สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๑

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย เสนอข้อเสนอในการจัดตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภา โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสภา และลดปัญหาที่เกิดจากความซ้อนของงานที่แต่ละคณะกรรมาธิการไปทํา

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงแล้วก็ได้ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เปึนคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดนี้ด้วย แล้วก็ได้สงวนความเห็นเอาไว้ในชั้นของกรรมาธิการ ประเด็นของผมที่ตั้งใจ อภิปรายในหมวด ๔ ว่าด้วยเรื่องของคณะกรรมาธิการในข้อบังคับ ข้อ ๘๒ นี้เกิดขึ้น เนื่องจากมีความห่วงใยในเรื่องของการบัญญัติข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในข้อ ๘๒ ที่ว่าด้วยเรื่องของคณะกรรมาธิการ ผมเองอยู่ในข้างฝ์ายที่ประสงค์จะเห็น คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาได้มีการจัดตั้งขึ้นโดยเร็วครับ เพราะว่านับตั้งแต่ สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ได้เป่ดสมัยประชุมมา นับจนกระทั่งถึงวันนี้ วันที่ ๒๔ เมษายน เปึนเวลา ๙๕ วันแล้วที่สภาชุดนี้ไม่มีคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ ถ้าย้อนกลับไปดูในอดีตหลายป้ที่ผ่านมาครับ คณะกรรมาธิการในสภานี้ความจริงยุคแรก เริ่มตั้งแต่ป้ ๒๔๙๗ ซึ่งมีสภาขึ้นมาในชุดแรก ๆ นั้นก็เรียกว่า อนุกรรมาธิการ เดิมที เขาเป่ดสภาเพียง ๒๐ กว่าวัน ๑๐ กว่าวัน เขาก็ตั้งคณะกรรมาธิการแล้วครับ ในป้ ๒๕๑๒ ๒๙ วัน ป้ ๒๕๑๘ ๕๑ วัน แม้กระทั่งหลัง ๆ ครับ ป้ ๒๕๓๙ ป้ ๒๕๓๘ ก็ใช้เวลา ๓๒ วัน ๒๗ วัน ยาวนานที่สุดก็คือป้ ๒๕๔๔ ใช้เวลา ๑๑๐ วัน นับจากวันนี้ไปจนกระทั่งถึงอาทิตย์หน้า ถ้ามันผ่านวันนี้ไปบวกอีก ๗ วันก็เปึน ๑๐๒ วัน ที่ผมประสงค์จะเร่งรัดให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญนี่ก็เพราะว่าคนที่เสียประโยชน์คือประชาชนนะครับ ท่านประธาน จะเห็นว่าญัตติที่เสนอสภานี้เยอะมากครับ ข้อหารือก็เยอะ เพราะคณะกรรมาธิการเราไม่เสร็จ แต่ด้วยความเร่งรัดของพวกกระผมทําอย่างไรก็ตามมันไม่จบเสียที ก็เพราะข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรมามีปัญหาเรื่องของการบัญญัติในข้อ ๘๒ เรื่องของคณะกรรมาธิการ นี่ละครับ วันนี้ผมเรียนว่า ปัญหายาวมาถึงขั้นนี้จะรวบรัดให้จบเสียทีเดียวก็คงยากครับ เพราะที่จะชี้ให้เห็นต่อไปว่าผมสงวนข้อ ๘๒ กรรมาธิการควรจะคงเอาไว้ตามร่างเดิม ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้เปึนคนร่างก่อนเสนอเข้าสู่สภา แล้วก็ไปตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ มาปรับปรุงแก้ไขเปึน ๓๒ คณะอย่างใหม่นี่มันจะมีปัญหา ผมสงวนบอก ๓๒ คณะอย่างเดิมดีแล้ว ๓๒ คณะอย่างใหม่ที่ท่านอยากจะได้จะมีปัญหาและจะชี้ให้เห็นทีละข้อ แต่ที่จะมีปัญหา มากยิ่งขึ้นไปกว่านั้นท่านประธานครับ ถ้อยคําให้สัมภาษณ์ของท่านประธานวิปรัฐบาล ประทานโทษที่เอ่ยถึง ท่านก็ให้สัมภาษณ์ลงหนังสือพิมพ์เอาไว้ว่า มติวิปรัฐบาลก็บอกจะเอา ๓๕ คณะ มีการระบุลงไปด้วยครับว่าจะเอาคณะใดบ้าง ๓ คณะมีการพูดถึงกัน ผมทราบว่า คณะกรรมาธิการเองก็ลําบากใจ เพราะอะไรครับ เพราะว่าถึงขั้นตอนที่จะลงมติหลังจาก เราพิจารณากันจบนี่นะครับ ไม่รู้ว่าจะลงมติให้เปึน ๓๕ คณะได้อย่างไร เพราะคนแปรญัตติ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องแปรญัตติเปึนรายมาตรา แล้วคนแปรญัตติไว้ มี ๓๓ คณะ คนที่ ๓๕ คณะมีท่านเดียวคือ ท่าน ส.ส. จากจังหวัดลําพูน เพียงแต่ว่าในแพคเกจ (Package) ประทานโทษเอ่ยนามเปึนภาษาอังกฤษ ชุดที่ท่านเสนอใน ๓ คณะที่เพิ่ม ทราบว่า ไม่ตรงกับใจ ที่เสียงส่วนใหญ่บางส่วนอยากให้เปึน ปัญหานี้เกิดแน่ครับ เดี๋ยวขั้นตอนลงมตินี่จะเปึนปัญหา ในเชิงข้อบังคับ แล้วผมก็ไม่อยากจะพูดยาวไปว่ามันจะทําให้การตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ เรานี่ช้าไปอีก ประเด็นจึงจะย้อนกลับว่าถ้าอยากให้เร็วแต่ไม่มีปัญหาก็จะมีตัวเลือก ๒ อย่าง คือ ๑. เอา ๓๒ คณะเดิมที่กรรมาธิการชุดพวกเราร่างขึ้น หรือเอา ๓๒ คณะ ชุดปรับปรุงใหม่ ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปยกร่างมาซึ่งก็โดนสมาชิกติติงไปเยอะ ผมเสนอว่าเอาตาม ๓๒ คณะ เดิมเถอะครับ ตามที่พวกเราพรรคประชาธิปัตย์ได้แปรญัตติเอาไว้ สงวนความเห็นเอาไว้ เพราะ ๓๒ คณะที่ท่านปรับปรุงใหม่จะมีปัญหาครับ มันมีปัญหาอย่างน้อย ๓ อย่าง คือ ๑. มีความสับสน ๒. อาจจะมีปัญหาข้อกฎหมาย และ ๓. จะมีปัญหาในทางปฏิบัติถ้าเกิด มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญแบบ ๓๒ คณะอย่างที่กรรมาธิการชุดนี้ปรับปรุงขึ้นมา เวลาเรายกร่างเรื่องคณะกรรมาธิการนี้นะครับ เราจะเอาปัญหาของป้ที่แล้วมาพูดถึงครับ ชุดนี้ก็เหมือนกันครับ เรายกปัญหาขึ้นมา ๒ เรื่องจากคณะกรรมาธิการชุดเมื่อป้ ๒๕๔๘ ต่อเนื่องจากป้ ๒๕๔๔ เราเห็นปัญหา ๒ อย่างคณะกรรมาธิการเดิมคือ ๑. ปัญหาความซ้ําซ้อน ของงานที่แต่ละคณะกรรมาธิการไปทํา บางทีเรื่องเดียวกัน ๔ คณะกรรมาธิการครับ วุ่นวายไปหมด ผู้ชี้แจงออกจากห้องนี้ไปห้องโน้นไปห้องนั้น จนต้องร่างข้อบังคับขึ้นมาข้อหนึ่งว่าด้วยเรื่อง กระบวนการหาทางแก้ปัญหากรณีญัตติซ้ําซ้อน ข้อ ๒ ครับ เราพบปัญหาว่าคณะกรรมาธิการ มีปัญหาประสิทธิภาพในการทํางาน เช่น เชิญหน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้เขาไม่มา หรือมา ก็ไม่ได้ส่งผู้รับผิดชอบโดยตรงแต่ส่งผู้ที่อยู่ในระดับล่างมาซึ่งก็เปึนปัญหากับคณะกรรมาธิการ เพราะไม่ได้คําตอบที่เปึนคําตอบจริง ๆ ของหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนโยบายนั้น ๆ เพราะฉะนั้นพอมาปรับปรุงคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา เอา ๒ ข้อนี้มาตั้งแล้วก็มีการจัดเรียงกัน แต่ละคณะกรรมาธิการ จริง ๆ ก็จบไปแล้วล่ะครับ ๓๒ คณะเดิม ว่ากันตามจริงท่านประธาน ก็ทราบว่าตกลงกันตั้งแต่สมัยท่านประธานยงยุทธ ติยะไพรัช ยังปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้หยุดปฏิบัติ หน้าที่นี่ว่าเอาตาม ๓๒ คณะเดิมอันนั้นแหละ แล้วแต่ละพรรคไปประชุมกรรมการประสานงาน สภาผู้แทนราษฎรตกลงแบ่งคณะกรรมาธิการกันไปเสร็จทุกพรรคกลับไป ทุกคนก็ได้ลง คณะกรรมาธิการอย่างที่ตัวเองต้องการกัน ปัญหามันมาทีหลังนะครับ พอบรรจุระเบียบวาระ จะยกเว้นข้อบังคับเพื่อที่จะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาก็มีปัญหาว่าตั้งไม่ได้ ผมก็ไม่อยากจะย้อนความว่าปัญหามันมาจากที่ตรงไหน แต่ข่าวคราวก็ปรากฏว่าถึงขั้นมี ผู้หลักผู้ใหญ่ในวิปรัฐบาลก็มีข่าวว่าลาออกกันไปนั่นก็เปึนปัญหา แต่ทีนี้พอมันยืดเยื้อกันมาครับ พอถึงขั้นตอนตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้มีบางคนไม่ได้เปึนกรรมาธิการยกร่างถูกเปลี่ยน เข้ามาใหม่ท่านก็มาเสนอความคิดใหม่ ผมก็ไม่อยากคิดไปว่าที่เสนอความคิดใหม่นะเพื่อจะไป ยกเลิกข้อตกลงเดิม ไม่อยากคิดอย่างนั้นครับ แต่ก็มีคนพูดจริงบอกว่า ถ้าลงมติเอาตาม ๓๒ คณะอย่างใหม่นี้ ข้อตกลงเดิมที่เคยจับสลากกันเอาไว้ว่าพรรคนั้นได้ประธานคณะกรรมาธิการ ชุดนั้น ชุดนี้ต้องยกเลิกไป ผมก็พยายามบอกว่าเอาอย่างนี้ดีไหมถ้าจะแก้ อ้ายชุดที่จับสลาก หรือตกลงกันไปแล้วให้เขาไปเถอะ แล้วชุดที่เกิดตกลงเปลี่ยนแปลงอย่างใหม่นี่ก็ค่อยมาว่ากัน แต่หลายคนก็บอกว่าไม่ได้ต้องยกเลิกข้อตกลง ก็ไม่เปึนไรก็ต้องยกเลิกข้อตกลง แต่กระบวนการ ทุกอย่างมันทําให้งานสภาเดินลําบาก ผมเรียนท่านประธานเรื่องนี้นิดเดียวเท่านั้นเอง เพื่อเปึนประโยชน์ในการพิจารณาเรื่องของคณะกรรมาธิการ ทีนี้พอมาเปึน ๓๒ คณะอย่างใหม่ มันมีปัญหาอย่างไรครับ ๑. สับสนครับ สับสนเพราะว่าภารกิจที่มีการกําหนดเอาไว้ ในหลาย ๆ เรื่องนั้นมันจะมีการบัญญัติอํานาจหน้าที่ลงไปแล้วก็เปึนการทําให้กรอบ การปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการนี้มีปัญหาครับ ผมยกตัวอย่างอันที่ ๑ เลย คณะกรรมาธิการ การศึกษาซึ่งอยู่ใน (๒๗) เดิมเขียนไว้ดีอยู่แล้ว มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและการพัฒนาการศึกษาของชาติ ปรากฏว่า ในคณะกรรมาธิการมีคนไปแปรญัตติเรื่องของ ส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย แนวทางการปรับฐานการเรียนรู้ประชาชนสู่โลก ยุคโลกาภิวัตน์ แต่ที่มันยุ่งเพราะไปบัญญัติเหตุผลเอาไว้ครับ ซึ่งข้อนี้ผมต้องขอ คณะกรรมาธิการว่าต้องเอาออกครับ เพราะนี่คือเจตนารมณ์ ท่านไปบัญญัติเจตนารมณ์ ไม่ทราบเราได้อ่านกันทุกคนหรือเปล่าบอกว่า เหตุผลที่บัญญัติแก้อํานาจหน้าที่ คณะกรรมาธิการการศึกษาเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ๒-๓ บรรทัด เพราะเนื่องจากปัจจุบันปัญหา อันเนื่องมาจากความแตกต่างของแนวคิดทุนนิยมและแนวคิดต่อต้านทุนนิยมมีผลกระทบ ต่อการพัฒนาประเทศเปึนอย่างมาก จึงควรให้คณะกรรมาธิการการศึกษามีภารกิจ เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวให้แก่ประชาชน อะไรครับ แปลว่าต่อไปนี้คณะกรรมาธิการ การศึกษานี้ไปดูแลเรื่องการศึกษาและการพัฒนาการศึกษาของชาตินี่ต้องไปส่งเสริม แนวคิด ความถูกต้อง ความดีงามของแนวคิดทุนนิยมหรือครับ และพยายามจะไปบอก แนวคิดต่อต้านทุนนิยมทั้งหลายนี่มันไม่ดี มันไม่ถูกต้อง ผมไม่อยากคิดนะครับว่าแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียงเปึนแนวทางต่อต้านทุนนิยมหรือเปล่าครับ นี่คือความสับสน เวลา เราเขียนใหม่ เราบัญญัติใหม่แล้วเรารีบกันมากครับ ผมก็อยู่ในคณะกรรมาธิการด้วยเห็นใจ ทุกคน แต่บางทีเรารีบเวลาบัญญัติเจตนารมณ์อย่างนี้ไปมันสับสนแน่ อันนี้ต้องตัดออก ความจริงเรื่องนี้มีคนท้วงติงไว้แล้ว แต่ที่จะสับสนมากกว่านั้นไปอีกก็คือว่าเมื่อวานนี้ผมฟัง เพื่อนสมาชิกซึ่งสงวนคําแปรญัตติเอาไว้แล้วทําท่าว่าจะได้รับการสนับสนุน เท่าที่ทราบ ข่าวมาก็คือคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับความมั่นคงแนวชายแดน ประทานโทษอาจจะใช้ชื่อผิดไป เพราะมันจะมีปัญหาสับสนกับชุดที่คณะกรรมาธิการชุดนี้บัญญัติขึ้นมาที่เรียกว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ คณะกรรมาธิการความมั่นคงนี่เดิมทีไม่มี ใน ๓๒ คณะ ดั้งเดิมเลยไม่มีครับ มีทหาร มีตํารวจ มีปกครอง มีปกครองท้องถิ่นที่อยู่ชุดเดียวกัน ต่อมา ก็มีคนบอกครับ