สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

ทศพล เพ็งส้ม หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ โดยให้อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงอํานาจหน้าที่ของวุฒิสภา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล และตั้งคำถามเกี่ยวกับการให้อำนาจสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินในการตรวจสอบเท่านั้น ไม่ให้อำนาจองค์กรอื่นในการตรวจสอบ

นายทศพล เพ็งส้ม นนทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับการที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... นั้น วุฒิสภาได้เสนอแก้ไขในมาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๑๐ และมีการเพิ่มเติมในมาตรา ๑๑/๑ ขอกราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ว่าประเด็นที่วุฒิสภาได้เพิ่มเติมในประเด็นเรื่อง เพื่อทราบ มาเปึน เพื่อพิจารณา ก่อนเริ่ม ดําเนินการ ท่านประธานครับ อํานาจในประเทศนั้นมีอํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ และอํานาจนิติบัญญัติ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้บอกไว้อยู่แล้วว่า สภาของเรานั้นเปึนสภานิติบัญญัติ แต่ปรากฏว่ากฎหมายที่มีการแก้ไขโดยวุฒิสภาที่ให้ คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้นําพระราชบัญญัติเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบ มาเปึนเพื่อพิจารณานั้น จะเห็นได้ว่าเมื่อนํากรอบการใช้จ่ายจากเพื่อทราบมาเปึนการ พิจารณานั้น ก็จะทําให้รัฐสภานั้นเปลี่ยนแปลงตัวเองจากสภานิติบัญญัติเปึนสภาบริหาร ตรงนี้ละครับที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานสภาว่า เดิมทีเดียวนั้นนโยบายของรัฐบาล ได้มีการแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร ต่อไปนี้ในการใช้เงินกู้เกี่ยวกับการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจนั้น จะต้องนํามาพิจารณาในสภา โดยเฉพาะอํานาจหน้าที่ของวุฒิสภานั้นกลับมีอํานาจ พิจารณาดังที่เพื่อนสมาชิกท่านอรรถวิชช์ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ผมเห็นพ้องอย่างยิ่ง นะครับว่าอํานาจตรงนี้เปึนอํานาจของการบริหารราชการแผ่นดิน เปึนอํานาจของรัฐมนตรี พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กําหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติ คณะรัฐมนตรี ฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาที่ให้เปลี่ยนการเสนอกรอบใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชบัญญัติต่อรัฐสภานั้น เสนอกรอบต่อรัฐสภาเพื่อทราบยังยืนยันเหมือนเดิม ผมไม่เห็นด้วยที่จะนํามาพิจารณาท่านประธาน

ท่านประธานครับ อีกส่วนหนึ่งที่จะเสนอความเห็นต่อสภาแห่งนี้ เนื่องจากวุฒิสภาได้เพิ่มเติมในมาตรา ๑๑/๑ ท่านประธานครับ เนื่องจากสํานักงาน ตรวจเงินแผ่นดินนั้นมีอํานาจหน้าที่อยู่แล้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒ และโดยเฉพาะปัจจุบันนี้เราก็มีร่างอีกร่างหนึ่ง เหมือนกันที่สภาแห่งนี้พิจารณาไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๑๑/๑ นั้น ให้อํานาจเฉพาะสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินในการตรวจสอบการรับ จ่าย การเก็บรักษา ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าทําไมเขาถึงให้อํานาจองค์กรเดียวในการตรวจสอบ ในการออกกฎหมาย ป่ดตัวเองในการตรวจสอบ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วผมเชื่อเหลือเกินว่า ถ้ามาบอกเพียงเฉพาะมาตรา ๑๑/๑ ที่ให้เฉพาะสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินในการ ทําหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ผมเชื่อเหลือเกินว่ารัฐบาลคงไม่ใจแคบที่จะให้ มาตรา ๑๑/๑ ประกาศใช้ เหตุผลครับท่านประธาน องค์กรในการตรวจสอบการทุจริต ต่าง ๆ ป.ป.ช. ก็ดี หรือแม้กระทั่งผู้ตรวจการแผ่นดินก็ดี ก็สามารถเข้ามาตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินของรัฐบาลได้ ท่านประธานครับ จะเห็นได้ชัดอยู่อย่างหนึ่งว่าเมื่อรัฐมนตรีนั้นได้เสนอกรอบค่าใช้จ่าย กรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชบัญญัติต่อรัฐสภาเพื่อทราบแล้วครับ ตรงนี้ละครับ เมื่อคณะรัฐมนตรีได้เสนอกรอบการใช้จ่ายต่อรัฐสภาได้ สภาแห่งนี้สามารถ นํารายละเอียดต่าง ๆ นํากรอบการใช้จ่ายของรัฐบาลส่งไปตรวจสอบได้ทุกหน่วยงาน ที่เปึนองค์กรอิสระ แต่ถ้าเกิดกฎหมายฉบับนี้ได้ระบุไว้ในเฉพาะมาตรา ๑๑/๑ เท่านั้น ว่าให้เฉพาะสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการรับจ่ายแล้วองค์กรอื่นล่ะครับ ใครจะบอกผมได้บ้างว่าในเมื่อออกกฎหมายฉบับนี้แล้ว มีมาตรา ๑๑/๑ แล้วองค์กรอื่น จะมีอํานาจ นี่เปึนกฎหมายเฉพาะที่เท่ากับว่ากําหนดกฎเกณฑ์เลยว่าให้เฉพาะสํานักงาน ตรวจเงินแผ่นดินเท่านั้นในการตรวจสอบการรับ จ่าย ท่านประธานครับ นี่ละครับ เปึนเหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาที่จะกําหนดให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของ รัฐบาลเพียงองค์กรเดียว จริงอยู่ครับเมื่อไม่มีมาตรา ๑๑/๑ ทีนี้ละครับองค์กรต่าง ๆ ในประเทศสามารถดําเนินการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลได้ ไม่จํากัดเฉพาะ สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินเท่านั้น ฉะนั้นตามที่ผมอภิปรายมาผมก็ถือว่าไม่เห็นด้วยกับ การแก้ไขของวุฒิสภา ก็ขออนุญาตยืนยันตามร่างเดิมครับ ขอบคุณท่านประธาน