สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๒

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อภิปรายรายงานผลการตรวจสอบและการปฏิบัติหน้าที่ประจําปี 2550 ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเสนอแนะข้อคิดเห็น โดยเรียกร้องให้ป.ป.ช. เผยแพร่ผลงานที่เข้าถึงประชาชนทั่วถึงอย่างต่อเนื่อง และใช้สื่อสารที่เข้าถึงประชาชนทั่วถึงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 11 ข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ปลูกฝังจิตสำนึก ค่านิยมตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย และจิตสำนึกธรรมาภิบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลร่วมดำเนินการอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ที่ดำเนินการใน 8 จังหวัด และถามถึงผลการปฏิบัติงานของอนุกรรมการเหล่านั้น และหารือเรื่องการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และขอให้ป.ป.ช. กำหนดหลักเกณฑ์ในการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการมีอยู่จริงของทรัพย์สิน

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงาน ผลการตรวจสอบและการปฏิบัติหน้าที่ประจําป้ ๒๕๕๐ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ความจริงแล้วผมได้มีโอกาสร่วมเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. อยู่แล้ว และก็มีโอกาสได้ซักถามข้อข้องใจต่าง ๆ เกี่ยวกับ การดําเนินงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านเจ้าหน้าที่ที่มาร่วมเปึนคณะกรรมาธิการ ด้วยกัน ก็ได้รู้สึกชื่นชมมาโดยตลอดนะครับถึงการดําเนินงานที่เข้มแข็งเอาจริงเอาจัง ของท่าน แล้วต้องถือว่าเปึนหน่วยงานที่เปึนหลักประกันของสังคมหน่วยงานหนึ่งที่จะชี้ให้เห็นว่า บ้านเมืองนี้ยังจําเปึนที่จะต้องมีบุคคลที่มีความกล้าหาญ มีความเสียสละที่จะเอาผู้ที่ ทุจริตคิดมิชอบต่อบ้านเมืองมาลงโทษให้ได้ แม้จะเต็มไปด้วยความยากลําบาก แค่ไหนก็ตาม พวกเราที่เปึนคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะเขียนกฎหมาย ที่จะเอื้อโอกาส เอื้อให้ท่านได้สามารถมีเครื่องไม้เครื่องมือที่มีความเข้มแข็งในการปฏิบัติ หน้าที่ อย่างไรก็ตามผมเมื่อได้อ่านรายงานประจําป้ ๒๕๕๐ ของท่านแล้วก็มีประเด็น ที่อยากจะลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นแล้วก็มีข้อเสนอแนะ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการเผยแพร่ผลงาน ซึ่งท่านได้ใช้งบประมาณ จํานวนมากในการเข้าไปดําเนินการ แล้วก็มีกิจกรรมที่หลากหลายในการเผยแพร่งาน ของ ป.ป.ช. ผ่านทางสื่อต่าง ๆ สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตก็คือความต่อเนื่องของ การสื่อสารเรื่องนี้กับพี่น้องประชาชน เนื่องจากว่าในรายงานที่ท่านได้รายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็จะเปึนกิจกรรมการจัดพิมพ์เอกสาร หรือหนังสือ ซึ่งมีเปึนจํานวนที่ไม่มากพอแล้วก็ไม่ทั่วถึงกลุ่มบุคคลได้อย่างเพียงพอ อาจจะเจาะเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จํานวน ๕,๐๐๐ เล่ม ๒,๐๐๐ เล่ม หรือ ๑๐,๐๐๐ เล่ม แต่ว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่จําเปึนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันมีจํานวนมากมาย ๕๐-๖๐ ล้านคน จําเปึนที่จะต้องใช้สื่อที่ เข้าถึงจริง ๆ นะครับ ก็เห็นการที่ท่านได้จัดผู้หลักผู้ใหญ่ใน ป.ป.ช. ไปออกอากาศทาง สถานีวิทยุ ออกรายการทางโทรทัศน์ แต่เอาเข้าจริงแล้วมันเปึนช่วงเวลาที่ไม่สามารถที่จะ สื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง แล้วก็ภายในช่วงเวลาจํากัดแค่นั้นอาจจะ ไม่เพียงพอ ผมจึงเสนอว่า สปอทโฆษณาทางโทรทัศน์หรือทางวิทยุจําเปึนที่จะต้องทํา อย่างต่อเนื่อง จําเปึนที่จะต้องสื่อสารและปลุกจิตสํานึกพี่น้องประชาชนให้หันมาสนใจ ให้หันมาเปึนภาคีร่วมกับท่านในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันตามศักยภาพของเขาที่จะ มีอยู่

ในประเด็นต่อมาคือในเรื่องข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. เอง ในเรื่องของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ๑๑ ข้อ ผมสนับสนุนทั้งหมดเลยนะครับ โดยเฉพาะในข้อที่ ๓ ข้อที่ ๔ ที่จําเปึนที่จะต้อง เรียกร้องให้รัฐบาลร่วมดําเนินการอย่างจริงจัง ก็คือเรื่องของการรณรงค์สร้างกระบวนการ เรียนรู้ ปลูกฝังจิตสํานึก ค่านิยมตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข เสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย และจิตสํานึก ธรรมาภิบาล ให้ประชาชนมีจิตสํานึกความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์สาธารณะ กระทั่ง เปึนปกติวิสัย อันนี้ไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นเองได้ในความคิดของประชาชนครับ ถ้าเกิด รัฐบาลไม่มีส่วนร่วมสนับสนุนอย่างจริงจัง เพราะผมเข้าใจว่าโดยกระบวนการทํางานของ ทาง ป.ป.ช. เอง งบประมาณก็มีจํากัด ก็คงจะยากที่จะไปสร้างกระบวนการเหล่านี้ ได้ทั้งหมด รัฐบาลเองจําเปึนที่จะต้องใช้กลไกทั้งหมดที่จะสร้างวัฒนธรรมที่ต่อต้าน การทุจริตเหล่านี้ ผมคิดว่าการใช้สื่อสารมวลชนของรัฐที่มีอยู่ในการสนับสนุนข้อเรียกร้อง ข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. ตรงนี้ เปึนสิ่งที่รัฐบาลจะต้องกระทําอย่างจริงจังนะครับ

ในข้อที่สี่ ที่ท่านระบุบอกว่า ควรสนับสนุนสถาบันการศึกษาทั้งในและนอก ระบบ ให้โรงเรียนสถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิชาการต่าง ๆ สร้างองค์ความรู้ให้แก่ ประชาชนและเยาวชนให้เข้าใจสิทธิประชาธิปไตยและจัดหลักสูตรเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม อันนี้ก็เปึนหน้าที่โดยตรงครับ ผมคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการต้องรับข้อเสนอแนะ อันนี้ออกไป แล้วก็ไปทําให้เกิดการปฏิบัติที่เปึนจริง

ข้อต่อมาครับ มีเพื่อนสมาชิกได้นําเสนอเรื่องคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งนําร่องไป ๘ จังหวัด อันนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดีมาก แล้วก็จะสอดรับกับบทบัญญัติ ที่จะเขียนไว้ในกฎหมาย พ.ร.บ. ป.ป.ช. เรื่อง ป.ป.ช. จังหวัด ซึ่งเปึนไปตามเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ต้องการให้มี ป.ป.ช. จังหวัด คือให้มีกลไก ให้มีเครือข่าย ให้มี แขนขาของ ป.ป.ช. ส่วนกลาง ไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ประเด็นปัญหาอันนี้ ผมคิดว่าไม่น่าจะห่วงใยมาก เมื่อกฎหมายนี้ออกมาแล้วก็มี ป.ป.ช. จังหวัดขึ้นมาจริง ๆ แต่สิ่งที่จะซักถามก็คือว่า จากการตั้งอนุกรรมการ ป.ป.ช. ๘ จังหวัดนําร่องก็ทั่วประเทศ กระจายไปทุกภาค อยากทราบว่า ผลการปฏิบัติของอนุกรรมการ ป.ป.ช. จังหวัด เปึนอย่างไรบ้าง ในแง่ของการรวบรวมประเด็น ข้อมูลหลักฐานการทุจริตช่วยเหลือ ป.ป.ช. ในส่วนกลาง ในเรื่องของการสอดส่องพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชันในต่างจังหวัด แต่ละพื้นที่เปึนอย่างไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชนในจังหวัดนําร่องเหล่านั้นต่อการสนับสนุนการทํางานของ ป.ป.ช. เปึนไปได้ มีมากน้อยแค่ไหน แล้วก็มีประสิทธิภาพอย่างไรบ้าง

สุดท้ายที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือเรื่องของการเป่ดเผยบัญชีทรัพย์สิน ต่อสาธารณะของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งเปึนไปตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ ประเด็นที่ผมได้เคยนําเสนอกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ที่มาร่วมชี้แจงในคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณากฎหมาย ป.ป.ช. ก็คือบัญชีทรัพย์สิน หรือเอกสารทุกชิ้น ที่ผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองเสนอกับ ป.ป.ช. และรัฐธรรมนูญกําหนดให้ต้องเป่ดเผย ต่อสาธารณะ ผมมีความเห็นว่าเอกสารบางชิ้น ข้อมูลบางอย่างที่เสนอไปในเอกสาร เหล่านั้นไม่จําเปึนจะต้องเป่ดเผยทั้งหมด อาทิเช่น ชื่อ เลขบัตรประจําตัวประชาชน ตัวเลข บัญชีธนาคาร ตัวเลขบัญชีบัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งรายละเอียดส่วนบุคคลต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการมีอยู่จริงของทรัพย์สินที่เราได้นําเสนอก็ไม่จําเปึนต้องเอามาเป่ดเผย ทั้งหมด เพราะอะไรครับ เพราะว่าการเป่ดเผยข้อมูลที่เปึนหลักฐานส่วนบุคคลเหล่านี้ จะไปเอื้อต่อการกระทําความผิดของมิจฉาชีพต่าง ๆ ที่สามารถจะดึงเอาข้อมูลเหล่านั้น ไปใช้ในทางที่เปึนโทษกับผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินโดยที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เอง ป.ป.ช. ก็ไม่อยากจะให้เกิด แต่โดยเงื่อนไขข้อกําหนดในรัฐธรรมนูญบอกว่าจะต้องเป่ดเผย บัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน และเอกสารต่าง ๆ ที่เสนอต่อ ป.ป.ช. ต่อสาธารณะทั้งหมด กระผม คิดว่าเรื่องนี้ทาง ป.ป.ช. สามารถไปกําหนดหลักเกณฑ์ ไปกําหนดระเบียบในการเป่ดเผย บัญชีเหล่านี้ที่จะทําให้การเป่ดเผยข้อมูลเหล่านั้นไม่เปึนการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ของผู้ที่เสนอบัญชีทรัพย์สินเหล่านี้ ประเด็นเหล่านี้ผมอยากจะฝากไว้ให้ทาง ป.ป.ช. ไปปรับปรุงด้วย กราบขอบพระคุณครับ