พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องการสอบสวนทางวินัยที่ขัดแย้งกันและขาดหลักฐาน พวกเขาขอให้รัฐสภาพิจารณาความรับผิดทางการเมืองของรัฐบาลที่ไม่ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง และเรียกร้องให้พิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตามรายงานผมอ่านดูอย่างคร่าว ๆ ก็มีข้อน่าสังเกตที่สภานี้อาจจะพิจารณากันอยู่ บางประเด็น คือในความเห็นของ กสม. ที่บอกว่ากรณีการสอบสวนทางวินัย เมื่อศาลฎีกา ได้พิพากษายกฟัองและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ถูกร้องเรียนนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ เปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ร้อง สํานักงานตํารวจแห่งชาติสามารถใช้ คําพิพากษาฎีกาเปึนข้อมูลในการสอบสวนทางวินัยได้ แต่ยังมิได้ดําเนินการแต่อย่างใด แต่ว่าเมื่อส่งไปสํานักงานตํารวจแห่งชาติแล้ว สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็พิจารณา ก็บอกว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะไปฟังว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจนั้นได้กระทําผิดก็ไม่มีการไป พิจารณาที่จะลงโทษอย่างไรนะครับ ในประเด็นนี้ถึงแม้จะเปึนความเห็นของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติบอกว่าอาจจะเอาคําพิพากษาศาลฎีกาเปึนฐานได้ แต่ก็ไม่มีกฎเกณฑ์บังคับ ขณะเดียวกันทําให้ผมนึกถึงตอนที่เราเคยมีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่สอบสวนเสร็จแล้ว แล้วก็ส่งไปให้หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณา ก็มีการไป พิจารณาไต่สวนกันอีกครั้งหนึ่ง สุดท้ายหลายกรณีคดีที่พิจารณาไปนั้น ก็ไม่ได้มีความเห็น กับของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีการแก้ไขกฎหมาย ไปยึดเอาความเห็นหรือสํานวนของ ป.ป.ช. เปึนฐานในการพิจารณาโทษทางวินัยข้าราชการต่อไป แล้วก็เปึนเรื่องที่มันเกิดขึ้น อย่างที่เปึนอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามจากการติดตามดูในหลายหน่วยงาน ก็กําลังเกิดปัญหาในทางบริหารเหมือนกัน คือเขายึดสํานวนของ ป.ป.ช. ในการพิจารณา แล้วก็ให้ตัวต้นสังกัดไปออกคําสั่งตามนั้น หน่วยงานต้นสังกัดเขาบอกว่าเขาไม่ได้เปึน ผู้สอบสวน แล้วให้เขาออกคําสั่งตามนั้น ถ้ามันเกิดมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น เขาเองก็จะ ถูกฟัอง อันนี้ก็เปึนปัญหาย้อนกลับไปย้อนกลับมาอยู่อย่างนี้ ผลสุดท้ายความรับผิด ในเรื่องนี้มันจะอยู่ที่ใคร ผมเรียนถึงประเด็นนี้เพื่อจะให้มีการพิจารณากันอย่างจริงจัง นะครับว่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นระหว่างความเห็นของหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็หลักกฎหมายที่ยัง ไม่ชัดเจนมีอยู่อย่างนี้นะครับ จะดําเนินการกันอย่างไร ข้อเสนอที่คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติได้เสนอมาต่อรัฐสภาให้ไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อจะแก้ไขกฎหมายกรณี เกี่ยวกับยาเสพติด ที่ให้ถือว่าการควบคุมของพนักงานสอบสวนอย่างนี้ในกรณีปราบปราม ยาเสพติดนั้นเปึนการควบคุมตาม วิ. อาญา เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนะครับ อันนี้เข้าใจว่าเปึนข้อเสนอที่จะมายังรัฐสภาที่จะพิจารณาดําเนินการกันต่อไป แล้วคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องก็น่าจะรับเอาข้อคิดเห็นอันนี้ไปดูว่าจะต้องมีความจําเปึน จะต้องปรับปรุงกฎหมายตามข้อเสนอของสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือไม่
ส่วนเรื่องการสอบสวนทางวินัยคงจะต้องมาดูกันอีกทีหนึ่งนะครับว่าจะทํา อย่างไรในเมื่อศาลท่านวินิจฉัยอย่างนี้ พยานหลักฐานเปึนอย่างนี้ แล้วก็คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเขามาพิจารณาจากสํานวนของศาลแล้วเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจนั้น ละเมิดสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประชาชนเขา ส่งเรื่องไปให้เขาดําเนินการ เขาก็ไม่ ดําเนินการ หรือบอกว่าหลักฐานไม่มี มันก็ขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้ คือเราก็ไม่มีกฎหมายที่จะ ไปบังคับให้เขาทําหรือไม่ทําอย่างนั้น ถ้าจะแก้เอาแบบอย่างของ ป.ป.ช. บอกให้ยึด สํานวนอย่างนี้เปึนฐาน ไม่ต้องพิจารณาสอบสวนใหม่ มันก็จะมีปัญหาอย่างที่ผมเรียน ท่านประธานไว้แล้วเมื่อสักครู่ว่าเมื่อส่งออกไป หน่วยงานต้นสังกัดซึ่งเขาไม่ได้ไต่สวนมา แต่ต้น แต่ว่าต้องยึดสํานวนของคนอื่นเปึนฐานในการลงโทษ แล้วถ้ามีข้อผิดพลาด เขาก็จะถูกฟัอง ฟัอง เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้พิจารณาแต่เขาไปเอาสํานวนของคนอื่น มันย้อนกลับไปกลับมาอย่างนี้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นกระผมก็คิดว่าเปึนเรื่องที่ รัฐสภาน่าจะหยิบเอาเรื่องเหล่านี้มาพิจารณากันอย่างจริงจังว่าจะทําอย่างไร ครั้นจะไปให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอํานาจหน้าที่บอกว่าสํานวนการสอบสวนของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องส่งไปให้หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาแล้วต้อง ยึดสํานวนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนฐานในการที่จะลงโทษทางวินัย เลย มันก็จะเหมือนกับ ป.ป.ช. ซ้ํารอยขึ้นมาอีก เรื่องกระบวนการยุติธรรมในบ้านเรา มัน ก็เลยกลับไปกลับมาอย่างนี้ ก็น่าสงสารประชาชนที่ถูกละเมิดอย่างนี้ที่คงจะมีมากขึ้น ๆ นะครับ ผมขอเรียนต่อท่านประธานว่าอยากจะเห็นสภาผู้แทนราษฎร ได้หยิบเอาเรื่องนี้ ขึ้นมา ไม่ใช่ว่าเขาส่งรายงานมาให้เราทราบ เราก็รับทราบ และมีข้อเสนออยู่ เราจะ ดําเนินการอย่างไรต่อไป อยากจะให้มีคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องได้หยิบเรื่องนี้มา พิจารณา แล้วก็เอาข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเหล่านี้มาดูว่าจะมีช่องทางที่ จะเยียวยาประชาชนอย่างไร หรือไม่ ไม่อย่างนั้นรายงานอย่างนี้จะมีบ่อย ส่งไปแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็ส่งไปให้หน่วยงาน หน่วยงานก็โยนกลับไปกลับมาแล้วก็เฉย หรือไม่ ก็บอกว่าไม่มีมูลแล้วก็จบ ส่งมาให้สภาทราบ สภาทราบแล้วก็จบ ถ้าสภาจะลงไปให้ พิจารณาโทษทางหน่วยงานก็คงไม่ได้ ก็คงเปึนเรื่องที่รัฐสภาเองจะต้องพิจารณา ความรับผิดทางการเมือง กับรัฐบาลว่าทําไมจึงไม่ดําเนินการเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง ผมก็ กราบเรียนท่านประธานแค่นี้ครับ