สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๒

ปรีชา เลิศกมลมาศ หารือเรื่องรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๐ และเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาการทุจริตในประเทศไทย โดยเสนอแผนการสร้างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัด และการฝึกอบรมบุคลากรเพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ยังพูดถึงผลการดำเนินการของป.ป.ช. ในเรื่องชี้มูลความผิด 9 เรื่อง และการตรวจสอบการประกวดราคาและการแต่งตั้งคณะบุคคลเข้าสังเกตการณ์

นายปรีชา เลิศกมลมาศ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน กระผม นายปรีชา เลิศกมลมาศ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอกราบเรียนในรายงาน ทั้ง ๒ เรื่อง คือ รายงานงบการเงินและรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ ประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ของคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ และคําติชม กระผมและคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ฝากให้ทราบว่าขอรับไปเพื่อจะปฏิบัติ แล้วก็หาวิธีการที่จะดําเนินการเพื่อจะบรรลุเปัาหมายและวัตถุประสงค์ พร้อมกับ หาวิธีการที่จะปฏิบัติให้เอื้อประโยชน์ต่อประเทศชาติ แล้วก็ผลประโยชน์ส่วนรวม ทั้งถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย ในกรณีที่มีคําถามหรือข้อเสนอแนะมา กระผม ขอกราบเรียนโดยลําดับดังนี้ ในการเร่งรัดคดีที่ค้าง คงเปึนปัญหาต่อเนื่องจากตั้งแต่ มีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ เนื่องจากว่าอาจจะเปึนเรื่องที่ มอบหมายให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. รับผิดชอบในเรื่องร้องเรียนที่มีภาระเปึนปริมาณ จํานวนมาก ซึ่งแต่เดิมอาจจะไปอยู่ในหน่วยงานที่ในพื้นที่ก็ดี เช่นเจ้าหน้าที่สอบสวน ของตํารวจหรือว่าในหน่วยงานของต้นสังกัด หรือว่าหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่ที่จะต้อง ดําเนินการตามกฎหมายเดิม แต่เมื่อมีกฎหมายใหม่ปรากฏขึ้นก็จะเปึนภาระที่ประดัง เข้ามาสู่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกอบกับในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ระหว่างที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติงานก็มีเหตุที่จะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ไป ๒ ป้ จึงทําให้ภาระงาน ตกคั่งค้างมา กระผมขอกราบเรียนในเรื่องของสถิติ ข้อมูล เรื่องที่ปรากฏในเอกสาร ซึ่งในปัจจุบันนี้ที่มีภาระงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถ้าเผื่อปรากฏในเอกสารของ รายงานประจําป้ก็คงจะยอดเปึนหมื่น แต่ว่าในป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่เรารับเรื่องดําเนินการ แล้วก็เปึนยอดรวมทั้งสิ้นประมาณ ๑๑,๐๐๐ เรื่องเศษ แต่เราได้ดําเนินการไปรวม ๘,๗๕๖ เรื่อง คงเหลือ ๕,๖๕๑ เรื่อง นี่เฉพาะเรื่องด้านปราบปรามนะครับ ส่วนป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ยกยอดมาจากเดิม ๕,๖๕๑ เรื่อง ก็ดําเนินการไป ๓,๐๘๙ เรื่อง คงเหลือ ๕,๕๙๑ เรื่อง ณ ปัจจุบันในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ เหลือประมาณ ๖,๕๐๐ เรื่อง เหตุที่มีเรื่องคั่งค้างมาก็ผมได้กราบเรียนแล้ว ในกรณีการเร่งรัดงานหรือจะดําเนินการเพื่อจะให้การไต่สวน สอบสวน ดําเนินการไป ให้ได้ผลสําเร็จ แม้ว่าจะมีหน่วยงานใหม่เกิดขึ้น คือ ป.ป.ท. ซึ่งรับเรื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือเรื่องที่จะเข้ามาใหม่ ตั้งแต่มีการจัดตั้ง โดย พ.ร.บ. ของ ป.ป.ท. เมื่อเดือน มกราคม ๒๕๕๑ แล้วก็ตาม แต่ก็ยังรับงานจาก ป.ป.ช. ไปไม่ได้ เนื่องจากองค์อํานาจ หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. ยังไม่สามารถจัดตั้งดําเนินการไปได้ แต่ขณะเดียวกัน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้ดําเนินการโดยเหตุที่ว่าระบบการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อาศัยที่จะต้องให้ความเปึนธรรม ให้ความเปึนกลาง แล้วก็มีความโปร่งใสที่จะให้ ทุกฝ์ายไม่มีปัญหา เนื่องจากสํานวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปึนระบบการไต่สวน แล้วก็กระบวนการการไต่สวนจะต้องมีระบบที่แตกต่างไปจากกระบวนการสอบสวนปกติ เช่น พนักงานสอบสวนทั่วไป คือเราจะต้องสอบให้สิ้นกระแสความ แล้วก็ให้ ความเปึนธรรมทุกฝ์าย เพราะฉะนั้นในการดําเนินการที่จะต้องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ไต่สวนจึงต้องใช้เวลาพอสมควร แล้วก็มีการแจ้งให้ทราบคําสั่ง แล้วก็มีการคัดค้านก็ดี มีระบบกระบวนการขั้นตอนที่จะต้องให้เขาแก้ข้อกล่าวหา แล้วก็ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาให้ได้ แต่ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้ดําเนินการ โดยมีการให้ในช่วงที่มีคณะปฏิรูป การปกครองแผ่นดินฯ ก็มีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฯ คปค. ขึ้นมา เพื่อจะได้มอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการไต่สวน พร้อมกับมอบให้ผู้บังคับบัญชา หรือทางพนักงานสอบสวนไปดําเนินการทางวินัย ทางอาญา แล้วก็นอกเหนือจากนั้น ก็เตรียมในเรื่องที่สําคัญเพื่อดําเนินการเปึนกรณีเร่งด่วน แต่ในการที่จะปฏิบัติงานไปได้เรา ก็มีการเร่งรัดโดยการพัฒนาเจ้าหน้าที่ แล้วสร้างระบบกระบวนการไต่สวน ในการที่เรา มีการฝ๊กอบรมพนักงานไต่สวน โดยสถาบันการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์ ที่จะต้องขออนุญาตเอ่ยนามว่าเปึนสถาบันที่เราจะต้องฝ๊กพัฒนา รวมถึงว่าจะพัฒนาให้กับบุคลากรภายนอกด้วย ซึ่งอันนี้จะต้องเปึนเครือข่ายในการที่จะ สร้างสมาชิกที่จะเปึนบุคลากรทางด้านการไต่สวนร่วมกับเรา นี่ก็เปึนผลดําเนินการ โดยสรุป แต่ในการที่จะดําเนินการไต่สวนไปได้ ให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีของการที่จะเอาผิดคนที่ถือครองแทน นอกเหนือจากที่จะต้องสอบข้อเท็จจริงให้ได้ ปรากฏเปึนที่ประจักษ์แล้ว เราก็ต้องสอบให้ได้ข้อมูลที่จะชัดเจนที่จะเอาความผิดได้ โดยที่รัฐธรรมนูญก็กําหนดไว้ว่า ถ้าหากว่ามีความผิดที่ปรากฏกับผู้ที่ถือครองแทน ก็ให้ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการในการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ที่ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองที่มอบหมายให้ผู้ที่ครอบครองทรัพย์สินนั้น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมด้วย อันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ให้ความสําคัญในกรณีนี้เปึนอย่างมาก

ขอกราบเรียนในประเด็นถัดไปว่าในเรื่องเกี่ยวกับคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๖ วรรคท้าย ตามที่ รัฐธรรมนูญกําหนด แล้วก็ทางสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับหลักการเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ป้นี้ แล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ของ ป.ป.ช. นี้ ซึ่งดําเนินการเสร็จสิ้นไปเมื่อวานนี้ ซึ่งส่งให้ทางสภาไปเรียบร้อยแล้ว คาดว่าในการดําเนินการหลังจากนี้ไปก็คงจะได้กลับมาพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สาม ของสภาผู้แทนราษฎร ณ ที่นี้ ซึ่งในบทบัญญัติ หลายท่านคงเปึนกรรมาธิการ หรือได้ทราบมาแล้วว่า คือกรรมการ ป.ป.ช. จังหวัด ขออนุญาตเรียกในลักษณะนี้ จะมี ก็ต่อเมื่อหลังจากที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบังคับใช้แล้ว ๒ ป้ เพราะฉะนั้น ในส่วนที่จะดําเนินการต่อไปก็เปึนเรื่องที่สํานักงาน ป.ป.ช. จะรับไปดําเนินการเพื่อจะ จัดตั้งกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดให้ได้เสร็จสิ้นพร้อมกัน ๗๖ จังหวัด จังหวัดละ ๓ ท่าน และตามร่างก็กําหนดไว้วาระละ ๔ ป้ แต่ในส่วนของที่มี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เอ่ยถึงเรื่องผลการประเมินของ ป.ป.ช. จังหวัด ๘ จังหวัด ซึ่งเปึนโครงการนําร่อง คือจะเรียกว่าอนุกรรมการประสานงานเครือข่ายปัองกัน และปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัด ซึ่งเราดําเนินการภาคละ ๒ จังหวัดไป ก็ได้ผล เปึนที่พอใจ โดยว่าใช้มหาวิทยาลัยรวม ๔ มหาวิทยาลัยทั้ง ๔ ภาค ได้ประเมินในกิจกรรม ต่าง ๆ และผลงานที่ดําเนินการมา ๒ ป้ ส่วนใหญ่ผลของการประเมินจะปรากฏว่า ต้องประชาชน หรือว่าผลของการวิเคราะห์ของอาจารย์ทางมหาวิทยาลัยก็ได้ผลสรุปว่า ทางคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดควรจะต้องมาจาก ภาคประชาชนมากกว่าภาคราชการ และกิจกรรมก็ควรจะด้วยเรื่องในการปัองกัน และตรวจสอบทรัพย์สินมากกว่าที่จะดําเนินการในการไต่สวนเพื่อจะเอาโทษ เอาผิด กับผู้ที่ถูกกล่าวหา ในกรณีนี้ก็เปึนเรื่องที่กรรมการ ป.ป.ช. หรือทางคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่ร่างกฎหมายประกอบก็ได้ร่างไว้ว่า เปึนการที่มอบอํานาจในเรื่องของการ ปราบปรามนี้เฉพาะเรื่องของการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นและรวบรวมเอกสาร หลักฐานเพื่อจะส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนกลางดําเนินการวินิจฉัยชี้ความผิด หรือว่าให้ยุติเรื่อง เปึนอํานาจที่จะต้องส่งมาส่วนกลาง เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ก็เปึน ที่น่าจะต้องไว้วางใจว่าคงจะไม่มีการใช้อิทธิพลหรือใช้การวิ่งเต้นในส่วนที่จะเปึนเรื่อง กระทบกับกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัด

ในประเด็นถัดไปเรื่องการพัฒนาบุคลากร ตามที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านทศพลได้มีข้อเสนอให้สถาบันของ ป.ป.ช. เชิญข้าราชการมาเปึนเครือข่ายเพื่อจะร่วม ในการเปึนพันธมิตรในการไต่สวน อันนี้เราก็ดําเนินการอยู่ โดยปัจจุบันก็เชิญตัวแทนจาก หน่วยงานต่าง ๆ รวมแล้วประมาณหลักสูตรละ ๑๐ ท่านเข้ามาอบรมร่วมกับเรา นอกเหนือจากที่เราได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปเพื่อจะเปึนวิทยากรและเข้าโครงการเน้นหนัก กับทางหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมศุลกากรก็ดี หรือ กทม. ก็ดี ซึ่งรวมถึงองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นได้เชิญวิทยากรจาก ป.ป.ช. ไปเปึนประจํา และในเร็ว ๆ นี้ทางสํานักงาน ป.ป.ท. ก็จะให้สํานักงาน ป.ป.ช. ดําเนินการอบรม หรือว่า พัฒนาเจ้าหน้าที่ให้ เพื่อจะเปึนบุคลากรในการดําเนินการต่อเนื่องกับ ป.ป.ช. ให้อย่างมี ประสิทธิภาพต่อไป

ในเรื่องเกี่ยวกับผลดําเนินการที่มีการพูดถึงว่า ผมขออนุญาตย้อนกลับไป ว่ารายงานประจําป้หรือรายงานการตรวจสอบงบการเงินนั้น ที่มีปัญหาว่าส่งล่าช้า เนื่องจากว่าเราต้องตรวจสอบหรือว่าต้องมีกระบวนการตรวจสอบจากสํานักงานตรวจเงิน แผ่นดิน ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้ดําเนินการตรวจสอบอยู่ ในป้ ๒๕๕๑ ยังไม่แล้วเสร็จ จึงต้องรอให้สํานักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินรับรอง งบการเงินก่อนจึงจะสามารถเสนอเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาต่อไปได้

ในกรณีถัดไป เรื่องที่ท่านได้ให้ชี้แจงในสภาคือเรื่องชี้มูลความผิด ๙ เรื่อง ที่ส่งให้อัยการและมีผลดําเนินการอย่างไร กระผมขอกราบเรียนว่าในกรณีดังกล่าวได้มีการส่งฟัองศาลไปแล้ว ลงโทษรวม ๒ เรื่อง และตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่วมกับอัยการ เปึนกรรมการร่วมกันตามกฎหมาย รวม ๓ เรื่อง แล้วอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ รวมจํานวน ๔ เรื่อง ในเรื่องผลงาน ที่มีการลงเผยแพร่หรือเปึนเรื่องกิจกรรมที่ลงในรายงานประจําป้ หรือรายงานตรวจสอบ พร้อมข้อสังเกตของคณะกรรมการ ในปัจจุบันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กําหนดให้ทาง คณะกรรมการ ป.ป.ช. รายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวลงราชกิจจานุเบกษา พร้อมกับเป่ดเผยต่อสาธารณชนด้วย ก็โดยประมาณว่าปกติรายงานประจําป้เราจะพิมพ์ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ เล่ม แล้วก็ส่งไปยังหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล หรือ อบจ. อบต. ทั่วประเทศ พร้อมทั้งส่งให้โรงเรียนต่าง ๆ เพื่อเปึนเอกสารทางวิชาการ ในตัวด้วย นอกเหนือจากที่มีการลงเว็บไซต์ (Web site) แล้วครับ กระผมขอเรียนว่า ในกรณีของบัญชีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อเสนอแนะไว้ว่าควรจะให้มีการเป่ดเผย เอกสารหรือว่าไม่เป่ดเผยเอกสารในบางชิ้น หรือว่าในบางข้อมูล อันนี้กระผมได้กราบเรียน ให้ท่านประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบแล้ว แล้วก็คณะกรรมการก็รับข้อเสนอแนะ จากท่านเพื่อจะไปหาวิธีการ แล้วก็ปฏิบัติเพื่อให้ถูกต้องต่อไป แล้วก็เพื่อจะเปึนการ สงวนสิทธิหรือว่าปกป่ดข้อมูลที่ไม่ควรจะเข้าไปให้สู่สาธารณะเกินขอบเขต

ในเรื่องของมาตรการที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อเสนอว่าเรื่องทุจริต ราคาจํานําข้าว ซึ่งในปัจจุบันหลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่อง แล้วก็ มีข้อมูลพอสมควรก็ได้ดําเนินการให้ทาง ทีดีอาร์ไอ (TDRI : Thailand Development Research Institute) หรือสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งประเทศไทยทําการศึกษาวิจัย เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนมาดําเนินการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ ยังวิจัยในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับพืชผลทางการเกษตร เช่น ลําไย ยางพารา มันสําปะหลัง อ้อยและน้ําตาล เปึนต้น จึงทําให้เกิดปัญหาในการขยายขอบเขต ของงานวิจัยออกไป

๒. ในเรื่องเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะบุคคลเพื่อเข้าสังเกตการณ์ในการ ลงทุนที่มีปริมาณวงเงินตั้งแต่ ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ทาง ป.ป.ช. ได้มีการสอบถาม แล้วก็ เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาแสดงความคิดเห็นและก็วิพากษ์ในมาตรการที่กําหนดไว้แล้ว แล้วก็ จะเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบภาครัฐของกระทรวงการคลัง แต่ปรากฏว่า ในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็ทางผู้ที่รู้เห็นในเหตุการณ์ที่เปึนเรื่องการประกวดราคา ดังกล่าวก็ได้เห็นด้วยกับมาตรการนี้ และขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการทําหลักการเสนอ คณะกรรมการ ป.ป.ช.

ในเรื่องสุดท้ายที่เกี่ยวกับมาตรการ เกี่ยวกับผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูง ในรัฐวิสาหกิจหลายแห่งในเวลาเดียวกันนี้ ทางคณะอนุกรรมาธิการซึ่งทางท่านกรรมการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เมธี ได้เชิญผู้แทนของสํานักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจมาให้ความเห็น พร้อมกับข้อมูลต่อคณะ อนุกรรมาธิการฝ์ายมาตรการปัองกันการทุจริต พร้อมกับเชิญตัวแทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐวิสาหกิจที่มีปริมาณหรือมีจํานวนของบุคลากรที่มาดํารงตําแหน่ง เปึนจํานวนมากในบอร์ด (Board) ของรัฐวิสาหกิจมาให้ข้อมูลเช่นกันครับ

ในประเด็นกรณีที่จะทําให้การยื่นทรัพย์สินของสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่จะทํา อย่างไรให้ยื่นบัญชีได้ง่ายขึ้นนั้น ในทางปฏิบัติในขณะนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้มีมติ ว่าหากกรณีที่ทรัพย์สินไม่มีการเปลี่ยนแปลงสามารถที่จะแจ้งให้ ป.ป.ช.ใช้หลักฐาน ในชุดเดิม ซึ่งได้มีการยื่นไว้ในคราวใกล้เคียงกับระยะเวลาดังกล่าวได้ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ ปฏิบัติอยู่แล้ว และทางเราก็จะประชาสัมพันธ์พร้อมกับชี้แจงต่อไป

ในส่วนใดที่ยังตอบไม่ครบหรือคิดว่าท่านยังมีข้อเสนอแนะ ข้อสงสัยกระผม ยินดีที่จะเรียนชี้แจงให้ทราบต่อไปครับ