ปน วรรณพินิจ อธิบายว่าทางประกันสังคมไม่สามารถปล่อยกู้โดยตรงเนื่องจากขาดความเชี่ยวชาญและกำลังคน จึงใช้กระบวนการผ่านธนาคารเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีและผู้ประกันตนตกงาน โดยระบุวงเงินที่เตรียมไว้สำหรับโครงการดังกล่าว และชี้แจงสถานะการฝากเงินในวงเงิน ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่มีอยู่ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในธนาคารของรัฐและเอกชนที่ได้รับการค้ำประกันจากภาครัฐ ปน วรรณพินิจ อธิบายรายละเอียดกองทุนประกันสังคมโดยชี้แจงตัวเลขเงินสมทบและเงินจ่ายประโยชน์ทดแทน พร้อมยกตัวอย่างกรณีเสียชีวิตของตำรวจตรีชาติชาย และยืนยันว่ามีการขยายสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่องแต่ต้องพิจารณาความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาวก่อนจะเพิ่มสิทธิเพิ่มเติม
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ กระผม ปัุน วรรณพินิจ เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานชี้แจงผ่านไปทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นที่ท่านได้กรุณาสอบถามนะครับ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนอย่างสูงที่กรุณาให้คําแนะนํากับการทํางานของ ประกันสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ผู้ประกันตน และสมาชิกได้ทราบถึงการดําเนินงานต่าง ๆ สําหรับคําถามของท่านสมาชิกนั้นมีอยู่ หลายส่วนนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนในเรื่องที่ค่อนข้างจะใหม่สักนิดหนึ่งก่อน นะครับ คือในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงนโยบายให้การประกันสังคมนั้นครอบคลุมไปถึง บุตรและคู่สมรสของผู้ประกันตน เมื่อวานนี้ในช่วงบ่ายได้มีการประชุมคณะกรรมการ ประกันสังคมซึ่งเปึนกรรมการไตรภาคี มีทางฝ์ายนายจ้าง มีทั้งฝ์ายลูกจ้าง มีรัฐบาล ร่วมเปึนกรรมการอยู่ด้วยนะครับ คณะกรรมการนั้นมีความเห็นว่า
ประการที่ ๑ การขยายความคุ้มครองไปสู่บุตรหรือคู่สมรสของผู้ประกันตน นั้นเปึนสิ่งที่ดี แต่ต้องดูความมั่นคงของกองทุนด้วยนะครับ ในปัจจุบันนั้นกองทุนกําหนด ให้นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบ ๕ เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างลูกจ้าง ลูกจ้างจ่ายเงินสมทบ จํานวนเท่ากัน คือ ๕ เปอร์เซ็นต์ ของค่าจ้าง รัฐบาลนั้นจ่ายสมทบอยู่ที่อัตรา ๒.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนนี้เมื่อดูแล้วอาจจะมีปัญหาในการนํากลุ่มคนดังกล่าวเข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคม ถ้าเผื่อว่าไม่มีการเพิ่มอัตราเงินสมทบ ในการนี้ทางคณะรัฐมนตรีโดยท่านนายกรัฐมนตรี เองก็มีความเห็นว่า ในกรณีของการนําบุตรและคู่สมรสของผู้ประกันตนมาไว้ในระบบ ประกันสังคมนั้น ทางรัฐบาลก็จะเปึนผู้ออกเงินสมทบแต่เพียงฝ์ายเดียว เพราะฉะนั้น ในกรณีอย่างนี้นั้น กองทุนก็ไม่ขาดเสถียรภาพ ทางผู้ประกันตน ตัวแทนผู้ประกันตน คือฝ์ายนายจ้างและลูกจ้างเองก็ยอมรับในนโยบายส่วนนี้นะครับ อย่างไรก็ตามที เพื่อความรอบคอบในการดําเนินงานต่อไป คณะกรรมการประกันสังคมได้มีการจัดตั้ง คณะอนุกรรมการขึ้นมาออกรายละเอียดในเรื่องนี้ โดยประธานคณะอนุกรรมการที่จะมา พิจารณาในเรื่องรายละเอียดของการคุ้มครองบุตรและคู่สมรสนั้นจะเปึนผู้แทน ฝ์ายลูกจ้างนะครับ จะมีกรรมการฝ์ายนายจ้าง ๕ คน กรรมการฝ์ายลูกจ้างอีก ๔ คน มีกรรมการจากฝ์ายรัฐบาลทั้งหมดอีก ๖ คน ซึ่งเปึนไตรภาคีที่มาร่วมดําเนินการในส่วนนี้ และขออนุญาตกราบเรียนว่า ถามว่าหนักใจไหม ก็ค่อนข้างหนักใจนะครับ เพราะว่า ปัจจุบันนี้ผู้ประกันตนของเรามีทั้งสิ้นประมาณ ๙,๒๐๐,๐๐๐ คน แต่เบื้องต้นจากการ ประสานงานกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยนั้น ได้ตัวเลขของคู่สมรสอยู่ที่ ประมาณ ๒,๘๐๐,๐๐๐ คน มีเด็กซึ่งได้สิทธิจากประกันสังคมอยู่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่อายุยังไม่ถึง ๑๘ ป้ อีกประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน รวมแล้วก็ประมาณ ๕,๘๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นมากกว่า ๖๓ เปอร์เซ็นต์ของคนที่อยู่ในระบบประกันสังคมปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีกระบวนการที่ต้องมีการพัฒนาในหลาย ๆ ส่วนนะครับ
ในส่วนที่ ๒ ขออนุญาตกราบเรียนถึงข้อสังเกตที่ท่านเรียนถามว่า การลงทุนของประกันสังคมมีกําไรจากการขายหลักทรัพย์ในป้ ๒๕๕๐ ต่ํากว่ากําไรจากขายหลักทรัพย์ในป้ ๒๕๔๙ เปึนจํานวนทั้งสิ้นประมาณ ๕๐ กว่าล้านบาท ขออนุญาตกราบเรียนครับว่าในงบรายได้ในหน้าที่ ๔ นั้น รายได้ของเราจะได้มาตั้งแต่ ดอกเบี้ยรับ ดอกเบี้ยรับคือเงินที่เราได้จากการลงทุนในพันธบัตรหุ้นกู้ต่าง ๆ เราได้จาก เงินปันผล ก็คือหุ้นที่เราไปซื้อไว้แล้วได้ปันผลกลับมา ขณะเดียวกันก็มีหุ้นบางส่วนที่ยัง ไม่ได้ขาย แต่ว่าโดยราคาถ้าเผื่อขาย ณ วันนั้นก็มีกําไร ก็คือกําไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจาก การลงทุน เพราะฉะนั้นถ้ารวมโดยเฉพาะรายการใหญ่คือดอกเบี้ยรับนั้น ในป้ ๒๕๔๙ มีจํานวนเพียง ๑๔,๙๘๖ ล้านบาท แต่เมื่อมาป้ ๒๕๕๐ นั้น ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นไปเปึน ๑๘,๔๕๖ ล้านบาท คือเพิ่มขึ้นประมาณเกือบ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท การที่เปึนเช่นนี้ เนื่องจากว่าการลงทุนของสํานักงานประกันสังคมนั้นเน้นความไม่เสี่ยง ในปัจจุบันนั้น เราลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หรือหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่มีการค้ําประกันประมาณ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ของเงินทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ณ วันนี้ ส่วนที่เหลือ ประมาณ ๑๗ – ๑๘ เปอร์เซ็นต์นั้นเปึนการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เช่น หุ้น หรือว่าหุ้นกู้บางส่วนที่ไม่มีการค้ําประกัน
ส่วนที่ ๒ ในเรื่องของหนี้สงสัยจะสูญ ในป้ ๒๕๔๙ มีทั้งสิ้น ๓๗๗ ล้านบาท แต่พอมาป้ ๒๕๕๐ ลดลงเหลือ ๒๘๔ ล้านบาท ตามงบดุลหน้าที่ ๔ ขออนุญาตกราบเรียน ว่าหนี้สงสัยที่จะสูญนั้นเราคํานวณจากเงินสมทบที่เราได้รับจากนายจ้างและลูกจ้าง เปึนรายเดือน มีกรณีที่ว่านายจ้างหลายรายได้ค้างเงินสมทบส่วนนี้ เพราะฉะนั้นเราก็มี ตั้งเกณฑ์เผื่อหนี้สงสัยว่าจะสูญไว้ในลักษณะที่ว่า ถ้านายจ้างค้างหนี้ ๓ เดือน แต่ไม่เกิน ๑ ป้ เราก็ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญอยู่ที่ร้อยละ ๔๐ แต่ถ้าหนี้ค้างเกิน ๑ ป้ แต่ไม่เกิน ๒ ป้ เราตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ร้อยละ ๘๐ ถ้าหนี้ค้างเกิน ๒ ป้ขึ้นไป ก็จะตั้งค่าเผื่อหนี้ สงสัยจะสูญที่ร้อยละ ๙๕ เพราะฉะนั้นในทั้ง ๓ เกณฑ์ ทั้ง ๓ เดือนขึ้นไป ๑ ป้ขึ้นไป และ ๒ ป้ขึ้นไป รวมอยู่ในหนี้สงสัยที่จะสูญ เพราะฉะนั้นโดยกระบวนการในป้ ๒๕๕๐ นั้น มีกระบวนการทํางานเร่งรัดติดตามหนี้อย่างรวดเร็วขึ้น เรื่องหนี้สงสัยที่จะสูญจึงมีจํานวน ที่ลดลงในส่วนนี้นะครับ
สําหรับค่าใช้จ่ายในการบริหารสํานักงานนั้น ในป้ ๒๕๔๙ อยู่ที่ประมาณ ๓,๓๖๙ ล้านบาท แต่พอมาป้ ๒๕๕๐ อยู่ที่ประมาณ ๒,๑๙๗ ล้านบาท ลดลง การที่ลดลง นั้นส่วนหนึ่งเปึนผลมาจากการระมัดระวังการเปลี่ยนรัฐบาลในช่วงของการปฏิรูป ปฏิวัติ ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๙ มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยระดับหนึ่ง
ในส่วนต่อไปที่ขออนุญาตกราบเรียนท่านก็คือว่า ท่านถามว่าการลงทุน ในหุ้นจะขาดทุนหรือไม่ ถามว่าจะขาดทุนไหม มีครับ ที่ขาดทุน แต่เปึนจํานวนส่วนน้อย เท่าที่พบมาเราลงทุนในหุ้นบางตัวที่ขาดทุน แต่ตัวนั้นตัวเดียวกันพอเวลาผ่านไปก็ได้กําไร ขึ้นอยู่กับว่าเราจะขายแค่ไหน อย่างไร เนื่องจากนโยบายของเรานั้นเราจะลงทุนในหุ้นที่มี ความมั่นคงสูง คือได้เงินปันผลเปึนหลัก เพราะฉะนั้นถ้าไม่จําเปึนจริง ๆ แล้วเราก็จะถือ กินปันผลไป จนกระทั่งเห็นว่าราคาเหมาะสม จึงมีการทํากําไรขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น ในปลายป้ที่แล้วเมื่อหุ้นราคาลงเราก็ถือไว้กินปันผล แต่พอมาเมื่อประมาณ ๒ เดือนที่ผ่าน มาปรากฏว่าหุ้นราคาดีขึ้น เราเห็นช่องทางทํากําไรเราก็ขายออก ถามว่าขณะนี้หุ้นที่เราถือ อยู่ทั้งหมดนั้นกําไรหรือยัง ถ้าขายถึงวันนี้ทั้งหมด กําไรครับ เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพได้ทราบว่าราคาเฉลี่ยของหุ้นที่เราถืออยู่ขณะนี้ อินเดคซ์ (Index) อยู่ที่ ประมาณ ๕๗๐ เพราะขณะนี้เงินอินเดคซ์สูงขึ้นไปถึงประมาณ ๖๔๐ นั้นเราได้กําไร อาจจะไม่ทุกตัว แต่ว่าได้กําไร เราจะต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนในส่วนนี้ ค่อนข้างสูง
ข้อต่อไปมีคําถามว่าท่านรัฐมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องในการลงทุนอย่างไร คําตอบ คือ ท่านไม่สามารถเข้ามาเกี่ยวข้องได้เลย การลงทุน การกําหนดนโยบาย การจะ ซื้อหุ้นหรือไม่ซื้อหุ้น การจะซื้อหุ้นจํานวนเท่าไร จะซื้อพันธบัตรเท่าไร จะมีแผนการลงทุน ๓ ป้ แผนการลงทุน ๕ ป้ ที่อนุมัติโดยคณะกรรมการประกันสังคม เมื่ออนุมัติในกรอบใหญ่ แล้ว ก็จะมีอนุกรรมการบริหารการลงทุน ซึ่งมีท่านพิชัย ชุณหวชิร เปึนประธาน แล้วก็มี ไตรภาคี คือ นายจ้าง ลูกจ้างร่วมอยู่ด้วย ก็มากรองว่าถ้าเผื่อบอร์ดอนุมัติให้ลงทุนในหุ้นได้ ๗ เปอร์เซ็นต์ ควรจะแบ่งเปึน ๗ เปอร์เซ็นต์ จริงไหม หรือควรจะแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ หรือควรจะแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ จากนั้นกระบวนการที่จะไปซื้อหุ้นว่าจะซื้อหุ้นไหน เมื่อไร อย่างไรนั้นก็มีคณะกรรมการจัดการการลงทุน ซึ่งจะมีการวิเคราะห์เปึนรายวันในส่วนนั้น แต่ทั้งหมดต้องทําภายใต้นโยบายที่กําหนดมาโดยบอร์ดประกันสังคม กําหนดโดย อนุกรรมการบริหารการลงทุน เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องในส่วนนี้ แต่ประการใดทั้งสิ้น
ในส่วนที่มีคําถามว่าประกันสังคมจะเจียดเงินที่มีอยู่เยอะ ๆ ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มาปล่อยกู้ได้บ้างหรือไม่ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าทางเราคิดครับ แต่คิดแล้ว ก็พบข้อจํากัดว่าเราไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการปล่อยกู้ อันที่ ๒ เราไม่มี ความเชี่ยวชาญ ไม่มีอัตรากําลังเพียงพอที่จะไปติดตามหนี้จากการปล่อยกู้ เพราะฉะนั้น กระบวนการทั้งหมดเราก็จะปล่อยกู้ผ่านธนาคาร ยกตัวอย่างเช่น อย่างปัจจุบันนี้ในภาวะ เศรษฐกิจ เราก็ปล่อยกู้ผ่านทาง เอสเอ็มอี แบงก์ เอาเงินไปวางที่ เอสเอ็มอี แบงก์ ขณะนี้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท และอาจจะสูงสุดถึงประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้ปล่อยกู้กับ เอสเอ็มอี ที่ประสบปัญหาทางธุรกิจให้มากู้เงิน โดยเราขอคิดอัตราดอกเบี้ยจากธนาคาร เอสเอ็มอี เพียงแค่ ๑เปอร์เซ็นต์ แต่ เอสเอ็มอี นั้นก็ไปปล่อยกู้กับลูกค้าอยู่ที่ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ หรืออย่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เราก็มีวงเงินที่จะ ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรไปปล่อยกู้ให้กับผู้ประกันตนที่ตกงาน วงเงินสูงสุดที่เราเตรียมไว้คือประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขณะนี้ทราบว่ายังปล่อยกู้ไป ได้ไม่มากนัก กระบวนการนี้คือว่า เราใช้กระบวนการของธนาคารในการที่จะไปปฏิบัติการ ในเรื่องการวิเคราะห์สินเชื่อและการติดตามหนี้ โดยทางประกันสังคมจะได้รับหลักประกัน ก็คือว่า เงินดอกเบี้ยที่ได้นั้นจะต่ํากว่าราคาตลาดที่เปึนปัจจุบัน ทีนี้เมื่อพูดถึงการปล่อย เงินฝาก ปัจจุบันในวงเงิน ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่มีอยู่นั้นเราเอาไปฝากธนาคารต่าง ๆ อยู่ ที่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในธนาคารของรัฐ จะมีบางส่วนที่อยู่ ในธนาคารเอกชน แต่ที่เราไปลงได้ก็เนื่องจากว่ารัฐบาลค้ําประกันเงินฝาก อย่างธนาคาร ที่เราไปปล่อยทั่วไป อย่างเช่นธนาคารธนชาต ธนาคารนครหลวง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา อย่างธนาคารแห่งรัฐที่เราไปปล่อยเปึนส่วนใหญ่ ก็คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร แล้วก็ เอสเอ็มอี อาจจะรวมถึงธนาคารอิสลามซึ่งอยู่ในโครงการที่จะเข้าร่วมกับเราในการดูแล ประชาชนใน ๓ จังหวัดภาคใต้ด้วย
ในส่วนของประโยชน์ทดแทน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในแต่ละป้นั้น เราได้เงินสมทบอยู่ที่ประมาณ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยกตัวอย่างเช่น ในป้ ๒๕๔๙ เราได้รับเงินสมทบทั้งสิ้น ๙๒,๓๒๘ ล้านบาท แต่เราจ่ายประโยชน์ไปเพียง ๒๙,๒๖๑ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๐ เราได้เงินสมทบมาทั้งสิ้น ๙๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่เราจ่ายประโยชน์ ไปจํานวนทั้งสิ้น ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลที่เราจ่ายน้อยเนื่องจากว่าเงินส่วนใหญ่ เปึนเงินชราภาพที่ผู้ประกันตนฝากเอาไว้ เงินชราภาพนั้นในสัดส่วนของเงินสมทบที่ลูกจ้าง จ่าย ๕ เปอร์เซ็นต์ นายจ้างจ่าย ๕ เปอร์เซ็นต์นั้นจะเปึนส่วนของเงินชราภาพทั้งหมด ฝ์ายละ ๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเงินส่วนใหญ่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินสมทบ ที่ได้นั้นจะเก็บไว้เพื่อให้ลูกจ้างที่อายุ ๕๕ ป้ แต่ยังส่งเงินสมทบไม่ครบ ๑๕ ป้ คือ ๑๘๐ เดือน ได้บําเหน็จกลับไป เงินบําเหน็จก็คือเงินที่ลูกจ้างเก็บ บวกเงินที่นายจ้างสมทบ รวมกับดอกผลที่ให้ ได้เท่าไรเอาไปเลย ยกตัวอย่างเช่น ขออนุญาตกล่าวนามนิดหนึ่ง คือท่าน ร้อยตํารวจตรี ชาติชาย ซึ่งเปึน นักบินของ บริษัท บางกอก แอร์เวย์ ซึ่งเสียชีวิตที่เกาะสมุยนั้น เราก็คํานวณมาแล้วมี บําเหน็จที่ทางท่าน ร้อยตํารวจตรี ชาติชาย ได้สะสมไว้ทั้งสิ้นประมาณ ๑๑๑,๐๐๐ บาท ในช่วงเวลาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๒ ที่เราเริ่มกองทุนชราภาพมา ซึ่งเงินส่วนนี้ก็จะส่งให้กับทายาท ซึ่งก็คือภรรยา บิดา แล้วก็บุตรต่อไปนะครับ ในส่วนนี้ก็อยากจะเรียนว่าในงบ ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนที่เรามีอยู่ ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนส่วนของบําเหน็จชราภาพ ในส่วนที่เหลืออีกประมาณแสนล้านบาทนั้น จะอยู่ที่กรณี เจ็บป์วย ตาย ทุพพลภาพ คลอดบุตรและอีกอย่างคือกรณีของว่างงาน ในส่วนของ ข้อสังเกตของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยากให้เรามีการเพิ่มประโยชน์ที่ให้กับ ผู้ประกันตน ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเราค่อย ๆ ทําอย่างค่อยเปึน ค่อยไป สําคัญ ๆ ที่อยากจะขออนุญาตกราบเรียนก็คือว่าอย่างกรณีของคลอดบุตรเดิม เราจ่าย ๖,๐๐๐ บาทต่อบุตร ๑ คนที่คลอด ขณะนี้เพิ่มเปึน ๑๒,๐๐๐ บาท กรณีตาย ค่าทําศพ เดิมเราจ่ายที่ ๓๐,๐๐๐ บาท คราวนี้จ่ายที่ ๔๐,๐๐๐ บาท กรณีไตวายไม่ว่า จะเปึนการรักษาบําบัดหรือว่าการแก้ไขในเรื่องหยูกยาต่าง ๆ เราดูแล เพิ่งเริ่มเข้ามา เมื่อประมาณป้กว่า ๆ ที่ผ่านมา ในกรณีว่างงาน ว่างงานเราก็เพิ่งเพิ่มสิทธิประโยชน์ สําหรับผู้ที่ถูกเลิกจ้างว่างงาน ซึ่งได้สิทธิประโยชน์ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของ ค่าจ้าง เดิมได้รับเปึนเวลา ๖ เดือนแล้วก็ขยายเปึน ๘ เดือนในช่วงวิกฤตินะครับ ในเรื่องของบํานาญชราภาพ บํานาญชราภาพก็คือผู้ประกันตนคนใดจ่ายเงินสมทบ ในกองทุนชราภาพมาเปึนเวลา ๑๘๐ เดือน ก็จะได้บํานาญไป ไม่ต้องรับบําเหน็จ ได้บํานาญ กองทุนชราภาพจะครบกําหนด ๑๕ ป้ หรือ ๑๘๐ เดือน ในป้ ๒๕๕๗ เพราะฉะนั้นการจ่ายบํานาญจะเริ่มในป้ ๒๕๕๗ บํานาญนี้เดิมเราจ่ายให้ในอัตรา ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างเฉลี่ย ๖๐ เดือนสุดท้าย แต่ขณะนี้ได้เพิ่มเปึน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันถ้าเผื่อว่าผู้ประกันตนจ่ายเปึนป้ที่ ๑๖ เดิมเราเพิ่มให้อีก ๑ เปอร์เซ็นต์จาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์เปึน ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้เพิ่มอีก ๑.๕ ก็จาก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เปึน ๒๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ในการจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ แต่ละครั้งนั้นเราต้องคิดอย่างระมัดระวังนิดหนึ่ง เพราะว่าเปึนเงินที่จะจ่ายในอนาคต ผูกพันยาวเปึนหลาย ๆ สิบป้ในอนาคตครับ ก็พยายามดําเนินการอยู่ แต่ก็ขออนุญาต กราบขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กรุณาให้คําแนะนํา เราก็ขอน้อมรับ ในข้อสังเกตต่าง ๆ เพื่อนําไปปฏิบัติต่อไป กราบขอบคุณครับ