สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๑

จุตพร พรหมพันธุ์ กล่าวหาว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้มีความไม่เหมาะสมในการกำหนดอํานาจหน้าที่และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของคณะกรรมาธิการ

นายจุตพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในข้อ ๘๒ ผมก็ติดใจ เหมือนกับท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายก่อนหน้ากระผม นั่นก็คือ (๒๑) คณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การมาเพิ่ม การสื่อสารมวลชน นั้น ผมเห็นด้วย และการมีส่วนร่วม ของประชาชน โดยชื่อของคณะกรรมาธิการ เอาการพัฒนาการเมือง เอาสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ดูเสมือนว่าจะมีความสวยงาม แต่ทว่าคณะกรรมาธิการเองไปยําถ้อยคํา จนเกิดความเสียหาย ผมเชื่อว่าสิ่งที่สมาชิกได้อภิปรายเรื่องการตัดถ้อยคํานั้นเปึนเรื่องละเอียดอ่อน ที่คณะกรรมาธิการไม่ควรจะมองข้าม คณะกรรมาธิการชุดนี้เดิมบอกว่า มีอํานาจหน้าที่ กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาการเมือง เพิ่ม การสื่อสารมวลชน การมีส่วนร่วมของประชาชน การส่งเสริม และที่ตัดไปคือ การเผยแพร่การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเปึนรูปธรรมอย่างมากที่สุด ท่านเอารูปธรรม จุดยืน วิญญาณของการเผยแพร่ระบอบประชาธิปไตยออก แล้วมาใส่ สิ่งที่เปึนนามธรรมแทนคือ วิถีคิดและวิถีปฏิบัติที่เปึนประชาธิปไตย แล้วก็ไปตัดถ้อยคํา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข รวมทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการบังคับ รัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพ ผมเองเห็นว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ทําให้เนื้อหาสาระของ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของ ประชาชนสูญเสียกันไปเลย เพราะท่านเอาหัวใจที่สําคัญคือ การเผยแพร่การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขออก เมื่อท่านเปลี่ยนถ้อยคํา เปลี่ยนวัตถุประสงค์ เปลี่ยนจิตวิญญาณ พอใส่วิถีคิดและวิถีปฏิบัติที่เปึนประชาธิปไตย และไปตัดสิ่งที่มันเปึนละเอียดอ่อน ถ้อยคําอย่างนี้ใครก็ไม่ต้องการให้ไปเห็น เพราะไปเห็น ถูกหยิบยกก็ถูกขยายความ สร้างความเสียหาย แต่ว่าสิ่งที่สําคัญพอ ๆ กันก็คือว่า ภาระหน้าที่มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับท่านประธาน สิ่งที่ดีอยู่แล้ว เช่นว่า รวมทั้ง ปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการบังคับรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการชุดนี้ก็ไปตัดออก นี่คือหัวใจ จิตวิญญาณของปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ สิ่งที่ เราประชุมเรื่องอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ จะเอา ๓๒ คณะตามสัดส่วนของ ร่างกายที่ว่าต้องมีอาการครบสามสิบสองถูกล็อกอะไรก็แล้วแต่ แต่เราเห็นว่าอํานาจ หน้าที่ถ้าเราซอยกันจริง ๆ นั้น ภาระหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมันมีน้อย อยู่แล้ว แล้วมันก็มีแค่ช่องทางไม่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการก็ในที่ประชุมใหญ่มันมี เหลืออยู่น้อยเท่านี้อยู่แล้ว วันนี้กําลังหาเรื่องไปจํากัดสิทธิตัวเองซึ่งมีน้อยอยู่แล้วเข้าไป เสียอีก ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่าอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่จะพูดเรื่องปัญหาอุปสรรคกับการใช้บังคับของกฎหมายรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เราพูดวันนี้ ที่อภิปรายกันมีการแสดงความคิดเห็นที่เกิดความคิดแตกต่างกันนั้นหัวใจหลักคือ กฎหมายรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการชุดนี้เอาปัญหาอุปสรรคการใช้รัฐธรรมนูญออกไป แต่ใส่คําว่า พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ขึ้นมาแทน ผมไม่ใช่คนประหลาดบอกว่า รัฐธรรมนูญ ที่ร่างโดยคณะรัฐประหารเปึนผู้มีพระคุณให้เข้ามาเปึนนักการเมืองได้ แต่ผมกําลัง อธิบายความกับท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญชุดนี้มันมีอุปสรรค มันมีปัญหาเพราะที่มา ไม่ได้มาจากกระบวนการที่เปึนประชาธิปไตย วันนี้พอเรามาจากการเลือกตั้ง ตัดเรื่อง การเผยแพร่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขออก ตัดปัญหา เรื่องอุปสรรคการใช้รัฐธรรมนูญออก แล้วใส่มาให้พิทักษ์รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการแทน ผมว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ประหลาดพอสมควร ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อมา ก็คือว่า การเพิ่มบอกว่า พิทักษ์รัฐธรรมนูญ นี่แปลความว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้จะมา ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือเปล่า เพราะมีหน้าที่จะต้องไปกอดรัดรัฐธรรมนูญเอาไว้ เพราะรัฐธรรมนูญนี้สามารถแก้ไขได้ตามที่รัฐธรรมนูญที่เราไม่ชอบนี่ละครับ โดยผม ไม่ชอบให้อํานาจตามมาตรา ๒๙๑ แปลความว่า ใครไปแก้ไขรัฐธรรมนูญมันไม่พิทักษ์ รัฐธรรมนูญหรือเปล่า ผมว่าใส่ถ้อยคําอันนี้เปลี่ยนแปลงนี่เสียหายมาก ท่านประธาน ที่เคารพ ประเด็นต่อมาก็คือว่า การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนดี แต่ไปตัด ชุมชน มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง การเพิ่มคําว่า เสรีภาพและความรับผิดชอบ แต่ไปตัด การมีส่วนร่วมการตัดสินใจทางการเมืองของประชาชน ออก ผมบอกว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้คิดบนสมมุติฐานอะไร แล้วประชาชนเขาจะมีส่วนร่วมอย่างไร หรือหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนแปลความกันว่า รัฐ ไม่ว่าใครจะมาเปึนรัฐก็ตาม การมีส่วนร่วมของประชาชนหมายความว่า อยากให้ประชาชนร่วมในส่วนไหน นั่นก็คือว่า การมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการคิด ในการทํา ในการวางแผน ผมบอกว่าระบอบประชาธิปไตยที่มันเสียหายวันนี้เพราะประชาชน ขาดการมีส่วนร่วม แต่พอตั้งคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมก็ไปตัดเรื่องชุมชนจะมี ส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองออก นี่เปึนเรื่องประหลาดที่สุดครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ตลอดจนการเพิ่มการแสดงความคิดเห็นของบุคคล สื่อมวลชน ตลอดจน คุ้มครองผู้เสียหาย เผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารไม่มีปัญหาที่เพิ่มมา แต่ปรากฏว่าไปตัด การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐทุกระดับ ใครจะมาเปึนรัฐบาลไม่สําคัญครับท่านประธาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะไปคิดตัด การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐทุกระดับไม่ได้ คนที่เปึนฝ์ายค้านวันนี้วันหนึ่งก็กลับมาเปึนรัฐบาล รัฐบาลวันหนึ่งอาจจะกลับไปเปึนฝ์ายค้าน นี่เปึนการเมืองโดยปกติของระบอบประชาธิปไตย แต่หมายความว่าการถ่วงดุลกันดีที่สุดนั่นคือการตรวจสอบ ผมยังเห็นดีเห็นงามกับคณะกรรมาธิการ ที่ใส่คําว่า วัฒนธรรมประชาธิปไตย วัฒนธรรมประชาธิปไตย ส่งเสริมประชาธิปไตย นี่เปึนความสวยงามของคณะกรรมาธิการ แต่ก็ไปตัดในสิ่งที่มันเปึนสาระสําคัญ ประเด็นต่อมา ก็คือ การคุ้มครองผู้เสียหายจากการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ผมเองเห็นด้วยครับท่านประธาน เห็นด้วยเพราะว่าไม่ว่าใครจะอยู่ฐานะไหนก็ตาม เพราะว่าใครพูดอะไรจะต้องมีความรับผิดชอบ มีการพูดแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมสภาแห่งนี้ เรื่องการจัดรายการโทรทัศน์ มีอยู่ครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพ ผู้จัดรายการโทรทัศน์คนหนึ่งพูดถึงคนที่เขาต่อสู้ทางการเมืองคนหนึ่ง แต่บังเอิญว่าเขานั่งจัดรายการโทรทัศน์ด้วย และไปบอกเบอร์โทรศัพท์ให้ประชาชนคนนิยม ชมชอบของตัวเองโทรศัพท์ไปที่บ้านเขา ก็คนโทรศัพท์จนกระทั่งจะต้องไปป่ดสาย ผมถามว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างนี้ดูว่าเหมือนไม่มีอะไร แต่ว่าการใช้สิ่งที่ตัวเองทําโดยไม่ต้อง รับผิดชอบนั้นเปึนความเสียหาย แล้ววันนี้ก็มาเดินท่องเล่นอยู่ในสภาแล้วสื่อที่ว่าคนนั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่าวันนี้คณะกรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องนี้ควรจะทบทวน ใน (๒๑) เพราะเปึนเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนที่สุด เมื่อท่านเขียนเรื่องระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แปลความว่า ท่านไม่มีสิทธิที่จะตัดเลยเพราะมันเปึน เรื่องที่ละเอียดอ่อน แต่ว่าตัดข้อความนี้เกิดความเสียหายไม่พอ แต่ดันไปตัดอํานาจหน้าที่ และไปใส่สิ่งที่เปึนนามธรรมเข้ามาแทน ท่านประธานที่เคารพ วิถีคิด วิถีปฏิบัติมันอธิบายความ ไม่ได้ แตะตรงไหนก็เปึนนามธรรม ผมจึงฝากบอกท่านประธานไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการว่าถ้ามีเวลาปรับเถอะครับ การใช้อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการจะเพิ่มอีกกี่คณะที่มันเปึนประโยชน์กับประเทศนี้ อย่าเอา ๓๒ คณะ บอกว่ามนุษย์มีอาการครบสามสิบสองเปึนตัวตั้งและตัดสินกัน พิจารณากันไปอย่างนั้น แต่ผมอยากจะบอกกับท่านประธานว่า อะไรที่เปึนความจําเปึน อะไรที่เปึนความจําเปึนสําหรับ ประเทศนี้ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งเขาให้สิทธิน้อยเต็มที ไปยุ่งเกี่ยวอะไรไม่ได้เลยนั้น ถ้าจําเปึนจะทําได้ อย่ามาอธิบายความเลยครับว่าถ้าเพิ่มมา เราต้องเพิ่ม ๑๐ ล้านบาท ดูเสมือนหนึ่งว่าจะเปึนจะตายให้ได้เพิ่ม ๑๐ ล้านบาท แต่ถ้าว่า พิจารณาองค์กรอื่นใดที่ไปแตะต้องไม่ได้ใช้งบประมาณท่านก็พูดเองว่าโน่น ๕๐๐ ล้านบาท นี่ ๕๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าคณะกรรมาธิการวันนี้นอกจากเรื่อง (๒๑) แล้วอย่าไปติดยึดว่าจะต้องมีกี่คณะ แต่ว่าเมื่อมีการซอยคณะแล้วให้เขาสามารถใช้อํานาจหน้าที่ ได้อย่างเต็มที่ เพราะนี่เปึนเพียงแค่ช่องทางอันหนึ่ง อันริบหรี่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน