สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๒

ธีระ สลักเพชร หารือเรื่องรัฐบาลตระหนักปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศและเน้นย้ำถึงนโยบายของที่ประชุม พร้อมหารือเรื่องเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีรัฐธรรมนูญ และการบูรณาการของกระทรวงวัฒนธรรมกับสังคมในการส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการขับเคลื่อนวัฒนธรรมประชาธิปไตยในสังคมไทย โดยอ้างอิงหลักธรรม 10 ประการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนของสังคมช่วยกันขับเคลื่อนการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย

นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านนะครับ กระผม นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านดอกเตอร์ ผุสดี ตามไท จากคําถามของท่าน และท่านก็ได้เกริ่นนําให้ที่ประชุมได้รับทราบถึงที่มาที่ไปของคําถามของท่านนะครับ ผมต้องชื่นชมนะครับว่าเปึนคําถามที่ดี แล้วก็สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศเรา แม้กระทั่งว่าป้นี้หรือปัจจุบันนี้หรือย้อนกลับไปเมื่อ ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ถามว่ารัฐบาล ตระหนักในปัญหานี้ไหม ตระหนักอย่างมากนะครับ ถ้าหากว่าท่านได้ติดตามเรื่องของการ แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ จะเห็นชัดเจน ว่ารัฐบาลจะเน้นย้ําตรงนี้ เน้นย้ําชัดเจนเลยครับว่า รัฐบาลชุดนี้เข้ามาในยามที่ประเทศ วิกฤติ ๒ เรื่อง คือวิกฤติทางการเมืองและวิกฤติเศรษฐกิจ แล้วก็พูดตลอดเวลาว่า ถ้าหากว่าวิกฤติของบ้านเมืองเราแก้ไม่ได้ วิกฤติเศรษฐกิจก็ยากนักหนาที่จะหาทางออก หรือแก้วิกฤติทางเศรษฐกิจให้กับประเทศเราได้ ถ้าท่านจําได้นะครับว่าแนวนโยบาย พื้นฐานหลัก ๔ ประการที่รัฐบาลนําเสนอต่อสภาตอนแถลงนโยบายนะครับ

ประการแรก คือการปกปัองเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์

ประการที่ ๒ คือการสร้างความปรองดองสมานฉันท์บนพื้นฐานของความ ถูกต้อง ยุติธรรมและการยอมรับของทุกภาคส่วน

ประการที่ ๓ คือการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน บรรเทา ผลกระทบให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด

ประการที่ ๔ คือพัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมืองให้มีความมั่นคง มีการปฏิบัติตามกฎหมาย บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคเปึนธรรม และเปึนที่ยอมรับ ของสากล

เราคงต้องมาวิเคราะห์กันนะครับว่าเหตุ ๗๗ ป้ ตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมา ที่เราเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับสําหรับประเทศไทย ผมว่ามากพอ ทั้งเงื่อนเวลา มากพอทั้งจํานวนรัฐธรรมนูญที่เราได้ใช้ในช่วง ๔-๕ ป้ หรือยาวไปอีก ๖-๗ ป้ที่ผ่านมา เปึนไปได้ไหมว่าแนวทางการบริหารของประเทศที่เน้นเรื่องทุนนิยม มากจนเกินไป ด้วยที่คนไทยไม่พร้อม คนไทยไม่มีภูมิคุ้มกันเรื่องนี้ เพราะเราเติบโตมาจาก จิตนิยม เปึนไปได้ไหมสิ่งเหล่านี้ทําให้วัฒนธรรมประชาธิปไตยของเราถอยหลังในช่วง ๓-๔ ป้ที่ผ่านมา แล้วสิ่งเหล่านี้ทําให้ภาพลักษณ์ประเทศของเราเสีย สิ่งเหล่านี้ทําให้ ความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาของประชาคมโลกถอยหลังมาก ๆ สิ่งเหล่านี้ส่งผล ต่อการลงทุนในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย แล้ววันนี้มันเปึนปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลชุดนี้ลําบากในการที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ กรณีเรื่องของวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ท่านสมาชิกได้พูดเมื่อสักครู่นี้ ถ้าเราเข้มแข็ง และยั่งยืนจริง ประเทศไทยไม่มาถึงจุดนี้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นย้ําตรงนี้เลยครับว่าภารกิจ ตรงนี้เปึนภารกิจที่รัฐบาลเร่งรีบและก็ตั้งใจทําอย่างมาก หลังจากที่เราเข้ามาบริหาร ประเทศ เราได้ทําแผนบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๔ มีนโยบาย ข้อที่ ๘ เขียนเอาไว้ชัดเจนเลยว่าการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีจะให้ความสําคัญกับการ ส่งเสริมและพัฒนาการการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการพัฒนาวัฒนธรรมประชาธิปไตย โดยกําหนดเปึนกลยุทธ์และเปึนวิธีการหนึ่งเพื่อบรรลุเปัาหมายนโยบายข้อ ๒ ที่สนับสนุน การดําเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ยึดหลักธรรมาภิบาล และปรับระบบ การทํางานให้มีประสิทธิภาพ มุ่งตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ความรับผิดชอบต่อชุมชน มีความโปร่งใสมากขึ้น ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและมี ส่วนร่วมในการวางแผนการทํางาน ตลอดจนการจัดบริการสาธารณะร่วมกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมติดตามตรวจสอบการดําเนินงานของท้องถิ่น และไม่เท่านั้น นะครับ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีเรื่องนี้ชัดเจน แล้วผมได้ติดตามอีกว่าในแผนที่ ๑๑ เรื่องนี้จะหายไปไหม ผมดีใจนะครับ ว่าช่วงนี้อยู่ในช่วงของการระดมสมอง การขับเคลื่อนที่จะให้มีแผนที่ ๑๑ เรื่องนี้ก็อยู่เปึน วาระต้น ๆ เลยครับ ว่าประเทศไทย รัฐบาลไทย ใครเข้ามาเปึนรัฐบาลก็ตาม ต้องขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ทีนี้คําถามของท่านผู้มีเกียรติเมื่อสักครู่นี้นะครับ ผมเข้าใจว่าถามถึงแนวทางการทํางานของผมด้วย ผมขออนุญาตที่จะพูดเลยนะครับว่า หลังจากที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาแล้วมีนโยบาย ๔ ข้อ เปึนแนวพื้นฐานหลักที่ผมพูดแล้ว แล้วก็ยังมีแผนบริหารราชการแผ่นดินที่ผมพูดแล้วเมื่อสักครู่นี้ ถามว่ากระทรวงวัฒนธรรม ทําอะไร ผมพูดเรื่องนี้ตั้งแต่เปึนรัฐมนตรีเงา ตอนที่เปึนฝ์ายค้านพูดเรื่องนี้ในสภา นําเสนอ รัฐมนตรีช่วงนั้นที่ดูแลกระทรวงวัฒนธรรม บอกให้เร่งผลักดันขับเคลื่อนเรื่องของการ เสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยในสังคมไทย โชคดี การเปึนรัฐมนตรีเงาสามารถทําให้ ผมเข้ามาเปึนรัฐมนตรีตัวจริงได้ วันแรกที่ผมเข้าไปที่กระทรวงได้พูดประเด็นนี้เปึนประเด็น แรกเลยให้นโยบายกับผู้บริหารกระทรวงว่าเราต้องขับเคลื่อนเสริมสร้างวัฒนธรรม ประชาธิปไตยผมบอกท่านนะครับ ว่ามีแววตาและสายตาของผู้บริหารบางท่านเขาฟังแล้ว ไม่ค่อยเข้าใจว่าคืออะไร แล้วหลังจากนั้นเราก็ทํางานกันมาเรื่อย วันนี้การขับเคลื่อนเรื่องนี้ เราไปได้มากพอสมควรแล้วครับ ทั้งหมดที่ผมพูดมา ผมมีแนวคิดว่าถ้าหากว่าเรา ไม่วิเคราะห์ให้ลึกถึงระบบการทํางาน การพัฒนาของประเทศของรัฐบาล แล้วก็โยงมาถึง วิถีชีวิตของคนไทยเราก็หาทางออกลําบากเหมือนกัน แต่ผมเคยพูดแล้วนะครับว่า เราเติบโตในโลกของตะวันออก เราเปึนจิตนิยมแล้วก็โยงมาถึงวิถีชีวิตของคนไทย เราก็ หาทางออกลําบากเหมือนกัน แต่ผมเคยพูดแล้วว่าเราเติบโตในโลกของตะวันออก เราเปึนจิตนิยม เราเอาทุนนิยมของโลกตะวันตกเข้ามาด้วยความที่ไม่คุ้นเคย ทุนนิยม มันไปหมดแล้วครับไปทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ในที่สุดวันนี้ที่เราเผชิญกันอยู่วันนี้ หรือ ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา นั่นคือสิ่งที่เราไม่พร้อม เราไม่มี ภูมิคุ้มกัน ผมพยายามชี้ให้ผู้บริหารกระทรวงและสังคมไทยในวันนี้ ทางออกของเรา อยู่ตรงเศรษฐกิจพอเพียงละครับ ถ้าเราคลําทางเจอ เราจะสามารถเสริมสร้างวัฒนธรรม ประชาธิปไตยให้กับสังคมไทยได้ แล้วก็จะบรรลุผลอย่างยั่งยืนในที่สุด ผมเร่งสร้าง เครื่องมือ สร้างสภาวัฒนธรรมหมู่บ้าน มีอาสาสมัครวัฒนธรรมหมู่บ้าน สร้างสภา วัฒนธรรมตําบล มีองค์กรสภาวัฒนธรรมอําเภอ สภาวัฒนธรรมจังหวัด องค์กรเหล่านี้ เราขับเคลื่อนได้เยอะมากนะครับ แล้วทําพร้อมกันไปทั้งประเทศ หลังจากที่สร้างองค์กร ระดับนี้ขึ้นมาแล้วกระจายทั่วประเทศ เราก็สร้างคู่มือขึ้นมาเหมือนที่ท่านประธานได้นําเรียน ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ที่ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อจะแจกให้กับทุกท่านนะครับ จัดพิมพ์เอกสารเรื่องของการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยในสังคมไทยขึ้นมา เล่มที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติถืออยู่ ที่ผมยกให้ท่านดู จํานวน ๕๐๐,๐๐๐ เล่ม ส่งไปให้ใคร ให้เกือบทุกภาคส่วนนะครับ ในเครือข่ายของกระทรวงวัฒนธรรมเราส่งให้ทั้งหมด ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านขึ้นมาถึงระดับจังหวัด โรงเรียนทุกโรงเรียน ส่งตรงเลยนะครับ ผมไม่ไป ผ่านวัฒนธรรมจังหวัดนะครับ ส่งตรงเลยทางไปรษณีย์ จากโรงพิมพ์ส่งตรงไปทุกโรงเรียน ทั่วประเทศ วัดทุกวัด มัสยิดทุกแห่ง ศาสนาพราหมณ์ ซิกข์ คริสต์ ส่งหมดครับ หวังให้ผู้นํา ศาสนาช่วยเผยแพร่ บูรณาการเรื่องนี้กับกระทรวงศึกษาธิการ ในเอกสารเล่มนี้นะครับ เราพยายามพูดชัดเลยว่าการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยในครอบครัวทําอย่างไร ในสถานศึกษาทําอย่างไร ในชุมชน ในท้องถิ่นทําอย่างไร เราพูดชัดเลยว่าในสถานศึกษา การเน้นให้มีสภานักเรียน มีการเลือกตั้งประธานคณะกรรมการโรงเรียน ทางสถานศึกษา ต้องให้ความสําคัญ เราต้องให้เขาได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ ได้ซึมซับมีจิตสํานึกตั้งแต่เด็ก ๆ เขาเปึนผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ประเทศไทยจะไม่เผชิญปัญหาเหมือนสังคมไทยในปัจจุบัน ในท้องถิ่นก็เช่นเดียวกัน การทํางานของสภาวัฒนธรรมหมู่บ้าน สภาวัฒนธรรมตําบล เราทํางานในรูปของประชาคม องค์กรเหล่านี้สามารถคิดแผนชุมชนขึ้นมาได้ การทํางาน ในรูปของประชาคมเปึนการสอนเรื่องของวัฒนธรรมประชาธิปไตยจากการปฏิบัติจริง การที่เขาจะคิดแผนขึ้นมาได้ต้องมาประชุมกัน พูดคุยกัน เสียงข้างมากไปทางไหน ปัญหา คืออะไร จะแก้ด้วยแผนงานโครงการอะไร ในที่สุดเขาก็ได้สิ่งเหล่านี้ออกมาเปึนแผนของ หมู่บ้าน แผนของตําบล ตรงนี้เปึนการสอนให้เขาเรียนรู้เรื่องของวัฒนธรรมประชาธิปไตย ถามว่าทําไมผมกังวลเรื่องนี้ กังวลไม่แพ้กับท่านอาจารย์ผสุดี ตามไท แล้วก็ท่านสมาชิก ท่านผู้มีเกียรติทุก ๆ ท่าน วันนี้สังคมเราอยู่ร้อน นอนทุกข์ ทุกเรื่องถอยหลังหมด ต้นเหตุมาจากวัฒนธรรมประชาธิปไตยเราถอยหลังนี่ละครับ ธรรมาภิบาลเราเสีย โพล (Poll) ทุกโพล ทุกสถาบันสถานศึกษาที่ทําออกมา เด็กและเยาวชน หรือไม่ครอบครัว คนจน ๆ ยังพูดเหมือนกันเลยครับว่ารัฐบาลจะโกงกินบ้าง นักการเมืองจะโกงกินบ้าง ไม่เปึนไร ขอให้ครอบครัวฉันอยู่ดีกินดี ยอมรับการกินตามน้ําของนักการเมือง ในสิ่งเหล่านี้ผมว่ามันตอกย้ํานะครับ พวกเราเปึนนักการเมืองด้วยกัน ผมเข้าใจว่าทุกคน มีความรู้สึก แม้กระทั่งพี่น้องประชาชน อีกเรื่องหนึ่งคนไทยเปึนคนรักสงบ มีไมตรี รักกัน แต่วันนี้สังคมไทยสิ่งเหล่านี้หายไป เราไม่พูดกันด้วยเหตุผล สันติวิธีเราหาย ถึงเวลา เห็นต่าง เราแตกแยกกัน เราทะเลาะกัน แต่สิ่งเหล่านี้จะแก้ด้วยการเสริมสร้างวัฒนธรรม ประชาธิปไตย จะแก้ได้ด้วยการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้สังคมไทย ผมนําเรียนท่านว่าเอกสารที่ผมพิมพ์มาวันนี้จํานวน ๕๐๐,๐๐๐ เล่มหมดแล้วครับ ส่งไป ตามโรงเรียน ไปตามสถานศึกษา ไปตาม อบต. อบจ. เทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งหมดผมส่งไปหมดแล้วครับ แล้วก็จะมีจดหมายขอมาว่าอยากได้เพิ่ม อยากไปจัดเอง อยากไปประชุมสัมมนานะครับ แล้วผมเองก็เดินสายไปเพื่อประชุมสัมมนาตาม ต่างจังหวัดไปทุกภาคเลยครับ ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก ทางภาคเหนือไปแล้ว ทางภาคอีสานก็ไปแล้ว จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัด พะเยา จังหวัดเชียงราย จังหวัดชลบุรี เหลืออีกภาคเดียวที่ยังไม่ได้ไป ความจริงวางแผนว่า จะไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่บังเอิญว่าติดช่วงของการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ตั้งใจว่าจะไปเดือนกันยายน และทําให้ผมได้ไปครบทุกภาคในการออกไปประชุมสัมมนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกที่มาร่วมประชุมนะครับ เปึนเรื่องของสมาชิกเครือข่ายของ กระทรวงวัฒนธรรมตั้งแต่ระดับหมู่บ้านขึ้นไปถึงระดับจังหวัด เด็กนักเรียน นักศึกษา ที่อยู่ ในพื้นที่นั้น ๆ แล้วก็ได้มีการพูดคุยกันแล้วในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ที่ยังมีเหลืออยู่เราจะพิมพ์เพิ่มอีก ๕๐๐,๐๐๐ เล่ม ในเอกสารเล่มนี้พูดชัดเลยว่าแนวทางที่เราจะหาทางออกให้กับประเทศ วันนี้ได้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ประการที่ ๒ คือการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย เราจะได้ยินเสมอ นะครับ พูดกันประจําว่าปัญหาของบ้านเมืองที่มาถึงวันนี้ได้ความผิดอยู่ที่รัฐธรรมนูญ แต่โพลล่าสุดเมื่อกลางเดือนเมษายน หลังจากที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงที่กรุงเทพฯ ที่มีสถาบันนักวิชาการไปทํา และพี่น้องประชาชนบอกว่าต้นเหตุความรุนแรงมาจาก นักการเมือง จําได้ไหมครับ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี่ครับ รัฐธรรมนูญอาจจะเปึนส่วนหนึ่ง ในระหว่างที่สภามีคณะกรรมการสมานฉันท์ คณะกรรมการปฏิรูปการเมือง ผมยังไม่ทราบว่า ในอนาคตเราจะมีรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ หรือไม่ แต่ระหว่างนี้กระทรวงวัฒนธรรม จะบูรณาการกับสังคมทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้กับ สังคมไทย ถ้าสมมุติเรามีรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ ผมก็มั่นใจนะครับว่าพี่น้องประชาชน น่าจะมีความพร้อมในการที่จะดูแลรักษารัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ ของเราให้อยู่อย่างยั่งยืน ประเทศอังกฤษเขาไม่มีรัฐธรรมนูญเปึนลายลักษณ์อักษรนะครับ ของเขาคือจารีต ประเพณี ประเทศสหรัฐอเมริกา ๒๐๐ กว่าป้เขามีรัฐธรรมนูญเพียงแค่ฉบับเดียว แต่ของเราใช้เปลืองมากนะครับ

เรื่องที่ ๓ ที่อยู่ในนี้ผมคิดถึงว่าทําอย่างไรจะทําให้คนไทยมีความเข้มแข็ง เพิ่มขึ้น มีศักยภาพดีขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ผมคิดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ ว่าเปึนแบบอย่างที่ดีที่สุด ท่านเคยพระราชทานหลักธรรม ๑๐ ประการให้ข้าราชการไทย เปึนหลักธรรม ๑๐ ประการ ผมก็เอาหลักธรรมตามรอยพระยุคลบาท ๑๐ ประการมาใส่ ในหนังสือเล่มนี้ด้วย เพราะสิ่งที่พระองค์ปฏิบัติมา ๖๐ กว่าป้ ท่านครองตน ครองงาน ครองคนมาตลอด เปึนที่รักของคนไทยทั้งประเทศ และประชาคมโลก หลักธรรม ๑๐ ประการ จะทําให้คนไทยเรียนรู้ในช่วงสั้น ๆ และปฏิบัติเปึนวิถีชีวิตได้ เขาจะเปึนคน ที่มีความพอเพียง จะมีวัฒนธรรมประชาธิปไตย เอกสารเล่มนี้ย้ําชัดเลยนะครับว่า ประชาธิปไตยคืออะไร สาระสําคัญของประชาธิปไตยคืออะไร และเน้นย้ําเลยว่าถ้าหากว่า ปฏิบัติอย่างนี้เปึนชีวิตประจําวัน ในที่สุดมันจะเปึนวิถีชีวิต ถึงเวลานั้นเราถึงจะเรียกว่าเขา มีวัฒนธรรมประชาธิปไตยอยู่ในตัวเขา ตรงนั้นล่ะครับยั่งยืน ถ้าหากว่าคนไทยมีวัฒนธรรม ประชาธิปไตยอยู่ในตัวเขานะครับ ก็ต้องฝากท่านสมาชิกด้วยครับว่ากระทรวงวัฒนธรรม โดยวัฒนธรรมจังหวัด วัฒนธรรมอําเภอ และองค์กรภาคประชาชน ระดับหมู่บ้าน ระดับตําบล เรากําลังขับเคลื่อนเรื่องนี้อยู่ ต้องขอความร่วมมือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน เราจะประสานกับท่าน ทุกจังหวัดที่ผมไป ผมมีจดหมายเชิญท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรมาร่วมทุกครั้งที่ไป ไม่ว่าจังหวัดไหนก็ตาม แล้วได้รับการต้อนรับ อย่างอบอุ่น ไม่มีเรื่องสีเสื้อเลยครับ เข้ามาเกี่ยวข้องในทุกพื้นที่ที่ผมไป นั่นคือนิมิตหมาย ที่ดีครับ เรียนย้ําตรงนี้ว่าสิ่งนี้ เรื่องนี้ รัฐบาลชุดนี้ขับเคลื่อนอย่างแข็งแรง และสอดคล้อง กับโครงการฉันรักประเทศไทยที่รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายขับเคลื่อนอยู่ และสิ่งที่ผมทํา ก็สอดคล้องกับการขับเคลื่อนของโครงการชุมชนพอเพียง การใช้ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง นําไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในที่สุด ก็นําเรียนท่านเพื่อนสมาชิก ท่านดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ที่หยิบประเด็นเรื่องนี้มาสอบถาม ช่วงเวลาผมสั้น ผมได้ไปออก รายการกรองสถานการณ์ บ่ายนี้มีคําตอบ หมายเหตุประเทศไทย รายการของทีวี (TV) หลายช่อง และในรายการวิทยุมากมาย ทั้งกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค ทั้งวิทยุ ชุมชนและวิทยุหลัก อย่างไรก็ตามเรียนย้ําตรงนี้ว่า ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ผมกล้าพูดว่า คนไทยมีทุกข์กันทั้งแผ่นดินครับ เรามีทุกข์ครับ เรามีสุขบางช่วง เปึนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แม้กระทั่งช่วงที่สมเด็จพระพี่นางฯ สิ้นพระชนม์ เราเสียใจกัน ทั้งประเทศ แต่เราก็อุตส่าห์มีช่วงหนึ่งที่เรามีความสุขตอนที่เราส่งท่านไปสู่สวรรคาลัย แต่หลังจากนั้นอีกไม่นานเราก็แตกแยกกันอีกแล้ว เราก็ทะเลาะกันอีกแล้ว เราก็ทุกข์กัน อีกแล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากเราอยากออกจากความทุกข์ที่เราเผชิญอยู่ ๒-๓ ป้อย่างยั่งยืน ผมต้องเรียกร้องทุกภาคส่วนของสังคมให้ลุกขึ้นมาช่วยกัน ลําพังรัฐบาลหรือเพื่อนสมาชิก ที่อยู่ในห้องนี้ก็คงไม่สามารถทําได้ หรือแม้กระทั่งเครือข่ายของกระทรวงวัฒนธรรม เพียงกระทรวงเดียวก็คงไม่สามารถทําได้ ก็ต้องเรียกร้องทุกภาคส่วนของสังคมให้มา ช่วยกันขับเคลื่อนการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยในสังคมไทย และเราจะทําให้ คนไทยมีคุณภาพ ก้าวทันในทุก ๆ เรื่อง และในที่สุดก็จะเลือกนักการเมืองที่ดีในทุกระดับ ระดับตําบล ระดับจังหวัด ระดับประเทศชาติ แล้วนักการเมืองระดับนั้นจะมาขับเคลื่อน การพัฒนาประเทศ ก้าวไปสู่ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในที่สุด ในวันนี้ก็ต้อง กราบขอบพระคุณท่านสมาชิก กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้เวลาผมได้ตอบ ในประเด็นนี้ และยินดีสําหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรมที่ท่านเห็นว่า เปึนปัญหา ผมยอมรับว่ากระทรวงนี้ทํางานยาก เปึนงานที่ไกลตัวพี่น้องประชาชน และเปึนนามธรรมแต่ก็พยายาม ผมพยายามสร้างเครื่องมือที่จะทํางานให้ง่ายขึ้น เรื่องนี้ ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่อยากมาเล่าให้ท่านสมาชิกได้ทราบว่ากระทรวงและรัฐบาลขับเคลื่อนไป อย่างไรขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกครับ