สถาพร มณีรัตน์ เสนอคำถามถึงรัฐบาลเกี่ยวกับราคาลำไย โดยวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการเจรจาคำสั่งซื้อลำไยจากประเทศจีน และอ้างว่ารัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติตามคำสัญญาที่เคยรับปากกับเกษตรกร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ ในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ บรรยากาศ ของการที่รัฐบาลได้เข้ามาบริหารบ้านเมือง ซึ่งได้ติดปัายโฆษณาว่า ๖ เดือนนี้ ประชาชน มีความสุข มีเกษตรกร มีนักเรียน มีคนแก่ คนเฒ่า มีเยาวชนหนุ่ม สาว มีรอยยิ้ม แต่ในสภาพความเปึนจริงของพื้นที่ วันนี้ตั้งแต่เมื่อเช้า ตั้งแต่เราหารือกันตั้งแต่เรื่องของ กระทู้สด กระทู้แห้ง เปึนความเดือดร้อนของภาคเกษตรเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งเหล่านี้เปึนข้อเท็จจริงครับท่านประธาน วันนี้ราคาข้าวก็ตกต่ํา ราคาข้าวโพดก็ตกต่ํา สินค้าเกษตรทุกชนิดตกต่ําหมด สิ่งเหล่านี้จึงมามีผลกระทบกับ เกษตรกร ๘ จังหวัดภาคเหนือซึ่งตั้งหน้าตั้งตา เพราะป้ที่แล้วท่านประธานครับ ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งลักษณะนี้เปึนปัายที่ชาวบ้านเขาเขียนด้วยลายมือนะครับ เวลาท่านประธานไปเยี่ยม พี่น้องเชียงใหม่ ลําพูน ลําปาง แพร่ น่าน จะเห็น ๒ ข้างทางเขียนเปึนภาษาอังกฤษด้วย นะครับ เอเอ บี ซี นี่คือปริมาตรลําไย ถ้าลูกใหญ่สุดเขาเรียก เอเอ ถ้าลูกเล็กรองลงมาเขาเรียก เอ แล้วก็ บี แล้วก็ ซี แล้วเขาก็จะเรียกว่า อีเอ อีบี อีซี ขายให้ เปึนลําไยร่วงอบแห้งทั้งเปลือก ปกตินะครับ ป้ ๒๕๕๑ ลําไยป้นั้นประชาชนมีหน้าตา ผ่องใส ยิ้มแย้มแจ่มใส ราคา เอเอ ๒๒-๒๕ บาท อันนี้รูดร่วง แล้วก็เอาไปอบทั้งเปลือก เอ ๑๗-๒๐ บาท บี ๑๐-๑๒บาท แล้วอีซีนี่ประมาณ ๕ บาท ทั้งหมดนี้เปึนราคา โดยเฉลี่ยทั้งป้ ท่านประธานที่เคารพ พอป้ ๒๕๕๒ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งวันนั้นพรรคประชาธิปัตย์ได้ไปหาเสียงที่จังหวัดลําพูน ผมยังจําได้ ไปรับปากกับพี่น้อง ของผมว่าจะประกันราคาลําไยให้พี่น้องของจังหวัดลําพูนและภาคเหนือทั้งหมด ให้มีความสุขในราคา ๑๕ บาท ๑๐ บาท และ ๕ บาท ก็หมายความว่า เอเอ ๑๕ บาท เอ ๑๐ บาท แล้วก็ บี ๕ บาท พี่น้องผมปรบมือครับ คนแก่ฟันร่วงดีใจที่จะได้ราคาลําไย ที่เปึนมาตรฐาน ไปจริง ๆ ครับ ไปที่ตําบลหนองช้างคืน อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน และตําบลมะเขือแจ้ อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ไปปราศรัยกับพี่น้องชาวสวนลําไย ว่าถ้าได้เปึนรัฐบาลราคาลําไยจะอยู่ในปริมาณ ๑๕ บาท ๑๐ บาท ๕ บาท นี่เปึน อมตะวาจาของพี่น้องเกษตรกร ทางจังหวัดลําพูนส่งให้ผมมาถามว่าแล้วทําไมไม่ทํา วันนี้ ผมเองก็เสียความรู้สึก เพราะผมตั้งใจที่จะถามท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความเคารพท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่น ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการศุภชัย แล้วก็ท่านรัฐมนตรีวีระชัย ผมตั้งใจถามนายกรัฐมนตรี เพื่อมาทวงพันธสัญญาในกรณีที่ท่านไปรับปากกับพี่น้องประชาชนจังหวัดลําพูน และภาคเหนือ ท่านประธานครับ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีวีระชัย ทุกครั้งนั้นลําไย ท่านจะต้องไปเป่ดราคา เรียกว่าไปเซ็น เอ็มโอยู ที่ประเทศจีน โดยบอกว่าป้ ๒๕๕๒ และ ป้อื่น ๆ ที่เราเคยทํากันมาลําไยของเราจะมีกี่แสนตัน ซึ่งป้ ๒๕๕๒ ลําไยของพวกเรามี ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านจะต้องไปบอกกลุ่มพ่อค้าจีนว่าไปเสนอราคาประเทศไทย ป้ ๒๕๕๒ เรามีลําไยทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ ตัน เมืองจีนต้องการบริโภคสดกี่ตัน ต้องการ บริโภคอบแห้งทั้งเปลือกกี่ตัน ต้องการบริโภคแบบอบเนื้อสีทองอย่างนี้กี่ตัน เสร็จจากนั้น ก็จะเป่ดราคากันที่เมืองจีน แล้วหลังจากเป่ดราคาที่เมืองจีนมันก็คือราคาตลาดกลาง ของลําไยทั่วโลก ต้องทําอย่างนี้ครับ ทุกป้เราทําอย่างนี้ แล้วรัฐบาลก็ต้องมาเตรียม ความพร้อม ตลาดลําไยก็จะคึกคัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่นัดกลุ่ม พ่อค้าทั้งประเทศจีนทั้งทั่วโลกมาเจรจาสุมหัวกับตัวแทนเกษตรกร เพื่อที่จะช่วยกัน กําหนดราคาในต้นฤดู ทุกป้เปึนอย่างนี้หมดครับ บางป้แน่นอนจะถูกกล่าวหาว่าทุจริต คอร์รัปชัน เพราะบางครั้งเราจะเอาไปแลกรถถังก็ถูกประเทศจีนหักหลัง ลําไยก็เลย ค้างสต๊อก (Stock) นี่คือสาเหตุครับ ป้ ๒๕๕๒ พี่น้องเกษตรกรภาคเหนือ ทั้ง ๘ จังหวัดเฝัารอความหวังว่ามิสเตอร์ลําไยของรัฐบาลชุดอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ไหน ผมเคยตั้งกระทู้ถาม เคยตั้งข้อหารือ ท่านก็อ้างว่าท่านกําลังจะไปเจรจาที่ประเทศจีน โดยเฉพาะท่านวีระชัยจะถูกอ้างบ่อย ไปจริง ไม่จริง ไม่รู้ ผมต้องตั้งข้อกล่าวหาว่ารัฐบาล ไม่เอาจริงเอาจังกับเกษตรกรภาคเหนือ ไม่มีความกระตือรือร้น ไม่มีความปรารถนาดี กับพี่น้องของผม เปึนไปได้อย่างไรครับ ท่านตั้งรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเปึนมิสเตอร์ลําไย มูลค่าการส่งออกลําไยป้หนึ่งถ้าทําดี ๆ เปึนหมื่นล้านบาท รัฐมนตรี วีระชัยเคยครับ เคยไปชิมลําไยกับผมที่เมืองจีน รู้ดี สําคัญคือการทําตลาด แต่ปรากฏว่า วันนี้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอามิสเตอร์ลําไยเปึนรองปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เปึนมิสเตอร์ลําไย คือ นายวัฒนา สํารอง ครับ กระเซอะกระเซิง ทําอะไรรับปากก็ไม่สามารถตัดสินใจได้ต้องมาปรึกษา ต้องมาเสนอรัฐบาลก่อน มันจะอยู่ได้อย่างไรครับ ลําไย ป้ ๒๕๕๒ พี่น้อง ๘ จังหวัดภาคเหนือของกระผมนี่เจ็บปวด ที่สุด ๙.๕๐ บาท ถึง ๑๑ บาท เอเอ ครับเสียดายอย่างยิ่ง เพราะป้ ๒๕๕๑ นั้นเขาได้บํารุง เขาได้เงินก็เอาไปซื้อปุิยซื้อยามาโด๊ป (Dope) ต้นลําไยให้ออกลูกใหญ่ ๆ แต่ปรากฏว่า พอราคาออกมาเปึนอย่างนี้จริง ๆ ครับ นี่คือความเจ็บปวดของเกษตรกร เสร็จแล้ว ท่านก็ทําเหมือนกันครับ โดยใช้ คชก. อยู่ ๓ ๔ ๕ มาตรการ ซึ่ง ๓ ๔ ๕ มาตรการนั้น ชาวสวนได้รับผลน้อยมาก ชาวสวนลําไยนะครับ ในกรณีเข้าหาแหล่งทุน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ปรากฏว่าคนที่ได้ก็คือพ่อค้า เช่น ได้ค่าชดเชยกรณีส่งลําไยสด ๒.๕๐ บาท ๓ บาท เปึนค่าน้ํามันต่อกิโลกรัม การส่งออกท่านก็ได้เงินอีก ๒ บาท ๒.๕๐ บาท ในการชดเชย ค่าขนส่ง ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ชาวสวนไม่ได้อะไรเลย นอกจากราคาขณะนี้ยังไม่ได้ค่าชดเชยอะไรเลยนะครับ ปรากฏว่าคนที่ได้รับการช่วยเหลือคือเจ้าของโรงอบและพ่อค้าที่ได้ค่าชดเชยจากการ ส่งออกและส่งลําไยสด นี่คือความไม่ชัดเจนในระดับนโยบายครับ เปึนความเจ็บปวด นอกจากนั้นครับ พอท่านอนุมัติเงินกู้ก็อนุมัติเงินกู้ให้เฉพาะโรงอบลําไยขนาดใหญ่ เราต้องยอมรับว่าศักยภาพโรงอบลําไยนั้นพอรัฐบาลไม่เข้าไปชัดเจนเขาก็กดราคาครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถึงแม้ลําไยเหลืออีกประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะออกสู่ท้องตลาด ราคาก็ไม่กระเตื้องขึ้นครับ ยกเว้นลําไยอบเนื้อสีทองซึ่งถือว่าเปึนสิ่งที่ศักยภาพของพี่น้อง เกษตรกร เปึนศักยภาพภูมิปัญญาของพี่น้องในการเอาลําไยอบเนื้อสีทอง เอามาอบ กับเตา แล้วรัฐบาล คชก. เข้าไปช่วยเหลือเตาละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ศักยภาพก็มีจํากัดครับ ทําเต็มที่ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม สเกล (Scale) มันได้ขนาดนั้นล่ะครับ ไม่สามารถที่จะฉุดตลาดลําไยให้ราคากระเตื้องขึ้น ท่านประธานที่เคารพ ผมเองนั้นเอาใจช่วยรัฐบาล ผมได้หาบลําไยไปทําเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ตี ๕ เพื่อไปพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทําเนียบรัฐบาล ขอร้องให้หามาตรการ ต้องแทรกแซงครับ รัฐบาลไม่แทรกแซง บอกว่าต้องซื้อในราคา ๑๒.๘๔ บาท ก็มันไม่ซื้อ ครับ มันไม่ซื้อ มันในที่นี้ก็คือพ่อค้าคนกลาง มันไม่ซื้อครับ มันก็ ๙ บาท ๑๐ บาท ๖ บาท ๓ บาท ก็อยู่เท่านี้ครับ ราษฎรของพี่น้องผู้ปลูกลําไยก็ป่ดถนน ท่านก็เอาข้อกฎหมายมาขู่ว่า ใครป่ดถนน