อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณีตํารวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยขอให้รัฐสภาและคณะรัฐมนตรีแก้ไขมาตรา 15 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 และเรียกร้องให้ส่วนงานต่างๆ ดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าว
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้อ่านรายงาน การติดตามการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนกรณีตํารวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด จังหวัดสุราษฎร์ธานีขู่บังคับและทําร้ายร่างกายเพื่อให้รับสารภาพซึ่งเปึนรายงานที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ก็ด้วยความรู้สึกที่ไม่สบายใจเปึนอย่างยิ่ง แล้วผมก็คิดว่าสภาพปัญหาที่หน่วยงาน ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนในความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลายเรื่อง หลายราวที่ยังมีพฤติกรรมคล้าย ๆ กับกรณีตํารวจชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อนายชยุต ก้องชัยชนะ กับนางฉวีวรรณ เกิดแก้ว เปึนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อป้ ๒๕๔๕ ถ้าท่านประธานจําได้พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลักษณะการจับกุม ยัดเยียดข้อกล่าวหา แล้วก็ใส่ร้ายด้วยการสร้าง พยานหลักฐานเท็จในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และเปึนพฤติกรรมที่ต้องเรียน ต่อท่านประธานว่าตํารวจระดับเล็ก ๆ ระดับ ร้อยตํารวจเอก หัวหน้าชุดปฏิบัติการ คงไม่สามารถที่จะตัดสินใจกระทําการในลักษณะเช่นนี้โดยลําพังได้ ถ้าไม่มีนโยบาย จากส่วนบนลงมา ท่านประธานที่เคารพครับ ป้ ๒๕๔๕ รัฐบาลชุดนั้นได้มีนโยบาย ทําสงครามยาเสพติด มีการปราบปรามผู้กระทําผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมากมาย ลักษณะ ของสงครามก็คือการเอาชนะ ใช้ทุกวิถีทางเพื่อที่จะเอาชนะไปสู่เปัาหมายอันนั้น พฤติกรรมอันหนึ่ง ก็คือการฆ่าตัดตอน ถ้าท่านประธานได้ติดตามข่าวสาร แล้วทั่วโลกก็ได้ ประณามกันอยู่ ก็คือกรณีฆ่าตัดตอน ๒,๕๐๐ ศพ นี่ก็เปึนหนึ่งในพฤติกรรมที่มีลักษณะ เปึนขบวนการที่รับนโยบายจากส่วนบนลงมา ซึ่ง ร้อยตํารวจเอก คนนี้ผมคิดว่า ถือว่า เปึนแพะส่วนหนึ่งในกระบวนการที่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลในยุคนั้น เพราะฉะนั้น ในการทําสงครามยาเสพติดที่มีการฆ่าตัดตอนกันมากมายมหาศาล แล้วมีการละเมิด สิทธิมนุษยชนครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ประเด็นที่ผมอยากจะ ซักถามฝากไปถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในเบื้องแรกก็คือว่า เรื่องนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีการศึกษาพฤติกรรมลักษณะเช่นนี้ ในกรณีอื่น ๆ ในพื้นที่อื่น ๆ บ้างหรือไม่ และได้ดําเนินการกับกรณีเช่นนี้อย่างไร นั่นเปึน ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็คือข้อเรียกร้อง ๓ ข้อ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติในชุดก่อนโน้นที่ทํารายงานผลเรื่องนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจก็คือมีข้อเสนอว่า ๑. เสนอแนะต่อรัฐสภา และคณะรัฐมนตรีให้แก้ไขมาตรา ๑๕ พระราชบัญญัติปัองกัน และปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ ในส่วนของการควบคุมผู้ถูกจับกุมให้ถือว่า เปึนการควบคุมของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา ๒๓๗ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ณ เวลานั้นได้ดําเนินการหรือไม่ อย่างไร
ข้อที่ ๒ ซึ่งเข้าใจว่าเปึนประเด็นปัญหาที่ท่านเรียกร้องต่อสํานักงานตํารวจ แห่งชาติให้ดําเนินการก็คือ ให้สอบสวนข้อเท็จจริง และทําการศึกษาเกี่ยวกับพฤติการณ์ ซ้อมทําร้ายร่างกายผู้ต้องหาด้วยวิธีการทรมาน ทารุณ โหดร้าย ของ ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธุ์ วิชัยดิษฐ กับพวก และนําผลสรุปจากการสอบสวนข้อเท็จจริงไปกําหนด มาตรการปัองกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก และควรจัดให้มีเจ้าหน้าที่ตํารวจได้รับ การศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องนี้เปึนประเด็นปัญหาที่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ โดยเฉพาะ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรณีอื่น ๆ ด้วย จะถามว่าท่านได้ติดตาม ไหมว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ไปกําหนดมาตรการปัองกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทํานอง นี้เกิดขึ้นอีก เขาได้มีการผลักดันเรื่องนี้หรือไม่ และการฝ๊กอบรมเจ้าหน้าที่ตํารวจเพื่อให้ เข้าใจในเรื่องของสิทธิมนุษยชน สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ปฏิบัติการไปมากน้อย แค่ไหน แล้วได้รายงานต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือไม่ ส่วนเรื่องของการ สอบสวนวินัยดําเนินคดีอาญา ของ ร้อยตํารวจเอก เชษฐพันธุ์ วิชัยดิษฐ กับพวกในข้อที่ ๓ นี้ ก็เข้าใจว่าเปึนประเด็นปัญหาที่เรากําลังถกเถียงอยู่ ก็อยากจะฝากให้ท่านได้ช่วยชี้แจง ในประเด็นเหล่านี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ