รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑
ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
เชิญนั่งครับ ท่านสมาชิกครับ บัดนี้มีผู้มาลงชื่อเข้าร่วมประชุม ๑๑๙ ท่าน ผมขอดําเนินการ ตามระเบียบวาระกระทู้ถาม ก่อนที่จะเป่ดโอกาสให้พวกเราได้หารือต่อที่ประชุมวันนี้ เมื่อวานก่อนที่พวกเราได้พิจารณาข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คือฉบับใหม่ถึงเรื่องการหารือ ผมได้ฟังการอภิปรายทุกท่านแล้วก็ได้ทราบเจตนารมณ์ อย่างชัดเจนว่าการหารือนั้นจะเป่ดโอกาสให้หารือเฉพาะปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรของเราส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน ๓๐ วัน เพื่อดําเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นนับตั้งแต่นี้ไป ผมจะต้องขอความกรุณาทุกท่านที่หารือขอให้หารือเฉพาะเรื่องที่เปึนความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนจริง ๆ สําหรับท่านอื่นที่หารือเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนผมจะไม่อนุญาตให้หารือ ก็ขอทําความตกลงกันไว้ก่อน
เรื่องที่ ๒ จากการที่ผมได้ไปร่วมประชุมไอพียู (IPU) หรือสภาโลกจะเห็นชัดเจนว่า เขาให้ความสําคัญในเรื่องการรักษาเวลาอย่างเคร่งครัด พวกเราเองหลายท่านได้อภิปรายแล้ว ก็บอกว่าให้เคร่งครัดในการรักษาเวลา เพราะฉะนั้นโดยปกติแล้วเราหารือกันคนละ ๓ นาที ก็จะให้ ท่านเลขาธิการกดออด เราจะมีเวลาให้ท่านดูด้วย แล้วในขณะเดียวกันเมื่อหมดเวลา ก็จะมีเสียงออดดังขึ้น แล้วก็จะอนุญาตสําหรับผู้ที่ติดพันอีกสัก ๑๐ วินาที ๑๕ วินาที หากท่านใดเกินผมก็จะขอความกรุณาท่าน ผมจะเตือนท่านว่าหมดเวลาแล้วเพื่อรักษาเวลา แล้วขณะเดียวกันเป่ดโอกาสให้ผู้ที่มีความประสงค์จะหารือได้มีโอกาสหารือจํานวนมาก ที่สุดเท่าที่จะทําได้ครับ เชิญคุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ขอนําปัญหา ของพี่น้องชาวอําเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ซึ่งเปึนเขตเลือกตั้งใหม่ที่กระผมได้มีโอกาส ได้รับใช้ ได้รับความเมตตาจากพี่น้องชาวอําเภอนาหว้า ท่านประธานครับ อําเภอนี้อยู่สุดแดน ของจังหวัดนครพนมติดต่อกับจังหวัดสกลนคร ปัญหาที่เกิดขึ้นเท่าที่ผมได้รับการร้องขอ จากพี่น้องในการออกเยี่ยมประชาชนก็คือ มีความยากลําบากในการออกเอกสารเกี่ยวกับ เรื่องของโฉนดที่ดินในการที่จะทํานิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องเอกสารสิทธิที่เปึนเรื่องโฉนด ไม่ว่าจะเปึนการแบ่งแยก การถ่ายโอนมรดกซึ่งเปึนวัฒนธรรมของคนเฒ่าคนแก่ของ คนอีสานครับท่านประธาน ต้องเดินทางไปทําที่สํานักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาอําเภอ ศรีสงครามห่างกันประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ไปกลับก็ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร แต่ว่าที่สําคัญ ที่สุดคนเฒ่าคนแก่ต้องไปคอยเซ็นตั้งแต่เช้ายันเย็น บางครั้งต้องกลับมาร่วมมืดค่ํา เนื่องจากสาขานี้ต้องบริการอยู่ ๔ อําเภอก็คือ อําเภอศรีสงคราม อําเภอนาหว้า อําเภอบ้านแพง และอําเภอนาทม ใช้เวลาเปึนความยากลําบาก ในขณะเดียวกันการที่จะให้บริการเหล่านี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อขอให้กรมที่ดินได้ตั้งสํานักงานที่ดินจังหวัด นครพนมเพิ่มขึ้นเปึนสาขาอําเภอนาหว้า ด้วยเหตุผลว่ารัฐบาลได้แถลงนโยบายว่า การปฏิรูประบบราชการเพื่อนําบริการสู่พี่น้องประชาชนเปึนความจําเปึน แล้วรัฐบาลก็มี รายได้ครับท่านประธาน เพียงขยายงานเหล่านี้ออกไปเพิ่ม ส่วนของจะรังวัด จะออกโฉนด ทําอะไรเพิ่มเติมก็เพื่อที่จะให้บริการ และอีกอย่างหนึ่งนโยบายเอกสารสิทธิพิชิตความจน เปึนความจําเปึนที่จะต้องอนุเคราะห์สิ่งเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชน ขอเถอะครับ อย่าอ้างว่าไม่มีงบประมาณ ราชการเปลี่ยนไป การปฏิรูประบบราชการในยกที่ ๒ ที่จะทํา ได้งดแล้วก็เลยชะลอเรื่องนี้ไว้ไม่รับพิจารณา ผมขออนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยสิทธิชัย โควสุรัตน์ ซึ่งเปึนคนดูแล กรมที่ดินได้อนุเคราะห์ สงเคราะห์พี่น้องคนอีสาน เพราะท่านเปึนรัฐมนตรีของคนอีสาน ผมเชื่อว่าไม่เกินความสามารถหรอกครับท่านประธาน ขอนําเรื่องนี้ผ่านท่านประธาน ไปสู่การแก้ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง ขอขอบพระคุณเปึนอย่างสูงโอกาสนี้ครับ สวัสดีครับ
ต้องขอบคุณครับ รักษาเวลาได้ดีมากครับ คุณสมควร โอบอ้อม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมควร โอบอ้อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเรียนกับประธานครับว่า ผมมีเรื่องจะหารือกับท่านประธานประมาณสัก ๓ ประเด็น
ประเด็นแรก เกี่ยวกับภัยแล้งที่จังหวัดนครสวรรค์ มีเกษตรกรซึ่งเปึนชาวนา ชาวไร่ ชาวสวนประสบภัยแล้งเปึนจํานวนมากครับ ก็อยากให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ ที่จะชดเชยเกี่ยวกับความเสียหายที่เกษตรกรนั้นได้ประสบภัยแล้งก็จะมีทั้งหมด ๑๕ อําเภอ จังหวัดนครสวรรค์ที่มีปัญหามากที่สุดเกี่ยวกับภัยแล้งก็จะมีอําเภอชุมแสง อําเภอท่าตะโก ประเด็นแรกก็ฝากท่านประธานช่วยกําชับให้ด้วยนะครับ
และอีกประเด็นหนึ่งก็เกี่ยวกับแม่น้ําเจ้าพระยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอําเภอพยุหะคีรี อําเภอโกรกพระ ตลิ่งริมแม่น้ําเจ้าพระยานั้นพังมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีกไม่นานก็จะถึงหน้าน้ําหลากแล้ว ถ้าเผื่อทางกรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการ ไม่คิดที่จะช่วยกันแก้ปัญหา ช่วยกันปัองกันก็จะทําให้แม่น้ําเจ้าพระยานั้นเสียหายมากขึ้น แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ําเจ้าพระยาก็ได้เสียที่ดินเปึนจํานวนมาก แม่น้ําเจ้าพระยาบางแห่งเหมือนกับแหล่งน้ําที่ใหญ่พอสมควรครับ ซึ่งเกิดจากน้ําเซาะ ทําให้แม่น้ําเจ้าพระยานั้นกว้างมองไปแล้วสุดลูกหูลูกตาเหมือนกัน ก็ถือว่าเปึนความเดือดร้อน ของประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ําเจ้าพระยาได้รับความเดือดร้อนอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ก็ขอฝากให้ ทางท่านประธานช่วยกํากับติดตามกรมเจ้าท่า แล้วก็กรมโยธาธิการช่วยแก้ปัญหาให้กับ ประชาชนด้วยนะครับ
แล้วอีกประเด็นหนึ่ง จังหวัดนครสวรรค์ของผมก็อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ๒-๓ ก้าวครับ สําหรับถนนสายเอเชีย ต้องเรียนกับท่านประธานว่า ขณะที่รถที่ใช้บนถนน สายเอเชียเวลากลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนฝนตกครับ ต้นไม้ที่อยู่เกาะกลางถนน ถ้าฝนตกลมแรงต้นไม้ก็หักลงมาทับถนน รถที่ใช้บนถนนก็มืดด้วยครับ ไฟก็ไม่มีตามถนน สายเอเชีย รถคันข้างหน้าก็ไปชนกับต้นไม้ที่โค่นมาทับ รถคันหลังก็ชนรถคันข้างหน้าที่เบรก เพราะรถคันหลังเขาตามมาโดยที่ไม่รู้เลยว่าข้างหน้านั้นมีอะไรขวางไหม รถข้างหน้าเบรก ข้างหลังก็ชนกันก็ทําให้เกิดอุบัติเหตุ ฉะนั้นก็อยากจะให้ทางกรมทางหลวงนั้นช่วยกัน จัดการตัดต้นไม้ให้มันเตี้ยลงเพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตอนที่ลมฝนมาจะได้ ไม่เกิดอุบัติเหตุ จะได้ไม่ทําให้ผู้ใช้รถ ใช้ถนนนั้นได้เสียทรัพย์เกี่ยวกับรถ
แล้วอีกนิดหนึ่งครับ ที่จริงแล้วผมขับรถเปึนประจํา ขณะที่ฝนตกการใช้รถ ผมเปึนห่วงเหมือนกันว่ารถที่ใช้แล้วก็เป่ดไฟกะพริบ ๆ ทําให้รถที่ขับตามมองค่อนข้างยากครับ เพราะรถที่กะพริบ ๆ ไฟนี่ไฟก็เข้าตาสําหรับคนที่ขับรถ ฉะนั้นอยากจะให้ทางหน่วยงาน ที่รับผิดชอบจะให้ความรู้อย่างไรเกี่ยวกับคนใช้รถที่ว่ากลางคืนไม่เป่ดไฟอย่างนั้นจะมอง สบายกว่าไหม ก็เรียนกับท่านประธานอย่างนั้น ขอขอบคุณครับ
นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ผมรู้สึกว่าตอนนี้ข่าวต่าง ๆ ที่ชาวนากําลังจะได้ผลประโยชน์คือข้าวแพง กลายเปึนว่าหาว่าชาวไร่ ชาวนาได้ผลประโยชน์ มากเกินไป ผมเลยมีความกังวล เพราะฟังวิทยุเมื่อกี้นี้วิทยุรัฐสภามีบางคนก็พูดในทํานอง ที่ว่า ทําไมถึงแพงเกินไป ผมอยากเรียนนะครับว่า ป้นี้ผมว่ามันเปึนป้ทองของเกษตรกร เราต้องยอมรับว่าเกษตรกรนี่ ทุกข์ยากมานาน ตอนนี้ถึงเวลาที่เขาควรจะได้เขาก็น่าจะได้ แต่ปรากฏว่ามีคนออกข่าว ทํานองว่ารัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์นี่ทําให้ข้าวแพง ไม่ใช่ครับท่านประธาน มันเปึนโอกาส ชาวไร่ ชาวนานี่ขาดทุนมาตลอดทั้งป้ทั้งชาตินะครับ ไม่รู้กี่สิบป้ถึงจะมี โอกาสได้กําไรครั้งหนึ่ง วันนี้ผมว่าน่าจะเปึนโอกาสของคนไทย น่าจะเปึนโอกาสของ เกษตรกรบ้าง นโยบายที่สําคัญตอนนี้อยากให้กระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงการต่างประเทศ ทําให้เมืองไทยนี่เปึนศูนย์อาหารโลก ติดต่อกับประเทศที่ผลิตอาหารครับท่านประธาน มันเปึนจุดที่เราสามารถที่จะควบคุมได้ วันนี้ทําอย่างไรให้เกษตรกรได้เม็ดเงิน ได้ผลประโยชน์ ตรงนี้สําคัญที่สุดครับ พ่อค้าได้ผลประโยชน์ไหม ไม่มีพ่อค้าคนไหนที่ไม่ได้ผลประโยชน์ ท่านประธาน พ่อค้ามันต้องได้กําไรตลอดอยู่แล้ว แต่ทําอย่างไรกําไรส่วนนี้ ผลประโยชน์ ส่วนนี้จะตกถึงมือเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ทําอย่างไรให้เมืองไทยเรามีโอกาสได้ต่อรอง โอเปก (OPEC) เขาจับมือกันครับท่านประธาน เขาบีบแล้วบีบอีก ขึ้นราคาน้ํามันขึ้นแล้วขึ้นอีก เอาเปรียบพวกเราตลอดเวลา น้ํามันอยู่ใต้พื้นของเขาเต็มไปหมดแต่เขาไม่ผลิต แต่ผลิตข้าว กว่าจะได้เมล็ดหนึ่งมันไม่ใช่ง่าย ๆ นะครับ อย่างน้อย ๓-๔ เดือนถึงจะเปึนเมล็ดข้าวออกมา เจอศัตรูพืช เจอจิปาถะครับ ชาวไร่ ชาวนาตอนนี้ผมบอกท่านประธานครับ เปึนโอกาส ของเขานี่รัฐบาลต้องส่งเสริม ไม่น่าจะมีคนไทยคนไหนไปต่อว่า อยากกราบเรียนครับว่า ผมว่าถึงเวลาที่พวกเราจะร่วมมือ เขามีโอเปก เราก็มีเอเปก (APEC) เราน่าจะจับมือกัน กับประเทศที่ผลิตอาหารนี่ตั้งศูนย์ขึ้นมา มันถึงเวลาครับที่เราจะต้องควบคุมบ้าง ให้กลุ่ม ตะวันออกกลางที่ขายน้ํามันควบคุมโลกมานาน มันถึงเวลาหรือยังครับที่เมืองไทยจะเปึน มหาอํานาจทางการผลิตอาหาร จึงฝากท่านประธานผ่านไปถึงกระทรวงพาณิชย์และกระทรวง การต่างประเทศให้เจรจา ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านเลขาธิการลืมกดออดนะครับ เดี๋ยวต่อไปช่วยกดออดเมื่อหมดเวลาด้วยนะครับ กดออดดังสักนิดหนึ่งครับ คุณสามารถ มะลูลีม ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้ผมก็มีเรื่องปัญหาเดือดร้อนอยากจะผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือขณะนี้ปัญหาของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการก่อสร้างอาคารนั้นมีระเบียบอยู่ข้อหนึ่งบอกว่า ถ้าใครสร้างอาคารเกิน ๘๐ ห้อง ต้องไปขออนุญาตสิ่งแวดล้อมต่อกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเปึนการทํา เรื่องผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม ผมก็เช็คเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ต่างจังหวัดนั้นก็ดู ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่กรุงเทพมหานครนั้นต้องกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งขณะที่ผมเปึนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครนั้นก็เคยยื่นญัตติต่อสภากรุงเทพมหานคร ก็บอกว่าสภากรุงเทพมหานครนั้นช่วยไม่ได้ครับต้องสภาใหญ่ แล้วขณะนั้นก็มีนายสมัคร สุนทรเวช เปึนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันนี้ก็มายื่นในสภาใหญ่ในเรื่องนี้ว่า ทําอย่างไร จะให้รัฐบาลได้ช่วยเหลือ ก็มีขณะนี้พี่น้องประชาชนมาร้องเรียนไปซื้ออาคารพลัส คอนโดมิเนียม แถวจตุจักรห้องละ ๓ ล้านบาท เขาก็ไม่ได้ยื่นขออนุญาตต่อเขต บอกสร้าง ๗๗ ห้องก็ไม่ถึง ๘๐ ห้องไม่ต้องยื่นผลกระทบต่อกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วใช้มาตรา ๓๙ ทวิ ก็สร้างขึ้นมาเลยนะครับ ๑๐ ชั้น ต่อมาสร้างเสร็จแล้วเปึนร้อย ๆ ห้องก็ไปยื่นต่อกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็สงสัยว่าทําไม คุณสร้างเกินกว่า ๑๐๐ ห้อง คุณไม่มาบอกผมก่อน คุณสร้างเสร็จคุณค่อยมาบอกผม อันนี้เปึนปัญหาใหญ่หลวงเลยครับ เพราะว่าการจดทะเบียนอาคารชุดก็คงจดไม่ได้ เพราะคุณทําผิดกฎหมาย เท่านั้นไม่พอนะครับ อาคารนี้เปึนอาคารเอ (A) อาคารบี (B) อาคารบีขอมาตรา ๓๙ ทวิ บอกสร้าง ๗๗ ห้อง แต่สร้างเปึนร้อย ๆ ห้อง แล้วไปขอกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ยอมก็มีเรื่องตีกลับมา คนที่ซื้ออาคารไว้ก็เดือดร้อนอย่างยิ่ง พอสืบไปสืบมาครับอาคารเอ อยู่ติดกันไม่ขออนุญาตอะไรทั้งสิ้นเลย สิ่งแวดล้อมก็ไม่ขอ ขอใบอนุญาตก่อสร้างมาตรา ๓๙ ทวิ ก็ไม่ขอ สร้างจะเสร็จแล้วเหมือนกัน อย่างนี้ต้องเรียนเลยครับว่า เปึนปัญหาใหญ่หลวงแน่นอน เพราะว่าการจดทะเบียนอาคารชุดนั้นคุณจะต้องถูกต้องตามกฎหมาย ผิดเซนติเมตรเดียวก็ไม่ได้ แต่อย่างนี้เงินหลาย ๆ ร้อยล้านบาทนั้นต้องเรียนเลยครับว่า เรื่องนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาดูแลเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัดใช้เฉพาะในด้านขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็อนุญาตกันได้ แต่ทําไมกรุงเทพมหานครต้องเปึนกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ผมอยากให้มีการกระจายอํานาจให้สํานักสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร ต้องเรียนครับว่า เรื่องนี้ถามตั้งแต่สภาเล็กมายันสภาใหญ่ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการสมัคร เปึนผู้ว่าราชการ วันนี้มาเปึนนายกรัฐมนตรี ก็อยากจะฝากไปบอกท่านบอกว่า มีอดีต นายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งกล่าวว่า เมื่อข้าพเจ้ามีอํานาจ ข้าพเจ้าคิดจะทําบางสิ่งบางอย่าง แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ทํา แต่เมื่อข้าพเจ้าอยากจะทํา ข้าพเจ้าก็ไม่มีอํานาจเสียแล้ว ฉะนั้นตรงนี้ อยากจะฝากข้อความนี้ไปถึงท่านสมัคร สุนทรเวช แล้วก็จะเรียนอีกเรื่องหนึ่งเปึนความเดือดร้อน ของประชาชนก็คือ ในขณะนี้เรื่องการตรวจสอบอาคารที่มีค้างอีกกว่า ๒,๐๐๐ กว่าอาคาร กฎหมายใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม กทม. ก็คิดจะขออนุญาตต่ออธิบดีสมชาย ชุ่มรัตน์ อธิบดีกรมอัยการขอยืดอายุสัก ๖ เดือน เพราะอะไรครับ มันไม่เหมือนกฎหมายว่าให้ใส่หมวกกันน็อก ประชาชนไม่ใส่คุณจับไปเลยไม่เปึนไร คุณจะห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถก็ไม่เปึนไรหรอกครับ แต่ประชาชนนั้นจะต้องไปหาผู้ขึ้นทะเบียนกับการตรวจสอบอาคารมีอยู่ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ราย เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ รายนั้นก็เปึนการรวมกันนะครับเหมือนกับหลักดีมานด์ (Demand) ซัพพลาย (Supply) เพราะฉะนั้นคนต้องการจะมาตรวจเยอะเขาก็โก่งราคาให้แพงไว้ ตารางเมตรละ ๓ บาทบ้าง ตารางเมตรละ ๕ บาทบ้าง ๒ บาทก็มี เพราะฉะนั้นถ้าคุณมี ๒๐,๐๐๐ ตารางเมตร คุณต้องจ่าย ๔๐,๐๐๐ บาทเหมือนตรวจสภาพรถยนต์จะตรวจทุกป้ครับ ต่อไปนี้อาคารที่มีตั้งแต่ ๒๓ ชั้นหรือ ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป อันนี้ผมคิดว่าเราควรจะผ่อนผัน ประชาชน ไม่ใช่มาออกข่าวบอกว่าจะปรับวันละ ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ อันนี้ ประชาชน ประเทศชาติเราที่คนเขาไม่กล้ามาลงทุนเพราะอ้ายเรื่องกฎหมายหยุมหยิมแบบนี้ อันนี้ก็ต้องเรียนเลยนะครับ
ท่านสามารถครับ ท่านเกินเวลามาประมาณ ๕ นาทีแล้วครับ
ผมขอฝากเลยนะครับ อันนี้ถือว่า เปึนประโยชน์ต่อประชาชน ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
คุณสงวน พงษ์มณี ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี จังหวัดลําพูน พรรคพลังประชาชนครับ จังหวัดลําพูนมีปัญหามากอยู่เรื่องหนึ่ง คือเรื่องผังเมือง อยากจะเรียนท่านประธานว่า ลําพูนนี่มีการนิคมอุตสาหกรรม แล้วก็มี อุตสาหกรรมนอกนิคมอีกจํานวนมาก ยังมีการนิคมของเอกชน ทีนี้รอบการนิคม นี่ท่านครับ มันเปึนชุมชนอุตสาหกรรมมีหอพักเปึนพันเปึนหมื่นห้อง เพราะว่าคนงานมีตั้ง ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คน ทีนี้ผังเมืองเขาบอกว่าให้ปรับผังเมือง แทนที่จะปรับผังเมือง ให้เปึนไปตามข้อเท็จจริง กลับเอาอุดมคติของตัวเองเข้าไปยัดเข้าใส่ วันนี้ผมต้องรีบมา หารือก็เนื่องจากว่ามีกระแสบอกว่าข้าวแพง พื้นที่สีเขียวเปลี่ยนแปลงเปึนอย่างอื่นไม่ได้ ตอนนี้มันเปึนหมู่บ้าน ไม่ใช่แล้วนะครับมันเปึนหอพัก เปึนกิจกรรมของชุมชนอุตสาหกรรม ประชาชนหนาแน่น หนาแน่นกว่าในเมืองใหญ่เสียอีก แต่ว่าผังเมืองนี่ยังไม่ยอมแก้ไข ยังยืนยันที่จะเอาตามความคิดของตัวเอง ผมหารือครั้งนี้เพื่อขอความกรุณาท่านได้กรุณา แจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อจะได้เปึนข้อมูลว่าท้องถิ่นเขายืนยันคัดค้านแล้ว ท่านก็ไม่ฟัง ผมหารือท่านแล้วท่านก็ยังจะทําเหมือนเดิมอีกจะได้อาศัยช่องนี้ไปร้องต่อ ศาลปกครองว่าท่านมีคําสั่งปกครองที่ไม่ชอบ วันนี้ความเดือดร้อนนี้ อบต. (องค์การ บริหารส่วนตําบล) ที่อยู่รอบนอกเทศบาลอยู่ใกล้ ๆ มีความผิด เพราะไปปล่อยให้ การก่อสร้างมันผิดจากอํานาจของตัวเอง ตอนที่ยังไม่มีผังเมืองมันมีชุมชนไปแล้ว แต่พอไปปรับผังเมืองกลับไม่ปรับตามข้อเท็จจริง ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าวันนี้อุดมคติ ของข้าราชการที่ไปทํางานที่นั่น โดยเฉพาะผังเมือง ๒-๓ ท่านที่ผ่านมานี่นะครับ เอาไป ทดแทนความเปึนจริงของสังคมลําพูน ในที่สุดคนลําพูนก็จะผิดกฎหมาย ผมเลย ฝากเรียนท่านว่าเรื่องนี้เปึนความเดือดร้อนไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เปึนเรื่องใหญ่ ขอท่าน ช่วยกรุณาได้ดําเนินการแทนชาวลําพูนด้วย ขอบคุณครับ
คุณเรวัต อารีรอบ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตถาม ท่านประธานนิดหนึ่งว่า ที่ท่านประธานบอกว่า หลังจากพวกเราทั้งหมดที่หารือกันแล้ว ใช้เวลา ๑ เดือนจะทําหนังสือจากรัฐสภาไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ผมจะหารือกับท่านว่า ขอเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหมครับ อย่างท่านลองดูสิครับ วันที่ ๖ มีนาคม ผมปรึกษาหารือ เรื่องแรงงานต่างด้าว อยู่ ๆ มาวันที่ ๙ หรือวันที่ ๑๐ เมษายน เดือนกว่านิดหน่อยก็เกิด เรื่องปัญหานี้มา นี่เรื่องที่ ๑ ครับท่านครับ
ส่วนเรื่องที่ ๒ ภูเก็ตก็ต้องยอมรับว่าเปึนเมืองเล็ก ๆ มีประชากรอยู่ ๓๓๐,๐๐๐ คน นักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศอยู่ ๔-๕ ล้านคน แล้วก็มีประชากรแฝงทั้งคน ๗๕ จังหวัด เข้ามาอยู่ ปัญหานี้ถ้าให้ผมหารือได้เกือบทุกอาทิตย์ ได้ทุกวัน ผมขอหารือเรื่องที่ ๑ ครับท่าน ภูเก็ตมีเกาะบริวารอยู่ทั้งหมด ๓๙ เกาะ มีอยู่หลายเกาะที่ยังไม่มีไฟฟัาใช้ กราบเรียนท่านประธาน ไปยังรัฐบาลว่า ช่วยเถอะครับ เกาะที่ผมจะเอ่ยถึง ได้แก่ เกาะโหลน หมู่ ๓ ตําบลราไวย์ ส่วนเกาะที่ ๒ คือ เกาะมะพร้าว หมู่ ๖ ตําบลเกาะแก้ว ส่วนเกาะที่ ๓ หมู่ ๕ ตําบลป์าคลอก ทั้ง ๓ เกาะนี่พี่น้องประชาชนน่าสงสารยังใช้ตะเกียงน้ํามันอยู่ครับ จะดูทีวีทีหนึ่งก็ลําบาก ต้องใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ถ้าเกิดฝนตกมีเมฆมากก็ไม่มีโอกาสได้ดูนะครับ
ส่วนจะหารือเรื่องที่ ๒ เรื่องขยะที่จังหวัดภูเก็ต ผมว่าถ้าทางรัฐบาลไม่รีบ แก้ไข ปัญหาตามมาก็จะลําบากครับ ขยะตอนนี้ภูเก็ตวันหนึ่งมีทั้งหมด ๕๐๐ ตันครับท่าน เผาได้ ๒๕๐ ตันที่เทศบาลนครเมืองภูเก็ต ส่วนท่านถามว่า ๒๕๐ ตันไปอยู่ที่ไหนครับ ไปฝังกลบอยู่ครับ ฝังกลบนี่ก็อยู่บริเวณนั้นครับ ผมคิดว่าทําให้สิ่งแวดล้อมเสียเสียด้วยซ้ําอีก อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า ช่วยกรุณารีบแก้ไขหน่อยเถอะครับ เพราะไม่อย่างนั้นปัญหานี่เปึนปัญหาใหญ่สําหรับภูเก็ตต่อไปครับ ผมขอกราบ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณคุณเรวัตนะครับที่ได้กรุณาตั้งคําถามว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้กําหนดให้สภาผู้แทนราษฎรส่งหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานภายใน ๓๐ วัน แต่ในทางปฏิบัตินั้น ผมจะใช้เวลาประมาณอาทิตย์เดียวครับ ๑ อาทิตย์ก็จะส่งไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ประมาณวันพุธนี่ผมก็จะต้องเซ็นหนังสือเฉพาะเรื่องหารืออย่างเดียวประมาณ ๔๐ เรื่อง ก็ต้องขอขอบคุณครับ คุณวิเชียร อุดมศักดิ์ ครับ
กราบขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิเชียร อุดมศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอํานาจเจริญ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ อํานาจเจริญ คราวที่แล้วผมได้ขอไฟจราจรก็เดือนกว่า ๆ แล้วยังหายเงียบอยู่ สิ่งที่ผมจะขอในวันนี้ก็คือ ถนนเลี่ยงเมืองนะครับท่านประธาน ๑๕ ป้มาแล้วนะครับที่อํานาจเจริญได้เปึนจังหวัด ได้ถนนเลี่ยงเมืองแค่ครึ่งเดียวนะครับท่านประธาน ทําไมถึงว่าได้ครึ่งเดียว คือปกติ ถนนเลี่ยงเมืองเขาจะทําเปึนวงกลมนะครับ เส้นทางที่ผ่านมุกดาหารก็ดี อํานาจเจริญ ไปยโสธรก็ดี เขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานีก็ดีนั้นจะต้องผ่านถนนรอบเมืองนะครับท่านประธาน เพราะไฟจราจรในตัวเมืองมีแค่แห่งเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นได้ถนนเลี่ยงเมืองแค่ครึ่งเดียว ขอให้เต็มวงด้วยครับ ปัญหาจราจรจะได้หมดไปเกี่ยวกับในตัวเมืองนะครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ ถนนลาดยาง จังหวัดอํานาจเจริญ โดยเฉพาะอําเภอเมือง ไม่ว่าจะเปึนตําบลคึมใหญ่เด็กนักเรียนที่จะมาเรียนโรงเรียนมัธยมก็ดีหน้าฝนเจอพายุฝน แล้วก็เจอถนนลูกรังพอมีรถใหญ่วิ่งสวนไปเด็กนักเรียนก็จะเจอกับน้ําที่รถเขาวิ่งสวน เจอน้ําโคลน ทําให้ความเดือดร้อนของประชาชนทั้งเด็กนักเรียนและการขนสิ่งของเกษตรเข้ามาที่ตัวจังหวัด มีปัญหามากนะครับ ขอถนนลาดยางหน่อยครับท่านประธาน ฝากไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ด้วยว่าตําบลคึมใหญ่ จากบ้านนาแต้ไปบ้านหนองเม็กแล้วก็ไปบ้านภูเขาขาม ระยะทางประมาณ ๑๓ กิโลเมตรนะครับท่านประธานเดือดร้อนมาก อําเภอเมืองนั้น มีอยู่แห่งเดียวเท่านั้นที่ยังไม่มีถนนลาดยางเฉพาะตําบลนี้นะครับท่านประธาน และขอ ฝากทิ้งท้ายอีกนิดหนึ่งนะครับ อําเภอหัวตะพานก็อยากจะได้เหมือนกันไม่ว่าจะเปึน บ้านตําบลควรเมืองน้อย บ้านชะแงะ แล้วก็บ้านโนนคร้อเดือดร้อนมากเกี่ยวกับเรื่องถนนลาดยาง ผมก็รอนโยบายของพรรคผมอยู่ว่าจะได้ถนนปลอดฝุ์น แต่ก็อยากฝากเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทําให้เร็วยิ่งขึ้น เพราะว่าสิ่งที่เราจะรอนโยบายก็คงเปึนนโยบายของป้ ๒๕๕๒ หรือเปึนงบประมาณของป้ ๒๕๕๒ ในป้ถัดไปครับท่านประธาน กราบขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
นายแพทย์อลงกต มณีกาศ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม เขต ๒ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคมที่ผ่านมาได้เกิดวาตภัยขึ้นหลายตําบล ในพื้นที่ของอําเภอนาแก จังหวัดนครพนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตตําบลก้านเหลือง ตําบลหนองสังข์ แล้วก็ตําบลคําพี้ บ้านเรือนของราษฎรเสียหายหลายหลังซึ่งทราบว่า วันรุ่งขึ้นทางหน่วยกาชาดแล้วก็ทาง ปภ. จังหวัด (สํานักงานปัองกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัด) ก็ได้เอาถุงยังชีพไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบ ความเดือดร้อน แต่ว่าผมลงพื้นที่ในช่วงสงกรานต์ทราบว่าจนบัดนี้ยังไม่ได้รับเงินในเรื่อง ค่าชดเชยความเสียหายของแต่ละหลังคาเรือน ซึ่งได้สอบถามไปยัง ปภ. จังหวัด ทาง ปภ. จังหวัดก็ได้แจ้งว่ายังไม่ได้รับรายงานจากทางอําเภอ พอถามทางอําเภอ อําเภอก็ตอบว่า ยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายจากทาง อบต. ผมก็ได้เร่งรัดไปทั้ง ๒ หน่วยงานแล้ว ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ก็อยากจะฝากเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเร่งรัดเงินค่าชดเชยให้กับทางราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนต่อไป
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของสมาคมกีฬาจังหวัด ผมได้มีโอกาสเปึนกรรมการ และเปึนอุปนายกสมาคมกีฬาจังหวัดนครพนมประมาณ ๓-๔ สมัยที่ผ่านมา มีปัญหา ค่อนข้างจะมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเงินอุดหนุนที่ได้รับจากทาง กกท. (การกีฬา แห่งประเทศไทย) ซึ่งแต่ละจังหวัดจะได้เงินแค่ประมาณสองแสนบาท สามแสนบาทเอง ในแต่ละป้นั้นเงินสองแสนบาท สามแสนบาทไม่เพียงพอสําหรับการสนับสนุนนักกีฬา ของจังหวัดนครพนม เนื่องจากว่าสมาคมกีฬาจังหวัดนครพนมนั้นต้องดูแลชมรมประเภท กีฬาต่าง ๆ ประมาณ ๒๐-๓๐ ชมรม แต่ว่าด้วยเงินงบประมาณอันน้อยนิดนั้นไม่สามารถ ที่จะผลักดันให้กับทางกีฬาของจังหวัดนครพนมมีความก้าวหน้า มีความเจริญ ก็ยัง ต้องได้ขอพึ่งพิงทางท้องถิ่นไม่ว่าจะเปึนทางเทศบาลเมืองนครพนมหรือทาง อบจ. ของนครพนม ผมอยากจะใคร่ขอร้องให้ท่านประธานได้ประสานไปยังทาง กกท. อยากจะ ให้จัดงบประมาณในส่วนของสมาคมกีฬาจังหวัดทุกจังหวัด อยากจะให้เกิน ๑ ล้านบาท เนื่องจากว่าการกีฬาจังหวัดทุกแห่งเงินไม่เพียงพอ แต่ กกท. ส่วนใหญ่แล้วจะมองแต่ ความเปึนเลิศในเรื่องของการกีฬา มุ่งมองแต่ในเรื่องของเหรียญทอง แต่ไม่ได้มองในเรื่อง ของกีฬาเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งอย่างน้อยถ้าสมมุติว่า กกท. เปึนตัวกลางในการที่จะ ประสานของบประมาณจากทางสสส. (สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ก็จะเปึนการดี เพราะว่างบประมาณจากทาง สสส. ซึ่งผมเคยขอโครงการถ้าเกิน สองแสนบาทแล้วเขียนโครงการขอค่อนข้างจะยากต้องได้พึ่งทาง กกท. อีกครั้งหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ
คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันใคร่ขอหารือกับท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในเรื่องของการบูรณะ ซ่อมแซมโบราณสถาน โบราณวัตถุของจังหวัดพัทลุง จังหวัดพัทลุงเปึนจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแล้วก็ เปึนศูนย์กลางการเมืองการปกครองของสังคมมายาวนานค่ะท่าน ได้มีปรากฏร่องรอย ทั้งที่เปึนโบราณสถาน โบราณวัตถุ แล้วก็ศิลปะ วัฒนธรรมอย่างมากมาย อย่างเช่น หนังตะลุง มโนราห์ แล้วก็ได้มีการพิจารณา แล้วว่าทั้งหมดนี้ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เปึนมรดกของชาติต่อไป ซึ่งหนึ่งในโบราณสถาน ที่ควรมีการบูรณะซ่อมแซมซึ่งก็คือวังเก่า วังใหม่ ตั้งอยู่ที่อําเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เปึนสถานที่สําคัญทางประวัติศาสตร์ แล้วก็วังนี้เดิมเปึนที่พักของผู้ว่าราชการจังหวัดก็คือ ท่านพระยาพัทลุง แล้วเดิมนั้นก็เปึนที่ว่าราชการของจังหวัดพัทลุงด้วย แต่ท่านประธาน ทราบไหมคะว่า ตอนนี้วังเก่า วังใหม่มีสภาพที่ทรุดโทรมมาก แล้วก็มีนักท่องเที่ยวเข้าไป ท่องเที่ยวลดน้อยลงค่ะ ชาวบ้านในละแวกแถวนั้นได้มีการทําหนังสือผ่านมายังสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ท่านว่าให้ช่วยนําเรื่องนี้มาพูดคุยในสภาให้หน่อยนะคะว่า ชาวบ้านจากเมื่อก่อนได้มีรายได้ในเรื่องของการท่องเที่ยววังเก่า วังใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก แต่ว่าตอนนี้ชาวบ้านได้มีรายได้ลดน้อยลงค่ะท่าน
อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันอยากจะหารือกับท่านประธานก็คือในเรื่องของ การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ของจังหวัดพัทลุง การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ประจําเมืองพัทลุงนี่เพื่อที่จะ เก็บรวบรวมสิ่งมีค่าหายากไว้เพื่อการศึกษา แล้วก็ไว้เพื่อเปึนเครื่องมือสําหรับสร้างจิตสํานึก ให้ลูกหลานของจังหวัดพัทลุงได้ทราบถึงประวัติศาสตร์ความเปึนมาของจังหวัดพัทลุง แล้วก็อยากจะให้มีสถานที่แสดงศิลปะ วัฒนธรรมของจังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะมโนราห์ หนังตะลุง ซึ่งเปึนศิลปะยาวนานมาตั้งแต่ในอดีตนะคะท่าน
อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมก็คือ อยากจะหารือ เปึนพิเศษกับท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการ กกต. อยากจะให้ท่านประธานมีหนังสือถึง เลขาธิการ กกต. ให้มีการเร่งรัดการจัดการเลือกตั้งผู้บริหาร แล้วก็สมาชิกสภาเทศบาล ของตําบลบางแก้ว ซึ่งขณะนี้มีการว่างเว้นมาอยู่ร่วม ๕ เดือนแล้ว ทําให้การบริหาร การจัดการในตําบลบางแก้วค่อนข้างจะลําบากนะคะ แล้วกระทรวงมหาดไทยก็ตอบ หนังสือหารือไปยัง กกต. เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคมที่ผ่านมาแล้วว่าไม่มีปัญหาในเรื่องของ การเลือกตั้งแต่อย่างใด ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการ กกต. ด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อหารือของกระผมที่จะนํามาหารือท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงที่เกี่ยวข้องนั่นคือ เรื่องการขาดแคลนสถานรักษาพยาบาลของพี่น้องประชาชน ซึ่งมีความจําเปึนต้องสร้างโรงพยาบาลระดับอําเภอครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียน ข้อมูลให้กับทางท่านประธานว่า จังหวัดอุดรธานีนั้นมีทั้งหมด ๒๐ อําเภอ และยังมีอยู่ ๒ แห่ง ๒ อําเภอที่ยังไม่มีโรงพยาบาลประจําอําเภอครับ ได้แก่ อําเภอกู่แก้ว อําเภอประจักษ์ศิลปาคม แม้จะมีสถานีอนามัยอยู่บ้างก็ไม่เพียงพอครับ สําหรับอําเภอประจักษ์ศิลปาคมนั้น เปึนอําเภอที่ตั้งชื่อขึ้นตามชื่อของผู้ที่ก่อตั้งจังหวัดอุดรธานีคือ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมครับ อําเภอประจักษ์ศิลปาคมนั้นมีประชากรทั้งสิ้น ๒๔,๘๑๕ คน มีพื้นที่ ๑๑๔.๘ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเปึน ๓ ตําบลซึ่งเปึนตําบลขนาดใหญ่ ได้แก่ ตําบลห้วยสามพาด มี ๑๓ หมู่บ้าน ตําบลนาม่วง ๑๔ หมู่บ้าน ตําบลอุ่มจาน ๑๔ หมู่บ้าน รวมแล้ว ๔๑ หมู่บ้าน ด้วยกัน ระยะทางเปึนปัญหาอุปสรรคของผู้เจ็บป์วยนะครับ ผู้เจ็บป์วยต้องขึ้นจากอําเภอ ประจักษ์ศิลปาคมไปถึงอําเภอกุมภวาป้ซึ่งเปึนโรงพยาบาลนั้นเปึนระยะทางถึง ๔๕ กิโลเมตร แล้วจากอําเภอประจักษ์ศิลปาคมที่จะต้องไปโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีนั้น ๔๖ กิโลเมตร ดังนั้นจึงมีความจําเปึนที่จะต้องก่อสร้างโรงพยาบาลประจําอําเภอครับ โรคที่พี่น้อง ชาวอําเภอประจักษ์ศิลปาคมมีมากที่สุดคือ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคมะเร็ง แล้วก็อุบัติเหตุ ดังนั้นผมอยากฝากกราบเรียนท่านประธานช่วยกรุณาสืบต่อไปยังกระทรวง สาธารณสุขครับ ขอขอบคุณครับ
คุณรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ระบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๓ จังหวัดกาฬสินธุ์ จะขอหารือกับท่านประธานว่า หลังจากที่นโยบายที่จะเพิ่มพื้นที่ปลูกพืชทดแทนพลังงาน ก็ทําให้มันสําปะหลังราคาดีขึ้น ดิฉันกลับไปที่จังหวัดประมาณ ๕ จังหวัดในช่วงสงกรานต์ พบว่าตอนนี้มีบริษัทธุรกิจไปหลอกพี่น้องประชาชนโดยการที่ไปบอกว่า มันสําปะหลัง ถ้าซื้อจากบริษัทเขาทั้งท่อนพันธุ์ ทั้งปุิย และจุลินทรีย์จะทําให้ได้ผลผลิตไร่ละ ๓๐ ตัน ซึ่งดิฉันเพิ่งทราบเมื่อวานว่าชัยภูมิก็มีข่าวอย่างนี้ออกไป เพราะเมื่อวานนี้ ส.ส. ท่านพูดถึง แต่ก็บอกว่าถ้าเราจะได้ ๓๐ ตันต่อไร่ใช้เวลาแค่ ๖ เดือนก็จะได้ผลผลิตเหล่านั้น พี่น้อง ตื่นเต้นมากเลยค่ะ กําลังหาพื้นที่ว่าเราจะเพาะปลูกมันสําปะหลังอย่างไรบ้าง แต่ที่จริงแล้ว มีนักวิชาการเกษตรจากศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง ซึ่งทําการวิจัยค้นคว้าเรื่องมันสําปะหลัง โดยเฉพาะออกมาให้ข่าวแล้วว่าข้อมูลนี้เทคโนโลยีที่ว่านี่ไม่เปึนจริง นักวิชาการเหล่านี้ได้มี การไปสุ่มตรวจ ไปสุ่มจากแปลงทดลองที่มีการทดลองมันสําปะหลังโดยวิธีอย่างนี้เลย พบว่าได้ผลผลิตไม่เกิน ๔ ตันต่อไร่ จาก ๓๐ ตัน เปึน ๔ ตัน แล้วตอนนี้ทางนักวิชาการ ยืนยัน ดิฉันได้หารือด้วยยืนยันว่าให้ดิฉันบอกไปเลยว่าอย่างมากที่สุดไม่เกิน ๑๐ ไร่ ใช้วิธีการของนักวิชาการทําการวิจัยมากที่สุดเขาทําได้ ๑๒ ไร่ เพราะฉะนั้น ๓๐ ไร่ตรงนี้ ก็ต้องเรียนว่าอยากจะให้หน่วยราชการทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่ต้องคุ้มครองแล้วก็ให้ข้อมูล ให้เหตุผลเหล่านี้กับพี่น้องประชาชนด้วย ไม่ใช่จะบอกว่าใครหากินได้มือใครยาวสาวได้ สาวเอาแล้วก็ไปหลอกพี่น้องประชาชน เพราะที่จริงแล้วพันธุ์ ๓ พันธุ์นี่ที่บอกว่าสายพันธุ์ใหม่ ของบริษัทนี้ ๓ สายพันธุ์นี้ก็ยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยราชการ แล้วที่บอกว่ามีจุลินทรีย์ อยู่ ๑๒ ชนิดที่จะใช้ ซึ่งงานวิจัยออกมาก็บอกว่าไม่มีอะไรพิเศษจากหัวเชื้อจุลินทรีย์ ย่อยสลายอินทรียวัตถุของกรมวิชาการเกษตร หรือของกรมพัฒนาที่ดิน เพราะฉะนั้น ก็อยากจะกราบเรียนท่านว่า ทําอย่างไรหน่วยราชการในพื้นที่ต้องคุ้มครอง เพราะว่า มีการเผยแพร่ไป มีเอกสารนี่บอกเลยว่ามี ๓ พันธุ์ เปึนสายพันธุ์ใหม่ แล้วก็บอกว่าสั่งจองราคา ๓,๕๐๐ บาท และอายุ ๖ เดือน ที่จริงทางวิชาการเขาก็บอกว่า ๖ เดือนไม่ได้ ๔ เดือน ต้องใช้เวลาในการที่จะต้องก่อพุ่ม แล้วก็ต่อจากนั้นถ้าใช้เวลาแค่ ๒ เดือนเพื่อที่จะลงหัว ไม่พอ ก็อยากจะกราบเรียนฝากไปทางท่าน ส.ส. ทางชัยภูมิด้วยนะ ที่เมื่อวานที่ท่านบอกว่า อยากจะให้เผยแพร่เทคโนโลยีเหล่านี้ไป ตอนนี้ทางกรมวิชาการเกษตรก็ยืนยันแล้วค่ะ ก็กราบขอบคุณค่ะ
คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร เขต ๑ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอกราบเรียนหารือเพียง ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรกนั้นจากข่าวที่คนต่างชาติอพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามาเบียดเบียน ทํามาหากินอยู่ในเมืองไทยเรา โดยเฉพาะที่อพยพมาจากประเทศพม่าทางใต้นะครับ เกิดการล้มตายเปึนจํานวนมากนั้น ผมมีข้อมูลที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในจังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม และจังหวัดมุกดาหาร รวมตลอดอีกหลายจังหวัดนั้น มีแรงงานอพยพมาจากประเทศเวียดนามเข้ามาทํางานเปึนคนรับใช้ในเขตพื้นที่ของจังหวัด ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่สามารถพูดไทยได้เลย ผมเข้าใจว่าจะเปึนแรงงานประเภทเถื่อน ๆ หรือไม่ เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายหรือไม่ ก็อยากจะให้ทางราชการตรวจสอบดู
เรื่องที่สอง ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องชาวสกลนครและพี่น้อง ชาวจังหวัดนครพนมต้องการที่จะให้ทางราชการสร้างทางรถไฟสายอุดรธานี-สกลนคร และจากสกลนครไปนครพนม จากอุดรธานีถึงสกลนครนั้นระยะทาง ๑๖๐ กิโลเมตร จากสกลนครถึงนครพนมเพียง ๙๐ กิโลเมตร ท่านประธานครับ เปึนเมืองชายแดนมีโบราณวัตถุ มากมาย เปึนเมืองเก่าแก่โบราณ ทั้ง ๒ จังหวัด ทั้งสกลนครและนครพนมยังไม่มีทางรถไฟครับ จึงขอประทานกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลด้วย เมื่อไรจะสงเคราะห์ ทั้ง ๒ จังหวัดนี้ครับ ขอบคุณท่านครับ
คุณวิชัย ล้ําสุทธิ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรกคือ เรื่องปัญหาและอุปสรรคในการสนับสนุนงบประมาณของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับก็คือ พวก อบจ. อบต. เทศบาล ซึ่งเรื่องในการช่วยเหลือ งบประมาณด้านการศึกษาที่ปัจจุบันนั้นรัฐธรรมนูญเขียนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่มาช่วยเหลือในการสนับสนุนการศึกษา แต่ปรากฏว่าปัจจุบัน อบจ. ระยอง จะสนับสนุนก่อสร้างโรงเรียน จะสนับสนุนด้านบุคลากรทางการศึกษา ปรากฏว่าทําไม่ได้ครับ เพราะว่าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ มาตรา ๖๐ ให้รัฐจัดสรร จากงบประมาณแผ่นดินเท่านั้นครับท่านประธาน ดังนั้นการก่อสร้างอาคารเรียนจึงเปึน หน้าที่ของรัฐ รัฐก็คือรัฐบาล ก็คือกระทรวง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะทําการก่อสร้าง จะต้องได้รับการถ่ายโอน ซึ่งปัจจุบันคุณครูทั้งหลายก็ไม่ถ่ายโอนครับท่านประธาน ปัญหา ก็เกิดว่าปัจจุบันทางโรงเรียนเมื่อขอไปทางกระทรวง กระทรวงก็ไม่สร้างโรงเรียนให้ เนื่องจากว่าจังหวัดระยองนั้นมีนักเรียนเกินที่โรงเรียนจะรับได้นะครับ ครูก็มาขอที่ อบจ. อบจ. ก็ไม่สามารถให้ได้ก็ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมานะครับ ปัจจุบันนักเรียนไม่มี อาคารเรียนครับท่านประธาน ลูก หลานไม่รู้จะทําอย่างไรตอนนี้ไม่มีโรงเรียนที่จะเรียน ไม่มีครูที่จะสอนก็ฝากท่านประธานช่วยประสานหน่วยงานทั้ง ๒ กระทรวงด้วยครับคือ กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทยให้แก้กฎหมายนี้เร่งด่วนเพื่อ อบจ. อบต. เทศบาลกับโรงเรียนนั้นจะได้แก้ปัญหาให้ลูกหลาน ไม่ใช่ทั้ง ๒ กระทรวงทะเลาะกัน จะได้แก้ให้ลูกหลานของเรามีอาคารเรียน มีคุณครูสอน มีคุณภาพอนาคตต่อไปก็ฝาก ท่านประธานด้วย
เรื่องที่สอง ปัจจุบันตอนนี้จะถึงเดือนพฤษภาคมแล้วนะครับ เปึนเดือน ที่จังหวัดภาคตะวันออก ระยอง จันทบุรี ตราดนั้นมีฤดูกาลผลไม้ที่จะออก ประกอบด้วย เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง ปัจจุบันผลผลิตก็เริ่มจะออกแล้วนะครับ แล้วก็ออกทีไร ก็ล้นตลาดทุกที ตอนนี้ ส.ส. ทั้ง ๓ จังหวัดทางภาคตะวันออกก็ขอความร่วมมือจาก ท่าน ส.ส. แห่งรัฐสภานี้ช่วยประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันบริโภคผลไม้นะครับ แล้วก็จําหน่ายกระจายผลผลิตทางภาคตะวันออกด้วยเพื่อช่วยเหลือพี่น้อง ผลไม้ ทางภาคตะวันออก ซึ่งติดต่อ ส.ส. ได้ทั้ง ๓ จังหวัด หรือสั่งซื้อได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์ทุกจังหวัดทั่วประเทศเพื่อช่วย ตอนนี้ได้จัดแพคเกจ (Package) ไว้แล้ว ๑ อย่าง ก็คือเรื่องของมังคุด แพ็คเกจของมังคุดตอนนี้ ๕ กิโลกรัม ก็ ๑ กล่อง กล่องละ ๑๕๐ บาท ถ้าท่านใดสนใจก็ติดต่อ ส.ส. ทั้งระยอง จันทบุรี ตราดได้นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านนิยม วรปัญญา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี เขต ๒ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับ การร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมากของจังหวัดลพบุรี เพชรบูรณ์ และชัยภูมิซึ่งมี อาณาเขตติดต่อกันว่า ได้รับความเดือดร้อนมาก มีคลองส่งน้ําที่จะช่วยสามารถนําไปใช้ได้ในเขตบริเวณรอยตะเข็บของ ๓ จังหวัดนี้ คลองที่ ๑ ก็คือ คลองกระจังครับ ๒. คลองลําสนธิ ๓. คลองอ่างเขาน้อย ๔. คลองซับลังกา คลองลําสนธิมี ๒ ตอนครับ ตรงที่วัดท่าใหญ่แห่งหนึ่งครับ แล้ว ๕. คลองลําสนธิ หมู่บ้านเตาถ่าน อันนี้จะได้น้ําใช้ถึงที่อําเภอด้วยครับ ๖. คลองห้วยหิน ๗. คลองซับตะกั่ว ๘. คลองลําห้วยยา ท่านประธานที่เคารพ ก่อนนี้ประชากรก็น้อยกว่านี้แล้วก็อาชีพก่อนนี้ ก็ไม่มีการใช้เครื่องวิทยาศาสตร์อย่างทุกวันนี้ ทุกวันนี้มีการปลูกอ้อยก็มีการสูบน้ําขึ้นไป รดอ้อย ที่นี้พอสูบไปรดอ้อยบ้าง ทํานาปรังบ้าง น้ําในคลองก็แห้งขอด วังที่เคยขังน้ําก็ตื้นเขินขึ้น ก็บรรจุน้ําได้น้อยกว่าเก่า และป้นี้ฝนก็ตกน้อยกว่าทุกป้กําลังเดือดร้อนกันมาก ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็มีของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคือ กรมทรัพยากรน้ํา และของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีกรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน ด้วยราษฎร ร้องเรียนขอให้ผมนําความมาหารือท่านประธานในที่ประชุม ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยสํารวจออกแบบเพื่อจะได้กักเก็บน้ําไว้ใช้ได้นานขึ้น เพราะบางแห่งทํานบสร้างไว้เดิมต่ํา และคลองตื้นเขิน เพราะฉะนั้นจํานวน ๘ แห่งนี้ขอให้ท่านประธานช่วยกรุณา ช่วยสงเคราะห์ ช่วยประสานงานกับหน่วยงานดังกล่าวให้สํารวจออกแบบแก้ไขความเดือดร้อนให้ จึงกราบเรียนหารือท่านประธาน ขอความอนุเคราะห์จากท่านประธานให้ท่านประธาน ช่วยประสานงานแล้วก็ช่วยติดตามให้ราษฎรได้พ้นจากขาดแคลนน้ําดังที่กราบเรียนมานี้ด้วย ขอขอบคุณครับ
คุณไมตรี สอยเหลือง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับ การร้องเรียนจากประชาชนที่ตําบลทุ่งศุขลา อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีเปึนจํานวนมาก เกี่ยวกับเรื่องการเวนคืนที่ดินไปทํานิคมอุตสาหกรรมท่าเรือแหลมฉบังแล้วไม่ได้รับเงิน ผมขอยกตัวอย่าง ๑ ตัวอย่างคือ นายบุญมา หล่อเพชร ถูกเวนคืนที่ดินไปเมื่อป้ ๒๕๓๕ จํานวน ๓ แปลง มีเอกสารแบบแจ้งการครอบครองที่ดินเปึน ส.ค. ๑ เลขที่ ๓๓๖ เลขที่ ๓๓๘ และเลขที่ ๓๔๐ รวมเนื้อที่ประมาณ ๑๘ ไร่เศษ ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ จนปัจจุบันยังไม่ได้รับเงิน ค่าเวนคืนที่ดิน ได้ขอเข้าพบและประสานกับการท่าเรือแหลมฉบัง ปรากฏว่าที่ดินทั้ง ๓ แปลง ของนายบุญมา หล่อเพชร ไม่มีแผนที่สังเขป และไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ของการท่าเรือแหลมฉบัง เจ้าหน้าที่การท่าเรือแหลมฉบังไม่สามารถที่จะจ่ายค่าเวนคืนที่ดิน ให้กับเจ้าของที่ดินทั้ง ๓ แปลงนี้ได้ ปัญหาก็คือ เจ้าของที่ดินทั้ง ๓ แปลงนี้สูญเสียที่ดินไป ๑๘ ไร่เศษ แต่ไม่ได้รับเงินค่าเวนคืนที่ดิน จึงได้มาร้องทุกข์กับ ส.ส. เพื่อนํามาหารือ กับท่านประธาน ได้ส่งผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความเปึนธรรมกับเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน คือ นายบุญมา หล่อเพชร ด้วย รวมถึงรายอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้กล่าวชื่อมาในการหารือในครั้งนี้ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน
คุณประสิทธิ์ วุฒินันชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน กระผมขอหารือท่านประธานเรื่องของสุขภาพครับ นั่นหมายถึงโรงพยาบาล อําเภอฝาง อําเภอแม่อาย อําเภอไชยปราการ ๓ อําเภอนี้ได้รับความเดือดร้อนหนักในเรื่องของ การรักษาพยาบาล ๓ อําเภอนี้มีประชากร ๒ แสนกว่าคนครับ มีโรงพยาบาลอยู่ ๓ โรงพยาบาล ๑. โรงพยาบาลแม่อาย ๒. โรงพยาบาลไชยปราการ ๓. โรงพยาบาลอําเภอฝางครับ พ่อแม่พี่น้อง ๓ อําเภอเมื่อได้เปึนไข้ เจ็บป์วยไม่หนักก็เข้าโรงพยาบาล ๓ โรงพยาบาลนี้ครับ ถามว่ารับไหม รับได้ รักษาได้ไหม ได้ครับ แต่ถ้าประสบอุบัติเหตุหรือป์วยหนัก รับได้ไหม รับได้ครับท่านประธาน แต่รักษาได้ไหม รักษาไม่ได้ครับท่านประธานครับ ทําไมรักษา ไม่ได้ล่ะครับ ผมไม่ทราบครับ ต้องส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มันมีปัญหาครับ ท่านประธาน เมื่อส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่นี้ เนื่องจากเชียงใหม่มาฝางระยะทาง ๑๕๐ กว่ากิโลเมตรครับท่านประธาน แต่ถ้าเปึนถนนทางเรียบก็คงไม่ใช้เวลานาน แต่นี่ ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๗ ครับ เปึนถนนที่ผ่านเขาคดเคี้ยวครับ ใช้เวลาร่วม ๓ ชั่วโมงครับ พี่น้องผมที่ป์วยหนักประสบอุบัติเหตุแสนสาหัสนั้น บางท่าน บางคนไม่ถึง โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ก็ต้องจากไประหว่างทางครับ พี่น้องผมเรียกถนนนี้ว่า เปึนถนนวิบากกรรมครับ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานถึงรัฐมนตรีที่รับผิดชอบช่วยไปดูแล หน่อยครับว่าจะแก้ไขให้กับพี่น้อง ๓ อําเภอนี้ได้อย่างไร โรงพยาบาล ๓ โรงพยาบาลนั้นมีขนาด โรงพยาบาลแม่อายมีขนาด ๖๐ เตียง โรงพยาบาลไชยปราการมีขนาด ๓๐ เตียง โรงพยาบาลฝาง มีขนาด ๑๕๐ เตียงครับ ผมอยากหารือท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องว่าจะเปึนโรงพยาบาลขนาดไหนครับถึงจะรักษาพี่น้องที่เปึนไข้หนัก และประสบ อุบัติเหตุแสนสาหัสต้องผ่าตัดนั้นจะต้องเปึนโรงพยาบาลขนาดใดครับ หรือจะต้องยกฐานะ โรงพยาบาลฝางเปึนโรงพยาบาลประจําจังหวัด หรือทําไม่ได้ ถ้าท่านประธานจะกรุณา ผ่านไปท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบจะสร้างโรงพยาบาลประจําจังหวัดฝางให้กับพี่น้อง อําเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ จะเปึนพระคุณยิ่งครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
คุณสุรสิทธิ์ ตรีทอง
ท่านประธานครับ ผม สุรสิทธิ์ ตรีทอง จากประชาธิปัตย์ ระบบสัดส่วนครับ ผมได้รับหนังสือจากพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอนนะครับ เลขที่ มส. ๐๐๑๕๓/๑๐ เนื่องจากราคากระเทียมตกต่ํา มีหนังสือแจ้งมาจากอธิบดีกรมการค้าภายใน ในการแก้ไขปัญหากระเทียมแห้งตกต่ําของจังหวัดภาคเหนือนะครับ ก็มีการเคลื่อนไหว เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีการเคลื่อนไหวหน้าศาลากลาง ซึ่งทําให้ เกิดการแก้ไขปัญหาตรงนี้ ทางกรมการค้าภายในก็ดี ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ดีได้มีการลงมารับเรื่อง ในการแก้ไขครั้งนี้ให้การรับซื้อแก้ไขปัญหากระเทียมตกต่ําของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด ภาคเหนือ เนื่องจากทางกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งหนังสือให้กระผมช่วยผลักดันในการแก้ไข ครั้งนี้ให้กับจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วย หนังสือด่วนมากนี้ผมจะมอบให้ท่านประธานเพื่อที่จะส่ง ไปให้ทางรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขให้พี่น้องชาวจังหวัดภาคเหนือต่อไป เนื่องจาก ขณะนี้พี่น้องชาวจังหวัดภาคเหนือ ผมยกตัวอย่างที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ราคากระเทียม ขณะนี้ต่ํามากแล้วก็ไม่ได้ขาย คราวที่แล้วผมได้ทํากระทู้ถามแจ้งไปครั้งหนึ่งก็ไม่มีการตอบรับ ขณะนี้ แล้วก็ให้หารือไปครั้งหนึ่งแล้ว ท่านประธานก็ได้รับปากว่าจะแจ้งให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อันนี้ก็พ้นภายใน ๓๐ วันแล้วก็ยังไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะให้ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดภาคเหนือ เรื่องนี้ก็ต้องขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องช่วยทําการแก้ไขให้เหมือนกับจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยนะครับ ถ้าหากว่าไม่ได้รับการแก้ไขชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็จะทําการเคลื่อนไหว เรียกร้องเหมือนที่จังหวัดเชียงใหม่จะเกิดความเดือดร้อน เรื่องนี้ทางพี่น้องประชาชน เขาเดือดร้อนก็ฝากข้อร้องเรียนมาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
คุณกิตติ สมทรัพย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติ สมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากราษฎรในพื้นที่เกี่ยวกับปัญหาเรื่องข้าวปลูกในฤดูทํานาป้ ที่จะถึงนี้นะครับ ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปพบปะราษฎรในพื้นที่ประมาณ หลายหมื่นครอบครัว เกิดปัญหาว่าฤดูทํานาที่จะถึงนี้เนื่องจากชาวบ้านไม่มีพันธุ์ข้าวปลูก สาเหตุที่ไม่มีพันธุ์ข้าวปลูกก็เพราะว่าช่วงฤดูทํานาป้ ๒๕๔๙ กับป้ ๒๕๕๐ ชาวบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ได้ประสบภัยแล้ง ผลผลิตไม่ได้เต็มที่ จึงทําให้ราคาข้าว ช่วงนี้สูง ข้าวช่วงนี้ที่ราคาสูงสาเหตุหนึ่งก็คงจะเปึนเพราะว่าชาวบ้านไม่มีผลผลิต ชาวบ้านเขาก็บ่นมาเหมือนกันนะครับไม่ใช่ว่าเฉพาะผู้บริโภคที่บ่นเรื่องราคาข้าวแพง เพราะว่าตอนนี้ชาวบ้านต้องซื้อข้าวกิน ข้าวหอมมะลิตอนนี้เปึนข้าวสารร้อยเปอร์เซ็นต์ ราคาในพื้นที่ก็ตกประมาณกิโลกรัมหนึ่ง ๓๕ บาท ชาวบ้านเขาก็เดือดร้อน แล้วตอนนี้ก็จะถึง ฤดูทํานาชาวบ้านไม่มีพันธุ์ข้าวปลูก ก็เลยอยากหารือมายังท่านประธานช่วยฝากไปถึง รัฐบาลได้ช่วยจัดโครงการยืมข้าวให้กับชาวนาด้วย เพราะว่าหลาย ๆ คนในพื้นที่ตอนนี้ จากการสอบถามประมาณ ๑๐,๐๐๐ ครอบครัวจะไม่มีพันธุ์ข้าวปลูกเลย จะไปซื้อที่สหกรณ์ ซึ่งเคยขายให้ชาวบ้านก็ไม่มีขาย ซื้อที่ ธ.ก.ส. พันธุ์ข้าวปลูกก็ไม่มี ก็หวังว่าท่านประธาน คงจะทําหนังสือถึงทางรัฐบาลเร่งด่วนให้ด้วย กราบขอบพระคุณมากครับ
คุณสําราญ ศรีแปงวงค์ ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายสําราญ ศรีแปงวงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องปัญหาความเดือดร้อนจากพี่น้องชาวจังหวัดกําแพงเพชร ของตําบลคลองน้ําไหล อําเภอคลองลาน จังหวัดกําแพงเพชร ผลจากกรมชลประทาน ได้สร้างอ่างเก็บน้ําคลองน้ําไหล ก่อสร้างเสร็จไปเมื่อสิ้นป้ ๒๕๕๐ ขณะนี้ความเดือดร้อนคือ การก่อสร้างนั้นมีพื้นที่หลายพันไร่ แล้วก็ใบไม้ได้ไหลรวมไปที่หน้าอ่าง และทางอ่างเก็บน้ํา ก็ได้เป่ดเศษไม้ต่าง ๆ วัสดุเหลือใช้ หญ้าบ้าง วัสดุก่อสร้างบ้างปล่อยลงตามน้ํา ขณะนี้ น้ําก็ไหลไปรวมกันที่หน้าฝายของหมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๑๕ คือ ฝายลูกดังกล่าวนี้เปึนการเก็บน้ําไว้เพื่อทําการเกษตรและที่จําเปึนคือทําการประปาหมู่บ้าน มีพี่น้องที่ใช้ประปาหมู่บ้าน ๒ หมู่บ้านประมาณ ๘๐๖ ครัวเรือน ขณะนี้น้ําไม่มีใช้ เหม็น แล้วก็เน่าสีเหลืองนะครับ แล้วพี่น้องสูบไปทํานาก็ไม่สามารถจะสูบไปได้ เนื่องจากสูบ เข้าไปแล้วก็มีกลิ่นพงหญ้าเน่าเหม็น เพราะฉะนั้นจึงขอผ่านท่านประธานเปึนความเร่งด่วน เนื่องจากว่าเปึนน้ําดื่ม น้ําใช้ น้ําผลิตทํานา มันจําเปึนจริง ๆ ในวันนี้รู้สึกว่าหน้าร้อน น้ํายิ่งเน่าเหม็นขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากมาให้ชลประทานได้ไปแก้ไข แล้วก็ทาง ที่แก้ไขนั้นหน้าอ่างเดี๋ยวนี้ชาวบ้านเขาไปสํารวจดูเศษไม้ถมหนาลึกเปึนเมตร ๆ เพราะฉะนั้น ต้องขุดลอกเศษหญ้าออกอย่างเดียวที่จะใช้การได้ต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ วันนี้เนื่องจากกระทู้ถามทั่วไป กระทู้ถามที่ ๑ ถามเรื่อง น้ําประปาขาดแคลน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ของคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ และกระทู้ถามที่ ๔ เรื่อง การสร้างถนนในจังหวัดอุบลราชธานี ถามโดยคุณอิสสระ สมชัย เนื่องจากได้มี การดําเนินงานไปแล้ว เจ้าของกระทู้ถามทั้ง ๒ กระทู้ถามได้ถอนกระทู้ถามไปจึงทําให้ เรามีเวลาหารือเพิ่มเติมอีกสักครึ่งชั่วโมงครับ ต้องขอขอบคุณที่แต่ละท่านรักษาเวลา ก็คงได้อีกสัก ๑๐ ท่าน ซึ่งผมจดไว้แล้วก็เกิน ๑๐ ท่าน ต่อไปขอสุภาพสตรีบ้างครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับ พาดพิงครับ
พาดพิง คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ กระทู้ถามของผมไม่ได้ถอนนะครับ ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ติดภารกิจ ทั้งนี้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ ท่านเองขอเลื่อนออกไปครับ ผมก็ไม่ได้ติดใจท่านนะครับ บอกว่าถ้าเปึนสัปดาห์หน้าท่านสามารถมาตอบได้ เข้าใจผิดครับ
ก็ต้องขออภัยด้วยครับ เพราะเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่าเนื่องจากได้มีการดําเนินการแล้วก็จะต้อง เลื่อนไปเปึน ๔ กระทู้ถามในอาทิตย์ต่อไปนะครับ ขอสุภาพสตรี คุณอนุสรา ยังตรง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานที่เห็นเสียงของสุภาพสตรี พวกเราเปึน ส.ส. ใหม่ปัายแดง กันหลาย ๆ คนตรงนี้เดี๋ยวขอโอกาสท่านด้วยค่ะ สําหรับเรื่องที่จะพูดต่อไปนี้เปึนการสร้างขวัญ และกําลังใจให้กับพี่น้องอาสาสมัคร เปึนที่ทราบดีกันอยู่ว่าอาสาสมัครที่เรารับใช้ในส่วนของ ทางราชการมี ๒ หน่วยใหญ่ ๆ ด้วยกันที่เรารู้จักกันดีก็คือ หน่วยแรก อสม. หรืออาสาสมัคร สาธารณสุข และอีกหน่วยหนึ่งก็คือ หน่วยงาน อปพร. หรืออาสาสมัครปัองกันภัยพลเรือน ปัจจุบันนี้เรามีอาสาสมัคร อสม. ถึง ๘๓๓,๐๙๒ คน ส่วน อสม. จะทําหน้าที่เปึนทูตประสานงาน นําข่าวสารข้อมูลจากทางสาธารณสุขลงไปสู่ท้องที่ที่ตนเองรับผิดชอบเปึนหลัก แล้วก็มี การช่วยส่งตัวและติดตามดูแลผู้ป์วยในชุมชนนั้นเปึนหลัก ๆ ด้วยกัน นี่เปึนหน้าที่หลัก ของเขานะคะ ส่วน อปพร. ปัจจุบันนี้เรามีถึง ๑,๐๑๗,๙๐๕ คน โดยกระทรวงมหาดไทย ตั้งเปัาไว้ว่าควรจะมี ๒ เปอร์เซ็นต์ของยอดพลเมืองในท้องที่นั้น ๆ หรือจังหวัดนั้น ๆ แต่สําหรับ อปพร. นี้วิกฤติจริง ๆ ที่สมุทรปราการ เราจะเห็นได้ว่าจากสถิติแล้วกระทรวงมหาดไทย ต้องการ ๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่จังหวัดสมุทรปราการของดิฉันเองมีแค่ .๘๐ เปอร์เซ็นต์ กทม. พื้นที่ใกล้เคียง .๘๒ เปอร์เซ็นต์ นนทบุรีจังหวัดของท่านประธานเอง .๘๗ เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นเราเรื่อยไปดูที่ท้องที่ปักษ์ใต้บ้านเรา จังหวัดยะลา .๘๑ เปอร์เซ็นต์ ปัตตานี .๘๑ เปอร์เซ็นต์ และสงขลา .๘๙ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าสถิติเหล่านี้เกิดอะไรขึ้นกับ จังหวัดสมุทรปราการคะท่าน อาสาสมัครหายไปไหนนะคะ ดิฉันลงพื้นที่แล้วจะเจอกับ อปพร. มากมายในส่วนนี้ นอกจากเขาจะมีหน้าที่ในการดูแลปัองกันบําบัดทุกข์และบํารุงสุขตามที่กระทรวงมหาดไทย บอกมา แต่ละคนก็มีสังกัดของตนเอง แต่น้ําหล่อเลี้ยงของเขาเหล่านี้ไม่มีนะคะ นอกจาก นาน ๆ ทีทางราชการจะหย่อนให้ นอกจากสั่งงานไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดอาจจะสั่งการ ให้วันละ ๑๐๐ บาท แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่มี แต่เขาต้องทํางานทุกวัน กลางคืนออกตั้งปัอม อยู่ตามถนนหนทางเพื่อจะตรวจจับว่ารถนี้ถูกต้องไหม แล้วก็มีเด็กแว้นซ์ เด็กสก๊อยในท้องที่ จังหวัดสมุทรปราการมากมายที่ออกมาอาละวาดตามถนนเส้นใหญ่ ๆ ของจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งก็เปึนปัญหาของวัยรุ่นของจังหวัดสมุทรปราการนะคะ
อีกปัญหาหนึ่งที่เปึนปัญหาเด่นชัดที่สุดคือ เรื่องของยาเสพติดที่ระบาด หนักที่สุดในตอนนี้เลย มีการขายในทุกท้องที่ ส่วนของทางสถานีตํารวจไม่เพียงพอ แก่การดูแลเรื่องของยาเสพติดอย่างแน่นอนค่ะ เราจําเปึนต้องพึ่งพาผู้นําชุมชนและ อปพร. เปึนผู้ที่ชํานาญในท้องที่นั้น ๆ ที่เขาจะรู้จักท้องที่นั้น ๆ ได้ดีค่ะ ส่วนที่ดิฉันจะพูดและ ให้ขวัญและกําลังใจพวกเขาก็คือ ในเรื่องของค่าตอบแทนค่ะ ซึ่งพวกเขาควรจะได้รับ รายละ ๑,๐๐๐ บาท โดยขอให้จังหวัดสมุทรปราการเปึนจังหวัดนําร่องของ อปพร. เพราะว่าสถิติน้อยที่สุดเลย เพราะว่าพวกเขาเหล่านี้สามารถช่วยพวกเราได้มากจริง ๆ ค่ะ โอกาสต่อไปจะขอขยายความมากกว่านี้ ขอขอบพระคุณค่ะ
คุณวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาปรึกษาหารือเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ทวงถาม ความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติในป้ที่ผ่าน ๆ มา ท่านประธานครับ ปัญหาเกษตรกรมีมากมายหลายชนิด ซึ่งนับไม่หวาดไม่ไหวและเปึนปัญหาทุกป้ คําว่า เกษตรกร ก็คงจะหมายถึงผู้ที่ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเปึนชาวไร่ ชาวสวน และชาวนา ท่านประธานครับ ทุกป้พอเริ่มฤดูการทํานา ชาวบ้านในภาคอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดอุบลราชธานีของกระผม ชาวนาก็จะปลูกข้าว ส่วนชาวไร่ก็จะปลูกปอ และมันสําปะหลัง ส่วนชาวสวนก็จะปลูกกระเทียม หอม พริก และยูคาลิปตัส ท่านประธาน ทราบไหมครับ ชาวนาทุกคนพอเริ่มฤดูการทําไร่ ทํานาก็มุ่งหวังครับว่าเปัาหมายในการทํานา ก็คือ ผลผลิตที่ได้มาก ๆ เพื่อจะนํารายได้ส่วนหนึ่งมาใช้จ่ายในชีวิตของครอบครัว และส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะนํารายได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้หนี้ธนาคาร ธ.ก.ส. ที่กู้ยืมมาลงทุนในช่วง ฤดูการทํานา ท่านประธานครับ แต่ทุกครั้งพอเริ่มฤดูการทํานาเขาไม่รู้หรอกครับว่า ลงทุนลงแรงไปนั้นผลกระทบต่อมาจะมีอะไรบ้าง บางป้ปุิยแพง บางป้แรงงานถูก และบางครั้ง ผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน มิหนําซ้ํากรรมซัดก็พบกับภัยธรรมชาติ ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานี ของผมมีปัญหาในเรื่องของภัยแล้งและน้ําท่วมนะครับ จึงอยากฝากท่านประธานครับว่า จังหวัดอุบลราชธานีมีตัวเลขสถิติจากเกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๕๐ โดยมีหลาย ๆ ภัยด้วยกัน โรคแมลงศัตรูพืชที่ระบาด โรคไหม้ ภัยแล้ง และ อุทกภัย รวมเปึนเงินแล้วหลายร้อยล้านบาทครับ ซึ่งที่ผ่าน ๆ มาผมก็ได้สอบถามครับว่า จังหวัดที่ใกล้ ๆ เคียงกันนั้นหลายจังหวัดได้รับเงินชดเชยไปแล้ว อย่างเช่น จังหวัดยโสธร แต่ไม่ทราบครับว่าจังหวัดอุบลราชธานีทําไมถึงยังไม่ได้เงินชดเชยภัยแล้งที่ชาวนาของผม ได้ประสบพบเจอ โดยเฉพาะที่อําเภอเมือง อําเภอเขื่องใน อําเภอม่วงสามสิบ อําเภอเหล่าเสือโก้ก อําเภอดอนมดแดง และอําเภอตาลสุม ท่านประธานครับ โดยเฉพาะช่วงนี้สภาวะวิกฤติ ข้าวยากหมากแพง ปุิยแพง ข้าวแพง ข้าวเพิ่งมาแพงตอนที่ชาวบ้าน ชาวนาขายจนหมดแล้วครับ ใช้หนี้ ธ.ก.ส. ถึงมีราคาแพง ท่านประธานครับ ท่านเคยบอกว่า เกษตรกรเปึนกระดูกสันหลัง ของชาติ ผมได้ถามคุณหมอวรงค์เมื่อสักครู่นี้ว่า ถ้าเกิดกระดูกสันหลังของคนชํารุดไปจะมีอาการ เปึนอย่างไรบ้าง คุณหมอวรงค์บอกว่า ก็อาจจะถึงพิการและเปึนง่อย ตรงนี้ละครับ ถ้ากระดูกสันหลังของชาติชํารุดไป ผมไม่อยากคิดครับว่าประเทศชาติจะเปึนอย่างไร จึงอยากทวงถามครับว่า ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวนในเขตของพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีจะได้ เงินชดเชยคืนเมื่อไร จะได้ตอนไหน และได้อย่างไร ฝากท่านประธานนําเรียนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้รับทราบและแก้ไขปัญหาให้ชาวนาในโอกาสต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
คุณโสภณ ซารัมย์ ครับ คุณศุภชัย โพธิ์สุ ครับ อยู่ข้างหลังครับ ถ้าอย่างนั้นคุณโสภณ ซารัมย์ ขออภัยครับผมไม่เห็น คุณศุภชัยเอาไว้เที่ยวหน้าก็แล้วกันครับ
ผมขอประท้วงท่านประธานนิดหนึ่งครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ
คุณศุภชัยประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมประท้วงเรื่องการหารือนี่ละครับ ผมมา ลงชื่อตั้งแต่ ๑๐.๐๐ นาฬิกา พร้อมกับท่านกิตติ แต่ว่าจนกระทั่งบัดนี้ยังไม่ได้หารือ ท่านประธาน หลายคนเขามาทีหลังมายกมือเฉย ๆ ไม่ได้ลงชื่อเลย แต่ว่าได้รับการหารือ ท่านประธานไปแล้ว ผมเรียนอย่างนี้ครับ ผมอยากให้ท่านประธานตรวจสอบการทํางาน ของเจ้าหน้าที่ในสภาด้วยครับว่า ได้นําเสนอหรือไม่ตามระบบที่ได้ลงชื่อเอาไว้ ผมมีปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องจริง ๆ ครับ ผมกลัวว่าพอถึงเวลาแล้วท่านประธานบอกว่าวันนี้ หารือแค่นี้พอ แล้วผมก็ไม่มีโอกาสที่จะได้หารือท่านประธานครับ เปึนปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปรังของจังหวัดนครพนมครับ
ทราบแล้วครับ เดี๋ยวจะตอบคุณศุภชัยนะครับ วิป (Whip) ของพรรครัฐบาลไม่ได้ส่งรายชื่อ มาให้กับประธานที่ประชุมเลยนะครับ ในขณะที่วิปของพรรคประชาธิปัตย์ ส่งรายชื่อ เรียงตามลําดับมาก็ทําให้สะดวกในการเชิญผู้ที่หารือได้ เมื่อวิปรัฐบาลไม่เสนอชื่อมา ผมก็ต้องใช้ความรวดเร็วในการยกมือ พวกเรายกมือปัูบ ผมก็จะจด จดตอนนี้ได้ประมาณ ๒๐ ท่าน เรียงตามลําดับที่เห็นว่าใครยกมือก่อนหลัง บางท่านเข้ามาทีหลัง ยกมือก็นึกว่า ตัวเองยกมือนานแล้ว แต่ที่ไหนได้หลายท่านเขายกมือก่อนล่วงหน้า เชิญคุณโสภณ ซารัมย์ แล้วเดี๋ยวต่อไปก็คุณศุภชัยนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน ผมขอกราบเรียน ท่านประธานในเรื่องหารือนําความทุกข์ของคุณครูทั้งประเทศ วันนี้ขณะนี้คุณครูเขากําลัง ทําวิทยฐานะ ที่จะเลื่อนวิทยฐานะจากครูชํานาญการเปึนครูชํานาญการพิเศษ หรือเชี่ยวชาญพิเศษอะไรทั้งหลาย ปรากฏว่าผมได้รับการร้องทุกข์จากคุณครูวันนี้กว่าเขาจะทํา วิทยฐานะ เลื่อนวิทยฐานะ ส่งผลงาน เขาใช้เงินเปึนแสน ขณะนี้เราก็ทราบว่าคุณครู ทั้งหลายกําลังเปึนหนี้เปึนสิน ถ้ากระทรวงศึกษาธิการอยากแก้ปัญหาหนี้สินให้คุณครู ช่วยให้เขาเลื่อนวิทยฐานะที่เขาส่งไปอยู่ในขณะนี้ ใครที่ทําวิทยฐานะไม่ผ่านกรุณาอย่าให้ เขาทําวิทยฐานะอีก ให้จัดการอบรมหรืออะไรก็แล้วแต่ภายใน ๑ ป้เขาจะได้ไม่เสียเวลา ในการไปทําวิทยฐานะ ซึ่งใช้เวลาเปึนป้ที่จะรวบรวมเอกสารทําวิจัยอะไรทั้งหลาย อันนี้เปึน เรื่องแรกที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ
เรื่องที่สอง ท่านประธานครับ ขณะนี้มีวัดทั่วประเทศที่ยังไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายคือสร้างผิดที่ ไปสร้างในที่สาธารณะ ปรากฏว่าชาวบ้านเขาลงทุน มีโบสถ์ มีวัดถูกต้องตามกฎหมาย วัดที่ไม่ได้ถูกต้องตามกฎหมาย เงินนิตยภัตนี่พระไม่สามารถที่จะได้รับ และที่สําคัญที่สุดพระไม่สามารถที่จะไปเป่ดสมุดบัญชีอะไรฝาก เวลามีกฐิน ผ้าป์า พระก็ ทะเลาะกับญาติโยม และที่สําคัญที่สุดก็คือ พระไม่มีเงินที่จะได้รับเงินสนับสนุนจาก สํานักพระพุทธศาสนา อยากให้ทางสํานักพระพุทธศาสนาและมหาเถรสมาคมช่วยกรุณา ได้เปลี่ยนกฎเกณฑ์ให้วัดเหล่านี้เปึนวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย
เรื่องที่สาม ท่านประธานครับ มีโครงการป์าชุมชนบ้านโคกจิกน้อย หมู่ ๔ ตําบลคูเมือง อําเภอลําปลายมาศได้ประกาศเปึนป์าชุมชนพันกว่าไร่ แล้วปรากฏว่า วันนี้มีนายทุนไปปลูกยูคาลิปตัส ผู้ใหญ่บ้านเขาไปแจ้งที่อําเภอ อําเภอก็ไปดูว่ามีการบุกรุกจริง ก็แจ้งให้งด ให้ผู้ใหญ่บ้านเอาไม้ไปเก็บ แต่วันนี้ขบวนการตัดไม้ในที่ป์าชุมชนแห่งนี้ยังคง ดําเนินการอยู่ จึงกราบเรียนไปยังผู้ที่มีหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้กรุณาไปดูที่โครงการ ป์าชุมชนบ้านโคกจิกน้อย หมู่ ๔ ตําบลคูเมือง อําเภอลําปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม อยากกราบเรียนท่านประธานนะคะว่า โรงเรียนวัดเทพประสิทธิ์คณาวาส ตําบลท่าคา อําเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามได้ก่อสร้างตั้งแต่ป้ ๒๕๑๔ เปึนเวลา ๓๗ ป้แล้วนะคะ แล้วก็เหลือแต่เหล็กแล้วนะคะ ทําเรื่องของบประมาณมา ทางกระทรวง ก็ได้อนุมัติงบเมื่อป้ ๒๕๕๐ แต่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ได้รับงบประมาณนะคะ แล้วนักเรียน รวมทั้งครูด้วยประมาณร่วม ๕๐๐ คน และโรงเรียนจะเป่ดเทอมแล้วนะคะ ทั้งผู้ปกครอง แล้วก็ครูของโรงเรียนวัดเทพประสิทธิ์คณาวาสก็มาร้องเรียนกับดิฉันว่า จะรอให้โรงเรียน ถล่มทับครูและนักเรียนตายก่อนแล้วถึงจะได้งบหรืออย่างไร ให้มาถามท่านประธาน ผ่านไปถึงรัฐมนตรีด้วยนะคะว่า เดือดร้อนมากจริง ๆ แต่ไม่ได้รับงบประมาณค่ะ เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ นะคะ จากสงกรานต์ที่ผ่านมาสมุทรสงครามเปึนจังหวัดที่มี นักท่องเที่ยวไปเที่ยวเปึนจํานวนมาก แต่มีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับการจราจร ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ถนนเส้นสมุทรสงคราม-บางแพ ช่วงก่อนถึงสามแยกอัมพวา ที่จะเข้าไปตลาดน้ํายามเย็น แล้วก็อุทยาน ร. ๒ จะมีสะพานพระศรีสุริเยนทร์ ตรงนั้นอยากจะให้ ทําเปึนสี่แยกไฟแดง เพราะลงจากสะพานมาจะได้เลี้ยวกลับไปในตัวเมืองได้เลย นี่จะต้องไป ยูเทิร์น (U turn) ตรงสามแยกอัมพวาก็ยูเทิร์นไม่ได้ เพราะเขาห้ามรถบัสยูเทิร์น ต้องไปยูเทิร์น อีกไกลมากนะคะ เพราะฉะนั้นจะทําให้การจราจรติดขัดมาก ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทําเปึนสี่แยกไฟแดงนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งนะคะคือ รังนกกระจอกของ ส.ส. ค่ะ รังนกกระจอกของดิฉัน ได้รับการร้องเรียนจากคนจังหวัดอื่นก็หลายเรื่อง แต่เรื่องนี้ดิฉันเห็นว่าประชาชนเกี่ยวกับ ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) นะคะ มาร้องเรียนดิฉันให้ทางท่านประธานทําหนังสือไปถึง อบต. แล้วก็ เทศบาล อบต. ตําบลนิคม อําเภอสตึก แล้วก็เขาร้องเรียนว่าเขาไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ แล้วก็จะได้เฉพาะญาติของ ส.ส. และพวก อบต. เท่านั้น เพราะฉะนั้นขอให้ดิฉันช่วยพวกเขาด้วย เพราะฉะนั้นเดี๋ยวดิฉันจะส่งหนังสือที่ร้องเรียนมาผ่านท่านประธานแล้วก็ให้ท่านประธาน ช่วยดําเนินการให้เขาได้รับความช่วยเหลือด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
คุณศุภชัย โพธิ์สุ ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชนครับ มีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ปลูกข้าวนาปรังที่จังหวัดนครพนมมาร้องทุกข์ ต่อท่านประธานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปช่วยแก้ไขครับ ท่านประธานครับ เรื่องที่ ผมหารืออาจจะสวนกระแสกับกระแสที่ข้าวกําลังราคาแพง ความจริงข้าวที่ราคาแพง เปึนข้าวที่อยู่กับโรงสีหรือพวกนายทุนไปหมดแล้วล่ะครับ แต่ข้าวที่อยู่ในมือของเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวในขณะนี้กําลังประสบปัญหาคือ พี่น้องประชาชนในจังหวัดนครพนมหลายอําเภอ รวมพื้นที่หลายหมื่นไร่ทําการปลูกข้าวนาปรังในฤดูแล้ง ช่วงประมาณกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังเขาเริ่มเก็บเกี่ยวข้าว ช่วงนั้นราคาข้าวก็ราคาดีครับ ได้ขาย แถวบ้านผมขายเปึนน้ําหนักคิดเปึนหมื่น หมื่นก็คือ ๑๒ กิโลกรัม ได้หมื่นละประมาณ ๑๐๗ บาท แต่พอสักพักนะครับในระยะวันสองวันที่ผ่านมาพ่อค้าคนกลางก็กดราคาลงไป ตกหมื่นหนึ่งหรือ ๑๒ กิโลกรัม ลดลงมาเหลือ ๙๐ บาท ลดลงมาเหลือ ๘๐ บาท และขณะนี้ก็มีแนวโน้มพ่อค้าคนกลางจับมือกันไม่ไปรับซื้อข้าวจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง บอกว่า จะกดราคาให้เหลือประมาณหมื่นละ ๕๐ บาท ท่านประธานครับ ต้นทุนการผลิต ของพี่น้องผู้ปลูกข้าวนาปรังนั้นกิโลกรัมละประมาณ ๗ บาท ๕๐ สตางค์ นี่คือต้นทุนหรือประมาณ หมื่นหนึ่ง ๑๒ กิโลกรัม นี่ก็ประมาณ ๙๐ บาท ถ้าหากราคาต่ํากว่า ๙๐ บาทต่อหมื่นนี่ เกษตรกรหรือชาวนาขาดทุนแน่นอนครับ ฉะนั้นจึงเปึนปัญหาของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว นาปรังที่ควรจะได้รับการแก้ไข ได้รับการดูแลจากทางราชการ ผมเรียนท่านประธานไปถึง ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ขอได้โปรดสั่งการทันทีไปถึงพาณิชย์จังหวัดนครพนม ให้เจ้าหน้าที่ของพาณิชย์จังหวัดได้ไปดูแลการซื้อขายข้าวนาปรังให้กับพี่น้องเกษตรกร และขอฝากเรียนท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขอได้โปรดสั่งการ ทันทีไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้ช่วยไปดูแลการซื้อขาย ข้าวนาปรังให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังของจังหวัดนครพนมนะครับ เรียนท่านประธานว่า ถ้าจะรอประสานงานด้วยเอกสาร ผมเชื่อว่าแก้ไขปัญหาตรงนี้ไม่ทันแน่ อยากจะขอความกรุณา ท่านประธานให้เจ้าหน้าที่ได้ประสานทางโทรศัพท์ไปถึงกระทรวงมหาดไทย ไปถึงกระทรวง พาณิชย์ให้มีการแก้ไขในเรื่องนี้โดยเร่งด่วนครับ เพราะพี่น้องประชาชนเราโอกาสที่จะ ลืมตาอ้าปากในช่วงที่ข้าวราคาแพงก็ถูกพ่อค้าคนกลางไปกดราคาอย่างนี้ ถ้าภาคราชการ ไม่ไปดูแล ไม่ไปช่วยเหลือก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ผมไม่สามารถที่จะประสาน ผู้ว่าราชการจังหวัดและพาณิชย์จังหวัดด้วยตนเองได้ครับ เพราะกลัวเขาจะบอกว่า ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญและจะถอดถอนจากการเปึน ส.ส. ครับ
อาจารย์ผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ดิฉันขอรบกวนเวลาสภาแห่งนี้ เพื่อนําเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียนของพี่น้องประชาชนชาวลพบุรีให้ท่านประธานได้ช่วยกรุณา ติดตามดําเนินการแก้ไขในเรื่องแรกนะคะ เปึนเรื่องปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของราษฎรที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาในบริเวณทางหลวงหลายสายในจังหวัดลพบุรี ซึ่งมีหลายถนนมากเลย ซึ่งดิฉันจะได้นําเรียนกับท่านประธานทางเอกสารอีกครั้งหนึ่งนะคะ แต่ว่าที่จะพูดในที่ประชุมแห่งนี้ขอยกเฉพาะเรื่องถนนทางเลี่ยงเมืองลพบุรี หมายเลข ๓๑๑ ซึ่งเส้นทางสายนี้เปึนถนนสายหลักที่มีพี่น้องทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดใช้สัญจรไปมา จํานวนมาก เปึนเส้นทางบรรทุกสินค้าการเกษตรมีรถพ่วง รถสิบล้อเดินทางตลอดเวลา ในถนนเส้นนี้ก็ผ่านจุดตัดทางแยกข้ามคลองชลประทานและข้ามแม่น้ําหลายแห่งซึ่งเปึนจุดที่ อันตราย ปัจจุบันนั้นก็จะมีปัญหาอยู่ ๓ เรื่องเกี่ยวกับไฟทางสาธารณะ ประการที่ ๑ ก็คือ ไฟทางสาธารณะที่มีอยู่เดิมนะคะ รวมทั้งไฟสัญญาณจราจรขณะนี้ได้มีไฟดับหลายแห่ง จํานวนมาก ถนนมืดมิดสนิทอาจจะเนื่องจากการประหยัดพลังงานหรือถูกลักลอบ ตัดสายไฟฟัาก็ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่ว่าหลายเดือนมาแล้วท้องถิ่นก็พยายามติดต่อ ไปที่หน่วยงานคือกรมทางหลวง แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขนะคะ อันนี้คือเรื่องที่ ๑ คือมีอยู่แล้ว แล้วก็ดับ ขอให้ช่วยตรวจสอบเปึนการด่วนเพราะว่าอันตรายมาก เกิดอุบัติเหตุมากมาย ส่วนที่ ๒ ในจุดที่อันตรายและยังไม่ได้รับการติดตั้งก็คือ จุดที่ข้ามสะพานซึ่งถนนนั้นมี ความสูงมองไม่เห็น เช่น จุดที่ข้ามสะพานข้ามแม่น้ําลพบุรี อันนี้ก็เปึนช่วงที่อันตรายมาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็ขอให้ช่วยพิจารณาติดตั้งไฟทางสาธารณะเพิ่มเติม และในจุดที่ ๓ ของทางเลี่ยงเมืองลพบุรีก็คือ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๑๖๒-๑๖๓ เดิมทีมีไฟทางสาธารณะ อยู่แล้ว แต่ว่าเนื่องจากมีการขยายเส้นทางจราจรจาก ๒ ช่องทางเปึน ๔ ช่องทางทําให้ ทางหลวงนั้นได้เก็บเสาไฟฟัาที่มีอยู่เดิมออกไปนะคะ ถนนสร้างเสร็จหลายเดือนแล้วก็ยัง ไม่นํากลับมาติดตั้ง ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นเปึนถนนที่สูงอันตรายมาก พี่น้องประชาชนก็บอกว่า ขอบารมีท่านประธานแจ้งไปยังกรมทางหลวงได้ช่วยนําเสาไฟฟัากลับคืนมาให้พี่น้องประชาชน ด้วยนะคะ อีกเรื่องหนึ่งก็เปึนเรื่องการร้องทุกข์ของราษฎรในช่วงนี้ประสบวาตภัยจํานวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลพบุรีก็โดนหลายแห่ง เรื่องนี้ขอฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยผ่านไปยัง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีได้ช่วยดูแลพี่น้องราษฎรอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และก็เปึนธรรม ซึ่งจริง ๆ ก็ได้รับการดูแลอยู่แล้ว แต่ว่าพื้นที่ใดที่ไม่เปึนข่าวก็จะได้รับการช่วยเหลือช้า นอกจากนั้นท้องถิ่นมีงบประมาณน้อยก็ไม่สามารถดูแลช่วยเหลือพี่น้องได้ เมื่อวานดิฉันนั่งอยู่ที่นี่ก็ได้รับโทรศัพท์ว่าบางบ้านหลังคายังไม่มีต้องนอนดูดาว ต้องใช้ ผ้าใบบังหลังคาอยู่นะคะ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานให้ช่วยกรุณาแจ้งไปยังกระทรวง ที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
คุณไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส. กทม. เขต ๖ นะครับ ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับ ขณะนี้ราคาข้าวก็เปึนที่น่าพึงพอใจสําหรับเกษตรกร แต่ปัญหาในเขตพื้นที่ของผมในเขต กทม. ซึ่งมีผู้ทํานาถึง ๑ ล้าน ๑ แสนไร่ แล้วก็มีพื้นที่ที่รกร้างว่างเปล่าอีกมากนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลงพื้นที่ตรวจดูซิว่าสภาพ ที่เปึนอยู่ที่รกร้างว่างเปล่าใครเปึนเจ้าของก็ควรจะใช้มาตรการทางภาษีมาดําเนินการ เพื่อให้พื้นที่นั้นมาทําประโยชน์ เพื่อประโยชน์กับประเทศชาติของเรานะครับ ในส่วนที่ ๒ ในเรื่องที่ประชาชนที่เขาไม่ได้มีอาชีพทํานา เปึนมนุษย์เงินเดือนก็ดีนะครับ หรือรับจ้าง ต่าง ๆ ซึ่งไม่มีการเพาะปลูก ทํานาก็ส่งผลกระทบในเรื่องราคาข้าวสารซึ่งราคาสูงมากนะครับ จริงอยู่ในตัวเลขของทางรัฐบาลที่มีการวิจัยแล้วนะครับว่า คน ๑ คนนั้นบริโภคเพียงวันละ ๓ ขีด แต่การซื้อข้าวเพื่อบริโภคนั้นไม่ได้ซื้อทีละ ๓ ขีด ซื้อครั้งหนึ่งก็ถังหนึ่งหรือ ๕ กิโลกรัม ดังนั้นก็เปึนภาระกับพี่น้องประชาชนคนยากคนจนที่จะต้องจับจ่ายสินค้าในเรื่องข้าวนั้น สูงกว่าปกติถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นผมเสนอว่าควรจะให้ทางกระทรวงพาณิชย์ที่เรา มีข้าวอยู่ในสต็อก (Stock) ของเราถึง ๒ ล้านตัน ข้าวส่วนนี้ควรจะดําเนินการในเรื่องธงฟัา ราคาประหยัดให้กับผู้ที่มีรายได้น้อยนะครับ เราสามารถสํารวจได้จากฐานประกันสังคม ก็ดีนะครับ ฐานข้อมูลในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คนยากคนจนนั้นอยู่ในกลุ่มไหน เพื่อให้คนเหล่านี้ได้บริโภคข้าวในราคาถูก เพราะประเทศของเราผลิตได้เอง จึงขอกราบเรียน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนะครับ
คุณอภิวัฒน์ เงินหมื่น ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอํานาจเจริญ พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธาน ๒ ประเด็นครับ
เรื่องที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑ เวลาประมาณ ๑ ทุ่มได้เกิดอุบัติเหตุ รถทัวร์ซึ่งไม่ใช่รถประจําทางโดยชอบด้วยกฎหมายชนรถเก๋งบนถนนสายอําเภอพนา ไปอําเภอลืออํานาจ บริเวณบ้านจิก ทําให้มีผู้เสียชีวิตซึ่งมากับรถเก๋งนั่นก็คือ ท่านพระครู โสภณศาสนาการ พระวิชิตคณปุณโยและนายวันเฉลิม ขันคํา นะครับ ขณะนี้ยังไม่ได้สรุป สํานวนการสอบสวนว่าฝ์ายใดเปึนฝ์ายผิด แต่กระผมและทีมงานได้ไปดูที่เกิดเหตุและสอบถาม ข้อเท็จจริงจากชาวบ้านได้ทราบว่าในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตํารวจมาถึงที่เกิดเหตุช้ามาก ทั้งที่เกิดเหตุห่างจากสถานีตํารวจภูธรอําเภอพนาเพียง ๓-๔ กิโลเมตร และสื่อมวลชนคือ โทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ได้ลงข่าวในวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๑ ในทํานองว่ารถเก๋ง เปึนฝ์ายผิด ซึ่งเปึนการด่วนสรุปข้อเท็จทั้งที่ความจริงนั้นในวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๑ พนักงานสอบสวนยังได้อธิบายให้ชาวบ้านฟังว่ายังไม่สรุปสํานวน อยู่ในระหว่างการสอบสวน จึงถือว่าสื่อมวลชนสรุปโดยสรุปไปก่อนนะครับ การเสนอข่าวของสื่อมวลชนลักษณะเช่นนี้ จะกระทบกระเทือนต่อรูปคดีได้ ชาวบ้านจึงไม่สบายใจและเกรงว่าจะไม่ได้รับความเปึนธรรม เนื่องจากว่าท่านพระครูและลูกศิษย์ของท่านที่มรณภาพนั้นเปึนพระสงฆ์ที่กระผมและชาวบ้าน ให้ความเคารพอย่างสูงนะครับ จึงขอความกรุณาท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความเปึนธรรมด้านคดี ค่าสินไหมทดแทนกับญาติมิตรของผู้เสียชีวิตด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๑ เวลาประมาณ ๖ โมงเย็นถึง ๓ ทุ่ม ได้เกิดพายุกระหน่ําอย่างหนัก พัดผ่านอําเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอํานาจเจริญ ทําให้บ้านเรือน ทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายเปึนจํานวนมาก กระผมและทีมงานตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นทราบว่าประชาชนที่ได้รับความเสียหาย คือในพื้นที่เทศบาลตําบลนาหว้าใหญ่ ในพื้นที่ อบต. นาหว้า หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๘ และหมู่ที่ ๙ พื้นที่ อบต. คําโพน หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๘ และพื้นที่ อบต. ลือ หมู่ที่ ๑๒ กระผมจึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณผู้นําชุมชน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อปพร. ทีมกู้ชีพ กู้ภัย เจ้าหน้าที่ อบต. อาสาสมัครรักษาดินแดน เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อสม. และเหล่ากาชาด จังหวัดอํานาจเจริญที่ได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ แต่ขณะนี้ประชาชน ที่ได้รับความเสียหายยังต้องการความช่วยเหลืออีกมากทั้งเรื่องการซ่อมแซม ค่าชดเชยต่าง ๆ กระผมจึงขอความกรุณาท่านประธานได้โปรดแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ การเร่งรัดความช่วยเหลือประชาชนโดยด่วนครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ วันนี้ต้องขอขอบคุณและชมเชยเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับที่รักษาเวลา ได้ดีมาก แต่อย่างไรก็ตามยังมีผู้ต้องการอภิปรายอีกหลายท่าน ผมจดไว้นะครับ ไม่ว่าจะเปึน คุณเฉลิมชาติ การุญ คุณอํานวย คลังผา คุณจุมพฏ บุญใหญ่ คุณสุทิน นพขํา คุณนัจมุดดีน อูมา คุณนิสิต สินธุไพร นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ คุณซูการ์โน มะทา คุณนฤมล ธารดํารงค์ ก็จะจัดให้หารือในครั้งต่อไป วันนี้พอสมควรแก่เวลาแล้วครับ แล้วบัดนี้ท่านรัฐมนตรีที่จะมา ตอบกระทู้ถามมาถึงสภาผู้แทนราษฎรของเราแล้ว
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อครบองค์ประชุม ผมขอดําเนินการ ตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระ ๑.๑ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๑.๑ กระทู้ถาม เรื่อง น้ําประปาขาดแคลนในเขตกรุงเทพมหานคร และเขตชานเมือง ของคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณสิทธิชัย โควสุรัตน์ ได้มีหนังสือแจ้งขอลาป์วย ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามดังกล่าวได้ กระทู้ถามดังกล่าวก็จะถูกเลื่อนไปตอบในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๓ เพราะฉะนั้นวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ก็จะมีการตอบกระทู้ถามทั่วไป ๔ กระทู้ถามครับ
ต่อไปวาระ ๑.๑.๒ กระทู้ถาม เรื่อง การก่อสร้างฝายชลประทานกั้นลําเซบก และลําเซบาย เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ของดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บัดนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล มาพร้อมแล้วนะครับ
ขอเชิญดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ที่ท่านกรุณาได้หยิบยก กระทู้ถามของกระผมขึ้นมาตอบในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมชื่นชมท่านรัฐมนตรี ด้วยความจริงใจ ผมได้มีโอกาสมาทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรเห็นท่านรัฐมนตรีได้ทํางาน เชิงรุกที่เกี่ยวเนื่องกับภารกิจหน้าที่ของท่านหลายประการ ทั้งเรื่องปุิยและเรื่องน้ําซึ่งเปึน หัวใจของเกษตรกร และผมก็มีความเชื่อว่า ๒ สิ่งนี้คือหัวใจของชาติบ้านเมือง ผมมีข้อสังเกต เล็กน้อยถึงการทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรในช่วงที่ผ่านมามีข้อเสนอ มีญัตติจากสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหลายท่านประสงค์จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา เรื่องที่เปึนปัญหาของพี่น้องประชาชน แต่เปึนที่น่าสังเกตว่ามีญัตติที่ผ่านความเห็นชอบ จากสภาแห่งนี้เพียง ๒ เรื่อง คือ เรื่องของปัญหาราคาปุิยแพงและเรื่องของการแก้ไขปัญหาการจัดการน้ําอย่างเปึนระบบ ซึ่งทั้ง ๒ เรื่องอยู่ในความดูแลของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านนี้ ผมจึงให้ความเชื่อมั่นว่าในการทํางานในสภาผู้แทนราษฎร การตอบกระทู้ถามจะมีผล อย่างสําคัญในการแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ กระทู้ถาม ที่กระผมได้นําเรียนในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ผมได้ยื่นกระทู้ถามนี้เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ คือ วันแรกในการทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการยื่นกระทู้ถาม วันนั้นกระทู้ถามของกระผมเปึนกระทู้ถามลําดับที่ ๕๓ กระทู้ถามนั้นผมมีวัตถุประสงค์ว่า อยากจะให้ลําเซบกและลําเซบายเปึนกรณีตัวอย่างในการจัดการแก้ไขปัญหาน้ําอย่างเปึน ระบบ ซึ่งกรณีลําเซบก ลําเซบาย ผมหยิบยกเฉพาะพื้นที่อําเภอม่วงสามสิบซึ่งเปึนพื้นที่ อําเภอหนึ่งในเขตเลือกตั้งของกระผม ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า อําเภอม่วงสามสิบเปึนอําเภอที่มีประชากร ประมาณ ๑ แสนคน มีพื้นที่ทั่วทั้งอําเภอ ๔๕๗,๐๐๐ ไร่ อําเภอนี้มีพื้นที่เพื่อการเกษตร ๓๕๘,๐๐๐ ไร่ นั่นคือประมาณ ๗๘ เปอร์เซ็นต์ ปริมาณน้ําฝนโดยเฉลี่ยไม่แตกต่างจากพื้นที่อื่น เท่าใดนัก มีปริมาณน้ําฝนโดยเฉลี่ยต่อป้ประมาณ ๑,๕๐๐ มิลลิเมตรถึง ๑,๗๐๐ มิลลิเมตร นั่นแสดงว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้ขาดแคลนน้ําจากน้ําธรรมชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ พื้นที่อําเภอม่วงสามสิบมีแหล่งน้ําสําคัญ ๓ แหล่งน้ํา แหล่งน้ําแรกก็คือ อ่างเก็บน้ําหนองช้างใหญ่ อ่างเก็บน้ําหนองช้างใหญ่มีพื้นที่ ๑๒,๕๐๐ ไร่โดยประมาณ ครอบคลุมพื้นที่ถึง ๔ ตําบล นั่นคือตําบลยางสักกระโพหลุ่ม อําเภอม่วงสามสิบ ตําบลแพงใหญ่ อําเภอเหล่าเสือโก้ก ตําบลขี้เหล็กและตําบลหัวเรือ อําเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ท่านประธานที่เคารพครับ พื้นที่อ่างเก็บน้ําหนองช้างใหญ่ซึ่งเปึนอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่มีพื้นกว่า ๑๒,๕๐๐ ไร่อย่างที่ ผมได้กราบเรียน พื้นที่แห่งนี้นับวันจะมีน้ําน้อยลง ลดลงเปึนลําดับ ถ้านับจากนี้ไปอีก ๑๐ ป้ ไม่มีการขุดลอกอ่างเก็บน้ําแห่งนี้ อ่างเก็บน้ําแห่งนี้ก็จะกลายสภาพเปึนทุ่งหญ้าเลี้ยงวัว เลี้ยงควายให้กับพี่น้องเกษตรกรในอนาคตซึ่งเปึนเรื่องที่น่าใจหาย
แหล่งน้ําที่ ๒ ของอําเภอม่วงสามสิบคือ แหล่งน้ําที่กระผมได้กราบเรียน ผ่านกระทู้ถามในวันนี้ นั่นคือลําเซบก ลําเซบกคือ ลําน้ําขนาดใหญ่เปึนขนาดลําน้ําน้อง ๆ จากแม่น้ํามูลและแม่น้ําชี ลําเซบกแห่งนี้มีความยาวโดยประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ ๒ จังหวัดคือ จังหวัดอํานาจเจริญและจังหวัดอุบลราชธานี ต้นน้ําเริ่มจากอําเภอลืออํานาจ จังหวัดอํานาจเจริญผ่านอําเภอม่วงสามสิบ อําเภอตระการพืชผล อําเภอดอนมดแดง อําเภอตาลสุม และไปบรรจบกับแม่น้ํามูลที่อําเภอพิบูลมังสาหาร ท่านครับ ในช่วงที่ผ่านอําเภอ ม่วงสามสิบมีระยะทางโดยประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ผ่านตําบลเหล่าบก ตําบลดุมใหญ่ ตําบลหนองช้างใหญ่ ตลอดลําน้ําแห่งนี้มีฝายกั้นน้ํา ๑ แห่ง ท่านประธานครับ คือฝายกั้นน้ํา ลําเซบกที่บ้านโอด อําเภอดอนมดแดง พื้นที่โดยรอบที่กระผมอยากกราบเรียนให้เห็นสภาพ ก็คือว่าลําเซบกแห่งนี้ชื่อบกในความหมายของคนอีสานคือไม่มีน้ํา ลําเซบกในหน้าแล้ง แล้งเหมือนชื่อครับท่าน มีน้ําขาดเปึนห้วง ๆ เปึนระยะ ๆ แต่ในขณะเดียวกันถ้าเผื่อว่า ถึงฤดูฝนลําเซบกกลับเปึนพื้นที่รับน้ํา สภาพโดยรอบลําเซบกพื้นที่ไร่นาของพี่น้องเกษตรกร ท่วมมาทุกป้ครับ
ลําน้ําที่ ๓ หรือแหล่งน้ําแหล่งที่ ๓ คือแหล่งน้ําที่กระผมได้กราบเรียนผ่าน กระทู้ถามนี้เช่นเดียวกันคือลําน้ําลําเซบาย ลําเซบายแห่งนี้มีระยะทางตลอดลําน้ําประมาณ ๑๘๐ กิโลเมตร ต้นน้ําเริ่มจากเนินเขาอําเภอนิคมคําสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ผ่านพื้นที่ ๔ จังหวัด กล่าวคือ จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร จังหวัดอํานาจเจริญและจังหวัดอุบลราชธานี ผ่านพื้นที่ ๗ อําเภอ โดยเริ่มจากอําเภอนิคมคําสร้อย อําเภอเลิงนกทา อําเภอกุดชุมในจังหวัด ยโสธร อําเภอหัวตะพานในจังหวัดอํานาจเจริญ และอําเภอม่วงสามสิบ อําเภอเขื่องใน ไปบรรจบกับลําน้ํามูลบริเวณอําเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ช่วงที่ผ่านอําเภอม่วงสามสิบ มีระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตรเช่นเดียวกัน ท่านครับ ไหลผ่านตําบลนาเลิง ตําบล หนองฮาง และตําบลหนองเหล่า ลําน้ําลําเซบายเปึนลําน้ําที่มีน้ําไหลตลอดทั้งป้ มีฝายกั้นน้ํา อยู่ ๒ ฝาย ฝายแรกคือ ฝายสร้างถ่อนอกบริเวณอําเภอหัวตะพาน จังหวัดอํานาจเจริญ เปึนที่น่าสังเกตว่าเว้นวรรคผ่านมาลําที่ ๒
ขออภัยดอกเตอร์ศุภชัยครับ คุณทวีวัฒน์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคพลังประชาชน เขต ๑ จังหวัดสกลนคร ต้องขออนุญาตท่านประธาน ด้วยความเกรงใจท่านผู้สอบถามหรืออภิปรายในขณะนี้ ผมคิดว่าการตั้งกระทู้ถามนั้น น่าจะเปึนการผิดข้อบังคับ เพราะว่าเปึนการบรรยายยืดยาวเหลือเกินไม่ถามกระชับ ทําให้เสียเวลา ผมเห็นแบบอย่างการตั้งกระทู้ถามในสภาในสมัยประชุมนี้แตกต่างจาก การประชุมสภาในสมัยก่อน ๆ ครับท่านประธาน จึงหารือท่านประธานนะครับ
เข้าใจในคําประท้วงของคุณทวีวัฒน์นะครับ กระทู้ถามทั่วไปปกติจะไม่จํากัดเวลา แล้วเท่าที่ฟังดูดอกเตอร์ศุภชัยก็ยังไม่ได้พูดวกวนหรือซ้ําซาก เพียงแต่เปึนการอธิบาย ลักษณะภูมิประเทศเพื่อให้รัฐมนตรีท่านได้รับทราบ แต่อย่างไรก็ตามต้องขอให้ ดอกเตอร์ศุภชัยกรุณารวบรัดด้วยครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ในฝายกั้นน้ําที่กั้นน้ําลําเซบายมี ๒ ฝายครับ ผมกําลังจะเรียนต่อท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ฝายแรกอยู่ที่บ้านสร้างถ่อนอก อําเภอหัวตะพาน ซึ่งอยู่ตอนบน แล้วมาเว้นวรรคเอาพื้นที่อําเภอม่วงสามสิบไปมีอีกฝายหนึ่งที่ฝายปะอาว อําเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยสภาพของลําเซบายมีน้ําไหลตลอดทั้งป้ ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนที่น่าสังเกตว่าฝัืงบนลําเซบกมีฝาย ๑ ฝายแต่ก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่อําเภอม่วงสามสิบ อีกฝายหนึ่งอยู่ในลําเซบายก็ไม่ได้มีอยู่ในพื้นที่อําเภอม่วงสามสิบ ในขณะที่ไม่มีในพื้นที่ อําเภอม่วงสามสิบกระผมจึงได้ยื่นกระทู้ถามเพื่อเรียนถามท่านรัฐมนตรีโดยผ่านจาก ท่านประธานไปว่า การก่อสร้างฝายลําเซบกและฝายลําเซบายในพื้นที่ของอําเภอม่วงสามสิบ โดยกรมชลประทานจะดําเนินการต่อไปหรือไม่ อย่างไร เพราะกระผมได้ทราบว่าเดิมที มีโครงการศึกษาเรื่องฝายลําเซบก ๑ โครงการคือ โครงการฝายหนองแก้ว บ้านหนองหลัก อําเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี และมีอีก ๑ ฝายในพื้นที่ลําเซบกเช่นเดียวกันคือ ฝายหนองกุง บ้านโนนหวาง อําเภอพนา จังหวัดอํานาจเจริญ ซึ่ง ส.ส. อภิวัฒน์ เงินหมื่น ก็ได้พยายามติดตามเร่งรัดโครงการนี้เช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการลําเซบก และลําเซบายโดยกรมชลประทานจะดําเนินการต่อไปหรือไม่ อย่างไร ถ้ามีการก่อสร้าง จะมีการก่อสร้างเมื่อใด ถ้าไม่มีการก่อสร้างเปึนเพราะเหตุใด ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย ในนามของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมคงต้องขอบคุณท่านศุภชัย ศรีหล้า ในเบื้องแรกที่ได้ให้ ความสนใจเกี่ยวกับปัญหาความเปึนอยู่ของพี่น้อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่โลกกําลังเผชิญปัญหาวิกฤติขาดแคลนพลังงานและ ขาดแคลนอาหาร น้ํานั้นดูเหมือนจะเปึนปัจจัยหลักที่สําคัญในการที่จะแก้ไขวิกฤติให้กับ สังคมโลก วิกฤติทางด้านอาหารและพลังงาน ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ ความสําคัญในเรื่องนี้ครับ จึงได้จัดทําแผนยุทธศาสตร์ในการที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติ อาหารโลกและวิกฤติพลังงานทดแทน ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาที่ประชุมก็มีมติเห็นชอบ ที่จะผลักดันให้ยุทธศาสตร์ของการแก้ปัญหาวิกฤติอาหารและพลังงานนั้นเปึนวาระแห่งชาติ และพร้อม ๆ กันก็ได้มีการกําหนดคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อที่จะวางยุทธศาสตร์ และวางแผนในการปฏิบัติการตั้งแต่ระยะสั้น ๒ ป้ ระยะกลาง ๕ ป้ไปจนกระทั่งถึงระยะ สุดท้าย ๑๒ ป้ ซึ่งหนึ่งในยุทธการนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะที่เปึนเลขานุการ ฝ์ายประชุมก็ได้จัดเสนอเรื่องแหล่งน้ํา แหล่งน้ําที่สําคัญโดยเฉพาะภาคอีสานเห็นตัวเลขแล้ว น่าตกใจมากครับ พื้นที่ทางการเกษตรของภาคอีสานมีทั้งหมด ๕๗.๙๙ ล้านไร่ จากพื้นที่ ทั้งหมด ๑๐๕.๕๓ ล้านไร่ ท่านเชื่อไหมครับว่าบนพื้นที่การเกษตร ๕๗.๙๙ ล้านไร่นั้นอยู่ในเขต ชลประทานเพียง ๕.๘๓ ล้านไร่เท่านั้นเอง คิดเปึนเปอร์เซ็นต์ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ภาคอีสานกว้างใหญ่ไพศาลมากเลยถ้าหากว่าเราสนับสนุนในเรื่องระบบน้ํา ระบบ ชลประทานที่ดีแล้วตรงนี้จะเปึนแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สําคัญทั้งเรื่องอาหาร แล้วก็ เรื่องพืชพลังงานทดแทนที่ยิ่งใหญ่ของโลกได้ เพราะฉะนั้นทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ดําเนินการด้วยการสั่งการให้ทางกรมชลประทานว่าเร่งดําเนินการโดยด่วนในการที่จะ สํารวจแหล่งน้ํา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดอุบลราชธานีในเขตอําเภอม่วงสามสิบซึ่งมี อ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ ๓ อ่างคือ หนองช้างใหญ่วันนี้กําลังอยู่ในภาวะที่เรียกว่า ตื้นเขิน เพราะไม่ได้มีการขุดลอกมาหลายป้ครับ เรื่องนี้ใช้เงินงบประมาณไม่มาก ผมได้ดําเนินการ บอกทางอธิบดีกรมชลประทานว่า ตรงที่ไม่ต้องดําเนินการเรื่องของการขุดลอก เรื่องของ การที่จะต้องกําจัดวัชพืชเปึนงานเร่งด่วน เพราะวันนี้อยู่ในภัยแล้งด้วยและที่สําคัญนั้น จะเปึนแหล่งน้ําที่สําคัญจะเปึนเส้นเลือดใหญ่ให้กับเกษตรกร ในส่วนของหนองช้างใหญ่ ผมคิดว่าคงไม่นานหรอกครับ หลังจากวันนี้แล้วผมได้สั่งการไปล่วงหน้าก่อนแล้วก็คงจะได้ จัดเตรียมงบประมาณในการขุดลอกที่มันตื้นเขินเพื่อให้ทางน้ําไหลผ่านได้สะดวกสบาย ส่วนประเด็นของเรื่องลําเซบกซึ่งเปึนลําน้ําขนาดใหญ่ไหลผ่านจังหวัดอํานาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานีแล้วพร้อม ๆ กับลําเซบาย ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอกราบเรียนครับว่า ทางกรมชลประทานได้พิจารณาแล้วก็ตรวจสอบแผนการก่อสร้าง ในพื้นที่ดังกล่าว พบว่าที่จังหวัดอุบลราชธานีมีฝายกั้นลําเซบกและลําเซบายจํานวนทั้งหมด ๓ แห่ง เปึนโครงการที่เราได้รับการถ่ายโอนจากกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเดิม ประกอบไปด้วย ฝายกั้นลําเซบก ๑ แห่งคือ ฝายลําเซบก และฝายกั้นลําเซบาย ๒ แห่งคือ ฝายลําเซบายและฝายอํานาจเจริญหรือ ฝายปะอาว ปัจจุบันนี้ทางกรมชลประทานได้ไปดําเนินการก่อสร้างหัวงานเสร็จสรรพ เรียบร้อยแล้วทั้ง ๓ แห่ง ขณะนี้กําลังอยู่ระหว่างการดําเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ํา พร้อมทั้งอาคารประกอบ ส่วนการก่อสร้างฝายแห่งใหม่เพิ่มเติมเพื่อที่จะกั้นลําเซบกและ ลําเซบายนั้น ผมต้องกราบเรียนเลยนะครับว่า ปัจจุบันไม่มีแผนในการก่อสร้างแต่อย่างใด หลังจากที่กรมชลประทานได้รับการถ่ายโอนโครงการโขง-ชี-มูลมาจากกรมพัฒนาและ ส่งเสริมพลังงานแล้ว เราได้มีการว่าจ้างศึกษาเพื่อทบทวนความเหมาะสมของโครงการ ที่ยังไม่ได้ดําเนินการอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งโครงการจัดทําแผนหลักบรรเทาอุทกภัยและแก้ไขปัญหา ภัยแล้งในลุ่มน้ําชี ลุ่มน้ํามูล ซึ่งรวมถึงการพิจารณาการพัฒนาในลําเซบกและลําเซบายด้วย ขอกราบเรียนว่า ในขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําลังศึกษา คาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในป้ ๒๕๕๑ นี้ละครับ หลังจากศึกษาเสร็จทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะ ดําเนินการผลักดันให้เปึนยุทธศาสตร์ในการที่จะสร้างแหล่งน้ําเพื่อเปึนสายเลือดใหญ่ ให้กับพี่น้องเกษตรกรต่อไป เพราะฉะนั้นจึงอยากจะกราบเรียนต่อท่านศุภชัย ศรีหล้า ว่าในส่วนนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลอยู่แล้วครับ จะไปดําเนินการให้กับท่าน ทันทีในเรื่องของการขุดลอกหนองช้างใหญ่ เพื่อให้เปึนแหล่งน้ําที่ใช้การได้ทันทีก่อน ส่วน ๒ โครงการ ลําเซบกและลําเซบายนั้นเมื่อศึกษาจบในป้นี้แล้วเปึนแผนยุทธศาสตร์ ที่เราต้องดําเนินการอยู่แล้วครับ ในการที่จะเพิ่มแหล่งน้ํา เพิ่มประสิทธิภาพทางด้านการเกษตร ให้กับพี่น้องเกษตรกรทุกคนเพื่อสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ในการตั้งรับกับวิกฤติการณ์ อาหารโลก และวิกฤติการณ์ทางด้านพลังงานครับ
เชิญคุณศุภชัยครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณาให้ความสําคัญกับการขุดลอกอ่างเก็บน้ํา หนองช้างใหญ่ ซึ่งเปึนหัวใจของพี่น้องชาวอุบลราชธานี ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อคําถามที่ ๒ กรณีการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน ซึ่งกระผมได้หยิบยกเอากรณี ฝายกั้นน้ําลําเซบกและลําเซบายมากราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ ท่านรัฐมนตรีได้กรุณา พูดถึงภาคอีสานว่า เปึนแผ่นดินมหาศาล คําพูดของท่านรัฐมนตรีสอดคล้องกับอดีตรัฐมนตรี ซึ่งเปึนนักการเมืองที่มีชื่อเสียงชาวอุบลราชธานี ไม่ว่าจะเปึนท่านเลียง ไชยกาล หรือท่านฟอง สิทธิธรรม ทั้ง ๒ ท่านก็ได้เคยพูดในที่ประชุมในสภาแห่งนี้ว่า แผ่นดินอีสานจะเปึนแผ่นดิน มหาศาลถ้าเผื่อว่ามีน้ํา ถ้าท่านจะกรุณาเติมน้ําอาจจะไม่ใช่โดยใช้ระบบฝายกั้นน้ําอย่างที่ ผมกราบเรียนในที่ประชุม เปึนไปได้ไหมครับว่า ถ้าเผื่อท่านจะกรุณาหยิบยกเอาเรื่องของ การใช้ระบบสถานีสูบน้ํามาใช้ในการพัฒนาเรื่องระบบชลประทาน เติมน้ําให้นา เติมน้ํา ให้พื้นที่การเกษตรให้กับพี่น้องชาวอุบลราชธานี ยกตัวอย่างท่านครับ กรณีสูบน้ํา ด้วยไฟฟัาที่บ้านดอนส้มป์อย บ้านหนองบัว บ้านทุ่งมณี บ้านผือ ตําบลนาเลิง กรณีสูบน้ํา ด้วยไฟฟัาที่บ้านเหล่าบาก บ้านหนองสุ่ม บ้านนาไร่ใหญ่ ตําบลหนองฮาง สูบน้ําด้วยไฟฟัา ที่บ้านดุมน้อย บ้านเลิงน้อย บ้านท่าลาด ตําบลดุมใหญ่ หรือสูบน้ําด้วยไฟฟัาที่บ้านเศรษฐี บ้านหนองหลัก บ้านสงยาง ตําบลเหล่าบก สูบน้ําด้วยไฟฟัาที่บ้านหนองช้าง บ้านหนองแสง บ้านไพบูลย์ ตําบลหนองช้างใหญ่ หรือสูบน้ําด้วยไฟฟัาที่บ้านดอนแดงใหญ่ บ้านเดือยไก่ บ้านวังบน บ้านทุ่งใต้ ตําบลหนองฮาง กรณีที่ผมหยิบยกขึ้นมากรณีดังกล่าวนี้ถ้าเผื่อว่า เราใช้ระบบสูบน้ําด้วยไฟฟัาสถานีหนึ่งจะใช้งบประมาณประมาณ ๑๐ ล้านบาทก็จะได้ พื้นที่การเกษตรเพิ่มมากขึ้นถึง ๑,๐๐๐ ไร่ วันนี้เราลงทุนมากเหลือเกินสําหรับพี่น้อง ชาวกรุงเทพมหานครด้วยการจัดระบบขนส่งมวลชน ไม่ว่าจะเปึนรถไฟฟัาสายสีอะไร ก็สุดแท้แต่ เส้นสายหนึ่งใช้เงินถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าท่านจะใช้เงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่ออีสานบ้านของผม เติมน้ําให้กับคนอีสานผมเชื่อว่าอีสานจะรุ่งเรืองไพบูลย์ยิ่งกว่านี้ แนวนโยบายดังกล่าวนี้ท่านรัฐมนตรีได้เตรียมไว้เปึนทางออก เผื่อไม่ได้ดําเนินการในเรื่อง ของระบบชลประทานลําเซบก ลําเซบายหรือเปล่า ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านศุภชัย ศรีหล้า เอาประเด็นแรก ก่อนครับ ประเด็นแรกเปึนภาพรวมของพื้นที่ภาคอีสาน ถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกและท่านผู้มีเกียรติ ได้กรุณาติดตามข่าวตั้งแต่ตอนเริ่มต้นที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้ามาดํารงตําแหน่ง ท่านบอกว่า มีโครงการเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ใหญ่อยู่ ๒ โครงการคือ โครงการก่อสร้างรถไฟฟัา เพื่อคนกรุงเทพมหานคร อีกโครงการหนึ่งคือ โครงการผันน้ําโขง-ชี-มูล ซึ่งจะใช้งบประมาณ กว่า ๒ แสนล้านบาทในการที่จะแก้ปัญหาภาคการเกษตร ในการที่จะแก้ปัญหาเรื่องระบบ น้ําของภาคอีสานทั้งหมด ซึ่งกระผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าเปึนพื้นที่ที่ใหญ่ไพศาลที่สุด ถึง ๕๗.๙๙ ล้านไร่ แต่พื้นที่ชลประทานวันนี้ยังมีไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้จึงเปึนหัวใจสําคัญ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดําเนินการสนองนโยบาย ของท่านนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ศึกษาเรื่องความเปึนไปได้ลักษณะของโครงงานที่จะทํา จะเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี่ล่ะครับ เมื่อศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว แน่นอนที่สุดครับ สิ่งแวดล้อมจะต้องมาดูผลกระทบว่าจะเกิดปัญหาอย่างไร ถ้าหากว่าผ่านสิ่งแวดล้อมไปเสร็จ ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะเปึนการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในการที่จะผันแม่น้ําโขงลงมาสู่แม่น้ําชี แม่น้ํามูล ภาคอีสานน่าสงสารครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านศุภชัยพูดเปึนความจริง พวกเราได้รับทราบกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้ ปริมาณน้ําฝนในแต่ละรอบป้มากเหลือเกินครับ ๑,๐๐๐ กว่ามิลลิเมตร โดยตลอดทุกจังหวัด แต่พอถึงฤดูแล้งไม่มีโอกาสได้ใช้น้ํานี้เลยครับ เพราะเราไม่มีสถานที่ กักเก็บแหล่งน้ํา ฝนตกมันก็ผ่านเลยไปไหลลงแม่น้ําชี ไหลลงแม่น้ํามูล ก่อให้เกิดผลกระทบ น้ําท่วมเสียหายอีก พอถึงฤดูแล้งจะใช้เราไม่มีโอกาสได้ใช้น้ําเหล่านี้จึงเปึนปัญหาใหญ่ ที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาลได้เตรียมงานในระดับเมกะโปรเจกต์เพื่อที่จะ แก้ปัญหาตรงนี้อย่างยั่งยืน หลังจากพฤษภาคมเมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ศึกษา เสร็จส่งไปให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในขณะนี้ท่านรัฐมนตรีมาแล้ว เราได้ศึกษาว่าผลกระทบไม่ได้ทําให้เกิดความเสียหายอย่างไร โครงการนี้เริ่มดําเนินการ ทันทีครับ
ต่อกรณีปัญหาเรื่องของการแก้ไขที่ท่านสมาชิกต้องการจะเห็นเรื่องเครื่องสูบน้ํา ผมกราบเรียนเลยนะครับว่า การแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ําในพื้นที่ไม่ว่าจะเปึนลําเซบก ลําเซบายจะสามารถดําเนินการได้เหมือนกับที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อสังเกตไว้ก็คือ การสร้าง สถานีสูบน้ําไฟฟัาและระบบส่งน้ํา ปัจจุบันนี้ต้องกราบเรียนว่า มันเปึนภารกิจที่ถูกถ่ายโอน ไปให้กับท้องถิ่น กรมชลประทานเราไม่ได้รับงบในส่วนนี้มาเลย ๒ ป้ติด ๆ กันครับ แต่ก็ เปึนที่น่ายินดีว่าในขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาโครงการถ่ายโอนนี่ได้มีหนังสือแจ้งไปถึง สํานักงบประมาณและกรมชลประทานว่า ให้กรมชลประทานนั้นพิจารณาสนับสนุน การดําเนินการก่อสร้างโครงการสูบน้ําด้วยไฟฟัาและระบบส่งน้ํา เมื่อดําเนินการก่อสร้าง ตรงนี้เสร็จให้ถ่ายโอนไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนผู้ดูแลและบํารุงรักษาต่อไป โดยที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจะทําหน้าที่ในการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ ในเรื่องของค่ากระแสไฟฟัาและค่าบํารุงรักษา ตรงนี้ก็จะตรงกับเจตนารมณ์ซึ่งเราสามารถ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าตรงนี้ให้กับเกษตรกรในเขตเลือกตั้งของท่านศุภชัยได้ แล้วก็จะส่งผล ไปถึงพี่น้องในจังหวัดอุบลราชธานีได้ด้วยครับ เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนตอบเพื่อนสมาชิก ด้วยความเคารพครับ
ท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ครับ
นิดเดียวครับท่านประธานครับ กระผม ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ผมขออนุญาตนําเรียนสภาพปัญหาเรื่องน้ําซึ่งกระผมได้รับจาก พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้นําเสนอเพื่อขอรับ การสนับสนุนงบประมาณจากท่านในแฟัมนี้ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ด้วยครับ
ต่อไประเบียบวาระที่ ๑.๑.๓ กระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาการบุกรุกที่ดินเขตป์าสงวน แห่งชาติ ถามโดย คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีอนงค์วรรณ เทพสุทิน มาพร้อมแล้วครับ
ขอเชิญคุณอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ปัญหาเรื่องที่ดินทํากินของเกษตรกรที่ไปทับซ้อนอยู่ในเขตพื้นที่ป์า เปึนปัญหาที่หมักหมมเรื้อรังมายาวนานแล้ว แล้วก็รอการแก้ไขมาจากรัฐบาลหลายยุค หลายสมัยนะครับ ปัญหาอันหนึ่งที่เกิดขึ้นก็เปึนปัญหาจากกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเปึนจริงของบ้านเมืองที่เปึนอยู่ในเวลานี้ ซึ่งหลายรัฐบาล ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ ผมจําเปึนต้องนําปัญหานี้เข้ามาเปึนกระทู้ถามกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เนื่องจากว่าในช่วงระยะ เวลา ๒-๓ ป้ที่ผ่านมาซึ่งผมได้ลงไปในเขตพื้นที่เลือกตั้งของกระผมเอง ในเขต ๑ จังหวัด นครศรีธรรมราชก็ได้พบเห็นปัญหา ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมาตลอด แล้วก็บ่อยครั้ง ซึ่งเปึนปัญหาที่มีลักษณะใกล้เคียงกันแต่ว่าเปึนเรื่องที่มีความหลากหลาย ในเรื่องรายละเอียด แต่ว่าโดยประเด็นปัญหาแล้วมาจากแหล่งที่มาอันเดียวกันนะครับ นั่นก็คือความที่ไม่ชัดเจนในนโยบายของรัฐบาลแล้วก็แนวทางในการปฏิบัติที่มีหลายมาตรฐาน ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่ ผมคิดว่าปัญหาที่ผมได้ไปพบเห็นในจังหวัดนครศรีธรรมราช เปึนปัญหาเดียวกับที่เพื่อนผู้แทนราษฎรในพื้นที่อื่น ๆ ได้ไปประสบมาแล้วก็ตั้งเปึนกระทู้ถามบ้าง ตั้งเปึนญัตติรอการบรรจุเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรบ้างนะครับ ผมหยิบปัญหานี้ ขึ้นมาก็ด้วยความคาดหวังว่ากระทู้ถามนี้รัฐบาลเองจะให้คําตอบที่มีความชัดเจน แล้วก็ โดยเฉพาะรัฐบาลมีนโยบายที่เขียนไว้เปึนนโยบายเร่งด่วนในข้อ ๑.๑๗ เรื่อง วางระบบ การถือครองที่ดินและกําหนดแนวเขตการใช้ที่ดินให้ทั่วถึงและเปึนธรรม โดยใช้ข้อมูล ระบบภูมิสารสนเทศ ภายใต้กระบวนการที่ชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อให้ประชาชนมีที่ดินทํากิน และประกอบอาชีพอย่างทั่วถึงและพอเพียง ซึ่งผมคิดว่าเปึนแนวทางที่ถูกต้องและเปึน แนวทางที่สอดคล้องกับแนวคิดในการแก้ไขปัญหาซึ่งมีมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑ เปึนการแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินของพี่น้องในพื้นที่ ป์าไม้นะครับ โดยมีคณะกรรมการนโยบายป์าไม้แห่งชาติในเวลานั้นได้เสนอแล้วก็ ออกเปึนมติคณะรัฐมนตรีมา แต่ว่าจากวันนั้นจนถึงวันนี้มติ ครม. ฉบับดังกล่าวได้ถือว่า เปึนคัมภีร์ของเจ้าหน้าที่ป์าไม้ในการปฏิบัติต่อผู้เข้าไปบุกรุก เข้าไปถือครองที่ดินในเขต พื้นที่ป์าไม้ตลอดมา มีความพยายามที่จะทําให้คนอยู่กับป์าได้ในช่วงเวลานั้น แต่เนื่องจากว่า ด้วยเงื่อนไขของมติ ครม. ในเวลานั้นที่มีการให้อํานาจกับเจ้าหน้าที่ป์าไม้ ให้กับกรมป์าไม้ มากจนเกินไปแล้วก็ละเลยหลายส่วนที่จะเปึนการแก้ไขปัญหาก็ทําให้ปัญหาเหล่านั้น ยังดํารงอยู่ มติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑นี่มีเปัาหมายเพื่อที่จะดูแลรักษาป์า แล้วก็ต้องการจะแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินของพี่น้องเกษตรกรที่เข้าไปบุกรุกที่ทางราชการ เรียกว่า บุกรุกที่ดินในเขตพื้นที่ป์า อันนั้นเปึนสิ่งที่ทุกคนยอมรับว่าต้องการที่จะให้มีแนวทาง ที่ชัดเจนในการแก้ไขนะครับ แต่อย่างที่บอกว่า ปัญหาการให้อํานาจที่มากเกินไปกับเจ้าหน้าที่ กรมป์าไม้ก็ได้ทําให้เกิดความโน้มเอียงในการใช้กฎหมายที่เคร่งครัด ปราศจากการผ่อนปรน และที่สําคัญก็คือขาดการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนแล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการ กับการแก้ไขปัญหาที่ดินในเขตป์า มีพื้นที่อยู่ ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ที่มติ ครม. ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ต้องการจะเข้าไปแก้ไขปัญหาก็คือ ในส่วนของพื้นที่ป์าสงวนแห่งชาติ ซึ่งก็ต้องการที่จะแยกแยะ พื้นที่ว่าถ้าเปึนพื้นที่ที่สามารถทําการเกษตรได้ก็สามารถที่จะออกเปึน ส.ป.ก. ได้ แต่ถ้า ออกเปึน ส.ป.ก. ไม่ได้ก็ให้กรมป์าไม้เข้าไปดูแล แล้วก็เป่ดโอกาสให้ราษฎรทํากินตาม ความเหมาะสม ความเหมาะสมที่ว่านั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่กรมป์าไม้ เหมือนกัน อีกส่วนหนึ่งก็คือการจําแนกเขตการใช้ที่ดิน เมื่อจําแนกได้แล้วว่าพื้นที่บางส่วน จะต้องเปึนป์าอนุรักษ์ตามกฎหมายนี่ก็ใช้อํานาจของกรมป์าไม้เข้าไปจัดการตาม ความเหมาะสมอีกเช่นกันซึ่งก็เปึนดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ อีกส่วนหนึ่งถ้าเห็นว่าเปึนพื้นที่ ที่เปึนป์าอนุรักษ์ตามกฎหมายแล้วก็ให้กรมป์าไม้เข้าไปจัดการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และก็ห้ามราษฎรเข้าไปในพื้นที่นั้นโดยเด็ดขาดนะครับ
ส่วนที่ ๒ ก็คือ พื้นที่ป์าอนุรักษ์ตามกฎหมายก็ประเภทอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า เขตห้ามล่าสัตว์ป์า พื้นที่ลุ่มน้ําอะไรต่าง ๆ นะครับ ซึ่งเปัาหมาย ก็คือเพื่อการอนุรักษ์ ทั้งอนุรักษ์พื้นที่ อนุรักษ์ป์าไม้ อนุรักษ์ดิน อนุรักษ์น้ํา อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ ซึ่งเปึนสิ่งที่ทุกคนก็ยอมรับว่าจะต้องมีสิ่งนั้นอยู่ แต่ปัญหาก็คือว่าเมื่อราษฎรเข้าไปทํากินอยู่แล้วจะเปึนการเข้าไปทํากินก่อนหรือหลัง การประกาศเขตก็ตาม การแก้ไขปัญหาจะต้องตามมา แล้วก็เปึนความรับผิดชอบ ของรัฐบาลที่ต้องเข้าไปแก้ไข มติ ครม. ของวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ บอกไว้ชัดเจนครับว่า ในพื้นที่ป์าอนุรักษ์ให้กรมป์าไม้สํารวจพื้นที่ที่มีชาวบ้านเข้าไปครอบครองสํารวจให้ชัดเจน แล้วก็ทําการขึ้นทะเบียนผู้ครอบครอง จากนั้นให้ตรวจสอบพิสูจน์การถือครองที่ดิน โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหาร ถ้าไม่มีก็ให้ใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ที่ถ่ายไว้ครั้งแรกหลังวันสงวน หวงห้ามเปึนป์าพื้นที่ตามกฎหมาย รวมทั้งต้องพิจารณา ร่วมกับหลักฐานอื่นที่แสดงว่ามีการครอบครองทําประโยชน์ต่อเนื่องมาก่อน ตรงนี้ก็คือ การให้ชาวบ้านที่ทํามาหากินในพื้นที่เหล่านั้นมาก่อนจะได้รับรู้ว่าตัวเองมีสิทธิอยู่หรือไม่ และมีสิทธิในการไปพิสูจน์สิทธิโดยใช้หลักฐานที่หลากหลาย ไม่ใช่หลักฐานของ ฝ์ายทางราชการเพียงอย่างเดียว ซึ่งมติ ครม. ให้การรับรองแบบนี้ไว้ แต่ว่าเอาเข้าจริง มติ ครม. ก็เปึนเพียงกรอบเท่านั้นเอง แต่ว่าในแง่การปฏิบัติจริง ๆ แล้วนี่ก็ไม่สามารถที่จะ เข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาแล้วก็ให้สิทธิกับพี่น้องที่เข้าไปทํากินโดยถูกต้อง โดยชอบธรรมได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องปัญหาการให้อํานาจกับเจ้าหน้าที่กรมป์าไม้ในการบริหาร จัดการตามกรอบกฎหมาย หน่วยงานหลายแห่งก็ได้ยกปัญหานี้ขึ้นมา ทั้งองค์กรพัฒนา เอกชนอะไรต่าง ๆ ก็สะท้อนปัญหาให้รับทราบอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่ว่าไม่ว่าชาวบ้าน จะเข้าไปอยู่ก่อนหรือหลังการประกาศพื้นที่ป์านี่นะครับ การพิสูจน์สิทธิของชาวบ้าน เปึนไปด้วยความยากเย็นและเหมือนกับเปึนผู้ด้อยอํานาจไม่มีอํานาจต่อรอง ความถูก ความผิดนี่ชี้ขาดอยู่ที่กรมป์าไม้ทั้งสิ้น และการชี้ขาดมักจะลงเอยด้วยว่ากรมป์าไม้ เปึนฝ์ายถูกเสมอ และถ้าหากว่ากรมป์าไม้ไม่พร้อมที่จะพิสูจน์ก็นั่นหมายความว่า ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่เข้าไปทํากินในพื้นที่ป์าเหล่านั้นก็ยังคงคาราคาซังอยู่ ก็ทําให้ ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้นไม่มีหลักประกัน ผมจึงจําเปึนต้องตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความชัดเจนเรื่องนี้นะครับ ใน ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ก็คือ
๑. รัฐบาลจะดําเนินการประกาศเขตที่ดินป์าสงวนแห่งชาติ อุทยาน หรือพื้นที่ป์าอื่น ๆ ที่ไม่ชัดเจนทั้งหลายให้ชัดเจน และประกาศให้ประชาชนทราบ ด้วยวิธีการ ด้วยกระบวนการอย่างไร และเมื่อใด
๒. รัฐบาลจะช่วยเหลือประชาชนที่เข้าไปทํากินในเขตป์าสงวนแห่งชาติ โดยสุจริตและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้อย่างไร
๓. รัฐบาลจะเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริตต่อหน้าที่ด้วยการเรียกรับเงิน จากประชาชนเพื่อแลกกับการเข้าไปทํากินในเขตป์าสงวนแห่งชาติ หรือกลั่นแกล้งจับกุม และเรียกทรัพย์สินเงินทองจากประชาชนโดยอาศัยความไม่ชัดเจนในเรื่องเขตป์าได้อย่างไร
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอตอบกระทู้ถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครศรีธรรมราช ที่กรุณาได้ตั้งกระทู้ถามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนแล้วแต่เปึนปัญหาที่เกี่ยวกับการใช้ที่ดินเพื่อทําการเกษตรในพื้นที่ที่คาบเกี่ยวกับ ป์าสงวนแห่งชาติ ก็ด้วยความขอบคุณนะคะว่าท่านอภิชาตได้พยายามที่จะนําปัญหา มาสะท้อนให้กับดิฉันซึ่งเปึนรัฐมนตรีใหม่ที่เข้ามาดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม จริง ๆ แล้วปัญหาของท่านได้มีในรายละเอียดอย่างชัดเจน สามารถที่จะ ถ่ายทอดไปให้แก่ผู้คนที่มีปัญหาเช่นเดียวกับท่านนี้อีกมากมายทั่วประเทศ แล้วก็คิดว่ากระทู้ถามของท่านอภิชาตก็คงจะตรงกับใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจังหวัดอื่นเช่นเดียวกัน ในส่วนนี้คําตอบก็คงจะมีไม่ยาวเท่าไรนัก เปึนสั้น ๆ ว่า ปัญหา ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ทราบปัญหานี้ เปึนอย่างนี้ แล้วก็มีความรู้สึกว่าเห็นใจพี่น้องประชาชนที่แนวเขตไม่เกิดความชัดเจน มีปัญหาในเรื่องของการระหองระแหงกันระหว่างพี่น้องประชาชนด้วยกัน และพี่น้อง ประชาชนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วก็หน่วยงานของรัฐด้วยเช่นกัน ดังนั้นทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงคิดว่าการแก้ปัญหาที่ยืดเยื้อและเรื้อรังมานานนี้ ที่จะให้มีความเห็นสอดคล้องกัน จึงคิดว่าควรที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาและได้ดําเนินการขึ้น ไปแล้ว ในระดับจังหวัดก็จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธานในส่วนนี้ จะทําการสํารวจ พื้นที่ที่คาบเกี่ยวกันว่าพื้นที่นี้เปึนของใครแล้วจะจัดให้พี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ขั้นแรกนั้น ก็ให้หน่วยงานทั้งหมดรวมแล้วประมาณถึง ๑๔ หน่วยงานด้วยกัน ประกอบด้วย ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธานในจังหวัดนั้น ๆ ได้ทําการปรับปรุงเขตพื้นที่ทั้งพื้นที่ป์าไม้ พื้นที่ป์าสงวนต่าง ๆ นี้โดยการตกลงกันว่าพื้นที่ตรงนี้เปึนที่ของใครเพื่อไม่ให้เกิดการโต้เถียง กันอีก มายอมรับด้วยกันโดยมีประชาชนมามีส่วนร่วมด้วย หลังจากที่เราได้ตรวจสอบ เรียบร้อยแล้วอันนี้ถ้าหากว่าเราจะเรียกว่าเปึนการรีเชฟ (Reshape) ก็จะเข้าใจได้ง่าย เราจะทําการปักหมุด ตามโครงการนี้จะปักหมุดทุก ๆ ๒๐๐ เมตร ด้วยวัดตามค่าพิกัดฉาก ระบบยูทีเอ็ม (UTM) ทุก ๆ ๒๐๐ เมตรนี่ก็ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณด้วย ทุกจุดแล้วก็ปักหมุด เปึนเสาคอนกรีตไปเพื่อแสดงพื้นที่เขตป์าไม้แล้วก็จัดระบบแผนที่ต้นแบบตามมาตราส่วน ๑:๕๐,๐๐๐ แล้วก็ ๑:๔,๐๐๐ เพื่อที่จะให้ราษฎรถือเปึนแผนที่มาตรฐานแล้วก็ใช้ได้ ทุกหน่วยงานเปึนมาตรฐานไว้ในส่วนนี้ จากข้อมูลที่เราได้ตรวจสอบเปึนข้อมูลล่าสุดเลย เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายนนี้ ปรากฏว่าการดําเนินการดังกล่าวนี้เพื่อปรับปรุงพื้นที่อย่างที่พูดมา เมื่อสักครู่นี้ได้ดําเนินการเสร็จไปแล้ว ๓๑ จังหวัด แต่เราจะต้องรอให้พร้อม ๆ กันนะคะ ถ้าถามว่า ๓๑ จังหวัดนี้คือจังหวัดอะไรบ้างก็จะอ่านอย่างรวดเร็วว่ามีจังหวัดเลย จังหวัด นครพนม จังหวัดหนองบัวลําภู จังหวัดอุดรธานี จังหวัดแพร่ จังหวัดตราด จังหวัดสกลนคร จังหวัดลําพูน จังหวัดน่าน จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดยะลา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัด ภูเก็ต จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดอํานาจเจริญ จังหวัดตาก จังหวัดระนอง จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดเชียงราย จังหวัดลําปาง จังหวัดหนองคาย จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดชัยนาท และจังหวัดพิษณุโลก อันนี้ที่ได้ดําเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธานนี่นะคะ ส่วนจังหวัดที่กําลังอยู่ในขั้นที่จะแจ้งให้ทาง กระทรวงได้ทราบก็มีอีก ๒๖ จังหวัด ถ้าหากว่าอ่านแล้วจะเสียเวลาหรือไม่ ก็มีจังหวัด กําแพงเพชร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดขอนแก่น จังหวัดลพบุรี จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดยโสธร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชลบุรี จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัด ระยอง จังหวัดตรัง จังหวัดนครนายก จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุโขทัย จังหวัดสงขลา จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดพัทลุง และจังหวัดปัตตานี จังหวัด เหล่านี้กําลังดําเนินการที่จะส่ง นอกจากนั้นก็ยังมีจังหวัดที่กําลังดําเนินการไปแล้ว ๗๕ เปอร์เซ็นต์ อีก ๗ จังหวัด จังหวัดที่ดําเนินการไปได้ครึ่งหนึ่งคือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็มี ๔ จังหวัด ถ้าหากว่าต้องการทราบในรายละเอียดเมื่อกี้ที่อ่านไปจําไม่ได้ เดี๋ยวดิฉันจะส่งให้ท่านประธาน แล้วก็มาขอจากท่านประธานได้นะคะในส่วนนี้ ในมาตราส่วนที่เปึนแผนที่ ๑:๕๐,๐๐๐ แล้วก็ ๑:๔,๐๐๐ เราจะใช้เปึนมาตรฐานในการที่จะถือและก็จะดําเนินการให้แล้วเสร็จ ตามโครงการในป้ ๒๕๕๒ มีการปักหมุดให้เรียบร้อย หลังจากที่เราปักหมุดให้เรียบร้อย แล้วนะคะ เราก็จะดําเนินการที่จะออกเปึนเอกสารสิทธิ เปึนต้นว่าพื้นที่ที่จะออกเปึน ส.ป.ก. หรือจะออกเปึน น.ส. ๓ หรือจะออกเปึนโฉนดอย่างไรก็แล้วแต่ เปึนการพิสูจน์สิทธิออกมา อีกทีหนึ่งนะคะเมื่อเกิดความชัดเจนแล้ว แต่ช่วงระหว่างนี้นะคะ เนื่องจากว่าพื้นที่เหล่านี้ ยังดําเนินการไม่เสร็จ เราก็จะทําการควบคู่กันไปโดยให้เกิดความชัดเจน นั่นคือเราจะจัด ให้มีโครงการในลักษณะของการปักพื้นที่ด้วยต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว แล้วก็เปึนร่องรอย ของการแบ่งเขตให้ชัดเจนอันนี้อีกด้วยนะคะ ทําควบคู่กันไปเพื่อที่จะไม่ได้เสียเวลาในส่วนนี้ ก็คิดว่าในนโยบายที่เราได้กันเขตแล้วก็แบ่งเขต จัดในลักษณะนี้จะทําให้พี่น้องประชาชน ได้เกิดความชัดเจน แล้วก็ไม่มีความซับซ้อน แล้วก็แก้ปัญหาได้ต่อไปค่ะ
เชิญท่านอภิชาตครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้เล่า ถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทํากินในเขตพื้นที่ป์าไม้นะครับ แต่ผมก็ไม่ค่อย แน่ใจนะครับว่า ๓๑ จังหวัดที่ได้ดําเนินการปักหมุดชัดเจนเรียบร้อยแล้วนี่ปัญหากับเกษตรกร หรือว่าชาวบ้านที่เข้าไปบุกรุกจะไม่มีปัญหาตามมา รวมทั้งกระบวนการทั้งหลายที่ได้มี การดําเนินการ ได้ผ่านการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริงมากน้อย แค่ไหนนะครับ อันนี้เปึนประเด็นที่ฝากไว้ แล้วก็การประกาศให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ถึงเขตที่ดิน เขตป์าที่ชัดเจน ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญ และจะต้องมีสื่อที่ลงไปถึง พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้นอย่างทั่วถึง แล้วก็อย่างเข้าใจจริง ๆ เช่น การผ่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้นําท้องที่ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่จะต้องไปชี้แจงให้กับ พี่น้องประชาชนได้รับทราบ แล้วก็ทําความเข้าใจว่าถ้าเปึนพื้นที่เขตป์าแล้วเขาไม่สามารถ ที่จะเข้าไปดําเนินการอะไรได้นะครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานฝากไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชจริง ๆ แล้วมันมีพื้นที่สภาพการบุกรุก อยู่ใน ๓ โซน (Zone) ใหญ่ ๆ นะครับ อันแรกก็คือ พื้นที่โซนป์าเขาก็คือ ในเขตพื้นที่ป์าอนุรักษ์ ป์าสงวน เขตอุทยานแห่งชาติทั้งหลาย ๒. ก็คือเปึนพื้นที่ป์าพรุซึ่งจะมีเขตห้ามล่าสัตว์ป์า เขตทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ป์าสงวนแห่งชาติ ทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณะ อะไรต่าง ๆ จะมีลักษณะ การบุกรุกในพื้นที่ที่เรียกว่า เปึนป์าพรุ อยู่ ส่วนที่ ๓ ก็คือ พื้นที่ป์าชายเลนซึ่งอยู่ตามแนว ชายฝัืงทะเล แล้วก็มีเขตป์าสงวนอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น การบุกรุกพื้นที่เหล่านี้เปึนการบุกรุก ของพี่น้องประชาชนที่เข้าไปทํามาหากิน ไม่ได้มีลักษณะการบุกรุกที่เปึนของนายทุน หรือว่า เข้าไปรุกที่เพื่อจะเอาที่ดินไปให้นายทุนทําธุรกิจนะครับ เปึนเรื่องของการทํามาหากิน ทํามาหาเลี้ยงชีพของพี่น้องที่ยากจนโดยแท้จริง ในพื้นที่โซนป์าเขา อุทยานแห่งชาติ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้ง ๕ แห่งก็คือ เขาหลวง น้ําตกสี่ขีด น้ําตกโยง เขานัน แล้วก็ หาดขนอม หมู่เกาะทะเลใต้มีปัญหาเรื่องการบุกรุกเหล่านี้ทั้งสิ้นและมีการจับกุมกัน ไม่เว้นแต่ละวัน สภาพที่เปึนอยู่ก็คือ บริเวณชายขอบของอุทยานเหล่านั้น หรือว่าเขตป์าสงวน เหล่านั้นมันมีสภาพที่เปึนป์าเสื่อมโทรมและชาวบ้าน ก็เข้าไปครอบครองทํามาหากินมาตั้งแต่ชั่วปู์ย่าตายายมาแล้วนะครับ แล้วก็เกิดปัญหา ขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ป์าไม้มีการจับกุมดําเนินคดีเรื่อยมา ทางจังหวัดพยายามเข้าไปแก้ไข ปัญหา แต่ว่าเมื่อติดขัดกับอํานาจที่เด็ดขาดของกรมป์าไม้ก็ไม่สามารถที่จะทําอะไรได้ ทางจังหวัดมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวก็คือ เปึนตัวกลางในการเชื่อมระหว่างกรมป์าไม้กับ ชาวบ้าน ถ้าเกิดฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งนี่ไม่ยอมเข้ามาร่วมมือทางจังหวัดก็ได้แต่นั่งทําตาปริบ ๆ ไม่สามารถทําอะไรได้นะครับ ผมยกตัวอย่างให้เห็นในพื้นที่หลายหมู่บ้านของตําบลหินตก ตําบลร่อนพิบูลย์ อําเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่เปึนพื้นที่ป์าเขาคาบเกี่ยว กับอุทยานแห่งชาติน้ําตกโยงแล้วก็ป์าสงวนแห่งชาติเขาหลวงนะครับ มีการจับกุม ไม่เว้นแต่ละวัน คนเหล่านี้เข้าไปอยู่มา ๕๐-๖๐ ป้แล้วก็ไม่มีเอกสารสิทธิ อันนี้เขารู้อยู่แน่นอน แต่ว่าเขาคิดว่าที่ดินตรงบริเวณเหล่านั้นคือที่ทํากินของเขามาตั้งแต่หลายชั่วอายุคน เขามีสิทธิที่จะอยู่ตรงนั้น และกรมป์าไม้ก็ไม่เคยประกาศเขตให้เห็นชัดเจนว่าอยู่ตรงไหน ตรงไหนเปึนเขตพื้นที่ป์า ตรงไหนเปึนพื้นที่อุทยาน ตรงไหนเปึนพื้นที่เปึนของชาวบ้าน ที่เข้าไปทํากินได้นะครับ ที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือว่าในเขตโซนพื้นที่ป์าเขาชาวบ้านเข้าไป ปลูกยางพารา แล้วก็ถึงเวลาที่ยางพาราหมดอายุนี่เขาก็จะต้องตัดฟันต้นเพื่อที่จะนําไม้ ไปขาย แต่ว่าเมื่อเข้าไปตัดฟันต้นยางพาราในสวนของตัวเองนี่ก็ถูกจับกุมเนื่องจากว่าที่ดิน เหล่านั้นเปึนที่ดินที่อยู่ในเขตพื้นที่ป์าตามกฎหมายเปึนปัญหาที่ชาวบ้านร้องเรียนมา หลายกรณีแล้วก็หลายพื้นที่มาก ชาวบ้านเขาต้องการเพียงแต่ว่าความชัดเจนว่าพื้นที่ตรงไหน เปึนพื้นที่ของป์า เปึนพื้นที่ของทางราชการเขาก็จะไม่เข้าไปถ้าบอกให้ชัดเจน แต่ว่าพื้นที่ไหน ที่เขามีสิทธิที่จะเข้าไปทํากินก็ขอให้พิสูจน์สิทธิในที่ดินของเขาให้ได้
ในส่วนที่ ๒ ที่เรียนกับท่านประธานก็คือ พื้นที่ป์าพรุ เขตพื้นที่ห้ามล่า สัตว์ป์าบ่อล้อ และเขตห้ามล่าสัตว์ป์าแหลมตะลุมพุกในจังหวัดนครศรีธรรมราชนี่ครับ การจับกุมก็มีลักษณะที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากว่าป์าพรุตลอดแนวราบ โดยเฉพาะในพื้นที่ อําเภอเมือง อําเภอร่อนพิบูลย์ อําเภอเฉลิมพระเกียรติ ตลอดไปจนถึงอําเภอชะอวด นครศรีธรรมราชนี่ครับต้องถือว่าเปึนพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ําของนครศรีธรรมราช เปึนเขตพัฒนา ลุ่มน้ําปากพนังที่ประชาชนมีความยากจนและต้องการที่จะใช้พื้นที่ในการทํามาหากิน ทั้งการปลูกข้าว ทั้งการปลูกปาล์มเพื่อเปึนพืชทดแทนพลังงานอะไรต่าง ๆ ก็ว่าไป แต่ว่า ปัญหาเรื่องการใช้ที่ดินในบริเวณนี้มีอุปสรรคมาโดยตลอด เนื่องจากเขตที่ดินที่ไม่ชัดเจน วันนี้คนอยู่กับป์าพรุไม่ได้ครับเหมือนกับคนที่อยู่ในเขตป์าไม่ได้
ส่วนที่ ๓ คือพื้นที่ป์าชายเลนครับ นครศรีธรรมราชมีแนวชายฝัืงทะเลยาวถึง ๒๒๕ กิโลเมตรครับ พื้นที่ป์าชายเลนปัจจุบันนี้ก่อนหน้านี้เคยเปึนพื้นที่ในการทํานากุ้ง แต่ว่าเมื่อนากุ้งเริ่มหมด เริ่มเสื่อมลงเกษตรกรยากจนก็ใช้ทําเปึนพื้นที่ในการเพาะเลี้ยงสัตว์ ทําการประมงแบบตามธรรมชาติ มีการเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปู เลี้ยงปลาไปตามยถากรรม แต่ว่า ใช้พื้นที่ในเขตป์าชายเลนซึ่งเปึนเขตป์าสงวน โดยเฉพาะในพื้นที่ตําบลบางจาก ตําบลท่าไร่ ตําบลท่าซัก ตําบลปากนคร ตําบลปากพูน เนื้อที่มีถึงประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ ไร่ซึ่งถูก ขึ้นทะเบียนเปึนป์าสงวน แต่ว่าชาวบ้านเข้าไปทํามาหากินในพื้นที่ป์าชายเลนเหล่านั้น มาตั้งแต่ป้ ๒๕๑๕ แล้วก็ครอบครองกันเต็มพื้นที่หมดแล้วครับ ทําประมงตามธรรมชาติ เลี้ยงปู เลี้ยงปลาจับขายกันตามมีตามเกิด วันนี้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปปรับแต่งสภาพ บ่อเลี้ยง ทั้งเลี้ยงปู เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลาได้เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่หน่วยอนุรักษ์ป์าชายเลน เขาบอกว่า ตรงนั้นเปึนพื้นที่ป์าสงวน การเข้าไปปรับแต่งสภาพพื้นที่ก็เปึนการปรับแต่ง ป์าชายเลนซึ่งผิดกฎหมายทั้ง ๆ ที่เขาทํามาหากินมาร่วม ๔๐-๕๐ ป้แล้วนะครับคนก็อยู่กับ ป์าชายเลนในพื้นที่บริเวณเหล่านั้นไม่ได้นะครับ
อีกส่วนหนึ่งก็คือ พื้นที่ป์าเสื่อมโทรมซึ่งอยู่ในเขตเมืองในเขตเรียกว่า ไม่ใช่ ชนบทแต่เปึนเขตที่ได้พัฒนาขึ้นมาแล้วก็คือ พื้นที่หมู่ที่ ๔ ตําบลหินตก อําเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวบ้านประมาณ ๒๕๐ หลังคาเรือนร้องเรียนเรื่องนี้มาหลายรัฐบาล เพื่อให้เพิกถอนที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ป์าพุดหงเนื่องจากว่ามันมีสภาพเปึนป์าเสื่อมโทรม แล้วก็มีสภาพกลายเปึนเมืองไปแล้วนะครับ เพราะว่าพื้นที่เหล่านี้อยู่ใจกลางของ ตําบลหินตก แล้วพื้นที่บางส่วนก็อยู่ในเขตเทศบาลตําบลหินตก ไฟฟัา ประปา ตลาดสด ห้าง ร้านต่าง ๆ เข้าไปอยู่เต็มหมดแล้ว ทั้งวัด ทั้งสาธารณูปโภคพื้นฐานอยู่ครบถ้วน แต่ไม่มีเอกสารสิทธิได้เลยแม้แต่รายเดียวเนื่องจากว่าติดขัดว่าไม่สามารถที่จะเพิกถอน ที่ดินสาธารณประโยชน์ตรงนี้ได้ ก็อยากจะนําเรียนกับท่านรัฐมนตรีแล้วก็มีจดหมาย จากเทศบาล จากพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องนี้แล้วก็การดําเนินงานของทางจังหวัด ที่ได้ดําเนินการเรื่องนี้เปึนลําดับมา ผมจะนําเรียนกับท่านประธานเพื่อฝากต่อไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีด้วยในโอกาสนี้ ท่านประธานครับ ผมมีข้อเสนอ ๔–๕ ประเด็นสําหรับ การแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทํากินในเขตป์าสงวนแห่งชาตินะครับ
ข้อ ๑ การตรวจสอบการพิสูจน์แนวเขตป์าแต่ละประเภทต้องเร่งทําแล้วก็ ต้องทําอย่างรอบคอบด้วย ทั้งวิธีการทางวิทยาศาสตร์และการพิสูจน์หลักฐานที่รอบด้าน หลักฐานของฝ์ายชาวบ้านแม้จะเปึนหลักฐานที่บางทีก็อาจจะฟังดูแล้วไม่มีเหตุผลขัดแย้ง กับหลักทางวิทยาศาสตร์แต่ว่าเปึนหลักฐานที่จะต้องรับฟังนะครับ ที่สําคัญก็คือ การมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องถือเปึนหลักการสําคัญในการจัดการกับปัญหาที่ดิน
ข้อ ๒ ต้องประกาศให้ชาวบ้านรับรู้อย่างทั่วถึง อย่างที่ผมเรียนกับท่านว่า เมื่อมีการประกาศเขตที่ชัดเจนแล้วต้องบอกกับชาวบ้าน ต้องบอกไปให้ถึงตัว ต้องมีสื่อ ที่จะไปถึงชาวบ้านตรงนั้นให้ได้ไม่ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือว่าผู้นําท้องที่ก็ตาม และต้องดําเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้บุกรุกเมื่อมีการประกาศเขตกันชัดเจนแล้ว
ข้อ ๓ รัฐบาลต้องจัดการอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเองที่ทุจริต ต่อหน้าที่ ต้องยอมรับว่าด้วยเงื่อนไข ด้วยช่องว่างการประกาศด้วยเขตที่มันไม่ชัดเจน ทําให้เจ้าหน้าที่ของรัฐหาประโยชน์ เพราะฉะนั้นทําอย่างไรที่ท่านจะต้องจัดการกับ คนของท่านไม่ให้ไปทํามาหากินบนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและอย่าไปใช้ วิธีการป์าเถื่อนกับชาวบ้าน เพราะเกรงว่าจะได้รับการตอบโต้ที่รุนแรงกลับมาด้วย และจะเปึนปัญหาที่ไม่สิ้นสุด
ข้อ ๔ กรณีพื้นที่ป์าชายเลนในพื้นที่ ๒๐,๐๐๐ ไร่ ในพื้นที่ ๕-๖ ตําบล ที่ผมเรียนกับท่านประธานนะครับ ผมขอเสนอว่าจําเปึนที่จะต้องเป่ดพื้นที่เหล่านั้น ให้มีการใช้ที่ดินให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ผมคิดว่ากรมป์าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมต้องเป่ดให้เกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรที่ทํากินอยู่แล้วเข้าไปเช่าเลยครับ เพราะมีตัวอย่างอยู่แล้วในนิคมปากพญาก็ไปเช่าที่ดินของกรมป์าไม้เข้าไปทํานะครับ กรณีเช่นนี้ก็สามารถที่จะแบ่งที่ดินให้กับชาวบ้านเช่าว่าทําบ่อกุ้ง ทําบ่อเลี้ยงปลาคนละ ไม่เกินกี่ไร่ ๕๐ ไร่ ๖๐ ไร่ก็ว่าไปแล้วก็กันพื้นที่เหล่านั้นบางส่วน เช่น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คุณต้องปลูกป์าเพื่ออนุรักษ์พื้นที่ป์าชายเลนเอาไว้นะครับ แล้วข้อ ๒ ต้องอนุญาตให้เขานําเครื่องมือจักรกลที่จําเปึนในการไปปรับแต่งบ่อเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา ซึ่งเปึนไปตามธรรมชาติไม่ได้ทําลายสภาพแวดล้อมเหมือนกับการเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนา ทั้งหลายนะครับ
ส่วนสุดท้ายครับที่จะฝากไว้ก็คือ กรณีพื้นที่สาธารณประโยชน์ในป์าพุดหง ในพื้นที่ หมู่ ๔ ของตําบลหินตก อําเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ดําเนินการ ถอนสภาพป์าสงวนแล้วก็ออกเอกสารสิทธิให้กับชาวบ้านอย่างชอบธรรมต่อไป ผมคิดว่า ประเด็นปัญหาเหล่านี้รัฐบาลจะรับไปพิจารณาได้หรือไม่ครับ
ท่านสมาชิกครับ การถามตอบกระทู้ถามต้องไม่เปึนลักษณะของการอภิปรายนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้กระชับด้วยทั้งผู้ถามและผู้ตอบนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมในประเด็นที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้กรุณาให้ข้อสังเกตนะคะ แล้วก็ในส่วนของที่ได้ตอบกระทู้ถามไปเมื่อสักครู่นี้ ในเรื่องของ ๓๑ จังหวัดนั้นยังไม่ได้เสร็จเรียบร้อย ยังไม่ได้ปักหมุดนะคะเพียงแต่สํารวจไว้ แต่ว่าการที่จะประกาศเมื่อไรนั้นต้องมีความพร้อมด้วยกันทั่วประเทศนะคะ แล้วก็ในส่วนของ ที่ท่านกังวลอยู่ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะไม่ทราบนั้นเราระบุอยู่ในคณะกรรมการนี้ อยู่แล้วว่าหลังจากที่ดําเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วเราจะต้องประกาศให้พี่น้องประชาชน ได้รับทราบโดยการแจ้งไปทางผู้ใหญ่บ้าน กํานัน และผู้นําท้องถิ่น จนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ให้มีความเข้าใจตรงกันค่ะ ในประเด็นนี้ท่านไม่ต้องเปึนห่วงนะคะ และต้องขอขอบคุณ ในส่วนของที่ท่านได้กรุณาบอกว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐจะทําการในลักษณะเปึนการโหดร้าย ทารุณ ป์าเถื่อน ในช่วงที่ดิฉันดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมยืนยันว่าจะไม่มีเช่นนี้เด็ดขาดนะคะ แล้วหากพบเห็นว่าดําเนินการในลักษณะ ที่โหดร้าย ทารุณ ป์าเถื่อนอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงแล้วช่วยกรุณาแจ้งให้ทางกระทรวง ได้ทราบด้วย เพราะว่าขณะนี้เรามีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเพิ่งลงนามโดย ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้มีคําสั่งเกี่ยวกับเรื่องการปัองกันและปราบปราม การบุกรุกป์า การทําลายป์าอยู่ ในส่วนนี้เราระบุชัดเจนทั้งผู้บุกรุกแล้วก็ทั้งเจ้าหน้าที่หากว่า มีการทําในลักษณะที่ไม่ชอบมาพากลหรือว่าเกินกว่าเหตุเราจะมีการลงโทษอย่างเฉียบพลัน เฉียบขาดเช่นเดียวกันค่ะ ในส่วนของท่านที่มีคําถามเพิ่มเติมอาจจะไม่อยู่ในเอกสาร ที่ท่านถามมาเปึนกระทู้ถาม แต่ท่านสอดแทรกเปึนคําถามอยู่ในคําถามที่ท่านบรรยาย เมื่อสักครู่นี้นะคะ ดิฉันก็จะขออนุญาตตอบให้ท่านได้ทราบคร่าว ๆ ว่า ในประเด็นของพื้นที่ อําเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราชที่เปึนพื้นที่เขตเลือกตั้งของท่านนั้นก็มีหลายพื้นที่ เหมือนกัน เช่น ถ้าสมมุติในกรณีบ้านม่วงงามอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยนะคะ ไม่ได้เกี่ยวข้อง กับเรื่องของป์าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด แต่ส่วนของพื้นที่ ป์าสงวนแห่งชาติท้องที่ตําบลหินตกที่ว่าอยากได้เอกสารสิทธินั้นที่หมู่บ้านหินตกจํานวน ๔ ตําบลนั้น เดิมเปึนพื้นที่ขึ้นทะเบียนสาธารณประโยชน์เพื่อการบํารุงพันธุ์ไม้ มีเนื้อที่ ๑,๔๕๐ ไร่ เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๗๖ ต่อมาก็ประกาศเปึนป์าคุ้มครอง ประกาศเปึน ป์าคุ้มครองแล้วต่อมาอีกก็ประกาศเปึนป์าสงวนแห่งชาติมาตามลําดับ และป์าพุดหง ตามผลของพระราชบัญญัติป์าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ บทเฉพาะกาล มาตรา ๓๖ พื้นที่ดังกล่าวนี้ได้มีการร้องเรียนขอความช่วยเหลือเรื่องเอกสารสิทธิมานาน แล้วก็ที่ราษฎร เข้าไปครอบครองนั้นได้มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือ โดยมอบ ให้ทางกรมป์าไม้ตรวจสอบสภาพปัจจุบันและจํานวนราษฎรที่ครอบครองพื้นที่ดินอยู่ กรมป์าไม้ได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีราษฎรอาศัยอยู่จํานวน ๒๔๗ ราย มีเนื้อที่ประมาณ ๑,๓๖๑ ไร่ ในส่วนนี้นะคะจะเร่งรัดให้ความช่วยเหลือโดยการจัดทําแผนงานโครงการ จัดการทรัพยากรที่ดินและป์าไม้ตามมติของคณะรัฐมนตรี วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ต่อไป และจะเร่งดําเนินการให้เสร็จในป้ ๒๕๕๒
ส่วนพื้นที่ของท่านที่ถามเพิ่มเติมเมื่อสักครู่นี้กรณีของบ้านป์าพรุ ป์าชายเลน ดิฉัน ก็จดอาจจะไม่ค่อยละเอียดนักนะคะ พื้นที่ตรงนี้เปึนพื้นที่ที่อยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่แล้ว รวมประมาณ ๖๖,๐๙๘ ไร่ เปึนป์าชายเลนในพื้นที่อําเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จากการสํารวจการถือครองพื้นที่ในป์าชายเลนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง เมื่อป้ ๒๕๕๐ พื้นที่อําเภอเมืองนี้มีการถือครองพื้นที่และอาศัยอยู่จํานวน ๖๒๑ แปลง มีเนื้อที่ ๔๑,๒๙๗ ไร่ มีผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทําประโยชน์จํานวน ๓ กลุ่ม ใน ๓ กลุ่มนี้ มีรายละเอียดอีกมากมาย แต่แยกออกเปึน ๓ กลุ่ม เนื้อที่ประมาณ ๙,๔๘๒ ไร่ ถ้าในกรณี ที่ท่านต้องการทราบจํานวนกลุ่มว่ามีผู้ใดบ้าง ดิฉันจะส่งเอกสารนี้ให้กับท่านประธาน และท่านมารับได้ทางข้างหลัง คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๓ ได้อนุญาต ให้ราษฎรที่อยู่อาศัยในเขตป์าชายเลนที่ไม่มีเอกสารสิทธิก่อนมติคณะรัฐมนตรี มติคณะรัฐมนตรี ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๔ ให้อยู่อาศัยต่อไปแต่ไม่อนุญาตให้ทํากิน เนื่องจากว่าการเข้าไปทํากินนี้จะมีลักษณะของการบุกรุกเข้าไปเกินกว่าที่ทางราชการ จะอนุญาตได้ เพราะว่าอาจจะนําเครื่องมือหนักหรืออะไรเข้าไป เพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง และความเดือดร้อนของราษฎรที่อาศัยที่ทํากินในพื้นที่ป์าชายเลนนี้ จึงเห็นควรให้มีการผ่อนผัน ให้ราษฎรที่อยู่ก่อนวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๔ ได้อาศัยอยู่กินได้แต่ห้ามนําเครื่องจักรกล เข้าไป อันนี้ก็คงจะต้องห้ามอยู่ เพราะว่าการนําเครื่องจักรกลเข้าไปแล้วนี้จะเปึนลักษณะ ของการคือเนื่องจากพี่น้องประชาชนอยู่ในพื้นที่ในลักษณะนี้ ไม่ใช่เฉพาะทางภาคใต้ ทุกภาคของประเทศไทยนี้เปึนจํานวนมาก ถ้าเราอนุญาตให้นําเครื่องจักรกลเข้าไปแล้ว เราจะแยกแยะไม่ออกเลยว่าสิ่งไหน พื้นที่ไหนเปึนที่ทํากิน หรือสิ่งไหนหากเข้าไปทําประโยชน์ และลักษณะของผู้มีอิทธิพลเข้าไปบุกรุก เพราะว่ามันจะแยกกันไม่ออก เรามีการห้าม เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ด้วย การใช้ประโยชน์จากที่ดิน เช่น ในกรณีของท่านที่เอ่ย เมื่อสักครู่นี้อาจจะใช้เปึนที่ดินของการทํานากุ้งตามธรรมชาติ ถ้าหากว่าท่านจะเปลี่ยนแปลง เปึนนากุ้งแล้วเปึนแบบพัฒนาขึ้นมานี้ก็คงจะยังไม่อนุญาตในขณะนี้ เพื่อไม่ให้ระบบนิเวศ ในป์าชายเลนได้เปลี่ยนแปลงไปจนเกินกว่าสภาพที่จะฟุ๋นฟูได้ในส่วนนี้นะคะ อย่างไรก็ตาม ในฐานะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ท่านกรุณา ได้แนะนําเมื่อสักครู่นี้กรณีของการให้เช่าป์า เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเปึนเรื่องที่ทําไม่ได้ เปึนเรื่องที่ทําได้ แต่การจะทํานั้นต้องพิจารณาให้รอบคอบ และขณะนี้เราก็ยังนําเรื่องนี้มาคิดกันว่า จะวางแผนหรือกฎเกณฑ์อย่างไรเพื่อให้มีการครอบคลุมและจะไม่เกิดปัญหาของการบุกรุก ที่ดินเพิ่มยิ่งขึ้น เพราะว่าท่านทราบดีอยู่ว่าในกรณีที่จะให้เช่าหรือให้เข้าไปทําการในป์านั้น เปึนเรื่องที่ละเอียดอ่อน พี่น้องประชาชนมีหลายระดับ มีหลายกลุ่ม และมีบางกลุ่มที่จะ อาศัยพี่น้องที่ยากจนของเรานี้เปึนแนวหน้าในการที่จะเข้าไปดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เปึนประโยชน์ส่วนตน ดังนั้นเรื่องที่ท่านเสนอขึ้นมานี้ไม่ใช่ว่าเปึนไปไม่ได้ ขอรับไว้ พิจารณาทั้ง ๔-๕ ข้อเมื่อสักครู่นี้นะคะ แล้วก็คงจะได้มีความชัดเจนในเร็ว ๆ นี้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
กระทู้ถามทั่วไปที่ ๔ นะครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ขอเสริมนิดเดียวครับ
เชิญครับ
ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ครับ กรณีการแก้ไขปัญหาการรุกพื้นที่ป์าชายเลน ผมคิดว่าแนวที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบนี่ก็เปึนแนวทางที่ทางราชการก็ปฏิบัติอยู่ ซึ่งผมคิดว่า ก็เปึนการปัองกันทรัพยากรธรรมชาตินะครับ แต่ว่าแนวคิดที่ควรจะเพิ่มเติมเข้าไปก็คือว่า จะใช้พื้นที่เหล่านั้นให้เปึนแหล่งทํามาหากินของพี่น้องประชาชนโดยถูกต้องได้อย่างไร ผมคิดว่ากรณีที่เสนอเรื่องการให้เช่าพื้นที่ป์าชายเลนนี่นะครับ เนื่องจากว่าพื้นที่เหล่านั้น ราษฎรเข้าไปถือครอง เข้าไปยึดครองครบถ้วนหมดแล้ว แล้วก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าเปึนเกษตรกร เปึนชาวบ้าน ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้นจริง ๆ ไม่ใช่เปึนนายทุนเข้าไปดําเนินการ ซึ่งผมอยากจะกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีว่า ถ้ามีโอกาสอยากให้ท่านเดินทางไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมก็ยินดี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ระดับ อบจ. ไปจนถึง อบต. ซึ่งเขาดูแลและรับหน้า กับปัญหานี้มายาวนาน เขาพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับท่านครับ กราบขอบพระคุณครับ
กระทู้ถามทั่วไป ลําดับที่ ๔ นะครับ
๑.๑.๔ กระทู้ถาม เรื่อง การขยายผิวจราจรทางหลวง หมายเลข ๒๑๗ เปึน ๔ ช่องจราจรตลอดสาย นายอิสสระ สมชัย ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เนื่องจากผู้ตั้งกระทู้ถามได้มีหนังสือแจ้งครับว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ได้รับ คําชี้แจงจากกรมทางหลวงแล้ว จึงขอถอนกระทู้ถามดังกล่าวครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๕ นะครับ ผมขอไปที่กระทู้ถามสดเลยครับ
๑.๒.๑ กระทู้ถามสด เรื่อง การฟุ๋นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ท่านฟาริดา สุไลมาน ถามท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตอบแทนครับ
เชิญท่านฟาริดาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฟาริดา สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคพลังประชาชน ในวันนี้ดิฉันได้ยื่นกระทู้ถามสดถามท่านนายกรัฐมนตรีในกระทู้ถามสด เรื่อง การฟุ๋นฟู ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย แล้วก็วันนี้ได้รับเกียรติ จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนะคะ ที่ท่านเสียสละเวลามาตอบกระทู้ถามสดของดิฉัน จริง ๆ แล้วในเรื่องของนโยบายการฟุ๋นฟู ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบียซึ่งในอดีตนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดี ต่อกันทั้ง ๒ ประเทศ แต่ว่าในส่วนของความสัมพันธ์นั้นมาหยุดชะงักลงตั้งแต่ป้ ๒๕๓๓ ซึ่งเกิดคดีเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนกรณีการฆ่าเจ้าหน้าที่การทูต การฆ่าเจ้าหน้าที่การทูต ๓ คน การอุ้มนักธุรกิจ และกรณีของคดีเพชรซาอุ ซึ่งทั้ง ๓ คดีนั้นเกิดขึ้นมา ๕ รัฐบาลด้วยกัน ก็ยังไม่มีรัฐบาลไหนที่ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ ดิฉันเห็นในส่วนของหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนในนโยบายของรัฐบาลที่ออกมาในการที่จะเร่งฟุ๋นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบียนั้น ดิฉันต้องขอขอบพระคุณในส่วนของรัฐบาลไทย เปึนอย่างยิ่งที่ได้เร่งในการฟุ๋นฟูความสัมพันธ์เหล่านี้ ซึ่งเห็นได้จากการที่ท่านอุปทูตของ ประเทศซาอุดีอาระเบียมาหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศมีการแถลงข่าวว่าจะดําเนินการในเรื่องของคดี การฟุ๋นฟูความสัมพันธ์ ทําในยุคนี้ให้เปึนยุคสุดท้าย แล้วก็กรณีมีการตั้งคณะที่ปรึกษาที่มีความสัมพันธ์กับ ทางการซาอุดีอาระเบียซึ่งเปึนชาวมุสลิมถึง ๒ ท่าน และขณะเดียวกันในส่วนของอธิบดี ดีเอสไอ (DSI) ทางกระทรวงยุติธรรมก็เร่งในเรื่องเหล่านี้ แล้วก็สิ่งที่ดิฉันชื่นชมเปึนอย่างยิ่ง นั่นก็คือกรณีวันที่ ๓ เมษายนในป้นี้ที่ท่านรัฐมนตรีได้เดินทางไปด้วยตัวของท่านเอง ในการไปที่เรือนจําไปพบกับหัวหน้าชุดสอบสวนเกี่ยวกับในกรณีของการอุ้มนักธุรกิจก็คือ ท่าน พลตํารวจโท ชลอ เกิดเทศ ที่ดิฉันต้องบอกว่าดิฉันชื่นชมท่าน เพราะว่าไม่เคยมี รัฐมนตรีท่านไหนที่ดําเนินการเรื่องนี้ให้เปึนจริงเปึนจัง เพราะฉะนั้น ณ วันนี้เมื่อในส่วน ของรัฐบาลมีนโยบายที่จะทําเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้ว ประชาชนก็ให้ความสนใจเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในส่วนของพี่น้องแรงงาน ซึ่งดิฉันอยู่จังหวัดสุรินทร์ พี่น้อง ภาคอีสานมีความตื่นตัวกันเปึนอย่างมาก เขาอยากเห็นแรงงานที่เดินทางไปทํางาน ที่ประเทศซาอุดีอาระเบียนั้น ทําอย่างไรที่จะทําให้แรงงานเหล่านี้ได้กลับคืนมา ท่านประธานคะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็คงจะทราบดีว่า เมื่อ ๑๙ ป้ที่ผ่านมานั้นเรามี แรงงานที่เดินทางไปยังประเทศซาอุดีอาระเบียถึง ๒ แสนคน เรามีในส่วนของรายได้ ที่เข้าประเทศป้หนึ่งประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่า ๑๙ ป้ที่ผ่านมานั้นเราสูญเสียผลประโยชน์ในเรื่องนี้เปึนเงินถึง ๒ แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเกิดว่าเราไม่เร่งการฟุ๋นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับ ประเทศซาอุดีอาระเบียแล้ว ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของแรงงาน ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของ พลังงาน ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการลงทุนด้านพลังงานต่าง ๆ แล้ว เราจะเสียประโยชน์ อย่างมหาศาลสําหรับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นในเรื่องเหล่านี้นั้นดิฉันจึงต้องการ ที่อยากจะถามแล้วก็อยากที่จะให้ในส่วนของประเทศไทยได้รับผลประโยชน์เหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายในเรื่องของแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศซาอุดีอาระเบียนั้น เริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙-๒๕๖๓ อีก ๑๐ ป้ข้างหน้านั้นเขาจะมีนโยบายที่จะขยายเมืองเศรษฐกิจอีก ๖ เมือง แล้วจะมีเม็ดเงินลงทุนมหาศาล ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของพลังงาน ไม่ว่าจะเปึน ในเรื่องของน้ํามัน ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของแรงงานและการท่องเที่ยวอีกประมาณ ๓ แสนล้าน ดอลลาร์สหรัฐ แล้วเขาก็จะมีในเรื่องของมาตรการในการที่จะรองรับในส่วนของแรงงาน อีกประมาณ ๑ ล้าน ๓ แสนคน ดังนั้นถ้าเกิดว่าเราไม่เร่งการฟุ๋นฟูความสัมพันธ์แล้ว ดิฉันถือว่า สิ่งเหล่านี้จะเปึนความเสียหายอย่างยิ่งใหญ่สําหรับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น ในคําถามที่ ๑ ที่ดิฉันอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นั่นก็คือ ท่านมีมาตรการในการฟุ๋นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศซาอุดีอาระเบีย อย่างไร ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของแรงงาน ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของด้านกระบวนการยุติธรรม ที่ยังเปึนปัญหาอยู่ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของพลังงาน ธุรกิจ เศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งในเรื่องเหล่านี้นั้น สิ่งหนึ่งที่เราจะเรียกคืนกลับมา นั่นก็คือความเสียหายอย่างประมาณค่ามิได้ที่ประเทศไทย ได้รับจากสายตาของชาวโลกและชาวโลกมุสลิม เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากถามคําถามนี้ เปึนคําถามที่ ๑ ค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสุรินทร์ ท่านได้ให้ความสนใจในเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศ ซาอุดีอาระเบีย ก็เปึนที่ทราบกันอยู่นะครับท่านที่เคารพว่าประเทศซาอุดีอาระเบียและ ประเทศไทยนั้นเคยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟันเมื่อประมาณเกือบ ๒๐ ป้มาแล้ว จากความสัมพันธ์ อันแน่นแฟันนี้ก็ทําให้เกิดมีปัญหาในลักษณะที่คนไทยได้ไปทํางานมากมายในตอนต้น ก็ได้มีการขโมยสิ่งสําคัญ ๆ ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพชร พลอยที่เราพูดกันติดปากว่า เพชรซาอุ นํากลับมาสู่ประเทศไทย นั่นเปึนเรื่องที่ ๑ อีก ๒ เรื่องนั่นก็คือ เรื่องเกี่ยวกับ การหายตัวไปของนักการทูตของประเทศซาอุดีอาระเบีย ๔ ท่าน แล้วประการสุดท้าย นั่นก็คือ การหายตัวไปของนักธุรกิจ ซึ่งกระผมอยากจะกราบเรียนสั้น ๆ ต่อท่านผู้ทรงเกียรติ จากจังหวัดสุรินทร์ว่า ทั้ง ๓ กรณีนี้เปึนกรณีที่ทําให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย และประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นถูกตัดขาดลงไป เนื่องจากว่าทางประเทศซาอุดีอาระเบีย อาจจะคิดว่าประเทศไทยนั้นไม่ได้ให้ความจริงใจในเรื่องนี้ เนื่องจากว่าทิ้งเรื่องงานนี้ มาเปึนเวลา ๑๗ ป้ ๑๘ ป้กว่าเกือบ ๑๙ ป้แล้ว กระผมในฐานะได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบ ก็อยากจะกราบเรียนต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า งานนี้เปึนงานของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางไปประเทศกานาไม่สามารถที่จะตอบคําถามได้ ผมจึงรับภาระในเรื่องนี้เพราะว่ามีส่วนที่เกี่ยวข้องนั้นด้วย อย่างไรก็ตามในเรื่องเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ที่เราจะคืนนั้นผมคิดว่า คําที่จะเปึนคีย์ เวิร์ด (Key word) ตัวนี้น่าจะใช้คําว่า ความจริงใจซึ่งมีต่อกัน ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสุรินทร์คงจะสังเกตว่ารัฐบาลนี้ได้พยายามอย่างยิ่งที่จะหาทาง ทุกวิถีทางที่เอากลับคืนมาซึ่งความสัมพันธ์ กระผมอยากจะกราบเรียนสั้น ๆ ว่า ก่อนที่ กระผมจะมารับในตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั้นเคยอยู่ในสังกัดของผู้แทน การค้าไทยซึ่งได้มีโอกาสได้ดูแลประเทศตะวันออกกลางทั้งหมด ขอเรียนว่าเมื่อได้ไป ประเทศตะวันออกกลางเพื่อไปดําเนินการค้า การลงทุน เราจะประสบกับอุปสรรค อย่างใหญ่หลวงนั่นก็คือ ประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นต้องถือว่าเปึนประเทศที่เปึนพี่เบิ้ม ใน ๘ ประเทศที่อยู่ในอ่าว แล้วก็เรียนว่า ประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นมีประชากรถึง ๒๖ ล้านคน ถ้าเปรียบเทียบอย่างประเทศบาห์เรนหรือประเทศอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง ประเทศกาตาร์นั้น มีเปึนแสนคนเท่านั้น ๓ แสนคนบ้าง ๕ แสนคนบ้าง เปึนต้น เพราะฉะนั้นผู้ที่จะจับจ่ายใช้สอย แล้วทําให้เม็ดเงินทางด้านเศรษฐกิจในประเทศอ่าว ๘ ประเทศ ผู้ยิ่งใหญ่นั้นก็คือประเทศ ซาอุดีอาระเบีย ดังนั้นก็เปึนความคิดอยู่ในตัวกระผมมาสม่ําเสมอว่า เราจะทําอย่างไรที่จะ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจนะครับ ครั้งหนึ่งอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสุรินทร์ได้ชี้แจงว่า เราเคยมีแรงงานไทยที่ไปทํางานในประเทศซาอุดีอาระเบียถึง ๒ แสนกว่าคน การใช้จ่าย ของประเทศซาอุดีอาระเบียที่มาเยี่ยมเยียนประเทศไทยนั้น เงินมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามา ในประเทศเราในขณะนี้ขณะที่เรายังไม่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันก็ยังมีประชากรของ ประเทศซาอุดีอาระเบียมาประเทศไทยนั้นป้ละไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ คน สิ่งอันนี้ที่ผม ได้กล่าวแต่เบื้องต้นว่าคีย์เวิร์ดนั้นอยู่ที่ความจริงใจ หลังจากที่ได้พิจารณาอะไรต่าง ๆ ถ่องแท้แล้ว ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ทางเดียวที่เราจะต้อง ทํานั้นก็คือ จะได้แสดงความจริงใจของประเทศไทยที่มีต่อปัญหาที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เขามีอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสุรินทร์ได้ถามถึง ๓ ข้อนั้นซึ่งเปึนปัญหา ที่เรากําลังดําเนินการอยู่ รายละเอียดในการดําเนินการนั้นก็เรียนว่า เปึนสิ่งที่บางครั้ง ไม่อาจจะพูดได้ ต้องเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยความเคารพนะครับว่า มันอยู่ ในเรื่องของรูปคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่กระผมรับผิดชอบนั้นก็คือ เปึนงานในเรื่องของ การปฏิบัติแล้วมันเกี่ยวกับเรื่องของรูปคดี บางครั้งการพูดจาพาดพิงกันอาจจะเปึนเรื่องที่ ไม่ถูกไม่ควร ถ้าหากกระทรวงการต่างประเทศจะมาอธิบายคงจะได้ดีกว่าผมในเรื่องที่ท่านถาม ก็เรียนด้วยความเคารพครับว่า คีย์ เวิร์ดนั้นก็คงจะอยู่ที่ว่า ความจริงใจที่จะร่วมมือทางด้าน เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานในอนาคตนะครับ ตอบสั้น ๆ อีกนิดเดียวครับว่า กระผมได้มีโอกาสพบกับท่านอุปทูตประเทศซาอุดีอาระเบีย หลายครั้งได้ทําความเข้าใจ ซึ่งก็เรียนว่า งานต่าง ๆ ที่เราได้ปฏิบัติต่อเขาเขามีความชื่นชม ในขณะนี้อย่างมาก แล้วก็ผลพวงในการดําเนินการในเรื่องนี้มันจะออกมาอย่างไรก็เรียน ด้วยความเคารพว่า เราไม่สามารถที่จะตอบได้ เพราะมันเปึนเรื่องเกี่ยวกับรูปคดีอะไรต่าง ๆ ก็จะพยายามอย่างที่สุด อย่างน้อยกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ให้ประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้เข้าใจถึงความพยายาม ถึงความจริงใจ ถึงความตั้งใจของรัฐบาลไทยที่ดําเนินการ เรื่องนี้ครับ ขอตอบปัญหาท่านผู้ทรงเกียรติแค่นี้ก่อนครับ
เชิญครับ
ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี เปึนอย่างมากนะคะ โดยเฉพาะในส่วนของคีย์ เวิร์ดที่ท่านบอกว่า ความจริงใจของคนไทย ซึ่งทางการซาอุดีอาระเบียเขาคงไม่ต้องการอะไรมากมายนอกจากความจริงใจที่รัฐบาลไทย ได้ให้กับเขา แต่ว่าที่ผ่านมา ๑๙ ป้นั้นพวกเราคนไทยก็คงจะทราบดีว่าความจริงใจที่เรา ให้กับรัฐบาลซาอุดีอาระเบียนั้นส่วนใหญ่แล้วก็ถือว่าล้มเหลวนะคะ ทั้งนี้เพราะว่าการรื้อฟุ๋น คดีทั้ง ๓ คดี ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของคดีอุ้มซึ่งฆ่าเจ้าหน้าที่การทูตในป้ ๒๕๓๑ ๑ คน การอุ้มในส่วนของนักธุรกิจ แล้วก็ในกรณีของการฆ่านักการทูต ๓ คน แล้วก็คดีเพชรซาอุนั้น คดีทั้งหมดนี้ทางการไทยไม่สามารถที่จะหาคนผิดที่แท้จริงมาลงโทษได้เลย กรณีของ ๓ คดีนี้ ส่วนใหญ่ถ้าพูดกันไปแล้วก็จะเปึนแพะทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึนกรณีแรกก็คือ ในเรื่องของคดีฆ่า เจ้าหน้าที่การทูตก็มีการจับบังหมุดซึ่งเปึนคนจังหวัดกรุงเทพมหานคร หรือว่ากรณีการฆ่า นักการทูต ๓ คน ส่วนใหญ่ก็จะเปึนแพะอีกก็คือ เปึนกรณีของนายสุชาติ ฮัมบาลี ซึ่งเปึนคนจังหวัดปัตตานี แล้วคดีที่ออกมานั้นส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่จะโยงเปึนประเด็นในเรื่องของศาสนา เปึนประเด็น ในเรื่องของการก่อการร้ายสากล แล้วก็เปึนประเด็นในเรื่องของภาคใต้ แต่คนที่มาทําคดีนี้ ท่านประธานคะ คนที่พิสูจน์ในเรื่องนี้ดิฉันขออนุญาตท่านประธานก็คือ พลิกสํานวนคดีลับ ฆ่านักการทูตซาอุดีอาระเบียซึ่งทนายสมชาย นีละไพจิตร ได้ทําเอาไว้และผลออกมาทาง ศาลฎีกาสูงสุดสั่งไม่ฟัองในคดีฆ่านักการทูตและคดีฆ่าเจ้าหน้าที่การทูตรวมทั้งหมด ๔ คน ในส่วนนี้เองนั้นคดีดังกล่าวได้ผ่านมา ๑๙ ป้ แต่กรณีของการอุ้มนักธุรกิจนั้นอัยการสั่งไม่ฟัอง ซึ่งสิ่งที่มันเสียหายมากที่สุดใน ๑๙ ป้ที่ผ่านมานั่นก็คือ กรณีที่เราไม่มีความจริงใจให้กับ รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจริง ๆ แล้วในเรื่องนี้ที่เปึนประเด็นใหญ่นั่นก็คือ กรณีของการอุ้ม นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งภรรยาของนักธุรกิจนี้เปึนพระญาติของกษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเขาก็ได้ร้องขอในส่วนของทางการของประเทศไทยเปึนระยะเวลา ๑๙ ป้ เพื่อที่จะขอ ความชัดเจนว่ากรณีคนของเขาที่ตายไปนั้น บัดนี้เขาได้ตายไปหรือไม่ หรือว่าถ้าตายแล้ว เขาอยู่ที่ไหน ทั้งนี้เพราะว่าเขาจะต้องนําหลักฐานต่าง ๆ ที่ยืนยันจากทางการไทยไปขึ้นศาล ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพราะจะเกี่ยวข้องกับกรณีของมรดกและครอบครัว เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จึงเปึนเรื่องใหญ่ที่ทางการซาอุดีอาระเบียได้ร้องขอกับทางการของประเทศไทย มาโดยตลอด แต่ว่าสิ่งที่เราเห็นนั่นก็คือว่าเราไม่เคยได้รับความจริงใจจากเจ้าหน้าที่ของ คนไทยเลย ดิฉันจึงบอกว่าดิฉันชื่นชมท่าน เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าเกิดว่าถ้าท่านทําได้จริง ดิฉันขอให้กําลังใจเพราะเรารู้ดี ใคร ๆ ก็รู้ว่าในเรื่องนี้มันเปึนเรื่องที่สลับซับซ้อน จริง ๆ แล้ว ในเรื่องของกรณีการฆ่าต่าง ๆ นั้น ดิฉันถือว่าประเทศซาอุดีอาระเบียเขารู้และเขาทราบว่า ใครเปึนคนกระทํา เพราะว่าตลอดระยะเวลา ๑๙ ป้นั้นเขาจ้างเอฟบีไอ (FBI) มาสืบเรื่องนี้ โดยตลอดและเขาก็รู้ดีว่าในเรื่องนี้ความจริงใจของรัฐบาลไทยที่จะให้กับเขานั้นเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นก็คงจะเปึนการสร้างความลําบากใจให้กับท่านรัฐมนตรี แต่ว่าอย่างน้อย ๆ การที่ท่านตอบในสภาว่า ความจริงใจเหล่านี้มันเปึนคีย์ เวิร์ดที่มีคุณค่ามหาศาลในคําตอบ ที่จะให้กับประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งในคําถามที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นั่นก็คือ กรณีที่ท่านเดินทางไปยังเรือนจํา เพื่อที่จะไปสอบถามกรณีของคนที่ทําสํานวนกรณีอุ้มนักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบียซึ่งผ่าน ระยะเวลามาถึง ๑๙ ป้นั้น อีกเพียงแค่ ๑ ป้เศษก็คือ ป้ ๒๕๕๓ อายุความไม่ว่าจะเปึนคดี ๓ คดีที่เกี่ยวข้องกับประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นจะหมดอายุความลง ดังนั้นหลักฐานพยาน ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบางส่วนก็ได้สูญหายไป อย่างเช่นกรณีของคนที่ทําพยานในเรื่องนี้ก็คือ ทนายสมชาย นีละไพจิตร บัดนี้ก็สูญหายไป ซึ่งดิฉันก็ถือว่ามันเปึนเรื่องยากพอสมควร ที่เราจะหาหลักฐานข้อเท็จจริงมาให้ความจริงใจกับทางการซาอุดีอาระเบีย เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงอยากจะถามว่า ท่านมั่นใจได้อย่างไรในการที่จะสามารถรื้อฟุ๋นคดีความสัมพันธ์ ระหว่างทางการซาอุดีอาระเบียได้ และท่านจะมีกระบวนการอย่างไรที่จะทําให้สิ่งเหล่านี้ เปึนประโยชน์ที่มีคุณค่ามหาศาลสําหรับประชาชนคนไทย กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสุรินทร์ที่ท่านได้มีความเปึนห่วงในเรื่อง เกี่ยวกับการเดินหน้าในเรื่องเกี่ยวกับการฟุ๋นฟูคดีต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่านได้สอบถาม ในเรื่องเกี่ยวกับการที่กระผมเข้าไปในเรือนจํานั้นมีผลพวงอย่างไร และมันเปึนปัญหา เปึนข้อที่วิตกอย่างไร ก็เรียนด้วยความเคารพครับ ผมอยากจะกล่าวสั้น ๆ ต้องขออนุญาต ท่านประธานเรื่องเวลาสักนิดหนึ่งครับว่า คดีทั้ง ๓ คดี ผมจะยกตัวอย่างเรื่องคดีเพชรซาอุ ซึ่ง พลตํารวจโท ชลอ เกิดเทศ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ทั้ง ๆ ที่ท่านอยู่ข้างนอกว่า เปึนคดี ซึ่งพูดถึงทางด้านของรูปคดีนั้นมันจบสิ้นแล้ว นั่นหมายถึงว่าเปึนคดีที่ได้คนผิด เปึนคดี ที่ได้ผู้กระทําผิดอะไรเรียบร้อย ฟัองศาลจนจบแล้วก็ท่านชลอ เกิดเทศ ก็รับกรรมยังอยู่ในนั่น แต่ว่าคดีเหล่านี้ข้อเท็จจริงแล้วมันอาจจะมีการเกี่ยวโยงกัน ผู้ที่ถูกจองจําอยู่ในเรือนจํา ก็มีส่วนรับรู้บางท่านนะครับ
ท่านประธานครับ ผมเองก็ไม่อยากที่จะอธิบายให้มัน เพราะมันจะเปึน การกระทบกระเทือนคนที่ ๓ ที่ ๔ อะไรอย่างนั้น ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติยังจะยืนยัน ให้ผมชี้แจงนะครับ ผมจะต้องขอท่านประธานประชุมลับได้ไหมครับ เพราะว่าเรื่องนี้ มันเกี่ยวพันกับบุคคลมากมาย ซึ่งแน่นอนถ้าเผื่อพูดไปแล้วมันก็อาจจะเสียในรูปคดีบ้าง แต่ว่ามันมีบุคคลทั้งในประเทศ ต่างประเทศที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ถ้าท่านจะกรุณาทํา ความเข้าใจในลักษณะที่ผมจะพูดสั้น ๆ แล้วกันครับว่า เรื่องคดีเพชรซาอุนั้นมันจบแล้ว เนื่องจากว่าในรูปของคดีมันจบ สิ่งที่สําคัญที่สุดขณะนี้ทางประเทศซาอุดีอาระเบีย เขาอยากจะให้เรานําเพชร พลอยต่าง ๆ นั้นซึ่งมีอยู่ประมาณเกือบร้อยเม็ดได้หายไป ยังไม่ได้ส่งคืนเขา การส่งคืนเขาไปส่วนใหญ่แล้วครึ่งหนึ่งเปึนของปลอม ซึ่งอันนี้ก็เปึนเรื่อง ที่เขาอึดอัดใจแล้วเขาก็มองดูว่าที่ผ่าน ๆ มาเราได้ทํางานกับเขาในลักษณะอย่างนี้หรือ ผมเข้ามารับงานใหม่ก็ไม่ได้ทราบเรื่องอะไรมาก ก็อย่างที่กราบเรียนตั้งแต่เบื้องต้นว่า ได้คุยกับทางท่านอุปทูตบ่อยครั้ง แล้วก็ได้รับข้อมูลไปและกลับก็เปึนที่เข้าใจว่าเรื่องคดี เพชรซาอุ เราก็ได้ขอคํายืนยันจากทางประเทศซาอุดีอาระเบียว่า ขอให้บอกรูปพรรณสัณฐาน เพราะขณะนี้เพชรพวกเหล่านี้กระจัดกระจายไปทั่วประเทศและอยู่ที่ไหนเราไม่ทราบ แต่ว่าถ้าหากเราได้รูปพรรณสัณฐานก็จะเปึนจุดหนึ่งที่จะนําไปเพื่อเอามาซึ่งอันนั้น แต่ขณะนี้ ต้องเรียนว่าเพชรประมาณเกือบร้อยเม็ดไม่สามารถที่จะออกรูปพรรณสัณฐานจากประเทศ ซาอุดีอาระเบียมาให้เรา เราขอมาถ้านับเวลานี้ก็เกือบป้แล้ว ๑๑ เดือนกว่าแล้วที่ขอไป จากการที่ผมดูรีพอร์ท (Report) ของดีเอสไอที่ได้มีการพบปะกันนะครับคือ ทางอธิบดีดีเอสไอ ได้เดินทางไปประเทศซาอุดีอาระเบียแล้วก็ไปประชุมเรื่องนี้ แล้วก็มอบหมายขอให้ทาง ประเทศซาอุดีอาระเบียได้ส่งรูปพรรณสัณฐานมา จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับทราบ เมื่ออาทิตย์ ที่แล้วผมได้มีโอกาสพบกับท่านอุปทูตผมก็กราบเรียนเตือนเรื่องนี้ก็ยังไม่ทราบนะครับ ดังนั้นในเรื่องของเพชรที่เราพูดกันติดปากว่า เพชรซาอุ นั้นขณะนี้รอการยืนยันในเรื่อง รูปพรรณสัณฐาน แล้วเราก็จะดําเนินการต่อไปนะครับ
ในเรื่องเกี่ยวกับฆ่านักการทูต ๔ คนนะครับ อันนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า การสืบสวนเบื้องต้นเมื่อหลายป้ที่ผ่านมาก็เปึนที่สรุปเรียบร้อยแล้วว่าเปึนเรื่องเกี่ยวกับ ๒ ฝ์าย เปึนเรื่องความไม่ถูกกันของชน ๒ เผ่า ถ้าจะเอ่ยก็คือ เผ่าสุหนี่กับชีอะห์ อันนี้ที่ได้มี การสรุปไว้แล้วก็มีการตามฆ่ากัน คนแรกถูกฆ่าไปก่อนในต้นป้ อีก ๓ ท่านถูกฆ่าประมาณหลังจากนั้นอีกสัก ๒ เดือนต่อมา และมันมาเชื่อมโยงกับในกรณีที่ ๓ คือฆ่านักธุรกิจ นักธุรกิจนั้นก็เปึนผลพวงจากกลุ่มเจ้าพนักงาน สืบเรื่องเกี่ยวกับการหายตัวไปของนักการทูต ก็เลยมาพบนักธุรกิจ ก็มีการเรียกเข้าไป สอบถามแล้วก็หายตัวไป ความจริงเรื่องนี้ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ผมคงจะต้องหาทาง ที่จะทํางานให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้นะครับ ในเรื่องของรูปพรรณสัณฐานขณะนี้เรา ขอให้มีการเอาดีเอ็นเอ (DNA) ของนักธุรกิจคนนั้นจากพี่น้องเขา เพื่อเข้ามาตรวจสอบ อาจจะมีเบาะแส ผมใช้คําว่า อาจ แต่ความจริงผมพูดได้ แต่ว่าผมไม่อยากพูดเพราะเดี๋ยวมันจะเสีย ในรูปคดีนะครับ เพราะว่ามันเปึนเรื่องซึ่งเรากําลังเจาะอยู่และเชื่อว่าหลังจากที่เราได้ครบถ้วน อะไรต่าง ๆ แล้วมันก็จะมีพยานหลักฐานเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งเรื่องการฟัองร้องนะครับ ก็คงจะเรียนท่าน ได้แค่นี้ถ้าเผื่อว่ามากกว่านี้ต้องขอประชุมลับครับ
เชิญท่านฟาริดาครับ
ค่ะ ดิฉันต้องขอขอบพระคุณในส่วนของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะในเรื่องที่เราได้เห็นก็คือกรณีของเพชรซาอุนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ที่เราส่งไปบางส่วนก็จะเปึนเพชรปลอม แล้วก็บางส่วนนั้นเราไม่สามารถที่จะ เอาไปคืนให้กับเขาได้ ซึ่งดิฉันเชื่อว่าทางการซาอุดีอาระเบียเองนั้นก็คงมองว่าสิ่งเหล่านี้ เปึนสมบัตินอกกายหายไปเราก็หาใหม่ได้ แต่ว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดนั่นก็คือ กรณีคนของเขา ที่หายไปและตายไปนั้นเราไม่สามารถที่จะหาคนผิดมาได้เลย แล้วกรณีส่วนใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ ทางการไทยแจ้งไปก็จะเปึนในเรื่องของประเด็นศาสนาเปึนส่วนใหญ่เหมือนกับกรณีของการจับ นายสุชาติ ฮัมบาลี ที่จังหวัดปัตตานี แต่ว่าหลักฐานที่ทนายสมชายได้ทําไปนั้นปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ทางการไทยบอกว่า เขาเปึนคนฆ่าเจ้าหน้าที่การทูตนั้นปรากฏว่าวันที่บอกว่าเขาฆ่านั้น เขาได้ไปรับธนาณัติที่ไปรษณีย์จังหวัดปัตตานี เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ที่ดิฉันมองเห็นก็คือว่า จะเปึนกรณีของการจับแพะเปึนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันอยากจะเห็นว่าในเรื่องของ มาตรการที่จะทําให้ความจริงดังกล่าวนั้นปรากฏออกมาได้ว่าเราจะทําความจริงตรงนี้ ให้ปรากฏได้อย่างไรว่าสามารถที่จะนําคนผิดที่แท้จริงมาลงโทษได้หรือไม่ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของงวดระยะเวลานั้น อยากจะถามรัฐมนตรีว่าท่านจะมีระยะเวลานานเท่าไรเพราะอีกแค่ ป้เศษอายุความจะหมดลง แล้วถ้าเกิดว่าอายุความหมดลงแล้วการที่เราจะฟุ๋นฟูความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นในการที่เรียกเกียรติภูมิของประเทศชาติ กลับคืนมา ไม่ว่าการจะเรียกในเรื่องของการฟุ๋นฟูความสัมพันธ์ที่จะเปึนระดับดีจากระดับปกติ ให้เปึนระดับดีมากก็คงจะหมดหวังลงสําหรับคนไทย โดยเฉพาะแรงงานพี่น้องภาคอีสานของดิฉัน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะเรียนถามในคําถามที่ ๓ ว่า ท่านมีมาตรการในการนําความจริง ให้ปรากฏและเอาคนผิดที่แท้จริงมาลงโทษได้อย่างไร ไม่ว่าจะเปึนกรณีของการฆ่าเจ้าหน้าที่การทูต กรณีของการอุ้มนักธุรกิจ กรณีของการโจรกรรมเพชรซาอุ รวมทั้งกรณีของคนที่มาเปึนพยาน ในกรณีของการฆ่านักการทูตประเทศซาอุดีอาระเบียก็คือ กรณีของทนายสมชาย นีละไพจิตร กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในประเด็นที่สอบถามว่า จะทําอย่างไรที่จะเอาคนผิดมาลงโทษทั้ง ๓ กรณี เรียนว่า ทางกระทรวงยุติธรรมนั้นกําลังดําเนินการอยู่ ในเงื่อนไขแห่งเวลาคงจะตอบท่านในทันทีไม่ได้ แต่เรียนว่าจะต้องเร็วที่สุด ผมคิดว่า น่าจะอยู่ภายในป้ ๒๕๕๑ ขณะนี้เราก็เข้าไปในโค้งหลายโค้งแล้ว เรียนว่าใกล้แล้ว แล้วก็ เรียนด้วยความเคารพว่า สิ่งนี้มันก็ย่อมมีอุปสรรค การที่ผมเข้าไปพบ พลตํารวจโท ชลอนั้น ก็เนื่องจากท่านได้ให้ข้อมูลมากมาย จึงได้เข้าไปขอบคุณท่านเปึนการส่วนตัว แล้วท่านเองนั้น ท่านก็ยืนยันว่าท่านจะขอเปึนพยานในเรื่องนี้นะครับ ท่านไม่เกรงกลัวใด ๆ ทั้งสิ้น ในรายละเอียด ท่านก็ได้ให้กับเราไว้มากนะครับ ก็คงเรียนว่าไม่สามารถที่จะกราบเรียนท่านในที่นี้ เพราะว่า เดี๋ยวมันจะผิดในรูปคดีนะครับ เดี๋ยวผมจะขอคุยกับคุณฟาริดาเองในเรื่องนี้จะอธิบายให้ฟัง ก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ที่ท่านได้มีความเปึนห่วงในเรื่องนี้ซึ่งก็ตรงกันกับนโยบาย ของรัฐบาล ตรงกันกับในตัวที่กระผมได้กราบเรียนตั้งแต่เบื้องต้นว่า มีความอยากจะเห็น ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง ๒ ประเทศ เราเสียหายไป ๑๘ ป้กว่า เกือบ ๑๙ ป้ ประเทศไทยสูญเสีย ผลประโยชน์ไปมากมายเหลือเกินนับค่าไม่ได้ สิ่งอันนี้เปึนสิ่งที่ผมระลึกอยู่เสมอเพราะว่า มันติดตาผมตลอดเวลา ๒ ป้ที่ผมทํางานในเรื่องผู้แทนการค้าไทย และดูแลที่ตะวันออกกลาง โดยตรง ซึ่งกําลังซื้อเขามากประเทศเขาไม่มีอย่างที่เรามี แล้วประเทศเราก็ไม่มีอย่างที่เขามี ก็เรียนด้วยความเคารพครับว่า เขาเปึนประเทศที่มีดีโพสิท (Deposit) ในเรื่องของน้ํามันมากมาย อันดับหนึ่ง อันนี้เรียนด้วยความเคารพครับ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันประเทศเหล่านี้เขาช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันได้ ผมขอกราบเรียนต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสุรินทร์ว่า ขอความกรุณาว่าจะทํางานเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดแล้วก็ให้ได้สัมฤทธิผลที่ดีที่สุด แล้วก็เดี๋ยว ผมจะกราบเรียนท่านเปึนการส่วนตัว กราบขอบพระคุณครับ
กระทู้ถามสด
๑.๒.๑ กระทู้ถามสด เรื่อง ปัญหาราคาข้าวแพงจนเกิดผลกระทบกับผู้บริโภค เกิดการกักตุนและขาดแคลน ของท่านสาธิต ป่ตุเตชะ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์
เชิญท่านสาธิตครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ป่ตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดเพื่อถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในเรื่องปัญหาราคาข้าว ที่ขณะนี้มีราคาสูง และมีสภาพที่ขาดแคลน ซึ่งก็เรียนว่าเปึนครั้งที่ ๒ นะครับเพราะว่าผมได้เคย ถามกระทู้ถามสดในปัญหาเรื่องข้าวกับ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ว่าครั้งนั้นก็จะเปึนในเรื่องของการบริหารจัดการในเรื่องการส่งสัญญาณที่ผิดของ ฯพณฯ รัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าวันนี้พูดถึงเรื่องข้าวนี่มีปัญหามาก พูดกันไม่จบ มีหลายร้อยหลายพันประเด็นสําหรับปัญหาเรื่องข้าว แต่วันนี้ผมคงจะพูดเฉพาะประเด็นปัญหา ที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาข้าวที่มีราคาสูงเกินความเปึนจริง ของตลาด ผมเข้าใจว่าความเดือดร้อนอันนี้มันไปสู่ประชาชนทั่วทั้งประเทศครับ ความเดือดร้อน ไปทุกหย่อมหญ้า ทุกจังหวัด ทุกอําเภอ และทุกตําบล แล้วผมก็เชื่อครับว่าความเดือดร้อนอันนี้ มันมาถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติในสภาแห่งนี้แล้ว ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล ตัวชี้วัดที่ดีก็คือว่าการหารือของพี่น้อง ส.ส. ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ วันนี้พูดถึงปัญหาเรื่องนี้หลายท่านด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่ผมบอกว่า เดือดร้อนที่สุดของประชาชนขณะนี้นั่นก็คือ ข้าวสารแพง ของแพง แต่ว่าค่าแรงเท่าเดิม ผมเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า ถ้ายังไม่มี ส.ส. ในพรรคท่าน ไปบ่นให้ฟัง วันนี้เดี๋ยวผมจะบ่นให้ฟัง แล้วจะบ่นอย่างมากเลย เพราะว่า ส.ส. ที่พรรคผมลงพื้นที่ ไปครั้งใดเรื่องที่ฮอต (Hot) ที่สุด เรื่องที่หารือ เรื่องที่เดือดร้อนที่สุดคือเรื่องข้าวครับท่านรัฐมนตรี ผมอยากจะยกตัวอย่างจังหวัดหนึ่งครับ ส.ส. จังหวัดตาก วันนี้มาหารือกับผมบอกว่า วันนี้ ร้ายแรงถึงขนาดคนที่จังหวัดตากซึ่งอยู่ติดชายแดนประเทศพม่าบริโภคข้าวในจังหวัดไม่ได้ เพราะมันแพงเกินไปต้องข้ามฝัืงไปซื้อข้าวที่ประเทศพม่า ซึ่งความจริงมันก็ผิดกฎหมายครับ แต่เพราะว่าความเดือดร้อนอันนี้แหละครับ จึงทําให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศรวมทั้งผู้แทนราษฎร ในทุกจังหวัดก็ได้รับเรื่องร้องเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเข้าใจว่าประชาชนส่วนใหญ่ มีความเปึนธรรมนะครับ แล้วก็เข้าใจ ยอมรับได้ถ้าราคาข้าวที่แพงขึ้นนี่นะครับ ข้าวเปลือกที่แพงขึ้นนี่ เปึนประโยชน์กับชาวนา เพราะทุกคนยอมรับว่าชาวนายากจน ลําบาก ต้องทํางานหนัก ที่สําคัญที่สุด อาชีพชาวนามันเปึนสัญลักษณ์ของประเทศไทยครับ ถ้าเปรียบเทียบพูดถึงน้ํามันดิบในโลกนี้ ก็คิดถึงประเทศซาอุดีอาระเบียนะครับ แต่พอพูดถึงข้าวเปลือก ข้าวสารนี่ต้องคิดถึงประเทศไทย แต่วันนี้ที่ผมไปตรวจสอบราคามานะครับราคาข้าวสารที่ว่ามันแพงขึ้นทุกวัน ๆ แล้วก็ไม่ได้แพงเฉพาะ วันนี้นะครับ สมมุติวันนี้ราคาเท่านี้ พรุ่งนี้ขึ้นอีกครับ พรุ่งนี้ก็ขึ้นอีก ผมก็เลยกลับไปเช็ค (Check) ราคาข้าวเปลือกที่พี่น้องชาวนาขายให้กับโรงสีว่าถ้าข้าวสารขึ้นทุกวัน แล้วข้าวเปลือก มันขายได้ราคาสูงขึ้นตามข้าวสารด้วย อันนี้ก็พอยอมรับได้ แต่พอผมกลับไปที่พื้นที่ชาวนา ไปสอบถามกับชาวนาก็ปรากฏว่าข้าวเปลือกที่ขายให้โรงสีนั้นราคาเท่าเดิมครับท่านรัฐมนตรีครับ พี่น้องชาวนาที่ทํานาอยู่ยังขายข้าวอยู่ได้ในราคาข้าวเปลือกไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ บาทเท่าเดิม ยังนิ่งอยู่ครับ แต่ผมเรียนว่าส่วนข้าวสารซึ่งเปึนข้าวถุง ผมเข้าใจว่าทุกท่านทราบดีครับ วันนี้ข้าวถุงจากราคา ๑๒๐ บาท ขึ้นเปึน ๑๕๐ บาท ล่าสุดวันนี้ ๑๕๐ บาท ขึ้นเปึน ๒๐๐ บาท ข้าวสารคุณภาพต่ําซึ่งคนที่บริโภคส่วนใหญ่เปึนกรรมกรผู้ใช้แรงงาน บางทีเขาซื้อเปึนถังไม่ได้ ต้องซื้อเปึนกิโลกรัม ข้าวสารคุณภาพต่ําถังละ ๒๓๐ บาท วันนี้ขึ้นมาเปึน ๕๐๐ กว่าบาทครับ ท่านประธาน ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ก็ฝากมากับผมบอกว่า ถ้าไม่พูดก็จะเสียใจมาก เพราะว่าไปพบมากับตัวเอง ไปพบกรรมกรคนหนึ่งไปเข้าแถว ซื้อข้าวสารที่จังหวัดนครราชสีมา กรรมกรเขาบอกว่า เขามีเงินซื้อข้าวไม่พอเปึนถัง ต้องหยิบสตางค์มาซื้อเปึนกิโลกรัม วันนี้ซื้อได้ไม่ถึงกิโลกรัมครับ และพวกเราก็ถามอีกว่า เอ๊ะ ถ้าเกิดพี่น้องกรรมกรผู้ใช้แรงงานนี่ถ้าข้าวแพงมากแล้วไม่กินข้าวได้ไหม เขาตอบว่าไม่กินไม่ได้เพราะกินข้าวมันเพิ่มพลัง ใช้พลังงาน กินมาตั้งแต่เด็กไม่กินข้าวคงไม่ได้ ผมก็เรียนว่าวันนี้กรรมกรผู้ใช้แรงงาน เกษตรกรชาวสวนที่บริโภคข้าวเปึนหลักวันนี้อยู่ไม่ได้แล้วครับ เพราะว่าเขาต้องกินข้าวทุกวันเขากินปริมาณมากกว่าเรา บางทีเราอาจจะได้รับผลกระทบน้อย เพราะว่าเรากินพออยู่ได้แต่คนพวกนี้ใช้แรงงาน ใช้พลังงานในการทํางานเขาเดือดร้อนมากครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะถามคําถามแรกต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นะครับว่า วันนี้กลไกของกระทรวงพาณิชย์หายไปไหนครับ กลไกของรัฐบาลที่จะไปช่วยเหลือ ประชาชนในการควบคุมราคาข้าวไม่ให้สูงเกินความเปึนจริงของตลาดถ้าข้าวสารสูงขึ้น แล้วข้าวเปลือกสูงตามอันนี้ก็ถือว่าพอรับได้ ผมยังไม่พูดถึงกรณีการกักตุนนะครับ ผมยังไม่พูดถึง กรณีการขาดแคลนซึ่งผมจะพูดในคําถามต่อไป ผมอยากจะเรียนถามว่า วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ท่านนี้ท่านคิดอ่านอย่างไรที่จะวางแนวทาง มาตรการ กลไกการบังคับใช้กฎหมาย ทําอย่างไรไม่ให้ปัญหาข้าวราคาแพงนี่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เปึนคําถามแรกครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เปึน ส.ส. สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ดํารงตําแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ต้องขออภัย สักเล็กน้อยเมื่อวานฉีดวัคซีนวันนี้เสียงอาจจะแห้งไปนิดหนึ่งแต่ผมจะพยายามตอบคําถามท่าน ด้วยความเข้าใจแล้วก็ชัดเจนนะครับ อย่างแรก ผมอยากพูดเรื่องราคากับการส่งสัญญาณก่อน วันที่ผมเข้ามารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ สิ่งที่ผมเข้าไปเกี่ยวข้องนี่แน่นอน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค แล้วสินค้าตัวสําคัญก็คือข้าวสาร ตอนแรกเลยผมอยากย้อน ความจําท่านนิดหน่อยครับ ป้ที่แล้วมีรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชื่ออะไรไม่ต้องพูดถึงนะครับ พูดถึงว่าราคาประกัน ราคารับจํานําข้าวเปลือกสําหรับชาวนาอยู่ที่เท่าไรนะครับ อันนี้ผม กังวลใจเพราะว่าถ้าเกิดผมไม่เตือนผมไม่ย้ําเรื่องราคาข้าวเปลือก ข้าวสารนี่หลาย ๆ คน ที่ไม่ได้เปึนคนค้าขายหรือไม่ใช่ชาวนาเขาไม่เข้าใจเรื่องนี้แล้วเข้าใจผิด ราคาประกันข้าวเปลือก ป้ที่แล้วอยู่ที่เกวียนหรือตันละ เกวียนนี่มีความหมายเท่ากับ ๑ ตัน ๖,๕๐๐ บาทนะครับ ๖,๕๐๐ บาท จริงนี่เปึนราคาที่รับจํานําถามว่าจํานําเพื่ออะไร เพื่อพยุงราคา แต่ปรากฏว่าราคา ที่ซื้อขายจริงป้ที่แล้วนี่อยู่ที่ประมาณบวกลบ ๔,๕๐๐ บาทต่อตันต่อเกวียน อันนี้ผมเช็คข้อมูล อย่างนี้มาหมดแล้ว ราคาถัวเฉลี่ยเกือบทั้งประเทศที่ชาวนาขายข้าวเปลือกอยู่ ๔,๕๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาทก็มี ๔,๕๐๐ บาทก็มี ๕,๐๐๐ บาทก็มี แต่ถ้าราคาจํานํานี่อยู่ที่ ๖,๕๐๐ บาท ทีนี้ตอนผมเข้ามารับตําแหน่ง ราคาขายเมื่อไปเปึนเทอมข้าวสารมันตกอยู่ประมาณหมื่นบาท หมื่นบาทต้น ๆ สิ่งที่ผมเห็นสัญญาณมา ผมย้ํานะครับว่า การใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจตรงนี้ ดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วทั้งโลกมันกําลังเกิดวิกฤติ ผมย้ํานะครับไม่ใช่พูดตาม นายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติออกมาพูด ผมพูดตั้งแต่เบื้องต้นแล้วว่า พ่อแม่พี่น้องชาวนา โปรดฟังให้ดีนะครับ วันนี้ราคาขายข้าวเราอยู่หมื่นบาทเศษ ๆ ท่านอย่าเพิ่งขายข้าวเปลือกออกไป ให้ท่านรอก่อน จนกระทั่งราคาขายออกอยู่ที่ ๓๐,๐๐๐ บาท ราคาส่งออกอยู่ที่ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อเกวียนหรือต่อตันแล้วท่านค่อยขาย ก็มีคนมาบอก เสียงคนตะโกน (ตะโกนด่า) นะครับ ต้องบอกว่าอย่างนี้ บอกว่า อะไร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาบอกส่งสัญญาณอะไรนี่ ข้าวราคา ๑๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ มาพูดได้อย่างไรว่ามันจะ ๓๐,๐๐๐ บาท ท่านรู้ไหมครับว่าทําไมผมตัดสินใจที่จะบอกหรืออธิบายตรงนั้น สั้น ๆ นะครับ ถ้าผมไม่บอกอย่างนั้น กับชาวนา ชาวนาก็จะต้องเข้าใจว่าราคาข้าวป้นี้ก็เหมือนเช่นทุกป้ที่ผ่านมา ก็จะขายได้เกวียนละ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ผมคิดอยู่ ๗-๘ คืนว่าจะบอกดีหรือไม่บอกดี ผมนึกถึงคนประมาณ ๑๗-๒๐ ล้านคนที่ทํานาอยู่ และนั่นคือการออกมาส่งสัญญาณว่าจะขายราคาตรงไหน พออยู่ต่อมาข้าวส่งออกราคาเอฟโอบี ไพรซ์ (FOB price) อยู่ที่ทะลุหรือเกิน ๓๐,๐๐๐ บาทต่อตัน ต่อเกวียน ผมก็ออกมาบอกชาวนาบอกว่า ชาวนา บัดนี้ราคามันเกิน ๓๐,๐๐๐ บาทแล้ว ราคาขายส่งออกเอฟโอบี ไพรซ์ ให้ท่านขายเถอะข้าวเปลือก แล้วผมยังแนะนําราคาเลยว่า ราคาข้าวสารถ้าเปึนข้าวเจ้าธรรมดาตกอยู่ประมาณ ๑๑,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท แล้วแต่ท่าน พอใจจะขาย ข้าวหอมมะลิ ๑๖,๐๐๐ บาท ๑๗,๐๐๐ บาท ๑๘,๐๐๐ บาท นั่นคือราคาที่แนะนํา ชาวนาก็ขายออกมา ถ้าถามว่าชาวนาได้ราคาดีหรือเปล่า แน่นอน เขาได้ราคาดี มีความสุข คราวนี้มาโยงถึงราคาที่ออกมาขายเปึนราคาข้าวสาร ผมถามก่อนนะครับ ขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคุณสาธิต อยากให้ผมอธิบายภาพใหญ่ให้เห็น จะถามต่อเลยไหม แล้วผมจะได้อธิบายทีเดียว เพราะว่าเดี๋ยวถ้าเกิดสมมุติผมอธิบาย ท่านถามมาอีกเดี๋ยวมันก็ต้อง ตอบกันอีก ท่านถามคําถามที่ ๒ ที่ ๓ ให้จบเลยไหม แล้วผมมีเนื้อหาที่จะอธิบายให้เห็น แล้วเรื่องนี้ผมบอกเลยนะเปึนสิ่งที่ผมรู้สึกอยากพูดและอยากให้พูดในสภานี้ด้วย คนจะได้ เข้าใจกันทั้งประเทศเสียที ท่านประธานมีความเห็นอย่างไร ผมอยากให้ท่านถามต่อ เชิญเลยครับ
เชิญท่านสาธิตครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเคารพ ท่านรัฐมนตรีนะครับ คําถามผม ๓ ข้อนี้ต่างประเด็นกันครับ แล้วก็ต้องการย้ําว่าอยากให้ ท่านอธิบาย แต่ว่ากรอบเวลาก็ต้องเรียนขอความเปึนธรรมกับท่านประธานว่า ถ้ามัน เกินเวลาไปบ้างก็ต้องทดเวลาให้ผมนะครับ เพราะรัฐมนตรีตอบใช้เวลาในส่วนของ การตอบกระทู้ถามที่กินเวลาที่เกินไป แต่อย่างไรก็ตามผมอยากให้ตอบเรียงเปึนข้อ ๆ ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
การถามตอบกระทู้ถามต้องไม่เปึนการอภิปราย ต้องถามตอบให้กระชับ แต่ถ้ามีสาระ ประธานก็อนุญาตอนุโลมได้เปึนบางกรณีครับ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีก็สามารถที่จะ อธิบายได้ให้กระชับนะครับ แต่ก็ใช้เวลาได้พอสมควรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีอาจจะจํา คําถามแรกของผมไม่ได้ ผมจะย้ําคําถามอีกครั้งเพื่อให้กระชับนะครับ
คําถามแรกของผมก็คือผมถามท่านว่า ท่านจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาราคา ข้าวที่มีราคาสูงเกินกว่ากลไกตลาดที่ไม่ทําให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างไรครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานอีกครั้งครับ ผมจําคําถามได้ดีแต่ว่าผมต้องตอบก่อนเพราะว่าไม่อย่างนั้น คนที่ฟังถ่ายทอดวิทยุอยู่นี้ท่านบอก ผมกราบเรียนถามผ่านท่านประธาน เพราะท่านถาม ท่านบอกว่าผมส่งสัญญาณผิด ผมกําลังจะตอบท่านคําถามแรกเบื้องต้นก่อน ผมไม่ได้ ส่งสัญญาณผิด ผมส่งสัญญาณถูกแล้วผมยืนยันว่าผมได้ทําถูกต้องที่สุดแล้วที่จะบอก ชาวนา ไม่อย่างนั้นราคาข้าว ๔,๐๐๐-๔,๕๐๐ บาทจะไม่ขึ้นมาถึง ๑๕,๐๐๐-๑๘,๐๐๐ บาท อันนี้คือ คําถามแรกที่อาจจะไม่เกี่ยว แต่ว่าท่านพูดขึ้นมาผมต้องอธิบาย พอมาอันที่ ๒ เรื่องราคานะครับ ทําไมผมถึงต้องบอกว่ามันเปึนเรื่องเดียวกัน ถ้าไม่อธิบายท่านก็ไม่เข้าใจ ประเด็นคืออะไรนะครับ ผมจะเรียงเปึนข้อ ๆ และผมอาจจะไม่รู้นะครับ ท่านถามอีกถ้าผมได้ตอบไปแล้วผมจะไม่ตอบซ้ํา
ข้อ ๑ เลยนะครับ ข้าวเปลือกทั้งป้ ทั้งนาปรัง นาป้ มันจะอยู่ที่ ๓๐ ล้านตันเศษ ๆ แล้วมันจะออกมาเปึนข้าวสารอยู่ที่ประมาณ ๒๐ ล้านตันถึง ๒๐.๕ ล้านตัน
อันนี้ข้อ ๒ นะครับ มันต้องจัดสรรเรื่องการขายในประเทศกับต่างประเทศ ขายต่างประเทศนี่โควตาไม่เกิน ๙ ล้านตัน จะขายอย่างไรก็แล้วแต่ ขายได้ไม่เกิน ๙ ล้านตัน คราวนี้ที่เหลือมันก็มาบริโภคในประเทศ ตรงนี้ถามว่าทําไมผมต้องพูดอย่างนี้ก่อน เพราะมันเกี่ยวพันกันหมด ถ้ายังปล่อยให้ขายต่างประเทศราคาในบ้านเรามันก็จะไล่ออกไป ถ้าท่านกดราคาผมมีสิทธิที่จะใช้นะครับ กฎหมายถ้าผมออกมาตูมทันทีเลยบอกว่า พรุ่งนี้ ไม่รู้ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้นผมใช้กฎหมายบังคับคุณต้องขายข้าวตันละเท่านี้ ท่านทราบไหมครับ จะเกิดอะไรขึ้น ข้าวก็จะหายจากตลาดทันทีแล้วก็เกิดไปเปึนตลาดส่งออก พอถึงตรงนั้น ก็จะเกิดจลาจลขึ้นในประเทศคนไม่มีข้าวกินอันนี้มันเกี่ยวข้องกันหมด แต่คราวนี้ถามว่า อย่างไรนะครับ ถ้าผมจะตอบท่านแบบ ๓ ประโยคสั้น ๆ
ข้อที่ ๑ ผมได้ติดตามดูทั้งตลาดส่งออก ทั้งตลาดในประเทศอย่างใกล้ชิด
ข้อที่ ๒ แน่นอนครับ คนไทยก็สําคัญที่สุดต้องมีข้าวกินแล้วราคาแพงจนไม่ถึง ขนาดรับไม่ได้ หรือว่าไม่มีอะไรที่จะซื้อได้อย่างนั้นก็จะต้องจัดการ
แต่ข้อที่ ๓ นะครับ ประโยคนี้เปึนประโยคสําคัญเหมือนที่เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมตอบ กระทรวงพาณิชย์ขอสงวนสิทธิบางประการจะใช้สิทธิแทรกแซงกลไกราคา ซึ่งผมกราบเรียนเลยนะครับ ผมจะขออนุญาตไม่พูดออกมาชัด ๆ ว่า การแทรกแซงกลไกราคา คืออะไร เพราะผมมาอยู่ตรงนี้ ๒ เดือนเศษผมได้ยินอยู่ชัดเจน พูดอะไรทุกครั้ง ให้ข่าวทุกครั้ง พ่อค้าจะเอาไปทันทีแล้วมันก็จะเกิดปฏิกิริยาบางอย่าง เพราะฉะนั้นผมย้ํานะครับ ๑. จะติดตาม ราคาทั้งภายใน ภายนอกประเทศ ข้อที่ ๒ จะดูเรื่องมีข้าวกิน คนไทยมีข้าวกินเพียงพอ ข้อที่ ๓ เรื่องราคา ตอนนี้ที่เรายังไม่ทําข้าวธงฟัา ไม่ทําข้าวถุงออกมาแทรกแซง เราทบทวนนะครับ เราทบทวนหลายตลบแล้วเราจะปล่อยไปสักพักหนึ่งแล้วเราสงวนสิทธิ มันไม่แน่นะครับ อาจจะพรุ่งนี้ อาจจะอาทิตย์หน้า อาจจะอีก ๒ อาทิตย์ ๑ เดือน เราตัดสินใจแล้วเรามีข้าว ในสต็อก (Stock) อยู่ประมาณ ๒.๑ ล้านตัน ตรงนั้นจะเปึนข้าวที่แก้ปัญหาเรื่องราคาข้าว ให้ประชาชนครับ
เชิญท่านสาธิต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ป่ตุเตชะ จากพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ท่านก็ตอบคําถามนะครับ แต่ว่าก็ยังไม่ชัดเจน เสียทีเดียวนะครับ เพียงแต่ว่าก็สงสัยว่าเราเปึนประเทศที่ผลิตข้าวเองเปึนส่วนแบ่งอันดับหนึ่ง ของประเทศ แต่ว่าถ้าคนในประเทศเราบริโภคข้าวในราคาที่สูงเกินกว่าต่างประเทศ อันนี้ก็เปึนโจทย์ ที่ท่านต้องคิดเหมือนกันว่าต้องทําอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกําลังจะพูดเรื่อง ถัดไปคือ เรื่องกักตุนกับเรื่องขาดแคลน เรื่องขาดแคลนผมเห็นด้วยนะครับ ด้วยความเคารพ ท่านรัฐมนตรีท่านส่งสัญญาณว่าข้าวมีบริโภคในประเทศแน่นอนอันนี้ดีแล้วครับ มันเปึน จิตวิทยาที่ไม่ให้เกิดความหวาดกลัวที่คนจะไปกักตุนข้าว แล้วก็เปึนการบอกกับคนทั้งประเทศว่า สถานการณ์ไม่มีอะไร ปกติ แต่ท่านประธานที่เคารพครับท่านปฏิเสธไม่ได้ครับวันนี้ ข้าวขาดแคลนจริง ๆ แล้วก็มีสภาพการกักตุนจริง ๆ ด้วย ผมเชื่อว่าสภาพเช่นนี้ถ้าเปรียบเทียบ เหมือนกับที่ท่านพูดเมื่อสักครู่มันก็เปึนผลมาจากการที่ท่านส่งสัญญาณในตอนแรก เหมือนกันก็เพราะว่าวันนี้ในทุกขั้นตอน ยกเว้นชาวนานะครับ ชาวนานี่ขายหมด เพราะว่า จําเปึนเอาเงินโรงสีมาแล้วนะครับ ทําเท่าไรก็ขายเท่านั้น ดีไม่ดีขายในราคาเก่าด้วยนะครับ และในขณะเดียวกันวันนี้กลไกยี่ปัูว ซาปัูว ผู้ค้าปลีกข้าววันนี้เขาก็ถูกบังคับเปึนทอด ๆ อีกทีหนึ่งครับ วันนี้ผู้ขายข้าวปลีกจะสั่งข้าวมาในจํานวนที่ตัวเองต้องการไม่ได้แล้วนะครับ อยู่ที่ผู้ส่งจะส่งให้เท่าไร แล้วก็ไม่รู้ว่าวันรุ่งขึ้นซึ่งก็ประเมินว่าวันรุ่งขึ้นราคาจะสูงขึ้น มันก็เปึน จิตวิทยาว่าเมื่อข้าวหาซื้อไม่ได้พี่น้องประชาชนคิดว่าข้าวจะแพงขึ้นอีกก็ไปซื้อข้าวมา เก็บไว้ครับ จากเดิมปกติในครัวเขามีข้าวอยู่ ๓ ถัง วันนี้เขาซื้อ ๕ ถัง ผู้ค้าข้าวรายย่อย รายกลาง รายเล็ก ก็เก็บกักตุนข้าวเผื่อว่าวันพรุ่งนี้ข้าวขึ้นราคาก็จะกําไรมากขึ้น กลไกเหล่านี้ผมไม่ทราบว่า เปึนกลไกที่ถูกวางมา ถูกตั้งใจจากกลุ่มคนใดคนหนึ่งหรือไม่ อย่างไร แต่เรียนว่าสภาพปัญหาอย่างนี้ เกิดขึ้นในระบบตลาด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านพูดว่ามันไม่ขาดแคลนนี่นะครับ วันนี้ก็น่าจะมีการเปลี่ยน ท่านจะทําอย่างไรไม่ให้สภาพของตลาดนี่ให้กลไกผู้ผลิตข้าวสารโรงสีกระจายข้าวที่ตัวเองมีอยู่ เข้ามาสู่ตลาดให้มากขึ้น ถ้าท่านจะตอบให้เห็นภาพชัดเจนก็คือว่าผมอ่านข่าวเมื่อเช้าครับ ผมยังให้ความเปึนธรรมท่านนะครับ ที่กระทรวงพาณิชย์เรียกประชุมจะตรวจ จะเร่ง จะให้ส่งข้อมูล ให้ทราบในทุกวัน อันนี้ก็เปึนมาตรการหนึ่ง แต่ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับเรื่องร้องเรียนมาวิธีการท่านเปึนคนทําครับ ผมก็ถามว่า วันพรุ่งนี้สภาพปัญหาอย่างนี้ ขาดแคลน กักตุนนี่อีกกี่วันท่านจะแก้ได้ครับ ท่านมีเครื่องมือ ท่านมีข้าราชการท่านต้องไปทําครับ
ก็ถามเปึนคําถามที่ ๒ จะได้ไม่เสียเวลามากว่าอ้ายสภาพอย่างนี้จะใช้เวลาเท่าไร ถึงจะแก้ได้ การขาดแคลน การกักตุน รวมทั้งข้อแรกคือ ราคาสูงกว่าความจริงของตลาดครับ
ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานตอบเลยนะครับ เรื่องขาดแคลนนี่ผมย้ําอย่างนี้นะครับ มันมีมาตรการระยะสั้น ๆ อย่างนี้ เราเช็คดูค่อนข้างละเอียดแล้วนะครับในช่วงวันหยุดสงกรานต์ ซึ่งหยุดกันเยอะ ๆ ตรงนี้เกิดปัญหาขลุกขลักมันเปึนปัญหาเฉพาะหน้า คนงานหยุดทํางาน คนไปเที่ยว คนอะไร ปัญหาตรงช่วงสงกรานต์นี่มีปัญหาอยู่แล้วก็มีปัญหาต่อมาลามมาถึง ตรงนี้นิดหน่อย อันที่ ๒ ที่ท่านบอกให้ความยุติธรรมกับผม ก็ขอบคุณ อันนั้นก็เปึนเรื่องจริง ถ้าถามผมว่าทําอย่างไรนะครับ กรมการค้าภายในก็มีหน้าที่จัดการเรื่องนี้ ตอนนี้เขาก็ส่ง เจ้าหน้าที่ออกตรวจ ความจริงเราตรวจ เราตรวจ ๒ อย่าง ๑. ก็คือตรวจสต็อก ๒ ล้าน ๑ แสนตัน ที่มีอยู่เราก็ออกตรวจสม่ําเสมอ ตรง ๆ นะครับ ผมก็กลัวมันจะหายไป แล้วก็ไม่สบายใจ อยู่ตลอดด้วย แล้วตรงนั้นเปึนข้าวเพื่อความมั่นคงและการไม่ขาดแคลนโดยแท้จริงนั่นคือข้อ ๑ ทีนี้พอมาข้อ ๒ อีกนะครับ ตอนนี้สิ่งที่เราทําอยู่อีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเรากําลังทําการตรวจสต็อก ที่คนกลางแล้วก็โรงสีต่าง ๆ ซึ่งอันนี้เราก็ทําอยู่ทั้งคนกลาง แล้วก็โรงสีนะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่ง ที่มีการเรียกห้างต่าง ๆ โมเดิร์น เทรด (Modern trade) มาเช็คก็คือ ตรวจสต็อกที่เขาอีกทีหนึ่ง อันที่ ๓ เรื่องราคานะครับ เรื่องราคาผมก็ย้ํา ผมอยากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปว่า ผมก็เปึนห่วง ไม่แพ้พวกท่าน ถ้าท่านบอกท่านเปึนห่วงนะครับ ผมเปึนห่วงด้วยแล้วก็นอนไม่หลับด้วย กลางคืน นอนไม่หลับไม่รู้เปึนอะไร ๒-๓ เดือนมาแล้ว สุขภาพจิตก็เสียด้วยนะครับ ถามว่าแล้วจะแก้ อย่างไรต่อ ที่ผมหัวเราะนี่ไม่ใช่ผมมีความสุขนะครับ นี่หัวเราะบนความทุกข์นะครับ ผมเรียนท่าน สิ่งที่จะทํา ถ้าผมพูดประโยคสั้น ๆ เรื่องราคา ย้ําอีกครั้งหนึ่งตรงนี้ไม่อธิบายก็ไม่เข้าใจ ตอนนี้ข้อ ๑ เลย เลขาธิการองค์การสหประชาชาติออกมาบอกว่า เกิดวิกฤติการณ์อาหารโลก แน่นอนที่สุดนะครับ เขาก็เกิดปัญหาเรื่องราคาข้าวด้วย อันที่ ๒ ถ้าเราบอกว่า เราห้าม ส่งออกทันทีเราก็จะกลายเปึนจุดสนใจของโลก วันนี้เราก็เปึนอยู่แล้วนะครับ แล้วก็ที่ท่านบอกว่า เปึนผู้ส่งออกข้าวเราเปึนอันดับหนึ่งของโลก ถูกครับ ป้ที่แล้ว ๓๑.๔๐ เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยอินเดีย เปึนที่ ๒ ๑๖ เปอร์เซ็นต์กว่า ตามมาด้วยเวียดนามเปึนที่ ๓ ๑๔ เปอร์เซ็นต์กว่า แต่ไตรมาสแรก บอกเลยนะครับตัวเลขเรายังส่งอยู่ใกล้เคียงปริมาณเดิม อัตราส่วนมาร์เก็ต แชร์ (Market share) หรือการส่งออกนี่มันดูเหมือนปริมาณเยอะขึ้น แต่ความจริงแล้วเราไม่ได้ส่งเยอะขึ้นเท่าไรครับ เยอะขึ้นประมาณ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ปรากฏว่าหลายประเทศมันเกิดวิกฤติมันขาดแคลนจริง ๆ ทีนี้กลับมาเรื่องราคา เรื่องราคาเมืองนอก ราคาเมืองไทย ตอนนี้นะครับ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่ง ผมยังยอมปล่อยให้ราคาเมืองไทยนี่มันไปใกล้ราคาเมืองนอก เพราะมันเปึนการเขย่งราคา แล้วเราก็ประชุมกันบ่อย ๆ ผมยืนยันนะครับ ประชุมกันบ่อยจริง ๆ เสาร์ที่ผ่านมาก็ประชุม อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ประชุม เมื่อวานก็ประชุม ทีนี้ถามว่าประชุมแล้วมันเกิดผลไหม เกิด จริง ๆ เรามีมาตรการอยู่ค่อนข้างเยอะมาก ถ้าเกิดอย่างนี้แล้วจะทําอย่างไร ถ้าเกิดอย่างนี้แล้ว จะแก้อย่างไร ผมยกตัวอย่างท่านก็ได้นะครับ ตอนแรกที่มาประชุมในสภานี้ท่านจําได้ไหมครับ เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนเราบอกเราจะทําข้าวถุงออกขาย ณ ตอนนั้น แล้วเราก็ได้กล่าวเชิญชวนสมาชิก ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลและสื่อมวลชนบอกว่า ไปดูสิ วันเสาร์นี้เราจะประชุมกับ ๑๓ สมาคม ผู้ทําธุรกิจทุกอย่างเกี่ยวกับข้าวและชาวนา ท่านเชื่อไหมพอประชุมเสร็จแล้วปุ็บเราต้องตัดสินใจ กลับหลังหันไปชั่วคราวเพราะอะไรครับ เขาบอกว่า ถ้าแนะนําด้วยความปลอดภัย ๒.๑ ล้านตัน ให้เก็บไว้ก่อนอย่าเพิ่งทําข้าวถุงออกมาขาย เพราะตราบใดที่ยังไม่ทํา อิมพอร์ท แบรนด์ (Import brand) เอ็กซ์พอร์ท แบรนด์ (Export brand) เดี๋ยวเขาขนไปขายเมืองนอกกันหมด อันนั้น ผมก็ดึงเอาไว้ แล้วผมก็รอดูว่าราคาเปึนอย่างไร ราคาข้าวถุงขึ้นไหม ขึ้น แต่ก็ได้อธิบายไป พอสมควรแล้วว่าวันนี้เฉลี่ย ถ้าสมมุติราคาข้าวสารอยู่ที่เกวียนหรือตันละ ๓๐,๐๐๐ บาท ๑ อิ่มคนกินประมาณ ๑ ขีดก็ตกอยู่ประมาณ ๓ บาท ถามว่าเยอะไหม ถ้าหารออกมา เปึนจํานวนมื้อมันดูไม่เยอะ แต่เวลาไปซื้อก็เปึนอย่างที่ท่านพูดจริงหรือเปล่า ก็จริงอีก เพราะตอนแรกมัน ๑๒๐ บาท ขึ้นมาเปึน ๑๖๐ บาท ขึ้นมาอย่างนี้ จริงไหม มันจริง แต่ถามว่า พอไปถึงจุดหนึ่ง ถ้าผมจะตอบท่านอาจจะดูเหมือนตอบไม่ตรงคําถาม แล้วทําไมไม่ตอบ มาชัด ๆ ว่าจะทําอะไรนะครับ ผมอยากจะเรียนว่า ขอท่านได้โปรดวางใจสักพักหนึ่งเถอะ แล้วผมจะทําให้ท่านดู วันนี้มันต้องแก้ปัญหาเปึนเปลาะ ๆ เรื่องข้าวสารนี่เปึนเรื่องละเอียดอ่อน ผมย้ํา เบื้องต้นข้อที่ ๑ ชาวนามีความสุขหรือเปล่า ผมขออนุญาต อย่าหาว่าผมทึกทักเอาเลย คําตอบชัดเจนครับ ชาวนาเกือบทั้งประเทศ ผมย้ํานะครับ มีความสุข ผมเคยบอกไปแล้ว มีความสุขอย่างไร อย่าพูดเลยเดี๋ยวท่านฟังแล้วท่านหมั่นไส้ผมเปล่า ๆ ผมบอกให้ก็แล้วกันว่า ชาวนามีความสุข หลายคนผมโควท (Quote) เอาเพียงบางคําพูด เขาบอกเกิดมาจนกระทั่ง อายุ ๗๐ ป้ ไม่เคยขายข้าวสาร ข้าวเปลือกได้ราคาอย่างนี้ นั่นคือข้อ ๑ ชาวนามีความสุข ทีนี้พอมาข้อ ๒ พ่อค้าคิดอะไร ผมบอกท่านเลยแล้วได้ยินชัดกันทั้งประเทศ ผมไม่เคยห่วงเขาเลย เขาต้องเอาตัวให้รอด คุณกําไร คุณขาดทุน กําไรมาก กําไรน้อยก็ขึ้นอยู่กับเขา เปึนวิจารณญาณ เปึนความรับผิดชอบของเขาเอง คนที่น่าเปึนห่วงที่สุดคือคน ๖๔ ล้านคนทั้งชาวนาและชาวบ้าน ตกลงจะกินข้าวกันที่ราคาเท่าไร ตรงนี้ผมขอความกรุณาผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง สมาชิกสภาทุกท่าน ผมยืนยันว่าจะดูอย่างละเอียดและถี่ถ้วน พอไปถึงจุดจุดหนึ่ง จริง ๆ ผมย้ํามันมีมาตรการทุกมาตรการเตรียมไว้หมดแล้ว เพียงแต่เราจะหยิบมาใช้เมื่อไร ผมย้ํานะครับ มีมาตรการอยู่ทุกมาตรการเพียงแต่หยิบมาใช้เมื่อไร แล้วก็ยืนยันเราไม่ได้ เสียใจเลยที่เหตุการณ์มันมาถึงตรงนี้ เราได้ดําเนินอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วครับ ก็คงตอบได้แค่นี้ ผมอยากจะบอกประโยคก่อนที่จะนั่งลงอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอสงวนสิทธิที่กระทรวงพาณิชย์ จะใช้วิจารณญาณเรื่องทุกเรื่องโดยทันทีทันควันและไม่จําเปึนต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เพราะผมไม่อยากให้พ่อค้าหรืออะไรเตรียมตัวทันทั้งสิ้น ผมเอาประโยชน์ประชาชนเปึนตัวตั้งครับ
เชิญท่านสาธิตครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต ป่ตุเตชะ จากประชาธิปัตย์ จังหวัดระยองครับ ท่านประธานที่เคารพ ฟังแล้วก็มีความสุขขึ้นมานิดหนึ่ง เกือบเหมือนชาวนาว่าในอนาคตท่านจะทําให้ราคาข้าวถูกลงนะครับ แต่ว่าไม่ต้องบอกวิธีผมก็ได้ ที่จริงน่าจะบอกเวลาสักนิดหนึ่งว่า อีกกี่เดือนจะถูกลงแล้วปริมาณราคาเท่าไร เดี๋ยวจะฟังคําตอบ จากท่านนะครับ ผมเรียนว่าคําถามที่ ๓ ผมก็จะอิงคําพูดของท่าน ท่านบอกว่า ท่านจะทําให้ชาวนา มีความสุข และชาวนาส่วนใหญ่ขณะนี้มีความสุข ผมก็เรียนว่า ผมอยากให้ชาวนา มีความสุขเหมือนกันครับ แต่อยากมีความสุขอย่างยั่งยืน มีความสุขในระยะยาว ผมก็เรียน ท่านรัฐมนตรีว่า ส่วนตัวผมกับท่าน ผมให้ความเคารพท่าน เพราะว่าท่านเปึนคนขยันครับ แต่ว่าส่วนประสิทธิภาพในการทํางาน ผลของการแก้ไขปัญหานั้นก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมต้องทําหน้าที่ในการตรวจสอบ เพราะท่านอาสาเข้ามาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ บนสถานการณ์ข้าวราคาสูงขณะนี้ บนความสุขที่ชาวนากําลังมีขณะนี้ ผมมองไปถึงอนาคตครับ มองไปถึงอนาคตว่าวันนี้ต้นทุน ของชาวนาไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้นะครับ ต้นทุนมันได้เพิ่มขึ้น เอาตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะครับ เรื่องพันธุ์ข้าว วันนี้พันธุ์ข้าวที่กรมการข้าวมีนี่ไม่เพียงพอกับความต้องการของชาวนา ที่จะเอาพันธุ์ข้าวไปปลูก เมื่อกรมการข้าวหาพันธุ์ข้าวให้ชาวนาไม่พอ ชาวนาก็ไปซื้อกับพ่อค้าครับ เดิมนี่พันธุ์ข้าวราคา ๑๒๐ บาท วันนี้เพิ่มเปึน ๒๕๐ บาทครับท่านรัฐมนตรี ก็ยังอุ่นใจได้ระดับหนึ่งว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเดิมไม่เคยพูดถึงว่าจะใช้งบประมาณ ไปทําเรื่องพันธุ์ข้าวให้มีเพียงพอกับความต้องการของชาวนา วันนี้ก็ออกมาพูดแล้ว อันนี้ ยังไม่รวมทั้งปุิยนะครับ ยาฆ่าแมลง น้ํามันซึ่งเปึนต้นทุนตายตัวครับ ไปลดต้นทุนตรงนี้ไม่ได้ เพราะราคามันขึ้นแล้วลงไม่ได้ ผมคุยกับชาวนาเขาบอกว่า วันนี้ต้นทุนการผลิตต่อตัน จากเดิมอยู่ราว ๆ ๗,๐๐๐ บาทต่อไร่ วันนี้เปลี่ยนไปแล้วครับอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ บาท ทีนี้ผมก็เลยถามว่ามันมีข่าวล่าสุดท่านก็รู้พร้อมผม มาเลเซียประกาศชัดเจนว่าจะลงทุน อีกหลายหมื่นล้านบาทจะพัฒนาพื้นที่ปลูกข้าวมาแข่งกับเราก็ได้ ไม่รวมทั้งว่าประเทศไทย นี่ท่านไม่สามารถไปควบคุมปริมาณคนที่จะปลูกข้าวในภาวะที่ข้าวแพงอย่างนี้ได้ ไม่รวมทั้ง เวียดนามด้วย อาจจะมีจีนด้วย ทีนี้ในอนาคตข้างหน้า ถ้าข้าวมันมีเยอะขนาดนี้ ต้นทุนชาวนา เพิ่มสูงขึ้นอย่างนี้ แต่ในขณะเดียวกันวันนี้ชาวนาเขาบอกว่า ต้นทุนสําหรับเขาขายได้ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อตันเขามีความสุข อาจจะไม่ต้องสูงขึ้นมาก แต่ขออย่าให้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท เอาแค่นี้ แค่นี้คือเสถียรภาพของราคาครับ นี่ยังไม่พูดถึงราคาผลไม้ที่ผมมีภารกิจกับท่านต่อไป ในอาทิตย์หน้านี่ ตรงนี้ท่านจะมีมาตรการ ท่านจะวางแนวทางอย่างไรเปึนประกันสําหรับ ชาวนาให้มีความสุขอย่างยั่งยืนว่าในอนาคตไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรก็ตามบนการบริหารงาน ของท่านในเวลานี้ รวมทั้งข้าวในสต็อก ๒ ล้าน ๑ แสนตันซึ่งท่านยังไม่ได้ทําอะไรเลยครับ ยังเก็บอยู่ ท่านตอบผมให้เปึนที่อุ่นใจ ผมจะกลับไปตอบชาวบ้านว่าคุณมีความสุขระยะยาวเลย ราคาข้าวไม่ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทแน่ ท่านมีมาตรการ มีแผนงานอย่างไรช่วยบอกผมหน่อยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ตอนนี้อย่างที่ทราบนะครับองค์การสหประชาชาติถือว่า วาระเรื่องข้าวนี่ไม่ใช่เปึนวาระของชาติใดชาติหนึ่งแล้วนะครับ เปึนวาระของโลก โดยเฉพาะวิกฤติการณ์ทางด้านอาหารนะครับ เท่าที่ทราบอย่างน้อยอีกประมาณ ๓ ป้ขึ้นไป วิกฤติการณ์อาหารของโลกถึงจะบรรเทาลง ถ้าผมพูดอย่างนี้ไม่ได้แปลว่าความหายนะ ทางด้านอาหารของโลกจะเปึนโชคดีของเรานะครับ แนวโน้มประชากรของโลกเพิ่มขึ้น การกินเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นข้าวจะยังคงขายดีอยู่ ผมหวังว่าข้อมูลตรงนี้มันจะส่งผลมาถึง เรื่องราคาข้าวกับการส่งออกข้าวของไทย อันนั้นคือเรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องปริมาณการปลูกข้าวนี่ ตอนนี้ถามผมว่าผมฝากข้อความไปถึงชาวนา ผมได้ฝากไปแล้วนะครับ ชาวนาต่างจังหวัดเท่าที่ผมทราบ อันนี้ผมไม่ได้ไม่เช็คนะครับ ผมลองเช็ค ๆ สุ่มตัวอย่างมาประมาณ ๖-๘ จังหวัดแล้วแต่ เขาจะใช้วิธี ชาวนาเดี๋ยวนี้เขาฉลาด เวลาเขาดูโทรทัศน์เขาจะอัดเทป (Tape) อัดซีดี (CD) เอาไว้แล้วเขาก็ก๊อบปุ้ไปแจกกัน ผมฝากบอกเขาไว้ประมาณ ๗-๘ ข้อ ผมอยากอ่านให้ท่านได้ฟังว่ามันจะเปึนประโยชน์กับท่าน ไปบอกชาวนาอีกต่อด้วยนะครับ ซึ่งผมย้ําบางคนเขารู้อยู่แล้วนะครับ อันที่ ๑ เขาเริ่ม เกี่ยวข้าวนาปรังหรือเก็บข้าวนาปรังจริง ๆ ประมาณเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน ๓ เดือน ก่อนหน้านี้อาจจะมีข้าวที่สุกออกรวง ท่านคงได้ข่าวเรื่องการขโมยข้าวตอนต้นฤดู ตอนนี้ข้าวนาปรังกําลังทยอยออกมา ๔ ล้านกว่าตัน ๖.๕ ล้านตันข้าวเปลือก ๔.๒ ล้านตัน ข้าวสารกําลังทยอยออก คราวนี้ผมฝากไปบอก ๕-๗ ประการดังนี้นะครับ ผมบอกว่าวันนี้ เกิดอะไรขึ้น ชาวนาตื่นขึ้นมาตีสี่ ตีห้ามีคนมารอซื้อข้าวอยู่เต็มไปหมดเลย พ่อค้าก็มารอซื้อ เราก็บอกว่า ข้อที่ ๑ ขายข้าวให้ได้ราคาพอสมควร (ถ้าเปึนไปได้ตามราคาที่แนะนํา) ที่เมื่อกี้ พูดไปแล้ว ข้อที่ ๒ ตกลงกับโรงสีเสีย เพราะตัวเองไม่มีโรงสีว่าจะแบ่งกันอย่างไร โดยเฉพาะ ข้อที่ ๓ ผมแนะนําให้เขาเก็บข้าวไว้กินด้วย แล้วก็เก็บเมล็ดพันธุ์เอาไว้ด้วย ส่วนถ้าบอกแล้ว เขาไม่เชื่อเขาก็ต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์ แต่ถ้าเขาเก็บไว้เขาก็จะมีข้าวปลูกในฤดูต่อไป อันนี้ ผมก็แนะนําไปชัดเจนอยู่แล้วข้อที่ ๔ เรื่องนี้มันไปโยงเรื่องน้ํา ข้อที่ ๕ เรื่องปุิย ข้อที่ ๖ ผมพยายามให้เขาเพิ่มปริมาณปุิยอินทรีย์ ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่เกี่ยวกับผมโดยตรงนะครับ เปึนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่คราวนี้มันไปโยงนะครับ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติประกาศลงมติแต่งตั้งคณะทํางานเพื่อ การบริหารจัดการเกี่ยวกับอาหารและพลังงาน ซึ่งแน่นอนอาหารก็หมายรวมถึงข้าวด้วย ซึ่งมีผมเปึนประธานอยู่ ผมเรียนท่านเลยถ้าคณะกรรมการนี้มีประสิทธิภาพ แล้วผมได้ทํา เต็มความสามารถทีนี้ผมก็จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง อุตสาหกรรม แน่นอนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กระทรวงมหาดไทย เพราะเดี๋ยวอาจจะต้องเกี่ยวกับเรื่องส่งข้าวออกไป เรื่องควบคุมหอม กระเทียมอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมดนะครับ กระทรวงพลังงาน กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมไปถึงบริษัทน้ํามัน ปตท. และบางจากซึ่งไม่เกี่ยวกับโลจิสติก (Logistic) เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้มันจะมาโยงแล้วมันจะมาโยงอย่างไรมันก็เปึนเรื่องการบริหารจัดการเรื่องเกี่ยวกับ อาหารแล้วก็พลังงาน ถ้าถามผมผมตอบคําถามท่านนี่คือสิ่งที่กําลังพยายามทําอยู่ แล้วก็ จะได้เริ่มทําอย่างเร็วครับ
ส่วนประการสุดท้าย เรื่องข้าวมาอยู่ที่ใคร ข้าวอย่างไร ผมอยากจะเรียน อย่างนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ เมื่อก่อนนี้เวลาซื้อข้าว ขายข้าวเขาจะเอาราคาส่งออกเปึนตัวตั้ง พ่อค้าส่งออกแล้วจะย้อนเข้ามาที่หยง ย้อนเข้ามาที่โรงสี ย้อนเข้ามาที่พ่อค้าคนกลาง หนึ่งหรือสอง แล้วก็ไปถึงชาวนา วันนี้เหตุการณ์มันกลับตาลปัตร เพราะเราไปบอกเขาบอกว่า ชาวนาอย่าเพิ่งขายข้าว ให้ได้ราคาเท่านี้ก่อน เช่น ๑๑,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๘,๐๐๐ บาท แล้วค่อยขายเขาก็เชื่อตามนั้น วันนี้ผมเรียนท่านนิดหนึ่งนะครับ คนที่น่าจะปวดหัวมากที่สุด นี่คือพ่อค้าส่งออก เพราะอะไร เพราะชาวนาก็จะขายราคาตามที่บอก พอบอกปุ็บข้าวเปลือก ก็อยู่ที่ตกประมาณ ๑๑,๐๐๐ บาท ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๓,๐๐๐ บาท หรืออยู่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท นี่ผมย้ํานะว่าข้าวเจ้าธรรมดา ข้าวหอมมะลิก็ไปอยู่ที่ ๑๗,๐๐๐ บาท ๑๘,๐๐๐ บาท อันนี้ มันไปเกี่ยวอะไร พอชาวนากําหนดราคาขายอย่างนี้มันก็จะสะท้อนกลับไปคนซื้อหน้านา พ่อค้าคนกลาง เข้าไปที่โรงสี เข้าไปที่หยง และที่แน่นอนที่สุดก็ไปที่ราคาส่งออก ทีนี้ตราบใด ที่เรายังไม่ควบคุมการส่งออกเรายังปล่อยอยู่ ถามว่า ทําไมปล่อยอยู่อีกครั้งหนึ่งนะครับ ก็เรามีปริมาณส่งออกอยู่ที่ประมาณ ๙-๙.๕ ล้านตัน ตอนนี้นะครับ ๓ เดือนเขาส่งมาประมาณ ๓ ล้านตันเศษ ๆ ๓ เดือนส่ง ๓ ล้านตันเศษ ๆ เรายังปล่อยเขาอยู่ แต่ถ้าปริมาณมันเพิ่มขึ้น ๆ เราอาจจะต้องไปควบคุมเรื่องการส่งออก หรืออาจจะไม่ควบคุมเดี๋ยวเราดูก่อน
มีอีกอันหนึ่งที่อาจจะเปึนทั้งข่าวดีหรือข่าวไม่ดีไม่รู้นะครับ ชาวนาหลังจาก ที่เก็บเกี่ยวนาปรังมาแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พยายามบอกว่าอย่าเพิ่งปลูก ให้รอก่อน อาจจะรอไปนาป้หรืออะไรเดี๋ยวจะมีปัญหาเรื่องน้ํา แต่ตอนนี้เขาไม่ฟัง เขาอยากปลูก ตอนนี้ปัญหาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเข้าไปเกี่ยว แล้วผมโดยกรรมการผมต้อง เข้าไปเกี่ยวก็คือ ทําอย่างไรจะให้เขามีน้ําใช้ ทําให้ดีที่สุด มีปัญหาแล้วแก้ให้ดีที่สุด ถ้าเกิดสมมุติได้ผลมาอีกสักล้านตัน สองล้านตัน สามล้านตันนะครับ ส่วนนี้เปึนปริมาณเกิน หรือที่เขาเรียกว่า เซอร์พลัส (Surplus) เราก็จะปล่อยส่งออกไป ส่วนคนไทยนะครับย้ําอีกครั้งหนึ่ง ๑๑ ล้านตันที่ใช้กินอยู่ประมาณ ๖.๖ ล้านตัน ๖.๘ ล้านตันแล้วก็ใช้เปึนบาย โปรดักท์ (By product) ทําข้าว ทําก๋วยเตี๋ยว ทําแปังทําอะไรยังอยู่ ๑๑ ล้านตัน ย้ําอีกให้มีความสุขอีกครั้งนะครับ คนไทยมีข้าวกินแน่นอน ราคาก็จะดูแลให้เต็มที่ ยืนยันนะครับ ท่านเปึนห่วง ผมก็เปึนห่วง แล้วก็ขอบคุณมาก ๆ ที่ออกมาตั้งประเด็น ตั้งกระทู้ถามนี้ ผมก็พยายามทําให้อย่างเต็มที่ กราบขอบพระคุณครับ
ขอไปกระทู้ถามสดที่ ๓ เลยนะครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถามสด เรื่อง การคืนยศทหารให้นายดวง อยู่บํารุง ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เปึนผู้ถาม ถามท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีหนังสือแจ้งมาที่ผมมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบแทนครับ
เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเสียดายครับท่านประธานที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ได้มาตอบกระทู้ถามนี้ ด้วยตัวของท่านเอง แต่ผมคิดว่าถูกต้องแล้วที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้มอบหมาย ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาตอบกระทู้ถามนี้
ท่านนิพิฏฐ์ครับ ผมลืมแจ้งไปนิดหนึ่งครับ ท่านนายกรัฐมนตรีติดราชการอยู่ต่างประเทศครับ
ครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยก็คงจะมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากที่สุด และน่าจะมีข้อมูลมากกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วยซ้ําไป ผมคิดว่านอกจากท่านจะมีข้อมูลแล้ว อย่างน้อยที่สุดในภาษากฎหมายเราเชื่อว่าท่านก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการปกปัอง แล้วก็ตอบกระทู้ถามนี้ด้วย ผมกราบเรียนท่านประธานในเบื้องแรกครับว่า ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้บริหารราชการแผ่นดิน ผมพอใจท่านใน ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรกคือ เมื่อท่านรับตําแหน่งนายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ ท่านได้ประกาศ อย่างทระนงองอาจว่าท่านเปึนนายกรัฐมนตรีที่มีเลือดสีน้ําเงิน ผมภูมิใจครับที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศว่าท่านมีเลือดสีน้ําเงิน
เรื่องที่สอง ที่ผมกราบเรียนว่า ผมพอใจแล้วก็ภูมิใจที่นายกรัฐมนตรีได้พูด เมื่อตอนแรก ๆ ของการเข้ารับตําแหน่งนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่า ท่านจะไม่รีบแก้รัฐธรรมนูญ โดยท่านยืนยันว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้นควรจะทําในป้ที่ ๓ หรือป้ที่ ๔ ของรัฐบาล
แต่ว่าถ้า ๒ ประการที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับปากและประกาศเปึนนโยบายไปนั้น ผมคิดว่าท่านไม่ได้ทําและปฏิบัติอย่างนั้นเลย ผมอยากเห็นความเปึนเลือดสีน้ําเงินของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับ ในเว็บไซต์ (Web site) ประชาไท
ท่านรัฐมนตรีประท้วงครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม มอบหมายให้ผมมาตอบกระทู้ถามสดของท่านผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาธิปัตย์ แห่งจังหวัดพัทลุง ผมไม่อยากให้บรรทัดฐานในสภาได้แปรเปลี่ยน หรือเปึนตัวอย่างที่ค่อนข้างไม่น่าจดจํา กรณีที่ท่านเริ่มต้นท่านอินโทร (Intro) มานี่ มันไม่ได้ เกี่ยวกับเรื่องที่จะถามการคืนยศให้กับนายดวง อยู่บํารุง วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยู่ ท่านมอบหมายให้ผมมาเพื่อจะตอบกระทู้ถามสด ถามกระทู้ถามสดสิครับ ดูบรรพบ้าง เรื่องแก้รัฐธรรมนูญบ้าง มันไม่เกี่ยวกับที่ท่านได้ยื่นกระทู้ถามไว้ต่อท่านประธานสภา ถามเรื่องเฉพาะว่าคืนยศอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าไปพูด ท่านนายกรัฐมนตรีดูบรรพหรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะแก้รัฐธรรมนูญไปดูเว็บไซต์ประชาไทผมว่ามันคนละเรื่อง ถ้าปล่อยไป ผมไม่ขึ้นมาพูดจาก็จะเสียหายกับท่านนายกรัฐมนตรีเพราะท่านไม่อยู่ ถ้าท่านผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดพัทลุงฟ่ตหรือพร้อมสัปดาห์หน้าก็ได้ครับ ท่านสมัครก็มา รอบนี้ เอาเฉพาะเรื่องคืนยศทหารให้กับนายดวงนะครับ
ท่านคุณหมอวรงค์ท่านประท้วงนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วง ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ที่ท่านรัฐมนตรีได้ประท้วงขึ้นมา ซึ่งหน้าที่ของประธาน ควรจะฟังรัฐมนตรีชี้แจงในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม แล้วก็ท่านประธานควรจะวินิจฉัยว่า สิ่งที่รัฐมนตรีพูดนั้นถูกต้องหรือไม่ แต่กลายเปึนว่ารัฐมนตรีใช้โอกาสนี้มาอภิปรายแล้วก็มา เยาะเย้ยถากถางผู้ที่กําลังจะซักถามครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยไปทีเดียวเลยนะครับ เพราะเมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีก็ใช้สิทธิประท้วงที่โดนพาดพิง ทําให้เกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเตือนท่านนิพิฏฐ์ให้อยู่ในประเด็นที่ยื่น กระทู้ถามแล้วให้กระชับนะครับ ถ้าไม่จําเปึนอย่าไปพาดพิงทําให้คนอื่นเสียหายนะครับ เชิญต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องสงบสติอารมณ์มากกว่านี้ครับ
ท่านต่อของท่านเถอะครับ
ผมตรงประเด็นแน่ครับ ท่านใจเย็น ๆ ท่านได้ตอบเรื่องลูกของท่านแน่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเสียดายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่า ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีที่มีเลือดสีน้ําเงิน ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปึนผู้บังคับบัญชาของทหาร ทหารก็ได้ชื่อว่า เปึนทหารของพระราชา ทหารก็ได้ชื่อว่าเปึนทหารของพระราชินีครับ ทหารมีเกียรติยศ ที่แตกต่างจากข้าราชการประเภทอื่น เปึนคนของพระราชา เปึนทหารของพระราชาและเปึน ทหารของพระราชินี ผมเลยเริ่มต้นบอกท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยว่า ผมภูมิใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่าท่านเปึนนายกรัฐมนตรีที่มีเลือด สีน้ําเงิน แต่ว่า ๓-๔ เดือนที่ผ่านมานั้นท่านไม่แสดงให้ประจักษ์ว่าท่านมีเลือดสีน้ําเงิน ผมกราบเรียนว่า ท่านมีเลือดสีม่วงมากกว่าครับ ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านนิพิฏฐ์ครับ ผมได้เตือนย้ําแล้วนะครับ อย่าพาดพิงทําให้คนอื่นเสียหาย เข้าสู่ประเด็น ของท่านเถอะครับ กระทู้ถามของท่านครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ
เชิญครับ
ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปรายเพราะท่าน พูดอย่างนี้มันเสียดสีทําให้เสียหายไม่รู้สีม่วงสีอะไรของท่านมันคืออะไร อยากให้ท่านถอน คําพูดนะครับ เพราะท่านพูดอย่างนี้มันเสียหายต่อท่านนายกรัฐมนตรี ขอให้ท่านประธาน วินิจฉัยครับ
ท่านประธานครับ
ท่านนิพิฏฐ์ครับ มีผู้ประท้วงผมต้องวินิจฉัยนะครับ ผมได้วินิจฉัยแล้วครับ แล้วได้เตือน ท่านนิพิฏฐ์แล้วให้อยู่ในประเด็นนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ความจริงเวลา
ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ขอประท้วงท่านประธานไปยังผู้อภิปราย คําว่า เลือดสีม่วง จะหมายความว่าอย่างไร ก็ตาม แต่ว่าคําว่า สีม่วง นี่นะครับ ถ้าเปึนฉี่นี่ก็เปึนยา
ท่านครับ ประเด็นเดิมผมได้วินิจฉัยแล้ว จบแล้วครับ ท่านนั่งเถอะครับ จบแล้วครับ ผมถือว่า ผมวินิจฉัยแล้ว แล้วผมจะฟังต่อ ก็ขอเตือนท่านให้ระวังด้วยนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขอตั้งกระทู้ถามสดถามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมดังต่อไปนี้ครับ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ลงนามในคําสั่งคืนยศ ให้กับนายดวง อยู่บํารุง ซึ่งเคยถูกถอดยศจากการหนีราชการทหารเนื่องจากตกเปึนจําเลย ในคดีฆ่านายดาบตํารวจ สุวิชัย รอดวิมุต เมื่อป้ ๒๕๔๔ ทําให้เรื่องดังกล่าวได้มีการ วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า การคืนยศและการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวเปึนเพราะว่า กระทรวงกลาโหมขาดแคลนกําลังพลหรือต้องการปรับภาพลักษณ์ของกองทัพใหม่ ท่านจดคําถามนะครับ เปึนเพราะว่ากระทรวงกลาโหมขาดแคลนกําลังพลหรือว่าจําเปึน ต้องปรับภาพลักษณ์ของกองทัพให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จึงจําเปึนต้องนํานายดวง อยู่บํารุง มารับราชการเปึนทหารอีกครั้งหนึ่ง กรณีดังกล่าวเปึนเรื่องที่ผมคิดว่ากระทบต่อภาพลักษณ์ ของกองทัพเปึนอย่างยิ่ง ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ในคําถามแรก ผมกราบเรียนท่านประธานว่าธรรมเนียมปฏิบัติของกองทัพ ผมคิดว่าไม่เคยมีกรณีอย่างนี้ มาก่อน การที่กองทัพได้ให้บุคคลซึ่งถูกถอดถอนยศและออกจากราชการในข้อหาร้ายแรง กลับคืนสู่กองทัพนั้น ผมคิดว่าการเมืองกําลังใช้กองทัพเปึนเครื่องมือ กองทัพกําลังตกเปึนเครื่องมือของฝ์ายการเมือง ซึ่งจะทําให้กองทัพได้รับความเสียหาย ผมกราบเรียนท่านประธานว่า การปฏิบัติหรือคําสั่ง ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ได้คืนยศในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าอาจจะมีคนไม่ชอบใจ หรือรังเกียจรังชังนายกรัฐมนตรีมากขึ้นสักล้านคน ๒ ล้านคน ผมไม่ติดใจครับ แต่ผมคิดว่า ถ้าการกระทําอย่างนี้ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและกองทัพทําให้ผู้คน มีความไม่เชื่อมั่นต่อกองทัพ ผมคิดว่านั่นคือความเสียหายหรือความหายนะของประเทศ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านถามคําถามแรกครับ
คําถามข้อที่ ๑ ร้อยตรี ดวง อยู่บํารุง ถูกถอดยศให้ออกจากราชการด้วยข้อหา อะไร ด้วยความผิดอะไร และ
ข้อที่ ๒ การขอกลับเข้ากองทัพของ ร้อยตรี ดวง อยู่บํารุง เปึนเพราะกองทัพ ต้องการบุคคลที่มีลักษณะพิเศษ เช่น ร้อยตรี ดวง อยู่บํารุง หรือเปึนความต้องการของ ร้อยตรี ดวง อยู่บํารุง ในการยื่นคําร้องขอกลับกองทัพด้วยเหตุผลพิเศษ คําถามแรกครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน แบบสัดส่วน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามสดเรื่องนี้ ขออนุญาตเบื้องต้น ผมไม่ได้ตอบในฐานะ ผมเปึนพ่อของลูก แต่ตอบในฐานะที่ได้รับมอบหมายและอยากจะบอกกับท่านผู้ถาม กระทู้ถามว่า ข้าราชการทุกหมู่เหล่าเขามีเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ทั้งนั้น ไม่ใช่เฉพาะฝ์ายทหาร ที่จะเปึนข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมไม่อยากให้ท่านเข้าใจอะไรผิด ๆ แต่ทหารมีความใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท เปึนอาชีพเดียวที่สามารถพกพาอาวุธ ถวายการอารักขาหน้าห้องพระบรรทมได้ นั่นเปึนหน้าที่พิเศษของข้าราชการทหาร และแม่ทัพนายกองของกองทัพไทย แต่ขณะเดียวกันท่านอย่าไปเข้าใจผิดหรือทึกทักเอาเองว่า ถ้าข้าราชการอื่นแล้วจะไม่ใช่ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านเข้าใจผิด ผมรับราชการนายตํารวจผมได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานยศ นับตั้งแต่ ร้อยตํารวจตรี ร้อยตํารวจโท ร้อยตํารวจเอก เพราะฉะนั้นตรงนี้ให้ท่านเข้าใจเสียก่อน ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์แห่งจังหวัดพัทลุง เวลาจะมาถามกระทู้ถามสด มันต้องเตรียมการ ไม่ใช่ไปอ่านหนังสือพิมพ์ ๒-๓ ฉบับแล้วมาถาม มันเสียเวลาของสภาเขา เพราะนายดวง อยู่บํารุง ไม่ได้เปึนร้อยตรีทหาร เขาเปึน ว่าที่ร้อยตรี คําว่า ว่าที่ แปลว่า ยังไม่ได้รับพระราชทานยศจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขาเปึน ว่าที่ เข้ารับราชการ พุทธศักราช ๒๕๔๔ คําว่า ว่าที่ แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับ คําว่า ไม่มีว่าที่ เพราะฉะนั้น กระทู้ถามต่อไปท่านต้องถามให้ถูก อย่าถามผิด ๆ แล้วบันทึกเอาไว้ตรงนี้ท่านเสียหาย เสียเหลี่ยมนักอภิปรายในสภา ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า นายดวงเข้ารับ ราชการครั้งแรกเปึนว่าที่ร้อยตรี เมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๔ วันที่ ๑๐ เมษายน ด้วยคุณวุฒิ นิติศาสตร์บัณฑิต เข้ารับราชการที่สํานักงานเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะนั้น ฯพณฯ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เปึนรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม พอมาวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๔ ณ ผับ ทเวนตี้ ไนท์คลับ ที่ถนนรัชดาภิเษก มีเหตุเกิดขึ้น นายดวงขณะนั้นมียศเปึน ว่าที่ร้อยตรี ดวง อยู่บํารุง ซึ่งขณะนั้นชื่อดวงเฉลิม ไม่ใช่ดวง อย่างเดียว ถูกกล่าวหาว่าฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ บวกมาตรา ๒๘๙ บวกมาตรา ๘๓ ในเวลาต่อมาถือว่าเปึนตัวการร่วมกัน ถูกกล่าวหา เหตุเกิด ย้ําอีกครั้งนะครับ เพราะท่านชอบพูดกันบ่อย ๆ ว่า หนีทหาร เหตุเกิดวันที่ ๒๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ กระทรวงกลาโหมในขณะนั้น พลเอก สัมพันธ์ บุญญานันต์ ทําหน้าที่ปลัดกระทรวงกลาโหมได้ออกคําสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ ๘๓๔/๒๕๔๔ ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ คําสั่งความสรุป กระทรวงกลาโหมให้ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม อยู่บํารุง พักราชการ คนไม่เคยรับราชการไม่รู้ครับว่า คําว่า พักราชการ ขาดราชการ หนีราชการ มันเปึนอย่างไร นี่ผมไม่ได้หมายความว่าคุณนิพิฏฐ์ไม่รู้แต่ผมจําเปึนต้องบอก เพราะเปึน องค์ประกอบสําคัญในการถามและเปึนสิ่งสําคัญ สมควรที่ผมจะต้องตอบให้ท่านผู้แทนราษฎร ได้รับทราบ ๗ วัน เขาถือว่าขาด ๑๕ วัน เขาถือว่าหนี ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม อยู่บํารุง เหตุเกิดวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๔ พอวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ กระทรวงกลาโหม มีคําสั่งให้พักราชการ กล่าวหาว่ากระทําความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พัก พัก แปลว่า เธอไม่ต้องมาทํางานแล้วจะไปไหนก็ไป เว้นแต่ทางราชการจะเรียกกลับมาสอบถาม หาข้อเท็จจริง แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไม่มีการเรียกอีกเลย ให้พัก ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม ก็พักราชการไม่ต้องมาทํางานเพราะไม่มีนิติสัมพันธ์กับหน่วยงาน ขณะนั้น ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม รับราชการศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ เขาเรียก ศรภ. แต่กระทรวงกลาโหมบอก พักราชการ มาสํารองราชการสํานักงานเลขานุการแล้วพักราชการไป เวลามีคดีความ ท่านประธานที่เคารพ เรียนไปยังคุณนิพิฏฐ์ว่า เขาจะไม่มีการลงโทษทางวินัยก่อน เขาจะฟังผลคดีอาญาว่าคดีอาญานั้นการพิจารณาคดีเปึนอย่างไร ถ้าการพิจารณาคดีผิด เขาจะเอาสํานวนทางคดีอาญามาเปึนหลักเปึนฐานแล้วพิจารณาคดีทางวินัย นี่ไม่ กระทรวงกลาโหมไม่เลย ๕ วันก็บอกว่าให้พักราชการ คดีอาญายังไม่เสร็จ ผมเรียน ท่านประธานไม่อับอายหรอกครับถึงแม้จะเปึนลูกผม ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม ไม่ได้หนีทหาร เขาหนีตํารวจ เขาหนีตํารวจ ท่านอย่าไปเข้าใจผิด เขาไม่ได้หนีทหาร เขาหนีตํารวจ เพราะอะไรครับ เพราะทหารนี่ให้เขาพักราชการแล้ว ผมอยากจะตอบต่อ แต่ท่านสมาชิก ถามว่า ให้ออกจากราชการอย่างไร เพราะอะไร ก็เรียนว่า เขาถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนตาย กระทรวงกลาโหมจึงสั่งพักราชการ เมื่อสั่งพักราชการเขาไม่ต้องมาทํางาน จนกว่า กระทรวงกลาโหมจะมีคําสั่งเปลี่ยนแปลง แต่ว่าประหลาด หลังจากให้พักราชการแล้ว ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ท่านปลัดกระทรวงกลาโหม คนเดียวกันนี่ละครับบอกว่า ได้มีคําสั่ง ที่ ๘๘๑/๒๕๔๔ ให้ปลดนายทหารชั้นสัญญาบัตร ออกจากราชการ นี่เปึนคําสั่งเดียวตั้งแต่มีกองทัพไทยที่นายทหารยศ ว่าที่ ถูกกล่าวหา กระทําความผิดแล้วมีคําสั่งให้พักราชการแล้ว แล้วก็ยังพักอยู่ กระทรวงกลาโหม ออกคําสั่งซ้ําเมื่อ ๑๕ พฤศจิกายน ให้ปลดออกจากราชการโดยไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวน ทางวินัยแต่อย่างใด แปลกใช่ไหมครับ แปลกครับ หลังจากปลดแล้ว พักราชการแล้ว ไม่ตั้งกรรมการสอบวินัย ไม่เลย ปลด หลังจากปลดแล้วเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกคําสั่ง ที่ ๘๘๒/๒๕๔๔ มีคําสั่งให้ถอดยศ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม อยู่บํารุง ถอดยศ ความสรุป ก็คือว่า ข้อแรกผมตอบท่าน ท่านถามว่า ออกจากราชการเพราะอะไร ออกเพราะ ถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนตาย ตอบว่าหนีทหารไหม ไม่ใช่ หนีตํารวจไปตั้งหลักเพื่อมาสู้คดี วันที่ ๒ พฤศจิกายน ให้เขาพักเขาก็หมดภาระที่จะรับราชการ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ก็ปลดออกจากราชการ พอวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ถอดยศโดยไม่มีการตั้งกรรมการสืบสวน สอบสวนว่าเขาผิดหรือไม่ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมอยากจะยกตัวอย่างเยอะ ๆ แต่มันไม่อัพเดท (Update) ยกตัวอย่างเคส (Case) นี้จะชัดเจน พันตรี เฉลิมชัย มัจฉากล่ํา ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต ศาลอุทธรณ์ประหารชีวิต ศาลฎีกาประหารชีวิต ๓ ศาลประหารชีวิต วันนี้ พันตรี เฉลิมชัยยังมียศ ยังไม่ถูกถอด ผมเรียนคําถามแรกว่า ท่านถามว่าออกเพราะอะไร เพราะถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนตาย คําถามแรกผมตอบเพียงเท่านี้ก่อน รอคําถามที่ ๒ และคําถามที่ ๓ ไม่ได้ด้วยใจระทึกหรอกครับ ด้วยความอยากตอบเปึนที่สุด นี่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ ยังไม่ดีใจขนาดนี้ ดีใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้ผมตอบ ไม่ได้ท้าทายแต่อยากให้ความจริงปรากฏ ขอขอบพระคุณท่านประธานในคําถามแรก เชิญครับคําถามที่ ๒
เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าถ้าท่านรัฐมนตรี
ท่านนิพิฏฐ์ครับ ผมขออภัย ขัดจังหวะนิดหนึ่ง ยินดีต้อนรับท่านผู้นําชุมชนจากตําบล สว่างอารมณ์ และตําบลทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เชิญครับท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวมาทั้งหมดเปึนเรื่องจริง พลอากาศโท วีรวิท คงศักดิ์ เจ้ากรมกําลังพลทหารในขณะนั้นก็ทํารายงานเท็จ แต่ถ้ารายงานหรือคําสั่งของ พลอากาศโท วีรวิท คงศักดิ์ เจ้ากรมกําลังพลทหารในขณะนั้นเปึนเรื่องจริง ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยกําลังโกหกต่อสภาเพื่อปกปัองลูกชายของท่าน ข้อเท็จจริงของผมกับ ของท่านตรงกันครับ ลูกชายของท่านถูกให้ออกจากราชการก่อน ตรงกันครับท่าน วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ ถูกปลด ตรงกันครับ วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ ถูกถอดยศ ตรงกันครับ เพราะฉะนั้นคําสั่งที่สุดของกระทรวงกลาโหมเปึนเพราะว่าถูกถอดยศครับ ถูกไล่ออกครับ ไม่ได้พักครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า เจ้ากรมกําลังพลทหาร พลอากาศโท วีรวิท คงศักดิ์ ซึ่งเปึนประธานคณะกรรมการสอบสวน ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมในขณะนั้น เขาให้สัมภาษณ์ และให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนเมื่อป้ ๒๕๔๔ ไม่ตรงกับรัฐมนตรีเลยท่านครับ มีคนเท็จคนหนึ่ง ผมไม่เชื่อท่านครับ ผมเชื่อ พลอากาศโท วีรวิท คงศักดิ์ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจาก เกิดเหตุแล้ว ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม อยู่บํารุง ได้หลบหนีไป ตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านข้อความนะครับ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วย ผู้ซึ่งไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๐๗ ถ้าท่านรัฐมนตรีไม่มี ผมให้ท่านก็ได้ครับ จะได้เพิ่มพูนความรู้ของท่าน คือท่านต้องพูดความจริงไม่ต้องกลัวครับ พูดความจริงให้หมดนะครับท่านครับ ลูกชายของท่านต้องหาคดีอาญาแล้วหลบหนีไปครับ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๐๗ ท่านประธานครับ ข้อ ๒ ผู้ซึ่งไม่สมควรดํารงอยู่ในยศทหารมีดังต่อไปนี้ ๒.๗ ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีไป หนีทหาร หนีตํารวจผมไม่รู้ครับ หรือจะหนี ทั้ง ๒ อย่างก็ได้ ๒.๗ ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีไป ตรงประเด็นเลยครับ ๒.๗ ๒.๘ หนีราชการทหารในเวลาประจําการ ตรงครับ ๒.๙ ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตรงครับ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมกระทําความผิดตามระเบียบกระทรวงกลาโหมข้อ ๒.๗ ข้อ ๒.๘ ข้อ ๒.๙ ครบถ้วน เขาถึงถอดยศอย่างไรครับ
ขออภัยครับท่าน มีคนประท้วงครับ เชิญครับท่านเชาวริน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอใช้สิทธิตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ ประท้วงท่านผู้อภิปรายโดยข้อ ๖๑ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านข้อความในข้อ ๖๑ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับประเด็นที่กําลังปรึกษากันอยู่ ต้องไม่ฟุ์มเฟ๋อย วนเวียน ซ้ําซาก หรือซ้ํากับของผู้อื่น และห้ามไม่ให้นําเอกสารใด ๆ มาอ่าน ให้ที่ประชุมฟังโดยไม่จําเปึน และห้ามไม่ให้นําวัตถุใด ๆ เข้ามาแสดงในที่ประชุม เว้นแต่ ประธานจะอนุญาต วรรคสองเขียนไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยา หรือใช้วาจาไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด และห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ ตรงนี้คงไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็น ผมขอข้ามไปที่ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๖๔ ท่านประธานครับ อยู่ในหมวด ๑๒ ว่าด้วยประมวลจริยธรรม ข้อ ๑๖๔ ท่านประธานครับ ผมอายุมากขอใส่แว่นนิดครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ
ท่านครับ ท่านเชาวรินใช้สิทธิประท้วงยังไม่จบครับ ท่านนั่งก่อนครับ ผมกําลังฟังอยู่ แล้วผมจะวินิจฉัยครับ ท่านนั่งก่อนครับ
ท่านกําลังจะวินิจฉัยผู้ประท้วง แต่ว่าผมอยากจะกราบเรียนว่า จริง ๆ แล้วผู้ประท้วงได้ลุกขึ้นประท้วงต่อท่านประธานนั้น โดยอ้างข้อบังคับที่ไม่ชอบด้วย
ก็เปึนหน้าที่ที่ผมจะต้องวินิจฉัย ท่านนั่งก่อนครับ เชิญครับ
ผมขออ้างข้อบังคับ ข้อ ๑๖๔ ประกอบ ให้สมาชิกและกรรมาธิการปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกและกรรมาธิการตามที่สภาได้ตราไว้ วรรคสอง ให้นําข้อบังคับว่าด้วยประมวล จริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาใช้บังคับ และให้ถือ เปึนส่วนหนึ่ง
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานอีกครั้งครับ
ท่านนั่งก่อนครับ ท่านครับ ท่านเชาวรินขอใช้สิทธิประท้วง และอ้างข้อบังคับ จบแล้วผมก็ จะวินิจฉัย
อ้างข้อบังคับ
ท่านนั่งเถอะครับ ท่านครับ ท่านเชาวรินกําลังใช้สิทธิประท้วง แล้วผมจะวินิจฉัย ถ้าท่านเห็นว่า ผมหรือมีใครที่ยังผิดข้อบังคับ ท่านถึงจะใช้สิทธิประท้วงทีหลัง ตอนนี้ท่านนั่งก่อนครับ ก็เปึนหน้าที่ของผมที่จะต้องวินิจฉัยนะครับ ผมยังไม่วินิจฉัย เขาประท้วงยังไม่จบนี่ครับ ท่านนั่งก่อนครับ นั่งเถอะครับ ท่านครับ ท่านเชาวรินยังใช้สิทธิไม่สมบูรณ์นะครับ ใช้สิทธิประท้วงอยู่ หลังจากจบตรงนี้แล้วถ้าท่านใช้สิทธิผมก็จะอนุญาตให้ ท่านนั่งก่อน
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงต่อไปโดยอาศัย ข้อ ๑๖๔ โยงมาถึงประมวลจริยธรรม ซึ่งบัญญัติไว้ ในข้อ ๑๒ ขออภัยข้อ ๑๔ สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่ง การเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือกรรมาธิการเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซง การบรรจุ แต่งตั้ง ย้าย โอน เลื่อนตําแหน่ง และเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการ ซึ่งมี ตําแหน่งหรือเงินเดือนประจําและมิใช่ข้าราชการการเมือง พนักงานหรือลูกจ้าง ของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจาก ตําแหน่ง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผู้อภิปรายที่ซักถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทําผิดจริยธรรมของการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งบัญญัติอยู่ในข้อ ๑๔ ผมขอให้ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยตรงนี้ด้วยครับ และถ้าเปึนไปตามคําประท้วงของผม ขอได้สั่งการให้ ผู้ถามกระทู้ถามเลื่อนการถามไปเลย ยกเลิกไปเลย ขอบคุณครับ ทําไม นี่สภา
ท่านสมาชิก กรุณารักษามารยาทด้วยนะครับ ท่านครับ ผมขอวินิจฉัยนะครับ ยังไม่เข้าข่าย ที่ท่านเชาวรินได้วินิจฉัย เชิญท่านนิพิฏฐ์ต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ ถ้าท่านเชาวรินติดใจว่าผมกําลัง
ท่านต่อเลยครับ
ถ้าติดใจว่าผมทําผิดรัฐธรรมนูญ ก็ถอดถอนเลยอย่าดีแต่พูดนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ข้อเท็จจริงของผมกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยตรงกัน ๔ ให้ออกนะครับ ๑๕ ปลดนะครับ ๑๖ ถอดยศนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพูดเปึนความจริง ประธาน คณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ที่ผมกราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่ก็โกหกนะครับ วันนี้เขาลือกันนะครับว่า ในกระทรวงกลาโหมนั้นหลักฐานในการถอดยศ ในการปลด ในการให้ออกของ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมนั้นถูกเก็บหมดแล้ว ผมคิดว่าอาจจะมีการทําลาย หลักฐานเสียด้วยซ้ํา ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีนั้นผิดกับข้อเท็จจริงบางเรื่องครับ ผมจําเปึนต้องพูดเรื่องนี้ครับ เพราะสักวันหนึ่งเราต้องมีการสอบสวนทวนความเรื่องนี้กัน ท่านบอกว่า ให้ออกไว้ก่อน สามารถทําได้เนื่องจากต้องคดีอาญา ไม่จริงครับ ในคําสั่งของประธานคณะกรรมการสอบสวน พลอากาศโท วีรวิท คงศักดิ์ เจ้ากรมกําลังพลทหาร เขาบอกอย่างนี้ครับ เขาบอกที่มี การเสนอถอดยศนั้น เพราะว่า ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมนั้นหนีราชการทหารครับ และกระทํา ความผิดวินัยไม่มารายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชา ก็มีหนังสือป่ดผนึกลงทะเบียนตอบรับ ท่าน มท. ๑ เข้าใจตอบรับไหมครับ ท่านเปึนนักกฎหมาย ส่งมาถึงบ้านท่านด้วย ป้ ๒๕๔๔ เขาส่งไปรษณีย์ตอบรับไปที่บ้านของท่าน ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมหายไปไหน ทําไมเขาต้อง ทําอย่างนั้นครับ เขาทําถึง ๓ ทางนะครับ ทางที่หนึ่ง คณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้นะครับ เขาเลยสอบถามไปที่ตํารวจว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมหรือเปล่า ปรากฏว่า ไม่มีครับหายไปเฉย ๆ หนีทหารหรือหนีตํารวจก็แล้วแต่ท่านนะครับ
๒. เขาส่งหนังสือไปที่ สน. สุทธิสารว่าได้มีการแจ้งความดําเนินคดีกับ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมแล้วหรือไม่ อย่างไร ขอทราบผลคดีครับ
๓. เขาได้ประสานงานไปที่ศูนย์ข้อมูลกระทรวงมหาดไทยว่า ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม ลูกชายของท่านหายไปครับ เปึนคนหายไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมเขาปลดออก วันที่ ๑๕ นะครับ เพราะขาดราชการ ๑๕ วัน ๑๕ วัน ผู้บังคับบัญชามีหนังสือให้มารายงานตัว ไม่มาเขาเลยปลดออก พอวันที่ ๑๖ เกิน ๑๕ วันแล้วท่านประธานเปึนนายทหารท่านประธาน คงทราบ วันที่ ๑๖ ก็เลยถอดยศเลยครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าเขาให้ออก เพราะว่าถูกดําเนินคดีอาญานั้นไม่จริงครับ ไม่เกี่ยวกับคดีอาญาเลยเขาให้ออกเพราะว่า หนีราชการทหารที่ผมกราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่นี้นะครับ นอกจากหนีราชการทหารแล้ว ยังหนีออกนอกประเทศด้วยนะครับ ไปเกาะกงกระมังครับ ไปมอบตัวกับสถานทูตมาเลเซียนะครับ ขออนุญาตหรือเปล่าครับ นายทหารเดินทางออกนอกราชอาณาจักรต้องขออนุญาตนะครับ เรียนท่านประธานว่า ที่ให้ออกเพราะว่าหลบหนีราชการทหารเกิน ๑๕ วัน ขัดคําสั่งของ ผู้บังคับบัญชา แล้วหนีในคดีอาญาครับ เปึนผู้ต้องหานี่ท่านประธานคงทราบนะครับว่า ทหารเมื่อตกเปึนผู้ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีเขาให้ออกเลยครับ ตามระเบียบของ กระทรวงกลาโหม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพูดเมื่อสักครู่นั้น ไม่ตรงตามรายงานของ พลอากาศโท วีรวิท คงศักดิ์ เจ้ากรมกําลังพลทหาร ผมคิดว่า เรากําลังทําอะไรอยู่ครับ กระทรวงกลาโหมกําลังทําอะไรครับ ปกปัองอย่างนั้นหรือครับ ทําลายหลักฐานเท็จหรือครับ ติดคุกนะครับ ผมเกรงว่าถ้าใครก็ตามได้บังอาจทําหลักฐาน เท็จเรื่องการปลด เรื่องการถอดยศ เรื่องการพักราชการของ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมนั้น อาจจะเปึนการทําหลักฐานเท็จและมีคดีอาญาได้นะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในขณะนี้ข้อเท็จจริงทั้งหมดมันไม่ตรงที่ท่านรัฐมนตรีตอบ เขาให้ออกเพราะหนีราชการ เขาให้ออกเพราะเปึนผู้ต้องหาหลบหนีคดีอาญา เขาให้ออกเพราะขัดคําสั่งผู้บังคับบัญชา ที่ให้มารายงานตัวภายใน ๑๕ วัน ไม่เกี่ยวกับคดีอาญาใด ๆ ทั้งสิ้น ผมพูดเรื่องนี้แค่นี้นะครับ ผมอยากกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรี ซึ่งท่านก็มาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีในข้อต่อไปว่า ท่านประธานคงทราบนะครับว่า ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ถึงป้๒๕๕๐ มีทหาร มีตํารวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เสียชีวิตไปเยอะมากครับ ในรายงานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ถึงป้ ๒๕๕๐ มีทหารที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่
คุณสุนัยประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงธศร ผมอยากฟังกระทู้ถามของท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์นะครับ แต่ไม่อยากฟังการอภิปรายที่นอกประเด็น ซึ่งก่อนที่ท่านประธานจะขึ้นมา ท่านประธานสมศักดิ์ก็ได้วางแนวไว้แล้ว ย้ําเตือนท่านผู้นี้ หลายครั้งแล้ว แต่ยังจะฉกฉวยใช้เวลาในการอภิปรายอีก ผมไม่อยากประท้วงท่านอีกแล้ว ขอให้ท่านถามตรง ๆ เพราะใครก็อยากจะฟัง นอกประเด็นครับท่าน
เข้าใจการประท้วงของคุณสุนัยนะครับ เชิญคุณนิพิฏฐ์ต่อครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๔ ถึงป้ ๒๕๕๐ มีทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เสียชีวิต เนื่องจากการปกปัองประเทศชาติ ๑๔๖ นาย ทั้งทหารชั้นประทวนและชั้นสัญญาบัตร และได้รับบาดเจ็บ ๗๘๖ คน รวมแล้วเสียชีวิตและบาดเจ็บ ๙๓๒ คน ผมถามท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งท่านมาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีว่า ในบรรดาทหารที่ปกปัองอธิปไตยของชาติที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ ๙๓๒ คน มีทายาทของ ผู้ที่ปกปัองชาติ ปกปัองราชบัลลังก์ ปกปัองแผ่นดินเหล่านั้นยื่นคําขอให้ทายาทเข้ารับ ราชการกี่นาย และบัดนี้รับไปแล้วกี่นาย ที่ไม่รับเพราะอะไร ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีเฉลิมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตตอบที่ท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ถาม ผมไม่เตรียมมาที่บอกว่า ทหารล้มหายตายจากเปึนจํานวนมาก แล้วทายาทเขามาขอกลับเข้ารับราชการมีหรือไม่ เพราะในกระทู้ถามไม่มี คุณต้องถามให้ ตรงประเด็น ประเด็นเรื่อง ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม คุณก็แวะไปเรื่องทหารตายในพื้นที่ ผมย้ําอีกครั้งนะครับ ผมไม่มีความจําเปึนที่ต้องเอาความเท็จมาตอบในสภาแห่งนี้ ผมไม่มี ความจําเปึนที่จะต้องไปเอาเอกสารปลอมมาพูดในสภา ถ้าพูดไปก็กระทบใจกัน ในสภา คนจําความได้และอยู่ในสภา เขารู้ครับว่าพรรคการเมืองพรรคไหนเอาเอกสารเท็จ มาอภิปรายในสภา เขารู้ครับ ผมไม่อยากระบุชื่อ เดี๋ยวก็จะประท้วงกันไฟแลบ พี่น้องประชาชน คนทั่วไป คนเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรู้ดีว่าพรรคการเมืองพรรคไหนมีพฤติกรรม มีพฤติการณ์เอาเอกสารเท็จมาอภิปรายในสภา ถ้าคุณนิพิฏฐ์ไม่รู้ว่าพรรคไหน ต้องแวะ ถามท่านบรรหาร ศิลปอาชา ดูสิแล้วจะรู้ว่าพรรคไหน ผมไม่เอาเรื่องเท็จมาพูด แต่เอกสารที่ผม มีในมือที่คุณบอกกระทรวงกลาโหมเอาไปทําลาย แล้วเอาไปเก็บ ไปซ่อน ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมจะแจกให้ผู้สื่อข่าว คุณไม่แน่จริงนี่ ผมอยากฟังคําพูดคุณ ไม่ได้ยินจริง ๆ แน่จริง จะต้องพูดว่าทําไมศาลยกฟัองดวงเฉลิม อยากถามจริง ๆ อยากตอบจริง ๆ เพราะถ้า หมิ่นเหม่คุณก็จะได้ละเมิดอํานาจศาล ท่านประธานครับ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เกิด ความเข้าใจที่ตรงกัน ผมไม่ได้มาตอบในฐานะพ่อของลูก ตอบในฐานะท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมาย เหตุเกิดได้ ๕ วัน กระทรวงกลาโหมก็ให้ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมพักราชการ ท่าน พลอากาศโท พลอากาศอะไรที่ท่านพูดถึงผมไม่รู้จัก แล้วผมก็ไม่ทราบว่าเขาไปสอบ อะไร แล้วที่คุณกรุณามีไมตรีที่บอกว่าจะเอาเอกสารมาให้ผมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ท่านประธานครับ ใครก็ตามแนะนําผม ผมฟังทั้งนั้น ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ผมไม่ฟัง แล้วผมเรียนมาเยอะแล้วพอมีความรู้ไม่ต้องมาเพิ่มพูนผม ผมจบปริญญาเอกกฎหมาย ผมอ่านกฎหมายรู้ ผมดูกฎหมายเปึนไม่ต้องมาเพิ่มพูนให้ผม แต่คนทั้งประเทศเพิ่มพูนให้ผม ผมฟังหมด ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ และที่คุณบอกว่า
ท่านประธานครับ
ประท้วงหรือครับ
ผมคิดว่าท่านประธานนั่ง ไม่ทราบฟังอยู่หรือเปล่านะครับ ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ถึง ๒-๓ ครั้ง ผมรู้ดีว่าท่านรัฐมนตรีท่านก็เคยเปึน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็เคยอาศัยพรรคประชาธิปัตย์ แต่วันนี้มาพูดถึงว่าไม่ฟังพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ครั้ง เสียดสี ผมถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ ทําอะไรให้เดือดร้อนครับ วันนี้เพียงแต่ ส.ส. นิพิฏฐ์ถาม ท่านก็ตอบตรงไปตรงมาเลยสิครับ ผมก็ อยากจะฟังคนที่ตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยความเคารพซึ่งกันและกันนะครับ ไม่จําเปึนต้อง พูดถึงว่าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านจะฟังหรือไม่ฟังเปึนเรื่องของท่าน แต่ว่าท่านไม่จําเปึนต้อง เสียดสีไปถึงพรรคครับ ท่านมีข้อมูลท่านตอบให้ตรงไปตรงมา แล้วก็ประชาชน สาธารณะ จะได้ตัดสินเองว่า ท่านทําเพื่อประโยชน์ของตนเองแล้วมีผลประโยชน์ทับซ้อน โดยใช้ ตําแหน่งหน้าที่ของท่านในรัฐบาลหรือไม่ครับ
เข้าใจการประท้วงของคุณชินวรณ์แล้วนะครับ ประท้วงว่าท่านรัฐมนตรีพูดพาดพิงถึง พรรคประชาธิปัตย์ แต่ท่านรัฐมนตรีไม่ได้พูดพาดพิงในทางเสียหายนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีพยายามงดเว้นกล่าวถึงผู้อื่นด้วย
ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตครับ ผมขอถอนว่า ผมไม่ฟังพรรคประชาธิปัตย์ เปึนผมไม่ฟังท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ที่จะมาเพิ่มพูนความรู้ผม ถอนให้ครับ ถอนพรรคประชาธิปัตย์
ขอบคุณครับที่กรุณาได้ถอนคําพูดพรรคประชาธิปัตย์นะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีเพิ่งไปขอความเห็นของพรรคประชาธิปัตย์มา เพราะฉะนั้น ท่านถอนคําพูดแล้วผมก็พอใจครับ แต่ว่ากรณีภาคใต้ท่านเพิ่งไปขอมานะครับ
ผมต้องขอความกรุณาทั้ง ๒ ฝ์ายครับ กรุณาอย่าประท้วงนะครับ ประท้วงกันไปกันมาก็เสียเวลานี่ เวลา ๑๓ นาทีแล้วครับ เหลือเวลาอีก ๗ นาทีครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณสุนัยประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ กระผม สุนัย ขออนุญาต ประท้วงท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ประท้วงได้กล่าวคํา ในลักษณะที่จาบจ้วงท่านประธานหลายครั้ง หาว่าท่านประธานไม่ฟังอย่างนั้นอย่างนี้ ก่อนหน้านี้ก็จาบจ้วงท่านประธาน ผมไม่อยากให้บรรยากาศอย่างนี้เกิดขึ้น ถ้าท่าน รักพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เปึนไร ก็ไม่ว่ากัน แต่ว่าทําไมต้องไปจาบจ้วงท่านประธาน
ทราบแล้วครับ เชิญคุณสุนัยนั่งลงครับ ผมจะวินิจฉัย เชิญนั่งลงได้แล้วครับ ถ้าคุณสุนัย ไม่นั่งลง ผมก็วินิจฉัยไม่ได้ครับ เชิญนั่งลงครับ
มิได้ครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านผู้ประท้วงคือ คุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ไม่ได้กล่าววาจาจาบจ้วง อะไรผมเลยครับ แล้วผมเองเปึนผู้ฟังผมยังไม่ได้คิดอะไรเลย เชิญท่านรัฐมนตรีต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าเอกสารในมือผมนี้มันเปึนเอกสาร ที่กระทรวงกลาโหมเปึนคนออก ออกว่า ๒ พฤศจิกายน ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมพักราชการ คนรับราชการมาทั้งบ้านทั้งเมืองเขารู้ เว้นแต่คนไม่เคยรับราชการที่ไม่รู้ ไม่รู้ก็ไม่เสียหาย เพราะไม่จําเปึนต้องรู้ เมื่อพักราชการ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมก็ไม่ได้ไปทํางาน นิติสัมพันธ์ ขาดจากกัน แล้วเขาก็หนีไปผมไม่รู้จริง ๆ ตอนนั้นว่าหนีไปที่ใด ต่อมาภายหลังหลังจาก เขาหนีไปแล้วจะมีหนังสือดังที่ท่านนิพิฏฐ์บอกหรือไม่ ผมไม่ทราบ เพราะตัวการ ตัวแทน ผมจัดการไม่ได้ เขาบรรลุนิติภาวะเปึนว่าที่ร้อยตรี ถูกกล่าวหาฆ่าคนตายให้พักราชการ ให้ออกจากราชการแล้วถอดยศ คนมันก็กลัวสิครับ ข่าวออกทั้งวัน ประหารชีวิต พยานหลักฐาน มีเทปพยานเห็นเปึนร้อยปากเขากลัว เขาหนีไป พอหนีไปเห็นว่าพลอากาศโทอะไร ที่ท่านเอ่ยถึงจะมีหนังสือไปหรือไม่ ผมไม่ทราบ เขาจะไปรับได้อย่างไรก็มันหนีอยู่ ไปไหน ผมก็ไม่รู้ หนีไป ไปส่งที่บ้านผมรับไม่ได้ แล้วที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ว่าออกนอกประเทศ ไม่ได้รับอนุญาต มันจะไปขออนุญาตใครครับก็ตํารวจจะจับก็มีความผิด หลบหนีออกนอก ราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พอกลับมาเขาก็เปรียบเทียบปรับที่อิมมิเกรชั่น (Immigration) ดอนเมือง ตรวจคนเข้าเมืองเขาก็เปรียบเทียบปรับ คุณดวงเฉลิมคุณหนีออกนอกราชอาณาจักร ไม่ได้รับอนุญาตเขาก็เปรียบเทียบปรับ แล้วดวงเฉลิมก็กลับมา เขาสิ้นสุดกับกองทัพตั้งแต่ วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ เพราะให้เขาพักราชการ ส่วนท่านพลอากาศโทที่ท่านเอ่ยถึง จะเปึนใครอย่างไรผมไม่ทราบ ท่านไปสอบสวนมีความเห็นว่าหนีทหารอย่างไรผมไม่รู้ ผมจะไปรู้อย่างไรก็ไปแอบทํากัน เมื่อดวงเฉลิมเดินทางกลับมาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพ ศาลพิพากษายกฟัอง ไม่ได้ยกประโยชน์ว่าให้จําเลย เพราะพยาน ไม่ชัดเจน ศาลยกฟัอง โดยบอกว่าจําเลยไม่ได้กระทําความผิด พอศาลยกฟัอง อัยการ ต้องอุทธรณ์ อัยการก็ไม่อุทธรณ์ โจทก์ร่วมภรรยาผู้ตายมีสิทธิอุทธรณ์เขาก็ไม่อุทธรณ์ คดีมันจบด้วยกระบวนการพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม ที่ให้ออกเพราะว่ากล่าวหาเขาฆ่าคนตาย สุดท้ายกระบวนการยุติธรรมก็บอกว่า ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมไม่ได้กระทําความผิด จึงพิพากษายกฟัองเพราะจําเลยไม่ได้ กระทําความผิด อัยการไม่อุทธรณ์ โจทก์ร่วมไม่อุทธรณ์ คดีเปึนอันยุติ ยุติแล้วตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๗ ถามว่า ได้รับอภิสิทธิ์ไหม ไม่หรอกครับ กลับมาติดคุก เข้าเรือนจํา ตีตรวน ขังเดี่ยวตามระเบียบผู้ต้องขัง เขามีสิทธิต่อสู้คดี ท่านผู้ถามจบกฎหมาย เปึนทนายความ ผมไม่ต้องพูดมาก ความรู้ควรมีและน่าจะมี เมื่อศาลพิพากษาว่า นายดวงเฉลิมไม่ผิด เขาก็อยากจะกลับรับราชการ ผมก็บอกรอไว้ก่อน เขาจบกฎหมายเหมือนท่าน แล้วก็ ตอนหลังไปเรียนได้ปริญญาโทรัฐศาสตร์ มีคนแนะนําให้ไปขอเงินจากกระทรวงยุติธรรม ในระหว่างถูกขังไม่เปึนธรรม ผมบอกอย่าไปเอาเลยก็ไม่ขอ เขาเปึนคนไทยคนหนึ่ง นะครับ เขามีสิทธิตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เขาจะต่อสู้คดีได้
ท่านรัฐมนตรีครับ คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร เขต ๔ ประชาธิปัตย์ครับ ขออนุญาตประท้วง ท่านรัฐมนตรีที่กําลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้ ท่านได้รับหน้าที่ในการมาตอบแทนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมและไม่ได้ตอบตรงประเด็นกับผู้ที่ยื่นกระทู้ถามสดได้ถาม ถามท่านในฐานะ ในการดูแลกระทรวงกลาโหมนะครับ เมื่อกี้คําถามก็คือว่าทหาร ตํารวจที่ตาย ลูกของพวกเขา เหล่านั้นได้ขอเข้ารับราชการแล้วได้รับยศในการรับราชการมีจํานวนสักเท่าไร ที่ท่านกําลัง อธิบายอยู่ยาวนานซ้ํากับรอบที่แล้วก็หลายเรื่องนะครับ ก็พยายามตั้งใจฟัง แล้วก็รวมทั้ง จะมาอธิบายเรื่องศาลอะไรต่าง ๆ ผมเชื่อว่าคงจะเข้าใจแล้วครับ
เชิญคุณบุญยอดนั่งลงครับ เข้าใจคําประท้วงของคุณบุญยอดแล้วนะครับ คือคุณบุญยอด ประท้วงว่าท่านรัฐมนตรีตอบไม่ตรงคําถาม เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีท่านก็ได้พูดนะครับว่า ถามว่าจะมีผู้ที่เสียชีวิตให้ลูกชายกลับมารับราชการกี่คน ท่านตอบว่าท่านไม่ได้เตรียม ข้อมูลมา เพราะว่าไม่ได้เปึนเรื่องที่คิดว่าจะถามนะครับ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีเฉลิม ต่ออีกนิดหน่อยครับ ขอรวบรัดด้วยครับ
ท่านผู้ประท้วงนี่ผมไม่อยากไประรานท่านนะครับ กระผมก็บอกแต่ต้นแล้ว ๑. กระทู้ถามสด คุณนิพิฏฐ์ไม่ได้ใส่ไว้ ใส่เรื่อง ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม ๒. ผมบอกว่าถึงแม้ใส่ไว้ก็ตอบไม่ได้ ไม่ได้เตรียม ผมไม่อับอายหรอก ผมจะไปเก่งทุกอย่างได้อย่างไร ไม่เก่งทุกอย่างหรอก ก็ตอบคุณนิพิฏฐ์กําลังข้องใจว่า ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เซ็นกลับเข้ารับราชการได้อย่างไร
ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้น ผมขอให้รัฐมนตรียุติการตอบในข้อนี้นะครับ แล้วก็ฟังคําถามข้อถัดไป
ท่านบุญยอดประท้วงอะไรนะครับ เชิญประท้วง
ท่านประธานครับ รัฐมนตรี บอกว่าไม่มีข้อมูลที่จะมาตอบเปึนข้อที่ ๒ ถูกไหมครับ ถ้าอย่างนั้นท่านรัฐมนตรีก็ต้อง หยุดนะครับ ไม่ตอบข้อที่ ๒ ก็จบแล้ว ต่อไปก็เปึนข้อที่ ๓ เรากําลังใช้เวลาในสภาแห่งนี้ อย่างมากมายนะครับ ท่านต้องตอบให้ตรงประเด็น และไม่ใช่นําเรื่องต่าง ๆ มาพูดพล่าม เต็มไปหมดนะครับ ขอบพระคุณครับท่านครับ
ท่านประธานครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมก็ยังพูดในเรื่องที่เกี่ยวกับ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมอยู่นะครับ
(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านเชาวรินไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ผมว่า
ผมไม่ประท้วง แต่ผม ขอให้ท่านประธานสั่งให้ผู้อภิปรายถอนคําว่า พูดพล่าม ไม่ได้หรอกครับ พูดพล่ามนี่ใช้กับ คนระดับเสนาบดีไม่ได้ ไม่เหมาะสม
ท่านประธานครับ พูดพล่าม แปลว่า พูดนอกเรื่อง มีในพจนานุกรมครับ
ก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีต่อครับ ขอรวบรัดด้วยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ขัดข้องครับ คุณจะไปวิพากษ์วิจารณ์ พูดพล่าม พูดเยอะ ไม่เปึนไรหรอก แต่กรณีอย่างนี้คุณจะมาแจ้งเกิดผิดคิวไม่ได้เกิดหรอก มีแต่เรื่องเสียหาย เขากําลังจะฟังประเด็น ไม่ได้ สภามาแจ้งเกิดง่าย ๆ ไม่ได้หรอก มันต้องมีที่มาที่ไป
ท่านประธานครับ
คุณสาทิตย์ประท้วงครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมฟังมาตลอดแล้วก็ไม่อยาก จะประท้วงนะครับ แต่ว่าเวลาพวกเราพูดอะไรไปสมาชิกรัฐบาลก็จะประท้วงผิดข้อบังคับว่าเสียดสี แต่สักครู่นี้ รัฐมนตรีพูดชัดเสียดสีน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาป้แรกนะครับ บอกว่า แจ้งเกิดผิดคิว อันนี้เปึน คําเสียดสีชัดเจน คือคนเปึนรัฐมนตรีเราให้เกียรติถ้าท่านมีจิตสํานึกเพียงพอ แต่ว่าท่าน ได้พูดเสียดสีอย่างนี้ผมคิดว่าต้องวินิจฉัยและก็ต้องถอนและไม่ควรทําอย่างนี้อีก คนเขา ถามใช้เหตุใช้ผล คนเขาติติง ประท้วงก็ใช้เหตุใช้ผล แต่ท่านนี่ข่มขู่และเสียดสีตลอดเลย ผมว่าต้องถอนนะครับ
ขอบคุณครับ วินิจฉัยนะครับ ท่านรัฐมนตรีไม่ได้มีเจตนาเสียดสีครับ แล้วก็เช่นเดียวกันครับ คุณบุญยอดเมื่อสักครู่พูดบอกว่า พูดพล่าม ผมก็เชื่อมั่นว่ามันไม่ได้เปึนถ้อยคําที่ไม่สุภาพครับ แต่ถ้าท่านใช้คําว่า ไอ้พล่าม อะไรอย่างนี้ถือว่าไม่สุภาพครับ เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องเล็ก ๆ อย่างนี้เราอย่าประท้วงกันเลยเสียเวลาของสภาด้วยครับ เชิญท่านรัฐมนตรีรวบรัดด้วยครับ
ท่านประธานครับ ผมสรุปตอบนะครับ ก่อนจะตอบก็อยากจะบอกคุณสาทิตย์ที่บอกว่า ข่มขู่ คุณเชื่อผมเถอะไม่มีใครกล้าข่มขู่พรรคประชาธิปัตย์หรอก ไม่มี ใครกล้า สบายใจได้ ผมไม่กล้าหรอก พวกคุณเก่งทุกคน ไม่มี ไปข่มขู่ได้อย่างไรประชาธิปไตยมันเท่ากัน แต่ว่าถามมาต้องฟังผมตอบสิ ก็ถามว่า ลูกหลานชาวบ้านชาวช่องที่ล้มหายตายจาก มียื่นเรื่องไหม ๑. ไม่ได้ถามไว้ในกระทู้ถาม ๒. ถ้าถามไม่อายไม่ได้เตรียมมา ๓. จากนี้ต่อไป เอาเปึนบรรทัดฐานมาคุณอย่าอภิปรายสิ ยืนมาปัูบอยากถาม ๑. ตอบ ๒. ตอบ ๓. ตอบ ผมชอบสิทําไมไม่ชอบ แต่บังเอิญคุณมาถามคนช่างพูดอย่างผมมันก็ต้องอภิปรายประกอบ ไปให้เห็นภาพ ข้อ ๒ ผมไม่ตอบ เดี๋ยวคุณบุญยอดคุมพวกคุณบ้างอย่าอภิปรายถามเลย ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณนิพิฏฐ์ คําถามที่ ๓ แต่เรียนอย่างนี้ครับว่า ปกติกระทู้ถามสดจะให้เวลา ๒๐ นาที แต่เนื่องจากมีการประท้วงกันเยอะ ผมต่อให้อีก ๒ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ ที่ผมกราบเรียนให้ข้อเท็จจริงท่านประธานค่อนข้างยืดยาว เพราะว่าท่านรัฐมนตรีเปึนคนพูดขึ้นเองนะครับว่า ทหารนั้นมีลักษณะที่แตกต่างคือสามารถถือ อาวุธหน้าห้องบรรทมได้ เพราะฉะนั้นการถามเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมากว่า การรับทหารเข้าบรรจุใหม่หลังจากถูกออกจากราชการเนื่องจากบกพร่องศีลธรรมนั้น เปึนความจําเปึนอย่างยิ่งและต้องคัดเลือกอย่างยิ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ผมได้กราบเรียนท่านประธานถึงระเบียบของกระทรวงกลาโหม ผมขออนุญาตอ่าน อีกสักเรื่องหนึ่งนะครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วย การบรรจุ การโอน และการบรรจุกลับเข้ารับราชการ พ.ศ. ๒๕๒๙ ในข้อ ๙ บอกว่า บุคคล ที่เคยรับราชการในกระทรวงกลาโหมหากประสงค์จะกลับเข้ารับราชการใหม่ ต้องมี คุณสมบัติดังต่อไปนี้มี ๙.๑ ๙.๒ ๙.๓ นะครับ ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี หรือมีความผิด หรือมีมลทิน หรือมัวหมองในกรณีที่ทําให้ราชการได้รับความเสียหาย ผมคิดว่าการที่เขาให้ นายทหารคนหนึ่งที่บอกเมื่อสักครู่นะครับ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมออก แล้ววันที่กระทรวง กลาโหมรับกลับเข้ารับราชการใหม่ก็มีข้อแม้ว่าบุคคลต่อไปนี้รับกลับไม่ได้ ๑. มีร่างกาย ที่พิกลพิการ ผมคิดว่าเขาไม่ใช่ข้อนี้ครับ ๒. มีความบกพร่องในศีลธรรมอันดี ถ้าสิ่งที่ นายทหารคนหนึ่งหนีราชการทหาร ถ้าสิ่งที่นายทหารคนหนึ่งต้องคดีอาญาแล้วหลบหนีไป แล้วถูกถอดยศวันดีคืนดีมาขอกลับเข้ารับราชการ แล้วกระทรวงกลาโหมบอกว่า นายทหารคนนี้ ไม่เปึนผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี ผู้แต่งตั้ง ผู้คืนยศก็บกพร่องในศีลธรรมแล้วครับ ไม่รู้ใคร คนหนึ่งล่ะครับ ผมคิดว่ามีการบกพร่องในศีลธรรมไม่ว่าคนที่ได้รับการแต่งตั้งยศใหม่หรือ ผู้ที่แต่งตั้งเขาบกพร่องศีลธรรมแน่ครับ บ้านเมืองวันนี้มันมีปัญหาอย่างนี้ครับ เพราะเรา หย่อนในเรื่องของศีลธรรม จริยธรรมมากเกินไป เมื่อสักครู่ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี ได้บอกผมว่าลองให้ผมได้บอกสิว่าทําไมถึงยกฟัองดวงเฉลิม ท่านพูดเองนะครับ ท่านอยากให้ ผมพูดใช่ไหมครับ ท่านพูดโกหกครับ และผมจะไม่ถอนด้วย ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยโกหกในสภาแห่งนี้ ท่านโกหก ผมไม่อยากพูดว่าหน้าด้านนะครับ แต่โกหกจริง ๆ ครับ ยกฟัองจริงครับ อัยการไม่อุทธรณ์จริงครับท่านประธาน
ครับ คุณเชิดชัยใช่ไหมครับ ประท้วงอะไรครับ
อัยการไม่อุทธรณ์จริงท่านประธานครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
คุณเชิดชัยประท้วงอะไรครับ
ผมประท้วงผู้กําลังอภิปรายข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ ใช้วาจาไม่สุภาพ ใช้คําว่า หน้าด้าน ครับ ผมขอให้ถอนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านบอกว่า
ผมวินิจฉัยนะครับ เพราะว่าคุณนิพิฏฐ์บอกว่าไม่อยากใช้คําพูดว่า หน้าด้าน แต่เผอิญ คุณนิพิฏฐ์ได้พูดไปแล้วก็ไม่จําเปึนต้องถอนครับ แต่ขอความกรุณาทีหลังคําพูดอย่างพวก นี้ครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญ คุณสุนัยนั่งลงก่อนครับ ผมยังวินิจฉัยไม่จบครับ อยากจะขอร้องพวกเราทุกฝ์ายครับ คําพูดประเภทนี้ ผมก็ได้พยายามอะลุ่มอล่วยนะครับ เพราะว่าบางทีก็พูดไป ในอนาคต อยากจะขอความกรุณาขอให้งดคําพูดเหล่านี้ลงตามความจําเปึนนะครับ คุณนิพิฏฐ์ได้ใช้ เวลาเกิน ๒ นาทีตามที่ผมอนุญาตให้แล้ว เพราะฉะนั้นถามได้นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้
ท่านประธานครับ
คุณสุนัยประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมได้สังเกตท่านประธานหลายครั้งในเรื่องการควบคุมการประชุมสภา มาตรฐานของ ท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องคําหยาบนี่ผมว่ากําลังเบี่ยงเบนมากครับ วิธีการกล่าวว่า ผมไม่อยากพูดว่าอย่างนี้แล้วก็พูดไปท่านบอกว่านั่นไม่ใช่การพูด ผมไม่รู้ว่าท่านประธาน เอามาตรฐานอะไรมา ผมขอให้ท่านถอนเถอะครับ เมื่อกี้คําพูด พล่าม ท่านก็บอกว่า ไม่เปึนไรอีกแล้ว ท่านครับ ถ้าท่านพูดอย่างนี้เรื่อย ๆ การใช้คําแบบนี้ทําได้ทั้ง ๒ ฝ์ายครับ ฝ์ายรัฐบาลก็ทําเปึน ฝ์ายค้านก็ทําเปึน ถ้าท่านบอกว่ามาตรฐานอย่างนี้ไม่เปึนไรนี่นะครับ ต่อไปท่านจะคุมยากมากครับ ขอให้ท่านวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ ที่ผ่านมาเราก็ได้อะลุ่มอล่วยกันตามสมควร ทางฝ์ายเราคือ ฝ์ายพลังประชาชน ก็เช่นเดียวกันครับเวลาพูดมา อย่างวันนั้นที่บอกว่า ถ่อย ผมก็วินิจฉัยด้วยความเปึนกลางครับว่า คําว่า ถ่อย นั้นเปึนคําวิเศษณ์แปลว่าไม่ดีไม่งาม แต่ถ้าผู้อภิปรายใช้คําว่า ไอ้ถ่อย อันนี้ ไม่สุภาพแน่ อันนี้คือคําไม่สุภาพแน่นอนครับ ผมวินิจฉัยแล้วเปึนที่สุดครับ
(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณสุชาตินั่งลงครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ขอความกรุณาไม่ต้องประท้วงครับ จะได้ถาม คําถามได้ เพราะเดี๋ยวเรายังมีเรื่องข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรซึ่งสําคัญนะครับ เพราะจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการ เชิญคุณนิพิฏฐ์ถามคําถามเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าทําไมไม่พูดเรื่องการยกฟัองของดวงเฉลิม ข้อเท็จจริงก็ตรงกันอีกครับว่า ยกฟัอง ข้อเท็จจริงก็ตรงกันอีกครับว่า อัยการไม่อุทธรณ์ แต่ว่าที่ท่านพูดไม่ตรง เมื่อกี้ท่านบอกว่าโจทก์ร่วมไม่อุทธรณ์ ไม่จริงครับท่าน โจทก์ร่วม อุทธรณ์ครับท่านรัฐมนตรีครับ ท่านจําไม่ได้หรือครับ ภรรยาของนายดาบยิ้มอุทธรณ์ครับ แล้ววันดีคืนดีภรรยาของดาบยิ้มไปถอนอุทธรณ์ ผมก็คิดว่าจําเลยอาจจะกลัวคําพิพากษา ศาลอุทธรณ์กระมังครับ เพราะว่าศาลอุทธรณ์อาจจะพิพากษากลับประหารชีวิตก็ได้ ท่านรัฐมนตรีพูดไม่ตรง ท่านพูดโกหกนะครับ รับไหมครับ พยักหน้าใช่ไหมครับ ภรรยา ของนายดาบตํารวจยิ้ม
ท่านประธานครับ
ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมเชิดชัย วิเชียรวรรณ
ให้ผู้ประท้วงได้ประท้วงก่อนครับ
ผู้ดําเนินการอภิปราย เนื่องจากประธาน บอกว่า หมดเวลาแล้วให้ถามคําถามที่ ๓ ครับ แต่ก็ยังมีการอธิบายต่อครับ
เชิญนั่งครับ ผมวินิจฉัยครับ คุณนิพิฏฐ์ถามคําถามเลยครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี บอกทําไมไม่พูดเรื่องนี้
คงไม่ต้องพูดแล้วครับ เชิญถามคําถามเลยครับ เพราะว่าเวลาเกินมาพอสมควรครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ จําเปึนต้อง บันทึกไว้ท่านประธานครับ เปึนการจับโกหกในสภาด้วยครับ ถ้าผมโกหกผมก็ฆ่าตัวตาย ในสภาครับ ท่านรัฐมนตรีบอกว่า โจทก์ร่วมไม่อุทธรณ์ไม่จริงนะครับ ภรรยาของ ดาบตํารวจ สุวิชัย รอดวิมุต เปึนคนยื่นอุทธรณ์ครับ แล้ววันดีคืนดีมีคนไปทําให้เขาถอน อุทธรณ์ เหตุผลรับฟังได้ ผมไม่รังเกียจครับ ทําไมเขาถอนอุทธรณ์ ผมคิดว่าเรื่องนี้นั่นคือ เรื่องที่ผมกราบเรียนว่ามันมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ความยุติธรรมมันไม่ยุติหรอกครับ เพราะเขาถอนอุทธรณ์แล้วมีคนไปยื่นข้อเสนอให้เขาถอนอุทธรณ์ เรื่องนี้มันเลยจบครับ ท่านรัฐมนตรีพูดไม่จริงครับว่าไม่มีการยื่นอุทธรณ์ เขายื่นครับ แล้วมีคนทําให้เขาถอน อุทธรณ์ ผมเห็นใจเขา ใครก็ต้องถอนอุทธรณ์นะครับ แต่ว่าเบื้องหลังการถอนอุทธรณ์ เปึนเพราะอะไรท่านรู้อยู่กับใจครับ ในศาลอาญาเขา ท่านประธานครับ ผมมีเรื่อง
ท่านนิพิฏฐ์ครับ ขอความกรุณาถามได้แล้วนะครับ
ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่ผมถามว่า มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่เปึนทหารจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด ๙๓๒ คน ผมถามว่า มีคนขอเข้ารับราชการแทนเท่าไร ท่านตอบว่าท่านไม่ทราบข้อมูล ไม่ได้เตรียมข้อมูล ผมไม่ว่าท่านนะครับ ท่านเตรียมข้อมูล เฉพาะลูกของท่านเท่านั้น แต่ลูกของชาวบ้านที่ตายที่เสียชีวิตเพราะการปฏิบัติหน้าที่ ท่านไม่มีข้อมูลเลย ท่านปกปัองเฉพาะคนในตระกูลของท่าน ปกปัองเฉพาะลูกของท่าน บ้านเมืองนี้อยู่ไม่ได้หรอกครับอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ท่านบอกว่า ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อท่านไม่มีข้อมูลผมก็ไม่ถามนะครับ แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานฝากถึงประชาชน กระผมไม่ถามแล้วนะครับ ฝากถึงทหาร ตํารวจที่เสียชีวิต ในการปกปัองประเทศนี้มันตรงกันข้ามกันนะครับ คนที่ถูกกล่าวหาว่าฆ่าเจ้าพนักงาน ในขณะที่ปฏิบัติตามหน้าที่ได้รับการคืนยศแล้ว แต่ว่าคนที่เสียชีวิตเพราะปกปัองประเทศนี้ อีกหลายคนที่ยื่นคําขอรับราชการ ทายาทยื่นคําขอเข้ารับราชการแทนผู้เสียชีวิตยังไม่ได้กลับ เข้ารับราชการ ผมใช้เวลาตรงนี้ผมไม่ถามนะครับ กราบเรียนพี่น้องประชาชนอยู่ครับว่า ถ้ามีตํารวจ ทหารที่เสียชีวิตเนื่องจากการปกปัองประเทศนี้ แล้วทายาทยื่นคําร้องเข้ารับ ราชการแล้วยังไม่ได้รับราชการได้โปรดส่งข้อมูลมาที่ผมก็ได้ครับ ส่งข้อมูลมาที่ พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้
ท่านประธานครับ
ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ
เปึนคําถามที่ ๓ ของผมครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน
ครับ ผู้ประท้วงประท้วงเรื่องอะไรครับ
ขอประท้วงผู้กําลังอภิปรายว่าจะถาม คําถามก็ไม่ถาม อภิปรายไม่ไว้วางใจใช่ไหม หรือคุณทําอะไรอยู่ทําไมถึงไม่ถามตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ขอบคุณมาก สวัสดีครับ
ผมขอวินิจฉัยนะครับ เพราะว่าได้เตือนคุณนิพิฏฐ์ให้ถามคําถามมา ๓ ครั้งแล้ว ขอเตือน ครั้งนี้เปึนครั้งสุดท้ายครับ ขอให้ถามเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานนะครับ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ครับ คุณศุภชัยประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ขอประท้วงผู้ที่กําลัง อภิปรายตั้งกระทู้ถามในขณะนี้นะครับ แล้วก็ประท้วงท่านประธานผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วนเวียน ซ้ําซาก ใส่ร้ายปัายสีคนอื่นในขณะที่ไม่ถามคําถาม แต่ท่านประธานปล่อยให้ ผู้อภิปรายอภิปรายเสียดสีใส่ร้ายคนอื่นเพลิน โดยถ้าผมประท้วงไม่ถูกท่านประธานเป่ดเทป ได้เลยครับ มีการใส่ร้ายแทนที่จะพูดถึงท่านประธาน ไปพูดถึงพี่น้องประชาชนบอกกล่าวว่า ทหารที่ตายท่านรัฐมนตรีไม่ใส่ใจ ท่านประธานครับ แล้วท่านประธานปล่อยให้กล่าวใส่ร้าย
คุณศุภชัยครับ ผมเข้าใจคําประท้วงของคุณศุภชัยแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยเลยว่า คุณนิพิฏฐ์ไม่ได้ใส่ร้ายปัายสี แต่คุณนิพิฏฐ์พูดวนเวียนซ้ําซากครับ แล้วผมก็ได้เตือนไป ๓ ครั้งแล้วก็ขอความกรุณาเปึนครั้งสุดท้าย คุณนิพิฏฐ์ถามคําถามเลย มิฉะนั้นผมจะไม่ให้ อภิปรายต่อครับ เชิญคุณนิพิฏฐ์ครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งครับ
ขอให้ทุกท่านนั่งลงครับ
คุณนิพิฏฐ์บอกแล้วว่าจะไม่ถามคําถาม
ได้ครับ เดี๋ยวผมกลับมาถามได้ครับ
คุณศุภชัยนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยเมื่อกี้ว่าผมเตือนเปึนครั้งสุดท้าย ถ้าครั้งนี้ไม่ถามผมก็จะป่ด การอภิปรายครับ
ได้ครับท่านประธานครับ
ถามเลยครับ
ไม่ยากครับพลิกนิดเดียวถามได้เลย ผมจะถามว่า ท่านจะให้ความเปึนธรรมกับตํารวจ ทหารที่เสียชีวิตใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วทายาทเขายื่นคําร้องขอเข้ารับราชการแทนหรือไม่ อย่างไร มีวิธีการอย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผมขออนุญาตตอบท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ ผมไม่คาดคิดว่าคนที่เรียนจบกฎหมาย แล้วผมไม่คาดคิดว่าคนเปึนทนายความจะได้กล้า แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ในสภา คดี ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม เมื่อศาลยกฟัอง อัยการ ไม่อุทธรณ์ โจทก์ร่วมไปอุทธรณ์ ไม่ใช่เรื่องของผมและจําเลยไม่มีวันรู้ เพราะเมื่อเขา อุทธรณ์แล้วเขาไปถอน ก็แปลว่าเขาไม่ได้แจ้งให้เราทราบว่ามีการอุทธรณ์ จําเลยก็ทําหน้าที่เฉพาะจําเลย โจทก์ก็ทําหน้าที่ส่วนโจทก์ เมื่ออัยการไม่อุทธรณ์ โจทก์ร่วมมีสิทธิอุทธรณ์ แต่การอุทธรณ์แล้วเขาถอน เขาไม่ได้บอกผมนี่ครับในช่วงนั้น เขาไม่ได้บอก แล้วผมจําเปึนต้องรู้ไหมนี่ที่มาหาว่าโกหกในสภา ท่านเรียนกฎหมายแท้ ๆ คําว่า อุทธรณ์ นั่นหมายความว่า มันจะต้องมีการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ แต่เมื่อ อัยการไม่อุทธรณ์ แล้วโจทก์ร่วมไปอุทธรณ์แล้วถอนอุทธรณ์ ผมไม่ใช่เทวดาครับ ผมถึง ต้องไปรู้ เพราะไม่มีการแจ้งให้ทราบว่ามีการอุทธรณ์ ท่านบอกว่าไม่มีจริยธรรม ขาดจริยธรรม ไม่หรอกครับ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมถูกกล่าวหาฆ่าคนตาย พักราชการ ให้ออกจากราชการ ถอดยศ ศาลยกฟัอง เขาขอกลับรับราชการภายหลังจากมีประกาศ พระราชบัญญัติล้างมลทิน พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔ มาตรา ๕ บอกไว้ชัด ใครที่มี ความผิดเมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานล้างมลทิน มาตรา ๔ มาตรา ๕ คดีทางวินัย คดีทางอาญา นั่นหมายความว่า คนที่มีความผิดยังมีพระราชบัญญัติล้างมลทิน แต่กรณี ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมไม่มีความผิด เพราะศาลยกฟัอง โจทก์ไม่อุทธรณ์คดีจบ และไม่มีข้อเท็จจริงเปึนอย่างอื่น ท่านผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพัทลุง การขอกลับ รับราชการเขามีคอนเซ็พท์ (Concept) หน่วยรับเรื่องเขาต้องถามไป ศรภ. ต้นสังกัด เขาตอบมาก็เปึนคนเรียบร้อย ความประพฤติดี พวกท่านไม่มีวันเห็นรัฐบาลดีหรอก อันนี้ผมเข้าใจ ฝ์ายค้านเห็นรัฐบาลดีเมื่อไรก็ยุ่งนะสิ แต่ท่านต้องมีหิริโอตตัปปะที่ไปพูดจา ใครไปบอกให้ถอนอุทธรณ์ แน่จริงพูดมาสิ ใครไปบอกให้ภรรยาเขาถอนอุทธรณ์ พูดสิ อย่ามาพูดคาบลูกคาบดอก ผมเรียนต่อ ศรภ. ตอบมาว่าจบแล้ว รับราชการอยู่ไม่มีเรื่องเสียหาย เขาถามกรมพระธรรมนูญว่ากรณีอย่างนี้กลับรับราชการได้ไหม กรมพระธรรมนูญก็บอก ว่ากลับได้ เพราะคดีที่ถูกกล่าวหายุติโดยคําสั่งศาล ไม่ได้หนีไปขาดอายุความนะ ไม่ใช่นะ พวกหนีขาดอายุความไม่ได้พิสูจน์คดี อ้ายนั่นหนี อ้ายนี่เขาไปแล้วก็กลับมา แล้วก็มอบตัว สู่กระบวนการยุติธรรม ภาษิตลาตินบอกเอาไว้ท่านประธานที่เคารพ ยูบิ โซไซเตส ไอบิ ยูส (Ubi societas ibi jus) มีรัฐที่ไหนมีกฎหมายที่นั่น ต้องมีกระบวนการยุติธรรม เมื่อ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม เขามาตามตรอกออกตามประตู เขามาพิสูจน์ตัวตามกระบวนการยุติธรรม ศาลยกฟัอง คดียุติ อีกทั้งพระมหากรุณาธิคุณได้ให้ต่อข้าราชบริพาร มีพระราชบัญญัติล้างมลทิน ใครเคยผิดอาญา ใครเคยผิดวินัย พระองค์ทรงพระกรุณา นั่นหมายถึงคนผิด แต่กรณี ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม ศาลยกฟัองว่าไม่ผิดก็ขอกลับไปรับราชการ ก็ธรรมดาครับ แล้วทหารที่เขาเข้าไปนี่มันไม่ใช่ทหารนักรบ มันทหารปกติ ทหารเด็ก ๆ ก็กลับไปได้สิทธิ อย่างเดิม ถ้าท่านผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์จะคิดว่าลักษณะอย่างนี้เปึนการใช้ ตําแหน่งหน้าที่ของผม ต้องแก้กฎหมายใหม่ จากนี้ต่อไปตระกูลอยู่บํารุงรับราชการทหาร ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นผมไม่มาตอบท่าน ที่พูดกันอย่างนี้กระทบกันไปกระทบกันมามันต้อง อยู่บนเหตุผล ต้องอยู่บนหลักการ ต้องอยู่บนพื้นฐานของความชอบธรรม ประเทศมีกฎ กติกา คนรักษากติกาคือ กระบวนการยุติธรรม ตํารวจ อัยการ ศาล ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา วันนี้มีศาลพิเศษหลายศาล ถ้าศาลตัดสินแล้วไม่เชื่อถือมันก็ทะเลาะกัน มันก็ไม่มีจุดสิ้นสุด ท่านบอกว่า กรณีดังกล่าวไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม ผมใช้อํานาจหน้าที่ ไม่ได้ท้าทายนะ กรุณาหน่อย สภาจะป่ดแล้ว ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจผมสิ โอ้โฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มันไปใช้อํานาจหน้าที่ มันไปช่วยลูกมัน ไปรับราชการยศเปึนว่าที่ร้อยตรี ผลประโยชน์ทับซ้อน ผลประโยชน์แอบแฝงตามที่ท่านบอก ไม่ได้ท้านะ แต่กรุณาหน่อย แหม ผมมันฟ่ต ฟ่ตจริง ๆ ผมอยากให้พรรคประชาธิปัตย์รักษามาตรฐานในการตรวจสอบ เอาเลย
ท่านประธานครับ
เชิญเลย อย่ามาพูดครึ่ง ๆ กลาง ๆ แล้วมันเสียหายทุกศาล
ท่านชินวรณ์ประท้วงครับท่านรัฐมนตรี ท่านชินวรณ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมขอประท้วงท่านประธานครับ ที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณากล่าวพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ถึง ๒-๓ ครั้งอีกครั้งหนึ่ง เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ ผมไม่อยากให้สภานี้เสียเวลาครับท่านประธาน ส่งผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ไม่ต้องท้าทายพวกผมครับ ในเรื่องการมีเวลาตรวจสอบนั้นเปึนหน้าที่ของพวกผมอยู่แล้ว แต่วันนี้ผมได้นําผู้ปกครองซึ่งเปึนโรค
สรุปแล้วคุณชินวรณ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมกําลังอธิบายเหตุผลนี่ครับ ที่ผมประท้วง
ให้ประท้วงโดยตรงเลยครับ
คือท่านรัฐมนตรีได้กรุณา กล่าวพาดพิงท้าทายถึงพรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีควรจะตอบกระทู้ถาม ของผู้ตั้งกระทู้ถามโดยตรง ทีนี้เมื่อท้าทายถึงพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็อยากเอากรณีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่วันนี้ผมไปยื่นหนังสือให้ท่านรัฐมนตรีครับ ในกรณีที่ พลตํารวจสํารองซึ่งพ่อเปึนไข้ โรคไตครับ วันนี้ศาลธนบุรีได้ตัดสินแล้วว่า สด. ๔๓ เขาไม่ได้ปลอม
สรุปแล้วสิ่งที่คุณชินวรณ์พูดไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการประท้วงเลยครับ ต้องขอให้คุณชินวรณ์ บอกว่าประท้วงว่าท่านรัฐมนตรีทําผิดเรื่องอะไรนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ครับ ท่านรัฐมนตรีกระทําผิดคือเสียดสี ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อ้างว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีข้อเท็จจริงขอให้อภิปราย แล้วก็ ถ้าแน่จริงก็ให้มายื่น ผมเลยกราบเรียนกับท่านประธานว่า การพูดอย่างนี้มันเท่ากับ เปึนการท้าทาย เสียดสี ซึ่งไม่ถูกต้องโดยข้อบังคับ แต่ว่าผมไม่อยากจะให้ท่านรัฐมนตรี ต้องถอนคําพูดหรอกครับ เพียงแต่วันนี้ผมได้ไปยื่นหนังสือกับท่านรัฐมนตรีโดยพาผู้ปกครอง ซึ่งเขาเปึนโรคไต ลูกเขาโดนศาลฎีกาที่ธนบุรีตัดสิน ให้ท่านรัฐมนตรีรับคําท้าตรงนี้ก่อนสิครับ ผมอยากจะเห็นว่ารัฐมนตรีจะให้ความเปึนธรรมหรือไม่ ท่านรับคําท้ากลางสภาครับ เราจะได้เห็นชัดเจนกันว่าท่านแน่จริงที่จะรับคําท้าพวกผม เอาเหตุการณ์นี้เปึนเครื่องยืนยันว่า ท่านรักษาคําพูด
เข้าใจในสิ่งที่คุณชินวรณ์ประท้วงแล้วครับ คือคุณชินวรณ์
(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คงไม่ต้องประท้วงหรอกครับ นั่งลงก่อนครับ
ขออนุญาตท่านประธาน
ขอผมวินิจฉัยก่อนครับ คุณจตุพรครับ ผมวินิจฉัยนะครับว่าท่านรัฐมนตรีไม่ได้ท้าทาย แล้วก็คงไม่ต้องไปรับคําท้าอะไรทั้งสิ้นครับ ก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีรวบรัดแล้วตอบด้วยครับ
ท่านประธานครับ เดี๋ยวจะเลยไปแล้วลืม ที่คุณชินวรณ์พูดมายื่นคําร้องต่อผมนั้นถูกต้อง แต่คุณชินวรณ์อาจจะเข้าใจผิด เพราะเรื่องตํารวจเข้า ออกไม่ได้เกี่ยวกับหน้าที่ผม ผมเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตํารวจนี่ต้องท่านสมัครท่านคุม แต่ผมในฐานะก็ชอบกัน ก็รับเรื่องมาแล้วจะไปดูให้ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่หน้าที่ของผม แล้วพรรคประชาธิปัตย์ เปึนฝ์ายค้าน ถ้าไม่พูดให้พรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจแล้วไปบอกพรรคไหนล่ะ แล้วจะให้ผมไปพูดถึงพรรคไหน ไม่ได้ท้าทาย ไม่ใช่ว่าต้องเอาเปึนเอาตาย แต่นี่ผม อุปมาอุปไมย เพราะรู้สึกคุณนิพิฏฐ์ฟ่ตเหลือเกิน เวลาตั้งคําถามอภิปรายไปอภิปรายมา สรุปแล้วก็ถามว่า ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมออกด้วยข้อหาอะไร ผมตอบ ข้อหาฆ่าคนตาย ๒. ต่อมามอบตัว ศาลยกฟัอง ไม่มีความผิด และโจทก์ไม่อุทธรณ์ ท่านก็พูดกํากวมว่า รู้ไหมเมียดาบยิ้มอุทธรณ์ ผมไม่รู้ และผมจะไปรู้ได้อย่างไร ระหว่างอุทธรณ์เขาไม่ได้บอก แล้วก็ไปถอนคดีก็จบ ๓. ท่านก็บอกว่าแล้วกรณี ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมหนีไปเมืองนอกเมืองนา ไม่ได้บอกตํารวจ จะไปบอกอย่างไรก็หนีตํารวจ และผมก็บอกเขาหนีตํารวจ เขาไม่ได้หนีทหาร ผมตอบท่านนี่กลั่นจากใจ ผ่าใจตอบ ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เขาก็เปึนคนหนึ่งที่เปึนลูกของผมไปขอใช้สิทธิตามบทบัญญัติของกฎหมายทุกอย่าง คนผิดวินัย อาญา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชบัญญัติล้างมลทิน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ แต่กรณี ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิมไม่เข้าเกณฑ์ เพราะเขาไม่ได้ทําผิด ผมก็บอกว่าถ้าแค่นี้มันสั้นไป แล้วคิดว่าผมมีอิทธิพล คิดว่าผมมีผลประโยชน์ทับซ้อน ผมก็บอกว่ากรุณาตรวจสอบผม อ้าว ไม่ให้ผมพูดอย่างนี้แล้วผมจะพูดอย่างไร ไม่มีรัฐมนตรี คนไหนหรอกครับอยากถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่เรื่องสนุก ไม่ใช่เรื่องที่อยากจะมาเอาเปึน เอาตาย อ้ายผมนั้นนั่งข้างล่างมานานกว่าพวกท่าน ค้านทั้งชีวิตน่ะ
ท่านรัฐมนตรีครับรวบรัดได้แล้วครับ
ผมกําลังจะบอกสุดท้ายก็คือว่าเข้าใจการทําหน้าที่ ผมไม่ได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ค้านทั้งชีวิต ผมบอกผมนี่ค้านมาทั้งชีวิต
ท่านสาทิตย์ประท้วงอีกแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีครับมีคนประท้วงอีกแล้วครับ คุณสาทิตย์ ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงเพราะว่าท่านก็ใช้ คําพูดที่เสียดสีอย่างนี้ตลอดนะครับแต่ก็อดทนตลอด
เสียงไม่ค่อยได้ยินเลยครับ ดังนิดหนึ่งครับ
ผมเรียนว่าท่านรัฐมนตรีก็ใช้คําพูดเสียดสี อย่างนี้ตลอด แล้วก็ทําผิดข้อบังคับเฉียดคาบลูกคาบดอกไปมา แล้วก็ท้าทาย บังเอิญ ท่านพูดเมื่อกี้ท่านบอก ค้านตลอดชีวิต
ไม่ใช่ ฟังไม่จบ ผมบอกผมนี่เคยค้านตลอดชีวิต
ท่านรัฐมนตรีครับให้คุณสาทิตย์ประท้วงให้จบ แล้วเดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ
ขอบคุณครับที่ช่วยเตือนท่านสมาชิก ที่เปึนรัฐมนตรีนะครับ ผมว่าในสภาต้องใช้เหตุผลและใจเย็นหน่อยนะครับ คือท่านพูด พวกเราก็อดทนฟัง ท่านประธานวินิจฉัยผมประท้วงเรื่องเสียดสีสักครู่ผมก็ยอมรับว่า ท่านประธานวินิจฉัยไปแล้ว แต่คําพูดว่า ค้านตลอดชีวิต แล้วหมายถึงใครละครับ ท่านพูดก่อนหน้านั้นบอกว่าหมายถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่าเปึนฝ์ายค้านอยู่พรรคเดียว จะหมายถึงใครครับ เพราะถ้าเปึนอย่างนั้นนอกจากเสียดสีแล้วพวกเราก็เสียหายด้วย ก็มีสิทธิหรือใช้สิทธินอกจากประท้วงแล้วก็ใช้สิทธิพาดพิง พรรคประชาธิปัตย์ตั้งมา ๖๒ ป้ เปึนทั้งฝ์ายค้าน
ครับ ผมทราบคําประท้วงแล้วครับ เชิญคุณสาทิตย์นั่งลงครับ ผมจะได้วินิจฉัยครับ ไม่อย่างนั้น เฉพาะกระทู้ถามสดนี้ใช้เวลามา ๔๐ นาที เชิญคุณสาทิตย์นั่งลงเถอะครับ ผมวินิจฉัยว่า มันเปึนกลอนพาไปท่านรัฐมนตรีไม่ได้มีความประสงค์ที่จะเสียดสีครับ แต่ขอให้ท่านรัฐมนตรี จบการอภิปรายได้แล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตอย่างนี้ คุณสาทิตย์ฟังผมนิด ผมอุปมาอุปไมยว่า
ท่านรัฐมนตรีหยุดก่อนครับ ท่านสาทิตย์ประท้วงอีกแล้วครับ
ไม่เปึนไรครับ ผมก็ประท้วงอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าไม่เปึนไรถ้าท่านประธานวินิจฉัยอย่างนั้น แต่ว่าถ้าวินิจฉัยอย่างนี้บ่อย แล้วไปแปล เจตนาคนพูด ถูกก็ถูกไป ถ้าผิดแล้วเปึนปัญหาแน่ แล้ววันข้างหน้าต้องทํางานในสภากัน ต่อไป ต้องใช้เหตุใช้ผลทุกฝ์ายนะครับ อย่าฉวยโอกาสเปึนรัฐมนตรีแล้วก็ทําเรื่องจุกจิก เล็กน้อยนี้อย่าทําครับ อย่าทํา
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมพูดนี่ถ้าผมจะว่าพวกท่านค้านทั้งชีวิตผมก็ไม่ผิด แต่ผม ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น ผมหมายความว่าผมนี่เล่นการเมืองมาตลอดเวลาเปึนฝ์ายค้าน ไม่ค่อยได้เปึนรัฐบาลกับเขาหรอก เปึนผู้แทนราษฎรป้ ๒๕๒๖ เปึนรัฐมนตรีมา ๔ สมัย ครั้งนี้ครั้งที่ ๕ รวมแล้วอายุเวลา ๔ สมัยนี้ ๒ ป้เศษ ๆ เดินเข้าสภาก็อยู่ป้กขวามาตลอด
ท่านรัฐมนตรีครับ ขอความกรุณาสรุปได้แล้วครับ เพราะว่าหมดเวลาแล้วครับ
คือท่านประธานครับ ไม่มีอะไรสรุปมันจบแล้ว แต่มวยก่อนจาก มวยก่อนจากมันต้องมีชั้นเชิง มันต้องมีเทคนิค พวกท่านเปึนฝ์ายค้านแล้ววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลผมไม่โกรธนะ ไม่โกรธ แต่ว่าใครก็ตามที่คิดอย่างนี้เขาเรียกเปึนกระทงหลงทาง เพราะท่านวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น เขาไม่ค่อยตอบโต้ ผมนี่ด่าเช้าพอสายก็สวน พอด่าบ่ายผมสวนเย็น พอด่าเย็นผมสวน กลางคืน ท่านด่ากลางคืนผมสวนเช้ามืด ก็ตอบเท่านี้ละครับ ถ้าอยากรู้อยากอะไร นิพิฏฐ์กับผมรักกันนะมาขอดูจะอธิบายให้ฟังไม่ได้มีเจตนาปกป่ด ซ่อน กระทรวงกลาโหม ไปเผาหลักฐาน เดี๋ยวผมจะแจกให้ผู้สื่อข่าวเขาดูว่าคําสั่งที่ผมมีนั้นยังอยู่ครบถ้วน ไว้แต่งตั้งสัก พลตรี พลโทไปอย่างหนึ่ง โอ้โฮ นี่ข่าวออกทั้งวัน
ท่านรัฐมนตรีเฉลิมครับ ขอความกรุณาจบได้แล้วครับ
จบแล้วครับ นี่จบแล้วครับว่า ว่าที่ร้อยตรี โอ้โฮ ข่าวอย่างกับสงครามอ่าวเปอร์เซีย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
คงไม่ต้องประท้วงกันต่อแล้วครับ เพราะจบกระทู้ถามสดที่ ๓ เรียบร้อยแล้วก็ต้องขอบคุณ ท่านผู้มาตอบกระทู้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้องค์ประชุมก็ครบ เราเข้าสู่วาระที่ ๒ เรื่องที่ประธาน แจ้งต่อที่ประชุม
ท่านประธานครับ
คุณสมบูรณ์มีอะไรประท้วงหรือเปล่าครับ หรือจะหารืออะไรครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ครับ ท่านประธานผมมีเรื่องที่จะขอหารือท่านประธานนิดเดียวครับ เนื่องจากขณะนี้ในสภาของเรามีปัญหาเรื่องการวินิจฉัยของท่านประธานหลายกรณีด้วยกัน ผมอยากกราบเรียนว่า เมื่อวานนี้มีท่านสมาชิก ส.ส. สุชาติ ได้ขึ้นหารือ แล้วได้นําบทวิเคราะห์ หนังสือพิมพ์พาดพิงว่ามีพรรคบางพรรคได้โชว์ขนเพชร ไม่เหมือนกับบางพรรคที่โชว์นโยบาย ผมได้ยืนขึ้นประท้วงบอกว่า การที่ ส.ส. สุชาติพูดนั้นไม่อยู่ในการหารือเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าท่านประธานน่าจะได้พิจารณา
ส่วนที่ ๒ คือ เปึนการเอ่ยเสียดสี พรรคประชาธิปัตย์ขอให้ถอนคําพูด ผลปรากฏว่า ๑. ท่านประธานได้วินิจฉัยว่าการหารือแบบเสียดสีไม่ควรกระทํา ก็ขอเตือน ส.ส. สุชาติว่าอย่ากระทํา ๒. การเสียดสีเมื่อสักครู่ไม่ได้เอ่ยชื่อพรรค แต่ท่านประธาน ก็บอกว่าขอให้ถอน แล้วก็เชิญให้คุณสุชาติพูดต่อ ผมเองผมก็ประท้วงท่านประธานว่าขณะนี้ คุณสุชาติยังไม่ถอน ท่านประธานก็บอกว่า ให้ผมนั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ หลายครั้งด้วยกันครับ สุดท้ายท่านประธานก็บอกว่า ผมไม่ได้วินิจฉัยว่าให้เขาต้องถอน คําพูด ผมเลยไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหนครับ ก็เลยขึ้นไปที่สภา
เข้าใจที่คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้หารือแล้วนะครับ ขอเชิญท่านสมบูรณ์นั่งเถอะครับ ทีนี้ผมบอกเองบ้างครับ เชิญครับ เข้าใจแล้วครับ ผมขอเรียนมีเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ อีกนิดเดียวครับ ผมกําลังจะเรียนว่าผมมีหลักฐานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานเป่ด เทปบันทึกวีซีดี (VCD) ซึ่งผมได้ติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ให้เป่ดว่าท่านประธานสั่งให้ถอน แล้วหรือยัง เพราะเมื่อวานนี้ผมคิดว่าการวินิจฉัยของท่านประธานซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ขอเวลานิดเดียวครับท่านประธาน ผมได้ติดต่อกับทางฝ์ายโสตได้เป่ดว่าท่านประธานสั่ง ให้ถอนแล้วหรือยังครับท่านประธานครับ
ผมขอตอบคุณสมบูรณ์อย่างนี้นะครับ เพราะช่วงนั้นผมไม่ได้ทําหน้าที่ประธาน เชิญคุณสมบูรณ์นั่งลงก่อนครับ ไม่อย่างนั้นผมตอบไม่ได้ครับ ท่านยืนด้วย ผมพูดด้วย มันก็ตอบไม่ได้ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงนั้นผมไม่ได้ทําหน้าที่ประธาน ที่ประชุมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามขอให้ทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจดูตามที่ คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ถามเมื่อกี้หรือหารือเมื่อกี้ด้วย ท่านสมาชิกครับ ผมอยากจะคุย กับพวกเราครับ ผมพยายามให้เกียรติพวกเราในฐานะที่ผมถือว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ถือได้ว่าเปึนบุคคลที่มีเกียรติทุกฝ์าย แล้วก็ได้พยายามทําหน้าที่ด้วยความเปึนกลาง อะลุ่มอล่วยกับทุกฝ์าย อะไรที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริง ๆ ก็จะไม่ว่ากล่าวตักเตือนให้แต่ละ ท่านได้เสียหาย อันนี้คือความรู้สึกจากใจนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเช้าผมได้เรียนต่อ ที่ประชุมแห่งนี้ว่าจากการที่เราได้ฟังคณะกรรมาธิการพูดกันถึงเรื่องข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการหารือ ต่อไปนี้ผมจะไม่อนุญาตให้สมาชิกท่านใดก็ตาม หารือในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วในขณะเดียวกัน การพูดจาถ้อยคําไม่สุภาพ ผมก็จะต้องดําเนินกรรมวิธีอย่างเข้มงวดกวดขันนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นบางคําเราก็สามารถรับได้ บางคําเราก็ไม่สามารถรับได้ การพูดเสียดสีหรือไม่ อย่างไรนั้นผมเชื่อว่าเจ้าตัวทุกคนทราบดี รู้อยู่ในอกนะครับ ต้องขอความร่วมมือ พวกเราด้วย เพื่อยกสถานะสภาผู้แทนราษฎรของเรา ผมอยากจะเห็นให้เปึนการอภิปรายด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความรู้ ด้วยความสมานฉันท์ครับ เมื่อวานผมชื่นชมท่านผู้หนึ่งที่พูดดีมากและ ผมไม่ได้มีโอกาสชมเชยนะครับคือ คุณอภิชาต การิกาญจน์ ครับ พูดด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความสมานฉันท์ ด้วยความรักในสถาบันของเราครับ ขอขอบคุณครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ท่านประธานขออนุญาตครับ
คุณบุญยอดมีเรื่องหารือหรือประท้วงครับ
หารือท่านครับ เรื่องรับรอง รายงานการประชุมครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร เขต ๔ ประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ผมทวงถามท่านถึงบันทึกการประชุมซึ่งผมเคยทวงถามท่านไปแล้ว ครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ถามถึงการบันทึกการประชุมวันพุธที่ ๒ เมษายน ในเรื่องที่ มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณี การุณ โหสกุล จนบัดนี้แล้วไม่มีสมาชิกท่านใด ได้รับบันทึกในการแก้ไข ขณะนี้ทางเลขาธิการดําเนินการอย่างไร ท่านประธานสั่งอย่างไร ต่อไปครับ
เชิญนั่งครับ เรื่องนี้ตอบคุณบุญยอดอย่างนี้ครับ วันนั้นผมเข้าใจผิดคิดว่าเปึนรายงาน การประชุมครับ หลังจากนั้นก็ได้เรียนท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรก็บอกว่ามันมีอยู่ ๒ อย่างนะครับคือ เรื่องบันทึกการประชุมกับรายงาน การประชุม บันทึกการประชุมส่วนใหญ่จะเปึนเรื่องเนื้อหาที่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติ หรือเนื้อหาที่มีการประชุมในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเปึนประเพณีปฏิบัติมาแต่เดิม แต่ในรายงานการประชุมผมได้ย้ํากับท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าจะต้องมีทุกคําพูด ซึ่งท่านยืนยันนะครับท่านจะไม่แก้บันทึกการประชุม แต่ในรายงานการประชุมจะมี ทุกถ้อยคําพูด เพราะว่ามีชวเลขจดไว้ครับ คุณบุญยอดคงจะเข้าใจนะครับ เชิญนั่งก่อนครับ ผมยังอธิบายไม่จบครับ คือท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรท่านได้อธิบายว่า ในบันทึก การประชุมนั้นเปึนฉบับย่อนะครับ แล้วท่านก็บอกว่าโดยประเพณีปฏิบัติไม่สามารถแก้ไข ได้ครับ
ขออนุญาตหารือท่านต่อครับ
เชิญคุณบุญยอดต่อครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน บุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ ท่านครับ ในวันนั้นในขณะที่ผมหารือในรอบแรกกับท่านประธาน ในขณะนั้นคือท่านสมศักดิ์ ท่านเลขาธิการก็อธิบายในขณะนั้นว่า การไม่บันทึกรายงาน การประชุม ไม่บันทึกของรายงานการประชุมนั้นเปึนเพราะว่าไม่มีมติจึงไม่บันทึก นี่คือ เหตุผลที่ท่านให้กับผมในขณะนั้น ผมก็ได้หารือกับท่าน พันเอก อภิวันท์เองอีกครั้งหนึ่งว่า ผมคิดว่าในวันนั้นไม่ได้เปึนเรื่องของการไม่มีมติ เพราะนั่นเปึนฉันทามติที่การประชุมสภา ในครั้งนั้นซึ่งประธานวิปฝ์ายค้านได้หารือกับท่านด้วยการยื่นเปึนญัตติโดยปากเปล่า และมีการลงมติกันโดยฉันทามติว่าให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ผมยังขอทักท้วงต่อไปครับว่า ในบันทึกการประชุมของสภานั้นแม้จะบอกว่าเปึนเรื่องของการประชุมซึ่งจะเปึนพระราชบัญญัติ อะไรต่าง ๆ แต่ถ้าอย่างนั้นแล้วเราจะอธิบายการประชุมอย่างไรครับว่า ในการประชุมนั้น มักจะขึ้นต้นเริ่มประชุมเวลาเท่านี้นะครับ แล้วก็ไล่ไปว่าที่ประชุมทําอะไรบ้าง จนกระทั่ง จบเวลาเท่าไรนะครับ แล้วท่านจะอธิบายได้อย่างไรว่าคณะกรรมการซึ่งท่านเปึนประธาน มาอย่างไร คณะกรรมการทั้งชุดมาอย่างไร ท่านไปเปึนประธานได้อย่างไร แล้วท่านจะ ประชุมกันอย่างไร ผมเข้าใจว่ามีการเขียนบันทึกการประชุมแล้ว ผมไปขอรายงานจาก ข้างล่างมาแล้วครับ ผมได้เห็นแล้วว่าในวันที่ ๑๐ เมษายนมีการขอแก้ไขบันทึกนี้ ไปเรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วก็มีการเติมในการตั้งคณะกรรมการชุดนี้แล้วเรียบร้อย แต่ก็มี การแทงหนังสือลงไปนะครับว่า เห็นว่าไม่ควรจะต้องมีเรื่องนี้สําหรับเผยแพร่ในการดําเนินการ กิจการของสภาต่อภายนอก คําถามคือใครเปึนคนตัดสินเรื่องนี้ ที่ประชุมสภาแห่งนี้ ต้องพูดกันด้วยเหตุผล แล้วบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ เอาไว้ เราจะอธิบายได้อย่างไรว่า คณะกรรมการชุดนี้มาอย่างไร ท่านไม่ต้องไปกลัวประวัติศาสตร์หรอกครับ ประวัติศาสตร์ ถูกบันทึกไว้จะถูกตีความว่าดีหรือชั่วอย่างไรมันจะเกิดขึ้นจากประชาชนเองครับ
ผมขออนุญาตเรียน ท่านเชาวรินรอสักนิดครับ เรื่องข้อเท็จจริงก็คือว่า วันนั้นคุณบุญยอด หารือผมบอกว่ารายงานการประชุมไม่ได้มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ เข้าใจผิดว่าเปึนรายงานการประชุมนะครับ ผมยังหารือว่าถ้าเปึนรายงานการประชุม เพราะฉะนั้นต้องบันทึกสมควรแก้ไข ผมนึกว่า รายงานการประชุมไม่มีบันทึกเรื่องราว ก็ได้สั่งการไปกับท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ยืนยันกับผมเองด้วยความสัตย์จริงลองไปถาม ท่านดูครับ ท่านบอกประเพณีปฏิบัติในบันทึกการประชุมจะเปึนเรื่องเนื้อหาของการประชุม เปึนหลัก แต่อย่างไรก็ตามรายงานการประชุมฉบับสมบูรณ์ซึ่งจะต้องผ่านคณะกรรมาธิการ ตรวจรายงานการประชุม ซึ่งอันใหม่ผมไม่ทราบว่ามีหรือไม่ จะต้องบันทึกเรื่องราวทั้งหมด เพราะฉะนั้นคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาก็จะอ้างอิงรายงานการประชุมในวันที่ คุณบุญยอดถาม ผมเห็นว่ามันไม่แตกต่างอะไรกันครับ แล้วท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยัน ๓ ครั้งครับว่า ไม่จําเปึนต้องแก้ไขนะครับ ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้กรุณาแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าต่อไปนี้ จะไม่อนุญาตให้ใครนําเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือ กรณีของผมนี้บางครั้งได้นําเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน แต่เกี่ยวข้องกับสมาชิก ทั้งสภาเลย ๔๘๐ คน ยกตัวอย่าง เช่น ที่ผมเคยหารือเกี่ยวกับเรื่องการจ่ายเงินเดือนผู้ช่วย ผู้ปฏิบัติการ ผู้ชํานาญการ ซึ่ง ๒ เดือนที่ผ่านมานั้น เดือนแรกจ่ายเปึนเช็คขีดคําว่า หรือผู้ถือ ออก ทําให้เดือดร้อนกันไป ระส่ําระสายกันไป พอเดือนที่ ๒ นึกว่าจะได้รับ การแก้ไข ก็คงจ่ายแบบเดิมอีกแล้ว และอีกสัปดาห์หนึ่งคือสัปดาห์หน้าเดือนที่ ๓ กําลังจะ มาถึงก็ยังไม่ได้มีความชัดเจนว่าจะแก้ปัญหาความเดือดร้อนตรงนี้อย่างไร ที่ผมติดตาม เรื่องนี้ไปที่ท่านเลขาธิการ ท่านเลขาธิการบอกว่าทําเรื่องหารือไปที่กรมบัญชีกลางแล้วว่า จะขอปรับวิธีการจ่าย ถ้าจะจ่ายเช็คคําว่า หรือผู้ถือ นี้ให้คงไว้ได้ไหมครับท่านประธาน เพราะว่าถ้าหากไปขีดคําว่า หรือผู้ถือ เราก็ต้องนําเช็คไปให้กับเจ้าของชื่อที่ถูกระบุในเช็ค แต่วิธีการจริง ๆ แล้วในสังคมของผู้แทนราษฎร เงินจํานวนน้อยนิดนี้ไม่ใช่ให้กับผู้ช่วย ผู้แทนราษฎรเพียงคนเดียว ผมได้กราบเรียนที่ประชุมผ่านท่านประธานไปแล้วว่าบางคน ๑ คนนั้น แบ่งเปึน ๒ แบ่งเปึน ๓ แต่ว่าถ้าหากระบุชื่อผู้ถือคนเดียวเอาไปให้ อ้อยเข้าปากช้างครับ ท่านประธานครับ บางทีเดือดร้อน นายครับขอล่วงหน้า ถึงเวลาไปทวงคืน ไม่มีครับ ตรงนี้ จะแก้ไขให้อย่างไร นี่เดือนที่ ๓ มาถึงแล้วครับ ขอบคุณครับ
ผมต้องขอเรียนท่านสมาชิกเพิ่มเติมนะครับว่า การหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของ ประชาชน หรือปัญหาความเดือดร้อนของบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยก็แล้วกันครับ ในเรื่องที่เปึนประโยชน์ต่อส่วนรวม เรื่องที่ท่านเชาวรินได้สอบถามเมื่อกี้ก็เปึนปัญหาที่พวกเรา ประสบพบกันอยู่ ทุกคนรู้ครับ ผมได้ติดตามกับท่านเลขาธิการ ถ้าอย่างไรขอฝาก ท่านรองเลขาธิการช่วยไปประสานให้ดําเนินการตามที่ท่านสมาชิกผู้อาวุโสได้ขอร้องนะครับ ให้ได้ภายในเดือนนี้ เพราะว่าเมื่อเดือนที่แล้วติดระเบียบข้อบังคับของกรมบัญชีกลาง แต่พยายามจะทําให้ ก็ต้องคอยดูต่อไปครับ ฝากท่านรองเลขาธิการไปช่วยประสานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ขอเชิญท่านคณะกรรมาธิการประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เนื่องจากการประชุมครั้งที่ผ่านมายังมีผู้ประสงค์จะอภิปรายและผมได้เอ่ยชื่อค้างไว้นะครับ มีคุณผ่องศรี ธาราภูมิ คุณบัญญัติ เจตนจันทร์ คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน คุณจุมพฏ บุญใหญ่ คุณชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ คุณนิยม เวชกามา ผมจําได้ว่าวันนั้นผมเรียงลําดับไม่ใช่ อย่างนี้ครับ คุณผ่องศรี แล้วก็คุณชัยวุฒิ เชิญอาจารย์ผ่องศรีครับ ซึ่งไม่แน่ใจว่าหลังจากที่ลงมติแล้วจะมีกี่คณะนะคะ แต่ว่าจะขอแสดงความคิดเห็น เฉพาะในส่วนของคณะกรรมาธิการแล้วก็อํานาจหน้าที่โดยจะขอนําเรียนพร้อม ๆ กัน ทั้ง ๒ ร่างนะคะ ดิฉันคิดว่าในช่องทางการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็เพื่อทําหน้าที่ในการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน และการแก้ไขปัญหาของ พี่น้องประชาชนโดยใช้ช่องของคณะกรรมาธิการนะคะ ดังนั้นจึงควรจะได้มีความชัดเจน ในเรื่องของอํานาจหน้าที่ ในส่วนของชื่อคณะกรรมาธิการนั้นเปึนการบ่งถึงเปัาหมายของ การทํางาน ส่วนอํานาจหน้าที่นั้นก็เปึนเรื่องของความชัดเจน ดิฉันเองก็เอาประสบการณ์ว่า ถ้าได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนแล้วจะส่งไปช่องไหนดีก็พบว่ายังมีช่องว่าง ที่ไม่มีเรื่องของพี่น้องที่จะไปใส่ได้ หรือว่าอาจจะเขียนคลุมไว้แล้ว ถ้าใส่ไว้ยืดเยื้อก็อาจจะ ฟุ์มเฟ๋อยแต่ว่าถ้าไม่ใส่ไว้ก็จะขาดความชัดเจน
อันดับแรกเลย คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เมื่อได้อ่านข้อความไปก็คือ มีอํานาจหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมาย การยุติธรรม สิทธิมนุษยชนและการคุ้มครอง ในนี้เขียนว่า คุ้มครองสิทธิชุมชนในกระบวนการยุติธรรม ถ้าอ่านอย่างนี้ก็คือคุ้มครองสิทธิชุมชน ดิฉันคิดว่าเพื่อความชัดเจนน่าจะได้เพิ่มเติม คําว่า คุ้มครองสิทธิของประชาชนและชุมชน เพราะว่าถ้าชุมชนอาจจะหมายถึงทั้งชุมชน แต่ก็ ขาดเรื่องประชาชนไป เพราะว่าขณะนี้ดิฉันก็มีเรื่องร้องเรียนที่ประชาชนไม่ได้รับความเปึนธรรม จากคดีต่าง ๆ จะได้เข้าไปช่องนี้ได้นะคะ
อีกคณะกรรมาธิการหนึ่งก็คือ คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ ดูจากเจตนารมณ์อํานาจหน้าที่นี้ก็คงจะดูแลกิจการเกี่ยวกับ กลุ่มดังกล่าว ซึ่งสังคมอาจจะมองว่าเปึนผู้ที่อ่อนแอต้องได้รับการดูแล ดิฉันเองก็คิดว่า ไม่ใช่ทุกคน ทุกกลุ่ม แต่ว่าส่วนที่หายไปคิดว่าถ้าจะเพิ่มให้ครบ น่าจะได้มีการเพิ่มอํานาจ หน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหา ส่งเสริมคุ้มครองสิทธิ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เพราะว่ายังมีกลุ่มคนที่ไม่ใช่ทั้งเด็ก ไม่ใช่เยาวชน แล้วก็ ไม่ใช่สตรี ไม่ใช่ผู้สูงอายุ ไม่ได้เปึนคนพิการ แต่เปึนกลุ่มคนที่ด้อยโอกาส ถ้าหากมีเรื่องราว เหล่านี้เข้ามา อย่างเช่น คนไทยพลัดถิ่นหรือว่าคนไร้สัญชาติ จะได้มีช่องทางที่จะนําเข้าสู่ คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้นะคะ
นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา ดิฉันเห็นด้วยกับข้ออภิปรายของท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ขออนุญาตที่เอ่ยนามว่า คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬานั้นควรจะแยกจากกัน เพราะว่าอํานาจหน้าที่นั้น ก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน ความรู้ ความเชี่ยวชาญของคณะกรรมาธิการก็ต่างกันนะคะ
ในเรื่องของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ดิฉันได้ฟัง คําอภิปรายของท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ คนคือ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พูดถึงวิกฤติการณ์อาหารโลก แต่ดิฉัน ดูบทบาทอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่ปรากฏในร่างนี้ทั้งหมดไม่มีชุดใดเลยที่เตรียมการ รองรับเรื่องอาหาร ดังนั้นน่าจะอยู่ได้ ดิฉันว่าน่าจะบรรจุไว้ในคณะกรรมาธิการการเกษตร และการอาหาร เพราะว่าหลาย ๆ หน่วยงานก็ใช้คํานี้ชัดเจนก็คือ ธุรกิจการเกษตรและ อาหารเพื่ออนาคต หรือว่าปัจจุบันเรากําลังเกิดวิกฤติการณ์เรื่องนี้ก็จะได้มีช่องทางที่จะ นําเข้าไปสู่การพิจารณาได้นะคะ
นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน ในร่างนี้ที่เขียนไว้ก็คือ มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน การคลัง การธนาคาร ตลาดเงิน ตลาดทุนและสถาบันการเงินของประเทศ ซึ่งก็อาจจะดูเปึนภาพใหญ่ แต่ในข้อเท็จจริงปัจจุบันนั้นเรามีสถาบันการเงินระดับชุมชนเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเปึน องค์กรการเงินนับวันจะเติบโตยิ่งขึ้น ถ้าหากใส่ไว้ก็จะมีความชัดเจน เพราะว่าดิฉันเอง ก็เห็นว่าในท้องถิ่นเป่ดสถาบันการเงินแล้วก็ธนาคารของชุมชนหลายแห่งนะคะ
ในเรื่องของคณะกรรมาธิการการทหารและตํารวจนะคะ ดิฉันเองถ้าหาก พูดถึงทหาร ลพบุรีก็คิดว่า ที่ใส่ไว้ทั้งทหาร ตํารวจ พูดแต่อํานาจหน้าที่ในการทํางานของทหาร และตํารวจ แต่ว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้องนะคะ ถ้าไปดูคุณภาพชีวิตของกําลังพล ไม่ว่าจะเปึนทหารหรือตํารวจเวลาเราเดินพบปะเราจะพบว่าทหารชั้นผู้น้อย กําลังพล ชั้นผู้น้อยนั้นมีคุณภาพชีวิตที่ค่อนข้างที่จะต้องได้รับการดูแล ดังนั้นถ้าเราพูดว่าทหารจะ ทําหน้าที่ปัองกันรักษาความมั่นคงของประเทศได้ ก็น่าจะมีเรื่องของการใส่อํานาจหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพของกองทัพ กําลังพล หรือว่า คุณภาพชีวิตไว้ด้วยนะคะ
ในส่วนของคณะกรรมาธิการการปัองกันปราบปรามการฟอกเงินและ ยาเสพติด ดิฉันคิดว่าอันนี้เปึนเรื่องถ้อยคําน่าจะได้เพิ่มเติมคําว่า และ ลงไปด้วย ในนี้ เขียนว่า คณะกรรมาธิการปัองกันปราบปราม แต่ถ้าเปึนการทุจริตประพฤติมิชอบจะเขียน ว่า ปัองกันและปราบปราม ดังนั้นน่าจะมีคําว่า และ เพิ่มเติมไปด้วยเพื่อความสมบูรณ์
ในอีกคณะกรรมาธิการที่ดิฉันได้ให้ข้อสังเกตก็เปึนเรื่องของคณะกรรมาธิการ การพาณิชย์ ทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากว่าเราเน้นเรื่องการค้าขาย การส่งออก หรือว่า ในตลาดใหญ่ ๆ แต่ว่าปัญหาของพี่น้องที่เราพูดกันตอนนี้ก็คือ เรื่องของค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทุกวัน น่าจะได้มีช่องทางว่าจะไปอยู่คณะกรรมาธิการไหนได้ ถ้าหากเปึนไปได้ก็ขอ คณะกรรมาธิการได้ช่วยเพิ่มเติมในเรื่องของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์
ในส่วนเรื่องของคณะกรรมาธิการการแรงงาน ในอํานาจหน้าที่ที่เขียนไว้ ก็เปึนเรื่องเกี่ยวกับการพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับแรงงานในประเทศ และแรงงานในต่างประเทศ ในตรงนี้ดิฉันมีข้อคิดเห็นว่าแรงงานในประเทศของเราตอนนี้ คนจะมองเฉพาะแรงงานในระบบก็คือ แรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมหรือในระบบ โรงงาน แต่ขณะนี้มีแรงงานที่รับงานไปทําที่บ้านหรือว่าแรงงานนอกระบบอีกมาก ถ้าหาก ใส่ไว้ก็จะทําให้ความชัดเจนในการนําเรื่องของพี่น้องประชาชนเข้าสู่คณะกรรมาธิการ ได้มีช่องทางชัดเจนขึ้น
ในเรื่องของคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ร่างเดิมไม่ได้ใส่ เรื่องของโบราณสถานไว้ แต่ร่างใหม่นี้มีการเพิ่มเติมเรื่องของโบราณสถานซึ่งดิฉัน ก็เห็นด้วยนะคะ แต่เมื่อเพิ่มโบราณสถานแล้วก็เพิ่มรายละเอียดต่าง ๆ ขึ้นมามาก จึงไม่ควร ละเลยเรื่องของประวัติศาสตร์เพราะว่าประวัติศาสตร์นั้นก็มีความสําคัญควบคู่มากับ โบราณสถาน โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือนในที่ผ่านมาหลายเรื่องที่ถูกบิดเบือน ทั้งในระยะประวัติศาสตร์อันยาวนาน หรือว่าอันใกล้ที่เรายังเกิดทันนี่นะคะ ถ้าหากมี เรื่องราวที่มีคนเสนอให้ชําระประวัติศาสตร์เราจะได้มาช่องคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมนี้ได้นะคะ
นอกจากนั้นแล้วก็จะมีเรื่องของคณะกรรมาธิการการศึกษา ซึ่งในนี้ก็จะมี เรื่องของพิจารณาสอบสวนศึกษาเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับการศึกษา แต่ว่าถ้าหากจะให้ชัดเจน ก็เปึนเรื่องของบุคลากรทางการศึกษาแล้วก็การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ
ในส่วนของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขนั้น ดิฉันเห็นด้วยกับ คําอภิปรายของคุณหมอชลน่านแล้วก็คุณหมอวรงค์ในเรื่องต้องครอบคลุมถึงเรื่องของ การสาธารณสุขแล้วก็การสร้างสุขภาพที่ไม่ควรจะตัดออก
ทั้งหมดนี้ดิฉันขออนุญาตนําเรียนความคิดเห็นเพื่อทําให้บทบาทอํานาจหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการมีความชัดเจนขึ้นส่วนมติของที่ประชุมจะออกมาเปึนอย่างไร ก็อยากจะฝากที่ประชุมให้ช่วยคํานึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติแล้วก็การทํางาน อย่างมีประสิทธิภาพของสภาผู้แทนราษฎรที่เปึนที่พึ่ง ที่หวังของประชาชนนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
ผมจะขอเชิญผู้ที่ค้างจากเมื่อวานก่อนนะครับ คุณชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ครับ
ท่านประธานครับ ผมขอหารือ นิดเดียวได้ไหมครับ เกี่ยวข้องกับการอภิปราย
ครับ อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่าครับ
ครับผม
ขอท่านสั้น ๆ นะครับ
ครับผม ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตได้รบกวนเพื่อนสมาชิกคนที่ท่านประธานได้เอ่ยชื่อนะครับ แล้วก็ ขอขอบพระคุณท่านประธาน ผมขอหารือท่านประธานนิดเดียวครับ ผมคิดว่าเพื่อเปึน ประโยชน์ต่อทางคณะกรรมาธิการแล้วก็ต่อที่ประชุมในสภาแห่งนี้ บังเอิญว่าข้อบังคับ ข้อ ๘๒ นี้เกี่ยวข้องกับเรื่องกรรมาธิการซึ่งท่านประธานคงทราบดีว่าเปึนเรื่องหลัก ของข้อบังคับ เพราะเราจําเปึนต้องตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อมารับเรื่องร้องเรียน ของเพื่อนสมาชิก ผมหารือเพื่อนสมาชิกหลายคนว่าการพิจารณาข้อบังคับเที่ยวนี้ ผมถือว่าทางท่านประธานได้กรุณาดําเนินการได้อย่างถูกต้อง นั่นก็คือว่าท่านประธาน ได้กรุณาให้สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการไปยกร่างซึ่งคณะกรรมาธิการไปยกร่างก็ได้ กําหนดให้มีคณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะ หลังจากนั้นสภาก็ได้มอบหมายให้เปึนไปตาม ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ โดยอนุโลม คือตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ปรากฏว่าได้กําหนดให้มีคณะกรรมาธิการ๓๒ คณะ
- ๗๑
/๑ ที่ผมเรียนหารือตรงนี้ก็เพื่อประโยชน์ที่ผมไม่จําเปึนที่จะต้องลงไปในรายละเอียดแต่ละคณะ แล้วก็ประหยัดเวลาของสภาแห่งนี้ และผมเชื่อว่าพวกเราที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ทุกคน ก็ต้องการที่จะทํางานในฐานะกรรมาธิการ ไม่ใช่ต้องการในฐานะที่มาถกเถียงกันเรื่องหลักเกณฑ์ หรือกติกา เพราะหลักเกณฑ์และกติกาโดยทั่วไปก็คล้ายคลึงกันนะครับ เพียงแต่ผมเรียนหารือ กับท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการอย่างนี้ได้ไหมครับว่า
ประการที่ ๑ ก็คือว่าผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการยกร่างและกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่ได้มีการร่างเข้ามา และโดยหลักการทั่วไปแล้วผมคิดว่าในการพิจารณาพระราชบัญญัติก็ดี กฎหมายก็ดี ข้อบังคับก็ดี ส่วนใหญ่เสียงในสภาในนี้ทั้งหมดถ้าเปึนไปตามปกติ เราก็จะเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากกันอยู่แล้ว นี่กรรมาธิการเสียงข้างมากก็กําหนด ๓๒ คณะ ท่านประธานครับ ถ้ามาถกเถียงกันว่าจะใช้คําพูดอย่างไร หรือว่าจะเพิ่มคณะใดคณะหนึ่ง ที่มีการสงวนความเห็นเข้ามาก็จะเปึนปัญหาที่จะเปึนข้อถกเถียงกันอย่างไม่รู้จบ ผมกําลัง มองไปยังอนาคตว่าถ้าไม่ยืนตามกรรมาธิการเสียงข้างมากก็จะมีปัญหาทั้งในเชิงของความคิดเห็น และในเชิงของข้อบังคับ นี่ประการที่ ๑ นะครับท่านประธาน
ประการที่ ๒ ในส่วนของอํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการ แน่นอนผมรับฟังความคิดเห็น ของเพื่อนกรรมาธิการครับ ถ้าเราเห็นด้วยกันในสภาแห่งนี้ ผมคิดว่าที่เราสงวนความเห็นนั้น มีความสําคัญทั้งหมดครับ แต่เราสามารถมาเพิ่มอํานาจหน้าที่ในคณะกรรมาธิการได้ครับ แต่ว่าถ้าเราไม่เห็นกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมคิดว่าต้องลงมติกันทุกคณะกรรมาธิการ ที่มีการสงวนความเห็น ซึ่งเปึนเรื่องที่ต้องใช้เวลา ผมจึงกราบเรียนกับท่านประธานว่า ถ้าเราตกลงกันได้ว่าให้เอาอํานาจหน้าที่นี้ไปใส่ในคณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะที่มีอยู่แล้ว ผมคิดว่าจะลงตัวและการลงมติก็จะไม่สับสน ที่ท่านประธานจะไปดําเนินการ ซึ่งผมทราบว่า บางคนต้องการจะเอา ๓๓ คณะ บางคนต้องการจะเอา ๓๕ คณะ ซึ่งถ้าเปึนอย่างนี้ก็จะมีปัญหา กับข้อบังคับหลังจากเราลงมติข้อบังคับ ข้อ ๘๒
ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน ผมไม่อยากเห็นว่าข้อตกลงในคราวประชุม คณะกรรมาธิการ ซึ่งมีท่านประธาน ขอประทานโทษ ท่านรองประธานคนที่สองได้นั่งเปึนประธาน แล้วก็ได้มีการตกลงกันแล้วในคณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะ ซึ่งผมคิดว่านั่นคือความเปึนจริง ที่เราจะร่วมกันทํางานในสภา เราอย่าไปคิดว่าเปึนกรรมาธิการแล้วจะมีส่วนได้เสีย หรือว่า เปึนกรรมาธิการแล้วจะเปึนผลประโยชน์ต่อฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล เพราะในกรรมาธิการ ๑๕ คนนั้น ก็มีเสียงของฝ์ายรัฐบาลมากกว่าเสียงฝ์ายค้านอยู่แล้ว สามารถที่จะดําเนินการได้อยู่แล้วครับ และ
ประการที่ ๔ ผมไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นครับท่านประธานคือ เหตุการณ์ ที่วุ่นวายเหมือนถกเถียงกันเมื่อกี้ จริง ๆ ก็ไม่อยากจะให้มี แต่วันนี้ท่านประธานคงทราบดีครับว่า ข่าวที่ออกไปห้องกาแฟ ผมคิดว่าไม่เปึนผลดีต่อภาพลักษณ์ของสภา ที่ผมจําเปึนต้องหารือ ท่านประธานก็คือว่ามีการกล่าวหาว่ามีรัฐมนตรีบางกระทรวงขอให้มีการต่อสู้เพื่อปรับปรุง ให้ประธานคณะกรรมาธิการอยู่ในชุดกระทรวงของรัฐมนตรีนั้น ๆ ถ้าเปึนอย่างนี้ผมคิดว่า เสียหายต่อสภา คล้ายกับว่าฝ์ายบริหารมาล้วงลูก มาครอบงําฝ์ายสภา ซึ่งจริง ๆ ประธาน คณะกรรมาธิการนั้นเวลาเราไปนั่งเปึนประธาน เราไปนั่งเปึนกรรมาธิการหลายคนที่นั่งอยู่นี้ เราพูดตรงกันครับท่านประธานว่าเราไปนั่งกรรมาธิการนั้นไม่มีพรรค มีแต่กรรมาธิการ ที่ต้องทํางานในฐานะนิติบัญญัติ ผมจึงไม่อยากให้ข่าวนี้เกิดขึ้นว่ารัฐมนตรีต้องการที่จะให้ ประธานคณะกรรมาธิการซึ่งมีการตกลงกันแล้วในคณะกรรมาธิการแล้วพยายามที่จะใช้ คนบางคนมาแปร มาสงวนเพื่อให้มีปัญหาแล้วนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเดิม ถ้าเปึนอย่างนี้ข้อตกลงดังกล่าวก็จะไม่เกิดขึ้นและที่สําคัญก็จะมีปัญหาในการพิจารณาของสภา ผมรับรองกับท่านประธานเลย ผมเรียนด้วยความหวังดีอย่างแท้จริง ท่านประธานกรุณา หารือทางกรรมาธิการสิครับว่า สามารถรับของผู้สงวนความเห็นทั้งหมดไปเพิ่มเติม ในอํานาจหน้าที่ได้ไหม และในท้ายที่สุดก็ลงมติ ๓๒ คณะกรรมาธิการผมคิดว่าจบครับ ถ้าไม่อย่างนั้นยังมีคนเข้ามายกมือเพื่ออธิบายรายละเอียดลงไปในอํานาจหน้าที่อย่างมากมาย ผมไม่แน่ใจว่าคืนนี้จะแล้วเสร็จหรือเปล่า แต่ว่าถ้าเรามีจุดความคิดเห็นร่วมกันตรงนี้ และเปึนประโยชน์ของทุกฝ์ายครับ เพื่อนที่สงวนความเห็นก็สามารถให้กรรมาธิการไปเพิ่มได้ เพื่อนที่มีข้อตกลงกันอยู่เดิมก็สามารถที่จะดําเนินการอยู่เดิม และท่านประธานเองก็ไม่ต้อง ไปปวดหัวว่าจะไปแปรข้อบังคับว่าจะทําอย่างไร เมื่อลงมติ ๓๒ คณะแล้วทําอย่างไร ให้เปึน ๓๕ คณะ แล้วไปเพิ่มทีละคณะก็ไม่เปึนตามข้อบังคับซึ่งก็จะมีปัญหาครับ ผมขอความกรุณาท่านประธานได้หารือกับประธานคณะกรรมาธิการครับ ถ้ายอมรับความคิดเห็นนี้ ผมคิดว่าเพื่อนฝ์ายค้านเราก็ไม่จําเปึนต้องอภิปรายต่อในส่วนของคณะกรรมาธิการ เพื่อจะได้ ดําเนินการต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ครับ ต้องขออภัยคุณชัยวุฒิ เพราะนึกว่าท่านจะหารือสั้น ๆ นะครับ เชิญกรรมาธิการ คุณนิสิต สินธุไพร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะกรรมาธิการ จากการหารือของท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ซึ่งขณะนี้สภาแห่งนี้ กําลังมีการพิจารณาตามข้อบังคับ ซึ่งถึงข้อ ๘๒ คนที่แปรญัตติต่าง ๆ นะครับ ก็ทั้งแปรญัตติ ทั้งเปึนรายชื่อคณะกรรมาธิการ แปรญัตติทั้งเนื้อหาและหน้าที่ ขณะนี้การแปรญัตติใกล้เสร็จ ข้อ ๘๒ ผมคิดว่าดําเนินการตามข้อบังคับก็จบครับท่านประธานคงไม่นานครับ
คุณชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสิงห์บุรี พรรคชาติไทย ผมเรียนว่าผมได้รอที่จะอภิปรายข้อบังคับในเรื่องคณะกรรมาธิการ เพราะได้ดูการแก้ไข ของท่านคณะกรรมาธิการที่ได้ปรับปรุงและเพิ่มคณะกรรมาธิการเข้ามา ๓ คณะกรรมาธิการ ซึ่งเท่าที่ได้ศึกษานี่ก็ถือว่าเปึนวิสัยทัศน์ที่ดีมากของท่านกรรมาธิการ เช่น การเพิ่มคณะกรรมาธิการ การปัองกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติซึ่งเปึนเรื่องสําคัญและเปึนปัญหาใหญ่ ในปัจจุบันของบ้านเมืองเรา เห็นจากแค่มีพายุฤดูร้อนในช่วงที่ผ่านมานี่ก็ส่งผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชนเปึนอย่างยิ่งก็ควรจะมีกรรมาธิการลงมาติดตามในเรื่องนี้โดยเฉพาะ หรือคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติ อย่างไรก็ดีผมอ่านไปที่ (๒/๑) ที่เพิ่มเข้ามานี่นะครับ ผมก็เกิดความสงสัยอยู่ใน ๒ อย่างคือ การทําหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ผมคิดว่าหัวใจสําคัญคือ ๑. เมื่อตั้งมาแล้วต้องทํางานได้ สามารถสอบสวนดําเนินการศึกษาเรื่องต่าง ๆ ได้ อย่างมีประสิทธิภาพคือทํางานแล้วได้ประโยชน์ และ ๒. คือต้องไม่ซ้ําซ้อน แต่ทีนี้ คณะกรรมาธิการใน (๒/๑) ซึ่งท่านใช้ คําว่า คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ซึ่งหลายเรื่องก็เปึนเรื่องใหม่ เช่น องค์กรตามรัฐธรรมนูญ เท่าที่ในอดีตก็จะไม่มีคณะกรรมาธิการมาติดตามเรื่องนี้โดยเฉพาะนะครับ ซึ่งในความเข้าใจของผม ผมเข้าใจว่าที่เราไม่ไปตรวจสอบติดตามองค์กรตามรัฐธรรมนูญนี่ เพราะว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่เลยนะครับ หรือเกือบทั้งหมดเปึนองค์กรอิสระ ไม่ได้รับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรเลย เราไม่ได้เปึนคนไปแต่งตั้งบุคคลเหล่านี้มาดํารงตําแหน่ง เพราะฉะนั้นเมื่อมีปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ยกตัวอย่าง เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ตามนี่มันมีความถูกต้องเหมาะสมแค่ไหน ที่เราจะตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อเรียกคนเหล่านี้เข้ามาชี้แจงหรือมาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการ ผมเกรงว่าเมื่อเรามีอํานาจหน้าที่ขึ้นมา แต่ทางปฏิบัติด้วยรัฐธรรมนูญก็ตาม ด้วยความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างสภากับองค์กรอิสระเหล่านี้ ผมเกรงว่ามันจะทํางานไม่ได้แล้วอาจจะส่งผลกระทบ ต่อภาพลักษณ์ของสภาด้วยนะครับ เพราะหลายเรื่องนี่ก็เปึนเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อเราโดยตรง แล้วเราเรียกเข้ามาสอบสวน ผมยกตัวอย่างแค่การจะแก้รัฐธรรมนูญก็ยังมีการครหาว่า เราแก้เพื่อพรรคการเมือง เพื่อตัวเราเอง เช่นเดียวกันถ้าวันนี้เราตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบ องค์กรตามรัฐธรรมนูญแล้วเรียกศาลรัฐธรรมนูญมาตรวจสอบ มาสอบสวน ซึ่งก็รู้อยู่ว่า ตอนนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็จะต้องมีภารกิจในวันข้างหน้าคือการพิจารณายุบพรรคการเมือง ถามว่ามันจะมีความชอบธรรมไหมครับที่เราจะทําอย่างนี้ จะโดนสังคมต่อว่าสภาหรือไม่ และที่สําคัญครับ ผมได้อ่านในรัฐธรรมนูญ องค์กรในรัฐธรรมนูญเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะ ศาลรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า ผมยกตัวอย่างในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๗ วรรคท้าย ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ ก็กล่าวไว้ชัดเจนว่า สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญมีอิสระ ในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดําเนินการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ นี่ยกตัวอย่างนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเราเขียนในอํานาจหน้าที่ว่าคณะกรรมาธิการนี้ สามารถพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใดเกี่ยวกับการดําเนินงานของหน่วยงานขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญได้มันก็จะเกิดการขัดแย้งทันทีกับเนื้อหาในรัฐธรรมนูญเอง เพราะเขา มีความเปึนอิสระ แต่เรากําลังจะตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อไปสอบสวนซึ่งทําให้เขา ไม่อิสระนะครับ ก็ขอกราบเรียนทางกรรมาธิการอยากให้ชี้แจงในประเด็นข้อนี้นะครับ เพราะเปึนเรื่องสําคัญ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเรามีคณะกรรมาธิการคณะนี้ขึ้นมาแล้วทํางานไม่ได้ หรือทํางานแล้วเกิดปัญหา ต่อระบบการเมืองของประเทศไทยเรานี่ ผมว่าอย่าตั้งดีกว่าครับ แต่ส่วนเรื่องอื่นนะครับ ประเด็นที่ ๒ ที่ผมพูดคือการซ้ําซ้อนนะครับ ความซ้ําซ้อนเท่าที่ผมได้อ่านหน่วยงานทั้งหมด หลังจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญก็คือ เรื่องของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งถ้ารัฐวิสาหกิจที่ทํางานในด้าน การคมนาคม เช่น การบินไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย องค์กรเหล่านี้เมื่อมีปัญหาเรื่องต่าง ๆ ก็จะส่งเข้ามาที่คณะกรรมาธิการการคมนาคม ทําหน้าที่ ติดตามสืบสวนสอบสวน แก้ปัญหาให้กับหน่วยงานเหล่านี้ใช่ไหมครับ หรือแม้แต่รัฐวิสาหกิจ ขนาดใหญ่ เช่น ปตท. มีปัญหาก็คือจะเปึนเรื่องของพลังงาน ทีนี้เมื่อเราตั้งคณะกรรมาธิการ ที่จะดูแลเรื่องรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะขึ้นมามันก็จะเกิดความซ้ําซ้อนใช่หรือไม่ เช่น เมื่อมีปัญหา เรื่องพลังงาน น้ํามันราคาแพง ปตท. นี่เอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชนหรือไม่ เอารัดเอาเปรียบ ผู้ค้าน้ํามันรายย่อยหรือไม่ เรื่องก็จะส่งเข้ามา ๒ ทาง เกิดความซ้ําซ้อนกันในการวินิจฉัยตัดสิน หรือถ้าเกิดว่าคณะกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะ เช่น คณะกรรมาธิการการพลังงานกับคณะกรรมาธิการ ที่ดูแลเรื่องรัฐวิสาหกิจมีความเห็นและมีการศึกษาที่แตกต่างกันก็จะทําให้เกิดความสับสน ความสับสนทั้งในสภาในหมู่สมาชิกและในการทํางานของพวกเราทุกคนนะครับ ก็จึงเรียนว่า อยากให้ทางกรรมาธิการได้ลองทบทวนการตั้งคณะกรรมาธิการ ใน (๒/๑) หรือปรับปรุงแก้ไข บทบาทหน้าที่ก็ได้ครับ ผมเกรงว่าเมื่อตั้งไปแล้วมันจะทํางานไม่ได้แล้วก็ส่งผลกระทบต่อสภา ส่วนเรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องสั้น ๆ ผมจะไม่รบกวนเวลาของทางสภามากนะครับ ใน (๓๒) ผมเรียนถาม นิดเดียวครับ คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมมีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการพิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม เดิมใช้คําว่า อุตสาหกรรม เฉย ๆ รวมทั้งศึกษาผลกระทบอันเกิดจากอุตสาหกรรม ท่านไปเติมคําว่า อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งก็ไม่ได้มีนิยามไว้อย่างเปึนทางการว่าทั้ง ๓ ขนาดมันคือ อะไรบ้างนะครับ แต่ผมคิดว่าถ้าพูดแบบภาษาชาวบ้าน ใหญ่ กลาง เล็ก มันก็คือทุกขนาด ทุกขนาดก็คือทุกประเภทนะครับ แล้วท่านจะเขียนทําไมครับ ก็คือใช้คําตามเดิมผมว่า ก็ครอบคลุมแล้วก็ประหยัด กระชับ แล้วที่สําคัญคือเข้าใจได้ง่ายที่สุดแล้วคือ ส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรม รวมทั้งศึกษาผลกระทบอันเกิดจากอุตสาหกรรม ไม่เห็นมีความจําเปึน ที่จะต้องเพิ่ม คําว่า อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดย่อม เลยครับ เพราะเปึนคําฟุ์มเฟ๋อย จริง ๆ ที่เราใช้คําว่า อุตสาหกรรม ก็ครอบคลุมทั้งหมดนี้อยู่แล้ว ก็ขอเรียนไว้ ๒ ประเด็นครับ ขอบคุณครับ
คุณหมอประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม พลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ท่านผู้ทรงเกียรติได้อภิปราย ในเรื่องของคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ใน (๒/๑) หน้า ๑๔ นี้นะครับ กระผมอยากจะเรียนท่านที่เคารพว่า ในเรื่องนี้เรามีการถกกันมากเหมือนกัน แล้วเราก็เชิญ ผู้ทรงคุณวุฒิมาอธิบายเราในเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน อยากจะทบทวนว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๙ ถึงมาตรา ๒๕๘ ใช่ไหมครับ มันมี ๒ ส่วน
ส่วนที่ ๑ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ส่วนที่ ๒ เปึนองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญก็มีองค์กรอัยการ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วก็สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จุดมุ่งหมาย ของคณะกรรมาธิการชุดนี้เราไม่ได้ไปตรวจสอบผู้ที่รัฐธรรมนูญห้ามไว้เลย อย่างเช่น กกต. ป.ป.ช. เราไม่ได้ไปตรวจสอบคณะกรรมการที่เขาเลือกตั้งมาตามรัฐธรรมนูญ เปึนอิสระหรอกครับ เราจะขอศึกษาในการบริหารจัดการในเรื่องเงินทองที่รัฐบาลโดยสภาของเราได้มอบให้เขา ไปทํานั้นทําดีไหม ถูกต้องไหม ในเรื่องนี้เราปรึกษาหารือกันมาก ก็มีท่านกรรมาธิการ ซึ่งท่านมาจากวุฒิสภามาเปึนกรรมาธิการ ท่านก็บอกว่าทางวุฒิสภาเคยตรวจสอบ กรรมาธิการชุดหนึ่งเปึนองค์กรอิสระไม่มีใครไปตรวจสอบแต่ว่ามีเงินเก็บไว้ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท เมื่อไปตรวจสอบพบก็บอกว่าทําไมมีเงินไว้ ๕๐๐ ล้านบาท ท่านก็แจ้งว่า เงินเหล่านี้จะเอาไว้สร้างที่ทําการ กระทรวงการคลังทราบก็ให้ท่านเก็บไว้ แต่ว่าเมื่อขออนุมัติ กระทรวงการคลังไปจะอนุมัติ ๑๐๐ ล้านบาทก็ให้เอาเงินนี้แหละ คือเขาไม่มีสิทธิในการที่จะ ไปเก็บเงินไว้นะครับ เรื่องเหล่านี้เปึนเรื่องซึ่งเราไม่ได้ไปตรวจสอบตามองค์กรรัฐธรรมนูญ เราตรวจสอบ การทํางานของเขา อย่างเช่น ขณะนี้นะครับคณะเรายังไม่มีตรวจสอบ แต่ดีเอสไอเขาไป ตรวจสอบได้แล้วว่า กกต. ใช้เงิน ๓๐๐ ล้านบาทไปทํางานเกี่ยวกับพิมพ์บัตร เขาทําได้ เห็นไหมครับ เราไม่ได้ทําอย่างนั้นเราทราบดี เราให้เกียรติพวกท่านทั้งหลาย ท่านมาจาก ที่คัดเลือกมาอย่างดีงามครับ เราไม่ไปทําอย่างนั้นซึ่งกระทบกระเทือนพวกเราด้วย เราให้ความเคารพต่อท่านนะครับ แต่ในฐานะที่เราเปึนสภาผู้แทนราษฎรของประชาชนเขา ก็ต้องรักษาผลประโยชน์อันนี้ ซึ่งในข้อนี้รวมไปถึงรัฐวิสาหกิจด้วย รัฐวิสาหกิจบางแห่ง อย่างเช่น การไฟฟัาฝ์ายผลิตมีเงินหมุนเวียนป้ละเปึนแสนล้านบาท ไม่ใช่น้อยครับ ผมเคยดูแล งานอันนี้ซึ่งมันมีงานอื่นอีกเยอะแยะทีเดียว และกองทุนอีกเปึนแสน ๆ ล้านบาทนะครับ พอเขารับไปเราก็ทําอะไรไม่ได้เลย เราไม่ได้ไปตรวจสอบเพื่อผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น แต่เพื่ออยากรู้ว่าเขาไปทําอะไรบ้าง ส่งผลประโยชน์เพื่อประชาชนหรือไม่ เราก็ต้องมาแจ้งให้ ที่ประชุมสภาทราบ เราไม่มีอํานาจหน้าที่ไปจับผิดเขาเลย เพียงแต่มาแจ้งให้สภาทราบ แล้วก็ให้ สังคมทราบเท่านั้น เพราะฉะนั้นในเรื่องอันนี้ก็กราบเรียนท่านที่เคารพให้ทราบนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรม อย่างที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้เสนอมา คําว่า อุตสาหกรรม ก็จบแล้ว แต่ว่ากรรมาธิการของเราเรามองว่าประชาชนที่อยู่ในชนบท ในหมู่บ้านก็เริ่มมีอุตสาหกรรมเล็ก ๆ แล้ว เราจึงเน้นไปที่อุตสาหกรรมขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า เอสเอ็มแอล (SML) มีสมอล (Small) มีเดียม (Medium) และ ลาร์จ (Large) ประทานโทษไม่ใช่เอสเอ็มแอล คือมีธนาคารเอสเอ็มอี (SME) ด้วยที่จะพัฒนา อุตสาหกรรม เราก็มองไปที่ประชาชนจึงได้เพิ่มเข้าไปเพื่อรายละเอียดเท่านั้นเองครับ หลาย ๆ คนก็เถียงว่ามีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ดูมันจะทําให้เล็กลงกระมัง ก็ถกเถียงกันเหมือนกันครับ แต่ผลสุดท้ายเอาไว้ก็ดีเพื่อช่วยพี่น้องประชาชน ขอขอบพระคุณครับ
คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พลังประชาชน สกลนคร เขต ๒ ท่านประธานครับ กระผมได้ติดใจถ้อยคํา ที่กรรมาธิการพิจารณาได้นํามาใช้ในข้อบังคับนี้คือ คําว่า วิถีคิดและวิถีปฏิบัติ ซึ่งเมื่อวานนี้ ก็ได้มีการอภิปรายจากทางซีกพรรคประชาธิปัตย์กับท่านกรรมาธิการเกี่ยวกับการตัดคําว่า พระมหากษัตริย์ ออก ผมเห็นวิถีคิดของกรรมาธิการในการยกร่างนี้แล้วท่านคิดจากปลายมาหาต้น ท่านปักธงก่อนแล้วจึงวิ่งไปหาหลัก ธงของท่านจึงล้ม ท่านคิดอย่างไรครับ ท่านได้คิดว่า ควรมีคณะกรรมาธิการกี่คณะ โดยไปขีดกรอบลงไปเสียก่อนว่าเกินจากตัวเลข ๓๒ ไม่ได้ เปึนอันขาด ท่านครับ นี่คือวิธีคิดจากปลาย นี่คือวิธีการปักธงลงไปก่อนโดยไม่มีหลัก ที่จะให้ธงนั้นยึดไว้ ท่านประธานครับ พอท่านมาพิจารณาที่เนื้อหาสาระอันเปึนสิ่งสําคัญว่า สภาควรมีคณะกรรมาธิการตามบทบาทภาระหน้าที่ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เช่น เมื่อป้ ๒๔๗๕ ท่านสมาชิกทางซีกพรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายว่ามีคณะกรรมาธิการ ๕ คณะ นั่นถูกต้องครับ ป้ ๒๔๗๕ ไฟฟัาในประเทศไทยมีใช้กี่บ้านยังไม่ทราบ แต่ยุคนี้ท่านประธานครับ จะไปมีเพียง ๕ คณะไม่ได้ นั่นแสดงว่าเนื้อหาสาระหรือภาระหน้าที่ที่สภาผู้แทนราษฎร จะทําหน้าที่เพื่อรับใช้ประชาชน เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาตินั้น จึงเปึนสิ่งที่ควรพิจารณาก่อน คือหลักเสียก่อนว่า จะให้มีคณะกรรมาธิการคณะอะไรบ้าง เมื่อพิจารณาแล้วมันจะมีกี่คณะนั่นไม่ใช่สําคัญครับ ท่านประธานครับ ผมจึงขอกราบเรียนว่า ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เอาตัวเลข ๓๒ มาบีบไว้นั้น เปึนการคิดที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นจึงขอให้ท่านกรรมาธิการและสภาได้พิจารณาว่า คณะกรรมาธิการ คณะใดควรจะมี ถ้าภาระหน้าที่ใกล้เคียงกัน ใช้ความเชี่ยวชาญ ความรู้ ความสามารถเฉพาะตัว ใกล้เคียงกันก็มารวมอยู่ในคณะกรรมาธิการเดียวกันเสีย ถ้าเปึนอย่างนี้ครับ ท่านครับ การพิจารณาก็จะได้รวดเร็วขึ้น ผมเห็นว่าคณะกรรมาธิการที่ได้เพิ่มขึ้นมาใหม่คือ คณะกรรมาธิการตรวจสอบองค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้นเปึนสิ่งที่ท่านบูรณาการความคิดเห็น ของท่านสถาพร มณีรัตน์ ที่เสนอเข้ามา ๓ คณะมารวมอยู่ในคณะเดียวกันนั้นเปึนสิ่งที่ถูกต้อง และดีที่สุดแล้วครับ และผมขอกราบเรียนว่า การปกครองในระบบรัฐสภานั้นองค์กรอิสระไม่มีครับ ไม่มีใครเปึนอิสระจากอํานาจอธิปไตยของปวงชนครับ ไม่ว่าจะเปึนศาล ไม่ว่าจะเปึนรัฐสภา ไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. หรือรัฐมนตรีต้องถูกตรวจสอบได้ คือเราไม่ได้ไปตรวจสอบดุลยพินิจ วินิจฉัยขององค์กรอิสระ เราไม่ได้ไปตรวจสอบว่า กกต. วินิจฉัยแล้วเปึนที่สุดหรือไม่ ไม่ครับ แต่เราตรวจสอบว่าการใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินนั้นจะต้องถูกตรวจสอบได้ครับ นี่ผมจึงเห็นด้วย กับทางกรรมาธิการว่าท่านได้ยกร่างเพิ่มตัวนี้เข้ามานั้นถูกต้อง สมควรแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมติงอยู่นิดหนึ่ง มีภาระหน้าที่อันสําคัญที่สภาแห่งนี้ควรได้ทําตามการเปลี่ยนแปลงไปของยุคสมัย ซึ่งจะต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาของประชาชน เช่น การเปึนหนี้สินภาครัฐ หรือหนี้สาธารณะ การเปึนหนี้สินที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเปึนข้าราชการครู หรือบุคคลใด ๆ นั้น ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ไม่ว่าจะมีการเพิ่มเงินเดือนขึ้นเท่าไร ๆ ก็แก้ไม่ได้ ควรจะได้มีคณะที่เชี่ยวชาญ ศึกษาถึงมูลเหตุแห่งการเปึนหนี้สินนี้เข้ามา คณะกรรมการคณะนี้ผมจึงเห็นว่า ทางคณะกรรมาธิการไม่ควรจะตัดทิ้ง เมื่อท่านไม่สามารถจะเอาไปรวมไว้ในคณะกรรมาธิการใด ๆ ได้เลยนั้น จึงสมควรที่จะเพิ่มคณะนี้เข้าไปโดยไม่ได้ยึดอยู่ที่ ๓๒ คณะ ท่านครับ เหตุผลก็คือ อย่างคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและคณะกรรมาธิการการกีฬานั้นจะต้องใช้ความเชี่ยวชาญ ที่แตกต่างกัน ฝ์ายที่เชี่ยวชาญการท่องเที่ยวกับฝ์ายที่เชี่ยวชาญการกีฬานั้นคนละอย่างแน่ ๆ ท่านควรแยกออกมาครับ แต่ท่านแยกไม่ได้เพราะอะไร เพราะท่านคิดจากปลายมาหาต้น ท่านวางธงก่อนว่า ๓๒ คณะ ถ้าท่านไม่วางธง ๓๒ คณะ ท่านหาหลักก่อนครับ หาภาระหน้าที่ อันควรทําก่อน ควรจะแยกการท่องเที่ยวและการกีฬาออกจากกันครับท่านประธาน มิใช่ไปยึดเอากระทรวงมาเปึนตัวหลัก นี่คือวิธีคิดของผม คือคิดจากหลักไปหาปลาย คิดจากหลักไปหาธง ไม่ใช่คิดจากธงมาหาหลักครับ ท่านครับ ดังนั้นผมจึงเห็นว่าควรแยก การท่องเที่ยวและการกีฬาออกมาเปึนอีกคณะหนึ่งโดยที่ไม่ต้องยึดตัวเลข ๓๒ ๓๓ ๓๕ อันนั้นเอาไว้ครับ ถ้ามีภาระหน้าที่สมบูรณ์แล้วตัวเลขจะเท่าไรนั้นไม่สําคัญครับ อย่าไปคิดว่า จะต้องใช้เงินงบประมาณสําหรับคณะนั้น คณะนี้ ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาทแล้วสิ้นเปลือง งบประมาณ ไม่จําเปึน เพราะว่าอย่างไร ๆ เสีย อย่างคณะที่ท่านสถาพรได้แปรญัตติ เข้ามานั้น ถ้าเราไปตรวจสอบที่ผมนั่งฟังอภิปรายเมื่อคืนนี้ กุ้งฝอยตกปลากะพงครับ ถ้าคณะกรรมาธิการคณะหนึ่งใช้งบประมาณ ๑๐ ล้านบาท แต่สามารถตรวจสอบจับทุจริต ไม่ให้มีการฉ้อโกงเงินของแผ่นดินไปได้เปึนแสน ๆ ล้านบาท สมควรที่สุดที่จะมีคณะกรรมาธิการ อย่างนั้นครับท่านประธานครับ กระผมยังเห็นอีกอย่างหนึ่งก็คือเกษตรกรนั้นมักจะถูกเขาปัืนราคา และหลงไปตามการปัืนราคาสินค้า มีการปัืนราคาวัว ราคาควายให้สูงขึ้นไปเปึนตัวละแสน ๒ แสนโดยไม่คิดว่าวัวตัวนั้นมีเนื้อชั่งได้กี่กิโลกรัม ขายได้กิโลกรัมละเท่าไร เกษตรกร ไม่มีความรู้ รู้ไม่เท่าทันไปหลงซื้อวัวในราคาที่แพง พอมันลงมาตัวละ ๔,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ตายทั้งเกษตรกรครับ ดังนั้นควรจะได้มีคณะกรรมาธิการพิจารณาผลิตภัณฑ์ ผลิตผล ของเกษตรกรขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ให้กับเกษตรกรเพื่อเกษตรกรจะได้ไม่ตกเปึนหนี้ จนตลอดชีวิต ท่านประธานครับ คณะนี้ผมเห็นว่าคณะกรรมาธิการควรจะได้เพิ่มเข้ามา โดยใช้ความเชี่ยวชาญพิเศษ
อีกคณะหนึ่งท่านประธานครับ ผมเองอยู่ทางจังหวัดชายแดน ปัญหา ชายแดนจะถือว่าเปึนปัญหาความมั่นคงก็ใช่ แต่ปัญหาชายแดนนั้นจะต้องไปดูให้ทั่วถึง ที่จังหวัดสกลนครมีคนเวียดนาม สัญชาติเวียดนาม ไม่ได้เกิดในเมืองไทยเข้ามาอยู่ แถวอําเภอพังโคน ขณะนี้ผมไปซื้อสินค้าในร้านคนญวนที่เปึนลูกของคนญวนอพยพ ตั้งแต่สงครามเดียนเบียนฟูเข้ามาอาศัยอยู่ เขาพูดภาษาไทยไม่ได้ครับ คนเหล่านี้ลักลอบ เข้ามาขายแรงงานอยู่ตามคนญวนจังหวัดนครพนม จังหวัดหนองคาย แถวชายแดน แถวนี้เต็มไปหมดครับ ไม่ใช่มีแต่ปัญหาชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่มีปัญหาแต่ชายแดนของ ผู้ลี้ภัยสงครามแถวจังหวัดตาก ท่านประธานครับ ดังนั้นผมเห็นว่าควรจะมีผู้ที่มีความรู้ เชี่ยวชาญด้านกิจการชายแดนโดยเฉพาะ ซึ่งไม่ต้องเอาไปผูกมัดอยู่กับคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ หรือคณะกรรมาธิการการทหาร เพราะความมั่นคงนั้นมิได้หมายถึง แต่ว่าไม่ให้สูญเสียดินแดนเท่านั้น ถ้าเราสูญเสียภาษา ภาษาคือวัฒนธรรม ภาษาคือ สิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราคือคนไทย ท่านประธานครับ ถ้าภาษาญวนเข้ามาครอบคลุม ในจังหวัดสกลนครของผมพูดภาษาญวนกันหมด ผมก็ไม่อาจจะเรียกว่าผมเปึนคนไทยได้ ฉะนั้นควรจะได้มีคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนเพิ่มเข้ามาในคณะกรรมาธิการนี้ ผมจึงขออภิปรายสนับสนุนท่านกรรมาธิการว่า ๓๒ คณะของท่านนั้นดีแล้วแต่ควรเพิ่ม เข้าไปอีก ๓ คณะ คือคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ คณะกรรมาธิการ ส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม และคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ขอบคุณครับ
ดอกเตอร์คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ครับ
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ต่อกรณีที่เรากําลังพิจารณาเรื่องร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ดิฉันมีประเด็นเดียวค่ะ ดิฉันไม่ใช้เวลาของสภา มากนัก มีประเด็นเดียวคือ ข้อบังคับ ข้อ ๘๒ (๒๑) ดิฉันอยากจะให้คงไว้เหมือนเดิม กับที่กรรมาธิการได้ร่างไว้ เขาทําไว้ดีแล้วค่ะวันนี้ท่านประธานคะ ดิฉันยืนอภิปราย ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรด้วยสํานึกในความเปึนคนไทย ด้วยสํานึกในการเปึน ส.ส. ด้วยสํานึกในการที่เปึนข้าแผ่นดินคนหนึ่ง ดิฉันอดชื่นชม เยาวชน ส.ส. หนุ่มของพรรคท่านหนึ่งไม่ได้คือ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ทวงถาม เกี่ยวกับเรื่องนี้สองครั้งสองครา แต่ก็ไม่ได้รับคําตอบ แล้วก็ไม่ได้รับการพิจารณา ท่านประธานคะ ดิฉันสลดใจมาก แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทําไมรัฐบาลที่ดูแลทีวี (TV) ช่อง ๑๑ เดิม ซึ่งเปลี่ยนมาเปึนเอ็นบีที (NBT) เพียงเดือนเศษ ๆ นี้ได้นําเรื่องเกี่ยวกับราชวงศ์ต่าง ๆ ที่ถูกล้มล้างไป เช่น เนปาล ฝรั่งเศส แล้วก็ของประเทศอังกฤษมาออกเผยแพร่ในช่อง เอ็นบีทีซ้ําแล้วซ้ําเล่า ไม่เข้าใจว่าคนที่ทําและดูแลอยู่นี้เขาคิดอะไรกันอยู่คะ ท่านประธาน คงจะเห็นด้วยกับดิฉันนะคะว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุขนั้นเปึนการปกครองประเทศไทยมายาวนาน ทุก ๆ ครั้งที่มีวิกฤติประเทศ จบลงได้ก็ไม่ใช่เพราะการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึน ประมุขหรอกหรือ ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ที่ร่างไว้แต่เดิมดีมาก แทนที่จะเสียหาย กลับเปึนสิริมงคล นี่เปึนรัฐธรรมนูญของประเทศไทย เปึนการปกครองของประเทศไทย เปึนข้อบังคับในรัฐสภาไทย การปกครองนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนมาชั่วนาตาป้ นานนับหลายสิบป้ แล้วสิ่งดี ๆ งาม ๆ ที่คณะกรรมาธิการได้ร่างมานั้นเสียหายตรงไหน ความสัมพันธ์ตรงนี้ ความเปึนเอกลักษณ์ของประเทศไทยที่แก้วิกฤติที่สุดในโลกก็ตาม วิกฤติครั้งไหนก็ตาม ก็เพราะการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุขนั่นเองค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขอร้องท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการว่า ท่านจะเพิ่มเติมวิถีคิด แนวคิดอะไรก็ได้ทั้งนั้น ในข้อนี้เปึนการพัฒนาการเมือง สื่อมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน การมีส่วนร่วมก็ไปตัดออก ดิฉันคิดว่าที่เขาทําไว้ ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่คิดดีแล้ว ทําดีแล้วทําไว้เราควรจะเคารพ แล้วโดยเฉพาะการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ขอให้คงไว้เถอะค่ะ แล้วก็ จะเพิ่มเติมคําอื่น ๆ ที่ถือว่าเปึนภาษาที่เพราะ เปึนสากล ดิฉันไม่ขัดข้องเลย ดิฉันคิดว่า ไม่ได้ทําให้ความหมายตรงนี้เสียไปเลยนะคะ ดิฉันอยากจะเรียนท่านประธานว่า ในสังคมไทย ในปัจจุบันนี้มีข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องสถาบันมากมาย ไฮเทค (Hightech) ขึ้นมามากเท่าไร ก็มีเรื่องที่พวกเราเศร้าสลด เพราะว่าสถาบันกษัตริย์สถาบันของเรานี้เปึนที่เทิดทูน เปึนที่เคารพ ของคนไทยทุกคนอย่างสูงสุดมาโดยตลอดของทุก ๆ คนในประเทศไทย กราบขอบพระคุณมากค่ะ
คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ครับ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในข้อ ๘๒ ผมก็ติดใจ เหมือนกับท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายก่อนหน้ากระผม นั่นก็คือ (๒๑) คณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การมาเพิ่ม การสื่อสารมวลชน นั้น ผมเห็นด้วย และการมีส่วนร่วม ของประชาชน โดยชื่อของคณะกรรมาธิการ เอาการพัฒนาการเมือง เอาสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ดูเสมือนว่าจะมีความสวยงาม แต่ทว่าคณะกรรมาธิการเองไปยําถ้อยคํา จนเกิดความเสียหาย ผมเชื่อว่าสิ่งที่สมาชิกได้อภิปรายเรื่องการตัดถ้อยคํานั้นเปึนเรื่องละเอียดอ่อน ที่คณะกรรมาธิการไม่ควรจะมองข้าม คณะกรรมาธิการชุดนี้เดิมบอกว่า มีอํานาจหน้าที่ กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาการเมือง เพิ่ม การสื่อสารมวลชน การมีส่วนร่วมของประชาชน การส่งเสริม และที่ตัดไปคือ การเผยแพร่การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเปึนรูปธรรมอย่างมากที่สุด ท่านเอารูปธรรม จุดยืน วิญญาณของการเผยแพร่ระบอบประชาธิปไตยออก แล้วมาใส่ สิ่งที่เปึนนามธรรมแทนคือ วิถีคิดและวิถีปฏิบัติที่เปึนประชาธิปไตย แล้วก็ไปตัดถ้อยคํา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข รวมทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการบังคับ รัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพ ผมเองเห็นว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ทําให้เนื้อหาสาระของ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของ ประชาชนสูญเสียกันไปเลย เพราะท่านเอาหัวใจที่สําคัญคือ การเผยแพร่การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขออก เมื่อท่านเปลี่ยนถ้อยคํา เปลี่ยนวัตถุประสงค์ เปลี่ยนจิตวิญญาณ พอใส่วิถีคิดและวิถีปฏิบัติที่เปึนประชาธิปไตย และไปตัดสิ่งที่มันเปึนละเอียดอ่อน ถ้อยคําอย่างนี้ใครก็ไม่ต้องการให้ไปเห็น เพราะไปเห็น ถูกหยิบยกก็ถูกขยายความ สร้างความเสียหาย แต่ว่าสิ่งที่สําคัญพอ ๆ กันก็คือว่า ภาระหน้าที่มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับท่านประธาน สิ่งที่ดีอยู่แล้ว เช่นว่า รวมทั้ง ปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการบังคับรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการชุดนี้ก็ไปตัดออก นี่คือหัวใจ จิตวิญญาณของปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ สิ่งที่ เราประชุมเรื่องอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ จะเอา ๓๒ คณะตามสัดส่วนของ ร่างกายที่ว่าต้องมีอาการครบสามสิบสองถูกล็อกอะไรก็แล้วแต่ แต่เราเห็นว่าอํานาจ หน้าที่ถ้าเราซอยกันจริง ๆ นั้น ภาระหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมันมีน้อย อยู่แล้ว แล้วมันก็มีแค่ช่องทางไม่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการก็ในที่ประชุมใหญ่มันมี เหลืออยู่น้อยเท่านี้อยู่แล้ว วันนี้กําลังหาเรื่องไปจํากัดสิทธิตัวเองซึ่งมีน้อยอยู่แล้วเข้าไป เสียอีก ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่าอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่จะพูดเรื่องปัญหาอุปสรรคกับการใช้บังคับของกฎหมายรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เราพูดวันนี้ ที่อภิปรายกันมีการแสดงความคิดเห็นที่เกิดความคิดแตกต่างกันนั้นหัวใจหลักคือ กฎหมายรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการชุดนี้เอาปัญหาอุปสรรคการใช้รัฐธรรมนูญออกไป แต่ใส่คําว่า พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ขึ้นมาแทน ผมไม่ใช่คนประหลาดบอกว่า รัฐธรรมนูญ ที่ร่างโดยคณะรัฐประหารเปึนผู้มีพระคุณให้เข้ามาเปึนนักการเมืองได้ แต่ผมกําลัง อธิบายความกับท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญชุดนี้มันมีอุปสรรค มันมีปัญหาเพราะที่มา ไม่ได้มาจากกระบวนการที่เปึนประชาธิปไตย วันนี้พอเรามาจากการเลือกตั้ง ตัดเรื่อง การเผยแพร่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขออก ตัดปัญหา เรื่องอุปสรรคการใช้รัฐธรรมนูญออก แล้วใส่มาให้พิทักษ์รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการแทน ผมว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ประหลาดพอสมควร ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อมา ก็คือว่า การเพิ่มบอกว่า พิทักษ์รัฐธรรมนูญ นี่แปลความว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้จะมา ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือเปล่า เพราะมีหน้าที่จะต้องไปกอดรัดรัฐธรรมนูญเอาไว้ เพราะรัฐธรรมนูญนี้สามารถแก้ไขได้ตามที่รัฐธรรมนูญที่เราไม่ชอบนี่ละครับ โดยผม ไม่ชอบให้อํานาจตามมาตรา ๒๙๑ แปลความว่า ใครไปแก้ไขรัฐธรรมนูญมันไม่พิทักษ์ รัฐธรรมนูญหรือเปล่า ผมว่าใส่ถ้อยคําอันนี้เปลี่ยนแปลงนี่เสียหายมาก ท่านประธาน ที่เคารพ ประเด็นต่อมาก็คือว่า การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนดี แต่ไปตัด ชุมชน มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง การเพิ่มคําว่า เสรีภาพและความรับผิดชอบ แต่ไปตัด การมีส่วนร่วมการตัดสินใจทางการเมืองของประชาชน ออก ผมบอกว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้คิดบนสมมุติฐานอะไร แล้วประชาชนเขาจะมีส่วนร่วมอย่างไร หรือหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนแปลความกันว่า รัฐ ไม่ว่าใครจะมาเปึนรัฐก็ตาม การมีส่วนร่วมของประชาชนหมายความว่า อยากให้ประชาชนร่วมในส่วนไหน นั่นก็คือว่า การมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการคิด ในการทํา ในการวางแผน ผมบอกว่าระบอบประชาธิปไตยที่มันเสียหายวันนี้เพราะประชาชน ขาดการมีส่วนร่วม แต่พอตั้งคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมก็ไปตัดเรื่องชุมชนจะมี ส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองออก นี่เปึนเรื่องประหลาดที่สุดครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ตลอดจนการเพิ่มการแสดงความคิดเห็นของบุคคล สื่อมวลชน ตลอดจน คุ้มครองผู้เสียหาย เผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารไม่มีปัญหาที่เพิ่มมา แต่ปรากฏว่าไปตัด การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐทุกระดับ ใครจะมาเปึนรัฐบาลไม่สําคัญครับท่านประธาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะไปคิดตัด การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐทุกระดับไม่ได้ คนที่เปึนฝ์ายค้านวันนี้วันหนึ่งก็กลับมาเปึนรัฐบาล รัฐบาลวันหนึ่งอาจจะกลับไปเปึนฝ์ายค้าน นี่เปึนการเมืองโดยปกติของระบอบประชาธิปไตย แต่หมายความว่าการถ่วงดุลกันดีที่สุดนั่นคือการตรวจสอบ ผมยังเห็นดีเห็นงามกับคณะกรรมาธิการ ที่ใส่คําว่า วัฒนธรรมประชาธิปไตย วัฒนธรรมประชาธิปไตย ส่งเสริมประชาธิปไตย นี่เปึนความสวยงามของคณะกรรมาธิการ แต่ก็ไปตัดในสิ่งที่มันเปึนสาระสําคัญ ประเด็นต่อมา ก็คือ การคุ้มครองผู้เสียหายจากการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ผมเองเห็นด้วยครับท่านประธาน เห็นด้วยเพราะว่าไม่ว่าใครจะอยู่ฐานะไหนก็ตาม เพราะว่าใครพูดอะไรจะต้องมีความรับผิดชอบ มีการพูดแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมสภาแห่งนี้ เรื่องการจัดรายการโทรทัศน์ มีอยู่ครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพ ผู้จัดรายการโทรทัศน์คนหนึ่งพูดถึงคนที่เขาต่อสู้ทางการเมืองคนหนึ่ง แต่บังเอิญว่าเขานั่งจัดรายการโทรทัศน์ด้วย และไปบอกเบอร์โทรศัพท์ให้ประชาชนคนนิยม ชมชอบของตัวเองโทรศัพท์ไปที่บ้านเขา ก็คนโทรศัพท์จนกระทั่งจะต้องไปป่ดสาย ผมถามว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างนี้ดูว่าเหมือนไม่มีอะไร แต่ว่าการใช้สิ่งที่ตัวเองทําโดยไม่ต้อง รับผิดชอบนั้นเปึนความเสียหาย แล้ววันนี้ก็มาเดินท่องเล่นอยู่ในสภาแล้วสื่อที่ว่าคนนั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่าวันนี้คณะกรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องนี้ควรจะทบทวน ใน (๒๑) เพราะเปึนเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนที่สุด เมื่อท่านเขียนเรื่องระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แปลความว่า ท่านไม่มีสิทธิที่จะตัดเลยเพราะมันเปึน เรื่องที่ละเอียดอ่อน แต่ว่าตัดข้อความนี้เกิดความเสียหายไม่พอ แต่ดันไปตัดอํานาจหน้าที่ และไปใส่สิ่งที่เปึนนามธรรมเข้ามาแทน ท่านประธานที่เคารพ วิถีคิด วิถีปฏิบัติมันอธิบายความ ไม่ได้ แตะตรงไหนก็เปึนนามธรรม ผมจึงฝากบอกท่านประธานไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการว่าถ้ามีเวลาปรับเถอะครับ การใช้อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการจะเพิ่มอีกกี่คณะที่มันเปึนประโยชน์กับประเทศนี้ อย่าเอา ๓๒ คณะ บอกว่ามนุษย์มีอาการครบสามสิบสองเปึนตัวตั้งและตัดสินกัน พิจารณากันไปอย่างนั้น แต่ผมอยากจะบอกกับท่านประธานว่า อะไรที่เปึนความจําเปึน อะไรที่เปึนความจําเปึนสําหรับ ประเทศนี้ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งเขาให้สิทธิน้อยเต็มที ไปยุ่งเกี่ยวอะไรไม่ได้เลยนั้น ถ้าจําเปึนจะทําได้ อย่ามาอธิบายความเลยครับว่าถ้าเพิ่มมา เราต้องเพิ่ม ๑๐ ล้านบาท ดูเสมือนหนึ่งว่าจะเปึนจะตายให้ได้เพิ่ม ๑๐ ล้านบาท แต่ถ้าว่า พิจารณาองค์กรอื่นใดที่ไปแตะต้องไม่ได้ใช้งบประมาณท่านก็พูดเองว่าโน่น ๕๐๐ ล้านบาท นี่ ๕๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าคณะกรรมาธิการวันนี้นอกจากเรื่อง (๒๑) แล้วอย่าไปติดยึดว่าจะต้องมีกี่คณะ แต่ว่าเมื่อมีการซอยคณะแล้วให้เขาสามารถใช้อํานาจหน้าที่ ได้อย่างเต็มที่ เพราะนี่เปึนเพียงแค่ช่องทางอันหนึ่ง อันริบหรี่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ มีผู้ห่วงใยเรื่องนี้เปึนจํานวนมาก ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะมีอะไรตอบ ตอนนี้ไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ผมกราบเรียนว่า ท่านที่เคารพที่ได้อภิปรายหลายท่านนั้นเปึนการอภิปรายที่รับฟังได้และเหมาะสมหลายอย่าง คือในขั้นกรรมาธิการของเรานี้เราก็ได้พิจารณากันมีการถกเถียงกันอย่างถ่องแท้และก็มี ความไพเราะในคําพูดในบางสิ่งบางอย่าง เมื่อเห็นว่ามันจะเปึนนามธรรมมากเกินไป และที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายมานั้นทําให้หลาย ๆ ฝ์ายได้เข้าใจขึ้น กระผมก็เห็นว่า น่าจะนํามาเปลี่ยนแปลง ซึ่งข้อเปลี่ยนแปลงนี้ผมขออ่านให้ฟังนะครับว่าจะทําอย่างไร
(๒๑) คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชน
มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน การมีส่วนร่วมของประชาชน การส่งเสริมและเผยแพร่ การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวกับการบังคับการใช้รัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมให้การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน และชุมชนมีส่วนร่วม เสรีภาพและความรับผิดชอบในการตัดสินใจทางการเมือง แสดงความ คิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน ตลอดจนการคุ้มครองผู้เสียหายจากการเผยแพร่ข้อมูลและ ข่าวสาร ครับ
คุณบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ส.ส. ใหม่ อย่างผมได้มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ถ้อยคํา ในร่างนั้นมีความสมบูรณ์มากขึ้น ใน (๒๙) คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สืบเนื่องจาก ในปัจจุบันนี้ระบบการแพทย์ การสาธารณสุขนั้นได้พัฒนาองค์ความรู้ไปนะครับ ในปัจจุบันนั้น เปึนที่ยอมรับกันว่ามิติทางด้านสุขภาพเปึนมิติที่จะต้องพูดถึงและมีหลักคิดในเรื่องของ องค์รวมในการดูแลสุขภาพครับ เพราะฉะนั้นถ้อยคําที่จะบ่งบอกถึงภารกิจนั้นก็มีความจําเปึน ผมก็อยากจะนําเสนอว่า อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขนั้น ผมอยากจะ ขอเพิ่มในเรื่องของคณะกรรมาธิการดังนี้นะครับ มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณา สอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการแพทย์และการสาธารณสุข การพัฒนาระบบ บริการสุขภาพทางด้านการปัองกัน ควบคุมโรค การส่งเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาล การฟุ๋นฟูสุขภาพของประชาชน ของครอบครัว ของชุมชนและของสังคมในมิติทางด้าน ร่างกายและจิตวิญญาณ ผมขออนุญาตขยายความเล็กน้อยเพื่อประกอบความเข้าใจ ปัจจุบันการดูแลสุขภาพนั้นก็อย่างที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายกันหลายท่านว่า จะต้องครอบคลุมเรื่องมิติการปัองกัน ส่งเสริม รักษาและฟุ๋นฟู การปัองกันนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ การควบคุมโรคนะครับ ยกตัวอย่าง เมื่อมีโรคติดต่อก็จําเปึนจะต้องเข้าไปควบคุม อย่างรวดเร็ว อันนี้ถ้าตกหล่นเรื่องของใจความไปก็อาจจะทําให้กรรมาธิการนั้นจําเปึนจะต้อง ไปถกเถียงกันอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของสุขภาพนั้นก็อยู่ในส่วนของปัจเจกบุคคล ในส่วนของ สุขภาพครอบครัว ในส่วนของสุขภาพชุมชนและสุขภาพของสังคม ส่วนในมิติของกายภาพนั้น ก็คือ ในมิติของทางด้านร่างกายและจิตวิญญาณครับ เวิร์ดดิ้ง (Wording) เหล่านี้เปึน ประทานโทษ ที่ใช้ภาษาอังกฤษนะครับ คําเหล่านี้นั้นเปึนคําของเวชศาสตร์ครอบครัว ซึ่งการพัฒนา บริการสุขภาพในยุคปัจจุบันจะเน้นหนักเรื่องของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมโดยใช้ ครอบครัวเปึนศูนย์กลาง ผมขออนุญาตที่จะเสริมเพิ่มเติมในรายละเอียดอํานาจหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ก็ขอกราบเรียน ท่านประธานถึงกรรมาธิการได้โปรดรับไว้พิจารณาเพื่อที่จะประกอบความสมบูรณ์ของ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
-๘๑/๑
คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ต่อการอภิปรายเรื่องการแก้ไข ข้อบังคับซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณากันมาเปึนระยะเวลาหนึ่งแล้ว กระผมเอง มีความเห็นในเรื่องของการแก้ไขที่ทางกรรมาธิการได้แก้ไขในหมวด ๔ เรื่องของกรรมาธิการ จํานวนคณะกรรมาธิการนั้นกระผมไม่ติดใจนะครับท่านประธาน เนื่องจากว่าขณะนี้ ยังไม่นิ่งก็ยังมีสมาชิกหลายท่านเสนอความเห็นแตกต่างกันไปนะครับ แต่กระผมใคร่ขอ สนับสนุนคณะกรรมาธิการซึ่งเสนอมาใหม่ โดยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แปรญัตติไว้
เรื่องแรกคือ เรื่องของคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ซึ่งเสนอโดยท่าน ส.ส. สุทิน คลังแสง พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาหนี้สินต้องยอมรับว่าประเทศไทยเองแม้ว่าเราก็มีการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ราคาข้าวก็ดีดตัวขึ้นมาสูงมาก แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ เกษตรกรที่ทําอาชีพด้านการเกษตรก็ยังมีปัญหาเรื่องของหนี้สินที่จะต้องแก้ไขอยู่ ตลอดเวลา โดยเฉพาะปัญหาที่เปึนปัญหาใหญ่อยู่ขณะนี้ นั่นก็คือเกษตรกรหลายท่าน ขายสินค้าการเกษตรล่วงหน้าหรือถ้าเปึนพูดภาษาชาวบ้านก็คือโดนตกเขียวไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าราคาข้าวจะขึ้นมาดีแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้หนี้สินของพี่น้องเกษตรกรนั้น ลดลงไป ถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการนี้ได้ตั้งขึ้นมาจริง แล้วก็ได้รับการรับรองจากสภาแห่งนี้ กระผมเห็นว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่งที่จะเข้ามาช่วยพี่น้องประชาชนเกือบจะทุกระดับชั้น ในประเทศ ซึ่ง ส.ส. ที่ทําหน้าที่ในสภาแห่งนี้ก็มาจากประชาชนทุกสาขาอาชีพก็จะเปึน ช่องทางหนึ่งที่จะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ของชาติให้หมดไป ท่านประธานครับ การตั้งคณะกรรมาธิการตั้งขึ้นมาจากความจําเปึน ความสําคัญของ แต่ละประเทศ ของแต่ละรัฐสภาแห่งนั้น ยกตัวอย่าง ถ้าประเทศเกาหลีใต้ก็มีคณะกรรมาธิการ รวมชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีคณะกรรมาธิการที่แปลก ๆ ซึ่งบ้านเราเองไม่มีก็เยอะด้วยกัน เพราะฉะนั้นก็อยากจะสนับสนุนตรงนี้ว่าไม่เปึนเรื่องแปลกที่เราจะรับว่าปัญหานี้สินของชาติ เปึนปัญหาใหญ่ ซึ่งควรจะนําขึ้นมาเปึนคณะกรรมาธิการระดับสามัญ
ท่านประธานครับ ต่อไปคณะกรรมาธิการที่เสนอขึ้นมาใหม่ ซึ่งกระผม ใคร่ขออภิปรายสนับสนุนนั่นก็คือ คณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม ซึ่งเสนอโดยท่าน ส.ส. ไพจิต ศรีวรขาน จากจังหวัดนครพนม แต่ตรงนี้ใคร่ขอฝาก ท่านกรรมาธิการช่วยดูชื่อนิดหนึ่งนะครับ การส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม ผมขอเสนอว่า น่าจะแก้เปึนการส่งเสริมราคาผลิตผลการเกษตร อันนี้ฝากท่านอาจารย์ดอกเตอร์พีรพันธุ์ โน้ตไว้ด้วยถ้าหากว่าแก้ได้นะครับ ท่านประธานครับ การส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม หรือว่าผลิตผลการเกษตรนี้เปึนสิ่งสําคัญ เพราะต้องยอมรับว่าประเทศไทยเปึนประเทศ ที่มีอาชีพทางด้านการเกษตร ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของพี่น้องหรือว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร ของประเทศไทยทําอาชีพด้านการเกษตรครับ เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่เราจะให้ความสําคัญ กับการส่งเสริมราคาผลิตผลการเกษตรทุกอย่าง สิ่งใดที่ทําแล้ว หรือว่าปลูกแล้ว หรือว่า เพาะแล้วไม่ได้กําไรหรือไม่คุ้มทุนก็ไม่ควรที่จะส่งเสริมให้กับพี่น้องเกษตรกรดําเนินการ เพาะปลูกสิ่งนั้น ซึ่งจะสอดรับกับคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สิ่งใดก็ตามแต่ที่เกษตรกรทําแล้ว สามารถถึงจุดคุ้มทุนแล้วมีกําไรเราจะต้องสนับสนุนต่อไป เพราะฉะนั้นจําเปึนเหลือเกิน ที่ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทางรัฐสภาน่าจะมีคณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผล การเกษตรเพื่อให้เหมาะสมกับความเปึนจริงของประเทศเรา เราจะต้องมีการศึกษาแต่ละพืช แต่ละชนิดว่าต้นทุนจริง ๆ แล้วเท่าไร แล้วทําแล้วคุ้มทุนไหม มีกําไรเพียงพอที่เกษตรกร จะลงทุนหรือไม่ ท่านประธานครับ กระผมก็มีข้ออภิปรายนําเสนอไปยังทางกรรมาธิการ เพียงเท่านี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงแล้วก็ได้ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เปึนคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดนี้ด้วย แล้วก็ได้สงวนความเห็นเอาไว้ในชั้นของกรรมาธิการ ประเด็นของผมที่ตั้งใจ อภิปรายในหมวด ๔ ว่าด้วยเรื่องของคณะกรรมาธิการในข้อบังคับ ข้อ ๘๒ นี้เกิดขึ้น เนื่องจากมีความห่วงใยในเรื่องของการบัญญัติข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในข้อ ๘๒ ที่ว่าด้วยเรื่องของคณะกรรมาธิการ ผมเองอยู่ในข้างฝ์ายที่ประสงค์จะเห็น คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาได้มีการจัดตั้งขึ้นโดยเร็วครับ เพราะว่านับตั้งแต่ สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ได้เป่ดสมัยประชุมมา นับจนกระทั่งถึงวันนี้ วันที่ ๒๔ เมษายน เปึนเวลา ๙๕ วันแล้วที่สภาชุดนี้ไม่มีคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ ถ้าย้อนกลับไปดูในอดีตหลายป้ที่ผ่านมาครับ คณะกรรมาธิการในสภานี้ความจริงยุคแรก เริ่มตั้งแต่ป้ ๒๔๙๗ ซึ่งมีสภาขึ้นมาในชุดแรก ๆ นั้นก็เรียกว่า อนุกรรมาธิการ เดิมที เขาเป่ดสภาเพียง ๒๐ กว่าวัน ๑๐ กว่าวัน เขาก็ตั้งคณะกรรมาธิการแล้วครับ ในป้ ๒๕๑๒ ๒๙ วัน ป้ ๒๕๑๘ ๕๑ วัน แม้กระทั่งหลัง ๆ ครับ ป้ ๒๕๓๙ ป้ ๒๕๓๘ ก็ใช้เวลา ๓๒ วัน ๒๗ วัน ยาวนานที่สุดก็คือป้ ๒๕๔๔ ใช้เวลา ๑๑๐ วัน นับจากวันนี้ไปจนกระทั่งถึงอาทิตย์หน้า ถ้ามันผ่านวันนี้ไปบวกอีก ๗ วันก็เปึน ๑๐๒ วัน ที่ผมประสงค์จะเร่งรัดให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญนี่ก็เพราะว่าคนที่เสียประโยชน์คือประชาชนนะครับ ท่านประธาน จะเห็นว่าญัตติที่เสนอสภานี้เยอะมากครับ ข้อหารือก็เยอะ เพราะคณะกรรมาธิการเราไม่เสร็จ แต่ด้วยความเร่งรัดของพวกกระผมทําอย่างไรก็ตามมันไม่จบเสียที ก็เพราะข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรมามีปัญหาเรื่องของการบัญญัติในข้อ ๘๒ เรื่องของคณะกรรมาธิการ นี่ละครับ วันนี้ผมเรียนว่า ปัญหายาวมาถึงขั้นนี้จะรวบรัดให้จบเสียทีเดียวก็คงยากครับ เพราะที่จะชี้ให้เห็นต่อไปว่าผมสงวนข้อ ๘๒ กรรมาธิการควรจะคงเอาไว้ตามร่างเดิม ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้เปึนคนร่างก่อนเสนอเข้าสู่สภา แล้วก็ไปตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ มาปรับปรุงแก้ไขเปึน ๓๒ คณะอย่างใหม่นี่มันจะมีปัญหา ผมสงวนบอก ๓๒ คณะอย่างเดิมดีแล้ว ๓๒ คณะอย่างใหม่ที่ท่านอยากจะได้จะมีปัญหาและจะชี้ให้เห็นทีละข้อ แต่ที่จะมีปัญหา มากยิ่งขึ้นไปกว่านั้นท่านประธานครับ ถ้อยคําให้สัมภาษณ์ของท่านประธานวิปรัฐบาล ประทานโทษที่เอ่ยถึง ท่านก็ให้สัมภาษณ์ลงหนังสือพิมพ์เอาไว้ว่า มติวิปรัฐบาลก็บอกจะเอา ๓๕ คณะ มีการระบุลงไปด้วยครับว่าจะเอาคณะใดบ้าง ๓ คณะมีการพูดถึงกัน ผมทราบว่า คณะกรรมาธิการเองก็ลําบากใจ เพราะอะไรครับ เพราะว่าถึงขั้นตอนที่จะลงมติหลังจาก เราพิจารณากันจบนี่นะครับ ไม่รู้ว่าจะลงมติให้เปึน ๓๕ คณะได้อย่างไร เพราะคนแปรญัตติ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องแปรญัตติเปึนรายมาตรา แล้วคนแปรญัตติไว้ มี ๓๓ คณะ คนที่ ๓๕ คณะมีท่านเดียวคือ ท่าน ส.ส. จากจังหวัดลําพูน เพียงแต่ว่าในแพคเกจ (Package) ประทานโทษเอ่ยนามเปึนภาษาอังกฤษ ชุดที่ท่านเสนอใน ๓ คณะที่เพิ่ม ทราบว่า ไม่ตรงกับใจ ที่เสียงส่วนใหญ่บางส่วนอยากให้เปึน ปัญหานี้เกิดแน่ครับ เดี๋ยวขั้นตอนลงมตินี่จะเปึนปัญหา ในเชิงข้อบังคับ แล้วผมก็ไม่อยากจะพูดยาวไปว่ามันจะทําให้การตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ เรานี่ช้าไปอีก ประเด็นจึงจะย้อนกลับว่าถ้าอยากให้เร็วแต่ไม่มีปัญหาก็จะมีตัวเลือก ๒ อย่าง คือ ๑. เอา ๓๒ คณะเดิมที่กรรมาธิการชุดพวกเราร่างขึ้น หรือเอา ๓๒ คณะ ชุดปรับปรุงใหม่ ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปยกร่างมาซึ่งก็โดนสมาชิกติติงไปเยอะ ผมเสนอว่าเอาตาม ๓๒ คณะ เดิมเถอะครับ ตามที่พวกเราพรรคประชาธิปัตย์ได้แปรญัตติเอาไว้ สงวนความเห็นเอาไว้ เพราะ ๓๒ คณะที่ท่านปรับปรุงใหม่จะมีปัญหาครับ มันมีปัญหาอย่างน้อย ๓ อย่าง คือ ๑. มีความสับสน ๒. อาจจะมีปัญหาข้อกฎหมาย และ ๓. จะมีปัญหาในทางปฏิบัติถ้าเกิด มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญแบบ ๓๒ คณะอย่างที่กรรมาธิการชุดนี้ปรับปรุงขึ้นมา เวลาเรายกร่างเรื่องคณะกรรมาธิการนี้นะครับ เราจะเอาปัญหาของป้ที่แล้วมาพูดถึงครับ ชุดนี้ก็เหมือนกันครับ เรายกปัญหาขึ้นมา ๒ เรื่องจากคณะกรรมาธิการชุดเมื่อป้ ๒๕๔๘ ต่อเนื่องจากป้ ๒๕๔๔ เราเห็นปัญหา ๒ อย่างคณะกรรมาธิการเดิมคือ ๑. ปัญหาความซ้ําซ้อน ของงานที่แต่ละคณะกรรมาธิการไปทํา บางทีเรื่องเดียวกัน ๔ คณะกรรมาธิการครับ วุ่นวายไปหมด ผู้ชี้แจงออกจากห้องนี้ไปห้องโน้นไปห้องนั้น จนต้องร่างข้อบังคับขึ้นมาข้อหนึ่งว่าด้วยเรื่อง กระบวนการหาทางแก้ปัญหากรณีญัตติซ้ําซ้อน ข้อ ๒ ครับ เราพบปัญหาว่าคณะกรรมาธิการ มีปัญหาประสิทธิภาพในการทํางาน เช่น เชิญหน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้เขาไม่มา หรือมา ก็ไม่ได้ส่งผู้รับผิดชอบโดยตรงแต่ส่งผู้ที่อยู่ในระดับล่างมาซึ่งก็เปึนปัญหากับคณะกรรมาธิการ เพราะไม่ได้คําตอบที่เปึนคําตอบจริง ๆ ของหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนโยบายนั้น ๆ เพราะฉะนั้นพอมาปรับปรุงคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา เอา ๒ ข้อนี้มาตั้งแล้วก็มีการจัดเรียงกัน แต่ละคณะกรรมาธิการ จริง ๆ ก็จบไปแล้วล่ะครับ ๓๒ คณะเดิม ว่ากันตามจริงท่านประธาน ก็ทราบว่าตกลงกันตั้งแต่สมัยท่านประธานยงยุทธ ติยะไพรัช ยังปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้หยุดปฏิบัติ หน้าที่นี่ว่าเอาตาม ๓๒ คณะเดิมอันนั้นแหละ แล้วแต่ละพรรคไปประชุมกรรมการประสานงาน สภาผู้แทนราษฎรตกลงแบ่งคณะกรรมาธิการกันไปเสร็จทุกพรรคกลับไป ทุกคนก็ได้ลง คณะกรรมาธิการอย่างที่ตัวเองต้องการกัน ปัญหามันมาทีหลังนะครับ พอบรรจุระเบียบวาระ จะยกเว้นข้อบังคับเพื่อที่จะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาก็มีปัญหาว่าตั้งไม่ได้ ผมก็ไม่อยากจะย้อนความว่าปัญหามันมาจากที่ตรงไหน แต่ข่าวคราวก็ปรากฏว่าถึงขั้นมี ผู้หลักผู้ใหญ่ในวิปรัฐบาลก็มีข่าวว่าลาออกกันไปนั่นก็เปึนปัญหา แต่ทีนี้พอมันยืดเยื้อกันมาครับ พอถึงขั้นตอนตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้มีบางคนไม่ได้เปึนกรรมาธิการยกร่างถูกเปลี่ยน เข้ามาใหม่ท่านก็มาเสนอความคิดใหม่ ผมก็ไม่อยากคิดไปว่าที่เสนอความคิดใหม่นะเพื่อจะไป ยกเลิกข้อตกลงเดิม ไม่อยากคิดอย่างนั้นครับ แต่ก็มีคนพูดจริงบอกว่า ถ้าลงมติเอาตาม ๓๒ คณะอย่างใหม่นี้ ข้อตกลงเดิมที่เคยจับสลากกันเอาไว้ว่าพรรคนั้นได้ประธานคณะกรรมาธิการ ชุดนั้น ชุดนี้ต้องยกเลิกไป ผมก็พยายามบอกว่าเอาอย่างนี้ดีไหมถ้าจะแก้ อ้ายชุดที่จับสลาก หรือตกลงกันไปแล้วให้เขาไปเถอะ แล้วชุดที่เกิดตกลงเปลี่ยนแปลงอย่างใหม่นี่ก็ค่อยมาว่ากัน แต่หลายคนก็บอกว่าไม่ได้ต้องยกเลิกข้อตกลง ก็ไม่เปึนไรก็ต้องยกเลิกข้อตกลง แต่กระบวนการ ทุกอย่างมันทําให้งานสภาเดินลําบาก ผมเรียนท่านประธานเรื่องนี้นิดเดียวเท่านั้นเอง เพื่อเปึนประโยชน์ในการพิจารณาเรื่องของคณะกรรมาธิการ ทีนี้พอมาเปึน ๓๒ คณะอย่างใหม่ มันมีปัญหาอย่างไรครับ ๑. สับสนครับ สับสนเพราะว่าภารกิจที่มีการกําหนดเอาไว้ ในหลาย ๆ เรื่องนั้นมันจะมีการบัญญัติอํานาจหน้าที่ลงไปแล้วก็เปึนการทําให้กรอบ การปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการนี้มีปัญหาครับ ผมยกตัวอย่างอันที่ ๑ เลย คณะกรรมาธิการ การศึกษาซึ่งอยู่ใน (๒๗) เดิมเขียนไว้ดีอยู่แล้ว มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและการพัฒนาการศึกษาของชาติ ปรากฏว่า ในคณะกรรมาธิการมีคนไปแปรญัตติเรื่องของ ส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย แนวทางการปรับฐานการเรียนรู้ประชาชนสู่โลก ยุคโลกาภิวัตน์ แต่ที่มันยุ่งเพราะไปบัญญัติเหตุผลเอาไว้ครับ ซึ่งข้อนี้ผมต้องขอ คณะกรรมาธิการว่าต้องเอาออกครับ เพราะนี่คือเจตนารมณ์ ท่านไปบัญญัติเจตนารมณ์ ไม่ทราบเราได้อ่านกันทุกคนหรือเปล่าบอกว่า เหตุผลที่บัญญัติแก้อํานาจหน้าที่ คณะกรรมาธิการการศึกษาเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ๒-๓ บรรทัด เพราะเนื่องจากปัจจุบันปัญหา อันเนื่องมาจากความแตกต่างของแนวคิดทุนนิยมและแนวคิดต่อต้านทุนนิยมมีผลกระทบ ต่อการพัฒนาประเทศเปึนอย่างมาก จึงควรให้คณะกรรมาธิการการศึกษามีภารกิจ เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวให้แก่ประชาชน อะไรครับ แปลว่าต่อไปนี้คณะกรรมาธิการ การศึกษานี้ไปดูแลเรื่องการศึกษาและการพัฒนาการศึกษาของชาตินี่ต้องไปส่งเสริม แนวคิด ความถูกต้อง ความดีงามของแนวคิดทุนนิยมหรือครับ และพยายามจะไปบอก แนวคิดต่อต้านทุนนิยมทั้งหลายนี่มันไม่ดี มันไม่ถูกต้อง ผมไม่อยากคิดนะครับว่าแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียงเปึนแนวทางต่อต้านทุนนิยมหรือเปล่าครับ นี่คือความสับสน เวลา เราเขียนใหม่ เราบัญญัติใหม่แล้วเรารีบกันมากครับ ผมก็อยู่ในคณะกรรมาธิการด้วยเห็นใจ ทุกคน แต่บางทีเรารีบเวลาบัญญัติเจตนารมณ์อย่างนี้ไปมันสับสนแน่ อันนี้ต้องตัดออก ความจริงเรื่องนี้มีคนท้วงติงไว้แล้ว แต่ที่จะสับสนมากกว่านั้นไปอีกก็คือว่าเมื่อวานนี้ผมฟัง เพื่อนสมาชิกซึ่งสงวนคําแปรญัตติเอาไว้แล้วทําท่าว่าจะได้รับการสนับสนุน เท่าที่ทราบ ข่าวมาก็คือคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับความมั่นคงแนวชายแดน ประทานโทษอาจจะใช้ชื่อผิดไป เพราะมันจะมีปัญหาสับสนกับชุดที่คณะกรรมาธิการชุดนี้บัญญัติขึ้นมาที่เรียกว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ คณะกรรมาธิการความมั่นคงนี่เดิมทีไม่มี ใน ๓๒ คณะ ดั้งเดิมเลยไม่มีครับ มีทหาร มีตํารวจ มีปกครอง มีปกครองท้องถิ่นที่อยู่ชุดเดียวกัน ต่อมา ก็มีคนบอกครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ท่านประธานครับ
คุณหมอประสิทธิ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ผมขอประท้วงผู้ที่อภิปรายครับ เขาไม่ได้สงวนความเห็นอะไรเลย แต่เขาไปพูดเรื่องที่เขาไม่ได้ สงวนความเห็นเขาต้องพูดใน ๓๒ คณะ ท่านอย่าไปพูดเรื่องความมั่นคงท่านไม่ได้สงวนความเห็นไว้ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยครับ
ตอนนี้อยู่ในช่วงการอภิปรายในส่วนที่คณะกรรมาธิการแก้ไขนะครับ เพราะฉะนั้นผู้อภิปรายคือ สมาชิกทุกท่านมีสิทธิที่จะอภิปรายในเรื่องที่คณะกรรมาธิการแก้ไขทุกเรื่องในข้อ ๘๒ นะครับ คุณสาทิตย์เชิญต่อครับ
ขอบคุณครับ ในคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปยกร่างขึ้นมาใหม่ ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการ พอที่จะรู้ว่าเราพูดถึงเรื่องปัญหาตามแนวชายแดนขึ้นมา แล้วอยากมีคณะกรรมาธิการชุดหนึ่ง ที่มาทําเรื่องของแนวชายแดนก็บัญญัติเรื่องคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐนี้ขึ้น เมื่อวานนี้เพื่อนสมาชิกที่สงวนคําแปรญัตติท่านก็บอกว่า ถ้าเกิดเอาคณะกรรมาธิการ เรื่องเกี่ยวกับแนวชายแดนที่ท่านเสนอก็ไปตัดออกจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ในภารกิจ ที่เกี่ยวกับกิจการชายแดนออกเสียก็จะเหลือเฉพาะคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ แล้วก็ไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องกิจการชายแดน ประเด็นปัญหาก็คือจะมีความสับสน เรื่องอํานาจหน้าที่แน่นอนระหว่างคณะกรรมาธิการการทหารกับคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ แล้วแถมมีคณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดน อีกด้วย เกิดความสับสนเช่นนี้จะมีปัญหาในทางการปฏิบัติแน่นอนในอนาคต ผมยกตัวอย่าง ให้ดูเพียง ๒ เรื่องเท่านั้น
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าถ้าเอาตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างขึ้นมาใหม่นี่ คณะกรรมาธิการบางชุดจะมีปัญหาข้อกฎหมายครับ ปัญหาข้อกฎหมายอย่างที่ว่าก็คือ ท่านได้บัญญัติเรื่องของคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนขึ้นมา ผมอยู่ในที่ประชุมด้วยตอนที่มีการเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา ผมกราบเรียนท่านประธานตรง ๆ ครับว่า กลับไปเป่ดดูรายงานการประชุมได้เลย ถ้อยคํา ของการอภิปรายว่าทําไมต้องมีองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เปึนถ้อยคําที่บ่งบอกถึงความไม่ไว้วางใจ ความไม่ชอบใจ บางท่านผมเชื่อว่ามีอคติด้วยซ้ําไป เมื่อวานนี้ก็มีคนพูดถึงครับ พูดถึงองค์กร ตามรัฐธรรมนูญที่ต้องมีคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบ เอ่ยถึงองค์กรบางองค์กร ด้วยซ้ําไป เช่น องค์กรนั้นองค์กรนี้ แล้วก็บอกว่ากลัวแทบตายต่อไปนี้ต้องตรวจเสียบ้าง ประเด็นที่เริ่มต้นจากอคติอย่างนี้มันไปไม่ได้ครับ แต่ที่จะเปึนปัญหาข้อกฎหมายก็คือ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ผมได้ท้วงติงเอาไว้ในคณะกรรมาธิการแล้วแต่ว่าคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากก็ไม่เห็นชอบด้วยผมจึงต้องสงวนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ นี้ บัญญัติไว้ชัดในเรื่องที่บอกว่า คณะกรรมาธิการซึ่งเปึนคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ซึ่งบัญญัติเอาไว้ว่า สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอํานาจ เลือกสมาชิกของแต่ละสภาตั้งเปึนคณะกรรมาธิการสามัญ บอกไว้ในวรรคสองบอกว่า กรรมาธิการมีอํานาจออกคําสั่งเรียกเอกสารจากบุคคล เรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริง แต่เขาบอกว่าไม่ให้ใช้บังคับกับใครบ้าง ส่วนหนึ่งก็บอกว่ากรรมการในองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ประเด็นก็มีคนพยายามเลี่ยงบอกว่าก็อย่าไปเชิญตัวกรรมการ แต่เชิญตัว ของคนที่ทําหน้าที่หน่วยงานทางด้านธุรการมา ผมฟังเพื่อนสมาชิกจากพรรคชาติไทย ท่านหนึ่งอภิปรายเรื่องของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ในกฎหมายชัดอีกว่า มีความเปึนอิสระ ประเด็นจะเปึนอย่างนี้ครับว่า ถ้าเกิดมีคนสงสัยขึ้นมาว่าการบัญญัติ หรือการเขียนเอาไว้ในข้อบังคับของพวกเราอาจจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เขาสามารถ จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญก่อนที่ข้อบังคับนี้จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยการนําเรื่องดังกล่าวไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยได้ เพราะข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรมีฐานะและสิทธิเช่นเดียวกับข้อที่ว่าด้วยเรื่องของพระราชบัญญัติ ตรงนี้ ก็คือสิ่งที่ท้วงติงเอาไว้ว่าอาจจะเกิดประเด็นปัญหาข้อกฎหมายในทางปฏิบัติ สมมุติไปครับ ถ้าวันนี้เราผ่าน ให้ความเห็นชอบคณะกรรมาธิการชุดนี้ออกไปโดยการลงมติไปแล้ว ในภายภาคหน้าประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้ลงนามในหนังสือของสภาไปเรียกหัวหน้า หน่วยธุรการ จะชื่อใดก็แล้วแต่ในองค์กรอิสระองค์กรใดองค์กรหนึ่งมาตรวจสอบ แล้วมีข้อแย้งว่าเรื่องดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ปัญหาจะเกิดครับ แต่ที่พูดเช่นนี้บางคน อาจจะติงว่าองค์กรอิสระแตะต้องไม่ได้หรืออย่างไร ทําไมจะไปตรวจตรงนั้นตรงนี้ไม่ได้ ประเด็นจะเปึนอย่างนี้ครับว่า จริง ๆ ในวุฒิสภาเขามีคณะกรรมาธิการที่ว่าด้วยเรื่องของ องค์กรอิสระอยู่แล้ว เพียงแต่วุฒิสภามีหน้าที่ตรงเพราะเขามีหน้าที่ทั้งแต่งตั้งและถอดถอน องค์กรอิสระ แต่ทราบว่าเขาระมัดระวังมากว่าคณะกรรมาธิการเขาทําได้มากน้อยแค่ไหน ขนาดวุฒิสภามีอํานาจหน้าที่ตรงเรื่องขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ถามว่าสภาผู้แทนราษฎร ของเราภาระหน้าที่ตรงคืออะไรครับ คือ การตรวจสอบฝ์ายบริหารและการแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน รัฐธรรมนูญมิได้เขียนบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถไปกระทําเรื่อง เช่นที่ว่านี้ได้เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้ในส่วนอื่น เช่น เรามีรายงานประจําป้ เราสามารถ ถอดถอนได้ และอีกส่วนหนึ่งคือ การเปึนกรรมาธิการวิสามัญเมื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ นั่นเปึนกระบวนการที่เกาะเกี่ยวกันอยู่แล้วมิใช่แตะต้องไม่ได้ แต่เรากําลังเขียนอํานาจหน้าที่คณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อสร้างอํานาจอย่างใหม่ของเรา ให้กลับไปสามารถที่จะตรวจสอบองค์กรอิสระได้ ถ้าตรวจสอบโดยเจตนาบริสุทธิ์ไม่เปึนไรครับ แต่ถ้าจ้องไปเช็คบิลเขา ไม่ชอบเขาอย่างที่หลายคนอภิปรายอาฆาตมาดร้ายเอาไว้นี่อันตรายครับ สภาไม่ควรจะเปึนเครื่องมือของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพื่อไปเช็คบิลข้าราชการหรือคนในองค์กร อิสระไม่ว่าองค์กรใดองค์กรหนึ่งครับ สภาทําหน้าที่ในฐานะตัวแทนประชาชน เรากล่าวคําปฏิญาณนี้ในสภาต่อหน้า พระบรมสาทิสลักษณ์ครับ ผมจึงไม่เห็นด้วย แต่โอเค (OK) ครับ เรื่องขององค์การมหาชน ก็ดี กองทุนก็ดี รัฐวิสาหกิจก็ดีอันนี้เปึนส่วนรับกันได้ แต่ถ้าไปตาม ๓๒ คณะเดิมที่ผม สงวนความเห็นเอาไว้ ถามว่าตกไปไหม ไม่ตกหรอกครับ มันก็ยังอยู่ในคณะกรรมาธิการ ชุดต่าง ๆ เดิมทีก็เปึนเช่นนั้น แต่ผมต้องติงเอาไว้ว่าเรื่องนี้มีโอกาสที่จะเปึนปัญหาในทาง ข้อกฎหมายในอนาคตเราจะเสี่ยงเช่นนั้นไปเพื่ออะไรครับ และหนักยิ่งกว่านั้นถ้าเกิดมี กรรมาธิการชุดนี้คนใดคนหนึ่งจ้องจะเช็คบิลขึ้นมาจริง ๆ ตามไปราวีเขาถึงสํานักงาน จริง ๆ ความเสียหายจะตกอยู่กับฝ์ายนิติบัญญัติเรา ผมติงเอาไว้ครับ
อันที่ ๓ จะมีปัญหาในทางปฏิบัติครับ ทางปฏิบัติจะมีปัญหาในข้อที่ ๑ จริง ๆ ๓๒ คณะนี้จะยุ่งพอสมควรนะครับ ผมกลัวปัญหาเรื่องห้องประชุม ท่านประธานก็คงจะ ทราบว่าปัจจุบันห้องประชุมมันไม่พอครับ ครั้งที่แล้วคณะกรรมาธิการบางคณะกรรมาธิการ ประชุมต้องรออีกชุดหนึ่งเสร็จแทบจะเคาะประตูกันเลยบอกเสร็จได้แล้ว นั่นแค่ ๓๑ คณะ ไม่นับคณะกรรมาธิการวิสามัญ ถ้าวันนี้มีการลงมติไป ๓๕ คณะนึกสภาพโกลาหลออกได้เลยครับว่า จะเกิดปัญหาอะไร ปัญหาอีกเรื่องหนึ่งคือ ปัญหาเรื่องของประสิทธิภาพในการทํางาน จริง ๆ ๓๒ คณะเดิมผมก็กังวลอยู่แล้วเพราะท่านไปยุบคณะกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุม ไปรวมกับคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ผมไปอ่านงานวิจัยเรื่องของกรรมาธิการ มีคนทําวิจัยเอาไว้ ประทานโทษเอ่ยนามเพื่อเปึนเกียรติกับท่านคือ คุณอรวรรณ พันธุ์เปรื่อง อยู่ในรัฐสภาสารไปเขียนบทความนี้เอาไว้ศึกษาว่า นับตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ ซึ่งมีพระราชบัญญัติ ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราวเขาให้มีคณะกรรมาธิการซึ่งเรียกว่า คณะอนุกรรมาธิการ ๒ คณะ ใน ๒ คณะคือ ๑. คณะอนุกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุม ก็คือ กรรมาธิการตรวจรายงานการประชุม แล้วผมดูแล้วมีมาทุกป้ครับ มาถึงชุดนี้เราก็ไปรวม คณะกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุมกับคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร นั่นยุ่งพออยู่แล้วแต่ว่าที่ท่านแก้ใหม่ท่านไปเอาคณะกรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติ ตามมติของสภาผู้แทนราษฎรมารวมเข้าไปด้วยเอา ๓ ยํามาเปึน ๑ ครับ บังเอิญข้อบังคับ เราในข้อ ๒๖ ท่านเขียนเอาไว้ด้วยว่า รายงานการประชุมจะเป่ดเผยได้ต้องผ่านการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุม และต่อไปนี้ต้องแถมว่าคณะกรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎร ด้วย ผมบอกได้เลยใครเปึนกรรมาธิการชุดนี้สาหัสครับ ปกติคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรเรื่องก็เยอะอยู่แล้วครับ คณะกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุม นี่ก็หนักหนาสาหัสแถมคณะกรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎรอีก ปัญหาเกิดครับนี่คือประสิทธิภาพ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานมาถึงตรงนี้ว่ามีปัญหา ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนเสนอที่สงวนความเห็นในขั้นตอนสรุปนี้ก็คือว่าเราจะยุติกันอย่างไร ในเวลานี้เรามี ๓ ทางเลือก ทางเลือกที่ ๑ กลับไป ๓๒ คณะเดิมอย่างที่พวกกระผมสงวน อันนี้ก็ลงมติว่าเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติแล้วก็เอาตามที่พวกผมสงวน ๒. ลงมติว่าเห็นด้วย คงร่างของคณะกรรมาธิการเอาไว้ก็จะกลับไปสู่คณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะทั้งหมดชุดที่มี การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่ ซึ่งผมก็ชี้ให้เห็นว่ามีปัญหา ๓ ข้อดังกล่าว กับ ๓. ตามที่ ประธานวิปรัฐบาลเสนอคือ ๓๕ คณะอ้ายนี่ยุ่งแน่ เพราะถ้าเอาตาม ๓๕ คณะท่านว่า แล้วก็บวกกับแต่ละคนที่แปรญัตติกันมาเปึนปัญหาข้อปฏิบัติ ผมก็ไม่แน่ใจครับว่า ที่สุดแล้วเราจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญกันเมื่อไร แต่ลงมาจนกระทั่งถึงขั้นนี้แล้ว ช้าก็เปึนเรื่องที่หลีกเลี่ยงยากเสียแล้วแต่ต้องถูกต้อง ผมจึงกราบเรียนว่า เพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณาด้วยความเปึนธรรมเพื่อประสิทธิภาพของสภาแล้วก็ลงมติ อย่างที่มีข้อเสนอครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม ในฐานะกรรมาธิการและเปึนเลขานุการ ของคณะกรรมาธิการ ต้องขออนุญาตรบกวนเวลาของสภาตามสมควรเพื่อชี้แจงงานที่คณะกรรมาธิการได้ทํา โดยเหตุโดยผลและยึดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเปึนบรรทัดฐาน ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการด้วยความสํานึกในการทําภาระหน้าที่ตั้งแต่การยกร่างและได้รับมอบหมาย จากสภาด้วยความตั้งใจที่อยากจะให้มีกรรมาธิการมาทํางานในงานนิติบัญญัติเพื่อแก้ไขปัญหา ของพี่น้องประชาชนในส่วนที่ยังขาดตกบกพร่องจากการบริหาร เพราะฉะนั้นการพิจารณา ทั้งหลายนี้ก็ใช้หลักเกณฑ์โดยมีสัดส่วนของคณะกรรมาธิการ ข้อความใด หลักการใดที่มี ข้อขัดแย้งก็ใช้เวลานานครับท่านประธาน อภิปรายกันอยู่หลายรอบ โดยเฉพาะในเรื่องของ จํานวนคณะกรรมาธิการ ชื่อคณะกรรมาธิการแต่ละคณะที่ได้ผ่านการพิจารณาในชั้นการยกร่าง ก็ได้ใช้ความแตกต่างพิจารณาเหตุและผลทํากันมารอบหนึ่ง แล้วมาในชุดที่ ๒ ในชุดของ คณะกรรมาธิการวิสามัญร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวาระ ๒ มีข้อแตกต่าง ที่จําเปึนต้องโหวต (Vote) ท่านประธานครับ ก็ทํากันด้วยความรอบคอบและจริงจัง ท้ายที่สุด ก็ยึดข้อบังคับอีกว่าเสียงส่วนใหญ่มี ๓๒ คณะ แล้วก็จําเปึนต้องยุบรวมคณะใดก็เอามาใช้ ข้อคิดเห็นที่รอบคอบนะครับ แล้วก็มีการยุบบางคณะ รวมบางคณะ เพิ่มเปึนบางคณะ ท้ายสุดก็เปึน ๓๒ คณะ กระผมคิดว่าผู้ที่ไม่สามารถที่จะได้ตามที่ประสงค์ตามที่มีความต้องการ ก็สงวนความเห็น ผมเปึนคนหนึ่งที่ได้สงวนความเห็นไว้เพราะต้องการที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ เรื่องราคาสินค้าเกษตรในประเด็นนี้ซึ่งได้เสนอไว้ตั้งแต่ต้น แต่ว่าในชั้นการควบรวมก็ไม่ สามารถที่จะผ่านความคิดอันนี้ไปให้กับเพื่อนกรรมาธิการที่มีความเห็นร่วม เพราะฉะนั้น ก็ใช้ข้อบังคับโดยความตั้งใจที่อยากจะให้มีข้อยุติกันโดยเร็ว ในการพิจารณาวาระ ๒ ก็เช่นเดียวกัน แม้นว่าก่อนที่จะเข้าสู่ที่ประชุมนี่ก็พยายามที่อยากจะให้เกิดความรอบคอบแล้วมีเจตจํานง ที่หลังจากที่ได้ใช้เวลาพอควรในการทําข้อบังคับตั้งแต่ยกร่างมาจนถึงการแปรญัตติ ด้วยเจตจํานงว่ามีความจําเปึนที่ต้องมีข้อบังคับและมีคณะกรรมาธิการก็ได้เอาเข้ามาสู่สภา ด้วยความรอบคอบ การพิจารณาก็เปึนไปด้วยความร่วมมือกันด้วยดี ท่านประธานครับ แม้นว่าวันนี้เราไม่สามารถที่จะทําให้เสร็จเรียบร้อยตามความต้องการที่ประสงค์ที่จะให้มี ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ใช้ให้ทัน ท่านคณะกรรมาธิการรวมถึงท่านสมาชิก ก็ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางผมกราบเรียนว่าถ้าเสร็จมันก็ดี โดยเปัาหมายว่าสัปดาห์หน้า เราจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการกันนะครับ แล้วก็จะได้มีผู้รับผิดชอบงาน ข้อปรึกษาต่าง ๆ ที่ท่านประธานต้องรับเปึน ๔๐-๕๐ เรื่องในแต่ละวันพุธ วันพฤหัสบดีนี้ก็จะผ่อนคลายไปยัง ประธานคณะกรรมาธิการเปึนเจ้าภาพรับไป แต่ว่าท่านประธานครับ ด้วยความสํานึกว่า ความรับผิดชอบในฐานะที่เปึนคณะกรรมาธิการนี่ก็ต้องเคารพข้อบังคับที่จะต้องทําโดย เคร่งครัดก็เช่นเดียวกัน ถ้ามันไม่เสร็จก็ถือว่าเปึนภารกิจที่ต้องเปึนไปด้วยความรอบคอบ ร่วมกัน ผมเชื่อว่าทุกคนมีภาระ มีความรับผิดชอบที่อยากจะทําในฐานะตัวแทนประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ซีกฝ์ายค้านหรือซีกฝ์ายรัฐบาล ผมก็ยังมีความคาดหวังว่าในฐานะที่คณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านประธานเองก็พยายามประนีประนอม บางครั้งถ้อยคําที่มีการปรับเปลี่ยน อาจจะคลาดเคลื่อนก็ต้องยอมรับกัน ทักท้วงกันว่าตรงไหนที่จะทําให้เกิดความรอบคอบ แต่ว่าสาระสําคัญที่จะต้องทําให้เกิดปัญหาก็พยายามจะไม่ให้มีปัญหาในข้อกฎหมาย ข้อปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ทําทุกอย่างเพื่อที่จะให้เกิดองค์กรตามระบอบของเราเพื่อที่จะได้ ทําหน้าที่ตามภาระของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ด้วยความรับผิดชอบว่า ทําให้ดีที่สุดนะครับ แม้นจะช้า ผมก็เชื่อว่า ก่อนสิ้นสมัยประชุมเราน่าจะมีคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะทํางาน ส่วนว่าจะสิ้นเปลือง งบประมาณมากน้อย ผมก็เชื่อว่าเปึนความรับผิดชอบร่วมกันอยู่นะครับ ได้เห็นความตั้งใจ ร่วมกัน หากแม้นว่าทําแล้วได้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน บุญกุศลทั้งหลายก็จะส่ง ให้ทุกท่านได้กลับมาเปึนผู้แทนราษฎรอีกเมื่อครบ ๔ ป้แล้ว ผมก็หวังอย่างนั้น ขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพด้วยครับ
อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า กระผมเองนั่งฟังการพิจารณา ข้อบังคับมาถึงข้อ ๘๒ คือข้อบังคับ ข้อ ๘๒ ด้วยความสับสน และขอสนับสนุนความคิด ของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าถ้าท่านประธานปล่อยอย่างนี้ ผมยังหาแนวทางไม่ออก เลยครับว่าเราจะลงมติกันได้อย่างไร ผมขออนุญาตอภิปรายใน ๓ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของการพิจารณากฎหมาย หรือการพิจารณาข้อบังคับ ซึ่งผมต้องถามท่านประธาน เพราะว่ามันมีการพิจารณาที่ค่อนข้างจะสับสน และไม่มีข้อยุติ ในข้อ ๘๒ หรือข้อบังคับ ข้อ ๘๒ มี ๓๒ อนุคือ ๓๒ วงเล็บ ท่านประธานครับ ร่างที่ผ่านสภา ในวาระรับหลักการกับร่างที่คณะกรรมาธิการพิจารณาไปแก้ไข ๒ ร่างนี้ไม่ตรงกัน และแน่นอนครับ ไม่ตรงกันเพราะว่าคณะกรรมาธิการต้องไปปรับปรุงตามคําชี้แนะของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวาระรับหลักการ แต่ประเด็นปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ เมื่อคณะกรรมาธิการ ไปแก้ไข ไปปรับปรุง เมื่อมีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอแปรญัตติ เมื่อคณะกรรมาธิการ ขอสงวนความคิดเห็น ประธานจะเห็นว่าในข้อบังคับ ข้อ ๘๒ นั้นมีความหลากหลาย ทั้งชื่อของคณะกรรมาธิการ ทั้งภารกิจ ทั้งหน้าที่ของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะมีการแก้ไข แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้อภิปรายมา ๒ วัน ท่านครับ ปรากฏว่าแต่ละมาตรา แต่ละอนุ แต่ละข้อบังคับไม่มีข้อยุติเลย ผมถามว่าแล้วท่านประธานจะลงมติอย่างไร ในที่สุดจะลงมติอย่างไร เพราะความหลากหลายใน ๓๒ คณะ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมอยู่สภาแห่งนี้มา ๓ สมัย สมัยแรก ๔ ป้ สมัยที่ ๒ ๑ ป้นะครับ สมัยนี้ยังไม่ถึงป้ไม่เคยเห็น การพิจารณากฎหมายลักษณะเช่นนี้ที่สร้างความสับสนและไม่มีข้อยุติ ปกติในการพิจารณา กฎหมาย ท่านประธานครับ ถ้ามีการแก้ไขต้องขอมติที่ประชุมแห่งนี้เปึนรายมาตรา รายเรื่องว่าเรื่องนี้จะเอาอย่างไร เอาตามร่างเดิมไหมหรือตามร่างที่คณะกรรมาธิการไปแก้ไข หรือตามที่เพื่อนกรรมาธิการขอสงวนคําแปรญัตติ แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ ๒ วันสิ้นเปลืองเวลา พูดสับสนกลับไปกลับมา แต่ละข้อนี่วกวนและหาข้อยุติไม่ได้ นี่คือความสับสนข้อที่ ๑ ที่ผมใคร่กราบเรียนท่านประธานว่า ในที่สุดแล้วเราจะเอาอะไรกันแน่ ผมกริ่งเกรงว่าสิ่งที่ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้กราบเรียนปัญหาเรื่องการพิจารณากฎหมายต่อสภาแห่งนี้ จะเกิดขึ้นจริงและจะเกิดขึ้นแน่นอนถ้าท่านประธานปล่อยอย่างนี้นะครับ นี่คือเรื่องที่ ๑ ท่านครับ เรื่องที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้เรากริ่งเกรงกันว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขออภัยครับ คณะกรรมาธิการสามัญที่เราจะตั้งตามข้อบังคับ ข้อ ๘๒ จํานวน ๓๒ คณะ โดย ๓๒ คณะนั้นในข้อ ๘๒ ผมต้องกราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ที่เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยคง ๓๒ คณะกรรมาธิการ แต่ด้วยใจผมเองท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ๓๒ คณะก็มากไป แต่จริง ๆ ผมไม่มีสิทธิที่จะอภิปราย เพราะว่าไม่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ เพียงแต่ว่าผมจะกราบเรียนท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้เข้าใจที่ตรงกัน ผมกราบเรียนว่า ๓๒ คณะก็มากไปครับ เพราะผมจําได้ว่าก่อนที่มีการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคมที่ผ่านมา มีบุคคลหลายฝ์าย ทั้งสื่อสารมวลชน ทั้งพี่น้องที่เปึนห่วงว่าการใช้เงินของสภาแห่งนี้มีประสิทธิภาพและเกิด ประสิทธิผลจริงหรือไม่ หลายฝ์ายก็ติงมาว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญในสภาของไทยเรา มันมากเกินความจําเปึนและสิ้นเปลือง วันนั้นผมจําได้ว่าผู้หลักผู้ใหญ่จากพรรคการเมือง ฝ์ายรัฐบาลหลายท่าน แม้แต่ฝ์ายค้านของผมเองก็หลายคนออกมาประสานเสียงสอดคล้องกันว่า คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาของเรานั้นมากเกินไป บางคณะสับสนมีภารกิจ ที่ทับซ้อนกันแยกไม่ออกแย่งทํางานกัน หลายท่านสรุปว่าถ้าพรรคของท่านได้เปึนรัฐบาลนี่ ท่านจะลดจํานวนคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาให้น้อยลง ด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการครับคือ เรื่องที่ ๑ ต้องการประหยัดงบประมาณ ทั้งงบประมาณที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการ ดําเนินการต่อคณะ ๑๐ ล้านบาท เรื่องที่ ๒ ถ้าเพิ่มคณะกรรมาธิการนี่ต้องเพิ่มข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรในสภาผู้แทนราษฎรอีกต่างหาก แล้วเรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่น่ากังวล ๓๒ คณะที่ผ่านมานี่ผมกราบเรียนยืนยันคําพูดของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แย่งกันครับไม่มีห้องประชุม จะประชุมสัก ๓ ชั่วโมงคณะอื่นมาเคาะประตูแล้ว นั่นก็คือปัญหา แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ไหม ได้ครับ แต่ต้องไปดูว่าเมื่อแก้แล้วนี่ เมื่อเพิ่มคณะแล้วนี่ประเทศชาติได้อะไร พี่น้องประชาชนได้อะไร ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านบอกว่าเราต้องใช้ ยุทธศาสตร์กุ้งฝอยไปตกปลากะพง นั่นหมายความว่าลงทุนแต่น้อยแต่ได้กําไรกลับมามาก ถ้าทําได้นี่ดีมาก แต่เท่าที่ประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่ายาก ผมเกรงว่าการใช้ยุทธศาสตร์ใช้กุ้งฝอยไปตกปลากะพงกลับเปึนยุทธศาสตร์ซื้อโซ่ไปคล้องลิง ในที่สุดหายทั้งโซ่และลิงไม่ได้อะไรเลยครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ในการพิจารณา วันนี้นี่ใจผมผมต้องการลดจาก ๓๒ คณะให้เหลือ ๒๐ บวก ๑ เท่ากับกระทรวง เพราะว่า กระทรวงมี ๒๐ กระทรวง กับ ๑ หน่วยงานที่เปึนส่วนหน่วยงานที่ไม่ขึ้นกับกระทรวง ทบวง ๒๑ คณะแค่นี้ก็พอ เพราะว่าภารกิจของคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาต้องทํา หน้าที่ในการตรวจสอบ คานอํานาจ และพิจารณาเพื่อส่งเสริม บําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับ พี่น้องประชาชน และถ้าเกิดว่าเจ้ากระทรวงทําอะไรดี ผมเข้าใจว่าคณะกรรมาธิการสามัญ ประจําสภานี่ก็ช่วยในการส่งเสริมประสานกันได้ เปึนภารกิจที่ทําคู่ขนานกับกระทรวง ผมว่าถ้าอย่างนี้เรามีหลักคิด แล้วเรามีจุดยืนว่าทําไมต้องมี ๒๑ คณะ ทําไมไม่มี ๓๒ คณะ ทําไมไม่มี ๓๕ คณะ ทําไมไม่มี ๓๓ คณะ ถ้าหลักคิดจัดตั้งคณะกรรมาธิการตามความจําเปึน ผมกราบเรียนว่า ๑,๐๐๐ คณะก็ไม่จบสิ้นตามความจําเปึนที่ประเทศไทยเรามีปัญหาอยู่ แต่วันนี้ต้องมีหลักคิดคู่ขนานกับการจัดตั้งกระทรวง แต่ก็เปึนไปไม่ได้ครับ ผมเข้าใจ ท่านประธานเพราะว่าผมไม่ได้แปรญัตติไว้ แต่อยากกราบเรียนที่สภาแห่งนี้ให้มีความเข้าใจว่า ท่านลืมแล้วหรือที่พวกเราให้คํามั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าจะลดจํานวนคณะกรรมาธิการ ท่านลืมแล้วหรือที่เราบอกว่า ๓๒ คณะภารกิจซ้ําซ้อนกันสับสน ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน คณะกรรมาธิการเพื่อที่จะหยุดคิดในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมค่อนข้างไม่สบายใจ ที่มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้บอกว่าจะเปึนร้อยเปึนพันคณะก็ไม่เปึนไร แต่ขอให้พี่น้องประชาชนได้รับผลประโยชน์ ผมกราบเรียนเพื่อนเราคิดอย่างนี้เราก็ย่ําแย่ ประเทศชาติก็เสียหาย ผมยอมรับครับว่าวันนี้ประเทศไทยเรามีปัญหาหลากหลาย และปัญหาที่กําลังขอความร่วมมือจากผู้แทนของพี่น้องประชาชนมาช่วยแก้ แต่ถ้าเรารู้จัก บริหารจัดการ รู้จักในเรื่องของประสิทธิภาพ รู้จักในเรื่องของประสิทธิผล ผมกราบเรียนว่า ปัญหาทุกปัญหาที่เราประสบอยู่ขณะนี้เราสามารถดําเนินการได้ด้วยคณะกรรมาธิการ ที่ไม่มากนัก ไม่จําเปึนต้องมากอย่างนี้ ต้องเรียนประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ผมเปึนห่วง และไม่เห็นด้วยที่จะเพิ่มคณะกรรมาธิการเกิน ๓๒ คณะ ๓๒ คณะก็มากแล้วครับ แท้จริงไม่ควรเกิน ๒๑ คณะตามเหตุและผลที่ผมกราบเรียนให้ท่านประธานทราบ
ส่วนที่ ๒ ก็คือชื่อภารกิจของแต่ละคณะกรรมาธิการ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้อภิปราย ๒ วันครับ ผมขออนุญาตไม่ซ้ํา แต่ผมขอให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้จดจํา ทบทวนแล้วก็ใส่ใจเพื่อที่จะมาแก้ไขปรับปรุงให้สอดรับกับสิ่งที่ถูกต้องตามที่เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้อภิปราย แล้วก็ส่วนสุดท้ายขอทบทวนเรื่องของการลงคะแนน การโหวต การขอมติว่าท่านจะขออย่างไร ผมกราบเรียนว่า ผมสับสนมากนะครับ เพราะว่าข้อ ๘๒ มี ๓๒ อนุคือข้อบังคับ ข้อ ๘๒ มี ๓๒ วงเล็บ แต่ละวงเล็บนั้นบางวงเล็บท่านไม่แก้ไข ก็โอเคไม่มี ปัญหา แต่บางวงเล็บท่านแก้ไขยกเลิกบางคณะกรรมาธิการ และเพิ่มเติมบางคณะกรรมาธิการ บางวงเล็บท่านมาแก้ไขรายละเอียดของภารกิจ หน้าที่ ความรับผิดชอบของแต่ละคณะ อภิปรายทั้ง ๒ วันไม่มีข้อยุติ ผมถามว่าแล้วท่านจะทําอย่างไร กราบขอบพระคุณมากครับ
คุณอลงกรณ์ พลบุตร ครับ เดี๋ยวกรรมาธิการตอบทีเดียวเลยแล้วกันนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีความเห็น ต่อการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของคณะกรรมาธิการซึ่งมีการแก้ไข ในหมวด ๔ กรรมาธิการ ในข้อ ๘๒ ความจริงการปรับปรุงแก้ไขระบบคณะกรรมาธิการ ซึ่งถือว่าเปึนกลไกสําคัญของสภาผู้แทนราษฎรนั้นมีความสําคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของการไปแก้ไขกรอบอํานาจหน้าที่ตลอดจนกรอบของภารกิจของแต่ละคณะกรรมาธิการ เพราะว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ ตลอดจนภารกิจแล้วก็กรอบอํานาจหน้าที่พร้อมกันไป แต่ว่ามีอยู่คณะกรรมาธิการหนึ่งซึ่งกระผมเห็นว่าอาจจะมีปัญหาต่อการขัดต่อรัฐธรรมนูญ นั่นก็คือการที่กําหนดให้มีคณะกรรมาธิการใน (๒/๑) ก็คือ คณะกรรมาธิการกิจการองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน การกําหนดกรอบอํานาจหน้าที่ ให้คณะกรรมาธิการชุดใหม่ดังกล่าวที่มีการแก้ไขจากร่างเดิมนั้น คือให้มีอํานาจหน้าที่ กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการดําเนินงานของหน่วยงาน ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ความจริงประเด็นดังกล่าวนั้นเปึนเรื่องที่ล่อแหลมมากทีเดียว แล้วก็หมิ่นเหม่ต่อรัฐธรรมนูญว่าสภาของเราได้เขียนให้อํานาจตัวเองเข้าไปคาบเกี่ยว ต่อความเปึนอิสระขององค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่านประธานคงจะได้เห็นว่าในรัฐธรรมนูญ ในหมวด ๑๑ ว่าด้วยองค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๔ องค์กร ก็คือ ๑. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ๒. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ๓. คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ๔. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ส่วนที่ ๒ องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ๑. องค์กรอัยการ ๒. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๓. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ผมเปึนห่วงกังวลตรงที่ว่าการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและมีการปรับปรุง เช่นนี้อาจจะถูกยื่นว่ามีความขัดต่อรัฐธรรมนูญ เราต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญที่มีการตรา กันไว้แล้วก็มีผลบังคับใช้ในป้ ๒๕๕๐ นั้นได้ดําเนินการในลักษณะการยอมรับต่อหลักการ ของการมีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนฉบับแรกที่ประเทศไทยได้มี การตรารัฐธรรมนูญและมีการบัญญัติในเรื่องขององค์กรอิสระเกิดขึ้น โครงสร้างเดิม ของหลักในระบอบประชาธิปไตยก็คือ การมีอํานาจ ๓ ฝ์าย ฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายบริหาร และฝ์ายตุลาการ แต่การมีองค์กรอิสระนั้นเปรียบเปรยกันว่าเปึนอํานาจที่ ๔ นั่นคือ การออกแบบการปกครองประเทศของเราซึ่งโดยกฎหมายสูงสุดก็คือรัฐธรรมนูญ และเมื่อ มีรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ เราก็ยังมีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเช่นเดิมปรับปรุงบ้างเล็กน้อย และแน่นอนในโครงสร้างของรัฐธรรมนูญก็ได้มีการกําหนดในเรื่องของการถ่วงดุลและ ตรวจสอบกันและกันไม่ว่าจะเปึนฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายตุลาการ และองค์กรอิสระ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในอีกหลายหมวดในรัฐธรรมนูญจึงได้กําหนดในเรื่องของการสร้างระบบ ของการถ่วงดุลและตรวจสอบซึ่งกันและกัน ไม่ได้หมายความว่าองค์กรอิสระนั้นจะอิสระ ไปเสียทั้งหมด เพราะภายใต้การที่ใช้ภาษีที่มาจากประชาชนนั้นทุกคนจะต้องถ่วงดุล และตรวจสอบกันได้ ท่านประธานจะได้เห็นว่าหมวด ๑๒ นั้นจะมีการตรวจสอบการใช้ อํานาจรัฐและมีหมวดที่ว่าด้วยการถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและตําแหน่งอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระทั้งหลาย ผมจึงเห็นว่าในเรื่องนี้คณะกรรมาธิการ คงจะต้องชี้แจงต่อสภาก่อนที่จะให้มีการลงมติ เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เปึนประเด็นเรื่องจํานวน คณะกรรมาธิการว่าจะมากจะน้อยไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของใครจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยว่า ควรจะมีคณะกรรมาธิการชุดนั้นชุดนี้แต่เปึนเรื่องที่สภากําลังจะกระทําการขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะฉะนั้นการที่ทางสภาจะมีการลงมติยกมือสนับสนุน หรือไม่สนับสนุนนั้นจะต้องเกิดความมั่นใจว่าการลงมติดังกล่าวนั้นไม่ไปสนับสนุน ต่อการกระทําที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเข้าใจว่ากรรมาธิการมีหลายท่านที่มีความเข้าใจ ในเรื่องของรัฐธรรมนูญและกรอบอํานาจหน้าที่ แต่อยากจะเรียนท่านประธานว่า การกําหนด ในเรื่องดังกล่าวนั้นล่อแหลมมากทีเดียวครับ นั่นคือประเด็นในเรื่องของตัวรัฐธรรมนูญ ๒. อยากจะพูดสั้น ๆ นิดเดียวครับว่า ความข้องใจของการที่มีการกําหนดให้มีคณะกรรมาธิการ ชุดดังกล่าวนั้นอาจจะถูกแปรเจตนาได้ว่าเปึนความพยายามที่จะเข้าไปในการที่จะไป ตรวจสอบ ควบคุมองค์กรอิสระจะด้วยเหตุผลกลใดจากเหตุการณ์ในอดีต ในเรื่องของการที่ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก็ดี คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบแห่งชาติก็ดี หรือว่าองค์กรอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ดีนั้นได้มี ผลบวก ผลลบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลในอดีตหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ในอดีต หรือแม้แต่การเลือกตั้งในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งไม่เปึนผลดีต่อภาพลักษณ์โดยรวมของ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเราถือว่าเปึนสถาบันนิติบัญญัติและเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทย จึงขอให้ท่านคณะกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงประเด็นนี้ให้เกิดความกระจ่างนะครับ ก่อนที่ท่านประธานจะให้มีการลงมติครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวกรรมาธิการชี้แจงก่อนดีไหมครับ หรือจะถามประเด็นเดียวกันครับ
เมื่อกี้ท่านประธานบอกว่า ให้ผมอภิปรายก่อน ผมขอไม่ยาวครับ
เชิญนั่งก่อนครับ ขอกรรมาธิการนะครับ ผมจะเป่ดโอกาสให้อภิปรายอีกสัก ๒ ท่าน แล้วท่านกรรมาธิการตอบรวดเดียวเลยครับ ก็อยากจะเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ครับ ผมเองมีความพยายามเร่งรัดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเราให้ผ่านวาระ ๓ ออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่หน้าที่หรืออํานาจของผมพึงจะมีได้ จะเห็นได้ว่าในการประท้วง แต่ละครั้งที่ผ่านมาผมพยายาม ไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรครับ อยากจะทําให้ข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี่ผ่านที่ประชุมออกไป เดิมตั้งใจว่า อยากจะให้ผ่านภายในวันพฤหัสบดีคือวันนี้ครับ แต่ดูแล้วคงไม่ประสบความสําเร็จ แต่อย่างไรก็ตามสําหรับข้อ ๘๒ ที่ผมเป่ดโอกาสให้พวกเราได้อภิปรายกันค่อนข้างมาก ใช้เวลาถึง ๘ ชั่วโมง ๗ ชั่วโมง เพราะว่ามันเปึนเรื่องสําคัญ อยากให้สมาชิกทุกฝ์ายไม่ว่า จะเปึนฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้าน กรรมาธิการได้ตรึกตรองถึงผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ที่จะได้รับด้วยความรอบคอบครับ เชิญคุณชินวรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสให้ผมได้อภิปรายในข้อบังคับ ข้อ ๘๒ ผมก็คงใช้เวลาไม่ยาว ท่านประธานครับ เพราะจริง ๆ แล้วด้วยความปรารถนาดี ผมได้หารือกับท่านประธาน ตอนเริ่มต้นไปแล้วว่าการพิจารณาในข้อบังคับ ข้อ ๘๒ นี้ ถ้าหากว่ายังติดเงื่อนไขอยู่ ๔ ประเด็นที่ผมกราบเรียนไปก็จะทําให้การลงมติวันนี้อาจจะไม่ประสบความสําเร็จ เหมือนท่านประธานว่า ท่านประธานก็คงจะมองออกนะครับ ผมขออนุญาตที่จะทบทวน ประเด็นที่ผมหารือไปแล้วนิดหนึ่งครับ ผมเรียนจริง ๆ ครับว่าด้วยความปรารถนาดี เพราะท่านประธานคณะกรรมาธิการกับผมนั้นเคยเปึนกรรมาธิการชุดเดียวกัน ท่านเปึนประธาน คณะกรรมาธิการติดตามนโยบายและงบประมาณ ผมเปึนรองประธานของท่านนะครับ ท่านก็คงจะรู้นิสัยใจคอว่าในการทํางานก็เหมือนท่านประธานว่า เราต่างคนก็ต่างรักษา หน้าที่เพื่อให้เปึนประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติบ้านเมืองครับ
ผมอยากจะกราบเรียนว่า เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงกรอบ อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ซึ่งมีคณะกรรมาธิการที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไปหมิ่นเหม่ต่อการขัดหรือแย้งกับอํานาจหน้าที่ขององค์กรอื่นตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ก็จะเปึนปัญหาที่สําคัญที่ผมกราบเรียนในเบื้องต้นและได้หารือเอาไว้
ข้อที่ ๒ คือข้อตกลงของกรรมาธิการในการประชุมตอนคณะกรรมาธิการยกร่าง ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้เปึนเรื่องใหม่ เปึนเรื่องที่ออกจากที่ประชุมแห่งนี้ ผมคนหนึ่งได้เปึน ผู้หารือว่าเราจะทําอย่างไรที่จะให้มีคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะได้ทําหน้าที่ในการที่จะรับเรื่อง ร้องเรียนต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนให้ได้อย่างรวดเร็ว ในวันนั้นประธานในขณะนั้นคือ ท่านประธานยงยุทธ ติยะไพรัช ก็รับว่าเราน่าที่จะไปหารือกันดําเนินการโดยข้อบังคับ พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยอนุโลม ซึ่งเปึนเรื่องที่น่ายินดีนะครับ ผมคิดว่าวันนี้ถ้าหากพวกเรา ทั้งหลายที่อยู่ในสภาแห่งนี้มีความเข้าใจตรงกัน แล้วก็ละ วางในส่วนที่จะไปมองถึง ผลประโยชน์ของแต่ละฝ์าย แต่มองผลประโยชน์ของการใช้อํานาจหน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ผมคิดว่าข้อตกลงที่เราได้ตกลงกันมันเปึนเครื่องยืนยันให้เห็น ถึงเจตนารมณ์ที่สําคัญ ผมหารือดังกล่าวนี้แต่เพื่อนกรรมาธิการได้ลุกขึ้นตอบว่า ขอให้ ดําเนินการไปตามข้อบังคับ ถ้าดําเนินการไปตามข้อบังคับก็คงเหมือนท่านประธานว่าก็คือ การลงมติวันนี้ ก็คงยากที่จะประสบความสําเร็จวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมาธิการเองไปเขียน ในข้อสังเกตเอาไว้ชัดเจน ท่านไปเขียนในข้อสังเกตเอาไว้ว่า ต่อไปนี้การลงมติใด ๆ ก็แล้วแต่ ขอให้ได้มีการตรวจสอบองค์ประชุมโดยการเสียบบัตร ผมคิดว่าวันนี้มันก็จะมีปัญหา ถ้าหากว่าพวกเรายังตกลงกันไม่ได้ แม้แต่เรื่องที่พวกผมพยายามนําข้อเสนอที่ประนีประนอม ก็คือว่าในกรณีที่มีการขอสงวนความเห็น ซึ่งผมก็แปลกใจนะครับ ก็เพิ่งเห็นคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ครับ แต่จริง ๆ แล้วกรรมาธิการส่วนใหญ่เมื่อขึ้นไปนั่งอยู่ข้างบนในฐานะกรรมาธิการ ตรงนั้นท่านจะต้องตอบและชี้แจงในฐานะที่เปึนกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่วันนี้แปลก คนที่ตอบไปหน้าก่อนนี้ก็พยายามที่จะชี้แจงในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมคิดว่า ถ้าจะเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็คงจะต้องมาพูดข้างล่างเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน นี่คือเปึนสิ่งที่ทําให้ชี้เจตนารมณ์อีกอย่างหนึ่งว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากทําไมไม่ยืนยัน ล่ะครับ ความคิดเห็นในระบอบประชาธิปไตย ท่านเปึนตัวแทน พวกผมเปึนตัวการ มอบให้ ท่านไปเปึนกรรมาธิการท่านต้องยืนยันในเหตุผลว่าทําไมท่านจึงใช้ ๓๒ คณะ โอเค ท่านเปลี่ยนไปเปึน ๓๑ คณะ ไปยุบรวมพวกผมรับได้ครับ แล้วแม้แต่วันนี้คนที่สงวนความเห็น พวกผมบอกว่าถ้าหากท่านไปเพิ่มอํานาจหน้าที่ก็ยังเปึนการประนีประนอมเพื่อที่จะสามารถรับได้ แต่ท่านก็ไม่ดําเนินการ และที่สําคัญสิ่งที่ท่านควรจะชี้แจงเพื่อประโยชน์และศักดิ์ศรีของสภานี้ ตามประเด็นที่ผมหารือท่านยังไม่ชี้แจง และท่านประธานคณะกรรมาธิการกรุณาชี้แจง จะดีครับ เพราะวันนี้มีข้อกล่าวหากันว่าที่ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่ยอม ไม่ยอมชี้แจง ตามเหตุผลของกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพราะมีรัฐมนตรีบางท่านไปดําเนินการว่าให้มี การตกลงเปลี่ยนแปลงกรรมาธิการใหม่ อย่าให้ประธานคณะกรรมาธิการเปึนฝ์ายค้าน ซึ่งผมว่า ถ้ามองอย่างนี้เปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ผมจึงเรียนหารือเปึนเบื้องต้นนะครับ แต่นี่เมื่อทาง กรรมาธิการไม่ยอม และกรรมาธิการเสียงข้างมากยังไม่ได้ตอบในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ผมก็คิดว่าเพื่อนสมาชิกในซีกฝ์ายค้านก็จําเปึนที่จะต้องรักษาประโยชน์ เพราะว่าเราไม่ต้องการเห็นร่างข้อบังคับฉบับนี้ออกไปโดยการหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ เราไม่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ จํานวนคณะกรรมาธิการ หรือว่าอํานาจหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการเพื่อสนองตอบต่อการที่จะให้เปึนการกระทํานอกเหนือจากอํานาจนิติบัญญัติ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าผมอยากจะกราบเรียนว่า ข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ และท่านหวังว่า การทํางานหลังจากผ่านคณะกรรมาธิการชุดนี้ ถ้าเปลี่ยนแปลงจํานวนคณะกรรมาธิการได้ เปลี่ยนแปลงกรรมาธิการได้ ข้อตกลงที่ตกลงกันไม่ใช่เปึนข้อยุติ ถ้าเปึนอย่างนั้นผมคิดว่า การทํางานร่วมกันในสภานี่คงไม่เรียบร้อยละครับ ผมเองก็เคยเปึนทั้งกรรมาธิการ ฝ์ายค้านและเปึนกรรมาธิการพรรคร่วมฝ์ายรัฐบาล เคยประชุมร่วมกันกับท่านประธาน ทุกสัปดาห์ในช่วงสมัยที่ผ่านมา ก็ได้พบความเปึนจริงสัจธรรมว่าเมื่อไรเรามีเสียงข้างมาก เราก็ต้องเคารพเสียงข้างมาก แต่ขณะเดียวกันผมคิดว่าในกลไกระบอบประชาธิปไตย เราก็ต้องเคารพเสียงข้างน้อยเช่นเดียวกันนะครับ คือปฏิบัติตามเสียงข้างมากแต่ต้องเคารพ เสียงข้างน้อยเช่นเดียวกัน แต่วันนี้เมื่อท่านคิดว่าการปกครองโดยเสียงข้างมากแล้วจะใช้ แบบวิธีการว่าถ้าหากพวกท่านต้องการว่ายังไม่สามารถสนองตอบต่อจํานวนคน หรือว่า บุคคลที่อยากเปึนประธานคณะกรรมาธิการ นอกเหนือจากหลักการผมคิดว่าพวกกระผม ก็ยอมไม่ได้ครับ อย่างน้อยก็มีหลายคณะกรรมาธิการที่ได้มีการแก้ไข แล้วผมคิดว่าก็จะมี ปัญหาในการทํางานในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมเปึนห่วงมากคือคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสภาในวันนี้ผมเคยพูดในที่ประชุมแห่งนี้ ท่านประธานเองก็เปึนมาหลายสมัยท่านก็เปึนคนที่มีหลักการในสภาแห่งนี้ทุกครั้ง ที่ท่านอภิปราย ผมคิดว่าท่านก็คงจะได้ยิน พวกผมได้เกิดความคิดกันว่าในบรรดา ส.ส. หลายท่านได้เกิดความคิดร่วมกันว่าเราจะทํางานอย่างไรให้ในสภานี้ได้ทํางานแล้ว มีประสิทธิภาพ คือสนองตอบต่อปัญหาประชาชน ไม่ใช่พูดแล้วผ่านเลย แต่ท่านก็เอา คณะกรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎรไปไว้รวมกับคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๆ ที่เราต้องการให้มติของสภาแห่งนี้มีผลบังคับใช้ออกไปแล้ว มีผลต่อการที่ฝ์ายบริหารต้องไปดําเนินงาน วันนี้หลายคนเกิดความรู้สึกว่าแม้แต่ข้อบังคับแค่นี้ ก็ยังไม่สามารถที่จะเสนอแนะให้กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ยอมรับความคิดเห็นและเพื่อ รวมความคิดเห็นดังกล่าวนั้นให้เกิดความสมานฉันท์สูงสุดนะครับ
อีกคณะกรรมาธิการหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานที่มีการแก้ไข คือ คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ ซึ่งตรงนี้แหละครับผมอยากจะ กราบเรียนว่า จริง ๆ แล้วเขียนไปแล้วอ่านมาจะเกิดความสับสนมากเลยท่านประธานครับ จะเกิดความสับสนมาก ผมเรียนว่ามีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการชายแดน ความมั่นคงแห่งรัฐ โดยเฉพาะปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านลองอ่านดูสิครับ เพียงแต่ ท่านไปเพิ่มอํานาจหน้าที่อย่างนี้ละครับ ผมคิดว่าถ้าเราเชิญอธิบดีมาสักคนหนึ่งท่านไม่ต้อง วิ่งกันทุกห้องหรือครับ ๓๒ ห้อง นึกภาพดูสิครับ แม้แต่สมัยที่ผ่านมาเพื่อนข้าราชการที่มาชี้แจง ที่สภาเขาบอก โอ้โฮ ถ้าตั้งญัตติอย่างนี้ไม่สามารถที่จะแบ่งอํานาจหน้าที่ชัดเจน วันหนึ่ง เขาจะต้องมอบผู้อํานวยการกองทุกผู้อํานวยการกองมาชี้แจง เพราะเขาไม่สามารถที่จะวิ่งทัน เพราะความมั่นคงของรัฐท่านก็ยังไปเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ท่านลองนึกภาพดูสิครับว่าถ้าอย่างนี้จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดไหม พออธิบดีไม่มา พวกเราซึ่งเปึนสภาแห่งนี้เราก็บอกว่าแม้แต่ข้าราชการระดับอธิบดีไม่ยอมมา ท่านประธาน ผมก็มาร้องเรียนบอกว่า คณะกรรมาธิการมีอํานาจในการเรียกบุคคลมาชี้แจง ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ว่าอธิบดีไม่ยอมมา ในท้ายที่สุดพวกผมก็กล่าวหาท่านว่า ฝ์ายบริหารไม่ยอมที่จะมอบอํานาจ ทั้ง ๆ ที่ทําหนังสือเชิญหัวหน้าส่วนราชการแล้ว ในข้อบังคับใหม่บอกว่า ให้เชิญไปทางรัฐมนตรีด้วยเพื่อจะได้ดําเนินการควบคุมกํากับ เพื่อมาชี้แจงคณะกรรมาธิการให้คณะกรรมาธิการนั้นได้ทําหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับพี่น้องประชาชน แต่ผมถามสิครับ ถ้าท่านเขียนอย่างนี้และมีคณะกรรมาธิการมากมาย อย่างนี้อธิบดีจะมาทันหรือครับ เขาก็ต้องมอบให้ผู้อํานวยการกอง บางเรื่องมอบให้ข้าราชการ ระดับ ซี ๕ ซี ๖ มาเลยครับทีนี้ เพราะว่าจะไปโทษเพื่อนข้าราชการไม่ได้ เพราะวันหนึ่ง มาวิ่งแต่ละห้อง ๆ ไม่ทัน นี่คือสิ่งที่จะเกิดปัญหาในอนาคตถ้าเขียนอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการเช่นนี้นะครับ
และที่สําคัญอีกคณะกรรมาธิการหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนคือ กรรมาธิการการศึกษา ผมนี่อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานเลยครับ จริง ๆ ผมเรียนว่า สภาของเรานั้นได้ให้ความสําคัญในเรื่องของคณะกรรมาธิการการศึกษานี่ค่อนข้างมาก เพื่อนสมาชิกในสภานี้ แม้แต่กรรมาธิการที่นั่งอยู่ข้างบนนั้นหลายท่านก็ให้ความสนใจ ในเรื่องนี้ แต่ผมคิดว่านี่เปึนครั้งแรกครับ ผมไม่แน่ใจว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากนี่จะไป ยอมรับให้มีการเขียนอํานาจหน้าที่ที่เพิ่มเติมจากภารกิจของการศึกษาออกไปได้อย่างไรครับ เช่น การส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย รวมทั้งแนวทางการปรับฐานการเรียนรู้ของประชาชน สู่โลกยุคโลกาภิวัตน์ ผมคิดว่าเขียนอย่างนี้ท่านเหมือนกับเขียนในแผนการศึกษาชาติเลย จริง ๆ อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการการศึกษานั้นผมว่ามีอํานาจหน้าที่ที่สําคัญ ในเรื่องของการจัดการศึกษา เพราะเราต้องยอมรับความเปึนจริงท่านประธานครับ วันนี้ อย่าว่าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นเลยครับ เปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา เช่น มาเลเซียที่มีปัจจัยนําเข้าในการจัดการศึกษาที่เท่า ๆ กันกับประเทศไทย วันนี้หลายประเทศ เขามองอนาคตของมาเลเซียว่าการศึกษาของเขาสามารถที่จะพัฒนาคนเพื่อนําไปสู่ การพัฒนาประเทศชาติในโลกในยุคอนาคตได้ แต่ประเทศไทยของเราท่านประธานครับ วันนี้เพียงแต่คณะกรรมาธิการการศึกษา คณะกรรมาธิการการศึกษายังไปเพิ่มภาระหน้าที่ ที่ไม่ใช่เปึนบทบาทโดยตรงครับ การส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตยนั้นควรจะไปอยู่ใน คณะกรรมาธิการชุดอื่น ควรจะไปอยู่ในคณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่องของการมีส่วนร่วม หรือว่าด้วยเรื่องของกิจการสภาผู้แทนราษฎร หรือว่าด้วยเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาฐานความรู้ อะไรที่เกี่ยวข้องกับการที่เราจะต้องไปดําเนินการ เพื่อที่จะให้ทุกภาคส่วนของสังคมนั้นมามีส่วนร่วมกับการศึกษา อย่างนี้เหล่านี้เปึนต้น ท่านประธานครับ ที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าไม่เช่นนั้นแล้วไม่สามารถ จะตกลงได้
ข้อสุดท้าย ไม่ใช่เปึนเรื่องสาระของเนื้อหาในข้อ ๘๒ แต่ผมอยากจะ เรียนถามท่านประธานด้วยความเคารพท่านประธานว่า วันนี้ท่านจะลงมติอย่างไรครับ ที่จะไปรวมเพื่อให้เปึนไปตามข้อเรียกร้องของฝ์ายที่สงวนความเห็น ท่านจะลงมติอย่างไรครับ ที่พ้นจากข้อกล่าวหาว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นได้ถูกเรียกร้องว่าให้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงคณะกรรมาธิการให้จํานวนมากขึ้นและเพื่อที่จะดําเนินการ ผมคิดว่า ถ้าท่านชี้แจง ๓-๔ ประเด็นที่ผมกราบเรียนไม่ได้นี่นะครับ แน่นอนที่สุดวันนี้ท่านทั้งหลาย ก็คงจะต้องรับผิดชอบในเรื่องของข้อบังคับนี้ที่จะมีปัญหาในอนาคต และที่สําคัญที่สุด เราหวังเช่นเดียวกันกับท่านประธานว่าต้องการให้ข้อบังคับได้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว พวกผม ไม่มีปัญหาครับ แม้จะไม่มีผลบังคับใช้ก็ต้องใช้ข้อบังคับตามป้ ๒๕๔๔ โดยอนุโลมอยู่แล้ว สัปดาห์นี้ถ้ายังไม่ผ่านผมต้องเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมาธิการโดยอนุโลมโดยข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ ไม่อย่างนั้นจะไม่เปึนไปตามข้อตกลง ผมจะไปทวงถามที่ท่านยงยุทธก็ทวงถาม ไม่ได้แล้ว ต้องทวงที่ท่านประธานนะครับ เพราะฉะนั้นขอขอบคุณครับท่าน
คุณสมควร โอบอ้อม แล้วก็ขอเปึนกรรมาธิการเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมควร โอบอ้อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๑ ตามที่ผมได้ดู แล้วก็ได้ฟังการพิจารณาข้อบังคับ หมวด ๔ กรรมาธิการ ข้อ ๘๒ นะครับ ผมเองก็ไม่เข้าใจ ในคณะกรรมาธิการที่ได้เพิ่มข้อความเกี่ยวกับ (๓๒) คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ข้อความก็มีอยู่ว่า คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมมีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณา สอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม อันนี้เปึนของ กรรมาธิการที่ยกร่างใช่ไหมครับ แต่กรรมาธิการในคณะนี้ก็มาเพิ่มคําว่า อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดย่อม ผมคิดว่าคํานี้มันก็น่าจะฟุ์มเฟ๋อย ผมคิดว่าอย่างนั้น เพราะในคําว่า คณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม ก็ยังมีคําว่า พัฒนาอุตสาหกรรม ตบท้าย ก็คือ รวมทั้งศึกษาผลกระทบอันเกิดจากอุตสาหกรรม ถ้าเผื่อจะใช้คําว่า อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดย่อม ก็น่าจะมีทั้งหัวข้อด้วยแล้วก็ลงท้ายด้วย ทีนี้ผมคิดว่า อย่างนี้ละครับไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทําไมต้องเพิ่มคํานี้ขึ้นมา เปึนข้อสังเกตครับ ก็ขอหารือ ประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคพลังประชาชน ในฐานะ กรรมาธิการครับ กระผมได้รับฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก มีข้อที่ผมคิดว่า อยากจะทําความเข้าใจกับท่านสมาชิกทั้งหลายนะครับ ในเรื่องข้อเปึนห่วงเรื่องหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ประเด็นหลักที่ท่านอภิปรายว่า อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการชุดนี้อาจจะมีปัญหา ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือมันจะขัดกับรัฐธรรมนูญ ข้อวิตกเรื่องนี้คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณากันอยู่หลายรอบ ได้มีความพยายามที่จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในการยกร่าง รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะผู้แทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกามาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ก่อนที่จะ ตัดสินใจกันอย่างไรต่อไปนะครับ รวมทั้งได้ศึกษารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ แล้ว ท่านประธานครับ ในคณะกรรมาธิการชุดนี้มันมีอยู่หลายองค์กรที่เรารวมเข้ามาว่าควรจะให้สภาได้พิจารณาด้วย ก็คือ ๑. องค์กรตามรัฐธรรมนูญ คือถ้าไปดูในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เปึนครั้งแรกที่มีการแยก องค์กรตามรัฐธรรมนูญออกมา ความจริงคําว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญ มันเปึนความก้าวหน้า ทางวิชาการที่เพิ่งมีการบัญญัติขึ้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพิ่งจะนําเข้ามาในประเทศไทย เมื่อไม่นานมานี้นะครับ เพราะฉะนั้นการตกผลึกทางวิชาการก็ดูเหมือนจะยังมีความสับสนอยู่ เราเคยเรียกที่เคยได้ยินว่าเปึนองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีการให้อํานาจหน้าที่ แก่องค์กรเหล่านี้ จนกระทั่งหลายครั้งพวกเราก็ถามกันเองว่า ทําไมจึงให้อํานาจหน้าที่ แก่องค์กรเหล่านี้มาก มากจนกระทั่งวันหนึ่งไม่มีใครตรวจสอบได้ แล้วเขาก็บอกว่าเขาเปึน องค์กรอิสระ ท่านจําได้ไหมครับว่า กกต. เองก็มีความเห็นว่าเขาไม่อยู่ภายใต้การตรวจสอบ ของศาลปกครอง แต่ศาลปกครองเองก็บอกว่าศาลปกครองก็มีอํานาจที่จะตรวจสอบ ในเรื่องที่เปึนคําสั่งทางปกครองของ กกต. ได้ แล้วในที่สุดก็นําเรื่องนี้ไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญและคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่อง อํานาจของ กกต. ในทางวิชาการวันนี้พวกผมที่สอนกฎหมายอยู่นี้ก็ยังถกเถียงกันอยู่ว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมันถูกต้องเพียงใด อันนี้ก็เปึนความก้าวหน้าในทางวิชาการ แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราแยกเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญ แล้วจะมาแยกเปึน ๒ พวกคือ พวกแรกเรียกว่า องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และพวกที่สองคือ องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ พอเริ่มหัวข้ออย่างนี้ในรัฐธรรมนูญก็เกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว ผมย้อนถามไปยังผู้ที่ร่างว่า ถ้าอย่างนั้นคณะรัฐมนตรีก็ดี สภาก็ดี ศาลก็ดีเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ มันเปึน ปัญหาครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านแยกออกมาอย่างนี้นะครับ และแยกเปึน ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเปึนองค์กรอิสระ ส่วนกลุ่มที่สองเปึนองค์กรอื่น องค์กรอื่นไม่อิสระใช่ไหม แล้วคําว่า อิสระ คืออะไร นี่เปึนความสับสนในทางวิชาการที่ควรจะต้องศึกษากันต่อไปเพื่อให้เกิด ความชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นในชั้นของคณะกรรมาธิการจึงเห็นว่ามันมีองค์กรอื่น เช่น องค์กรอัยการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็เปึนองค์กรอื่น แม้กระทั่งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งก็ได้แก่ กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ป.ป.ช. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ ทุกองค์กรเหล่านี้ยังคงมีหน้าที่ต้องเสนอ รายงานประจําป้ต่อรัฐสภาอยู่ เพราะเขาก็รับงบประมาณไปจากประเทศ ฉะนั้นเมื่อเขา ได้งบประมาณไปก็จะต้องส่งรายงานต่อสภาอยู่ สภาก็มีหน้าที่ตรวจสอบได้ในส่วนที่เปึน อํานาจหน้าที่ของสภาก็ไม่แปลกครับ ถ้าอย่างนั้นเมื่อสภาสามารถที่จะตรวจสอบการทํางาน ขององค์กรเหล่านี้ตามรายงานที่เขาเสนอมาได้ เมื่อเราตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ทําไม จึงจะให้คณะกรรมาธิการซึ่งเปึนผู้แทนของสภานี้ไม่สามารถที่จะเข้าไปทําหน้าที่สอบถาม ตรวจสอบดูการทํางานขององค์กรเหล่านี้ที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ถ้าย้อนกลับไปดูมาตรา ๑๓๕ อ่านกันให้ชัด ๆ ในวรรคสองที่บอกว่า คณะกรรมาธิการ ตามวรรคหนึ่งคือ คณะกรรมาธิการของสภานี่นะครับ มีอํานาจออกคําสั่งเรียกเอกสารจาก บุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทํา หรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษานั้นอยู่ได้ และให้คําสั่งเรียกดังกล่าวมีผลบังคับ ตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่คําสั่งเรียกเช่นว่านั้นมิให้ใช้บังคับกับผู้พิพากษาหรือตุลาการ ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามอํานาจหน้าที่ในกระบวนวิธีพิจารณาพิพากษาอรรถคดี ก็แปลว่า เรียกผู้พิพากษามาถามว่าทําไมจึงตัดสินอย่างนี้ ทําไมตัดสินอย่างนั้นไม่ได้ หรือด้วย การพนักงานบุคคลของแต่ละศาลทําไมจึงโยกย้าย เลื่อนขั้นคนนี้ อันนี้เรียกไม่ได้ ห้ามอยู่ แค่นี้ครับ เรื่องอื่นได้ไหม ได้สิ เพราะอย่างน้อยศาลเอง องค์กรเหล่านี้เองก็ยังรับงบประมาณ ไปจากประเทศอยู่ แล้วใครจะตรวจสอบ ถ้าไม่ใช่รัฐสภาเปึนผู้ตรวจสอบ ต่อไปนะครับ และมิให้ใช้บังคับกับผู้ตรวจการแผ่นดินหรือกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการก็ดูคํานี้หลายครั้ง ห้ามเฉพาะกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และห้ามเฉพาะในประเด็นไหนครับ ที่ปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่โดยตรงในแต่ละองค์กร ตามรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี ก็แปลว่า ๑. ผู้ตรวจการแผ่นดินนี่เรียกท่านมาสอบสวนไม่ได้ในเรื่องที่ท่าน ทําหน้าที่โดยตรง คําว่า โดยตรง คืออะไร ก็คงต้องไปดูในกฎหมายฉบับนั้น ผมไม่แน่ใจว่า จะมีการปฏิบัติโดยทางอ้อมหรือไม่ ก็ต้องไปดูหน้าที่ของแต่ละองค์กรนะครับ รวมทั้งกรรมการ ในองค์กรอิสระก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในหน้าที่ของคณะกรรมาธิการนี่นะครับ นอกจากจะมีองค์กรอิสระแล้วยังมีองค์กรอื่นอีกด้วย เพราะฉะนั้นในการทําหน้าที่ ที่คณะกรรมาธิการได้ยกร่างขึ้นมาบอกว่า ให้ทําหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับองค์กรเหล่านี้ แน่นอนครับ เมื่อถึงคราวปฏิบัติจริง คณะกรรมาธิการ ก็ต้องระมัดระวังว่าไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรานี้นะ ถ้ามันไม่เข้าข่ายของรัฐธรรมนูญ ที่ห้ามไว้อย่างนี้ ในเรื่องอื่นนั้นก็สามารถที่จะทําได้ ผมจึงเห็นว่าการบัญญัติหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่น่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณนิสิต สินธุไพร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะเปึนกรรมาธิการนะครับ ก็กราบเรียนต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ยืนยันว่าเราเองเสนอ ๓๒ คณะ อันนี้ชัดเจนนะครับ ประเด็นที่ ๒ ก็กราบเรียนว่า ในส่วนที่มี การแปรญัตติในคณะกรรมาธิการแล้วก็ในที่ประชุมซึ่งก็มีการแปรญัตติหลายประเด็น ๑. มีการแปรญัตติ ตัดข้อความบางส่วน บางข้อความซึ่งที่ประชุมก็ทราบกันแล้ว ๒. มีการปรับปรุงหน้าที่ ภารกิจของคณะกรรมาธิการ และ ๓. มีการแปรญัตติในเรื่องของชื่อคณะกรรมาธิการ ซึ่งในส่วนที่เปึนรายชื่อของคณะกรรมาธิการที่ว่ามีการแปรญัตติในที่ประชุมก็มีอยู่ ๔-๕ ท่าน ซึ่งที่ประชุมจะต้องมีลงมติเพิ่มเติมที่กรรมาธิการได้ยืนยัน ๓๒ คณะ ก็มีคณะกรรมาธิการ แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ คณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม คณะกรรมาธิการ กิจการชายแดนไทย คณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเล แล้วก็ของคุณสถาพร มณีรัตน์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม มีการแปรญัตติวรรคหนึ่ง แล้วก็เพิ่ม (๓๓) (๓๔) (๓๕) อันนี้คือข้อความที่ต้องมีการลงมติกันในอนาคต ซึ่งก็ให้ประธานสภาดําเนินการลงมตินะครับ ทีนี้ประเด็นที่ท่านสมาชิกได้ถามในเรื่องการเพิ่มหน้าที่และภารกิจ บางคณะกรรมาธิการ เกิดความสับสน อย่างเช่น คณะกรรมาธิการการศึกษาซึ่งมีการเพิ่มอํานาจหน้าที่ ในการปฏิบัติงานของคณะกรรมาธิการได้เพิ่มข้อความว่า การส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย รวมทั้งแนวทางการปรับฐานการเรียนรู้ของประชาชนสู่โลกยุคโลกาภิวัตน์ จึงขอกราบเรียน ท่านประธานว่า ข้อความดังกล่าวนี้คณะกรรมาธิการเองมีการหารือกันอย่างกว้างขวางว่า สมควรที่จะมีการเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อขยายบทบาทของคณะกรรมาธิการในการส่งเสริม กํากับเรื่องของประชาธิปไตย ซึ่งครั้งหนึ่งก็มีการอภิปรายในที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่า ระบบโรงเรียน สถาบันการเรียนรู้ต่าง ๆ มีการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ต่อมา ก็ปรากฏว่าเรื่องดังกล่าวก็หย่อนยานไป น่าที่จะมีการส่งเสริมระบบประชาธิปไตย ส่งเสริม วัฒนธรรมประชาธิปไตยในโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษาอย่างจริงจัง อันนี้ก็เปึนหน้าที่ กรรมาธิการต้องไปติดตามกํากับรายงานต่อสภาให้ได้ทราบต่อไป ประเด็นที่ ๒ เรื่องการปรับฐานการเรียนรู้ของประชาชนสู่โลกยุคโลกาภิวัตน์ ต้องยอมรับเบื้องต้นว่า กระบวนการเรียนรู้ทางการศึกษาขณะนี้มีความกว้างขวางแล้วก็ลึกมาก โดยเฉพาะสื่อ การเรียนรู้ที่ทันสมัยแล้วก็สื่อการเรียนการสอนที่มีความก้าวหน้า ดังนั้นการจัดการ เรื่องการเรียนรู้ยุคโลกาภิวัตน์มีความจําเปึนและสําคัญ เพราะขณะนี้การเรียน การสอน ในระบบโรงเรียนหรือนอกระบบโรงเรียนก็ดีมีปัญหาเรื่องสื่อการเรียน การสอนที่มีความทันสมัย อย่างมาก ก็เปึนปัญหาที่จะต้องมีการเพิ่มเติมเพื่อให้กรรมาธิการได้ศึกษาเรียนรู้แล้วก็กํากับ ติดตามรายงานสภาและรัฐบาลต่อไป ก็ขอกราบเรียนว่า เปึนเจตจํานงของคณะกรรมาธิการ ที่มีความตั้งใจที่จะให้มีการขยายบทบาทภารกิจให้คณะกรรมาธิการได้ทําหน้าที่เพิ่มเติมขึ้น นอกจากที่เปึนหน้าที่เดิมที่คณะกรรมาธิการมีอยู่ตามร่างเดิม ขอขอบคุณครับ
นายแพทย์ประสงค์ บูรณพงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการนะครับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่า ท่านที่เคารพทั้งหลาย ที่อภิปรายมา มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเจตนาซึ่งก็บอกว่าทางของผมก็ต้องจดจํา ใส่ใจตรวจสอบ ผมขอรับท่านนะครับ เราจะทําอย่างดีที่สุด โดยมีเหตุผลว่า อํานาจนิติบัญญัติ ควรจะเปึนสิ่งที่สูงสุด มีประโยชน์สูงสุด อันนี้เราตั้งเปัาไว้อย่างนี้ครับ และเราก็ดําเนินการ ตามกฎเกณฑ์ ข้อบังคับที่วางไว้ทุกประการ เพื่อให้เกิดผลที่ดีที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้น แนวคิดของคณะกรรมาธิการที่ทําออกมา แล้วก็มีการอภิปรายทั้ง ๒ ฝ์ายเรารับฟังครับ แต่แน่นอนการรับฟังจะเชื่อฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งก็คงจะไม่ได้ ก็เอาเหตุผลที่ดีที่สุดมาพิจารณา มารับหรือไม่รับ ไม่ใช่คณะกรรมาธิการเท่านั้น ก็มาตัดสิน โดยทางสภาใหญ่ที่นี่ เพราะฉะนั้นกระผมก็กราบเรียนว่า เราทําโดยเจตนาอันบริสุทธิ์ ที่ตรงไปตรงมานะครับ ไม่มีสิ่งซ่อนเร้นทั้งหลาย ไม่มีใครมาบอกว่าจะต้องมีอย่างโน้นอย่างนี้ กี่คณะ เราเตรียมกันมาตั้งแต่ยกร่างแล้วนะครับว่าจะต้องเอาสิ่งที่เปึนประโยชน์ ไม่ว่าจะเปึน คณะที่เพิ่มขึ้นมา คณะตรวจสอบองค์กรอิสระหรืออะไรก็ตาม หรือคณะที่จะเพิ่มใหม่ แล้วเรา ใช้โดยข้อบังคับนี่แหละ บางครั้งมีข้อถกเถียง เราถือว่าโหวตกันครับ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านที่เคารพทั้งหลายว่า ๓๒ คณะเกิดจากการโหวต โหวตแล้วทางฝ์ายที่เห็นด้วยว่าจะต้อง มากกว่า ๓๒ คณะ ทางฝ์ายที่ว่าเห็นด้วย ๓๒ คณะเปึนฝ์ายชนะ เมื่อเปึนฝ์ายชนะแล้ว มันก็เปึนอุดรู เมื่ออุดรูแล้วที่บอกว่าจะเพิ่มโน่นเพิ่มนี่ก็เพิ่มไม่ได้ จึงมีการคลุกเคล้าเกิดเพิ่มขึ้น มาใหม่ นี่การเพิ่มมาใหม่ก็เปึนกฎเกณฑ์ธรรมดา กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เมื่อเขาจะเพิ่ม มาใหม่ เพราะว่าเสียงส่วนใหญ่เดิมทีเขาอยากจะให้มันมีหลาย ๆ คณะ ไม่ใช่ว่าให้มันมีแค่ ๓๒ คณะหรอก พอเราเป่ดโอกาสให้กรรมาธิการหลายท่าน แม้กระทั่งผู้แปรญัตติ สิ่งใด ที่เปึนประโยชน์ต่อสภา ต่อฝ์ายนิติบัญญัติก็ทํากัน เพราะฉะนั้นผลออกมาอย่างนี้ว่า มันมีแล้ว ๓๒ คณะที่ร่างขึ้นมาให้สภาพิจารณา มีผู้แปรญัตติมาอีกหลายอย่าง ซึ่งหลาย ๆ ท่านก็บอกว่ามันยุ่งยากเหลือเกิน มีแปรญัตติมากเหลือเกิน ผมเชื่อในมันสมองของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เชื่อในมันสมองนักการเมือง เหตุการณ์ของกฎหมายก็ผ่านอย่างนี้มา เพราะว่าหลายสมัยแล้ว บางฉบับก็ยุ่งยากมากแต่เรามีกฎ มีข้อบังคับ เมื่อวาระที่ ๑ ผ่าน มันก็มาวาระที่ ๒ วาระที่ ๒ เมื่อตกลงกันไม่ได้ พูดกันมาก ยาวแล้ว มีเหตุผลมากมายแล้ว ก็มาช่วยกันตัดสินโดยการลงคะแนนโดยการโหวต สิ่งใดที่สภาใหญ่เห็นว่าสมควร ยกตัวอย่างว่า เรามาโหวตว่าจะเอาตามกรรมาธิการหรือไม่ หรือจะเอาตามเสียงของผู้แปรญัตติมันก็ได้ผลแล้ว จากเสียงผู้แปรญัตติ ผู้สงวนว่าจะเอาข้อไหนมันก็ได้ผลออกมา ผมก็ว่ามันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย ถ้าเดินตามกฎเกณฑ์ของมัน ก็มีหลายท่านที่กลัวว่ามันจะผิดรัฐธรรมนูญคือคณะกรรมาธิการ ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ก็ได้พูดไปแล้ว แต่ก็เปึนสิทธิครับ เปึนสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะดําเนินการต่อไป นี่เปึนเรื่องธรรมดาของทางการปกครองแบบประชาธิปไตย อย่างนั้น ผมกราบเรียนยืนยันอีกครั้งว่า การพิจารณาข้อบังคับอันนี้ไม่มีอะไรแฝงเร้น ไม่มีการอาฆาตมาดร้าย ถ้าพูดถึงองค์กรอิสระ ในคณะกรรมาธิการของเรามีทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ในที่ประชุม ไม่มีใครพูดเลยถึงความอาฆาตมาดร้ายว่าองค์กรนี้มันแกล้งฉัน ฉันจะต้องไม่มีครับ แต่นี่ไปพูดตามร้านอาหารหรือในห้องอาหารเราไม่รับฟัง มันเปึนเรื่องที่พูดจริงหรือไม่จริง ก็ไม่รู้ หรือมาแต่งกันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราเอาเฉพาะในที่ห้องประชุมเท่านั้นครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอสรุปว่าเราพิจารณาโดยเหตุผลที่ถูกต้อง แล้วก็มาตัดสิน โดยสภาใหญ่ แล้วก็จะต้องตัดสินไปโดยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป คงจะเปึนผลสําเร็จครับ ซึ่งถ้าวันนี้มันช้าก็ต้องให้ตกผลึกให้ได้ไม่มีปัญหาหรอกครับ ก็คงจะเข้าใจกันต่อไปแล้วก็ได้ข้อสรุปในที่สุดครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณหมอชลน่านรวบรัดด้วยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ท่านประธานครับ กระผมมีเรื่องที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและ คณะกรรมาธิการอยู่นิดเดียว ในร่างข้อบังคับ ข้อ ๘๒ (๒๑) เรื่องของคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งคณะกรรมาธิการ ได้ไปทําการแก้ไข และสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายให้ความเห็นไปในเชิงที่ไม่เห็นพ้องกับ ทางกรรมาธิการ แล้วท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ได้กรุณาแก้ไขในคราวที่มีการรับฟัง ความคิดเห็นจากสมาชิกแล้ว ผมเองเห็นพ้องกับท่านประธานในการแก้ไขนั้น แต่อยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า ผมเกรงว่าการแก้ไข กลับไปสู่ร่างเดิมในบางข้อความซึ่งผมขออนุญาตที่จะอ่านให้ท่านประธานได้รับฟัง มันจะไปซ้ําซ้อนกับอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่เราตั้งขึ้นมาใหม่ในร่างใหม่คือ ข้อบังคับ ข้อ ๘๒ (๑) คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ผมขออนุญาตอ่านใน (๒๑) ในประเด็นที่ผมติดใจว่ามันจะซ้ําซ้อน อย่างอื่นผมไม่ติดใจนะครับ ที่ท่านประธานแก้ไขก็คือว่าแก้ไขกลับไปเปึนร่างเดิม คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน การมีส่วนร่วมของประชาชน การส่งเสริมและเผยแพร่การเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ขีดเส้นใต้นะครับ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ข้อความตรงนี้ผมติดใจ ต่อไปผมจะไม่อ่าน ฝากท่านประธาน ไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาสักนิดหนึ่งว่า การเขียนอย่างนี้มันจะมี อํานาจหน้าที่ไปซ้ําซ้อนกับคณะกรรมาธิการชุดที่ ๑ หรือไม่ เพราะถ้ามันซ้ําซ้อนกัน ในภาระหน้าที่แล้วผมคิดว่าการทํางานของคณะกรรมาธิการจะมีปัญหา ถ้าท่านประธานคิดว่า ไม่ซ้ําซ้อนผมเองก็ยอมรับ แต่ถ้าคิดว่าซ้ําซ้อนก็น่าจะแก้ไขก่อนที่เราจะมีการลงคะแนน กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านหมอประสงค์ครับ
ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ คือในเรื่องของ (๒๑) เราได้ไปปรับปรุงซึ่งก็คงจะแถลงทีหลัง พอท่านกรรมาธิการได้กล่าวขึ้นมาก่อนก็อยากจะเรียนให้ท่านทราบอย่างนี้นะครับ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนา การเมือง การสื่อสารมวลชน การมีส่วนร่วมของประชาชน การส่งเสริมและเผยแพร่การเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข วิถีคิดและวิถีปฏิบัติ ที่เปึนประชาธิปไตย รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ส่งเสริมการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน เสรีภาพและความรับผิดชอบ ในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน การคุ้มครองผู้เสียหายจากการเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ทางการเมืองและการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐทุกระดับ ท่านจะเพิ่มตรงรัฐธรรมนูญ แล้วมีกฎหมายอื่นใดอีกใช่ไหมครับ หรือว่าเหมาะสมแล้ว
เชิญหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ถ้าเปึนข้อความที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้กรุณาอ่านให้ฟังรอบใหม่ผมไม่ติดใจเลยครับ เพราะผมติดใจในประเด็นที่ท่านอ่าน รอบแรกสุดที่ผมนั่งฟังอยู่ มันมีคําว่า ตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยครับ เพราะว่าตรงนี้เองผมก็ติดใจว่าถ้ามีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องมันก็จะไปซ้ําซ้อนกับคณะกรรมาธิการ ชุดที่ ๑ คือ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ถ้าท่านประธาน ยืนยันที่ท่านประธานอ่านครั้งหลังสุดผมเห็นด้วยครับ กราบขอบคุณครับ
เอาเปึนว่าคุณหมอชลน่านไม่ติดใจในประเด็นนี้แล้วนะครับ ท่านสมาชิกทั้งหลายครับ ผมในฐานะที่มาทําหน้าที่เปึนตัวแทนของพวกเราตรงนี้อยากจะให้ข้อสังเกตไว้เรื่องหนึ่ง ครับว่า ปกติแล้วข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้นถือว่าเปึนเอกสารประวัติศาสตร์ เปึนข้อบังคับที่ผ่านการเขียนหรือกลั่นกรองจากบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ที่ผ่านมานั้นข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ในเรื่องประเด็นที่สําคัญ มักจะได้รับความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้เปึนเอกฉันท์ แต่ดูเสมือนว่าข้อบังคับในการประชุม สภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้เรายังมีความแตกต่างทางความคิดในประเด็นสําคัญค่อนข้างมาก ผมก็ขอฝากเปึนข้อสังเกตครับ แล้วก็ต้องขอความกรุณาท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิปฝ์ายรัฐบาล วิปฝ์ายค้าน ท่านลองใช้ความพยายามอีกครั้งหนึ่งครับ ทําอย่างไร ความแตกต่างทางความคิดเห็นที่เราคิดว่าเปึนเรื่องธรรมดามันถึงจะลดน้อยลงไปได้ และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้จะผ่านสภาอีกครั้งหนึ่งด้วยคะแนน เปึนเอกฉันท์ ผมอยากเห็นตรงนี้ เราได้อภิปรายกันมาพอสมควร ถือว่าจบการอภิปราย ในข้อ ๘๒ ขอเลื่อนการลงมติไว้ในวันหน้า ป่ดการประชุมครับ