สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการกู้เงิน 800,000 ล้านบาท และการซื้ออาวุธ 11,000 ล้านบาท และเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้เงินกู้และการจัดซื้อจัดจ้างตามโครงการ โดยเฉพาะการซื้อเครื่องแอร์ 20,000 เครื่อง ราคา 20,000 บาทต่อเครื่อง ซึ่งถือว่าแพงเกินไป และเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบขออภัยท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่ง อภิปรายจบเมื่อสักครู่ ที่ลุกขึ้นมาตอนแรกเพราะว่าตามกําหนดการนั้นจะให้ผมได้กล่าว ต่อจากทางท่านสงวน เพราะท่านสงวนได้พูดถึงเกี่ยวกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ โดยยกรูปธรรมของโรงเรียนประถม มัธยม ถ้าผมต่อก็เปึนวิทยาลัยเลยครับ มันจะได้ต่อกันพอดี แต่ว่ามหาวิทยาลัยไม่พูดถึงละครับ อาจจะมีการทุจริตบ้าง แต่ว่า บังเอิญมันแยกส่วนไป ทั้งนี้ เพื่อจะได้ให้ข้อมูลนี้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ท่านตั้งอกตั้งใจมากในการบริหารบ้านเมือง เมื่อสักครู่นี้ผมได้ทราบพรายกระซิบมา บอกว่านั่ง ๆ ฟังอยู่ลงไปอีกแล้ว ไม่ทราบว่าท่านไปดูเรื่องหุ้นหรือเปล่า เพราะวันนี้ ตกพิเศษเลยนะประเทศไทย ทั่วโลกไม่ตกครับ แต่ประเทศไทยตก ๓๐ กว่าจุดแล้วครับ ท่านเลยมีภาระ เดี๋ยวจะต้องกู้เงิน เดี๋ยวจะต้องใช้เงิน จะเก็บภาษีมรดก จะเก็บภาษีที่ดิน สุดท้ายท่านยังไม่ได้ทํานะ ถ้าท่านทําผมเชียร์ท่าน แต่ท่านไม่ทําผมไม่เชียร์แล้ว ท่านประธานครับ ผมเองได้ฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก คือถ้าเปึนเพื่อน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลท่านอื่น ผมไม่ค่อยอยากตําหนิ แต่ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ผมต้องตําหนิ คือท่านติดนิสัยฝ์ายค้านไม่เลิกเลย คุณหมอวรงค์ว่าบ้างไม่เปึนอะไร ลูกทีม พอเริ่มต้น ก็เล่นงานฝ์ายค้านอย่างนั้น อย่างนี้ พอเถอะครับ อ้ายนั่นเปึนหน้าที่ฝ์ายค้าน ถ้าท่านอยาก ทําอย่างนั้นท่านต้องมาอยู่ฝ์ายค้าน ประธานวิปฝ์ายรัฐบาลนั้นควรจะเรียกร้องหา ความสามัคคี หนักบ้าง เบาบ้าง ท่านมีเสียงข้างมากอยู่แล้วก็ไปได้ ด้วยเหตุนี้เอง ท่านประธานครับ ผมอยากจะเป่ดรายการที่จะให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามา ในสภาให้มากหน่อย เพราะเรื่องราวที่ผมจะอธิบายนี้มันมีหลักฐานบางอย่างคงต้อง โต้แย้งกัน โดยเฉพาะในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ผมนําเรื่องข้อมูลในกระทรวงศึกษาธิการมาอธิบายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผ่านท่านประธาน เพื่อให้ท่านเห็นชอบด้วยกับพวกเราว่าการที่ท่านวุฒิสมาชิกได้แก้ไข พระราชบัญญัตินี้มันมีเหตุผลชอบแล้ว ท่านประธานคงจําได้นะครับ การอภิปราย ในรอบแรก การกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเปึนคนหนึ่งที่อภิปรายเรื่องนี้ด้วย ความห่วงใย เพราะประเทศไทยไม่เคยมีละครับ ครึ่งป้รัฐบาลเสนอกู้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว เราจึงพูดแค่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ เพราะเดือนมีนาคมท่านก็เสนอขอวงเงินกู้ ๑๒๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าขาดสตางค์ตกไปบ้าง ต้องขออภัยนะครับท่านประธานครับ ท่านยังจําคําพูดได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านบอกว่าจะกู้ ๑๒๖,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจแล้วจะดี ตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าท่านคิดจะกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือยัง ท่านเสนอประมาณ เดือนมีนาคมยังไม่ถึงเดือนพฤษภาคมเลย ปรากฏว่าแจกไปคนละ ๒,๐๐๐ บาทอย่างที่ เรารู้กัน ไม่มาฟุ๋นฝอยหาตะเข็บแล้ว ปรากฏว่าแจกยังผิด แค่แจกสตางค์อย่างเดียวท่าน ยังแจกผิด จะเอาอะไรมา เขาถึงบอกว่าท่านไม่มีฝ้มืออย่างไร เขาบอกปอเต๊กตึ๊งเก่งกว่า รัฐบาลชุดนี้ เพราะเขาแจกงานเทกระจาดทุกป้ครับ เขาแจกเรียบร้อย นี่แจกไปแจกมาดัน มาแจกให้ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ อีก มันก็เห็นชัดเจน เราก็เตือนแล้วว่า ๑๒๖,๐๐๐ ล้านบาท มันจะหนักนะ ท่านก็บอกว่าเดี๋ยวจะดี ๆ ในที่สุดก็ไม่ดี ต้องมาขออีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ความห่วงใยอย่างนี้ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้าน โดยเฉพาะนะครับ ทางรัฐบาลก็คงห่วงใยเหมือนกัน แต่ว่าฝ์ายค้านเขาทําหน้าที่ตรวจสอบ เขาก็ต้องแสดงความห่วงใย จะมาหาว่าเขาตรวจสอบอย่างโน้นอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านประธานครับ การอภิปรายในเรื่อง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมพูดในสภาแห่งนี้ว่าตอนนี้ ประชาชนเขาบอกว่ารัฐบาลเปึนอย่างนี้แล้ว ๆ มีโกงกินอะไรต่าง ๆ นี่ยังร้อนตัวจังเลย ขึ้นมาคนแล้วก็ ๒ คน หาว่าเราว่าโกงอย่างนี้ ผมจะเริ่มต้นก่อนว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้เริ่มต้นที่ โกงครับ รัฐบาลนี้ถนัดที่สุดเริ่มต้นด้วยแก้เกี้ยว คือแก้ตัว ท่านครับ เขาพูดถึงว่าท่านกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกจะไปป่ดหีบ เพราะเก็บภาษีไม่เปึนไปตาม เปัาหมายของงบประมาณ แทนที่จะมาแก้ตรงนี้ โน่น แก้ตัว แก้เกี้ยวไปล่อรัฐบาลทักษิณ เสียแล้ว หาว่าไปกู้เท่านั้นเท่านี้ นั่นเขาไม่ได้กู้มาป่ดหีบนะครับ คําว่า กู้ ต้องชัดเจนนะครับ กู้มาทําโครงการ ทํารถไฟ รถไฟฟัาใต้ดิน รถไฟฟัาบนดิน สร้างถนนหนทาง ทางด่วน อันนั้นเปึนเรื่องกู้ทั้งนั้น อย่าทําให้ประชาชนสับสน วันนี้ท่านกู้คือ กู้มาป่ดหีบ ผมยังพูด ในที่นี้บอกว่ารัฐบาลยอมรับไหมว่าถังแตกแล้ว พูดกันอย่างภาษาชาวบ้าน คือถังแตกแล้ว ดังนั้นอย่าบิดเบือนไปว่า ไปกู้นั่นกู้นี่ ของท่านคือกู้มาป่ดหีบ คือไม่มีสตางค์จะบริหารประเทศ แล้วหนักไปกว่านั้น พระราชกําหนด และพระราชบัญญัติกู้ฉบับละ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนการกู้ที่มีลักษณะใช้จ่ายตามอําเภอใจ ในมาตรา ๓ กู้ด้วย จ่ายด้วย แล้วหนักไปกว่านั้น พระราชบัญญัตินี้ก็แปลก กู้แล้ว จ่ายแล้ว มีการให้กู้ต่ออีก มาตรา ๔ วรรคสองนะครับ กระทรวงการคลังอาจนําเงินที่ได้จากการกู้ไปให้กู้ต่อแก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงาน ในกํากับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อีกครับ แปลกไหมครับ นี่เท่ากับ เปึนนายหน้าเงินกู้แล้วหรืออย่างไรรัฐบาลนี้ มีสมาชิกสภาท้องถิ่นเขาบอกมา ท่านประธานครับ เขาเปึนห่วงเปึนใย กู้เสร็จแล้ว ปล่อยกู้ต่อได้อีกครับ เลยกลายเปึนว่า อบต. ไหน เปึนพวกฉัน ฉันให้กู้ต่อได้ เปึนการวางฐานคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง อบต. ไหนที่ไม่ใช่พวกตัว ก็กู้ต่อ ไม่ได้ เขาก็วิตกกังวลอย่างนั้น ดังนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านต้องทําใจให้กว้างก่อนว่า มันเปึนพระราชบัญญัติที่กู้เงินที่มันมโหฬารที่สุดตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์มา ต้องเอา ตรงนี้เสียก่อน ท่านประธานครับ วันนี้ร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เคารพ ผ่านท่านประธาน ถ้าท่านมีจิตใจเปึนธรรม และไม่มีส่วนในการทุจริตต่าง ๆ วุฒิสมาชิกเขาขอแก้นี่ ผมว่า เขาทําดีแล้วครับ ยกตัวอย่างมาตรา ๓ แทนที่บอกว่าแจ้งต่อรัฐสภาเพื่อทราบ เขาขอเพียงว่า ตัด ทราบ ออก ขอให้รัฐสภาพิจารณาการใช้วงเงิน มันไปเสียหายอะไรท่าน ไม่เสียหาย และโดยแสดงรายละเอียดโครงการที่จะนําเงินกู้ไปใช้จ่าย ท่านรัฐมนตรีครับ แสดง รายละเอียดมันลําบากนักหรือ ถ้าวันนี้ท่านลุกขึ้นมา พอผมอภิปรายจบ ท่านรัฐมนตรี ขึ้นมาปัูบ บอกว่าตามที่ท่าน ส.ส. สุนัย แบบสัดส่วนจากจังหวัดนครสวรรค์พูดมานั้น ผมเห็นว่าเอาตาม ส.ว. เลย จบครับ อภิปรายจบเลย จบเลยครับ และผมอยากจะบอก ผ่านไปยังท่านประธานครับว่า พี่น้องประชาชนที่ฟังรายการถ่ายทอดสดเฉพาะทางวิทยุ หรือว่าข่าวโทรทัศน์จะเอาไปออกต่อไปในเย็นนี้ก็ตามที การแก้ไขของวุฒิสภานี้ เขามีเหตุผล เพราะอะไรครับ เพราะ ส.ว. ส่วนใหญ่นั้น ท่านต้องยอมรับความจริงนะครับ ท่านประธานครับ ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ เขาเรียกว่า ๕๐ : ๕๐ นะครับ ส.ว. แต่งตั้ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เลือกตั้ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่งตั้งครึ่งสภา เลือกตั้งครึ่งสภา แต่งตั้งโดย สายงาน คมช. ที่ทางพรรครัฐบาล อย่าประท้วงนะครับ ชอบ ท่านมีความแนบแน่น เพราะสายการยึดอํานาจมันอยู่ในโครงสร้างเดียวกัน ดังนั้นวันนี้ที่ ส.ว. เขามีความเห็น เอกภาพขอแก้นี่ ท่านต้องฟังเขา ถ้าฝ์ายค้านแก้ ท่านก็ยังว่า เปึนฝ์ายค้าน มีผลประโยชน์ ที่แตกต่างกัน แต่ ส.ว. นี้ ส่วนใหญ่ก็มากับท่านนั่นละครับ เขาแก้ต้องให้เขา หรือถ้า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะลุกขึ้นกลางคันบอกว่า โอเค เกิดมโนธรรมแล้ว ตกลงเอาตาม ส.ว. เลย ก็จะจบเหมือนกันครับ จะจบเหมือนกัน แต่ถ้าไม่เกิดมโนธรรม ผมอภิปรายต่อ ถ้าเกิดมโนธรรมขึ้นในเวลาไหน ท่านลุกขึ้นเลยครับ แล้วผมจะนั่งลงทันที ไม่ได้เสียหายอะไรเลย ดังนั้นการอภิปรายคราวที่แล้วของกระผม ผมจึงตั้งว่าเปึน พระราชบัญญัติที่ ๑. แก้เกี้ยวหรือแก้ตัว รัฐบาลนี้ชอบแก้ตัว ไปแล้วนะครับ อภิปรายไป อภิปรายมา คุณชินวรณ์ยังไปโน่น ไปรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อีก ชอบหรืออย่างไรล่ะ พวกแต่งตั้งครึ่งหนึ่งชอบใช่ไหม ไหนว่าเปึนประชาธิปไตย พอแก้ตัวเสร็จ กู้เงินครับ ๔ ก อย่างไรครับ ๑. แก้ตัว ๒. กู้เงิน ๓. เก็บภาษี ๔. โกงกิน เอาให้ชัด ๆ เลย ๔ ก ที่ผม เคยพูดนี้ เคยพูดแล้วในอดีตที่อภิปรายตอนเข้าสภาวาระแรก หนังสือพิมพ์เอาไปพาดหัว เลยว่า สุนัยพูดเลยว่า ๔ ก รัฐบาล ๔ ก วันนี้ก็ยัง ๔ ก ยิ่งชัดกว่าเดิมด้วย ก ตัวใหญ่ขึ้นอีก นะครับ มีเสียงข้างหลังว่ามา ท่านประธานครับ ผมจะเริ่มต้นจากตรงนี้ให้ท่านเห็นชัดเจนว่า การกู้เงินของท่านในรอบ ๒ นี้ ขออนุญาตเรียงลําดับให้เห็นเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบว่า ประดักประเดิดมาก ส.ว. นี้ เขาเอื้ออาทรต่อรัฐบาลนี้มาก ตอนที่พระราชกําหนด เข้าวุฒิสภามี

ฉบับที่ ๑ พระราชกําหนดเรื่องขึ้นภาษี เก็บภาษีน้ํามัน ๑๐ บาท ถ้าจําไม่ผิด ภาษีเหล้า บุหรี่ จําได้ไหมครับท่านประธาน ย้ําอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เข้าพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็พระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าเขาก็เอื้ออาทร เขาจะไม่ให้ผ่าน แต่เขาก็ให้ผ่านไป ๑ ฉบับ ในเรื่องของการขึ้นภาษี จําเปึน

ฉบับที่ ๒ เขาจะไม่ให้ผ่านจําได้ว่าตอนนั้นนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์รีบบิน ด่วนกลับมาเคลียร์ (Clear) กับเขาเลยครับ มาเคลียร์กับ ส.ว. กับวุฒิสมาชิก เขาก็เลย ให้ผ่านอีกฉบับหนึ่ง เพราะว่าจะต้องไปป่ดหีบ ไม่อย่างนั้นบริหารประเทศไม่ได้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาจึงเอื้ออาทรให้ไปป่ดหีบก่อน แต่เขาบอกว่าเรื่องพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฉบับที่กําลังพูดถึงอยู่นี่มันเปึนเรื่องสําคัญ การกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขนาดนี้ แล้วเมื่อเดือนมีนาคมก็กู้แล้ว ๑๒๖,๐๐๐ ล้านบาท มากู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาเปึนเรื่องใหญ่มาก เขาจึงยังไม่ให้ผ่าน แต่ถ้านายกรัฐมนตรีไม่มาเคลียร์นะ เจ๊งแล้วนะ คราวนั้นครับ เมื่อเขาขอแก้ตรงนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลถ้ามีมโนธรรม ท่านครับ ร่างอันนี้ ส.ว. เขาช่วยให้การใช้เงินรอบคอบขึ้น แล้วผมจะมีหลักฐานมาโชว์ (Show) ท่านเพื่อให้ท่าน เกิดมโนธรรมว่าอย่างที่ท่าน ส.ส. สุนัยพูดมานี่ถูกต้องนะ ยอมเลย พอยอมปัูบจบเลยครับ หมดเวลาผมจะไปปราศรัยวันที่ ๑๔ ตุลาคม ที่สนามหลวงแล้วครับวันนี้ตอนเย็นครับ เลยต้องรีบขอพูดก่อน

ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ นี้เขาขอเพียงว่าคณะรัฐมนตรี ต้องเสนอ กรอบการใช้เงินกู้ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาก่อนเริ่มดําเนินการ มันไม่น่าจะเสียหายนะท่าน เพราะมันเปึนการกู้เงิน วันนี้มันเกิดข้อโต้แย้งในทางสังคม มาก ในขณะที่เงินไม่มี รัฐบาลไปกู้เงิน ๑๒๖,๐๐๐ ล้านบาท รอบแรกมาแจก แล้วก็ ไม่กระเตื้อง แล้วมาขอกู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒ ฉบับนี้ ปรากฏว่าการใช้เงิน ใน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกมันไม่ได้ประทับใจประชาชนเลยครับ มีการโกงกินกันแต่ละ เรื่อง ๆ ข่าวเข้ามาตั้งแต่เรื่องโครงการชุมชนพอเพียงจนถึงกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผมจะ ไม่กล่าวถึงกระทรวงสาธารณสุข เพราะรู้ว่ากระทรวงสาธารณสุขรัฐมนตรีว่าการนั้น มีความน่ารักเปึนส่วนตัวนะครับ แต่ท่านประธานครับสิ่งที่ชาวบ้านเขาไม่เข้าใจว่าอ้าย กู้เงินมา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะกระตุ้นเศรษฐกิจนี้มันไปเกี่ยวกับการซื้ออาวุธ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทอย่างไรครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อ ครม. ๒ สัปดาห์ก่อนท่านอนุมัติให้กระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่าน พลเอก ประวิตร ไป ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ไปซื้ออาวุธ เงินก็ไม่มี ไปกู้เงินเขามาซื้อ อาวุธนี่ มันกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรครับ ดังนั้นวันนี้ชาวบ้านบอกว่าเมื่อก่อนนี้ประเทศ รวย ๆ รัฐมนตรี ครม. รัฐบาลโกงกินเขาเรียกว่า ปล้นประชาชน เดี๋ยวนี้ประเทศยากจนเงิน ปล้นจากประชาชนก็ไม่มี ไปหลอกให้ชาวบ้านกู้เงินมาก่อน แล้วมาปล้นเงินประชาชน ที่กู้อีกทีหนึ่งครับ หนักกว่าเดิมนะครับ ท่านครับ ผมเปรียบเปรยให้เห็นว่าวันนี้การกระทํา ของรัฐบาลที่ประเทศก็ยากจน แต่โครงการต่าง ๆ กลับเกิดการทุจริตและบางโครงการ มันไม่เกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจเลย คือการซื้ออาวุธ มันคล้ายกับการปล้นทรัพย์ การปล้น วันนี้ท่านอาจารย์กฎหมายไม่อยู่ ปล้น คือการใช้ความรุนแรงในการเอาทรัพย์ มาเปึนการชิงทรัพย์โดยมีเปัาหมายต่อทรัพย์นั้น แต่ถ้าทําเกิน ๓ คนนี่ เขาเรียกว่า ปล้น ทรัพย์ แต่ถ้าทํากันทั้งกองทัพ ทั้งตํารวจ ทหาร ขูดรีดภาษีหมดแล้วก็ปล้นกันอย่างนี้ อันนี้เขาไม่ได้เรียกว่า ปล้น ตามราชการเขาเรียกว่า ขูดรีดภาษี แต่บุคลิกคล้ายกัน ท่านประธานครับ ตัวอย่างอย่างนี้ผมถามผ่านท่านประธานไปเลยว่า ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ใช่เงินกู้นี้หรือเปล่าครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ใช่ไหมครับ ถ้าใช่ท่าน ต้องตอบกับสังคมด้วยว่าที่ให้ไปนั้นมันกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร ซื้ออาวุธ มีแต่คน ในสังคมเขาบอกว่าเปึนเรื่องจ่ายค่าคุ้มครอง เพราะไปเล่นงานน้องชายเขาที่เปึน ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ท่านพัชรวาท และพี่ชายเขาโกรธเอา ไม่รู้จะทําอย่างไร เลยจ่ายไป ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท จ่ายค่าคุ้มครองไป เขามองอย่างนั้นนะ เดี๋ยวท่านมาชี้แจง ก็แล้วกัน ท่านประธานครับ ตามมาตราที่ผมกราบเรียนท่านไปแล้ว มาตรา ๓ ควรจะ อนุมัติมาประสานกับมาตรา ๑๑ ทําไมเราจึงเห็นชอบกับทางวุฒิสภา ในมาตรา ๑๑ ฝ์ายสมาชิกวุฒิสภาได้เพิ่มมาเปึนมาตรา ๑๑/๑ บอกว่า ให้สํานักงานการตรวจเงิน แผ่นดินตรวจสอบการรับจ่าย การเก็บรักษา และการใช้เงินกู้ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่า เปึนไปตามกฎหมาย ตามระเบียบข้อบังคับและมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ตลอดจน ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ และการจัดซื้อจัดจ้างตามโครงการว่าเปึนไปตามวัตถุประสงค์ ของการกู้เงิน ประหยัด ได้ผลตามเปัาหมาย และมีผลคุ้มค่าหรือไม่ แล้วรายงานผล การตรวจสอบดังกล่าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาทราบภายในเดือนมีนาคมและ เดือนกันยายน มันก็ดีนี่ครับ เพราะเงินนี้มันเปึนเงินกู้ที่รัฐบาลกู้มันก็ต้องใช้เครดิต ประชาชน คุณกรณ์กู้เองได้ไหมล่ะ ถ้าไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกู้ไม่ได้หรอก นี่ท่านไปกู้ในนามเครดิตของประชาชนเขา ดังนั้นวุฒิสภาเขาเขียนมาตรา ๑๑/๑ ขึ้นมา มันก็สอดคล้อง มันไม่มีอะไรเสียหาย และผมกําลังจะบอกท่านว่า ผมมีหลักฐานที่จะ ให้ท่านได้ทราบในระดับหนึ่ง ถ้าท่านอยากรู้นะ ผมอภิปรายเสร็จ ท่านเรียกผมไปนั่งให้ดู ผมไม่หวงเอกสารหรอกครับ ท่านจะรู้ความจริงว่าเปึนอย่างไร

เริ่มเลยนะครับ ผมจะขออภิปรายสนับสนุนมาตรา ๑๑/๑ และมาตรา ๓ ดังนี้ครับ เมื่อสักครู่ท่านสงวนพูดไปแล้วถึงเรื่องการซื้อประมูลการจัดจ้างด้วยบริษัท บริษัทเดียว ๙๐๐ บีทียู เครื่องแอร์ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท จริง ๆ ราคามัน ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท เท่านั้น เดี๋ยวนี้ชาวนาชาวไร่เขาซื้อแอร์ใช้กันแล้วนะครับ คนชาวบ้านก็ซื้อ แล้วเขาก็รู้กัน ทั้งนั้นว่าถ้าไม่ถึง ๑ ตัน ราคามัน ๑๐,๐๐๐ บาทต้น ๆ แต่ของท่านมัน ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ก็เห็นชัด แต่ของผมจะพูดเรื่องวิทยาลัย ทีแรก ๆ ผมเคยอภิปรายเรื่องอาชีวศึกษา ท่านคง จําได้นะครับ ผมเอาหลักฐานชัดเจนว่า อาชีวศึกษาได้จัดงบประมาณแบบกระเช้า ของขวัญ ๔๐๐ กว่าแห่ง ปรากฏว่างบประมาณได้เท่ากันหมด มี ๓ ราคา จําได้นะครับ ท่านประธานครับ มาคราวนี้ปรากฏว่ามาใหม่ครับ ไม่ใช่จัดตามกระเช้าของขวัญเสียแล้ว แต่เขาเรียกว่า จัดตามความกล้าของ ผอ. ครับ ถ้า ผอ. อาชีวะไหนมีความกล้า เอาไปมาก นั่นหมายความว่า เงินทอนก็มาก ถ้า ผอ. อาชีวศึกษาแห่งไหนรู้สึกว่า ผมไม่อยากเสี่ยงครับ ท่านครับ เอาไปน้อย ๆ ได้ไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้า ผอ. ไหนกล้า ๙๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาทไปเลยครับ เดี๋ยวผมจะชี้แจงให้ท่านดูเพื่อท่านรัฐมนตรีจะได้เห็นว่า มึงจะ เอากันขนาดนี้เชียวหรือนี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ตายลูกเดียวสิครับ ท่านประธาน ไปหาเงินมาให้เขากู้ โกงกัน หรือว่าท่านได้ด้วย ท่านถึงยอม หันมาทางผม เถอะครับ ไม่ต้องหันไปทางไหน ท่านประธานครับ ทีแรกผมก็ว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการผู้หญิง ผู้หญิงทําไมกล้าหาญนัก พอมาดูหลักฐานเข้ามันชักจะถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทําเหมือนพระเชียวครับ นุ่มนิ่ม พูดจาไม่มีทุจริต หรอกครับ เหมือนพระ เจ้าอาวาสไม่ไปทุจริต แต่โยมโกงมาถวายคงไม่ว่ากระมัง พระไม่รู้ หรอกครับ ไปขโมยไก่ชาวบ้านมาแล้วก็ทําแกงให้กิน ผมยังเข้าใจว่าเปึนอย่างนี้นะครับ ตอนนี้มันมาอย่างนี้แล้ว เดี๋ยวท่านดูนะครับ เพราะผมแปลกใจ ผมอภิปรายไปแล้วแทนที่ เลขาธิการอาชีวศึกษาจะถูกเล่นงาน จะถูกรัฐมนตรีว่าการจะเรียกมาพิจารณาบ้าง อะไรบ้างเปล่าเลยครับ กลับหนุนเรื่องนี้อีกครับ มีข่าวว่าจะย้ายแต่ว่าจะย้ายใหญ่ขึ้น กว่าเดิมอีก อ้าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอยู่ที่ไหน ผมยังไม่ได้กล่าวหาท่าน เพราะกล่าวหาไปก็ถอดถอนท่านไม่ได้เพราะไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่กําลังจะบอก เพื่อมาสนับสนุนกฎหมายนี้ว่าจําเปึนอย่างยิ่งที่ท่านควรจะพิจารณา ท่านครับ วิทยาลัย อาชีวศึกษา ๔๐๑ แห่ง วงเงินประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ๔,๖๒๕ ล้านบาท ตอนนี้มีการจัดงบประมาณใหม่แล้ว ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ ตามที่ผมบอกว่า ที่ผ่านมานั้นท่านได้จัดกระเช้าของขวัญเปึนหลัก ตอนนี้ไม่จัดเปึนกระเช้าของขวัญแล้วครับ แต่จัดตามความกล้า แต่ยังมีเฉพาะวิทยาลัยเกษตรครับยังจัดคงที่ ยังยืนหยัดลักษณะ กระเช้าของขวัญอยู่ครับ ส่วนวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอื่น ๆ จัดแบบใหม่แล้ว ดูเสมือนหนึ่งว่า ฟังผม แต่พอผมไปรู้รายละเอียดเข้า เอาข้อเท็จจริงที่ผมเสนอไปหากินอีกแบบหนึ่งครับ แต่ว่าวิทยาลัยเกษตรยังจัดแบบเดิมอยู่ครับ มีกี่ราคา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ วิทยาลัยเกษตร มี ๗ ราคาครับ ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้มากสุดนะครับ ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท ๗,๓๘๖,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท สูงสุด ๙,๖๐๐,๐๐๐ บาท มี ๗ ราคา นี่ยังแบบแฟลท เรท (Flat Rate) นะครับ เหมือนเสียดอกเบี้ยรถยนต์นะครับ ผมเคยเรียกว่าเปึนเรื่องกระเช้า แต่ปรากฏว่าตอนนี้ไม่ใช่แล้วครับ วิทยาลัยอื่น ๆ เปึนอีก เรื่องหนึ่งครับ ไม่น่าเชื่อครับท่านประธาน เฉพาะลําพูนนะครับ วิทยาลัยเล็ก ๆ ท่านสงวน อยู่ที่ไหนมาดูรายละเอียดเร็ว เฉพาะลําพูนได้ ๙๙ ล้านบาทครับ วิทยาลัยเดียวครับ ได้ ๙๙,๒๐๘,๐๐๐ บาทครับ วิทยาลัยเทคนิคลําปางได้ ๕๐,๕๘๘,๐๐๐ บาท วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ใหญ่กว่าได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เห็นหรือยังครับ อันนี้เขาเรียกว่า จัดตามความกล้า อันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปหาข้อมูลหรืออยากจะหลบหน้า ผมไม่ทราบครับ ไม่มาอีกแล้ว ไม่นั่งอีกแล้ว ท่านประธานครับผมจะลําดับให้ท่านเห็นชัด ๆ เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถ้าฟังผมอภิปรายแล้วเกิดมโนธรรมจะได้ บอกยอมเอาตามร่างของ ส.ว. ก็แล้วกัน จบเลยครับ ขออนุญาตนะครับ ผมขออนุญาต เริ่มเรื่องจากหนังสือพิมพ์มติชนครับ ไม่ใช่ผมไปเอาหนังสือพิมพ์มาอ่าน ท่านประธานผม ขออนุญาตท่านเพื่อจะปูให้เห็นว่า จากหลักฐานตามลําดับของมติชนมันจะไปเข้าสู่ข้อมูล ที่ผมมีอยู่นี่ครับ ป๊กเบ้อเร่อเลยครับ ในเบื้องต้นขออนุญาตท่านประธานนะครับ ฉบับแรกลงวันที่ ๑๑ ครับ อันนี้ต้องขอเริ่มต้น ตรงนี้ก่อน เพราะว่า ผอ. การอาชีวศึกษาจากจังหวัดนครสวรรค์บอกมาว่าท่านครับ ท่านขา ช่วยบอกด้วย ไม่ได้เริ่มต้นจากจังหวัดนครสวรรค์ แต่หนังสือพิมพ์ลงอย่างนั้น เขากลัวกัน ตอนนี้คนในกระทรวงศึกษาธิการไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้ผมแล้ว กลัว กลัวหาว่าเอาข้อมูลมาให้ผม แต่ผมจะกราบเรียนท่านที่ผมมีข้อมูลมากมายอย่างนี้ไม่ใช่ผมเก่งนะครับ ท่านประธานครับ แต่ว่าการทุจริตมันเอ่อล้นท่วมเหมือนน้ําแล้วครับ ไปที่ไหนก็เจอโดยง่ายครับ เดินไป ก็ชนเองครับ ไม่ใช่ผมเก่ง เขามาที่พรรคเปึนตะกร้า ๆ เลยครับ ผมเองไม่ใช่ว่าจองล้าง จองอะไรกับกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ใช่ครับ แต่ทีนี้พรรคก็บอกว่าทําอย่างไร ท่านสุนัย เรื่องนี้ท่านเคยอยู่กระทรวงศึกษาธิการ ผมบอกผมไม่รู้จะทําอย่างไร คนที่รู้จักผม ในกระทรวงศึกษาธิการถูกย้ายหมดแล้วครับเดี๋ยวนี้ ถูกย้ายหมด กราบเรียนด้วย ความเคารพ ผมไม่ได้ไปเอาตรงนั้นเลยครับ ไม่ได้ไปแคะไค้เจ้าหน้าที่ให้เดือดร้อนเลย แต่การทุจริตมันเอ่อล้นเหมือนน้ําท่วมกรุงเทพมหานครวันนี้ครับ เดินไปที่ไหนก็เจอ ๆ เขา ก็มาให้กันเยอะแยะไปหมด ดังนั้นผมกราบเรียนท่านนะครับว่าเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการอย่าเที่ยวไปโยกย้ายคนอื่นเขา บาปกรรม เขาไม่ได้มาให้อะไร ผมหรอก เริ่มต้นจากอาชีวศึกษา ตามข่าวในหนังสือพิมพ์มติชนวันที่ ๑๑ จะปูพื้นฐานให้ ท่านทราบ ที่จังหวัดนครสวรรค์รายงานข่าวจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาแจ้งว่ากรณีรัฐบาล จัดสรรงบประมาณหลายแสนล้านบาท ตามแผนพัฒนาปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๓ จริง ๆ หนังสือพิมพ์เขาน่าจะเขียนว่าไทยตัวแข็งมากกว่านะครับ ตอนนี้มันตัวแข็งแล้ว จะเจ๊งแล้ว