ภราดร ปริศนานันทกุล หารือเรื่องการจัดสรรข้าวและราคาข้าว โดยวิพากษ์วิจารณ์นโยบายประกันขั้นต่ำของเกษตรกร และเรียกร้องให้ดำเนินการตามคำมั่นสัญญาในการสนับสนุนโควตาข้าว
เปึนคําถามสุดท้าย เปึนการ ลุกขึ้นยืนครั้งสุดท้ายและเปึนคําถามสุดท้ายครับ ก่อนที่จะถามคําถาม จึงขออนุญาตสรุป กับท่านประธานผ่านไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าที่ท่านรับปากเมื่อสักครู่นี้คืออะไรบ้าง ท่านรับปากว่าท่านจะเอาเรื่องของโควตาที่เหลืออยู่ เอาไปเข้าคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ โดยผ่านไปทางประธานคณะกรรมการข้าวแห่งชาติก็คือท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือว่า จะสามารถนําเข้าสู่คณะรัฐมนตรีในวันอังคารได้ทันหรือไม่ นั่นเปึนวิธีที่ ๑ หรือ ๒ ท่านจะไปหารือกับกระทรวงพาณิชย์ว่าสามารถที่จะนําเรื่องนี้เข้าสู่คณะรัฐมนตรี ในวันอังคารได้เลยหรือไม่ และท่านยืนยันกับสภาแห่งนี้ว่าท่านจะผลักดันเรื่องนี้ อย่างเต็มที่ผมขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกว่าการจํานํา ราคาข้าวนี้เปรียบเสมือนกับการไปซื้อของราคาแพง ผมบอกครับว่าเข้าใจผิด แล้วเรา ไม่ได้ไปซื้อของราคาแพงครับ แต่เรากําลังจะไปซื้อนําตลาดเพื่อให้ตลาดนั้นซื้อข้าว ในราคาที่ไม่ต่ําเกินความเปึนจริง นั่นคือวัตถุประสงค์ของการจํานําข้าว จํานําที่ราคาสูง ก็เพื่อดึงราคาของตลาดให้มันขึ้นมาอยู่ที่ในราคาสูงที่พี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะรับได้ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เปึนการซื้อของแพงของทางรัฐบาลแน่นอนครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านบอกว่าประชาชนมีประกันขั้นต่ําที่เขาจะได้รับอยู่แล้วอยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ไร่ ผมบอกครับ ตัวเลข ๑๐,๐๐๐ บาทเปึนตัวเลขที่หลอกลวง หลอกลวงอย่างไรครับ ท่านไปกําหนดเอาไว้ว่าความชื้นของข้าวนี้ต้องอยู่ที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเรียนถามท่านประธานไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีครับว่าท่านเคยไปดูที่ลานตากข้าว เคยไปดูที่โรงสีบ้างหรือเปล่า ชาวนาเกี่ยวข้าวเสร็จปุ็บ ไม่มีชาวนาที่ไหนเอาข้าวไปเก็บไว้ ในยุ้งฉางหรอกครับ ชาวนาเกี่ยวเสร็จปุ็บก็เอาข้าวขึ้นรถบรรทุก แล้วก็เอาไปขายที่ ลานตากข้าว ที่โรงสี ความชื้นไม่มีทางที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์แน่นอน เพราะฉะนั้นราคา ๑๐,๐๐๐ บาทที่ท่านบอกว่าท่านจะประกันเอาไว้ ผมคิดว่าเปึนราคาที่โกหก เปึนราคาที่ หลอกครับ เวลาไปขายจริงไม่มีทางที่จะถึงนี้ เวลาประกันจริงก็ไม่มีทางที่จะถึงนี้ เพราะท่านกําหนดความชื้นไว้ที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ และที่สําคัญครับ วิธีการประกันของท่าน ก็คือท่านบอกว่าท่านกําหนดไว้ที่ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน แล้วก็ให้กระทรวงพาณิชย์เปึน ผู้กําหนดราคากลางของตลาด สมมุติเอาละ วันนี้กระทรวงพาณิชย์กําหนดราคากลาง ของตลาดเอาไว้ที่ ๘,๐๐๐ บาท ต่างจากราคาประกันอยู่ ๒,๐๐๐ บาท ส่วน ๒,๐๐๐ บาท ส่วนต่างที่เหลือรัฐบาลจะเปึนคนชดเชย เอาละ ผมถามครับ ในทางปฏิบัติ มันจะเปึนไปได้ไหม ถ้าเอาข้าวไปขายนี้ ถ้าสมมุติว่าเกษตรกรรายนั้น ๆ เอาข้าวไปขาย ให้กับโรงสีแล้ว โรงสีตีไม่ถึงราคาที่ทางกระทรวงพาณิชย์ตั้งเอาไว้ ท่านจะทําอย่างไร หมายความว่ากระทรวงพาณิชย์ตั้งราคากลางไว้ที่ ๘,๐๐๐ บาท ชาวบ้านเอาไปขายได้ ๗,๐๐๐ บาทนี้ครับ รัฐบาลชดเชยตามราคากลางที่กระทรวงพาณิชย์ ก็คือชดเชยอีก ๒,๐๐๐ บาท ชาวนาได้เงินจากโรงสี๗,๐๐๐ บาท แล้วก็ได้เงินจากรัฐบาลอีก ๒,๐๐๐ บาท สรุปรวมออกมาเท่ากับ ๙,๐๐๐ บาทอีก ๑,๐๐๐ บาท ไม่ถึงราคาประกันนะครับ นี่คือปัญหาในทางปฏิบัติที่ผมกําลังจะบอกกับท่าน ในส่วนนี้ท่านไม่ต้องตอบผมก็ได้ ผมเพียงแต่บอกกับท่านให้เปึนข้อสังเกตว่าช่องทางการรั่วไหลของนโยบายของท่าน มันจะเปึนอย่างนี้
ข้อสังเกตอีกข้อหนึ่งก็คือว่า เมื่อฤดูการเก็บเกี่ยวที่แล้วท่านประกาศออกมา ว่าจะให้มีการจํานําราคาข้าววันที่ ๑๖ มีนาคม แต่ท่านลองไปเป่ดแฟัมดูเถอะครับชาวนา คนแรกที่เข้าโครงการจํานําราคาเมื่อฤดูการเก็บเกี่ยวที่แล้วคือวันที่ ๒๗ มีนาคม หมายความว่าหลังจากนั้นไปอีก ๒ อาทิตย์เต็ม ๆ ชาวนาเสียผลประโยชน์ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ เปึนความผิดของเขาเลย เปึนความผิดของทางรัฐบาลที่รัฐบาลไม่มีการเตรียมพร้อม ให้ถึงที่สุดว่าวันที่ ๑๖ มีนาคม จะเปึนวันเคาะกระดิ่งวันแรก แล้วชาวบ้านสามารถเข้า โครงการรับจํานําราคาข้าวได้เลย ผมฝากเปึนข้อเสนอแนะท่านเพื่อเอาไปเปึนแนวทาง ในการที่จะดําเนินการกับโครงการที่กําลังจะถึงนี้ ท่านประกาศวันไหน ต้องให้วันนั้น เปึนวันแรกที่ชาวบ้านได้รับผลประโยชน์จากทางรัฐบาลครับ ก็เลยถือโอกาสตรงนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้ตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี และต้องกราบขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ที่ท่านได้ให้คํามั่นสัญญา กับทางสภาแห่งนี้ว่าท่านจะช่วยผมผลักดันในเรื่องโควตาข้าว เพื่อที่จะเข้าสู่คณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทันท่วงทีต่อปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่กําลังเกิดขึ้นในขณะนี้ กราบขอบพระคุณครับ