สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องการกู้เงินเพื่อใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ตามพระราชบัญญัติฉบับใหม่ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับข้อกฎหมายและความเห็นทางกฎหมาย และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบการกระจายเงินส่วนพิเศษ 2 (เอสพี 2) เพื่อป้องกันการโกงและหลอกลวง

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

ท่านประธานครับ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน วันนี้ดีใจที่ได้ฟังวิปรัฐบาลพูดแล้วผมคิดว่าเปึนประเด็นทาง ข้อกฎหมายและความเห็นทางกฎหมาย และเปึนประเด็นเรื่องข้อเท็จจริง ผมคิดว่าต้องขอ ใช้เวลาไม่มากครับ ท่านครับ แต่จะพูดในส่วนที่เปึนข้อกฎหมาย ในความเห็นของผม อาจจะเหมือนหรืออาจจะต่าง ผมคิดว่ามันเปึนเรื่องความเห็น ทีนี้ผมคิดว่าถ้าไม่สบายใจ ว่ากู้ ๆ ก็ขอใช้คําว่า ยืม ก็แล้วกัน ต่อไปนี้ผมจะไม่ใช้คําว่า กู้ จะใช้คําว่า ยืมเงินมาใช้ อะไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมเห็นด้วยกับวุฒิสมาชิก แล้วรัฐบาลน่าจะขอบคุณ วุฒิสมาชิกด้วยซ้ําไป เพราะท่านดูชื่อของกฎหมาย ท่านครับ กู้เงินเพื่อใช้ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ กฎหมายนี้ขอกู้นะครับ แต่ที่แก้มาตรา ๓ นั้นหมายความว่าทําให้กฎหมายฉบับนี้มีสภาพ ของการใช้งบประมาณด้วยครับ ท่านประธานครับ นี่คือการช่วยรัฐบาลไม่ให้ผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ในแง่ข้อกฎหมาย ท่านครับ จะดูเฉพาะพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้ ถ้าพูดเรื่อง การกู้เงินมาใช้ กู้เสร็จ ใครจะกู้ก็ตาม ท่านครับ มันก็เข้าคลังเปึนเงินหลวง แล้วเงินหลวง ถ้าจะใช้ เปึนพระราชบัญญัติอย่างเดียวท่านประธาน กฎหมายวิธีการงบประมาณ ป้ ๒๕๐๒ มาตรา ๑๘ บอกเลยนะครับ จะใช้เงินหลวงต้องทําเปึนพระราชบัญญัติ จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงต้องเปึนพระราชบัญญัติแก้ไขเปลี่ยนแปลง จะเพิ่มเติมก็ต้องเปึน พระราชบัญญัติเพิ่มเติม อย่างอื่นไม่ได้ครับท่าน ทีนี้จะใช้ได้เท่าไร ก็บอกว่าต้องดูอีก ๒ ฉบับ ว่าด้วยเงินคงคลังกับว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ ท่านก็เข้าใจดีอยู่ ทําไม ผมยืนยันว่าท่านเข้าใจดี ไม่เช่นนั้นท่านคงไม่ตั้งงบประมาณป้นี้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะอะไรครับ ตั้ง ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ เพราะมันผิดข้อกฎหมายใช่ไหมครับ แต่ทีนี้ข้อกฎหมายฉบับสุดท้ายที่ผมเอ่ยถึงคือบริหารหนี้สาธารณะ กู้ในระบบได้เท่าไร มาใช้ในงบประมาณได้กี่เปอร์เซ็นต์ก็กําหนดไว้ นอกงบประมาณกู้ได้เท่าไรก็กําหนดไว้ แต่ พ.ร.ก. ฉบับนี้หรือพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้ง ๒ อย่างนี้ มันเกินกฎหมายทั้งสอง จึงเปึนประเด็นหนึ่งที่ผู้รู้ทางกฎหมายในรัฐสภาแห่งนี้ ผมสนทนาธรรมกับทั้งวุฒิสมาชิก และทั้ง ส.ส. หลายคนนะครับท่าน กําลังมองท่านประธาน ผมจะบอกท่านประธานผ่านถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ท่านครับ ท่านประธานครับ เขามองอยู่ ๒ จุด จุดที่ ๑ เขามอง พ.ร.ก. ครับท่าน ท่านอ่านมาตรา ๓ หน่อยนะครับ ไม่มีอะไรต่างกัน พระราชบัญญัติกับ พ.ร.ก. เหมือนกันหมด มาตรา ๓ บอกว่า วรรคท้าย ๆ ท่านดูนะครับ ให้เสนอกรอบการใช้ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ คนกลุ่มหนึ่งกําลังบอกว่ารัฐบาลนี้ผิดกฎหมายไปแล้วครับ หลายคนบอกว่าก็เอากรอบมา ขอสภาหรือยัง บอกสภาแล้ว บอกตอนไหน เอาเข้ามาตอนนั้นมันเปึนกระบวนการทําให้ กฎหมายสมบูรณ์ คุณจะใช้ คุณต้องมาแจ้ง นี่ท่านเขียนเองนะ เขาก็บอกว่าเมื่อท่าน เขียนเองแล้วแต่ท่านไม่ปฏิบัติ มีคนรอจังหวะจะยื่นให้ศาลตีความ ถ้าศาลตีความแล้ว ยังบอกว่าท่านถูกมันจะบันทึกให้ลูกหลานรู้ว่าวินัยการเงินการคลังของเราต้อง เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไหม นี่เปึนประเด็นแรกท่านครับ ทีนี้เขาก็เลยแก้ช่วยท่าน ผมเห็นด้วยกับเขานะ เหมือนกับท่านที่อภิปรายไปแล้ว คือท่านหมอชลน่าน เขาบอกว่า ท่านต้องกลับมาให้เราพิจารณา นั่นหมายความว่าเอารายละเอียดมาบอกให้เรา และ ท่านประธานวิปฝ์ายค้านเมื่อสักครู่ท่านบอกว่านั่นมันเปึนการทํากฎหมายงบประมาณ มันไม่ใช่กฎหมายกู้เงิน ก็ถูกของท่านละ แต่ถ้าท่านจะใช้เงินท่านต้องมาขออนุญาตสภา ไม่ใช่ใช้เองได้นะครับ มีคนรอจะตีความถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน ผมร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานก็อยู่ด้วย กระบวนการจัดความสัมพันธ์เรื่องอํานาจระหว่างฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลและสภาในเรื่องกฎหมายการเงินเปึนอย่างนี้ ถ้ากฎหมายขึ้นไปวุฒิสภาแก้ สาระสําคัญของกฎหมายเกินไป สภาล่างไม่ยอมรับก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ในขณะที่ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันนี่นะครับท่านประธาน ท่านเชื่อไหมครับ เสียงส่วนใหญ่ ของรัฐบาลกลายเปึนเสียงส่วนน้อยไปทันทีเลยครับ ท่านอย่าเข้าใจว่าท่านเปึนเสียงส่วนใหญ่ ณ ขณะนี้ อย่างไรท่านก็ตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ๒ สภา ฝ์ายค้านไม่เห็นด้วยกับท่านอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะเปึนฝ์ายค้าน เพราะว่ามันเปึนกฎหมายการเงินที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ ต้องทําความเข้าใจมัน วุฒิสมาชิกเขาไม่ได้ชนะนิดหน่อย เขาเปึนเอกฉันท์ ถ้ามาอย่างนี้ ฝ์ายค้านกับวุฒิสภาอย่างไรก็ชนะท่าน ท่านจะต้องขึ้นไปต่อรองเพื่อให้กฎหมายนี้ลงตัว ผมยังเปึนห่วงไม่ใช่มาตราที่เพิ่มขึ้นใหม่นะครับ ผมเปึนห่วงมาตรา ๑๐ ด้วยซ้ําไป ที่ไป เติมเหมือนกับว่าดูง่าย ๆ แต่มันอ้างกฎหมายขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง

ผมคิดว่าทั้งหมดที่ผมพูดถึงผมกําลังพูดถึงเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมอยากให้นายกรัฐมนตรีและอาจารย์ผมซึ่งกําลังไปเปึน รองนายกรัฐมนตรีใหม่ รับฟังที่ผมกําลังพูดอยู่ด้วย วันนี้การตรวจสอบเข้มข้น ท่านประธานครับ ท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลก็บอก เราเปึนสมาชิกรัฐสภาด้วยกันนะครับ กฎหมายวันนี้พูดในนามสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าเราทําหน้าที่รัฐสภา เพราะจบจากการ พูดวันนี้ต้องไปตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน กระบวนการตรวจสอบมันเข้มข้น เข้มข้น อย่างไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเปึนหลุมพราง หลุมดักสําหรับผู้บริหาร ถ้าท่าน ยังชื่นชมรักษาไว้ หลุมดํานี้มันจะดูดท่านลงไปในหลุมนี้ ผมคิดว่าผมจะขอพูดในเรื่อง ข้อกฎหมายส่วนหนึ่ง ต่อไปผมจะพูดข้อเท็จจริงที่สนับสนุนว่าผมเห็นด้วยกับวุฒิสภา เพราะอะไร เพราะเขากังวลเรื่องการใช้งบประมาณเอสพี ๒ แล้วมันเห็นภาพว่ามันเปึน กระบวนการ ก ๓ ตัว ไม่ใช่กู้นะครับท่าน ก ๓ ตัว ผมฟังเขาพูดผมก็ตกใจเขาบอกว่ามันมี กระบวนการ โกง กิน เกิน ยืมมาแล้ว โกง กิน เกิน ผมพูดให้ท่านฟังนี่นะครับ เพื่อตอบสนองประธานวิปรัฐบาลว่าเราช่วยกันตรวจสอบ เมื่อช่วยกันตรวจสอบแล้วท่านดู วิธีการของผมนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานว่าในขณะที่ผมจะเสนอข้อเท็จจริง ผม จะอ่านเอกสารซึ่งเปึนของทางราชการ อ่านเสร็จวิพากษ์วิจารณ์เสร็จ ผมจะรวมรวบส่ง ท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่รักษาการตามกฎหมายนี้ถึงนายกรัฐมนตรี แล้ว อีกฉบับหนึ่งผมจะสนองตอบท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาล ผมจะยื่นผ่านท่านไปถึง สตง. ให้ช่วยตรวจสอบโครงการที่ผมไปพบ ผมสงสัยว่าน่าจะไม่เปึนเหตุเปึนผลกับการใช้ งบประมาณ ๒๘ โครงการ ประมาณสัก ๒๐ กว่าจังหวัดนิด ๆ ท่านประธานครับ ผมพูดทั้งหมดนี้ท่านประธานครับ ผมพูดเพื่อชี้ให้เห็นว่าเราร่วมกันตรวจสอบเพื่อรักษา เงินหลวง และผมจะพูดทุกเรื่องเพื่ออธิบายว่าผมเห็นด้วยกับวุฒิสมาชิกอย่างไร ท่านประธานครับ ผมยังอยู่ที่มาตรา ๓ ครับ วุฒิสมาชิกท่านมองเห็นว่าหากไม่เอาโครงการ มาขออนุมัติต่อรัฐสภาแล้ว มันจะเกิดกระบวนการเหมือนที่ผมจะยกตัวอย่างต่อไปนี้ ผมจะเอาของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านเอกสาร เอกสาร ฉบับนี้ท่านประธานครับ ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๒ คนลงนามเปึนรองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผมอ่านให้ท่านฟังนะครับ และอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ยิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านได้ยิน มีการ ไปแบ่งเงินครับ คือเงินนะครับ หนังสือฉบับนี้บอกว่าตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ในส่วนที่เปึนงบค่าก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซม และค่าก่อสร้างในโครงการพัฒนาคุณภาพ โรงเรียนสู่มาตรฐาน ตอนท้ายท่านบอกว่าอย่างนี้นะครับ ทั้งนี้ โรงเรียนสามารถใช้วงเงิน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของงบประมาณที่ได้รับในแต่ละรายการไปปรับปรุงซ่อมแซม เหลืออีก ๔๐ หรือน้อยกว่าให้เอาไปซื้อของตามรายการที่แนบมานี้ท่าน นี่เปึนหลักฐานของ ทางราชการท่านครับ แล้วก็เขียนอย่างนี้ดี อันนี้ลงวันที่ ๒๕ ฉบับนี้นะครับ แล้วในนี้มีสิ่ง ที่ส่งมาด้วย เขาบอกถึงขึ้นว่าบัญชีจัดสรรงบประมาณป้ ๒๕๕๓ เอสพี ๒ มีรายการว่า มีโรงเรียนไหนบ้างที่จะได้คอมพิวเตอร์ ๒๘ โรงเรียนเท่านั้น ถ้าได้ซีแอล ๑๐ (CL 10) จะได้เท่าไร ๒๐ จะได้เท่าไร ๒๕ จะได้เท่าไร เขามีหมด แล้วที่สําคัญนี้มันเปึนโครงการ ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน มันไม่ใช่เหมือนกับการเอาเงินไปให้ท้องถิ่น หรือว่าโรงเรียนซึ่งเปึนนิติบุคคลจัดการในโครงการคอมพิวเตอร์ที่เขาต้องการ แต่มันเปึน โครงการแจกของทั้งระบบ เพราะให้ทั้งโต๊ะไปด้วยท่านครับ เก้าอี้ไปด้วย ให้ไปหมดเลย โรงเรียนเขาไม่ต้องการ ทําไมไปเหมือนกับกระทรวงสาธารณสุขเหลือเกิน แล้วเวลา ประมูล พอเสนอไปปุ็บ ท่านประธานครับ ผมจะฝากกราบเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยครับ พอเสนอไปปุ็บ ให้รายชื่อโรงเรียนแล้ว จังหวัดไหนได้เท่าไรแล้ว บอกว่าจะต้องซื้อ ตามนี้ ราคาอะไร เขาก็รีบประกาศ ให้รีบประกาศ ส่งเรื่องส่งราวมาในวันที่ ๑ กันยายน ออกวันที่ ๒๕ สิงหาคม ถึงเขตวันที่ ๒๖ สิงหาคม เข้าสู่โรงเรียนที่ได้เงินวันที่ ๒๘ สิงหาคม ให้ประกาศให้ทราบโดยวันที่ ๑ แล้วตอนนี้ส่งของแล้วครับ ทําไมไวอย่างนี้ก็ไม่รู้ และบริษัทที่ส่งเข้าไปก็รู้เหลือเกิน บริษัทนี้ผมจะตั้งชื่อว่าบริษัท ตาทิพย์ จํากัด ตั้งอยู่ที่ ๓/๖๖ หมู่ ๖ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ลาดพร้าว เขามีตัวแทนทุกจังหวัดที่ได้โครงการ ท่านประธานครับ แปลกไหมครับ บริษัทตาทิพย์เหลือเกิน แล้วเสนอราคา เวลาประกาศปุ็บ ประกาศอย่างดีเลยไม่มีคนไปยื่นซองเลย พอวันสุดท้ายบริษัทนี้บริษัทเดียว เลยอยากถามว่า ๒๘ โครงการ ๒๘ โรงเรียน ๒๐ กว่าจังหวัดนี้ได้บริษัทนี้บริษัทเดียวหรือเปล่า แต่บริษัทนี้น่ารัก เหลือเกินท่านครับ ไปประมูลจังหวัดไหนก็ได้เอาตัวแทนของบริษัทตัวเองทั่วประเทศ ประกอบไปให้หมดเลยครับ นี่เขาตาทิพย์จริง ๆ ท่านประธานครับ จังหวัดไหน จังหวัดไหนมีหมด จังหวัดภาคเหนือมีกี่โรงเรียนได้รับ ในรายละเอียดของ ภาคเหนือก็ช่างมีตัวแทนของบริษัทอยู่ครบ ทั้งหมดที่ผมพูดถึง นี่เปึนเพียงหนังสือฉบับที่ ลงวันที่ ๒๕ ซึ่งลงนามโดยรองเลขาธิการ ยังมีอีกฉบับหนึ่งครับท่านครับ ลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม เหมือนกันครับ ลงนามโดยเลขาธิการเลย ก็พูดในทํานองเดียวกันว่าเรื่องการ จัดซื้อครุภัณฑ์ แล้วก็ส่งรายการไปอีกนะครับ กําหนดไว้ ๓๙๙ รายการ อุปกรณ์กีฬา จํานวน ๘๐ รายการ มีราคาท่าน แล้วราคามันแพงกว่าปกติ ผมอ่านเพียงรายการเดียวนะครับ ท่านครับ ท่านฟังนะครับ เครื่องปรับอากาศ พี่น้องประชาชนมีเครื่องปรับอากาศ ครูเขามี เครื่องปรับอากาศ เขากังวลครับท่านประธานครับ เครื่องปรับอากาศขนาด ๙,๐๐๐ บีทียู (BTU) ราคาต่อหน่วย ๒๕,๐๐๐ บาท ไม่ระบุยี่ห้อ แต่มันไปเท่ากับราคาของบริษัทหนึ่งเลยครับ อีกสักอันหนึ่งครับท่าน ๑๓,๐๐๐ บีทียู ๓๔,๔๐๐ บาท แล้วเวลาเขาเสนอ ยังไม่ได้ทําอะไร เลยท่านประธานครับ ก็มีบริษัทไปบอกโรงเรียนเลยนะครับ ถ้าไม่ซื้อแพงนะครับ เงินจะถูก กลับคืน เพราะว่าไม่เหมือนเงินงบปกติ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ ประกาศว่า เขาบอกอย่างนี้นะครับ ได้ประกาศว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ได้ประกาศว่าถ้าไม่ซื้อ ตามนี้ คือให้เงินไป ๑๐๐ บาท เงินเหลือคืนคลัง คืนส่วนกลาง เขาก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้น จะต้องซื้อตามนี้หมดเลยหรือ มีโรงเรียนหนึ่งลองเอามาเซ็นลายชื่อด้วยน้ําตาตกครับ เพราะอะไรครับ เพราะรายละเอียดตรงนี้ ท่านดูนะครับ ตู้เอกสารครับ แพงจริงไปครึ่งหนึ่ง แพงกว่าจริงครึ่งหนึ่ง ที่ผมพูดให้ท่านฟังนี่นะครับ เพื่อจะบอกว่าทั้งหมดที่ผมพูดเปึน เพียงเด็ก ๆ เพราะว่าโรงเรียนที่ผมพูดถึงเปึนโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน เดี๋ยวจะมี เพื่อนสมาชิกผมพูดเรื่องโรงเรียนหรือวิทยาลัย มันมีอะไรที่หนักหนาสาหัสกว่านี้เยอะ ๔๐๐ กว่าโรงเรียน ชัด ๆ ท่านครับ ทั้งหมดนี่นะครับ ผมก็ขอบคุณที่มีโอกาสได้พูดเรื่องนี้ เพราะอะไรครับ เพราะประธานวิปรัฐบาลบอกว่าเรามาช่วยกันจับการทํางานของ กระบวนการที่ส่อว่าจะทุจริต แล้วเขาบอกว่าถ้าทําดี ๆ มันมีคนนอนหลับแล้วเห็นเขา ทอนเงินกัน เขาหลับแล้วฝันว่ามีการทอนเงิน เพราะว่าราคามันสูงเหลือเกินครับ คอมพิวเตอร์นะครับท่านครับ ที่บริษัท ตาทิพย์ นี้นะครับ ส่งไปที่จังหวัดต่าง ๆ เขาอ่านดูแล้ว เขาว่ามีรายการหนึ่งครับท่านครับ ๖๓,๓๖๐ บาท ราคานะครับ เปึนราคาที่ต่ํา และสเปก (Spec) สูงมากครับ บริษัทนี้บอกว่ามีบริษัทเดียว ใครจึงไม่กล้าแข่งขัน แต่พอส่งของครับ ก็จําเพาะว่าขาดเฉพาะตัวนี้เลยครับ ตอนนี้โรงเรียนที่รับของ ตัวนี้ขาด และผู้ส่งบอกว่าอย่างไรครับ อย่าไปปรับผมนะครับ เพราะของผมกําลังเดินทางเกือบ จะถึงท่าเรือแล้ว ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมพูดถึงนี่นะครับ ผมกําลังจะบอกว่า ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของสมาชิกวุฒิสภาจึงได้แก้ไขกฎหมายฉบับนี้ให้เอาโครงการมา ตรวจสอบเสีย ในขณะที่ผมพูด ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังอยู่ และผมคิดว่า ท่านอาจารย์ไตรรงค์ก็คงฟังอยู่ เรื่องอย่างนี้ผมคิดว่า ผมไม่เชื่อว่าถ้าเห็นเอกสารแล้ว จะยอมให้ทําอย่างนี้อีกไหม แต่บังเอิญเอกสารที่ผมบอกว่ามันมีการสมบูรณ์แล้วในการทํางาน ประกาศหลายวันไม่มี บริษัทไหนไปเสนอเลยครับ พอเสนอปุ็บผมก็ถามว่ามันเปึนอย่างนี้ได้อย่างไร เขาก็บอกว่า ให้เลือกบริษัทก่อน ให้เลือกผู้รับจ้างก่อน ให้เลือกคนเข้ามาจัดซื้อ จัดจ้างกันก่อน ถ้าเลือกได้แล้วคนเขาฝันอีก ตอนหลับเขาฝันว่า ถ้าเลือกได้แล้วไม่ได้บริษัท หรือบุคคล หรือห้างร้านที่ต้องการ เงินไม่มา เขาตกใจตื่น พอตกใจตื่นอนุมัติเลยครับท่านประธาน เพราะกลัวจะเหมือนความฝัน ทั้งหมดที่ผมพูดคือกระบวนการที่ผมเห็นด้วยกับวุฒิสมาชิก ให้แก้มาตรา ๓ อย่างนั้น แล้ววุฒิสมาชิกท่านน่ารัก ท่านไปเพิ่มมาตรา ๑๑/๑ ให้ สตง. ได้กรุณาตรวจสอบ ๒ รอบใน ๑ ป้ ถ้าเปึนอย่างนี้ก็แสดงว่าจะทําให้ฝ์ายบริหารลําบาก มากขึ้น แต่ถ้าท่านยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าการตรวจสอบเข้มข้น อย่าแก้นะครับ มาตรา ๑๑/๑ เพราะนี่ละครับคืออํานาจสูงสุดที่รุมกันยกให้ สตง. วันนั้น แล้วเมื่อผมพูด จบจะมีคนมาพูดรายละเอียดเรื่องอื่นต่อ ผมจะส่งเอกสารทั้งหมดให้ท่านประธานชุดหนึ่ง ถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อีกชุดหนึ่งท่านประธาน ผมฝากจริง ๆ นะครับ ถือว่าผมได้ลงทะเบียนโดยการอภิปรายไว้แล้วว่าฝากท่านประธานถึง สตง. ให้ตรวจสอบ ๒๘ โครงการนี้ด้วยครับ นี่คือการแสดงความคิดเห็นในสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ซึ่งทําหน้าที่ตรวจสอบ ผมตรวจสอบจริง ๆ อย่างไม่มีอคติ แต่ผมไม่พอใจที่ทํากันอย่างนี้ ถ้าผมจะพูดให้เจ็บ ๆ ก็บอกว่า ท่านเลือกที่จะทําอย่างนี้ จริง ๆ ผมอยากจะใช้ ส นะครับ ท่านเลือกที่จะทําอย่างนี้ ผมก็เลือกที่จะตรวจสอบท่านเหมือนที่ผมรายงานไปแล้วครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ