สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องงบประมาณของรัฐบาลและเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบรายละเอียดแผนงาน โครงการ และให้ความเป็นธรรมในการกระจายงบประมาณ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส เพื่อป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน และให้ความสำคัญกับความประหยัด นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการกระจายงบประมาณที่ไม่เป็นธรรม การทุจริตในเชิงนโยบาย และการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง และเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบต่อทุกกระทรวง ทบวง กรม ไม่ใช่แค่ของพรรคประชาธิปัตย์

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ วุฒิสภาได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมีมติให้แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว กลับคืนมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) เพื่อเปึนการเตือนความจําครับท่านประธาน เพราะในขณะนั้นมีกฎหมายเกี่ยวกับ งบประมาณเสนอต่อสภาถึง ๓ ฉบับติด ๆ กัน คือ พ.ร.ก. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ๑.๗๗ ล้านล้านบาท ผมได้กลับไปเป่ดดูเทป การพิจารณากฎหมายทั้ง ๓ ฉบับอยู่หลายรอบ ได้เห็นการท้วงติงของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากป้กของฝ์ายค้าน พยายามให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลหลายประการ แต่ประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือ การใช้จ่ายงบประมาณจํานวน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียดแผนงาน โครงการ ให้ตรวจสอบ นอกจากนั้นงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ ในส่วนของงบแปรญัตติ อีกจํานวนถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่มีรายละเอียดแผนงานหรือโครงการ ให้ตรวจสอบเช่นกัน แม้รัฐบาลหรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะบอกว่า มีข้อมูลรายละเอียดให้เป่ดเว็บไซต์ดูได้ ผมก็ยังสงสัยว่าจะซักถามกันได้อย่างไร ยกตัวอย่าง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยบอกว่า งบไทยเข้มแข็งมีหัวคิว ๒๕-๓๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะตรวจสอบกันอย่างไร ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะรับข้อมูลนี้ แล้วก็ รีบแก้ไขในการตรวจสอบแบบ แผนงาน โครงการเหมาะสมกับราคากลางหรือไม่ วัสดุ ครุภัณฑ์ที่ตั้งไว้นี่มันเหมาะสมกับราคาปัจจุบันจริงหรือไม่ ทําไมประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทยถึงกล้าบอกว่ามีการชักหัวคิว ๒๕-๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็แสดงว่าแผนงาน หรือโครงการต่าง ๆ เหล่านั้นมันตั้งไว้เกินราคาที่ควรจะเปึน ๒๕-๓๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างน้อย ใช่หรือไม่ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลควรจะเร่งแก้ไขปัญหาตรงนี้มากกว่า ท่านประธานที่เคารพครับ หัวใจสําคัญของการจัดทํางบประมาณก็คือ การตรวจสอบข้อมูล การให้ความเปึนธรรม ในการกระจายงบประมาณอย่างทั่วถึง และที่สําคัญก็คือจะต้องมีรายละเอียดเพื่อให้เห็น ถึงประโยชน์ของการใช้เม็ดเงินนั้นว่า เม็ดเงินที่ลงไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่กับผลตอบแทน ที่ควรจะได้รับ เม็ดเงินที่ลงไปนั้นตรงกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่ แก้ไขปัญหา ของพี่น้องประชาชนได้หรือไม่

ประการต่อมาก็คือว่า วิธีดําเนินการและรายละเอียดในการใช้จ่ายเงิน เปึนอย่างไร เปึนโครงสร้างพื้นฐานหรือเปึนวัสดุ ครุภัณฑ์ หรือเปึนการฝ๊กอบรม สัมมนา เปึนต้น ถ้าเปึนแบบมาตรฐานอย่างที่ผมได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่ ราคากลางเปึนอย่างไร ตรงนี้ต้องรีบตรวจสอบและแก้ไขครับท่านประธาน เพราะไม่อย่างนั้นงบกว่าเราจะหามา ได้ต้องไปกู้เขามา มันไม่คุ้มค่าเลยที่พี่น้องประชาชนจะต้องเปึนหนี้กันทั้ง ๖๓ ล้านคน ทั้งนี้ก็เพื่อความประหยัด ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ที่สําคัญที่สุดก็คือเพื่อความโปร่งใส ปัองกันการทุจริตคอร์รัปชัน แม้ว่าจะเปึนเงินนอกงบประมาณ ท่านประธานครับ แม้ว่า จะเปึนเงินนอกงบประมาณ ก็ไม่ใช่เปึนเงินส่วนตัวของใคร แต่เปึนเงินที่ต้องไปกู้เขามา และคนไทยทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ขณะนี้ประเทศไทยเปรียบเสมือนคนป์วย เปรียบเสมือนเปึดง่อย เศรษฐกิจบ้านเมืองเดินไปด้วยความยากลําบาก ทําไมผมเปรียบเทียบอย่างนั้น ท่านประธาน ผมจะยกตัวอย่างปัญหาหลัก ๆ ซึ่งคนไทยทั่วไปเห็น ผมคิดว่าคงเห็นพ้อง ต้องกัน

ปัญหาแรก คือปัญหาความแตกแยกของคนในชาติอย่างไม่เคยปรากฏมา ก่อน ซึ่งเปึนความแตกแยกอย่างต่อเนื่องและยาวนานหลังจากปฏิวัติรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน เปึนต้นมา แม้จะมีความพยายามที่จะแก้ไขแต่ก็ยังหาจุดลงตัวไม่พบ

ปัญหาที่สอง ที่หนัก ๆ ก็คือ ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนปัญหา ที่กระทบกับความมั่นคง กระทบต่อเศรษฐกิจที่เรากําลังพิจารณากันอยู่นี้ กระทบต่อสังคม อย่างใหญ่หลวง แม้รัฐบาลจะประกาศเปึนนโยบายสําคัญที่จะแก้ไขปัญหา แต่ปัญหา ก็ยังหนักขึ้น ๆ และยังไม่มีวี่แววว่าจะแก้ไขปัญหาได้

ปัญหาที่สาม ก็คือปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเกิดจากเศรษฐกิจของโลกถดถอย ประการหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดจากปัจจัยภายในของเราเองผสมผสานกัน ทําให้ ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก ผู้คนตกงาน ส่งออกลดลง การลงทุนลดลง สินค้าเกษตร ราคาตกต่ํา แต่ปัจจัยการผลิตสูง

ปัญหาต่อมา ก็คือปัญหาทางด้านสังคม ปัญหายาเสพติด กลับมาเยอะมาก อย่างไม่เคยปรากฏเช่นนี้ว่าจะกลับมาเยอะมากขนาดนี้จริง ๆ

ปัญหาต่อมา ก็คือปัญหาบ้านเมืองไม่เปึนประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ยังมีหลายมาตรฐานและยังมีอํานาจแฝงอยู่ หลาย ๆ ปัญหาดังกล่าวชาวบ้านพยายาม เข้าใจครับท่านประธาน เพราะบางปัญหาเปึนปัญหาหมักหมมมานานต้องใช้เวลา ก็พอจะอ้างกันได้ ปัญหาเพราะเปึนรัฐบาลผสม ต้องเอาใจเขาไม่อย่างนั้นอยู่ไม่ได้ อย่างนี้ก็พอที่จะเข้าใจได้ สิ่งที่ผมกล่าวมานั้นชาวบ้านพยายามทําใจและผมก็เอาใจช่วย ครับท่านประธาน ผมเอาใจช่วยรัฐบาล แต่สิ่งที่ชาวบ้านทําใจไม่ได้ อภัยไม่ได้ก็คือ การทุจริตคอร์รัปชันและการไม่เอาจริงเอาจังในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งชาวบ้านเขาเห็น โพลถึงออกมาชัดเจนอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวกันมาแล้วหลายคน สิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ท่านประธานเปึนเรื่องจริงรัฐบาลปฏิเสธไม่ได้

ข้อที่ ๑ มีการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการชุมชนพอเพียง รัฐบาลทําได้เพียง ไล่ ส.ก. ส.ข. ออกจากพรรคเท่านั้น ไม่สามารถที่จะสาวไปถึงตัวการ ใคร ๆ เขาก็เชื่อ สังคมเขาก็เชื่อว่าลําพัง ส.ก. ส.ข. ไม่สามารถที่จะดูแลในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโครงการ ชุมชนพอเพียงในลักษณะนโยบายได้ อันนี้คือข้อที่ ๑ ที่เห็นได้ชัดเจน

ข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน ที่เปึนความจริงและปฏิเสธไม่ได้ก็คือ มีการ เป่ดเผยข้อมูลจากประธานชมรมแพทย์ชนบทว่ามีการทุจริตในโครงการไทยเข้มแข็ง ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งในด้านการจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์และโครงการก่อสร้าง ซึ่งผมจะไม่ลงในรายละเอียดเพราะได้มีผู้อภิปรายไปแล้วหลายท่าน ขณะนี้มีการยอมรับ แล้วจากฝ์ายบริหารว่ามีการทุจริตจริง แต่เช่นเคยท่านประธานสาวไม่ถึงตัวการอีกเช่นเคย ได้แค่ระดับ ผอ. และข้าราชการที่เกษียณแล้ว อย่างนี้รัฐบาลเอาจริงเอาจังหรือเปล่า เห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลไม่เอาจริงเอาจังในการที่จะแก้ไขปัญหาทุจริต จนกระทั่งวันนี้ ถ้าอ่านข่าวประธานชมรมแพทย์ชนบทออกมาบ่นน้อยใจ เขาทุ่มไปสุดตัวตรงนั้น แต่ผลที่ออกมาทําความผิดหวังให้กับเขาอย่างมาก

ข้อที่ ๓ ที่เปึนความจริงและรัฐบาลปฏิเสธไม่ได้ก็คือประธานสภา อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยซึ่งเปึนภาคเอกชนแท้ ๆ ออกมาประกาศต่อสาธารณะว่า งบโครงการไทยเข้มแข็งซึ่งเปึนงบเงินกู้ ผู้รับเหมาบ่นกันมากว่าต้องเสียค่าหัวคิว ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานลองคิดดูนะครับว่างบ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ของ หลายแสนล้านบาท จะเปึนเงินเท่าไรลองคูณดู ตรงนี้น่าเปึนห่วงครับ ผมคิดว่า การตรวจสอบนั้นไม่ยาก แบบกับราคากลางเปึนอย่างไร ราคากลางของวัสดุครุภัณฑ์เหมาะสมหรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่รับว่า มีระบบดูแลตรงนี้ ควรจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบสิครับท่านประธาน ควรจะตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบว่าเปึนจริงตามที่ประธานสภาอุตสาหกรรมได้กล่าวหรือไม่ ตรวจสอบรายละเอียดแต่ละโครงการว่าราคากลางมันเหมาะสมไหม ถ้าไม่เหมาะสม ทําทุกกระทรวง ทบวง กรมนะครับ ผมคิดว่าจะสามารถลดงบประมาณที่ควรจะจ่ายลงไป อาจจะหลายหมื่นล้านบาท นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล

มีข้อสังเกตดังนี้ครับท่านประธานว่า มีกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ที่ข้าราชการ ผมขออีกนิดเดียวท่านประธาน มีข้อสังเกตว่ามีกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ที่ข้าราชการกล้าเป่ดเผยความจริง เพราะอะไร เพราะหมอเขามีใบประกอบวิชาชีพ ถึงจะกดดันเขาอย่างไร เขาก็สามารถมีคลินิกรักษาคนเจ็บคนป์วยได้ นั่นเปึนวิชาชีพของเขา แต่ข้าราชการหน่วยอื่น ๆ ส่วนใหญ่เขาก็ต้องเอาตัวรอดครับท่านประธาน จึงยังไม่มีเรื่อง เล็ดลอดออกมาเท่าที่ควร แต่ตรวจสอบไม่ยากครับ เพราะขณะนี้พรรคฝ์ายค้าน ก็ตั้งคณะทํางานเปึนรายกระทรวงที่จะรับข้อมูลจากทุกภาคส่วน ต้องช่วยกันครับ ท่านประธาน ทั้งรัฐบาลและฝ์ายค้านและพี่น้องประชาชน

งบต่อไปครับท่านประธาน งบอุดหนุนเฉพาะกิจแก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผมได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอดครับท่านประธาน มีรายละเอียดมากมาย ที่กําลังทยอยมา ผมคิดว่าอาจจะต้องถึงขั้นรวบรวมที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อถึงเวลา อันสมควร ตรงนี้ก็เปึนข้อมูลที่หนักแน่น ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่ามีข้อมูล ที่หนักแน่น ทั้งเรื่องการกระจายที่ไม่เปึนธรรม ทั้งเรื่องการทุจริตในเชิงนโยบาย ทั้งเรื่อง การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ท่านนายกรัฐมนตรีเคยมาตอบข้อมูลนี้ต่อสภาในตอนผม ถามกระทู้ถามสด ผมไม่สบายใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลเปึนรัฐบาลผสม ได้แบ่งงานให้กับรองนายกรัฐมนตรีที่คุม ดูแลกระทรวงต่าง ๆ ผมอยากจะให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลของทุกกระทรวง ทบวง กรม ไม่ใช่แค่ ของพรรคประชาธิปัตย์