สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๑

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หารือเรื่องขาดแคลนข้าวไทย และขออนุญาตตอบคำถามที่ประธานถามมา 3 ข้อ คือ 1) มาตรการระยะสั้นในการแก้ปัญหาขาดแคลนข้าว 2) ความยุติธรรมต่อเกษตรกร และ 3) วิธีการแก้ปัญหาขาดแคลนข้าว

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานตอบเลยนะครับ เรื่องขาดแคลนนี่ผมย้ําอย่างนี้นะครับ มันมีมาตรการระยะสั้น ๆ อย่างนี้ เราเช็คดูค่อนข้างละเอียดแล้วนะครับในช่วงวันหยุดสงกรานต์ ซึ่งหยุดกันเยอะ ๆ ตรงนี้เกิดปัญหาขลุกขลักมันเปึนปัญหาเฉพาะหน้า คนงานหยุดทํางาน คนไปเที่ยว คนอะไร ปัญหาตรงช่วงสงกรานต์นี่มีปัญหาอยู่แล้วก็มีปัญหาต่อมาลามมาถึง ตรงนี้นิดหน่อย อันที่ ๒ ที่ท่านบอกให้ความยุติธรรมกับผม ก็ขอบคุณ อันนั้นก็เปึนเรื่องจริง ถ้าถามผมว่าทําอย่างไรนะครับ กรมการค้าภายในก็มีหน้าที่จัดการเรื่องนี้ ตอนนี้เขาก็ส่ง เจ้าหน้าที่ออกตรวจ ความจริงเราตรวจ เราตรวจ ๒ อย่าง ๑. ก็คือตรวจสต็อก ๒ ล้าน ๑ แสนตัน ที่มีอยู่เราก็ออกตรวจสม่ําเสมอ ตรง ๆ นะครับ ผมก็กลัวมันจะหายไป แล้วก็ไม่สบายใจ อยู่ตลอดด้วย แล้วตรงนั้นเปึนข้าวเพื่อความมั่นคงและการไม่ขาดแคลนโดยแท้จริงนั่นคือข้อ ๑ ทีนี้พอมาข้อ ๒ อีกนะครับ ตอนนี้สิ่งที่เราทําอยู่อีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเรากําลังทําการตรวจสต็อก ที่คนกลางแล้วก็โรงสีต่าง ๆ ซึ่งอันนี้เราก็ทําอยู่ทั้งคนกลาง แล้วก็โรงสีนะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่ง ที่มีการเรียกห้างต่าง ๆ โมเดิร์น เทรด (Modern trade) มาเช็คก็คือ ตรวจสต็อกที่เขาอีกทีหนึ่ง อันที่ ๓ เรื่องราคานะครับ เรื่องราคาผมก็ย้ํา ผมอยากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปว่า ผมก็เปึนห่วง ไม่แพ้พวกท่าน ถ้าท่านบอกท่านเปึนห่วงนะครับ ผมเปึนห่วงด้วยแล้วก็นอนไม่หลับด้วย กลางคืน นอนไม่หลับไม่รู้เปึนอะไร ๒-๓ เดือนมาแล้ว สุขภาพจิตก็เสียด้วยนะครับ ถามว่าแล้วจะแก้ อย่างไรต่อ ที่ผมหัวเราะนี่ไม่ใช่ผมมีความสุขนะครับ นี่หัวเราะบนความทุกข์นะครับ ผมเรียนท่าน สิ่งที่จะทํา ถ้าผมพูดประโยคสั้น ๆ เรื่องราคา ย้ําอีกครั้งหนึ่งตรงนี้ไม่อธิบายก็ไม่เข้าใจ ตอนนี้ข้อ ๑ เลย เลขาธิการองค์การสหประชาชาติออกมาบอกว่า เกิดวิกฤติการณ์อาหารโลก แน่นอนที่สุดนะครับ เขาก็เกิดปัญหาเรื่องราคาข้าวด้วย อันที่ ๒ ถ้าเราบอกว่า เราห้าม ส่งออกทันทีเราก็จะกลายเปึนจุดสนใจของโลก วันนี้เราก็เปึนอยู่แล้วนะครับ แล้วก็ที่ท่านบอกว่า เปึนผู้ส่งออกข้าวเราเปึนอันดับหนึ่งของโลก ถูกครับ ป้ที่แล้ว ๓๑.๔๐ เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยอินเดีย เปึนที่ ๒ ๑๖ เปอร์เซ็นต์กว่า ตามมาด้วยเวียดนามเปึนที่ ๓ ๑๔ เปอร์เซ็นต์กว่า แต่ไตรมาสแรก บอกเลยนะครับตัวเลขเรายังส่งอยู่ใกล้เคียงปริมาณเดิม อัตราส่วนมาร์เก็ต แชร์ (Market share) หรือการส่งออกนี่มันดูเหมือนปริมาณเยอะขึ้น แต่ความจริงแล้วเราไม่ได้ส่งเยอะขึ้นเท่าไรครับ เยอะขึ้นประมาณ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ปรากฏว่าหลายประเทศมันเกิดวิกฤติมันขาดแคลนจริง ๆ ทีนี้กลับมาเรื่องราคา เรื่องราคาเมืองนอก ราคาเมืองไทย ตอนนี้นะครับ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่ง ผมยังยอมปล่อยให้ราคาเมืองไทยนี่มันไปใกล้ราคาเมืองนอก เพราะมันเปึนการเขย่งราคา แล้วเราก็ประชุมกันบ่อย ๆ ผมยืนยันนะครับ ประชุมกันบ่อยจริง ๆ เสาร์ที่ผ่านมาก็ประชุม อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ประชุม เมื่อวานก็ประชุม ทีนี้ถามว่าประชุมแล้วมันเกิดผลไหม เกิด จริง ๆ เรามีมาตรการอยู่ค่อนข้างเยอะมาก ถ้าเกิดอย่างนี้แล้วจะทําอย่างไร ถ้าเกิดอย่างนี้แล้ว จะแก้อย่างไร ผมยกตัวอย่างท่านก็ได้นะครับ ตอนแรกที่มาประชุมในสภานี้ท่านจําได้ไหมครับ เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนเราบอกเราจะทําข้าวถุงออกขาย ณ ตอนนั้น แล้วเราก็ได้กล่าวเชิญชวนสมาชิก ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลและสื่อมวลชนบอกว่า ไปดูสิ วันเสาร์นี้เราจะประชุมกับ ๑๓ สมาคม ผู้ทําธุรกิจทุกอย่างเกี่ยวกับข้าวและชาวนา ท่านเชื่อไหมพอประชุมเสร็จแล้วปุ็บเราต้องตัดสินใจ กลับหลังหันไปชั่วคราวเพราะอะไรครับ เขาบอกว่า ถ้าแนะนําด้วยความปลอดภัย ๒.๑ ล้านตัน ให้เก็บไว้ก่อนอย่าเพิ่งทําข้าวถุงออกมาขาย เพราะตราบใดที่ยังไม่ทํา อิมพอร์ท แบรนด์ (Import brand) เอ็กซ์พอร์ท แบรนด์ (Export brand) เดี๋ยวเขาขนไปขายเมืองนอกกันหมด อันนั้น ผมก็ดึงเอาไว้ แล้วผมก็รอดูว่าราคาเปึนอย่างไร ราคาข้าวถุงขึ้นไหม ขึ้น แต่ก็ได้อธิบายไป พอสมควรแล้วว่าวันนี้เฉลี่ย ถ้าสมมุติราคาข้าวสารอยู่ที่เกวียนหรือตันละ ๓๐,๐๐๐ บาท ๑ อิ่มคนกินประมาณ ๑ ขีดก็ตกอยู่ประมาณ ๓ บาท ถามว่าเยอะไหม ถ้าหารออกมา เปึนจํานวนมื้อมันดูไม่เยอะ แต่เวลาไปซื้อก็เปึนอย่างที่ท่านพูดจริงหรือเปล่า ก็จริงอีก เพราะตอนแรกมัน ๑๒๐ บาท ขึ้นมาเปึน ๑๖๐ บาท ขึ้นมาอย่างนี้ จริงไหม มันจริง แต่ถามว่า พอไปถึงจุดหนึ่ง ถ้าผมจะตอบท่านอาจจะดูเหมือนตอบไม่ตรงคําถาม แล้วทําไมไม่ตอบ มาชัด ๆ ว่าจะทําอะไรนะครับ ผมอยากจะเรียนว่า ขอท่านได้โปรดวางใจสักพักหนึ่งเถอะ แล้วผมจะทําให้ท่านดู วันนี้มันต้องแก้ปัญหาเปึนเปลาะ ๆ เรื่องข้าวสารนี่เปึนเรื่องละเอียดอ่อน ผมย้ํา เบื้องต้นข้อที่ ๑ ชาวนามีความสุขหรือเปล่า ผมขออนุญาต อย่าหาว่าผมทึกทักเอาเลย คําตอบชัดเจนครับ ชาวนาเกือบทั้งประเทศ ผมย้ํานะครับ มีความสุข ผมเคยบอกไปแล้ว มีความสุขอย่างไร อย่าพูดเลยเดี๋ยวท่านฟังแล้วท่านหมั่นไส้ผมเปล่า ๆ ผมบอกให้ก็แล้วกันว่า ชาวนามีความสุข หลายคนผมโควท (Quote) เอาเพียงบางคําพูด เขาบอกเกิดมาจนกระทั่ง อายุ ๗๐ ป้ ไม่เคยขายข้าวสาร ข้าวเปลือกได้ราคาอย่างนี้ นั่นคือข้อ ๑ ชาวนามีความสุข ทีนี้พอมาข้อ ๒ พ่อค้าคิดอะไร ผมบอกท่านเลยแล้วได้ยินชัดกันทั้งประเทศ ผมไม่เคยห่วงเขาเลย เขาต้องเอาตัวให้รอด คุณกําไร คุณขาดทุน กําไรมาก กําไรน้อยก็ขึ้นอยู่กับเขา เปึนวิจารณญาณ เปึนความรับผิดชอบของเขาเอง คนที่น่าเปึนห่วงที่สุดคือคน ๖๔ ล้านคนทั้งชาวนาและชาวบ้าน ตกลงจะกินข้าวกันที่ราคาเท่าไร ตรงนี้ผมขอความกรุณาผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง สมาชิกสภาทุกท่าน ผมยืนยันว่าจะดูอย่างละเอียดและถี่ถ้วน พอไปถึงจุดจุดหนึ่ง จริง ๆ ผมย้ํามันมีมาตรการทุกมาตรการเตรียมไว้หมดแล้ว เพียงแต่เราจะหยิบมาใช้เมื่อไร ผมย้ํานะครับ มีมาตรการอยู่ทุกมาตรการเพียงแต่หยิบมาใช้เมื่อไร แล้วก็ยืนยันเราไม่ได้ เสียใจเลยที่เหตุการณ์มันมาถึงตรงนี้ เราได้ดําเนินอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วครับ ก็คงตอบได้แค่นี้ ผมอยากจะบอกประโยคก่อนที่จะนั่งลงอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอสงวนสิทธิที่กระทรวงพาณิชย์ จะใช้วิจารณญาณเรื่องทุกเรื่องโดยทันทีทันควันและไม่จําเปึนต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เพราะผมไม่อยากให้พ่อค้าหรืออะไรเตรียมตัวทันทั้งสิ้น ผมเอาประโยชน์ประชาชนเปึนตัวตั้งครับ