สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญครับ มีอะไรว่ามาเลย ผมจะได้ตัดสินเสียที

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผมก็เปึนคนที่หารือไว้แต่วันนี้ที่ไปเช็กดูอยู่ลําดับที่ ๑ แล้วเรื่องที่ผมหารือนี้ก็เปึน เรื่องที่สําคัญมากก็อยากจะให้เริ่มหารือ เปึนเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร จริง ๆ ครับ วันนี้วันที่ ๑๔ ตุลาคม เมื่อ ๓๖ ป้ที่แล้ววันมหาวิปโยค แต่วันนี้ชาวเขตประเวศ ถนนศรีนครินทร์ ของผมนั้นชาวบ้าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อสักครู่ท่านไม่ได้บอก ชื่อเสียงท่าน แล้วก็คนที่เขาฟังวิทยุเขาไม่รู้ว่าใครพูด

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งวันนี้ต้องขอบพระคุณท่านประธานนะครับ วันนี้ถ้าพี่น้องชาวเขตประเวศ ของผมก็เปึนวันมหาวิปโยคเหมือนกันนะครับ วันที่ ๑๔ ตุลาคม พี่น้องประชาชนนั้น เข้าห้องน้ําก็ไม่ได้ น้ําท่วมบ้านมาเปึนครึ่งหลัง รถราหน้าถนนศรีนครินทร์ก็วิ่งไม่ได้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร นั้นเมื่อวานก็ไป ตรวจสอบดู วันนี้ขณะนี้ท่านก็อยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคําแหงนะครับ มหาวิทยาลัยรามคําแหง ๒ อยู่ในเขตประเวศ ซึ่งขณะนี้ก็นํากําลังไปดู แต่อยากให้หน่วยงานต่าง ๆ อย่างกรมทางหลวง มาสร้างถนนแต่ไม่มีท่อระบายน้ําไว้ ขณะนี้เพิ่งจะมายกให้กับกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนนะครับว่าการที่สร้างถนนในกรุงเทพมหานครไม่มีท่อระบายน้ํานั้น เปึนปัญหาสําคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นพี่น้องแถววัดทุ่งเศรษฐี แถวสุเหร่าจระเข้ขบ หมู่บ้านเสรี และเด็กมหาวิทยาลัยรามคําแหงนั้นก็ไปเรียนหนังสือไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ ๑ ที่ผมหารือนะครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ผมได้ทําเรื่องไว้ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมยังไม่ได้อนุญาตให้ หารือเลยนะครับ กําลังปรึกษาหารือและท่านก็ไปก่อน อย่างนี้คนอื่นเขาก็ว่าผมลําเอียงสิครับ

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร

ผมดูชื่อว่าผมเปึนคนที่ ๑ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ช่วยกรุณานั่งลงก่อนครับ สักครู่นั่งลงก่อนครับ ที่ผมกําลังหารือว่ายอดเก่าวันที่ ๗ วันที่ ๘ ยกเลิกได้ไหม คุณชลน่านก็บอกควรยกเลิก มาเอาวันนี้เลยคือวันที่ ๑๔ นี่ วันที่ ๑๔ มีผู้เสนอทั้งหมด ๓๕ ท่าน ไม่ใช่น้อยนะครับ ฉะนั้นผมก็ว่าเอา ๑๕ ท่านให้มันจบเปึนเปลาะ ๆ ไปเลยนะครับ เพราะว่ากฎหมายก็เรื่อง กฎหมาย แต่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเรื่องใหญ่ ไม่ต้องยกมือหรอกครับ ยกมือ ผมก็ไม่ให้พูด เพราะต้องเอาเรียงตามลําดับ คือเอากันอย่างนี้ เอาความเปึนธรรมครับ คือตรงไปตรงมา ฉะนั้นผมขออนุมัติที่ประชุมเลยนะครับ ที่ประชุมไม่คัดค้านนะครับ เอาใหม่เลย เอาเปึนวัน ๆ แล้วใครจะเร็ว จะช้าก็อยู่ตามที่เจ้าหน้าที่รับเรียงตามลําดับ เพื่อความเปึนธรรมเกิดขึ้น เอาอย่างนี้นะครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ท่านประธานคะ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานได้ไหมคะ ท่านประธานคะ ขออนุญาตหารือค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อะไรครับ ผมยังไม่อนุญาต ให้หารือ เชิญนั่งลงก่อน

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

หารือเรื่องที่ท่านประธานจะอนุมัติค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้มีเกียรติแห่งพัทลุง นั่งลงก่อนครับ ผมกําลังถามที่ประชุม

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ดิฉันขออนุญาตปรึกษาหารือกับ ท่านประธานค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็บอกแล้วว่าให้นั่งลงก่อน ท่านก็ยังไม่เชื่อผมอีก ก็ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ ขอความกรุณาเอาอย่างนี้นะครับ เราเอาให้ มันจบเลย จะกินเวลาเราก็ให้มันกินไป เพราะว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกิด มากเหลือเกิน แล้วก็รัฐบาลเขาจะได้ฟังเสียงพวกเรา สภาเรามีปากมีเสียงเราก็อาศัย สภานี้เปึนหลัก เราจะไปอาศัยข้างถนนไม่ได้ เราต้องอาศัยตรงนี้เปึนหลัก เพราะฉะนั้น ผมก็ขออนุมัติที่ประชุมนะครับ วันนี้ ๓๕ ท่านให้จบ ก็หมดแค่นั้น ใครเพิ่มเติมอีกไม่ได้ แล้วค่อยเอาพรุ่งนี้ ใครจะมาเช้าก็เอาก่อน คือเอาตามลําดับที่เจ้าหน้าที่เขาทํามา เอาอย่างนั้น ผมขอเริ่มเลย เสียเวลานะครับ เริ่มอย่างนี้เลยนะครับ ถ้าใครไม่อยู่ใน ที่ประชุมก็ตัดออก ผมจะอ่านไปเลยสัก ๑๐ ท่านแรก ๑. คุณสมบูรณ์ ๒. คุณเปล่งมณี ๓. คุณปรีชญา ๔. คุณอํานวย ๕. คุณสัมพันธ์ ๖. คุณนริศ ๗. คุณองอาจ ๘. คุณสมบัติ ๙. คุณนฤมล ๑๐. คุณสุนทรี แต่ต้องสลับทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลต้องสลับกันครับ มีอะไรครับ

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับที่ผมมาเช็ก ตั้งแต่เมื่อวานชื่อผมอยู่คนที่ ๑ นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อวานหรือครับ

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร

ไม่ใช่ครับ เมื่อเช้ามาตั้งแต่ ๑๐.๐๐ นาฬิกาเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมเห็นอย่างนี้ วันที่ ๑๔ รายชื่อสมาชิกที่ขอปรึกษาหารือวันพุธที่ ๑๔

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร

หมายความว่าขอวันนี้ แต่ผมครั้งที่แล้วและค้างอยู่ แล้ววันนี้ผมเปึนคนที่ ๑ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือท่านตกค้าง แล้วผม ก็พูดในที่ประชุมเมื่อสักครู่

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร

อย่างนี้ก็เสียเปรียบแย่สิครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ว่าวันที่ ๗ คือท่านสามารถ มะลูลีม นี้ท่านค้างวันที่ ๗

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร

ก็เข้าใจครับ วันนี้เปึนคนที่ ๑ ก็ให้คนที่ ๑ ไปก่อนสิครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คนที่ ๑ คือนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เริ่มอย่างนี้ก็แล้วกัน

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร

อย่างนี้ไม่ยุติธรรมครับ อนุญาตให้ผมพูดไป มีอยู่ ๒-๓ เรื่องก็จบแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมบูรณ์อนุญาต ให้คุณสามารถพูดนะครับ คุณตัดสิทธินะครับ เชิญเลยครับ

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมได้ยื่นไว้เมื่อครั้งที่แล้วคือเรื่องที่มีการสงวน และคุ้มครองสัตว์ป์า ที่สําคัญนั้นมีความจําเปึนอย่างยิ่ง สัตว์ป์าบางชนิดนั้นก็เปึนเรื่องที่ สมควรคุ้มครองและสงวนนะครับ แต่ผมมีเรื่องอยู่เรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ขณะนี้ ในประเทศไทยเรา โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่ผมเปึนผู้แทนราษฎรอยู่นั้น มีนกปรอดหัวโขน หรือ นกกรงหัวจุก ซึ่งถือว่าเปึนสัตว์คุ้มครอง ซึ่งขณะนี้ต้องเรียนท่านประธานว่าเพาะพันธุ์ได้แล้ว เรียบร้อยแล้ว พี่น้องในกรุงเทพมหานครนั้นก็เพาะพันธุ์จํานวนมาก แต่ตํารวจนี่ละครับ จะไปตามจับอยู่เรื่อย บ้านไหนมีหลาย ๆ ตัว ซึ่งสัตว์ชนิดนี้นั้นสามารถจะนําเงินมาช่วย การกุศลได้อย่างดีมาก อาทิตย์หนึ่ง ๗๐,๐๐๐ บาท ๘๐,๐๐๐ บาท คนเอานกมาขึ้นกัน ตัวละ ๓๐๐ บาท ๔๐๐ บาท แต่ตํารวจชอบจะไปจับหาว่าเปึนสัตว์สงวน ต้องเรียนว่าในอดีต นกเขาชวาก็เปึนสัตว์สงวนเช่นเดียวกัน ต่อมาก็มีการแก้ไขระเบียบให้เปึนสัตว์ที่ไม่สงวน แล้ว เพราะเพาะพันธุ์ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ นกกรงหัวจุกนั้นมีรูปลักษณ์ ที่สวยงาม มีเสียงไพเราะ ขณะที่มีการเลี้ยงกันอยู่ บางทีซื้อแค่ ๒๐ บาท ปัจจุบันค่าตัวเปึน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็มี เปึนการแบ่งเบาภาระให้กับคนยากคนจน ซื้อนกมาเลี้ยงไปเลี้ยงมา เอาไปประกวด จากราคา ๑๐ บาท ๕๐ บาท มาเปึน ๑๐,๐๐๐ บาท เปึน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เปึน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าเปึนทางออกให้กับพี่น้องประชาชน ทางหนึ่งในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ก็ต้องการอย่างยิ่งให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้นน่าจะได้ดูแลปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะผมเชื่อว่าพี่น้องผู้แทนราษฎร ในประเทศไทยของเราในขณะนี้นั้น ก็ได้เห็นพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของตัวเองได้เลี้ยง อย่างนี้อยู่ เพราะฉะนั้นขณะนี้มีการเพาะพันธุ์ ผสมพันธุ์ได้แล้ว ผมก็อยากจะขอวิงวอนนะครับ ว่าช่วยสนับสนุนนะครับ

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง เน้น ๆ เรื่องน้ําท่วมกรุงเทพมหานครวันมหาวิปโยค ขณะนี้อยากให้หน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานครับ กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย ขณะนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครก็อยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคําแหง ซึ่งเด็กนักเรียน มหาวิทยาลัยนั้นก็ไปเรียนไม่ได้ พี่น้องประชาชนบอกเข้าห้องน้ําไม่ได้เปึนเรื่องใหญ่ยิ่ง ขณะนี้ท่าน ส.ส. สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ดอกเตอร์ คุณหญิงกัลยาก็ได้ช่วยพี่น้องประชาชน อยู่นะครับ ให้ผมได้มาพูดในที่นี้เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้ช่วยกันไปนะครับ โดยเฉพาะ พี่น้องที่รถเสียนับร้อย ๆ คันอยู่หน้าที่ซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์นั่นละครับ เพราะฉะนั้น ก็ต้องเรียนว่าอย่าผ่านทางนั้น ขณะนี้กรุงเทพมหานครกําลังดําเนินการแก้ไข ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครนั้นไปดูแลตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ท่านคณะปลัดกรุงเทพมหานครก็ไป ช่วยกันดูแล เพราะฉะนั้นต้องเรียนนะครับ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชน ได้ประสบความเดือดร้อน ผมก็ต้องเรียนนะครับว่าฝนตกในกรุงเทพมหานครไม่เคยที่จะมี น้ําท่วมมากมายถึงขนาดนี้ ขณะนี้การจราจรในกรุงเทพมหานครก็ติดขัด ไม่ใช่เฉพาะ ที่เขตผมอย่างเดียว ตรงไหนก็แล้วแต่อยากให้กรุงเทพมหานครนั้นได้กวดขันในเรื่อง ท่อระบายน้ํานั้นต้องรีบแก้ไข ขณะนี้ใกล้จะหมดฤดูฝนตกแล้ว ก็อยากจะให้หน่วยงาน ต่าง ๆ นอกจากกรุงเทพมหานครแล้ว หน่วยงานอื่น ๆ กรมทางหลวงก็ช่วย ๆ ดูด้วย ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับ คณะคณาจารย์ พระนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา จังหวัดเชียงรายทุกองค์ ด้วยความยินดีทั้ง ๔๐ รูปนะครับ ต่อไปคุณอํานวย คลังผา เพราะคุณเปล่งมณี ถอนครับ คุณอํานวย คลังผา เชิญครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือต่อท่านประธานดังนี้ครับ เนื่องจากฝนตกหลายวันติดต่อกันมา ซึ่งน้ําท่วมสาย ตอนโคกสําโรง-บ้านหมี่ เปึนระยะทางถึง ๒ กิโลเมตร น้ําท่วมสูงจากหลังถนนประมาณ ๑ เมตร อยากฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งดําเนินการไปเสริมถนน ดังกล่าวด้วยนะครับ

แล้วอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องถนนสายสามแยกมาเจริญ อําเภอสระโบสถ์ น้ําท่วม ถนนขาดเปึนช่วงระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร อยากจะให้ท่านประธานแจ้งหน่วยงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เร่งดําเนินการถนนดังกล่าวด้วยครับ เรื่องถนนไร้ฝุ์นทั่วประเทศ ซึ่งในขณะนี้ พี่น้องประชาชนมีความต้องการเรื่องถนนไร้ฝุ์นจํานวนมาก ก็อยากฝากท่านประธานให้ ช่วยแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการถนนไร้ฝุ์นให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ด้วยครับ

แล้วเรื่องสุดท้ายครับ เรื่องคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหา ที่ดินทํากินและการออกเอกสารสิทธินั้นได้หมดเวลา ซึ่งประธานได้ขอขยายเวลาต่อ ท่านประธาน ก็อยากจะฝากท่านประธานได้ขอขยายคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา แก้ไขปัญหาที่ดินทํากินและการออกเอกสารสิทธิ เรื่องทั้งหมดยังมีพี่น้องประชาชนได้ ร้องขอมาเปึนจํานวนมาก ซึ่งเวลาไม่เพียงพอจําเปึนจะต้องขอขยายระยะเวลา ท่านประธาน ได้โปรดวินิจฉัยในเรื่องขยายเวลาต่อไปด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณปรีชญา ขําเจริญ เชิญครับ

นางสาวปรีชญา ขําเจริญ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปรีชญา ขําเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันจะขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จังหวัดราชบุรี ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก เกี่ยวกับเรื่องถนนทางหลวงที่อยู่ระหว่างถ้ําเขาบินซึ่งเปึนสถานที่ ท่องเที่ยวสําคัญของจังหวัดราชบุรี ไปถึงโรงพยาบาลยุพราช ซึ่งเปึนโรงพยาบาลประจํา อําเภอจอมบึง ซึ่งถนนเส้นนี้มีลักษณะมืด เพราะไม่มีไฟฟัา และระหว่างถนนเส้นนี้ก็มี ซอกซอย ซึ่งพี่น้องประชาชนต้องเดินทางออกมาจากทางแยก ทางร่วม ทําให้เกิดอุบัติเหตุ เปึนประจํา พี่น้องประชาชนจึงได้ร้องเรียนผ่านดิฉันมาในการที่จะของบประมาณในการ ติดตั้งไฟ เพื่อเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและลดอุบัติเหตุ

และเรื่องที่สอง เกี่ยวกับทางหลวงสาย ทล ๓๐๘๙ เส้นเขางู-โคกสูง-เบิกไพร เปึนถนนสายสําคัญที่ขนานกับสายเพชรเกษม ซึ่งถนนเส้นนี้ประกอบไปด้วยแหล่ง ท่องเที่ยวสําคัญมากมายตั้งแต่เส้นเขางู แล้วก็เส้นโคกสูง แล้วก็เข้าอําเภอบ้านโป์ง ซึ่งถนนเส้นนี้มีลักษณะคับแคบแล้วก็ถนนเส้นนี้เปึนสายหลักของรถสิบล้อที่ต้อง ขนส่งสินค้าเกษตรกรรม แล้วก็สินค้าประเภทวัสดุ หิน ลูกรัง ทําให้การจราจรเวลามี นักท่องเที่ยวเดินทางมาดูถ้ําค้างคาวก็ดี หรือมาเที่ยววัดเจ้าแม่กวนอิม หรือทางเขางู หรือเดินทางเข้าบ้านโป์ง จะมีปัญหาเกี่ยวกับการแซงรถเพราะถนนคับแคบ จึงอยากจะขอ ความอนุเคราะห์ในการขยายไหล่ทางก็ยังดี ไม่ต้องถึงถนน ๔ เลน แล้วก็เปึนแหล่งย่าน ชุมชน ก็จะขอให้ไหล่ทางกว้างขึ้นสักหน่อยหนึ่งเพื่อว่าความปลอดภัยเกี่ยวกับการแซงรถ และที่สําคัญ เมื่อถนนเส้นเพชรเกษม ถ้าเกิดอุบัติเหตุก็สามารถที่จะใช้ถนนเส้นนี้ในการที่ จะสัญจรในการเปึนทางเบี่ยง ดิฉันจึงขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้ช่วยโปรดดําเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดราชบุรี ได้มีชีวิตความเปึนอยู่ความปลอดภัยที่ดีขึ้นด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณนฤมล ธารดํารงค์ ครับ

นางนฤมล ธารดํารงค์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องอยากจะหารือท่านประธานด้วยกันเกี่ยวกับเรื่องของ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตอําเภอพระประแดงนะคะ เนื่องจากในบริเวณ ตรงซอยรวมทุน ตําบลบางจาก ช่วงหมู่ ๒ นะคะ ช่วงนี้เปึนบริเวณที่มีน้ําท่วมขังตลอด ทั้งป้นะคะ ยิ่งช่วงนี้หน้าน้ําก็ยังมีน้ําขึ้นในปริมาณที่ถึง ๓๐-๔๐ เซนติเมตร ตลอดนะคะ ก็ต้องขอฝากท่านผู้เกี่ยวข้องด้วยนะคะ ช่วยเข้าไปดูแลประชาชนในหมู่บ้านนี้ด้วยนะคะ เพราะว่าเขาได้รับความเดือดร้อนมาตลอด

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากดิฉันได้รับร้องเรียนจากประชาชนที่อยู่ในเขตตําบล บางหญ้าแพรก บอกว่า ณ ขณะนี้มีชาวต่างด้าวหรือแรงงานพม่าเข้ามาจับจอง เข้ามาอยู่ อาศัยในบริเวณใต้สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ช่วงบริเวณทางเข้าวัดบางหญ้าแพรกนะคะ ก่อนหน้านี้ก็ยังอยู่กันไม่กี่ครัวเรือน ตอนนี้เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ ก็เลยอยากจะ ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเข้าไปตรวจดูหน่อยนะคะว่า แรงงานเหล่านี้ได้เข้ามาถูกต้องตาม กฎหมายหรือเปล่า หรือว่ามีการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวหรือไม่นะคะ เพราะว่า ชาวบ้านในเขตบริเวณนั้นก็กลัวเหมือนกันนะคะ กลัวว่าจะมีเรื่องเดือดร้อนขึ้นมา แล้วจะ ตามจับใครไม่ได้นะคะ ไม่อยากจะให้เปึนกรณีที่วัวหายแล้วล้อมคอกนะคะ ข้อมูลเพิ่มเติม ที่ดิฉันได้ทราบมาอีกอย่างก็คือว่า ที่ดินที่แรงงานต่างด้าวเหล่านี้เข้าไปจับจองนี้เปึนที่ดิน ของเอกชนนะคะ ก็เข้าไป แล้วก็อยู่กันอย่างแออัด หนาแน่นเปึนจํานวนมากด้วยนะคะ ก็ต้องขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ให้ช่วยไปดูแล เข้าไปตรวจสอบด้วยนะคะ เกี่ยวกับเรื่องของ ใบอนุญาตทั้งหลายนะคะ

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คงจะเปึนเรื่องของน้ําท่วมในเขตของถนนศรีนครินทร์ ซึ่งมันเปึนรอยต่อกับจังหวัดสมุทรปราการ เขตนี้ทาง ส.ส. อนุสราก็ฝากมานะคะว่า พี่น้อง ในเขตอําเภอเมืองหรือเขตปากน้ํา ได้รับความเดือดร้อนเปึนอย่างยิ่งเนื่องจากเปึนรอยต่อ ของกรุงเทพมหานครแล้วก็จังหวัดสมุทรปราการด้วย ถ้าอย่างไรฝากทาง กทม. หรือผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขโดยด่วนเลยนะคะ เพราะตอนนี้รถ นอกจากจะติดถนนศรีนครินทร์อย่างเดียวแล้ว มันต่อเนื่องกลายเปึนอัมพาตไปทั่ว ซอยเล็ก ซอยน้อยติดกันไปหมดแล้วนะคะ ก็ต้องขอฝากท่านด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ เชิญครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมใคร่ขอหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ก็สืบเนื่องมาจากว่าช่วงนี้เปึนฤดูฝน หน้าฝนนะครับ ก็ทําให้น้ําหลาก แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่จังหวัดสุโขทัยนั้น ทางด้านทิศตะวันตกต้องรับน้ําจากอ่างน้ําแม่มอก ซึ่งน้ําล้นสป่ลเวย์ (Spillway) แล้วก็ให้มาท่วมที่อําเภอทุ่งเสลี่ยมลงมาสวรรคโลก มาศรีสําโรง แล้วก็มาท่วม ที่อําเภอเมือง อําเภอคีรีมาศ อําเภอกงไกรลาศของจังหวัดสุโขทัย ซึ่งแม่น้ํายมนั้นก็ทราบดี อยู่แล้วว่าตื้นเขิน คับแคบ รับน้ําทีละจํานวนมาก ๆ ไม่ได้ก็ทําให้ต้องไปท่วมในไร่นา หรือว่าบ้านเรือนในเขตพื้นที่อําเภอต่าง ๆ ของจังหวัดสุโขทัย ก็อยากให้หน่วยงานต่าง ๆ นั้น เข้าไปช่วยดูแลให้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเข้าไปในเรื่องของที่ถนนชํารุด ทรุดโทรม แล้วก็แจก ถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เดือดร้อนในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัยไปก่อนนะครับ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็เรื่องความเดือดร้อนอีกเช่นกันนะครับ ในการที่จะ เตรียมการเกี่ยวกับเรื่องเกษตรกรของพื้นที่ในจังหวัดสุโขทัย ส่วนใหญ่ทํานาเปึน ส่วนใหญ่นะครับ แต่ว่าปัญหาถ้าหลังป้ใหม่ก็คือเรื่องการขาดแคลนน้ํา แล้วก็การระบายน้ํา ในระบบชลประทานต่าง ๆ ให้กับพื้นที่เกษตรกรนั้น ค่อนข้างจะไม่ค่อยได้รับความสะดวก ในเรื่องของคลองต่าง ๆ ฉะนั้นส่วนใหญ่พี่น้องเกษตรกรอยากจะได้โครงการก่อสร้าง สูบน้ําด้วยระบบไฟฟัาเปึนส่วนใหญ่นะครับ หลายพื้นที่ที่ได้ทําเรื่อง แล้วก็แจ้งมาผ่าน ผู้แทนราษฎรที่จะนําเสนอต่อท่านประธานสภา อย่างเช่น โครงการสูบน้ําไฟฟัาบ้านหนองกระดี่ ตําบลวังทอง อําเภอศรีสําโรง โครงการสูบน้ําไฟฟัาบ้านท่าช้าง ตําบลทับผึ้ง อําเภอศรีสําโรง โครงการสูบน้ําไฟฟัาบ้านคลองกระจง ตําบลคลองกระจง อําเภอสวรรคโลกนะครับ แล้วก็บ้านวังทอง ตําบลวังทอง อําเภอศรีสําโรง แล้วก็อีกแห่งหนึ่งก็คือตําบลวัดเกาะ อําเภอศรีสําโรง ตําบลบ้านนา อําเภอศรีสําโรง ตําบลทับผึ้ง แล้วตําบลไกรใน ในอําเภอ กงไกรลาศ ซึ่งส่วนต่าง ๆ เหล่านี้อยากได้เครื่องสูบน้ําไฟฟัาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องเกษตรกรนะครับ เพื่อจะผันน้ําในการทําการเกษตรในฤดูแล้งต่อไป ก็ต้องฝาก ถึงท่านประธานบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทานนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือเรื่องเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนในพื้นที่เขต ๓ จังหวัดชัยภูมิค่ะ เนื่องจากที่จังหวัดชัยภูมิมีน้ําท่วม ค่อนข้างมากในหลายอําเภอ ขณะนี้ระดับน้ํามีการลดลงบ้าง แต่ว่าก็ยังท่วมอยู่นะคะ ท่านประธาน ก็ยังรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานทางราชการในการที่จะเข้าไปบรรเทา ความทุกข์ของประชาชนในเขต ๓ แล้วก็เขตอําเภอต่าง ๆ ที่ประสบปัญหาน้ําท่วมค่ะ เมื่อไปดูถึงเรื่องน้ําท่วมดิฉันก็ได้มีการออกไปเยี่ยมเยียนประชาชนที่ประสบกับปัญหา น้ําท่วม ท่านประธานคะดิฉันพบว่าผลที่เกิดจากน้ําท่วมค่ะ มีถนนหลายสายมากที่ มีความเสียหายจากภาวะน้ําท่วมก็คือเกิดเปึนหลุม เปึนบ่อ บางพื้นที่หน้าถนนหลุด ออกไปเปึนบริเวณ ๔-๕ เมตรนะคะท่านประธาน ซึ่งในแต่ละสายก็มีหลายจุดด้วยกัน เช่น ที่ถนนสายบ้านโนนน้อย โนนโพธิ์ ตําบลลุ่มลําชี อําเภอบ้านเขว้า ตรงนี้ถนนขาด รถผ่านได้แค่ ๑ คัน รถสวนกันไม่ได้เลย ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลในเรื่องนี้ด้วยค่ะ

อีกเรื่องก็ถนนสาย ๒๒๕ ชัยภูมิ-นครสวรรค์ ปรากฏว่าบริเวณนี้มีการเกิด ภาวะน้ําท่วมเนื่องจากบริเวณใกล้ๆ กับลําแม่น้ําชีตรงนั้นมันมีบล็อก คอนเวิร์ส (Block Converse) ของกรมทางหลวงอยู่ ทําให้น้ําเมื่อลงมาจากแม่น้ําชีแล้วก็บึงเป๋อยไม่สามารถ ระบายได้ทันท่วงที ชาวบ้านเขาก็อยากจะได้เปึนสะพานหรือว่าเพิ่มบล็อก คอนเวิร์ส ให้มันมากกว่านี้ ก็ไม่ทราบว่าจะเปึนไปได้ไหม ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกรมทางหลวง ให้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องเกี่ยวกับการระบายน้ํา ในเขตบ้านโนนเป๋อย ตําบลตลาดแร้ง อําเภอบ้านเขว้า อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับ ลําแม่น้ําชีค่ะท่านประธาน ชาวบ้านสองฝัืงแม่น้ําชีในเขตอําเภอจัตุรัสและอําเภอบ้านเขว้า เขาอยากจะได้ตลิ่งกั้นแม่น้ํา หน้าน้ํามาน้ํามีระดับสูง ชาวบ้านเอากระสอบทรายไปกัน เอาไว้แล้วก็ยังเข้ามาท่วมบ้านเรือนของประชาชนเปึนจํานวนมากทั้งสองฝัืง ไม่ว่าจะเปึน ฝัืงอําเภอจัตุรัส แล้วก็ฝัืงทางอําเภอบ้านเขว้า ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนกรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวีให้ช่วยหา งบประมาณไปขุดลอกแม่น้ําชี แล้วก็ไปสร้างตลิ่งกั้นแม่น้ําเพื่อปัองกันน้ําท่วมในหน้าน้ํา ที่จะมาครั้งต่อไปด้วยค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณนริศ ขํานุรักษ์

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธาน เรื่องขอให้ทางกระทรวงคมนาคมโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ขยาย สถานีรถไฟแหลมโตนด อําเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง แม้ว่าขณะนี้เปึนสถานีรถไฟเล็ก ๆ แต่ว่ามหาวิทยาลัยทักษิณซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟนี้ที่สุด เติบโต มีนักศึกษาเข้าเรียน เกือบ ๑๐,๐๐๐ คนนะครับ แล้วก็ขณะนี้นักศึกษาต้องลงรถไฟที่สถานีรถไฟชะอวด ซึ่งไกล หรือไม่ก็สถานีรถไฟในตัวเมืองพัทลุงซึ่งไกล ผมคิดว่าการทําให้สถานีรถไฟ แหลมโตนดเติบโต ใหญ่โตขึ้น แล้วก็รถไฟจอดที่สถานีดังกล่าวนี้จะทําให้นักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยจากต่างจังหวัดที่มาเรียนมหาวิทยาลัยทักษิณใช้สถานีนี้จะได้สะดวก มากยิ่งขึ้นครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ ที่จังหวัดพัทลุง บริเวณบ้านป์าบาก ตําบลทุ่งนารี อําเภอป์าบอน จุดกลับรถ ยูเทิร์น (U-Turn) รถไกลมาก พี่น้องลําบาก ผมอยากที่จะให้กระทรวงคมนาคม ได้ไปสํารวจออกแบบศึกษาความเปึนไปได้และตั้งงบประมาณในการทําที่กลับรถยูเทิร์น บริเวณบ้านป์าบาก ตําบลทุ่งนารี อําเภอป์าบอน ซึ่งพี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนมายังผม หลายครั้งแล้ว

ถัดมาช่วงนี้เปึนช่วงหน้ากฐิน พวกกระผมที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดพัทลุง ทั้งท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ทั้งท่านสุพัชรี ธรรมเพชร เราก็ได้ไป ทอดกฐิน พบว่าพระคุณเจ้าเปึนจํานวนมากป์วยไข้ อาพาธอยู่ พวกผมถามว่าทําไมไม่ไป โรงพยาบาล บอกเกรงใจโรงพยาบาลมีผู้ป์วยมากมาย แล้วก็ท่านไม่อยากไปเข้าคิวด้วย ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า อยากให้กระทรวงสาธารณสุขได้จัดหมอ ได้จัด พยาบาลไปดูแลสุขภาพของพระคุณเจ้าเหล่านั้น แล้วก็ในจังหวัดพัทลุงเช่นเดียวกันมี ผู้นําศาสนาที่เปึนศาสนาอิสลาม ก็เกรงใจทางโรงพยาบาลอยู่เช่นเดียวกัน ผมอยากให้จัด หน่วยพยาบาลพิเศษ คุณหมอที่พอมีกําลัง พอมีเวลาไปดูแลสุขภาพของผู้นําทางศาสนา อิสลามและพระคุณเจ้าด้วยนะครับ

เรื่องถัดมาผมทราบว่ากระทรวงพลังงานมีโครงการเปลี่ยนหลอดไฟฟัา ในวัด ในมัสยิด แล้วก็ได้ดําเนินการไปแล้ว ๑ จังหวัดเสร็จสิ้นแล้ว คือจังหวัดนครราชสีมา ผมคิดว่าเปึนโครงการที่ดี ทําให้วัดประหยัดไฟฟัาลงได้เยอะ ผมคิดว่าขออีกสักจังหวัด เถอะครับ นอกจากจังหวัดนครราชสีมาแล้ว ขอจังหวัดพัทลุงอีกสักจังหวัด ผมคิดว่าจะทํา ให้เราสามารถประหยัดไฟฟัาโดยภาพรวม แล้วก็วัด หรือมัสยิดเองก็สามารถประหยัดเงิน สําหรับค่าใช้จ่ายไฟฟัาได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณละออง ติยะไพรัช ไม่อยู่นะครับ คุณนิยม วรปัญญา

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจาก ราษฎรเปึนจํานวนมากว่าสร้างอ่างไว้แล้วก็อยากให้ขุดคลองส่งน้ําให้ที่อ่างกุดตาเพชร อ่างห้วยใหญ่ไพสาลี อ่างห้วยใหญ่วังแขม อ่างซับตะเคียน อ่างซับจําปา อ่างทะเลวังวัด อ่างทับกระโดนและอีกหลาย ๆ อ่างครับที่ผมได้ทําเปึนหนังสือกราบเรียนท่านประธาน ไว้แล้วและจะได้ส่งให้ท่านประธานครับ

แล้วก็ถนนครับ ถนนก็มีจํานวนมากที่ชํารุดเสียหายยังไม่ได้ซ่อม คือเดิมเปึนของ รพช. แล้วก็ กรป. กลางไปสร้างให้บ้าง กรมโยธาธิการและผังเมืองบ้าง ตอนนี้ทาง ทช. เขาก็อยากให้สํารวจออกแบบเข้าแผนโครงการลาดยางไร้ฝุ์นให้ครับ กําลังทําหนังสือถึงท่านประธานอยู่นี่ละครับ ขอให้ท่านประธานช่วยด้วยครับ มันมี หลายสายผมว่ารายละเอียดคงจะยาวนะครับ

ข้อที่ ๓ ก็ขอให้บูรณะปรับปรุงขุดลอกคลองอ่างคุ้งใหญ่ แล้วก็คลองซับ คลองลําพราก คลองโคกสลุง คลองลําโกฏิทอง แล้วก็คลองม่วงค่อม คลองห้วยหิน แล้วก็มีอีกหลายคลองที่ปรากฏอยู่ในหนังสือแล้วครับท่านประธานครับ

ข้อที่ ๔ คันคลองนี่ขอให้เอาดินที่ขุดลอกขึ้นมาทําเปึนถนนให้รถเข้าออกได้ จะได้ขนสินค้าเกษตรออกได้แล้วราษฎรจะได้ไปจับสัตว์น้ํา แล้วก็นําสัตว์เลี้ยงไปเลี้ยง เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจตามที่รัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจของชาติก้าวหน้าหรือ เข้มแข็งนั้น ก็ขอให้สั่งการไปด้วยครับ

ข้อที่ ๕ ขอให้ปรับปรุงถนนสายจากบ้านหนองยายโต๊ะไปบ้านเกาะรัง แล้วก็จากเกาะรังไปที่คลองพราก ไปบ้านน้ําซับ บ้านซับน้ําหวาน แล้วก็อ่างกุดตาเพชร หนองปล้องคลองมะนาว หนองโกน้อย หนองโกใหญ่

ข้อที่ ๖ ขอให้ทําถนนจากหมอโภชน์ไปคุ้งใหญ่แล้วก็ออกไปบ้านวังอ่าง ตําบลยางราก อันนี้เปึนถนนเก่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้ว

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

ขอส่งเปึนหนังสือได้ไหมครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณองอาจ วงษ์ประยูร เชิญครับ

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องที่อําเภอ เสาไห้ จังหวัดสระบุรีครับ

ประเด็นที่ ๑ ที่เทศบาลตําบลต้นตาล ตําบลพระยาทด พี่น้องประชาชน ในเขตเทศบาลขาดแคลนน้ําอุปโภค บริโภคกว่า ๒,๐๐๐ คน ประมาณ ๒๕ หมู่บ้าน กราบเรียนท่านประธานหารือไปยังท่านที่รับผิดชอบในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วก็กรมทรัพยากรน้ําให้ช่วยเร่งรัดผลักดันก่อสร้างประปาชนบทแบบผิวดินขนาดใหญ่ ให้ช่วยดูแล เพราะว่าบริเวณนี้ขาดแคลนน้ํามาหลายป้ทั้ง ๆ ที่เปึนหมู่บ้านซึ่งอยู่ใกล้ เขตเทศบาลเมืองเพียง ๒-๓ กิโลเมตรเท่านั้นเองครับท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในเขตเทศบาลตําบล บ้านยาง อําเภอเสาไห้เช่นเดียวกันครับ ที่เทศบาลบ้านยางนั้นหมู่บ้านอยู่ติดกับแม่น้ํา ป์าสัก โดยเฉพาะบริเวณหลังวัดบ้านยาง ตอนนี้มีปัญหาเรื่องน้ํากัดเซาะในช่วงของ น้ําหลาก พื้นที่ก็กัดเซาะกินพื้นไปมากขึ้นเรื่อย ๆ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีที่ดูแลกรมโยธาธิการและผังเมือง สํานักผังเมืองให้ช่วยเร่งรัดผลักดันทําเขื่อน ปัองกันบริเวณริมตลิ่ง เพียงแค่ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ เมตรก็จะพอบรรเทาปัญหาได้ครับ ถ้าเกิดเนิ่นนานล่าช้าไปปัญหาก็ยิ่งขยายวงกว้างพี่น้องในเขตเทศบาลตําบลบ้านยาง ก็จะเดือดร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ครับท่านประธาน

สุดท้ายโรงเรียนเสาไห้วิมลวิทยานุกูลเปึนโรงเรียนมาตรฐานแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสระบุรี ครูบาอาจารย์มีคุณภาพครับท่านประธาน นักเรียนก็ตั้งใจเรียนดี แต่ปัญหาคือขาดแคลนอาคารเรียน ซึ่งไม่เพียงพอและล่าสุดทราบมาว่าขอศูนย์กีฬามาตรฐาน ไปนะครับ ยังไม่แน่ใจว่าจะได้รับศูนย์กีฬาแห่งนี้หรือเปล่า ก็กราบเรียนมายังท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยดูแล อยากได้มากครับ อาคารศูนย์กีฬามาตรฐาน อยากขอให้ได้อาคารนี้ อย่างน้อยก็นําไปเปึนในเรื่องของการ สนับสนุนกีฬา ลูกหลานที่อําเภอเสาไห้จะได้ไม่ต้องเดินทางไกลไปเรียนที่โรงเรียนอื่น ในกรุงเทพมหานครนะครับ ก็เปึนการประหยัดค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครองที่อําเภอเสาไห้ ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณชมภู จันทาทอง

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ บังเอิญป้นี้จังหวัดหนองคายน้ําไม่มาก ไม่มีปัญหาเรื่องน้ําท่วม ก็มีปัญหา ที่จะมาหารือท่านประธานก็เรื่องถนนค่ะ

เรื่องแรก ที่ดิฉันจะหารือก็คือ สืบเนื่องจากอาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาส ได้ไปงานทอดกฐินหลายที่ ก็ได้ผ่านถนนทางบ้านนาช้างน้ํา อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ไปทางบ้านโคกคอน ตําบลโคกคอน อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ถนนเส้นนี้เปึนถนนลาดยาง เดิมค่ะท่านประธาน ซึ่งเปึนถนนลาดยางที่หมดคุณภาพ แล้วถนนเส้นนี้เปึนถนนเส้นที่ ประชาชนนั้นใช้สัญจรแล้วก็ขนสินค้าเกษตรอย่างมาก หลุมบ่อที่ตัวดิฉันเองได้พบเห็นนั้น ดิฉันก็ยังคิดว่าจังหวัดหนองคาย อําเภอท่าบ่อ ซึ่งเปึนอําเภอมีเศรษฐกิจดี ยังมีถนนแบบนี้ อยู่หรือเปล่านะคะ ซึ่งตัวดิฉันเองได้มีโอกาสผ่านไปโดยที่ประชาชนนั้นขอร้องว่าท่าน ส.ส. ผ่านไปทางเส้นนี้หน่อย ตัวดิฉันเองก็ขอกราบนําเรียนผ่านท่านประธานนําความเดือดร้อนนี้ ไปยังกระทรวงคมนาคมค่ะ อย่างไรก็ขอให้ดูแลแล้วก็ช่วยดูถนนเส้นนี้ด้วยนะคะ

เรื่องที่สอง ที่ตัวดิฉันเองจะหารือก็คือ เรื่องถนนลูกรังค่ะ จากบ้านโพนตาล ไปถึงบ้านกรวด ตําบลนาข่า อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคายเช่นกันค่ะ ถนนเส้นนี้ก็ประมาณ ๓ กิโลเมตร ก็อยากจะให้เปึนถนนปลอดฝุ์น ซึ่งแถวนั้นก็ไม่ค่อยมีถนนลูกรังแล้วค่ะ ก็อยากให้เปึนถนนลาดยาง เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนนั้นสัญจรไปมาหากันอย่างสะดวก ขึ้นค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมบัติ ยะสินธุ์ ครับ

นายสมบัติ ยะสินธุ์ แม่ฮ่องสอน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบัติ ยะสินธุ์ ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของโรงเรียนแม่ลาน้อยดรุณสิกข์และโรงเรียนปาย วิทยาคาร จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขาดห้องเรียนครับท่านประธาน เดิมทีของโรงเรียนมัธยม เขาแยกส่วนกัน ปัจจุบันนี้ได้รวมของการประถมศึกษา เพราะงบประมาณของจังหวัด ของการประถมศึกษาหรือว่าเขตพื้นที่ไปก็ไปลงที่เขตพื้นที่ของการประถมศึกษาหมด มัธยมก็เปึนคอขวดอยู่ ปัจจุบันนี้ทั้ง ๒ โรงเรียนนี้ได้แก้ไข โดยการที่ลดจํานวนเด็ก นักเรียนลง จากที่เคยรับ ๕ ห้องก็เหลือ ๓ ห้อง ผู้ปกครองที่เด็กนักเรียนไม่ได้เรียนก็ได้รับ ความเดือดร้อนเปึนอย่างมากนะครับ แล้วก็แก้ปัญหาด้วยอีกวิธีหนึ่งคือ วิธีการเดินเรียนนะครับ ท่านประธานคงทราบนะครับว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนเปึนจังหวัดที่ห่างไกลและมีรายได้น้อย เด็กที่จะมาเรียนที่ต่างจังหวัดก็ลําบากครับ ก็ทําให้เด็กขาดโอกาส ก็กราบเรียนท่านประธาน ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับว่าช่วยจัดอาคารสําหรับนักเรียนที่จะได้เรียนให้เพียงพอ กับของทั้ง ๒ โรงเรียนนี้นะครับ

เรื่องที่ ๒ นะครับ เปึนเรื่องเกี่ยวกับพี่น้องประชาชนได้ทําหนังสือถึงผม ที่เกี่ยวกับอ่างเก็บน้ําของห้วยแม่จอน อําเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยทาง กรมชลประทานได้สํารวจออกแบบเรียบร้อยแล้วนะครับ พอส่งไปให้กับกรมป์าไม้ ขออนุญาต ทางกรมป์าไม้เขาตรวจสอบไปบอกว่าอยู่ในเขตพื้นที่ป์า ไม่สามารถ ดําเนินงานได้นะครับ ผมอยากให้ทางกรมป์าไม้ไปดูพื้นที่จริง ๆ ว่าปัจจุบันนี้ตรงนั้นไม่มีพื้นที่ป์าอยู่แล้ว เปึนที่ของเกษตรกรเขาทํากินอยู่ และชาวบ้านเขาพร้อมที่จะยกที่ที่จะทําอ่างให้นะครับ ขอให้ทางกรมป์าไม้และทางกรมชลประทานขอเข้าไปดูอีกรอบหนึ่งนะครับ

เรื่องที่ ๓ เรื่องถนนแม่สะเรียง-เสาหิน ซึ่งเปึนเส้นทางที่สําคัญในการค้า ชายแดนระหว่างประเทศไทยกับพม่า มีการซื้อขายกันเปึนจํานวนมาก ขณะนี้ยังไม่มี หน่วยงานไหนที่ขึ้นเปึนสายทางไว้นะครับ ของ อบจ. เองก็งบประมาณน้อยก็ขอให้ กรมทางหลวงหรือว่ากรมทางหลวงชนบทขึ้นเส้นทางไว้เพื่อที่จะได้ก่อสร้างถนนครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ไม่อยู่นะครับ คุณสมคิด บาลไธสง เชิญครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๑ ขอหารือกับ ท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง เรื่องแรกคือได้รับการร้องเรียนจากกํานันตําบลนาทับไฮ อําเภอ รัตนวาป้ ปัญหาการขาดแคลนน้ําประปา หมู่ ๔ หมู่ ๙ หมู่ ๑๑ พี่น้องประชาชนประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าคน ลงชื่อมาซึ่งผมจะได้มอบให้ท่านประธาน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ การประปาส่วนภูมิภาคได้ดูแลด้วยนะครับ

เรื่องที่สอง เรื่องร้องเรียนความเดือดร้อนของแม่ค้าชายแดนจุดผ่อนปรน ที่จังหวัดหนองคาย ที่อําเภอรัตนวาป้เหมือนกัน ผมได้รับการร้องเรียนจากนางจุไรรัตน์ นาคเสน และคณะ ซึ่งกระผมจะให้รายละเอียดกับท่านประธานต่อไป เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ถูก เจ้าหน้าที่ทั้งตํารวจ ทั้งด่าน ทั้ง นลข. มีอยู่หลายครั้งที่เขาร้องเรียนมาประมาณ ๔-๕ ครั้ง ถูกจับกุมแม่ค้าก็เดือดร้อนกันไปทั้งตลาด เพราะฉะนั้นจุดผ่อนปรนนี้แทนที่ว่าจะผ่อนปรน ความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนก็สร้างความเดือดร้อนให้เปึนอันมาก ก็ร้องเรียนมา เพื่อให้ผมผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม แล้วก็เกี่ยวข้องกับด่าน ก็ได้ดูแลพี่น้องประชาชนด้วยครับ

เรื่องสุดท้าย คือเรื่องของบประมาณปรับปรุงถนนคอนกรีต ถนนลาดยาง ดังนี้นะครับ สายบ้านก่องขันธ์ บ้านดงบัง บ้านต้อนเหนือ อันนี้ก็ท้องถิ่นรับผิดชอบนะครับ

สายที่ ๒ ก็บ้านดงบัง บ้านหนองหอย บ้านหนองแอก อันนี้ก็เปึนเรื่องของ ท้องถิ่น

สายที่ ๓ บ้านหนองแอก บ้านโพธิ์ บ้านคําเจริญ บ้านปัก อันนี้เปึนของ ทางหลวงชนบทนะครับ

สายที่ ๔ บ้านคําเจริญ บ้านคําปะกั้ง บ้านคําจําปา อันนี้ของท้องถิ่น แล้วก็บ้านปากคําจําปา บ้านดงอ่าง บ้านโนนสะอาด อันนี้เปึนสายสุดท้ายก็ขอฝาก ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านท่านประธานไปเพื่อให้ดูแลพี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับ ท่านกํานัน ท่านผู้ใหญ่บ้านในรอบปริมณฑลและคณะกรรมการบริหารสมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ด้วยความยินดีนะครับ ต่อไป คุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ อยู่ไหม อยู่เชิญครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันอยากจะขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับการจัด งบประมาณของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในกรณีเรื่องการที่จะสร้างเสริมให้กับกลุ่ม นักเรียนในแต่ละโรงเรียนก็ควรจะต้องจัดงบประมาณไปให้ทั่ว ๆ ถึง ๆ ป้นี้ได้ทราบว่ามีการ จัดงบประมาณไปลงกระจุกที่จุด ๆ เดียว ก็คือโรงเรียนเดียว ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านคะ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดมุกดาหารนั้นได้ขอสนับสนุนโครงการนี้มาเปึนการ ต้องการซ่อมแซมให้กับโรงเรียนทั้งหมดนี้ ๗๕ โรงเรียน โครงการละ ๕๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ในการซ่อมแซมนั้นเพื่อต้องการที่จะให้กําลังใจให้กับนักเรียนในมัธยมและ ประถม อยากจะให้ท่านเห็นรูปนะคะ ที่จัดมาให้นี้กรณีงบประมาณซ่อมแซมนั้น ซ่อมแซม เพื่อจะให้กําลังใจเด็กนักเรียนและนักเรียนประถม ท่านคะ นี่ค่ะ คือกระดานลื่น กระดานลื่นของ โรงเรียนประถม โรงเรียนประถมเปึนรูอยู่อย่างนี้ ถ้าเราใช้งบประมาณในการซ่อมแซมนั้นไปซ่อมแซมให้กับเขา เขาก็จะได้เล่นกระดานลื่น ตัวนี้ได้ดีขึ้นนะคะ แต่สิ่งที่ดิฉันได้รับว่าสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเปึนห่วงเปึนใย ลูกหลานเด็กนักเรียนของเขา แต่สิ่งที่เขาได้รับมาไม่ใช่ว่าไม่ดีนะคะ ไม่ใช่ว่าไม่ดีว่าได้รับ งบประมาณมา ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในการก่อสร้างโรงเรียนแห่งหนึ่งแค่แห่งเดียวเท่านั้นเอง เปึนการก่อสร้างอาคาร ซึ่งดิฉันดีใจเพราะลงไปที่จังหวัดมุกดาหารได้ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใน ๑ โรงเรียน แต่ในส่วน ๑ โรงเรียนนั้นดิฉันอยากจะขอให้ว่าเผื่อแผ่ไปให้กับเด็กนักเรียน ที่อยู่พื้นที่ชนบท เขาเหล่านั้นไม่ว่าจะสังกะสี หลังคา อาคารโรงเรียนรั่ว ไม่ว่าจะรางน้ํารั่ว ฝนตก ประตู หน้าต่างอะไรต่าง ๆ นี้รั่ว ฝนตกสาดเข้าไปห้องเรียน เก้าอี้ โต๊ะนักเรียน ไม่เพียงพอ กระดานเปึนรูอยู่ เขียนก็เขียนไม่ได้ ครูที่จะสอนก็สอนไม่ได้ นี่ละค่ะสิ่งที่ดิฉัน อยากจะให้ว่าเมื่อมีงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง ก่อนที่จะให้ไทยเข้มแข็ง เด็ก ๆ นี้ มันต้องเข้มแข็ง สมองมันจะฝ๊กปรือในช่วงเด็ก ๆ นั้น ไม่ใช่เรามาฝ๊กปรือในอาคารเรียน ที่ให้งบประมาณไป ถ้าเราจัดงบประมาณในส่วนของโครงการไทยเข้มแข็ง ประชาชน คนไทยทุก ๆ คนไม่ว่าระดับตั้งแต่ประถมศึกษา หรืออนุบาล ตั้งแต่อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ก็ควรจะต้องเข้มแข็งมาตั้งแต่เด็กนะคะ ผ้าผืนขาว ๆ นี้ถ้าเราไม่แต่งแต้ม เราแต่งแต้มไปให้ดีมันก็จะออกมาสวย แต่ถ้าเราแต่งแต้มไปไม่ดีนะคะ สิ่งที่เราได้รับมานั้น คือความอ่อนแอของบุคคลคนนั้น ดิฉันจึงขอหารือผ่านท่านประธานไปถึงสํานักงานเขต พื้นที่การศึกษา โดยการดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาครับ ส่งเอกสารมา

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ว่าสํานักงานพื้นที่การศึกษา มุกดาหารขอมาในการซ่อมแซมนะคะ ขอให้จัดงบประมาณไปตรงตามความต้องการของ พื้นที่ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนวัธ เตาะเจริญสุข เชิญครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด ขอนแก่น โดยเฉพาะเขตอําเภอหนองเรือ อําเภอบ้านฝาง ว่าขณะนี้ฝนตกหนักในฤดูฝนนี้ ทําให้น้ํานั้นเอ่อล้นไปเปึนผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกร ก็จึงนําเรียนท่านประธานเพื่อฝาก ไปยังกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบ และที่สําคัญไปกว่านั้นอยาก เรียนถามท่านประธานไปยังกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ที่มีส่วนรับผิดชอบว่าขณะนี้ได้ เตรียมการแล้วหรือยัง ฤดูฝนเข้ามานะครับ น้ําเอ่อล้น พี่น้องประชาชนเดือดร้อนได้เตรียม ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแล้วหรือยัง เช่น ข้าวสาร อาหารแห้งต่าง ๆ ได้ช่วยหรือยัง เตรียมหรือยัง หลังฤดูฝนไปแล้ว ถนนหนทางเสียหาย หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เตรียมการ แก้ไขปัญหานี้แล้วหรือยัง ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยว่า ขณะนี้ ประชาชนรอการช่วยเหลือจากภาครัฐอยู่ ไม่อยากให้ภาครัฐหรือเจ้ากระทรวงต่าง ๆ ที่ดูแลกํากับนั้นนิ่งเฉย ไม่ใยดี ไม่ห่วงใย หรือห่วงใยพี่น้องประชาชน ในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรก็ต้องมาทําหน้าที่ เมื่อพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ที่พึ่งของพี่น้องประชาชน ก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงต่าง ๆ ที่กํากับดูแลเปึนเรื่องสําคัญมาก กํากับดูแล ช่วยแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนโดยด่วน

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อสักครู่ผมได้ยินท่านสมาชิก เพื่อนสมาชิกจากจังหวัด แม่ฮ่องสอน บอกว่าโรงเรียนแม่ลาน้อยดรุณสิกข์ และโรงเรียนปายวิทยาคารมีปัญหาเรื่อง อาคารเรียน เรื่องต่าง ๆ กรณีอย่างนี้สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขปัญหาให้ไวที่สุดนะครับ เพราะว่าโรงเรียนเหล่านี้เปึนที่เสริมสร้างมันสมองของประเทศชาติเรานั่นเอง และโดยเฉพาะรัฐมนตรีที่ดูแลกํากับกระทรวงนี้ก็อยู่ในพรรคของท่าน เพราะฉะนั้นฝากท่าน ท่านได้อภิปรายไปแล้วก็ฝากท่านด้วย ท่านประธานด้วยไปถึง ท่านรัฐมนตรีด้วยว่าอย่านิ่งนอนเฉย รีบลงไปดูด้วย ผมเห็นเพื่อนสมาชิกผมที่จังหวัด แม่ฮ่องสอนอภิปรายไปแล้วผมยังเดือดร้อนแทนท่านเลยนะครับ วันหลังต้องฝาก ท่านสมาชิกท่านนี้ด้วยว่าอภิปรายแล้วให้หนักกว่านี้สักหน่อยหนึ่ง บอกท่านรัฐมนตรี บอกในพรรคด้วย อย่าบอกแต่ที่สภานะครับ เพราะบอกที่สภาอาจจะไม่เกิดมรรคเกิดผลนัก ไปบอกที่พรรคด้วย ถ้ารัฐมนตรีทําแบบนี้ไม่สนใจดูแลอย่างนี้ต้องเสนอปลดนะ อย่างนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประมวล เอมเป้ย ไม่อยู่นะครับ คุณบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานไปถึงรัฐบาล

เรื่องที่ ๑ อยากจะให้กระทรวงคมนาคมจัดงบประมาณเพิ่มเติมในการ ก่อสร้างถนนไร้ฝุ์น สืบเนื่องจากพี่น้องประชาชนจํานวนมากได้ร้องเรียนเรื่องถนนที่มีฝุ์น ในหน้าแล้ง แล้วก็มีน้ําท่วมขังเปึนหลุม เปึนบ่อในฤดูฝนนะครับ ในเขตเลือกตั้งของผมนั้น ก็มีอําเภอเมือง ระยอง อําเภอวังจันทร์ อําเภอเขาชะเมา อําเภอบ้านค่าย อําเภอปลวกแดง และเพื่อน ส.ส. ทั่วประเทศนะครับ ก็ได้รับทราบปัญหานี้เช่นเดียวกัน ก็อยากจะให้ทาง รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้ทุกเขตเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนจะได้มีถนน เพื่อการสัญจร การคมนาคม แล้วก็ขนส่งผลิตผลการเกษตรได้อย่างทั่วถึง แล้วก็ มีประสิทธิภาพนะครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงสาธารณสุข โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขนั้น ได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข จัดให้มีระบบรายงานโรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) ซึ่งในปัจจุบันนี้ที่จังหวัดระยองก็เริ่มมีการระบาดโรคของชิคุนกุนยา ซึ่งเกิดจากยุงลายสวน กัดพี่น้องประชาชนที่กรีดยาง ก็มีการระบาดทั่วไปในทุกอําเภอ ซึ่งโรคนี้การเจ็บป์วยไม่ถึงแก่ชีวิต ผู้ป์วยส่วนมากก็จะไปรักษาที่คลินิกเอกชน แต่ในคลินิก เอกชนปัจจุบันทั่วประเทศยังไม่มีระบบรายงานโรค ระบบรายงานโรคนั้นก็หมายความว่า เมื่อมีโรคติดต่อเกิดขึ้นก็ต้องรายงานโรค เมื่อรายงานโรคแล้วก็รายงานไปที่สถานีอนามัย สถานีอนามัยก็จะมีเวรไปสืบสวนโรค โรคนี้อยู่ตรงไหน สอบสวนโรคว่าโรคนี้ติดวันไหน เส้นทางการเดินของประชาชนอยู่อย่างไร แล้วก็ไปควบคุมโรค ลักษณะเดียวกับ ของตํารวจเลยครับ มีการสืบสวน สอบสวน ควบคุมโรคแล้วก็ไปส่งเสริมสุขภาพต่าง ๆ พี่น้องประชาชนเมื่อป์วยแล้วมีไข้สูง ๔ วัน มีผื่นออก ปวดเมื่อยตามข้อ ทํางานไม่ได้เลย บางคนนั้นก็ปวดเปึนสัปดาห์ บางคนก็ปวดเปึนเดือน บางคนตามหลักวิชาแล้วบางที ปวดได้เปึนป้ครับ พี่น้องก็จะได้รับความลําบาก อยากจะให้กระทรวงสาธารณสุขเล็งเห็นว่า คลินิกเอกชนนั้นจะเปึนบทบาทสําคัญมากในการที่จะรายงานข้อมูลตรงนี้นะครับ

เรื่องที่ ๓ อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทบทวนนโยบายประชากรและ การคุมกําเนิดของประเทศไทย เพราะเนื่องจากว่าภายใน ๑๐ ป้ข้างหน้าผู้สูงอายุจะ เพิ่มขึ้นเท่าตัวนะครับ แล้วก็ปัจจุบันมีแต่ลูกต่างด้าวที่ตั้งท้อง อยากจะให้ประเทศไทยนี้ ได้ทบทวนนโยบายนี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตนําเรียน ปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องครับในเวลาที่มีให้

เรื่องที่ ๑ เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎรที่รอการยกฐานะจาก องค์การบริหารส่วนตําบลเปึนเทศบาล ทั้งหมดท่านประธานครับ ๕๔๑ แห่งครับ เท่าที่ผม ดูตัวเลข ขณะนี้มีประกาศของกระทรวงมหาดไทยที่ลงนามโดยท่านรัฐมนตรี คือรัฐมนตรี บุญจง ลงนามไปแค่ ๔๕ แห่ง จะครบกําหนดวันที่ ๒๘ นะครับ ในการขยายระยะเวลา ของการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องอาศัยอํานาจท่านประธานได้ช่วยเร่งรัด ว่ากระบวนการการที่จะประกาศให้เขาเปึนเทศบาลมันติดขัดอยู่ขั้นตอนไหน อย่างไร แต่ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ผมไปตามเรื่องมา ฝ์ายประจํา เขาเตรียมประกาศไว้ให้หมดเรียบร้อยแล้วครับ ทั้ง ๕๔๑ แห่ง และไปกองอยู่ที่หน้าห้อง ท่านรัฐมนตรีเรียบร้อย วันที่ ๒๙ เพิ่งเซ็นมา ๖ แห่ง รัฐมนตรีคนหนึ่งเซ็นหนังสือ ๖ แห่ง ผมเชื่อว่ามันต้องมีบางสิ่งบางอย่าง ท่านประธานครับ ที่จําเปึนที่สุดก็คือกลัวว่าการที่ เอาไปกองนั้นเปึนเงื่อนไขบางสิ่งบางอย่าง แต่คนเสียหายคือพี่น้องประชาชนครับ ท่านประธาน นี่เรื่องแรกเลย

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด โครงการประกันรายได้ของรัฐบาล ตอนนี้ประกาศไปเรื่องการขึ้นทะเบียนขยายถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคมก็จริง แต่มีปัญหาว่าคนที่มีข้าวโพดแล้วเอาข้าวโพดไปขายเรียบร้อยแล้ว จะไม่เข้าสู่กระบวนการของการร่วมโครงการ ท่านประธานครับ โครงการประกันรายได้จริง ๆ แล้วไม่สนใจที่ตัวสินค้าครับ ไม่ต้องส่งมอบสินค้า ขอให้มีพื้นที่ปลูกจริง ผ่านไปทาง ความจริงเขาก็น่าจะได้ ฝากท่านประธานแจ้งไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงพาณิชย์ได้ทบทวนในประเด็นนี้ว่า กรณีเขามีสินค้าจริงได้ขายไปแล้วควรจะ อนุญาตให้เข้าร่วมโครงการ

เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องของพวกเราที่เปึนสมาชิกกันเอง การประกันสุขภาพของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งหมดไปเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ขณะนี้ ผมเข้าใจว่าฝ์ายเลขานุการของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเรากําลังหา ผู้ประกันตนอยู่ที่จะมารับประกัน สิ่งนี้ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าต้องเร่งครับ สมาชิกเราเดือดร้อน ถ้าจะเข้าสู่กระบวนการของเงื่อนไขของกรมบัญชีกลางใหม่นะครับ ก็น่าจะทําไป แต่ถ้าจะใช้บริการประกันแบบเดิมก็น่าจะรีบเร่ง เพราะมีความเดือดร้อนจริง ๆ ในเรื่องของการเจ็บป์วยไข้ของพี่น้องที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้มากมาย ท่านประธานครับ เมื่อเทียบกับองค์กรอิสระอื่น ๆ เราไม่ได้ดีกว่าคนอื่นเขาเลยนะครับ และที่สําคัญส่วนใหญ่พวกเราทํางานอยู่ตรงนี้สุขภาพไม่ค่อยดีครับ ขนาดตัวผมเอง เปึนแพทย์ก็ยังป์วย อายุน้อยกว่าท่านเยอะมากแต่ป์วยครับ โดยเฉพาะป์วยทางใจนะครับ ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าใครเปึนอะไรช่วยไป ตรวจสุขภาพข้างล่างได้ตอนนี้เขากําลังเริ่มอยู่ครับ โดยประธานคณะกรรมาธิการ การสาธารณสุขเขาจัดร่วมกับประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เมื่อเช้า ผมก็ไปตรวจมาเรียบร้อย ก็เชิญทุกท่านครับ อํานวยความสะดวกเต็มที่ ต่อไปคุณจิตร วรรณ หวังศุภกิจโกศล ไม่อยู่นะครับ ต่อไปคุณวัชรพล โตมรศักดิ์ เชิญครับ

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ผมขออนุญาตได้หารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตอําเภอเมือง ในเรื่องของปัญหาน้ําท่วม สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ เรื่องน้ําท่วม ที่เกิดขึ้นในเขตอําเภอเมืองของกระผมนั้นมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนคร และ ๔ ตําบลใหญ่ ซึ่งได้แก่ ตําบลโพธิ์กลาง ตําบลหัวทะเล ตําบลหนองระเวียง และตําบลหนองบัวศาลา ปัญหาของน้ําท่วมนั้นสืบเนื่องมาจากการที่ได้มีการก่อสร้าง อาคารบ้านเรือน มีการถมที่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความเจริญเติบโตของชุมชน จึงทําให้ ปัญหาความเดือดร้อนนั้นเพิ่มทวีมากยิ่งขึ้น และเปึนปัญหาน้ําท่วมที่เกิดการเรื้อรัง สิ่งที่ เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่านประธานถ้าท่านได้ดูทีวี (TV) ท่านคงจะทราบว่า ทีวีได้ออกข่าวน้ําท่วมที่เกิดขึ้นนั้นในเขตตําบลหนองบัวศาลาและส่งผลกระทบต่อการ สัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางบนถนนทางหลวงสายโชคชัยถึงอําเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จากถนน ๔ เลนวิ่งได้เพียงเลนเดียวเกิดการจราจรติดขัดอย่างหนัก จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนในเขตตําบลหนองบัวศาลาและ ตําบลใกล้เคียงรู้สึกซาบซึ้งเปึนอย่างยิ่งที่ได้รับพระราชทานถุงยังชีพจาก สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ประทานให้แก่พี่น้องประชาชน ผมจึงขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานว่าจากปัญหาน้ําท่วมที่เรื้อรังจนกระทั่งวันนี้ ได้เกิดความรุนแรงและทวีคูณนั้น ทางจังหวัดนครราชสีมาโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและท้องถิ่นได้หารือร่วมกันสรุปเปึนแนวทางในการแก้ไขปัญหาไว้ ๒ เรื่อง ก็คือ

อันที่ ๑ ให้ได้มีการดําเนินการก่อสร้างแก้มลิงในเขตพื้นที่ทหาร ซึ่งมีเนื้อที่ ๓,๕๐๐ ไร่ โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างบนพื้นที่ ๑๔๐ ไร่ เปึนจํานวนเงิน ๑๐ ล้านบาท

อันที่ ๒ ก็คือ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําซึ่งอยู่ในระยะใกล้เคียงกัน สร้างเปึนเขื่อนกั้นน้ํา ใช้เงินประมาณ ๒๕ ล้านบาท

ทั้ง ๒ อันนี้นะครับ สามารถกักเก็บน้ําได้ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร และสามารถดําเนินการในการช่วยเหลือปัญหาในเรื่องของน้ําประปา ในการที่จะใช้น้ํา ในการเกษตรและโครงการอีสานเขียวรวมทั้งเปึนการแก้ไขปัญหาน้ําได้อย่างยั่งยืน จึงอยากจะขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐบาลได้โปรดกรุณา อนุมัติเงินก้อนนี้เพราะทางจังหวัดนั้นได้มีการออกแบบเรียบร้อยแล้ว โดยใช้เงินทั้งสิ้น ๓๕ ล้านบาท ขออนุญาตท่านประธานได้กรุณาเร่งรัดเพื่อให้แก้ไขปัญหาด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เชิญครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

กราบขอบพระคุณท่านค่ะ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ วันนี้ไม่ได้หารือค่ะ แต่รับฝากเรื่องมา มาถึงท่านโดยเฉพาะเลยค่ะ ฝากว่า กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกํานัน แพทย์ ซึ่งได้ยื่น บัญชีชื่ออยู่ในขอรับเช็คช่วยชาติหลายเดือนแล้ว บางคนก็ได้ บางคนก็ยังไม่ได้ ยังตกค้าง อีกเปึนจํานวนมากเลยก็ฝากเตือนมาถึงท่านว่า ก็ยังลําบากกันอยู่นะคะ ถึงแม้ว่าจะเปึน เงินไม่มาก ช่วยสะกิดเตือนรัฐบาลว่ายังพอมีเงินเหลือที่จะจัดส่งไปให้ไหม อย่างน้อยก็ไป ช่วยในช่วงนี้เทศกาลกฐิน ผ้าป์าก็เยอะแยะนะคะ ภาษีสังคมก็มากมาย ให้ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน สารวัตรกํานัน และแพทย์ได้มีโอกาสที่จะเอาเงินอันนี้ไปทําบุญช่วยชาติทางอ้อม นะคะ พอดีเห็นว่ามีเวลาเหลือก็ขอเรียนอีกสักเรื่องหนึ่งนะคะ เป่ดอ่านในเว็บไซต์ (Web site) ไปเจอกิจกรรมของการโปรโมท (Promote) แนะนําสินค้า ยาสีฟัน เปึนการทํา ที่ไม่ค่อยเหมาะสม ซ้ําเติมสังคมกันอยู่นะคะ เราช่วยกันดูแลนิดหนึ่ง ฝากบอกไปที่ กระทรวงวัฒนธรรมค่ะ ดิฉันอ่านเจอเขาจัดโฆษณายาสีฟันแล้วก็ไปให้คนจัดอยู่ข้างถนน แถว ๆ สยามสแควร์อย่างนี้ แล้วก็เรียกคนมาลองสีฟันแล้วก็มายืนจูบกันอยู่ข้างถนน ทําแบบนี้ช่วยกันทําลายสังคม วัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยเราใช่ไหมคะ นอกจาก ตรงนี้แล้วมันไม่ใช่มีเท่านี้ เท่าที่เห็นที่ผ่านมาที่อ่านเจอะเจอ มีกิจกรรมอย่างอื่นประเภทว่า นึกอยากจะป่ดถนน นึกอยากจะไปล็อกตรงโน้น ตรงนี้ แล้วก็แสดงกิจกรรมโปรโมทสินค้า ของตัวเอง นุ่งน้อย ห่มน้อย แต่งตัวทําท่าทางที่ไม่สุภาพ ไม่เปึนวัฒนธรรมอันดีงาม ของไทย ขัดแย้งกับสังคม เรารับไม่ค่อยได้ แล้วก็ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับการจราจร ในย่านนั้นซึ่งค่อนข้างที่จะเน้นไปตรงนั้น เพราะว่าตรงนั้นมันเปึนจุดศูนย์รวมของการ จับจ่ายใช้สอยคนก็ไปเดินเที่ยวเตร่กันเยอะแยะ ก็ฝากถึงผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวง วัฒนธรรม แล้วก็ผู้บริหารประเทศดูในตรงนี้หน่อยค่ะ สังคมมันแย่ลงไปทุกวัน กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีจะตอบเรื่อง เงินช่วยชาติเขาหน่อยไหมครับ เงินช่วยชาติกํานัน ผู้ใหญ่บ้านอะไร มีไหมเงิน เดี๋ยวค่อย ตอบเขาทีหลังก็ได้ครับ ต่อไปคุณสุวโรช พะลัง ไม่อยู่นะครับ คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ แบบสัดส่วน

กราบขอบคุณท่านประธาน ที่เคารพ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๓ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัด นครพนม ก็อยากจะเรียนกับทางท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรมีความเดือดร้อนไปทั่ว ได้ร้องเรียนมาเปึนจํานวนมากเกี่ยวกับ ปัญหาที่ธนาคาร ธ.ก.ส. ได้เก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๙.๗๕ บาท/ป้ ซึ่งเปึนอัตรา ที่สูงมาก พี่น้องราษฎรก็ฝากมาถึงท่านรัฐมนตรีว่าได้ช่วยพิจารณาแก้ไขเพื่อขอลด ดอกเบี้ยลง ซึ่งแม้กระทั่งรัฐบาลออกพันธบัตรกู้จากประชาชนก็ยังให้ดอกเบี้ยเพียงร้อยละ ๓ ถ้าเปึนไปได้ทางพี่น้องเกษตรกรก็อยากได้ดอกเบี้ยร้อยละ ๓ เช่นกัน ขอฝากทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณาแก้ไขด้วยนะครับ ตามที่รัฐบาลได้ลง โฆษณาขนาดเต็มหน้า พร้อมนําประเทศก้าวสู่ความเข้มแข็งตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง และมีนโยบายจะก่อสร้างถนนรถไฟ สร้างระบบรถไฟรางคู่ พี่น้องชาวจังหวัดนครพนม ก็อยากจะให้รัฐบาลได้ทําวิจัย โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมเอง ได้ก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ ไปที่จังหวัดนครพนม เพราะว่าปัจจุบันได้มีการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๓ แล้วก็จะเปึนการรองรับความเจริญที่จะเจริญไปสู่ทั้งประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศ เวียดนาม ประเทศจีน ซึ่งจะเปึนเส้นทางในการส่งออกเปึนจํานวนมาก และจะเปึนตลาด การท่องเที่ยว ซึ่งประชาชนทั่วโลกก็จะมาเที่ยวที่ประเทศไทยและจังหวัดนครพนมมากขึ้น จะเปึนเส้นทางการท่องเที่ยวเหมือนทางทวีปยุโรป ชาวจังหวัดนครพนมก็ขอให้ก่อสร้าง ถนนเลี่ยงเมืองเปึน ๔ ช่องจราจรจากตําบลอาจสามารถ อําเภอเมือง จังหวัดนครพนม จากถนนทางหลวง ๒๑๒ ที่กําลังก่อสร้างถนน ก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวไปสู่ถนน ทางหลวง ๒๒ ไปจังหวัดสกลนคร เพื่อรองรับความเจริญตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เช่นกัน

ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ทางรัฐบาลยังมีนโยบายน้ําเพื่อเกษตรกร ตลอดป้ ให้เกษตรกรเพาะปลูกได้ทั้งป้ พี่น้องเกษตรกรตําบลอาจสามารถ อําเภอเมือง จังหวัดนครพนม ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สํารวจออกแบบแก้ไขปัญหา การขาดแคลนน้ําในหน้าแล้ง ขอให้มีก่อสร้างระบบส่งน้ําแบบท่อ และขอให้ก่อสร้างสถานี สูบน้ําด้วยไฟฟัาให้แก่พี่น้องเกษตรกร และขอให้กระทรวงมหาดไทยได้ขยายเขตไฟฟัา แรงต่ํา ๑๐ หลังคาเรือนให้พี่น้องบ้านไผ่ล้อม หมู่ ๔ และหมู่ ๑๐ ตําบลอาจสามารถ และ ๑๐ หลังคาเรือนจากหมู่ ๖ ไปบ้านคําเกิ้ม หมู่ ๘ ตําบลอาจสามารถ อําเภอเมือง จังหวัด นครพนม เพราะว่าพี่น้องประชาชนไม่มีเงินค่าขยายเขตไฟฟัา กราบขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนันทนา ทิมสุวรรณ เชิญ

นางนันทนา ทิมสุวรรณ เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย เขต ๒ พรรคเพื่อไทยค่ะ จากการที่ดิฉันลงพื้นที่นะคะท่านประธาน ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านและ พี่น้องราษฎรของบ้านบึงสวรรค์ หมู่ ๗ ตําบลหนองหญ้าปล้อง อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ๒ เรื่องค่ะท่านประธาน

เรื่องแรก เปึนเรื่องถนนหนทางนะคะ ซึ่งเส้นทางที่จะเข้าบ้านบึงสวรรค์นั้น มีอยู่ ๒ เส้นทาง เส้นทางแรกนั้นจากบ้านเหมืองแบ่ง หมู่ ๓ ตําบลหนองหญ้าปล้องถึง บ้านบึงสวรรค์นะคะ เส้นทางมีระยะทางประมาณ ๙ กิโลเมตร แต่ว่าสภาพผิวจราจร มีสภาพเปึนหลุมเปึนบ่อขรุขระ แล้วก็สัญจรไปมาได้ลําบาก โดยมีหน่วยงานได้เข้าไป ปรับปรุงแล้วประมาณ ๒ กิโลเมตร เหลืออีกประมาณ ๗ กิโลเมตรจากบ้านศรีอุบลพัฒนา ถึงบ้านบึงสวรรค์ที่ยังไม่ได้รับการดูแลแก้ไขนะคะ และอีกเส้นทางหนึ่งที่จะเข้าบ้าน บึงสวรรค์ได้จากอําเภอเอราวัณ หมู่ ๓ บ้านเอราวัณถึงบ้านบึงสวรรค์ เส้นทางนี้ก็ประมาณ ๗ กิโลเมตรเหมือนกันค่ะท่านประธาน แล้วก็มีสภาพเช่นเดียวกันเลยและยังไม่ได้รับการ แก้ไขเลยนะคะ ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลให้พี่น้องบ้านบึงสวรรค์ได้สัญจร ไปมาได้สะดวกกว่านี้ โดยเฉพาะเวลาเจ็บไข้ได้ป์วยเวลาค่ําคืนก็ลําบากในการที่จะ เดินทางออกมาโรงพยาบาล ออกมาหาหมอนะคะ ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ

เรื่องที่สอง เปึนเรื่องความเดือดร้อนในเรื่องสัญญาณโทรศัพท์ เพราะว่า บ้านบึงสวรรค์นี้โทรศัพท์พื้นฐานก็มีน้อยแล้วก็ใช้งานไม่ค่อยได้ แล้วก็สัญญาณ โทรศัพท์มือถือก็ไม่มีนะคะ เนื่องจากว่าพื้นที่บ้านบึงสวรรค์นั้น เปึนเขตป์าทั้งหมู่บ้านเลย เปึนเขตป์า แล้วก็บริษัทมือถือไม่ว่าจะเปึนเอไอเอส (AIS) หรือดีแทค (DTAC) หรือทรู (TRUE) ก็ตามนะคะจะไปตั้งเสาสัญญาณก็ไม่สามารถที่จะทําได้ เพราะว่าที่ดินบริเวณนี้ ไม่มีเอกสารสิทธิเลย แล้วก็รวมทั้งหมู่บ้านใกล้เคียงด้วยประมาณ ๖-๗ หมู่บ้าน รวมทั้งสิ้นประมาณ ๓๐๐ กว่าครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องการไม่มีสัญญาณ โทรศัพท์มือถือ แล้วก็โทรศัพท์พื้นฐานก็ไม่เพียงพอในการที่จะติดต่อกับญาติพี่น้อง ลูกหลานที่อยู่ต่างจังหวัด รวมทั้งการติดต่อกับส่วนราชการด้วย ก็ฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปช่วยดูแลแล้วก็แก้ไขปัญหาให้พี่น้องบ้านบึงสวรรค์ด้วย ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณขยัน วิพรหมชัย เชิญ

นายขยัน วิพรหมชัย ลําพูน

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธาน ในปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวลําพูน

เรื่องที่ ๑ ถนนสายเลียบรถไฟระหว่างจังหวัดลําพูนกับจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลําพูนและจังหวัดเชียงใหม่ ถนนทรุดเปึนหลุม เปึนบ่อ แล้วก็หญ้าหุ้ม ๒ ข้างถนน ไฟแสงสว่างในตอนกลางคืน ซึ่งก่อสร้างด้วยงบประมาณของกรมโยธาธิการและผังเมือง ขณะนี้ก่อสร้างมา ๒ ป้แล้ว ยังไม่เป่ดไฟแสงสว่างในตอนกลางคืน ซึ่งทําให้พี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวเดือดร้อน

เรื่องที่ ๒ เสาไฟสัญญาณจราจรแยกขนส่งจังหวัดลําพูนถูกรถชนมาเปึน ระยะเวลาหลายเดือนแล้วยังไม่มีการปรับปรุงซ่อมแซม ซึ่งเปึนแยกที่อยู่ในย่านชุมชน คนไปใช้บริการขนส่งและกระทรวงแรงงาน จึงทําให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

เรื่องที่ ๓ ถนนบ้านแสนตอ หมู่ ๑๐ ถึงบ้านห้วยไซใต้ หมู่ ๑๔ ตําบลห้วยยาบ อําเภอบ้านธิ จังหวัดลําพูน ยังเปึนถนนลูกรังอยู่ ผมไปเยี่ยมชาวบ้าน พี่น้องชาวบ้าน ก็ร้องเรียนมาว่าขอ อบต. ขอกรมทางหลวงชนบทได้ดําเนินการก่อสร้างถนนดังกล่าว

เรื่องที่ ๔ ถนนสายป์าแดด อําเภอสารภีเชื่อมถึงอําเภอบ้านธิ ถนนเส้นนี้ คับแคบแล้วถนนก็ทรุด ก็ขอให้กรมทางหลวงได้ดําเนินการขยายถนนเส้นดังกล่าว เพราะว่าเปึนที่เข้าในเขตอําเภอบ้านธิแล้วก็เปึนย่านชุมชน

เรื่องที่ ๕ ลําไยอบแห้งและลําไยอบเนื้อสีทองยังคงค้างอยู่ในสต๊อก (Stock) ของเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดลําพูนอีกเปึนจํานวนนับหลายพันตัน จึงขอให้รัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ได้ดําเนินการหาตลาด เพราะขณะนี้เกษตรกร รับผิดชอบเรื่องของดอกเบี้ย วิสาหกิจชุมชนรับผิดชอบเรื่องของการต้องเสียค่าห้องเย็น เดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท จึงถือโอกาสฝากรัฐบาลได้ช่วยหาตลาดให้กับเกษตรกร และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลําไยอบแห้งและลําไยอบเนื้อสีทอง

เรื่องสุดท้ายครับ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งดําเนินการ ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวในเขตอําเภอลี้ ซึ่งผมไปเยี่ยมพี่น้องชาวบ้านมาแล้วขณะนี้ข้าว กําลังจะเกี่ยว แต่ว่ายังมิได้ดําเนินการขึ้นทะเบียน ซึ่งจะเปึนการช่วยเหลือพี่น้องชาวนา ที่ปลูกข้าวในเขตพื้นที่จังหวัดลําพูน จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รีบดําเนินการ ขึ้นทะเบียน

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน เสียชีวิต ๖๐ ป้ขึ้นไปเปึนนโยบายของรัฐบาล แต่มีปัญหาว่าพื้นที่ไกล ยกตัวอย่างในเขตอําเภอลี้ต้องมาขอเงินที่กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ศาลากลาง ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร มาครั้งหนึ่งเงินยังไม่ได้ ต้องมาหลาย ๆ ครั้ง จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าขอให้ลดขั้นตอน ขอให้ชาวบ้านไปขึ้นทะเบียนหรือไปแจ้งความจํานงที่ อบต. ใกล้เคียง และ อบต. เปึนผู้ดําเนินการขอรับเงินชดเชย ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ เชิญครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับเช่นเดียวกับท่าน ส.ส. วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ปรากฏว่า ตอนนี้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่อําเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ให้ผมช่วยเรียน ปรึกษาหารือท่านประธานทวงถามไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะว่าเช็ค ๒,๐๐๐ บาท ทางกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่อําเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังไม่ได้รับเช่นเดียวกันครับ แต่หลายอําเภอได้รับแล้ว ก็เลยไม่ทราบว่ามันเปึนเพราะเหตุใด มันมีข้อขัดข้องประการใด ทางกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเลยฝากผมช่วยมาถาม

เรื่องที่ ๒ เกิดที่บ้านแม่ทะลุ หมู่ ๕ ตําบลสบเมย อําเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านประธานครับปรากฏว่าที่บ้านแม่ทะลุเวลาจะไปจะต้องไปทาง บ้านแม่เกาะ พอจากบ้านแม่เกาะแล้วก็ข้ามสะพานเชื่อมระหว่างบ้านแม่เกาะกับแม่ทะลุ บ้านแม่เกาะอยู่ที่หมู่ ๓ ตําบลแม่คะตวน อําเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปรากฏว่าสะพานตัวหนึ่งที่จะข้ามลําน้ํายวมนี้มันสร้างมานานแล้ว ปรากฏว่าจังหวะที่สร้าง ในตอนนั้นอย่างไรไม่ทราบ แต่ตอนนี้พื้นของสะพานกับท้องลําน้ํามันห่างกันน้อยมาก เพราะฉะนั้นน้ํามันก็เลยต้องไหลเพิ่มพื้นที่เข้าไป พอถึงเวลาฤดูฝนทุกป้ก็จะเกิดการ กัดเซาะคอสะพาน แล้วคอสะพานก็ขาดทุกป้ ดังนั้นราษฎรที่นั่นจึงให้ผมมาปรึกษาหารือ ท่านประธาน เพื่อหารือไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะทําการขยายความยาวของ สะพานได้หรือไม่ หรือว่าจะยกระดับสะพานให้สูงขึ้น หรือทําทั้งคู่โดยการสร้างสะพานให้ มันยาวขึ้น และให้มันสูงขึ้น ก็จะเปึนพระคุณกับราษฎรที่นั่น ที่จะไม่ต้องประสบปัญหา ความเดือดร้อนทุกฤดูฝน

ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๓ ก็คือที่บ้านสบหาร หมู่ ๒ ตําบลบ้านกาศ แล้วก็ที่บ้านหนองป์าแขม ตําบลแม่คง อําเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปรากฏว่า ก็อยู่ติดลําน้ํายวม เหมือนกัน แล้วก็ได้มีการทําพนังกั้นน้ํา ทําไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมี ความยาวไม่เพียงพอ ปรากฏว่าหลายป้มานี้เมื่อเกิดน้ําใหญ่มา หมายถึงว่ามีปริมาณน้ํา มาเยอะ ๆ ก็เข้าไปกัดเซาะด้านหลัง ทําให้เขื่อนเก่าก็มีการพังทลายลงไปบ้างแล้ว ดังนั้น จึงใคร่ขอหารือท่านประธาน ให้ท่านประธานช่วยหารือไปทางกรมการขนส่งทางน้ําและ พาณิชยนาวี เข้าไปช่วยซ่อมแซมในสิ่งที่มันเริ่มพังลงไป รวมทั้งให้ขยายพื้นที่ ที่จะดําเนินการเพิ่มขึ้น มิเช่นนั้นที่ได้ดําเนินการไปแล้ว แล้วทําไปแล้วมันจะพังทลายลงไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้วครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนร้องเรียนมามาก เนื่องจากว่า ในขณะนี้ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ตั้งด่านมากผิดปกติตามถนนสายต่าง ๆ ถ้าตั้งด่าน เพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคม เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผมก็ไม่ว่ากระไร แต่เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนร้องเรียนมาว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจเหล่านี้ ไม่ว่าจะเปึน จราจรกลาง จราจรท้องที่ หรือแม้กระทั่งสายตรวจบาง สน. บางแห่ง ก็ตั้งตรวจตรารถป่กอัพ และรถมอเตอร์ไซค์ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอได้โปรดเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดดูแลความทุกข์ของประชาชนให้มากกว่านี้ อย่าตั้งด่านรีดไถแต่เพียงประการเดียว

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่านอาจารย์นิคม นาคทรัพย์ นายกสมาคม ผู้ปกครองและครู มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพระนครเหนือ ซึ่งมีบ้านอยู่ในซอยเพชรเกษม ๘๘ ตรงข้ามหมู่บ้านเอเวอร์กรีน ซิตี้ ถนนกาญจนาภิเษก ปรากฏกว่าซอยดังกล่าวน้ําท่วมขัง เขตบางแคไม่ได้ไปดูแลแต่ประการใด น้ําท่วม เปึนประจํา มีระยะทางประมาณ ๕๐ เมตร จึงขอให้กรุงเทพมหานครไปดําเนินการปรับปรุง ถนนในซอยดังกล่าวด้วย

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ คุณพิทักษ์ อาชีพขับรถแท็กซี่อยู่ในหมู่บ้าน พงษ์ศิริชัย ๔ ร้องเรียนผมมาว่าปัจจุบันมีรถแท็กซี่มากมายเหลือเกิน อยากจะถาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีมาตรการดูแลอย่างไร เพื่อที่จะให้ระหว่างอุปสงค์กับอุปทาน มีความเท่าเทียมกัน เพราะไม่เช่นนั้นพี่น้องแท็กซี่จะเดือดร้อนเปึนอย่างยิ่ง

เรื่องถัดมาท่านประธานครับ ปรากฏว่าในหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย ๒ ซึ่งเปึนรอยต่อระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดสมุทรสาคร ปรากฏว่าน้ําท่วมขังเปึน ประจําเช่นเดียวกัน วันนี้ผมได้มีโอกาสเจอท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ท่านอภิชาต โตดิลกเวชช์ ท่านประธานครับเนื่องจากว่าผมไปประชุมในฐานะที่ปรึกษา ของคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ผมก็ได้ร้องเรียนท่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง และท่านก็ได้สั่งการให้ทันทีครับ ปรากฏว่าเทศบาลอ้อมน้อย ก็มีโครงการที่จะต่อท่อ แก้ไขปัญหาน้ําท่วมขังให้กับหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย ๒ เปึนที่เรียบร้อย

ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องถัดมาก็คือน้ําท่วมขังหน้าวัดหนองแขมครับ คุณพี่ประโยชน์ร้องเรียนมาว่าน้ําท่วมขอให้ทางกระทุ่มแบนได้เป่ดประตูระบายน้ําด้วย

และท่านประธานครับเรื่องสุดท้ายคือข้าราชการที่ไม่วางตัวเปึนกลาง หัวหน้าฝ์ายพัฒนาชุมชนเขตหนองแขม ท่านประธานครับลงพื้นที่และกล่าวโจมตี ส.ส. เปึนประจํา ผมก็ไม่ทราบว่าทําไมข้าราชการถึงไม่วางตัวเปึนกลาง ไม่เปึนกลางในทาง การเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ เราซึ่งเปึนนักการเมืองต้องการเห็นข้าราชการมีความ เปึนกลางและเที่ยงธรรม ไม่ต้องเข้าข้างฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย เชิญครับ

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ผมขอกราบเรียนหารือ ท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับท่านประธานครับ

เรื่องแรก ข่าวเด็กฆ่าตัวตายเพราะไม่อยากไปเรียนพิเศษ เรื่องนี้ผมเคยเปึน ครูบาอาจารย์มาก่อน ก็รู้สึกสะเทือนใจมาก ผมอยากจะกราบเรียนว่าปัญหาเด็ก เรียนพิเศษนั้น ปัจจุบันมีการสอนพิเศษตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษา ซึ่งโดยหลัก ทางการศึกษา โดยหลักทางจิตวิทยาแล้วก็เห็นว่าไม่มีความจําเปึนใด ๆ ทางการเรียน การสอนที่จะสอนพิเศษให้แก่เด็กในวัยนี้ ถ้าหากว่าครูบาอาจารย์ได้จัดการเรียนการสอน ในห้องเรียนอย่างเต็มที่ ก็จะเปึนปัญหาตามมา บางโรงเรียนครับท่านประธานครับ มีการตั้ง เปึนนาทีทองก่อนจะสอบนะครับ เพราะครูประจําชั้น ครูประจําวิชา ก่อนจะสอบปลายภาคหรือ สอบประจําภาคนั้นก็จะออกข้อสอบ การออกข้อสอบนั้นเด็กนักเรียนในชั้นเรียนสอน อีกแบบหนึ่ง และเด็กสอนพิเศษสอนอีกแบบหนึ่ง พอไปออกข้อสอบก็เอาข้อความ เอาเนื้อหาในการสอนพิเศษไปออกเปึนข้อสอบเปึนส่วนใหญ่ ซึ่งเรื่องนี้เด็กนักเรียน ร้องเรียนผมมานะครับ ครูบาอาจารย์ก็ร้องเรียนผมมา

เรื่องที่สอง ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าครูระดับมัธยมศึกษาเขาอยาก ออกจากเขตพื้นที่การศึกษา อยากจะตั้งกรม ตั้งกองอีกต่างหากนะครับ เพราะเนื่องจากว่า ในการพิจารณาเรื่องการบริหารงานบุคคล การโยกย้ายเปลี่ยนแปลงนั้น ส่วนใหญ่ คณะกรรมการซึ่งเปึนครูประถมศึกษาส่วนใหญ่นั้นจะเล่นพรรคเล่นพวกนะครับ ทําให้ครู ระดับมัธยมศึกษาเสียเปรียบ เพราะฉะนั้นพวกเหล่านี้ก็อยากจะโอนไปอยู่กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปเทศบาลบ้าง ไปองค์การบริหารส่วนตําบลบ้าง ซึ่งเรื่อง เหล่านี้เปึนปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนานมา ถ้าหากว่าเราได้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องการศึกษา ทางด้านนี้ แก้ไขปัญหาเรื่องกฎหมายการศึกษาใหม่ก็จะดีขึ้น เพราะฉะนั้นก็ขอฝากทาง ฝ์ายบริหาร โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการให้ดูแลครูระดับมัธยมศึกษาและครูระดับ ประถมศึกษาให้เข้ากันได้นะครับ แล้วก็ให้การพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ นั้น โดยคณะกรรมการในระดับจังหวัด และระดับกระทรวงนั้นเปึนธรรมท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางสภายินดีต้อนรับ อาจารย์และนักศึกษามหาบัณฑิต คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาท้องถิ่นของจังหวัดเชียงราย ด้วยความยินดีนะครับ ต่อไป คุณมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ

เรื่องแรก เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตําบลโพธิ์เก้าต้น อําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เนื่องจากว่าน้ําประปาที่ใช้อยู่เปึนประปาหมู่บ้าน แล้วก็ไม่ค่อยไหล ทั้ง ๆ ที่ พื้นที่เปึนเขตที่ติดต่อกับเขตเทศบาล แล้วอีกฝัืงหนึ่งก็มีประปาภูมิภาคได้ใช้แล้ว ดังนั้น จึงขอฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประปาภูมิภาค ช่วยขยายเขต ไปให้ถึงพี่น้องชาวตําบลโพธิ์เก้าต้นได้ใช้น้ําประปาด้วยค่ะ

อีกเรื่องหนึ่ง ขณะนี้เกษตรกรที่เกี่ยวข้าว แล้วก็ขายข้าวเปลือกให้กับโรงสี เมื่อเช้าเอาไปขายแล้ว ปรากฏว่าโรงสีไม่รับ แล้วบอกว่าถ้าจะขายวันนี้จะรับซื้อในราคาตันละ ๕,๕๐๐ บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับราคา อ้างอิงที่ทางกระทรวงพาณิชย์บอกว่าวันที่ ๑-๑๕ ตุลาคมนี้ ราคาอ้างอิงจะอยู่ที่ตันละ ๙,๘๐๐ กว่าบาท ซึ่งราคา ณ ปัจจุบันกับราคาที่อ้างอิงมันต่างกันมากค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานถึงกระทรวงพาณิชย์ช่วยดูแลขอให้ทางโรงสีรับซื้อราคาข้าว กับชาวนาด้วยความเปึนธรรมด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องสั้น ๆ นะครับ

เรื่องที่ ๑ เนื่องจากเมื่อช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์ที่ผ่านมานะครับ มีชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ที่หมู่ ๗ ตําบลวัดไทร อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งอยู่ในเขตเมืองนะครับ แต่ปรากฏว่าไฟฟัายังไปไม่ถึงเลยนะครับ แล้วก็เห็นว่าไม่เคยมีไฟฟัามาตลอดเลยนะครับ แล้วขณะนี้หลายหน่วยงานได้เข้าไปดูแล้ว แล้วก็มีการประเมินค่าใช้จ่ายแล้วนะครับ แต่ก็ ยังไม่มีการดําเนินการต่อไป จึงขอฝากท่านประธานไปถึงการไฟฟัาส่วนภูมิภาคนะครับ หากท่านมีโอกาสให้ช่วยพิจารณาให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่อยู่ในหมู่ ๗ ตําบลวัดไทร อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องของเทศบาลนะครับ บางประมุง อําเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์นะครับ ก็มีปัญหาก็คือว่างบประมาณที่ทางเทศบาลได้ในแต่ละป้นั้น มีไม่มากนะครับ ทางเทศบาลก็ได้มีการวางแผนที่จะต่อท่อน้ําไปยังชาวไร่ ชาวนาต่าง ๆ เพื่อสามารถที่จะทํานาได้แบบ ๒ ครั้งในหนึ่งป้นะครับ แต่ปรากฏว่าสถานีสูบน้ําซึ่งได้รับ ถ่ายโอนมาจากกรมชลประทานนั้นใช้ไม่ได้ ทางท่านนายกอยากจะสร้างในที่จุดใหม่ ก็ยังขาดด้วยงบประมาณ จึงขอความกรุณาให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ช่วยพิจารณาอนุมัติงบในส่วนนี้ในการสร้างสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟัาที่เทศบาลบางประมุง อําเภอโกรกพระนะครับ

ส่วนเรื่องสุดท้ายนะครับ เปึนเรื่องที่ผมไปงานกฐินมานะครับ แล้วก็ ชาวบ้านที่อยู่ในงานก็ขอร้องมายังผู้แทนราษฎรฝากให้ช่วยนํามาเรียนให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ด้วยนะครับ อันนี้ผมอยากจะเรียนไปถึงทางกรมทรัพยากรน้ํานะครับ เนื่องจากว่า ชาวบ้านในที่หมู่ ๔ และหมู่ ๕ ตําบลนากลาง แล้วก็ที่ตําบลศาลาแดงด้วยนะครับ ตําบลนากลางมีประมาณ ๘,๐๐๐ ไร่นะครับ แล้วก็ตําบลศาลาแดงมีประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่นี่ ได้ใช้น้ําที่บึงกระจังงามอยู่ในขณะนี้ แต่ปรากฏว่ามันตื้นเขินนะครับ ก็จึงอยากให้ทาง กรมทรัพยากรน้ําได้ไปสํารวจ แล้วก็อนุมัติงบในการขุดลอกบึงกระจังงาม แล้วก็ในการขุดลอก ก็อยากให้นําดินที่ตรงนั้นมาทําเปึนถนนเพื่อจะใช้เปึนแหล่งท่องเที่ยวได้ด้วยนะครับ ผมก็ ขอฝากท่านประธานสภาไปถึงยังกรมทรัพยากรน้ําด้วยนะครับ ก็คงมีเพียง ๓ เรื่องครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณบรรพต ต้นธีรวงศ์

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ด้านนี้ท่านประธาน ไม่เห็นเรียกเลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอา ๓๕ คนนี้ก่อนครับ ท่านตอนหลัง ท่านอยู่อันดับที่ ๓๖ ขอให้เปึนอันดับวันพรุ่งนี้ เพราะเมื่อเช้าเราตกลงกัน ๓๕ คนครับ ก็เอาตามรายชื่อ ๓๕ คนก่อนครับ เราพูดกันแล้วในที่ประชุม

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ต่อไปไม่สลับแล้วใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกันครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ก็นี่อย่างไร ต่อไปท่านจะไม่สลับ ใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือมันมีเรียงตามลําดับ อย่างนี้ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

เมื่อก่อนมันจะสลับกันไปสลับกันมา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพราะว่าทางซ้ายของท่าน มันหมด หมดอ้ายตอน ๓๕ นี่ มันไม่มีชื่อ ก็เพิ่งส่งมาเมื่อสักครู่ผมก็มาพิจารณาแล้ว เอาวันพรุ่งนี้

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ผมไม่ได้ส่ง ผมส่งตั้งแต่ก่อนโน้นครับ ท่านประธาน ผมส่งตั้งแต่ก่อนจะประชุมนะ แต่ว่าท่านประธานถ้าทําแบบนี้มันไม่ดี ต้องสลับกันไปสลับกันมา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ก่อนเถอะครับ ให้มันจบ ๓๕ คนก่อนเถอะขอความกรุณา

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานจริง ๆ อย่างนี้ไม่เปึนธรรม นะครับ ต้องสลับกันไปสลับกันมา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมพยายามเปึนธรรมที่สุด แล้วครับ ผมเอาตามรายชื่อนี่เปึนธรรมที่สุดแล้วตั้งแต่เช้า

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

คือถ้าท่านให้เฉพาะฝ์ายทางโน้นนี่มัน ดูไม่ดีนะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอานะหมอนั่งลงก่อนเถอะ มันจะจบแล้วเหลืออีก ๒ คนเท่านั้นเอง จะจบแล้วครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

มันดูไม่ดีนะท่านประธาน ผมฝาก เตือนท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ดีก็สําหรับผมไม่เปึนไรครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ไม่เปึนไร ไม่ใช่ เดี๋ยวมันจะไม่สงบนะ สภามันก็จะไม่สงบนะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอดีก็แล้วกันครับ ขอบคุณครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ถ้าเกิดการก่อกวนกันนี่ประธาน มันไม่สงบนะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับคุณหมอ ที่สอนผมครับ เชิญครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ เปึนเรื่องพื้นที่ ๑ เรื่อง และเปึนเรื่องส่วนรวม ๑ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องปัญหามลพิษ ฝุ์นละอองที่อําเภอนครหลวงครับ ซึ่งมี แม่น้ําป์าสักไหลผ่านครับ ระยะทางยาว ๒๐ กิโลเมตร มีทั้งท่าเรือ โรงสี โกดัง ไซโลขนาดใหญ่ มีการขนถ่ายสินค้าประเภทถ่านหิน มันสําปะหลัง ข้าวเปลือก ขึ้นเรือใหญ่เพื่อส่งออกไป ต่างประเทศถึงป้ละ ๑.๒ แสนล้านตัน และป้หน้าจะเพิ่มเปึน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านตัน ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปแก้ไขคือปัญหาฝุ์นละอองอันเกิดจากการ ขนถ่ายสินค้าเหล่านี้ มันก็กระจายไปกระทบต่อความเปึนอยู่และสุขภาพของประชาชน ในอําเภอนี้ เรื้อรังมาโดยตลอด แล้วก็มีการร้องเรียนแต่ปัญหาก็ยังคงมีอยู่นะครับ ผมจึงได้รับการร้องขอหารือจากท่านนายอําเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นะครับว่า ให้นําเสนอผ่านท่านประธานเพื่อให้ช่วยแจ้งให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้โปรดจัดหาเครื่องมือตรวจมลภาวะเหล่านี้ พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่นักวิชาการสิ่งแวดล้อมไปแก้ไขปัญหาอย่างเปึนระบบ แล้วก็ ดําเนินการเฝัาระวังปัญหาอย่างต่อเนื่องนะครับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและปัองกัน ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไปโดยด่วน

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ สาธารณสุขนะครับ ที่ผ่านมาก็นําไปสู่ในเรื่องการเพิ่มปริมาณของคดีฟัองร้อง ทั้งคดีแพ่ง และอาญา และกลายเปึนปัญหาวิกฤติความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ คือหมอ และคนไข้นั่นเองมายาวนาน แล้วก็ยังไม่มีกฎหมายใดมาเยียวยาแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดนะครับ การที่จะปล่อยให้ปัญหานี้เกิดขึ้นในสังคมไทยน่าจะกระทบถึงความ มั่นคงแห่งรัฐ สิทธิขั้นพื้นฐาน แล้วก็ความเปึนอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในประเพณี วัฒนธรรมไทยที่มีมาในอดีต กระผมและเพื่อน ส.ส. ก็ได้นําเสนอร่างกฎหมายสร้างเสริม ความสัมพันธ์ในระบบบริการสาธารณสุขต่อสภาไปนานแล้ว แล้วก็ได้รับการเร่งรัดทั้งจาก ฝ์ายโรงพยาบาลแล้วก็เครือข่ายผู้บริโภคที่เดือดร้อนให้ช่วยเร่งรัดร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย จึงขอหารือท่านประธานนะครับ ว่าได้โปรดแจ้งไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เร่งรัด อนุมัติเปึน พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับการเงิน แล้วก็ขอให้ท่านประธานเร่งรัดไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขและคณะกรรมการกฤษฎีกาให้เร่งยื่นร่างของรัฐบาลเข้าสู่สภา โดยเร็ว และขอเรียกร้องท่านประธานและท่านเพื่อนสมาชิกวิป (Whip) ทุกฝ์ายนะครับ ได้โปรดร่วมมือกันเลื่อนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาเปึนวาระ ด่วนต่อไป เพราะว่าเปึนความเดือดร้อนที่กระทบต่อความมั่นคงแห่งรัฐ สิทธิขั้นพื้นฐาน แล้วก็ความเปึนอยู่อย่างเอื้ออาทรของประชาชนผู้เจ็บป์วยและยังไม่มีทางออก ที่เหมาะสม ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้วครับ ต่อไป วิชัย ล้ําสุทธิ ครับ ไม่อยู่นะครับ ต่อไปนะครับ คนสุดท้าย คุณสุพัชรี เชิญ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันนะคะ

เรื่องแรก ก่อนอื่นดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ให้จังหวัดพัทลุงได้รับการขยายโครงการรับจํานํา ข้าวนาปรัง ป้ ๒๕๕๒ ไปจนถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ ค่ะ แต่ตอนนี้จังหวัดพัทลุง ของดิฉันประสบปัญหาในเรื่องของโควตาข้าวที่ได้รับการจัดสรรมา ตอนนี้โควตาข้าว ของจังหวัดพัทลุงกําลังจะหมดค่ะท่านประธาน เนื่องจากทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มาขอตัดโอนปริมาณข้าวเปลือกจากจังหวัดพัทลุงไปบางส่วนค่ะ ดิฉันจึงอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอรับการจัดสรรปริมาณ ข้าวเปลือกเพิ่มเติมจํานวน ๖,๐๐๐ ตัน ให้กับพี่น้องเกษตรกรทํานาของจังหวัดพัทลุงค่ะ

เรื่องที่สอง เนื่องจากพี่น้องชาวตําบลท่าแค อําเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทํานากันเปึนส่วนใหญ่นะคะ ประสบปัญหาในเรื่อง ของระบบน้ําไม่เพียงพอในเรื่องของการทําเกษตรกรรมค่ะ ซึ่งตอนนี้ชาวตําบลท่าแค ได้ประกอบการทํานา โดยเฉพาะในเรื่องของข้าวสังข์หยดเปึนจํานวนมากค่ะท่านประธาน ในเรื่องของน้ําเปึนเรื่องสําคัญในการประกอบอาชีพนี้ จึงอยากจะฝากท่านประธานผ่าน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะคะ ให้ช่วยในเรื่องของระบบน้ํา ให้เพียงพอกับพี่น้องชาวตําบลท่าแค อําเภอเมือง จังหวัดพัทลุงด้วยนะคะ เพราะว่าดิฉัน ได้ประสานไปยังสํานักงานชลประทานจังหวัดแล้วนะคะ ทางสํานักงานชลประทาน จังหวัดได้มีโครงการอยู่แต่ว่ายังไม่มีงบประมาณเข้าไปดูแล ก็เลยอยากจะฝากในเรื่อง ของโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลให้ช่วยดูแลด้วยค่ะ

เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน วัดเขียนบางแก้ว อําเภอเขาไชยสน จังหวัดพัทลุง ถือเปึนวัดที่เก่าแก่ แล้วก็เปึนโบราณสถานของจังหวัดพัทลุงของเรา ตอนนี้มีสภาพที่ ค่อนข้างทรุดโทรมมากนะคะ ดิฉันจึงอยากจะนําเรียนให้กับท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดูแล ช่วยบูรณะวัดเขียนบางแก้วแห่งนี้ด้วยนะคะ เพื่อที่จะให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ประวัติความเปึนมาของวัดเขียนบางแก้วค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็หมด ๓๕ ท่านแล้วนะครับ ส่วนที่หลังจากเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกานะครับ เพราะว่าอันนั้นภาคเช้าก็ขอความกรุณา เลื่อนไปพรุ่งนี้ คือมีท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ท่านบรรจบ รุ่งโรจน์ ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ท่านยศศักดิ์ ชีววิญ็ู เจ้าหน้าที่ช่วยกรุณา เขียนเอาไว้ตามลําดับนี้นะครับ ในวันพรุ่งนี้นะครับ ถ้าท่านมาก็ดําเนินการ ถ้าท่านไม่มา ก็ตัดสิทธิไป ตอนนี้มีผู้เข้าเซ็นชื่อร่วมประชุม ๓๘๖ ท่านแล้วนะครับ เราก็ได้เป่ดโอกาส ให้หารือตั้งเกือบ ๒ ชั่วโมงนะครับ

นายขยัน วิพรหมชัย ลําพูน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ให้พูดแล้วครับ พอครับ

นายขยัน วิพรหมชัย ลําพูน

เมื่อสักครู่ที่ผมเสนอชื่อไว้ตั้งแต่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเสนอมาตรงนี้

นายขยัน วิพรหมชัย ลําพูน

เสนอไปแล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ไม่เปึนอะไรครับ รับรองครับได้พูดแน่พรุ่งนี้ เพราะผมจําหน้าท่านได้ เอาตามลําดับ ๓๘๖ ท่านได้ส่งชื่อเราแล้ว ผมถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอดําเนินการตามระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบเรื่องวุฒิสมาชิกมีมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติออกไปเปึนกรณีพิเศษจํานวน ๒ ฉบับ

ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้มีมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติออกไป เปึนกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน คือ

(๑) ร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้ขยายเวลานับแต่ วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๒

(๒) ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้ขยายเวลานับแต่ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ต่อไป

๒.๒ รับทราบเรื่องการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทางสถานี วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ซึ่งไม่มี ปรากฏอยู่ในระเบียบวาระนะครับ

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการประสานงานพรรคร่วมฝ์ายค้านคือ คุณวิทยา บุรณศิริ ได้ขอให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทางสถานีโทรทัศน์และ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ในการพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติ ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ซึ่งได้แจ้งไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อขอให้มีการถ่ายทอดการประชุมดังกล่าวแล้ว สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษา เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ เห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้มีการถ่ายทอดสดทาง สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มีการถ่ายทอดสด ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมของรัฐสภา สถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภาและสถานี วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ท่าน รับทราบ ผมอยากแสดงความเห็นหน่อยท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รับทราบก็รับทราบครับ รับทราบแล้วท่านจะต้องแสดงอะไรครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธาน อนุญาตนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ เอาให้หนําใจ เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ เกี่ยวกับข้อหารือซึ่งประธานวิปฝ์ายค้านได้ขอความกรุณาจากรัฐบาล โดยเฉพาะวันนี้ ท่านสาทิตย์มานั่งนะครับ ผมว่ามันเปึนประโยชน์ มันจะเกิดประโยชน์ พ.ร.บ. ฉบับนี้ วุฒิสมาชิกได้แก้ไขในประเด็นที่สําคัญ ท่านประธานต้องยอมรับนะครับ โครงการ ไทยเข้มแข็งมันเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะกระทรวงสาธารณสุข หลายอย่างครับ กระทรวงศึกษาธิการก็มีส่วน กระทรวงโน้น กระทรวงนี้ ตอนนี้ท่านอนุมัติเงินไปมากมาย ทําไมไม่ให้ประชาชนได้รับทราบบ้าง มันเพราะอะไรครับ เงินตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านทําอะไร ประชาชนอยู่ทางบ้านเขาเห็น ผลวิเคราะห์เอแบค โพล (ABAC Poll) ประชาชนทราบข่าวว่ามีการทุจริตถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไม่ถ่ายทอด อย่างนี้ท่านประธาน ผมถึงบอกเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ ทําไมแค่นี้ไม่ถ่ายทอดครับ พวกผมจะได้พูด เรียนท่านประธาน นะครับว่า ถึงแม้ว่ายังไม่มีการทุจริตที่ชัดเจน แต่มีการประมูล มีอะไรเยอะแยะไป ทําไมไม่ให้พวกผมในฐานะฝ์ายนิติบัญญัติได้ตรวจสอบ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าคอยอภิปรายในตัว ร่างพระราชบัญญัติดีกว่าครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

นี่ละครับ ไม่ถ่ายทอดครับ ประชาชน เขาจะรู้ไหม ท่านประธานทราบ แต่ประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ท่านประธาน ไม่ให้เขาทราบหรือ เรามาจากประชาชนครับ กลัวอะไรครับ อย่างมากก็ไม่ได้เปึนผู้แทนราษฎร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออย่างนี้ครับ ผมเรียน นะครับ ความจริงท่านกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจําป้ที่ท่านไปพิจารณาก็ ผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่นะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

เอสพี ๒ (SP2) ไม่มีการพูดอะไรเลย นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เราต้องการที่จะให้สภานี้ มีวิทยุกระจายเสียงของตนเอง ไม่ต้องพึ่งใบบุญใคร ทําไมเราไม่ขอเงินเรื่องดังกล่าวนี้

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

นี่ผมต้องถามท่านประธาน เรื่องนี้ต้อง ถามท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็นั่นละถามผม ผมก็ถามต่อ เพราะผมไม่ได้เปึนกรรมาธิการ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ถ้าผมเปึนประธาน ผมจะให้อนุมัติ เลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พวกท่านหาเงินเองแล้วจะ ให้ผมทําอย่างไร

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

บีบบังคับให้ให้คลื่นมา มันน่าจะทํานะครับ สภาผู้แทนราษฎร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ เสียเวลา เปล่า ๆ ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ไม่เสียเวลาท่านประธาน เรื่องนี้ฝาก ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านกลัวอะไรครับ ท่านบอก หน่อยสิครับ ท่านกลัวอะไรครับ แค่ถ่ายทอด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจะกลัว ไม่กลัว เดี๋ยวท่านตอบเองครับ เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ความจริงแล้วเรื่องของการถ่ายทอดสด ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาเชิญผมไป พบมาแล้วครั้งหนึ่งเพื่อที่จะมีการหารือเรื่องของการถ่ายทอดสด ความจริงไม่ใช่เรื่องกลัว อะไรหรือไม่อะไรนะครับ ความจริงรัฐบาลชุดนี้ก็มีนโยบายชัดเจนในการเป่ดเผยข้อมูล ข่าวสาร การซักถามกระทู้ถามสดทุกวันพฤหัสบดี ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลใดที่จะถ่ายทอดสด ก็เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดนี้ แล้วผมเองก็เปึนคนดําเนินนโยบายนั้น ก็มีการถ่ายทอดสด กันทุกวันพฤหัสบดี อันนี้ก็เปึนหลักประกันยืนยันอยู่แล้ว คือในการถ่ายทอดสด ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงสั้น ๆ ๒ ข้อ

๑. ปกติการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ เราก็จะยืนตาม แนวทางที่กรรมการประสานงานมีการประสานงานมา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการถ่ายทอด ในช่วงของงบประมาณก็ดี หรือเรื่องอื่น ๆ ที่คิดว่าเปึนเรื่องจําเปึนหรือสําคัญที่ผ่านมา เช่น มีการอภิปรายทั่วไปในบางเรื่องซึ่งไม่มีการลงมติ อย่างกรณีของเหตุการณ์ชุมนุมวันที่ ๑๑ วันที่ ๑๒ เมษายน ก็เปึนเรื่องที่รัฐบาลเห็นว่าเปึนประโยชน์และกรรมการประสานงานก็ ประสานงานมา ไม่มีปัญหา ก็ถ่ายทอดได้ แต่เนื่องจากในการถ่ายทอดครั้งนี้ได้สอบถามกรรมการประสานงานแล้วให้ความเห็นว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวที่ฝ์ายค้านได้ขอให้มีการถ่ายทอดสดนั้น ไม่ใช่เปึนการพิจารณาวาระรับหลักการในวาระหนึ่ง เนื่องจากวาระรับหลักการวาระหนึ่งนั้น ผ่านไปแล้ว และผ่านไปยังสมาชิกวุฒิสภา วุฒิสภามีการแก้ไข ซึ่งในการแก้ไขนั้น มีเพียง ๒ ประเด็น เพราะฉะนั้นการอภิปรายในครั้งนี้ก็ไม่ใช่เปึนการอภิปรายในวาระของ การรับหลักการในวาระหนึ่ง แต่เปึนการอภิปรายในชั้นที่วุฒิสภามีการแก้ไขกันมา ซึ่งเปึน ประเด็นข้อกฎหมายในบางประการเท่านั้น ทางวิปหรือกรรมการประสานงานของ พรรครัฐบาลก็ได้แจ้งมาบอกว่าปกติแล้วการถ่ายทอดสดนั้นก็จะถ่ายในประเด็นที่ทางวิป มีข้อตกลงกัน เมื่อเปึนข้อกรณีของการแก้กฎหมายธรรมดา ซึ่งวุฒิสภามีการแก้มา ก็ไม่จําเปึนหรือมีความเห็นว่าก็ไม่น่าที่จะมีการถ่ายทอดสด ส่วนการที่เพื่อนสมาชิก บอกว่ากลัวว่าจะอภิปรายไปถึงเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ใด ๆ นั้นความจริงแล้ว ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่มีประเด็นใดที่ไปเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่ท่านมีการพูดถึง กรณีของการกล่าวหาการทุจริตคอร์รัปชันก็จะมีการชี้แจงอย่างเปึนเรื่องสําคัญกันต่อไป ซึ่งเปึนคนละประเด็นกัน และรัฐบาลก็เป่ดเผยข้อมูลข่าวสารเรื่องนี้อยู่แล้ว อย่างน้อยมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ก็มอบกระทรวงการคลัง โดยรัฐมนตรีว่าการจะจัดให้มีการประชุม เชิงปฏิบัติการร่วมกับรัฐมนตรีทุกกระทรวงเพื่อสร้างความโปร่งใสในข้อเท็จจริงในเรื่องนั้น อยู่แล้ว ประกอบกับเหตุผลที่ ๒ ท่านประธานครับ วันนี้เมื่อเช้านี้ก็มีเหตุการณ์ไฟไหม้ ที่ห้องสํารองไฟของทางช่อง ๑๑ ซึ่งการแก้ไขก็เพิ่งดําเนินการเสร็จในช่วงเที่ยง ก่อนหน้านั้น ก็มีการเชื่อมสัญญาณจากต่างจังหวัดเข้ามา ขณะนี้ก็อยู่ในระยะของการทดลองในการ ที่จะออกอากาศเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย แต่ที่สําคัญครับ ตั้งแต่เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา ที่ผ่านมาเปึนการถ่ายทอดสดในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จเป่ด พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณที่จังหวัดนครราชสีมาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอดําเนินการประชุม เลยนะครับ

ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. ....

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้ลงมติแก้ไขเพิ่มเติม จากร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... จึงขอส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓) ถ้าเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว แต่ถ้าไม่เห็นชอบกับ การแก้ไขก็ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจํานวน เท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนด ประกอบเปึนคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณา

คณะรัฐมนตรีจะมีอะไรชี้แจงไหมครับ มีไหมครับ ผมได้รับความกรุณาจาก วิปฝ์ายค้านได้ส่งรายชื่อมาให้ผม ๘ ท่าน เราก็จะเอาตามลําดับที่ฝ์ายค้านเสนอมา เชิญท่านรัฐมนตรีมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมก็ได้ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเปึนกรรมาธิการนะครับ ในชั้นการพิจารณาของทางวุฒิสภาด้วย เพราะฉะนั้นก็ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นในชั้นนั้น ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ จะฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกในการอภิปรายที่จะเกิดขึ้นก่อนที่ผมจะชี้แจง ในรายละเอียดต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เนื่องจากมีการแก้ไข มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๖ มาตรา ๑๐ แล้วก็มีเพิ่มมาตรา ๑๑/๑ กระผมก็ขอให้ ที่ประชุมนี้ได้อภิปรายด้วยเหตุด้วยผลนะครับ เพราะว่าแต่ละท่านก็มีความคิดเห็นอย่างไร ก็รักษาเวลาหน่อยก็แล้วกันครับ ทางฝ์ายค้านได้เสนอมา ๘ ท่าน แล้วก็เอาอันดับสอง ขึ้นมาเปึนอันดับหนึ่ง คือจากท่านสงวน อันดับหนึ่งนี้มาเปึนอันดับสอง ให้นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว มาเปึนอันดับหนึ่ง เชิญท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตท่านประธานได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... จากกรณีที่วุฒิสภาได้พิจารณา และมีมติให้มีการแก้ไข เพิ่มเติม ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านสภาไปในสิ่งที่ผมเอง ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายในประเด็นที่วุฒิสภาได้แก้ไข และให้เหตุให้ผลว่าผมมีความเห็นอย่างไร เพื่อจะบอกกับท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ในเหตุผลนั้นว่ามีความจําเปึนอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับผมตรวจสอบ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ วุฒิสภาได้ไปทําการแก้ไขทั้งหมด ๕ มาตรา ท่านประธานครับ มีมาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๖ มาตรา ๑๐ แล้วก็เพิ่มเติมมาตรา ๑๑/๑ ขึ้นมา ประเด็นที่ ผมเองได้ตรวจสอบและเห็นว่ามีความสําคัญ และมีความจําเปึนมาก และต้องขอบคุณ ทางกรรมาธิการ และทางวุฒิสภาที่ได้กรุณาไปแก้ไขเพิ่มเติมมาให้ โดยเฉพาะมาตรา ๓ แล้วก็มาตรา ๑๑/๑ ท่านประธานครับ ประเด็นที่วุฒิสภาไปแก้ไขเพิ่มเติมนั้น เปึนสิ่งที่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้อภิปรายให้ความคิดความเห็นไว้ในชั้นที่เรามีการพิจารณา ในชั้นของการรับร่าง แต่ว่าเสียดายที่เราไม่ได้มีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา เหตุผลที่เราไม่ได้ตั้งกรรมาธิการตอนนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ นะครับว่า เราเองกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบอยู่แล้วว่า การออกพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ฉบับนี้ โดยหลักแล้วเราไม่เห็นด้วย แล้วประเด็นที่เราไม่เห็นด้วยที่พูดกันเยอะก็คือว่าเรา ขอดูรายละเอียดแผนงานโครงการต่าง ๆ ทางท่านรัฐมนตรีเองก็บอกว่าได้เสนอแค่กรอบ มาให้ นั่นก็เปึนประเด็นหนึ่ง เปึนเหตุผลหนึ่งที่เราเองถ้าเปึนอย่างนั้นแล้ว ผมก็คิดว่า คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องไปพิจารณานะครับ สภาแห่งนี้เองก็มีการ ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาพิจารณา ๓ วาระรวดไป ประเด็นที่วุฒิสภาได้ไปแก้ไข ก็ตรงใจกับข้อเสนอของสมาชิกในสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๓ ที่วุฒิสภาได้ไปแก้ไขนั้นเปึนสิ่งที่เราได้ทวงถามไปยังคณะรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของอํานาจหน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติ ในมาตรา ๓ วรรคหนึ่งนะครับ วุฒิสภาได้ไปแก้ไข ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านนะครับ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อรัฐสภา จากเดิมแค่ เพื่อทราบ วุฒิสภาได้ไปแก้ไข เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มดําเนินการ โดยแสดงรายละเอียดของ โครงการที่จะนําเงินกู้ไปใช้จ่าย ประโยคนี้โดนใจที่สุดท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าในการแก้ไขมาตรา ๓ ของวุฒิสภา รวมทั้งไปเพิ่มเติม ในมาตรา ๑๑/๑ ว่าด้วยการตรวจสอบของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จริงอยู่ครับ ท่านอ้างเอากฎหมายการตรวจเงินแผ่นดิน ป้ ๒๕๔๒ เข้ามาเปึนหลักเรื่องของอํานาจ หน้าที่ของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่จะไปตรวจสอบ โดยเพิ่มความเข้มเข้ามา ให้ตรวจสอบทุก ๖ เดือน คือช่วงเดือนมีนาคม แล้วก็เดือนกันยายน แล้วรายงานต่อ คณะรัฐมนตรี และรายงานต่อรัฐสภาทราบ ๒ ประเด็นนี้ ผมถือว่าเปึนประเด็นหลักครับ ท่านประธาน ผมเองมีความเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแก้ไขของวุฒิสภา ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมเห็นด้วยนั้น การที่คณะรัฐมนตรีจะเสนอกรอบเฉพาะกรอบเข้ามาให้สภา แห่งนี้หมายถึงสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็วุฒิสภามาเพื่อทราบก่อนเอาเงินกู้ไปใช้จ่าย ถือว่าเปึนเรื่องที่ทางรัฐสภามีความลําบากใจมาก โดยเฉพาะพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ออกติดตามพระราชกําหนดการให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินไปอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนั้นออกเปึนพระราชกําหนดไป ท่านประธานครับ กรอบที่ให้มาผมทวนให้คร่าว ๆ ก็ได้ครับ มีอยู่ ๑๓ สาขาเท่านั้นเองของการใช้เงิน มี ๗ วัตถุประสงค์ครับ ๑๓ สาขา ผมทวนให้ท่านประธานเลยนะครับ มีสาขาทรัพยากรน้ําและการเกษตร มีกําหนดวงเงิน เอาไว้ สาขาการขนส่งก็มีการกําหนดวงเงินเอาไว้ สาขาพลังงาน สาขาการสื่อสาร สาขา สวัสดิภาพของประชาชน สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสิ่งแวดล้อม สาขา โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว สาขาพัฒนาการท่องเที่ยว สาขาเศรษฐกิจ เชิงสร้างสรรค์ สาขาการศึกษา สาขาสาธารณสุข แล้วก็สาขาการลงทุนในระดับชุมชน หมายถึงชุมชนพอเพียง สาขาสาธารณสุขหมายถึงเรื่องงบประมาณที่จะให้กระทรวง สาธารณสุขไปในการพัฒนาด้านสุขภาพอนามัย ท่านประธานครับ สิ่งที่ดลใจและถูกใจ อย่างยิ่ง ถ้าสมมุติสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบนะครับในการที่จะตรวจสอบรายละเอียด ของโครงการต่าง ๆ นั้นถือว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่ง และผมเองก็ฝากท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะที่เปึนผู้จะต้องเอากฎหมายฉบับนี้ไปปฏิบัติ ถึงแม้จะบริหารไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะก็แล้วแต่ ท่านเอง ควรจะยอมรับในสิ่งที่วุฒิสภาแก้ไข แล้วก็จะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยรวม เพราะสิ่งที่เราพบเห็นในขณะนี้นะครับ เกือบทุกสาขาที่มีกรอบอยู่ตรงนี้ เรามีความ กริ่งเกรง เรามีความแปลกใจเกี่ยวกับภาพเงาของการส่อทุจริตขึ้นมาเกือบทุกสาขา เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกซีกผมคงจะพูดในเรื่องรายละเอียดต่อไป ยกตัวอย่าง เช่น สาขาด้าน การศึกษาครับ มีคนจองที่จะนํารายละเอียดบอกท่านประธาน ว่าทําไมเขาถึงเห็นชอบ อย่างนั้น สาขาด้านการสาธารณสุขงบประมาณภาพรวมทั้งหมด ๘๖,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ ได้จากโครงการไทยเข้มแข็งที่เปึนเงินกู้จากพระราชกําหนดนี่ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือไปเอาจากพระราชบัญญัติฉบับนี้

ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้ถามเปึนกระทู้ถามในสภาแห่งนี้ด้วยก็คือว่า เปึนการกําหนดราคากลางเพื่อจัดสรรผลประโยชน์สู่พวกพ้องเกินจากความเปึนจริง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมด ๘๖,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ละครับมันมีความ จําเปึนอย่างยิ่งเลยว่าถ้าไม่มีแผนงานโครงการ ไม่มีรายละเอียดมาให้สมาชิกสภาแห่งนี้ ตรวจสอบ เปึนสิ่งที่ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนจะได้อะไร พี่น้องประชาชน จะเสียผลประโยชน์หรือไม่ ตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญที่สุด เพราะฉะนั้นกรอบที่ท่านเสนอมา แค่นี้มันไม่พอครับ เสนอเพื่อทราบก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นรายละเอียดที่วุฒิสภาบอกว่า ต้องเปึนโครงการที่จะนําเงินกู้ไปใช้จ่ายมีความจําเปึนครับ และที่สําคัญครับท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและใช้เปึนเงินนอกงบประมาณ ด้วย เมื่อครั้งการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ สภาแห่งนี้ได้เสนอผ่าน ท่านบอกไปยังกรรมาธิการว่าช่วยดูหน่อยช่วยดูประกอบและเขียนคู่ขนานกันไปได้หรือไม่ ท่านประธานครับ กรรมาธิการใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ ขอรายละเอียด ขอโครงการ แต่ไม่ได้รับการตอบสนองเลย เพราะฉะนั้นการที่จะระบุไว้ในกฎหมายอย่างนี้ผมถือว่า มีความชอบ เปึนสิ่งที่รัฐสภาแห่งนี้ควรจะให้การสนับสนุนในเรื่องของโครงการที่จะนํา เงินกู้ไปใช้ในรายละเอียด ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อกริ่งเกรงที่เกิดขึ้นจากกรณีต่าง ๆ ๑๓ สาขานี้ กระทรวงสาธารณสุขเองต้องได้รับการยกย่องนะครับท่านประธานครับ กระทรวง สาธารณสุขเองต้องได้รับการยกย่องในฐานะที่ผู้คนในกระทรวงสาธารณสุขช่วยกัน ตรวจสอบ ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติเขาเหล่านั้นไม่ออกมาบอก เขาเหล่านั้นไม่ออกมา ร้องต่อสื่อ ไม่บอกกับผู้คนในสาธารณะแล้ว หลายโครงการท่านประธานครับ มันจะหายไปกับกลีบเมฆ หายไปกับสายลม นี่ผมก็ วิงวอนนะครับ กระทรวงศึกษาธิการออกมาบอกบ้างสิครับ ทําไมกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ออกมาบอกกับสังคม ทําไมกระทรวงคมนาคมไม่ออกมาบอกกับสังคม ทําไมกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่รับผิดชอบเรื่อง ทรัพยากรน้ําไม่มาบอกกับสังคม สิ่งเหล่านี้ท่านประธานครับ มันเปึนเงื่อนงําที่ถ้าสภาแห่งนี้ มีโอกาสตรวจสอบแล้ว สิ่งที่เรากริ่งเกรงมันก็จะคลายกังวลขึ้น สามารถลงไปดูใน รายละเอียดด้วย และที่สําคัญท่านประธานครับ การเขียนในลักษณะอย่างนี้ทําให้เงิน นอกงบประมาณที่จะกู้ไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาละครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรก ท่านบอกว่ารอดไป เพราะไม่มีการแก้ไขใด ๆ แต่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลัง ท่านต้องนํามา เสนอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาครับ ก็เสมือนการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ หรือรายจ่ายเพิ่มเติม นี่ก็เปึนประเด็นหนึ่งที่ทางผู้บริหารหรือรัฐมนตรีที่รับผิดชอบนี้จะนํา เม็ดเงินเหล่านั้นมาเสนอต่อเรา ผมทราบข่าวเปึนนัย ๆ ว่าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ของวุฒิสภา แต่ท่านต้องบอกกับสภาแห่งนี้ได้นะครับว่า เพราะเหตุใดท่านไม่เห็นชอบด้วย เพราะกระบวนการตรงนี้เปึนกระบวนการที่เราจะไปดูในเรื่องของรายละเอียดของเม็ดเงิน ที่จะใช้ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้

ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ากลับไปดูในสิ่งที่วุฒิสภาเองยังไม่มีความ มั่นใจกับการใช้เงินที่เปึนเงินกู้ และต้องเอาเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนมาชดใช้ เงินกู้ เขามีความคลางแคลงใจ และเขาไม่มีความมั่นใจ เลยเพิ่มมาตรา ๑๑/๑ มา มาตรา ๑๑/๑ ผมไม่แน่ใจว่าจะเปึนยาขมสําหรับใครนะครับ แต่ว่ามันจะเปึนประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน ถึงแม้ใครจะมาเปึนรัฐบาลก็แล้วแต่ ที่ผมพูดนี่ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติ พรรคเพื่อไทยเองได้มาเปึนรัฐบาลเราก็ยอมรับในจุดนี้ ในประเด็นนี้ เพราะเรามีความมั่นใจ ว่าเรามีความสุจริตพอ และกล้าที่จะเป่ดเผยต่อสาธารณะ และให้ สตง. เข้ามาตรวจสอบได้ ท่านประธานครับ สตง. เขาจะมาตรวจการใช้เงินกู้ตามพระราชบัญญัตินี้ให้เปึนไป ตามกฎหมาย ตามระเบียบ ตามข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรี ตลอดจนการตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินกู้ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างตามโครงการว่า เปึนไปตามวัตถุประสงค์ของ การกู้เงิน เปึนไปโดยประหยัดได้ประโยชน์ตามเปัาหมายและมีผลคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งนี่เปึนภารกิจของ สตง. ที่ยุคใหม่เขาจะเน้นการตรวจตรงนี้ ตรวจเรื่องผลงาน ท่านประธานครับ ที่ภาษาอังกฤษเขาใช้ว่าเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิท (Performance Audit) ต้องขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ เดิม สตง. ตรวจเฉพาะตรวจตามระเบียบ ตามกฎเกณฑ์ แต่กฎหมายฉบับนี้ได้ดึงเอากฎหมาย สตง. ป้ ๒๕๔๒ เข้ามาเขียนแล้วเพิ่มเติมเรื่องของ ความคุ้มค่า ประโยชน์และประหยัดด้วย ซึ่งตรงนี้กฎหมาย สตง. ที่เพิ่งผ่านไปเปึน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เราก็เน้นตรงนี้ด้วยนะครับท่านประธาน มีหน้าที่ตรวจเงิน แผ่นดิน ตรวจเงินแผ่นดินที่เกี่ยวกับการเงิน การคลัง และการงบประมาณด้วย รวมทั้ง ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนด้วยนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นอํานาจที่ สตง. จะไป ดูว่าโครงการเหล่านี้คุ้มค่าประชาชนได้ประโยชน์จริงไหม ตรงนี้ถือเปึนเรื่องสําคัญ ผมยกตัวอย่างโครงการไทยเข้มแข็งที่ลงในวงการสาธารณสุขครับ งบจัดซื้อครุภัณฑ์ ทั้งหมด ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทางคุณหมอโดยเฉพาะชมรมแพทย์ชนบท ผู้อํานวยการโรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ที่เขารักเงิน เขาต้องการเห็นพี่น้องประชาชนได้รับ การดูแลด้านสุขภาพที่คุ้มค่า เขาไปดูราคากลาง ท่านประธานครับ เฉพาะครุภัณฑ์ราคากลาง ที่กําหนดไปเกินไปประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธาน แล้วถามว่าใครได้ประโยชน์ รายการสิ่งก่อสร้างอีกประมาณเกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เกินไปอีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเขายังบอกว่าอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ในทิศทางที่ไม่เหมาะสมอีก เช่น แทนที่จะมาพัฒนาสถานบริการที่ใกล้ชิดกับ พี่น้องประชาชนมากที่สุด ท่านกลับมุ่งเน้นที่จะไปสร้างหน่วยบริหารเปึน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ลักษณะอย่างนี้ท่านประธานครับ มันก็ส่อว่า ถ้าสมมุติมีแผนงานโครงการ มีรายละเอียด ตามมาตรา ๓ และถูกตรวจสอบด้วย สตง. ซึ่งจริงอยู่ครับ สตง. เขาจะตรวจหลังจาก ที่มีการใช้เงินไปแล้ว แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้เราให้อํานาจเขาตรวจแผนงานด้วยนะครับว่า สิ่งที่เขาทําไปในแผนงานมันมีผลคุ้มค่า มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนหรือไม่ ผมว่าตรงนี้ละครับมันจะได้ช่วยกัน ผมเลยเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับกับการแก้ไข ของวุฒิสภา ๒ มาตราหลักนี้ แล้วก็อยากวิงวอนให้สภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบ ถ้าเราเห็นชอบก็เปึนไปเหมือนกับที่ท่านประธานได้กรุณาอ่านบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) นะครับ ถ้าสภาแห่งนี้เห็นชอบกับวุฒิสภากับการแก้ไขนั้นก็ส่งทูลเกล้าฯ เพื่อพระองค์ท่านทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศเปึนกฎหมาย ท่านก็จะได้เข้า กระบวนการการกู้เงินในป้ ๒๕๕๔ ตามที่ท่านมุ่งหวังต่อไปได้

ท่านประธานที่เคารพครับ ความกริ่งเกรง บทเรียน หรือสิ่งที่เราพบเห็น มันเปึนตัวสะท้อน มันตัวบอกอยู่แล้วว่ามันมีความจําเปึน ถ้าจะปล่อยให้ท่านไปทําอะไร โดยที่เราไม่เข้าไปตรวจสอบในรายละเอียดแล้วเรามีความกริ่งเกรง เราหวั่นใจที่สุดท่าน ประธานครับ เราหวั่นใจ ภาพลักษณะอย่างนี้มันกลับมาครับ มันกลับมาเหมือนก่อนที่จะมี รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เกิดขึ้น มันเปึนอย่างนี้ท่านประธานครับ ขณะนั้นผมเปึน ผู้อํานวยการโรงพยาบาล ลักษณะของโครงการ แผนงานต่าง ๆ ที่มีการเร่ขาย ผมใช้คําว่า เร่ขาย นะครับ เช่น โครงการที่ผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นลงสู่ท้องถิ่นต่าง ๆ เดี๋ยวนี้เท่าที่ทราบก็คือ ใช้วิธีการพิเศษทั้งหมด กลไกอะไรท่านประธานครับ กลไกทําให้เปึน เงินเหลือจ่าย ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับทําไมไม่เร่งอนุมัติตามแผนงานโครงการ ปกติ ใช้วิธีการพิเศษแล้วก็ไปเปลี่ยนแผนงานโครงการ ที่น่าตกใจที่สุดท่านประธานครับ ผมพูดในสภาแห่งนี้ก็หลายครั้ง ผมเองไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่ว่าได้รับการบอกเล่ามา จะจริงหรือไม่ไม่แน่ใจ แต่เปึนหน้าที่พวกเราต้องตรวจสอบ เปึนหน้าที่พวกเราที่จะต้อง ตะโกนบอกไปว่า มันจริงไหม ผมยกตัวอย่างครับ โครงการที่จะลงสู่ท้องถิ่น แผนงาน โครงการต่าง ๆ ถูกเปลี่ยนหมดครับ เหลือ ๒ ประเภท ท่านประธานครับ ขุดลอกแหล่งน้ํา ทําถนนลูกรัง ผมก็แปลกใจว่าทําไมเอา ๒ โครงการนี้ ผมถึงบางอ้อท่านประธานครับ เพราะว่าถ้าทํา ๒ โครงการนี้เม็ดเงินที่จะกระจายไปสู่พี่น้องประชาชนเขาบอกว่ามันใช้แค่ ร้อยละ ๓๐ เท่านั้นเอง ๑๐๐ บาท ใช้ ๓๐ บาทครับ เปึนต้นทุนครับ แล้ว ๗๐ บาท มันหายไปไหนท่านประธานครับ มีข่าวเล่าถึงขนาดบอกว่า ๓๕ บาทนั้นจ่ายทันทีที่เอาเงิน โครงการไปท่านประธาน จริงไหม ถ้าไม่มีคําตอบมันก็มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่เราต้องไปดู รายละเอียด บางที่ขอ ๕๐ บาท ท่านประธานครับจาก ๑๐๐ บาท แล้วก็เปึนที่น่าแปลกใจครับ ท่านประธาน โครงการต่าง ๆ เม็ดเงินไม่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท หลบเลี่ยงการจัดซื้อ จัดจ้างด้วยวิธีการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ใช้วิธีการตกลงราคา ซึ่งง่ายต่อการสมรู้ ประโยชน์ร่วมกัน ลักษณะอย่างนี้มันเปึนความกริ่งเกรง มันเปึนความหวั่นใจที่มันเริ่มแผ่ กระจายซ่านมาทุกอณูของหัวใจพวกผมที่ตรวจสอบอยู่ ท่านประธานครับ เมื่อตอนเช้า ผมได้หารือท่านประธานเรื่องเกี่ยวกับการที่พี่น้องประชาชนเขามีความลําบากมาก ในการ ที่จะทนภาวะที่ไม่มีใครไปดูแลเขา ถึงแม้เรากระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่น ไฟไหม้ น้ําท่วม ฝนตก ฟัาร้อง ทําอะไรไม่ได้ท่านประธานครับ เพราะว่าหน่วยบริหารไม่มี กําลังขอยกฐานะเปึน เทศบาลก็ไม่ได้รับการอนุมัติ ผมมีหลักฐานอยู่ตรงนี้นะครับ วันหนึ่งท่านรัฐมนตรีเซ็นไป ๖ เรื่อง วันที่ ๒๙ เซ็นไป ๖ อบต. ครับ เริ่มเซ็นตั้งแต่วันที่ ๑๑ สิงหาคมเปึนต้นมา เซ็นกระต๊อกกระต๋อย ๆ ได้ ๔๕ แห่ง และส่วนใหญ่เปึนพื้นที่ที่ผมก็แปลกใจว่าเปึนพื้นที่ ใกล้ชิดกับท่านรัฐมนตรีหรือไม่ มีข่าวเล่าลือว่าทุกคนวิ่งเข้าหารัฐมนตรี ถ้าภาพอย่างนี้มัน เกิดขึ้นนะท่านประธานผมคิดว่าบ้านเมืองนี้อยู่ไม่ได้แล้ว ถ้ายิ่งปล่อยไปตรงนี้ปุ็บยิ่ง เสียหายเลย ถ้าให้ปล่อยเปึนลักษณะทุกคนวิ่งไปหารัฐมนตรีก็จะได้รับการอนุมัติ พี่น้องจังหวัด น่านผมขอมา ๖ แห่งท่านประธานครับ ๖ แห่งนี้หมดวาระพร้อมกันคือ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ขอมา ๖ แห่ง วันที่ ๒๙ เซ็นมาแห่งเดียวท่านประธานครับ ตําบลกลางเวียง อําเภอเวียงสา จังหวัดน่าน และอีก ๕ แห่งทําไมไม่เซ็น มีเหตุผลอะไรครับท่านประธาน กกต. ในพื้นที่ เขาจะจัดการเลือกตั้ง ถ้าปล่อยเขาไปทํากระต๊อกกระต๊อย ๆ อย่างนี้ ใครเสียประโยชน์ท่านประธานครับ ประชาชนครับ งบประมาณที่ใช้แทนที่จะทําใน คราวเดียวกันก็ไม่ได้ทํา อันนี้ละครับคือสิ่งที่เรากริ่งเกรงแล้วไม่ไว้ใจ ใครจะว่าอะไร ก็แล้วแต่ท่านประธานนะครับ ใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพ แต่สิ่งเหล่านี้มันเปึนเสียงเรียกร้องที่พวกผมต้องการว่า เราต้องมีโอกาสไปมี ส่วนร่วม ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว ทําไมครับ โครงการอนุมัติการให้เช่ารถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน กว่าจะผ่านได้ใช้เวลานาน ก็เพราะสมาชิกสภาแห่งนี้ช่วยกันตรวจสอบ ไม่ว่าจะเปึน เสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยก็แล้วแต่นั่นเปึนเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน พอมี การอนุมัติเงินเปึนแสนแสนล้านบาทเรามีความกริ่งเกรงใจ ท่านประธานครับ และที่สําคัญ การใช้ช่องว่างใช้โอกาสใช้อํานาจอย่างนี้ในการที่จะเรียกรับผลประโยชน์หรือแสวงหา ผลประโยชน์เพื่อตนเองผมคิดว่ามันมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่รัฐสภาต้องไปตรวจสอบ โดยเฉพาะการใช้เงินใช้ทอง จริงไหมท่านประธานครับ เขาบอกว่าค่าทําเอกสารเพื่อจะขอ เปึนเทศบาล ค่าทําเอกสาร ๓๐,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าทําเอกสารยังไม่ได้เปึนที่จะประเมิน เข้าสู่กระบวนการ แต่ค่าที่เตรียมทําใบประกาศรองรับ ๑๑๐,๐๐๐ บาท ใช่ไหม ผมอยาก ถามท่านประธานจริง ๆ เรื่องนี้ ถ้าเปึนอย่างนี้ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีครับใน ครม. ท่านเคยพูดเรื่องนี้หรือเปล่า ผมไม่ได้ว่าพรรคไหน อาจจะไม่จริงก็ได้ครับ แต่นี่คือเรื่องเล่า ที่เขาท้อแท้มาก ขอไปทําไมครับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๕๔๑ แห่ง ถ้าท่านเอาแห่งละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่าท่านจะได้อะไรครับ ได้ไม่กี่บาท แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และผมไม่เชื่อว่าท่านจะเรียกรับอย่างนั้น แต่ที่ร้ายกว่า นั่นเขาบอกว่าต้องคุยกันก่อน ถ้าคุณไปทําประโยชน์อย่างนี้ผมอนุมัติให้ จริงไหม ท่านประธานครับ เช่น ช่วยไปทําสมาชิกพรรคให้หน่อยจะอนุมัติให้ ผมว่าประเทศไทย เปึนอย่างนี้นะครับ โครงการเหล่านี้พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ไม่ควรจะต้องอนุญาตจาก สภาผู้แทนราษฎรด้วยซ้ําไป ให้เปึนงบประมาณปกติไป นี่ท่านไปออกกฎหมายพิเศษ กฎหมายพิเศษแล้วอ้างมาตรา ๒๓ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ก็อ้างได้ครับ ผมก็พยายามไปดูว่ามาตรา ๒๓ กับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ใครใหญ่กว่ากัน เสียดาย ที่สมาชิกซีกผมพยายามที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องพวกนี้ แพ้ทุกทีครับ มาตรา ๒๓ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณเขียนอยู่นิดเดียวครับ เขียนบอกว่า หรืออํานาจที่มี อยู่ตามกฎหมายอื่น ท่านใช้ข้อนี้ไปออกกฎหมายพิเศษอย่างนี้เลย มันเปึนเรื่องตลก และเรื่องแปลกที่สุดท่านประธานครับ เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ เขาบอกเลยว่าวิธีการจ่ายเงินจ่ายตามกฎหมาย ๔ ฉบับเท่านั้นเอง วิธีการงบประมาณ งบประมาณรายจ่าย โอนงบประมาณ และเงินคงคลังเท่านั้นเองครับ วิธีการงบประมาณ ใช่ครับ ตรงนี้ใช่ แต่วิธีการงบประมาณตรงนี้ไม่ได้อนุญาตไปออกกฎหมายอีกฉบับหนึ่งมา รองรับนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับว่า เรามาเห็นชอบกับวุฒิสภา แก้ไขเถอะครับ ด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียนไป เหตุผลเพื่อความสบายใจที่จะเกิดขึ้น และที่สําคัญครับ เมื่อวานท่านประกาศออกมาโครงการไทยเข้มแข็งชุดที่ ๑ จากพระราชกําหนด จะเข้าสู่กระบวนการโครงการไทยเข้มแข็งจากเดิมที่บอกเราว่ากรอบ กรอบจะเอาไปชดเชย เงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเข้าสู่โครงการไทยเข้มแข็ง เอสพี ๒ ขออนุญาต ท่านประธานอ่านภาษาอังกฤษ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บอกว่าเดี๋ยวนี้จะคืนคลังแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเข้าโครงการไทยเข้มแข็งทั้งหมด ท่านประธานครับ ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ตรงนี้มากสุดจากพระราชกําหนด ๒๓๑,๓๑๑ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านไปให้ใคร ท่านก็ไปให้ตามกรอบนี้นะครับ ถ้าไม่มีการตรวจสอบ รายละเอียดแผนงานโครงการ อย่าว่าแต่เช็คเปล่าเลยนะครับ เซ็นเช็คและท่านก็ไปเติมชื่อ เติมผู้รับ เติมที่อยู่ เติมจํานวนเงินเองทั้งหมด แล้วใครจะตรวจสอบให้กับพี่น้องประชาชน สงสารเขานะครับ แม้แต่งบติดตามเรื่องของการตรวจเยี่ยมในโครงการเร่งด่วนจําเปึนของ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่มีเม็ดเงินอยู่คนละ ๑๐๐ ล้านบาท ก็ยังมีข่าวลักษณะกลิ่นที่ไม่ดี ท่านประธานครับ บอกว่าต้องไปทําเรื่องของการขุดลอกแหล่งน้ําเท่านั้น ให้ไปนะจังหวัดน่าน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขุดลอกแหล่งน้ํา ๔ โครงการ แต่ขอ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนไปได้อย่างไรท่านประธานครับ ถ้าเปึนอย่างนี้ผมว่าบ้านเมืองตายหมด เพราะฉะนั้นมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่สภาแห่งนี้ ควรจะให้ความเห็นชอบกับที่วุฒิสภาแก้ไขเพื่อเราจะได้มีการตรวจสอบได้ และเข้าสู่ กระบวนการการตรวจเข้มของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน ถึงแม้ท่านบอกว่าท่านจะต้อง มารายงานต่อสภาหลังจากนั้น ๖๐ วันหลังจากสิ้นป้งบประมาณ มันไม่พอครับ ด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียนไปในภาพรวมอย่างนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมให้ การสนับสนุนและเห็นชอบกับวุฒิสภาที่แก้ไข แล้วสิ่งที่จําเปึนที่สุดมันมีตัวอย่าง มีรายละเอียดที่เพื่อนสมาชิกที่พวกผมเตรียมไว้จะบอกกับท่านประธานว่ามีความจําเปึน จริง ๆ ผมกราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานสภาว่าโดยปกติผมยังไม่ได้มีโอกาส อภิปรายกฎหมาย หรือญัตติใด ๆ ในสภานี้เลยนะครับ แต่วันนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่มี ความสําคัญที่ผมมีความจําเปึนที่จะต้องใช้เวลาของสภาเพื่ออภิปราย ที่ผมกราบเรียนว่า มีความสําคัญนั้นผมคงไม่ได้หมายถึงว่า พระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้ยืม เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจเปึนวงเงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมคิดว่าที่มีความสําคัญ ก็เพราะว่ามีประเด็นในเรื่องหลักการอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ

เรื่องแรก ผมคิดว่าต้องพูดกันให้ชัดเจนในวันนี้ก็คือว่าผมดีใจที่ เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้เริ่มมาพูดในเรื่องที่รัฐบาลได้ออกพระราชกําหนดในการ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรก และได้ออกพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้ยืมเงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังมาในทิศทางที่ ถูกต้อง มาในทิศทางที่ตรงกับใจผม ก็คือวันนี้ท่านเริ่มพูดในประเด็นนี้ในเรื่องของการที่จะ ตรวจสอบโครงการ เพราะว่าถ้าท่านประธานกลับไปดูตอนที่รัฐบาลเข้ามาใหม่ ๆ แล้ว รัฐบาลได้ประกาศเปึนนโยบายว่ารัฐบาลมีความจําเปึนต้องฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งจําเปึนต้อง ใช้เงินถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท ผมคิดว่าในสภาแห่งนี้คงได้ยินเพื่อนสมาชิกของเราพูดว่า รัฐบาลนี้ดีแต่กู้ ๆ ซึ่งผมคิดว่าการพูดเช่นนี้เปึนการพูดที่ไม่มีความรับผิดชอบและไม่เข้าใจ ในกระบวนการที่รัฐบาลจะต้องดําเนินการในการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ จริง ๆ สิ่งที่ผมอยากจะได้ยิน ตั้งแต่ช่วงที่ผ่านมา ก็คือว่าเราทุกคนต้องมีความเห็นใจตรงกันว่าเมื่อบ้านเมืองเรามีวิกฤติ ทางเศรษฐกิจเราจะต้องรวมใจกันทุกวิถีทางที่จะให้รัฐบาลฟันฝ์าเศรษฐกิจไปได้ อย่างน้อยที่สุด การกู้เงินมาใช้ชดเชยเงินคงคลังที่เราเก็บภาษีไม่เข้าเปัา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนสิ่งที่จําเปึนอย่างยิ่ง ผมคิดว่าไม่มีใครในประเทศนี้ ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรเท่านั้นที่อยากจะเห็นภาพเหมือนวิกฤติเมื่อป้ ๒๕๔๐ ที่รัฐบาลไม่มีเงินแม้แต่จะให้ เงินเดือนกับข้าราชการ ผมคิดว่าไม่มีใครอยากเห็นลูกหลานของพี่น้องประชาชนต้อง ตกงาน ไม่มีใครอยากเห็นรัฐบาลดําเนินการในการที่จะต้องปรับลดในเรื่องโครงการที่เปึน เรื่องโครงสร้างพื้นฐานของพี่น้องประชาชน เรื่องคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับรัฐบาลมีความจําเปึนต้องกู้ และผมคิดว่าวันนี้ทุกฝ์ายที่ลุกขึ้นมาพูด ก็ยอมรับความเปึนจริงว่าเมื่อคราวที่เราเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ รัฐบาลก็จําเปึนที่จะต้อง หารายได้เข้ามา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกก็ไปชดเชยเงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลังของ พ.ร.ก. เงินกู้ก็นํามาใช้ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งในขณะนี้ก็มีโครงการ มีแผนงาน พร้อมที่จะดําเนินการ มีการไปออกพันธบัตรรัฐบาล เพื่อที่จะดําเนินการในการที่จะให้เปึนไปตาม พ.ร.ก. ที่สภาแห่งนี้ได้มีการอนุมัติไป วันนี้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง คือการพิจารณาพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้ยืมเงิน ซึ่งจริง ๆ ก็ผ่านสภาแห่งนี้ ท่านทั้งหลายก็ได้อภิปรายในวาระหนึ่งในสภาแห่งนี้ เพียงแต่ว่าท่านไม่ได้ตั้งคณะกรรมาธิการ ไปตั้งคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบ ในชั้นของวุฒิสภา บังเอิญว่าวุฒิสภาไปแก้ไขตัวพระราชบัญญัตินี้ จึงต้องกลับมาให้สภา ได้พิจารณากรณีที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบนะครับ แต่วันนี้ ประเด็นแรกที่ผมดีใจก็คือว่าผมได้เห็นเพื่อนสมาชิกในสภานี้ได้มาพูดถึงการตรวจสอบ ซึ่งเปึนเรื่องที่ถูกต้องครับ ผมคิดว่ารัฐบาลนี้ก็ต้องเป่ดใจกว้างนะครับ ผมอยากจะพูดเรื่องนี้ เพราะอยากจะให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ และได้เห็นใจ แล้วผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศก็เห็นใจ แม้แต่ชาวบ้านธรรมดาก็ยังมาพูดกับผมครับท่านประธาน บอกว่าเวลาเราเกิดวิกฤติเหมือนครอบครัวเราท่านประธานครับ เวลาเราเกิดวิกฤติเราก็ ไม่มีทางเลือกอื่นนะครับ

ทางเลือกแรก เราก็ต้องไปขายทรัพย์สมบัติของบรรพบุรุษของเรา ซึ่งรัฐบาลนี้ไม่ทําครับ ที่จะไปขายการบินไทย ขายการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ขายองค์การโทรศัพท์ ขาย กทท. รัฐบาลนี้ไม่ทํา เพราะเราต้องการที่จะรักษาทรัพย์สมบัติ ของชาตินั้น ให้เปึนทรัพย์สมบัติของเยาวชน ของลูกหลานของเราต่อไปในอนาคต แน่นอน ที่สุดถ้าเราไม่เลือกในการที่จะขายทรัพย์สมบัติของชาติ เราก็มี

ทางเลือกที่สอง คือต้องขึ้นภาษีกับพี่น้องประชาชน การขึ้นภาษีเรียกเก็บ จากพี่น้องประชาชนแน่นอนที่สุดครับ ก็เรียกว่า รีดเลือดหอย เลือดปู พี่น้องประชาชน ก็เดือดร้อน รัฐบาลก็หลีกเลี่ยง ผมจําได้ว่าเราออก พ.ร.ก. เพียงแต่ให้ขึ้นภาษีสรรพสามิต ซึ่งเปึนภาษีที่รัฐบาลจะต้องดูแลไม่ให้ฟุ์มเฟ๋อยเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ

ทางเลือกที่สาม ถึงแม้จะเปึนครอบครัวเราผมคิดว่าเราก็ไม่ดําเนินการ ๒ ประการนั้น ถ้าเรายังมีเครดิตเรายังมีศักยภาพอยู่ ผมคิดว่าเราต้องเลือกที่จะกู้ยืมเงินมา เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อเพื่อนสมาชิกในสภานี้ไม่ได้พูดถึงว่ากู้ ๆ อีกแล้ว ผมคิดว่าคนทั่วไป นักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปก็เข้าใจ ถ้าคนที่มีจิตใจเปึนธรรม ไม่มองรัฐบาลในแง่ร้ายเกินไป ต้องยอมรับความเปึนจริงว่ารัฐบาลในโลกนี้เวลาเกิดวิกฤติเช่นนี้ ที่ผ่านมาก็ต้องใช้วิธีการ เดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ว่ารัฐบาลนี้ก็ใจกว้าง แทนที่จะออก พ.ร.ก. ทั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งสามารถที่จะทําได้อยู่แล้ว ในฐานะที่เปึนอํานาจของ ฝ์ายบริหาร แต่รัฐบาลเห็นว่ารัฐบาลมีแผนโครงการที่จะดําเนินการทั้งในระยะเร่งด่วน คือชดเชยเงินคงคลัง เพื่อที่จะดําเนินการให้การใช้จ่ายงบประมาณเปึนไปตามปกติ มาดําเนินการในการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน และขณะนี้ก็จะนําไปสู่แผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นการที่เพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านได้เรียกร้องเรื่องการตรวจสอบ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่นั่งอยู่ซีกนี้ ท่านต้องเป่ดใจกว้างอย่างเต็มที่ ที่ต้องให้ตรวจสอบ เพียงมีประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียน

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกต้องยอมรับความเปึนจริงว่า เราอย่าเอาเรื่องหลักการของกฎหมายมาเกี่ยวข้องกับยุทธวิธีที่จะต้องดําเนินการ ประเด็นนี้ มีความหมายว่าอย่างไรท่านประธานครับ ประเด็นนี้ก็คือว่าวุฒิสภาได้ไปแก้ไขในมาตรา ๓ วุฒิสภาได้ไปแก้ไขในมาตรา ๓ คือให้กระทรวงการคลัง โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอํานาจ กู้เงินบาทในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อนําไปใช้ในการดําเนินมาตรการ เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พระราชบัญญัตินี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบ เดิมผ่านสภาผู้แทนราษฎร คือเพื่อทราบ เปลี่ยนไป เปึนเพื่อพิจารณาก่อนเริ่มดําเนินการโดยแสดงรายละเอียดของโครงการที่จะนําเงินกู้ไป ใช้จ่าย อันนี้ที่ผมอยากกราบเรียนว่าเปึนประเด็นหลักการ ที่ผมกราบเรียนว่าเปึนประเด็น หลักการ ก็เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่พูดว่า กริ่งเกรง หวั่นไหว หรือว่าอ่อนไหวอะไร ผมจําไม่ได้เมื่อสักครู่นี้ แต่ท่านบอกว่า ถ้าไม่ดําเนินการแก้มาตรา ๓ นี้ว่าเปึนเรื่องพิจารณา กริ่งเกรงว่าจะนําไปสู่การทุจริต ท่านประธานที่เคารพครับ แน่นอนที่สุดครับ ผมคิดว่าการที่เราจะต้องตรวจสอบโครงการ ไม่ให้มีการทุจริต ไม่ใช่เปึนหน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้น เปึนหน้าที่ของสภาแห่งนี้ เปึนหน้าที่ของ พี่น้องประชาชน เปึนหน้าที่ขององค์กรอิสระต่าง ๆ ที่เราจะต้องตรวจสอบการใช้เม็ดเงินนี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ แต่ประเด็นหลักการมันอยู่ตรงไหนครับ ประเด็นหลักการอยู่ที่ว่ารัฐบาลนี้ได้ออกทั้ง พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. แต่ได้มีบทบัญญัติ ที่เพิ่มเติมกว่า พ.ร.ก. ในการให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้ยืมเงินที่ผ่านมา อย่างน้อย ผมคิดว่าเห็นได้ชัดเจนนะครับ เพิ่มเติมในกรณีที่ให้มีการตรวจสอบเพิ่มขึ้น ผมไปดู ตอนออก พ.ร.ก. กู้ยืมเงิน ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในยุควิกฤติเศรษฐกิจ ก็ไม่มีมาตรา ๓ นี้ และมิหนําซ้ําก็ยังไม่มีมาตราที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบที่ชัดเจนขึ้นก็คือ มาตรา ๗ ตรงนี้หมายความว่าอย่างไรครับท่านประธานครับ ตรงนี้ก็คือว่าจริง ๆ การออก พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. ที่จะให้อํานาจฝ์ายบริหารกู้ยืมเงินนั้น แสดงว่าการที่จะเอาเม็ดเงินมาใช้นี้ ไม่สามารถดําเนินการได้ตามวิธีการงบประมาณป้ พ.ศ. ๒๕๐๒ แล้ว และไม่สามารถ ดําเนินการได้ตาม พ.ร.บ. งบประมาณและเงินคงคลังที่จะเอามาใช้เปึนการก่อหนี้ สาธารณะด้านอื่นได้แล้ว จึงจําเปึนต้องดําเนินการในการที่จะต้องให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้ยืมเงิน ก็หมายความว่าการกู้ยืมเงินนี้ต้องเกิดกรณีที่เปึนวิกฤติ ทางเศรษฐกิจเท่านั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนก็คือว่า ทําไมเปลี่ยนจากทราบและมาเปึน พิจารณา ผมอยากจะกราบเรียนว่า ที่ว่าเปึนเพื่อทราบนั้นก็คือการดําเนินการที่จะกําหนด กรอบค่าใช้จ่ายนั้น ผมคิดว่าเวลาเราจะไปขอยืมเงินจากธนาคารนี้ ยกตัวอย่างให้เห็น ได้ชัด เวลาเราจะไปยืมเงินจากธนาคารนี้นะครับ เราก็ต้องเสนอโปรเจกต์ (Project) โครงการที่จะขอยืมเงินว่า เราจะสามารถดําเนินการในการที่จะกู้ยืมเงินนี้มาใช้อะไรบ้าง แต่ผมเข้าใจว่าคงไม่มีรายละเอียดที่จะต้องไปดูว่า ในโครงการรายละเอียดนั้นจะไป ดําเนินการอย่างไร หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าขั้นตอนนี้เปึนขั้นตอนในการที่จะขออนุมัติ ต่อรัฐสภา เพื่อให้กระทรวงการคลังใช้อํานาจในการกู้ยืมเงิน ประเด็นอยู่ที่ว่าถ้าเราไป เขียนว่า เพื่อพิจารณา มันก็จะไปเข้าหลักการของข้อกฎหมายที่จะมีปัญหาก็คือ ๑. ทําให้ การดําเนินการตาม พ.ร.บ. นี้ มีความซ้ําซ้อน ซ้ําซ้อนเพราะว่าโดยกฎหมายแล้วท่าน สามารถพิจารณาได้อยู่แล้วครับ เพราะต้องเสนอเข้ามาสู่สภาในการพิจารณาวาระ รับหลักการ ตั้งกรรมาธิการ แล้วก็พิจารณาวาระเปึนรายมาตราและให้ความเห็นชอบ ในวาระสาม เมื่อผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ไปเข้าวุฒิสภาในช่วงที่ผ่านมา วุฒิสภา ก็พิจารณาเปึน ๓ วาระเช่นเดียวกันนะครับ ในตัวพระราชบัญญัติ ประเด็นปัญหาในเชิง หลักการกฎหมายคืออะไรครับ ประเด็นปัญหาในเชิงหลักการกฎหมายก็คือว่าท่านคิดว่า การให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้ยืมเงินนี้จะต้องดําเนินการเหมือนพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ตามวิธีการงบประมาณ ป้ ๒๕๐๒ นั้น เราจะต้องแสดงที่มาของรายรับก่อนนะครับ เราจะต้องแสดงที่มาของ รายรับและมีแผนงานโครงการในเรื่องรายจ่ายครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ จึงมีการดําเนินการในการพิจารณาที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อ พิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ แต่ว่าในกรณีของเงินกู้ที่ให้อํานาจ กระทรวงการคลังนั้น ตามกฎหมายนั้นให้สํานักงานหนี้สาธารณะเปึนคนดําเนินการ ไม่มีโอกาสที่จะเปึนไปได้ละครับ รัฐบาลไหนก็ตามจะไปทําโครงการต่าง ๆ มาเสร็จ เรียบร้อยแล้ว แล้วก็มาขอผมคิดว่ารัฐสภาก็ไม่อนุมัตินะครับอย่างนี้ เราจะอนุมัติได้ ก็ต่อเมื่อเราเห็นถึงความเร่งด่วน วิกฤติ เราอนุมัติ แล้วคุณไปทําโครงการแผนงานให้ สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปึนคนบริหารจัดการ ดูแลบัญชี รับจ่ายโครงการ รายละเอียดกรอบแผนงาน หลังจากนั้นก็เปึนหน้าที่ของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินซึ่งต้องดําเนินการอยู่แล้ว เมื่อครู่ ท่านพูดถึงว่าไปเพิ่มมาตรา ๑๑/๑ ขึ้นมาเพื่อให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินได้มา ดําเนินการในการตรวจสอบ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานในเชิงหลักการนะครับ ไม่จําเปึนต้องเขียนครับ ไม่จําเปึนต้องเพิ่มขึ้นมา เพราะว่าสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน สามารถที่จะตรวจสอบเม็ดเงินนี้ได้ทุกบาท ทุกสตางค์อยู่แล้ว ที่ผมพูดตรงนี้เพราะผม เกรงว่าเดี๋ยวจะมีคนพูดคนต่อไปบอกว่าไปกลัวอะไรนี่ สงสัยจะมีการทุจริตจึงไม่กล้าที่จะ ให้มีการเพิ่มเรื่องสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน แต่ไม่ใช่หรอกครับ ทั้ง ๒ ประเด็นนี้ คือทั้งมาตรา ๓ และทั้งมาตรา ๑๑ นั้นเปึนเรื่องหลักการของกฎหมาย

หลักการกฎหมายประการที่ ๒ ก็คือว่าจริง ๆ แล้วเวลาเรากําหนดให้ รัฐสภาในฐานะองค์กรนิติบัญญัตินี่นะครับ ให้อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้ยืมเงินนั้น ฝ์ายนิติบัญญัติมีอํานาจในการที่จะอนุมัติ หรือไม่อนุมัติในกรอบกฎหมายเท่านั้น แต่ฝ์าย นิติบัญญัติไม่สามารถที่จะไปดําเนินการในการพิจารณาโครงการแผนงานครับ เปรียบเทียบตรงไหนครับท่านประธาน เปรียบเทียบกับพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ เราสามารถที่จะตั้งกรรมาธิการไปแปรญัตติได้ แต่แปรญัตติได้ในทางลบ เท่านั้น ไปเพิ่มไม่ได้นะครับ ท่านจะไปแปรญัตติเพิ่มให้ลงตรงนี้ ให้ลงตรงนั้น ท่านทําไม่ได้ นะครับ เพราะว่างบประมาณนั้นต้องอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้นะครับ จะไปดําเนินการพิจารณาว่าเอา งบประมาณไปไว้ตรงนั้น ตรงนี้ เอาเงินกู้ไปลงตรงนั้น ตรงนี้ไม่สามารถทําได้เพราะจะขัด หรือแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน นี่เปึนหลักการสําคัญที่ผมขออนุญาต ที่จะกราบเรียนกับท่านประธาน เพราะผมคิดว่าถ้าเราเข้าใจในช่วงหลักการตรงนี้ก็จะ มีส่วนที่จะได้เริ่มต้นในทิศทางที่ดีว่า ผมขอเชิญชวนมาตรวจสอบร่วมกันครับ ท่านประธานครับ นอกจากความจริงใจโดยหลักการนั้นแล้ว ผมอยากจะให้ท่านประธาน มาดูมาตรา ๗ ครับ มาตรา ๗ ครับท่านประธานบอกว่า ภายใน ๖๐ วันนับแต่วัน สิ้นป้งบประมาณให้กระทรวงการคลังรายงานการกู้เงินตามพระราชบัญญัตินี้ที่กระทํา ในป้งบประมาณที่ล่วงมาแล้วให้รัฐสภาทราบครับ โดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุ รายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์ของการใช้เงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ ท่านประธานเห็นไหมครับ พ.ร.ก. เงินกู้สมัยก่อน ผมจําได้ ตอนยุคท่านทักษิณ ชินวัตร ก็กู้ไป ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเหมือนกัน ไม่มีมาตรานี้ครับ อันนี้รัฐบาลนี้เสนอมาตรานี้เข้ามา แล้วระบุชัดเจนนะครับ ว่าหลังจากนี้นับแต่ สิ้นป้งบประมาณ ๖๐ วัน ให้กระทรวงการคลังรายงานการกู้เงินตามพระราชบัญญัตินี้ ที่กระทําในป้งบประมาณที่ล่วงมาแล้วให้รัฐสภาทราบ โดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อย ต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินกู้รวมถึงผลสัมฤทธิ์และ ประโยชน์ที่ได้รับ อันนี้ชัดเจนนะครับท่านครับ ชัดเจนตรงที่ว่าเราสามารถที่จะดําเนินการ เราในที่นี้ผมหมายถึงสมาชิกรัฐสภาครับ สมาชิกรัฐสภาสามารถที่จะดําเนินการในการ ที่จะรับทราบรายละเอียดจนถึงผลสัมฤทธิ์ของการใช้จ่ายเงินกู้นี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ นี่เปึนประเด็นที่ผมเรียนกับท่านประธานว่าเราจะเพิ่มกระบวนการ ในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น ผมอยากเรียนเพิ่มอีกนิดหนึ่งในเรื่องของการตรวจสอบครับ ผมคิดว่าตั้งแต่รัฐบาลออก พ.ร.ก. เงินกู้มา แล้วก็ออก พ.ร.บ. ให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้ยืมเงิน ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลได้ทันทีคือความเชื่อมั่นในสายตาของนักลงทุน ในสายตาของต่างประเทศเห็นว่าประเทศไทยมีทิศทางในการที่จะฟุ๋นเศรษฐกิจ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะรัฐบาลนี้ได้ให้ทิศทางภายใต้ชื่อว่า แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นอย่ามากล่าวหากันเลยครับท่านประธานครับ ผมนี่เคยเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาหลายสมัย ผมอภิปรายรัฐมนตรีมาแล้ว ๔ กระทรวงครับ ผมเรียกร้องเพื่อนสมาชิกรัฐสภานี้ อย่าหวั่นไหวครับ ขอให้เข้มแข็งตามแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง แล้วมาร่วมกันอภิปรายรัฐมนตรีที่ไปใช้งบประมาณแล้วเกิดการทุจริต คอร์รัปชัน ผมอภิปรายเขื่อนเรียงหิน ผมอภิปรายมาแล้ว ผมอภิปรายกระทรวงศึกษาธิการแล้วไปยื่น ป.ป.ช. ข้าราชการระดับเลขาธิการ สปช. ถูกออกจากราชการมาแล้ว วันนี้ในฐานะเปึน สมาชิกรัฐสภา ในฐานะเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ เรามาร่วมกันครับ แล้วผมคิดว่ารัฐบาลก็ต้อง เป่ดใจกว้างอย่างเต็มที่ที่จะให้เพื่อนสมาชิกตรวจสอบ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ไม่มีหน้าที่ที่จะไปก้าวล่วงเกินกว่ารัฐธรรมนูญที่จะไปจัดเงินกู้ ไปร่วม พิจารณาเงินกู้ ไปติดตามแผนงานโครงการว่าจะไปใช้ที่ไหนเหมือนกับฝ์ายบริหาร อย่าแต่ฝ์ายค้านเลยครับ พวกผมก็ไปทําไม่ได้ครับท่านรัฐมนตรีครับ พวกผมก็ไปทําไม่ได้ เปึนหน้าที่ของฝ์ายบริหาร เพราะท่านมาขออํานาจให้กระทรวงการคลังกู้ยืมเงิน ท่านไม่ได้ มาขออํานาจว่าให้พวกผมไปดําเนินการจัดทําแผนงานโครงการ ไม่ใช่ครับ แน่นอนที่สุดครับ ผมคิดว่าวันนี้การตรวจสอบนอกจากในสภานี้ผมเชิญชวนแล้ว ผมคิดว่าทุกฝ์ายก็ต้อง มาร่วมกันในการดําเนินการที่จะต้องใช้องค์กรอิสระ ซึ่งเปึนอํานาจในการตรวจสอบ ที่สําคัญ ผมได้ยินพรรคฝ์ายค้านนะครับ ได้ออกมาพูดว่า องค์กรตรวจสอบอํานาจ ในขณะนี้ ไม่ว่าเปึน ป.ป.ช. ซึ่งก็เพิ่งแก้กฎหมายไป ให้อํานาจท่านฟัองคดีดําเนินการได้ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเพิ่งผ่านไปสัปดาห์ที่แล้ว เราให้อํานาจคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน สามารถตรวจสอบเม็ดเงินทุกบาท ทุกสตางค์ และสามารถที่จะฟัอง ดําเนินคดีเองได้ครับ เรามาร่วมกันสิครับ ใช้องค์กรในการตรวจสอบอํานาจรัฐ ซึ่งเปึน องค์กรอิสระมาดําเนินการครับ ผมก็อยากเห็นรัฐมนตรีติดคุกเหมือนกันครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ อันนี้เปึนส่วนสําคัญที่อยากจะเรียนด้วยความจริงใจครับ แต่ไม่ใช่ไปตอกย้ํา พูดกันว่าอย่างนั้น ว่าอย่างนี้ สงสัยว่าจะเปึนอย่างนั้น อย่างนี้ มาเชิญชวนกันครับ ผมคิดว่า ถ้าสมาชิกรัฐสภาเรามีจุดยืน เรากล้าอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรากล้ายื่น ป.ป.ช. ในการที่จะ ตรวจสอบ ผมคิดว่าวันนี้เราต้องยอมรับความเปึนจริงว่าสังคมประชาธิปไตยบ้านเราเปึน สังคมตรวจสอบขึ้นมาแล้วครับ นักการเมืองคนใดก็แล้วแต่จะมาเรียกร้องว่าให้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อย่านํามาใช้ เพราะกลัวว่าจะถูกตรวจสอบ ผมคิดว่าในท้ายที่สุดประชาชน ไม่ยอมรับนะครับ เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ มุ่งเน้นในเรื่องของการตรวจสอบการใช้ อํานาจรัฐครับ

ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ เปึนหลักการที่สําคัญ ประเด็นสุดท้าย ก็คือในเรื่องของการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจครับ ผมคิดว่าหลายฝ์ายก็หวั่นใจครับ หวั่นใจครับ ท่านรัฐมนตรีครับว่าถ้าหากว่าฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้ผล รัฐบาลนี้จะได้ค่านิยมนะ อันนี้ต้อง ยอมรับความเปึนจริงครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนกับรัฐบาลว่าท่านต้องไม่หวั่นไหวนะครับ ท่านต้องเชิญชวนทุกฝ์ายมาร่วมมือกัน ในการที่จะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พบปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน ตรงไหน รีบไปแก้ไขตรงนั้น เป่ดเผยให้ทุกคนมีส่วนร่วมติดตามทุกฝ์าย ถ้ามาชี้แจง มาร้องเรียนเรื่องนี้ รับฟังความคิดเห็นครับ แต่ว่าไม่ใช่ไปพูดเพียงแต่ว่าต้องการที่จะให้ โครงการหรือแผนงานนี้เกิดความล่าช้าไป ผมอยากเรียนว่าวันนี้มันเปึนวันที่เราจะต้องมา เชิญชวนกันอีกครั้งหนึ่งครับ มาเชิญชวนกันอีกครั้งหนึ่งว่าเราทุกคนในสภานี้มีหน้าที่ ที่จะร่วมกันในการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ผมไม่ลงไปในรายละเอียดหรอกครับท่านประธานว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะไปทําอะไรบ้าง ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้รายละเอียดโครงการ ยังไม่มีเลยนะครับ เพราะว่าต้องขออนุมัติเงินจากท่านไปก่อนแล้วรัฐบาลจะไปดําเนินการ วันนี้ถ้าท่านจะตรวจสอบจริงนะครับ ท่านไม่ต้องเปึนห่วง พ.ร.บ. ฉบับนี้หรอกครับ ท่านไป ดําเนินการกับ พ.ร.ก. ที่ออกมาแล้ว ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกําลังเร่งรัดที่จะให้มีการใช้เม็ดเงิน ก้อนนี้ออกไปเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจอย่างจริงจังในระยะกลาง ส่วน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผมเข้าใจว่าจะเริ่มต้นก็ป้ ๒๕๕๔ ที่จะต้องดําเนินการต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมขออนุญาตเวลาท่านประธาน มาพอสมควร และผมหวังว่าสิ่งที่ผมได้กราบเรียนต่อสภานี้เปึนความจริงใจ และเปึน ความต้องการที่อยากจะเห็นว่ารัฐบาลสามารถฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้ รัฐบาลสามารถที่จะใช้ เม็ดเงินนี้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และอยากจะเห็นว่าเพื่อนในสภาแห่งนี้เข้าใจตรงกันว่า เมื่อถึงคราวจําเปึนเราต้องกู้ ไม่ใช่บอกว่า เก่งแต่กู้ แต่ว่าเราต้องกู้เพื่อให้ประเทศของเรา เดินไปข้างหน้าได้ ขอบคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
(นายเจริญ จรรย์โกมล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเจริญ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิตาม ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ของสภา สืบเนื่องจากท่านผู้อภิปราย ท่านชินวรณ์ ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ซึ่งผมก็ตั้งใจฟังนะครับ ท่านเริ่มต้นในการอภิปรายของท่านนําเสนอต่อสภา แห่งนี้ ก็ด้วยความเคารพท่านก็ไม่น่าพาดพิงถึงผมแล้วก็พวกกระผมที่นั่งอยู่ตรงนี้เลย ท่านพูดว่า พวกผมคือฝ์ายค้านนั่งอยู่ตรงนี้มีแต่พูดคําว่ามีแต่กู้ ๆ แล้วพูดต่อบอกว่า พูดไม่เข้าใจ ไม่รับผิดชอบ ผมก็นั่งฟัง ผมก็อดทนว่าจะให้ท่านพูดเสร็จก่อนแล้วผมจะใช้ สิทธินี้พาดพิง จึงขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ท่านประธานครับได้โปรดวินิจฉัยจะให้ ผมใช้สิทธิพูดหรือไม่ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเท่าที่ฟังดูนะครับก็เปึนการพูดแสดงความคิดเห็นของท่านผู้อภิปราย แต่ผมอนุญาตให้ ท่านสั้น ๆ นะครับ ในประเด็นที่ท่านถูกพาดพิงแล้วท่านคิดว่าท่านเสียหาย สั้น ๆ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนที่ ท่านผู้มีเกียรติที่ได้พูดขึ้นมาเมื่อสักครู่ ท่านประธานยังไม่ได้เข้ามา ท่านเกริ่นขึ้นมาก่อน เปึนการดูถูกดูแคลนทําให้คนที่ไม่เข้าใจตั้งแต่ต้นในการปฏิบัติหน้าที่และในการทําหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้านนี้ เขาก็มีความรักชาติ รักแผ่นดิน ปกปัองศักดิ์ศรี และเกียรติยศ ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเช่นเดียวกัน แต่การปฏิบัติ หน้าที่มันก็ปฏิบัติคนละรูปแบบ ในรายการที่รัฐบาลเขาเสนอมานั้น ไม่ว่า พ.ร.ก. ก็ดี พระราชบัญญัติเงินกู้นี้ก็ดี ก็เปึนเรื่องของรัฐบาล เปึนเรื่องรัฐบาลจะอ้างเหตุผลว่า มีความจําเปึนในการฟุ๋นฟูแก้ไขเศรษฐกิจ อันนั้นเปึนเหตุผลของท่าน แต่ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพวกผมจะต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน โดยส่วนรวม ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับของสภา ข้อ ๘๒ ด้วย ผมไม่เข้าใจว่าคนขึ้นมาพูดรู้เรื่องหรือเปล่า คุณบอกว่าไม่มีหน้าที่มาตรวจสอบ ท่านดูข้อบังคับ ข้อ ๘๒ ดูสิครับ อันนี้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ประการต่อมา ผมไม่เข้าใจว่าท่านพูดว่า ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไร เพียงแต่ พวกผมในฐานะหน้าที่ผู้แทนราษฎรฝ์ายค้านกําลังนําเสนอต่อท่านประธานและ ประชาชนว่าการกู้เงินในรอบที่ ๒ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมันไม่มีความจําเปึนในขณะนี้ เพราะรายการแรกยังใช้ไม่หมดเลย รายการต่อมาก็ไม่มีรูปแบบรายการโครงการใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ท่านบอกว่าขอให้ตรวจสอบ จะตรวจสอบได้อย่างไร แล้วท่านกําลังมาพูด บอกว่าทางรัฐบาลจะต้องรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสิ้นป้งบประมาณภายใน ๖ เดือนว่ามีผลสัมฤทธิ์หรือไม่ จะรู้ได้อย่างไรว่าโครงการอะไรมันจะสัมฤทธิ์เรื่องอะไร มันก็เปึนหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปกปัองผลประโยชน์ของประชาชน จึงถาม อย่างไรว่าภาระหน้าที่ที่จะต้องกู้กันมาอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเปึนความรับผิดชอบ ของประชาชนทั้งประเทศไม่ใช่ของรัฐบาล ฉะนั้นสิ่งซึ่งท่านพูดบอกว่าไม่เข้าใจก็เปึนเรื่อง ของท่าน แต่อย่าไปกล่าวหาการทําหน้าที่นะครับ

ประการสุดท้ายบอกว่าไม่รับผิดชอบ แล้วพวกผมทําหน้าที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรตามกฎหมายไม่รับผิดชอบอย่างไร อันนี้ขอประทานโทษท่านประธาน แล้วผมต้องขอขอบคุณท่านประธานด้วยนะ ถ้ายังมีประธานวิปรัฐบาลอย่างนี้น่าจะ เปลี่ยนไปนั่งข้างบนแล้วให้ท่านข้างบนลงมานั่งข้างล่างเสีย อธิบายเสียยืดยาว ขอบคุณ ท่านประธานครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ์ พอแล้วครับ เดี๋ยวเราจะได้อภิปรายกันต่อประท้วงอะไรอีกครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิ พาดพิงสัก ๒ นาที นิดเดียวครับ เพราะมันเสียหายครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พาดพิงเรื่องอะไรครับ ท่านครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ที่ท่านประธานวิปรัฐบาลได้กล่าว พาดพิงถึงพวกกระผม เสียหายนะครับ คืออย่างนี้ ผมอยากจะกราบเรียนตําหนิ ท่านประธานวิปรัฐบาลว่าในฐานะที่ท่านเปึนประธานวิปรัฐบาลท่านน่าจะเสนอความเห็น ที่มันเปึนบวก แล้วก็เชิญพวกผมให้ร่วมมือ ไม่ใช่มาตําหนิพวกผม ผมจะบอกให้ว่าพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ที่ท่านใช้เงินไป ใช้แค่ ๖๔,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ได้แค่นี้ อีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทท่านยังไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนมา แล้วจะเอาอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

อย่างไรขอท่านให้เปึนมิตรไมตรี หน่อยนะครับ ท่านประธานวิปรัฐบาลครับ มันจะได้ประชุมได้ ผมจะได้ช่วยท่านครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ เชิญผู้อภิปรายท่านต่อไป เชิญท่านสงวน พงษ์มณี ครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน 🔗

ท่านประธานครับ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน วันนี้ดีใจที่ได้ฟังวิปรัฐบาลพูดแล้วผมคิดว่าเปึนประเด็นทาง ข้อกฎหมายและความเห็นทางกฎหมาย และเปึนประเด็นเรื่องข้อเท็จจริง ผมคิดว่าต้องขอ ใช้เวลาไม่มากครับ ท่านครับ แต่จะพูดในส่วนที่เปึนข้อกฎหมาย ในความเห็นของผม อาจจะเหมือนหรืออาจจะต่าง ผมคิดว่ามันเปึนเรื่องความเห็น ทีนี้ผมคิดว่าถ้าไม่สบายใจ ว่ากู้ ๆ ก็ขอใช้คําว่า ยืม ก็แล้วกัน ต่อไปนี้ผมจะไม่ใช้คําว่า กู้ จะใช้คําว่า ยืมเงินมาใช้ อะไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมเห็นด้วยกับวุฒิสมาชิก แล้วรัฐบาลน่าจะขอบคุณ วุฒิสมาชิกด้วยซ้ําไป เพราะท่านดูชื่อของกฎหมาย ท่านครับ กู้เงินเพื่อใช้ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ กฎหมายนี้ขอกู้นะครับ แต่ที่แก้มาตรา ๓ นั้นหมายความว่าทําให้กฎหมายฉบับนี้มีสภาพ ของการใช้งบประมาณด้วยครับ ท่านประธานครับ นี่คือการช่วยรัฐบาลไม่ให้ผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ในแง่ข้อกฎหมาย ท่านครับ จะดูเฉพาะพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้ ถ้าพูดเรื่อง การกู้เงินมาใช้ กู้เสร็จ ใครจะกู้ก็ตาม ท่านครับ มันก็เข้าคลังเปึนเงินหลวง แล้วเงินหลวง ถ้าจะใช้ เปึนพระราชบัญญัติอย่างเดียวท่านประธาน กฎหมายวิธีการงบประมาณ ป้ ๒๕๐๒ มาตรา ๑๘ บอกเลยนะครับ จะใช้เงินหลวงต้องทําเปึนพระราชบัญญัติ จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงต้องเปึนพระราชบัญญัติแก้ไขเปลี่ยนแปลง จะเพิ่มเติมก็ต้องเปึน พระราชบัญญัติเพิ่มเติม อย่างอื่นไม่ได้ครับท่าน ทีนี้จะใช้ได้เท่าไร ก็บอกว่าต้องดูอีก ๒ ฉบับ ว่าด้วยเงินคงคลังกับว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ ท่านก็เข้าใจดีอยู่ ทําไม ผมยืนยันว่าท่านเข้าใจดี ไม่เช่นนั้นท่านคงไม่ตั้งงบประมาณป้นี้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะอะไรครับ ตั้ง ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ เพราะมันผิดข้อกฎหมายใช่ไหมครับ แต่ทีนี้ข้อกฎหมายฉบับสุดท้ายที่ผมเอ่ยถึงคือบริหารหนี้สาธารณะ กู้ในระบบได้เท่าไร มาใช้ในงบประมาณได้กี่เปอร์เซ็นต์ก็กําหนดไว้ นอกงบประมาณกู้ได้เท่าไรก็กําหนดไว้ แต่ พ.ร.ก. ฉบับนี้หรือพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้ง ๒ อย่างนี้ มันเกินกฎหมายทั้งสอง จึงเปึนประเด็นหนึ่งที่ผู้รู้ทางกฎหมายในรัฐสภาแห่งนี้ ผมสนทนาธรรมกับทั้งวุฒิสมาชิก และทั้ง ส.ส. หลายคนนะครับท่าน กําลังมองท่านประธาน ผมจะบอกท่านประธานผ่านถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ท่านครับ ท่านประธานครับ เขามองอยู่ ๒ จุด จุดที่ ๑ เขามอง พ.ร.ก. ครับท่าน ท่านอ่านมาตรา ๓ หน่อยนะครับ ไม่มีอะไรต่างกัน พระราชบัญญัติกับ พ.ร.ก. เหมือนกันหมด มาตรา ๓ บอกว่า วรรคท้าย ๆ ท่านดูนะครับ ให้เสนอกรอบการใช้ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ คนกลุ่มหนึ่งกําลังบอกว่ารัฐบาลนี้ผิดกฎหมายไปแล้วครับ หลายคนบอกว่าก็เอากรอบมา ขอสภาหรือยัง บอกสภาแล้ว บอกตอนไหน เอาเข้ามาตอนนั้นมันเปึนกระบวนการทําให้ กฎหมายสมบูรณ์ คุณจะใช้ คุณต้องมาแจ้ง นี่ท่านเขียนเองนะ เขาก็บอกว่าเมื่อท่าน เขียนเองแล้วแต่ท่านไม่ปฏิบัติ มีคนรอจังหวะจะยื่นให้ศาลตีความ ถ้าศาลตีความแล้ว ยังบอกว่าท่านถูกมันจะบันทึกให้ลูกหลานรู้ว่าวินัยการเงินการคลังของเราต้อง เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไหม นี่เปึนประเด็นแรกท่านครับ ทีนี้เขาก็เลยแก้ช่วยท่าน ผมเห็นด้วยกับเขานะ เหมือนกับท่านที่อภิปรายไปแล้ว คือท่านหมอชลน่าน เขาบอกว่า ท่านต้องกลับมาให้เราพิจารณา นั่นหมายความว่าเอารายละเอียดมาบอกให้เรา และ ท่านประธานวิปฝ์ายค้านเมื่อสักครู่ท่านบอกว่านั่นมันเปึนการทํากฎหมายงบประมาณ มันไม่ใช่กฎหมายกู้เงิน ก็ถูกของท่านละ แต่ถ้าท่านจะใช้เงินท่านต้องมาขออนุญาตสภา ไม่ใช่ใช้เองได้นะครับ มีคนรอจะตีความถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน ผมร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานก็อยู่ด้วย กระบวนการจัดความสัมพันธ์เรื่องอํานาจระหว่างฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลและสภาในเรื่องกฎหมายการเงินเปึนอย่างนี้ ถ้ากฎหมายขึ้นไปวุฒิสภาแก้ สาระสําคัญของกฎหมายเกินไป สภาล่างไม่ยอมรับก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ในขณะที่ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันนี่นะครับท่านประธาน ท่านเชื่อไหมครับ เสียงส่วนใหญ่ ของรัฐบาลกลายเปึนเสียงส่วนน้อยไปทันทีเลยครับ ท่านอย่าเข้าใจว่าท่านเปึนเสียงส่วนใหญ่ ณ ขณะนี้ อย่างไรท่านก็ตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ๒ สภา ฝ์ายค้านไม่เห็นด้วยกับท่านอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะเปึนฝ์ายค้าน เพราะว่ามันเปึนกฎหมายการเงินที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ ต้องทําความเข้าใจมัน วุฒิสมาชิกเขาไม่ได้ชนะนิดหน่อย เขาเปึนเอกฉันท์ ถ้ามาอย่างนี้ ฝ์ายค้านกับวุฒิสภาอย่างไรก็ชนะท่าน ท่านจะต้องขึ้นไปต่อรองเพื่อให้กฎหมายนี้ลงตัว ผมยังเปึนห่วงไม่ใช่มาตราที่เพิ่มขึ้นใหม่นะครับ ผมเปึนห่วงมาตรา ๑๐ ด้วยซ้ําไป ที่ไป เติมเหมือนกับว่าดูง่าย ๆ แต่มันอ้างกฎหมายขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง

ผมคิดว่าทั้งหมดที่ผมพูดถึงผมกําลังพูดถึงเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมอยากให้นายกรัฐมนตรีและอาจารย์ผมซึ่งกําลังไปเปึน รองนายกรัฐมนตรีใหม่ รับฟังที่ผมกําลังพูดอยู่ด้วย วันนี้การตรวจสอบเข้มข้น ท่านประธานครับ ท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลก็บอก เราเปึนสมาชิกรัฐสภาด้วยกันนะครับ กฎหมายวันนี้พูดในนามสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าเราทําหน้าที่รัฐสภา เพราะจบจากการ พูดวันนี้ต้องไปตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน กระบวนการตรวจสอบมันเข้มข้น เข้มข้น อย่างไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเปึนหลุมพราง หลุมดักสําหรับผู้บริหาร ถ้าท่าน ยังชื่นชมรักษาไว้ หลุมดํานี้มันจะดูดท่านลงไปในหลุมนี้ ผมคิดว่าผมจะขอพูดในเรื่อง ข้อกฎหมายส่วนหนึ่ง ต่อไปผมจะพูดข้อเท็จจริงที่สนับสนุนว่าผมเห็นด้วยกับวุฒิสภา เพราะอะไร เพราะเขากังวลเรื่องการใช้งบประมาณเอสพี ๒ แล้วมันเห็นภาพว่ามันเปึน กระบวนการ ก ๓ ตัว ไม่ใช่กู้นะครับท่าน ก ๓ ตัว ผมฟังเขาพูดผมก็ตกใจเขาบอกว่ามันมี กระบวนการ โกง กิน เกิน ยืมมาแล้ว โกง กิน เกิน ผมพูดให้ท่านฟังนี่นะครับ เพื่อตอบสนองประธานวิปรัฐบาลว่าเราช่วยกันตรวจสอบ เมื่อช่วยกันตรวจสอบแล้วท่านดู วิธีการของผมนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานว่าในขณะที่ผมจะเสนอข้อเท็จจริง ผม จะอ่านเอกสารซึ่งเปึนของทางราชการ อ่านเสร็จวิพากษ์วิจารณ์เสร็จ ผมจะรวมรวบส่ง ท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่รักษาการตามกฎหมายนี้ถึงนายกรัฐมนตรี แล้ว อีกฉบับหนึ่งผมจะสนองตอบท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาล ผมจะยื่นผ่านท่านไปถึง สตง. ให้ช่วยตรวจสอบโครงการที่ผมไปพบ ผมสงสัยว่าน่าจะไม่เปึนเหตุเปึนผลกับการใช้ งบประมาณ ๒๘ โครงการ ประมาณสัก ๒๐ กว่าจังหวัดนิด ๆ ท่านประธานครับ ผมพูดทั้งหมดนี้ท่านประธานครับ ผมพูดเพื่อชี้ให้เห็นว่าเราร่วมกันตรวจสอบเพื่อรักษา เงินหลวง และผมจะพูดทุกเรื่องเพื่ออธิบายว่าผมเห็นด้วยกับวุฒิสมาชิกอย่างไร ท่านประธานครับ ผมยังอยู่ที่มาตรา ๓ ครับ วุฒิสมาชิกท่านมองเห็นว่าหากไม่เอาโครงการ มาขออนุมัติต่อรัฐสภาแล้ว มันจะเกิดกระบวนการเหมือนที่ผมจะยกตัวอย่างต่อไปนี้ ผมจะเอาของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านเอกสาร เอกสาร ฉบับนี้ท่านประธานครับ ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๒ คนลงนามเปึนรองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผมอ่านให้ท่านฟังนะครับ และอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ยิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านได้ยิน มีการ ไปแบ่งเงินครับ คือเงินนะครับ หนังสือฉบับนี้บอกว่าตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ในส่วนที่เปึนงบค่าก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซม และค่าก่อสร้างในโครงการพัฒนาคุณภาพ โรงเรียนสู่มาตรฐาน ตอนท้ายท่านบอกว่าอย่างนี้นะครับ ทั้งนี้ โรงเรียนสามารถใช้วงเงิน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของงบประมาณที่ได้รับในแต่ละรายการไปปรับปรุงซ่อมแซม เหลืออีก ๔๐ หรือน้อยกว่าให้เอาไปซื้อของตามรายการที่แนบมานี้ท่าน นี่เปึนหลักฐานของ ทางราชการท่านครับ แล้วก็เขียนอย่างนี้ดี อันนี้ลงวันที่ ๒๕ ฉบับนี้นะครับ แล้วในนี้มีสิ่ง ที่ส่งมาด้วย เขาบอกถึงขึ้นว่าบัญชีจัดสรรงบประมาณป้ ๒๕๕๓ เอสพี ๒ มีรายการว่า มีโรงเรียนไหนบ้างที่จะได้คอมพิวเตอร์ ๒๘ โรงเรียนเท่านั้น ถ้าได้ซีแอล ๑๐ (CL 10) จะได้เท่าไร ๒๐ จะได้เท่าไร ๒๕ จะได้เท่าไร เขามีหมด แล้วที่สําคัญนี้มันเปึนโครงการ ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน มันไม่ใช่เหมือนกับการเอาเงินไปให้ท้องถิ่น หรือว่าโรงเรียนซึ่งเปึนนิติบุคคลจัดการในโครงการคอมพิวเตอร์ที่เขาต้องการ แต่มันเปึน โครงการแจกของทั้งระบบ เพราะให้ทั้งโต๊ะไปด้วยท่านครับ เก้าอี้ไปด้วย ให้ไปหมดเลย โรงเรียนเขาไม่ต้องการ ทําไมไปเหมือนกับกระทรวงสาธารณสุขเหลือเกิน แล้วเวลา ประมูล พอเสนอไปปุ็บ ท่านประธานครับ ผมจะฝากกราบเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยครับ พอเสนอไปปุ็บ ให้รายชื่อโรงเรียนแล้ว จังหวัดไหนได้เท่าไรแล้ว บอกว่าจะต้องซื้อ ตามนี้ ราคาอะไร เขาก็รีบประกาศ ให้รีบประกาศ ส่งเรื่องส่งราวมาในวันที่ ๑ กันยายน ออกวันที่ ๒๕ สิงหาคม ถึงเขตวันที่ ๒๖ สิงหาคม เข้าสู่โรงเรียนที่ได้เงินวันที่ ๒๘ สิงหาคม ให้ประกาศให้ทราบโดยวันที่ ๑ แล้วตอนนี้ส่งของแล้วครับ ทําไมไวอย่างนี้ก็ไม่รู้ และบริษัทที่ส่งเข้าไปก็รู้เหลือเกิน บริษัทนี้ผมจะตั้งชื่อว่าบริษัท ตาทิพย์ จํากัด ตั้งอยู่ที่ ๓/๖๖ หมู่ ๖ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ลาดพร้าว เขามีตัวแทนทุกจังหวัดที่ได้โครงการ ท่านประธานครับ แปลกไหมครับ บริษัทตาทิพย์เหลือเกิน แล้วเสนอราคา เวลาประกาศปุ็บ ประกาศอย่างดีเลยไม่มีคนไปยื่นซองเลย พอวันสุดท้ายบริษัทนี้บริษัทเดียว เลยอยากถามว่า ๒๘ โครงการ ๒๘ โรงเรียน ๒๐ กว่าจังหวัดนี้ได้บริษัทนี้บริษัทเดียวหรือเปล่า แต่บริษัทนี้น่ารัก เหลือเกินท่านครับ ไปประมูลจังหวัดไหนก็ได้เอาตัวแทนของบริษัทตัวเองทั่วประเทศ ประกอบไปให้หมดเลยครับ นี่เขาตาทิพย์จริง ๆ ท่านประธานครับ จังหวัดไหน จังหวัดไหนมีหมด จังหวัดภาคเหนือมีกี่โรงเรียนได้รับ ในรายละเอียดของ ภาคเหนือก็ช่างมีตัวแทนของบริษัทอยู่ครบ ทั้งหมดที่ผมพูดถึง นี่เปึนเพียงหนังสือฉบับที่ ลงวันที่ ๒๕ ซึ่งลงนามโดยรองเลขาธิการ ยังมีอีกฉบับหนึ่งครับท่านครับ ลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม เหมือนกันครับ ลงนามโดยเลขาธิการเลย ก็พูดในทํานองเดียวกันว่าเรื่องการ จัดซื้อครุภัณฑ์ แล้วก็ส่งรายการไปอีกนะครับ กําหนดไว้ ๓๙๙ รายการ อุปกรณ์กีฬา จํานวน ๘๐ รายการ มีราคาท่าน แล้วราคามันแพงกว่าปกติ ผมอ่านเพียงรายการเดียวนะครับ ท่านครับ ท่านฟังนะครับ เครื่องปรับอากาศ พี่น้องประชาชนมีเครื่องปรับอากาศ ครูเขามี เครื่องปรับอากาศ เขากังวลครับท่านประธานครับ เครื่องปรับอากาศขนาด ๙,๐๐๐ บีทียู (BTU) ราคาต่อหน่วย ๒๕,๐๐๐ บาท ไม่ระบุยี่ห้อ แต่มันไปเท่ากับราคาของบริษัทหนึ่งเลยครับ อีกสักอันหนึ่งครับท่าน ๑๓,๐๐๐ บีทียู ๓๔,๔๐๐ บาท แล้วเวลาเขาเสนอ ยังไม่ได้ทําอะไร เลยท่านประธานครับ ก็มีบริษัทไปบอกโรงเรียนเลยนะครับ ถ้าไม่ซื้อแพงนะครับ เงินจะถูก กลับคืน เพราะว่าไม่เหมือนเงินงบปกติ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ ประกาศว่า เขาบอกอย่างนี้นะครับ ได้ประกาศว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ได้ประกาศว่าถ้าไม่ซื้อ ตามนี้ คือให้เงินไป ๑๐๐ บาท เงินเหลือคืนคลัง คืนส่วนกลาง เขาก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้น จะต้องซื้อตามนี้หมดเลยหรือ มีโรงเรียนหนึ่งลองเอามาเซ็นลายชื่อด้วยน้ําตาตกครับ เพราะอะไรครับ เพราะรายละเอียดตรงนี้ ท่านดูนะครับ ตู้เอกสารครับ แพงจริงไปครึ่งหนึ่ง แพงกว่าจริงครึ่งหนึ่ง ที่ผมพูดให้ท่านฟังนี่นะครับ เพื่อจะบอกว่าทั้งหมดที่ผมพูดเปึน เพียงเด็ก ๆ เพราะว่าโรงเรียนที่ผมพูดถึงเปึนโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน เดี๋ยวจะมี เพื่อนสมาชิกผมพูดเรื่องโรงเรียนหรือวิทยาลัย มันมีอะไรที่หนักหนาสาหัสกว่านี้เยอะ ๔๐๐ กว่าโรงเรียน ชัด ๆ ท่านครับ ทั้งหมดนี่นะครับ ผมก็ขอบคุณที่มีโอกาสได้พูดเรื่องนี้ เพราะอะไรครับ เพราะประธานวิปรัฐบาลบอกว่าเรามาช่วยกันจับการทํางานของ กระบวนการที่ส่อว่าจะทุจริต แล้วเขาบอกว่าถ้าทําดี ๆ มันมีคนนอนหลับแล้วเห็นเขา ทอนเงินกัน เขาหลับแล้วฝันว่ามีการทอนเงิน เพราะว่าราคามันสูงเหลือเกินครับ คอมพิวเตอร์นะครับท่านครับ ที่บริษัท ตาทิพย์ นี้นะครับ ส่งไปที่จังหวัดต่าง ๆ เขาอ่านดูแล้ว เขาว่ามีรายการหนึ่งครับท่านครับ ๖๓,๓๖๐ บาท ราคานะครับ เปึนราคาที่ต่ํา และสเปก (Spec) สูงมากครับ บริษัทนี้บอกว่ามีบริษัทเดียว ใครจึงไม่กล้าแข่งขัน แต่พอส่งของครับ ก็จําเพาะว่าขาดเฉพาะตัวนี้เลยครับ ตอนนี้โรงเรียนที่รับของ ตัวนี้ขาด และผู้ส่งบอกว่าอย่างไรครับ อย่าไปปรับผมนะครับ เพราะของผมกําลังเดินทางเกือบ จะถึงท่าเรือแล้ว ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมพูดถึงนี่นะครับ ผมกําลังจะบอกว่า ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของสมาชิกวุฒิสภาจึงได้แก้ไขกฎหมายฉบับนี้ให้เอาโครงการมา ตรวจสอบเสีย ในขณะที่ผมพูด ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังอยู่ และผมคิดว่า ท่านอาจารย์ไตรรงค์ก็คงฟังอยู่ เรื่องอย่างนี้ผมคิดว่า ผมไม่เชื่อว่าถ้าเห็นเอกสารแล้ว จะยอมให้ทําอย่างนี้อีกไหม แต่บังเอิญเอกสารที่ผมบอกว่ามันมีการสมบูรณ์แล้วในการทํางาน ประกาศหลายวันไม่มี บริษัทไหนไปเสนอเลยครับ พอเสนอปุ็บผมก็ถามว่ามันเปึนอย่างนี้ได้อย่างไร เขาก็บอกว่า ให้เลือกบริษัทก่อน ให้เลือกผู้รับจ้างก่อน ให้เลือกคนเข้ามาจัดซื้อ จัดจ้างกันก่อน ถ้าเลือกได้แล้วคนเขาฝันอีก ตอนหลับเขาฝันว่า ถ้าเลือกได้แล้วไม่ได้บริษัท หรือบุคคล หรือห้างร้านที่ต้องการ เงินไม่มา เขาตกใจตื่น พอตกใจตื่นอนุมัติเลยครับท่านประธาน เพราะกลัวจะเหมือนความฝัน ทั้งหมดที่ผมพูดคือกระบวนการที่ผมเห็นด้วยกับวุฒิสมาชิก ให้แก้มาตรา ๓ อย่างนั้น แล้ววุฒิสมาชิกท่านน่ารัก ท่านไปเพิ่มมาตรา ๑๑/๑ ให้ สตง. ได้กรุณาตรวจสอบ ๒ รอบใน ๑ ป้ ถ้าเปึนอย่างนี้ก็แสดงว่าจะทําให้ฝ์ายบริหารลําบาก มากขึ้น แต่ถ้าท่านยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าการตรวจสอบเข้มข้น อย่าแก้นะครับ มาตรา ๑๑/๑ เพราะนี่ละครับคืออํานาจสูงสุดที่รุมกันยกให้ สตง. วันนั้น แล้วเมื่อผมพูด จบจะมีคนมาพูดรายละเอียดเรื่องอื่นต่อ ผมจะส่งเอกสารทั้งหมดให้ท่านประธานชุดหนึ่ง ถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อีกชุดหนึ่งท่านประธาน ผมฝากจริง ๆ นะครับ ถือว่าผมได้ลงทะเบียนโดยการอภิปรายไว้แล้วว่าฝากท่านประธานถึง สตง. ให้ตรวจสอบ ๒๘ โครงการนี้ด้วยครับ นี่คือการแสดงความคิดเห็นในสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ซึ่งทําหน้าที่ตรวจสอบ ผมตรวจสอบจริง ๆ อย่างไม่มีอคติ แต่ผมไม่พอใจที่ทํากันอย่างนี้ ถ้าผมจะพูดให้เจ็บ ๆ ก็บอกว่า ท่านเลือกที่จะทําอย่างนี้ จริง ๆ ผมอยากจะใช้ ส นะครับ ท่านเลือกที่จะทําอย่างนี้ ผมก็เลือกที่จะตรวจสอบท่านเหมือนที่ผมรายงานไปแล้วครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนายแพทย์วรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมต้องขออนุญาตกับท่านประธานที่จะกราบเรียนเกี่ยวกับเรื่อง การพิจารณา พ.ร.บ. เงินกู้ครั้งนี้ แต่ก่อนที่จะไปถึงเนื้อหาตรงนั้น ผมฟังแล้วบางประโยค ก็ไม่ค่อยสบายใจ ผมทราบดีว่าการเมืองปัจจุบันนี้เปึนการเมืองที่พยายามที่จะให้ร้ายปัายสี กล่าวหากัน

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

มีการกล่าวว่ารัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขอประทานโทษท่านนายแพทย์ นิดเดียวครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวรงค์มีผู้ประท้วง

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ไม่ทราบว่าจะสลับแบบฝ์ายค้าน ๒ คน แล้วก็รัฐบาล ๑ คน หรือว่าจะสลับ ๑ ต่อ ๑ ครับ ขอประทานโทษครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ รายชื่อฝ์ายรัฐบาลที่มีอยู่ เดิมมีอยู่ ๔ ท่าน ตอนนี้ถอนไป ๑ ท่าน แล้วก็ มีการยกมือเพิ่มเติมก็เท่ากับจะมีทางนี้ ๔ ท่าน ที่เหลือก็จะเปึนทางฝ์ายค้านนะครับ ผมก็ จะสลับ เดี๋ยวฝ์ายรัฐบาลก็หมดแล้วครับ เดี๋ยวก็ถึงท่านสุนัยแล้วครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ทีนี้อยากจะขอท่านประธาน ช่วยกรุณาเรียกท่านรัฐมนตรีสักคนเถอะครับ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเคยบอกว่า ประชุมสภาต้องมีรัฐมนตรี วันนี้ไม่นั่งสักคนเลยครับ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ นะครับ เดี๋ยวจะต่อแล้วครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ตอนนี้ผมเข้าใจว่าท่านฟังอยู่นะครับ เชิญคุณหมอวรงค์ต่อครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมขออนุญาตต่อในประเด็นที่ผม จะกราบเรียน ผมอาจจะขออนุญาตเท้าความรู้สึกนิดหนึ่งว่า ขณะนี้การพิจารณาทาง การเมืองไม่ว่าจะเปึนเรื่องงบประมาณหรืออะไรก็แล้วแต่ ท่านประธานอาจได้ยินเพื่อน สมาชิกที่พยายามกล่าวโจมตีรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าเปึน รัฐบาลที่มีแต่กู้ กู้ แล้วก็กู้ครับ ผมบังเอิญโชคดีที่ได้ไปค้นเอกสารของอดีตรัฐบาลที่ผ่านมา ก่อน ๆ นั้น บังเอิญผมเข้าใจดีว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ขณะนั้น พรรคประชาธิปัตย์เปึนฝ์ายค้าน และบังเอิญอีกเช่นกันว่าพรรคฝ์ายค้านในขณะนั้นคงไม่มี แนวคิดในการเล่นการเมืองแบบโจมตี หรือให้ร้าย หรือปัายสี ถ้าผมจะใช้บรรทัดฐาน เดียวกัน ผมเรียนท่านประธานว่า ผมจําได้ว่าในป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ท่านนายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้นได้ทําการออก พ.ร.ก. กู้เงินอยู่ ๑ ฉบับ ในวงเงิน ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะเดียวกันอดีตนั้นก็เคยมีการขายรัฐวิสาหกิจหลาย ๆ รัฐวิสาหกิจ ถ้าสมมุติมีการ ตอบโต้กันประเด็นทางการเมืองอย่างเดียวก็อาจจะมีการกล่าวหารัฐบาลอดีตนั้น นอกจากกู้แล้วก็มีการขายด้วย ซึ่งผมกําลังยกตัวอย่างให้เห็นครับ ดังนั้นผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านวรงค์ครับ เข้าประเด็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขเลยดีกว่า

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ผมกําลังจะโยงความรู้สึกครับ ท่านประธาน เพราะว่ามันคล้าย ๆ กันครับท่านประธาน อยู่ ๆ จะให้ผมมาบอกว่า พิจารณา ๆ แล้วก็จบเลยมันไม่ใช่ครับ เราต้องเท้าความแล้วก็สื่อความรู้สึกให้ฟังว่า ถ้าท่านกล่าวหาเราก็จะกล่าวหาได้เช่นกัน ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ผมจําได้ว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ในครั้งนั้นประมาณวันที่ ๑๕-๑๖ มิถุนายนที่ผ่านมา แล้วก็ หลายคนพยายามที่จะมองว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้คณะกรรมาธิการเต็มสภาในการพิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ด้วยความบริสุทธิ์ใจของรัฐบาลผมเชื่อว่าวันนั้นรัฐบาลตั้งใจที่จะให้ มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ผมจําได้ว่ามีรัฐมนตรีหลายท่านใจกว้างพอ หลังจากมีการ ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแล้วเชื่อว่าการพิจารณาในกรอบรายละเอียดอาจจะมีการ พิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ วันนั้นมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคือ คุณกรณ์ และมีท่านรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ก็คือท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พยายามชี้แจงว่า ถ้ามีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาจะมีการพิจารณารายละเอียดในชั้นขั้นตอนของ คณะกรรมาธิการ แต่เสียดายว่าวันนั้นฝ์ายค้านวอล์ค เอ้าท์ (Walk out) ออกไป แล้วเดิน ออกจากห้องที่ประชุม เพราะฉะนั้นในส่วนของรัฐบาลเองก็มีความจําเปึนต้องใช้ คณะกรรมาธิการเต็มสภาในการพิจารณา วันนั้นรัฐบาลไม่มีทางเลือกท่านประธานครับ จึงจําเปึนต้องใช้คณะกรรมาธิการเต็มสภา แต่ถามว่าการพิจารณาคณะกรรมาธิการ เต็มสภาวันนั้นมีฝ์ายค้านอยู่ไหม มีครับท่านประธาน บังเอิญผมได้มีการตรวจสอบ รายละเอียดของการประชุม ในการพิจารณามาตรา ๓ เช่นกัน วันนั้นก็มีเพื่อนสมาชิก จากพรรคฝ์ายค้านได้มีการแปรญัตติ ขอแปรญัตติคล้าย ๆ กับที่ทาง ส.ว. หรือวุฒิสภา ได้มีการแก้ไขเพื่อจะแก้ไขจากคําว่า เพื่อทราบ มาเปึน เพื่อพิจารณา และเช่นกันครับ วันนั้นเองคือเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการลงมติเพื่อยืนยัน ในร่างเดิม เพื่อให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.บ. นี้เพื่อทราบเฉย ๆ แต่หลังจากที่ผ่านไปสู่การพิจารณาของวุฒิสภาแล้วซึ่งมีเพื่อนสมาชิกจากพรรคฝ์ายค้าน พยายามที่จะลงความเห็นว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งที่วุฒิสภาได้มีการเสนอแก้ไขในการ พิจารณากรอบเงินกู้ครั้งนี้ให้เสนอสภามีการพิจารณาได้ ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า พวกเราไม่ขัดข้องครับท่านประธาน กระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอน ผมเชื่อว่า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ทุกคนเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลใช้จ่าย เม็ดเงินงบประมาณอย่างโปร่งใส แต่กระบวนการในการตรวจสอบควรจะต้องเปึนไปตาม ขั้นตอนของกฎหมายและจะต้องเปึนไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ กระบวนการ การตรวจสอบใช้ความรู้สึกอย่างเดียวไม่ได้ท่านประธาน ท่านจะมีความรู้สึกว่าเมื่อถึงตรงนี้ แล้วจะต้องให้ฝ์ายค้านตรวจสอบ หรือให้สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกรัฐสภาตรวจสอบ เราใช้ความรู้สึกอย่างเดียวในการตรวจสอบไม่ได้ กระบวนการในการตรวจสอบต้อง เปึนไปตามขั้นตอนของกฎหมายซึ่งรัฐธรรมนูญก็ได้กําหนดไว้ชัดเจนครับ ซึ่งวันนี้ผมเชื่อว่า รัฐบาลกําลังทําตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง รัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้ชัดเจนว่า ถ้าจะให้สภา มาพิจารณากรอบ ผมใช้คําว่า พิจารณา นะครับ ให้สภาพิจารณากรอบก่อนไปดําเนินการ ของรัฐบาลมันทําไม่ได้ เพราะอยู่ ๆ ถ้าจะให้สภาเข้ามาพิจารณากรอบเท่ากับว่า สภากําลัง เข้ามาแทรกแซงกระบวนการตัดสินใจทางการบริหารของฝ์ายรัฐบาล เหมือนกับว่ารัฐบาล มีแผนการในการใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ แต่ถ้าอยู่ ๆ ให้สภามา พิจารณารายละเอียดตรงนี้ก็เท่ากับว่าสภากําลังจะเข้ามาแทรกแซงกระบวนการตัดสินใจ ของฝ์ายบริหารซึ่งถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมฟังดูแล้วตรรกตรงนี้มันมีเหตุผลครับ ท่านประธาน ไม่ใช่ว่าเปึนสิ่งที่ไม่มีเหตุผล แต่ผมก็เชื่อเช่นกันว่ากระบวนการในการ ตรวจสอบมันเกิดได้ทุกขั้นตอน แม้กระทั่งในชั้นคณะกรรมาธิการต่าง ๆ คณะกรรมาธิการสามัญ ของสภาทั้ง ส.ส. และ ส.ว. สามารถที่จะเรียกไปตรวจสอบการดําเนินการของรัฐบาล ได้ตลอดไป ดังนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนทางบ้าน ถ้าไม่ย้ําตรงนี้เดี๋ยวประชาชนสับสน หลายคนสับสนว่า เม็ดเงินงบประมาณตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาไม่รู้รายละเอียดเลย ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ครับ ขั้นตอนตรงนี้ รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ชัดเจนว่าให้สภาเพื่อทราบได้ไม่เปึนอะไร แต่ให้สภาพิจารณาก่อน ดําเนินการนั้นถือว่าฝ์ายนิติบัญญัติจะเข้าไปแทรกแซงฝ์ายบริหารมันขัดรัฐธรรมนูญ และอยากจะย้ํากับพี่น้องประชาชนทางบ้านที่ไม่เข้าใจกระบวนการว่า มีกระบวนการ ในการตรวจสอบที่สภาสามารถตรวจสอบการดําเนินการของรัฐบาลได้มากมายเยอะแยะ ไปหมด เพราะฉะนั้นอยากจะชี้ให้เห็นประเด็นนี้

ผมมีประเด็นที่อยากจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพถึงความบริสุทธิ์ใจของ รัฐบาล ซึ่งต้องชื่นชมรัฐบาลชุดนี้ คือท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่แสดงถึง ความโปร่งใสที่ต้องการให้สภามีส่วนร่วมในการรับทราบการดําเนินการของรัฐบาล ผมจะ ยกตัวอย่างพระราชกําหนดที่ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ซึ่งอดีตที่ผ่านมาเคยกู้ ครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ สมัยนั้นให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน และจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟุ๋นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน ระยะที่ ๒ ในวงเงินกู้ ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ออก พ.ร.ก. เงินกู้เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๒ ในวงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานทราบไหมครับว่า พ.ร.ก. ๒ ฉบับนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในมาตรา ๓ ในมาตรา ๓ อดีตที่ผ่านได้กําหนดไว้ชัดเจน ให้กระทรวงการคลังกู้เงิน ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จบ ไม่มีการที่จะต้องมาบอกว่าต้องมาให้รัฐสภารับทราบ แต่ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในมาตรา ๓ ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ก่อนดําเนินการ เท่ากับว่าวันนี้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เพิ่มเติมกระบวนการให้รัฐบาลมารายงานให้สภาได้รับทราบก่อนไปดําเนินการ อดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีประโยคพวกนี้ แต่วันนี้รัฐบาลใจกว้างครับ แต่บังเอิญความใจกว้าง ของรัฐบาลก็กลายเปึนถูกโยงไปสู่ประเด็นทางการเมืองเพื่อชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่โปร่งใส หลายคนอาจจะท้วงติงผม สิ่งที่ผมพูดอยู่นั้นเปึน พ.ร.ก. เปึนพระราชกําหนด ผมมีโอกาส ได้ไปค้นอดีตที่เปึน พ.ร.บ. เงินกู้เช่นกัน คล้ายกัน พ.ร.บ. เงินกู้ของรัฐบาลชุดนี้เขียนไว้ใน มาตรา ๓ อดีตที่ผ่านมาเคยมีการใช้ พ.ร.บ. เงินกู้ที่ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินจาก ต่างประเทศ ตอนนั้นรัฐบาลที่เปึนประชาธิปไตยมาก ๆ คือป้ พ.ศ. ๒๕๑๙ ในมาตรา ๓ คล้าย ๆ กันครับ ก็เขียนว่าให้อํานาจกระทรวงการคลังโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี มีอํานาจในการกู้เงินในนามของรัฐบาล พอดีสมัยนั้นกู้เงินจากต่างประเทศ และกู้เงินจาก ข้อไหนบ้าง ๑ ๒ ๓ ในวงเงินเท่าไรแค่นี้เองครับ ไม่มีการระบุว่าจะต้องมารายงานให้กับ รัฐสภาเพื่อทราบ แต่เรามาดูในสมัยของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในมาตรา ๓ ซึ่งเปึนมาตราที่มีปัญหาครับ ที่ทางวุฒิสภาขอให้มีการแก้ไขหรือเพื่อนสมาชิก จากพรรคฝ์ายค้านพยายามตําหนิว่ารัฐบาลไม่โปร่งใส ผมถือว่าวันนี้รัฐบาลท่านใจกว้าง จริง ๆ ในมาตรา ๓ ที่เป่ดโอกาสให้ ครม. เสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.บ. นี้ ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ เปึนการใจกว้างของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนอย่างยิ่ง ถ้าเทียบอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปึนพระราชกําหนดให้ อํานาจกู้เงิน หรือ พ.ร.บ. ให้อํานาจกู้เงินไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ เพียงแต่ว่า รัฐบาลชุดนี้เพิ่มเติมขึ้นมา เท่ากับว่ารัฐบาลต้องการให้สภาเข้ามามีส่วนร่วมในการรับรู้ การดําเนินการของรัฐบาล คําถามถามว่าแล้วอย่างนี้กระบวนการตรวจสอบจะเกิดขึ้นได้ อย่างไร อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วว่ากระบวนการตรวจสอบมันตรวจสอบได้ตลอด คณะกรรมาธิการสามัญสามารถเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับเงินเหล่านี้เอาไป ดําเนินการมาตรวจสอบได้ทุกที่ครับ ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมาธิการการศึกษา คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข คณะกรรมาธิการการติดตามการบริหารงบประมาณ สามารถทําหน้าที่ได้หมดในการตรวจสอบ และมิหนําซ้ําในมาตรา ๗ ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ภายในระยะเวลาหกสิบวันนับแต่วันสิ้นป้งบประมาณให้กระทรวง การคลังรายงานการกู้เงินตาม พ.ร.บ. นี้ โดยที่ระบุรายละเอียดไว้ ๓ ข้อ ก็คือ ข้อที่ ๑ ระบุรายละเอียดของการกู้เงิน ข้อที่ ๒ ระบุวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกู้ และข้อที่ ๓ ระบุผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ เท่ากับว่าขณะนี้ พ.ร.บ. นี้ มีความชัดเจนครับว่า นอกจากท่านใช้อํานาจในฐานะคณะกรรมาธิการสามัญต่าง ๆ ในการตรวจสอบแล้ว พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังได้เขียนขั้นตอนในการตรวจสอบไว้ชัดเจนว่า ภายใน ๖๐ วันหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการใน ๓ ประเด็นหลัก ๆ ให้รัฐสภามีส่วน ในการตรวจสอบอย่างละเอียดครับ ฉะนั้นจึงอยากจะกราบเรียนกับประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนทางบ้าน เรื่องนี้สําคัญครับ มิฉะนั้นแล้วพวกเราจะถูกกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่มีความโปร่งใส หลีกเลี่ยงกระบวนการ ตรวจสอบ เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้วผมขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านเห็นไหมครับว่าขณะที่ชมรมแพทย์ชนบทเป่ดประเด็นมานิดเดียว กระบวนการทํางาน ต่าง ๆ ยังไม่เกิดขึ้นเลยครับ เปึนแค่อยู่ในกระดาษเฉย ๆ ท่านรัฐมนตรีก็แสดงความ โปร่งใสให้ทีมที่ปรึกษา ทีมเลขานุการลาออกไปก่อนเพื่อให้กระบวนการตรวจสอบนั้น เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ มาถึงตรงนี้เองผมคิดว่าจําเปึนต้องเรียกร้องความเปึนธรรมให้กับทีม ที่ปรึกษาและเลขานุการ ถ้ากระบวนการตรวจสอบนั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านี้ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนน่าจะให้ความเปึนธรรมกับคนเหล่านี้ได้มีโอกาสกลับเข้ามา ทํางานเหมือนเดิมครับ แล้วอยากจะย้ําว่าสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขทํานั้น เปึนการบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าขนาดเปึนแค่เศษกระดาษเฉย ๆ โครงการยังไม่ได้เริ่มต้น มีปัญหา รื้อครับ แล้วผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งผลก็จะชี้ออกมาว่าความผิดนั้นอยู่ที่ใคร แล้วอยากจะถามไปว่าอดีตที่ผ่านมาท่านก็คงจะทราบ เมื่อมีความผิดเกิดขึ้นมีรัฐบาล ชุดไหนบ้างครับ ที่แสดงความโปร่งใสและกระตือรือร้นเท่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปสู่กระบวนการตรวจสอบให้สังคมได้รับรู้ครับ

และท้ายที่สุดนี้ผมอยากจะฝากกับท่านประธานนะครับว่า พวกเราเชื่อว่า สิ่งที่ทางวุฒิสภาได้เสนอให้มีการแก้ไขด้วยการแก้คําว่า เพื่อทราบ ไปเปึน เพื่อการพิจารณา นั้น ขัดรัฐธรรมนูญครับ ขัดขั้นตอนของกฎหมาย แต่พวกเราไม่ปฏิเสธกระบวนการ ตรวจสอบ หรือแม้แต่ที่ทางวุฒิสภาเพิ่มมาตรา ๑๑/๑ ที่ให้ สตง. เข้ามามีส่วนร่วมในการ กระบวนการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลนั้น ซึ่งอยากจะกราบเรียน นะครับว่า สตง. เองนั้น มีอํานาจตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญอยู่แล้วในการ ตรวจสอบการใช้จ่ายเม็ดเงินของรัฐบาล ความจําเปึนในการเพิ่มเติมมาตรา ๑๑/๑ จึงไม่มี ความจําเปึนครับ จึงอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อทราบ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุนัย จุลพงศธร ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบขออภัยท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่ง อภิปรายจบเมื่อสักครู่ ที่ลุกขึ้นมาตอนแรกเพราะว่าตามกําหนดการนั้นจะให้ผมได้กล่าว ต่อจากทางท่านสงวน เพราะท่านสงวนได้พูดถึงเกี่ยวกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ โดยยกรูปธรรมของโรงเรียนประถม มัธยม ถ้าผมต่อก็เปึนวิทยาลัยเลยครับ มันจะได้ต่อกันพอดี แต่ว่ามหาวิทยาลัยไม่พูดถึงละครับ อาจจะมีการทุจริตบ้าง แต่ว่า บังเอิญมันแยกส่วนไป ทั้งนี้ เพื่อจะได้ให้ข้อมูลนี้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ท่านตั้งอกตั้งใจมากในการบริหารบ้านเมือง เมื่อสักครู่นี้ผมได้ทราบพรายกระซิบมา บอกว่านั่ง ๆ ฟังอยู่ลงไปอีกแล้ว ไม่ทราบว่าท่านไปดูเรื่องหุ้นหรือเปล่า เพราะวันนี้ ตกพิเศษเลยนะประเทศไทย ทั่วโลกไม่ตกครับ แต่ประเทศไทยตก ๓๐ กว่าจุดแล้วครับ ท่านเลยมีภาระ เดี๋ยวจะต้องกู้เงิน เดี๋ยวจะต้องใช้เงิน จะเก็บภาษีมรดก จะเก็บภาษีที่ดิน สุดท้ายท่านยังไม่ได้ทํานะ ถ้าท่านทําผมเชียร์ท่าน แต่ท่านไม่ทําผมไม่เชียร์แล้ว ท่านประธานครับ ผมเองได้ฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก คือถ้าเปึนเพื่อน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลท่านอื่น ผมไม่ค่อยอยากตําหนิ แต่ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ผมต้องตําหนิ คือท่านติดนิสัยฝ์ายค้านไม่เลิกเลย คุณหมอวรงค์ว่าบ้างไม่เปึนอะไร ลูกทีม พอเริ่มต้น ก็เล่นงานฝ์ายค้านอย่างนั้น อย่างนี้ พอเถอะครับ อ้ายนั่นเปึนหน้าที่ฝ์ายค้าน ถ้าท่านอยาก ทําอย่างนั้นท่านต้องมาอยู่ฝ์ายค้าน ประธานวิปฝ์ายรัฐบาลนั้นควรจะเรียกร้องหา ความสามัคคี หนักบ้าง เบาบ้าง ท่านมีเสียงข้างมากอยู่แล้วก็ไปได้ ด้วยเหตุนี้เอง ท่านประธานครับ ผมอยากจะเป่ดรายการที่จะให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามา ในสภาให้มากหน่อย เพราะเรื่องราวที่ผมจะอธิบายนี้มันมีหลักฐานบางอย่างคงต้อง โต้แย้งกัน โดยเฉพาะในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ผมนําเรื่องข้อมูลในกระทรวงศึกษาธิการมาอธิบายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผ่านท่านประธาน เพื่อให้ท่านเห็นชอบด้วยกับพวกเราว่าการที่ท่านวุฒิสมาชิกได้แก้ไข พระราชบัญญัตินี้มันมีเหตุผลชอบแล้ว ท่านประธานคงจําได้นะครับ การอภิปราย ในรอบแรก การกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเปึนคนหนึ่งที่อภิปรายเรื่องนี้ด้วย ความห่วงใย เพราะประเทศไทยไม่เคยมีละครับ ครึ่งป้รัฐบาลเสนอกู้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว เราจึงพูดแค่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ เพราะเดือนมีนาคมท่านก็เสนอขอวงเงินกู้ ๑๒๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าขาดสตางค์ตกไปบ้าง ต้องขออภัยนะครับท่านประธานครับ ท่านยังจําคําพูดได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านบอกว่าจะกู้ ๑๒๖,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจแล้วจะดี ตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าท่านคิดจะกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือยัง ท่านเสนอประมาณ เดือนมีนาคมยังไม่ถึงเดือนพฤษภาคมเลย ปรากฏว่าแจกไปคนละ ๒,๐๐๐ บาทอย่างที่ เรารู้กัน ไม่มาฟุ๋นฝอยหาตะเข็บแล้ว ปรากฏว่าแจกยังผิด แค่แจกสตางค์อย่างเดียวท่าน ยังแจกผิด จะเอาอะไรมา เขาถึงบอกว่าท่านไม่มีฝ้มืออย่างไร เขาบอกปอเต๊กตึ๊งเก่งกว่า รัฐบาลชุดนี้ เพราะเขาแจกงานเทกระจาดทุกป้ครับ เขาแจกเรียบร้อย นี่แจกไปแจกมาดัน มาแจกให้ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ อีก มันก็เห็นชัดเจน เราก็เตือนแล้วว่า ๑๒๖,๐๐๐ ล้านบาท มันจะหนักนะ ท่านก็บอกว่าเดี๋ยวจะดี ๆ ในที่สุดก็ไม่ดี ต้องมาขออีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ความห่วงใยอย่างนี้ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้าน โดยเฉพาะนะครับ ทางรัฐบาลก็คงห่วงใยเหมือนกัน แต่ว่าฝ์ายค้านเขาทําหน้าที่ตรวจสอบ เขาก็ต้องแสดงความห่วงใย จะมาหาว่าเขาตรวจสอบอย่างโน้นอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านประธานครับ การอภิปรายในเรื่อง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมพูดในสภาแห่งนี้ว่าตอนนี้ ประชาชนเขาบอกว่ารัฐบาลเปึนอย่างนี้แล้ว ๆ มีโกงกินอะไรต่าง ๆ นี่ยังร้อนตัวจังเลย ขึ้นมาคนแล้วก็ ๒ คน หาว่าเราว่าโกงอย่างนี้ ผมจะเริ่มต้นก่อนว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้เริ่มต้นที่ โกงครับ รัฐบาลนี้ถนัดที่สุดเริ่มต้นด้วยแก้เกี้ยว คือแก้ตัว ท่านครับ เขาพูดถึงว่าท่านกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกจะไปป่ดหีบ เพราะเก็บภาษีไม่เปึนไปตาม เปัาหมายของงบประมาณ แทนที่จะมาแก้ตรงนี้ โน่น แก้ตัว แก้เกี้ยวไปล่อรัฐบาลทักษิณ เสียแล้ว หาว่าไปกู้เท่านั้นเท่านี้ นั่นเขาไม่ได้กู้มาป่ดหีบนะครับ คําว่า กู้ ต้องชัดเจนนะครับ กู้มาทําโครงการ ทํารถไฟ รถไฟฟัาใต้ดิน รถไฟฟัาบนดิน สร้างถนนหนทาง ทางด่วน อันนั้นเปึนเรื่องกู้ทั้งนั้น อย่าทําให้ประชาชนสับสน วันนี้ท่านกู้คือ กู้มาป่ดหีบ ผมยังพูด ในที่นี้บอกว่ารัฐบาลยอมรับไหมว่าถังแตกแล้ว พูดกันอย่างภาษาชาวบ้าน คือถังแตกแล้ว ดังนั้นอย่าบิดเบือนไปว่า ไปกู้นั่นกู้นี่ ของท่านคือกู้มาป่ดหีบ คือไม่มีสตางค์จะบริหารประเทศ แล้วหนักไปกว่านั้น พระราชกําหนด และพระราชบัญญัติกู้ฉบับละ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนการกู้ที่มีลักษณะใช้จ่ายตามอําเภอใจ ในมาตรา ๓ กู้ด้วย จ่ายด้วย แล้วหนักไปกว่านั้น พระราชบัญญัตินี้ก็แปลก กู้แล้ว จ่ายแล้ว มีการให้กู้ต่ออีก มาตรา ๔ วรรคสองนะครับ กระทรวงการคลังอาจนําเงินที่ได้จากการกู้ไปให้กู้ต่อแก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงาน ในกํากับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อีกครับ แปลกไหมครับ นี่เท่ากับ เปึนนายหน้าเงินกู้แล้วหรืออย่างไรรัฐบาลนี้ มีสมาชิกสภาท้องถิ่นเขาบอกมา ท่านประธานครับ เขาเปึนห่วงเปึนใย กู้เสร็จแล้ว ปล่อยกู้ต่อได้อีกครับ เลยกลายเปึนว่า อบต. ไหน เปึนพวกฉัน ฉันให้กู้ต่อได้ เปึนการวางฐานคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง อบต. ไหนที่ไม่ใช่พวกตัว ก็กู้ต่อ ไม่ได้ เขาก็วิตกกังวลอย่างนั้น ดังนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านต้องทําใจให้กว้างก่อนว่า มันเปึนพระราชบัญญัติที่กู้เงินที่มันมโหฬารที่สุดตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์มา ต้องเอา ตรงนี้เสียก่อน ท่านประธานครับ วันนี้ร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เคารพ ผ่านท่านประธาน ถ้าท่านมีจิตใจเปึนธรรม และไม่มีส่วนในการทุจริตต่าง ๆ วุฒิสมาชิกเขาขอแก้นี่ ผมว่า เขาทําดีแล้วครับ ยกตัวอย่างมาตรา ๓ แทนที่บอกว่าแจ้งต่อรัฐสภาเพื่อทราบ เขาขอเพียงว่า ตัด ทราบ ออก ขอให้รัฐสภาพิจารณาการใช้วงเงิน มันไปเสียหายอะไรท่าน ไม่เสียหาย และโดยแสดงรายละเอียดโครงการที่จะนําเงินกู้ไปใช้จ่าย ท่านรัฐมนตรีครับ แสดง รายละเอียดมันลําบากนักหรือ ถ้าวันนี้ท่านลุกขึ้นมา พอผมอภิปรายจบ ท่านรัฐมนตรี ขึ้นมาปัูบ บอกว่าตามที่ท่าน ส.ส. สุนัย แบบสัดส่วนจากจังหวัดนครสวรรค์พูดมานั้น ผมเห็นว่าเอาตาม ส.ว. เลย จบครับ อภิปรายจบเลย จบเลยครับ และผมอยากจะบอก ผ่านไปยังท่านประธานครับว่า พี่น้องประชาชนที่ฟังรายการถ่ายทอดสดเฉพาะทางวิทยุ หรือว่าข่าวโทรทัศน์จะเอาไปออกต่อไปในเย็นนี้ก็ตามที การแก้ไขของวุฒิสภานี้ เขามีเหตุผล เพราะอะไรครับ เพราะ ส.ว. ส่วนใหญ่นั้น ท่านต้องยอมรับความจริงนะครับ ท่านประธานครับ ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ เขาเรียกว่า ๕๐ : ๕๐ นะครับ ส.ว. แต่งตั้ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เลือกตั้ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่งตั้งครึ่งสภา เลือกตั้งครึ่งสภา แต่งตั้งโดย สายงาน คมช. ที่ทางพรรครัฐบาล อย่าประท้วงนะครับ ชอบ ท่านมีความแนบแน่น เพราะสายการยึดอํานาจมันอยู่ในโครงสร้างเดียวกัน ดังนั้นวันนี้ที่ ส.ว. เขามีความเห็น เอกภาพขอแก้นี่ ท่านต้องฟังเขา ถ้าฝ์ายค้านแก้ ท่านก็ยังว่า เปึนฝ์ายค้าน มีผลประโยชน์ ที่แตกต่างกัน แต่ ส.ว. นี้ ส่วนใหญ่ก็มากับท่านนั่นละครับ เขาแก้ต้องให้เขา หรือถ้า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะลุกขึ้นกลางคันบอกว่า โอเค เกิดมโนธรรมแล้ว ตกลงเอาตาม ส.ว. เลย ก็จะจบเหมือนกันครับ จะจบเหมือนกัน แต่ถ้าไม่เกิดมโนธรรม ผมอภิปรายต่อ ถ้าเกิดมโนธรรมขึ้นในเวลาไหน ท่านลุกขึ้นเลยครับ แล้วผมจะนั่งลงทันที ไม่ได้เสียหายอะไรเลย ดังนั้นการอภิปรายคราวที่แล้วของกระผม ผมจึงตั้งว่าเปึน พระราชบัญญัติที่ ๑. แก้เกี้ยวหรือแก้ตัว รัฐบาลนี้ชอบแก้ตัว ไปแล้วนะครับ อภิปรายไป อภิปรายมา คุณชินวรณ์ยังไปโน่น ไปรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อีก ชอบหรืออย่างไรล่ะ พวกแต่งตั้งครึ่งหนึ่งชอบใช่ไหม ไหนว่าเปึนประชาธิปไตย พอแก้ตัวเสร็จ กู้เงินครับ ๔ ก อย่างไรครับ ๑. แก้ตัว ๒. กู้เงิน ๓. เก็บภาษี ๔. โกงกิน เอาให้ชัด ๆ เลย ๔ ก ที่ผม เคยพูดนี้ เคยพูดแล้วในอดีตที่อภิปรายตอนเข้าสภาวาระแรก หนังสือพิมพ์เอาไปพาดหัว เลยว่า สุนัยพูดเลยว่า ๔ ก รัฐบาล ๔ ก วันนี้ก็ยัง ๔ ก ยิ่งชัดกว่าเดิมด้วย ก ตัวใหญ่ขึ้นอีก นะครับ มีเสียงข้างหลังว่ามา ท่านประธานครับ ผมจะเริ่มต้นจากตรงนี้ให้ท่านเห็นชัดเจนว่า การกู้เงินของท่านในรอบ ๒ นี้ ขออนุญาตเรียงลําดับให้เห็นเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบว่า ประดักประเดิดมาก ส.ว. นี้ เขาเอื้ออาทรต่อรัฐบาลนี้มาก ตอนที่พระราชกําหนด เข้าวุฒิสภามี

ฉบับที่ ๑ พระราชกําหนดเรื่องขึ้นภาษี เก็บภาษีน้ํามัน ๑๐ บาท ถ้าจําไม่ผิด ภาษีเหล้า บุหรี่ จําได้ไหมครับท่านประธาน ย้ําอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เข้าพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็พระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าเขาก็เอื้ออาทร เขาจะไม่ให้ผ่าน แต่เขาก็ให้ผ่านไป ๑ ฉบับ ในเรื่องของการขึ้นภาษี จําเปึน

ฉบับที่ ๒ เขาจะไม่ให้ผ่านจําได้ว่าตอนนั้นนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์รีบบิน ด่วนกลับมาเคลียร์ (Clear) กับเขาเลยครับ มาเคลียร์กับ ส.ว. กับวุฒิสมาชิก เขาก็เลย ให้ผ่านอีกฉบับหนึ่ง เพราะว่าจะต้องไปป่ดหีบ ไม่อย่างนั้นบริหารประเทศไม่ได้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาจึงเอื้ออาทรให้ไปป่ดหีบก่อน แต่เขาบอกว่าเรื่องพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฉบับที่กําลังพูดถึงอยู่นี่มันเปึนเรื่องสําคัญ การกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขนาดนี้ แล้วเมื่อเดือนมีนาคมก็กู้แล้ว ๑๒๖,๐๐๐ ล้านบาท มากู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาเปึนเรื่องใหญ่มาก เขาจึงยังไม่ให้ผ่าน แต่ถ้านายกรัฐมนตรีไม่มาเคลียร์นะ เจ๊งแล้วนะ คราวนั้นครับ เมื่อเขาขอแก้ตรงนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลถ้ามีมโนธรรม ท่านครับ ร่างอันนี้ ส.ว. เขาช่วยให้การใช้เงินรอบคอบขึ้น แล้วผมจะมีหลักฐานมาโชว์ (Show) ท่านเพื่อให้ท่าน เกิดมโนธรรมว่าอย่างที่ท่าน ส.ส. สุนัยพูดมานี่ถูกต้องนะ ยอมเลย พอยอมปัูบจบเลยครับ หมดเวลาผมจะไปปราศรัยวันที่ ๑๔ ตุลาคม ที่สนามหลวงแล้วครับวันนี้ตอนเย็นครับ เลยต้องรีบขอพูดก่อน

ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ นี้เขาขอเพียงว่าคณะรัฐมนตรี ต้องเสนอ กรอบการใช้เงินกู้ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาก่อนเริ่มดําเนินการ มันไม่น่าจะเสียหายนะท่าน เพราะมันเปึนการกู้เงิน วันนี้มันเกิดข้อโต้แย้งในทางสังคม มาก ในขณะที่เงินไม่มี รัฐบาลไปกู้เงิน ๑๒๖,๐๐๐ ล้านบาท รอบแรกมาแจก แล้วก็ ไม่กระเตื้อง แล้วมาขอกู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒ ฉบับนี้ ปรากฏว่าการใช้เงิน ใน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกมันไม่ได้ประทับใจประชาชนเลยครับ มีการโกงกินกันแต่ละ เรื่อง ๆ ข่าวเข้ามาตั้งแต่เรื่องโครงการชุมชนพอเพียงจนถึงกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผมจะ ไม่กล่าวถึงกระทรวงสาธารณสุข เพราะรู้ว่ากระทรวงสาธารณสุขรัฐมนตรีว่าการนั้น มีความน่ารักเปึนส่วนตัวนะครับ แต่ท่านประธานครับสิ่งที่ชาวบ้านเขาไม่เข้าใจว่าอ้าย กู้เงินมา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะกระตุ้นเศรษฐกิจนี้มันไปเกี่ยวกับการซื้ออาวุธ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทอย่างไรครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อ ครม. ๒ สัปดาห์ก่อนท่านอนุมัติให้กระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่าน พลเอก ประวิตร ไป ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ไปซื้ออาวุธ เงินก็ไม่มี ไปกู้เงินเขามาซื้อ อาวุธนี่ มันกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรครับ ดังนั้นวันนี้ชาวบ้านบอกว่าเมื่อก่อนนี้ประเทศ รวย ๆ รัฐมนตรี ครม. รัฐบาลโกงกินเขาเรียกว่า ปล้นประชาชน เดี๋ยวนี้ประเทศยากจนเงิน ปล้นจากประชาชนก็ไม่มี ไปหลอกให้ชาวบ้านกู้เงินมาก่อน แล้วมาปล้นเงินประชาชน ที่กู้อีกทีหนึ่งครับ หนักกว่าเดิมนะครับ ท่านครับ ผมเปรียบเปรยให้เห็นว่าวันนี้การกระทํา ของรัฐบาลที่ประเทศก็ยากจน แต่โครงการต่าง ๆ กลับเกิดการทุจริตและบางโครงการ มันไม่เกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจเลย คือการซื้ออาวุธ มันคล้ายกับการปล้นทรัพย์ การปล้น วันนี้ท่านอาจารย์กฎหมายไม่อยู่ ปล้น คือการใช้ความรุนแรงในการเอาทรัพย์ มาเปึนการชิงทรัพย์โดยมีเปัาหมายต่อทรัพย์นั้น แต่ถ้าทําเกิน ๓ คนนี่ เขาเรียกว่า ปล้น ทรัพย์ แต่ถ้าทํากันทั้งกองทัพ ทั้งตํารวจ ทหาร ขูดรีดภาษีหมดแล้วก็ปล้นกันอย่างนี้ อันนี้เขาไม่ได้เรียกว่า ปล้น ตามราชการเขาเรียกว่า ขูดรีดภาษี แต่บุคลิกคล้ายกัน ท่านประธานครับ ตัวอย่างอย่างนี้ผมถามผ่านท่านประธานไปเลยว่า ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ใช่เงินกู้นี้หรือเปล่าครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ใช่ไหมครับ ถ้าใช่ท่าน ต้องตอบกับสังคมด้วยว่าที่ให้ไปนั้นมันกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร ซื้ออาวุธ มีแต่คน ในสังคมเขาบอกว่าเปึนเรื่องจ่ายค่าคุ้มครอง เพราะไปเล่นงานน้องชายเขาที่เปึน ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ท่านพัชรวาท และพี่ชายเขาโกรธเอา ไม่รู้จะทําอย่างไร เลยจ่ายไป ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท จ่ายค่าคุ้มครองไป เขามองอย่างนั้นนะ เดี๋ยวท่านมาชี้แจง ก็แล้วกัน ท่านประธานครับ ตามมาตราที่ผมกราบเรียนท่านไปแล้ว มาตรา ๓ ควรจะ อนุมัติมาประสานกับมาตรา ๑๑ ทําไมเราจึงเห็นชอบกับทางวุฒิสภา ในมาตรา ๑๑ ฝ์ายสมาชิกวุฒิสภาได้เพิ่มมาเปึนมาตรา ๑๑/๑ บอกว่า ให้สํานักงานการตรวจเงิน แผ่นดินตรวจสอบการรับจ่าย การเก็บรักษา และการใช้เงินกู้ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่า เปึนไปตามกฎหมาย ตามระเบียบข้อบังคับและมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ตลอดจน ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ และการจัดซื้อจัดจ้างตามโครงการว่าเปึนไปตามวัตถุประสงค์ ของการกู้เงิน ประหยัด ได้ผลตามเปัาหมาย และมีผลคุ้มค่าหรือไม่ แล้วรายงานผล การตรวจสอบดังกล่าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาทราบภายในเดือนมีนาคมและ เดือนกันยายน มันก็ดีนี่ครับ เพราะเงินนี้มันเปึนเงินกู้ที่รัฐบาลกู้มันก็ต้องใช้เครดิต ประชาชน คุณกรณ์กู้เองได้ไหมล่ะ ถ้าไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกู้ไม่ได้หรอก นี่ท่านไปกู้ในนามเครดิตของประชาชนเขา ดังนั้นวุฒิสภาเขาเขียนมาตรา ๑๑/๑ ขึ้นมา มันก็สอดคล้อง มันไม่มีอะไรเสียหาย และผมกําลังจะบอกท่านว่า ผมมีหลักฐานที่จะ ให้ท่านได้ทราบในระดับหนึ่ง ถ้าท่านอยากรู้นะ ผมอภิปรายเสร็จ ท่านเรียกผมไปนั่งให้ดู ผมไม่หวงเอกสารหรอกครับ ท่านจะรู้ความจริงว่าเปึนอย่างไร

เริ่มเลยนะครับ ผมจะขออภิปรายสนับสนุนมาตรา ๑๑/๑ และมาตรา ๓ ดังนี้ครับ เมื่อสักครู่ท่านสงวนพูดไปแล้วถึงเรื่องการซื้อประมูลการจัดจ้างด้วยบริษัท บริษัทเดียว ๙๐๐ บีทียู เครื่องแอร์ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท จริง ๆ ราคามัน ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท เท่านั้น เดี๋ยวนี้ชาวนาชาวไร่เขาซื้อแอร์ใช้กันแล้วนะครับ คนชาวบ้านก็ซื้อ แล้วเขาก็รู้กัน ทั้งนั้นว่าถ้าไม่ถึง ๑ ตัน ราคามัน ๑๐,๐๐๐ บาทต้น ๆ แต่ของท่านมัน ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ก็เห็นชัด แต่ของผมจะพูดเรื่องวิทยาลัย ทีแรก ๆ ผมเคยอภิปรายเรื่องอาชีวศึกษา ท่านคง จําได้นะครับ ผมเอาหลักฐานชัดเจนว่า อาชีวศึกษาได้จัดงบประมาณแบบกระเช้า ของขวัญ ๔๐๐ กว่าแห่ง ปรากฏว่างบประมาณได้เท่ากันหมด มี ๓ ราคา จําได้นะครับ ท่านประธานครับ มาคราวนี้ปรากฏว่ามาใหม่ครับ ไม่ใช่จัดตามกระเช้าของขวัญเสียแล้ว แต่เขาเรียกว่า จัดตามความกล้าของ ผอ. ครับ ถ้า ผอ. อาชีวะไหนมีความกล้า เอาไปมาก นั่นหมายความว่า เงินทอนก็มาก ถ้า ผอ. อาชีวศึกษาแห่งไหนรู้สึกว่า ผมไม่อยากเสี่ยงครับ ท่านครับ เอาไปน้อย ๆ ได้ไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้า ผอ. ไหนกล้า ๙๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาทไปเลยครับ เดี๋ยวผมจะชี้แจงให้ท่านดูเพื่อท่านรัฐมนตรีจะได้เห็นว่า มึงจะ เอากันขนาดนี้เชียวหรือนี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ตายลูกเดียวสิครับ ท่านประธาน ไปหาเงินมาให้เขากู้ โกงกัน หรือว่าท่านได้ด้วย ท่านถึงยอม หันมาทางผม เถอะครับ ไม่ต้องหันไปทางไหน ท่านประธานครับ ทีแรกผมก็ว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการผู้หญิง ผู้หญิงทําไมกล้าหาญนัก พอมาดูหลักฐานเข้ามันชักจะถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทําเหมือนพระเชียวครับ นุ่มนิ่ม พูดจาไม่มีทุจริต หรอกครับ เหมือนพระ เจ้าอาวาสไม่ไปทุจริต แต่โยมโกงมาถวายคงไม่ว่ากระมัง พระไม่รู้ หรอกครับ ไปขโมยไก่ชาวบ้านมาแล้วก็ทําแกงให้กิน ผมยังเข้าใจว่าเปึนอย่างนี้นะครับ ตอนนี้มันมาอย่างนี้แล้ว เดี๋ยวท่านดูนะครับ เพราะผมแปลกใจ ผมอภิปรายไปแล้วแทนที่ เลขาธิการอาชีวศึกษาจะถูกเล่นงาน จะถูกรัฐมนตรีว่าการจะเรียกมาพิจารณาบ้าง อะไรบ้างเปล่าเลยครับ กลับหนุนเรื่องนี้อีกครับ มีข่าวว่าจะย้ายแต่ว่าจะย้ายใหญ่ขึ้น กว่าเดิมอีก อ้าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอยู่ที่ไหน ผมยังไม่ได้กล่าวหาท่าน เพราะกล่าวหาไปก็ถอดถอนท่านไม่ได้เพราะไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่กําลังจะบอก เพื่อมาสนับสนุนกฎหมายนี้ว่าจําเปึนอย่างยิ่งที่ท่านควรจะพิจารณา ท่านครับ วิทยาลัย อาชีวศึกษา ๔๐๑ แห่ง วงเงินประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ๔,๖๒๕ ล้านบาท ตอนนี้มีการจัดงบประมาณใหม่แล้ว ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ ตามที่ผมบอกว่า ที่ผ่านมานั้นท่านได้จัดกระเช้าของขวัญเปึนหลัก ตอนนี้ไม่จัดเปึนกระเช้าของขวัญแล้วครับ แต่จัดตามความกล้า แต่ยังมีเฉพาะวิทยาลัยเกษตรครับยังจัดคงที่ ยังยืนหยัดลักษณะ กระเช้าของขวัญอยู่ครับ ส่วนวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอื่น ๆ จัดแบบใหม่แล้ว ดูเสมือนหนึ่งว่า ฟังผม แต่พอผมไปรู้รายละเอียดเข้า เอาข้อเท็จจริงที่ผมเสนอไปหากินอีกแบบหนึ่งครับ แต่ว่าวิทยาลัยเกษตรยังจัดแบบเดิมอยู่ครับ มีกี่ราคา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ วิทยาลัยเกษตร มี ๗ ราคาครับ ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้มากสุดนะครับ ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท ๗,๓๘๖,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท สูงสุด ๙,๖๐๐,๐๐๐ บาท มี ๗ ราคา นี่ยังแบบแฟลท เรท (Flat Rate) นะครับ เหมือนเสียดอกเบี้ยรถยนต์นะครับ ผมเคยเรียกว่าเปึนเรื่องกระเช้า แต่ปรากฏว่าตอนนี้ไม่ใช่แล้วครับ วิทยาลัยอื่น ๆ เปึนอีก เรื่องหนึ่งครับ ไม่น่าเชื่อครับท่านประธาน เฉพาะลําพูนนะครับ วิทยาลัยเล็ก ๆ ท่านสงวน อยู่ที่ไหนมาดูรายละเอียดเร็ว เฉพาะลําพูนได้ ๙๙ ล้านบาทครับ วิทยาลัยเดียวครับ ได้ ๙๙,๒๐๘,๐๐๐ บาทครับ วิทยาลัยเทคนิคลําปางได้ ๕๐,๕๘๘,๐๐๐ บาท วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ใหญ่กว่าได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เห็นหรือยังครับ อันนี้เขาเรียกว่า จัดตามความกล้า อันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปหาข้อมูลหรืออยากจะหลบหน้า ผมไม่ทราบครับ ไม่มาอีกแล้ว ไม่นั่งอีกแล้ว ท่านประธานครับผมจะลําดับให้ท่านเห็นชัด ๆ เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถ้าฟังผมอภิปรายแล้วเกิดมโนธรรมจะได้ บอกยอมเอาตามร่างของ ส.ว. ก็แล้วกัน จบเลยครับ ขออนุญาตนะครับ ผมขออนุญาต เริ่มเรื่องจากหนังสือพิมพ์มติชนครับ ไม่ใช่ผมไปเอาหนังสือพิมพ์มาอ่าน ท่านประธานผม ขออนุญาตท่านเพื่อจะปูให้เห็นว่า จากหลักฐานตามลําดับของมติชนมันจะไปเข้าสู่ข้อมูล ที่ผมมีอยู่นี่ครับ ป๊กเบ้อเร่อเลยครับ ในเบื้องต้นขออนุญาตท่านประธานนะครับ ฉบับแรกลงวันที่ ๑๑ ครับ อันนี้ต้องขอเริ่มต้น ตรงนี้ก่อน เพราะว่า ผอ. การอาชีวศึกษาจากจังหวัดนครสวรรค์บอกมาว่าท่านครับ ท่านขา ช่วยบอกด้วย ไม่ได้เริ่มต้นจากจังหวัดนครสวรรค์ แต่หนังสือพิมพ์ลงอย่างนั้น เขากลัวกัน ตอนนี้คนในกระทรวงศึกษาธิการไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้ผมแล้ว กลัว กลัวหาว่าเอาข้อมูลมาให้ผม แต่ผมจะกราบเรียนท่านที่ผมมีข้อมูลมากมายอย่างนี้ไม่ใช่ผมเก่งนะครับ ท่านประธานครับ แต่ว่าการทุจริตมันเอ่อล้นท่วมเหมือนน้ําแล้วครับ ไปที่ไหนก็เจอโดยง่ายครับ เดินไป ก็ชนเองครับ ไม่ใช่ผมเก่ง เขามาที่พรรคเปึนตะกร้า ๆ เลยครับ ผมเองไม่ใช่ว่าจองล้าง จองอะไรกับกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ใช่ครับ แต่ทีนี้พรรคก็บอกว่าทําอย่างไร ท่านสุนัย เรื่องนี้ท่านเคยอยู่กระทรวงศึกษาธิการ ผมบอกผมไม่รู้จะทําอย่างไร คนที่รู้จักผม ในกระทรวงศึกษาธิการถูกย้ายหมดแล้วครับเดี๋ยวนี้ ถูกย้ายหมด กราบเรียนด้วย ความเคารพ ผมไม่ได้ไปเอาตรงนั้นเลยครับ ไม่ได้ไปแคะไค้เจ้าหน้าที่ให้เดือดร้อนเลย แต่การทุจริตมันเอ่อล้นเหมือนน้ําท่วมกรุงเทพมหานครวันนี้ครับ เดินไปที่ไหนก็เจอ ๆ เขา ก็มาให้กันเยอะแยะไปหมด ดังนั้นผมกราบเรียนท่านนะครับว่าเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการอย่าเที่ยวไปโยกย้ายคนอื่นเขา บาปกรรม เขาไม่ได้มาให้อะไร ผมหรอก เริ่มต้นจากอาชีวศึกษา ตามข่าวในหนังสือพิมพ์มติชนวันที่ ๑๑ จะปูพื้นฐานให้ ท่านทราบ ที่จังหวัดนครสวรรค์รายงานข่าวจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาแจ้งว่ากรณีรัฐบาล จัดสรรงบประมาณหลายแสนล้านบาท ตามแผนพัฒนาปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๓ จริง ๆ หนังสือพิมพ์เขาน่าจะเขียนว่าไทยตัวแข็งมากกว่านะครับ ตอนนี้มันตัวแข็งแล้ว จะเจ๊งแล้ว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยกรุณากระชับหน่อยนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน 🔗

ครับ ไม่ยาวครับ ตัดเฉพาะตอนเลยครับ ท่านครับ กราบขอบพระคุณครับ โดยจัดสรรงบ ๔,๖๒๕ ล้านบาท ให้วิทยาลัยในสังกัด อาชีวศึกษา ๔๐๑ แห่งทั่วประเทศ ล่าสุดวิทยาลัยในสังกัดอาชีวศึกษาได้รับหนังสือจาก สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาแจ้งว่าได้จัดครุภัณฑ์มาให้วิทยาลัยใช้ในการ เรียนการสอน ซึ่งวิทยาลัยแต่ละแห่งได้ครุภัณฑ์ไม่เท่ากัน โดยวิทยาลัยเทคนิคลําพูนได้รับ การจัดสรรครุภัณฑ์สูงสุดเปึนมูลค่า ๙๙,๒๐๘,๐๐๐ บาท ส่วนวิทยาลัยการอาชีพ เวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงรายได้ ๓๖๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง นี่เขาเปรียบเทียบนะครับ ขณะนี้วิทยาลัยแต่ละแห่งได้รับโดยทั่วไปประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขณะที่จากการตรวจสอบในแวดวงวิทยาลัยอาชีวศึกษาด้วยกัน ปรากฏว่าผู้บริหาร ส่วนใหญ่ไม่ทราบล่วงหน้าและไม่ได้ทําเรื่องร้องขอ ไม่ได้ร้องขอครุภัณฑ์เลย และจาก การตรวจสอบครุภัณฑ์แต่ละชิ้นที่ได้รับแจ้งพบว่ามีราคาแพงกว่าราคาตลาด ๒-๓ เท่าตัว ปรากฏว่ายังไม่ได้เป่ดสอนก็ได้ครุภัณฑ์แล้วครับ และที่ร้ายที่สุดคืออะไรท่านประธานครับ ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ อันนี้เปึนรูปแบบราชการ คณะกรรรมการมีอยู่ประมาณ ๑๐๐ คน จัดไปหลายคณะ ในข่าวหนังสือพิมพ์มติชนวันที่ ๑๑ ยังยืนยันว่าคณะผู้บริหาร วิทยาลัยอาชีวศึกษาที่ได้ตั้งไว้ประมาณ ๑๐๐ คน เปึน ผอ. วิทยาลัยด้วยนะครับ เดี๋ยวผม จะชี้ให้เห็นว่า ผอ. วิทยาลัยที่เปึนคณะกรรมการจะได้งบประมาณมากเปึนพิเศษครับ ประธานจะได้ ๕๐ ล้านบาท ๘๐ ล้านบาทครับ แต่ถ้าไม่ได้มาเปึนกรรมการ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง มันจะเปึนธรรมได้อย่างไรครับอย่างนี้ มันสะท้อนให้เห็นว่า ถ้าวิทยาลัยไหนเข้ามาร่วมโกงกินกับฉันด้วย ถ้าคุณกล้า เอาไปมาก ๆ แล้วสิ่งที่บ่งบอก บ่งชี้เลยครับว่ามีแนวโน้มแน่นอน ใน ๑๐๐ คนนี้ คณะกรรมการคัดสรรครุภัณฑ์ที่จะใช้ งบประมาณไทยเข้มแข็งมาประชุมกัน เพื่อลงชื่อรับเปึนคณะกรรมการชุดนี้แล้วจัดสรรงบ ให้บุคคลทั้งหมด ๑๐๐ คนนี้ไปเที่ยวในต่างประเทศก่อนครับ ท่านประธานครับ เปึนอย่างไรครับ เริ่มต้นก็พาไปเที่ยวก่อนแล้ว อาทิเช่น ไปเที่ยวประเทศรัสเซีย ประเทศอิตาลีและประเทศญี่ปุ์น หลังกลับมาแล้วทุกคนจะต้องเซ็นชื่อรับเปึน คณะกรรมการให้เรียบร้อย เดี๋ยวผมจะเอ่ยชื่อแล้วไปเช็กดูว่าคนเหล่านี้ได้ไปเที่ยวประเทศรัสเซียไหม หรือไปเที่ยว ประเทศรัสเซียแค่แถวสะพานควายไม่ทราบ เข้าใจว่าไปเที่ยวต่างประเทศจริง ๆ ท่านครับ เอาชื่อไปเลยครับแล้วท่านจะรู้เอง ปรากฏว่าพอข่าวลงไปปัูบเกิดปฏิกิริยาจากรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้วครับ มีออกมาชี้แจง ผู้อํานวยการก็ออกมาชี้แจงตอบโต้ว่า ไม่ได้เปึนเช่นนั้น และที่สําคัญที่สุดปรากฏว่าใครครับ ผมก็ยังแปลกใจ ท่านเลขาธิการ การอาชีวศึกษาผมก็เคยอภิปรายไปแล้วคราวที่แล้ว รัฐมนตรีว่าการก็ไม่ดําเนินการอะไรเลย ผมได้รับทราบข่าวทางลึกว่าวันนี้ท่านเลขาธิการขึ้นตรงกับรัฐมนตรีว่าการแล้วครับ สายตรงแล้ว ปรากฏว่าเลขาธิการการอาชีวศึกษาได้ออกมาปฏิเสธว่าให้เจ้าหน้าที่ ดําเนินการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว แล้วจะนําไปเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการในวันรุ่งขึ้นครับ วันนี้วันที่ ๑๓ พอวันที่ ๑๔ ก็รายงานต่อรัฐมนตรีไปประชุมห้อง เขามีสํานวนนะครับ เขาเรียก ห้องม็อก (MOC) อยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการนะครับ ไปประชุมปรากฏว่าเลขาธิการ การอาชีวศึกษาก็บอกว่ายังไม่ได้ทําอะไรเลย นี่ตามหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ ๑๔ ซึ่งผม มีหลักฐานว่าท่านสั่งเรียบร้อยหมดแล้วนะครับ สําหรับปัญหาการใช้งบประมาณ ไทยเข้มแข็งของกระทรวงศึกษาธิการนั้น นางสาวนริศรา รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาแจ้งว่าจะได้รับการจัดสรร งบประมาณ ขึ้นอยู่กับจํานวนนักเรียนสาขาวิชาที่เป่ดสอนมี ๑๓ คลัสเตอร์ (Cluster) นายเฉลียวรับลูกว่า เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวว่าที่ระบุว่า บางมหาวิทยาลัยได้ครุภัณฑ์ที่ไม่ได้เสนอมานั้นเปึนไปไม่ได้ ขณะนี้วิทยาลัยยังไม่ได้ จัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้นที่บอกว่าซื้อครุภัณฑ์แพงกว่านั้นผมไม่ทราบว่าแพงกว่าได้อย่างไร ท่านฟังนะ อันนี้หนังสือพิมพ์ลงข่าววันที่ ๑๔ คุณเฉลียวแถลงวันที่ ๑๔ นะครับ ผมมีหลักฐานชัดเจนว่าท่านเฉลียวน่าจะแถลงโกหกครับ เพราะคําสั่งสํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ ๑๗๑๔/๒๕๕๒ นายเฉลียวเซ็นเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๒ เห็นไหมครับ หนังสือฉบับนี้ไปดูเลยครับ ที่ ๑๗๑๔/๒๕๕๒ เรื่องมอบอํานาจให้ ผู้อํานวยการวิทยาลัยสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ปฏิบัติราชการแทน ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ เซ็นเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๒ ครับ แล้วมาแถลงอย่างไรครับในหนังสือพิมพ์มติชนวันที่ ๑๔ ตุลาคม ห่างกันก็เกือบเดือนหนึ่ง บอกว่ายังไม่ได้ทําอะไรเลย ทําแล้วครับ เสร็จเรียบร้อยท่านจะเห็นอีกนะครับ ที่ผมสงสัย ว่ามันไม่ใช่เรื่องกรมอาชีวศึกษาของรัฐมนตรีช่วยว่าการแล้วมันขึ้นถึงรัฐมนตรีว่าการแล้ว และรัฐมนตรีว่าการมันมีคาถาอย่างหนึ่ง ท่านจะบอกว่าอันนี้กระจายอํานาจไปแล้วนะ ไปให้วิทยาลัยเฉพาะพื้นที่เขาจัดจ้างจัดซื้อเองแล้วนะ ทํายังกับว่าพอโยนไปแล้วมันกินกัน ไม่ได้อย่างนั้นละครับ ดังนั้นการโอนไปไม่ได้เปึนหลักประกันว่าสุจริตครับ เพราะผม มีหลักฐานอีกว่าการที่ให้งบประมาณกันขนาดหนักนี้ไม่ได้มีที่เดียว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ ผมว่าท่านเห็นด้วยตามที่วุฒิสภาเพิ่มเติมในมาตรา ๓ และมาตรา ๑๑/๑ แล้วท่านก็ยกตัวอย่างให้ที่ประชุมได้ฟังก็รวบรวมหลักฐานทั้งหลายที่ท่านมีนะครับ ดําเนินตามกระบวนการตรวจสอบก็แล้วกันนะครับ จะได้รวบรัดให้สั้น ๆ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ผมเข้าใจที่ท่านเสนอแนะต่อผม แต่ถ้าไม่มีรูปธรรมชัดเจนเดี๋ยวก็จะโยนตีกลับมาหาผม อีกว่าหาว่า โกง ๆ อย่างนั้น ผมเป่ดนําร่องมาแล้วนะว่า ๑๐๐ คน กรรมการที่ตั้งกันนั้นพาไปเที่ยวต่างประเทศแล้ว เอาสักอันหนึ่งไหมครับท่านประธาน ผมมีหลักฐานอยู่ในมือไม่ได้กล่าวหาใคร ปรากฏว่า เปึนเรื่องของครุภัณฑ์จังหวัดลําพูน ซึ่งมันสูงเหลือเกิน อันนี้ทอป เทน (Top Ten) เลยครับ ได้ ๙๙ ล้านบาทเศษ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านไปแล้ว ปรากฏว่ามีรายละเอียดครบถ้วน หมดครับ กรรมการนี่รายชื่อมี ขอประทานโทษอ่านรายชื่อให้ฟังนะครับ นายลิขิต พลเหลา เปึนประธานกรรมการ คนนี้เปึนผู้อํานวยการวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี เฉพาะผู้อํานวยการคนนี้ จังหวัดอุบลราชธานีได้ ๘๖,๗๒๘,๐๐๐ บาท เปึนอย่างไรครับ เปึนกรรมการให้ รองประธานกรรมการชื่อท่านพีระพล พูลทวี ขอประทานโทษต้องเอ่ย แต่ผมไม่ได้กล่าวหาว่าท่านทุจริตหรือเปล่า แต่ให้เอาไปตรวจสอบได้เลยว่าคนเหล่านี้ ได้เดินทางไปต่างประเทศหรือเปล่า ถ้าเดินทางไปต่างประเทศแสดงว่ามีมูล คุณพีระพล นี่อยู่จังหวัดอ่างทองได้ ๔๒ ล้านบาท อีกคนหนึ่งเปึนเลขานุการชื่อนายสงวน หอกคํา ไม่ใช่คําหาหอกนะครับ ท่านประธานขอประทานโทษนะครับ หอกคํา ได้ไป ๘๒ ล้านบาท อยู่จังหวัดสุโขทัยครับ เริ่มรู้สึกตะหงิด ๆ ไหมครับ สุโขทัยจังหวัดใครนะพวก ๑๑๑ ท่าน สมศักดิ์ เทพสุทิน แต่เกี่ยวหรือเปล่าผมไม่รู้นะ แต่ลักษณะมันบอกมาชัดเจนครับว่า จังหวัดที่ได้สูง ๆ มีจังหวัด เช่น จังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกครับ เห็นไหมครับ มันเปึน จังหวัดบิ๊ก ๆ ทั้งนั้นละครับ มันจึงโยงกันหลายทางท่านประธานครับ ผมเองเห็นด้วยกับ ท่านประธาน ก็ไม่อยากจะโต้แย้งเพราะเวลามันก็คงจะมีจํากัด แต่ผมมีหลักฐานวันนี้ ว่าลักษณะของการจัดงบประมาณตรงนี้ไปดําเนินการนั้นไม่ได้จัดแบบเดิมแล้ว จัดตาม ความกล้าของ ผอ. วิทยาลัย ถ้า ผอ. ไหนตีกอล์ฟกับเลขาธิการบ่อย ๆ เขามีก๊วนกอล์ฟ กันครับ ตีกอล์ฟ ถ้าบ่อย ๆ อย่างนั้น รู้กัน กล้า ได้มาก ผมยกตัวอย่างมาอยู่ ๓-๔ จังหวัด ให้ท่านเห็นนะครับ จังหวัดลําพูนได้ ๙๙,๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จังหวัดลําปางได้ ๕๐,๕๘๘,๐๐๐ บาท เอาเฉพาะสูง ๆ นะครับ จังหวัดอ่างทอง ท่านประธานรู้จัก จังหวัดอ่างทองนะครับ เจอ ๑๐๙ ครับ แต่เดี๋ยวนี้เคลื่อนไหวการเมืองกันเหยง ๆ อยู่บ้าน พิษณุโลกนี่ ไม่กลัวแล้ว กกต. กกต. อยู่ไหน ทีเอารูปทักษิณมาก็เล่นงานเอา เล่นงานเอา วันนี้พวกถูกตัดสิทธิทางการเมืองประชุมกับรัฐมนตรี กับนายกรัฐมนตรี กับ รองนายกรัฐมนตรีเรียบร้อย นี่จังหวัดอ่างทองได้ไป ๔๒,๑๘๘,๐๐๐บาท จังหวัดสุพรรณบุรีก็ไม่น้อยหน้าครับ จังหวัดสุโขทัยได้ ๘๒,๕๘๘,๐๐๐ บาท จังหวัดอุบลราชธานีได้ ๘๖,๗๒๘,๐๐๐ บาท จังหวัดระยอง ส.ส. อะไรหนอประท้วงเก่ง ๆ ได้ ๘๖,๕๙๙,๒๐๐ บาท จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ไป ๘๖,๑๑๙,๒๐๐ บาท หาดใหญ่ ของใครครับได้ ๙๕,๑๒๘,๐๐๐ บาท พอสมควรนะครับท่านครับ ถ้าท่านกล่าวหาว่า ผมไม่มีหลักฐาน ผมคงจะต้องขออนุญาตท่านประธานมาบอกรายละเอียด แต่ในเบื้องต้นนี้ ผมเชื่อท่านประธาน เพราะหลักฐานมันเยอะ ผมมีรายละเอียดหมด และยังไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพียงแต่ผมดําเนินการอภิปรายเพื่อสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ของวุฒิสภา และผมเริ่มสงสัยมากขึ้นเหลือเกินว่าการอภิปรายเรื่องกระทรวงศึกษาธิการนั้น อภิปราย หลายรอบ คนที่ถูกตั้งคําถามว่าคนนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง มีส่วนเกี่ยวข้อง ยังอยู่ ดูแลสบาย และได้รับจากสายภายในว่าเดี๋ยวนี้เริ่มขึ้นสายตรงกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการแล้ว กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญทางพรรคเพื่อแผ่นดินบ้างนะครับ ท่านสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ เชิญครับ

นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สุรินทร์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานครับ วันนี้ก็มีพระราชบัญญัติที่ทางวุฒิสภาได้แก้ไขกลับมานะครับ ซึ่งโดยส่วนตัวเองผมก็ เห็นด้วยในมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไข ในส่วนที่จะต้องให้ทางฝ์ายบริหารแสดงรายละเอียด ของโครงการที่จะนําเงินกู้ไปใช้จ่าย ท่านประธานครับต้องบอกว่าในตอนโหวต ที่จะรับพระราชบัญญัติกู้เงินทั้ง ๒ ฉบับที่โหวตไป ผมเองก็เปึนท่านหนึ่งที่ได้โหวตรับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยเพราะว่า

๑. ก็คือว่าในสภาวะเศรษฐกิจที่ขณะนั้นเราได้คาดการณ์ว่าจะเกิดวิกฤติ เศรษฐกิจอย่างรุนแรงนะครับ แล้วทีนี้ประเทศก็ต้องการใช้เงินจํานวนมากที่จะกระตุ้น เศรษฐกิจ

๒. ในการโหวตรับ โดยความคิดเห็นส่วนตัวของผมเอง ก็ให้เกียรติ การทํางานของฝ์ายบริหารที่จะได้นําเงินไปใช้ แต่ว่าวันนี้หลังจากการที่เงินจํานวนหนึ่ง ได้ออกไปสู่การทํางานแล้ว โดยการติดตามแล้วก็การพบเห็นมันก็มีปัญหาในการใช้งาน ที่เกิดขึ้นนะครับ เนื่องจากจํานวนเงินที่มากอยู่ ผมก็เลยอยากจะขอใช้เวลาของสภา ณ ขณะนี้ในการที่จะขอโอกาสในการที่แก้พระราชบัญญัติที่ถูกตีกลับมาเพื่อจะขอติง การทํางานของฝ์ายบริหารในบางส่วนอยู่บ้างนะครับ การทํางานที่ผ่านมาในเรื่องที่ผ่านมา ก็คือในการกู้เงินของฉบับแรกที่เราเห็นอยู่กับการใช้จ่ายของเงินเอสพี ๒ นะครับ ผมก็ได้ เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างในพื้นที่ผมเอง ซึ่งก็มีปัญหาอยู่มากมายนะครับ แต่ว่า โดยงบประมาณที่ลงไปก็ไม่ได้ถึงในส่วนของท้องที่นะครับ ก็มีเวลาวันเสาร์ วันอาทิตย์ เวลาลงไปทํางาน ลงไปพบปะพูดคุยกับชาวบ้าน ไปตามงาน เราก็ได้รับฟังความคิดเห็นมา ส่วนหนึ่งที่ชาวบ้านถามมาก็ว่าเรื่องของการกู้เงินแล้ว เงินงบประมาณไปใช้จ่ายที่ไหนบ้าง โครงการไปเกิดที่ไหนบ้าง ดังนั้นเองในส่วนนี้มันไม่เกิดในพื้นที่ ผมก็ไม่สามารถตอบได้

๓. ที่พบเจอมาอย่างถนนบางเส้น อย่างในบ้านผมเอง ถนนจากเส้นของ บ้านแก ตําบลแกไปถึงบ้านลําเพลิน ตําบลกุดขาคีม ๑๐ กว่ากิโลเมตร ก็ไม่ได้รับการลาดยาง ทั้ง ๆ ที่มีโครงการที่ว่าจากการกู้เงินหรืออะไรก็แล้วแต่มาทําถนนไร้ฝุ์นก็ตาม แต่ปรากฏว่า พอขับรถออกไป ไปอยู่เส้นทางที่จากอําเภอรัตนบุรีไปที่ตัวจังหวัดศรีสะเกษ ผ่านเส้นทางนั้น ก็เปึนเส้นที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ก็มีการใช้งบประมาณในการที่จะ ปูพื้นหน้าถนนใหม่ หรือเราก็เรียกว่าเปึนการทํารีไซคลิง (Recycling) ซึ่งในพื้นที่นี้ถนนมัน ก็ยังอยู่ในสภาพดีนะครับ ดังนี้เปึนการเปรียบเทียบระหว่าง ๒ โครงการ ระหว่างความจําเปึน ซึ่งผมก็อยากจะติงในการทํางานของฝ์ายบริหารว่าบางอย่างมันมีเรื่องของความจําเปึน และความต้องการ ต้องจัดเปึนลักษณะเปึน เฟ่ร์ส ไพรออริตี้ (First Priority) ให้ได้นะครับ แต่ว่าการใช้งบประมาณที่ผ่านมา เนื่องจากว่าทางฝ์ายบริหารเองต้องการที่ให้ได้รับตอบ เงินไปในการกู้เงิน แล้วก็นําเงินไปใช้ให้ทางฝ์ายข้าราชการทําโครงการขึ้นมาเพื่อที่จะ ของบประมาณ บางอย่างเกิดจากความเร่งด่วนในการใช้เงิน ดังนั้นเองโครงการที่ทําขึ้นมา ก็เหมือนกับเปึนการยัด ๆ เข้ามาเพื่อที่จะเอาเงินไปใช้ ดังนั้นเองมันจะมีปัญหาอยู่หลายที่ เองก็ตาม ส่วนหนึ่งที่การแก้พระราชบัญญัติฉบับนี้กลับมาให้แสดงรายละเอียด แสดง โครงการที่รัฐบาลจะต้องนําเงินไปใช้ ก็เปึนสิ่งที่ดีนะครับ เราจะเห็นว่าในการที่เราได้ทํา พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ เราจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมา ก็จริงอยู่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ต้องการให้ ส.ส. เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือนําเสนอ หรือไปจัดการชี้โครงการที่เกิดขึ้นนะครับ แต่เขาไม่ได้ห้ามที่จะให้ ส.ส. ไม่ได้บอกถึงความจําเปึน แล้วความเดือดร้อนของพ่อแม่ พี่น้องประชาชน แต่ด้วยขั้นตอนการทํางานของสภา อย่างการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญงบประมาณที่เราผ่านกันมา เราได้พิจารณางบประมาณกันอย่างละเอียด ความคิดเห็นของ ส.ส. ในแต่ละท่าน อย่างท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็เคย นั่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ท่านก็จะเห็นว่าในบางมิติที่ทาง ฝ์ายราชการทํางบประมาณเพื่อที่จะมาขอ จะไม่ได้เปึนความต้องการหรือความจําเปึน จริง ๆ เท่ากับประชาชนที่อยู่ในชนบทที่ต้องการ เพราะฉะนั้นผลที่ตามมาในการที่มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราได้เข้าไปพิจารณาด้วย ได้ไปดู ได้แสดงความคิดเห็น ก็ทําให้โครงการหลายโครงการและทําให้เม็ดเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่านจะเห็นว่า ที่ผ่านมาบางโครงการที่เปึนงบจัดอบรมที่ไม่จําเปึน หรือว่าบางทีที่เราได้เสนอความคิดเห็นว่า ให้ทั้งอธิบดี หรือว่าปลัดกระทรวงลดค่าใช้จ่ายจากการนั่งเครื่องบินชั้นเฟ่ร์ส คลาส (First Class) มาเปึนชั้นบิซซิเนส (Business) เราก็ได้เงินงบประมาณตรงนี้ไปให้กับ รัฐบาล เพื่อที่จะไปทําโครงการที่เปึนประโยชน์กับประชาชนมากขึ้น

ท่านก็จะเห็นว่าผู้แทนราษฎรบางคนอาจจะเสนอความคิดเห็นที่ดูเปึน ชนบท บางคนเถียงเพื่อที่จะขอตัดงบประมาณในชั้นกรรมาธิการ เพื่อที่งบประมาณ บางส่วนในการซื้อครุภัณฑ์บางอย่างที่มันดูแปลกประหลาด เพื่อที่จะนํางบประมาณตรงนี้ เสนอความคิดเห็นให้กับรัฐบาลว่าเอาไปทําส้วมให้กับเด็กที่อยู่ต่างจังหวัดยังจะดีกว่า นี่เปึนความคิดเห็นที่มาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเปึนความสําคัญในการที่มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมตรวจสอบ ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็น เพราะฉะนั้น ในส่วนมาตรา ๓ ที่แก้กลับมาแล้วว่าต้องการที่อยากจะเสนอรายละเอียดตรงนี้ ผมก็ อาจจะฝากถามกับทางรัฐมนตรีว่า ถ้าแก้ในส่วนของพระราชบัญญัติตรงนี้ ในเรื่องของ รายละเอียดแล้วนี่ทางฝ์ายบริหารจะนําเสนอโครงการ หรือรายละเอียดมาในลักษณะไหน จะทําเหมือนในลักษณะของการเสนอพระราชบัญญัติงบประมาณปกติหรือเปล่า เพราะตอนแรกเหตุผลที่นําเงินไปใช้เพราะต้องการความเร่งด่วน แต่ ณ ขณะนี้ จากสมมุติฐานที่ตั้งว่าจะจัดเก็บภาษีอาจจะต่ํากว่าเปัาเปึนเงินเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขณะนี้เองเงินภาษีที่จัดเก็บได้ก็ต่ํากว่าเปัาน่าจะถึงประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยัง ไม่ถือว่าวิกฤติหรือต้องการเร่งด่วน แต่ว่าถ้าต้องการนําเงินเหล่านี้ไปใช้ให้เกิด ประสิทธิภาพ ดังนั้นอาจจะช้าหน่อยก็คงจะไม่เปึนอะไร แล้วถ้าเทียบกับการทํา พระราชบัญญัติงบประมาณแล้ว ถึงแม้พระราชบัญญัติงบประมาณทางฝ์ายสํานัก งบประมาณจะใช้เวลาในการทํางบประมาณมาหลายเดือน แต่ว่าในส่วนนั้นก็จะมีทั้งเรื่อง ของเงินเดือน ค่าใช้จ่าย เรื่องอะไรที่มากมาย แต่วันนี้พระราชบัญญัติตัวนี้ก็เปึน พระราชบัญญัติที่ต้องการจะเอาเงินไปใช้จ่ายในโครงการ ผมคิดว่าก็ไม่น่าที่จะเปึนความ เดือดร้อน หรือลําบากเหลือบ่ากว่าแรงที่ทางฝ์ายบริหารจะนําเสนอรายละเอียดตรงนี้ ก็จะฝากถามแค่ตรงนี้ว่า ถ้ารายละเอียดที่ทางฝัืงบริหารจะนําเสนอ จะทําในลักษณะไหน จะทําในลักษณะการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเช่นเดียวกับคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณางบประมาณหรือเปล่า ขอบพระคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมจะอ่านรายชื่อท่านที่จะอภิปรายลําดับต่อไป ๔ ลําดับก่อนนะครับ ตามที่วิปได้เสนอชื่อขึ้นมานะครับ จากนี้จะเปึนท่านนายแพทย์ประสิทธิ์ แล้วก็ต่อด้วย ท่านธนา แล้วท่านวิชาญ แล้วท่านนิพิฏฐ์ เชิญท่านนายแพทย์ประสิทธิ์ครับ เดี๋ยวครับ คุณหมอประสิทธิ์ ท่านรัฐมนตรีจะขออนุญาตชี้แจง เชิญครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขออภัยท่าน นายแพทย์ประสิทธิ์นะครับ ผมขอเวลาของเพื่อนสมาชิกเล็กน้อยในการที่จะชี้แจงเบื้องต้น หลังจากที่ได้มีโอกาสได้รับฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากทั้ง ๒ ฝัืงในหลายประเด็น ผมขออนุญาตที่จะเรียนท่านประธานผ่านไปสู่เพื่อนสมาชิกนะครับว่า วันนี้ที่เรามา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้ยืมเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น มันมีที่มาทั้งในเชิงยุทธศาสตร์ และในเชิงกฎหมาย ในเชิงยุทธศาสตร์ความจริง ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้เท้าความให้พวกเราฟังถึงความจําเปึนในการใช้เม็ดเงิน ส่วนนี้ โดยที่ทางรัฐสภาก็ได้ให้อํานาจกับกระทรวงการคลังไปกู้ยืมเงินมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว โดยใช้พระราชกําหนด ซึ่งก่อนอื่นผมก็จะขออนุญาตที่จะชี้แจงเพราะว่าเมื่อสักครู่ ก็มีเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายคลาดเคลื่อนเล็กน้อยต่อการใช้เม็ดเงินส่วนนั้น โดยที่ได้มีการ อภิปรายว่ามีการใช้เม็ดเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่ท่านสมาชิกใช้คําว่า ป่ดหีบ นะครับ ข้อเท็จจริงก็จะขออนุญาตเรียนว่า เดิมทีในส่วนของพระราชกําหนดเราได้ตั้ง ตุ๊กตาไว้ว่าจะมีการใช้เม็ดเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กู้มาโดยอาศัยกฎหมายฉบับนั้น ในการที่จะลงทุนในโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนที่เราเรียกว่า แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง มูลค่าไม่ต่ํากว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และ ณ วันนั้นเราก็มีการคาดการณ์ว่ารายได้ การจัดเก็บในส่วนของรัฐบาลอาจจะต่ํากว่าเปัาที่ได้มีการกําหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ อาจจะต่ํากว่าได้ถึงประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงได้เผื่อไว้ว่า อาจจะต้องมีความจําเปึนในการที่จะต้องใช้เม็ดเงินไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในการ ที่จะไปสมทบเงินคงคลัง ก็ต้องขอเรียนว่า วัน เวลาที่ผ่านมาก็จะสังเกตได้ว่า เศรษฐกิจ ของเราก็มีแนวโน้มที่จะฟุ๋นตัวและทําให้การจัดเก็บในส่วนของทางกระทรวงการคลังก็ดีขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็ต้องถือว่าเปึนข่าวดีทําให้เราสามารถที่จะจัดสรรเม็ดเงินจากพระราชกําหนด มาลงทุนเพิ่มเติมได้จากเดิมที่กําหนดไว้ไม่ต่ํากว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ขออนุญาตเรียน เปึนข้อมูลให้กับพวกเราได้รับทราบว่า เมื่อวานนี้ทางคณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติให้เรา สามารถที่จะนําเม็ดเงินโดยรวม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายใต้พระราชกําหนดไปใช้ในการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแล้วก็ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนตามหมวดสาขาต่าง ๆ และเราก็จะจัดสรรเม็ดเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะสมทบเงินคงคลังก็จะขออนุญาตเรียนไว้ด้วยว่า สถานะเงินคงคลังของรัฐบาล ณ ปัจจุบันก็ต้องถือว่าเข้มแข็ง ณ ต้นป้งบประมาณมีเงินคงคลังอยู่ในมือประมาณ ๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการใช้เงินสดตลอดป้งบประมาณ ๒๕๕๓ และ เปึนระดับเงินคงคลังที่สูงกว่าเมื่อต้นป้งบประมาณ ๒๕๕๒ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ เพื่อนสมาชิกมีความสบายใจนะครับว่า คําว่า ถังแตก ไม่มีครับ และตอนนี้สถานะทางการเงิน ของเราต้องถือว่าค่อนข้างดี คราวนี้ความจําเปึนในส่วนของการดําเนินการการลงทุน เพื่อแก้ไขและกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยังมีความจําเปึนต่อเนื่อง พี่น้องประชาชนยังเดือดร้อนอยู่ ผมเชื่อว่าในประเด็นนี้คงไม่ต้องมีการขยายความในการอภิปรายนะครับ เพราะพวกเรา ที่เปึนผู้แทนราษฎรต่างตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของเรา อยู่แล้ว และภาคเศรษฐกิจ นักธุรกิจก็ยังรอคอยบทบาทของทางรัฐบาลในการที่จะก้าว ขึ้นมาลงทุนในช่วงสภาวะที่ทางภาคเอกชนยังมีความอ่อนแอ กําลังซื้อจากคู่ค้ายังต่ํากว่า ที่เคยปรากฏในอดีตและกําลังการผลิตของภาคเอกชนก็ยังถือว่ายังต่ําอยู่ เพราะฉะนั้น ในส่วนของตรงนี้ความจําเปึนในการลงทุนยังมีต่อเนื่อง และการที่เราสามารถที่จะเจียด เม็ดเงินเพิ่มเติมที่จะใช้ในการลงทุนที่ได้มาจากการกู้ยืมต้องถือว่าเปึนประโยชน์ต่อการใช้ เม็ดเงินที่คุ้มค่ากว่าสําหรับประเทศ คราวนี้มาถึงตัวพระราชบัญญัติก็มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้เท้าความถึงเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ของทางรัฐบาลที่ได้แยกกฎหมายออกมา เปึน ๒ ฉบับ เดิมทีผมเคยอภิปรายชี้แจงในสภาแห่งนี้แล้วว่ากระทรวงการคลังได้นําเสนอ ต่อท่านนายกรัฐมนตรีให้การกู้ยืมทั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเปึนการกู้ยืมภายใต้ พระราชกําหนด เพราะเรามองจริง ๆ ว่าเรื่องของการใช้เม็ดเงินส่วนนี้เพื่อแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนเปึนเรื่องเร่งด่วน แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ทักท้วงทาง กระทรวงการคลังไว้ แล้วก็ได้แนะนําว่าเราควรที่จะแยกส่วนการกู้ออกมาเปึน ๒ ส่วน ส่วนที่เรามั่นใจว่าเราใช้ได้อย่างรวดเร็วจริง ๆ ส่วนแรกก็ให้ออกเปึนพระราชกําหนด ส่วนที่คาดว่ายังอาจจะต้องใช้เวลาในการเตรียมการเพื่อให้มีความพร้อมในโครงการ มากขึ้นก็ให้ออกเปึนพระราชบัญญัติเพื่อทางรัฐสภาจะได้มีโอกาสในการที่จะพิจารณา มากขึ้นนะครับ นี่ก็คือที่มาและความตั้งใจของทางท่านนายกรัฐมนตรีและของทางรัฐบาล ที่เราได้แยกเสนอขออํานาจการกู้ยืมเพิ่มเติมให้กับกระทรวงการคลังออกมาเปึนกฎหมาย ๒ ฉบับนะครับ

ส่วนในแง่ของการใช้นั้นผมก็จะต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่าโครงการ ที่ทางคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเปึนกรอบไว้แล้วนะครับ ก็มีมูลค่าโดยรวม ณ ปัจจุบัน ๑.๓ ล้านล้านบาท ก็คือ ๑.๐๖ ล้านล้านบาทเดิม เมื่อวานนี้ทางคณะรัฐมนตรีก็ได้มีโอกาส พิจารณาโครงการเพิ่มเติมอีกประมาณ ๒๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็จะต้องมีการคัดสรร จากจุดนั้นว่าส่วนไหนจะใช้เม็ดเงินจากพระราชกําหนด ส่วนไหนจะใช้เม็ดเงินจาก พระราชบัญญัติ ซึ่งก็เปึนขั้นตอนที่ฝ์ายบริหารจะดําเนินการต่อไป ผมก็ขออนุญาตเรียน เพื่อพวกเราได้เข้าใจถึงขั้นตอนจากวันนี้สู่การใช้เม็ดเงินเพื่อประโยชน์สูงสุดของ พี่น้องประชาชน คราวนี้ที่มาทางกฎหมายก็เช่นเดียวกันพวกเราก็ทราบดีนะครับว่า งบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ มีเม็ดเงินโดยรวม ๑.๗ ล้านล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าเม็ดเงิน งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ในขณะที่ความจําเปึนในแง่ของการใช้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจโดยรัฐบาลนั้นมีมากขึ้น พูดง่าย ๆ ก็คือ ๑.๗ ล้านล้านบาทนั้น รัฐบาลคาดว่า เปึนเม็ดเงินที่ไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน และการลงทุนที่เรา เชื่อว่าจะส่งผลต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างรายได้ของ พี่น้องประชาชน ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องแสวงหาวิธีการในการที่จะเข้าถึงแหล่งเงินเพิ่มเติม เพื่อที่จะนําเม็ดเงินส่วนนั้นมาสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม คราวนี้ เราก็มีข้อผูกมัดทางกฎหมาย โดย พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ ก็มีการอภิปรายกันไปในวาระแรก วาระรับหลักการแล้วถึงข้อจํากัดส่วนนี้ ที่ทําให้เราไม่สามารถขาดดุลงบประมาณได้ เหมือนประเทศอื่น ๆ เขา ที่เขาอาจจะสามารถขาดดุลงบประมาณเท่าไรก็ได้แล้วแต่ที่สภา เขาจะอนุมัติตามข้อเสนอของทางรัฐบาลของเขา แต่ของเรามีกฎหมายที่ผูกมัดระดับ การขาดดุล จึงทําให้เราจึงต้องนําเสนอโดยอาศัยมาตรา ๑๖๙ ของรัฐธรรมนูญในการ ที่จะเสนอวิธีการเข้าถึงแหล่งเงินเพิ่มเติมของทางรัฐบาล ซึ่งในรายละเอียดที่มาขั้นตอน ทางกฎหมายก็มีการอภิปรายกันไปหลายครั้งหลายรอบ แต่สุดท้ายก็ขออนุญาตเรียน โดยสังเขปว่าเราก็อาศัย พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ มาตรา ๒๓ ตรงกับที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายและชี้แจงไปในประเด็นนี้ ในการที่จะออกพระราชกําหนดและพระราชบัญญัติ ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ เพื่อมอบอํานาจส่วนนี้ให้กับทางกระทรวงการคลัง คราวนี้ประเด็นสําคัญ ๓ ประเด็นที่ผมอยากที่จะชี้แจงนะครับ ส่วนแรกที่เกี่ยวข้องกับตัวพระราชบัญญัตินี้

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องที่มาของเงินว่าเม็ดเงินส่วนนี้มาจากไหน

ประเด็นที่สอง ก็คือวิธีการการใช้เงินว่าเราจะใช้เงินนี้ทําอะไร ซึ่งก็เปึน ประเด็นที่พวกเราทุก ๆ คนมีความกังวล แล้วก็เพื่อนสมาชิกจากฝ์ายค้านก็มีความกังวล ในประเด็นนี้เปึนพิเศษ และเปึนที่มาของการแก้ไขร่างกฎหมายโดยวุฒิสภาในมาตรา ๓ ที่พวกเรากําลังให้เวลามากเปึนพิเศษในการที่จะอภิปราย

ประเด็นที่สาม ที่มีความสําคัญก็คือประเด็นเรื่องของการตรวจสอบ การตรวจสอบการใช้เงินว่ามีผลสัมฤทธิ์หรือไม่ ว่ามีการทุจริตรั่วไหลหรือไม่

๓ ประเด็นนี้ผมถือว่าเปึน ๓ ปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย ตามพระราชบัญญัติการกู้ยืมเงินฉบับนี้

ในส่วนที่มาของเงินผมคงไม่ใช้เวลามากในการที่จะชี้แจง ก็เคยได้มีโอกาส อภิปรายไปแล้ว ผมคิดว่าประเด็นที่มีความสําคัญมากที่สุดที่อยากจะเรียนอีกครั้งหนึ่ง ก็คือแหล่งเงินทั้งหมด ไม่ว่าจะเปึนจากพระราชกําหนดหรือพระราชบัญญัติก็ตามจะเปึน จากแหล่งเงินในประเทศเปึนการกู้ยืมเงินในเงินบาทเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ก็เพื่อความสบายใจ ของเพื่อนสมาชิกว่าความเสี่ยงในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนจะไม่มี และนอกจากนั้น แหล่งเงินก็มีล้นเหลือ เพราะสภาพคล่องจนถึงทุกวันนี้ในระบบก็ยังอยู่เท่าเดิมประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท ซึ่งเหลือเฟ๋อต่อการกู้ยืมโดยรัฐบาล ซึ่งในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้กู้ยืมส่วนแรก ก็คือโดยการออกพันธบัตรที่เราเรียกว่า พันธบัตรไทยเข้มแข็ง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อใช้ในการสมทบเงินคงคลังโดยพระราชกําหนด แล้วก็เราก็จะมี แผนในการที่จะออกพันธบัตรในลักษณะเดียวกันต่อเนื่อง แผนขั้นต่อไปที่เราจะออก พันธบัตรไทยเข้มแข็งรอบ ๒ ก็น่าจะเปึนประมาณต้นป้ ตามความต้องการการใช้เงินจาก การเบิกจ่ายซึ่งเริ่มแล้ว อันนั้นก็คือเรื่องที่มาของเงิน

ส่วนเรื่องของการใช้เงินผมก็ต้องขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพว่า เรามองว่าตรงนี้เปึนภาระหน้าที่หลักของฝ์ายบริหาร และเรื่องของการใช้เงินกับเรื่องของ การตรวจสอบนั้นเปึนประเด็นที่ผมคิดว่าเราต้องแยกออกจากกัน คือมาตรา ๓ ที่มีข้อเสนอ โดยรัฐบาลว่าเราจะนําเสนอโครงการกรอบการลงทุนเพื่อรัฐสภาได้ทราบ ตรงนี้ ตามที่มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วก็ด้วยเจตนาตั้งใจของทางรัฐบาลที่จะเพิ่มระดับ ความโปร่งใสเมื่อเทียบกับพระราชกําหนดการกู้ยืมเงินในลักษณะเดียวกันที่เคยออกมา ในอดีต ผมคงไม่ลงในรายละเอียดตรงนั้น แต่ในส่วนของตรงนี้เปึนความพยายาม ในส่วนของรัฐบาลที่จะเพิ่มความโปร่งใสเพื่อให้มีการรายงานกรอบการลงทุนให้กับ สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ ทีนี้ก็มีความพยายามแล้วก็มีข้อเสนอโดยวุฒิสภา ซึ่งผม ได้เรียนไปก่อนหน้านี้ว่าผมก็ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการคนหนึ่ง แล้วก็ต้อง ขออนุญาตเรียนว่าการอภิปรายในทุกมาตรา ในชั้นวุฒิสภา ไม่ว่าจะเปึนระดับกรรมาธิการ หรือในวุฒิสภาก็ตามก็เปึนไปด้วยเหตุและผล และทางรัฐบาลก็ได้ให้ความเคารพต่อ ข้อเสนอแนะและแนวคิดความเปึนห่วง ความกังวลของวุฒิสภาในทุก ๆ ประเด็น ก็ต้อง ขออนุญาตเรียนในที่นี้ว่าเพื่อนวุฒิสภาของเราได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งจริง ๆ ในการ ที่จะช่วยเราพิจารณากลั่นกรองพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ในส่วนของข้อเสนอให้เปลี่ยน คําว่า เพื่อทราบ เปึน เพื่อพิจารณา นั้น ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนว่ามีประเด็นปัญหา ทั้งเชิงกฎหมาย แล้วก็ในเชิงปฏิบัติให้กับทางรัฐบาล ในแง่ของการปฏิบัตินั้นก็มีคําถาม โดยวุฒิสภากันเองว่าเมื่อเราบอกว่าให้พิจารณานั้น ความหมายในเชิงปฏิบัติคืออะไร คือจริง ๆ ให้ทําอะไร ความหมายก็น่าจะหมายถึงว่าให้เราเอารายละเอียดโครงการ เพราะว่ามีการเติมประโยคตอนท้ายเข้าไปด้วยว่า ไม่ใช่ให้เปึนเพียงแค่การเสนอกรอบ แต่ให้เปึนการเสนอรายละเอียดโครงการเพื่อมีการพิจารณา ซึ่งในส่วนของรายละเอียด โครงการทางรัฐบาลก็ไม่เกี่ยงที่จะเป่ดเผยให้ทุก ๆ ท่านสามารถที่จะเข้าถึงและรับทราบได้ว่า โครงการที่จะใช้เม็ดเงิน ไม่ว่าจะเปึนจาก พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. นั้นจะนําไปใช้ในโครงการ อะไรบ้าง แต่เมื่อเรานํามาที่สภาในกรณีที่ได้มีการแก้มาตรา ๓ จาก เพื่อทราบ ให้เปึน เพื่อพิจารณา นั้น วิธีการต่อไปผมนึกภาพก็คงจะเปึนการจัดตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อพิจารณา ซึ่งในประเด็นนี้ผมก็มีประเด็นปัญหาที่อยากจะฝากไว้กับทางเพื่อนสมาชิก ทางกฎหมาย เพราะในส่วนของการพิจารณาโดยชั้นคณะกรรมาธิการในลักษณะนั้น มันก็เปึนการพิจารณาในวิธีเดียวกันกับการพิจารณางบประมาณ ซึ่งในส่วนของ การพิจารณางบประมาณนั้นเปึนอํานาจที่มอบให้กับทางฝ์ายนิติบัญญัติในรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ปรากฏในรัฐธรรมนูญว่ามีการมอบอํานาจให้ฝ์ายนิติบัญญัติพิจารณางบประมาณ ที่เปึนโครงการนอกงบประมาณ เพราะฉะนั้นในส่วนของตรงนี้ผมคิดว่าเรามีประเด็น ปัญหาทางกฎหมายกันครับ ถ้าท่านจะบอกว่าให้เราร่างกฎหมายขึ้นมาเฉพาะเพื่อที่จะ มีอํานาจให้กับทางฝ์ายนิติบัญญัติในการที่จะพิจารณาการใช้เม็ดเงินนอกงบประมาณนั้น ผมก็ไม่แน่ใจว่าเราทําเช่นนั้นได้หรือไม่ เพราะว่ารัฐธรรมนูญก็จํากัดความในส่วนของ บทบาทอํานาจของเราไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าการพิจารณาการใช้เม็ดเงินนั้นทําได้ในส่วนของ พ.ร.บ. งบประมาณประจําในแต่ละป้ เพราะฉะนั้นประเด็นคําถามในเชิงปฏิบัติมีครับ แล้ววันนั้นก็อภิปรายกันอย่างกว้างขวางในชั้นวุฒิสภาว่าเอาเข้าจริงแล้วจะทําอย่างไร พูดง่าย ๆ

ทีนี้ประเด็นต่อไปที่ผมอยากจะเรียนก็คือในการที่เราพิจารณาในลักษณะนั้น ไม่ได้ มันมีผลต่อความโปร่งใสหรือผลต่อลักษณะโครงการที่ได้รับบรรจุใน พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. หรือไม่ ผมอยากที่จะเรียนในประเด็นนี้ว่าเรื่องของการตรวจสอบและเรื่องของ ความโปร่งใสนั้นเปึนประเด็นที่ผมมองว่ามีความสําคัญอย่างมาก ท่านนึกภาพออก นะครับว่าในแง่ของทางรัฐบาลนั้นเราเห็นอยู่แล้วว่าประเด็นนี้มีความสําคัญ เพราะอะไรครับ เพราะว่าประชาชนจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าโครงการไทยเข้มแข็งนั้นจะส่งผลในเชิงบวก ต่อชีวิตของเขา ต่อเศรษฐกิจหรือไม่ และนอกจากนั้นจะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ของทุจริต คอร์รัปชันหรือไม่ เพราะฉะนั้นในส่วนของรัฐบาลเราต้องหาทุกวิถีทางในการที่จะปัองกันตัวเอง แล้ววิธีที่จะ ปัองกันตัวเองที่ดีที่สุด ก็คือการกําหนดวิธีการให้มีความโปร่งใสสูงที่สุดในทุก ๆ เรื่อง ทุก ๆ บาท ที่เราจะใช้เม็ดเงินจากการกู้ยืม โดยพระราชกําหนดและพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตเรียนว่าที่ท่านต้องการที่จะเห็นรายละเอียดของโครงการนั้น วันนี้ท่านสามารถเข้าไปดูได้เลยครับ ไม่ใช่ว่าถ้าไม่มีกฎหมายบังคับว่ารัฐบาลจะต้องนํา รายละเอียดโครงการมาให้สภาพิจารณาจะทําให้สมาชิกรัฐสภาไม่สามารถที่จะพิจารณา รายละเอียดของโครงการได้ ความจริงสิ่งที่เราจัดทําไว้ดีกว่านั้นอีก เพราะสิ่งที่เราจัดทําไว้นั้น คือระบบการเข้าถึงข้อมูลรายละเอียดของทุกโครงการ ไม่ใช่เพียงให้กับสมาชิกรัฐสภา แต่ให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน เพราะถ้าท่านเข้าไปดูในเว็บไซต์ที่ทางกระทรวงการคลัง จัดทําขึ้นมา ก็คือเว็บไซต์ไทยเข้มแข็ง ทีเคเคสองห้าห้าห้าดอทคอม (tkk2555.com) สาเหตุที่เราต้องใช้ภาษาอังกฤษเพราะว่าผมได้รับคําแนะนําว่ากดง่ายกว่า ผิดพลาด น้อยกว่า ก็ต้องขออภัย แต่เว็บไซต์ ทีเคเคสองห้าห้าห้าดอทคอม มีรายละเอียดข้อมูล ทุกรายการ ในการใช้เม็ดเงินพระราชกําหนดตามที่ทางคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปแล้ว ก็คือ หมายถึงในชั้นแรก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านเข้าไปดูได้เลยครับว่าบ้านท่าน มีโครงการอะไรบ้าง ลงไปถึงรายละเอียดว่าราคากลางกําหนดไว้เท่าใด ผู้รับเหมา ที่ประมูลได้งาน ประมูลไปในราคาเท่าไร บริษัทผู้รับเหมาชื่ออะไร ข้าราชการที่รับผิดชอบ โครงการนั้นเปึนใคร หลังจากนั้นที่ได้มีการเซ็นสัญญา แล้วเริ่มมีการเบิกจ่ายแล้ว ท่านสามารถที่จะดูได้ว่างานนั้นล่วงไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ ตรงตามกําหนดเวลาที่ตกลงกัน กับรัฐบาลหรือไม่ และมีการเบิกจ่ายไปแล้วเท่าไร เพราะฉะนั้นรายละเอียดข้อมูลเหล่านี้ ผมขออนุญาตเรียนว่าในระบบงบประมาณปกติไม่มีนะครับ หมายถึงว่าพี่น้องประชาชน ไม่สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลลักษณะนี้ได้ เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องเปึนห่วงครับ ถึงแม้ว่า ท่านไม่มีโอกาสที่จะพิจารณาอย่างเปึนทางการในชั้นนี้ ข้อมูลมีอยู่แล้ว แล้วว่าไปแล้ว ความจริงถ้าท่านอยากที่จะอภิปรายความเหมาะสมการจัดสรรเม็ดเงิน ท่านสามารถทําได้แล้ว เพราะท่านเข้าไปดูได้เลยว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกที่เราจัดสรรจาก พ.ร.ก. นั้น เราเอาไปใช้ทําอะไรบ้าง ท่านก็รู้ว่าการจัดสรรในส่วนของ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทหลัง จาก พ.ร.ก. ยังไม่แล้วเสร็จ แล้วในส่วนของตัว พ.ร.บ. ก็ยังไม่ได้จัดทํา เพราะว่าขั้นตอน การพิจารณาทางสภายังไม่สมบูรณ์ ท่านสามารถที่จะชี้แนะให้กับทางรัฐบาลได้เลยว่า จาก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกที่ท่านเห็น ท่านมีข้อทักท้วง มีข้อเสนอแนะอย่างไร จังหวัดไหน ได้มากเกินไปแล้ว ส่วนที่เหลือทางรัฐบาลช่วยกรุณาอํานวยให้กับจังหวัดอื่นบ้าง หรือกระทรวงใดที่คิดว่าได้งบประมาณน้อยไปท่านอภิปรายได้แล้ว เพราะข้อมูลมีใน รายละเอียด

เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตเรียนนะครับว่า อันดับแรกถ้าจะให้แก้จาก เพื่อทราบ เปึน เพื่อพิจารณา ผมไม่ทราบว่าเราทําได้จริงหรือไม่ แต่ที่ผมมั่นใจก็คือ จะไม่ส่งผลแตกต่าง เพราะว่าถึงมีอํานาจในการพิจารณาก็เปึนเพียงแค่อํานาจในการ รับทราบนั่นละครับว่าโครงการเหล่านั้นหมายถึงโครงการอะไรบ้าง เพราะพวกเราไม่มีสิทธิ พวกเราในฐานะฝ์ายนิติบัญญัติไม่มีสิทธิในการที่จะเสนอแนะโครงการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นข้อมูลเหล่านั้นผมกําลังบอกท่าน ท่านอย่าเสียเวลาที่จะมาถกเถียงกัน ในประเด็นนี้ ในเมื่อข้อมูลมีอยู่แล้ว ท่านสามารถ ถ้าท่านสนใจจริงก็ไปดูได้ตั้งแต่วันนี้เลย เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมก็อยากที่จะนําเรียนชี้แจงนะครับ เพราะผมคิดว่าเราได้อภิปราย ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๓ กันมาก็พอสมควร และถ้าผมชี้แจงในลักษณะนี้ ผมเชื่อมั่นว่าท่านก็คงจะมีความสบายใจในระดับหนึ่งถึงความโปร่งใสและความสามารถ ในการเข้าถึงข้อมูลตามที่ท่านเองต้องการ แล้วผมก็ขออนุญาตยืนยันไว้ในที่นี้นะครับว่า ประเด็นเรื่องของความโปร่งใสนั้นก็เปึนประเด็นที่เราจะพยายามหาทุกวิถีทางในการที่จะ เสริมให้มีความโปร่งใสเพิ่มขึ้น และผมก็อยากที่จะขออนุญาตวิงวอนเพื่อนสมาชิก ทุก ๆ ท่าน ฝากบอกพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของท่านด้วยว่า เราต้องการเห็นการตรวจสอบ โดยเฉพาะการตรวจสอบการใช้เม็ดเงินโครงการ ไทยเข้มแข็งนะครับ เพราะว่าตามที่ท่านอภิปรายถูกต้องครับ นี่เปึนการใช้เม็ดเงินที่เรา กู้ยืมมา ถึงแม้ว่าจะกู้ยืมจากพี่น้องคนไทยกันเองก็แล้วแต่ก็เปึนการกู้ยืมนะครับ เพราะฉะนั้นความระมัดระวังการใช้เม็ดเงินให้สัมฤทธิผล แล้วก็ให้ประชาชนได้ประโยชน์ จริงเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั้นเปึนภาระหน้าที่ของรัฐบาล และเปึนเรื่องที่สําคัญ ก็อยากจะ วิงวอนให้พวกเรากันเองนะครับ แล้วก็รวมไปถึงพี่น้องประชาชนช่วยเข้าไปศึกษา รายละเอียดข้อมูล เราพร้อมจะเป่ดเผยทุกอย่าง ถ้าท่านมีประเด็นที่ท่านอยากที่จะ ร้องเรียนหรือหลาย ๆ ท่าน ดูเหมือนว่ามีเบาะแส มีเขาอ้างว่า หรือเขาเล่าให้ฟังว่าอาจจะ มีแนวการกระทําในทางที่ไม่ชอบในเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้เม็ดเงินโครงการไทยเข้มแข็ง ท่านสามารถที่จะชี้แจงมาให้เราได้รับทราบได้เลยนะครับ แล้วก็มีพี่น้องประชาชนบางส่วนนี้ ฝากบอกผมมาบอกว่า ความจริงเขามีข้อมูลที่เขาอยากที่จะชี้ให้เราได้รับทราบ แต่เขา ไม่กล้าที่จะนําเสนอผ่านเว็บไซต์ไทยเข้มแข็ง เพราะว่าในเว็บไซต์นั้นการนําส่งข้อมูล จะต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลนะครับ เขาก็อยากที่จะมีวิธีที่จะส่งข้อมูลมา ในนามแฝง พูดง่าย ๆ เราก็เลยได้เป่ดเว็บไซต์ให้เขาใหม่ตามคําขอนะครับ ก็คือ พลับบลิค วอช (Public watch) ขออภัยอีกนะครับที่ต้องใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษ พลับบลิควอชแอททีเคเค สองห้าห้าห้าดอทคอม (publicwatch@tkk2555.com) อันนี้ก็คือเพื่อความสะดวกในการที่จะ กดเรียกตัวเว็บไซต์นี้ขึ้นมา ก็สามารถที่จะนําเสนอข้อมูลให้กับเราได้ แล้วก็มีข้อมูล เข้ามาแล้วนะครับ เราก็มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลที่คณะรัฐมนตรี ได้จัดตั้งขึ้นมา มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณแล้วมารับหน้าที่ในการที่จะเปึน องค์คณะกรรมการ มีหน้าที่รับข้อมูลนี้ จะตั้งคณะอนุกรรมการหรือจะดําเนินการอย่างไร ก็แล้วแต่ ก็มีคณะกรรมการชุดนี้ที่มีหน้าที่ในการที่จะตรวจสอบเพิ่มเติม

ส่วนบทบาทของทาง สตง. มาตรา ๑๑/๑ ตามข้อเสนอแก้ของทางวุฒิสภา ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่าเราไม่ได้ขัดข้องเลยนะครับ ถ้าในส่วนของทาง สตง. อยากที่จะเพิ่มบทบาทในการตรวจสอบของเขาให้เข้มข้นขึ้น อยากที่จะมารายงานสภา ทุกเดือนก็แล้วแต่ครับ เขาสามารถที่จะทําได้ คือจะทิ้งมาตรานี้ไว้ก็ไม่เปึนปัญหาต่อ รัฐบาล แต่ผมก็ขออนุญาตเรียนนะครับ ตามที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้อภิปราย บทบาท หน้าที่ของ สตง. ในการตรวจสอบมีอยู่แล้วตามกฎหมาย ไม่ได้มีความจําเปึนต้องระบุใน กฎหมายฉบับนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับว่า สตง. มีหน้าที่ที่จะคอยตรวจสอบ ผมจะมีประเด็นเดียว ก็คือผมไม่แน่ใจว่าเรานี้มีสิทธิไปกําหนดแนวทางการปฏิบัติขององค์กรอิสระหรือไม่ เท่านั้นเองนะครับว่าเขาจะต้องมารายงานทุก ๆ กี่เดือนก็แล้วแต่ เพราะว่าผมเข้าใจว่าก็มี กฎหมายของเขาเองที่กําหนดบทบาทหน้าที่ของเขาอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ อาจจะเปึนประเด็นเดียวที่ผมมีความกังวลต่อมาตรา ๑๑/๑ ตามข้อเสนอของทางวุฒิสภา นอกนั้นในเรื่องของการตรวจสอบ ในเรื่องของการชักชวนให้เพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านเตรียม ข้อมูลที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ ในข้อมูลที่จะถาม ตั้งกระทู้ถามถาม ทําทุกอย่าง เพื่อให้มีความโปร่งใสและมีความชัดเจนต่อการใช้เม็ดเงินโครงการไทยเข้มแข็งนั้น เราสนับสนุนเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยมีอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขอประทานอนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ มาตรา ๓ เพื่อให้สิ้นกระแสความที่ผมจะ ขออนุญาตกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านท่านประธานครับ ขออนุญาตสัก ๑ นาทีเท่านั้นละครับ ไม่ได้อภิปรายอะไรเลยครับท่านครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทยครับ เพื่อให้สิ้นกระแสความของมาตรา ๓ ซึ่งเปึนมาตราใหญ่ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ และเพื่อให้พี่น้องประชาชนทางบ้านเข้าใจว่าการพิจารณา วันนี้ไม่ได้มาทักท้วงเรื่องการไม่ให้กู้นะครับ เรื่องไม่ให้กู้นั้นมันจบไปแล้ว แต่ขอเพียงว่า ให้สภาได้พิจารณา โดยรัฐบาลเสนอกรอบการใช้เงินจากเดิมใช้คําว่า เพื่อทราบ เปึน เพื่อพิจารณา ที่วุฒิสมาชิกเขาเสนอมา ท่านประธานครับ เพื่อให้เราเจตนาตรงกันกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ท่านบอกว่าอยากให้มีการตรวจสอบ บังเอิญท่าน ดําเนินการดังกล่าวนั้นผมว่ามันคลาดเคลื่อน เพราะท่านบอกว่าเท่า ๆ กันครับ ไม่ใช่ครับ ถ้าตามร่างเดิมของรัฐบาล เสนอกรอบการใช้เงินกู้เพื่อทราบแปลว่าถามไม่ได้ ถูกไหมครับ แต่ถ้าเอาตามที่สมาชิก วุฒิสภาเขาเสนอนี่คือ เพื่อพิจารณา นี้ถามได้ ตรงนี้เองท่านก็ไปพูดถึงเรื่องเว็บไซต์ เว็บไซต์นั้นมันก็บอกกันทั่วไปครับท่าน ไปดูแล้วก็ทําอะไรไม่ได้ ดังนั้นถ้าท่านมีเจตนาว่า เพื่อตรวจสอบจริงนี่ เราก็แก้เสียเถอะครับ เปึน เพื่อพิจารณา เพื่อให้สภาถามได้ แล้วผมก็ ยกตัวอย่างส่วนหนึ่งใน ๑ กระทรวง และท่าน ส.ส. ฝ์ายค้านจะยกอีกหลายกระทรวง เพื่อให้รูปธรรมเห็นว่ามันมีกลิ่นฉ้อฉลการทุจริตเยอะ ซึ่งกรณีเช่นนี้เวลาขอกรอบเข้ามา สภานี่ทุกคนจะได้ตรวจสอบ ตรวจถามได้ ถ้าไม่จริงท่านก็จะได้แก้เสีย ดังนั้นตรงนี้ ขอความกรุณาว่า

๑. ถ้าท่านจะตอบก็ได้ ไม่ตอบก็แล้วกันนะครับ ผมไม่ได้โต้แย้งท่าน แต่ผมว่าคําว่า เพื่อทราบ กับ เพื่อพิจารณา นี้ต่างกัน เพื่อพิจารณา เราถามได้ แต่ท่าน บอกว่าไปดูจากเว็บไซต์ เว็บไซต์นั้นไม่ได้ครับท่าน มันคนละประเด็นเลย ถ้าเว็บไซต์ได้ดี ก็ไปเปึนสภาเว็บไซต์สิครับ ไม่ต้องทําอย่างอื่น ก็คีย์ (Key) กันไปคีย์กันมาเท่านั้นเองครับ อันนี้มันเปึนสภาแห่งชาตินะครับ ส่วนที่ท่านบอกว่าเกรงว่าจะผิดกฎหมาย ผมว่าอันนี้ ถ้าท่านยินดีที่จะให้ใช้คําว่า พิจารณา แต่กลัวผิดกฎหมายนี้ ส.ว. เขารับรองมาแล้ว ชั้นหนึ่ง นี่ข้อ ๑

๒. ถ้าท่านยังดูถูก ส.ว. โดยไม่เชื่อ ส.ว. อีก ก็ตีความส่งหน่วยงานราชการ จะเปึนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือศาลรัฐธรรมนูญตีความเสีย แล้วในทาง ปฏิบัติคณะกรรมการกฤษฎีกาก็นั่งในกรรมาธิการ ส.ว. อยู่แล้วครับ ไม่ผิดกฎหมายครับ เรื่องนี้ ขึ้นอยู่กับท่านว่าเจตนาไหม ถ้าเจตนาจะตรวจสอบจริง แฟร์ (Fair) จริง เงินนี้ มันเปึนเงินกู้พิเศษก็ให้เขาแก้ตาม ส.ว. เสีย จบกัน ถ้าท่านจะมีมโนธรรมอย่างที่ผม กราบเรียนนะครับ

อันที่ ๒ ท่านไม่ได้ตอบ แต่ท่านไม่ตอบก็ได้นะครับ มีการใช้เงินผิดประเภท แล้วก็ตรวจสอบไม่ได้ต้องมาถามในสภาอย่างนี้ว่า ที่ท่านอนุมัติให้เงินทหาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ไปซื้ออาวุธนี้มันกระตุ้นเศรษฐกิจ ตรงไหน มันก็เปึนเงินตัวนี้ ถ้าอย่างนี้ไปถามในเว็บไซต์ก็ด่ากันไปด่ากันมา คีย์ไปคีย์มา มันไม่ได้ประโยชน์ มันต้องมาที่นี่ ขนาดอยู่ในสภาผมถามท่านแล้ว ท่านยังไม่ตอบผมเลย แล้วไปในเว็บไซต์จะไปเจออะไรกันล่ะครับท่าน จึงขอให้ท่านพิจารณาเถอะครับ เป่ดช่องทางเสีย ให้พี่น้องประชาชนเขาสบายใจว่าเมื่อรัฐบาลชนะไปแล้ว ได้ไป ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ทีนี้จะใช้ก็จะต้องมาขอสภาพิจารณาในกรอบ อย่างนี้น่าจะ ดีกว่าไหมครับท่าน กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขออนุญาตตอบชี้แจง เพื่อนสมาชิกท่านสุนัยนิดเดียวนะครับ

ประเด็นแรก ก็เปึนครั้งแรกที่ผมได้ยินท่านกล่าวว่าวาระเพื่อทราบนี้ไม่มี การถาม ผมก็เห็นพวกเราถามกันทุกครั้งที่มีการรายงานเพื่อทราบ ไม่ว่าจะเปึนโดย หน่วยงานใดก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นข้อจํากัดต่อการตั้งคําถามโดยสภานี้ไม่มีครับ แล้วท่าน สามารถ นอกจากนั้นที่จะตั้งกระทู้ถามถาม ท่านจะถามโดยอาศัยคณะกรรมาธิการ คณะต่าง ๆ ที่จะเรียกหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเขามาตั้งคําถามทําได้ทั้งหมด ส่วนข้อมูลในเว็บไซต์ที่ผมพูดถึงนี้นะครับ มันก็คือข้อมูลที่ท่านสามารถนํามาใช้ในสภานี้ได้ ก็เพียงเท่านั้น เปึนข้อมูลเปึนทางการนะครับ เปึนข้อมูลของทางกระทรวงการคลัง แล้วมีรายละเอียดครบถ้วน ไม่ต่างกับข้อมูลที่ท่านกําลังขอให้เรานําเสนอกับท่านในสภา ท่านสามารถที่จะหยิบยกข้อมูลเหล่านั้นและมาใช้เวทีใดก็แล้วแต่ตามที่ผมได้เอ่ย เมื่อสักครู่ในการตั้งคําถามให้พวกผมที่มีความรับผิดชอบต่อการใช้เม็ดเงินนั้นมาตอบท่าน ท่านทําได้อยู่แล้ว

ส่วนประเด็นเรื่องกฎหมายนะครับ ผมก็เพียงแต่จะขออนุญาตเรียนว่าก็ได้ มีการประเมินว่าไม่มีความชัดเจนว่าอํานาจที่จะให้ในการพิจารณานั้นจะใช้อํานาจ กฎหมายใด แล้วก็ขออนุญาตเรียนเปึนข้อมูลนะครับว่าที่ท่านกล่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการกฤษฎีกาเปึนกรรมาธิการชุด ส.ว. นั้นมีจริงครับ แล้วผมขออนุญาตเรียนว่า ท่านเจ้าหน้าที่ที่เปึนตัวแทนจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั้นเปึนผู้ชี้แจงเองครับว่า ไม่มีสิทธิ อํานาจตามรัฐธรรมนูญนะครับที่จะแก้จาก เพื่อทราบ เปึน เพื่อพิจารณา ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอประสิทธิ์ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนท่านประธานนะครับ วันนี้ทางวุฒิสภาท่านได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ผมขอ แสดงความเห็นสนับสนุนร่างของวุฒิสมาชิก เพราะต้องยอมรับครับว่าในมาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑/๑ มันเปึนข้อความที่ทําให้มีการตรวจสอบที่ได้ดี อย่างยิ่งครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะว่าตอนนี้มีปัญหาเรื่องการทุจริต ปัญหา เรื่องการคอร์รัปชันเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า ท่านประธานครับ เรามาดูสิครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ผมบอกให้เจ้าหน้าที่เป่ดเว็บไซต์ตลอดว่า กระทรวงสาธารณสุขได้อะไรบ้างในเอสพี ๒ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านบอกมีหมด เกือบเดือนถึง ๒ เดือนเพิ่งจะออกมา เพราะอะไรครับมันมีการมาแฉกัน ที่สุดเพิ่งออกมา แม้แต่เรื่องการตายของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ท่านประธาน ทราบไหมครับจะต้องมีรหัสเข้าไป ผมก็ไม่เข้าใจว่าเสียชีวิตเท่าไร ต้องมีรหัสระดับสูง ท่านบอกว่าเว็บไซต์ท่านเป่ดเผย ชัดเจน มันไม่มีอะไรชัดเจนเลยครับ ถ้ามีอะไรชัดเจน พวกผมไม่มาถามหรอก ดังนั้นครับที่วุฒิสมาชิกแก้ไข ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง จะให้แค่ เพื่อทราบเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันน้อยมากหรืออย่างไรครับ สําหรับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มันน้อยมากหรือ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ท่าน เปึนหนี้นะครับ ไม่ใช่ท่านเปึนหนี้คนเดียวนะ เปึนหนี้กันทั้งประเทศ ท่านไม่ให้รายละเอียด เลยหรืออย่างไร ท่านจะไปช่วยชาวไร่ชาวนาที่ยากจนข้นแค้นเดือดร้อน ท่านไม่บอก เขาเลยหรือว่าจะไปทําอะไรบ้าง วันนี้เดี๋ยวผมจะเอามาดูให้เห็นว่ามันมีปัญหาอะไรบ้าง ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่าความโปร่งใสมันสําคัญนะ ตอนนี้ผมไปดูโพล เอแบค โพล ธรรมดาเอแบค โพล ขออนุญาตท่านประธานครับ ใช้เอกสารเล็กน้อย ขออนุญาตท่านประธาน อนุมัติไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อนุญาตครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

เดี๋ยวจะมีคนทักครับท่านประธาน เอแบค โพล เขาสํารวจโพลออกมาวันที่ ๑๐ ตุลาคมนี้เองครับ อาจารย์นพดล กรรณิการ์ ปกติโพลของท่านส่วนใหญ่จะเห็นคล้อยไปกับรัฐบาล แต่งวดนี้วันที่ ๑๐ ตุลาคม ปรากฏว่า อาจารย์นพดล กรรณิการ์ ท่านออกมาสรุปว่างานวิจัยพบสิ่งที่น่าเปึนห่วงอีกประการหนึ่ง คือภาพลักษณ์ซื่อสัตย์ของนายอภิสิทธิ์กําลังถูกท้าทายด้วยปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ที่เกิดขึ้นในหลายโครงการจนส่งผลให้เวลานี้ประชาชนเพียงส่วนน้อยที่อยากให้รัฐบาล ทํางานต่อไปโดยไม่ต้องแก้อะไร ดูสิครับ ๕๙.๖ เปอร์เซ็นต์ มองว่ารัฐบาลมีข่าวโกงการ ทุจริตคอร์รัปชันร้อยละ ๔๐.๔ ระบุว่ารัฐบาลมีข่าวความซื่อสัตย์สุจริต สรุปออกมาครับ ๔๗.๖ เปอร์เซ็นต์ คิดว่ารัฐบาลมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชันทุกกระทรวงนะครับ ทุกโครงการ ๓๘.๓ กระทรวงสาธารณสุขอันดับ ๑ เลยครับ ๓๗.๙ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงคมนาคม ๓๑.๑ เปอร์เซ็นต์ โครงการชุมชนพอเพียง ๒๙.๘ เปอร์เซ็นต์ โครงการไทยเข้มแข็ง ๒๕.๓ เปอร์เซ็นต์ มันเกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าอันตรายมากนะครับ ข่าวการทุจริต ท่านประธานครับ โครงการต่าง ๆ นี่ผมเห็นแล้วมันก็เหมือนอย่างที่ท่านประธานได้เห็น นะครับ เมื่อก่อนก็โจมตีรัฐบาลผมว่าทุจริตเชิงนโยบาย ตอนนี้กล้ายางก็ยกฟัอง ท่านประธานมันก็แปลกนะครับ ตอนนี้ปรากฏว่าเอาเสียทุกเรื่องครับ ภาษาบ้านผมเขาเรียกว่า กินจุ๊บ กินจิ๊บ กินจุ๊บ ๆ จิ๊บ ๆ กินไปทุกโครงการ มีการทุจริต ในทุกหย่อมหญ้า มีการกล่าวครับ ขนาดตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดยัง ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตําแหน่งตํารวจอะไรอย่างนี้ ท่านประธานครับ ทําไมมันมากมายขนาดนี้ แสดงว่า ท่านประธานครับ ที่บอกว่าความโปร่งใสผมว่ามันโป์งนะครับ แล้วก็ใสเลยครับ ชาวบ้าน เห็นหมดเลยครับ ต้องยอมรับสังคมให้ความหวังกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มาก ต้นทุนนี่สูงจริง ๆ สูงจนผมดูแล้วกังวลใจ อะไรที่สูงเกินไปสักวันก็เสื่อม ท่านประธานครับ อย่าไปคิดว่าเปึนรัฐบาลต้นทุนสูงอยากทําอะไรก็ทําได้ จะทําอะไรมันจะต้องทําดีครับ มันจะต้องสุจริตและโปร่งใสเท่านั้นครับ ไม่ใช่อยากทําอะไรก็ได้ตามใจชอบ ท่านประธานครับ หันกลับเข้ามาทําไมผมจึงต้องสนับสนุนร่างกฎหมายพระราชบัญญัติ กู้เงินของกระทรวงการคลัง ของวุฒิสมาชิก ร่างฉบับนี้ท่านประธานครับ ผมสนับสนุน อย่างยิ่ง เพราะปรากฏว่าร่างพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ใช้ไปมันเกิดปัญหา มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานครับ ในกระทรวงสาธารณสุข ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านบอกว่าเป่ดเว็บไซต์ก็เห็น ไปเป่ดตอนแรก ไม่เห็นหรอกครับ ตอนนี้แพทย์ชนบท ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่านครับ นายแพทย์เกรียงศักดิ์ ท่านทนไม่ไหวครับ ท่านกลัวว่าถ้าปล่อยให้มีการทุจริต ปล่อยให้มีการคดโกงเกิดขึ้น มันจะมีผลกระทบต่อการทํางานของแพทย์เหมือนกับ ๑,๔๐๐ ล้านบาท ที่มีการทุจริตยา โครงการทุจริตยาก็เหมือนอันนี้ ท่านประธานครับ กระจายอํานาจ ๆ ปรากฏว่าหมอทุกคน ต้องรับไปหมดเลยครับ หมอบางคนเปึนคนดีไม่เคยคิดทุจริต แต่นายสั่งมา ท่านประธานครับ นายสั่งมา ถูกออกจากราชการ ถูกพักเงินเดือน ถูกตัดเงินเดือน จนเดี๋ยวนี้ แพทย์บางคนอยู่ในกระทรวงสาธารณสุขก็มีชนักติดหลัง ทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยคิดจะทุจริต วันนี้แพทย์ชนบทได้ออกมาแฉแล้วครับท่านประธาน ก่อนที่ผมจะพูดถึงเรื่องปัญหา ที่เกิดขึ้นในกระทรวงสาธารณสุขครับ ผมอยากอ่านกระแสพระราชดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพวกเราให้ความเคารพอย่างสูงยิ่ง เพื่อให้รัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ฟังไว้อีกครั้งครับ นี่เปึนกระแสพระราชดํารัสของในหลวงนะครับ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่งให้มี อันเปึนไป พูดอย่างนี้หยาบคาย แต่ว่าต้องให้มีอันเปึนไป แต่ถ้าไม่ทุจริต สุจริตและ มีความตั้งใจมุ่งมั่น สร้างความเจริญ ก็ขอต่ออายุให้ถึง ๑๐๐ ป้ ใครมีอายุมากอยู่แล้ว ก็ขอให้แข็งแรง ความสุจริตจะทําให้ประเทศไทยรอดพ้นอันตรายภายใน ๑๐ ป้ เมืองไทย น่าจะเจริญ ข้อสําคัญต้องยึดความสุจริตให้สําเร็จและไม่ทุจริตเสียเอง ท่านประธานครับ อันนี้พวกเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลต้องเอาเรื่องนี้เปึนเรื่องหลัก รัฐบาลชุดนี้บอก เสมอครับว่าโปร่งใส มันโปร่งจริงไหมครับ เดี๋ยวตามมาดูครับ ตามผมมาดู ท่านประธานครับ ปัญหางบประมาณ ๘๖,๐๐๐ ล้านบาทของกระทรวงสาธารณสุข ได้รับการเป่ดเผยนะครับ ความจริงต้องยกย่องให้หมอชนบท เขาไม่ต้องการให้แพทย์ ต้องรับภาระ ต้องรับกรรมโดยที่เขาไม่ได้คิด ตอนแรกก็คิดว่าจะดีครับท่านประธาน ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้เชิญท่านนายแพทย์เกรียงศักดิ์มาพบ คิดว่าเอาแน่นะครับ คิดว่าคุณมาร์คเอาแน่ แต่จริง ๆ แล้วสอบสวนออกมา ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านประธาน แถลงว่าอย่างไรครับ แถลงแล้วผมว่าอย่างนี้มันเปึนมวยล้มต้มคนดู หรือเปล่า เขาบอกว่ามีระดับผู้อํานวยการ ๑ คน และข้าราชการเกษียณอีก ๑ คนครับ ร่วมกันกระทําการดังกล่าว ๘๖,๐๐๐ ล้านบาท ขออภัย รัฐมนตรีบอกว่ายังไม่มีการ ดําเนินการ ตอนนี้ผมไปดูเม็ดเงินอนุมัติ ๘๖,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติยอดเงินมาแล้ว ๓๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีการประมูลครับ ได้ข้อมูลมา แต่ท่านยังไม่ส่งเม็ดเงินไป ท่านประธานครับ เรามาดูครับ โครงการต่าง ๆ ยกตัวอย่างครับ อันแรก เกิดมาเปึนหมอ เปึนหมอมา ๓๐ ป้ ท่านประธาน ไม่เคยเห็นครับ เครื่องยูวี แฟน (UV-FAN) ท่านประธาน อยากเห็นไหม เดี๋ยวเป่ดให้ดู โคลส (Close) หน่อยครับ เครื่องยูวี แฟน บ้านผม มันแฟนของ ยูวีหรืออย่างไร ผมเปึนหมอมา ๓๐ ป้ ยังไม่เคยเห็นเลย หรือว่าท่านรัฐมนตรีว่าการเห็น ผมไม่เคยเห็นเลย ผมก็ว่าเอาไปทําอะไร เลยไปดู นี่ครับ เปึนอย่างนี้ครับ เปึนพัดลมดูด เข้าไปแล้วก็มีเครื่องยูวีเป์าออกมา ถามว่ามีคนขอไหม ไม่มีหมอไหนขอครับ เครื่องนี้เอาไว้ ใช้สําหรับนักวิชาการทางการแพทย์เขาทดลองว่าทําแล้วมันจะฆ่าเชื้อได้หรือเปล่า ปรากฏว่าตั้งเลยครับ โรงพยาบาลละ ๑ แห่ง โรงพยาบาลละ ๒ แห่ง เครื่องนี้ไม่สามารถ จะไปทําลายเชื้อได้ทั้งโรงพยาบาล เครื่องหนึ่งได้อย่างมาก ๔ คูณ ๕ เมตร นี่ล่ะครับแค่นี้ ดูด ถ้าจะใช้ในโรงพยาบาล ท่านประธาน ต้องใช้ ๑๐๐ เครื่อง ตามไปดูครับ เขาบอกว่า เขาทําได้ในราคาไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ๔๐,๐๐๐ บาทครับ ๓๒ ล้านบาท ท่านประธาน แต่มันเปึนเงินกู้ นะครับ ไม่ใช่ท่านอภิสิทธิ์เปึนหนี้คนเดียวนะ ทั่วประเทศเปึนหนี้นะครับ ถ้าเอาเงิน ๓๒ ล้านบาทไปช่วยเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ตอนนี้น้ําท่วมอยู่ ชัยภูมิก็น้ําท่วม ไม่ไปเลยครับ ถ้าท่านไปผมไม่ไล่หรอกครับ ไปเถอะครับ ไม่มีเลยครับ น้ําท่วมเทศบาล ขอแล้วขออีกก็ไม่ได้ ถ้าได้ ๓๒ ล้านบาทจากยูวีไป ผมว่าเมืองชัยภูมิของผมก็จะท่วม น้อยลง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอประสิทธิ์ครับ นิดหนึ่งนะครับ ขอให้ช่วยโยงเข้าที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมหน่อย นะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

นี่อย่างไรครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนี้เปึนตัวอย่างที่ท่านยกมาใช่ไหมครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

เปึนตัวอย่างที่ยกว่าทําไมต้องเสนอ รายละเอียด ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ผมอยากเรียนว่าเรื่องเหล่านี้ ดูสิครับ เครื่องนี้ โคลส (Close) หน่อยครับ นี่เอามาจากงบประมาณของเอสพี ๒ เลยครับ นี่มัน ของจริงเลยครับ ถ่ายมา แต่เขาไม่อยากบอกว่าจากส่วนไหนนะครับ อันนี้ก็ชัดเจนครับ ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เห็นไหมครับ เห็นไหม ๔๐,๐๐๐ บาท อันนี้ไม่มีใครอยากได้เลย ท่านประธานไม่มีหมอไหนอยากได้เลยครับ ไปยัดเยียดให้เขา อีกเครื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ ข้างบนนะครับ เปึนเครื่องตรวจสารในเลือด เขาเรียกว่า เครื่องชีวมวล เครื่องนี้ผมอยากบอก ท่านประธานครับ ท่านประธานเคยไปเดินห้างสรรพสินค้าไหมครับ เหมือนขายโค้ก ขายเป็บซี่ ขายกาแฟต่าง ๆ เครื่องนี้ปกติเขาจะให้โรงพยาบาลแต่ละโรงไปตั้งเลยครับ ใครอยากได้เขาจะไปตั้งให้ เสร็จแล้วเขาจะเก็บค่าบริการ เก็บค่าน้ํายา เก็บค่าบริการ เปึนเม็ดเงิน เหมือนเราจะกินโค้กเราต้องหยอดเหรียญ อันนี้เช่นเดียวกันครับท่านประธาน เครื่องชีวมวลไม่เคยมีใครอยากซื้อหรอกครับ ไม่มีโรงพยาบาลไหนขอซื้อครับ แต่ปรากฏว่า ตั้งไว้เครื่องละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดูสิครับ โคลสหน่อยครับ เครื่องละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท โรงพยาบาลน้ําพอง ๓ แห่งครับ นี่เอามา แต่มีหลายที่นะครับท่านประธาน ผมอยากเรียนท่าน ประธานครับ เครื่องนี้จริง ๆ ไม่น่าจะต้องเสียเงินถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท โทรศัพท์กริ๊งไปขอเขา ท่านประธานครับ เขาเอามาตั้งให้เลย ถ้าเราไปซื้อเขาสิครับ ถ้ามันเสียก็ไม่มีใครมาดูแล แต่ถ้าเสียเหมือนตู้น้ําเย็น ตู้แช่ทั้งหลายในห้างสรรพสินค้า ถ้าเสียปุ็บท่านประธานครับมัน ต้องรีบมาซ่อม เพราะมันอยากได้เงิน อันนี้ครับ ซื้อ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมก็ไม่เข้าใจครับว่า ท่านรัฐมนตรีทําไมปล่อยได้ ทําไมนายกรัฐมนตรีถึงปล่อยออกมาได้ นี่เปึนตัวอย่าง ต่อไป ครับท่านประธาน อยากเรียนนะครับ เครื่องช่วยหายใจ ท่านประธานครับ แพทย์ชนบท เขามาบอกว่าอยากเรียนท่านประธานครับ ปกติหมอจะเปึนคนละเอียด จะเปึนคนดู รายละเอียดที่มันเกิดขึ้น เขาไม่เคยมีหมอไหนที่คิดทุจริต ไม่มีครับ ดังนั้นการทุจริตใน กระทรวงสาธารณสุขมันเกิดน้อย เพราะหมอเขามีคลินิก เขามีอาชีพอันอื่น เขาไม่ได้มา สนใจเรื่องเปอร์เซ็นต์อะไรมากมาย ท่านประธานครับ ปรากฏว่าเครื่องช่วยหายใจหมอทุก คนที่เปึนผู้อํานวยการโรงพยาบาลรู้ราคาครับ เขาซื้อกัน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท นี่ตั้งไว้เลยครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท มันอะไรกัน ครับ นี่ รถพยาบาลก็มารายงาน ผมเชิญมาฟังนะครับ เขาบอกว่าสมัยรัฐบาลทักษิณบอก ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท มันทุจริตกันมโหฬารเลย ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ตอนนี้ซื้อ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท ผมกําลังจะตามไปดูว่ามันทุจริตไหม ซื้อ ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท บอกโคตรของการทุจริต เลย ปรากฏว่า ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท ผมกําลังจะตามไปดู ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ทุจริต ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ทุจริต ผมก็เอารัฐบาลชุดนี้ยันต์คุ้มกันเยอะมาก มีอีกครับท่าน ประธาน อันนี้เปึนตัวอย่างซึ่งเกิดขึ้นกับโรงพยาบาลคุณหมอเกรียงศักดิ์เสียเอง ขออภัย ที่พูดถึงท่าน ท่านบอกว่าตึกพักพยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ๒๔ ห้อง ท่านประธานครับ นี่เปึนเอกสารเลย โคลสหน่อยครับ เขาสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ในราคา ๖,๕๐๐,๐๐๐ บาท โคลสหน่อยครับ รู้สึกกล้องช้าเหลือเกิน ไม่ค่อยเห็นเลย ผมว่ากล้องมีปัญหา ทําไม มันเบลออย่างนี้ท่านประธาน อันนี้ใช้งบโครงการไทยเข้มแข็งหรือเปล่าท่านประธาน

(การประชุมดําเนินการมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เนื่องจากเอกสารตัวอย่างมันเล็กครับ โคลสได้เท่านี้ละครับ

(นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีผู้ประท้วงนะครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

ท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เขต ๑ ผมคิดว่าท่านผู้อภิปรายพูดเยิ่นเย้อแล้วก็อภิปราย ไม่ใช่การอภิปรายปกติ มันเหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฉะนั้นผมคิดว่าไม่เปึนไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๕ ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ การอภิปรายยังอยู่ในข้อบังคับการประชุมสภาอยู่นะครับ ไม่ได้เปึน การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ก็ต้องบอกว่าที่ไม่เห็นด้วยเพราะอะไร แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องขอให้หมอประสิทธิ์กรุณารวบรัดด้วยนะครับ เดี๋ยวท่านต่อไปผมขอตกลงอย่างนี้ เพราะเนื่องจากมีผู้ต้องการอภิปรายอยู่ประมาณ ๒๐ คน ก็จะขอท่านอภิปรายท่านละ ประมาณ ๑๐ นาที ขาดเกินนิดหน่อยได้ไม่เปึนไรครับ เชิญหมอประสิทธิ์ต่อครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ เรื่องจะลดเวลา การอภิปรายของผม

(นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวรวัจน์ประท้วงครับ เชิญวรวัจน์ก่อนครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย อยากจะขออนุญาตท่านประธาน อย่างนี้ครับ อยากขอให้ท่านประธานดูด้วยดุลยพินิจ ถ้าหากว่ายังอยู่ในประเด็นอย่าไป กําหนดเวลาเลย การอภิปรายต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สําคัญ งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ แล้วก็อย่างไรเราก็ต้องจบ แต่ถ้าหากว่ามีสมาชิก ยังสนใจอภิปรายอย่าไปตัดเวลาเขาเลย เพราะถ้าไปตัดเวลาในเรื่องที่สําคัญ มันจะทําให้ ไม่ได้ประเด็นนะครับ เพราะเรื่องการเงิน เรื่องกฎหมาย เรื่องอะไรเปึนเรื่องที่เข้าใจยาก ให้ท่านประธานใช้ดุลยพินิจด้วยว่าถ้าหากว่าไปแล้ว ราบรื่น หรือว่าไม่มีอะไรปล่อยเขาไป เถอะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมให้ข้อเสนอเพื่อเปึนกรอบเวลาให้ผู้อภิปรายได้รู้ว่าในขณะเดียวกันว่าแต่ละท่าน อภิปรายไปกี่นาทีแล้ว ไม่อย่างนั้นก็จะอภิปรายกันค่อนข้างยาว แต่อย่างไรก็ตามทุกครั้ง จะสังเกตดูนะครับว่าผมไม่เคยตัดเวลานะครับ กําหนดว่า ๑๐ นาที บางครั้งก็อภิปรายถึง ๑๕ นาที ผมก็จะดูว่าท่านยังอยู่ในประเด็นหรือเปล่า เพราะฉะนั้นผมขอเดินสายกลาง อย่างนี้ก็แล้วกันครับ ขอท่านละ ๑๒ นาที ๒๐ ท่าน ก็ประมาณ ๒๔๐ นาที ก็ประมาณ ๔ ชั่วโมงนับจากนี้นะครับ ตกลงกันตามนั้นก็แล้วกันครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พูดกันเล็ก ๆ น้อย แล้วชาวบ้านเขาจะได้ฟัง เรื่องข้อเท็จจริงขนาดไหน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เรียนอย่างนี้ครับ เรากําหนดไว้ ๑๒ นาที แต่ท่านจะอภิปรายเกินก็ได้นะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ไม่เปึนไรครับ ผมขออภิปรายต่อครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมก็จะดูในแต่ละครั้งว่ายังอยู่ในประเด็นหรือเปล่า แต่กําหนดไว้เปึนกรอบเท่านั้นเอง ไม่อย่างนั้นเราก็จะอภิปรายกันถึง ๕-๖ ทุ่ม เชิญหมอประสิทธิ์ต่อครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

ก็ขอบคุณท่านประธานนะครับ ผมอยากเรียนผมยังอยู่ในประเด็น ทําไมผมต้องมาชี้ เพราะมันมีเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นที่ กระทรวงสาธารณสุข มันชัดเจนครับ เหมือนกับเราจะไปฆ่าคน พยายามฆ่าก็ผิด นี่ก็มีการทุจริต พยายามจะทุจริต มันก็ผิดเหมือนกันท่านประธาน รับโทษ ๒ ใน ๓ อันนี้ มันชัดเจน ท่านประธานครับ อยากเรียนที่ภูกระดึงเขาสร้างได้ในราคา ๖,๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่งบประมาณอันเดียวกันเลยครับ โคลสหน่อยครับ ความจริงปรับอีกหน่อย ความจริง เมื่อสักครู่นี้ชัด แสดงว่าแกล้งกันแล้วกระมัง อย่างนี้ชาวบ้านจะไปเห็นไหมครับ ไม่เห็นไม่เปึนไร เขาสร้างในราคา ๙,๕๗๐,๐๐๐ บาท จาก ๖,๕๐๐,๐๐๐ บาท เปึน ๙,๕๗๐,๐๐๐ บาท นี่ตัวอย่างเท่านั้นนะครับท่านประธาน นี่ดึงออกมาจากเว็บไซต์ ของท่านเอง ดึงออกมาจากเอสพี ๒ ท่านเพิ่งเป่ดให้เห็น ผมขอมา ๒ เดือน ผมก็เอะใจว่า ทําไมไม่ให้สักที โทรไปหาปลัดกระทรวงก็อึ้มอั้ม ๆ นะครับ ไม่เข้าใจ ผมอยากเรียนว่า นอกจากนี้ยังมีครับ ท่านประธานเคยเห็นไหมเขาก่อสร้างตึกของโรงพยาบาลชุมชน ขนาด ๓๐ เตียง ท่านประธานครับ เขาทําอะไรครับ เสาธงครับ ผมก็ยังงงว่าตั้งแต่ผมเปึน หมอมา เสาธงเขาก็จะมีเสาธง แต่เสาธงอันนี้ของกระทรวงสาธารณสุขพิเศษนะครับ ๔๙๕,๐๐๐ บาท ทําไมไม่ซื้อเครื่องฟอกไตไม่ดีกว่าหรือครับ หรือว่าท่านจะบอกให้ ประชาชนร้องเพลงอีก ผมร้องเพลงชาติตั้งแต่ผมเปึนเด็ก ผมเรียนอนุบาลผมก็ร้องเพลง ชาติ ผมอยากฝากเรื่องร้องเพลงชาติไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านบอก ให้ทุกโรงเรียนเลิกเป่ดเทป ให้เด็กนักเรียนที่อยู่ตามโรงเรียนเขาร้องครับ เดี๋ยวนี้บางทีผมไปเยี่ยมโรงเรียน เขาไปเป่ดเทป ทําไมไม่ไปรณรงค์ตรงนั้น ถูกกว่าเยอะ นี่สั่งผู้ว่าราชการจังหวัดมาร้องเพลงที่ทําเนียบ สั่งอะไรก็ไม่รู้ ผมไม่เข้าใจ หรือว่ากระทรวง สาธารณสุขโดนสั่งเหมือนกัน ให้สร้างเสาธงราคา ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ลดลงเถอะครับ ความจริงมันอยู่ที่ใจ วัตถุมันเรื่องนอกกาย ท่านประธานครับ มันไม่ต้องขนาดนี้ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เอาไปทําอย่างอื่นดีกว่าครับ หมอทุกคนทนไม่ได้เลยออกมาพูดกัน มีอีกหลายเรื่องครับ กลัวว่าเพื่อนสมาชิกท่านจะประท้วงอีก ๘๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ท่านประธาน แพทย์ชนบทบอกเขาคิดให้แล้วครับ ลดได้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนเงิน ๒๕,๘๐๐ ล้านบาท ที่เขาทําอย่างนี้เพราะไม่ต้องการให้หมอ เปึนแพะรับบาป ไม่ต้องการให้กระทรวงสาธารณสุขต้องมีการทุจริต หมอทุกคนใส่เสื้อขาว ภูมิใจครับ ไม่อยากให้ใครเอาสีโน้น สีนี้มาปัาย มันสกปรกครับ กระทรวงสาธารณสุข ไม่อยากให้ใครเอาสีมาปัาย นอกจากนี้ยังไม่พอนะครับ ครุภัณฑ์เปึนแค่ตัวอย่างนะ เปึนน้ําจิ้ม มีการประมูลอีกครับ ผมกําลังเรียกสอบอยู่ ที่โรงพยาบาลมหาราช โคราช ผมก็เคยดูเรื่องหลายบริษัทที่ประมูลงานมานี่ ๗๑๔ ล้านบาท ท่านประธานครับ ความจริง เรื่องการรับรองผลงานเขาน่าจะรับรองเรื่องโครงสร้างว่าโครงสร้างนี่แข็งแรงนะ คุณสมบัติ ในการประมูลปรากฏว่าเขาเอาคุณสมบัติอะไร ท่านประธานทราบไหมครับ ขอให้รับรองว่า ณ ปัจจุบันชั้นใต้ดินนั้นไม่มีการรั่วซึม ใช้งานได้ดีเปึนปกติ เอาจุดนี้เปึนประเด็นสําคัญ ในการตัดผู้รับเหมา ผมก็เพิ่งเคยเห็น ถ้าไม่ใช่พวกกันไม่มีใครออกหนังสือแบบนี้ละครับ เขาจะรับรองเรื่องโครงสร้างแข็งแรงตามมาตรฐานแค่นั้นครับ เปึนวงเงินเท่าไร อันนี้ บอกว่าไม่มีรูรั่ว ไม่มีรอยซึม ผมเลยตามไปดู ชั้นใต้ดินเขาเอาไปทําอะไร เขาจะไปทําแลป (Lap) วิลิศมาหราหรือ เขาจะไปทําอะไร เขาไปทําที่จอดรถ ท่านประธาน ที่จอดรถ จอดรถชั้น ใต้ดิน มันดูแล้วมันแปลกมาก เรื่องนี้มันแปลกมาก ยังไม่พอครับ ยังระบุอีกว่าการทํา เซนทรัล ไปพ์ไลน์ (Central Pipeline) คือการวางท่อแก๊สทั้งหลาย ต้องติดตั้งโดย แหล่งกําเนิด มันจะมีกี่บริษัทครับติดตั้งจากแหล่งกําเนิด ถ้าไม่ใช่พวกเดียวกัน แหล่งกําเนิดไหนมันจะไปติดตั้งให้ มันเปึนคุณสมบัติที่แปลกที่สุดนะครับ ผมก็เห็น ผมไม่รู้ โรงพยาบาลอื่นมีบ้างไหม นี่ครับเหตุผล เหตุผลมันชัดๆ ไม่ใช่เหตุผลอะไรที่ดูไม่ดี ไปดูครับ ความผิดฐานฉ้อโกง ผมว่ามันเข้านะ มาตรา ๓๔๑ ผู้ใดโดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการ แสดงข้อความอันเปึนเท็จหรือปกป่ดข้อความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้ง สรุปครับว่าความผิดนี้ มันน่าจะเปึนการฉ้อโกง ทุจริต แต่ว่าความผิดยังไม่สําเร็จก็ถือว่าเปึนการพยายาม ท่านประธานครับ ไปอ่านดูมาตรา ๘๐ ของกฎหมายอาญานะครับ การพยายามกระทํา ผิดก็ผิดครับ มีโทษครับ แต่ท่านรัฐมนตรีให้ท่านปลัดกระทรวงออกมาแถลง บอกว่า มีระดับผู้อํานวยการ ๑ คน และข้าราชการที่เกษียณแล้ว ๑ คน แค่นั้นละครับ มันเปึนไปได้หรือครับ ๘๖,๐๐๐ ล้านบาท คนสองคนนี่นะครับ ผมว่า มันเปึนการตัดตอนหรือเปล่า ตอนนี้ได้ทราบข่าวจากชมรมแพทย์ชนบทเขาไม่ยอมละครับ จะหาแพะกับแกะมาฟัน จะฆ่าตัดตอน ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีอ้ายโม่งมันไม่สามารถ ดําเนินการได้ นี่ละครับมันเปึนเหตุผลที่ผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจรัฐบาลได้ เปึนเหตุผล ที่สําคัญที่จะต้องแก้ไขตามวุฒิสมาชิก เพราะท่านบอกว่าชัดเจนครับ เพื่อพิจารณา โดยแสดงรายละเอียด อ่านอย่างไรก็ไม่มีขัดรัฐธรรมนูญครับ ผมไม่รู้อะไรจะขัดไปหมด เพียงแต่แสดงรายละเอียด แล้วท่านบอกว่าไม่ต้องแสดงก็ได้ นี่หลักฐานท่านประธาน พยายามโกง ผมฟัองประชาชนครับ ๘๖,๐๐๐ ล้านบาท ใครต้องรับผิดชอบ ผมว่า นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบด้วย ตอนนี้ยันต์กันผีที่คุ้มครองท่านมันหลุดหมดแล้ว ขนาดดอกเตอร์นพดล กรรณิการ์ เชียร์รัฐบาลมาตลอด งวดนี้ไม่เชียร์แล้วครับ หลายหน่วยงานโดยเฉพาะทางการแพทย์เขาไม่ไว้วางใจท่านหรอกครับ ท่านต้องแก้ไขครับ จะแก้ไขอย่างไรก็อยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผมไม่มั่นใจนะครับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ จะมีส่วนหรือไม่ เพราะเขาไม่เคยพูดถึง ว แต่คนอื่นผมไม่ทราบ มันเปึนไปไม่ได้ที่ ข้าราชการ ๒ คนสามารถดําเนินการได้ถึงขนาดนี้ เปึนไปไม่ได้หรอกครับ ถึงอยากฝาก ท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านต้องรับผิดชอบครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขวิทยา แก้วภราดัย ครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตเรียนชี้แจงสั้น ๆ นะครับ เพื่อจะได้ไม่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ตัวอย่างที่ เพื่อนสมาชิกยกมาทั้ง ๖ รายการ ที่จริงผมกับท่านก็นั่งฟังพร้อมกันในการชี้แจงต่อ กรรมาธิการนะครับ

ประการแรก ก็คือใน ๖ รายการก็มียูวี แฟน เครื่องปัืนเลือดหรือชีวมวล เครื่องช่วยหายใจ รถพยาบาล ตึกพักพยาบาล เสาธง ทั้ง ๖ รายการขออนุญาตเรียนก่อน ครับว่า ผมไม่ได้เปึนคนยัดใส่เข้าไปนะครับ

ประการที่สอง ผมก็มีข้อข้องใจเหมือนกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายนะครับ ว่าเครื่องดังกล่าวมีใครให้เขาไป

ประการที่สาม รายการ ๓ รายการที่ท่านสงสัยว่าราคาแพง ผมก็สงสัยว่า ราคาแพง และกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งกรรมการสอบครับ ซึ่งไม่ใช่ผมเปึนคนตั้งนะครับ ปลัดกระทรวงตั้ง และผมไม่ได้เปึนคนสั่งให้ปลัดกระทรวงไปแถลง เขาก็แถลงนะครับ แล้วผลการแถลงก็เหมือนเพื่อนสมาชิกว่าแพทย์ชนบทไม่พอใจ รู้สึกว่าจับแพะชนแกะ ผมเองก็นักการเมืองครับ แล้วก็รู้สึกว่าอย่างนี้ผมก็ไม่สบายใจ ขณะนี้ผมก็ให้แพทย์ผู้ใหญ่ ประสานกับนายแพทย์บรรลุ ซึ่งทางแพทย์ชนบทก็ต้องการมาเปึนกรรมการสอบ ผมก็จะ เรียนเชิญท่านมาเปึนกรรมการบุคคลภายนอกมาสอบ

ส่วนตึกโคราช ผมทราบข่าวจากเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ท่านให้สัมภาษณ์ นะครับ แล้วก็สั่งการทันทีครับว่าไปดูกันเสีย แล้วก็สั่งกําชับว่าต้องไปชี้แจงต่อ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขถึงความถูกต้องหรือไม่ชอบมาพากล แต่ ๖ รายการ ที่ท่านกล่าวมาทั้งหมดไม่ได้อยู่ในพระราชบัญญัติครับ ทั้ง ๖ รายการเปึนพระราชกําหนด ซึ่งได้ผ่านสภาไปแล้ว ในพระราชกําหนดกระทรวงสาธารณสุขได้รับการจัดสรร งบประมาณมา ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วผมคิดว่าผมพร้อมที่จะทําให้ทุกอย่างโปร่งใสครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอประสิทธิ์จะถามต่อเนื่องหรือครับ สั้น ๆ นะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ขอนิดหนึ่งครับ คือไม่ใช่คําถามครับ ผมไม่ได้บอกว่าอยู่ในพระราชบัญญัตินะครับ ผมยกตัวอย่างว่าอยู่ในพระราชกําหนด ทําไมผมถึงต้องสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่าอยากได้ดูรายละเอียด ถ้าไม่มีรายละเอียดมันก็เหมือนพระราชกําหนดที่เราพูด ตะโกน ๆ ตลอดว่าขอดูหน่อยเพื่อได้ทักท้วง ท่านก็บอกว่าไม่ต้อง ไม่ต้องดูหรอก โปร่งใส สะอาด สุจริต ตอนนี้หมดแล้วครับ ตอนนี้ท่านพูดอะไรชาวบ้านไม่เชื่อแล้วครับ ก็ฝากท่าน ตั้งคนกลางจะเปึนหมอบรรลุ จะเปึนใครก็ช่างครับ ผมอยากให้ตั้งคนกลางขึ้นมา ของคณะกรรมาธิการผมก็จะตั้งครับ จะสอบขนานไปกับท่านละครับ ผมจะตั้งเอา ข้อเท็จจริงออกมาให้ได้ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกตั้งแต่ตอนนี้จะขออภิปรายท่านละไม่เกิน ๑๒ นาทีนะครับ คุณธนา ชีรวินิจ ครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะต้องดูในมาตรา ๓ ที่เรามีการพูดจากันมาใช้เวลา หลายชั่วโมง มีผู้ฟังทางบ้าน หรือผู้ชมทางบ้านเองก็ไม่เข้าใจครับว่าขณะนี้สภากําลัง พิจารณาเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า เรากําลัง พิจารณาพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ในมาตรา ๓ ที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขจากร่างที่เสนอไปจากสภาผู้แทนราษฎร โดยมาตรา ๓ นั้น ได้มีการแก้ไขอย่างนี้ครับท่านประธาน

มาตรา ๓ ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี มีอํานาจกู้เงินบาท ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อนําไปใช้ในการดําเนินการมาตรการเพื่อฟุ๋นฟู เศรษฐกิจของประเทศ โดยให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชบัญญัตินี้ ต่อรัฐสภาเพื่อทราบ โดยวุฒิสภาได้ไปแก้ไขคําว่า เพื่อทราบ เปึน เพื่อพิจารณาก่อนเริ่ม ดําเนินการ และได้เพิ่มเติมข้อความตอนท้ายว่า โดยแสดงรายละเอียดของโครงการที่จะ นําเงินกู้ไปใช้จ่าย

การกู้เงินตามวรรคหนึ่งมีมูลค่ารวมกันไม่เกินสี่แสนล้านบาท และให้ กระทําได้ภายในกําหนดเวลาไม่เกินวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาก็คือว่า พ.ร.บ. ให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจนั้นเราต้องถือว่าเปึน พ.ร.บ. ที่มีเหตุผลเปึนการเร่งด่วน เนื่องจาก รัฐบาลประสบปัญหาในการที่จะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจเนื่องจากเศรษฐกิจของโลกนั้นตกต่ํา อย่างรุนแรง และประเทศที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจที่สําคัญคือประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปึนประเทศมหาอํานาจ เพราะฉะนั้นผลกระทบจึงรุนแรงไปทั่วโลก รัฐบาลนี้โดยการนํา ของ ฯพณฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศเมื่อต้นป้ที่ผ่านมา ไม่ได้ มีโอกาสแม้กระทั่งการจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ และนอกจากนั้นการที่ รัฐบาลเข้ามานั้นก็เข้ามาในช่วงที่ประเทศประสบปัญหาวิกฤติอย่างรุนแรงแล้ว การที่ รัฐบาลไม่สามารถหาเงินงบประมาณมาป่ดหีบงบประมาณก็ดี หรือปัญหาในการกระตุ้น เศรษฐกิจของชาติให้เดินหน้าต่อไปได้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วจะกระทบต่อการจ้างงาน ต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นต่อไป รัฐบาลจึงได้เสนอให้กระทรวงการคลัง มีอํานาจกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ปัญหาที่ต้องพิจารณาก็คือว่ารัฐบาลโดยการนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือแม้การนําของนายกรณ์ จาติกวณิช ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีเจตนาที่จะป่ดกั้นการตรวจสอบของรัฐสภาหรือไม่

ประเด็นแรก ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า หากรัฐบาล โดยการนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ต้องการหรือป่ดกั้นการตรวจสอบของ รัฐสภาก็คงไม่จําเปึนที่จะต้องเสนอทั้งพระราชกําหนดและพระราชบัญญัติอนุมัติให้ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลสามารถทําได้อยู่แล้วที่จะออก พระราชกําหนดให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ แต่เพราะรัฐบาลมีความเห็น ว่าการออกพระราชกําหนดนั้นมีเหตุเร่งด่วนก็คือจะนําเงินงบประมาณไปป่ดหีบให้ลง ซึ่งเปึนเรื่องเร่งด่วน ส่วน พ.ร.บ. ของการอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินนั้นยังมีช่วงเวลา ที่จะสามารถผ่านกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาได้ จึงเสนอแยกเปึนพระราชกําหนด และพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้นประเด็นที่พูดกันว่ารัฐบาลไม่ต้องการให้มีการตรวจสอบนั้น ผมคงคิดว่า ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะถ้ารัฐบาลต้องการทําอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายก็คง เสนอเปึนพระราชกําหนด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้ว

ประเด็นที่สอง ที่ต้องพิจารณาครับท่านประธานว่าทําไมการที่วุฒิสภาได้ แก้ไขจากเพื่อทราบเปึนเพื่อพิจารณา แล้วมีปัญหาต้องถกเถียงกันอย่างมากในขณะนี้ ความจริงรัฐบาลไม่ได้ติดใจที่จะให้สภาพิจารณาหรือรับทราบ แต่ติดใจตรงที่ว่าเนื่องจาก การแก้ไขในเรื่องของการรับทราบเปึนเพื่อพิจารณานั้น จะมีผลกระทบต่อกฎหมาย และทําให้การนําเงินไปฟุ๋นฟูเศรษฐกิจนั้นอาจจะหยุดชะงักลงได้ เพราะว่าเรื่องของ ข้อกฎหมายท่านประธานไม่มีใครได้ชี้ขาดแน่นอนว่าถูกต้อง ชอบหรือไม่ อย่างไร สิ่งที่ต้อง พิจารณาก็คือว่าเมื่อวุฒิสภาได้แก้ไขข้อความว่า ให้รัฐสภาพิจารณา จากเดิมที่เปึน เพื่อทราบ นั้น มันต้องตีความเทียบเคียงครับว่า เมื่อให้พิจารณาแล้วนั่นหมายถึงว่า รัฐสภาสามารถที่จะพิจารณารายละเอียดของโครงการต่าง ๆ ได้ และเรื่องนี้เปึนเรื่องของ การเงิน เพราะฉะนั้นก็ต้องไปเทียบเคียงกับ พ.ร.บ. งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งจะต้องมีการ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณารายละเอียด ประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนก็คือว่าท่านประธาน เรื่องนี้เราไม่ปฏิเสธความจําเปึนเร่งด่วนในการแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจ การที่รัฐบาลมีเม็ดเงินที่จะเข้าไปพยุงเศรษฐกิจ เข้าไปหามาตรการ ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างทันท่วงทีนั้นเปึนเรื่องสําคัญ ไม่ใช่งบประมาณปกติ ทั่วไป เพราะฉะนั้นการที่ให้ ๑. การอนุมัติเงินกู้ผ่านกระบวนการงบประมาณถึง ๒ ครั้งนั้น ท่านประธานพูดง่าย ๆ ครับว่า ตั้งแต่รัฐบาลมีความคิดริเริ่มในการที่จะให้กระทรวงการคลัง ไปกู้เงินตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ประมาณ ๗ เดือน ยังไม่ได้ให้ความ เห็นชอบที่จะให้รัฐบาลไปกู้เงินเลยครับ และถ้ามีการตั้งโดยการพิจารณาตามที่มีการแก้ไข นั้น นั่นหมายถึงว่าจะผ่านกระบวนการงบประมาณรอบสอง เราจะยืนยันได้อย่างไรครับ ว่ารัฐบาลจะสามารถกู้เงินและนํามาใช้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างทันท่วงที จะใช้เวลา อีกกี่เดือนเพื่อที่จะได้เม็ดเงินมาเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อเวลาที่ได้เงินมาแล้วมันจะทัน ต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในขณะนี้หรือไม่ นี่คือประเด็นที่ผม อยากจะกราบเรียน

ประเด็นที่สาม ที่ต้องพิจารณากันก็คือว่าในกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น ไม่มีมาตราไหนเลยที่เขียนว่ารัฐสภาสามารถพิจารณาอนุมัติเงินนอกงบประมาณได้ นี่คือประเด็นสําคัญครับที่รัฐบาลเปึนห่วง เพราะหากไปแก้ไขเพิ่มเติมข้อความจากเดิม เปึนเพื่อทราบ มาเปึน เพื่อพิจารณา นั่นหมายถึงรัฐสภานี้จะใช้อํานาจในการอนุมัติ งบประมาณที่เปึนเงินนอกงบประมาณ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน และหากมีการแก้ไขอย่างนี้แล้ว เปึนการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ใครจะรับผิดชอบครับท่านประธาน เงินที่ประชาชนจะสามารถ ผ่านรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะไม่สามารถดําเนินมา แก้ไขปัญหาได้ นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลเปึนห่วง ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาแล้วว่า ไม่ได้ติดใจในการที่จะแสดงรายละเอียดของวงเงินงบประมาณที่จะนําไปใช้จ่าย แต่อย่างไร เพราะขณะนี้รัฐบาลก็ได้ใส่รายละเอียดของงบประมาณที่มีการพิจารณาไป แล้วจาก พ.ร.ก. เงินกู้ โดยผ่านทางเว็บไซต์ไทยเข็มแข็ง ซึ่งสมาชิกรัฐสภาทุกคนสามารถ ตรวจสอบรายละเอียดของโครงการ แล้วก็เปึนที่มาที่พวกเราได้หยิบยกขึ้นมาพูดอภิปราย ในสภาวันนี้ นั่นแสดงว่ารัฐบาลไม่ได้ป่ดกั้นการตรวจสอบของรัฐสภาเลย เพียงแต่ว่า รัฐบาลเปึนห่วงครับว่า หากมีการแก้ไขโดยที่ไม่ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าการแก้ไขนั้น จะขัดต่อกฎหมาย หรือกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ และท้ายที่สุดจะเปึนปัญหาอุปสรรค ในการที่รัฐบาลจะเข้ามาแก้ไขฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของชาติต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของกําหนดเวลาในการที่จะอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินนั้นก็มีกรอบจํากัดเวลาไว้ อยู่เหมือนกัน ซึ่งถ้าท่านประธานดูในท้ายวรรคสามจะเห็นได้ว่าจะต้องดําเนินการไม่เกิน วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ จนถึงบัดนี้ท่านประธานครับ เกือบจะหมดป้ ๒๕๕๒ ไปแล้ว แต่ความคืบหน้าในการที่จะอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินยังก้าวไปไม่ถึงไหนเลยครับ หรือเราจะรอให้เศรษฐกิจของชาติมันย่อยยับเสียก่อน วันนี้เราต้องเรียกร้องความร่วมมือ ของทุกฝ์ายครับท่านประธาน วันนี้ชาติกําลังประสบปัญหาเศรษฐกิจที่สําคัญ แม้ว่าดัชนี จะชี้วัดว่าประเทศไทยพ้นวิกฤติไปแล้วก็ตาม แต่เราประมาทไม่ได้ครับว่าเรื่องเศรษฐกิจของโลกนั้นมันอาจจะกลับเข้ามา มันอาจจะเปึน คลื่นใต้น้ํา มันอาจจะสร้างความรุนแรงกว่าที่เราคาดคิดอีกเมื่อไรก็ได้ เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกอภิปรายในสภาว่าวันนี้หุ้นตกไป ๓๐ จุด แล้วท้ายที่สุดดีดกลับขึ้นมา ประมาณ ๑๗ จุด วันนี้ติดลบไป ๑๗ จุด นั่นแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังไม่มีความมั่นคง แข็งแรงเพียงพอ จําเปึนที่รัฐบาลจะต้องอาศัยเงินงบประมาณจากเงินกู้จากงบประมาณ เพื่อไปกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดความมั่นคงแข็งแรง เพราะฉะนั้นวันนี้แทนที่เราจะช่วยกัน สร้างกําลังให้กับประเทศในการที่จะมีภูมิคุ้มกันในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่เรากําลัง พิจารณาทําให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้นล่าช้าไปหรือเปล่า สิ่งหนึ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือสิ่งนี้ การอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้นั้นก็ไม่ใช่ เพิ่งจะมาทําในรัฐบาลนี้เปึนครั้งแรก ในรัฐบาลที่ผ่านมากระผมเองจะไม่ขออนุญาตที่จะ เอ่ยนามเพื่อให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป ในอดีตรัฐบาลที่ผ่านมาซึ่งพรรคฝ์ายค้าน ก็เคยเปึนรัฐบาล ก็เคยเสนอ พ.ร.บ. อนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงิน ก็เคยทํามา ในลักษณะนี้ เพราะทราบดีครับว่าหากไปใส่ว่าให้รัฐสภามีอํานาจในการพิจารณาได้ก็จะ ขัดต่อกฎหมาย นั่นก็คือในอดีตที่ผ่านมาไม่มี พ.ร.บ. ฉบับใดที่อนุมัติให้กระทรวงการคลัง กู้เงินไปใส่เลยครับว่าให้รัฐสภามีกระบวนการตรวจสอบอย่างไรก็ตาม ไม่มี แต่รัฐบาลนี้ ใจกว้างครับ รัฐบาลต้องการให้องค์กรของสภานั้นสามารถทําหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง ในการที่จะตรวจสอบการทํางานของรัฐบาล จึงได้ใส่ตอนท้ายไปว่าในการจ่ายเงินกู้ ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบ จนเปึนที่มาของการที่วุฒิสภาของแก้ไขจากคําว่า เพื่อทราบ เปึน พิจารณา ถ้ารัฐบาลจะอาศัยพระราชบัญญัติเดิม ๆ ที่เคยทํามาโดยไม่ต้อง เสนอรัฐสภาเลยก็ทําได้ และวันนี้อาจจะไม่มีปัญหาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องมา พิจารณาในกรณีที่วุฒิสภาไปแก้ไขเพิ่มเติมอย่างในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เราเปึนสภาที่จะออกกฎหมาย ใช้บังคับกฎหมาย เราต้องเคารพกฎหมายครับ วันนี้เมื่อ ไม่แน่ชัดว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นให้อํานาจในการที่จะให้รัฐสภาพิจารณาในเรื่องของ เงินกู้หรือไม่ เราจะเสี่ยงทําไมล่ะครับ และประเพณีปฏิบัติของสภาที่ผ่านมาก็ไม่เคย กําหนดเรื่องนี้ไว้เลย เพราะฉะนั้นวันนี้อย่าเอาอนาคตของประเทศชาติไปเสี่ยงเลยครับ ถ้ารัฐบาลจะมีเงินในมืออีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในการที่จะ ทําให้เศรษฐกิจผ่านพ้นวิกฤติได้อย่างมั่นคงถาวร ผมว่าพวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรควรจะสนับสนุน ควรจะให้กําลังใจรัฐบาล ส่วนการตรวจสอบนั้นสามารถทําได้ อย่างเต็มที่ และที่ผ่านมารัฐบาลนี้ก็ยันยืนและแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้เกรงกลัวต่อ การตรวจสอบของรัฐสภาแต่อย่างใด ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เราได้นําเรื่องสภาแห่งนี้เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ แต่ในส่วนของ ฝ์ายค้านเองนั้นครั้งที่มีการพิจารณาในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้พวกเราเองไม่มีความ เห็นชอบ แล้วก็มีการพิจารณาและอภิปรายกันถึงเนื้อหาสาระ แล้วส่วนหนึ่งก็ได้พูดว่า เราเองปรารถนาที่จะให้มีการแก้ไขในเรื่องเศรษฐกิจของชาติ แต่วิธีการที่จะนําเม็ดเงินจะ ใช้วิธียืมก็ได้ครับ ถ้าบอกว่าไม่ชอบคําว่า กู้ เรายืมเงินจากประชาชนโดยผ่าน กระทรวงการคลังตราออกมาเปึนพระราชบัญญัติ แต่ส่วนนี้นั้นพอเวลาเราเอามาใช้แล้ว พวกเราเองกลัวและกังวลว่ารัฐบาลชุดนี้จะไม่สามารถที่จะบริหารเม็ดเงินจากการยืมเงิน จากประชาชน จริง ๆ แล้วมันส่อเจตนาหลายเรื่องหลายอย่าง จนกระทั่งวุฒิสมาชิกนั้น ได้เห็นในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ จึงได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา และสิ่งหนึ่งนั้นก็ได้ มีการพิจารณาว่าในแต่ละส่วนนั้นมีการแก้ไขทั้งหมด ๔ มาตรา มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๖ มาตรา ๑๐ แล้วก็มีการเพิ่มเติมในมาตรา ๑๑/๑ ขึ้นมา ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับครับว่ารัฐบาลชุดนี้ถ้าบอกว่าจะมาแก้ไขสภาพเศรษฐกิจ ไม่มีใครว่าหรอกครับ เพราะการแก้ไขนั้นเปึนการแก้ไขเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน แต่ท่านอย่าลืมสิครับว่าสิ่งที่ท่านกําลังทํานั้นต้องโปร่งใส ต้องปราศจากอคติต่อ พี่น้องประชาชน ต้องระลึกถึงครับว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ เปึนเงินที่จะต้องชดใช้ ภาษีอากรที่เราเรียกเก็บไปใช้ เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านบอกครับว่า แนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้น ผมก็ดีใจครับ เงินที่คิดว่าจะกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บอกว่า เอาไปชําระ ป่ดหีบไม่ลง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ปรากฏว่าตัวเลขจริง ๆ มันไม่ถึงหรอก แค่ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็มาเหลือ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลือเงินทอนอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าท่านก็ต้องใช้ต่อเพื่อไปกระตุ้น แล้วก็ ดําเนินการในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ไม่เปึนอะไรหรอกครับ แต่เราเองไม่ได้ ขัดขวาง เราเพียงแต่ว่าทําไมล่ะครับ ถ้าสิ่งที่ดี สิ่งที่เหมาะสม ทําไมไม่ให้ประชาชนได้รับรู้ รับทราบล่ะครับ ไปป่ดหู ป่ดตา ป่ดบังได้อย่างไร จนกระทั่งเกิดความสงสัยในสังคม เมื่อสักครู่ท่านบอกครับว่าในมาตรา ๓ ที่มีการตัดออกคําว่า ทราบ แล้วก็ไปเพิ่มคําว่า พิจารณา นั้นทําไม่ได้ แล้วก็ถกเถียงกันครับว่ากลัวว่าจะผิดกฎหมาย แล้วก็เกรงว่าที่อ้างถึง คณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อสักครู่ผมสอบถามไปครับว่าวุฒิสมาชิกทําไมเลินเล่อ หรือเปล่า สอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ชัดเจน เขาบอกไม่หรอกครับ สอบถามแล้ว เพราะในคณะกรรมาธิการเขามีการสอบถามถึงได้เพิ่มประเด็นคําว่า พิจารณา ลงไป ผมไม่เปึนห่วงหรอกครับ เพราะว่าสภาสูงนั้นก็ยังมีความรอบคอบมากกว่าในส่วนของ ข้อกฎหมายต่าง ๆ เพราะเขาเปึนส่วนของการแก้ไขในเรื่องของปัญหา มาตรา ๑๑/๑ ท่านประธานครับ ให้สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการรับจ่าย และเก็บรักษา และการให้กู้ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าด้วยตามระเบียบ ตามกฎหมายข้อบังคับ ตรงนี้ถ้าไม่เพิ่มเข้าไปมติ ครม. ต่าง ๆ ตลอดจนการตรวจสอบค่าใช้จ่ายเงินกู้ และการ จัดจ้างตามโครงการว่าเปึนไปตามวัตถุประสงค์ของการกู้และประหยัด ให้ผลตาม เปัาหมายและมีผลคุ้มค่าหรือไม่ แล้วรายงานผล นี่มันรอบคอบนะครับ แล้วก็มีการ เพิ่มเติมในลักษณะของการตรวจสอบของสภา แล้วก็แจ้งให้ทางสภาได้รับรู้ รับทราบ มันเสียหายตรงไหนครับท่านประธาน สิ่งที่รัฐบาลเปึนห่วงก็คือเปึนห่วงไม่มีเงินไปใช้ สภาเองให้เงินท่านอยู่แล้ว ถึงแม้วันนี้จะมีความเห็นว่าตรงกับวุฒิสภา วันนี้ท่านเอง ก็คงจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการ เพราะท่านไม่เอาหรอกครับ แล้วท่านเองก็พยายามที่จะ ทําอะไรที่มันรวบรัดจนกระทั่งเกิดปัญหาตามมา ท่านประธานครับ ผมเองคงขออนุญาต นะครับว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเกรงว่าการใช้จ่ายเม็ดเงินนอกจากไม่โปร่งใสแล้วจะไม่มี ปัญญาคืนเงิน เพราะท่านดูดซับสภาพคล่องต่าง ๆ แล้วไปรวมอยู่ที่รัฐบาล ถึงแม้ว่า การใช้จ่ายเงิน ดีใจครับที่ระดมเงินได้เร็วมาก แต่ส่วนหนึ่งนั้นวันนี้เงินที่เข้าเปัามานั้น ส่วนใหญ่แล้ว ผมดูจากการจัดเก็บส่วนใหญ่แล้วเปึนเรื่องภาษีน้ํามันที่เก็บสูงขึ้น แล้วก็ เปึนการขึ้นภาษีในส่วนของสรรพสามิต ซึ่งบอกได้เลยครับว่าไม่น่าดีใจ ส่วนที่เก็บได้ต่ํา ก็ต่ําจริง ๆ ครับ ก็อยู่ในเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ ในเรื่องของรายได้ การจัดเก็บของ กรมสรรพากร ซึ่งบอกได้เลยว่าตรงนี้เปึนสิ่งที่น่ากลัว แล้วถ้าบอกว่าสิ่งที่น่ากลัวในขณะนี้ ถ้าใช้จ่ายเม็ดเงินแล้วไม่ตรงจุด ไม่ตรงเปัา มีแต่ไปจัดซื้อของมันเร็วเกินไป ท่านประธาน ครับ มันมีเงินทอนหรือเปล่า มันถึงจะรวบรัดจนกระทั่งไม่น่าเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะกล้าทํา ขออนุญาตครับหนังสือพิมพ์มติชนเขาสํารวจออกมาเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พบว่า ประชาชน ๑,๔๓๘ ครัวเรือน เปึนห่วงเมื่อถามถึงภาพลักษณ์ หรือข่าวเกี่ยวกับรัฐบาล ชุดปัจจุบันที่ทํางบประมาณในเรื่องต่าง ๆ แล้วบริหารประเทศ ๙ เดือน พบว่าร้อยละ ๕๙.๖ มองว่ารัฐบาลมีข่าวโกง ทุจริต คอร์รัปชัน ร้อยละ ๔๐.๔ ระบุว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันมีข่าวความไม่ซื่อสัตย์สุจริต โดยเฉพาะคิดว่า รัฐบาลชุดนี้มีข่าวในเรื่องดังกล่าวนี้มาก ผมเองคงขออนุญาตนะครับว่า สิ่งนี้ตอนแรก ๆ นี้ ประชาชนก็ชื่นชมครับ เพราะได้นายกรัฐมนตรีที่มีผ้าขาว มีภาพขาวความสะอาด ก็เหมือนผ้าขาวที่ไม่มีรอยด่าง แต่นับวันยิ่งด่าง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ แม้กระทั่ง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ก็ออกมาระบุชัดว่า รัฐบาลทําโครงการในเรื่องของไทยเข้มแข็งมีส่วนได้เสีย คือมีหัวคิว ๒๕-๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเปล่า หนังสือพิมพ์มติชนเขาลงไว้จากการให้สัมภาษณ์ ขนาดคนที่บอกว่า เชียร์รัฐบาลมาโดยตลอดนะครับท่านประธาน แล้วเราจะไว้ใจอย่างไร ผมขออนุญาตนะครับ เวลาท่านประธานให้น้อย แต่เพื่อนสมาชิกอีกเยอะก็คงไม่ใช้เวลามากหรอกครับ ผมจะชี้ ครับว่าที่ผมไม่พอใจในการกระทําที่รัฐบาลได้ส่อเจตนาทุจริตนี้ หลายเรื่องหลายโครงการ แต่มีหลายโครงการซึ่งน่ากลัว รถเอ็นจีวี (NGV) วันนี้อนุมัติไปแล้วครับ เปึนโครงการ หลอกประชาชนคนกรุงเทพฯ ท่านบอกว่าอนุมัติเงินไปนี้ แต่ทําไม่ได้หรอก เพราะโครงการ มันติดตรงโน้นตรงนี้ แต่ประชาชนเดือดร้อน ถ้าจะซื้อซื้อได้เลยครับ ๗๐๐ คันวันนี้ ผมเห็นด้วยครับ เพราะลงไปศึกษาดูแล้วรถที่จอดนิ่งอยู่นี้สามารถเอาไปทดแทนรถเก่า ท่านก็บอกว่าจะไปเช่าซื้อ จะต้องไปทําเอ็นจีวี จะต้องไประบายคนออกก่อน แล้วรวมถึง ไปทําในเรื่องต่าง ๆ ที่เปึนเรื่องของการติดตั้งซื้ออู่แล้วก็ก๊าซ นี่คือการหลอกลวงประชาชน โดยเสนอเม็ดเงิน แต่จริง ๆ แล้วมีเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ต่าง ๆ ที่เอาไปใช้ด้านอื่น มากกว่า ขออนุญาตท่านประธานครับ แม้กระทั่งในเรื่องของโครงการชุมชนพอเพียง วันนี้มีการทุจริต แต่ท่านประธานเองทราบไหมครับ รัฐบาลตัดตอน โครงการต่าง ๆ ที่ซื้อไปแล้วนี้มีการโอนเงิน มีการดําเนินการต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงรายการในชุมชน ต่าง ๆ ชุมชนดินแดง ท่านประธานครับ ถ้าให้แน่จริงรัฐบาลไปตรวจสอบถึงโครงการตรงนี้ โอนเงินไป ๙.๔ ล้านบาท จัดซื้อเรียบร้อยแล้วใน ๒๔ ชุมชน ท่านไปดําเนินการสิครับ ไปตรวจสอบว่าของเหล่านี้มันแพง ใครก็ทราบ แล้วทําไมถึงไม่ดําเนินการในเรื่องดังกล่าว ให้มันแล้วเสร็จ แล้วมาตอบประชาชนได้อย่างไรครับว่าได้มีการดําเนินการไปแล้ว ในส่วนหนึ่ง ผมคงขออนุญาตว่าในเรื่องตรงนี้มีเรื่องใหม่ก็จะฝากนะครับ จะฝากท่านเจริญ ในฐานะกรรมาธิการตรวจสอบในเรื่องของติดตามการใช้จ่าย งบประมาณ เมื่อวานนี้ครับมีการเสนอขายแบบประปาภูมิภาค ๒ งานครับ เขาบอกว่า เปึนงานที่ใช้เอสพี ๒ ที่จังหวัดปทุมธานีเขาขายแบบนะครับ แล้วก็ไปดําเนินการที่จังหวัดเลย ในส่วนหนึ่ง สิ่งที่ได้รับแจ้งมานะครับว่าเปึนโครงการซึ่งในอดีตนั้นได้ดําเนินการโดยวิธีการ ทั่ว ๆ ไปคือจดทะเบียนประเภทหนึ่งซื้อแบบนี้ครับ ๖๐๐ ล้านบาทได้ที่จังหวัดลพบุรี เพิ่งเร็ว ๆ นี้ครับ แต่พอเอสพีออกมานี้ซื้องานแค่ประมาณ ๑๘๑ ล้านบาท กับ ๑๖๔ ล้านบาท สเปกผลงานครับว่างานแรกนี้ต้องใช้ ๓๖ ล้านบาท งานที่ ๒ ๓๒ ล้านบาท ไม่ว่ากันครับ ลองถอยลงไปดูนี่ทุนจดทะเบียนเพิ่มมาครับ ถ้าทุนจดทะเบียน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รับเหมางานได้ไม่เกิน ๕ เท่า ก็คือ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท และท่านลองคิดดูสิครับ บริษัทที่ ขึ้นจดทะเบียนประเภท ๑ ประเภท ๒ จะไปซื้อแบบอย่างไร นอกจากนั้นยังบอกกล่าวไปครับ ว่า จะต้องมีผลงานที่บอกไปแล้วไม่เกิน ๕ ป้ ทั้ง ๆ ที่ ๖๐๐ ล้านบาท ไม่มีการบอกกล่าว เลยจดทะเบียนซื้อ ๖๐๐ ล้านบาทได้เลย อันนี้เขาซื้อแบบไว้แล้วที่จังหวัดลพบุรี นี่ละครับ เปึนส่วนของเอสพี ๒ ที่เริ่มวางสเปกเข้ามา

ผมถอยมาดูเรื่องกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ผมเปึนห่วงครับ เพราะเคยเปึน อดีตรัฐมนตรีอยู่ตรงนี้ ขอเวลาท่านประธานสักนิดหนึ่งนะครับ ถ้าพูดตรงนี้นะครับ ท่านประธานครับ ในส่วนนี้ผมเปึนห่วงเพราะว่า เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีบอกว่าเชิญเลย ครับมาช่วยกันร่วมตรวจสอบ ผมภาวนาครับว่าท่านรัฐมนตรีอย่าเพิ่งรีบย้ายไปไหน เพราะพี่วิทยาเปึนที่เคารพของผม อยากจะให้ท่านนั้นทําเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพราะผู้ที่ ตรวจสอบ นายแพทย์เสรีผู้ตรวจนี่เขาไปตรวจแล้วครับบอกว่าพบทุจริต แต่ตรวจสอบต่อ ไม่ได้เพราะเปึนประชาชน เปึนคนข้างนอก เปึนคนที่ไม่ได้ข้องเกี่ยว เพราะฉะนั้นกระทรวงนี้มีปัญหาแน่ แต่จะไปเกี่ยวพันกับผู้ที่วางสเปกก็คือพวกกลุ่มของ นักการเมืองที่ทําตัวแล้วก็บอกลาออกไปเพื่อโปร่งใส วันนี้ก็ยังมีการสั่งการไปในแต่ละ จังหวัดครับ สสจ. ให้ดําเนินเรื่องนี้ต่อ แล้วก็บอกได้เลยครับว่าเรื่องนี้สิ่งของต่าง ๆ ที่เขา บอกกล่าวว่าต้องการของ หรือไม่ต้องการของก็เปึนการยัดเยียด ท่านประธานครับ ถ้าให้แน่จริงนี่ ผมขอบอกท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ บอกว่ากฎเหล็ก ๙ ข้อ ท่านถือเสมือนว่าคนที่จะอยู่บริหารประเทศต้องเปึนคนขาวสะอาด แต่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองถือว่าเปึนผ้าขาวเที่ยวดูถูกรัฐบาลอื่นว่าคอร์รัปชัน วันนี้ เต็มไปหมดครับ ตั้งแต่โครงการชุมชนพอเพียง ซื้อหัวรถจักร ๗ ขบวนก็มีปัญหาในรถไฟ ลงมาถึงโครงการต่าง ๆ รถของกระทรวงกลาโหมหรือสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น กระทรวง สาธารณสุขให้ดีเมื่อพบเจอแล้วนี่ ให้หน่วยงานอื่นออกมาตรวจสอบสิครับ ให้ดีเอสไอ (DSI) ให้ ป.ป.ช. ให้ สตง. ไม่ต้องเสียเวลาครับ ผมเปึนห่วงเพื่อนข้าราชการครับ คนที่ดี เยอะแยะ จะมัวหมองกับในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วรวมถึงนะครับ ผมต้องขอบคุณครับ แพทย์ชนบท หมอเกรียงศักดิ์นี่ท่านเป่ดโปงทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะท่านมองเห็นว่า งบประมาณแต่ละส่วนของกระทรวงสาธารณสุขในขณะที่ผมบริหารในตอนที่เปึน ครม. นั้น ตั้งงบประมาณไว้ ๑๐๗,๐๐๐ ล้านบาทครับ แต่นี่ ๘๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถามว่าตอนนั้น ตั้งไว้ ๓ ป้ เปึนเมกะโปรเจกต์เปึนเงินกู้ แต่เปึนโครงการที่จะต้องดูว่าอันไหนเกิดก่อนหลัง เราพัฒนาครับ พัฒนาในเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดแคลน เราพัฒนา ในเรื่องของอาคารที่ยังขาด แล้วค่อยไปดูเรื่องเครื่องมือแพทย์ที่จําเปึน แต่เราฟังครับ เราฟังคนที่ใช้อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ แต่รัฐบาลชุดนี้ผมฟังแล้วนี่ ไปเอาสิ่งต่าง ๆ ไปเตรียมตั้งแต่โครงการชุมชนพอเพียง ไปเตรียมในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จนกระทั่งเกิดเหตุ อย่างนี้ละครับ แล้วก็บอกว่าไปดําเนินการถ้าอย่างนั้นไม่เกิดประโยชน์ ผมจึงมองว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ชอบแล้วก็ไม่น่าที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่วุฒิสมาชิกเองนั้น ได้เพิ่มแล้วก็ได้มีการแก้ไข โดยเฉพาะในส่วนของมาตรา ๓ ที่ให้มีการพิจารณาตัดคําว่า ทราบ เพราะว่าคําว่า ทราบ อย่างเดียวไม่พอหรอกครับ มารายงานหรือครับ ไม่ใช่ จะต้องมีการพิจารณาเพราะเปึนเม็ดเงินงบประมาณ

ในส่วนของมาตรา ๑๑/๑ ยิ่งต้องให้รู้ครับ เพราะเปึนเนื้อหาสาระ รายละเอียด ไม่อย่างนั้นจะเกิดการหมกเม็ดอย่างนี้ละครับ ท่านประธานครับ ผมว่า รัฐบาลท่านต้องมองประโยชน์ของประเทศชาติ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนี่ ผมเชื่อว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาจจะไม่ทราบในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ แต่เมื่อท่าน ทราบวันนี้ ขอให้ท่านช่วยพิจารณาเลยครับว่าจะให้เสียเวลาสภาแห่งนี้ทําไม ท่านรับไป เถอะครับว่า รับตามวุฒิสภาในการแก้ไขนี่ สภาแห่งนี้ ฝ์ายค้านนี่เตรียมอยู่แล้วครับที่จะ รับตามการแก้ไขของวุฒิสมาชิก ท่านเองเมื่อรับแล้วนี่ท่านก็ไปทํารายละเอียดรายการ มาส่งก็สามารถใช้เม็ดเงินงบประมาณได้ แต่วันนี้ถ้าท่านไม่ยอมให้เราดูและตรวจสอบ วันนี้เหนื่อยแน่ครับ เพราะทุกอย่างรัฐบาลเองดูเสมือนว่าจะพยายามป่ดบังซ่อนเร้นไม่ให้ พวกเราเอง ประชาชนเอง ซึ่งเปึนผู้เสียภาษีอากรนั้นสามารถล่วงรู้ในวิธีการดําเนินการ ทางงบประมาณ และสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเองก็คงขออนุญาตท่านประธานครับว่าวันนี้ พวกเราเองปรารถนาอยากให้ประเทศชาติเดินต่อไป อยากให้เศรษฐกิจรุดหน้า วันนี้ หุ้นตกไม่ใช่อะไรหรอกครับ หุ้นตกผมเรียนครับ มีข่าวลือต่าง ๆ ออกมา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ เกินเวลาไปประมาณ ๓ นาทีแล้วครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ก็มีข่าวลือออกมา ท่านประธานครับ ผมเปึนคนแรกนะครับที่ถูกควบคุมเวลาเพียง ๑๐ นาที แต่พยายามที่จะ รวบรัดอยู่นะครับ ก็คงฝากครับว่าสิ่งที่หุ้นตกนั้นไม่ใช่ที่จะบอกว่าจะต้องเอาเม็ดเงินไปอุด เรื่องหุ้น เรื่องอะไร เพราะตลาดหุ้นนั้นมันขึ้นตามกลไกความเชื่อมั่น เชื่อถือของประเทศ ถ้ารัฐบาลมีความเชื่อถือที่ดี เชื่อมั่นของประชาชนเกิด การลงทุนย่อมเกิด ต่างชาติย่อมมา ลงทุน คนในประเทศย่อมมาลงทุน ไม่ใช่บอกว่าเอาเม็ดเงินตรงนี้ไปแล้วนี่ตลาดหุ้นจะขึ้นครับ ผมเห็นด้วยในการแก้ไขของวุฒิสมาชิกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ความจริง ทราบว่าตอนนี้เพื่อนสมาชิกกําลังถูกจํากัดเวลาก็ไม่อยากจะที่จะใช้เวลาของท่าน แต่อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อสักครู่ท่านผู้เพิ่งอภิปรายเสร็จได้พูดถึงความพร้อมในส่วนของทาง รัฐบาลในการที่จะเป่ดเผยข้อมูล โดยเฉพาะรายละเอียดโครงการและรายการที่เรานําไป ลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ท่านได้กล่าวว่ารัฐบาลไม่ยอมให้พวกเราดูแล และตรวจสอบ ซึ่งดูและตรวจสอบ ซึ่งผมขออนุญาตเรียนครับว่าความจริงผมได้ชี้แจง ไปแล้ว ท่านอาจจะไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่ความพร้อมในส่วนของรัฐบาลในการที่จะ เป่ดเผยข้อมูลรายละเอียดลงไปในทุกโครงการของทุกกระทรวง รัฐบาลมีความพร้อม และไม่ใช่เพียงแค่เปึนเรื่องของการนํามากล่าว นํามาพูดอย่างเดียว เราได้นําไปสู่การ ปฏิบัติแล้ว ถ้าท่านเข้าไปดูในเว็บไซต์โครงการไทยเข้มแข็ง ท่านจะเห็นรายละเอียดข้อมูล ในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนะครับ ท่านสามารถเข้าไปดูได้ในทุกจังหวัด ในทุกกระทรวง ว่าในแต่ละกระทรวงมีโครงการอะไรบ้าง มีรายการอะไรบ้าง ในจังหวัดไหน ในอําเภอไหน ในตําบลไหน เม็ดเงินโครงการเท่าไร แล้วก็แม้แต่ว่าผู้ชนะประมูล ประมูลไปในราคาเท่าใด ท่านสามารถตรวจได้หมด เพราะฉะนั้นการที่ท่านบอกว่ารัฐบาลไม่ยอมให้ท่านได้สามารถ เข้าถึงข้อมูล เรามีความกลัวในการตรวจสอบ อันนั้นผมขออนุญาตต้องชี้แจงว่าไม่เปึน ความจริง

ส่วนประเด็นในเรื่องของการจะใช้คําว่า พิจารณา หรือ เพื่อทราบ นั้น ก็เปึนประเด็นที่ผมได้อภิปรายชี้แจงไปแล้วว่ายังมีประเด็นปัญหาทางกฎหมายนะครับว่า เราจะสามารถจะพิจารณา พิจารณาอย่างไร โดยอาศัยกฎหมายฉบับใด ซึ่งตรงนี้ก็ เปึนประเด็นที่สามารถถกเถียง สามารถให้ศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตตีความได้ แต่อย่างน้อยที่สุดในเวลานี้ประเด็นที่ผมอยากที่จะชี้แจงก็คือความพร้อมของรัฐบาล ในการที่จะสร้างความโปร่งใสโดยเป่ดเผย ไม่ใช่เพียงแค่สมาชิกรัฐสภาเท่านั้นที่จะเข้าถึง ข้อมูลรายละเอียดของทุกโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง แต่เราเป่ดเผยให้กับ พี่น้องประชาชนทุกคนมีความสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลในรายละเอียดเท่าเทียมกันครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิชาญจะถามต่อหรือครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

พาดพิงนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตครับ ผมมีความหมายอย่างนี้ครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน ผมก็ ได้รับเอกสารจากในเว็บไซต์ของกระทรวงการคลังถึงรายละเอียดทุกอย่าง แต่เรียน นิดหนึ่งครับมันมีแต่หัวข้อ มีแต่ชื่อเรื่อง มีแต่โครงการ สิ่งหนึ่งที่เขาต้องการรายละเอียดนี่ เพราะว่าสิ่งที่ท่านทํานั้นมันหมกเม็ดครับ ท่านใส่ไว้อย่างนี้ ผมถามว่าความต้องการ ยกตัวอย่าง กระทรวงสาธารณสุข สิ่งที่เขาต้องการเขาต้องการอะไรท่านยังไม่ทราบเลย ของคนที่เขาจะใช้อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ หรือใช้จ่ายงบประมาณ ท่านเพียงแต่มองว่า สิ่งที่ท่านใส่เติมลงไปนั้น เปึนความต้องการของรัฐบาลที่คิดว่ากระทรวงสาธารณสุขหรือ หน่วยงานมีความคิดตรงกับท่าน ไม่ใช่นะครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่วุฒิสมาชิกที่แก้เขาต้องการ เนื้อหาสาระรายละเอียดเพื่อซักถาม ถ้าเกิดมีการตั้งการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่ไม่ชอบ หรือไม่ถูกต้องแต่ละหมวดเขาจะได้ทักท้วงได้ครับ พวกเราจะได้ดูแล้วก็ดําเนินการในเรื่อง ดังกล่าวให้ได้ แต่ถ้าท่านเองบอกว่ามีอยู่แล้วในเว็บไซต์ ผมถามว่าแล้วจะไปถามใครล่ะครับ ถึงเวลาที่ไม่เข้าใจ หรือจะให้เป่ดสภาทุกวันมาสอบถามเปึนรายการ ผมเพียงแต่สงสัย ตรงนี้เท่านั้นเองครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประเด็นที่ผม อยากจะถามเพื่อนสมาชิกก็คือ นอกเหนือจากการเข้าไปดูรายละเอียดโครงการตามที่ทาง รัฐบาลผ่านทางกระทรวงการคลังได้เป่ดเผยตามที่ท่านได้กล่าวแล้ว และความจริงไม่ได้ มีเพียงแค่หัวข้อครับ ถ้าท่านกดเข้าไปอีกระดับหนึ่งท่านจะลงไปในระดับรายการได้เลยนะครับ คําถามของผมก็คือถ้าท่านต้องการที่จะมีบทบาทมากกว่านั้น ความหมายของท่านก็คือ ท่านต้องการที่มีบทบาทเข้าไปเปลี่ยนแปลงรายการ ซึ่งผมก็ต้องถามท่านกลับครับว่า ท่านจะอาศัยอํานาจกฎหมายฉบับใด คือไม่ใช่เปึนบทบาทของทางฝ์ายนิติบัญญัติอยู่แล้ว แล้วก็โดยเฉพาะกรณีนี้เปึนกรณีการใช้เม็ดเงินนอกงบประมาณ เพราะฉะนั้นการที่เรา รายงานให้ท่านเพื่อทราบนั้น ก็คือความตั้งใจของทางรัฐบาลที่จะเพิ่มระดับความโปร่งใส เมื่อเปรียบเทียบกับการออก พระราชกําหนดในลักษณะเดียวกันในอดีตที่ไม่เคยแม้แต่มีบทบัญญัติว่า จะต้องนํา รายการการใช้เม็ดเงินมารายงานต่อรัฐสภาเพื่อทราบนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากที่จะ เรียนชี้แจงเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนสับสน ในกรณีนี้ทางรัฐบาลมีความตั้งใจทุกวิถีทาง ที่จะเป่ดเผยให้มีความโปร่งใสต่อรายละเอียดรายการทุกรายการ เพื่อให้พี่น้องประชาชน สามารถที่จะตรวจสอบการใช้เม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ได้ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิชาญคงไม่ต้องแล้วละครับ เพราะว่าถ้าไม่อย่างนั้นก็จะถามตอบกันไปอย่างนี้ครับ ก็ขอฝากท่านอื่นถามต่อดีกว่าครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นก็จะ ก็ต้องขอสั้น ๆ จริง ๆ นะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมคงไม่ได้พูดถึงว่าจะไปเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายงบประมาณเพราะเปึนเรื่องผิดกฎหมาย แต่วิธีการงบประมาณถ้าเราได้ทราบเอาเข้าสู่สภาเสนอมาเปึนรายละเอียดเราสามารถ ช่วยดูแลได้ เพราะทุกอย่างพอทํางบประมาณรายจ่ายประจําป้ใช่ว่าจะไม่มีการ เปลี่ยนแปลงนะครับ ก็มีการเปลี่ยนแปลง แล้วรัฐบาลเองก็นําไปแก้ไข สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราเพียงแต่อยากจะเสนอแนะ เพราะสิ่งที่ท่านทําอยู่ทุกวันนี้ที่มันผิด มันผิดแล้วต้องมีการ ตรวจสอบเรื่องคอร์รัปชันต่าง ๆ ที่ตามมาหรือผลประโยชน์ต่าง ๆ ในเรื่องของโครงการที่ เขาไม่เอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนมีเยอะครับ ก็เราเกรงอย่างนั้นครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เชิญครับ ผมจะเรียกสลับกันระหว่างฝ์ายรัฐบาลกับฝ์ายค้านไป เรื่อยนะครับ ถ้าหารือสั้น ๆ เชิญนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วันนี้บรรยากาศในการอภิปรายผมคิดว่าค่อนข้างดีนะครับ แล้วก็ พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ เพราะว่าวันนี้เปึนพระราชบัญญัติกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะให้ท่านประธานให้อิสระในการอภิปราย ทั้งฝ์ายค้านกับฝ์ายรัฐบาลนะครับ ให้เวลาเต็มที่เลย แล้วท่านรัฐมนตรีก็ได้ตอบให้เกิดความกระจ่างกับสังคม เราไม่ต้อง เร่งรัดครับ สัก ๒๒.๐๐ นาฬิกา เราก็เลิกแล้วพรุ่งนี้ก็มาต่อได้ท่านประธาน อันนี้มันเปึน ประโยชน์แล้วก็ไม่มีการถ่ายทอดสด แต่อย่างน้อยคนที่สนใจที่จะฟังจะได้รับทราบข้อมูล การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน งบไทยเข้มแข็งนี้นะครับ ผมคิดว่ามันเปึนประโยชน์ ท่านประธาน เป่ดเสรีเถอะครับ ไม่จําเปึนต้อง ๑๒ นาทีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ ผมไม่ได้บังคับกฎเกณฑ์นะครับว่าจะต้องอภิปราย ๑๒ นาทีชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามจากการที่ผมได้มีประสบการณ์ไปประชุมในระดับโลกหลายประเทศ เขาก็จะจํากัดเวลาอยู่ประมาณนี้ ๑๒-๑๕ นาที เพราะว่าการอภิปรายที่ยาวก็ไม่ได้เกิด ประโยชน์อะไร อันนี้เปึนคําวินิจฉัยของผมนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าให้เวลา ๑๒ นาที ท่านพูดเกินได้ครับ ถ้ายังมีเนื้อหาสาระ ผมก็จะอนุญาตให้ทุกท่าน แต่อย่างน้อยมันเปึน กรอบให้ท่านได้รู้ ไม่อย่างนั้นอภิปรายไปเรื่อยเลยครับ อันนี้เปึนหลักในการควบคุม การประชุมของทั่วโลกเขาทํากันครับ ขอเชิญท่านนั่งลงเถอะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมก็อยู่ที่ประเทศ สหรัฐอเมริกาไปเรียนมา ผมก็ฟัง ส.ส. ฝรั่งอเมริกันเขาพูดนะครับ เขาพูดตามสบาย เขาไม่ได้มาเร่งรัดต้องบีบคั้นว่าต้องพูดแค่นั้นแค่นี้ จํากัดเวลา ถ้าวันนี้เราไม่เสร็จ พรุ่งนี้ เราต่อได้ครับ ไม่ต้องเอาถึง ๒๓.๐๐ นาฬิกา ๐๑.๐๐ นาฬิกา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับ การประชุมทุกที่ต้องมีการกําหนดเวลา ถ้าไม่กําหนดเวลา ไม่อย่างนั้นก็อภิปรายกันไปโดยที่เราไม่รู้จุดจบครับ แต่ประธานจะฟังดู ถ้าท่านอภิปราย ยังอยู่ในประเด็นก็จะอนุญาตให้ต่อไป เพราะฉะนั้นเชิญนั่งลงครับ เรากําหนดเวลา ๑๒ นาที เพิ่มเติมได้นิดหน่อยครับ เชิญนั่งลงครับ คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณผ่องศรีหารือหรือประท้วงครับ หารือเชิญครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ดิฉันขออนุญาตหารือนิดเดียว เพื่อจะได้ทําความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้อภิปรายนะคะ ดิฉันก็นั่งฟังการอภิปราย ด้วยความสนใจมาตั้งแต่ต้น แล้วก็ทราบดีว่าในวาระนี้เราพิจารณาในเฉพาะส่วนที่มีการ แก้ไขตามข้อบังคับนี้นะคะ เรื่องที่ฟังมาดิฉันก็คิดว่าประเด็นก็ได้พูดกันไปในวาระรับ หลักการแล้วด้วย ดังนั้นก็คิดว่าจะได้ใช้เวลาตามสมควร แล้วก็ในข้อบังคับ ข้อ ๑๓๕ นั้น ก็เพียงแต่พิจารณาในส่วนที่มีการแก้ไขนะคะ คงจะไม่ต้องลงไปในรายละเอียด เพราะดิฉันเองก็ฟังแล้วก็คิดว่าได้ฟังเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วค่ะ ขออนุญาตท่านประธาน ได้ควบคุมการประชุมด้วยค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็ได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับว่าได้กําหนดเวลาท่านละประมาณ ๑๒ นาที ถ้าหากว่าพูด ยังมีประเด็นอยู่ ผมก็อาจจะต่อให้นิดหน่อยนะครับ ก็เปึนกรอบเวลาไว้ เชิญคุณนิพิฏฐ์ ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมยืนขึ้นอภิปรายร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ในครั้งนี้ด้วยความไม่สบายใจมากนัก เหตุผลที่ผมเริ่มต้นบอกกับท่านประธานว่า ผมไม่ค่อยสบายใจในการอภิปรายมากนัก ก็เพราะว่าผมค่อนข้างจะเห็นด้วยตามการแก้ไข ของวุฒิสภา แต่ว่าผมจะฟังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อธิบายเหตุผล ในโอกาสต่อไปเพื่อประกอบการพิจารณา แต่ผมเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้ เรารับหลักการในวาระหนึ่งไปแล้ว การจะยอมรับการแก้ไขของวุฒิสมาชิกในครั้งนี้หรือไม่ ในวันนี้หรือไม่ มันก็ไม่ใช่เปึนประเด็นสาระสําคัญที่จะแสดงว่ากฎหมายฉบับนี้จะตกไป หรือไม่ อันนี้ผมทราบดี แต่ผมเรียนท่านประธานว่าทําไมผมไม่สบายใจมากนัก ก็เพราะว่า ๘ ป้ที่เปึนฝ์ายค้าน ผมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ทุกครั้ง แล้วก็ทุกป้ แล้วตลอดเวลาที่รัฐบาลทุกสมัยที่ผ่านมานั้นได้ออกพระราชกําหนด กู้เงิน ผมก็อภิปรายทุกครั้ง ถ้าท่านประธานจําได้ครับผมจะเริ่มต้นในการอภิปรายว่าจะ ไม่มีการเก็บภาษีอากรจากประชาชนโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของตัวแทนประชาชน และผมก็จะบอกท่านประธานต่อไปว่าจะไม่มีการจ่ายเงินซึ่งเกิดจากภาษีอากรของ ประชาชนโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของตัวแทนประชาชน หลักนี้เปึนหลักที่ศักดิ์สิทธิ์นักครับ หลักนี้คือหลักที่แม่แบบของประชาธิปไตยเขายึดถือมาตลอดทุกวันนี้ครับ และผมก็พูดถึง หลักนี้ในตลอดระยะเวลา ๘ ป้ที่ผ่านมา ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าเมื่ออภิปราย เรื่องนี้มันต้องละลายความรู้สึกว่านั่นเปึนฝ์ายค้าน นั่นเปึนรัฐบาลออกไป ถ้าเรายืนขึ้น อภิปรายด้วยความรู้สึกว่าวันนี้เราอยู่ฝ์ายค้าน วันนี้เราอยู่ซีกรัฐบาล เราจะไม่สามารถ ผลิตกฎหมายที่เปึนธรรมและเปึนประโยชน์กับประเทศชาติได้เลย เพราะเราติดอยู่ในซีก ของฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล ผมจึงยืนขึ้นโดยใช้สิทธิของผู้แทนปวงชนชาวไทยตาม มาตรา ๑๒๒ ของรัฐธรรมนูญ โดยไม่ติดยึดกับคําว่า ฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าสิ่งไหนที่รัฐบาลจะกระทําแล้วประชาชนไม่สงสัย ไม่เคลือบแคลงในความไม่โปร่งใสของรัฐบาล สิ่งนั้นรัฐบาลต้องทํา ถ้ารัฐบาลบอกว่าในอดีต รัฐบาลที่ผ่านมาทําอย่างนี้ วันนี้ถ้ารัฐบาลนี้ทําดีกว่ารัฐบาลที่แล้ว ผมก็ต้องถามต่อว่า ถ้าเราจะทําดีกว่านี้ได้หรือไม่ ถ้าเราสามารถทําดีกว่านี้ได้ เราต้องทําครับ เหตุผลหนึ่ง ที่ผมไม่สบายใจก็เพราะว่ารัฐบาลต้องยืนอยู่ด้วยความไว้วางใจของประชาชน รัฐบาล จะมีเสียงเท่าไรก็ตามครับ ถ้าประชาชนไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่ว่าในเรื่องไหนก็ตามครับ รัฐบาลนั้นจะทําลายตัวเองโดยทันที ท่านประธานที่เคารพครับ เราเถียงกันว่าที่วุฒิสมาชิก แก้มานั้นมันเปึนการทําลายหลักของกฎหมายหรือไม่ มันผิดกฎหมายหรือไม่ และมันสามารถปฏิบัติได้หรือไม่ ผมว่าเราเถียงกันในปัญหากฎหมายกฎนี้ไม่ยุติหรอกครับ แต่ถ้าเราตอบตัวเองว่าสิ่งที่วุฒิสภาเขาแก้มานั้นมันเปึนประโยชน์กับประเทศชาติ เปึนประโยชน์กับประชาชนหรือไม่ ผมคิดว่าเราตอบคําถามนั้นได้ในทีเดียวครับว่า สิ่งที่วุฒิสภาเขาแก้มานั้นเปึนประโยชน์กับประเทศนี้มากกว่าและเราควรจะเห็นด้วย ผมทํานายทายทักต่อไปในอนาคตเลยครับท่านประธานว่า ถึงแม้วันนี้เราไม่เห็นด้วยกับ วุฒิสมาชิก และเราตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันไป ท่านประธานขีดเส้นใต้ กาดอกจัน ไว้เลยครับว่าเวลาย้อนกลับมาสู่สภาแห่งนี้มันต้องเปึนไปตามนี้ครับ ไม่มีทางที่เราจะ เปลี่ยนดุลยพินิจ เปลี่ยนการแก้ไขของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เลยครับ เสียงเรามี น้อยกว่าครับ ท้ายที่สุดเราก็ต้องกลับไปเห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ที่วุฒิสมาชิกเขาแก้มา ท่านประธานที่เคารพครับ ถามว่าสิ่งที่วุฒิสมาชิกเขาแก้ในมาตรา ๓ นั้น เช่น การแสดง รายละเอียดของโครงการที่จะนําเงินกู้ไปใช้จ่ายนั้นประชาชนต้องการทราบหรือไม่ เราถามตัวเองก่อนครับ เวลาผมจะยืนขึ้นแต่ละครั้ง ผมจะคํานึงว่าประชาชนเขาต้องการ หรือไม่ ประชาชนเขาต้องการพูดในสภานี้หรือไม่ ถ้าประชาชนเขาต้องการพูด แต่ประชาชนไม่มีโอกาสเข้ามาพูด ผมจะพูดแทนประชาชน และผมจะถามตัวเองว่า รายละเอียดของโครงการที่จะนําเงินกู้ไปใช้จ่ายนี้ประชาชนต้องการทราบหรือไม่ ผมคิด แทงใจประชาชนที่ฟังอยู่ในขณะนี้ว่าประชาชนต้องการทราบว่าเงินกู้ที่รัฐบาลกู้ไปแล้วนั้น รัฐบาลจะนําไปใช้จ่ายในโครงการอะไรบ้าง ผมคิดว่าประชาชนต้องการทราบ เมื่อประชาชนต้องการทราบ เรามีเหตุผลที่ดีกว่านี้ไหมครับที่จะปฏิเสธความต้องการของ ประชาชนที่จะรับทราบโครงการเหล่านี้ ผมคิดว่าเราไม่มีเหตุผลที่จะอธิบายได้ดีกว่านี้ครับ ประชาชนต้องการทราบว่าเงินภาษีอากรที่รัฐบาลไปกู้มานั้น รัฐบาลจะใช้ทําอะไร ประชาชนก็ต้องการทราบ เมื่อประชาชนเขาต้องการทราบ แล้วก็เขียนลงไปในกฎหมาย ฉบับนี้ได้ไหมครับ ถ้าเขียนได้ก็ต้องเขียนสิครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ท่านบอกว่าไปดูในเว็บไซต์ก็ได้ ดูได้ครับ แต่ว่าการรายงานต่อตัวแทนประชาชนนั้น มันศักดิ์สิทธิ์นะครับ การรายงานต่อตัวแทนประชาชนในสภาแห่งนี้เปึนหน้าที่ที่ควรจะ กระทําอย่างยิ่งครับ และมันเปึนสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ควรจะกระทํา ท่านจะไปเขียนในเว็บไซต์ ไปเขียนในไหนก็ตามครับ มันไม่มีความสําคัญเท่ากับรายงานต่อตัวแทนประชาชน ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าถ้าเราทําได้ดีกว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมา ผมก็อยากให้ทําครับ และถ้าเราทําได้ดีกว่านั้นมาก ๆ ก็ทําเถอะครับ เป่ดเผยให้มากที่สุด รัฐบาลต้องเป่ดเผย ให้มากที่สุดครับ รัฐบาลจะอยู่ได้ด้วยการเป่ดเผยสิ่งเหล่านี้กับประชาชนทั้งนั้นละครับ เขาบอกว่าความสุขของมนุษย์อย่างหนึ่งก็คือความสุขจากการได้ใช้เงิน ผมถาม ท่านประธานก็ได้ ถามใครก็ได้ที่ฟังอยู่ในขณะนี้ เราใช้เงินเยอะครับ ประชาชนมีความสุข จากการใช้เงินไหม ถ้าประชาชนไม่มีความสุขจากการใช้เงิน เราผิดพลาดแล้วครับ มนุษย์ มีความสุขจากการใช้เงินด้วยครับ แต่ผมเรียนท่านประธานฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังว่าดัชนีความสุขของประชาชนจากการใช้เงินที่เยอะขนาดนี้มันไม่สมดุลกัน ผมเรียนท่านประธานต่อไปนะครับว่าอีก ๑๐ ป้ข้างหน้าประเทศนี้ไม่มีโอกาสใช้เงินมาก ขนาดนี้ครับ ไม่มีแล้วครับ หรือใครจะเถียงผมครับว่าป้หน้าเราจะมีเงินใช้มากขนาดนี้ ท่านประธานจะเถียงผมไหมครับว่า ๕ ป้ ๗ ป้ ๑๐ ป้ข้างหน้า เราจะมีเงินมากมาย ใช้ในประเทศนี้ขนาดนี้ ผมคิดว่าไม่มีแล้วครับ เมื่อเรามีเงินมากมายขนาดนี้ และต้องใช้ ให้เสร็จสิ้นภายในป้ ๒๕๕๔ รายละเอียดเหล่านี้ประชาชนต้องการ บางครั้งน้ําหนักของ ฝ์ายค้านที่เสนอมาในสภานี้มันไม่มีน้ําหนัก เพราะมันเปึนการเมืองมากเกินไป แต่ว่า ถ้าฝ์ายค้านหรือใครก็ตามยืนขึ้นในสภานี้ พูดกันด้วยหลัก ด้วยเหตุ ด้วยผล ผมว่าสิ่งนั้น ก็คือทางสวรรค์ของรัฐบาลด้วย หลายท่านยืนขึ้นแล้วก็ชี้ทางออกที่เปึนทางสวรรค์ของ รัฐบาล ผมคิดว่าควรจะทบทวนครับ มันไม่น่ารังเกียจเลยครับที่เราจะมีรายละเอียดเหล่านี้ เข้าไปอยู่ในโครงการที่รัฐบาลจะนําเงินกู้นี้ไปใช้จ่าย วันนี้ทราบไหม ผมเปึนรัฐบาลแท้ ๆ จังหวัดผม ผมไม่ทราบเลย ใครเปึนคนอนุมัติครับ ตัวแทนประชาชน ผมนี่ตัวแทน ประชาชน ผมไม่ทราบเลย และท่านทราบไหมว่าโครงการที่รัฐบาลกู้ไปก็ดี เวลาลงในพื้นที่นั้น ประชาชนมีความสุขไหม ผมตอบแทนประชาชนได้เลยว่าประชาชนไม่มีความสุขครับ เราพูดถึงเรื่องความเปึนธรรมมาตลอดครับ ถ้าสิ่งที่พรรคฝ์ายค้านหรือใครก็ตามบอกว่า จังหวัดหนึ่งได้ ๓๐๐,๐๐๐ บาท อีกจังหวัดหนึ่งได้ ๙๘ ล้านบาท รัฐบาลต้องเอาใจใส่ ให้มากกว่านี้ครับ ถ้าสิ่งเหล่านั้นมันเปึนจริงนะครับ มันต้องทบทวนกันขนาดใหญ่แล้ว ละครับ แต่ผมภาวนาว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิกยืนขึ้นและบอกว่าบางจังหวัดได้ ๓๐๐,๐๐๐ บาท บางจังหวัดได้ ๗๐ ล้านบาท นั่นมันไม่จริง นั่นมันเปึนการโกหก แต่ว่าถ้าสิ่งที่ท่านพูดนั้น เปึนเรื่องจริง ผมคิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องทํางานหนักให้มากกว่านี้ครับ อย่าถูกรัฐมนตรีในกระทรวง ทบวง กรมทั้งหลายหลอกนะครับ มันกระจายไม่เปึนธรรมจริง ๆ ครับ เมื่อมีการกระจายไม่เปึนธรรม ผมคิดว่านี่เปึนเหตุหนึ่ง ที่วุฒิสมาชิกเขาดูอยู่ การปัองกันการกระจายที่ไม่เปึนธรรมของงบประมาณรายจ่ายของ แผ่นดิน มีวิธีการปัองกันก็คือแสดงรายละเอียดเสีย แสดงรายละเอียดเสียครับ เมื่อท่าน แสดงรายละเอียดแล้ว เราสามารถจะดูได้ว่าตรงนี้ทําไมมันได้ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้ ทําไมมันได้ ๙๘ ล้านบาท ประชาชนทุกคนเสียภาษีทั้งสิ้น ฝ์ายค้านก็เสีย รัฐบาลก็ เสียภาษี และที่หนักไปกว่านั้นก็คือคนใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ครับ ๘ ป้ที่แล้วเราได้รับการ พัฒนาน้อยมาก วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านทดแทนส่วนนี้ส่วนที่ขาด ให้กับคนภาคใต้บ้างหรือยังครับ ผมคิดว่ายังไม่ได้ทดแทนให้เขาเลยครับ ผมเลยบอกว่า คนไม่มีความสุขจากการใช้เงินของรัฐบาลครับ ยิ่งรัฐบาลใช้เงินมากก็เพิ่มความทุกข์ ในหัวใจของประชาชนมากยิ่งขึ้น ผมอยากให้มีความสุขครับ ไม่ใช่มีความสุขเฉพาะคนที่ ใช้เงินนะครับ ประชาชนก็ต้องมีความสุขด้วย แต่วันนี้มันกลับตาลปัตรไปนะครับ เจ้ากระทรวงในทบวง กรมทั้งหลายที่ใช้เงินมีความสุข แต่ประชาชนกําลังมีความทุกข์ เพราะฉะนั้นสิ่งไหนที่มันทําได้โดยไม่มีใครชี้ชัดว่าขัดรัฐธรรมนูญและขัดกฎหมาย และมัน เปึนผลประโยชน์กับประชาชน ผมว่าทําสิ่งนั้นเถอะครับ เป่ดเผยให้มากที่สุดครับ สิ่งเหล่านี้จะเปึนเกราะกําบังรัฐบาลครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วคิวของผมอภิปรายคือคนสุดท้าย แต่บังเอิญท่านประธานเรียกผมก่อนก็กราบขอบพระคุณ ก็จะถือโอกาสนี้อภิปราย เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมลงมาใน ๔ มาตราด้วยกัน คือ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๖ และเพิ่มมาตรา ๑๑/๑ ท่านประธาน ก่อนอื่นที่ผมจะลงใน เนื้อหาสาระผมอยากจะพูดให้พี่น้องประชาชนที่ติดตามการอภิปรายงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลขอกู้ให้ทราบความเปึนมาสักเล็กน้อย เพราะว่า พระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เข้าสภาโดยพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วย วันนั้น เราไม่ได้ร่วมในการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎร พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ที่รัฐบาลจะไปกู้เงินนี้ที่เราไม่เห็นด้วย ก็เพราะว่าไม่มีรายละเอียดของการ ดําเนินการของโครงการใช้เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยอาศัยอํานาจหรือมติของ คณะรัฐมนตรีแค่นั้น ปราศจากการตรวจสอบ ไม่เหมือนงบประมาณรายจ่ายประจําป้ของ แผ่นดินที่ทุกครั้ง ส.ส. ทั้งรัฐบาลและฝ์ายค้านจะต้องร่วมกันพิจารณา โดยเชิญ หน่วยราชการต่าง ๆ มาชี้แจงรายละเอียดว่าจะเอาไปทําโครงการอย่างไร ราคากลาง เปึนอย่างไร สํานักงบประมาณก็จะเอาราคากลางมาในการวิเคราะห์ตัดสินว่า งบประมาณในแต่ละโครงการจะใช้เกินจํานวนเงินที่ควรจะเปึนไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าหาก พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ อ้าย ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มันก็เหมือน การตีเช็คเปล่าให้รัฐบาลไปกรอกตัวเลขและจะสั่งจ่ายใครก็ได้ท่านประธาน อันนี้คือ ความเปึนมาบังเอิญพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผ่านสภาครับ โดยซีกรัฐบาลโหวตผ่านกันเอง ผ่านฉลุยเลยครับ ผลก็คือมันมีข้อบกพร่อง มีตกหล่น ยกตัวอย่าง อย่างมาตรา ๓ ที่วุฒิสภาได้แก้ลงมาท่านประธาน ในวรรคสอง ของมาตรา ๓ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขออนุญาตอ่านนะครับว่า การกู้เงินตาม วรรคหนึ่งให้มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน สี่แสนล้าน ยังตกคําว่า บาท เลยท่านประธาน อย่างนี้ กฎหมายอย่างนี้ผ่านสภาขึ้นไปถึงวุฒิสภา ตกคําว่า บาท หมายความว่าเราทํางานกัน หละหลวม อีลุ่ยฉุยแฉก เรื่อยเป๋ือย มองตัวเองว่าเก่งทางด้านกฎหมาย แต่ทํากฎหมาย ฉบับนี้ผ่านไปที่วุฒิสภา มิน่าละครับ วุฒิสภาถึงได้แก้กลับลงมา ถามจริง ๆ ว่าสภาแห่งนี้ ไม่รู้สึกอับอายหรืออย่างไร ขายขี้หน้าไหมครับ วุฒิสภาเขามาจากการสรรหากึ่งหนึ่ง มาจากการเลือกตั้งกึ่งหนึ่ง ประสบการณ์ก็น้อยกว่าพวกเรา แต่เราทํากฎหมายผ่าน กฎหมายชุ่ย ๆ ขอประทานอภัยนะครับต้องใช้คําว่าอย่างนั้น เพราะว่าตัวเลข ๔๐๐,๐๐๐ ล้าน กลับไม่มีหน่วยว่า บาท หรือ เหรียญสหรัฐ แบบนี้ใช้ไม่ได้ท่านประธาน ผมนี่นะครับ เปึนฝ์ายค้านอึดอัดใจมาก ทุกครั้งถ้าฝ์ายค้านไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล รัฐบาลชุดนี้ละครับ จะกล่าวหาว่าพวกผมฝ์ายค้านตีรวน กล่าวหาว่าเงินจะไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ทันกิน ประชาชนจะตกงาน แรงงานจะไม่มีงานทํา สิ่งชั่วร้าย สิ่งที่ไม่ดีก็จะกล่าวหา ฝ์ายค้านว่าอย่างโน้นอย่างนี้ ยกตัวอย่างท่านประธาน พวกผมนี่นะครับ เมื่อพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าสู่สภา ท่านประธานคงจําได้นะครับ เราฝ์ายค้านเห็นว่าไม่ใช่เรื่อง เร่งด่วน เราก็ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ คณะรัฐมนตรีที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นี่ละครับ กล่าวหาพวกผม หาว่าต้องการที่จะดึง ต้องการที่จะให้ประเทศชาติเศรษฐกิจตกต่ํา ไม่อยากให้ประชาชนได้ลืมหู ลืมตา นักลงทุนจะต้องเจ๊ง เพราะ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชกําหนดจะรอช้าแม้แต่วันเดียวไม่ได้ พวกผมนี่ทนกล้ํากลืนท่านประธาน สื่อมวลชนก็เสนอข่าวออกไป และผลมันเปึนอย่างไรครับ ท่านประธาน ยืนยันตลอดเวลา ว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเอาไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเอาไปลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็ง ผมนี่นะครับท่านประธาน เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบัน การเงิน ก็ไปเบิกความในฐานะตัวแทนของพรรคเพื่อไทย ก็พยายามที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ศาลรัฐธรรมนูญได้เข้าใจว่าที่จะไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน อยากจะให้รัฐบาลลองจัดเก็บภาษีทั้งศุลกากร สรรพากร สรรพสามิต จนใกล้ ๆ จะ เดือนกันยายน วันที่ ๓๐ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะมากู้เพื่อป่ดหีบเท่าไร และอีกทั้งตัวเลข ที่แจกให้ ส.ส. ในสภา ประกอบกับพระราชกําหนดนั้นตัวเลขที่ส่งมาให้พวกผมอ่าน มันก็ชัดเจนว่าเอาไปป่ดหีบแค่ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทําโครงการไทยเข้มแข็ง ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็มาพูดในสภาแห่งนี้ ยืนยัน เจตนารมณ์ของพระราชกําหนดว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปป่ดหีบ อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปทําโครงการไทยเข้มแข็ง และวันนี้ตัวเลขเปึนอย่างไรครับ ปรากฏว่าจะเอาไปป่ดหีบแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะรัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้เกินเปัา คือเกินกว่าที่คาดการณ์ ว่าจะเก็บไม่ได้ ก็ปรากฏว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เอา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ นะครับ วันนี้เขาก็มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ฝ์ายจัดเก็บว่าประมาณ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะใช้ป่ดหีบจริง ๆ เพราะฉะนั้นจะเหลือประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปบวกกับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจะได้มีเงินไปใช้ในโครงการไทยเข้มแข็ง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท

ผมจะถามท่านประธานว่าพระราชกําหนดบอกชัดเจน โดยท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปพูดต่อศาลรัฐธรรมนูญ และพูดต่อสภาแห่งนี้ว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป่ดหีบอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทําโครงการไทยเข้มแข็ง วันนี้ เอาไปป่ดหีบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะเอา ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เหลือมาลงทุน โครงการไทยเข้มแข็งได้หรือไม่ มันบิดเบือนกฎหมายไหม เพราะพระราชกําหนด คือกฎหมาย เจตนารมณ์ของกฎหมายก็ชัดเจน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงการไทยเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นผมจะร้องอีก กล่าวหาว่าผมเปึนนักร้อง เปึนคนขี้ร้อง ผมจะเอาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย เพราะสภาแห่งนี้คือสภานิติบัญญัติ คําพูด เจตนารมณ์เบื้องหลังกฎหมายเราต้องยึดถืออย่างนั้น ไม่ใช่พอมีเงินเหลือจากการป่ดหีบ ก็จะเอาไปทําโครงการไทยเข้มแข็ง แล้ววันนี้สิ่งที่เกิดโครงการไทยเข้มแข็งมันเปึนอย่างไร ท่านประธาน เกิดการทุจริต เกิดการโกงกัน เริ่มตั้งแต่โครงการไทยเข้มแข็ง ระยะหนึ่ง ปลากระปิองเน่า ท่านประธานจําได้นะครับ อันนั้นโครงการไทยเข้มแข็ง ระยะ ๑ พอมา โครงการไทยเข้มแข็ง ระยะ ๒ ท่านประธาน มันเกิดอะไรครับ โครงการชุมชนพอเพียง จนประชาชนเขาบอกว่าวันนี้รัฐบาลมันเพียงพอแล้วหรือยัง ไม่อายเขาหรือครับ เพราะอะไร พระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียดเหมือนกันครับว่าจะนําไปลงทุน ที่ไหน อย่างไร วงเงินเท่าไร ราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างเปึนอย่างไร ไม่รู้ว่ารัฐบาลนี้ ทําอย่างไร วันนี้ผมในฐานะคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบัน การเงิน ได้เรียนเชิญ ๖ หน่วยงานเข้ามาชี้แจงเกี่ยวกับงบไทยเข้มแข็ง วันนี้ได้เชิญ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ปลัดกระทรวงการคลัง ผอ. สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ ผอ. สํานัก งบประมาณ สํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้ง ๖ หน่วยงานนี้ละครับ เปึนส่วนร่วมอยู่ในคณะกรรมการ ๓ คณะ ที่ดูแลโครงการไทยเข้มแข็ง

คณะแรก คือคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการไทยเข้มแข็ง

คณะที่สอง คือคณะกรรมการประเมินผลการดําเนินนโยบายไทยเข้มแข็ง ที่ท่านพนัส สิมะเสถียร เปึนประธาน

คณะที่สาม เปึนคณะกรรมการติดตามและเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ โครงการไทยเข้มแข็ง ที่มีรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์เปึนประธาน

จะเห็นนะครับว่าความตั้งใจของรัฐบาลนี้มีอยู่ ๓ คณะ ไม่ได้มี คณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตฉ้อโกงแต่ประการใดเลย วันนี้พอเกิดเหตุการณ์ ที่กระทรวงสาธารณสุขท่านประธาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ประชุม ครม. เมื่อวานนี้ ให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย มาแถลงข่าวว่านายกรัฐมนตรีได้สั่ง นายกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตั้งคณะกรรมการกลางตรวจสอบการใช้จ่าย งบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง อุดรอยรั่วความไม่โปร่งใสการใช้เงินในโครงการ อย่างนี้ แสดงว่ารัฐบาลเพิ่งคิดได้หลังจากที่พบว่ามีการทุจริตถึงได้ตั้งคณะกรรมการเช่นนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่วุฒิสภาท่านแก้ไขเข้ามาท่านประธาน โดยเฉพาะมาตรา ๓ ผมอ่านแล้ว ผมสนับสนุนเต็มที่ท่านประธาน ผมชอบมากเลยที่วุฒิสภาท่านคิดได้ ท่านคิดได้ดีกว่า สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนั้นพรรคเพื่อไทยไม่ได้ร่วมสังฆกรรม ต้องบอกให้ พี่น้องประชาชนนะครับ พวกผมไม่ได้ร่วมอยู่ในห้องนี้ มีพรรคร่วมรัฐบาลนี้ละที่อวดเก่ง อวดดีไปร่างมาตรา ๓ ตกคําว่า บาท ในวรรคสองแล้ว ในวรรคแรกยังให้วุฒิสภาเสนอเข้ามาว่า ขออนุญาตอ่านนะครับ การใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณา หมายความว่า เสนอกรอบนะครับ ก่อนเริ่ม ดําเนินการโดยแสดงรายละเอียดของโครงการที่จะนําเงินกู้ไปใช้จ่าย เห็นไหมครับ วุฒิสภาเขายังคํานึงถึงรายละเอียดของโครงการ อย่างน้อยจะได้ติดตามได้ถูกว่าแต่ละ โครงการนั้นก่อให้เกิดผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างที่ท่านนิพิฏฐ์ได้พูด โครงการเหล่านี้จะนําความสุขมาให้พี่น้องประชาชนหรือไม่ ลงจังหวัดไหนมากน้อย อย่างไร ไม่ใช่เกิดความเหลื่อมล้ํา ท่านรัฐมนตรีต้องตรวจสอบเรื่องนี้ ผมดีใจนะครับ ที่รัฐบาลคิดได้ ท่านทั้งสองทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คิดได้ที่ตั้งคณะกรรมการตามที่ท่านสาทิตย์มาแถลงข่าวเมื่อวาน เห็นด้วยครับควรจะตั้ง ควรจะตั้งตั้งแต่ต้น แต่คําชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ข้าราชการที่มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ มีอยู่ ๓ คณะ ท่านประธาน ไม่พูดถึงการตรวจสอบการทุจริตเลย แต่ก็ยังไม่สายนะครับ เพราะว่าเงินมันเพิ่งเริ่มทยอยลงไปท่านรีบทํา และอยากจะให้ท่านยึดถือสิ่งที่วุฒิสภา เขาแก้ไขขึ้นมาเปึนสิ่งที่ดีแล้ว ท่านประธาน ผมอยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับ ความจริง เราอย่าไปเอาชนะคะคานกัน เราทําประโยชน์เพื่อบ้านเมือง เพื่อพี่น้อง ประชาชน เงินต่าง ๆ ที่เราไปกู้มาพี่น้องประชาชนต้องแบกรับภาระทั้งนั้น ไม่ใช่เงินพ่อ เงินแม่เราท่านประธาน เปึนเงินประชาชนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ เกินเวลามา ๓ นาทีครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานผมอภิปรายดี นะครับ ท่านต้องสนใจฟังผม ผมกําลังให้ความรู้และเปึนสิ่งที่ไม่ได้เหน็บแนมเลย กําลัง เสนอแนะสิ่งที่ดีที่ควรให้รัฐบาลได้สดับตรับฟังเพื่อไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เพราะโครงการไทยเข้มแข็งนะท่านประธาน อย่างพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่แตกต่างจากพระราชกําหนดเลย วันนี้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามพระราชบัญญัติยังไม่ได้ใช้ เพราะกฎหมายยังไม่ได้ผ่าน แต่พระราชกําหนดนั้น ผ่านไปแล้วโครงการไทยเข้มแข็งเริ่มลงพื้นที่แล้ว ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก็จะลงไปจังหวัดหนองคาย วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์นี้ จะไปดูรายละเอียดว่าแต่ละ โครงการนั้นงบประมาณลงอย่างไร ราคากลางเปึนอย่างไร เพราะวันนี้มีข้อครหามากมาย อย่างเมื่อเช้านี้นะครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้พิจารณา ได้มีผู้อาวุโสหลายท่าน ด้วยกันได้พูดในที่ประชุมคณะกรรมาธิการฟังแล้วน่าตกใจ อกสั่นขวัญแขวนไปหมดเลยครับ กล่าวคืองบประมาณในการจัดจ้างบริษัททําอีเวนท์ (Event) หรือจัดนิทรรศการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ท่านผู้ใหญ่ได้บอกว่ามีการเรียกคอมมิชชั่น (Commission) เรียกเปอร์เซ็นต์สูงถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน เขาบอกว่าในอดีตเรียกแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ท่านได้ยินกับหู ได้ฟังกับหู ท่านเปึนผู้ใหญ่ ผมไม่ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ แต่ท่านได้ให้ข้อมูลอย่างนี้ต่อ ๖ หน่วยงานที่มาชี้แจงนี้ละครับว่า ให้ช่วยกันไปตรวจสอบ โดยเฉพาะผู้ตรวจการแผ่นดินหลังจากที่สภานี้ได้ผ่านกฎหมายให้ อํานาจผู้ตรวจการแผ่นดินเทียบเท่า ป.ป.ช. เราก็เปึนห่วง เราก็อยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ตรวจสอบประเด็นเหล่านี้ เพราะมีการเรียกเงินน่าเกลียด โดยเฉพาะวันนี้ท่านประธาน ผมฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ เขาบอกว่ามีการจองกฐิน ใครอยากได้งบประมาณโครงการใดต้องจองกฐินจ่ายล่วงหน้า ท่านเคยทอดกฐินนะครับ ท่านรู้นะครับ ต้องไปจองที่วัด เหมือนกัน เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องตรวจสอบเรื่องนี้อย่าให้เกิด การทุจริตแบบนี้ครับ วันนี้คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ซึ่งผมเปึน ประธาน ก็ได้ฝากสิ่งเหล่านี้ไปให้ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน แล้วก็ดีใจที่มาตรา ๑๑/๑ ที่วุฒิสภา ได้แก้ไขเพิ่มเติมเข้ามาพูดชัดเจนให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการรับจ่าย การเก็บรักษา และการใช้เงินกู้ตามพระราชบัญญัตินี้ว่าเปึนไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ประเด็นนี้ ประโยคนี้ยอดมาก ตลอดจนตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินกู้และการจัดซื้อจัดจ้างตามโครงการว่าเปึนไปตามวัตถุประสงค์ของ การกู้เงินประหยัดได้ผลตามเปัาหมายหรือไม่ อันนี้เปึนสิ่งที่ดี นอกจากนั้นแล้ว ท่านประธานวันนี้คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ยังฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านดอกเตอร์ไตรรงค์

(นายสาธิต ป่ตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุรพงษ์มีผู้ประท้วงครับ คุณสาธิตประท้วงอะไรครับ

นายสาธิต ป่ตุเตชะ ระยอง

ผมประท้วงท่านประธานครับ เพราะว่า ท่านประธานให้เวลาท่านผู้อภิปราย อภิปรายเกินเวลาไป ๖ นาทีกว่าแล้วครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เข้าใจในสิ่งที่ประท้วงครับ ผมกําลังจะบอกคุณสุรพงษ์ขอให้รวบรัดอีกครั้งหนึ่งครับ เชิญนั่งลงครับ ดอกเตอร์สุรพงษ์ได้อภิปรายเกินเวลาท่านอื่นมาค่อนข้างเยอะแล้ว ขอรวบรัดเลยครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ พอดี ท่านเจริญ จรรย์โกมล เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกผมว่าให้ใช้เวลาท่าน ถ้าอย่างนั้นขออนุญาต เลยนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือก็ต้องอยู่ในขอบเขตด้วยนะครับ คือผมต้องเรียนอย่างนี้ท่านสมาชิกครับ การอภิปราย ที่ดีนั้นคือการอภิปรายที่กระชับได้ใจความ ผู้ฟังฟังแล้วเข้าใจ เปึนเรื่องที่พวกเราน่าจะได้ ยึดถือเปึนหลักปฏิบัติ ก็ต้องขอดอกเตอร์สุรพงษ์รวบรัดด้วยครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานฟังผมไม่เข้าใจ หรือครับ ผมอภิปรายไม่ดีหรือครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ฟังเข้าใจครับ แต่ท่านพูดยาวครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธาน ที่จริงแล้ว วิปฝ์ายค้านผมให้ผมไม่มีกําหนดเวลา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมคงไม่โต้เถียงกับดอกเตอร์สุรพงษ์ ขอความกรุณารวบรัด ผมให้เวลาอีกนาทีเดียวครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมเหลืออีก ๕ หน้าเอง ท่านประธาน เปึนประโยชน์ทั้งนั้นเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอความกรุณาครับ เพราะว่าเกินเวลาท่านอื่นมา ๗ นาทีแล้ว ผมให้เวลาอีก ๑ นาทีครับ คุณสาธิตไม่เปึนอะไรครับ ผมวินิจฉัยแล้ว ก็ให้โอกาสดอกเตอร์สุรพงษ์พูดให้จบ ในเวลา ๑ นาที แล้วก็ขอความกรุณาท่านอื่นได้เวลาด้วย อาจจะเกินเวลาสัก ๒ นาที สังเกตดูผมจะเตือนตอนที่เกินเวลาไป ๒ นาทีแรก ผมจะบอกให้รวบรัดนะครับ ขอเชิญต่อ ๑ นาที

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ เอาอย่างนี้ สั้น ๆ ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่วุฒิสภาแก้ไข เพราะผมไม่อยากเห็นมีการทุจริตเกิดขึ้นเหมือน กรณีกระทรวงสาธารณสุข เพราะคุณหมอชนบทออกมาเป่ดเผย ผมถือว่าเปึนนิมิตหมาย อันดี เพราะหมอเขาเปึนคนสุจริต หมอเขารวยอยู่แล้วเขาไม่จําเปึนต้องโกง แต่เขาคงทน เห็นคนโกงไม่ไหวครับ เขาเลยออกมาท้วงติงกันก่อน อันนี้คือนิมิตหมายอันดีที่มี คนช่วยกันตรวจสอบ อย่างน้อยผมต้องฝากพี่น้องประชาชน ตลอดจนสื่อมวลชนที่จะอยู่ ถ่ายทอดหรือไม่อยู่ถ่ายทอดก็สุดแล้วแต่ เมื่อฟังการอภิปรายนี้แล้วช่วยกันตรวจสอบครับ การใช้จ่ายงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งทุกบาททุกสตางค์มันมีการทุจริตอย่าให้เกิด ข้อครหานินทา นินทามากมาย ผมอับอายครับ ผมทนไม่ไหวถ้าเกิดพี่น้องประชาชน ต้องกล่าวหาว่านักการเมืองโกงกิน ไม่อยากให้เห็นการทุจริตนี้มันแพร่ขยาย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดเวลาแล้วครับ คืออย่างนี้เมื่อเราได้ตกลงกันว่าต่อ ๑ นาที ท่านก็ต้องบริหารเวลาให้ ต่อ ๑ นาทีนะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะเปึนข้ออ้างให้ท่านอื่นปฏิบัติตาม ผมต่ออีกครั้งหนึ่งครับ ๑๐ วินาทีครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

๑๐ วินาทีนะครับ ถ้าพรรคไทยรักไทยโดยนายกรัฐมนตรีทักษิณมีโอกาสได้ใช้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามพระราชกําหนดอย่างนี้นะครับ เงินจะหมุนไปไม่รู้กี่รอบแล้วครับ เงินกําลังจะหมุนไป กําลังจะหมุนไปพี่น้องประชาชนรับได้ และทําให้ประชาชนมีความสุขได้ ลูกหลานคนไทย คนจนได้ไปเรียนเมืองนอก ยาบ้าก็หดหายไปจากสังคม ต้องขอบคุณที่โชคดี ที่นายกรัฐมนตรีทักษิณ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดเวลาแล้วครับ ผมจะอ่านรายชื่อผู้ที่จะอภิปรายต่อนะครับ ผมอ่านรายชื่อก่อนแล้วเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ แต่สําหรับท่านรัฐมนตรีผมจะไม่ จํากัดเวลานะครับ เพราะว่าสมาชิกถามก็จะต้องให้รัฐมนตรีตอบอย่างเต็มที่ ก็มีผู้ที่จะ อภิปรายนะครับ เมื่อสักครู่ผมดูผิดคุณนครนะครับ ก็จะเปึนคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ คุณทศพล เพ็งส้ม คุณไพจิต ศรีวรขาน คุณนคร มาฉิม คุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คุณศักดา คงเพชร คุณประชา ประสพดี นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ คุณทองดี มนิสสาร คุณทนุศักดิ์ เล็กอุทัย และคุณประเกียรติ นาสิมมา เปึนชุดแรกนะครับ ขอให้เตรียมตัวด้วยครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ผมขอหารือ ผมไม่อภิปราย นิดเดียวได้ไหมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อะไรนะครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ผมขอหารือครับ ไม่อภิปรายครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หารือเกี่ยวกับเรื่อง

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

เปึนเรื่องที่ดีมากในสภาแห่งนี้ครับ แป็บเดียวท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอสั้น ๆ นะครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ส.ส. ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเคยท้อแท้ใจและไม่มีความหวังนะครับกับวิถีแห่งรัฐสภาไทยมานาน พอสมควรครับ แต่วันนี้เมื่อผมได้เห็นและได้ยินผู้แทนราษฎรที่แท้จริงของปวงชนชาวไทย ผมภูมิใจ และขอขอบคุณคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันนี้ไม่ใช่หารือ เปึนคําชื่นชมนะครับ แต่ผมก็เห็นด้วยกับท่านทนุศักดิ์ ก็เปึนตัวอย่าง พวกเราทุกคน เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมจะขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ถึงแม้ท่านกรุณาไม่จํากัดเวลาของผมในการที่จะตอบ คําถามของเพื่อนสมาชิก ผมจะขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ในการที่จะชี้แจงเพิ่มเติมให้กับ เพื่อนสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายไป ๒ ท่าน ก่อนอื่นกับดอกเตอร์สุรพงษ์ ผมขออนุญาตเอ่ยนาม นะครับ ก็รู้สึกแปลกใจว่าทําไมท่านถึงหยิบยกเปึนความดีความชอบที่ท่านและ ฝ์ายค้านไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในสภาแห่งนี้ ในการที่จะช่วยกันกลั่นกรองกฎหมายฉบับนี้ ข้อเท็จจริงที่ท่านหยิบยกขึ้นมาว่ามีความผิดพลาดในร่างพระราชบัญญัติ สืบเนื่องมาจาก ความไม่รอบคอบของการพิจารณา ส่วนหนึ่งการที่ท่านเลือกที่จะไม่อยู่ในห้องนี้เพื่อที่จะ ช่วยเราพิจารณาก็คงเปึนหนึ่งในสาเหตุทําให้อาจจะมีความผิดพลาดอยู่บ้าง อย่างไร ก็แล้วแต่ผมขออนุญาตเรียนกับประเด็นความผิดพลาดที่ท่านหยิบยกขึ้นมา ก็คือการตก คําว่า บาท นะครับ ในส่วนของมาตรา ๓ ก็จะขอเรียนว่าร่างที่นําเสนอจากทางกระทรวงการคลัง ไม่ได้ตกในคํานี้ แต่คําว่า บาท นั้น ตกหายไปช่วงระหว่างทางนะครับ ซึ่งอาจจะเปึนการพิมพ์ ผิดพลาดหรืออย่างไร ผมไม่ทราบ แต่ว่ากระบวนการขั้นตอนการพิจารณาของสภา พวกเราก็มีหน้าที่อยู่แล้วที่จะหยิบ แล้วก็แก้ไขประเด็นที่อาจจะมีการผิดพลาดอยู่บ้าง ก็ถือว่าเปึนกลไกปกติ ซึ่งก็ได้มีการดําเนินการแก้ไขไปแล้ว สาเหตุที่ทาง ส.ว. ต้องเปึน ผู้ดําเนินการก็เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝัืงหนึ่งก็คือฝัืงท่านเองเลือกที่จะไม่ปฏิบัติ หน้าที่

ทีนี้ผมขออนุญาตท่านประธานเรียนกล่าวชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิกพรรค ของผมเอง คือท่านนิพิฏฐ์ ซึ่งถือว่าเปึนรุ่นพี่ที่เคารพคนหนึ่ง ต่อความคิดเห็นของท่าน ผมเข้าใจและเห็นใจ คือผมขออนุญาตเรียนสั้น ๆ อย่างนี้นะครับว่าสําหรับรัฐบาลถ้าเรา สามารถที่จะใช้เงินในงบประมาณในการที่จะลงทุนในโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผน ที่เราเรียกว่า แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง แก้ไขปัญหา เศรษฐกิจ ผมขอยืนยันกับท่านเลยครับว่าเราไม่ลังเลเลยที่จะเลือกใช้วิธีนั้น สาเหตุที่เรา ต้องใช้เงินนอกงบประมาณก็เปึนเพราะมีกฎหมายเปึนกรอบบังคับว่าเราไม่สามารถขาด ดุลมากกว่าประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายในแต่ละป้ เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่มีข้อจํากัดทางกฎหมายในลักษณะนี้เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่ เราก็ สามารถที่จะบรรจุโครงการการลงทุนทุกโครงการในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเข้าสู่ ระบบงบประมาณเพื่อให้มีการพิจารณาตามระบบตามปกติได้ และนั่นจะเปึนทางเลือก ทางแรกของรัฐบาลถ้าเรามีทางเลือกนั้น แต่ท่านก็ทราบดีและพวกเราทุก ๆ คนในที่นี้ ก็ทราบดีว่ารัฐบาลไม่ได้มีทางเลือกนั้น และด้วยสาเหตุที่มีข้อจํากัดว่าเราไม่สามารถใช้เงิน ในงบประมาณได้ ก็เปึนสาเหตุจําเปึนให้รัฐบาลต้องมาขออํานาจพิเศษให้กระทรวงการคลังในการที่จะกู้ยืม เงินนอกระบบงบประมาณ เพื่อนําไปใช้จ่ายในโครงการที่เรามองว่ามีความสําคัญต่อ การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยรวม คราวนี้พอเปึนเงินนอกงบประมาณก็มีปัญหา การกู้ยืมในลักษณะนี้ในอดีต ท่านนิพิฏฐ์ และเพื่อน ๆ สมาชิก ๆ ก็ทราบดี เพราะมีหลายท่านได้อภิปรายในประเด็นนี้ไปแล้ว ในอดีตการกู้ยืมในลักษณะนี้ไม่มีการนําเสนอข้อมูลต่อรัฐสภา ไม่ว่าจะเปึนกรณีเพื่อทราบ หรือเพื่อพิจารณา เมื่อสักครู่ท่านนิพิฏฐ์พูดเองนะครับว่าพี่น้องประชาชนอยากทราบว่า เงินที่รัฐบาลมีความจําเปึนต้องกู้ยืมไปนั้นรัฐบาลนําไปใช้ทําอะไร ประเด็นนี้ก็เปึนประเด็น ที่ทางรัฐบาลตระหนัก และนี่คือสาเหตุที่เราได้เติมในวรรคสาม ในมาตรา ๓ เปึนมาตรา ที่บังคับว่ารัฐบาลจะต้องนําข้อมูลรายละเอียดโครงการการลงทุนมาเสนอให้รัฐสภา เพื่อทราบ เมื่อรัฐสภาทราบพี่น้องประชาชนก็จะมีโอกาสทราบได้ด้วย นอกจากนั้น ผมก็อยากจะเรียนเพิ่มเติม ซึ่งผมก็ได้ชี้แจงไป ๒-๓ ครั้งแล้วนะครับว่ารัฐบาลก็ได้นํา ข้อมูลเหล่านั้นในเชิงรายละเอียดเชิงลึกไปบรรจุไว้ในเว็บไซต์ ซึ่งในยุคนี้สมัยนี้ผมต้องถือว่า การเข้าถึงข้อมูลโดยเว็บไซต์ถือว่าเปึนการเข้าถึงข้อมูลในระบบที่เป่ดมากที่สุดแล้ว ดังนั้น ไม่ใช่เพียงแค่สมาชิกรัฐสภาที่จะได้รับทราบเท่านั้น ประชาชนในเขตพื้นที่ของท่านเอง ก็สามารถเข้าไปดูได้ ท่านบอกกับผมว่า ณ วันนี้ท่านไม่ทราบว่าจังหวัดท่านได้อะไรบ้าง จริง ๆ แล้วกดเข้าไปดู เมื่อสักครู่ผมกดเข้าไปเลยในจังหวัดของท่านเองก็สามารถที่จะ ดูได้ว่ามีเม็ดเงินในโครงการใด ๆ บ้าง เม็ดเงินรวมเท่าไร แยกเปึนกระทรวงแต่ละกระทรวง เท่าไร แยกเปึนแต่ละหมวดตามที่เราได้กําหนดไว้ท่านดูได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เปึน ประเด็นที่ผมอยากจะชี้แจง แล้วก็อยากที่จะเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าทั้งหมดทั้งปวงที่เรา ต้องมาพิจารณากัน ความจริงก็หลายครั้งหลายรอบ ไม่ว่าจะในส่วนของ พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. ก็ตาม สาเหตุเดียวที่มีความจําเปึนต้องใช้วิธีนี้ก็เปึนเพราะเรามีข้อจํากัด ไม่สามารถที่จะใช้เงินในงบประมาณได้ เมื่อมีข้อจํากัดนี้ทางรัฐบาลก็พยายามทุกวิถีทาง ที่จะแก้จุดอ่อนที่เราเชื่อว่าอาจจะเกิดจากการใช้เงินนอกงบประมาณ และจุดอ่อนนั้นก็คือ ขั้นตอนการพิจารณา และความโปร่งใสของข้อมูล และนี่ก็คือสาเหตุตามที่ผมได้เรียนว่า เราได้เพิ่มมาตรา ๓ ตามที่ปรากฏ นอกจากนั้นก็ได้เป่ดเผยข้อมูลเพื่อให้สาธารณะ สามารถที่จะเข้าถึงได้ ก็ด้วยความเห็นใจ แล้วก็ความเข้าใจ แล้วขอขอบคุณท่าน แล้วก็ ท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่แสดงความกังวล แล้วก็ให้คําแนะนําต่อรัฐบาลในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันผมก็ต้องขออนุญาตยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ของรัฐบาลในความพยายามที่จะ ทําให้โครงการนี้มีความโปร่งใสมากที่สุดเท่าที่จะทําได้ด้วยข้อจํากัดที่เรามีตามกฎหมาย ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต่อกรณีร่างพระราชบัญญัติกู้ยืมเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งนี้ จริง ๆ แล้วก็ผ่านการพิจารณาของ ส.ส. ส.ว. เสร็จสิ้นแล้ว เพียงแต่ท่าน ส.ว. มีประเด็นหลัก อยู่ประเด็นหนึ่ง ซึ่งเห็นต่างกันก็เลยกลับเข้ามาสู่การพิจารณาครั้งนี้อีกครั้งหนึ่ง ทุกคน เห็นด้วยละครับว่าต้องกู้ เพราะผ่านแล้วถึง ๒ สภา แต่ประเด็นมีอยู่นิดหนึ่งตรงที่ว่า กรอบการพิจารณา กรอบวงเงินกู้ ท่าน ส.ว. อยากให้กลับเข้ามาสู่สภาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพิจารณา แต่ว่ารัฐบาลก็ยังยืนยันว่าขอแค่เพียงรับทราบก็เพียงพอแล้ว ผมเรียนอย่างนี้ นะครับ ถ้าเปึนอย่างนี้แล้ววันนี้มี ๒ ทาง ที่เปึนทางออกก็คือว่า ๑. เห็นด้วยกับร่างที่ท่าน ส.ว. ส่งมา หรือ ๒. ไม่เห็นด้วยกับร่างที่ท่าน ส.ว. ส่งมา ก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ระหว่าง ส.ส. กับ ส.ว. ร่วมกัน มีแค่ ๒ ทางออก คราวนี้พอมาดูครับว่าร่างท่าน ส.ว. ที่ส่งมา ถูกต้องหรือเปล่า ถูกกฎหมายไหม แรก ๆ เรียนตามตรงผมอ่านแล้วผมก็อยากจะได้ เพื่อพิจารณาเหมือนกัน อยากจะเห็นว่าเอาเปึนเงินกู้มาใช้อย่างไร แล้วมาพิจารณากัน ในสภา เอาแบบตรงไปตรงมากัน ตอนแรกก็คิดอย่างนั้นครับ แต่ว่าพอไปดูตัวบทชัด ๆ แล้ว การเขียนอย่างนี้กลัวว่าจะผิดกฎหมาย ให้สภาพิจารณาครับ ทําไมครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ ระบุชัดว่ารัฐสภามีอํานาจจํากัดครับ เพียงเฉพาะแต่บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ เท่านั้น ปรากฏว่าก็มาดูครับว่า รัฐธรรมนูญให้อํานาจอะไรบ้าง ให้อํานาจในการพิจารณา กฎหมายงบประมาณครับ แต่ไม่ได้ให้อํานาจในการพิจารณากฎหมายนอกงบประมาณ แบบนี้หรือเปึนการกรอบเงินกู้อย่างอื่นครับ นี่คือข้อ ๑ เลยนะครับว่ามีโอกาสสูงครับ กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติครับ ผมเรียน นะครับว่า ถ้าออกแบบง่อนแง่นก็คือว่าใช้ข้อพิจารณาเมื่อไร น่าจะมีปัญหาในทางไกล ในเรื่องของข้อกฎหมายที่ได้กล่าวมาแล้ว เอาละครับ แล้วถ้าไม่มีล่ะ ใส่ใช้ตามร่างท่าน ส.ว. เลยว่า เพื่อพิจารณา นี้ เอาเข้ามาสู่สภาเพื่อพิจารณานี้มีปัญหาไหมในทางปฏิบัติ คําตอบก็คือ มี ครับ ทําไมมี ท่านทราบดีครับว่า กฎหมายงบประมาณปกติแล้ว เข้าสภานี้ ส.ส. มีอํานาจในการพิจารณา แล้วก็ทําไมครับ เพิ่มไม่ได้นะครับ ตัดได้อย่างเดียว นั่นเขาบีบอีกขนาดนี้ พอไปถึง ส.ว. ครับ ส.ว. ไม่มีอํานาจพิจารณา มีอํานาจเพียงแต่ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้นตามมาตรา ๑๖๘ ท่านลองกลับไปดูรัฐธรรมนูญให้ชัด นะครับ คําว่า พิจารณา คําว่า เห็นชอบ คําว่า รับทราบ ทุกอย่างมีความหมายทั้งนั้นครับ แล้วหลักกฎหมายสากลที่เขาใช้กันทั่วโลกเลยครับก็คือ ห้ามฝ์ายนิติบัญญัติริเริ่ม ทางการคลังและงบประมาณ ที่ใช้ครับ ประเทศเสรีอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศ ฝรั่งเศสรู้เรื่องพวกนี้ทั้งนั้นครับ เขาไม่ให้ฝ์ายนิติบัญญัติทําการริเริ่มทางการคลังและ งบประมาณ ทําไมครับ แปลว่าถ้าต้องให้สภาพิจารณา โครงการต่าง ๆ นั้นจะต้องผ่าน ครม. โดยฝ์ายบริหารมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมันเปึนไปได้ไหมครับ โครงการ ผ่านฝ์ายบริหารมาเสร็จเรียบร้อยแล้วมาให้สภาแห่งนี้มาตอบว่า ตกลงไม่เอา ตกลงจะตัด ตกลงจะเพิ่ม ตกลงว่าไม่เอาเลย ซึ่งนี่เปึนการริเริ่มทางการคลังและงบประมาณ ฝ์ายนิติบัญญัติทําไม่ได้ครับ นี่ละครับคือข้อที่ผมบอกว่ามีความกังวลใจว่าถ้ากฎหมาย ฉบับนี้ใช้คําว่า พิจารณา หรืออย่างที่ท่าน ส.ว. พูดนี้ มันมีปัญหาในทางข้อกฎหมาย มันมีปัญหาในทางปฏิบัติตามมาทันที ทําไมถึงบอกว่า กฎหมายฉบับนี้ห้าม เขาเรียกว่า ห้ามไม่แน่นอน กฎหมายฉบับนี้ก็มีความแน่นอนสูงครับ เพราะว่าแผนไทยเข้มแข็ง ๑.๔๓ ล้านล้านบาทนี้นะครับ มาจาก ๓ แหล่งครับ มาจากเงินงบประมาณ มาจาก การร่วมลงทุนภาครัฐกับเอกชน มาโดยการกู้ยืมเงิน โดย ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ละครับ วันนี้เราประกาศชัดเลยว่าถ้าการร่วมลงทุนไม่เกิดขึ้น เราจะเอาเงินกู้ในประเทศมาทํา โครงการต่าง ๆ แทน วันนี้ก็รอครับ ถ้าเกิดว่ามีนักลงทุนเข้ามาร่วมลงทุนมากขึ้น เราอาจจะไม่ต้องใช้วงเงินกู้นี้ครบจํานวนถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นกฎหมาย ฉบับนี้โลเล ลังเล ไม่ชัดเจน ไม่ได้ครับ นี่คือสิ่งที่จะต้องพูดในเรื่องของข้อกฎหมายนะครับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่เปึนห่วงกันของท่าน ส.ว. นะครับ อาทิเช่น มาตรา ๔ ท่านอย่างนี้ครับ ปกติแล้วร่างรัฐบาลเสนอบอกว่า กระทรวงการคลังอาจนําเงินที่กู้ไปปล่อยกู้ต่อให้กับ หน่วยงานของรัฐ ท่าน ส.ว. ท่านก็แก้ว่ากระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี คําตอบคือข้อความที่เสนอมาว่า โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี ไม่ต้องใส่ก็ได้ครับ เพราะตามกฎหมาย พ.ร.บ. การบริหารหนี้สาธารณะ ถ้ากระทรวงการคลังจะไปทําการกู้ แบบนี้ มันต้องขออนุมัติจาก ครม. อยู่แล้วครับ อันนั้นเรื่องที่ ๑ นะครับ

เรื่องที่ ๒ มาตรา ๑๐ ให้กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้าง หนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ ปรากฏว่าท่าน ส.ว. เติมคําว่า ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ คําตอบก็คือ ก็ไม่ต้องเติมอีกครับ เพราะกองทุนนี้มันอยู่ภายใต้กฎหมายบริหารหนี้สาธารณะ

ประเด็นสุดท้ายครับ เรื่องขอให้ สตง. ตรวจ อย่างไร สตง. ก็ตรวจอยู่แล้ว ครับ แผนไทยเข้มแข็ง ท่านครับเขาสามารถตรวจประจําป้ได้ตามมาตรา ๔๘ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ป้ ๒๕๔๒ แล้วถามว่าระหว่างป้ตรวจได้ไหม ตรวจได้อีกครับ รายงานระหว่างป้ในกรณีที่มี ความจําเปึนหรือเหมาะสมตามมาตรา ๔๙ ของ พ.ร.บ. สตง. เห็นไหมครับ สตง. วันนี้ เปึนองค์กรอิสระครับ จะเลือกรายงานเปึนรายป้ก็ได้ จะเลือกเปึนครึ่งป้รายงานทีหนึ่ง แล้วปลายป้รายงานอีกทีก็ได้ ถ้าเขาเห็นมันผิดปกติ เพราะฉะนั้นผมบอกเลยว่าร่างรัฐบาลนี้มีความพร้อมอยู่แล้วครับ แล้วก็ในส่วนของท่าน ส.ว. ที่มีความเปึนห่วงในเรื่องของ พิจารณา หรือ รับทราบ ผมเรียนแล้วว่าถ้าให้เปึนการ พิจารณาผมเกรงว่าจะเปึนการขัดกฎหมาย แล้วก็จะมีระเบียบปฏิบัติซึ่งเราไม่เคยทํามาก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ามาพูดถึงในประเด็นอื่น ๆ นะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้อภิปราย จากทางซีกฝ์ายค้านนั้นได้พูดถึงในกรณีของพระราชกําหนด บอกว่ากรอบวงเงินกู้ ในส่วนของพระราชกําหนดนั้นแบ่งเปึน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกนั้นเอาไปใช้ป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลังเอาไปใช้ในงบประมาณไทยเข้มแข็ง วันนี้มีการจัดเก็บ งบประมาณนี่ปรากฏว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกที่จะต้องใช้ในการป่ดหีบนั้นใช้ไม่ถึงแล้ว ใช้เพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น เพราะรัฐบาลนั้นเก็บภาษีได้ตรงเปัา ตรงนี้ก็ต้อง ขอเรียนว่าเปึนสัญลักษณ์ที่ดีอย่างหนึ่งของเศรษฐกิจว่าเศรษฐกิจกําลังจะไปครับ เพราะเราจัดเก็บได้ดีขึ้น เพิ่มมากขึ้น เลยทําให้เรากู้น้อยลง จากนั้น ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องถูกโยกไปอยู่ในแผนไทยเข้มแข็ง ท่านผู้อภิปรายก็บอกว่าเตรียมที่จะร้อง เรียบร้อยแล้ว ผมก็บอกท่านว่าก่อนท่านจะร้องนี่ ท่านกรุณาเช็ก (Check) ข้อกฎหมาย ให้ชัดเจนเหมือนกันครับ ท่านเปึนประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงินนะครับ กรุณาเช็กข้อกฎหมายก่อนครับ จากนี้อาทิตย์หน้า นี่กระทรวงการคลังจะต้องเสนอเข้า ครม. เพื่อเปึนการเปลี่ยนกรอบครับ จะโยกเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มาใช้จะต้องเปลี่ยนกรอบครับ เขาต้องเสนอเข้า ครม. แล้ว ครม. ก็จะเสนอกลับมาที่สภานี้ละครับ ไม่มีใครทําอย่างที่ท่านกล่าวหาหรอกครับ จะกล่าวหา อะไร จะร้องอะไรนี่นะครับ อย่าร้องในเรื่องที่มันรกโรงรกศาลครับ เช็กข้อมูลให้แน่ก่อน นะครับ

แล้วก็สุดท้ายครับท่านประธาน ต้องบอกว่าผมเห็นด้วยนะครับกับแนวทาง ของรัฐบาลในครั้งนี้ ได้แค่ทราบเท่านั้นละครับ พิจารณาไม่ได้ครับ ก็ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ขออนุญาตท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุรพงษ์ใช้สิทธิพาดพิงหรือครับ ก็ต้องขอสั้น ๆ นะครับ จะได้ไม่เปึนลักษณะการ ตอบโต้นะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและ สถาบันการเงิน เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกซึ่งเปึนโฆษกคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินของผม อาจจะเข้าใจผิดนะครับ เพราะผมเองนี่ผมได้ถาม ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ถ้าจะใช้เงินที่เหลือนั้นถ้ามันผิดกฎหมายนี่จะต้องทํา อย่างไร อันนี้คือคําถามที่ผมฝากถามท่านไปยังรัฐมนตรี คือผมแกล้งโง่ท่านประธาน อยากจะได้ยินชัด ๆ ว่ารัฐมนตรีจะทําอย่างไร ท่านจะเสนอกรอบนี้ผ่านสภาอีกรอบหรือ ผ่าน ครม. ก็ว่ากันมาเราก็จะได้พิจารณากัน ไม่ใช่ว่าจะเอาเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปใช้ในโครงการไทยเข้มแข็ง ไม่ได้ครับ เพราะมันเปึนเจตนารมณ์ที่ท่านรัฐมนตรีได้พูด ต่อสภาแห่งนี้ ฝากไว้แค่นั้นเองครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ คุณอรรถวิชช์ ก็ขอสั้น ๆ อีกเช่นเดียวกันนะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครครับ ผมได้ทําการตอบ โดยข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายครับ แล้วก็คิดไม่ถึงว่าท่านจะแกล้งโง่ครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ต้องขอความกรุณาตอนหลังอย่าไปตอบโต้กันในลักษณะอย่างนี้ เลยนะครับ คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ วุฒิสภาได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมีมติให้แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว กลับคืนมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) เพื่อเปึนการเตือนความจําครับท่านประธาน เพราะในขณะนั้นมีกฎหมายเกี่ยวกับ งบประมาณเสนอต่อสภาถึง ๓ ฉบับติด ๆ กัน คือ พ.ร.ก. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ๑.๗๗ ล้านล้านบาท ผมได้กลับไปเป่ดดูเทป การพิจารณากฎหมายทั้ง ๓ ฉบับอยู่หลายรอบ ได้เห็นการท้วงติงของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากป้กของฝ์ายค้าน พยายามให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลหลายประการ แต่ประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือ การใช้จ่ายงบประมาณจํานวน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียดแผนงาน โครงการ ให้ตรวจสอบ นอกจากนั้นงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ ในส่วนของงบแปรญัตติ อีกจํานวนถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่มีรายละเอียดแผนงานหรือโครงการ ให้ตรวจสอบเช่นกัน แม้รัฐบาลหรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะบอกว่า มีข้อมูลรายละเอียดให้เป่ดเว็บไซต์ดูได้ ผมก็ยังสงสัยว่าจะซักถามกันได้อย่างไร ยกตัวอย่าง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยบอกว่า งบไทยเข้มแข็งมีหัวคิว ๒๕-๓๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะตรวจสอบกันอย่างไร ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะรับข้อมูลนี้ แล้วก็ รีบแก้ไขในการตรวจสอบแบบ แผนงาน โครงการเหมาะสมกับราคากลางหรือไม่ วัสดุ ครุภัณฑ์ที่ตั้งไว้นี่มันเหมาะสมกับราคาปัจจุบันจริงหรือไม่ ทําไมประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทยถึงกล้าบอกว่ามีการชักหัวคิว ๒๕-๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็แสดงว่าแผนงาน หรือโครงการต่าง ๆ เหล่านั้นมันตั้งไว้เกินราคาที่ควรจะเปึน ๒๕-๓๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างน้อย ใช่หรือไม่ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลควรจะเร่งแก้ไขปัญหาตรงนี้มากกว่า ท่านประธานที่เคารพครับ หัวใจสําคัญของการจัดทํางบประมาณก็คือ การตรวจสอบข้อมูล การให้ความเปึนธรรม ในการกระจายงบประมาณอย่างทั่วถึง และที่สําคัญก็คือจะต้องมีรายละเอียดเพื่อให้เห็น ถึงประโยชน์ของการใช้เม็ดเงินนั้นว่า เม็ดเงินที่ลงไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่กับผลตอบแทน ที่ควรจะได้รับ เม็ดเงินที่ลงไปนั้นตรงกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่ แก้ไขปัญหา ของพี่น้องประชาชนได้หรือไม่

ประการต่อมาก็คือว่า วิธีดําเนินการและรายละเอียดในการใช้จ่ายเงิน เปึนอย่างไร เปึนโครงสร้างพื้นฐานหรือเปึนวัสดุ ครุภัณฑ์ หรือเปึนการฝ๊กอบรม สัมมนา เปึนต้น ถ้าเปึนแบบมาตรฐานอย่างที่ผมได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่ ราคากลางเปึนอย่างไร ตรงนี้ต้องรีบตรวจสอบและแก้ไขครับท่านประธาน เพราะไม่อย่างนั้นงบกว่าเราจะหามา ได้ต้องไปกู้เขามา มันไม่คุ้มค่าเลยที่พี่น้องประชาชนจะต้องเปึนหนี้กันทั้ง ๖๓ ล้านคน ทั้งนี้ก็เพื่อความประหยัด ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ที่สําคัญที่สุดก็คือเพื่อความโปร่งใส ปัองกันการทุจริตคอร์รัปชัน แม้ว่าจะเปึนเงินนอกงบประมาณ ท่านประธานครับ แม้ว่า จะเปึนเงินนอกงบประมาณ ก็ไม่ใช่เปึนเงินส่วนตัวของใคร แต่เปึนเงินที่ต้องไปกู้เขามา และคนไทยทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ขณะนี้ประเทศไทยเปรียบเสมือนคนป์วย เปรียบเสมือนเปึดง่อย เศรษฐกิจบ้านเมืองเดินไปด้วยความยากลําบาก ทําไมผมเปรียบเทียบอย่างนั้น ท่านประธาน ผมจะยกตัวอย่างปัญหาหลัก ๆ ซึ่งคนไทยทั่วไปเห็น ผมคิดว่าคงเห็นพ้อง ต้องกัน

ปัญหาแรก คือปัญหาความแตกแยกของคนในชาติอย่างไม่เคยปรากฏมา ก่อน ซึ่งเปึนความแตกแยกอย่างต่อเนื่องและยาวนานหลังจากปฏิวัติรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน เปึนต้นมา แม้จะมีความพยายามที่จะแก้ไขแต่ก็ยังหาจุดลงตัวไม่พบ

ปัญหาที่สอง ที่หนัก ๆ ก็คือ ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนปัญหา ที่กระทบกับความมั่นคง กระทบต่อเศรษฐกิจที่เรากําลังพิจารณากันอยู่นี้ กระทบต่อสังคม อย่างใหญ่หลวง แม้รัฐบาลจะประกาศเปึนนโยบายสําคัญที่จะแก้ไขปัญหา แต่ปัญหา ก็ยังหนักขึ้น ๆ และยังไม่มีวี่แววว่าจะแก้ไขปัญหาได้

ปัญหาที่สาม ก็คือปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเกิดจากเศรษฐกิจของโลกถดถอย ประการหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดจากปัจจัยภายในของเราเองผสมผสานกัน ทําให้ ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก ผู้คนตกงาน ส่งออกลดลง การลงทุนลดลง สินค้าเกษตร ราคาตกต่ํา แต่ปัจจัยการผลิตสูง

ปัญหาต่อมา ก็คือปัญหาทางด้านสังคม ปัญหายาเสพติด กลับมาเยอะมาก อย่างไม่เคยปรากฏเช่นนี้ว่าจะกลับมาเยอะมากขนาดนี้จริง ๆ

ปัญหาต่อมา ก็คือปัญหาบ้านเมืองไม่เปึนประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ยังมีหลายมาตรฐานและยังมีอํานาจแฝงอยู่ หลาย ๆ ปัญหาดังกล่าวชาวบ้านพยายาม เข้าใจครับท่านประธาน เพราะบางปัญหาเปึนปัญหาหมักหมมมานานต้องใช้เวลา ก็พอจะอ้างกันได้ ปัญหาเพราะเปึนรัฐบาลผสม ต้องเอาใจเขาไม่อย่างนั้นอยู่ไม่ได้ อย่างนี้ก็พอที่จะเข้าใจได้ สิ่งที่ผมกล่าวมานั้นชาวบ้านพยายามทําใจและผมก็เอาใจช่วย ครับท่านประธาน ผมเอาใจช่วยรัฐบาล แต่สิ่งที่ชาวบ้านทําใจไม่ได้ อภัยไม่ได้ก็คือ การทุจริตคอร์รัปชันและการไม่เอาจริงเอาจังในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งชาวบ้านเขาเห็น โพลถึงออกมาชัดเจนอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวกันมาแล้วหลายคน สิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ท่านประธานเปึนเรื่องจริงรัฐบาลปฏิเสธไม่ได้

ข้อที่ ๑ มีการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการชุมชนพอเพียง รัฐบาลทําได้เพียง ไล่ ส.ก. ส.ข. ออกจากพรรคเท่านั้น ไม่สามารถที่จะสาวไปถึงตัวการ ใคร ๆ เขาก็เชื่อ สังคมเขาก็เชื่อว่าลําพัง ส.ก. ส.ข. ไม่สามารถที่จะดูแลในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโครงการ ชุมชนพอเพียงในลักษณะนโยบายได้ อันนี้คือข้อที่ ๑ ที่เห็นได้ชัดเจน

ข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน ที่เปึนความจริงและปฏิเสธไม่ได้ก็คือ มีการ เป่ดเผยข้อมูลจากประธานชมรมแพทย์ชนบทว่ามีการทุจริตในโครงการไทยเข้มแข็ง ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งในด้านการจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์และโครงการก่อสร้าง ซึ่งผมจะไม่ลงในรายละเอียดเพราะได้มีผู้อภิปรายไปแล้วหลายท่าน ขณะนี้มีการยอมรับ แล้วจากฝ์ายบริหารว่ามีการทุจริตจริง แต่เช่นเคยท่านประธานสาวไม่ถึงตัวการอีกเช่นเคย ได้แค่ระดับ ผอ. และข้าราชการที่เกษียณแล้ว อย่างนี้รัฐบาลเอาจริงเอาจังหรือเปล่า เห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลไม่เอาจริงเอาจังในการที่จะแก้ไขปัญหาทุจริต จนกระทั่งวันนี้ ถ้าอ่านข่าวประธานชมรมแพทย์ชนบทออกมาบ่นน้อยใจ เขาทุ่มไปสุดตัวตรงนั้น แต่ผลที่ออกมาทําความผิดหวังให้กับเขาอย่างมาก

ข้อที่ ๓ ที่เปึนความจริงและรัฐบาลปฏิเสธไม่ได้ก็คือประธานสภา อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยซึ่งเปึนภาคเอกชนแท้ ๆ ออกมาประกาศต่อสาธารณะว่า งบโครงการไทยเข้มแข็งซึ่งเปึนงบเงินกู้ ผู้รับเหมาบ่นกันมากว่าต้องเสียค่าหัวคิว ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานลองคิดดูนะครับว่างบ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ของ หลายแสนล้านบาท จะเปึนเงินเท่าไรลองคูณดู ตรงนี้น่าเปึนห่วงครับ ผมคิดว่า การตรวจสอบนั้นไม่ยาก แบบกับราคากลางเปึนอย่างไร ราคากลางของวัสดุครุภัณฑ์เหมาะสมหรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่รับว่า มีระบบดูแลตรงนี้ ควรจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบสิครับท่านประธาน ควรจะตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบว่าเปึนจริงตามที่ประธานสภาอุตสาหกรรมได้กล่าวหรือไม่ ตรวจสอบรายละเอียดแต่ละโครงการว่าราคากลางมันเหมาะสมไหม ถ้าไม่เหมาะสม ทําทุกกระทรวง ทบวง กรมนะครับ ผมคิดว่าจะสามารถลดงบประมาณที่ควรจะจ่ายลงไป อาจจะหลายหมื่นล้านบาท นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล

มีข้อสังเกตดังนี้ครับท่านประธานว่า มีกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ที่ข้าราชการ ผมขออีกนิดเดียวท่านประธาน มีข้อสังเกตว่ามีกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ที่ข้าราชการกล้าเป่ดเผยความจริง เพราะอะไร เพราะหมอเขามีใบประกอบวิชาชีพ ถึงจะกดดันเขาอย่างไร เขาก็สามารถมีคลินิกรักษาคนเจ็บคนป์วยได้ นั่นเปึนวิชาชีพของเขา แต่ข้าราชการหน่วยอื่น ๆ ส่วนใหญ่เขาก็ต้องเอาตัวรอดครับท่านประธาน จึงยังไม่มีเรื่อง เล็ดลอดออกมาเท่าที่ควร แต่ตรวจสอบไม่ยากครับ เพราะขณะนี้พรรคฝ์ายค้าน ก็ตั้งคณะทํางานเปึนรายกระทรวงที่จะรับข้อมูลจากทุกภาคส่วน ต้องช่วยกันครับ ท่านประธาน ทั้งรัฐบาลและฝ์ายค้านและพี่น้องประชาชน

งบต่อไปครับท่านประธาน งบอุดหนุนเฉพาะกิจแก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผมได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอดครับท่านประธาน มีรายละเอียดมากมาย ที่กําลังทยอยมา ผมคิดว่าอาจจะต้องถึงขั้นรวบรวมที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อถึงเวลา อันสมควร ตรงนี้ก็เปึนข้อมูลที่หนักแน่น ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่ามีข้อมูล ที่หนักแน่น ทั้งเรื่องการกระจายที่ไม่เปึนธรรม ทั้งเรื่องการทุจริตในเชิงนโยบาย ทั้งเรื่อง การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ท่านนายกรัฐมนตรีเคยมาตอบข้อมูลนี้ต่อสภาในตอนผม ถามกระทู้ถามสด ผมไม่สบายใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลเปึนรัฐบาลผสม ได้แบ่งงานให้กับรองนายกรัฐมนตรีที่คุม ดูแลกระทรวงต่าง ๆ ผมอยากจะให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลของทุกกระทรวง ทบวง กรม ไม่ใช่แค่ ของพรรคประชาธิปัตย์

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอรวบรัดด้วยนะครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ประการ สุดท้ายครับท่านประธาน อย่างที่ผมได้กราบเรียนว่าขณะนี้น่าเปึนห่วงประเทศไทยที่ผม เปรียบว่าเหมือนเปึดง่อย เหมือนคนป์วย ไม่ใช่เพียงคนไทยที่เปึนห่วงเท่านั้น นานาชาติ เขาก็เปึนห่วง มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นในจังหวัดของผมคือที่จังหวัดนครพนมครับ ท่านประธาน มีเจ้าหน้าที่สถานทูตของประเทศมหาอํานาจลงพื้นที่ในจังหวัดของผม เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ลงไปสัมภาษณ์ผู้นําท้องถิ่นถึงปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ ความนิยมของประชาชนต่อพรรคการเมืองแต่ละพรรค ความนิยมของประชาชน ต่อรัฐบาล เขาสงสัยว่าทําไมพรรคการเมืองบางพรรคถูกยุบแล้วยุบอีก ๆ ทําไมชาวบ้าน ยังศรัทธา เขาสงสัยว่ารัฐบาลผสมอย่างนี้ บ้านเมืองแตกแยกอย่างนี้ จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อย่างไร ผมเอาตรงนี้มานําเรียนสภา นําเรียนเพื่อนสมาชิก นําเรียนรัฐบาล ไม่เพียงคนไทยที่เปึนห่วง ต่างประเทศเขาก็เปึนห่วง เพราะอะไร เพราะเขามีผลประโยชน์ ในประเทศไทย ผลประโยชน์นั้นเปึนผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศไทยและประเทศ ของเขา ผมให้เกียรติที่จะไม่กล่าวถึงประเทศที่ลงมาสํารวจความคิดเห็น แต่ได้เช็ก จากเพื่อน ส.ส. หลายจังหวัดแล้ว เขาลงไปจริง ๆ หลายจังหวัด สรุปผมเห็นด้วยกับการที่ วุฒิสมาชิกได้แก้ไขมาเพื่อที่จะให้การตรวจสอบเปึนไปอย่างมีมาตรฐาน เปึนไปอย่าง เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นมากมายในขณะนี้ ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณทศพล เพ็งส้ม ครับ

นายทศพล เพ็งส้ม นนทบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับการที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... นั้น วุฒิสภาได้เสนอแก้ไขในมาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๑๐ และมีการเพิ่มเติมในมาตรา ๑๑/๑ ขอกราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ว่าประเด็นที่วุฒิสภาได้เพิ่มเติมในประเด็นเรื่อง เพื่อทราบ มาเปึน เพื่อพิจารณา ก่อนเริ่ม ดําเนินการ ท่านประธานครับ อํานาจในประเทศนั้นมีอํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ และอํานาจนิติบัญญัติ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้บอกไว้อยู่แล้วว่า สภาของเรานั้นเปึนสภานิติบัญญัติ แต่ปรากฏว่ากฎหมายที่มีการแก้ไขโดยวุฒิสภาที่ให้ คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้นําพระราชบัญญัติเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบ มาเปึนเพื่อพิจารณานั้น จะเห็นได้ว่าเมื่อนํากรอบการใช้จ่ายจากเพื่อทราบมาเปึนการ พิจารณานั้น ก็จะทําให้รัฐสภานั้นเปลี่ยนแปลงตัวเองจากสภานิติบัญญัติเปึนสภาบริหาร ตรงนี้ละครับที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานสภาว่า เดิมทีเดียวนั้นนโยบายของรัฐบาล ได้มีการแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร ต่อไปนี้ในการใช้เงินกู้เกี่ยวกับการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจนั้น จะต้องนํามาพิจารณาในสภา โดยเฉพาะอํานาจหน้าที่ของวุฒิสภานั้นกลับมีอํานาจ พิจารณาดังที่เพื่อนสมาชิกท่านอรรถวิชช์ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ผมเห็นพ้องอย่างยิ่ง นะครับว่าอํานาจตรงนี้เปึนอํานาจของการบริหารราชการแผ่นดิน เปึนอํานาจของรัฐมนตรี พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กําหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติ คณะรัฐมนตรี ฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาที่ให้เปลี่ยนการเสนอกรอบใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชบัญญัติต่อรัฐสภานั้น เสนอกรอบต่อรัฐสภาเพื่อทราบยังยืนยันเหมือนเดิม ผมไม่เห็นด้วยที่จะนํามาพิจารณาท่านประธาน

ท่านประธานครับ อีกส่วนหนึ่งที่จะเสนอความเห็นต่อสภาแห่งนี้ เนื่องจากวุฒิสภาได้เพิ่มเติมในมาตรา ๑๑/๑ ท่านประธานครับ เนื่องจากสํานักงาน ตรวจเงินแผ่นดินนั้นมีอํานาจหน้าที่อยู่แล้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒ และโดยเฉพาะปัจจุบันนี้เราก็มีร่างอีกร่างหนึ่ง เหมือนกันที่สภาแห่งนี้พิจารณาไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๑๑/๑ นั้น ให้อํานาจเฉพาะสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินในการตรวจสอบการรับ จ่าย การเก็บรักษา ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าทําไมเขาถึงให้อํานาจองค์กรเดียวในการตรวจสอบ ในการออกกฎหมาย ป่ดตัวเองในการตรวจสอบ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วผมเชื่อเหลือเกินว่า ถ้ามาบอกเพียงเฉพาะมาตรา ๑๑/๑ ที่ให้เฉพาะสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินในการ ทําหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ผมเชื่อเหลือเกินว่ารัฐบาลคงไม่ใจแคบที่จะให้ มาตรา ๑๑/๑ ประกาศใช้ เหตุผลครับท่านประธาน องค์กรในการตรวจสอบการทุจริต ต่าง ๆ ป.ป.ช. ก็ดี หรือแม้กระทั่งผู้ตรวจการแผ่นดินก็ดี ก็สามารถเข้ามาตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินของรัฐบาลได้ ท่านประธานครับ จะเห็นได้ชัดอยู่อย่างหนึ่งว่าเมื่อรัฐมนตรีนั้นได้เสนอกรอบค่าใช้จ่าย กรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชบัญญัติต่อรัฐสภาเพื่อทราบแล้วครับ ตรงนี้ละครับ เมื่อคณะรัฐมนตรีได้เสนอกรอบการใช้จ่ายต่อรัฐสภาได้ สภาแห่งนี้สามารถ นํารายละเอียดต่าง ๆ นํากรอบการใช้จ่ายของรัฐบาลส่งไปตรวจสอบได้ทุกหน่วยงาน ที่เปึนองค์กรอิสระ แต่ถ้าเกิดกฎหมายฉบับนี้ได้ระบุไว้ในเฉพาะมาตรา ๑๑/๑ เท่านั้น ว่าให้เฉพาะสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการรับจ่ายแล้วองค์กรอื่นล่ะครับ ใครจะบอกผมได้บ้างว่าในเมื่อออกกฎหมายฉบับนี้แล้ว มีมาตรา ๑๑/๑ แล้วองค์กรอื่น จะมีอํานาจ นี่เปึนกฎหมายเฉพาะที่เท่ากับว่ากําหนดกฎเกณฑ์เลยว่าให้เฉพาะสํานักงาน ตรวจเงินแผ่นดินเท่านั้นในการตรวจสอบการรับ จ่าย ท่านประธานครับ นี่ละครับ เปึนเหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาที่จะกําหนดให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของ รัฐบาลเพียงองค์กรเดียว จริงอยู่ครับเมื่อไม่มีมาตรา ๑๑/๑ ทีนี้ละครับองค์กรต่าง ๆ ในประเทศสามารถดําเนินการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลได้ ไม่จํากัดเฉพาะ สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินเท่านั้น ฉะนั้นตามที่ผมอภิปรายมาผมก็ถือว่าไม่เห็นด้วยกับ การแก้ไขของวุฒิสภา ก็ขออนุญาตยืนยันตามร่างเดิมครับ ขอบคุณท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณศักดา คงเพชร

นายศักดา คงเพชร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานสภา ผม ศักดา คงเพชร ส.ส. ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะอภิปรายนั้นต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะนํา ชาร์ท (Chart) มาประกอบการอภิปราย ๔ แผ่น ซึ่งเปึนรูปภาพโครงการทุจริตที่จะเกิดขึ้น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายศักดา คงเพชร ร้อยเอ็ด 🔗

ท่านประธานอนุญาตนะครับ วันนี้ในการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจนั้น ก่อนที่จะอภิปราย ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้รับเรื่องการร้องเรียน การประท้วงและการอภิปรายในสภานี้หลายครั้ง แต่วันนี้ ถ้าผมมอบโล่ได้ก็อยากจะมอบโล่ให้ท่านนิพิฏฐ์ เพราะว่าท่านได้กลั่นจากจิตใจในการ อภิปราย ซึ่งถ้านําไปใช้ประโยชน์จะเกิดประโยชน์ต่อบ้านของอย่างยิ่ง สภาก็ถือว่า เปึนบ้านของเราประกอบด้วยทั้ง ๒ ส่วน ในระบอบประชาธิปไตยพี่น้องประชาชนมุ่งหวัง ที่จะพึ่งระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาของเราในการที่จะแก้ไขปัญหา แต่วันนี้ ร่าง พ.ร.บ. ที่ทาง ส.ว. ได้ไปแก้ไขนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมานั้นสิ่งที่ผมจะ อภิปรายประกอบการชี้แจงนั้นเปึนสิ่งที่มีการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้น และมีการ เบิกจ่ายเงินงบประมาณเรียบร้อยแล้ว อย่างในมาตราที่เกี่ยวข้องนั้นที่ทาง ส.ว. ได้แก้ไข มาตรา ๓ ก็เปึนที่เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับว่าการพิจารณาเงินงบประมาณโดยเฉพาะเงินกู้ ที่เราจะต้องกู้ออกมาใช้ เงินกู้ที่เอามาใช้นี้นะครับหลายท่านพูดบอกว่าการที่แก้ไข นํามาเข้าใหม่นี่ จะทําให้ล่าช้าในการที่จะไปพัฒนาเศรษฐกิจ แต่อย่าลืมว่าการใช้งบเงินกู้ รีบกู้ รีบใช้นี่ ถ้าไม่ละเอียดรอบคอบนี่ ถามว่าเงินที่จะไปใช้หนี้คืนมาจากไหน ก็ต้อง มาจากภาษีที่พี่น้องประชาชน จากหยาดเหงื่อและแรงงานพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลกู้ แล้วรัฐบาลเปึนคนใช้ สิ่งที่รัฐบาลจะต้องเอาไปใช้ ต้องขึ้นภาษี โดยเฉพาะภาษีน้ํามันซึ่งเปึนต้นทุนทุกเรื่อง วันนี้พี่น้องเกษตรกร พี่น้อง หาเช้ากินค่ํา พี่น้องส่วนใหญ่ของประเทศได้รับผลกระทบอย่างมากมายมหาศาล การเปึนอยู่ลําบากมากนะครับ และโดยเฉพาะอีกมาตราหนึ่งก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ควรจะเพิ่มเติมเข้าไปอีกด้วย มาตรา ๑๑/๑ ให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการรับ จ่าย และการเก็บรักษา ความจริงต้องให้ สตง. เข้าไปร่วมเปึนกรรมการตรวจรับพัสดุหรือตรวจรับการจ้างด้วย เหมือนท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร เรื่องการซื้อรถจากยูเครน ท่านได้เซ็นไว้ว่าให้ สตง. เข้าไปเปึนกรรมการตรวจรับการจ้างเพื่อความโปร่งใส แต่วันนี้นะครับในเมื่อ พ.ร.บ. ได้แก้มาเปึนให้รับ จ่าย และเก็บรักษา และการใช้เงินกู้ตามพระราชบัญญัตินี้ว่าเปึนไปตาม กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบการใช้จ่าย เงินกู้ การจัดซื้อจัดจ้างตามโครงการว่าเปึนไปตามวัตถุประสงค์ของการกู้เงิน ประหยัด และได้ผลตามเปัาหมาย และมีผลคุ้มค่าหรือไม่ แล้วรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าว เสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาทราบภายในเดือนมีนาคมและเดือนกันยายน ซึ่งความจริงนั้น ถ้าทางวุฒิสมาชิกจะรอบคอบมากกว่านี้อีกสักนิดหนึ่ง เพิ่มเข้าไปนะครับว่า ให้เปึนกรรมการตรวจรับพัสดุหรือตรวจรับการจ้าง มีวงเงินตั้งแต่เท่าไรขึ้นไปเพื่อความ ละเอียดรอบคอบก็จะเกิดประโยชน์มากกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามก็เห็นด้วยตามที่ ทาง ส.ว. ได้แก้ไขและส่งเข้ามาที่สภา เพราะว่ามันจะเกิดประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์ นะครับ เพราะอะไร เพราะที่ผ่านมามันมีการโกงทุจริตมากมาย ผมขออนุญาตนําชาร์ท ที่จะเสนอต่อสภาให้ท่านประธานได้รับทราบนะครับ ตัวนี้เปึนโครงการใช้จ่ายเงิน งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ผมเคยอภิปราย ไม่ไว้วางใจไว้นะครับว่าเงิน ๑๔,๙๙๙ ล้านบาท มันไม่ใช่น้อย และรัฐมนตรีและ ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ใช้อํานาจโดยมิชอบนะครับ เข้าไปกระทําย่ํายีต่อเงินภาษีของแผ่นดิน ต่อเงินภาษีของพี่น้องประชาชนนะครับ และวันนี้นะครับ พรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรค ท่านถูกเขาหลอกไปเปึนตราประทับ ในการพิจารณาโครงการ โดยเฉพาะงวดสุดท้าย เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านเปึนประธานคณะกรรมการการกระจายอํานาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ล็อท (Lot) สุดท้ายอนุมัติมา ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท และจ้างวิธีพิเศษเกือบทั้งหมดเลย อย่างโครงการที่ลงไปนะครับ มันเปึนโครงการที่ โกงแผ่นดินชัด ๆ โกงแผ่นดินแล้วสร้างให้ใครเข้มแข็ง เพราะว่าโครงการอันนี้เบิกเงิน เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านตรวจสอบจากบัญชีจีเอฟ (GF) ของอะไรชื่อภาษาอังกฤษ จําไม่ได้นะครับ ท่านประธานครับ นี่คือโครงการที่ลงหินคลุก โครงการท่านโคลสมาดูนะครับ ความหนานะครับ ขออนุญาตผมก็ต้องใส่แว่นอ่านด้วย โครงการลงหินคลุกบดอัดแน่น สายบ้านม่วย ตําบลกู่กาสิงห์ อําเภอเกษตรวิสัย ถึงบ้านโพนพะอุง ตําบลหินกอง อําเภอ สุวรรณภูมิ ความหนา ๑๕ เซนติเมตร เปึนเงินงบประมาณ ๑,๘๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ผมให้คนลงไปตรวจสอบแล้วนะครับ ปรากฏว่าลงหนาเฉลี่ยเท่าไรรู้ไหมครับท่านประธาน หนาเฉลี่ยประมาณไม่เกิน ๒ เซนติเมตร และอีกหลาย ๆ สายนะครับ ไม่ใช่สายเดียว นะครับ หลายสายนะครับ อีกสายหนึ่งนะครับ สายบ้านดงมัน ตําบลสิงห์โคก อําเภอเกษตรวิสัย ไปที่บ้านพังหาด ตําบลคูเมือง อําเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด หนา ๒๐ เซนติเมตร ท่านประธานดู ขอโคลสมาที่รูปด้วยนะครับ ขอกล้องโคลสมาที่รูปนี้ ไปดูแล้วนะครับ ตรวจสอบแล้วนะครับ ลงหนาเฉลี่ยไม่เกิน ๒ เซนติเมตร เปึนเงิน งบประมาณเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เงิน ๑๐๐ บาท เขาทํางานให้ประเทศชาติแค่ ๑๐ บาท อีก ๙๐ บาทเข้ากระเปิานะครับ และเงินกู้ทั้ง พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าโครงการลักษณะนี้มันจะเกิดขึ้นอีกมากไหม มากนะครับ เพราะว่าผมจะเอาหลักฐานให้ท่านประธานดู หลักฐานทั้งหมดนี่นะครับ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ผมติดตามหลายเรื่องได้ ก็จะส่งให้ดีเอสไอ สตง. และ ป.ป.ช. ถ้าองค์กรอิสระและดีเอสไอ ที่ถูกเปลี่ยนหัวไปนั้น ถ้าทํางานอย่างจริงใจ อย่างจริงจัง กรรมการตรวจรับการจ้าง อย่างไรก็ต้องติดคุก ร่วมกันทุจริตคอร์รัปชัน วันนี้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านอาจจะมีข้อจํากัด แล้ววันนี้รัฐมนตรีก็ไม่ทราบว่าท่านไปไหนหมด โครงการนี้มันโกง ชัด ๆ ที่โกงชัด ๆ ท่านถามหาว่าฝ์ายค้านอภิปรายมีหลักฐานไหม กล่าวลอย ๆ ใช่ไหม ท่านไปดูได้เลยนะครับ หลังจากผมแถลงข่าวเมื่อวาน วันนี้มีการลงหินคลุกเพิ่มในถนน หลายสายนะครับ มันเปึนการทําลายหลักฐาน โกงแล้วไม่พอยังทําลายหลักฐานนะครับ แล้วยังมีปัาย ผมตั้งฉายาว่าเปึนโครงการที่อนุมัติไปเพื่อโกงแผ่นดิน โกงแผ่นดินแล้วใคร เข้มแข็งครับ ท่านประธานครับ แล้วมีปัายไปติดทุกเส้นทาง ถ้าผมจะบอกว่าลงหินคลุกนั้น ผมพูดไม่ได้ว่าลงหินคลุก มันเปึนโครงการที่โรยหินคลุก ลักษณะ ๒,๖๐๐ กว่าล้านบาท ที่อนุมัติไปที่ท่านนายอําเภอชวลิตได้ตั้งกระทู้ถามสดถามท่านนายกรัฐมนตรีนั้นนะครับ

(นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิเชียร อุดมศักดิ์ อํานาจเจริญ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอ ประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงนะครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นายศักดา คงเพชร ร้อยเอ็ด

ท่านฟังสักหน่อยสิครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณศักดาก็ต้องให้สิทธิผู้ประท้วงก่อนนะครับ เชิญครับ

นายวิเชียร อุดมศักดิ์ อํานาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร อุดมศักดิ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอํานาจเจริญ ผมขอประท้วงผู้กําลังอภิปราย นะครับว่าไม่ได้อยู่ในประเด็นเลยครับ และเข้าข่ายผิดข้อ ๖๓ แล้วก็งบตัวนี้ผมยังยืนยัน นะครับ รูปที่แสดงไม่ได้เกี่ยวกับงบของโครงการไทยเข้มแข็งเลยครับท่านประธาน ขอให้ผู้อภิปรายอยู่ในกรอบด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ จริง ๆ ก็เปึนการอภิปรายในประเด็นการใช้งบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งก็จะเรียนท่านรัฐมนตรีคลังว่าในอนาคตไม่สมควรจะเปึนอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้น ผมอนุญาตให้อภิปรายได้ แต่ก็ต้องรวบรัดในเวลาด้วยนะครับ เหลือเวลาอีกประมาณสัก ๓ นาที

นายศักดา คงเพชร ร้อยเอ็ด

ท่านต้องหักเวลาให้ผมด้วยนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือท่านไม่ต้องยกตัวอย่างรายละเอียดหลายโครงการมากนะครับ

นายศักดา คงเพชร ร้อยเอ็ด

โครงการที่มันมีการโกงกันทนฟังกัน หน่อยสิครับ ถ้าท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่าเปึนตุ๊กแกนะครับ อย่ากินปูนร้อนท้องสิครับ ปัายติดถนนทุกสาย ท่านคุ้นไหมครับ ประชานิยม สังคมเปึนสุข ได้รับการจัดสรร งบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจเร่งด่วนเพื่อบูรณะปรับปรุงซ่อมแซมจากกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ประสานงานโดย ผมไม่อยากเอ่ยชื่อครับ ประชานิยม สังคมเปึนสุข ขอโคลสภาพหน่อยสิครับ ติดถนนทุกสายนะครับ ตัวนี้นะครับ เงินงบประมาณทั้งเงินกู้ ที่ไปอุดหนุน ที่ไปป่ดหีบงบป้ ๒๕๕๒ และ พ.ร.บ. เงินกู้อีก ท่านครับ โคลสภาพหน่อย ได้ไหมครับ ติดถนนทุกสายนะครับ ไม่ใช่เฉพาะมีแค่ ๓ สายนะครับ ในพื้นที่ตรงนี้อีก ๒๖ สาย ลงหินคลุกทั้งหมดเลย แล้วเปึนการจ้างพิเศษ ถามว่าจ้างพิเศษเฉพาะจังหวัด ร้อยเอ็ดไหม ไม่ใช่นะครับ ตัวนี้นะครับ แล้วทีนี้ พ.ร.บ. ที่ท่านจะกู้ออกมาอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะโปร่งใสไหม เพราะมันโกงเห็น ๆ จังหวัดร้อยเอ็ดอีก ๒๖ สาย เปึนเงินมากเลยประมาณ ๕๐ ล้านบาท จังหวัดเลยอีกนะครับ จังหวัดเลยก็มีการจ้าง พิเศษเงิน ๒,๖๐๐ กว่าล้านบาท จ้างพิเศษเกือบทั้งหมด ถามว่าท่านเอาระเบียบใด ในการไปจ้างโดยวิธีพิเศษ มันมีหนังสือคําสั่งนะครับ ขอโคลสภาพหน่อยนะครับ ผมเอาเฉพาะแผ่นที่ ๒ เพื่อรวบรัดนะครับ ให้จังหวัดเร่งรัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้รีบดําเนินการก่อหนี้ผูกพันและดําเนินการตามโครงการ ให้ทันภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ลงนามโดยใครครับ นายมานิตย์ วัฒนเสน ครับ เพราะระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีหรือเงินงบประมาณมันกันลอยได้ แต่ท่านออกคําสั่ง ไปแบบนี้ และท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ซึ่งเปึนประธานคณะกรรมการการกระจาย อํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอนุมัติเงินออกไปงวดสุดท้ายมันเหลือเวลาไม่ถึง ๑๐ วัน เหมือนคําสั่งนี้คือจ้างพิเศษอย่างเดียวเลย ของจังหวัดเลยนี่นะครับ ก็มี ผู้รับจ้างเขามีวัตถุประสงค์ ผมไม่เอ่ยชื่อนะครับ แต่ก็ได้รับคําตอบบอกว่าโครงการ ดังกล่าวได้ดําเนินการจัดจ้างวิธีพิเศษ โดยผู้อํานวยการกองพัสดุนะครับ แล้วมีอีกหลายจังหวัดมากนะครับ ท่านประธาน สภาแห่งนี้เปึนที่พึ่งที่หวังของ พี่น้องประชาชน บ้านของเราคือบ้านประชาธิปัตย์ ถ้าท่านจะเอาระบบเดิม ๆ มาใช้ แต่ก่อนสภาเรามีจารีตประเพณีธรรมเนียมปฏิบัติอยู่กันแบบประชาชนก็มีความสุข แต่วันนี้ผู้มีบารมีนอกรัฐสภาแล้วก็นักการเมืองที่มันเปึนโจรสลัดทางการเมือง ถ้าเปึน โจรธรรมดามันปล้นไปแล้วกินหมดมันค่อยปล้น แต่ถ้าโจรสลัดทางการเมือง ผมขอเอ่ยชื่อ ท่านพิเชษฐนิดหนึ่ง ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล บอกว่ามีคนมาต่อว่าว่าท่านพายเรือ ให้โจรนั่ง ผมว่าไม่ใช่โจรครับเปึนโจรสลัดทางการเมือง เพราะว่าโจรมันปล้นไป มันกินหมดแล้วมันค่อยปล้น แต่โจรสลัดทางการเมืองมันปล้นไปกองมันไม่พอนะครับ บ้านเมืองเราวันนี้มันจะถึงกาลที่เสียหายอย่างมหันต์

(นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิเชียร อุดมศักดิ์ อํานาจเจริญ

ท่านประธานที่เคารพ ผมขอ ประท้วงอีกครั้งนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วนะครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นายวิเชียร อุดมศักดิ์ อํานาจเจริญ

ผม วิเชียร อุดมศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอํานาจเจริญ ที่เขาบอกว่าไม่เกี่ยวข้อง มันไม่ใช่นะครับ เขาบอก ประชานิยม สังคมเปึนสุข มันก็หมายถึง พรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว แล้วเวลามาพูดมันเหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับท่านประธาน ท่านประธานก็ห้ามแล้ว แล้วเขาบอกว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวข้อง ไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร เพราะ ประชานิยม สังคมเปึนสุข รูปที่เขามาแสดงนั่นผมก็ยังบอกว่ามันไม่ใช่การอภิปราย มันอยู่ในข้อ ๖๓ มันไม่ได้เข้าข่ายเลยครับ ท่านประธานก็เตือนไปแล้วเขาก็ยังไม่หยุดอยู่ ท่านจะปล่อยให้พรรค

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ กําลังจะเตือนว่าจะหมดเวลาแล้วนะครับ เหลือเวลาที่ผมจะต่อให้ โดยปกติแล้วถ้าเกินผมจะต่อให้ ๒ นาทีนะครับ ผมวินิจฉัยนะครับว่าผู้อภิปรายไม่ได้เอ่ย ถึงพรรคการเมืองใดทําให้พรรคการเมืองใดเสื่อมเสียนะครับ เชิญอภิปรายต่อครับ แต่ต้องรวบรัดด้วยนะครับ

นายศักดา คงเพชร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานครับ ผมก็ยังไม่เคยเอ่ยชื่อถึง พรรคการเมืองไหนนะครับ ผมไม่เคยเอ่ยชื่อ ผมบอกว่าตุ๊กแกอย่ากินปูนร้อนท้อง แค่นั้นเองนะครับ ซึ่งเรื่องทั้งหลายการที่ผมอภิปรายและนําเสนอหลักฐานตัวนี้มีการ เบิกจ่ายเรียบร้อยแล้วนะครับ เบิกจ่ายเงินงบประมาณแล้ว เพราะผมได้ตรวจสอบ อย่างละเอียดแล้วผมถึงนํามาอภิปรายในสภา เพราะผมเปึนห่วงเงินภาษีที่เราต้อง เก็บภาษีจากพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ขึ้นภาษีน้ํามันถามว่าเขาเดือดร้อนทั้งหมดไหม คนไทยทั้งประเทศเดือดร้อนหมดครับ คนที่โกงมันอยู่ได้ แต่คนที่มันไม่โกง ประชาชนที่เขา หาเช้ากินค่ําหรือนักการเมืองที่ทํางานเพื่อบ้านเพื่อเมือง อย่างเมื่อสักครู่ท่านนิพิฏฐ์ ถ้าท่านได้เปึนรัฐมนตรีแล้วยังยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ท่านพูดมาบ้านเมือง ไปได้นะท่านประธานครับ ผมก็คงจะขอสรุปว่าสิ่งที่ ส.ว. แก้ไข พ.ร.บ. นี้มาเปึน สิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่ยังขาดอีกนิดหนึ่ง ยังขาดบอกว่าให้ สตง. หรือหน่วยงานที่เปึน องค์กรอิสระเข้าไปตรวจรับการจ้างหรือตรวจรับพัสดุด้วยที่มียอดเงินที่กําหนดขึ้นมาใหม่ จะกี่แสนก็แล้วแต่ที่ความเหมาะสมจะเกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น วันนี้เราต้องใช้ ระบบรัฐสภาซึ่งเปึนบ้านของเรา บ้านประชาธิปไตย บ้านของคนไทย ๖๐ กว่าล้านคน ที่เขาฝากความหวังไว้เปึนที่แก้ไขปัญหาให้เขานะครับ แต่วันนี้เราแทบจะไม่ได้ใช้สถานที่ แห่งนี้เปึนที่แก้ไขอย่างเต็มรูปแบบให้คนไทยทั้ง ๖๐ กว่าล้านคน ก็ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับที่ทางวุฒิสภาได้พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านก็คงจะมีเจตนาที่ดีที่ต้องการที่จะให้รัฐบาลได้ตระหนักถึงรายละเอียดในการใช้เงิน งบประมาณแผ่นดินซึ่งพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ แต่ว่าเจตนาที่ดีที่ท่านสมาชิกวุฒิสภาได้พิจารณาเพิ่มเติมแล้วก็ตัดทอนมีอยู่บางกรณี บางประเด็นที่ผมจะขออนุญาตตั้งข้อสังเกต

เรื่องที่ ๑ ก็คือมาตรา ๓ จากร่างเดิมที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร ไปก็คือ คณะรัฐมนตรีจะเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อรัฐสภา เพื่อทราบ ทางวุฒิสภาได้ตัดคําว่า เพื่อทราบ แล้วก็แก้ไขใหม่เปึน เพื่อพิจารณา อันนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พิจารณาแล้วก็ได้อภิปรายไปแล้วนะครับ ซึ่งผมเห็นว่า ส่วนใหญ่แล้วที่ผ่านมาการเสนอต่อรัฐสภา ไม่ว่าจะเปึนรายงานขององค์กรอิสระต่าง ๆ ก็รายงานต่อรัฐสภาเพื่อทราบ แต่สมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ตั้งข้อสังเกต แล้วก็ได้พิจารณาอภิปรายทั้งเห็นด้วยแล้วก็ไม่เห็นด้วยเปึนจํานวนมาก เพราะฉะนั้น การแก้ไขของวุฒิสภาในส่วนนี้จะนําไปสู่การเปึนปัญหาในทางปฏิบัติหรือไม่นะครับ เนื่องจากว่าท่านได้เพิ่มเติมข้อความที่ว่า โดยแสดงรายละเอียดของโครงการที่จะนํามากู้ ไปใช้จ่ายด้วย อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตแล้วก็ไม่เห็นด้วย เพราะว่าจะเปึนปัญหา ในทางปฏิบัติ

เรื่องที่ ๒ ที่ท่านได้แก้ก็คือได้เพิ่มเติมในส่วนของมาตรา ๑๑/๑ ขออนุญาต อ่านโดยสรุป ก็คือท่านเพิ่มมาตรา ๑๑/๑ โดยให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ การรับ จ่าย การเก็บรักษา และการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชบัญญัตินี้ว่าเปึนไปตาม กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ตลอดจนการตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินกู้และการจัดซื้อจัดจ้างตามโครงการว่าเปึนไปตามวัตถุประสงค์ของเงินกู้ ประหยัดและได้ผลตามเปัาหมายหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเกิดว่าจะให้มี บทบัญญัติเพิ่มเติมตามมาตรา ๑๑/๑ ที่ทางวุฒิสภาเสนอให้มา ผมเกรงว่าปัญหาในทาง ปฏิบัติเกิดขึ้นแน่นอน กฎหมายฉบับนี้ก็คือเพื่อที่จะใช้เงินจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะปรับปรุงแล้วก็พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้วก็พัฒนาประเทศครั้งใหญ่ โดยใช้งบประมาณตามกฎหมายฉบับที่กําลังพิจารณากันอยู่เปึนจํานวนเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีผลบังคับถึงป้ ๒๕๕๔ ก็คือมีผล ๒ ป้ ทีนี้บางโครงการ จําเปึนที่จะต้องพิจารณาแล้วก็ดําเนินการอย่างต่อเนื่องตามกฎหมาย แล้วการที่ท่านจะ ตรวจสอบว่าบรรลุตามเปัาหมายและคุ้มค่าหรือไม่ใครจะเปึนผู้ประเมิน แล้วก็คงจะมี ข้อโต้แย้งอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นปัญหาในทางปฏิบัติเรื่องนี้เกิดขึ้นหรือไม่ สิ่งที่เพื่อน สมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้พูดแล้วก็ได้แสดงความห่วงใยก็คือว่าการใช้เงิน งบประมาณที่เปึนภาษี และเปึนเงินกู้ที่ประชาชนทุกคนในประเทศนี้จะต้องร่วมกัน รับผิดชอบนั้น จะสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นกับประเทศตามเจตจํานงของรัฐบาล ตามนโยบายที่รัฐบาลกําหนดไว้หรือไม่ อันนี้เปึนประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ที่หลาย ๆ ท่านรวมทั้งผมเองต้องการที่จะตรวจสอบกัน อย่างเข้มข้นอย่างจริงจังก็คือ โครงการหรือนโยบายต่าง ๆ ที่จะใช้เงินงบประมาณถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะมีการทุจริตหรือไม่ และมีเค้าโครงหรือมีแนวโน้มที่จะส่อไปในทาง ทุจริตหรือไม่

ประเด็นต่อมาที่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานแล้วก็ตั้งข้อสังเกต ก็คือ หลายท่านเปึนห่วงว่าในเมื่อมีการทุจริตหรือว่าส่อไปในทางทุจริตในโครงการในการ ใช้เม็ดเงินของรัฐบาลหรือว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว มีมาตรการในการที่จะควบคุม ตรวจสอบ และเอาผิดกับผู้มีส่วนรู้เห็นเปึนใจในการทุจริต ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ไม่ว่าจะ เปึนในระดับชาติหรือในระดับท้องถิ่นอย่างไรนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อประเด็นแรกครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ตอนนี้คนไทยรอความหวัง รอการที่จะฟุ๋นฟูประเทศและก่อสร้างประเทศครั้งใหญ่ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่ของประเทศยังขาดและยังไม่เข้าถึงโอกาส ในการที่จะได้รับโครงสร้างพื้นฐานอย่างทั่วถึง แล้วก็สร้างความเจริญให้เกิดขึ้นกับทั้งใน ชุมชน ในหมู่บ้าน ในตําบล แล้วก็ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นเรื่องแหล่งน้ําจําเปึนที่จะต้อง ดําเนินการโดยเร่งด่วน เรื่องถนนหนทางจําเปึนที่จะต้องดําเนินการโดยเร่งด่วน เรื่องระบบรางจําเปึนที่จะต้องดําเนินการโดยเร่งด่วนที่สุด เพราะฉะนั้นโครงการไม่ควร ที่จะหยุดยั้ง และผมฟังทุกฝ์าย ทั้ง ส.ส. ทั้ง ส.ว. ทุกคนเห็นพ้องกันว่าจะต้องดําเนินการ สร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ความเจริญเข้าไปถึงหมู่บ้านชุมชนในทุกภูมิภาค ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นอันนี้คงไม่ต้องสงสัยว่ารัฐบาลถูกต้องแล้วก็เดินมา ในทิศทางที่ดีแล้ว

ประเด็นต่อมาที่ห่วง ซึ่งผมเองและเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านกังวลใจ แล้วก็เปึนห่วงก็คือเท่าที่ผ่านมามีการทุจริตหรือไม่ แล้วก็มีมาตรการในการที่จะควบคุม ตรวจสอบแล้วก็เอาผู้ที่กระทําความผิด หรือส่อไปในทางที่จะกระทําความผิดในการทุจริต มาลงโทษอย่างไร อันนี้คือสิ่งที่เปึนการบ้านของทุกท่าน ทุกสภา แล้วก็รวมไปถึง พี่น้องประชาชนด้วย เพราะคือเงินของพวกเราทุกคนที่เปึนคนไทยกันทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ผมเองจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจะต้องกล้าที่จะแสดงความเปึนผู้นําอย่างเด็ดเดี่ยว เฉียบขาด แล้วก็จะต้องมีความซื่อตรง ซื่อสัตย์ต่อประชาชนอย่างตรงไปตรงมาทุกอย่าง ถ้าเกิดว่า ท่านไม่มีความเด็ดขาดในการที่จะดําเนินการเอาคนผิด หรือคนที่มีส่วนรู้เห็นในการที่จะ กระทําความผิดหรือทุจริตคอร์รัปชันอย่างตรงไปตรงมาแล้วก็เสียเวลาเปล่า แต่ถ้าเกิดว่า ท่านใช้วิกฤติอันนี้พลิกมาเปึนโอกาสดําเนินการอย่างเด็ดขาดอย่างตรงไปตรงมา ประสานสอดคล้องกับองค์กรอิสระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ดีเอสไอ หรือส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงภาคประชาชนที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ผมเชื่อมั่นครับ และหลังจากนั้นท่านพร้อมที่จะตัดสิน หรือว่าพร้อมที่จะดําเนินการ โดยเด็ดขาด ถ้าใครเกี่ยวข้องการทุจริตแม้แต่น้อยอย่าว่าแต่มีใบเสร็จเลยครับ ขอให้ ท่านดําเนินการอย่างเด็ดขาดแล้วก็เอาจริงเอาจัง มาตรการที่เด็ดขาดในการปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบท่านจะกลายเปึนรัฐบุรุษ ท่านจะได้รับการยอมรับแซ่ซ้อง สรรเสริญจากลูกหลาน จากคนไทยทั้งประเทศในอนาคตข้างหน้า และความเจริญรุ่งเรือง ก็จะเกิดขึ้นกับคนไทยทั้งชาติ เพราะฉะนั้นผมจึงขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาล ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าขอให้ท่านพลิกวิกฤติเปึนโอกาส ถ้าเกิดว่าท่านดําเนินการอย่างนี้อย่างเด็ดเดี่ยว อย่างเด็ดขาดแล้ว เชื่อครับว่าคนไทย ทุกคนได้ประโยชน์ทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลก็พร้อมที่จะยอมรับ แต่ถ้าเกิดว่า ท่านไม่ดําเนินการอย่างจริงจัง ข้อครหาต่าง ๆ ข้อสงสัย แม้ว่าการตรวจสอบ พยานหลักฐานทุกอย่างอาจจะไม่โยงใยไปถึงตัวการ หรือผู้บงการอย่างแท้จริง เพราะผมเชื่อว่าคนโกงหรือคนโกงในปัจจุบันมีความแยบยล การทุจริตในปัจจุบันมีความ สลับซับซ้อน แล้วก็ไม่มีใครหรอกครับที่จะไม่ฉลาดพอที่จะโยงหลักฐานต่าง ๆ มาถึง ตัวผู้บงการ เพราะฉะนั้นแม้ว่าไม่มีหลักฐานสาวไปถึง แต่ถ้าเกิดว่าส่อไปในทางทุจริตขอให้ท่านดําเนินการอย่างจริงจัง อันนี้ก็คือเรียกร้อง แล้วข้อสงสัยต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชกทั้งฝ์ายค้าน และรัฐบาล ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมทุกฝ์ายว่า ท่านห่วงใย แล้วก็เปึนห่วงบ้านเมือง เปึนห่วงพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เราขอชื่นชม แล้วก็ขอเปึนกําลังใจ

สุดท้ายท่านประธานครับ ก็คือสิ่งที่ทางวุฒิสมาชิกได้แก้ไขเพิ่มเติมมา เปึนปัญหาในทางปฏิบัติแน่นอน เพราะฉะนั้นผมเองจึงเห็นว่าถ้าเกิดว่ามีการ ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง ๒ สภาขึ้นมา ก็ฝากว่าทุกอย่างขอให้เปึนไปตามที่ กฎหมายบัญญัติไว้แต่เดิม แล้วก็ไม่เปึนปัญหาในทางปฏิบัติก็จะเปึนประโยชน์กับ ชาติบ้านเมือง ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณไพจิต ศรีวรขาน

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมต้องขอชื่นชม ต่อวุฒิสภาที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในการพิจารณาพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ ที่แสดงความเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ แล้วได้เพิ่มข้อความที่เปึนประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ประวัติศาสตร์ ทางการเมืองจะต้องจดจําและจารึกต่อภารกิจอันนี้ของวุฒิสภา ซึ่งในชั้นการพิจารณา วันนี้เสียดายว่ารัฐบาลไม่กล้าหาญที่จะให้มีการถ่ายทอดโทรทัศน์ ผมไม่ได้ทบทวน ในช่วงนั้น ความจริงไม่ใช่เรื่องกฎหมายธรรมดา แต่ผ่านพระราชบัญญัตินี้แปลว่าคนไทย จะเปึนหนี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เปึนญาติ เปึนพี่ เปึนน้องของเรา ทั้งหมด ผมว่าควรจะให้เขาได้รู้เสีย วันนี้ได้ยินแต่หูถ่ายทอดวิทยุ แต่ว่าตาไม่ได้เห็น ผมไม่อยากบอกว่าเป่ดหูแต่ป่ดตา ไม่มีความเด็ดเดี่ยวเพียงพอ ต้องถือโอกาสนี้ว่าควรที่ จะได้ไปทบทวนเสีย ไม่ใช่ธรรมเนียมหรือไม่ธรรมเนียม ประเพณีหรือไม่ประเพณี ตามที่ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้มาชี้แจง เปึนการตัดสินใจของรัฐบาล แล้วก็ทางฝ์ายรัฐบาล ในวาระหนึ่งเราได้ทักท้วงแล้วก็ให้เหตุผลอย่างชัดเจน แล้วท้ายที่สุดท่านก็ไม่ฟัง เราก็วอล์ค เอ้าท์ตามเสียงข้างน้อยที่พอจะทําได้ การที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกว่าเราไม่ทําหน้าที่ แล้วมีหลายคนก็บอก ผมอยาก กราบเรียนว่าถ้าหากได้ศึกษาวัฒนธรรมในการทําหน้าที่ทางการเมืองของฝ์ายค้าน ถ้าจะ มีความสํานึกก็ต้องเคารพ ผมไม่คาดหวังว่ารัฐบาลจะใช้ความกล้าหาญพิจารณาเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แบบตั้งกรรมาธิการเต็มสภา โดยไม่ได้พิจารณาในรายละเอียด เปึนครั้งแรกและครั้งเดียวนะครับที่ตั้งขึ้นมา แล้วก็พิจารณากันด้วยความกล้าหาญ แล้วก็ ด้วยความรวดเร็ว ท่านภาคภูมิใจว่าท่านได้ทําหน้าที่นี้สบายแล้ว สามารถที่จะไปกู้เงิน กู้ทองมาทําให้แต่ละคนที่ร่วมกันเข้มแข็งกันไปหมด แต่ไม่ใช่หรอกครับ วันนี้มีคนกล้าแล้ว คือวุฒิสมาชิกเขากล้าที่จะทําให้เกิดรายละเอียด ไม่ว่าจะเปึนมาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๖ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ (๑) นี่คือความกล้าหาญที่เปึนสาระสําคัญในการยังในการ ที่จะรักษาประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ต้องถือว่าวุฒิสภาได้ทักท้วงแล้ว โดยมารยาทของ ฝ์ายบริหารต้องฟังนะครับ ไม่ใช่ท้วงแล้วก็ทําไม่ฟัง เสียงมากกว่าก็จะไปตามความคิด ความเห็นอย่างเดียว เขาทักท้วงในสาระสําคัญ ซึ่งสมาชิกได้อภิปรายเปึนระยะ ๆ ท่านประธานครับ ฝ์ายค้านไม่มีหน้าที่ในการรับรู้รายละเอียดเปึนวิธีการออกกฎหมาย ผมไม่ทราบว่าไปเอาตํารานี้มาจากไหน จะกู้เงินกู้ทองขออํานาจสภาไป แล้วฝ์ายค้านสภาไม่มีหน้าที่ในการที่จะไปรับรู้ รับทราบในรายละเอียดต่าง ๆ มันผิดกฎหมาย ฟังไปฟังมาคล้าย ๆ กับว่าเอาตําราจากประเทศไหน ผมยังเชื่อว่าสภานี้ละ ต้องรับรู้ ต้องเห็นชอบให้ทําทุกอย่างได้ นี่คือสภา คือตัวแทนของภาคประชาชน ไม่มีกําหนดในมาตราใด ๆ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมยังเชื่อว่าพฤติการณ์ที่สุด ที่จะต้องอับอาย ถ้ากู้อย่างเดียวแล้วไม่สุรุ่ยสุร่าย ไม่คอร์รัปชัน ผมไม่ว่านะครับ คราวนี้ ท่ามกลางความทุกข์ยาก ปัญหาภาวะเศรษฐกิจ รัฐบาลก็กู้ ๆ ผมจําได้ว่าประมาณสัก ๔-๕ รอบ ๑๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในการเพิ่มเติมงบประมาณ กู้ไปรอบแรก ก็ไปแล้วมา แจกกันสุรุ่ยสุร่าย อันที่ ๒ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชกําหนด ท่านสมาชิกก็ได้บอกว่า วันนี้มันสุรุ่ยสุร่าย แล้วก็สะท้อนให้เห็นถึงการจะทุจริตคอร์รัปชัน หลาย ๆ โครงการนะครับ ท่านประธานครับ คนบ้านผมนี้บ้านนอก เขาพูดติดปากกันว่าทักษิณกู้ชาติ อภิสิทธิ์กู้เงิน กู้ ๆ แล้วก็กู้ ขึ้นภาษี ผมสะท้อนย้อนใจความเปึนนักการเมืองบ้านนอกของผมนี้ว่า ทําไมต้องเปึนแบบนี้ ๆ แล้วก็แบบนี้ อีกไม่นาน วันนี้หนี้สาธารณะ ณ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ ๓,๙๘๔,๓๗๗ ล้านบาท สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะเขาบอก เขาชี้แจง พวกผม นี่คือหนี้สินที่เปึนอยู่แล้ว ณ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ การกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของพระราชกําหนด กู้โดยขายพันธบัตรที่ผู้เฒ่า ผู้แก่ ผู้มีบําเหน็จ บํานาญไปเข้าคิวซื้อ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาเข้าเงินคงคลัง แล้วงวดที่ ๒ ก็ไปกู้โดยให้ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ประมูล ธนาคารกรุงไทย ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ธนาคารทหารไทย ๕,๐๐๐ ล้านบาท ธนาคารไทย พาณิชย์ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ธนาคารโตเกียว มิตซูบิชิ ๕,๐๐๐ ล้านบาททั้งหมดนี้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ วันนี้เอาเงินออกมาใช้เข้าไปโครงการไทยเข้มแข็ง ทั้งหลาย ๑๔,๘๐๐ ล้านบาท ถามว่ามีดอกเบี้ยไหมท่านประธาน พี่น้องผมชาวไร่ชาวนา คนยากคนจนทั้งหมด ชําระดอกเบี้ย ๑.๕๖ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ก็แปลว่าเงินนี้มันเอาดอก แล้วถ้าไล่ไปไล่มาเงินทั้งหมดที่จะต้องกู้ ท่านประธานครับ มันจะใช้เวลาเปึน ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ในการใช้หนี้ เปึนภาระหนี้สินที่ผมไม่เชื่อว่ามันจะไม่เกิดภาวะที่เปึนภาระของประชาชน ท่านประธานครับ ผมบอกว่าสุรุ่ยสุร่าย แล้วก็คอร์รัปชันในการกู้เงินมา รัฐบาลแม้จะ ชี้แจงว่าจะมีการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปึนหัวหน้าทีมในการตรวจสอบ ติดตามแก้ปัญหาเหล่านี้ มีศูนย์ในการร้องทุกข์ ร้องเรียน ท่านประธานครับ เรื่องง่าย ๆ โกงพันธุ์ข้าวที่จังหวัดยโสธรและจังหวัดอุดรธานี เขาบอกเงินแปรญัตติงบประมาณ ๔๐ ล้านบาท โกงใครไม่โกง ไปโกงคนยากคนจน โกงชาวไร่ชาวนา ก็น่าสะท้อนย้อนใจ นะครับ เขาบอกว่าพันธุ์ข้าว ๒,๐๐๐ กระสอบ ต้องใช้เวลาคัดพันธุ์กันเปึนป้ อันนี้งบประมาณ ๔๐ ล้านบาท ไปซื้อพันธุ์ข้าว ๒๔,๐๐๐ กระสอบ มันมีแต่พันธุ์เทียม เท่านั้นละครับ ผมเคยอภิปรายไว้ว่าพันธุ์ข้าวต้องดี เวลาปลูกข้าวแล้วใช้เวลา ๕ เดือน ๖ เดือนแล้วไปเกี่ยว ก็จะได้ผลผลิตที่มีราคา มีคุณภาพ ไปขายก็ได้ราคาดี แต่วันนี้ โกงเขานะครับ โกงชาวไร่ชาวนา ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน ใครคิดโกงชาวนา เงินเพียงเล็กน้อยแต่ว่าก็ยังต้องไปทํา ทําให้เกิดปัญหาเรื่องข้าวของจังหวัดยโสธร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็บอกว่าได้ให้ผู้ตรวจไปติดตาม ผมก็ติดตามข่าวมาถึงวันนี้ใครโกงบอกหน่อย ฝ์ายการเมืองที่ไปแปรญัตติท่านประธานครับ กรมวิชาการทําเรื่องพันธุ์ข้าวนี่นะครับ พรรคท่านประธานนี่ละเปึนคนกํากับดูแล กรมวิชาการเกษตร สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็มันไปโผล่ที่ยโสธร และอุดรธานี ก็รัฐมนตรีที่กํากับดูแลเปึนคนอุดรธานี ผมก็ฟัองตรงนี้ แล้วก็ให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้แสดงความโปร่งใสกับสังคมว่าจะ ตรวจสอบแล้วก็หาผู้กระทําผิดมาลงโทษ มันเปึนบทฉกรรจ์นะครับโกงคนยากคนจนนี่ มันเปึนวิ่งราวกลางแดดเลย คนจนอยู่แล้ว ชาวไร่ชาวนา ราคาข้าวก็ไม่เปึนธรรม ก็ตก อยู่แล้วด้วยไม่มีความสามารถในการบริหารการตลาดทางภาคเกษตร ท่านประธานครับ ผมบอกว่าถ้าเรื่องใหญ่ ๆ เรื่องหัวรถจักร ๑,๒๐๐ ล้านบาท มีกลิ่นเริ่มจะฉาวโฉ่ นี่เขาบอกว่า ทีโออาร์ (TOR) ประกาศวันที่ ๒-๑๒ ตุลาคม มีความยาว ๙๘ หน้า แล้วจะต้องยื่นเอกสาร เข้าร่วมการประกวดราคาวันที่ ๑๓ ตุลาคม หมายความว่าเวลาเพียงข้ามกัน ๒-๓ วันครับ ท่านประธาน แล้วก็ให้ยื่นจะต้องมีเงินประกันซองจํานวน ๕๒.๐๕ ล้านบาท ไปเอาเงินที่ไหน เตรียมการอย่างไร ถ้าคนบริษัทไม่ใช่บริษัทที่หูทิพย์ ตาทิพย์ รู้กันกับคนที่จะออกหาสเปก การรถไฟแห่งประเทศไทยนี่ละครับ ท่านประธานครับ ผมหวังว่าเมื่อเป่ดออกมาด้วย เงื่อนไขแบบนี้ มันแสดงถึงเจตนาที่จะฉ้อฉล บริษัทที่จะหูแก้ว ตาทิพย์นี่ หวังว่าจะไม่เปึน บริษัท ชิโน-ไทย เอนจิเนียริ่ง นะครับ ขอให้ติดตามตรวจสอบดูกันต่อไปว่ารายการเหล่านี้ จะออกมาในกระทรวงคมนาคม ผมโควท (Quote) จากหนังสือที่เขาบอกว่าการทุจริต ทําให้ไทยไม่เข้มแข็ง นี่ก็คือเห็นตรงกันหมดนะครับ อภิปรายตั้งแต่บ่ายสามโมงเริ่มเปึนต้นมา ก็ถ้ากูมาแล้วก็อย่าทุจริต มีมาตรการต่าง ๆ ทํากันแบบตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเปึน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม แม้กระทรวงอื่น ๆ ที่ต้อง ทําอย่างนี้ก็ขอให้ทํากันอย่างจริงใจ ๔๗.๖ เปอร์เซ็นต์ เขาเห็นว่ามีปัญหาทุจริตใน ทุกกระทรวงครับท่านประธาน ๔๗.๖ มันเกือบครึ่งหนึ่งแล้วนะครับที่เขามีความเห็นจาก เอแบค โพล ที่บอกมานี่ เขาบอกว่า ๑,๔๓๑,๓๓๐ ล้านบาทที่เปึนเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ หมดเวลาแล้วครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวครับ จะจบด้วยโครงการที่ไม่ควรจะเปึนโครงการ ร้องเพลงชาติ ๑๓ ล้านบาท นี่แว่ว ๆ ว่าทีแรก บอก ๖๐ ล้านบาท คราวนี้ต้องเสียโครงการที่อภิมหาโปรเจกต์ ของรัฐบาลนี่ร้องเพลงชาติ ๑๓ ล้านบาท แล้วก็ทําสปอท (Spot) โฆษณาทางทีวีตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ มี รูปท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ผมภูมิใจที่ได้ทําตามสัญญาแล้ว ภูมิใจที่ได้กู้เงิน สร้างหนี้ สร้างสินให้กับพี่น้องประชาชน ขอเถอะครับท่านประธานครับ ขอให้ภูมิใจในการสร้าง แล้วก็ทําโครงการให้การฟุ๋นเศรษฐกิจจริง ๆ จะเปึนพระคุณอย่างยิ่งครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ต่อไป ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านนริศราขอตอบในที่ประชุม เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ

นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ดิฉัน นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ที่มีหน้าที่ กํากับดูแลสํานักงานการอาชีวศึกษา ดิฉันเองได้ทราบว่ามีการพูดคุยถึงงบประมาณ ที่ใช้ในกระทรวงศึกษาธิการ ดิฉันในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการที่ดูแล กํากับสํานักงาน การอาชีวศึกษา ปัจจุบันนี้งบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งที่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้รับ จะเปึนงบประมาณที่เราต้องการที่จะกระจายการเรียนการสอน เปึนงบประมาณที่จะให้ ขีดความสามารถของการเรียนการสอนของนักเรียนแล้วก็ของบุคลากรการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในฐานะในปัจจุบันนี้ประเทศไทยในแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การศึกษาทางด้านอาชีพไม่ได้มีการลงทุนหรือมีการที่จะ ดูแลเอาใจใส่มานานเกือบ ๑๐ ป้แล้ว ในขณะที่อุตสาหกรรมแล้วก็เศรษฐกิจโดยเฉพาะ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมโดยทั่วไป แล้วก็เศรษฐกิจในการท่องเที่ยวได้มีการ ขยายเติบโตเกิดขึ้นภายใน ๑๐ ป้ ดังนั้นงบประมาณที่เกิดขึ้นของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะในการเรียนการสอนทางด้านอาชีพ ที่ขอเอ่ยนามนะคะ ที่ท่านสุนัยได้กล่าว ประมาณ ๔,๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนเรื่องของครุภัณฑ์ เปึนงบประมาณตาม พระราชกําหนด ป้ ๒๕๕๓ งบประมาณนี้เรามีวัตถุประสงค์ในการใช้งบประมาณ เพื่อโครงการยกระดับและพัฒนาการอาชีพ พัฒนาการอาชีวศึกษาสู่ความทันสมัย วัตถุประสงค์ของเราที่เราจัดทําขึ้นมาเพื่อในอนาคตแล้ว ปัจจุบันนี้การเรียนในสายอาชีพ ได้มีปัญหาขีดจํากัดในการเรียน โดยเฉพาะการพัฒนาฝ้มือของผู้เรียนในด้านของ การเรียนทางด้านโดยเฉพาะทางด้านเทคนิค ช่างอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ดังนั้น งบประมาณโดยส่วนใหญ่แล้วในการเรียนสายอาชีพแล้ว เราจะแตกต่างจากการเรียน ในสายพื้นฐานพอสมควร การเรียนสายพื้นฐานเราอาจจะเรียนในห้อง เรียนในตํารา แต่การเรียนในสายอาชีพเราจําเปึนที่จะต้องมีการจัดซื้อครุภัณฑ์การเรียนที่ประกอบด้วย การฝ๊กฝ้มือและการจําลองห้องเรียนให้อยู่ในสภาพความเปึนจริงของการที่จะออกไป ประกอบอาชีพ ไม่ว่าทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ช่างกล ช่างยนต์ หรือการประกอบ อาชีพทางด้านการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น ดังนั้นตอนที่เราได้งบประมาณที่จะมาเพิ่มให้อาชีวะ มีการพัฒนาไปสู่ความทันสมัยเพื่อที่จะให้เกิดอุปกรณ์การเรียนการสอนให้ทันต่อ เศรษฐกิจในปัจจุบัน หรือการกําหนดครุภัณฑ์ต่าง ๆ เราเองเรามีอาชีวะ เรามี วิทยาลัยเทคนิคในสังกัดสํานักงานการอาชีวศึกษา ๔๑๕ แห่งทั่วประเทศ ในแต่ละจังหวัด เรามีปริมาณของวิทยาลัยที่ไม่เท่ากัน เรามีประเภทของวิทยาลัยที่แตกต่างกัน ดังนั้น การกําหนดงบประมาณในประเด็นที่บอกว่า ทําไมเราถึงได้กระจายงบประมาณไปแต่ละ วิทยาลัยหรือในแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน ดิฉันขออธิบายโดยสังเขปนะคะ

อย่างแรก ก่อนที่เราจะจัดตั้งงบประมาณหรือเราลงรายละเอียด ในครุภัณฑ์ต่าง ๆ เราต้องมองว่าปัจจุบันแล้วการเรียนในสายอาชีพ เรามีปัญหาการเรียน สายอาชีพอยู่ในระดับวิชาชีพชั้นสูงเท่านั้นเอง ในนโยบายของการศึกษา นโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการเอง เราต้องการให้เรียนสายอาชีพไปสู่ระดับปริญญาตรี เราต้อง เตรียมความพร้อมของอุปกรณ์การเรียนการสอน สถานที่เรียน บุคลากรและคุณภาพ ของนักเรียนออกไปสู่ตลาดแรงงานหรือตลาดกําลังคนของอุตสาหกรรมให้ได้ ประสิทธิภาพ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า ก่อนที่เราจะมากําหนดว่าเราต้องการที่จะ พัฒนาการเรียนสายอาชีพไประดับปริญญาตรี เราต้องกําหนดออกมาว่า เรามีอุตสาหกรรมในประเทศที่เปึนอุตสาหกรรมสําคัญของประเทศอะไรบ้าง โดยเฉพาะ ธุรกิจการส่งออก ธุรกิจการท่องเที่ยวธุรกิจยานยนต์ ธุรกิจโลจิสติกส์ (Logistic) ต่าง ๆ ดังนั้นนี่คือแผนการพัฒนาการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการ และเปึน แผนพัฒนาของแต่ละวิทยาลัยทําขึ้นมา แล้วก็เปึนแผนพัฒนาที่เรากําหนดใน กระทรวงศึกษาธิการโดยเฉพาะการเรียนอาชีพ เรากําหนดกลุ่มอุตสาหกรรมหลักออกมา เปึน ๑๓ กลุ่มอุตสาหกรรม ก็คือ อย่างเช่นอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมแฟชั่น อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software) หรือทางด้านไฟฟัาอิเล็กทรอนิกส์ แม่พิมพ์ โลจิสติกส์ หรือป่โตรเคมี และเหล็กกล้า ทั้งอุตสาหกรรมที่เราเรียกกันอยู่ปัจจุบันนี้เราแบ่งเปึนอุตสาหกรรม ๑๓ คลัสเตอร์วิชา ก่อนที่เราจะรู้ว่าแผนในปัจจุบัน วัตถุประสงค์ของการเรียนสายอาชีพในปัจจุบันนี้ เราต้องการให้นักเรียนเรียนจบแล้วมีงานทําก่อนที่เด็กจะไปเรียนในสายมหาวิทยาลัยหรือ อุดมศึกษามากขึ้น เราต้องการ ปัจจุบันนี้การศึกษาในขั้นพื้นฐานแล้วเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาทําให้เด็ก อาจจะไม่ได้เรียนตรงตามอาชีพหรือตามธุรกิจอุตสาหกรรมของประเทศ เราจําเปึน ที่จะต้องให้นักเรียนนักศึกษาหรือเด็กที่เรียนในสายอาชีพจบมาแล้วมีงานทํา เราถึงได้ มีความร่วมมือกับสถานประกอบการ นักธุรกิจเอกชน เพื่อให้รู้ว่าจํานวนที่ปัจจุบันนี้ ความต้องการของตลาด ความต้องการของกําลังฝ้มือ ความต้องการของกําลังฝ้มือ ในระดับนักเทคนิคหรือนักปฏิบัติการ ต้องการในระดับจํานวนอาชีพไหนบ้าง นี่คือขั้นตอน เริ่มแรกที่เราได้กําหนดว่าวิชาชีพไหนหรือในกลุ่มคลัสเตอร์ใดที่เราจะกําหนดจํานวน งบประมาณลงไป เราได้มีการเริ่มต้นในแต่ละจังหวัด โดยเรามีประธานอาชีวศึกษาจังหวัด ที่จะเข้าไปคุยแต่ละวิทยาลัย แต่ละจังหวัดว่าจังหวัดหนึ่งจะมีถึง ๗ วิทยาลัย ๑๑ วิทยาลัย หรือว่า ๕ วิทยาลัย เราก็ต้องกลับมาดูว่าแต่ละวิทยาลัยนั้นมีความเชี่ยวชาญ มีความ พร้อมของสถานศึกษา มีความพร้อมของบุคลากรและมีจํานวนประชากรในแต่ละจุดเท่า เทียมกันหรือเปล่า ปัจจุบันนี้เรามีไม่เท่าเทียมกัน ทําให้เราต้องกลับมามองว่าแต่ละ วิทยาลัยมีความชํานาญที่แตกต่างกันออกไป ก่อนที่เราจะกําหนดครุภัณฑ์หรือว่าเรา กําหนดวิธีการของการที่จะใช้เงินโครงการไทยเข้มแข็งให้คุ้มค่า เราจะต้องกลับมามองว่า เรากําหนดขึ้นมาให้แต่ละจังหวัดมีการประชุมในแต่ละจังหวัด เพื่อให้มีการกําหนด จํานวนครุภัณฑ์เกิดขึ้น หลังจากนั้นก็ดูว่าความต้องการและความชํานาญแต่ละวิทยาลัย เกิดขึ้นอย่างไร พอหลังจากนั้นแล้วเราก็ตั้งคณะกรรมการเกิดขึ้นมา เรามีการ ตั้งคณะกรรมการ ขอกล่าวเอ่ยท่านสุนัยนะคะว่าที่ได้บอกว่ามีการตั้งคณะกรรมการ เกิดขึ้น เรามีจํานวนคณะกรรมการที่ตั้งอยู่ ๒๗๔ คน เรามีคณะกรรมการอยู่ ๒๗ คณะ เนื่องจากแต่ละคลัสเตอร์วิชา ๑๓ คลัสเตอร์วิชาจะมีคณะที่แตกต่างกันออกไป บางคลัสเตอร์วิชาเรามี ๒ คณะ บางคลัสเตอร์วิชาเรามีคณะเดียว ดังนั้นการจัดตั้งคณะ ขึ้นมาเพื่อที่จะกําหนดแต่ละคณะที่จัดตั้ง เราจัดตั้งตามความสามารถของบุคลากร แต่ละวิชา ตามความสามารถของอาจารย์ในแต่ละวิชานั้น เพื่อรู้ว่าวิชาที่เราพัฒนา เราต้องการที่จะให้มีอุปกรณ์การเรียนการสอนอย่างไร อย่างเช่น ยกตัวอย่าง การเรียน การสอนทางด้านยานยนต์ ในเรื่องของเครื่องยนต์ เครื่องจักรต่าง ๆ อุปกรณ์การเรียน การสอนเราจะต้องสร้างห้องการเรียนหรือเราจะต้องใช้อุปกรณ์การเรียนระดับใด ถ้าเราปัอนเด็กเข้าไปบริษัท โตโยต้า เขาก็ต้องมีอุปกรณ์เฉพาะของเขาคือต้องมีเครื่องยนต์ แบบโตโยต้า หรือเราต้องการสร้างเด็กเพื่อปัอนเข้าไปโรงงานอีซูซุ เราก็ต้องมีเครื่องยนต์ และเทคโนโลยีที่ต้องเข้าไปโรงงานอีซูซุ หรือถ้าเราต้องการปัอนเด็กเข้าไปในโรงงานที่ ผลิตรถในระดับสูงก็คือเมอร์ซิเดส-เบนซ์ ดังนั้นอุปกรณ์เครื่องยนต์ต่าง ๆ ก็ต้องกลับมาดูว่า แต่ละวิทยาลัยมีสถานที่เหมาะที่เราจะกําหนดแต่ละห้องเรียนหรือเปล่า แล้วก็มีจํานวน ผู้เรียนและผู้สอนเหมาะสมหรือไม่ พอเราได้รายละเอียดขนาดนั้นแล้วแต่ละวิชา หรือวิชาคหกรรมเราก็ต้องกลับมาดูว่าในการเรียนคหกรรม การจะปัอนนักเรียนเข้าไปสู่ ตลาดอาหารหรือฟูัด เซอร์วิส (Food Service) หรือฮอสพิทอลลิที เซอร์วิส (Hospitality Service) ในด้านของธุรกิจโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว เราก็ต้องกลับมาดูว่าแต่ละวิทยาลัย มีบุคลากรในการสอน มีนักเรียนที่จะมาเรียนหรือไม่ แล้วก็มีจํานวนของการร่วมมือกับ สถานประกอบการแค่ไหน อันนี้คือความแตกต่างของความไม่เท่าเทียมกันของการ กําหนดจํานวนครุภัณฑ์ในแต่ละวิทยาลัยที่ได้ขึ้นมา ดังนั้นคณะกรรมการที่มี ความชํานาญแต่ละวิชาก็มีการกําหนดประเภทของรายละเอียดโดยครุภัณฑ์เกิดขึ้นว่า แต่ละวิชาที่เราจะปัอนหรือสอนนักเรียนไปสู่ตลาดอุตสาหกรรมเราต้องการในระดับไหน ดังนั้นเราก็จะกําหนดขึ้นมาในแต่ละครุภัณฑ์ที่แตกต่างกันไป โดยเรามีคณะกรรมการ เกิดขึ้นอยู่ ๒๗ คณะ แบ่งตามกลุ่มประเภทวิชา ดังนั้นรายการที่เราได้ถึง ๑๙๖ รายการ นี่คือประเด็นว่าแต่ละวิทยาลัยจะไม่ได้งบประมาณที่เท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับขนาดของ วิทยาลัย ขึ้นอยู่กับจํานวนบุคลากรของแต่ละวิทยาลัย และขึ้นอยู่กับจํานวนนักเรียน ที่เกิดขึ้น อย่างตัวอย่างที่ท่านสุนัยได้กล่าวไว้ว่าทําไมกลุ่มจังหวัด นอกจากเราจะแบ่งตาม ๑๓ คลัสเตอร์วิชาแล้ว วัตถุประสงค์ของการใช้งบประมาณเราต้องการที่จะจัดตั้งสถาบัน อาชีวศึกษา เพื่อที่เราต้องการกําหนดการเรียนการสอนอาชีวะไปสู่ระดับปริญญาตรี ดังนั้นแผนการพัฒนาการอาชีวศึกษาก็คือเราต้องการให้การเรียนการสอนอาชีวศึกษา ไประดับปริญญาตรี เราแบ่งตามกลุ่มจังหวัด ตามแผนพัฒนาประเทศ คือยกตัวอย่างที่ท่านสุนัยได้กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดทางภาคเหนือคือจังหวัดลําพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับจํานวนเงินของแต่ละงบประมาณไม่เท่ากัน เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่มี ๗ วิทยาลัย จังหวัดลําพูนมี ๔ วิทยาลัย หรือจังหวัดแม่ฮ่องสอนมี ๒ วิทยาลัย จังหวัดลําพูน เปึนจังหวัดที่เรามีเขตอุตสาหกรรม มีความต้องการที่จะมีเด็กเรียนตามกลุ่มอุตสาหกรรม ประมาณมากกว่า ๑ คลัสเตอร์วิชา คือประมาณ ๔ คลัสเตอร์วิชา จังหวัดเชียงใหม่ มีความพร้อมอยู่แล้ว มีความพร้อมในเรื่องของอุปกรณ์และบุคลากรพอสมควร ดังนั้นงบประมาณของจังหวัดลําพูนถึงมีอยู่ประมาณ ๑๑๑ ล้านบาท งบประมาณของ จังหวัดเชียงใหม่มีประมาณ ๔๘ ล้านบาท และจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีอยู่ประมาณ ๒ วิทยาลัย ดังนั้นถึงได้มีงบประมาณอยู่ประมาณ ๑๘ ล้านบาท นี่คือความแตกต่างว่า ทําไมจังหวัดแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างเนื่องจากความพร้อมของบุคลากรที่แตกต่างกัน ความต้องการและความร่วมมือกับสถานประกอบการที่อยู่ในละแวกจังหวัดที่แตกต่างกัน หรือจังหวัดนครสวรรค์ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างก็คือจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัด พิจิตร จังหวัดกําแพงเพชร และจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งจังหวัดนครสวรรค์มีวิทยาลัยอยู่ ๖ วิทยาลัย และมีงบประมาณสูงสุดคือ ๗๐ ล้านบาท จังหวัดพิจิตรมีวิทยาลัยอยู่ ๓ วิทยาลัย งบประมาณ ๒๗ ล้านบาท จังหวัดกําแพงเพชรมี ๔ วิทยาลัย งบประมาณ ๑๑ ล้านบาท และจังหวัดอุทัยธานีมี ๓ วิทยาลัย งบประมาณ ๖.๘ ล้านบาท เนื่องจาก จังหวัดนครสวรรค์เราถือว่าเปึนจังหวัดยุทธศาสตร์อีกจังหวัดหนึ่งที่เรามองว่าในอนาคต แล้วเราจะจัดตั้งสถาบันเพื่อให้มีการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี และจังหวัด นครสวรรค์ที่ต้องการงบประมาณเพิ่มเนื่องจากมีสถานที่ที่เราสามารถที่จะลงงบประมาณ ได้ มีสถานที่ มีบุคลากรในความพร้อมที่เราจะลงได้ จังหวัดพิจิตรมีอยู่ ๓ วิทยาลัย ดังนั้นงบประมาณก็กระจายแต่ละวิทยาลัย นี่คือความแตกต่างที่เกิดว่าทําไมแต่ละ วิทยาลัยถึงได้มีงบประมาณที่แตกต่างกันออกไป การจัดตั้งรายละเอียดครุภัณฑ์แต่ละ วิทยาลัยเกิดขึ้น เราต้องการกําหนด เรามีคณะกรรมการเกิดขึ้น ๒๗ คณะ เพื่อจัดตั้ง รายละเอียดของครุภัณฑ์ ก่อนที่เราจะสรุปว่าความต้องการที่แท้จริงคืออะไร เรามีการ จัดตั้งรายละเอียดครุภัณฑ์และมีการยกร่างเพื่อขึ้นประชาพิจารณ์ถึง ๒ ครั้ง และแต่ละครั้ง เราต้องการที่จะให้แต่ละบริษัทเข้ามายื่นความจํานงว่าในจํานวนรายละเอียดครุภัณฑ์ที่ เรามีอยู่แล้ว มีบริษัทไหนที่ต้องการที่จะยื่น มีสิ่งใดที่ดีกว่า เราก็สามารถที่จะมาปรับ รายละเอียดของครุภัณฑ์แต่ละครั้งได้ และเราก็มีการที่จะยกร่างขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ทําประชาพิจารณ์ถึง ๒ ครั้ง เพื่อจะให้เกิดการปรับปรุงให้ได้ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการใช้เงินงบประมาณของครุภัณฑ์ หลังจากนั้นเราถึงจะสรุปในเรื่องของ ครุภัณฑ์แต่ละจังหวัดว่าแต่ละวิชา แต่ละวิทยาลัยจะได้จํานวนเท่าไร ขึ้นอยู่กับ วัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนในการที่จะยกระดับอาชีวศึกษาไปสู่ระดับปริญญาตรี และต้องการพัฒนาในแต่ละกลุ่มจังหวัด ดังนั้นตามที่ได้มีการกล่าวว่ามีการนํา คณะกรรมการ ๒๗๔ ท่านไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อกําหนดครุภัณฑ์ ในจํานวนของ คณะกรรมการทั้งหมด ๒๗๔ คน ดิฉันขอตอบเลยว่าเราไม่มีการพาคณะกรรมการ ทั้ง ๒๗๔ คน สมาชิกกรรมการแต่ละคนไปเที่ยวต่างประเทศ แต่เรามีกรรมการอยู่ ๔ ท่าน ที่ไปต่างประเทศจริง เนื่องจากว่าการไปต่างประเทศครั้งนั้นไปตามวัตถุประสงค์ของการ ใช้งบประมาณในป้ ๒๕๕๒ เนื่องจากเรามีความร่วมมือกับต่างประเทศในการแลกเปลี่ยน การเรียนการสอน แลกเปลี่ยนความรู้ และต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรของเรา ดังนั้นการใช้งบประมาณตามแผนการศึกษา ป้ ๒๕๕๒ เรามีคณะอาจารย์ไปดูงาน ที่ประเทศรัสเซียอยู่ประมาณ ๑๕ คน ๔ คน ใน ๑๕ คนเปึน ๔ คนในคณะกรรมการ ๒๗๔ คน ประกอบด้วย นายประภาส ซึ่งเปึน ผอ. วิทยาลัยสารพัดช่าง บรรหาร-แจ่มใส นายบุญเลิศ สัสสี ซึ่งเปึนผู้อํานวยการวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก นายศิริ จันทร์บํารุง ซึ่งเปึนผู้อํานวยการวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา และนายสงวน หอกคํา ซึ่งเปึน ผู้อํานวยการวิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย ทั้ง ๔ ท่านนี้ได้ไปดูงานพร้อมกับคณะที่ปรึกษาอาชีวศึกษาและรองผู้อํานวยการในจังหวัด ต่าง ๆ ไม่ว่าจะจังหวัดชัยนาทหรือว่าในจังหวัดราชบุรี ทั้งหมดนี้ไปดูงานด้วย ตามวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนในด้านอาชีพ และมีการเดินทางในช่วงวันที่ ๓๐ กันยายน ถึง วันที่ ๕ ตุลาคม เปึนช่วงเวลาที่เวลานั้นแล้วการจัดทํารายละเอียดครุภัณฑ์ ได้ถึงขั้นตอนที่ประชาพิจารณ์ขั้นที่ ๒ แล้ว ซึ่งไม่ได้มีการพาคณะกรรมการต่าง ๆ ไปเที่ยว ต่างประเทศ ดังนั้นแล้วดิฉันอาจจะแจกแจงเพิ่มรายละเอียดนิดหนึ่งตรงที่ว่า อย่างนายประภาส ผู้อํานวยการวิทยาลัยสารพัดช่างบรรหาร-แจ่มใส จะเห็นได้ว่า ตามงบประมาณรายละเอียดครุภัณฑ์ของจังหวัดสุพรรณบุรีได้งบประมาณทั้งจังหวัด ๒๘,๖๐๐,๐๐๐ บาท และนายประภาสได้เปึน ผอ. ของวิทยาลัยสารพัดช่าง บรรหาร-แจ่มใส ซึ่งได้งบประมาณทั้งสิ้น ๗,๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่วิทยาลัยเกษตรและ เทคโนโลยีจังหวัดสุพรรณบุรีได้งบประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท และวิทยาลัยเทคนิค สุพรรณบุรีได้งบประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท จะเห็นได้ว่าผู้อํานวยการของวิทยาลัย สารพัดช่างซึ่งเปึนหนึ่งในคณะเดินทางไปประเทศรัสเซีย และเปึนกรรมการในการจัดทํา รายละเอียดครุภัณฑ์ไม่ได้งบประมาณมากตามที่ได้มีการพูดกล่าวไว้ แต่ขณะเดียวกัน จะเปึนวิทยาลัยที่ได้งบประมาณน้อยกว่าและน้อยที่สุดในจังหวัด หรือในจังหวัดสระบุรี ซึ่งเปึนจังหวัดที่ได้งบประมาณ ๘๖ ล้านบาท ซึ่งจะเปึนงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ โดยนายบุญเลิศ จังหวัดสระบุรีเรามีวิทยาลัยอยู่ ๗ วิทยาลัย นายบุญเลิศได้เปึน ผอ. วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็กที่ได้งบประมาณอยู่แค่ ๙,๔๐๐,๐๐๐ บาท แต่วิทยาลัยเทคนิคสระบุรีซึ่งไม่ได้ไปประเทศรัสเซียก็ได้งบประมาณประมาณ ๑๖ ล้านบาท แล้วก็วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรีที่ไม่ได้ไปประเทศรัสเซีย ไม่ได้ไปศึกษาดูงานก็ได้ งบประมาณถึง ๔๔ ล้านบาท ดังนั้นแล้วการจัดสรรงบประมาณของสํานักงาน การอาชีวศึกษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับจํานวนบุคคลหรือผู้บริหารในแต่ละวิทยาลัยที่ได้มาเปึน คณะกรรมการ หรือได้มีการพากันไปเที่ยวต่างประเทศเพื่ออํานวยความสะดวกในการที่จะ จัดซื้อครุภัณฑ์ หรือเพื่อจะได้การจัดสรรงบประมาณมากขึ้น การจัดสรรงบประมาณ โครงการไทยเข้มแข็งที่ตามพระราชกําหนดป้ ๒๕๕๓ ๔,๖๐๐ ล้านบาท ที่สํานักงาน การอาชีวศึกษาได้รับในครั้งนี้เราจัดสรรตามวัตถุประสงค์ทางการศึกษา ที่ต้องการให้ เด็กนักเรียนอาชีวศึกษาที่ปัจจุบันนี้ปัญหาการเรียนในสายอาชีพเรามีได้แค่ในระดับ วิชาชีพชั้นสูง คือ ปวส. แต่วัตถุประสงค์ของรัฐบาลในครั้งนี้และวัตถุประสงค์ของ กระทรวงศึกษาธิการเราต้องการที่จะให้การเรียนอาชีวศึกษาไปถึงขั้นระดับปริญญาตรี ดังนั้นการที่จะถึงขั้นระดับปริญญาตรีได้ตามพระราชบัญญัติอาชีวศึกษา ป้ ๒๕๕๒ ได้กําหนดแล้วว่าเราจะต้องมีการจัดตั้งสถาบันเกิดขึ้น และสถาบันที่เราจัดตั้งเกิดขึ้น ในครั้งนี้เราได้กําหนด ๑๙ จังหวัด ดังนั้นในการกําหนด ๑๙ จังหวัดแล้ว งบประมาณ ในครั้งนี้เปึนแค่งบประมาณ อย่าเพิ่งแซวค่ะ อยากให้มีความเข้าใจนิดหนึ่ง ดิฉันรู้ว่าครั้งนี้ ไม่ใช่เปึนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ดิฉันเอง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เวลาถามเขามา เขาไม่ตอบก็โกรธ เวลาเขาตอบก็หาเรื่อง

นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

คือดิฉันเองต้องการที่จะชี้แจงวัตถุประสงค์ของการใช้เงินงบประมาณ แต่ไม่ได้เปึนการ อภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ต้องการที่จะอธิบายว่าขั้นตอนของการทํางบประมาณแล้วเราทํา ขั้นตอนตามระเบียบของการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ตามระเบียบของสํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็เราทําตามขั้นตอนของมติ ครม. เราตั้งคณะกรรมการของคณะผู้บริหารในแต่ละ วิทยาลัยที่กระจายออกไปแต่ละวิทยาลัย เรามีประมาณ ๔๑๕ วิทยาลัย ดังนั้น ความต้องการมีมากทุกวิทยาลัย ขณะนี้งบประมาณที่ให้กับอาชีวศึกษาก็ไม่เพียงพอต่อ ความต้องการกับจํานวนนักเรียนที่เรามีอยู่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ แล้วความต้องการของกําลังคนที่อยู่ในอุตสาหกรรม แต่เราพยายามที่จะดึงจุดเด่นของ ความชํานาญแต่ละวิชาชีพที่เราสามารถที่สนองกับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจได้ เราถึง ได้กําหนดขึ้นมาเปึน ๑๓ คลัสเตอร์วิชา แต่เราก็มีการระวังว่าใน ๑๓ คลัสเตอร์วิชาทุกวิทยาลัย ไม่ว่าวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัย อาชีวศึกษา วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยสารพัดช่าง แล้วก็วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ทุกวิทยาลัยพยายามที่จะแข่งขันกันเองเพื่อได้งบประมาณ พยายามที่จะแข่งขันกันเอง เพื่อที่จะหาจุดเด่นในการเรียนการสอน แต่เราเองก็ต้องมาดูความชํานาญของแต่ละ วิทยาลัย เราต้องมาดูความเข้มแข็งแต่ละจังหวัด เราต้องมาดูความร่วมมืออุตสาหกรรม ในแต่ละจังหวัด ดังนั้นการใช้งบประมาณเปึนการระวังของดิฉันอยู่แล้วที่จะดูแล กํากับ ของผู้บริหาร การใช้งบประมาณ เราไม่ได้ใช้งบประมาณที่จัดซื้อจากส่วนกลาง เราใช้ งบประมาณลงไปแต่ละวิทยาลัย เพื่อให้แต่ละวิทยาลัย แต่ละจังหวัดได้กําหนดกัน จับมือกัน เพื่อจะสร้างกําลังคนในแต่ละจังหวัดเพื่อปัอนในเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ที่เรากําลังขาดแคลนกําลังคนในแต่ละอาชีพที่ไม่มีประสิทธิภาพและ ไม่มีฝ้มือ เพราะขาดครุภัณฑ์ที่มีคุณภาพมานานแล้ว นี่คือสิ่งที่เราระวังอยู่ ขอบคุณค่ะ

นายองอาจ วงศ์ประยูร สระบุรี

ท่านประธานครับ ผม นายองอาจ วงศ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเสนอให้มีการป่ด การอภิปรายครับ เนื่องจากใช้เวลาการอภิปรายมาพอสมควรแล้วครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสนอป่ดเสียแล้ว ท่านรัฐมนตรีพูดนานเกินไป เขาเสนอป่ด

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ผมต้องขออนุญาตเรียนท่านสมาชิก ทุกท่านนะครับ อีกไม่กี่คนก็จะจบแล้วนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางฝ์ายนี้ก็เสนอเป่ดไป

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

คือต้องขอความกรุณาไปทางรัฐบาล อย่าใจแคบเลยนะครับ วันนี้เราพิจารณางบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเสนอ ป่ดการอภิปราย ถ้าไม่เป่ดก็ให้สมาชิกแห่งสภานี้ได้ขึ้นพูดนะครับ ผมถือว่าท่านไม่รับฟัง สมาชิกเลย ก่อนอื่นผมขออนุญาตเรียนไปที่ท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่ง ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังอภิปรายไม่ได้คุณวรวัจน์ เขาเสนอป่ด เมื่อเขาเสนอป่ดก็มีผู้รับรองถูกต้อง ทางนี้ก็เสนอเป่ด ก็มีผู้รับรองถูกต้อง

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ผม วิเชียร ขาวขํา เมื่อสักครู่ผมได้เดินไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไร ประท้วงหรืออะไรครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อสักครู่ผมเดินไปคุยกับท่านประธานวิปรัฐบาล และตกลงกันแล้วว่าทางฝ์ายค้านขอแค่ อีก ๔ คน ท่านก็บอกว่า ๔ คนก็ประมาณ ๔๐ นาที แต่บังเอิญท่านรัฐมนตรีมาคั่นใช้เวลา ครึ่งชั่วโมง เพราะฉะนั้นที่คุยกันแล้ว เราอีก ๔ คนก็จบแล้ว ถ้าเสนอป่ดอย่างนี้ผมก็ว่า คือตกลงกันไว้อย่างไรก็น่าจะเอาอย่างนั้น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ครับ คุณวิเชียร คุณนั่งลง เดี๋ยวผมจะขอร้องเองนะครับ ถอน แล้วก็เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เพราะว่าเวลา มันก็ล่วงเลยพอสมควร แล้วก็การอภิปรายก็มีเหตุมีผลทุกฝ์ายนะครับ แต่ว่าผมอยากจะ ขอให้ลดจาก ๑๒ นาที ๔ คน ให้เหลือคนละ ๕ นาทีได้ไหมครับ แล้วก็จะให้ทางนี้ถอน ได้ไหมครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตนะครับ งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านให้พูดคนละ ๕ นาที ซึ่งผมเปึนคิวคนต่อไปนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเราอภิปรายตั้งแต่ ๓ โมงครึ่งมาจนถึงขณะนี้มันก็ฟังเนื้อหาได้พอสมควรนะครับ แล้วความจริงท่านผู้นํา หลาย ๆ ท่านที่พูดเก่ง ๆ น่าจะพูดตั้งแต่ต้นตอนเขาไม่จํากัดเวลา

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ขอหน่อยครับ เพื่อให้สภาเปึนไปด้วยความเรียบร้อย อีกแค่ ๔ คนก็จบแล้วนะครับ ขอฝ์ายรัฐบาลฟัง ฝ์ายค้านพูดสักนิดหนึ่ง มีหลายสิ่งยังเปึนประเด็นที่ผมคิดว่ารัฐบาลต้องรับฟัง ผมยังไม่ได้ ขึ้นพูดเลย ขอให้ฝ์ายรัฐบาลช่วยรับฟังสักนิดหนึ่งครับ อดทนสักนิดหนึ่งครับ ท่านประธาน ช่วยขอร้องทางฝ์ายรัฐบาล

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอร้องอย่างไรละ ก็ถ้า ๕ นาทีไม่พร้อมจะเอาสักกี่นาทีก็ว่ามา ๔ ท่าน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

สัก ๑๐ นาทีก็แล้วกันครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอา ๑๐ นาที ๔ ท่านนะครับ มีท่านไหนบ้างครับจะอภิปราย มี ๑. ท่านวรวัจน์ แล้วก็ ๒. ท่านประเกียรติ ๓. ท่านพิเชษฐ์ อย่างนั้นใช่ไหมครับ และอีกท่านหนึ่งท่านทองดีหรือท่านสมคิด

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ เขาอ่านชื่อไป เรียบร้อยแล้วนะครับ ก่อนท่านประธานจะมา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นี่ผมมี มีรายชื่ออยู่ในมือผม ที่ท่านรองประธานอภิวันท์ท่านมอบให้

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ผม นายแพทยสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ มีการอ่านชื่อไว้แล้ว ทําไมท่านไม่อ่านชื่อผมอีกล่ะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็อ่านได้ครับ แต่ว่าทีนี้ ผมเห็นบางท่าน ถ้าอย่างนั้น ๔ ท่าน ก็หมายความว่าคุณเรวัต คุณพิเชษฐ์ คุณทองดี คุณสมคิด

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีชื่อครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

มีครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือในมือผมมันไม่มีครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ก็ไม่ทราบละครับ ประธานคนก่อน อ่านชื่อผมต่อจากคุณไพจิตด้วยซ้ําไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ไม่ทราบครับ นี่ครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านลองถามเลขาธิการสิครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ต้องถามใคร ผมเอาเอกสารหลักฐาน ที่ท่านรองประธานอภิวันท์มอบให้ผม

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านต้องฟังที่เขาพูดไปแล้ว ผมเตรียมตัวแล้ว ท่านประธานครับ แสดงว่าก่อนขึ้นมาท่านไม่ได้ฟังการอภิปรายในสภา เลยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านช่วยฟังผมสักนิด นะครับ คืออย่างนี้ครับ เอกสารอันนี้ท่านอภิวันท์มอบให้ผมแล้วก็บอกเหลือเท่านี้ มีรายชื่อ อย่างนี้ ผมก็ต้องเอาตามที่ท่านมอบ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

เอาเทปเก่ามาอ่านดูครับ เทปเก่า เป่ดดูเลยว่าท่านอภิวันท์อ่านชื่อผมก่อนแล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าเอาอย่างนั้นก็ไม่ต้อง พูดกันมากแล้วครับ คือเมื่อมีการเสนอป่ด มีผู้รับรองถูกต้อง

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ขอนับองค์ประชุมครับ ขอผู้รับรองครับ โดยการขานชื่อครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมดูว่าข้อบังคับมันยัง ไม่มี

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายวิเชียร ขาวขํา ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เอกสารที่ส่งขึ้นไปเมื่อสักครู่ผมทราบว่า คุณผ่องศรีถือไปให้ แต่จริง ๆ ที่ท่านประธานคนเดิมอ่านมีชื่อคุณหมอสุรวิทย์ครับ เพราะฉะนั้นขออย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธานครับ เดิมมี ๖ คน แต่ว่า ๒ คนสุดท้าย ขอท่านทองดีกับคุณสมคิดขอคนละ ๕ นาทีก็พอครับท่านประธาน ขอไปตามนั้นละครับ คนละ ๑๐ นาที ๔ ท่าน และขออีกสัก ๒ คน เพราะมี ๖ คนครับ อันเดิมที่ท่านรองประธาน อภิวันท์อ่านเปึนอย่างนั้นจริง ๆ ครับ ขออนุญาตท่านประธานอีกนิดเดียวครับ เพราะว่าอีก ๕๐ นาทีครับ ขออนุญาตท่านประธานก็แล้วกันครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ไม่ต้องก็ได้ครับ ขอนับองค์ประชุมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ได้ครับ นับก็ได้ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับที่อยู่ข้างนอก เพราะมีผู้เสนอนับองค์ประชุมครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

ท่านประธานคะ ระหว่างรอนับ องค์ประชุมนะคะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ขออนุญาตกราบเรียนว่ารายชื่อที่ดิฉันนําส่งนั้นเฉพาะของฝ์ายพรรคร่วมรัฐบาลค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้เปึนลายมือของ ท่านรองประธานอภิวันท์ ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร ก็จําเปึนที่จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ เมื่อท่านสมาชิกได้เข้านั่งประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ เพื่อจะนับองค์ประชุมครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านเสียบบัตร นับองค์ประชุมเรียบร้อยหรือยังครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเสนอ นับองค์ประชุมโดยการขานชื่อนะครับเมื่อครู่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผมจะขอเสียบบัตรตามอํานาจของประธานครับ มีท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๕๐ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ

ผมขอดําเนินการประชุมต่อนะครับ เมื่อสักครู่มีผู้เสนอป่ดการอภิปราย มีผู้ใดเสนอเป่ดอภิปรายมีไหมครับ เชิญคุณไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ผมขอเสนอเป่ดอภิปรายครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมว่าจะป่ดหรือเป่ดนะครับ ท่านผู้ใดเห็นว่าควรเป่ดอภิปราย โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ใครเห็นว่าควรป่ดอภิปรายโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย โปรดใช้สิทธิครับ ผมบอกอีกครั้งนะครับว่า ต้องเอาผู้ที่เสนอป่ดท้ายนี้มานําก่อนครับ ก็จึงถามว่า ใครเห็นควรเป่ดอภิปรายโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าใครเห็นควรป่ดอภิปรายโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย โปรดใช้สิทธิครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ขอให้ล้างของเก่า ก่อนครับ เพราะว่ามีการลงไปหลายคนแล้วครับ ล้างของเก่าแล้วลงใหม่ตามที่ท่านพูด ครั้งหลังสุดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อะไรนะครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ เนื่องจากมีผู้ที่ ได้ลงไปแล้ว อาจจะไม่ถูกต้อง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลบใหม่ครับ เอาตามหมอ ละครับ ลบใหม่ทุกท่านนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรเป่ดอภิปรายโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ใครเห็นควรป่ดอภิปรายโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย โปรดใช้สิทธิครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว นะครับ ไม่มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธินะครับ ส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุมตอนนี้เพิ่มขึ้นจาก ๒๕๐ ท่าน เพิ่มมารวดเร็วมากถึง ๓๓๕ ท่าน เห็นด้วย ๙๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๓๕ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนน ๑๐ ท่าน ก็ปรากฏผลว่าป่ดการอภิปรายนะครับ

ต่อไปผมจะถามที่ประชุมครับ ผมขอมติที่ประชุมว่าใครเห็นชอบกับ การแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าใครไม่เห็นชอบไม่เอาตามที่ วุฒิสภาแก้ไขโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ใครงดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง พอเข้าใจไหมครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้สิทธิทุกท่านแล้วนะครับ เมื่อใช้สิทธิทุกท่านแล้วโปรดส่งผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๔๖ ท่าน เห็นด้วย ๙๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๓๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ก็ขอถือว่า ไม่เห็นชอบตามที่วุฒิสมาชิกแก้ไขนะครับ

ต่อไปจะทําอย่างไรครับ เชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันทั้ง ๒ สภา โดยมีสัดส่วนของคณะกรรมาธิการ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านผู้ใดไม่เห็นด้วย มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีถือว่าตั้งคณะกรรมาธิการ ร่วมกัน เชิญเสนอครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขอเสนอ คณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียน ท่านประธานว่าที่ท่านประธานบอกว่ามีใครไม่เห็นด้วยไม่ใช่นะครับ ฝ์ายรัฐบาลจะต้อง บอกว่าต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ วรรคสามนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฝ์ายรัฐบาลเอาตามที่คุณ เสนอก็แล้วกันครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานบอกว่าใครไม่เห็นด้วย พวกเรานั่งเฉยคงไม่ใช่นะครับ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ วรรคสามนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถูกต้องครับ ว่าใหม่สิ หัดว่าให้ถูกต้อง

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานครับ ขอเสนอ ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันทั้ง ๒ สภา จํานวน ๒๒ ท่านนะครับ โดยมีสัดส่วนของสมาชิก วุฒิสภา ๑๑ ท่านครับ และสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๑ ท่าน โดยมีสัดส่วน ดังนี้ครับ พรรคเพื่อไทย ๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน และพรรคชาติไทยพัฒนาอีก ๑ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ขอเรียนท่านประธานว่า สัดส่วนนั้นไม่ใช่ผู้เสนอเปึนคนกําหนดครับ สัดส่วนนั้นต้องประธานเปึนคนกําหนดครับ ไม่ใช่คนเสนอเปึนคนกําหนดนะครับสัดส่วน ต้องประธานเปึนคนกําหนดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมกําลังจะบอกเดี๋ยวนี้ครับ ก็ท่านอยากพูดมากหน่อย เพราะท่านไม่ได้พูดก็เลยท่านอยากพูดก็ให้ท่านมีโอกาส พูดบ้างครับ ก็สัดส่วนมีดังนี้นะครับ คือฝ์ายผู้แทนราษฎร ๑๑ ท่าน แล้วก็ฝ์ายวุฒิสภาก็ ๑๑ ท่านนะครับ แต่สัดส่วนของพรรคการเมืองของเรามีดังนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย ๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน รวมเปึน ๑๑ ท่าน เชิญเสนอชื่อครับ พรรคเพื่อไทยเชิญครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม วิเชียร ขาวขํา จริง ๆ แล้วสัดส่วนนี้ไม่น่าจะถูกต้องครับ เพราะว่าสัดส่วนพรรคเพื่อไทยมี ๑๘๗ ท่าน เราจะต้อง ๕ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ต้อง ๓ ท่าน ไม่ใช่พรรคละ ๔ ท่านครับ สัดส่วนนี้ ไม่ได้ครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่เขาเอามาอย่างนี้นะครับ ผมก็เอาอย่างนี้

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ก็ไม่ได้ครับ แล้วใครเปึนคนคํานวณครับ ท่านประธาน ๑๖๔ ท่านต่อ ๑๘๗ ท่าน ต้อง ๕ ต่อ ๓ นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีสัดส่วนตามตารางนะครับ ตารางมีชัดครับ ตารางของคะแนนก็มีอยู่เสร็จแล้วครับ พรรคเพื่อไทย ๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน แล้วก็พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เขาก็มีตารางให้เสร็จครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานขออนุญาตครับ ตารางใคร เปึนคนทําล่ะครับ ที่มามาจากไหนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มาจากเจ้าหน้าที่ของ สภาผู้แทนราษฎร

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ไม่ได้ครับ เจ้าหน้าที่ตกเลขครับ ตกคณิตศาสตร์ครับ อย่างไรมันก็ห่างกัน ๑๘๐ คนกับ ๑๖๔ คน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวิรัตน์

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานครับ ผม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๗๓ คน ไม่ใช่ ๑๖๔ คน อย่างที่ท่านวิเชียรว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอยากพูดก็ให้ท่านพูด ไป น้อยดีแล้วครับ แต่ตัวจริงมันมีอยู่ในนี้ ผมก็เอาตามนี้ เชิญเสนอครับพรรคเพื่อไทย ๔ ท่าน

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

๔ ท่านหรือ ๕ ท่านคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๔ ท่านครับ

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยจํานวน ๔ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นายประเกียรติ นาสิมมา ๒. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๓. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๔. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ขอผู้รับรองค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แล้วเขียนมาให้ผมผิดไป คนหนึ่ง เจ้าหน้าที่สภานี้ก็ไม่รอบคอบ เอานายก่อเกียรติมา ความจริงเปึนนายชวลิต ตามนี้นะครับ ตามที่เสนอนะครับ ไม่มีการแก้ไขนะครับพรรคเพื่อไทย ต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๔ ท่าน ดังนี้ ๑. นายกรณ์ จาติกวณิช ๒. นายสรรเสริญ สมะลาภา ๓. ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี และ ๔. นายจุติ ไกรฤกษ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ขอเสนอในสัดส่วน ของพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านครับ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน เชิญครับ

นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ เขต ๑ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมกันร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ของพรรคเพื่อแผ่นดิน จํานวน ๑ ท่าน นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน คือ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอ่านรายชื่อทบทวน

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ๑. นายประเกียรติ นาสิมมา ๒. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๓. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๔. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๕. นายกรณ์ จาติกวณิช ๖. นายสรรเสริญ สมะลาภา ๗. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ๘. นายจุติ ไกรฤกษ์ ๙. นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ๑๐. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา และ ๑๑. นายชาดา ไทยเศรษฐ์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถูกต้องนะครับ ไม่มี พรรคไหนแก้ไขนะครับ เชิญครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม วิเชียร ขาวขํา ขอเสนอเปลี่ยนจากคุณชวลิต วิชยสุทธิ์ เปึน นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มีผู้รับรอง ผมบอก เมื่อสักครู่นี้แล้ว ท่านก็กลับไปกลับมาอยู่นี้ผมก็งงหมด ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเสร็จแล้วนะครับ เชิญคุณชินวรณ์

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผม ขอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๖ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาก่อน หลังจากที่เราได้พิจารณาพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดไม่เอามีไหมครับ เชิญคุณไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานเพื่อขอเสนอให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๕.๕๗ ร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการออกคําสั่งเรียก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาเรื่องนี้ก่อนครับ เรื่องที่ ๖ ที่คุณชินวรณ์เสนอก่อนว่าท่านมีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหม

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานขออนุญาตกราบเรียน ในช่วงนี้ครับ เพราะว่าร่างที่ท่านชินวรณ์เสนอคงใช้เวลาไม่นาน เพราะมีการแก้ไขเพียง มาตราเดียว แล้วร่างที่กระผมได้กราบเรียนนี้ขอได้พิจารณาต่อจากท่านชินวรณ์นะครับ เพราะเปึนร่างที่ได้ผ่านการหารือ เปึนความต้องการของท่านประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ เพื่อได้พิจารณาต่อจากที่ทางประธานวิปรัฐบาลได้เสนอครับ ซึ่งจะต้องขอเลื่อน ในคราวนี้ไว้พิจารณาในสัปดาห์หน้าเช่นเดียวกันครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็หมายความว่า เลื่อนข้อ ๖ ของพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่แก้ไขจาก วุฒิสภานี้ ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่น ส่วนที่เสนอใหม่นั้นทางฝ์ายรัฐบาล เห็นชอบไหม หรืออย่างไร ตกลงกันแล้วหรือยัง

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าก็ควรที่จะให้เวลาวิปทางรัฐบาลได้ไปพิจารณาให้เกิดความรอบคอบก่อน แล้วก็ จะได้ให้ความเห็นชอบในโอกาสต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็รอสักหน่อยก็แล้วกัน ได้เวลาพอสมควรแล้ว ผมขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๒.๑๘ นาฬิกา