏว่ามีถึง ๖ เรื่อง ที่ผลการดําเนิน คดีอาญาอยู่ในระหว่างการพิจารณาสํานวนของอัยการสูงสุด ท่านประธานครับ เรื่องทั้งหมดมี ๙ เรื่อง มีผลคดีเพียง ๓ คดีเท่านั้นเอง แต่อีก ๖ เรื่องนั้น ผมสอบถามครับ ว่าผลการดําเนินคดีอาญา ๖-๗ เรื่อง ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาสํานวนของอัยการ สูงสุดนั้น เรื่องถึงไหนแล้ว มีปัญหาและอุปสรรคอย่างไรบ้าง ชี้แจงในสภาด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่ผมจะอภิปราย ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานสั้น ๆ ว่าตอนนี้ เรากําลังพิจารณารับทราบรายงานผู้สอบบัญชี และงบการเงินของ ป.ป.ช. ๒.๑
๒.๑ ครับ
และ ๒.๒ พร้อมกันเลย หรือเปล่าครับ
เปึนตอน ๆ ไปครับ
เพราะเมื่อสักครู่ผมเห็น เพื่อนสมาชิกอภิปราย ๒.๒
ก็แล้วแต่เขาครับ ท่านก็ อภิปราย ๒.๑ ก็แล้วกัน
เอา ๒.๑ แล้วผมเอา ๒.๒ มารวมทีเดียวเลยนะครับ เพราะมันเกี่ยวเนื่องกันครับ
ก็ได้ ไม่ขัดข้อง เชิญครับ
ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตอย่างนี้ นะครับท่านประธาน ผมได้อ่านรายงานผลการตรวจสอบ และผลการปฏิบัติหน้าที่ ประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยเฉพาะในหน้า ๘๖ ข้อ ๑.๒ ซึ่งเขียน ไว้ว่ามาตรการที่อยู่ระหว่างการศึกษาปัญหาข้อเท็จจริง กฎหมายและระเบียบ อันนี้ เขียนของป้ ๒๕๕๐ ผมก็คิดว่าป้นี้ป้ ๒๕๕๒ ทาง ป.ป.ช. น่าจะดําเนินการในหลาย ๆ เรื่อง เปึนที่เรียบร้อยแล้วก็เปึนได้ ก็อยากจะสอบถามทางคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. โดยเฉพาะในข้อที่ ๖ หน้าที่ ๘๙ เรื่อง การแต่งตั้งคณะบุคคลเข้าสังเกตการณ์ โครงการที่มีการลงทุนตั้งแต่ ๕๐๐ ล้านบาท ขึ้นไป เพื่อปัองปรามการทุจริต ก็อยากจะถามว่า ป.ป.ช. ได้ดําเนินการในเรื่องนี้นับตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๐ ที่เสนอแนวคิดนี้มาไปถึงไหน เปึนอย่างไรบ้าง จับกุมได้บ้างหรือไม่
ข้อที่ ๗ ในหน้าเดียวกัน เรื่องผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูง ดํารงตําแหน่ง กรรมการในรัฐวิสาหกิจหลายแห่งในเวลาเดียวกันหรือต่อเนื่องกัน เรื่องนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดําเนินการอย่างไรบ้าง เพราะผมเห็นว่ารัฐวิสาหกิจหลาย ๆ แห่ง ดําเนินกิจการ ขาดทุนมาโดยตลอด ความไม่โปร่งใส ความทุจริตก็เกิดขึ้น บางท่านเปึนกรรมการซ้ําซ้อน หลาย ๆ อัน แทบจะไม่มีเวลาประชุมหรอกครับ สิ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อบ้านเมืองนี้มันแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะทุกคนเหมือนกับมีความรู้มากมาย มีเวลาเหลือไปประชุมอย่างเดียว แล้วมันจะได้เรื่องหรือครับ ก็อยากจะฟังจาก ป.ป.ช. ด้วยว่าประเด็นอย่างนี้ท่านได้ดําเนินการอย่างไร คณะกรรมการหลาย ๆ คน มันไม่ใช่ เทวดา มันจะรู้เรื่องไปหมดทุกเรื่องเปึนไปไม่ได้ท่านประธาน แล้วก็ที่สําคัญที่สุด คือ เรื่องสุดท้าย เรื่องการทุจริตโครงการรับจํานําข้าว ซึ่ง ป.ป.ช. บอกว่ามีคน ๓ กลุ่มด้วยกัน ที่มีการโกง หรือทุจริตในการรับจํานําข้าว คือกลุ่มพ่อค้าและโรงสี เจ้าหน้าที่ของรัฐ และบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว ก็อยากจะฟังเหมือนกันว่า ป.ป.ช. ได้ดูแลเรื่องนี้อย่างไร เพราะว่าขบวนการรับจํานําข้าว ความไม่โปรงใสมันเกิดขึ้นมาโดยตลอดท่านประธาน และในป้ต่อไป ป้ ๒๕๕๓ ตั้งแต่เดือนมกราคม เราจะเห็นข้าวนุ่งโสร่ง ข้าวนุ่งผ้าถุง ข้ามชายแดนเข้ามาในประเทศไทย เพราะภาษีมันเหลือ ๐ เปอร์เซ็นต์ จากการที่รัฐบาล ได้ไปตกลงกับอาฟต้า (AFTA) ไว้ ภาษีนําเข้าข้าว ๐ เปอร์เซ็นต์ ข้าวนุ่งโสร่ง ข้าวนุ่งผ้าถุง มันเข้ามาแน่นอน การทุจริตจะเกิดขึ้นเพื่อมาสวมสิทธิเกษตรกรไทย ผมก็อยากจะฟังว่า ป.ป.ช. มีแนวคิดที่จะปกปัองพี่น้องเกษตรกรซึ่งปลูกข้าวเปึนหลัก เปึนพี่น้องเกษตรกรของคนไทยที่ทําการเกษตรมาตลอดชีวิตตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่วันนี้ เพื่อนบ้านเราอาจจะได้รับอานิสงส์ เพราะมีพ่อค้าโรงสีบางแห่งที่หาประโยชน์ เข้ากับตนเอง โดยไม่คํานึงถึงความเปึนไทย เกษตรกรไทย ผมอยากจะฟังเรื่องนี้จาก ป.ป.ช. นะครับ ๓ คําถามง่าย ๆ ขอให้ ป.ป.ช. ได้โปรดชี้แจงด้วยครับเพื่อความสบายใจ เรื่องนี้มันป้ ๒๕๕๐ ป้นี้มันป้ ๒๕๕๒ มัน ๒ ป้ให้หลังแล้ว ดูว่าท่านจะทํางานคุ้มกับ เงินเดือน รายรับ รายจ่ายที่ท่านให้เราพิจารณาในวันนี้งบสอบบัญชี งบการเงินของท่าน เพราะว่าเราใช้จ่ายในกิจการของ ป.ป.ช. ลูกจ้าง พนักงานต่าง ๆ ใช้เงินไปมากมายครับ ท่านประธาน ต้องทํางานให้คุ้มกับเงินของแผ่นดินด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒ เรื่อง ใช้เวลาไม่มากนักนะครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินของสํานัก ป.ป.ช. ซึ่งเปึนรายงานของป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๕๐ ส่วนอีกรายงานหนึ่งเปึนรายงาน ผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ในป้ ๒๕๕๐ สิ่งที่สงสัยเปึนประจํา ตลอดระยะเวลาที่มีรายงานของ ป.ป.ช. เข้ามาเสมอก็คือว่า เพราะเหตุใดครับป้นี้ ป้ ๒๕๕๒ เวลารายงานของหน่วยงานของท่านเสนอเข้าสภา ทําไมไม่เอาป้ ๒๕๕๑ ซึ่งได้ผ่านมาเปึนระยะเวลาพอควรแล้วมาเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในคราวเดียวกันเลย นั่นเปึนเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ที่กระผมได้ตั้งข้อสังเกตนะครับ ก็คือเรื่องของโครงสร้าง สํานักงาน ป.ป.ช. จังหวัด เพราะว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ในมาตรา ๒๔๖ วรรคท้าย ได้กําหนดเอาไว้ว่า ให้มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจําจังหวัด โดยคุณสมบัติ กระบวนการสรรหาและอํานาจหน้าที่ให้เปึนไปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แต่บัดนี้เวลาได้ล่วงเลย มาพอสมควรแล้ว จึงอยากเรียนถามว่าตามที่รัฐธรรมนูญได้กําหนดเอาไว้นั้นท่านได้ ดําเนินการออกกฎหมายหรือได้มีการจัดตั้งโครงสร้างของ ป.ป.ช. จังหวัดดําเนินการไปถึง ไหนแล้วนะครับ เพราะดูจากงานที่ท่านได้รับในช่วงป้ ๒๕๕๑ ก็ดี ป้ ๒๕๕๒ ก็ดีนั้น มันมากมายเหลือเกิน ถ้าท่านไม่แบ่งเบาภาระงานเล็กงานน้อยกระจายไปสู่จังหวัดบ้าง ผมคิดว่างานที่ท่านทํานั้นก็จะคั่งค้างอยู่ตลอดเวลา
สุดท้ายครับท่านประธาน แป็บเดียว เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องของการ ดําเนินการการรับหรือไม่รับขึ้นพิจารณา ตามรายงานของท่านมี ๗๗๒ เรื่อง อยากจะ เรียนถามนะครับว่า ท่านรับหรือไม่รับเรื่องเข้าพิจารณา ในกรณีที่ผู้ร้องไม่ระบุรายชื่อ ในการร้องเรียน เพราะอาจจะเกรงกลัวผู้มีอิทธิพลบ้างหรือไม่อยากจะเปลืองตัวบ้าง จะด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ ท่านรับไม่รับเรื่องดังกล่าวเพราะเหตุใด ผมมี ๓ เรื่อง อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครับ
เชิญคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงาน ผลการตรวจสอบและการปฏิบัติหน้าที่ประจําป้ ๒๕๕๐ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ความจริงแล้วผมได้มีโอกาสร่วมเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. อยู่แล้ว และก็มีโอกาสได้ซักถามข้อข้องใจต่าง ๆ เกี่ยวกับ การดําเนินงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านเจ้าหน้าที่ที่มาร่วมเปึนคณะกรรมาธิการ ด้วยกัน ก็ได้รู้สึกชื่นชมมาโดยตลอดนะครับถึงการดําเนินงานที่เข้มแข็งเอาจริงเอาจัง ของท่าน แล้วต้องถือว่าเปึนหน่วยงานที่เปึนหลักประกันของสังคมหน่วยงานหนึ่งที่จะชี้ให้เห็นว่า บ้านเมืองนี้ยังจําเปึนที่จะต้องมีบุคคลที่มีความกล้าหาญ มีความเสียสละที่จะเอาผู้ที่ ทุจริตคิดมิชอบต่อบ้านเมืองมาลงโทษให้ได้ แม้จะเต็มไปด้วยความยากลําบาก แค่ไหนก็ตาม พวกเราที่เปึนคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะเขียนกฎหมาย ที่จะเอื้อโอกาส เอื้อให้ท่านได้สามารถมีเครื่องไม้เครื่องมือที่มีความเข้มแข็งในการปฏิบัติ หน้าที่ อย่างไรก็ตามผมเมื่อได้อ่านรายงานประจําป้ ๒๕๕๐ ของท่านแล้วก็มีประเด็น ที่อยากจะลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นแล้วก็มีข้อเสนอแนะ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการเผยแพร่ผลงาน ซึ่งท่านได้ใช้งบประมาณ จํานวนมากในการเข้าไปดําเนินการ แล้วก็มีกิจกรรมที่หลากหลายในการเผยแพร่งาน ของ ป.ป.ช. ผ่านทางสื่อต่าง ๆ สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตก็คือความต่อเนื่องของ การสื่อสารเรื่องนี้กับพี่น้องประชาชน เนื่องจากว่าในรายงานที่ท่านได้รายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็จะเปึนกิจกรรมการจัดพิมพ์เอกสาร หรือหนังสือ ซึ่งมีเปึนจํานวนที่ไม่มากพอแล้วก็ไม่ทั่วถึงกลุ่มบุคคลได้อย่างเพียงพอ อาจจะเจาะเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จํานวน ๕,๐๐๐ เล่ม ๒,๐๐๐ เล่ม หรือ ๑๐,๐๐๐ เล่ม แต่ว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่จําเปึนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันมีจํานวนมากมาย ๕๐-๖๐ ล้านคน จําเปึนที่จะต้องใช้สื่อที่ เข้าถึงจริง ๆ นะครับ ก็เห็นการที่ท่านได้จัดผู้หลักผู้ใหญ่ใน ป.ป.ช. ไปออกอากาศทาง สถานีวิทยุ ออกรายการทางโทรทัศน์ แต่เอาเข้าจริงแล้วมันเปึนช่วงเวลาที่ไม่สามารถที่จะ สื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง แล้วก็ภายในช่วงเวลาจํากัดแค่นั้นอาจจะ ไม่เพียงพอ ผมจึงเสนอว่า สปอทโฆษณาทางโทรทัศน์หรือทางวิทยุจําเปึนที่จะต้องทํา อย่างต่อเนื่อง จําเปึนที่จะต้องสื่อสารและปลุกจิตสํานึกพี่น้องประชาชนให้หันมาสนใจ ให้หันมาเปึนภาคีร่วมกับท่านในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันตามศักยภาพของเขาที่จะ มีอยู่
ในประเด็นต่อมาคือในเรื่องข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. เอง ในเรื่องของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ๑๑ ข้อ ผมสนับสนุนทั้งหมดเลยนะครับ โดยเฉพาะในข้อที่ ๓ ข้อที่ ๔ ที่จําเปึนที่จะต้อง เรียกร้องให้รัฐบาลร่วมดําเนินการอย่างจริงจัง ก็คือเรื่องของการรณรงค์สร้างกระบวนการ เรียนรู้ ปลูกฝังจิตสํานึก ค่านิยมตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข เสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย และจิตสํานึก ธรรมาภิบาล ให้ประชาชนมีจิตสํานึกความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์สาธารณะ กระทั่ง เปึนปกติวิสัย อันนี้ไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นเองได้ในความคิดของประชาชนครับ ถ้าเกิด รัฐบาลไม่มีส่วนร่วมสนับสนุนอย่างจริงจัง เพราะผมเข้าใจว่าโดยกระบวนการทํางานของ ทาง ป.ป.ช. เอง งบประมาณก็มีจํากัด ก็คงจะยากที่จะไปสร้างกระบวนการเหล่านี้ ได้ทั้งหมด รัฐบาลเองจําเปึนที่จะต้องใช้กลไกทั้งหมดที่จะสร้างวัฒนธรรมที่ต่อต้าน การทุจริตเหล่านี้ ผมคิดว่าการใช้สื่อสารมวลชนของรัฐที่มีอยู่ในการสนับสนุนข้อเรียกร้อง ข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. ตรงนี้ เปึนสิ่งที่รัฐบาลจะต้องกระทําอย่างจริงจังนะครับ
ในข้อที่สี่ ที่ท่านระบุบอกว่า ควรสนับสนุนสถาบันการศึกษาทั้งในและนอก ระบบ ให้โรงเรียนสถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิชาการต่าง ๆ สร้างองค์ความรู้ให้แก่ ประชาชนและเยาวชนให้เข้าใจสิทธิประชาธิปไตยและจัดหลักสูตรเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม อันนี้ก็เปึนหน้าที่โดยตรงครับ ผมคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการต้องรับข้อเสนอแนะ อันนี้ออกไป แล้วก็ไปทําให้เกิดการปฏิบัติที่เปึนจริง
ข้อต่อมาครับ มีเพื่อนสมาชิกได้นําเสนอเรื่องคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งนําร่องไป ๘ จังหวัด อันนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดีมาก แล้วก็จะสอดรับกับบทบัญญัติ ที่จะเขียนไว้ในกฎหมาย พ.ร.บ. ป.ป.ช. เรื่อง ป.ป.ช. จังหวัด ซึ่งเปึนไปตามเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ต้องการให้มี ป.ป.ช. จังหวัด คือให้มีกลไก ให้มีเครือข่าย ให้มี แขนขาของ ป.ป.ช. ส่วนกลาง ไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ประเด็นปัญหาอันนี้ ผมคิดว่าไม่น่าจะห่วงใยมาก เมื่อกฎหมายนี้ออกมาแล้วก็มี ป.ป.ช. จังหวัดขึ้นมาจริง ๆ แต่สิ่งที่จะซักถามก็คือว่า จากการตั้งอนุกรรมการ ป.ป.ช. ๘ จังหวัดนําร่องก็ทั่วประเทศ กระจายไปทุกภาค อยากทราบว่า ผลการปฏิบัติของอนุกรรมการ ป.ป.ช. จังหวัด เปึนอย่างไรบ้าง ในแง่ของการรวบรวมประเด็น ข้อมูลหลักฐานการทุจริตช่วยเหลือ ป.ป.ช. ในส่วนกลาง ในเรื่องของการสอดส่องพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชันในต่างจังหวัด แต่ละพื้นที่เปึนอย่างไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชนในจังหวัดนําร่องเหล่านั้นต่อการสนับสนุนการทํางานของ ป.ป.ช. เปึนไปได้ มีมากน้อยแค่ไหน แล้วก็มีประสิทธิภาพอย่างไรบ้าง
สุดท้ายที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือเรื่องของการเป่ดเผยบัญชีทรัพย์สิน ต่อสาธารณะของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งเปึนไปตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ ประเด็นที่ผมได้เคยนําเสนอกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ที่มาร่วมชี้แจงในคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณากฎหมาย ป.ป.ช. ก็คือบัญชีทรัพย์สิน หรือเอกสารทุกชิ้น ที่ผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองเสนอกับ ป.ป.ช. และรัฐธรรมนูญกําหนดให้ต้องเป่ดเผย ต่อสาธารณะ ผมมีความเห็นว่าเอกสารบางชิ้น ข้อมูลบางอย่างที่เสนอไปในเอกสาร เหล่านั้นไม่จําเปึนจะต้องเป่ดเผยทั้งหมด อาทิเช่น ชื่อ เลขบัตรประจําตัวประชาชน ตัวเลข บัญชีธนาคาร ตัวเลขบัญชีบัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งรายละเอียดส่วนบุคคลต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการมีอยู่จริงของทรัพย์สินที่เราได้นําเสนอก็ไม่จําเปึนต้องเอามาเป่ดเผย ทั้งหมด เพราะอะไรครับ เพราะว่าการเป่ดเผยข้อมูลที่เปึนหลักฐานส่วนบุคคลเหล่านี้ จะไปเอื้อต่อการกระทําความผิดของมิจฉาชีพต่าง ๆ ที่สามารถจะดึงเอาข้อมูลเหล่านั้น ไปใช้ในทางที่เปึนโทษกับผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินโดยที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เอง ป.ป.ช. ก็ไม่อยากจะให้เกิด แต่โดยเงื่อนไขข้อกําหนดในรัฐธรรมนูญบอกว่าจะต้องเป่ดเผย บัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน และเอกสารต่าง ๆ ที่เสนอต่อ ป.ป.ช. ต่อสาธารณะทั้งหมด กระผม คิดว่าเรื่องนี้ทาง ป.ป.ช. สามารถไปกําหนดหลักเกณฑ์ ไปกําหนดระเบียบในการเป่ดเผย บัญชีเหล่านี้ที่จะทําให้การเป่ดเผยข้อมูลเหล่านั้นไม่เปึนการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ของผู้ที่เสนอบัญชีทรัพย์สินเหล่านี้ ประเด็นเหล่านี้ผมอยากจะฝากไว้ให้ทาง ป.ป.ช. ไปปรับปรุงด้วย กราบขอบพระคุณครับ
เนื่องจากว่าทาง ป.ป.ช. ได้เสนอมาป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๕๐ ใน ๒.๑ และ ๒.๒ ตามที่คุณสุรพงษ์ได้พูด ผมขอรวม พิจารณาทีเดียว ขออนุมัติที่ประชุมด้วยเพื่อดําเนินการเพราะว่าผู้ชี้แจงชุดเดียวกัน จึงเรียนให้ที่ประชุมทราบและได้ดําเนินการต่อไปเพื่อให้ถูกต้องตามข้อบังคับ ต่อไป ขอเชิญคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัด กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ได้ดูรายงานจากการส่งรายงานในการตรวจสอบ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้กับสภาแห่งนี้ ดูจากรายงานแล้วผมเปึนห่วงอยู่ ๒-๓ เรื่อง
ในเรื่องแรกคดีต่าง ๆ ที่ยังคงค้างและมีคดีใหม่เข้ามา คดีที่ค้าง ๑๑,๕๙๑ เรื่อง และยังมีเรื่องใหม่เข้ามาอีก ๒,๗๐๐ กว่าเรื่อง เรื่องทั้งหมดได้ดําเนินการไปแล้ว ๙,๑๔๘ เรื่อง เพื่อนสมาชิกหลายท่านเปึนห่วงเหมือนกันว่าการกระจายในเรื่องของ การทํางานยังไม่ได้ลงไปสู่ส่วนภูมิภาคในส่วนจังหวัด ซึ่งก็มีเพียงบางส่วนที่มีการนําร่อง อยู่ในส่วนของอนุกรรมการที่ตั้งขึ้น ๘ จังหวัด ประเด็นก็คือว่างานเข้าเยอะ ๆ นี่ ท่านครับ ท่านมีจํานวนบุคลากร มีจํานวนคนที่จํากัด ส่วนหนึ่งนั้นผมไม่ได้ดีใจกับหน่วยงานของท่านหรอกครับที่มีเรื่อง หรือมีงานเข้า มันส่อว่า ประเทศชาติของเรานั้นกําลังมีผู้กระทําความผิด มีคดีที่เกิดกับการทุจริตต่อเงิน งบประมาณของแผ่นดิน หรือการกระทําอันไม่ชอบต่อหน้าที่ ซึ่งถ้าดูแล้วนี้องค์กรของท่าน เปึนองค์กรตรวจสอบก็จริง แล้วเปึนองค์กรอิสระ แต่ถ้าท่านเองได้ดูว่าแต่ละส่วน แต่ละครั้งที่ท่านได้นํารายงานส่งสภาแห่งนี้ ป้นี้ได้ส่งป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ จริง ๆ แล้ว มันควรจะมีป้ ๒๕๕๑ แต่การชําระบัญชี หรือการดูในเรื่องของตัวเลขต่าง ๆ นั้นอาจจะ ยังไม่เรียบร้อย หรืออย่างไรผมไม่ทราบ ในส่วนต้นนี้ผมอยากจะขออนุญาตเรียนถามว่า ท่านคงจะต้องมีการเสนอแนะในเรื่องของวิธีการซึ่งผมดูจากรายงานในหน้าที่ ๖๙ ๑.๔.๗ กิจกรรมสารคดีสั้นทางสถานีโทรทัศน์ ซึ่งถ้าดูแล้วใช้เวลา ใช้ส่วนของแต่ละตอนไปทั้งหมด ๑๐ ตอน ตอนละ ๓ นาที ซึ่งถ้าบอกว่าแต่ละตอนใช้เวลาเพียง ๓ นาทีสั้น ๆ ตอนที่ ๑ รู้จัก ป.ป.ช. ตอนที่ ๒ ที่มาแห่งการทุจริต ตอนที่ ๓ อํานาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ตอนที่ ๔ การยื่น บัญชีทรัพย์สิน รายการทรัพย์สินและหน้าที่ของนักการเมือง ผมคงไม่อ่านหมด ทั้งหมด ๑๐ ตอน ตอนละ ๓ นาที ท่านประธานครับ มันคงเปึนเรื่องลําบาก ถ้าดูแล้วเปึนตอน ๆ เปึนรายการละคร ตอนหนึ่งยังเปึนชั่วโมง แต่ของท่านตอนละ ๓ นาที งบในเรื่องของ การประชาสัมพันธ์ งบในเรื่องของการให้ความรู้เกี่ยวข้องกับหน่วยงานองค์กรของท่าน ไม่ปฏิเสธหรอกครับว่าประชาชนเองรู้จักคณะกรรมการ ป.ป.ช. พอใครไปพูดถึงบอกทุจริต ส่ง ป.ป.ช. ทุจริตบอก ป.ป.ช. ฟังดูมันเหมือนง่าย แต่วิธีการขั้นตอน และการนําเสนอ ในเรื่องของการที่จะนําสิ่งต่าง ๆ ที่เรียกว่าเปึนคดีหรือเปึนข้อสงสัย หรือเปึนวิธีการ ร้องเรียนเพื่อนําสู่การตรวจสอบนั้น ตรงนี้สิครับเปึนเรื่องที่สําคัญ สิ่งที่ผมต้องขออนุญาต ฝากนะครับว่า ท่านเองกําลังทําเรื่องของประเทศชาติ แล้วก็คู่กับการแก้ไข ต้องยอมรับว่า ปัญหาคอร์รัปชัน ทุจริตของประเทศไทยนั้นมีมาก แล้วก็ติดอันดับต้น ๆ ของโลก ถ้าบอกว่าประเทศไทยคู่กับคําว่า คอร์รัปชัน สูงมาก แล้วก็มักจะพูดกันว่าของเรา มีมาตรฐานที่ต่ําในเรื่องของการที่จะเข้าไปดูเรื่องของการตรวจสอบ บางครั้ง คณะกรรมการของท่านเองนั้น ได้มีคําวินิจฉัยหรือแม้กระทั่งของ สตง. อีกหน่วยงานหนึ่ง มีคําวินิจฉัยไปยังส่วนของระบบราชการ แต่ปรากฏว่าคําวินิจฉัยนั้นไม่เปึนผล ยังมีการให้ บุคคลหรือคนที่อยู่ในหน่วยงานนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อ แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านส่งไปนั้นไม่ได้ มีการปฏิบัติ บางคนยังอยู่ในหน้าที่ต่อ หรืออยู่ในระหว่างการดําเนินการ ซึ่งบางครั้งผมเอง อ่านในรายงาน หรือสิ่งที่ท่านส่งมานั้นมันไม่ตรงกับความเปึนจริง ถ้ามีผู้กระทําความผิด จริง แล้วมีการตรวจสอบความชัดเจน สิ่งที่จะต้องทําไม่ใช่นอกจากรายงานต้องถือปฏิบัติ แล้วก็ติดตามครับว่า สิ่งที่ส่งไปนั้น ถ้าสามารถที่จะส่งเรื่องดังกล่าวไปถึงหน่วยงานก็คือจะต้องให้บุคคลคนนั้น หยุดจากภารกิจที่ปฏิบัติหรือจะต้องพักงาน ถ้าการตรวจสอบนั้นมีประเด็นความชัดเจน สูงขึ้น เพราะเปึนการปัองกันไม่ให้บุคคลคนนั้นเข้าไปแสวงหาในการปัองกันตัวเอง หรือ ใช้อํานาจในทางที่ผิดต่อองค์กรต่อไป
ท่านประธานครับสิ่งที่ผมจะต้องเรียนต่อนะครับว่าการให้ความรู้ต่อกลุ่ม ประชาชนและเยาวชนนั้นเปึนเรื่องสําคัญ ถ้าตราบใดที่องค์กรของท่านยังคงดําเนินการ ในเรื่องของการตรวจสอบอย่างเดียว เพื่อที่จะเอาชนะกับการทุจริตนั้นเปึนไปไม่ได้ครับ แต่สิ่งที่จะต้องทําก็คือการที่จะต้องเพิ่มทักษะความรู้ การชี้ให้เห็นถึงความชั่วร้ายของ การทุจริตและผลกระทบต่อการทุจริตนั้นจะทําให้ประเทศชาติหรือความเสียหาย ต่อองค์กรต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้นอย่างไร นอกจากตรงนั้นนะครับ ก็คงจะต้องชี้ให้เห็นถึงผู้ที่ กระทําความผิดหนสุดท้ายแห่งการทุจริตนั้นจะเปึนอย่างไร
อีกส่วนหนึ่งท่านเปึนองค์กรที่ตรวจสอบ คําว่า ตรวจสอบ ดูเสมือนว่าง่าย แต่คนที่ยื่นหรือคนที่ไม่ทราบกฎหมายหรือไม่ทราบระเบียบวิธี ผมว่าเปึนเรื่องยากที่เขาจะ ถือปฏิบัติตามรายละเอียดหรือตามที่มีเอกสารบอกว่าคุณต้องกรอกโน่นใส่นี่ ครั้งที่แล้ว ผมเคยพูดตรงนี้ครั้งหนึ่งนะครับว่าบัญชีทรัพย์สินของพวกเราในส่วนของนักการเมือง ยุ่งยากเหลือเกินครับ มากกว่าข้าราชการด้วยซ้ํา ในอดีตข้าราชการดูเหมือนว่า จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่ระดับอธิบดี ยังต้องดูว่าอยู่ในส่วนไหน ปลัดจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ต้องยื่นครับ ปลัดกระทรวงต้องยื่น ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ต้องยื่น เพราะกฎหมายมันเขียนเอาไว้อย่างนี้ แม้กระทั่งแม่ทัพภาคยังไม่ต้องยื่น เพราะมัน เปึนกฎหมายที่ยกร่างขึ้นมา ตอนนี้ก็ยังอยู่ติดค้างในเรื่องของระเบียบ วิธีการ แต่ส่วนอื่นที่ ลึกลงไป ถ้าเขาจะทุจริต ผมเคยไปงานศพ ซึ่งเปึนงานที่จะต้องมีการอ่านรายละเอียดของ บุคคลที่เสียชีวิตว่าเกิดมาอย่างไร เกิดมาเรียนหนังสือที่ไหน บางคนเรียนต่างจังหวัด โรงเรียนวัด มีความก้าวหน้า ขยับเข้ามาเรียนโรงเรียนในกรุงเทพฯ ตอนที่อยู่ สมัยที่เกิด ยากไร้ครอบครัว พอเข้ามารับราชการปลายท้ายของชีวิต จบเยอะแยะครับ สุดท้ายร่ํารวย ให้เอาเงินจากที่เริ่มจากรับราชการไม่ใช้เลย จนกระทั่งมาถึงบั้นปลายของชีวิต เสียชีวิต คํากล่าวคําอ่านตรงนั้นเอามาดูครับ มันเปึนไปไม่ได้ครับที่จะมีทรัพย์สินในการยื่นบัญชี มาก ผมขออนุญาตครับว่าในประเด็นที่ผมเสนอนี้ ครั้งที่แล้วผมบอกว่าการยื่นบัญชี ทรัพย์สินนั้น วันนี้ดูเหมือนว่าเปึนเรื่องที่เหนื่อยแล้วก็ยาก เพราะทุกคนเองก็ปรารถนาที่จะ เสนอตัวเข้ามา โดยเฉพาะนักการเมืองมาทํางาน ทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน ดังนั้น ต้องให้ความร่วมมือ ถ้าไม่ให้ความร่วมมือมีความผิดครับ จากคนดีกลายเปึนคนชั่ว จากคนชั่วที่โดนกล่าวหาแล้วนี่มีโอกาสที่จะติดคุกติดตะราง หรือเสียประวัติถึงครอบครัว สิ่งหนึ่งนะครับ การทําสิ่งที่ท่านเองที่จะต้องยื่นบัญชี ทําอย่างไรให้มันง่ายต่อผู้ยื่น แล้วผู้ตรวจสอบ บางทีถ่ายกระดาษซีร็อกซ์ (Xerox) ถ่ายแล้วถ่ายอีก ถ่ายเสียจนกระทั่ง ยื่นเข้ายื่นออก เปลี่ยนตรงโน้นป้หนึ่งต้องยื่นทีหนึ่ง ก่อนเข้า หลังเข้า บางครั้งไม่ได้เจตนา หรอก แต่ถ้าเกิดมีใครไปบอกกล่าวว่าคุณลืมยื่นบัญชี ๑ อัน หรือลืมใส่ลงไปนี้มีปัญหา แล้วทําไมไม่ใช้วิธีการล่ะครับว่า คนที่เปึนนักการเมือง พอเข้าปุ็บนี้ ถ้าไม่มีอะไร เปลี่ยนแปลงในปลายป้หรือมีเปลี่ยนแปลงบางรายการยื่นแค่ตรงนั้น มันจะได้จบครับ อันนี้เท่ากับนับหนึ่งใหม่ ถ่ายกันใหม่ มันก็เปึนภาระของผู้ตรวจล่ะครับ ผมไปฟังจากคนที่ตรวจบัญชีของพวกเรา เขาบอกว่าฝากมาพูดเสียหน่อยเถอะ เพราะ สิ่งที่จะกระทําอยู่นี่คนตรวจเหนื่อย ฝ์ายที่ดูแลกับคนยื่นก็ยิ่งเหนื่อย บางท่านมีทรัพย์สิน มีของอะไรมากมายต้องไปยื่น ไปถ่ายเอกสารเยอะแยะมากมาย แล้วจะมีปัญญา ตรวจหมดหรือครับ ถึงแม้ตรวจได้หมดจริง แต่จะถี่ถ้วนหรือเปล่า แต่คนที่คอยจับจ้องเอา ผิดล่ะครับ เอามาแย้งทีเดียวเกิดปัญหา ท่านประธานครับ ผมฝากทางคณะกรรมการว่า จะมีวิธีการอย่างไรในการที่จะดําเนินการให้กับคนที่จะเข้าสู่ตําแหน่งต่าง ๆ แม้กระทั่ง ข้าราชการได้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดยวิธีการที่สามารถที่จะดูง่าย ยื่นง่าย และผู้ตรวจ ตรวจง่าย ชี้แจงง่าย ไม่ใช่ดูแต่เฉพาะว่าจะเอาในส่วนของการกระทําแต่ความผิด แล้วต้องมีเข้าไปมีส่วนด้วย เรียนท่านคณะกรรมการ ท่านประธานครับ ต้องเข้าไปช่วยดู แนะนําแต่ละหน่วยงาน เพราะทุกวันนี้หน่วยงานต่าง ๆ นโยบายบางส่วนที่เปึนนโยบาย ดี ๆ ผมยกตัวอย่างนะครับ อย่างโครงการพอเพียงเปึนโครงการที่ดี ถ้าบอกว่า เปึนโครงการที่ไม่ดีนั้นคงเปึนไปไม่ได้ เพราะคําว่า โครงการพอเพียง มันตรงกับ ความหมายของคําว่า เศรษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดํารัสไว้ ในส่วนนี้พอมีการทุจริตอาจจะเนื่องจากแนวทาง นโยบายที่เอื้อประโยชน์ หรือแนวทาง ต่าง ๆ ที่ทําให้เป่ดช่อง จนกระทั่งมีการนําสิ่งของต่าง ๆ มาเสนอขายให้กับบุคล แทนที่ จะให้เขาคิดกันเอง แต่ไปเสนอขาย แล้วก็เซ็นกันโดยไม่รู้เท่าทันก็เกิดปัญหาตามมา ตอนนี้โครงการต่าง ๆ ข้าราชการกลัว ไม่อยากจะทําโครงการ พลอยให้คนดี ๆ มีปัญหา คนที่ทุจริต คนที่หวังเงินมีอยู่จํานวนมากหรือไม่มากผมไม่ทราบ แต่คนดี ๆ มันเกิดปัญหา เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ตรงนี้ที่ผมยกตัวอย่าง ท่านเข้าไปดู ไปตรวจสอบ ถ้าจับได้ในเรื่อง ต่าง ๆ โดยเฉพาะเชิงนโยบาย ซึ่งเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกบอกว่ารูปแบบต่าง ๆ เดี๋ยวนี้มันมี ปลอมปนเข้ามา บางครั้งไม่มีใบเสร็จ แต่มันมากับคําว่า นโยบาย ประเด็นก็คือว่า ท่านต้องไปช่วยดูว่าจะมีวิธีการที่จะยกร่างระเบียบวิธีการ แนวทาง ให้กับหน่วยงาน หรือเปล่า เรียกง่าย ๆ ว่าเป่ดสเปคล่ะครับ ไม่ใช่ล็อก สเปค ในส่วนต่าง ๆ บางทีก็ต้องระบุ หรือกําหนดเปึนความเห็นจาก ป.ป.ช. ล่ะ เรื่องการประกวดราคา เรื่องวิธีการกําหนด ผมว่าทางคณะกรรมการคงจะต้องมีแนวทางได้ดีกว่าคนอื่น เพราะท่านเปึนคนตรวจ มุมมองของท่าน วิธีการต่าง ๆ ที่ชี้มูลในเรื่องของความผิดท่านชัดเจนกว่า เพราะท่าน เปึนหน่วยงานที่จะต้องลงไปดู ในทางเดียวกัน ในเมื่อท่านดูแล้วท่านเห็นช่องว่าง ช่องโหว่ ต่าง ๆ ในระเบียบวิธีการ ท่านต้องเสนอแนะนําไปยังรัฐบาล เพื่อดําเนินการป่ดช่อง ดังกล่าว เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงตรงนี้อยู่เรื่อย เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนประเด็น อันหนึ่ง
อีกอันหนึ่ง ในเรื่องของการทําอย่างไรให้มีความเสมอภาค ผมเอง คงไม่ปฏิเสธว่าพวกเราที่อยู่ในสภานั้นเปึนนักการเมืองที่มาจากประชาชน เพราะฉะนั้น สิ่งใดที่เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนก็คงจะต้องช่วยกัน แต่สิ่งหนึ่งภาพลักษณ์ ของพวกเราเอง ดูเหมือนว่าจะออกไปสู่สาธารณชนว่าเปึนคนเอาประโยชน์ต่อสังคม ส่วนรวม แล้วก็ในเรื่องของการทุจริต สิ่งหนึ่งอยากจะให้มองลงไปถึงการเข้าสู่ตําแหน่ง ของพวกผมต้องยื่นอยู่แล้ว ของข้าราชการท่านต้องเร่งว่ากฎหมายในบางส่วนที่ยังคง ละเลยอยู่ คนที่เข้ารับราชการคงจะต้องมีการบันทึกถึงบัญชีเงินต่าง ๆ ก่อนเพื่อน ไม่ได้ว่าเพื่อนข้าราชการนะครับ เพราะว่าคนที่เปึนข้าราชการนั้นถือเสมือนว่าเปึนคนที่ จะต้องถือระเบียบวิธีการปฏิบัติ และต้องแนะนําข้าราชการการเมือง เรียกว่าถือระเบียบ ถือแนวทาง ถือวิธีการปฏิบัติแล้วก็มีช่องทางที่จะต้องเสนอในเรื่องสิ่งที่จะเอื้อประโยชน์ กับกระเปิาของคนที่มาดํารงตําแหน่ง เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ท่านคงจะต้องเร่งหา วิธีการที่จะดําเนินการลงทะเบียนกับข้าราชการที่เข้าสู่ตําแหน่ง เพราะบางตําแหน่ง แค่ระดับ ซี ๒ ซี ๓ ก็ยังเอื้อประโยชน์ได้สูงมาก เพราะอํานาจหน้าที่นั้นไปนั่งอยู่ในเก้าอี้ หรือในตําแหน่งที่เอื้อประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติการตรวจการสอบสิ่งต่าง ๆ มันก็ จะทําให้สิ่งที่เรียกว่าเกิดขึ้นในขณะที่กําลังดําเนินการอยู่ในตําแหน่งต่าง ๆ เหล่านั้น มันต้องโปร่งใส ผมเองคงขออนุญาตว่าผมเปึนกําลังใจให้กับทางคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน หรือ ป.ป.ช. เพราะว่าเปึนคณะกรรมการตรวจในเรื่องของการทุจริตต่าง ๆ เปึนองค์กรที่เปึนอิสระ แล้วจะต้องเปึนอิสระจริง ๆ ครับ ปราศจากการที่จะเข้าไปครอบงํา ของฝ์ายหนึ่งฝ์ายใด ขอบคุณครับท่านประธาน
มี ท่านสมาชิกท่านใดประสงค์จะอภิปรายซักถามหารือตั้งข้อสังเกตอีกไหมครับ เราพิจารณา ทั้งวาระที่ ๒.๑ และ ๒.๒ ไปพร้อมกัน ถ้าไม่มีก็เชิญทางตัวแทน ป.ป.ช. ได้ชี้แจงครับ เรียนเชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน กระผม นายปรีชา เลิศกมลมาศ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอกราบเรียนในรายงาน ทั้ง ๒ เรื่อง คือ รายงานงบการเงินและรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ ประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ของคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ และคําติชม กระผมและคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ฝากให้ทราบว่าขอรับไปเพื่อจะปฏิบัติ แล้วก็หาวิธีการที่จะดําเนินการเพื่อจะบรรลุเปัาหมายและวัตถุประสงค์ พร้อมกับ หาวิธีการที่จะปฏิบัติให้เอื้อประโยชน์ต่อประเทศชาติ แล้วก็ผลประโยชน์ส่วนรวม ทั้งถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย ในกรณีที่มีคําถามหรือข้อเสนอแนะมา กระผม ขอกราบเรียนโดยลําดับดังนี้ ในการเร่งรัดคดีที่ค้าง คงเปึนปัญหาต่อเนื่องจากตั้งแต่ มีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ เนื่องจากว่าอาจจะเปึนเรื่องที่ มอบหมายให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. รับผิดชอบในเรื่องร้องเรียนที่มีภาระเปึนปริมาณ จํานวนมาก ซึ่งแต่เดิมอาจจะไปอยู่ในหน่วยงานที่ในพื้นที่ก็ดี เช่นเจ้าหน้าที่สอบสวน ของตํารวจหรือว่าในหน่วยงานของต้นสังกัด หรือว่าหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่ที่จะต้อง ดําเนินการตามกฎหมายเดิม แต่เมื่อมีกฎหมายใหม่ปรากฏขึ้นก็จะเปึนภาระที่ประดัง เข้ามาสู่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกอบกับในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ระหว่างที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติงานก็มีเหตุที่จะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ไป ๒ ป้ จึงทําให้ภาระงาน ตกคั่งค้างมา กระผมขอกราบเรียนในเรื่องของสถิติ ข้อมูล เรื่องที่ปรากฏในเอกสาร ซึ่งในปัจจุบันนี้ที่มีภาระงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถ้าเผื่อปรากฏในเอกสารของ รายงานประจําป้ก็คงจะยอดเปึนหมื่น แต่ว่าในป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่เรารับเรื่องดําเนินการ แล้วก็เปึนยอดรวมทั้งสิ้นประมาณ ๑๑,๐๐๐ เรื่องเศษ แต่เราได้ดําเนินการไปรวม ๘,๗๕๖ เรื่อง คงเหลือ ๕,๖๕๑ เรื่อง นี่เฉพาะเรื่องด้านปราบปรามนะครับ ส่วนป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ยกยอดมาจากเดิม ๕,๖๕๑ เรื่อง ก็ดําเนินการไป ๓,๐๘๙ เรื่อง คงเหลือ ๕,๕๙๑ เรื่อง ณ ปัจจุบันในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ เหลือประมาณ ๖,๕๐๐ เรื่อง เหตุที่มีเรื่องคั่งค้างมาก็ผมได้กราบเรียนแล้ว ในกรณีการเร่งรัดงานหรือจะดําเนินการเพื่อจะให้การไต่สวน สอบสวน ดําเนินการไป ให้ได้ผลสําเร็จ แม้ว่าจะมีหน่วยงานใหม่เกิดขึ้น คือ ป.ป.ท. ซึ่งรับเรื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือเรื่องที่จะเข้ามาใหม่ ตั้งแต่มีการจัดตั้ง โดย พ.ร.บ. ของ ป.ป.ท. เมื่อเดือน มกราคม ๒๕๕๑ แล้วก็ตาม แต่ก็ยังรับงานจาก ป.ป.ช. ไปไม่ได้ เนื่องจากองค์อํานาจ หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. ยังไม่สามารถจัดตั้งดําเนินการไปได้ แต่ขณะเดียวกัน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้ดําเนินการโดยเหตุที่ว่าระบบการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อาศัยที่จะต้องให้ความเปึนธรรม ให้ความเปึนกลาง แล้วก็มีความโปร่งใสที่จะให้ ทุกฝ์ายไม่มีปัญหา เนื่องจากสํานวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปึนระบบการไต่สวน แล้วก็กระบวนการการไต่สวนจะต้องมีระบบที่แตกต่างไปจากกระบวนการสอบสวนปกติ เช่น พนักงานสอบสวนทั่วไป คือเราจะต้องสอบให้สิ้นกระแสความ แล้วก็ให้ ความเปึนธรรมทุกฝ์าย เพราะฉะนั้นในการดําเนินการที่จะต้องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ไต่สวนจึงต้องใช้เวลาพอสมควร แล้วก็มีการแจ้งให้ทราบคําสั่ง แล้วก็มีการคัดค้านก็ดี มีระบบกระบวนการขั้นตอนที่จะต้องให้เขาแก้ข้อกล่าวหา แล้วก็ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาให้ได้ แต่ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้ดําเนินการ โดยมีการให้ในช่วงที่มีคณะปฏิรูป การปกครองแผ่นดินฯ ก็มีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฯ คปค. ขึ้นมา เพื่อจะได้มอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการไต่สวน พร้อมกับมอบให้ผู้บังคับบัญชา หรือทางพนักงานสอบสวนไปดําเนินการทางวินัย ทางอาญา แล้วก็นอกเหนือจากนั้น ก็เตรียมในเรื่องที่สําคัญเพื่อดําเนินการเปึนกรณีเร่งด่วน แต่ในการที่จะปฏิบัติงานไปได้เรา ก็มีการเร่งรัดโดยการพัฒนาเจ้าหน้าที่ แล้วสร้างระบบกระบวนการไต่สวน ในการที่เรา มีการฝ๊กอบรมพนักงานไต่สวน โดยสถาบันการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์ ที่จะต้องขออนุญาตเอ่ยนามว่าเปึนสถาบันที่เราจะต้องฝ๊กพัฒนา รวมถึงว่าจะพัฒนาให้กับบุคลากรภายนอกด้วย ซึ่งอันนี้จะต้องเปึนเครือข่ายในการที่จะ สร้างสมาชิกที่จะเปึนบุคลากรทางด้านการไต่สวนร่วมกับเรา นี่ก็เปึนผลดําเนินการ โดยสรุป แต่ในการที่จะดําเนินการไต่สวนไปได้ ให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีของการที่จะเอาผิดคนที่ถือครองแทน นอกเหนือจากที่จะต้องสอบข้อเท็จจริงให้ได้ ปรากฏเปึนที่ประจักษ์แล้ว เราก็ต้องสอบให้ได้ข้อมูลที่จะชัดเจนที่จะเอาความผิดได้ โดยที่รัฐธรรมนูญก็กําหนดไว้ว่า ถ้าหากว่ามีความผิดที่ปรากฏกับผู้ที่ถือครองแทน ก็ให้ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการในการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ที่ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองที่มอบหมายให้ผู้ที่ครอบครองทรัพย์สินนั้น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมด้วย อันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ให้ความสําคัญในกรณีนี้เปึนอย่างมาก
ขอกราบเรียนในประเด็นถัดไปว่าในเรื่องเกี่ยวกับคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๖ วรรคท้าย ตามที่ รัฐธรรมนูญกําหนด แล้วก็ทางสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับหลักการเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ป้นี้ แล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ของ ป.ป.ช. นี้ ซึ่งดําเนินการเสร็จสิ้นไปเมื่อวานนี้ ซึ่งส่งให้ทางสภาไปเรียบร้อยแล้ว คาดว่าในการดําเนินการหลังจากนี้ไปก็คงจะได้กลับมาพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สาม ของสภาผู้แทนราษฎร ณ ที่นี้ ซึ่งในบทบัญญัติ หลายท่านคงเปึนกรรมาธิการ หรือได้ทราบมาแล้วว่า คือกรรมการ ป.ป.ช. จังหวัด ขออนุญาตเรียกในลักษณะนี้ จะมี ก็ต่อเมื่อหลังจากที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบังคับใช้แล้ว ๒ ป้ เพราะฉะนั้น ในส่วนที่จะดําเนินการต่อไปก็เปึนเรื่องที่สํานักงาน ป.ป.ช. จะรับไปดําเนินการเพื่อจะ จัดตั้งกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดให้ได้เสร็จสิ้นพร้อมกัน ๗๖ จังหวัด จังหวัดละ ๓ ท่าน และตามร่างก็กําหนดไว้วาระละ ๔ ป้ แต่ในส่วนของที่มี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เอ่ยถึงเรื่องผลการประเมินของ ป.ป.ช. จังหวัด ๘ จังหวัด ซึ่งเปึนโครงการนําร่อง คือจะเรียกว่าอนุกรรมการประสานงานเครือข่ายปัองกัน และปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัด ซึ่งเราดําเนินการภาคละ ๒ จังหวัดไป ก็ได้ผล เปึนที่พอใจ โดยว่าใช้มหาวิทยาลัยรวม ๔ มหาวิทยาลัยทั้ง ๔ ภาค ได้ประเมินในกิจกรรม ต่าง ๆ และผลงานที่ดําเนินการมา ๒ ป้ ส่วนใหญ่ผลของการประเมินจะปรากฏว่า ต้องประชาชน หรือว่าผลของการวิเคราะห์ของอาจารย์ทางมหาวิทยาลัยก็ได้ผลสรุปว่า ทางคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดควรจะต้องมาจาก ภาคประชาชนมากกว่าภาคราชการ และกิจกรรมก็ควรจะด้วยเรื่องในการปัองกัน และตรวจสอบทรัพย์สินมากกว่าที่จะดําเนินการในการไต่สวนเพื่อจะเอาโทษ เอาผิด กับผู้ที่ถูกกล่าวหา ในกรณีนี้ก็เปึนเรื่องที่กรรมการ ป.ป.ช. หรือทางคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่ร่างกฎหมายประกอบก็ได้ร่างไว้ว่า เปึนการที่มอบอํานาจในเรื่องของการ ปราบปรามนี้เฉพาะเรื่องของการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นและรวบรวมเอกสาร หลักฐานเพื่อจะส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนกลางดําเนินการวินิจฉัยชี้ความผิด หรือว่าให้ยุติเรื่อง เปึนอํานาจที่จะต้องส่งมาส่วนกลาง เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ก็เปึน ที่น่าจะต้องไว้วางใจว่าคงจะไม่มีการใช้อิทธิพลหรือใช้การวิ่งเต้นในส่วนที่จะเปึนเรื่อง กระทบกับกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัด
ในประเด็นถัดไปเรื่องการพัฒนาบุคลากร ตามที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านทศพลได้มีข้อเสนอให้สถาบันของ ป.ป.ช. เชิญข้าราชการมาเปึนเครือข่ายเพื่อจะร่วม ในการเปึนพันธมิตรในการไต่สวน อันนี้เราก็ดําเนินการอยู่ โดยปัจจุบันก็เชิญตัวแทนจาก หน่วยงานต่าง ๆ รวมแล้วประมาณหลักสูตรละ ๑๐ ท่านเข้ามาอบรมร่วมกับเรา นอกเหนือจากที่เราได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปเพื่อจะเปึนวิทยากรและเข้าโครงการเน้นหนัก กับทางหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมศุลกากรก็ดี หรือ กทม. ก็ดี ซึ่งรวมถึงองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นได้เชิญวิทยากรจาก ป.ป.ช. ไปเปึนประจํา และในเร็ว ๆ นี้ทางสํานักงาน ป.ป.ท. ก็จะให้สํานักงาน ป.ป.ช. ดําเนินการอบรม หรือว่า พัฒนาเจ้าหน้าที่ให้ เพื่อจะเปึนบุคลากรในการดําเนินการต่อเนื่องกับ ป.ป.ช. ให้อย่างมี ประสิทธิภาพต่อไป
ในเรื่องเกี่ยวกับผลดําเนินการที่มีการพูดถึงว่า ผมขออนุญาตย้อนกลับไป ว่ารายงานประจําป้หรือรายงานการตรวจสอบงบการเงินนั้น ที่มีปัญหาว่าส่งล่าช้า เนื่องจากว่าเราต้องตรวจสอบหรือว่าต้องมีกระบวนการตรวจสอบจากสํานักงานตรวจเงิน แผ่นดิน ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้ดําเนินการตรวจสอบอยู่ ในป้ ๒๕๕๑ ยังไม่แล้วเสร็จ จึงต้องรอให้สํานักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินรับรอง งบการเงินก่อนจึงจะสามารถเสนอเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาต่อไปได้
ในกรณีถัดไป เรื่องที่ท่านได้ให้ชี้แจงในสภาคือเรื่องชี้มูลความผิด ๙ เรื่อง ที่ส่งให้อัยการและมีผลดําเนินการอย่างไร กระผมขอกราบเรียนว่าในกรณีดังกล่าวได้มีการส่งฟัองศาลไปแล้ว ลงโทษรวม ๒ เรื่อง และตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่วมกับอัยการ เปึนกรรมการร่วมกันตามกฎหมาย รวม ๓ เรื่อง แล้วอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ รวมจํานวน ๔ เรื่อง ในเรื่องผลงาน ที่มีการลงเผยแพร่หรือเปึนเรื่องกิจกรรมที่ลงในรายงานประจําป้ หรือรายงานตรวจสอบ พร้อมข้อสังเกตของคณะกรรมการ ในปัจจุบันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กําหนดให้ทาง คณะกรรมการ ป.ป.ช. รายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวลงราชกิจจานุเบกษา พร้อมกับเป่ดเผยต่อสาธารณชนด้วย ก็โดยประมาณว่าปกติรายงานประจําป้เราจะพิมพ์ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ เล่ม แล้วก็ส่งไปยังหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล หรือ อบจ. อบต. ทั่วประเทศ พร้อมทั้งส่งให้โรงเรียนต่าง ๆ เพื่อเปึนเอกสารทางวิชาการ ในตัวด้วย นอกเหนือจากที่มีการลงเว็บไซต์ (Web site) แล้วครับ กระผมขอเรียนว่า ในกรณีของบัญชีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อเสนอแนะไว้ว่าควรจะให้มีการเป่ดเผย เอกสารหรือว่าไม่เป่ดเผยเอกสารในบางชิ้น หรือว่าในบางข้อมูล อันนี้กระผมได้กราบเรียน ให้ท่านประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบแล้ว แล้วก็คณะกรรมการก็รับข้อเสนอแนะ จากท่านเพื่อจะไปหาวิธีการ แล้วก็ปฏิบัติเพื่อให้ถูกต้องต่อไป แล้วก็เพื่อจะเปึนการ สงวนสิทธิหรือว่าปกป่ดข้อมูลที่ไม่ควรจะเข้าไปให้สู่สาธารณะเกินขอบเขต
ในเรื่องของมาตรการที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อเสนอว่าเรื่องทุจริต ราคาจํานําข้าว ซึ่งในปัจจุบันหลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่อง แล้วก็ มีข้อมูลพอสมควรก็ได้ดําเนินการให้ทาง ทีดีอาร์ไอ (TDRI : Thailand Development Research Institute) หรือสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งประเทศไทยทําการศึกษาวิจัย เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนมาดําเนินการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ ยังวิจัยในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับพืชผลทางการเกษตร เช่น ลําไย ยางพารา มันสําปะหลัง อ้อยและน้ําตาล เปึนต้น จึงทําให้เกิดปัญหาในการขยายขอบเขต ของงานวิจัยออกไป
๒. ในเรื่องเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะบุคคลเพื่อเข้าสังเกตการณ์ในการ ลงทุนที่มีปริมาณวงเงินตั้งแต่ ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ทาง ป.ป.ช. ได้มีการสอบถาม แล้วก็ เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาแสดงความคิดเห็นและก็วิพากษ์ในมาตรการที่กําหนดไว้แล้ว แล้วก็ จะเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบภาครัฐของกระทรวงการคลัง แต่ปรากฏว่า ในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็ทางผู้ที่รู้เห็นในเหตุการณ์ที่เปึนเรื่องการประกวดราคา ดังกล่าวก็ได้เห็นด้วยกับมาตรการนี้ และขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการทําหลักการเสนอ คณะกรรมการ ป.ป.ช.
ในเรื่องสุดท้ายที่เกี่ยวกับมาตรการ เกี่ยวกับผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูง ในรัฐวิสาหกิจหลายแห่งในเวลาเดียวกันนี้ ทางคณะอนุกรรมาธิการซึ่งทางท่านกรรมการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เมธี ได้เชิญผู้แทนของสํานักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจมาให้ความเห็น พร้อมกับข้อมูลต่อคณะ อนุกรรมาธิการฝ์ายมาตรการปัองกันการทุจริต พร้อมกับเชิญตัวแทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐวิสาหกิจที่มีปริมาณหรือมีจํานวนของบุคลากรที่มาดํารงตําแหน่ง เปึนจํานวนมากในบอร์ด (Board) ของรัฐวิสาหกิจมาให้ข้อมูลเช่นกันครับ
ในประเด็นกรณีที่จะทําให้การยื่นทรัพย์สินของสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่จะทํา อย่างไรให้ยื่นบัญชีได้ง่ายขึ้นนั้น ในทางปฏิบัติในขณะนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้มีมติ ว่าหากกรณีที่ทรัพย์สินไม่มีการเปลี่ยนแปลงสามารถที่จะแจ้งให้ ป.ป.ช.ใช้หลักฐาน ในชุดเดิม ซึ่งได้มีการยื่นไว้ในคราวใกล้เคียงกับระยะเวลาดังกล่าวได้ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ ปฏิบัติอยู่แล้ว และทางเราก็จะประชาสัมพันธ์พร้อมกับชี้แจงต่อไป
ในส่วนใดที่ยังตอบไม่ครบหรือคิดว่าท่านยังมีข้อเสนอแนะ ข้อสงสัยกระผม ยินดีที่จะเรียนชี้แจงให้ทราบต่อไปครับ
เชิญท่านสุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบพระคุณทาง ป.ป.ช. ที่ได้ตอบคําถามผม ๓ ประเด็นนะครับ แต่กระผมคิดว่าการดําเนินการของท่านนั้น ล่าช้า เพราะว่าท่านทํารายงานมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ก็ผ่านไป ป้ ๒๕๕๒ ก็จะหมดป้อยู่แล้วนะครับ สิ่งที่ท่านเสนอแนวคิด ที่จะดําเนินการทั้ง ๓ เรื่อง คือเรื่องที่จะตรวจสอบกรณีที่มีการประมูลเกินวงเงิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป เพื่อจะตรวจสอบว่ามีการทุจริตนั้น อยากให้ท่านรีบดําเนินการ เพราะว่าโครงการไทยเข้มแข็งระยะยาวหรือระยะสั้นมันมีวงเงินจํานวนมาก ซึ่งน่าจะ ก่อให้เกิดการทุจริตไม่โปร่งใสขึ้นมาได้ ก็อยากจะให้ท่านรีบดําเนินการเลย ถ้าท่าน ไปให้ ทีดีอาร์ไอ วิจัยอีกผมว่ามันล่าช้า เขาโกงประเทศไปจนหมดแล้วมันทําอะไรไม่ทัน เลย ป.ป.ช. ต้องบริหารงานในเชิงรุก อย่าหาว่าผมสอนท่านเลยนะครับ แต่ท่านต้อง ทํางานในเชิงรุกบ้าง สิ่งใดที่ท่านคิดแล้วว่าจะทําประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ปราบการ ทุจริตประพฤติมิชอบให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินท่านต้องรีบดําเนินการ อย่าง คณะกรรมการในบอร์ดของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ วันนี้ถ้าท่านติดตามทางสื่อมวลชน ไม่ว่าจะ เปึนการบินไทย การท่าอากาศยาน การรถไฟแห่งประเทศไทย ล้วนแล้วแต่มีความไม่ โปร่งใสเกิดขึ้น ท่านต้องรีบดําเนินการครับ สิ่งที่ท่านเขียนไว้ในรายงานของท่านนั้นดีอยู่ แล้ว แต่อย่าให้มันล่าช้าเลยครับ ท่านต้องรีบดําเนินการเพื่อปกปัองผลประโยชน์ เงินภาษี ของพี่น้องประชาชน ผมอยากเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะการทุจริตที่ฝ์ายการเมืองได้ ร้องเรียนไป อย่างกรณีที่ฝ์ายค้านอย่างพวกผมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ กรณี เอสเอ็มเอส (SMS) ที่ท่านรัฐมนตรีคลังพร้อมกับ ท่านนายกรัฐมนตรีส่งไปให้พี่น้องประชาชน ถ้าคิดเปึนเงินมันก็ ๓ บาทต่อหมายเลข โทรศัพท์ ๑ หมายเลข ที่คนทั่วไปส่งกัน ส่งไปทั้งหมด ๑๐ กว่าล้านหมายเลข หลักฐาน ต่าง ๆ ก็นําเสนอไปให้ ป.ป.ช. พิจารณาผ่านสภาแห่งนี้ล่ะครับ ก็ไม่รู้ว่า ป.ป.ช. ดําเนินการไปถึงไหนอย่างไร เงียบฉี่เลยครับ ไม่ได้ยินเสียงตอบ ไม่รู้ว่าดําเนินการอะไร อย่างไร ความผิดมีหรือไม่ กรณีท่านนายกรัฐมนตรีสมัครแค่ทํารายการ ชิมไปบ่นไป ตรวจสอบพิจารณาวินิจฉัยผิดอย่างโน้นอย่างนี้ ท่านต้องสร้างให้ความเปึนธรรมให้มัน เกิดขึ้นในสังคมไทย ผมได้ยินชื่อ ป.ป.ช. มาตั้งแต่เรียนหนังสือแล้วครับ ตั้งแต่เปึน เด็กหนุ่มจนวันนี้แก่หัวเถิกเข้าไปแล้วมันก็ไม่เห็นมีอะไรที่จะดีขึ้น อยากจะฝากสิ่งเหล่านี้ ผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประเทศไทยเราถูกขนานนาม ถูกกล่าวหา จะจริงหรือเท็จอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ในสังคมโลกมองว่าประเทศไทยมีการทุจริต ไม่โปร่งใส มากมายติดอันดับ ติดอันดับแย่นะครับ ก็ต้องช่วยกันครับ ผมอยากให้ ป.ป.ช. พิจารณา ข้อกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่พิจารณาข้อกฎหมายแบบศรีธนญชัย บ้านเมืองมัน ไม่เจริญหรอกครับ อย่างกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนักการเมือง กําหนดกรอบไว้ว่า เมื่อเข้าดํารงตําแหน่งให้ยื่นภายใน ๓๐ วัน สิ่งใดที่เกิดขึ้นภายหลังจากการยื่นบัญชีทรัพย์สินแล้วก็เป่ดโอกาสให้ยื่นเพิ่มเติมได้ หรือยื่นภายหลังจากที่พ้นตําแหน่ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ข้อกฎหมายเขียนไว้ แต่การพิจารณา ตัวบทกฎหมายนั้นถ้าพิจารณาแบบศรีธนญชัยหรือตั้งเปัาหมายที่จํากัดหรือตั้งเปัาไว้ว่า จะดําเนินการอย่างไรกับนักการเมืองเหล่านั้น ผมคิดว่ามันไม่เปึนธรรม ผมพูดแค่นี้ไป ผมคิดว่า ป.ป.ช. คงจะเข้าใจ เพราะท่านก็มีอาวุโส มีผู้ที่มีความรู้มากมาย นั่งอยู่ใน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผมเชื่อครับว่าท่านจะทําสิ่งเหล่านี้เพื่อให้แผ่นดินไทยโปร่งใส เงินภาษีพี่น้องประชาชนไม่รั่วไหลไปเข้ากระเปิานักการเมืองหรือข้าราชการที่ชั่วช้า ฝากไว้แค่นี้ล่ะครับ ขอบพระคุณครับ
มีท่านสมาชิกท่านใดประสงค์จะอภิปรายไหมครับ ท่านผู้ชี้แจงจะมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าจบการอภิปรายซักถามแล้ว ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานทั้งในวาระ ที่ ๒.๑ คือรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินของสํานักงานคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๔๙ แล้ว และอีกรายงานหนึ่งในระเบียบวาระที่ ๒.๒ รายงานผลการตรวจสอบ และผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็ต้องขอบคุณ ผู้แทนจากสํานักงาน ป.ป.ช. ขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเปึนการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๒.๓ เรื่อง รับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน (นายชยุต ก้องชัยชนะ) ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ด้วยประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบการละเมิด สิทธิมนุษยชน ในกรณีตํารวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสุราษฎร์ธานีข่มขู่ บังคับและทําร้ายร่างกายเพื่อให้รับสารภาพ (นายชยุต ก้องชัยชนะ) ซึ่งคณะกรรมการ ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้วเห็นว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงกําหนด มาตรการการแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เนื่องจาก ระยะเวลาการดําเนินการได้เกินกว่าที่คณะกรรมการได้กําหนดแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้ลุล่วง คณะกรรมการจึงได้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาสั่งการให้มีการดําเนินการตามมาตรการการแก้ปัญหาภายใน ๖๐ วัน ตามนัยมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ซึ่งต่อมาสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้ง คณะกรรมการว่านายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมิได้ดําเนินการตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีเหตุผล อันสมควร คณะกรรมการจึงได้เสนอรายงานดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดําเนินการ ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงาน ดังกล่าวให้แก่ท่านสมาชิกแล้วนะครับ มีท่านสมาชิกประสงค์ที่จะติดใจซักถามหรือไม่ครับ ถ้ามีผมก็จะได้เชิญเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาชี้แจงนะครับ มีท่านสมาชิกจะอภิปรายซักถามไหม ครับ มีไหมครับ ถ้ามีนะครับ มีผู้สนใจจะซักถาม ผมขอเรียนเชิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีหนังสือขออนุญาตให้ผู้แทนเข้าชี้แจง ได้พิจารณาแล้วพอจะเปึนประโยชน์ ต่อการพิจารณา จึงอนุญาตให้ผู้แทนของสํานักงานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ นะครับ ขอเชิญผู้แทนของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีรายชื่อต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมครับ ๑. ขอเชิญ นายประนูญ สุวรรณภักดี รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒. นายชนินทร์ เกตุปราชญ์ เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชน ๘ ว. แล้วก็ ๓. นายปัุน วรรณพินิจ เลขาธิการ สปส. ๓ ท่านนะครับ ท่านมาคนเดียวนะครับ เฉพาะท่านรองเลขาธิการ ท่านเดียว เชิญท่านสุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับที่จริงแล้วผมจะเรียนถามท่านประธานว่ารายงาน ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติส่งให้สภาผู้แทนราษฎรอยู่ที่ไหน เพราะผม พยายามหาในแฟัมนี้ไม่เจอ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เพิ่งเอามาให้ผมเดี๋ยวนี้ มันก็อ่าน ไม่ทัน ท่านประธาน จะรับทราบรายงานแต่ไม่มีรายละเอียดมาแนบกับเอกสารในแฟัม นี่นะครับ แล้วก็เพิ่งเอามาให้เดี๋ยวนี้ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนถาม ท่านประธานฝากไปยังประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่นั่งอยู่ตรงนี้ครับ ท่านช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังดีไหมครับ จะได้ไม่ต้องอ่านให้เสียเวลา เล่าเหตุการณ์ ทั้งหมดว่าข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างไร มันเกิดอะไรกันขึ้นที่สุราษฎร์ธานี ทําไมตํารวจถึงไป ปรักปรําประชาชนเหล่านั้น เอาให้ชัดเจนดีกว่า อ่านก็ไม่ทันเพิ่งมาให้เดี๋ยวนี้ท่านประธาน ขอบคุณครับ
เอกสารประกอบการพิจารณา ทางสภาก็ได้ส่งให้ท่านนะครับ ขอความกรุณาท่านดูหน่อย จะเปึนเล่ม ๆ แต่ช่วงนี้ถ้าท่านคิดว่าอยากจะให้ทางตัวแทนของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สรุปคร่าว ๆ เหตุการณ์ ก็อยากเรียนเชิญนะครับ ท่านจะได้สรุป สั้น ๆ ตรงประเด็น เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ สําหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนะครับเปึนเรื่องที่ ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธ์
ช่วยระบุชื่อ ตําแหน่งท่านหน่อยครับ จะได้บันทึกไว้
กระผม นายประนูญ สุวรรณภักดี รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ เปึนผู้แทนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับมอบหมาย มาในวันนี้นะครับ ขอกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เรื่องที่เกิดขึ้นนะครับเปึนเรื่องของ ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธ์ วิชัยดิษฐ กับพวก ได้จับกุม นายชยุตแล้วก็นางฉวีวรรณ แล้วก็ ไปดําเนินคดีในข้อหาว่ามียาแอมเฟตามีน (Amphetamine) หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่า ยาบ้า ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายและจําหน่าย ก็ได้มีการดําเนินคดีมาโดยตลอด ก่อนหน้านั้นระหว่างที่ดําเนินคดี ก็ปรากฏว่าทั้ง ๒ รายผู้ถูกกล่าวหา หรือตอนนั้นตกเปึน จําเลยแล้ว ได้ร้องเรียนมาที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าไม่ได้รับ ความเปึนธรรม ถูกยัดข้อหาและถูกซ้อมตลอดจนถูกรีดเอาเงิน ก็ได้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริง และสุดท้ายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่าเปึนการที่ยัดข้อหา แล้วก็มีการซ้อมจริง ก็ได้มีมาตรการการแก้ไขไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่า ให้ดําเนินคดีต่อ ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธ์ วิชัยดิษฐ กับพวกนะครับ ให้ดําเนินคดีอาญา และวินัยด้วย สําหรับรัฐบาลเองนั้นก็ได้มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปเกี่ยวกับเรื่อง การปัองกันมิให้เกิดการกระทําผิดเช่นนี้อีก แล้วก็ให้อบรมเจ้าหน้าที่ตํารวจให้กําชับให้มี การปฏิบัติหน้าที่โดยถูกต้องมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็ได้มีคําพิพากษา จนกระทั่งมีการอุทธรณ์และในชั้นศาลฎีกา คือเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ ตํารวจฟัองนะครับ สุดท้ายในเนื้อหาของศาลฎีกานะครับ ศาลฎีกาบอกว่ามีข้อความ สําคัญอยู่อย่างนี้ครับว่า ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธ์ และ สิบตํารวจโท ชัยยศ เบิกความ อ้างว่าหลังจากจับกุมจําเลยทั้งสองที่บ้านของสายลับได้แล้ว นําตัวไปควบคุมไว้ที่ บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเปึนศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดเพื่อขยายผล จนกระทั่ง จําเลยทั้งสองยอมรับว่ามียาซุกซ่อนอยู่ที่บ้านอีก ศาลบอกว่าข้อเท็จจริงตามคําเบิกความ ของพยานโจทก์ทั้งสองที่กล่าวอ้างดังกล่าวนี้ยังเปึนพิรุธและน่าสงสัยอย่างยิ่ง เพราะ หากจําเลยทั้งสองถูกทําร้ายหรือถูกบังคับขู่เข็ญด้วยประการใดจริงแล้ว ก็เปึนการ ผิดปกติวิสัยที่จําเลยทั้งสองจะให้การยอมรับข้อเท็จจริงเพิ่มเติม อันนี้จะทําให้ได้รับโทษ หนักขึ้น การที่มีการควบคุมจําเลยทั้งสองไว้ อันนี้ผมขอสรุปรายละเอียดนะครับ ประมาณ ๒ วัน โดยไม่ได้นําตัวจําเลยทั้งสองไปมอบแก่พนักงานสอบสวนที่สถานีตํารวจ และเปึน การควบคุมไว้ โดยอ้างว่าเพื่อสอบขยายผล การควบคุมจําเลยทั้ง ๒ ดังกล่าวนั้น เปึนการ ควบคุมไว้เกินกว่าความจําเปึนตามพฤติการณ์แห่งคดี ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธ์ กับพวก ไม่มีอํานาจกระทําได้โดยชอบด้วยกฎหมาย การกระทําของพยานโจทก์ดังกล่าว ส่อแสดง ให้เห็นอย่างชัดเจนถึงพฤติกรรมอันมิชอบที่พยานโจทก์กระทําต่อจําเลยทั้งสอง แล้วก็มา ว่าข้อเท็จจริงจึงไม่น่าเชื่อว่าพยานโจทก์ทั้งสอง ซึ่งเปึนผู้ร่วมจับกุมกับพวกตรวจยึดได้ ยาเม็ดเเอมเฟตามีนของกลางในวัน เวลา และสถานที่ต่าง ๆ ดังที่เบิกความ ทั้งยังฟังไม่ได้ ว่าจําเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามเอกสารบันทึกการจับกุมด้วยความสมัครใจ และเข้าใจความจากที่บันทึกไว้ในบันทึกการจับกุมดังกล่าวเปึนอย่างดีก่อนลงลายมือชื่อ พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ําหนักเพียงพอที่จะฟังลงโทษได้ แล้วก็จะฎีกาทั้งสองฟังขึ้น โดยสรุปว่าในเนื้อหาแห่งคําพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวนี้บอกว่า การที่พยานโจทก์ทั้งสอง ควบคุมตัวจําเลยไว้เกินกว่าความจําเปึน และศาลเชื่อว่าน่าจะมีการซ้อมจริง การกระทํา ดังกล่าวเปึนการกระทําที่ผิดกฎหมาย และเปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในเนื้อหาดังกล่าวนี้ เมื่อมีคําพิพากษาฎีกาดังกล่าวออกมา คณะกรรมการสอบสวน เมื่อได้รับทราบคําพิพากษาฎีกาดังกล่าว ได้ส่งเนื้อหาของคําพิพากษาฎีกาไปให้ สํานักงานตํารวจแห่งชาติพิจารณาดําเนินการ และในขณะเดียวกันก็ส่งไปให้ ท่านนายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ดําเนินการตามมาตรการ การแก้ไขปัญหาที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เสนอไป ก็ปรากฏว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานตํารวจแห่งชาติส่งให้ ตํารวจภูธรภาค ๘ ตํารวจภูธรภาค ๘ รายงานกลับมาบอกยืนยันตามเดิม ตามที่เคยแจ้ง มาที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า ได้ดําเนินการสอบสวนแล้ว ปรากฏว่า พยานหลักฐานไม่มีหรือไม่มีน้ําหนักพอที่จะฟังว่า เจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้กระทําผิดอาญา หรือกระทําผิดวินัย และได้สั่งยุติเรื่องไปแล้ว ยืนยันมาอย่างเดิม และในส่วนของคดีอาญา นั้นก็ได้ตอบมาบอกว่า ไม่มีผู้เสียหายไปแจ้งความจึงไม่อาจที่จะดําเนินการต่อไปได้ เมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับทราบการแจ้งกลับ ก็มีความเห็นดังนี้ครับ คือว่าในเรื่องของการสอบสวนทางวินัย ก็เห็นว่า ข้อมูลที่แจ้งกลับมาเปึนข้อมูลที่เคยแจ้งให้แล้วไม่ได้เปึนข้อมูลใหม่แต่อย่างใด และทาง สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็น่าจะได้มีการที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นพิจารณาใหม่
ประการที่ ๒ ในเรื่องของการกระทําผิดอาญา การที่แจ้งมาว่าไม่มีผู้ใดแจ้ง ความให้ดําเนินคดีจึงไม่ได้ดําเนินการนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีความเห็นว่าเรื่องร้องเรียนนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่เปึนคดีอาญา ซึ่งตํารวจมีอํานาจในการ สืบสวนคดีดังกล่าวได้ตามกฎหมายโดยไม่ต้องมีผู้ร้องทุกข์แต่อย่างไร ดังนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้เห็นว่า เมื่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องให้ สํานักงานตํารวจแห่งชาติดําเนินการแล้ว สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็มิได้ดําเนินการ แต่อย่างใด จึงต้องด้วยมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ก็จึงส่งเรื่องมายังรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปครับ
เชิญ ท่านสุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย จากคําชี้แจงตัวแทนของคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติฟังแล้วเข้าใจ ทีนี้เรื่องนี้ประธานเอาเสนอเข้ามาสู่สภาเพื่อให้รับทราบ แต่เมื่อสักครู่ฟังจากท่านชี้แจง ท่านบอกเสนอมาให้เราเพื่อพิจารณา เอาอย่างไรกันแน่ ครับ ให้ผมทราบเฉย ๆ หรือว่าสภาจะต้องให้พิจารณา ท่านประธานเขียนในนี้ว่าให้ พวกผมรับทราบ ผมก็ทราบแล้วก็นั่งลง หรือว่าจะให้สภาแห่งนี้พิจารณาตามที่มีจดหมาย นําเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งลงท้ายว่า จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา นายเสน่ห์ จามริก แล้วประธานก็เสนอมาให้พวกผม ทราบทราบแล้วทําอะไรครับ ฝากไว้แค่นี้ท่านประธาน ผมถามท่านประธาน ท่านจะให้ผม ทราบเฉย ๆ นะครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ตามพระราชบัญญัติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมขอ อนุญาตเพื่อให้พวกเราได้เข้าใจตรงกันคือ ในมาตรา ๓๑ จะบัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่ ปรากฏว่าไม่มีการดําเนินการ หรือสั่งการให้ดําเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหา การละเมิดสิทธิมนุษยชนตามมาตรา ๓๐ ก็แปลว่า กระบวนการยื่นไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ยื่นไปให้นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีสั่งการแล้วปรากฏว่าหน่วยงาน ต้นสังกัดไม่ทําอะไรให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรายงานต่อรัฐสภา เพื่อดําเนินการต่อไป ทั้งนี้ในรายงานต่อรัฐสภาดังกล่าวหากคณะกรรมการเห็นว่าจะเปึน ประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนรวม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเผยแพร่ กรณีที่ไม่มีการดําเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น ให้สาธารณชนทราบก็ได้ ก็แปลว่าวันนี้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็รายงานมาให้รัฐสภาเราทราบเพื่อดําเนินการต่อไป ท่านประธานก็บรรจุมาเปึนเรื่อง รับทราบรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส่วนจะดําเนินงานต่อไป อย่างไรก็เปึนเรื่องที่ท่านสมาชิกทั้งหลายที่ได้ฟังพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว ท่านก็ อาจจะไปดําเนินการต่อตามอํานาจหน้าที่ของเราต่อไป อาจจะไปเข้มงวดกวดขันเรื่อง งบประมาณของสํานักงานตํารวจแห่งชาติไปนําเรื่องเข้าสู่กระบวนการอื่น ๆ ช่องทางอื่น ที่จะเยียวยาผู้เดือดร้อนเสียหาย อันนี้ผมก็ว่าไปตามที่กฎหมายเขาบัญญัติไว้ ฉะนั้น ที่ท่านประธานบรรจุมานี้ก็ถูกต้องเพราะกฎหมายบอกว่า ให้มารายงานต่อรัฐสภา เพื่อรับทราบ ก็เรียนท่านสุรพงษ์ มีท่านสมาชิกอื่นจะอภิปรายไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้อ่านรายงาน การติดตามการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนกรณีตํารวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด จังหวัดสุราษฎร์ธานีขู่บังคับและทําร้ายร่างกายเพื่อให้รับสารภาพซึ่งเปึนรายงานที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ก็ด้วยความรู้สึกที่ไม่สบายใจเปึนอย่างยิ่ง แล้วผมก็คิดว่าสภาพปัญหาที่หน่วยงาน ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนในความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลายเรื่อง หลายราวที่ยังมีพฤติกรรมคล้าย ๆ กับกรณีตํารวจชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อนายชยุต ก้องชัยชนะ กับนางฉวีวรรณ เกิดแก้ว เปึนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อป้ ๒๕๔๕ ถ้าท่านประธานจําได้พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลักษณะการจับกุม ยัดเยียดข้อกล่าวหา แล้วก็ใส่ร้ายด้วยการสร้าง พยานหลักฐานเท็จในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และเปึนพฤติกรรมที่ต้องเรียน ต่อท่านประธานว่าตํารวจระดับเล็ก ๆ ระดับ ร้อยตํารวจเอก หัวหน้าชุดปฏิบัติการ คงไม่สามารถที่จะตัดสินใจกระทําการในลักษณะเช่นนี้โดยลําพังได้ ถ้าไม่มีนโยบาย จากส่วนบนลงมา ท่านประธานที่เคารพครับ ป้ ๒๕๔๕ รัฐบาลชุดนั้นได้มีนโยบาย ทําสงครามยาเสพติด มีการปราบปรามผู้กระทําผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมากมาย ลักษณะ ของสงครามก็คือการเอาชนะ ใช้ทุกวิถีทางเพื่อที่จะเอาชนะไปสู่เปัาหมายอันนั้น พฤติกรรมอันหนึ่ง ก็คือการฆ่าตัดตอน ถ้าท่านประธานได้ติดตามข่าวสาร แล้วทั่วโลกก็ได้ ประณามกันอยู่ ก็คือกรณีฆ่าตัดตอน ๒,๕๐๐ ศพ นี่ก็เปึนหนึ่งในพฤติกรรมที่มีลักษณะ เปึนขบวนการที่รับนโยบายจากส่วนบนลงมา ซึ่ง ร้อยตํารวจเอก คนนี้ผมคิดว่า ถือว่า เปึนแพะส่วนหนึ่งในกระบวนการที่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลในยุคนั้น เพราะฉะนั้น ในการทําสงครามยาเสพติดที่มีการฆ่าตัดตอนกันมากมายมหาศาล แล้วมีการละเมิด สิทธิมนุษยชนครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ประเด็นที่ผมอยากจะ ซักถามฝากไปถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในเบื้องแรกก็คือว่า เรื่องนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีการศึกษาพฤติกรรมลักษณะเช่นนี้ ในกรณีอื่น ๆ ในพื้นที่อื่น ๆ บ้างหรือไม่ และได้ดําเนินการกับกรณีเช่นนี้อย่างไร นั่นเปึน ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็คือข้อเรียกร้อง ๓ ข้อ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติในชุดก่อนโน้นที่ทํารายงานผลเรื่องนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจก็คือมีข้อเสนอว่า ๑. เสนอแนะต่อรัฐสภา และคณะรัฐมนตรีให้แก้ไขมาตรา ๑๕ พระราชบัญญัติปัองกัน และปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ ในส่วนของการควบคุมผู้ถูกจับกุมให้ถือว่า เปึนการควบคุมของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา ๒๓๗ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ณ เวลานั้นได้ดําเนินการหรือไม่ อย่างไร
ข้อที่ ๒ ซึ่งเข้าใจว่าเปึนประเด็นปัญหาที่ท่านเรียกร้องต่อสํานักงานตํารวจ แห่งชาติให้ดําเนินการก็คือ ให้สอบสวนข้อเท็จจริง และทําการศึกษาเกี่ยวกับพฤติการณ์ ซ้อมทําร้ายร่างกายผู้ต้องหาด้วยวิธีการทรมาน ทารุณ โหดร้าย ของ ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธุ์ วิชัยดิษฐ กับพวก และนําผลสรุปจากการสอบสวนข้อเท็จจริงไปกําหนด มาตรการปัองกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก และควรจัดให้มีเจ้าหน้าที่ตํารวจได้รับ การศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องนี้เปึนประเด็นปัญหาที่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ โดยเฉพาะ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรณีอื่น ๆ ด้วย จะถามว่าท่านได้ติดตาม ไหมว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ไปกําหนดมาตรการปัองกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทํานอง นี้เกิดขึ้นอีก เขาได้มีการผลักดันเรื่องนี้หรือไม่ และการฝ๊กอบรมเจ้าหน้าที่ตํารวจเพื่อให้ เข้าใจในเรื่องของสิทธิมนุษยชน สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ปฏิบัติการไปมากน้อย แค่ไหน แล้วได้รายงานต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือไม่ ส่วนเรื่องของการ สอบสวนวินัยดําเนินคดีอาญา ของ ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธุ์ วิชัยดิษฐ กับพวกในข้อที่ ๓ นี้ ก็เข้าใจว่าเปึนประเด็นปัญหาที่เรากําลังถกเถียงอยู่ ก็อยากจะฝากให้ท่านได้ช่วยชี้แจง ในประเด็นเหล่านี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านพีรพันธุ์ เดี๋ยวรวบรวมชี้แจงทีเดียวเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตามรายงานผมอ่านดูอย่างคร่าว ๆ ก็มีข้อน่าสังเกตที่สภานี้อาจจะพิจารณากันอยู่ บางประเด็น คือในความเห็นของ กสม. ที่บอกว่ากรณีการสอบสวนทางวินัย เมื่อศาลฎีกา ได้พิพากษายกฟัองและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ถูกร้องเรียนนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ เปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ร้อง สํานักงานตํารวจแห่งชาติสามารถใช้ คําพิพากษาฎีกาเปึนข้อมูลในการสอบสวนทางวินัยได้ แต่ยังมิได้ดําเนินการแต่อย่างใด แต่ว่าเมื่อส่งไปสํานักงานตํารวจแห่งชาติแล้ว สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็พิจารณา ก็บอกว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะไปฟังว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจนั้นได้กระทําผิดก็ไม่มีการไป พิจารณาที่จะลงโทษอย่างไรนะครับ ในประเด็นนี้ถึงแม้จะเปึนความเห็นของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติบอกว่าอาจจะเอาคําพิพากษาศาลฎีกาเปึนฐานได้ แต่ก็ไม่มีกฎเกณฑ์บังคับ ขณะเดียวกันทําให้ผมนึกถึงตอนที่เราเคยมีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่สอบสวนเสร็จแล้ว แล้วก็ส่งไปให้หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณา ก็มีการไป พิจารณาไต่สวนกันอีกครั้งหนึ่ง สุดท้ายหลายกรณีคดีที่พิจารณาไปนั้น ก็ไม่ได้มีความเห็น กับของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีการแก้ไขกฎหมาย ไปยึดเอาความเห็นหรือสํานวนของ ป.ป.ช. เปึนฐานในการพิจารณาโทษทางวินัยข้าราชการต่อไป แล้วก็เปึนเรื่องที่มันเกิดขึ้น อย่างที่เปึนอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามจากการติดตามดูในหลายหน่วยงาน ก็กําลังเกิดปัญหาในทางบริหารเหมือนกัน คือเขายึดสํานวนของ ป.ป.ช. ในการพิจารณา แล้วก็ให้ตัวต้นสังกัดไปออกคําสั่งตามนั้น หน่วยงานต้นสังกัดเขาบอกว่าเขาไม่ได้เปึน ผู้สอบสวน แล้วให้เขาออกคําสั่งตามนั้น ถ้ามันเกิดมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น เขาเองก็จะ ถูกฟัอง อันนี้ก็เปึนปัญหาย้อนกลับไปย้อนกลับมาอยู่อย่างนี้ ผลสุดท้ายความรับผิด ในเรื่องนี้มันจะอยู่ที่ใคร ผมเรียนถึงประเด็นนี้เพื่อจะให้มีการพิจารณากันอย่างจริงจัง นะครับว่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นระหว่างความเห็นของหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็หลักกฎหมายที่ยัง ไม่ชัดเจนมีอยู่อย่างนี้นะครับ จะดําเนินการกันอย่างไร ข้อเสนอที่คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติได้เสนอมาต่อรัฐสภาให้ไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อจะแก้ไขกฎหมายกรณี เกี่ยวกับยาเสพติด ที่ให้ถือว่าการควบคุมของพนักงานสอบสวนอย่างนี้ในกรณีปราบปราม ยาเสพติดนั้นเปึนการควบคุมตาม วิ. อาญา เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนะครับ อันนี้เข้าใจว่าเปึนข้อเสนอที่จะมายังรัฐสภาที่จะพิจารณาดําเนินการกันต่อไป แล้วคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องก็น่าจะรับเอาข้อคิดเห็นอันนี้ไปดูว่าจะต้องมีความจําเปึน จะต้องปรับปรุงกฎหมายตามข้อเสนอของสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือไม่
ส่วนเรื่องการสอบสวนทางวินัยคงจะต้องมาดูกันอีกทีหนึ่งนะครับว่าจะทํา อย่างไรในเมื่อศาลท่านวินิจฉัยอย่างนี้ พยานหลักฐานเปึนอย่างนี้ แล้วก็คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเขามาพิจารณาจากสํานวนของศาลแล้วเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจนั้น ละเมิดสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประชาชนเขา ส่งเรื่องไปให้เขาดําเนินการ เขาก็ไม่ ดําเนินการ หรือบอกว่าหลักฐานไม่มี มันก็ขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้ คือเราก็ไม่มีกฎหมายที่จะ ไปบังคับให้เขาทําหรือไม่ทําอย่างนั้น ถ้าจะแก้เอาแบบอย่างของ ป.ป.ช. บอกให้ยึด สํานวนอย่างนี้เปึนฐาน ไม่ต้องพิจารณาสอบสวนใหม่ มันก็จะมีปัญหาอย่างที่ผมเรียน ท่านประธานไว้แล้วเมื่อสักครู่ว่าเมื่อส่งออกไป หน่วยงานต้นสังกัดซึ่งเขาไม่ได้ไต่สวนมา แต่ต้น แต่ว่าต้องยึดสํานวนของคนอื่นเปึนฐานในการลงโทษ แล้วถ้ามีข้อผิดพลาด เขาก็จะถูกฟัอง ฟัอง เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้พิจารณาแต่เขาไปเอาสํานวนของคนอื่น มันย้อนกลับไปกลับมาอย่างนี้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นกระผมก็คิดว่าเปึนเรื่องที่ รัฐสภาน่าจะหยิบเอาเรื่องเหล่านี้มาพิจารณากันอย่างจริงจังว่าจะทําอย่างไร ครั้นจะไปให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอํานาจหน้าที่บอกว่าสํานวนการสอบสวนของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องส่งไปให้หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาแล้วต้อง ยึดสํานวนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนฐานในการที่จะลงโทษทางวินัย เลย มันก็จะเหมือนกับ ป.ป.ช. ซ้ํารอยขึ้นมาอีก เรื่องกระบวนการยุติธรรมในบ้านเรา มัน ก็เลยกลับไปกลับมาอย่างนี้ ก็น่าสงสารประชาชนที่ถูกละเมิดอย่างนี้ที่คงจะมีมากขึ้น ๆ นะครับ ผมขอเรียนต่อท่านประธานว่าอยากจะเห็นสภาผู้แทนราษฎร ได้หยิบเอาเรื่องนี้ ขึ้นมา ไม่ใช่ว่าเขาส่งรายงานมาให้เราทราบ เราก็รับทราบ และมีข้อเสนออยู่ เราจะ ดําเนินการอย่างไรต่อไป อยากจะให้มีคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องได้หยิบเรื่องนี้มา พิจารณา แล้วก็เอาข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเหล่านี้มาดูว่าจะมีช่องทางที่ จะเยียวยาประชาชนอย่างไร หรือไม่ ไม่อย่างนั้นรายงานอย่างนี้จะมีบ่อย ส่งไปแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็ส่งไปให้หน่วยงาน หน่วยงานก็โยนกลับไปกลับมาแล้วก็เฉย หรือไม่ ก็บอกว่าไม่มีมูลแล้วก็จบ ส่งมาให้สภาทราบ สภาทราบแล้วก็จบ ถ้าสภาจะลงไปให้ พิจารณาโทษทางหน่วยงานก็คงไม่ได้ ก็คงเปึนเรื่องที่รัฐสภาเองจะต้องพิจารณา ความรับผิดทางการเมือง กับรัฐบาลว่าทําไมจึงไม่ดําเนินการเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง ผมก็ กราบเรียนท่านประธานแค่นี้ครับ
มีท่านใดประสงค์อภิปรายไหมครับ เชิญท่านอาจารย์ผุสดีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะที่จริงเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่มากเลย แล้วดิฉันเห็นด้วยกับที่ท่าน ส.ส. พีรพันธุ์ได้พูดเมื่อสักครู่ อยากจะให้สภามีการพิจารณาแล้วมีมติกันอย่างจริงจังว่า เช่น ลุกขึ้นตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือจะมอบหมาย จะให้ใครไปช่วยกันตั้งต้น ดําเนินการ แต่ต้องดําเนินการอย่างจริงจังด้วยเหตุที่ว่าประเทศไทยเองได้ลงนามเปึนภาคี ในอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนในหลายฉบับด้วยกัน แล้วก็ทุกป้ ๆ กสม. เอง ก็ต้องอย่างนี้ค่ะ ทําหน้าที่เสร็จแล้วก็เหมือนค้างเติ่ง ๆ อยู่ตลอดเวลา ได้แต่เพียงรายงาน ให้นายกรัฐมนตรีทราบ ได้แต่เพียงรายงานให้กับสภาทราบ แล้วอย่างไรต่อไป ในท้ายที่สุดคนที่เสียประโยชน์มากที่สุด ก็คือประชาชนผู้ที่ถูกละเมิด โดยสิทธิของเขา ในขั้นพื้นฐาน ดิฉันเห็นด้วยแล้วกังวลอย่างมาก ๆ จริง ๆ ในทุกรายงานจะมีอย่างนี้ เปึนไป ได้ไหมคะท่านประธาน สมมุติว่าท่านจะขอให้ช่วยกันพิจารณาเปึนเรื่องเร่งด่วน แล้วก็ ดําเนินการต่อไปทันที เพราะไม่อย่างนั้นแล้วดิฉันคิดว่าลําดับของประเทศไทยเอง ในเรื่อง ของการดูแลปกปัองสิทธิเสรีภาพ และการดูแลสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานนั้นจะลดลง ๆ ลงไปเรื่อย ๆ แล้วก็มีประเทศอื่น ๆ ที่เขาเฝัาดูเราอยู่ ถามว่าทําไมเราถึงจะต้องไปใส่ใจกับ การเฝัามองของประเทศอื่น ๆ เขา ท่านประธานคะ วันนี้เราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวคนเดียว ในโลก ประตูบ้านเราก็ไม่ได้ป่ด เรายังคงอยากจะทําการค้าขายอยู่กับประเทศอื่น เราคง อยากจะเปึนมิตรอยู่กับประเทศอื่น เราคงอยากที่จะคบค้าอยู่กับประเทศอื่น แล้ววันนี้ พรมแดนมันไม่มีแล้ว หากเราอยากจะเปึนผู้ที่มีพฤติกรรมที่ดีในสายตาชาวโลกเพื่อที่จะให้ เขาเคารพนับถือ เราก็จําเปึนจะต้องช่วยกันดูแลว่าอะไรที่มันเปึนปัญหา เราก็จะต้อง ช่วยกันแก้ไข และอันนี้เปึนปัญหามากที่สุด แล้วจะยิ่งมากขึ้นต่อ ๆ ไป ดิฉันก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าให้ได้มีการลงมือปฏิบัติกันอย่างน้อยที่สุดก็จากสภา ผู้แทนราษฎร ขอบพระคุณค่ะ
เชิญ ท่านเจะอามิงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมได้อ่านผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ท่านได้มา รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร กระผมเปึนห่วง กระผมเปึนห่วงกับข้อเสนอแนะที่ทาง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะข้อที่ ๓ ที่ให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติสอบสวนวินัย และดําเนินคดีอาญากับผู้กระทําความผิดกับ พวก ในที่สุดก็ไม่ได้ดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ท่านประธานครับ ที่ผมเปึนห่วงว่าใน กรณีอย่างนี้มันจะเกิดขึ้นอีกมากมายในประเทศแห่งนี้ สิ่งที่สําคัญที่สุดกระบวนการ ในการกระทําความผิดเกิดขึ้น และให้มีการสอบสวน และทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาให้มีการดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามอํานาจหน้าที่ให้แล้ว แต่กระบวนการ ที่เราจะต้องคิดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า ในเมื่อมีการบัญชาจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ลงไปยังหน่วยงานซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว ก็ไม่ดําเนินการตาม ในที่สุด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คือยักษ์ไม่มีกระบอง ที่ผมต้องพูดอย่างนี้ผมขอ อนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็เปรียบเสมือนยักษ์ ไม่มีกระบอง ไม่มีกระบองอย่างไรครับท่านประธาน ก็กระบวนการทั้งหมดอย่างที่ท่านสมาชิกที่ได้กรุณาอภิปรายก่อนหน้านี้ กระบวนการ ก็เวียนอยู่อย่างนี้ สอบสวนพอไปเจอผู้กระทําความผิดในที่สุดก็โยนกลับมาที่สภา วันนี้ ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่อภิปรายอยู่ก่อนหน้านี้ว่า สภาผู้แทนราษฎรจะต้องทําให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนยักษ์ที่มีกระบองเสียที สภาแห่งนี้จะต้องหยิบยก เรื่องเหล่านี้ขึ้นมา มิเช่นนั้นแล้วคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่สามารถที่จะไป ตรวจสอบใครได้เลยครับ พอไปตรวจสอบขึ้นมาปัูบมีปัญหา เปึนประเด็นปัญหากับสังคม แล้ว ก็ไม่สามารถดําเนินการอย่างไร ไม่สามารถที่จะดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งได้เลย สิ่งเหล่านี้ครับที่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องขบคิดกัน จะต้องวางกรอบเพื่อให้อํานาจกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้มีอํานาจในกระบวนการในการจัดการอย่างใด อย่างหนึ่งโดยอาจจะเปึนการดูแลในเรื่องกฎหมายเพิ่มเติม อย่างนี้ต้องทํา สิ่งที่ผมเปึน ห่วงนะครับท่านประธาน กระบวนการเหล่านี้มันเกิดขึ้นโดยเฉพาะในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ผมเชื่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นหลายเรื่อง น่าจะมีในคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ แต่กระบวนการเหล่านั้นหากมีการสอบสวนแล้วเปึนไปอย่างนี้อีก ละครับ สังคมเท่ากับไม่ได้อยู่ในกระบวนการในการตรวจสอบแล้วก็ไม่สามารถที่จะ ดําเนินคดีอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมว่าอย่างนี้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ต้องให้ความสําคัญ ผมตั้งข้อสังเกตไว้กับสภาผู้แทนราษฎรเพื่อที่จะนําเรื่องนี้ให้เปึนรูปธรรมและเห็นด้วย ที่จะต้องให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อดูในรายละเอียดต่อไปครับ
เชิญ ท่านเชาวรินครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน ของพรรคเพื่อไทย ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้แทนของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งวันนี้ได้เสนอรายงานผลการดําเนินการของ สํานักงานต่อสภา ผมคิดว่ามันคงไม่ใช่จํากัดอยู่เฉพาะเรื่องของอดีตนายตํารวจคนหนึ่ง ซึ่งกระทําการละเมิดสิทธิของประชาชน แต่ยังมีอีกมากมายเรื่องต่าง ๆ ที่ประชาชนคนไทย ได้รับการกระทําจากคนของรัฐ ผมขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่างและขออนุญาต กราบเรียนท่านผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยว่าผมได้เสนอแนะ ให้ราษฎรที่มาร้องขอความเปึนธรรมจากผม เข้าไปร้องใช้บริการของสํานักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วย เพราะว่าองค์กรของท่านนั้นตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะ เปึนที่พึ่งของประชาชนในกรณีที่ไม่ได้รับความเปึนธรรม และเรื่องที่ผมจะกราบเรียน ท่านประธานฝากไปนั้น ใช่ครับ ไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่อง ร้อยตํารวจเอก คนนี้ แต่เปึน ตัวอย่างหนึ่งของความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมไทยที่จะต้องใช้โอกาสตรงนี้ละครับ ขณะที่ท่านมารายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กร เพื่อท่านจะได้รับรู้ และผมเอง ก็เสนอแนะให้ราษฎรไปร้องต่อองค์กรของท่าน นั่นคือกรณีที่หน่วยงานของรัฐไปละเมิด ทรัพย์สินทางปัญญาของราษฎร บังเอิญหน่วยงานของรัฐหน่วยนี้เปึนสํานักงาน ศาลยุติธรรม ไปละเมิดสิทธิของประชาชนที่เขาคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะใช้ ซึ่งสมควร ที่จะได้รับผลตอบแทนจากการใช้สติปัญญาในการคิดค้นนวัตกรรมที่จะยังประโยชน์ ในการปฏิบัติงาน ปรากฏว่าสํานักงานของศาลยุติธรรมไปละเมิดเสียเอง เมื่อผู้ที่เปึน เจ้าของสิทธิเรียกร้องหรือติดต่อไปก็ไม่ได้รับการเยียวยาเท่าที่ควร ในที่สุดเขาก็ฟัองศาล ก็ฟัองศาลโดยเอาสํานักงานศาลยุติธรรมเปึนจําเลยทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ปรากฏว่า ทั้งศาลแพ่ง ทั้งศาลอาญา เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนกลายเปึนไส้เลื่อน อย่างนี้ราษฎรจะหาที่พึ่งได้อย่างไร ในเมื่อเขาถูกละเมิดโดยองค์กรของสํานักงาน ศาลยุติธรรม แล้วเขาก็เอาคดีไปฟัองต่อศาลแพ่ง ฟัองต่อศาลอาญา แต่ไม่ได้รับ การเยียวยาเท่าที่ควร ราษฎรมาพบผม พอดีระเบียบวาระของการประชุมวันนี้มีเรื่อง องค์กรสิทธิมนุษยชน ผมชื่นชมกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่ ขอเอ่ยนามคือ ท่านเจะอามิง เรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อจะส่งเสริมให้องค์กร สิทธิมนุษยชนเปึนยักษ์ที่มีกระบอง ผมขออนุญาตใช้คําของท่านเลย พวกเราพร้อมที่จะ สนับสนุนให้องค์กรของท่านเปึนองค์กรที่มีศักยภาพ เปึนองค์กรที่มีอํานาจในการที่จะดําเนินการเยียวยาหยิบยื่นความเปึนธรรมให้แก่ ประชาชนทุกหมู่เหล่า ก็ขออนุญาตที่จะเสริมความคิดของท่านเจะอามิง ไว้ในโอกาสนี้ ด้วย แล้วเรื่องที่ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้แทนองค์กรสิทธิมนุษยชน แห่งชาตินั้น อย่างไรเสียถ้าราษฎรไปร้ององค์กรของท่านก็ขอได้โปรดให้การต้อนรับ แล้วก็ อย่างน้อยที่สุดก็เปึนน้ําทิพย์ชโลมใจด้วยคําพูดที่ให้เขามีความหวังบ้าง ขอขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านประเสริฐ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมก็สงสัยวันนี้มีการยื่น รายงานตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๘/๒๕๔๖ โดยคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ วันนี้ก็สอบถามกับเพื่อน ๆ ด้วยกันก็เข้าใจว่าวันนี้ยื่นเรื่องนี้เข้ามา เพื่อขอให้สภาพิจารณาหรืออย่างไรก็ไม่ทราบครับ ประเด็นที่ ๑ นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า ผมดูในเนื้อหาแล้วผมก็รู้สึกแปลกใจว่าเรื่องนี้ ถ้ามันเกิด ๑๘/๒๕๔๖ นี้ก็ต้อง ๖ ป้มาแล้ว แต่ว่าพอเป่ดมาหน้าแรกผมไม่สบายใจครับ กราบเรียนตรง ๆ ไม่สบายใจอย่างนี้ เพราะว่าเปึนเคส (Case) ของนายชยุต ก้องชัยชนะ กับนางฉวีววรรณ เกิดแก้ว ร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธ์ วิชัยดิษฐ คือที่ผมไม่สบายใจก็เพราะว่า ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธ์ วิชัยดิษฐ ผมไม่ทราบ ว่านามสกุลก็คุ้น ๆ นะครับ แล้วยื่นเข้ามาเรื่องเดียวนี่ แต่ผมดูเนื้อหาของการส่งเข้ามานี่ ยังไม่ทราบว่าต้องการอะไรนะครับ ผมมานั่งตรงนี้ก็ไม่ทราบอยากจะช่วยคิดว่าทําไม แต่ดูจากเนื้อหานี่หมายถึงตํารวจกลุ่มหนึ่งนี้เข้าไปทําการตรวจสอบจับกุมกับผู้กระทํา ความผิดในการค้ายาเสพติด แล้วก็มีการบีบบังคับให้มีการยอมรับสารภาพในเรื่องนี้ และเมื่อไม่ยอมรับสารภาพก็มีการทําร้ายจนเปึนเหตุให้มีการร้องต่อคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ลักษณะเช่นนี้กระผมเข้าใจว่าเกิดขึ้นในทั่วทุกจังหวัดทุกพื้นที่ ทั่วประเทศไทยครับ ในพื้นที่ของกระผมจังหวัดสมุทรปราการก็มีอย่างนี้เยอะมาก ชาวบ้านบางคนเคยค้ายาเสพติด เคยขาย เปึนผู้ขายนะครับ แต่ว่าจากการที่เราไม่ได้ มีการปราบปรามในเรื่องของผู้ค้ายาเสพติด ตอนป้ ๒๕๔๖ นี้ เราก็ปราบปรามอย่างหนัก สุดท้ายแล้วเราก็มีกฎหมายข้อหนึ่งบอกว่า ผู้เสพให้ถือเปึนผู้ป์วย แต่ผู้ค้า ผู้ขาย ขอให้ เลิกเสีย ถ้าเลิกแล้ว รัฐก็จะไม่เอาผิด โดยมาขึ้นบัญชีเสีย แต่ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจนถึง ปัจจุบันนี้นะครับ กระผมเข้าใจว่ามีตํารวจเข้าไปจับกุม แน่นอนครับ มีผู้บริสุทธิ์แล้วก็มี ผู้ไม่บริสุทธิ์ด้วยนะครับ ผู้บริสุทธิ์หลายท่านก็ถูกกระทําจากตํารวจก็คงถ้าเข้าข่ายกรณี อย่างนี้ท่านก็เล่นให้เต็มที่เลยครับ ไม่ต้องไปดูนามสกุลอะไรก็ได้นะครับ ท่านก็เล่นให้ เต็มที่ แต่ว่ากรณีที่ประชาชนไม่ได้ขายแต่ถูกบังคับและถูกกระทําอยู่ตลอดเวลามันก็มี เยอะมาก ลักษณะอย่างนี้กระผมเข้าใจว่าถ้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สนใจคดีอย่างนี้กระผมว่าควรจะส่งเข้ามาเยอะ ๆ ครับ อย่าเอาเฉพาะตัวอย่างแค่ ตัวอย่างนี้กรณีเดียว ส่งเข้ามาเลยครับ จะได้รู้ว่าทั่วประเทศไทยมันมีการจับกุมผู้กระทํา ผิดในลักษณะนี้มากน้อยแค่ไหนนะครับ นี่เปึนประเด็นที่ผมอยากจะขอให้ท่านตัวแทน จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ตามนะครับ ไม่ใช่ว่ายกกรณีนี้ขึ้นมา กรณีเดียว ส่วนในกรณีอื่น ๆ เยอะมากครับ วันนี้ผมสนใจผมก็ดู ซีเอ็นเอ็น (CNN) อยู่บ่อย ๆ ก็ยังมีขึ้นอยู่ครับ โรฮิงญา ถูกกระทําโดยเจ้าหน้าที่คนไทย แต่ว่าอาเซียน ก็บอกว่าประเทศไทยเราเปึนเจ้าภาพเปึนประธานอยู่ ในป้นี้ก็ลงนามในอนุสัญญาเกี่ยวกับ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อยากจะเห็นว่าประเทศไทยเรานี้ความเปึนมนุษย์ของคนไทยหรือ ในอาเซียนทั้งหมดนี้ได้รับการคุ้มครอง เรื่องเยอะมาก หลาย ๆ เรื่องแยะมาก ผมไม่ทราบ ว่าเรื่องลักษณะอย่างนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้พยายามไปช่วยแก้ หรือไม่ หรือแม้กระทั่งการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อํานาจรังแกประชาชนทั่วประเทศไทยในรูปแบบ ต่าง ๆ ท่านได้ติดตามไปมากน้อยแค่ไหน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้ กราบเรียนกับท่านแล้วว่าขอให้มีช่องทางของพี่น้องประชาชนที่ถูกกระทําโดยผู้มีอํานาจ หรือเจ้าหน้าที่ที่มีอํานาจเพื่อที่จะร้องเรียนต่อท่านแล้วให้ท่านคุ้มครอง แชนเนล (Channel) อย่างนี้ ช่องทางอย่างนี้จะสามารถเข้าหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้มากน้อยแค่ไหน ได้ง่ายหรือไม่ แล้วก็ได้มีโครงสร้างองคาพยพของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วันนี้ผมเห็นด้วยครับ ท่านบอกว่าท่านเหมือนกับ เสือกระดาษ ไม่มีอํานาจ วันนี้ทํารายงานเข้ามาหาสภาแห่งนี้ ผมว่าต้องให้อํานาจท่าน จริง ๆ เหมือนที่ให้อํานาจ ป.ป.ช. ไป เหมือนที่ให้อํานาจ ปปง. ไป ให้อํานาจ กกต. ไป เพราะวันนี้ถ้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีจิตใจที่มีความบริสุทธิ์ผุดผ่อง อยากเห็นคนไทยได้มี ฮิวเมน ไรท์ส (Human Rights) ได้มีสิทธิมนุษยชน ไม่ถูกละเมิดสิทธิ ผมจะกราบขอบพระคุณเปึนอย่างยิ่ง แล้วท่านไปสร้างโครงสร้างท่านมา ท่านเสนอเข้ามา เลยครับ โครงสร้างและอํานาจหน้าที่ที่ท่านมี สามารถที่จะบังคับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ ยินดี เลยครับ แต่ว่าวันนี้ผมตําหนิ ท่านส่งเรื่องนี้มาผมตําหนิ แล้วผมก็เห็นนามสกุล ร้อยตํารวจเอก นี้ ผมเห็นแล้วก็งง ๆ ก็ไม่ทราบว่าเปึนปัญหาเรื่องทางการเมืองหรือเปล่า อย่างนี้ผมขอตําหนิเลยว่าไม่ควรทําอย่างนี้ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขอเสริมท่านสมาชิกที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ในมุมมองที่กระผมเองประกอบวิชาชีพทนายความมาประมาณร่วม ๓๐ ป้ และได้ว่า ความในคดียาเสพติด จับกุมในลักษณะนี้มาหลายคดี ท่านประธานครับ ข้อต่อสู้หนึ่งของจําเลย ก็มักจะบอกว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจจับแล้วก็ซ้อม ทําร้าย ยัดยาบ้า ซึ่งก็มีจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ท่านประธานครับ เมื่อดูคําพิพากษาของศาลทั้ง ๓ ศาล จะเห็นได้ว่าศาล ๓ ศาล มีความเห็นไม่ตรงกัน คือศาลชั้นต้นนั้นบอกว่ายกฟัอง คือไม่มีความผิด จําเลยทั้ง ๒ คน ไม่มีความผิด แต่ศาลอุทธรณ์นั้นได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความผิด ลงโทษจําคุกถึง ๒๑ ป้ นี่แสดงว่าในข้อเท็จจริงในด้านหนึ่งก็เปึนที่สงสัยว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจนั้นได้ซ้อม ได้ยัด ยาบ้าให้จําเลยจริงหรือไม่ ผมขอเรียนถามไปที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ตอบว่าไม่มีใครร้องทุกข์กล่าวโทษว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจ ที่ถูกกล่าวหา ร้อยตํารวจเอก นี่นะครับ แล้วเขาจึงไม่ดําเนินคดีอาญา ถามคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าเมื่อท่านสอบสวนผู้ร้องทั้ง ๒ คนแล้ว ท่านได้แนะนํา หรือได้ถาม ถึงเหตุผลหรือไม่ว่าถ้าเจ้าหน้าที่ตํารวจทั้ง ๒ ท่าน ได้กระทําการดังที่กล่าวหาจริง เหตุใด จึงไม่ฟัองคดีกลับเปึนคดีอาญา เหตุใดจึงไม่แจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตํารวจได้ ดําเนินคดีอาญาด้วยตนเอง เพราะเขาเปึนผู้เสียหายโดยตรง จะจ้างทนายความฟัองเอง ก็ยังได้ เหตุใดเขาจึงไม่ใช้ช่องทางนี้เพื่อที่จะเรียกร้องความเปึนธรรมด้วย นอกจากการ ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อให้ความเปึนธรรมกับผู้ที่ได้ ถูกร้อง อันนี้ผมมองในมุมของผู้ประกอบอาชีพทนายความ ซึ่งบางครั้งเชื่อลูกความมาก นักก็ไม่ได้ ถ้าจะให้คดีใดที่พนักงานอัยการฟัองต่อศาล แล้วศาลตัดสินยกฟัอง เจ้าหน้าที่ ตํารวจต้องโดนข้อหาจับยัดยาเสพติดทั้งหมด ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจประมาณร้อยละ ๔๐ ที่ศาลยกฟัองจะต้องถูกฟัองคดีเช่นนี้ทุกคนครับ ผมขอเรียนถามประเด็นสําคัญว่า ท่านได้แนะนํา หรือถามผู้ร้องหรือไม่ เหตุใดจึงไม่ฟัองคดีกลับ และเหตุใดจึงไม่ร้องทุกข์ กล่าวโทษ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านผู้ชี้แจงครับ
กระผม นายประนูญ สุวรรณภักดี รองเลขาธิการคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาในวันนี้ ขอกราบเรียนผ่านทางท่านประธานสภาดังนี้ครับ
ประการแรก ในเรื่องของการที่ศึกษาพฤติกรรม และบอกว่ามีเคสมีกรณี ตัวอย่างทํานองนี้อีกไหม มีเยอะครับ แล้วก็ถามว่าดําเนินการหรือเปล่า เมื่อมีการ ร้องเรียนมาก็ดําเนินการครับ หลาย ๆ เรื่องอยู่ระหว่างการดําเนินการ แปรเรื่องส่งไปแล้ว แต่ถามว่าไม่มาสภาทั้งหมด มันทยอยมาครับ แล้วก็ในกระบวนการเมื่อแจ้งไปแล้ว เราก็ ต้องให้โอกาสเขาได้มีเวลาดําเนินการ คราวนี้บางทีแจ้งไปหลายข้อ ทําบางข้อ ไม่ทํา บางข้อ ถึงแม้จะไม่ทําเลยก็เชิญมาคุยกัน บางทีเราก็ไปหา บอกว่ามันติดขัดปัญหาอะไร อะไรอย่างไร บางทีก็ต้องไปหาผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไป ตลอดจนไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไป อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางรัฐบาลได้มีคําสั่งตั้งคณะกรรมการ ชุดหนึ่งแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมีผู้แทนจากทางสํานักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่ร่วมด้วย ก็พยายามแก้ปัญหาในกรณีที่มี การรายงานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ปัญหาดังกล่าว หลาย ๆ ปัญหาก็ได้รับการแก้ลุล่วง หลาย ๆ ปัญหาก็ยังอยู่ระหว่างดําเนินการ ก็ทําให้บางเรื่องก็ยังไม่ได้มาที่สภาโดยตรง ในเรื่องของการที่มีการประสานการอบรมในด้านสิทธิมนุษยชนหรือไม่นั้น หรือว่ามีการ รายงานมาหรือเปล่าว่าได้ทําตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแจ้งไปหรือเปล่า ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ในเคสนี้ ในกรณีนี้ไม่ได้มีการแจ้งกลับมาในเรื่องนี้นะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้เชิญผู้แทนทางสํานักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือเชิญแม้กระทั่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลาย ๆ ท่านไปให้ความรู้ หรือไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในหลักสูตรการอบรมของ เจ้าหน้าที่ตํารวจในหลาย ๆ ระดับ
ประการต่อไป ที่ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เข้าไป ช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดมากน้อยเพียงใด อันนี้ขอกราบเรียนว่าเปึนภารกิจหน้าที่โดยตรง อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในระบบการเยียวยาความเสียหาย ถ้าในเรื่องของการเปึนตัวเงิน ก็จะมี หน่วยงานราชการ คือ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพรับผิดชอบในส่วนนั้นอยู่แล้วนะครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้แต่เข้าไปประสานงาน แนะนําให้กําลังใจแก่ผู้ถูก ละเมิด ชี้ช่องทาง แล้วก็ได้เข้าไปติดตามว่าหน่วยงานต่าง ๆ ได้ดําเนินการไปถึงไหนแล้ว อย่างไรก็ตามในระบบการติดตามมีระยะเวลาเปึนช่วง ๆ เราแจ้งไปยังต้นสังกัด แจ้งไปยัง ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือ แจ้งไปยังท่านนายกรัฐมนตรี มันมีระยะเวลาของมันอยู่ แล้วก็ อย่างที่กราบเรียนมาแล้วว่า ก็มีการเจรจากันด้วยว่ามันติดขัดอย่างไร ช่วยกันแก้ปัญหา เพื่อที่จะให้การดําเนินการลุล่วงสําเร็จผล ในหลาย ๆ เรื่องก็เห็นชัดว่าติดขัดที่กฎ ระเบียบ ก็พยายามเสนอในเชิงนโยบายว่าอย่างนั้นหน่วยงานของท่านช่วยกรุณาไปปรับแก้ตรงนี้ หน่อยได้ไหม
ในเรื่องของช่องทางติดต่อทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในเรื่องของการร้องเรียน อันนี้สามารถติดต่อได้ตลอดเวลานะครับ ขออนุญาต ท่านประธาน ประชาสัมพันธ์นิดหนึ่งว่าย้ายไปอยู่ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะแล้วนะครับ แล้วถ้าเข้าอีเมล (e-Mail) เข้าเว็บไซต์ได้นะครับ เซิร์ช (Search) ในกูเกิล (Google) หรืออะไรก็ได้นะครับ เข้าไป แจ้งไปทางอีเมลก็ได้ โทรศัพท์ก็ได้ โทรศัพท์สายด่วน ก็ ๑๓๗๗ ครับ หรือจะไปพบด้วยตัวเองก็จะเปึนการดี เพราะจะได้ถามรายละเอียด ได้ชัดเจนเพิ่มมากขึ้นนะครับ
ในประการต่อไป ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกจํานวนหลาย ๆ ท่านผ่านทาง ท่านประธานว่า ขอขอบคุณที่ท่านได้กรุณาให้เปึนกําลังใจนะครับ ตอนนี้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สํานักงานได้ส่งร่างกฎหมายแก้ไขพระราชบัญญัติคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อรัฐบาล และรัฐบาลก็ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ตอนนี้อยู่ใน ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ และ
ประการต่อไปก็คือในเรื่องที่ถามบอกว่า กรณีที่นําเสนอวันนี้ ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้แนะนําให้เข้าไปฟัองคืนหรือไม่ อันนี้ขอกราบเรียนนะครับว่าได้แนะนําตั้งแต่แรกในช่วงแรกกลัวมากครับ ตามตัวยากมาก เลย หนีแทบไม่ได้อยู่บ้าน ก็กลัวครับ แล้วก็ตอนหลังก็ได้พบตัวบ้างเปึนครั้งคราว และพอ เรื่องผ่านมาหลายป้เข้าก็ชักจะไม่อยากตามเรื่องเท่าไรแล้วนะครับ ครั้งหลังป้ที่แล้วก็ยังมี แนะนําอยู่บอกว่าให้ไปแจ้งความครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านวัชระครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นและตั้งข้อสังเกตรายงาน ผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณี ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธ์ วิชัยดิษฐ กับพวกซึ่งได้ทําการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรื่องเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก่อนที่กระผมจะพูดถึงเรื่องดังกล่าวนั้น เนื่องจากว่ามีท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรบางท่านได้พูดจาพาดพิงไปถึงศาลแพ่งและศาลอาญาว่าได้เลื่อนการพิจารณาคดี ไปเรื่อย ๆ จนเรียกว่าเปึนโรคไส้เลื่อน กระผมอยากกราบเรียนท่านประธานที่เคารพไปยัง สมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าศาลแพ่งและศาลอาญาในกระบวนการของศาลยุติธรรมนั้น ปัจจุบันได้มีการพิจารณาคดีอย่างต่อเนื่อง และถ้าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันทรงเกียรติจะกล่าวพาดพิงถึงศาลแพ่งและศาลอาญาหรือศาลใด ๆ ก็ตามในระบบ กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ขอได้โปรดกล่าวให้ชัดแจ้งว่าไม่ได้รับ ความเปึนธรรมในเรื่องคดีใด เพราะไม่เช่นนั้นแล้วท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ในฐานะที่จบคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหงและเปึนลูกพระองค์เจ้า รพีพัฒนศักดิ์เปึนนักกฎหมายคนหนึ่ง ซึ่งมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะพี่น้อง ประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกให้มาทําหน้าที่เปึนปากเสียงแทนพ่อแม่พี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับความเปึนธรรม กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ศาลแพ่งและศาลอาญา ศาลยุติธรรม ศาลทั้งหลายในประเทศไทยนี้ได้ให้ความเปึนธรรม ต่อโจทก์และจําเลยโดยเสมอมา และถ้าท่านไม่ได้รับความเปึนธรรมในเรื่องใดก็สามารถ ที่จะร้องเรียนได้ที่หน่วยงานนั้น ๆ แต่ถ้าท่านพูดแบบตีขลุม มาพูดโดยเลื่อนลอย โดยไม่ได้ ระบุคดีที่ชัดแจ้ง จะทําให้ศาลแพ่งและศาลอาญาได้รับความเสื่อมเสียได้ด้วย กระผม จึงขอความเปึนธรรมให้ศาลแพ่งและศาลอาญาครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ ส่วนกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ส่งผู้แทนมาชี้แจงนั้น กระผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ซึ่งเปึนอาจารย์ผู้สอนกฎหมายกระผม ตั้งแต่ในมหาวิทยาลัยรามคําแหงว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นและมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างนี้นั้นควรที่จะคณะกรรมาธิการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรืออาจจะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาเปึนการเฉพาะอย่างที่ท่านอาจารย์ผุสดี ตามไท ได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ก็จะเปึนการดี เพราะฉะนั้นไม่ว่าคณะกรรมาธิการในส่วนที่เกี่ยวข้อง จะนําไปเปึนประเด็นในการศึกษา เพื่อที่จะทําให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กลายเปึนยักษ์ที่มีกระบองแล้วสามารถใช้กระบองอันนั้นหวดไปยังผู้ที่ทําการละเมิดสิทธิ มนุษยชนได้ก็จะเปึนการดี ท่านประธานครับอย่างในกรณีนี้การที่ ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธ์ วิชัยดิษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านก็บอกว่านามสกุลคุ้น ๆ แต่ผม จําได้ว่านามสกุลเดียวกับท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็มีญาติพี่น้อง เปึนนามสกุล วิชัยดิษฐ เช่นเดียวกันครับ เพราะเปึนนามสกุลที่กว้างขวางและเปึน นามสกุลที่หลากหลายมาก คือเปึนตระกูลใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะผมนั้นก็เปึน ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานครับ เรื่องราวที่เกิดขึ้นและบทสรุปโดยที่ว่าผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ได้รับ การเยียวยาพอสมควรแก่เหตุ เราในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนผู้แทนของ ปวงชนชาวไทย ควรที่จะมานั่งปรึกษาหารือกัน ไม่ว่าจะเปึนในรูปแบบของ คณะกรรมาธิการ หรือรูปแบบของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อที่จะทําให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นเปึนองค์กรที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ไม่ใช่สัก แต่ว่ามารายงานให้รัฐสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้รับทราบไปเปึนครั้งคราวแล้วก็ หายไปกับสายลม ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธาน และกราบเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันยังมีอยู่อย่างมากมาย โดยเฉพาะจากเจ้าหน้าที่ตํารวจ ซึ่งผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจจํานวนมากที่ทําการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งตํารวจ ส่วนใหญ่ก็เปึนคนดีครับ แต่คนที่ใช้อํานาจบาตรใหญ่ ใช้อาวุธป๋นข่มเหงพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งการบีบบังคับพี่น้องประชาชนให้ไปส่งยาบ้า ให้ไปค้าเสพติด ก็ยังมีในท้องที่เขต สน. ภาษีเจริญ เปึนต้น ท่านประธานครับ แต่อย่างไรก็ตามผมคาดหวังว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะได้เผยแพร่เรื่องสิทธิมนุษยชนไปยังเด็กและเยาวชนตลอดจน โรงเรียน วิทยาลัยต่าง ๆ ตั้งแต่ในวัยเด็กให้เคารพสิทธิมนุษยชนซึ่งกันและกัน ไม่ข่มเหง รังแกกัน ไม่ใช่ว่าบางคนตัวใหญ่กว่าก็ไปรังแกคนที่ตัวเล็กกว่า หรือบางคนพ่อแม่เปึนผู้มี อันจะกิน หรือเปึนผู้มีอิทธิพลก็ไปรังแกคนที่ยากจนหรือคนที่ด้อยโอกาสกว่า คนที่ศักดิ์ศรี น้อยกว่า เปึนต้น อย่างนี้ล้วนแต่เปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมหวังว่าในภายภาคหน้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนคงจะเปึนองค์กรที่มี ประสิทธิภาพและสามารถที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพ่อแม่พี่น้องของประชาชน ชาวไทยทั้งประเทศได้อย่างแน่นอน ขอเพียงแต่ว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะได้พิจารณา หาข้อยุติและทําให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอํานาจขึ้นมาให้จงได้ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านประเสริฐมีอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ตอนผมอภิปรายครั้งแรก ผมก็ สงสัยว่าทําไมต้องหยิบเคสนี้ขึ้นมา ผมก็พยายามที่จะไม่เอ่ยชื่อสกุลว่า วิชัยดิษฐ และผม ก็พยายามจะดูว่าการหยิบยกเคสนี้เข้าไปในสภา มันเปึนกระบวนการทางการเมือง หรือเปล่า นี่คือเรื่องที่ผมข้องใจและผมก็ปรึกษากับเพื่อนผู้แทนราษฎรด้วยกันข้าง ๆ เขาบอกว่ายังข้องใจก็ถาม และเมื่อสักครู่ที่ผมถามไปท่านผู้แทนจากคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติก็ยังไม่ได้ตอบว่าทําไมหยิบยกเคสนี้ขึ้นมา แต่ว่าเมื่อสักครู่ครับ ท่านเพื่อนสมาชิกฝ์ายรัฐบาลได้เอ่ยชื่อมาตรง ๆ เลยครับ แล้วก็บอกว่าเปึนนามสกุล เดียวกับหัวหน้าพรรคของผมเอง คือท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ กระผมเข้าใจว่าวันนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตัดสินใจดีแล้ว คิดดีแล้ว คิดถูกแล้ว ไม่เปึนอะไร ครับ ถ้าท่านคิดดีแล้ว ถูกแล้ว หยิบเคสนี้ขึ้นมาเพราะว่านามสกุลวิชัยดิษฐ มันมี ผลกระทบหรือเปล่าทางการเมือง และก็อยู่ในขณะที่มีการเลือกตั้ง แล้วเรื่องนี้เข้ามา ในสภา เมื่อสักครู่ผมพยายามถนอมที่ยังไม่เอ่ยชื่อสกุล แต่ว่าฝ์ายรัฐบาลเอง กระผมเข้าใจ ว่าถ้าใช้กรรมวิธีการอย่างนี้ โอ้โห ทํายากครับประเทศนี้ วันนี้การละเมิดสิทธิมนุษยชน ในทางการเมือง ในทางเศรษฐกิจ ในทางสังคม ในทางการศึกษา ในทางสาธารณสุข ในทางสิ่งแวดล้อม ในความมั่นคงของประเทศ มีเยอะมาก การละเมิดสิทธิมนุษยชน ในทางปัญญา หรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาก็มีเยอะมาก ท่านจะพิจารณาเคสไหน อย่างไร ผมว่านับ ๆ ไปแล้วมันเปึนล้าน ๆ เคสเลยครับ ว่ามันละเมิดสิทธิกัน แต่ว่ามันจะ น่าสนใจหรือไม่น่าสนใจแล้วมันทําให้เกิดความเจ็บช้ําน้ําใจหรือทําให้เกิดการสูญเสีย ในทรัพย์สินและอวัยวะของผู้คนหรือเปล่า แต่วันนี้กําลังจะมีการเลือกตั้งกันและมีการ หยิบเคสนี้เข้ามา แล้วก็เอ่ยไปแล้ว เอ่ยไปแล้วว่าวิชัยดิษฐ เดี๋ยวประกาศให้ทั่วเลยครับว่า สภาแห่งนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้นํากรณีนี้เข้ามา ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า มันต้องการผลพวงทางการเมืองหรือเปล่า โดยเฉพาะ อย่างยิ่งนะครับอยากให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา ผมว่ายิ่งไปกัน ใหญ่ วันนี้กราบเรียนท่านประธานตรง ๆ เลยนะครับ กระผมเห็นมีการละเมิดสิทธิตั้งแต่ เดือนเมษายนมาแล้ว มีการเซ็ทอัพ (Set up) ให้ชนกัน วันนี้ยังมีการเซ็ทอัพสีน้ําเงินเข้ามา ชนกันอยู่เลย แล้วท่านจะปัองกันสิทธิมนุษยชนได้อย่างไร สิทธิของคนไทยล่ะ
ท่านประเสริฐครับ ผมว่าเอาอยู่ในประเด็นเดี๋ยวจะลามไปเรื่องอื่น เพราะยังมีรายงาน ที่ต้องรับทราบอีกหลายเรื่องครับ สรุปเลยครับ
สรุปว่าท่านประธาน สภาแห่งนี้ไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญา สภาแห่งนี้ผมบอกแล้วว่าอยากให้มีเหตุมีผล มีความคิดที่แยบยล เฉลียวฉลาดที่จะแก้ไขปัญหา มองแบบวิทยาศาสตร์ และต้องมี ความรัก ความห่วงใย ความไว้วางใจ สร้างความสมานฉันท์ขึ้นมา อย่าหยิบเคสที่เรามี อํานาจยื่นเข้ามาแล้วก่อให้เกิดประเด็นในทางการเมืองขึ้นมา ผมก็ขออย่างนี้ละครับ นี่คุยสั้น ๆ นะครับ และก็ขอให้ท่านผู้แทนช่วยตอบด้วย และไขเคลียร์ (Clear) ข้อข้องใจ ด้วยครับเพราะว่ามีการเอ่ยชื่อ นามสกุลเดียวกับหัวหน้าพรรคผมขึ้นมาแล้วและมีการ เลือกตั้งที่ทางใต้ด้วย ขอบคุณครับ
ท่านมีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ ก็จบการชี้แจงผมก็ถือว่าการอภิปรายเรายุตินะครับ เชิญชี้แจงครับ
กระผม นายประนูญ สุวรรณภักดี รองเลขาธิการคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะครับ ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับว่า เคสนี้ไม่มีการเมืองโดยสิ้นเชิง ไม่มีเลย เปึนเพียงแต่ว่า จังหวะที่เข้ามาเท่านั้นเองนะครับ และอนาคตก็คงจะเข้ามาเปึนระยะ ๆ ส่วนที่ว่า จะชื่ออะไร นามสกุลอะไร ก็ต้องอยู่ที่ว่าเขาได้กระทําการผิดหรือกระทําละเมิดหรือไม่ และมีเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและอยู่ในกระบวนการที่จะเสนอ ต่อรัฐสภาหรือไม่ ขอกราบเรียนท่านประธานครับผม
ท่านสมาชิกครับ ถือว่าจบการอภิปรายซักถามและถือว่าที่ประชุมได้พิจารณา
ท่านประธานครับ
พอแล้วครับท่านประเสริฐครับ พอแล้วครับท่านครับ ขอความกรุณาเถอะครับ จบแล้วครับ เชิญนั่งเลยครับจะได้ไปเรื่องอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบนะครับรายงานผล การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว นะครับ ขอบคุณท่านรองเลขาธิการ ท่านสมาชิกครับ
ต่อไประเบียบวาระที่ ๒.๔ ครับ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชี และงบการเงินกองทุนประกันสังคม ประจําป้ ๒๕๔๙ และประจําป้ ๒๕๕๐ ของสํานักงาน ประกันสังคมนะครับ
ด้วยสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้เสนอรายงานของผู้สอบบัญชี และงบการเงินกองทุนประกันสังคมประจําป้ ๒๕๔๙ และประจําป้ ๒๕๕๐ ของสํานักงาน ประกันสังคม ซึ่งสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบรับรองแล้วต่อรัฐสภา เพื่อทราบตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พุทธศักราช ๒๕๓๓ แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับที่ ๒ พุทธศักราช ๒๕๓๗ มาตรา ๒๗ ซึ่งสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงานดังกล่าวให้แก่ท่านสมาชิกแล้วนะครับ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้ซักถาม แล้วก็จะได้มีผู้มาชี้แจง ผมก็ขออนุญาตเชิญผู้ที่จะเข้ามา ชี้แจง ซึ่งมาจากสํานักงานประกันสังคม คือ ๑. นายปัุน วรรณพินิจ เลขาธิการสํานักงาน ประกันสังคม ๒. นางผจงสินปี วรรณโกวิท รองเลขาธิการสํานักงานประกันสังคม ๓. นางสุพัชรี มีครุฑ ผู้อํานวยการกองประสานการแพทย์ ๔. นางรวงทอง บุญรอด ผู้อํานวยการกองการเงินและบัญชีกองทุน และ ๕. นางรัศม์ชญา กุลวานิชไชยนันท์ ผู้อํานวยการสํานักงานบริการลงทุน เชิญท่านผู้ชี้แจงเข้าประจําที่ เชิญท่านสมาชิก อภิปรายครับ เชิญท่านสุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีคําถามที่อยากจะถามสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน ที่มาชี้แจง กรณีการตรวจสอบบัญชีและงบการเงินของกองทุนประกันสังคม
-๘๓/๑ โดยเฉพาะในหน้าที่ ๓ งบดุล ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ และ ป้ ๒๕๔๙ ผมได้ดูใน งบดุลนี้ ปรากฏว่าปัจจุบันในป้ ๒๕๕๐ มีหนี้สินและทุนถึง ๕๔๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเปึนเงินจํานวนมาก เทียบกับ ป้ ๒๕๔๙ มีหนี้สินและทุน ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในระยะเวลา ๑ ป้ บังเอิญผมก็มาเป่ดดูในรายการ งบรายได้ค่าใช้จ่าย ซึ่งกองทุนประกันสังคมได้ลงไว้ในงบรายได้ค่าใช้จ่าย ป้ ๒๕๕๐ กําไร จากการขายหลักทรัพย์ ป้ ๒๕๔๙ ปรากฏว่ากําไรจากการขายหลักทรัพย์ ๑,๑๓๙ ล้านบาท พอมา ป้ ๒๕๕๐ มีเงินมากขึ้น แต่กําไรจากการขายหลักทรัพย์กลับลดน้อยลง เหลือแค่ ๑,๐๘๖ ล้านบาท มันหายไป ๕๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่รู้ว่าเปึนเพราะการ บริหารงานไร้ประสิทธิภาพ หรือไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์และเกิดเจ๊ง พูดง่าย ๆ ว่าหุ้น ราคาตกไม่มีกําไร ทําให้เงินพี่น้องประชาชนที่สะสมไว้ในหลักประกันสังคมเสียหาย ก็อยากจะสอบถามผู้ตรวจสอบบัญชี หรือสํานักงานประกันสังคมว่า ได้มีการตรวจสอบ ไหมว่าผู้บริหารนั้นตัดสินใจผิดพลาด ในการที่จะนําเงินกองทุนประกันสังคมไปซื้อขายหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ หรือมีการไปซื้อขายหุ้นที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้บริหารของกองทุน ประกันสังคมมีหรือไม่ เพราะกองทุนประกันสังคมเปึนกองทุนใหญ่ครับ ก็ได้ข่าวมา ไม่ค่อยดีมากมายว่าผู้บริหารกองทุนนั้นใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ไม่ได้เปึนไปตามวัตถุประสงค์ ใช้ตามอําเภอใจ แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็มีส่วนที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว สั่งการให้ผู้บริหารของกองทุนประกันสังคมทําตามที่ใจตนเองปรารถนา สิ่งเหล่านี้ อยากจะถามว่าสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ลงไปดูในรายละเอียดหรือไม่ หรือว่าใช้หลัก วิชาการดูตามหลักบัญชีแค่นั้น เมื่อสักครู่ ป.ป.ช. ก็เข้ามาในสภาแห่งนี้ ป.ป.ช. ทํางาน โดยมีข้อร้องเรียนถึงจะเข้าไปตรวจสอบ ผมถึงได้พูดฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า เวลาจะดําเนินการควรจะทํางานในเชิงรุก อย่างกรณีอย่างนี้ ที่น่าเอะใจที่สุด คือในงบรายได้ค่าใช้จ่าย ในหน้าที่ ๔ หนี้สงสัยจะสูญ ท่านประธานเป่ดตัวเลขตามผม ป้ ๒๕๔๙ มีหนี้สงสัยจะสูญ ๓๗๗ ล้านบาท ไม่น้อยเลยนะครับ พอมา ป้ ๒๕๕๐ หนี้สงสัยจะสูญ ๒๘๔ ล้านบาท มันเยอะมากท่านประธาน ก็อยากจะถามล่ะครับว่า หนี้สงสัยจะสูญ ที่ท่านรายงานต่อสภาแห่งนี้ คือหนี้อะไร ผู้บริหารเอาไปทําอะไร มันถึง ล่อแหลม มันถึงเสียหาย หนี้อย่างนี้ไม่ใช่ธรรมดา ภาษานายธนาคารเขาเรียกว่าเปึน เอ็นพีแอล (NPL) เพราะฉะนั้นอยากจะขอรับฟังคําชี้แจง นอกจากนั้นแล้วครับ ท่านประธาน ค่าใช้จ่ายในการบริหารสํานักงาน ป้ ๒๕๔๙ ๓,๓๖๙ ล้านบาท แต่เปึนที่น่า แปลกใจ ป้ ๒๕๕๐ ลดลง ถามว่าดีไหม ดีครับ ลดลงเหลือ ๒,๑๙๗ ล้านบาท หายไปตั้ง ๑,๒๐๐ ล้านบาท มันก็น่าตกใจเหมือนกันว่าทําไมค่าใช้จ่ายในการบริหารสํานักงานลดลง หรือมีการไล่ข้าราชการของสํานักงานประกันสังคมออก หรือว่าป้ ๒๕๔๙ จ่ายเงินเดือน มากเกินไป ป้ ๒๕๕๐ เลยต้องตัดเงินเดือนลง หรือมีการคํานวณผิดพลาดให้ผู้บริหาร เอาไปใช้สุรุ่ยสุร่าย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องการคําชี้แจงท่านประธาน ผมหวังว่าสํานักงาน ประกันสังคมหรือผู้มาชี้แจงคงจะจดบันทึก ผมไม่เห็นใครเขียนบันทึกไว้เลย แล้วจะ จําคําตอบให้ผมได้หรือไม่ ฝากแค่นี้ ตอบให้ตรงประเด็น ผมรอฟังคําตอบอยู่ครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขอประทานอภัยท่านประธานเมื่อสักครู่สอดบัตรช้าไปนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ เงินกองทุนที่เข้าสมทบจากสมาชิกที่เราไปคิดกันไว้ แล้วก็ให้เขาเข้ามา สมทบก็อยากจะเรียนถามว่า อัตราที่คิดว่าให้เขาสมทบเข้ามากับอัตราที่จะให้คืนไป คิดคืนให้เขามันมีผลของการคิดตอบแทนกลับไปมันมีความเหมาะสมมากน้อยขนาดไหน เท่าที่ผมดูท่านประธานครับ กองทุนนี้ตั้งมาไม่กี่ป้ แต่ถ้าเราดูจากผลการดําเนินการจะเห็น ว่ากองทุนนี้โตมากพอสมควรแล้ว เยอะดีทีเดียว จํานวนเงินมากเลย สิ่งเหล่านี้ก็ต้องบอก กับท่านประธานผ่านไปทางกองทุนว่า ได้คิดเงินกองทุนให้เขากลับไปมีความเหมาะสม เปึนธรรมมากน้อยขนาดไหน สิ่งสําคัญก็คือ ผมจําได้เลยครับ ก่อนที่จะเข้ามาดําเนินการ ก็บอกกันโอ้ โน้น นี่ เยอะแยะไปหมด ผลของการดําเนินการแล้วมันเปึนอย่างนั้นหรือไม่ ไม่ว่าในเรื่องของสวัสดิการ ในเรื่องของอะไรต่าง ๆ ที่จะให้ได้รับผลการตอบแทนท่าน ได้คิด ได้เพิ่มเติมให้กับเขาเหล่านั้นมากน้อยเพียงใด กับระยะของเงินที่ท่านได้มาต้อง บอกว่าวัตถุประสงค์ของการตั้งกองทุนหรือสํานักงานกองทุนประกันสังคมขึ้นมา ผมเชื่อ ว่าท่านคงได้ตระหนักแล้วก็เข้าใจว่าทําขึ้นมานั้นเพื่อเปึนหลักของคนเหล่านั้น เพื่อให้มี ความสุข มีชีวิตที่ดีขึ้น มีบั้นปลายแห่งชีวิตที่มีความดี ความงาม ผมเชื่อว่าท่านมีหลัก อย่างนั้น แต่ถ้ามีหลักอย่างนั้นเราก็คงต้องบอกว่า เราต้องไม่มุ่งแสวงหาผลกําไร แต่ใน ขณะเดียวกันเราก็คงต้องบอกว่า ถ้าไม่หากําไรมากในลักษณะของกําไรกับสมาชิก ไม่ได้ กําไรต่อการเข้ามาในกองทุนเพื่อไปแสวงหาผลประโยชน์เข้ากองทุนนั่นคนละแบบ ที่ผมพูดนั่นก็คือหมายความว่า แสวงหาผลกําไรกับเพื่อนสมาชิกหรือบุคคลที่เข้าอยู่ใน กองทุนประกันสังคมแห่งนี้ และเช่นเดียวกันถ้าหากเราได้คิดคํานวณไปแล้วปรากฏว่า ผลของกําไร หรือผลของรายได้ในกองทุนเราเพิ่มเติมหรือมากขึ้น เราคงต้องไปคิดต่อว่า สัดส่วนของกําไรหรือความโตของกองทุนมันมาก มันน่าจะดําเนินการในเรื่องของ เงินเหล่านั้นที่เปึนเม็ดเงินเพิ่มเติมที่เราคิดว่ามันเปึนอัตราส่วนที่เราเคยคาดหวังว่าเกินกว่า ในอดีตที่เราคาดไว้ แล้วมันก็เปึนเม็ดเงินลักษณะที่มีความปลอดภัย นั่นหมายความว่า ไม่ใช่ว่าเราเอาเม็ดเงิน จํานวนเงินส่งไปยังสมาชิกทั้งหมด ถ้าอย่างนั้น กองทุนเราก็คงจะอยู่ลําบาก แล้วก็อยู่ ไม่ได้ แต่ในที่นี้ผมหมายความว่า อยู่ในที่ของความปลอดภัยของกองทุนนั้นก็มีสูง แต่ ในขณะเดียวกันกองทุนก็อยู่ได้ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไปหาเรื่องราวต่าง ๆ หรือกิจกรรม ต่าง ๆ ให้กับมวลสมาชิกเพิ่มเติมยิ่งขึ้น ให้สมาชิกเหล่านั้นได้มีสวัสดิการที่เพิ่มขึ้น หรือ มีค่าตอบแทน หรือมีเม็ดเงินในการที่จะดูแลเขามากขึ้น หรือการขยายระยะเวลาของการ ดูแล เดิมเคยรักษาพยาบาล เราดูแลไปจํานวน ๑๘๐ วัน เราก็ขยายไปสัก ๑ ป้ได้ไหม เดิมเราขยาย ๑ ป้ เราเพิ่มเปึน ๒ ป้ได้ไหม ในขณะเดียวกันการที่ไม่ได้ทํางาน เราบอกว่า เราให้ ๖ เดือน เราบอกเปลี่ยนใหม่ได้ไหมเปึน ๑๒ เดือน อะไรทํานองอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่ อยากจะกราบเรียนต่อท่านครับว่า อยากจะให้ท่านไปช่วยดู แล้วก็ตอบผมด้วยว่า ท่านได้ทําในลักษณะนี้มากน้อยขนาดไหน อย่างไร บางครั้งท่านได้ทําแล้ว แต่ว่าท่านก็ ไม่ได้บอก หรือไม่มีเวลาบอก หรือการประชาสัมพันธ์อาจจะเรียกว่ายังไม่กว้างขวาง เท่าที่ควร ผมในฐานะสมาชิกก็อยากจะทราบเหมือนกันว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าท่านได้ทําแล้ว แล้วเพิ่มเติมแล้วก็ดีขึ้นเปึนเงาตามตัวนั้นผมก็ดีใจว่ากองทุนนั้นได้ทํา แต่ถ้ายังไม่ได้ทํา ก็ ขอฝากไว้ว่าสิ่งเหล่านี้คงต้องคิดแล้วก็ต้องทํา เพื่อที่อะไร เพื่อที่มวลสมาชิกทั้งหลาย ก็คือ บุคลากรของเราทั้งนั้น เขาจะได้มีที่พึ่ง ที่หวัง ที่พิงได้ในขณะนี้ อยากจะกราบเรียนครับว่า สังคมเราก็คงต้องพัฒนาต่อไป เพราะโลกเรากําลังพัฒนา หากเราไม่พัฒนาประเทศเรา เราไม่พัฒนาบุคลากรของเรา ก็คือคนของเราให้มีความเจริญศิวิไลซ์(Civilize) คือ ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตความเปึนอยู่และความปลอดภัยแล้ว ผมเชื่อว่าเราจะเปึน ประเทศที่มีปัญหาในอนาคต เพราะเมื่อคนอื่นเขาเพิ่มเติมในเรื่องของสิ่งเหล่านี้มากขึ้น เรามีปัญหา ท้ายที่สุดปัญหาก็จะทับถมเรา อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กองทุนนะครับว่าผมเห็นตัวเม็ดเงินของกองทุนเยอะเหลือเกิน แล้วเพื่อนสมาชิกก็ได้เรียน ชี้แจงไปว่าได้เอางินไปซื้อหุ้น ซื้อพันธบัตร หรืออะไรก็ตามแต่ ในลักษณะของกองทุน ผมเชื่อว่ากองทุนนี้คงมีความปลอดภัยค่อนข้างที่จะสูง เท่าที่ผมได้ศึกษา แม้แต่บางครั้ง อาจจะมีหนี้ที่สงสัยจะสูญ หรือหนี้จะสูญอะไรก็ตามแต่ แต่เท่าที่ดูแล้วสัดส่วนไม่มาก ที่เท่าควร อย่างไรก็ตามแต่ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ผมเองมีสิ่งหนึ่งที่พี่น้อง ประชาชนหรือคนที่เขาอยากจะถามอยากจะรู้ อยากจะนั่น คําตอบก็คือว่าเม็ดเงินบางครั้ง เราคงต้องบอกว่าเม็ดเงินเหล่านี้ มันเปึนเม็ดเงินของพี่น้องประชาชน ถ้าเราจะได้ส่งเสริม กันมันก็จะช่วยได้ดียิ่งขึ้น ผมไม่แน่ใจว่าเม็ดเงินตรงนี้เราไปฝากไว้ที่ไหน ถ้าเกิดว่า เราไปฝากไว้ธนาคารที่เปึนลักษณะของธนาคารรัฐ หรือธนาคารรัฐวิสาหกิจในทํานองนั้น มันก็จะช่วยพี่น้องประชาชน หรือคนที่ประกอบการเปึนลักษณะธุรกิจขนาดย่อม หรือขนาดเล็กได้ดียิ่งขึ้น เพราะเม็ดเงินเหล่านั้นมันก็จะกลับคืน ย้อนคืน เพราะว่าธนาคาร หรือสถาบันการเงินเหล่านั้น เขาก็จะไม่มีเม็ดเงินในการที่ดูแล ครั้นเขาอยากปล่อยก็ไม่มี เงินจะไปปล่อย แต่ปรากฏว่าบางครั้งองค์กรของเรากันเอง เราก็เอาไปฝากในสถาบัน การเงินอื่น ที่ไม่ได้เปึนสถาบันการเงินเช่นนี้แล้วท้ายที่สุดมันก็คือเอกชน หรือคนเหล่านั้น เขาก็ได้ประโยชน์ไป แต่แทนที่จะเปึนประโยชน์อย่างนี้ แทนที่จะเปึนประโยชน์ชั้นที่ ๑ ประโยชน์ชั้นที่ ๒ ประโยชน์ชั้นที่ ๓ มันจะหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปเปึนผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ทุกหมู่เหล่า มันไม่ได้เปึนอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนว่าผมเองอยากจะทราบว่า แล้วเม็ดเงินเหล่านี้ไปอยู่ในธนาคารไหน สถาบัน การเงินใด สิ่งนี้อยากเห็น อยากทราบ แต่ถ้าท่านบอกว่าเปึนสถาบันการเงินที่มีความ ปลอดภัยสูง ผมบอกได้เลยว่าทุกสถาบันปลอดภัยสูงหมด เมื่อวานนี้ก็บอกไปทีหนึ่งแล้ว เขาบอกว่าสหกรณ์มันไม่ได้ มันจะขาดทุน มันจะเจ๊ง มันจะล้มละลาย มันจะล้มละลายได้อย่างไร พี่น้องประชาชนไปฝากมันไม่หายไปไหน ถ้ารัฐบาลคุ้ม คุ้มประกันหรือคุ้มครองเงินฝาก ในขณะนี้ต้องบอกว่าสถาบันการเงินทุกธนาคารรัฐบาล เปึนประกัน ไปฝากธนาคารไหน ๑๐๐ บาทก็เอาคืนได้ ๑๐๐ บาท ไม่มีหรอกครับที่เอาคืน ไม่ได้ ทุกธนาคารเหมือนกัน เพราะอะไรครับ เพราะรัฐบาลเปึนผู้ค้ําประกันทุกธนาคาร แม้ว่าธนาคารนั้นจะเปึนธนาคารของเอกชนก็ตามแต่ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในชาติบ้านเมือง ของเรา แทนที่จะไปคุ้มครองหรือคุ้มประกันกับธนาคารที่เปึนของรัฐ แต่ปรากฏ เอาทุกธนาคารเลย อย่างนี้เปึนต้น มันเหมือนกับอะไรรู้ไหมครับ เหมือนกับว่าคุณไปทํา ธุรกิจแล้วกัน ธุรกิจไม่ใช่ของผมหรอก ของใครก็ไม่รู้ แต่เดี๋ยวผมไปช่วยค้ํา ถ้าคุณเจ๊งไม่เปึน อะไร เดี๋ยวผมจ่ายเอง อย่างนี้มันคงไม่ไหว บ้านเมืองก็อยากจะกราบเรียนครับว่าเม็ดเงินนั้น ก็อยากจะทราบว่าไปอยู่ที่สถาบันการเงินใดบ้างมากน้อยขนาดไหน แต่ถ้าไปอยู่สถาบัน การเงินที่เปึนเอกชน ขออนุญาตพูดในที่นี้ขออนุญาตขอดึงกลับมาทั้งหมด เอาไปให้อยู่ใน สถาบันการเงินที่เปึนของรัฐที่เปึนผู้ถือหุ้นมากก็คือพูดง่าย ๆ ที่เปึนอะไร กระทรวงการคลัง ถือหุ้นที่ใหญ่และที่มากที่สุดที่เปึนไปได้ เช่น ธนาคารกรุงไทย อย่างนี้เปึนต้น ก็อยากจะ กราบเรียน หรือ เอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) อย่างนี้เปึนต้น สิ่งเหล่านี้หรือธนาคาร ออมสินอย่างนั้น ก็จะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรหรือพี่น้องประชาชนคนทั่วไป ไม่ว่า จะข้าราชการก็ได้มีโอกาสมากขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนครับว่าเมื่อเม็ดเงินจํานวนนี้มัน มากขึ้นไปอยู่ในสถาบันการเงินเหล่านี้ ก็จะทําให้สถาบันการเงินเหล่านั้นสามารถที่จะมี ต้นทุนที่ต่ําลง เพราะอะไร เพราะว่าไม่ต้องใช้บุคลากรมากในการที่จะต้องไปจูงใจ หรือไปโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อหาลูกค้า แล้วก็ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ในการที่จะต้องไป คอยรับเงินฝากทีละไม่กี่บาท ไม่มากนัก บัญชีเล็ก ๆ บัญชีหนึ่งไม่เท่าไร แต่ปรากฏว่า ให้บัญชีใหญ่ แค่คนเดียว ๒ คนทําได้ ประหยัดบุคลากรไปได้เยอะมากมายมหาศาล ผลกําไรเหล่านั้นก็จะตกกับธนาคารเหล่านั้น ธนาคารเล็ก ๆ ธนาคารเช่นนั้น ก็ไม่จําเปึนต้องไปกู้กับธนาคารสถาบันการเงินใหญ่ ๆ เพื่อเอามาปล่อยในราคาที่สูงขึ้น สิ่งเหล่านี้มันก็จะเปึนเม็ดเงินที่ย้อน ผมเชื่อว่ากองทุนนี้จะทําอานิสงส์ที่เปึนอานิสงส์ กับพี่น้องประชาชนได้เปึนอย่างดี เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะกราบเรียนต่อท่านว่า สิ่งเหล่านี้คงต้องช่วยกันคิด แล้วก็ช่วยกันทํา แต่ในการนําเสนอผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ก็คงจะ เปึนส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยพี่น้องประชาชน หรือภาคธุรกิจให้มันดียิ่งขึ้น ที่จะมีเม็ดเงิน ในการที่จะหลั่งไหล ในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนก็ได้สมประโยชน์กันทุกคน โดยถ้วนทั่ว อยากจะกราบเรียนครับว่าการนําเสนอของท่านผมเองก็คงไม่ติติงอะไร นะครับ เพราะว่าเท่าที่ดูแล้วก็ตรวจสอบก็อยู่ในขั้นที่เรียกว่า ดีขึ้น แล้วก็ ดี อยากจะ กราบขอบคุณ แต่อย่างไรก็ตามแต่ให้กําลังใจ แล้วก็ขอกราบขอบคุณ ขอบคุณครับ
ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ตัวแทนกองทุนประกันสังคม สํานักงานประกันสังคมมารายงาน ต่อสภา ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ก็ขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับกองทุน ของท่านสักเล็กน้อย เพราะว่ามีข้อสงสัยที่ควรจะถามท่าน แม้นว่าอาจจะทําให้ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะต้องเสียเวลาไปบ้าง แต่ผมจะพยายามอภิปรายรวบรัด และกระชับประเด็นให้สั้นที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ กองทุนประกันสังคมมีเงิน นับแสนล้านบาท สิ่งที่ผมสงสัยก็คือว่าผมเกรงว่าที่ท่านระบุว่ากําไรจากการ ขายหลักทรัพย์ป้ที่แล้ว ประทานโทษนะครับ ป้ ๒๕๔๙ ได้กําไร ๑,๑๓๙ ล้านบาทเศษ ป้ ๒๕๕๐ ได้กําไร ๑,๐๘๖ ล้านบาทเศษ ก็ลดลง ผมเปึนห่วงและกังวลใจว่ากองทุน ของท่านจะเปึนแบบกองทุน กบข. ที่ไปลงทุนแล้วขาดทุน อยากจะขอถามความมั่นใจว่า การที่ท่านนําไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์นั้น จะขาดทุนหรือไม่ในอนาคต เพราะถ้าเปึน การสุ่มเสี่ยง กองทุนก็ควรที่จะพิจารณาว่าสมควรที่จะนําไปลงทุนอีกหรือไม่
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ ๒ มีการกล่าวหากันว่าท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ซึ่งเปึนฝ์ายการเมืองเข้าไปชี้นําการ ใช้จ่ายเงินของกองทุนประกันสังคม ผมอยากทราบคําตอบจากท่านว่าเท็จจริงเปึนอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ และรวมถึงการอภิปรายตั้งข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกที่บอกว่า เงินสดของท่านนั้นไปฝากที่ธนาคารใด ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งครับว่าควรจะนํามาฝาก ในธนาคารของรัฐบาล แต่ถ้าฝากในธนาคารของเอกชนท่านมีเหตุผลใด และอยากทราบ ว่าเงินกองทุนที่เปึนเงินสดในปัจจุบันนั้นท่านฝากที่ธนาคารใดบ้าง จํานวนเท่าไร ทั้งหมด กี่ธนาคาร ท่านประธานที่เคารพครับ และอยากจะฝากข้อพิจารณาไปยังคณะกรรมการ กองทุนว่า เนื่องจากว่ากองทุนของท่านถือว่ามีเงินไปกองอยู่เปึนจํานวนมากมายมหาศาล ทีเดียว แต่ปรากฏว่าในขณะนี้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศต่างเดือดร้อนจากการ ไปกู้เงินนอกระบบ ต้องเสียดอกเปึนจํานวนมาก ขอถามว่าเงินของท่านที่มีอยู่จํานวน มากมายนั้นจะเจียดมาช่วยบรรดาพี่น้องที่ไปกู้เงินนอกระบบ ดอกเบี้ยร้อยละ ๕ ร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ ได้บ้างหรือไหม เพราะว่าจะเปึนกุศลกับพี่น้องประชาชนซึ่งไม่มี หนทางออกในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นอกจากจะไปกู้เงินนอกระบบ ซึ่งปัญหานี้ จะลุกลามเปึนปัญหาสังคมในที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ และนอกจากนี้ผมอยากจะ กราบเรียนถามท่านตัวแทนจากกองทุนประกันสังคมว่าเงินของท่านที่มีอยู่มากมาย มหาศาลนั้นสามารถเจียดมาให้กับกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้บ้างหรือไม่ เพราะ ณ วันปัจจุบันนี้มีนักเรียน นักศึกษามากกว่า ๓๐,๐๐๐ คนที่กําลังรอคอยการกู้เงินกองทุน กู้ยืมเพื่อการศึกษาจากรัฐบาล แต่ปรากฏว่ายังขาดแคลนเงินที่จะกู้ยืม ท่านประธานครับ พลิกไปดูหน้าที่ ๙ ปรากฏว่ามีเงินผูกพันที่ผู้มีสิทธิไม่มารับในป้ ๒๕๔๙ จํานวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ป้ ๒๕๕๐ เกือบ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งอยากจะถามท่านว่า ท่านจะหามาตรการอย่างไรที่จะให้เงินจํานวนดังกล่าวนั้นไปถึงแก่ผู้ที่ประกันตน หรือทายาทของผู้ประกันตน
ส่วนในกรณีว่างงาน ค่าประโยชน์ทดแทนในป้ ๒๕๔๙ กองทุนได้จ่ายไป ๑,๑๙๗ ล้านบาทเศษ ป้ ๒๕๕๐ จ่ายไป ๑,๘๕๙ ล้านบาทเศษ และคาดว่า ในป้นี้น่าจะจ่ายมากกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท เนื่องจากว่ามีคนตกงานเปึนอันมาก ท่านประธานที่เคารพครับ และรัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาการว่างงานโดยการสร้าง งานให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนในการนําเงินไปลงทุนในโครงการต่าง ๆ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมจึงอยากจะสอบถามตัวแทนของกองทุนในคําตอบต่าง ๆ ที่ผมได้ถามมา เพื่อที่จะเปึนประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน และในท้ายที่สุดนั้น ท่านควรที่จะบอก กล่าวกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่ากองทุนประกันสังคมนั้นมีประโยชน์มากมาย มหาศาลต่อพ่อแม่พี่น้องผู้ใช้แรงงานอย่างไร อย่างน้อยที่สุดเพื่อที่จะให้คนไม่รู้ได้รู้ และ คนที่จะมีสิทธิได้มาใช้สิทธิ และได้มารับเงินที่ตกค้างไว้ที่ท่าน แล้วท่านควรจะหา มาตรการในการที่จะจ่ายเงินให้กับผู้ประกันตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น อาจจะผ่าน บัญชีธนาคาร หรือถ้าไม่มารับจะให้เปึนมรดกตกทอดแก่ทายาทได้อย่างไร ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านบรรพตครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบสัดส่วนครับ ผมจะขออนุญาตอภิปรายในส่วนของการ เปลี่ยนแปลงนโยบาย ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้สํานักงานประกันสังคมได้ประกาศออกมา แล้วผม ก็คิดว่าในความคิดเห็นส่วนตัว ถึงแม้ว่าบางท่านจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในทํานองว่า ไปทําให้เสียสิทธิในโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ตาม สิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา ก็อยากจะได้รับทราบคําตอบจากผู้ที่มาชี้แจงผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก็คือประเด็นว่าในขณะนี้สํานักงานประกันสังคมได้ขยายสิทธิให้ครอบคลุมในเรื่องของ การประกันตนถึงครอบครัวของผู้ประกันตนด้วย ทําให้ผู้ที่อยู่ในข่ายในการมีหลักประกันทางด้านสุขภาพขยายออกมาอีกเปึนจํานวนมาก เรื่องนี้ผมก็มองในแง่ที่คิดว่าเปึนการลดภาระค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพแล้ว ผมก็คิดว่า เปึนเรื่องที่ดี เนื่องจากว่ากองทุนของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในขณะนี้ ก็ต้องแบกรับผู้ที่จะต้องได้รับสวัสดิการทางด้านการรักษาพยาบาลต่าง ๆ นี่นะครับ เปึนจํานวนครอบคลุมถึง ๔๗ ล้านคน ในขณะที่กองทุนประกันสังคมผมเข้าใจว่าคงมี ในตัวเลขที่ประมาณ ๑๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นในการที่ขยายไปถึงครอบครัว ของผู้ประกันตนในของโครงการประกันสังคมภายใต้การบริหารงานของสํานักงาน ประกันสังคมผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดี เพราะตรงนี้จะเปึนการที่เรียกว่า ลดภาระค่าใช้จ่าย ของโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติลงมา จึงอยากจะถามในเรื่องของที่มาตรงนี้ นโยบายตรงนี้นะครับว่า คณะกรรมการหลักประกันสังคมมีแนวคิดอย่างไร แล้วจะ ปัองกันไม่ให้เกิดการเสียสิทธิถ้าหากว่าจะต้องมีผู้ที่ได้รับสิทธิตามโครงการหลักประกัน สุขภาพส่วนหนึ่งที่จะต้องเปลี่ยนแปลงมาใช้สิทธิของสํานักงานประกันสังคม เพราะ ทางจุดนี้ก็มีคนกล่าวกันว่าสิทธิที่อยู่ในโครงการหลักประกันสุขภาพดีกว่าสิทธิที่ได้รับจาก สํานักงานประกันสังคม
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะทราบก็คือว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทาง ท่านรัฐมนตรีหรือไม่ อย่างไร ตามความเข้าใจของผมคณะกรรมการประกันสังคมมีอิสระ ในการที่จะพิจารณาในเรื่องของนโยบาย ที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายในการที่จะดูแล ผู้ประกันตนตามโครงการประกันสังคมที่เปึนเรื่องของลูกจ้าง นายจ้างว่าบัดนี้ขยายถึง ครอบครัวของลูกจ้างด้วย ซึ่งผมก็คิดว่าเปึนเรื่องที่ดีนะครับ เพราะดังกล่าวก็คือว่าเปึนการ ลดภาระของค่าใช้จ่ายของโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติซึ่งจะต้องแบกรับภาระ ถึง ๔๗ ล้านคนลงมา เปึนเรื่องที่จะทําให้งบประมาณค่าใช้จ่ายของประเทศนั้นในป้ ต่อ ๆ ไปคงจะลดลงตามด้วย เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะทราบว่าที่มาของแนวคิดนี้ คืออย่างไร และท่านจะปัองกันผลกระทบที่จะทําให้เกิดการเสียสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ถ้าหากว่าคนจํานวนหนึ่งที่จะต้องมาเลือกใช้ที่อยู่ในสภาพของครอบครัวของผู้ประกันตน ที่เปึนลูกจ้างท่านจะมีวิธีการที่จะปัองกันไม่ให้เขาเสียสิทธิได้อย่างไร อันนี้เปึนประเด็น ที่ผมคิดว่าเปึนการเคลื่อนของนโยบายที่มีความสําคัญ อย่างที่ได้รับคําชี้แจงจากกองทุน ประกันสังคม เนื่องจากว่ากองทุนประกันสังคมนั้นมีกองทุนจํานวนเงินค่อนข้างจะมาก เพราะฉะนั้นในการที่จะเข้ามาช่วยเหลือเจือจุนภาระงบประมาณด้านสุขภาพ ของประเทศชาติได้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดี
อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าในเรื่องนี้ถ้าจะพูดกันแล้วถึงแม้ว่าโครงการเกี่ยวกับ เรื่องของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่จะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณเปึน จํานวนมาก ในขณะที่กองทุนประกันสังคมก็มีจํานวนเงินกองทุนค่อนข้างจะเยอะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าถ้าคณะกรรมการประกันสังคมมีแนวคิด มีนโยบายที่จะลด ภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงมา ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดีนะครับ แต่อย่าให้เกิดภาพในเชิงลบที่ว่ากองทุนประกันสังคมนั้น ต้องการที่จะเพิ่มประชาชนเข้ามาอยู่ในโครงการของตัวเอง เพราะเกรงว่ากองทุน ของตัวเองนั้นต่อไปอาจจะถูกกลืนโดยโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นะครับ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าคงจะต้องการคําตอบจากผู้ที่มาชี้แจงนะครับ ถึงแม้ว่า จะไม่เกี่ยวกับเรื่องบัญน้ําบัญชีอะไรก็ตาม แต่ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สําคัญที่อยากจะ ขอให้ท่านผู้ชี้แจงได้ให้ความกระจ่างกับเรื่องนี้ผ่านมาทางท่านประธานสภาครับ ขอบพระคุณมากครับ
มีท่านสมาชิกท่านใดจะอภิปรายอีกไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ เรียนเชิญท่านผู้ชี้แจงครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ กระผม ปัุน วรรณพินิจ เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานชี้แจงผ่านไปทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นที่ท่านได้กรุณาสอบถามนะครับ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนอย่างสูงที่กรุณาให้คําแนะนํากับการทํางานของ ประกันสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ผู้ประกันตน และสมาชิกได้ทราบถึงการดําเนินงานต่าง ๆ สําหรับคําถามของท่านสมาชิกนั้นมีอยู่ หลายส่วนนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนในเรื่องที่ค่อนข้างจะใหม่สักนิดหนึ่งก่อน นะครับ คือในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงนโยบายให้การประกันสังคมนั้นครอบคลุมไปถึง บุตรและคู่สมรสของผู้ประกันตน เมื่อวานนี้ในช่วงบ่ายได้มีการประชุมคณะกรรมการ ประกันสังคมซึ่งเปึนกรรมการไตรภาคี มีทางฝ์ายนายจ้าง มีทั้งฝ์ายลูกจ้าง มีรัฐบาล ร่วมเปึนกรรมการอยู่ด้วยนะครับ คณะกรรมการนั้นมีความเห็นว่า
ประการที่ ๑ การขยายความคุ้มครองไปสู่บุตรหรือคู่สมรสของผู้ประกันตน นั้นเปึนสิ่งที่ดี แต่ต้องดูความมั่นคงของกองทุนด้วยนะครับ ในปัจจุบันนั้นกองทุนกําหนด ให้นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบ ๕ เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างลูกจ้าง ลูกจ้างจ่ายเงินสมทบ จํานวนเท่ากัน คือ ๕ เปอร์เซ็นต์ ของค่าจ้าง รัฐบาลนั้นจ่ายสมทบอยู่ที่อัตรา ๒.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนนี้เมื่อดูแล้วอาจจะมีปัญหาในการนํากลุ่มคนดังกล่าวเข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคม ถ้าเผื่อว่าไม่มีการเพิ่มอัตราเงินสมทบ ในการนี้ทางคณะรัฐมนตรีโดยท่านนายกรัฐมนตรี เองก็มีความเห็นว่า ในกรณีของการนําบุตรและคู่สมรสของผู้ประกันตนมาไว้ในระบบ ประกันสังคมนั้น ทางรัฐบาลก็จะเปึนผู้ออกเงินสมทบแต่เพียงฝ์ายเดียว เพราะฉะนั้น ในกรณีอย่างนี้นั้น กองทุนก็ไม่ขาดเสถียรภาพ ทางผู้ประกันตน ตัวแทนผู้ประกันตน คือฝ์ายนายจ้างและลูกจ้างเองก็ยอมรับในนโยบายส่วนนี้นะครับ อย่างไรก็ตามที เพื่อความรอบคอบในการดําเนินงานต่อไป คณะกรรมการประกันสังคมได้มีการจัดตั้ง คณะอนุกรรมการขึ้นมาออกรายละเอียดในเรื่องนี้ โดยประธานคณะอนุกรรมการที่จะมา พิจารณาในเรื่องรายละเอียดของการคุ้มครองบุตรและคู่สมรสนั้นจะเปึนผู้แทน ฝ์ายลูกจ้างนะครับ จะมีกรรมการฝ์ายนายจ้าง ๕ คน กรรมการฝ์ายลูกจ้างอีก ๔ คน มีกรรมการจากฝ์ายรัฐบาลทั้งหมดอีก ๖ คน ซึ่งเปึนไตรภาคีที่มาร่วมดําเนินการในส่วนนี้ และขออนุญาตกราบเรียนว่า ถามว่าหนักใจไหม ก็ค่อนข้างหนักใจนะครับ เพราะว่า ปัจจุบันนี้ผู้ประกันตนของเรามีทั้งสิ้นประมาณ ๙,๒๐๐,๐๐๐ คน แต่เบื้องต้นจากการ ประสานงานกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยนั้น ได้ตัวเลขของคู่สมรสอยู่ที่ ประมาณ ๒,๘๐๐,๐๐๐ คน มีเด็กซึ่งได้สิทธิจากประกันสังคมอยู่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่อายุยังไม่ถึง ๑๘ ป้ อีกประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน รวมแล้วก็ประมาณ ๕,๘๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นมากกว่า ๖๓ เปอร์เซ็นต์ของคนที่อยู่ในระบบประกันสังคมปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีกระบวนการที่ต้องมีการพัฒนาในหลาย ๆ ส่วนนะครับ
ในส่วนที่ ๒ ขออนุญาตกราบเรียนถึงข้อสังเกตที่ท่านเรียนถามว่า การลงทุนของประกันสังคมมีกําไรจากการขายหลักทรัพย์ในป้ ๒๕๕๐ ต่ํากว่ากําไรจากขายหลักทรัพย์ในป้ ๒๕๔๙ เปึนจํานวนทั้งสิ้นประมาณ ๕๐ กว่าล้านบาท ขออนุญาตกราบเรียนครับว่าในงบรายได้ในหน้าที่ ๔ นั้น รายได้ของเราจะได้มาตั้งแต่ ดอกเบี้ยรับ ดอกเบี้ยรับคือเงินที่เราได้จากการลงทุนในพันธบัตรหุ้นกู้ต่าง ๆ เราได้จาก เงินปันผล ก็คือหุ้นที่เราไปซื้อไว้แล้วได้ปันผลกลับมา ขณะเดียวกันก็มีหุ้นบางส่วนที่ยัง ไม่ได้ขาย แต่ว่าโดยราคาถ้าเผื่อขาย ณ วันนั้นก็มีกําไร ก็คือกําไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจาก การลงทุน เพราะฉะนั้นถ้ารวมโดยเฉพาะรายการใหญ่คือดอกเบี้ยรับนั้น ในป้ ๒๕๔๙ มีจํานวนเพียง ๑๔,๙๘๖ ล้านบาท แต่เมื่อมาป้ ๒๕๕๐ นั้น ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นไปเปึน ๑๘,๔๕๖ ล้านบาท คือเพิ่มขึ้นประมาณเกือบ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท การที่เปึนเช่นนี้ เนื่องจากว่าการลงทุนของสํานักงานประกันสังคมนั้นเน้นความไม่เสี่ยง ในปัจจุบันนั้น เราลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หรือหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่มีการค้ําประกันประมาณ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ของเงินทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ณ วันนี้ ส่วนที่เหลือ ประมาณ ๑๗ – ๑๘ เปอร์เซ็นต์นั้นเปึนการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เช่น หุ้น หรือว่าหุ้นกู้บางส่วนที่ไม่มีการค้ําประกัน
ส่วนที่ ๒ ในเรื่องของหนี้สงสัยจะสูญ ในป้ ๒๕๔๙ มีทั้งสิ้น ๓๗๗ ล้านบาท แต่พอมาป้ ๒๕๕๐ ลดลงเหลือ ๒๘๔ ล้านบาท ตามงบดุลหน้าที่ ๔ ขออนุญาตกราบเรียน ว่าหนี้สงสัยที่จะสูญนั้นเราคํานวณจากเงินสมทบที่เราได้รับจากนายจ้างและลูกจ้าง เปึนรายเดือน มีกรณีที่ว่านายจ้างหลายรายได้ค้างเงินสมทบส่วนนี้ เพราะฉะนั้นเราก็มี ตั้งเกณฑ์เผื่อหนี้สงสัยว่าจะสูญไว้ในลักษณะที่ว่า ถ้านายจ้างค้างหนี้ ๓ เดือน แต่ไม่เกิน ๑ ป้ เราก็ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญอยู่ที่ร้อยละ ๔๐ แต่ถ้าหนี้ค้างเกิน ๑ ป้ แต่ไม่เกิน ๒ ป้ เราตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ร้อยละ ๘๐ ถ้าหนี้ค้างเกิน ๒ ป้ขึ้นไป ก็จะตั้งค่าเผื่อหนี้ สงสัยจะสูญที่ร้อยละ ๙๕ เพราะฉะนั้นในทั้ง ๓ เกณฑ์ ทั้ง ๓ เดือนขึ้นไป ๑ ป้ขึ้นไป และ ๒ ป้ขึ้นไป รวมอยู่ในหนี้สงสัยที่จะสูญ เพราะฉะนั้นโดยกระบวนการในป้ ๒๕๕๐ นั้น มีกระบวนการทํางานเร่งรัดติดตามหนี้อย่างรวดเร็วขึ้น เรื่องหนี้สงสัยที่จะสูญจึงมีจํานวน ที่ลดลงในส่วนนี้นะครับ
สําหรับค่าใช้จ่ายในการบริหารสํานักงานนั้น ในป้ ๒๕๔๙ อยู่ที่ประมาณ ๓,๓๖๙ ล้านบาท แต่พอมาป้ ๒๕๕๐ อยู่ที่ประมาณ ๒,๑๙๗ ล้านบาท ลดลง การที่ลดลง นั้นส่วนหนึ่งเปึนผลมาจากการระมัดระวังการเปลี่ยนรัฐบาลในช่วงของการปฏิรูป ปฏิวัติ ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๙ มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยระดับหนึ่ง
ในส่วนต่อไปที่ขออนุญาตกราบเรียนท่านก็คือว่า ท่านถามว่าการลงทุน ในหุ้นจะขาดทุนหรือไม่ ถามว่าจะขาดทุนไหม มีครับ ที่ขาดทุน แต่เปึนจํานวนส่วนน้อย เท่าที่พบมาเราลงทุนในหุ้นบางตัวที่ขาดทุน แต่ตัวนั้นตัวเดียวกันพอเวลาผ่านไปก็ได้กําไร ขึ้นอยู่กับว่าเราจะขายแค่ไหน อย่างไร เนื่องจากนโยบายของเรานั้นเราจะลงทุนในหุ้นที่มี ความมั่นคงสูง คือได้เงินปันผลเปึนหลัก เพราะฉะนั้นถ้าไม่จําเปึนจริง ๆ แล้วเราก็จะถือ กินปันผลไป จนกระทั่งเห็นว่าราคาเหมาะสม จึงมีการทํากําไรขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น ในปลายป้ที่แล้วเมื่อหุ้นราคาลงเราก็ถือไว้กินปันผล แต่พอมาเมื่อประมาณ ๒ เดือนที่ผ่าน มาปรากฏว่าหุ้นราคาดีขึ้น เราเห็นช่องทางทํากําไรเราก็ขายออก ถามว่าขณะนี้หุ้นที่เราถือ อยู่ทั้งหมดนั้นกําไรหรือยัง ถ้าขายถึงวันนี้ทั้งหมด กําไรครับ เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพได้ทราบว่าราคาเฉลี่ยของหุ้นที่เราถืออยู่ขณะนี้ อินเดคซ์ (Index) อยู่ที่ ประมาณ ๕๗๐ เพราะขณะนี้เงินอินเดคซ์สูงขึ้นไปถึงประมาณ ๖๔๐ นั้นเราได้กําไร อาจจะไม่ทุกตัว แต่ว่าได้กําไร เราจะต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนในส่วนนี้ ค่อนข้างสูง
ข้อต่อไปมีคําถามว่าท่านรัฐมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องในการลงทุนอย่างไร คําตอบ คือ ท่านไม่สามารถเข้ามาเกี่ยวข้องได้เลย การลงทุน การกําหนดนโยบาย การจะ ซื้อหุ้นหรือไม่ซื้อหุ้น การจะซื้อหุ้นจํานวนเท่าไร จะซื้อพันธบัตรเท่าไร จะมีแผนการลงทุน ๓ ป้ แผนการลงทุน ๕ ป้ ที่อนุมัติโดยคณะกรรมการประกันสังคม เมื่ออนุมัติในกรอบใหญ่ แล้ว ก็จะมีอนุกรรมการบริหารการลงทุน ซึ่งมีท่านพิชัย ชุณหวชิร เปึนประธาน แล้วก็มี ไตรภาคี คือ นายจ้าง ลูกจ้างร่วมอยู่ด้วย ก็มากรองว่าถ้าเผื่อบอร์ดอนุมัติให้ลงทุนในหุ้นได้ ๗ เปอร์เซ็นต์ ควรจะแบ่งเปึน ๗ เปอร์เซ็นต์ จริงไหม หรือควรจะแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ หรือควรจะแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ จากนั้นกระบวนการที่จะไปซื้อหุ้นว่าจะซื้อหุ้นไหน เมื่อไร อย่างไรนั้นก็มีคณะกรรมการจัดการการลงทุน ซึ่งจะมีการวิเคราะห์เปึนรายวันในส่วนนั้น แต่ทั้งหมดต้องทําภายใต้นโยบายที่กําหนดมาโดยบอร์ดประกันสังคม กําหนดโดย อนุกรรมการบริหารการลงทุน เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องในส่วนนี้ แต่ประการใดทั้งสิ้น
ในส่วนที่มีคําถามว่าประกันสังคมจะเจียดเงินที่มีอยู่เยอะ ๆ ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มาปล่อยกู้ได้บ้างหรือไม่ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าทางเราคิดครับ แต่คิดแล้ว ก็พบข้อจํากัดว่าเราไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการปล่อยกู้ อันที่ ๒ เราไม่มี ความเชี่ยวชาญ ไม่มีอัตรากําลังเพียงพอที่จะไปติดตามหนี้จากการปล่อยกู้ เพราะฉะนั้น กระบวนการทั้งหมดเราก็จะปล่อยกู้ผ่านธนาคาร ยกตัวอย่างเช่น อย่างปัจจุบันนี้ในภาวะ เศรษฐกิจ เราก็ปล่อยกู้ผ่านทาง เอสเอ็มอี แบงก์ เอาเงินไปวางที่ เอสเอ็มอี แบงก์ ขณะนี้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท และอาจจะสูงสุดถึงประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้ปล่อยกู้กับ เอสเอ็มอี ที่ประสบปัญหาทางธุรกิจให้มากู้เงิน โดยเราขอคิดอัตราดอกเบี้ยจากธนาคาร เอสเอ็มอี เพียงแค่ ๑เปอร์เซ็นต์ แต่ เอสเอ็มอี นั้นก็ไปปล่อยกู้กับลูกค้าอยู่ที่ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ หรืออย่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เราก็มีวงเงินที่จะ ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรไปปล่อยกู้ให้กับผู้ประกันตนที่ตกงาน วงเงินสูงสุดที่เราเตรียมไว้คือประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขณะนี้ทราบว่ายังปล่อยกู้ไป ได้ไม่มากนัก กระบวนการนี้คือว่า เราใช้กระบวนการของธนาคารในการที่จะไปปฏิบัติการ ในเรื่องการวิเคราะห์สินเชื่อและการติดตามหนี้ โดยทางประกันสังคมจะได้รับหลักประกัน ก็คือว่า เงินดอกเบี้ยที่ได้นั้นจะต่ํากว่าราคาตลาดที่เปึนปัจจุบัน ทีนี้เมื่อพูดถึงการปล่อย เงินฝาก ปัจจุบันในวงเงิน ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่มีอยู่นั้นเราเอาไปฝากธนาคารต่าง ๆ อยู่ ที่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในธนาคารของรัฐ จะมีบางส่วนที่อยู่ ในธนาคารเอกชน แต่ที่เราไปลงได้ก็เนื่องจากว่ารัฐบาลค้ําประกันเงินฝาก อย่างธนาคาร ที่เราไปปล่อยทั่วไป อย่างเช่นธนาคารธนชาต ธนาคารนครหลวง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา อย่างธนาคารแห่งรัฐที่เราไปปล่อยเปึนส่วนใหญ่ ก็คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร แล้วก็ เอสเอ็มอี อาจจะรวมถึงธนาคารอิสลามซึ่งอยู่ในโครงการที่จะเข้าร่วมกับเราในการดูแล ประชาชนใน ๓ จังหวัดภาคใต้ด้วย
ในส่วนของประโยชน์ทดแทน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในแต่ละป้นั้น เราได้เงินสมทบอยู่ที่ประมาณ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยกตัวอย่างเช่น ในป้ ๒๕๔๙ เราได้รับเงินสมทบทั้งสิ้น ๙๒,๓๒๘ ล้านบาท แต่เราจ่ายประโยชน์ไปเพียง ๒๙,๒๖๑ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๐ เราได้เงินสมทบมาทั้งสิ้น ๙๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่เราจ่ายประโยชน์ ไปจํานวนทั้งสิ้น ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลที่เราจ่ายน้อยเนื่องจากว่าเงินส่วนใหญ่ เปึนเงินชราภาพที่ผู้ประกันตนฝากเอาไว้ เงินชราภาพนั้นในสัดส่วนของเงินสมทบที่ลูกจ้าง จ่าย ๕ เปอร์เซ็นต์ นายจ้างจ่าย ๕ เปอร์เซ็นต์นั้นจะเปึนส่วนของเงินชราภาพทั้งหมด ฝ์ายละ ๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเงินส่วนใหญ่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินสมทบ ที่ได้นั้นจะเก็บไว้เพื่อให้ลูกจ้างที่อายุ ๕๕ ป้ แต่ยังส่งเงินสมทบไม่ครบ ๑๕ ป้ คือ ๑๘๐ เดือน ได้บําเหน็จกลับไป เงินบําเหน็จก็คือเงินที่ลูกจ้างเก็บ บวกเงินที่นายจ้างสมทบ รวมกับดอกผลที่ให้ ได้เท่าไรเอาไปเลย ยกตัวอย่างเช่น ขออนุญาตกล่าวนามนิดหนึ่ง คือท่าน ร้อยตํารวจตรี ชาติชาย ซึ่งเปึน นักบินของ บริษัท บางกอก แอร์เวย์ ซึ่งเสียชีวิตที่เกาะสมุยนั้น เราก็คํานวณมาแล้วมี บําเหน็จที่ทางท่าน ร้อยตํารวจตรี ชาติชาย ได้สะสมไว้ทั้งสิ้นประมาณ ๑๑๑,๐๐๐ บาท ในช่วงเวลาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๒ ที่เราเริ่มกองทุนชราภาพมา ซึ่งเงินส่วนนี้ก็จะส่งให้กับทายาท ซึ่งก็คือภรรยา บิดา แล้วก็บุตรต่อไปนะครับ ในส่วนนี้ก็อยากจะเรียนว่าในงบ ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนที่เรามีอยู่ ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนส่วนของบําเหน็จชราภาพ ในส่วนที่เหลืออีกประมาณแสนล้านบาทนั้น จะอยู่ที่กรณี เจ็บป์วย ตาย ทุพพลภาพ คลอดบุตรและอีกอย่างคือกรณีของว่างงาน ในส่วนของ ข้อสังเกตของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยากให้เรามีการเพิ่มประโยชน์ที่ให้กับ ผู้ประกันตน ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเราค่อย ๆ ทําอย่างค่อยเปึน ค่อยไป สําคัญ ๆ ที่อยากจะขออนุญาตกราบเรียนก็คือว่าอย่างกรณีของคลอดบุตรเดิม เราจ่าย ๖,๐๐๐ บาทต่อบุตร ๑ คนที่คลอด ขณะนี้เพิ่มเปึน ๑๒,๐๐๐ บาท กรณีตาย ค่าทําศพ เดิมเราจ่ายที่ ๓๐,๐๐๐ บาท คราวนี้จ่ายที่ ๔๐,๐๐๐ บาท กรณีไตวายไม่ว่า จะเปึนการรักษาบําบัดหรือว่าการแก้ไขในเรื่องหยูกยาต่าง ๆ เราดูแล เพิ่งเริ่มเข้ามา เมื่อประมาณป้กว่า ๆ ที่ผ่านมา ในกรณีว่างงาน ว่างงานเราก็เพิ่งเพิ่มสิทธิประโยชน์ สําหรับผู้ที่ถูกเลิกจ้างว่างงาน ซึ่งได้สิทธิประโยชน์ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของ ค่าจ้าง เดิมได้รับเปึนเวลา ๖ เดือนแล้วก็ขยายเปึน ๘ เดือนในช่วงวิกฤตินะครับ ในเรื่องของบํานาญชราภาพ บํานาญชราภาพก็คือผู้ประกันตนคนใดจ่ายเงินสมทบ ในกองทุนชราภาพมาเปึนเวลา ๑๘๐ เดือน ก็จะได้บํานาญไป ไม่ต้องรับบําเหน็จ ได้บํานาญ กองทุนชราภาพจะครบกําหนด ๑๕ ป้ หรือ ๑๘๐ เดือน ในป้ ๒๕๕๗ เพราะฉะนั้นการจ่ายบํานาญจะเริ่มในป้ ๒๕๕๗ บํานาญนี้เดิมเราจ่ายให้ในอัตรา ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างเฉลี่ย ๖๐ เดือนสุดท้าย แต่ขณะนี้ได้เพิ่มเปึน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันถ้าเผื่อว่าผู้ประกันตนจ่ายเปึนป้ที่ ๑๖ เดิมเราเพิ่มให้อีก ๑ เปอร์เซ็นต์จาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์เปึน ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้เพิ่มอีก ๑.๕ ก็จาก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เปึน ๒๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ในการจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ แต่ละครั้งนั้นเราต้องคิดอย่างระมัดระวังนิดหนึ่ง เพราะว่าเปึนเงินที่จะจ่ายในอนาคต ผูกพันยาวเปึนหลาย ๆ สิบป้ในอนาคตครับ ก็พยายามดําเนินการอยู่ แต่ก็ขออนุญาต กราบขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กรุณาให้คําแนะนํา เราก็ขอน้อมรับ ในข้อสังเกตต่าง ๆ เพื่อนําไปปฏิบัติต่อไป กราบขอบคุณครับ
เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ สรุปสั้น ๆ หน่อยนะครับ แล้วต่อด้วยท่านวัชระ
ท่านประธานที่เคารพครับ ได้ฟัง คําชี้แจงจากท่านเลขาฯ แล้วก็รู้สึกดีใจที่ท่านทํางานได้เรียกว่าตั้งแต่ท่านยังไม่ชี้แจงแล้ว ผมก็ติดตามอยู่ก็ชื่นชมครับ ชื่นชมคณะทํางานอยู่ตลอดระยะเวลาว่าท่านมีความ เอาใจใส่ ผมเองต้องกราบเรียนท่านผมเปึนรองประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมก็จะมีความเอาใจใส่ ทางด้านนี้ แล้วก็ตรวจดู ติดตามพยายามในข่าวสาร แล้วก็ศึกษาอยู่ตลอดระยะเวลา แล้วก็เปรียบเทียบ เปรียบเทียบกับองค์กรอื่น ๆ ที่เปึนลักษณะของหน่วยงานที่เปึนกองทุน ด้วยกันด้วย ก็เรียกว่าผมให้ท่าน ผมก็ให้ เอบวกครับ ก็อยากจะกราบเรียนมีอยู่อันหนึ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียนแล้วก็ได้รับคําชี้แจงจากท่านก็ทราบว่าท่านทําอยู่แล้ว อันอื่นก็คงไม่เห็นต่างก็เห็นว่าดี
อีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าเปึนไปได้จาก ๘ เดือน เดิมเราให้ ๖ เดือน ถ้าเปึนไปได้ไหมป้หน้า ป้หน้าจะเปึนป้ที่บางครั้งอาจจะเรียกว่ามีคนส่วนหนึ่ง ต้องผจญ ทีนี้เดิมเราให้แค่ ๖ เดือน บางครั้งมันไปไม่รอด เพราะว่าเศรษฐกิจ ช่วงมันทรุดถอย แล้วมันต่ําลงกว่าจะเข้ามาทํางานใหม่ ๖ เดือนบางทีมันไม่ทัน และ ๘ เดือนดูแล้วสภาวะมันก็ดีขึ้นครับมากกว่า ๒ เดือน แต่ถ้าเปึนไปได้ไหมท่านลองไปคิด ดูสิเอาอีกสัก ๔ เดือน ทําเสียอีก ๔ เดือน เปึน ๑ ป้ ถ้าเราทําได้ ๑ ป้ ผมคิดว่ามันก็จะช่วยเขาได้ แต่ในขณะเดียวกันบางครั้งมันก็คงไม่ถึง ๑ ป้ เราให้เขา ๑ ป้จริง แต่ในเมื่อ ๖ เดือน คุณมีงานทํา คุณก็ไม่ต้องแล้ว เราก็ถอยออก แต่อย่างไรก็ตามแต่เราก็ให้เขาถึง ๑ ป้ สิ่งเหล่านี้ก็คงจะเปึนส่วนที่จะช่วยสมาชิกได้ดียิ่งขึ้น แล้วก็เชื่อว่าจะเปึนหลักประกัน แล้วก็เปึนหลักขวัญกําลังใจให้กับคนเหล่านี้เปึนอย่างยิ่งว่าเราไม่ทอดทิ้งกันจริง ๆ บางครั้งอยู่ในช่วง ๖ เดือน บางทีเราจ่ายกันจริง ๆ เลย ๖ เดือน กว่าจะได้งานใหม่ หรือ ๘ เดือนบางทีมันใกล้เคียง หรืออาจจะถึง ๘ เดือน แต่ถ้าเราให้ไป ๑ ป้มันอาจจะไม่ถึง ๖ เดือน ก็มีได้งานใหม่แล้ว บางคนก็แค่ ๓ เดือน ๘ เดือน ๑๐ เดือนก็ได้งานใหม่แล้ว แต่เราใจปุิาให้ถึง ๑๐ เดือน เราก็คิดว่าน่าจะดี ก็ขอฝากท่านลองไปพิจารณาว่าเม็ดเงิน เราเพียงพอไหม แล้วก็จะทําได้ไหม แต่อย่างไรก็ตามแต่ ท้ายที่สุดก็เปึนเรื่องของสวัสดิการ ที่จะต่อไปตอนช่วงบํานาญ ก็ฝากด้วย กราบขอบคุณครับ
ขอเชิญท่านวัชระครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสามารถ แก้วมีชัย กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะขออภิปรายด้วยความรวดเร็วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้คุณปัุน วรรณพินิจ เลขาธิการสํานักงาน ประกันสังคม ได้อธิบายว่าเงินสดจํานวน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ได้ฝากธนาคารต่าง ๆ ส่วนมากนั้นฝากธนาคารของรัฐ แต่ก็มีจํานวนหนึ่งครับที่นําไปฝากในธนาคารของเอกชน เช่น ธนาคารธนชาติ ธนาคารนครหลวงไทย และธนาคารศรีอยุธยา ผมอยากจะทราบ ตัวเลขทั้ง ๓ ธนาคารว่าท่านฝากไปจํานวนกี่ร้อยหรือกี่พันล้านบาท ส่วนในกรณีที่ ท่านบอกว่าท่านไปลงทุนหุ้นที่มีความเสี่ยง ๑๗-๑๘ เปอร์เซ็นต์นั้น ๑๗-๑๘ เปอร์เซ็นต์ เงินของกองทุนประกันสังคมนั้น ผมอยากจะทราบว่ามีมูลค่าเท่าไร ที่ท่านได้นําเงิน ไปลงทุนที่มีความเสี่ยง ๑๗-๑๘ เปอร์เซ็นต์ และปรากฏว่ามีนายจ้างที่ค้างชําระไม่จ่ายเงิน เข้าสมทบทุนกองทุนประกันสังคมนั้น ผมถือว่าบริษัทเหล่านั้น นายจ้างเหล่านั้น ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้แรงงาน ไม่มีความรับผิดชอบ ต่อประเทศชาติ ผมอยากจะให้ทางกองทุนประกันสังคมได้รายงานต่อสภาทุกป้ว่า แต่ละป้นั้นมีบริษัทอะไรที่ไม่จ่ายเงินสมทบเงินกองทุนประกันสังคม และบริษัทนั้น ผู้จัดการบริษัทชื่ออะไร จะเปึนกี่ร้อยกี่พันบริษัทควรจะพิมพ์รายงานเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ
เรื่องต่อมาผมอยากจะถาม เพราะเปึนเรื่องที่เกี่ยวพัน เนื่องจากว่า กบข. ไปลงทุนแล้วมีการขาดทุน และมีการสอบสวนดําเนินการต่าง ๆ อะไรอีกมากมาย ผมอยากจะถามว่าคณะกรรมการประกันสังคม และคณะกรรมการกองทุนประกันสังคม ของท่านนั้นมีใครเล่นหุ้นอยู่ในขณะนี้หรือไม่ หรือว่าคิดจะเล่นหุ้นในอนาคตหรือไม่ ถ้ามีถือว่าเปึนผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และ
อีกประการหนึ่งที่ท่านบอกว่าท่านไม่มีความสามารถในการที่จะปล่อย เงินกู้ให้กับพ่อแม่ พี่น้องประชาชน เพราะไม่มีความเชี่ยวชาญ และไม่มีอัตรากําลัง โดยท่านได้ส่งเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไปให้กับ เอสเอ็มอี ปล่อยกู้ แต่ท่านประธานครับ คนที่ได้กู้จากธนาคาร เอสเอ็มอี นั้นไม่ใช่ผู้ใช้แรงงาน ไม่ใช่ผู้ประกันตน แต่เปึนนายทุน เปึนนายทุนน้อย ส่วน ธ.ก.ส. ท่านบอกว่าท่านปล่อยไป ๔,๐๐๐ ล้านบาท กู้ให้กับบรรดา คนที่ตกงาน หรือคนที่ว่างงาน แต่ปรากฏว่าการประชาสัมพันธ์ก็ยังไม่ดีพอ ควรจะ ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องได้รับทราบว่าท่านได้ส่งเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ไปให้กับธนาคาร ธ.ก.ส. เพื่อให้บรรดาคนที่ตกงานทั้งหลายได้ไปกู้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ ขอร้องนิดเดียวว่ากองทุนประกันสังคมนั้นประกันทุกอย่างเกี่ยวกับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเปึน สิ่งที่ดีมาก และทําให้สังคมนี้มีความมั่นคงมากขึ้น ตกงานก็ยังมีเงินเดือนใช้ ประกันประโยชน์ทดแทนทั้งกรณีเจ็บป์วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีบําเหน็จชราภาพ กรณีว่างงาน ท่านประธานที่เคารพครับ กราบวิงวอนขอร้องไปยังคณะกรรมการกองทุนประกันสังคมเพิ่มอีกสักกรณีได้ไหมครับ กรณีเงินกู้นอกระบบ ซึ่งอยากจะกราบเรียนว่าคนที่มาประกันตนกับท่านจํานวน ๙.๒ ล้านคน หรือเกือบ ๑๐ ล้านคนนั้น ส่วนใหญ่ครับเปึนลูกหนี้เงินกู้นอกระบบทั้งนั้น และบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งพรรครัฐบาลและฝ์ายค้านต่างเข้าใจหัวอก ของพี่น้องประชาชนเปึนอย่างดีครับว่าในขณะนี้ตกเปึนหนี้เงินกู้นอกระบบจํานวนมาก และมีวิธีการทวงหนี้ที่หฤโหด พิสดาร ผิดกฎหมาย ผมได้แนะนําพี่น้องประชาชน ไปหลายรายแล้วครับว่า เจ้าหนี้เงินกู้ไม่มีสิทธิที่จะมาด่าทอท่าน ท่านสามารถแจ้งความ หมิ่นประมาทได้ ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปยึดตู้เย็น ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปยึดเครื่องถ่ายเอกสาร หรือเครื่องใช้ไฟฟัาในบ้านท่านได้ ท่านสามารถแจ้งจับในข้อหาบุกรุกและลักทรัพย์ได้ ท่านประธานครับ แต่พี่น้องประชาชนยังไม่มีความรู้ทางกฎหมาย คิดว่านายทุนเงินกู้ สามารถทําได้ทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งไปตบตีผู้ที่กู้เงิน เปึนเรื่องที่เดือดร้อนจริง ๆ ครับ อยากจะกราบเรียนท่านเลขาธิการปัุน วรรณพินิจ ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคฝ์ายค้านได้กล่าวชมเชยไปว่าได้โปรดนําไปพินิจพิจารณาเถอะครับ อาจจะ เปึนวงเงินไม่มาก ไม่มากเลยครับสําหรับเงินกองทุนประกันสังคมที่จะเจียดมาใช้ในกรณีนี้ อย่างน้อยที่สุดท่านจะได้สร้างดัชนีมวลรวมในความสุขของพี่น้องประชาชนที่มี ความยากจน ที่กําลังเผชิญหน้ากับนายทุนเงินกู้ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศอยู่ในขณะนี้ แล้วกองทุนประกันสังคมโดยสํานักงานประกันสังคมก็จะได้ชื่อว่านอกจากนําเงินไปลงทุน แล้วได้ผลกําไรนํากลับมาเข้ากองทุนแล้ว ยังนําเงินจํานวนหนึ่งไปให้ผู้ใช้แรงงานได้กู้โดย ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย เพื่อนําเงินนั้นไปจ่ายเงินต้นที่ให้กับนายทุนเงินกู้ต่าง ๆ ก่อน ตัดดอกเบี้ยทิ้งไปก่อน แล้วมาผ่อนชําระกับกองทุนประกันสังคมซึ่งจะเปึนประโยชน์ อย่างยิ่ง ท่านก็จะได้ใจบรรดาผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ และได้ใจผู้ประกันตนทั้ง ๙.๒ ล้านคนที่ท่านได้รายงานมา ผมกราบเรียนท่านในฐานะซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบเขต และได้รับรู้ถึงหัวอกความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนที่ไปกู้เงินกู้นอกระบบ เพราะเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านให้ เอสเอ็มอี ไป เงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาทที่ให้ ธ.ก.ส. ไป รวม ๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านนํามากองไว้และเป่ดโอกาสให้ผู้ใช้แรงงานที่มีบัญชี มีการประกันตนกับหน่วยงานของท่านอยู่แล้วได้กู้ไปใช้เงินกู้นอกระบบ รับประกันครับว่า ความสุขของคนไทยจะกลับคืนมาทันทีในชั่วพริบตา ขอฝากความหวังไว้ที่ท่าน และหวังว่าในป้หน้าที่ท่านมารายงานคงจะมีรายชื่อบริษัทต่าง ๆ ที่เอารัดเอาเปรียบพ่อแม่ พี่น้องประชาชนโดยไม่จ่ายเงินสมทบเงินกองทุนประกันสังคม และรายชื่อผู้จัดการบริษัท รวมทั้งข้อเสนอของผมที่จะให้ท่านได้พิจารณาว่าควรจะมีเงินจํานวนหนึ่งปล่อยกู้ให้กับ พี่น้องประชาชนโดยไม่คิดดอกเบี้ย หรือคิดก็ขอเพียงร้อยละ ๑ พี่น้องประชาชนก็ชื่นใจ แล้วครับ ขอขอบพระคุณครับ
เชิญ คุณอานิก อัมระนันทน์
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะเรียนถามผ่านทางท่านประธานเกี่ยวกับข้อมูลทางบัญชีนะคะ ทางเทคนิคว่ากองทุนมีผู้เชี่ยวชาญบัญชีเฉพาะด้านกองทุน หรือที่เขาเรียกกันทํานองว่า เปึนพวกแอคเซียลลี (Axially) นี่นะคะ มาทําการตรวจประเมินสภาพกองทุนมากน้อย แค่ไหน ว่าอัตราการส่งเงินเข้าเพียงพอกับภาระที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ อยากทราบ ว่าปกติมีการประเมินลักษณะนี้ไหม โดยหน่วยงานไหน โดยผู้เชี่ยวชาญจากไหน แล้วก็ บ่อยแค่ไหน
คําถามที่ ๒ อยากจะเรียนถามว่าผลกระทบจากการขยายสิทธิที่รัฐบาล เพิ่งประกาศว่าจะให้ครอบคลุมบุคคลในครอบครัวของผู้เอาประกันจะเปึนอย่างไร ทางรัฐ จะต้องมีการส่งเงินเพิ่มป้ละประมาณเท่าไร แล้วก็มีกฎหมายรองรับเรียบร้อยแล้วหรือยัง ขอบพระคุณค่ะ
เชิญ นายแพทย์บรรพตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ขอขอบพระคุณที่ท่านให้โอกาสเรื่องนี้ ผมคิดว่าเปึนเรื่องต่อเนื่องที่ผมได้ตั้ง คําถามเอาไว้นะครับ แล้วท่านเลขาธิการก็ได้กรุณาให้ข้อมูลว่า ถ้าขยายถึงคู่สมรสจะต้อง มีจํานวนคนเพิ่มอีกประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ทีนี้ตรงนี้ท่านบอกว่ากองทุนของท่าน ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็จริง แต่ว่าเหลือประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่จะเปึน เรื่องของการรักษาพยาบาล คลอดบุตร อะไรต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเราเพิ่มจํานวนผู้ที่ได้ รับสิทธิไปถึงคู่สมรสอีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน สมมุตินะครับว่าค่าใช้จ่ายต่อหัว ผมไม่ทราบว่า ขณะนี้ท่านให้เท่าไร สมมุติว่าประมาณสัก ๒,๕๐๐ บาทต่อหัวต่อคน ในจํานวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนนี้ก็คงจะเปึนป้ละประมาณ ๗๕๐ ล้านบาท ใช่ไหมครับ ไม่ทราบ ผมคํานวณผิดหรือเปล่านะครับ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อหัวละ ๒,๕๐๐ บาท ก็ประมาณ ๗๕๐ ล้านบาทต่อคนต่อป้ ซึ่งผมคิดว่าในจํานวนเงินที่เพิ่มค่าใช้จ่ายตรงนี้ ๗๕๐ ล้านบาท ต่อคนต่อป้ จะเปึนการลดภาระค่าใช้จ่ายของประเทศได้เยอะทีเดียว ในการที่จะต้องไป ใช้จ่าย ที่เปึนค่าใช้จ่ายต่อคนผ่านโครงการหลักประกันสุขภาพ ก็จะทําให้ได้ชื่อว่ากองทุน ประกันสังคมนั้นมีส่วนช่วยเหลือประเทศ ส่วนช่วยเหลือสังคมในยามที่ประเทศชาติกําลัง ประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจอยู่ ผมคิดว่าอันนี้เปึนเหตุผลที่สําคัญ
อีกประการหนึ่งก็คือว่า ผมคิดว่าคู่สมรสของผู้ประกันตนหรือว่าผู้ที่ เปึนลูกจ้าง รวมทั้งลูกจ้างเองด้วยเขาก็จะมีความภาคภูมิใจครับ ในการที่ว่าคู่สมรส ของเขาได้มาใช้สิทธิ ซึ่งเปึนสิทธิที่ตัวผู้ประกันตนหรือลูกจ้างเองมีส่วนในการที่จะจ่ายเงิน สมทบ ผมคิดว่ามันเปึนความภาคภูมิใจทั้งผู้ที่เปึนลูกจ้างและผู้ประกันตน แล้วก็เปึน ความสบายใจของคู่สมรสด้วย ในการที่จะเข้ามาใช้สิทธิของทางสํานักงานประกันสังคม ผมคิดว่าภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้ต่อเงินทุนที่ท่านมีอยู่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมคิดว่า คงไม่ได้เปึนภาระอะไรมากมาย ถ้าหากว่าเปึนภาระมากมายนะครับ แล้วก็ท่านพยายาม ที่จะทําให้สิทธิประโยชน์ที่เข้ามาอยู่ในความรับผิดชอบของท่าน ไม่น้อยกว่าที่เขาเคย ได้รับจากโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตรงนี้ผมก็คิดว่าเปึนเรื่องจูงใจที่เขาจะเข้า มาสู่ตรงนี้ด้วยเหตุผล ๒ ประการที่ผมได้กล่าวไปแล้ว แล้วตรงนี้ผมคิดว่าถ้าท่านสามารถ ท่านอาจจะมีกังวลว่าถ้าทําไปตลอดกองทุน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อาจจะร่อยหรอ ลงไป ผมคิดว่าถ้าเปึนเช่นนั้น ผมเองก็คงไม่อยากจะให้ท่านไปเพิ่มเงินสมทบจากลูกจ้าง ในภาวะอย่างนี้ ไม่อยากให้ไปเพิ่มเงินสมทบ แต่ถ้าเกิดว่าถ้ามันมีข้อจํากัดจริง ๆ ในระยะเวลานี้ที่กองทุนประกันสังคมที่จะมีส่วนเหลือช่วยประเทศชาติในยามที่เศรษฐกิจ ไม่ดีนี่นะครับ โดยการลดภาระค่าใช้จ่ายทางกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผมคิด ว่าอาจจะกําหนดระยะเวลาก็ได้ครับ เช่นว่าประมาณสัก ๕ ป้ และหลังจากนั้น เมื่อเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นแล้ว ตรงนั้นก็อาจจะให้คู่สมรสนั้นไปใช้สิทธิ ของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต่อไป ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะเปึนเรื่องที่อยากจะฝาก คณะอนุกรรมการ ๓ ฝ์ายที่ท่านเลขาธิการว่ากําลังตั้งให้ไปศึกษาอยู่นี่นะครับ ได้ทําการ คิดเรื่องนี้นะครับว่าอย่ากังวลในเรื่องของจะทําให้กองทุนร่อยหรอ เพราะว่าผมก็ ไม่อยากให้คณะกรรมการประกันสังคมได้ชื่อว่าเปึนปู์โสมเฝัาทรัพย์ ไม่ยอมใช้อะไรที่จะ ทําให้กองทุนมันร่อยหรอลงไป ผมคิดว่าในยามนี้ประเทศชาติกําลังเดือดร้อนเรื่องเศรษฐกิจกองทุนประกันสังคมน่าจะ ต้องมีบทบาทในการยื่นมือเข้ามาช่วยประเทศชาติในส่วนนี้ แล้วท่านก็จะได้ชื่อว่าเปึนการ บริหารเพื่อสังคม เพื่อประเทศจริง ๆ แล้วส่วนนี้ก็คงไม่ได้ไปกระทบกระเทือนในเรื่องของ เงินที่จะเปึนสิทธิของผู้ประกันตนหรือลูกจ้างในยามที่เขาชราภาพแล้วแต่ประการใด เพราะนั่นยังมีอีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนั้นไม่ได้กระทบแต่ประการใด ก็อยากจะฝาก เปึนข้อเสนอผ่านทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปให้ทางท่านเลขาธิการได้นําไปบอก กล่าวกับทางอนุกรรมการ ๓ ฝ์ายที่ตั้งขึ้นมาว่า ขอให้คิดในแง่ที่ว่ากองทุนนี้จะมีส่วนช่วย ประเทศชาติในยามที่เศรษฐกิจกําลังประสบปัญหานี้อย่างไร แล้วก็จะเปึนความดี ความงามที่เราจะมองภาพของกองทุนประกันสังคมในแง่ที่ดีขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ
เหลือ ผู้ประสงค์อภิปรายอีก ๒ ท่านนะครับ เชิญท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ แล้วต่อด้วย ท่านเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ครับ
ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเพชรบูรณ์ มี ๒-๓ ข้อเพิ่มเติมนะคะ
ข้อแรกหน้า ๒๓ เกี่ยวกับค่าประโยชน์ทดแทนค้างจ่าย พอดีในตรงนี้ถ้าดู จากของส่วนเงินเต็มของกองทุนมันก็ไม่มากเท่าไร แค่ ๒,๖๕๐ ล้านบาท กระจายออกมา เปึนค่าบริการทางการแพทย์ค้างจ่ายป้ ๒๕๕๐ เจ็บป์วยค้างจ่าย คลอดบุตรค้างจ่าย ทุพพลภาพค้างจ่าย ตายค้างจ่าย สงเคราะห์บุตรค้างจ่าย บําเหน็จชราภาพค้างจ่าย ว่างงานค้างจ่าย ๒,๖๕๐ ล้านบาท อันนี้ก็คือเข้าใจว่าในการตรวจสอบเงินที่จะจ่าย ในแต่ละเคสที่ผู้ประกันตนได้ขอเคลม (Claim) มา เข้าใจว่าจะต้องมีการตรวจสอบ แต่ว่า เนื่องจากปัจจุบันนี้ภาวะเศรษฐกิจเปึนอย่างนี้ แล้วก็เทคโนโลยีหลายสิ่งหลายอย่างก็ช่วย เอื้อในการที่จะทํางานให้รวดเร็วขึ้น อยากให้ทางสํานักงานประกันสังคมที่จะได้ช่วยดูแล ในตรงนี้ผลักดันให้ออกไปเพื่อถึงมือผู้ประกันตน บรรเทาความเดือดร้อนของเขานะคะ
อีกข้อหนึ่งก็คือ ทุกท่านก็พอจะคุ้นกับคําว่า การลงทุนมีความเสี่ยง โดยเฉพาะปัจจุบันก็เห็นว่าภาครัฐเองก็ขาดเงิน กําลังหากู้เงินอยู่ เปึนไปได้ความเสี่ยง ตรงนั้นเราเอากลับมาแล้วก็เสนอให้รัฐบาลกู้จะมีความเสี่ยงตรงนี้น้อย แล้วก็มี ความมั่นคงในการที่จะได้รับเงินดอกเบี้ยเอามาไม่มีปัญหาค้างคาใจกันแล้วก็ไม่ต้องไปนั่ง จ่ายเงินให้กับผู้จ้าง ผู้จัดการกองทุนอีกป้หนึ่งอีก ๑๐ กว่าล้านบาท
แล้วก็ข้อสุดท้ายขอฟังนิดหนึ่ง ยังติดใจกับคําว่า กองทุนชราภาพ เปึนไปได้ไหมสําหรับคนอายุ ๕๕ ป้ ใช้คําว่า กองทุนชราภาพ มันเขิน ๆ ขอเปลี่ยนคําอื่น สํานักงานประกันสังคมช่วยไปคิดคําอื่นที่น่ารักกว่านี้หน่อย ขอบคุณค่ะ
เชิญ ท่านเธียรชัยครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ในวันนี้เราก็ได้รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน ของกองทุนประกันสังคม ซึ่งโดยสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินได้มารายงานต่อสภามีทั้งสิ้น ตั้งแต่ป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๔๙ และอีกฉบับหนึ่งคือป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๙ ผมขอตั้งข้อสังเกตแล้วก็เสนอความเห็นดังต่อไปนี้นะครับ
อันที่ ๑ รายงานเท่าที่ผมอ่านดูแล้วก็ถือว่าเปึนรายงานที่อธิบายเข้าใจง่าย แต่สิ่งที่เสนอต่อสภาแห่งนี้อาจจะล่าช้าไปคือ ไม่ทันเวลา เพราะฉะนั้นในวันนี้ที่สมาชิกได้ อภิปรายหรือได้ให้ข้อคิดเห็นส่วนใหญ่ก็จะใช้เหตุการณ์ปัจจุบันเปึนตัวตั้งข้อสังเกต หรือให้ความคิดเห็น แต่ถ้าเราไปดูรายงานของป้ที่ผ่านมา ก็คือป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๕๐ ก่อนอื่นผมก็ต้องขอ ชื่นชมกับกองทุนประกันสังคมที่คณะผู้บริหารสามารถที่จะบริหารในเรื่องของค่าใช้จ่าย ของสํานักงานลดต่ําลงนะครับ อย่างมีตัวเลขที่สําคัญก็คือว่าลดลงจากค่าใช้จ่ายของการ บริหารสํานักงานประกันสังคมของป้ ๒๕๕๐ ลดจากป้ ๒๕๔๙ ๑,๑๗๒ ล้านบาท อันนี้ ก็ขอแสดงความชื่นชม แล้วอยากจะทราบว่าท่านมีวิธีการอย่างไรที่บริหารให้การใช้ ดําเนินงานของสํานักงานลดลง เพราะผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์ให้กับสํานักงานอื่น ๆ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่มารายงานต่อสภา ส่วนใหญ่ก็มีงบค่าใช้จ่ายสูงขึ้นทุกป้ อันนี้ก็คือ ต้องขอชื่นชมด้วยนะครับ
ต่อไปที่ผมจะตั้งข้อสังเกตอีกเรื่องก็คือว่าในหมวดของสํานักงานกองทุน ประกันสังคมมันจะมีเรื่องเกี่ยวกับ เรียกว่า สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ก็คือ ยาต้านโรค ยาต้านไวรัสเอดส์ (AIDS) ผมไม่เข้าใจว่าทําไมเราจะต้องมีงบตัวนี้เปึนงบของทรัพย์สิน หมุนเวียน เพราะเข้าใจว่ากองทุนนี้ได้ไปซื้อบริการจากโรงพยาบาลอื่น ๆ ที่ทําสัญญา ต่อกันแล้ว อันนี้คือเรื่องที่จะเรียนถาม
เรื่องต่อไปก็จะเปึนอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตก็คือว่าเงิน ที่เกิดจากกองทุนประกันสังคม เมื่อเราจะไปใช้ในการลงทุน เปึนธรรมดามันมีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นที่รายงานมานี้ว่าเราได้ไปลงทุนในบริษัทใด ๆ บ้าง ผมก็เลยไม่แน่ใจว่า ที่รายงานป้ ๒๕๕๐ ณ ขณะนี้ป้ ๒๕๕๒ บริษัทต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในนี้ ก็มีอยู่ประมาณ ทั้งสิ้น คือ ๔ บริษัทลงทุนจํากัด ยังเปึนอันเดียวกันหรือเปล่า เพราะเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ มันมีความไหวตัวได้เร็วมาก ก็เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อกองทุนประกันสังคม
เรื่องต่อไปที่ผมจะพูดก็คือว่าผมมีข้อคิดเห็นและเสนอแนะว่ากองทุน ประกันสังคม สํานักงานประกันสังคม ขณะนี้สํานักงานแห่งนี้ได้บริหารกองทุนเท่าที่ ผมทราบก็คือมี ๒ กองทุน อันที่ ๑ ก็คือกองทุนประกันสังคมที่ได้มารายงานต่อสภาแห่งนี้ อีกกองทุนหนึ่ง ก็คือกองทุนทดแทนแรงงานผู้ประสบภัย หรือประสบจากการทํางาน กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าในแง่ของผู้ทําประกันสังคม ส่วนใหญ่ก็คือ ทํางานตามบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ในแง่ของการไปใช้ประโยชน์ในบริเวณที่เขาเจ็บไข้ ได้ป์วย มันจะมีขอบเขตของมันอยู่ตรงที่ว่าโรคบางโรคเบิกไม่ได้ ถ้าไปใช้กองทุน ผิดประเภท นั่นก็หมายความว่า เราจํากัดกัน ขีดเส้นกันที่ระยะเวลา ถ้าบอกว่าเปึนการ เจ็บป์วยในเวลาทํางาน สมมุติเวลาเข้าทํางานตั้งแต่ ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ นาฬิกา ก็จะเบิก เงินกองทุนที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งเกิดในระหว่างงาน อาจจะเกิดขึ้น ณ ขณะนั้น โดยหลักเกณฑ์จริง ๆ แล้วถ้าพิสูจน์ได้ว่าเปึนการเกิดขึ้นในขณะทํางาน มันก็ต้องไปเบิก เข้ากับกองทุนทดแทนแรงงาน แต่ในขณะเดียวกันมีโรคบางอย่างมันยากที่จะตัดสินว่า มันจะเบิกกองทุนไหน เช่น ทํางานแล้วปวดหลัง คือ ปวดหลังมันก็เกิดขึ้นในระหว่าง ทํางาน เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาดังกล่าว กองทุน ๒ กองทุน มันแยกกันด้วยเวลา คือ ถ้าเกิดขึ้นในงานก็บอกว่าคุณต้องไปเบิกกับกองทุนทดแทนแรงงาน ส่วนใหญ่ก็จะเปึน เรื่องอุบัติเหตุ แต่บางครั้งมันก็ไม่จําเปึนต้องเปึนอุบัติเหตุ อาจจะเปึนเรื่องของการแพ้ อากาศ แพ้ฝุ์น หรืออะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเงื่อนไขของการที่ผู้ประกันตนบางครั้งก็ใช้ ประโยชน์จากกองทุนนี้ได้ไม่มากพอเท่ากับเงินที่เขาเสียไป เท่ากับเงินที่รัฐออกร่วมสมทบ เท่ากับเงินที่บริษัท นายห้างออกร่วมสมทบ เพราะมี ๓ ฝ์ายที่ออกร่วมสมทบกับกองทุน ประกันสังคมนี้ ผมจึงกราบเรียนเสนอความเห็นผ่านท่านประธานสภาไปยังสํานักงาน ประกันสังคมก็คือว่า ถ้าเปึนไปได้ ก็คือว่าอาจจะพิจารณายกเลิกกองทุนทดแทนแรงงาน หมายถึงว่า เพื่อเปึนการแบ่งเบาภาระของผู้ที่ทําธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมให้เปึนเหลือ กองทุนเดียว ก็คือกองทุนประกันสังคม เพื่อที่จะทําให้ผู้ใช้บริการหมดปัญหาไปในเรื่องเกี่ยวกับจะใช้กองทุนไหนเพราะมันมี เงื่อนไขแตกต่างกันดังที่ผมได้เรียนให้ท่านประธานทราบครับ ผมจึงขอขอบคุณ ท่านประธานแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
ยังมีท่านจะอภิปราย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ก็ได้มาอ่านรายงานก็ได้ พอศึกษา เพิ่งได้เห็น ก็ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่จากประกันสังคมที่ยังเหลียวแลพี่น้อง ประชาชนอยู่ คืออยากจะฝากข้อสังเกตไว้สัก ๒-๓ อย่าง
ข้อ ๑ ผมมาจากผู้นําแรงงาน และเปึนคนเดินเรื่องประกันสังคมมาตลอด ตั้งแต่สมัยเปึนผู้ใช้แรงงานอยู่ วันนี้ที่น่าตกใจก็ฝากกองทุนประกันสังคมไว้ว่า เงินที่ว่า จะได้มากมายเปึนแสน ๆ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีกไม่นานกองทุนชราภาพที่เมื่อสักครู่นี้ ผมนั่งอยู่ข้างนอกได้ยินพี่วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ บอกว่ากองทุนชราภาพไม่อยากจะให้ใช้ อันนี้เปึนแนวที่เราคิดมาตั้งแต่สมัยเราเปึนผู้ใช้แรงงาน จะให้เห็นเหมือนต่างประเทศ ฝรั่งเวลาไปไหนมาไหน ฝรั่งเวลาเกษียณจะมาเมืองไทยได้ไปเที่ยว เราก็เคยคิดแบบนั้น ว่าจะให้คนไทยไปแบบนั้นบ้าง แต่สถานการณ์ล่าสุดฝากท่านเปึนข้อสังเกตนิดหนึ่งไม่ได้ โทษใครนะครับ อย่าให้รัฐบาลเข้าไปแตะต้องตรงนี้ได้ ผมฝากท่าน เพราะล่าสุดอย่าง กองทุนประกันสังคม กรณีแจก ๒,๐๐๐ บาทไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีการกระตุ้น เศรษฐกิจ แล้วมันจะไปกระทบกองทุนชราภาพต่อไป และผมฝากท่านอีกนิดหนึ่งต่อ นะครับ เปึนข้อสังเกตจากผม ครั้งหนึ่งเงินสมทบฝัืงรัฐบาล ๕ เปอร์เซ็นต์ นายจ้าง ๕ เปอร์เซ็นต์ ลูกจ้าง ๕ เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายพอมาลดเหลืออยู่ ๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วเงินกองทุนชราภาพเวลาเงินใช้จ่ายไปนี้ท่านครับ มันจะเห็นภาพเลยว่าต่อไป ในอนาคตจะเดือดร้อน มันเหมือนผู้ใช้แรงงานเอาเงินมาหยอดใส่กระปุกออมสินไว้ เก็บ ๆ ไว้ ถึงเวลาใครเห็นว่าเปึนเงินก้อนโตก็อยากจะเอาไปใช้ แต่ท่านครับ ท่านรู้ไหมว่า มันจะไปกระทบเวลากองทุนชราภาพ อีก ๕ ป้ข้างหน้าจะเห็นภาพเลย เพราะเงินจะ ไหลออกเหมือนเลือดที่ไหลออกไม่หยุด ตรงนี้ผมฝากท่านเปึนข้อสังเกตจากผมก็แล้วกัน นะครับ อาจจะไม่เกี่ยวกับเอกสาร เปึนข้อสังเกตว่าวันหนึ่งกฎหมายได้ตราไว้ชัดเจนว่า เงินสะสมที่เก็บไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ ฝัืงลูกจ้าง ๕ เปอร์เซ็นต์ ฝัืงนายจ้าง ๕ เปอร์เซ็นต์ ฝัืงรัฐบาล ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ล่าสุดเห็นกระทรวงแรงงานมาลดเหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์ ครั้งหนึ่งรัฐมนตรีสมศักดิ์เคยนั่งอยู่ข้างบน ผมเปึนผู้ใช้แรงงานอยู่ข้างล่าง ผมก็บอกว่าท่านอย่าไปทําเลย การลดเงินประกันสังคมนี้ท่านครับ ท่านเอาผมเปึน ข้อสังเกตนิดหนึ่งนะครับว่า ผู้ที่มีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท เขาตัดแค่เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ผู้ใช้แรงงานเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ก็จะเสียคนหนึ่ง เดือนหนึ่งประมาณ ๑๐๐ กว่าบาท แต่บริษัทสิครับท่านครับ บริษัทนี้จะต้องเสียเปึนสิบ ๆ ล้านบาท พอลดมาปุ็บนี้ผู้ใช้แรงงานไม่ได้ประโยชน์จากตรงนี้เลย จะเปึนบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีพนักงาน อยู่ ๑๐,๐๐๐ กว่าคน ๒๐,๐๐๐ คน ผมเลยมองเห็นภาพว่าตรงนี้ล่ะครับผมเคยขอร้อง ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ครั้งที่แล้วว่า ๑. อย่าไปลดเงินประกันสังคมเลย มันเปึน เหมือนกับเงินกระปุกออมสินที่ชาวบ้านผู้ใช้แรงงานเขาทําหยอดกันมา สุดท้ายใครก็แล้วแต่อย่าใช้อํานาจของตัวเองไปมองเห็นประโยชน์ตรงนี้ว่ามีเงินเยอะ แล้วก็เอามาหาประโยชน์นะครับ ฝากท่านไว้ตรงนี้ ถ้าท่านทําได้ ผู้ใช้แรงงาน อีกหลายสังคม อีกหลายผู้ใช้แรงงานที่พยายามจะเข้ามาอยู่ตรงนี้ อยากจะเห็นภาพ ในอนาคตวันที่เขาเกษียณไปท่านครับ วันที่เขาเกษียณไป ที่จะได้เงินเดือนเหมือนกับฝรั่ง มาเที่ยวบ้านเรา นี่คือแนวคิดตั้งแต่ผมคิดมาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ ที่เริ่มทํากันมานะครับ เรื่องกองทุนประกันสังคมจากผู้ใช้แรงงานจริง ๆ เพราะ ๑. ผมมาจากสหภาพ แล้ววันนี้ ผมเปึนกรรมาธิการแรงงานอยู่ก็ได้เฝัาเรื่องนี้อยู่ เพราะอะไรท่านครับ ผมเพิ่มต่อไป อีกนิดหนึ่งครับว่ากองทุนประกันสังคมนี้ล่ะครับจะไปกระทบความมั่นคงแห่งชาติต่อไป ในอนาคตอีก ๕ ป้ ๑๐ ป้ เพราะอะไรท่านครับ ท่านรู้ไหมครับว่าวันนี้แรงงานต่างด้าวเต็มบ้าน เต็มเมือง ท่านลองไปนั่งรถจากจังหวัดเชียงใหม่ ลงมาถึงกรุงเทพมหานคร หรือถึงภาคใต้ ปัูมน้ํามันทุกปัูม คนลาว คนพม่า คนเขมร ไม่มีคนไทยแม้แต่คนเดียว มุมกลับผู้หญิงบางคน หรือพ่อแม่เรา วันนั้นผมถึงตกใจในคณะอนุกรรมาธิการ ข้าราชการระดับอธิบดีมาชี้แจง บอกท่านสุชาติ แกพูดหน้าตาเฉยเลย ที่บ้านฉันมีพม่าอยู่ ๓ คน อีกคนหนึ่งเลี้ยงลูก อีกคนหนึ่ง ทําสวน แล้วอีกคนหนึ่งทํากับข้าวอยู่ในครัว รับทั้งนั้นกําลังจะพาไปขึ้นทะเบียน ผมมานึกครับ ท่านประธาน ฝากเปึนอุทาหรณ์ไว้ว่าความมั่นของชาติจะไม่เกิด เพราะอะไรครับ เพราะถ้าแรงงานต่างด้าวลุกขึ้นพร้อม ๆ กันทั้งประเทศไทย ๗,๐๐๐,๐๐๐-๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ผมยกตัวอย่างที่จังหวัดระนอง จังหวัดระนองวันนี้มีคนไทยอยู่ไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเปึนคนพม่า จังหวัดภูเก็ต ทางฝัืงแม่สาย วันนี้ประเทศไทยต้องหาทางแก้ท่านครับ แล้วเงินประกันสังคมนี่ละที่จะไปคอยดูแลคนไทยต่อไปในอนาคต ตรงนี้ที่ฝากไว้เพราะ อะไร ผมวนมาตรงนี้เลยจะได้ฝากไว้สภาแห่งนี้ที่อภิปรายต่อไปว่า
๑. คนไทยมีลูกน้อย คนไทยจะมีลูกกันแค่คน ๒ คน แต่คนพม่าครอบครัวหนึ่ง มาคลอดลูกอยู่ตลาดไทย ๑ ต่อ ๔ ๑ ต่อ ๕ อีกทั้งคนเขมร คนพม่า แล้วทั่วไป สุดท้ายอีก ๕ ป้ ๑๐ ป้ ประเทศไทยจะไม่มีวัยทํางาน เพราะอีก ๔ – ๕ ป้ข้างหน้า วัยชราภาพ ประมาณ ๒๐ ล้านคน ซึ่งกองทุนประกันสังคมจะต้องเอาเงินนี้ไปใช้ ไปดูแลคนแก่ แล้วเด็กที่เกิดใหม่เปึนคนไทยเกิดยาก ผมไม่ต้องยกตัวอย่างใคร ผมยกตัวอย่างตัวผมเอง ผมเปึนผู้แทนราษฎรมีลูก ๒ คน ผมบอกลูกผมจะมีครอบครัว มันบอกไม่มีหรอกพ่อขี้เกียจ เลี้ยงลูก ถ้าคนไทยคิดอย่างนี้ทุกคนจะเหลือแต่คนต่างด้าวอยู่ในประเทศไทยอีก ๕ ป้ ถึง ๑๐ ป้ ตรงนี้ผมฝากท่านไว้เปึนข้อสังเกต เพราะวันนั้นผมฝากคนที่ทําวิจัยเกี่ยวกับ คนไทยไว้ เพราะเงินตรงนี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อไปใช้ได้อีก ไม่นาน วันที่คนเกษียณพร้อม ๆ กัน ผู้ใช้แรงงานชราภาพพร้อม ๆ กันประมาณ ๒๐ ล้านคน จะมองเห็น จะกระทบ ฝากเปึนข้อสังเกตครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญ ท่านผู้ชี้แจงครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผ่านท่านประธานนะครับ
อันแรกที่ขออนุญาตเรียนชี้แจงคือเรื่องเงินฝาก เงินฝากธนาคารที่ผม เอ่ยชื่อมา ๓ ธนาคารนั้น มีเงินฝากรวมทั้งสิ้นประมาณ ๓,๗๐๐ ล้านบาท จากยอด ทั้งหมดประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท
ในส่วนที่ ๒ ก็คือว่าการลงทุนในทรัพย์สิน สินทรัพย์ที่มีความมั่นคงนั้น เราลงทุน ๘๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ในส่วนของการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเรามีทั้งหมด ๑๗-๑๘ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑๗-๑๘ เปอร์เซ็นต์นั้นเปึนการลงทุนในหุ้นเพียงแค่ประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๗.๙ เปอร์เซ็นต์ ลงทุนในตราสารหนี้อื่น ๆ ลงทุนในหน่วยลงทุน ลงทุนในหุ้นกู้เอกชน รวมกันทั้งหมดส่วนนี้ก็คือประมาณ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นลงทุนในหุ้นจริง ๆ นั้น เพียงแค่ประมาณ ๗.๙ ประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในการจัดการเรื่องการลงทุน ในส่วนนี้นั้น เนื่องจากว่าประกันสังคมมีหน่วยงานที่เรียกว่า สํานักบริหารการลงุทน เรา ก็จ้างคนที่มีความรู้ ความชํานาญในส่วนนี้เข้ามาทํางาน แต่เนื่องจากเราก็รับรู้ว่า ข้อมูลนั้นมีมากมายหลากหลาย เพราะฉะนั้นวิธีการลงทุนของเรานั้น เราก็เลยเอาเงิน ส่วนหนึ่งประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปจ้างบริษัทลงทุนในภาคเอกชนนี้มาบริหาร จัดการภายใต้นโยบายของคณะกรรมการประกันสังคม ภายใต้นโยบายของอนุกรรมการ บริหารการลงทุน ๔ กองที่ว่านั้น ขณะนี้ขยายเปึน ๕ กอง คือ ๕ บริษัท เราก็ได้ข้อมูลว่า เขาจะลงทุนเพราะเหตุอะไร เขาลงทุนนั้นอยู่ภายใต้นโยบายหรือไม่ ถ้าไม่อยู่ภายใต้ นโยบายเราก็สั่งไม่ให้ลงทุน เพราะฉะนั้นก็เหมือนกับว่าเขาอยู่ในอาณัติเราส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่เราได้คือแนวคิดของเขาที่เขาจะลงทุนในส่วนหนึ่งส่วนใดที่เกี่ยวข้องความเสี่ยงนั้น เราก็เอามาประกอบกับส่วนที่เราคิดเปึนภาพรวมที่จะกําหนดทิศทางการบริหารให้ อนุกรรมการบริหารการลงทุนหรือบอร์ดได้ปรับนโยบายเปึนระยะ ๆ เช่น ๖ เดือน หรือ ๑ ป้ต่อไป อันนี้เปึนเทคนิคที่ผ่านมาทั้ง ๔ กองทุนที่บริหารที่ขณะนี้เริ่มต้นเปึน ๕ กองทุน นั้น ๔ กองทุนนั้นก็มีผลตอบแทนให้เราคุ้มค่ากับเงินที่เราจ้างเขาลงทุน
ในส่วนเรื่องของการขยายการคุ้มครองไปสู่บุตรและคู่สมรส ก็ต้อง ขออนุญาตรับข้อสังเกตทั้งหมดที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ข้อสังเกตนําไปสู่ การพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าขณะนี้นั้นการจะขยาย ความคุ้มครองได้นั้นต้องแก้กฎหมาย ร่างกฎหมายนั้นส่วนใหญ่เสร็จแล้ว ผ่านความเห็นชอบ ของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว แต่ในส่วนที่เพิ่มเติม คือ ส่วนของการคุ้มครองบุตร และคู่สมรสนั้นอยู่ระหว่างการร่างเพิ่มเติม ทางคณะรัฐมนตรีเองมีการเร่งรัดให้เสร็จ โดยเร็ว เพื่อจะนําเข้าสู่สภานี้ในการพิจารณาวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม ต่อไป ก็คงต้องขอเปึนการทํางานในรายละเอียดคู่ขนานกันไประหว่างคณะอนุกรรมการ กับทางสภาในการชี้แจงในโอกาสหน้า
ในส่วนของเรื่องการประเมินความมั่นคงกองทุน ผมขออนุญาตรับไปว่า เปึนข้อสังเกตที่ดี ขณะนี้เราไม่มีถึงขนาดนั้น เราไม่มีผู้เชี่ยวชาญขนาด เอ็กซ์เพอร์ท (Expert) จริง ๆ ที่มาประเมินความมั่นคงกองทุนเปึนระยะ ๆ แต่ผมขออนุญาต รับข้อสังเกตนี้ไปปฏิบัติซึ่งผมว่าเปึนข้อสังเกตที่ดี
ในเรื่องของกองทุนเงินทดแทน กองทุนเงินทดแทนนั้นเปึนกองทุนที่คู่กับ กองทุนประกันสังคม กองทุนเงินทดแทนนั้นนายจ้างเปึนผู้จ่ายเงินสมทบฝ์ายเดียว เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายนั้น อยู่ในอัตรา ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง ของลูกจ้างในสถานประกอบการ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ก็คือไม่มีความเสี่ยง มีความปลอดภัย ในการทํางาน ไม่ประสบอันตรายจากการทํางาน ๑ เปอร์เซ็นต์ก็สูงสุด มีอัตราการประสบ อันตรายค่อนข้างสูง กองทุนเงินทดแทนนั้นเราตั้งขึ้นมามีเปัาหมายเพื่อผลักดันให้นายจ้าง เพิ่มมาตรการในการปัองกันอันตรายในการทํางานเปึนหลัก ในกรณีที่มีการวินิจฉัยนั้น ก็อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาให้คําแนะนําว่ามีบางส่วนที่ชี้ชงไม่ได้ จริง ๆ ว่าจะเปึนเจ็บป์วยในการทํางาน เราก็ไปใช้กองทุนประกันสังคม เพราะเปึนกองทุน ที่คู่ขนานกันอยู่แล้ว นั่นก็หมายความว่าต้องจริง ๆ นะครับว่ามันไม่ใช่เปึนการเจ็บป์วย เนื่องจากการทํางาน แต่ถ้าเปึนการเจ็บป์วยในการทํางานนั้นเราก็ชาร์จ (Charge) ที่กองทุนเงินทดแทน นั่นก็หมายความว่านายจ้างในป้หน้าก็ต้องเพิ่มอัตราเงินสมทบขึ้นไป ในข้อมูลของกองทุนเงินทดแทนนั้นโดยกฎหมายกําหนดให้เรารายงานงบดุลเพียงแต่ คณะรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ขออนุญาตกราบเรียนเปึนข้อมูลว่าในป้ที่แล้ว ป้ ๒๕๔๙ เราได้รับ เงินสมทบทั้งสิ้น ๒,๗๖๙ ล้านบาท เราจ่ายเงินทดแทนไปทั้งสิ้น ๑,๖๘๔ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๐ เราได้รับเงินสมทบทั้งสิ้น ๒,๘๗๐ ล้านบาท จ่ายเงินทดแทนไปทั้งสิ้น ๑,๗๓๔ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเงินสมทบที่ได้จากกองทุนเงินทดแทนเปึนส่วนเล็ก ๆ เท่านั้นเอง เปึนการดําเนินการเพื่อใช้ในการกดดันให้นายจ้างมีมาตรการในการดูแล ความปลอดภัยในการทํางานให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยาต้านไวรัสเอดส์ อันนี้ไม่รวมอยู่ใน ค่ารักษาพยาบาลเหมาจ่ายที่จ่ายให้กับทางโรงพยาบาลต่าง ๆ เปึนกรณีโรคเรื้อรังที่เรา ต้องซื้อยาให้กับผู้ประกันตนจนกระทั่งเขาเสียชีวิตไป แต่ตราบใดที่ยังไม่เสียชีวิตก็ได้รับ ยาต้านไวรัสเอดส์ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของประเทศไทยก็ตามที
ในส่วนอื่นผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณครับที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กรุณาให้ข้อสังเกตกับการทํางานของประกันสังคม ขออนุญาตรับทั้งหมดไปส่งต่อ ให้ทางอนุกรรมการ ส่งต่อให้คณะกรรมการ รวมทั้งคงต้องรายงานท่านรัฐมนตรีเพื่อรับ ข้อสังเกตไปกําหนดเปึนทิศทางการทํางานต่อไป กราบขอบคุณครับ
ผมว่า พอแล้วนะครับ ท่านสุรพงษ์ มีอะไรอีกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่ที่ท่านได้ชี้แจงตัวเลขเงินฝากที่ฝากไว้กับธนาคาร ผมดูตัวเลขที่ท่านพูดมาเมื่อสักครู่นี้มันหลักพันกว่าล้าน แต่ผมดูในหน้าที่ ๗ ของรายงาน ที่ท่านส่งมายังสภาว่าเงินฝากธนาคารประจําไม่เกิน ๑๒ เดือน ในส่วนของเงินสดจ่าย ๕๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในป้ ๒๕๕๐ ในป้ ๒๕๔๙ ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท เงินฝากธนาคาร ประจําเกิน ๑๒ เดือน หลักพันครับ ๔,๕๗๕ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๐ ในป้ ๒๕๔๙ ๕,๖๓๓ ล้านบาท เมื่อกี้ท่านพูดถึงว่าผู้บริหารหรือคณะกรรมการของประกันสังคมเปึนผู้พิจารณา การฝากเงินหรือการลงทุนต่าง ๆ ผมอยากจะขอรายชื่อคณะกรรมการของกองทุน ประกันสังคมตั้งแต่ย้อนไปเลยครับ กี่ป้ แต่ละท่านดํารงตําแหน่งมานานเท่าไร อยากจะขอ รายชื่อเหล่านั้น เพราะผมเปึนห่วงการที่เอาไปลงทุนในลักษณะเปึนเงินฝากประจํา บังเอิญผมไปนั่งอ่านรายงานขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทย เขาได้เงินจากรัฐบาลไปป้หนึ่ง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เขาเอาไปลงทุน ในการซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อให้ได้ดอกเบี้ยเยอะ แต่ทีนี้ของกองทุนประกันสังคมนําไป ฝากธนาคาร ท่านบอกว่าฝากอยู่ ๓ ธนาคาร ธนาคารชื่ออะไรบ้าง ผมไม่ได้ยิน เดี๋ยว ถ้าเปึนไปได้ขอทราบชื่อธนาคารนั้นด้วย แล้วก็อยากจะถามด้วยว่าทําไมไม่เอาเงินจํานวน มหาศาลไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งดอกเบี้ย ๔ เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่งขายไปเร็ว ๆ นี้ ท่านมี แนวคิดจะไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือไม่ จะได้พูดกับรัฐบาลให้ชัดเจน เพราะว่าการเอาเงิน ไปฝากมันไม่เสี่ยง ท่านจะได้ดอกเบี้ยมากกว่าธนาคารด้วยซ้ําไป ท่านอาจจะมีการโยกเงิน เพื่อไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพราะมันไม่เสี่ยง การตัดสินใจนั้นผมอยากจะขอทราบชื่อ คณะกรรมการทั้งหมด ตั้งแต่อดีตมาว่าใครดํารงตําแหน่งยาวนานเท่าไร แล้วทําไม ไม่ปลดเกษียณหรือไม่หมดอายุกันเสียที เพราะผมไม่อยากเห็นผลประโยชน์ทับซ้อน ที่เกิดขึ้นในสถาบันแห่งนี้ เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ฝากไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
เรื่องรายชื่อก็ประสานส่งเอกสารให้ท่าน ส่วนที่จะชี้แจงก็ตัวเลขที่ท่านถาม เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรตินะครับ ในหน้าที่ ๗ เงินฝากธนาคารประจําไม่เกิน ๑๒ เดือนนั้น เปึนกระแส เงินสดที่มีการบันทึกรายการเงินเข้า-ออกทั้งป้ เงินที่เอาเข้ามา เช่น เงินสมทบจาก ฝัืงรัฐบาล เข้ามาทีหนึ่งก็ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เสร็จแล้วเราก็กระจายออกไปเพื่อลงทุน ในส่วนนี้ผมเรียนชี้แจงว่าเราไปลงทุนในเรื่องของการฝากเงินเพื่อเอาดอกเบี้ยนั้นมีอยู่ ในปัจจุบันก็คือ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เงินฝากธนาคารคือ ๑.๖๙ เปอร์เซ็นต์ของจํานวนเงิน ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ในส่วนของเงิน ๖๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้เราถือ เปึนพันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยทั้งหมด ๕๕ เปอร์เซ็นต์ของเงิน ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ตกประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราถือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังค้ําประกัน ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ประมาณอีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ถือในส่วนนั้น ถามว่าทางเราอยากจะซื้อพันธบัตรเพิ่มเติม ไหม เรียนนะครับว่าอยากซื้อ อย่างเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเราก็เข้าประมูลพันธบัตรของ ธนาคารแห่งประเทศไทยอายุ ๑๔ ป้ แต่ว่าไม่ได้ เราขอเสนออัตราดอกเบี้ยในอัตรา ๓.๔๘ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าคนที่ได้นั้น แต่ว่าคนที่ได้นั้นเขาประมูลในอัตราดอกเบี้ย ๓.๔๔ เขาก็ได้ไป วงเงินที่ลงทุนตอนนั้น เราผิดหวัง ก็คือประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเราอยากซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่กําลัง จะออกใหม่ไหม อยากซื้อครับ แต่บังเอิญที่ผ่านมานั้นรัฐบาลบอกว่าไม่ขายให้สถาบัน ขอขายให้กับผู้สูงอายุ เราก็เลยไม่สามารถเข้าไปดําเนินการใด ๆ ได้ แต่ก็หวังว่าพันธบัตร รัฐบาลอีกประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะต้องออกมาในอนาคตนั้นก็คงเปึนส่วนที่ ทางเราคงจะมีส่วนเข้าไปดําเนินการ เราอยากได้ครับ เพราะว่าเปึนส่วนของความมั่นคง ของกองทุนด้วย ส่วนเรื่องคณะกรรมการนั้นก็ขออนุญาตคงจะได้นําเรียนท่านประธาน ต่อไปครับ
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าการอภิปรายซักถามและการชี้แจงก็ได้ยุติแล้ว ถือว่าที่ประชุม ได้รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินกองทุนประกันสังคมประจําป้ ๒๕๔๙ และประจําป้ ๒๕๕๐ ของสํานักงานประกันสังคมแล้วนะครับ ก็ขอบพระคุณ ท่านเลขาธิการและคณะนะครับ
ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราได้ประชุมกันมา ๘ ชั่วโมงกว่าแล้ว ก็ต้องขอบคุณ ทุกท่านที่อยู่ร่วมประชุมจนถึงวาระนี้ ผมขออนุญาตป่ดประชุมครับ