มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พูดถึงวิกฤตการณ์อาหารโลกและความสำคัญของข้าวในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการปลูกข้าว เช่น ชาวนาตื่นขึ้นมาตีสี่ ตีห้า มีคนมารอซื้อข้าวอยู่เต็มไปหมด และเรียกร้องให้ชาวนาขายข้าวได้ราคาพอสมควร ตกลงกับโรงสีเสีย เก็บข้าวไว้กินด้วย และเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ด้วย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องราคาข้าวที่ชาวนาขาย และการควบคุมการส่งออกข้าวเพื่อไม่ให้ราคาข้าวเปลือกสูงเกินไป และเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในการปลูกข้าวในฤดูกาลนี้ เช่น การปล่อยน้ำออกไปส่งออก หรือการใช้น้ำเพื่อผลิตข้าวและผลิตภัณฑ์อื่นๆ
กราบเรียนท่านประธานครับ ตอนนี้อย่างที่ทราบนะครับองค์การสหประชาชาติถือว่า วาระเรื่องข้าวนี่ไม่ใช่เปึนวาระของชาติใดชาติหนึ่งแล้วนะครับ เปึนวาระของโลก โดยเฉพาะวิกฤติการณ์ทางด้านอาหารนะครับ เท่าที่ทราบอย่างน้อยอีกประมาณ ๓ ป้ขึ้นไป วิกฤติการณ์อาหารของโลกถึงจะบรรเทาลง ถ้าผมพูดอย่างนี้ไม่ได้แปลว่าความหายนะ ทางด้านอาหารของโลกจะเปึนโชคดีของเรานะครับ แนวโน้มประชากรของโลกเพิ่มขึ้น การกินเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นข้าวจะยังคงขายดีอยู่ ผมหวังว่าข้อมูลตรงนี้มันจะส่งผลมาถึง เรื่องราคาข้าวกับการส่งออกข้าวของไทย อันนั้นคือเรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องปริมาณการปลูกข้าวนี่ ตอนนี้ถามผมว่าผมฝากข้อความไปถึงชาวนา ผมได้ฝากไปแล้วนะครับ ชาวนาต่างจังหวัดเท่าที่ผมทราบ อันนี้ผมไม่ได้ไม่เช็คนะครับ ผมลองเช็ค ๆ สุ่มตัวอย่างมาประมาณ ๖-๘ จังหวัดแล้วแต่ เขาจะใช้วิธี ชาวนาเดี๋ยวนี้เขาฉลาด เวลาเขาดูโทรทัศน์เขาจะอัดเทป (Tape) อัดซีดี (CD) เอาไว้แล้วเขาก็ก๊อบปุ้ไปแจกกัน ผมฝากบอกเขาไว้ประมาณ ๗-๘ ข้อ ผมอยากอ่านให้ท่านได้ฟังว่ามันจะเปึนประโยชน์กับท่าน ไปบอกชาวนาอีกต่อด้วยนะครับ ซึ่งผมย้ําบางคนเขารู้อยู่แล้วนะครับ อันที่ ๑ เขาเริ่ม เกี่ยวข้าวนาปรังหรือเก็บข้าวนาปรังจริง ๆ ประมาณเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน ๓ เดือน ก่อนหน้านี้อาจจะมีข้าวที่สุกออกรวง ท่านคงได้ข่าวเรื่องการขโมยข้าวตอนต้นฤดู ตอนนี้ข้าวนาปรังกําลังทยอยออกมา ๔ ล้านกว่าตัน ๖.๕ ล้านตันข้าวเปลือก ๔.๒ ล้านตัน ข้าวสารกําลังทยอยออก คราวนี้ผมฝากไปบอก ๕-๗ ประการดังนี้นะครับ ผมบอกว่าวันนี้ เกิดอะไรขึ้น ชาวนาตื่นขึ้นมาตีสี่ ตีห้ามีคนมารอซื้อข้าวอยู่เต็มไปหมดเลย พ่อค้าก็มารอซื้อ เราก็บอกว่า ข้อที่ ๑ ขายข้าวให้ได้ราคาพอสมควร (ถ้าเปึนไปได้ตามราคาที่แนะนํา) ที่เมื่อกี้ พูดไปแล้ว ข้อที่ ๒ ตกลงกับโรงสีเสีย เพราะตัวเองไม่มีโรงสีว่าจะแบ่งกันอย่างไร โดยเฉพาะ ข้อที่ ๓ ผมแนะนําให้เขาเก็บข้าวไว้กินด้วย แล้วก็เก็บเมล็ดพันธุ์เอาไว้ด้วย ส่วนถ้าบอกแล้ว เขาไม่เชื่อเขาก็ต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์ แต่ถ้าเขาเก็บไว้เขาก็จะมีข้าวปลูกในฤดูต่อไป อันนี้ ผมก็แนะนําไปชัดเจนอยู่แล้วข้อที่ ๔ เรื่องนี้มันไปโยงเรื่องน้ํา ข้อที่ ๕ เรื่องปุิย ข้อที่ ๖ ผมพยายามให้เขาเพิ่มปริมาณปุิยอินทรีย์ ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่เกี่ยวกับผมโดยตรงนะครับ เปึนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่คราวนี้มันไปโยงนะครับ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติประกาศลงมติแต่งตั้งคณะทํางานเพื่อ การบริหารจัดการเกี่ยวกับอาหารและพลังงาน ซึ่งแน่นอนอาหารก็หมายรวมถึงข้าวด้วย ซึ่งมีผมเปึนประธานอยู่ ผมเรียนท่านเลยถ้าคณะกรรมการนี้มีประสิทธิภาพ แล้วผมได้ทํา เต็มความสามารถทีนี้ผมก็จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง อุตสาหกรรม แน่นอนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กระทรวงมหาดไทย เพราะเดี๋ยวอาจจะต้องเกี่ยวกับเรื่องส่งข้าวออกไป เรื่องควบคุมหอม กระเทียมอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมดนะครับ กระทรวงพลังงาน กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมไปถึงบริษัทน้ํามัน ปตท. และบางจากซึ่งไม่เกี่ยวกับโลจิสติก (Logistic) เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้มันจะมาโยงแล้วมันจะมาโยงอย่างไรมันก็เปึนเรื่องการบริหารจัดการเรื่องเกี่ยวกับ อาหารแล้วก็พลังงาน ถ้าถามผมผมตอบคําถามท่านนี่คือสิ่งที่กําลังพยายามทําอยู่ แล้วก็ จะได้เริ่มทําอย่างเร็วครับ
ส่วนประการสุดท้าย เรื่องข้าวมาอยู่ที่ใคร ข้าวอย่างไร ผมอยากจะเรียน อย่างนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ เมื่อก่อนนี้เวลาซื้อข้าว ขายข้าวเขาจะเอาราคาส่งออกเปึนตัวตั้ง พ่อค้าส่งออกแล้วจะย้อนเข้ามาที่หยง ย้อนเข้ามาที่โรงสี ย้อนเข้ามาที่พ่อค้าคนกลาง หนึ่งหรือสอง แล้วก็ไปถึงชาวนา วันนี้เหตุการณ์มันกลับตาลปัตร เพราะเราไปบอกเขาบอกว่า ชาวนาอย่าเพิ่งขายข้าว ให้ได้ราคาเท่านี้ก่อน เช่น ๑๑,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๘,๐๐๐ บาท แล้วค่อยขายเขาก็เชื่อตามนั้น วันนี้ผมเรียนท่านนิดหนึ่งนะครับ คนที่น่าจะปวดหัวมากที่สุด นี่คือพ่อค้าส่งออก เพราะอะไร เพราะชาวนาก็จะขายราคาตามที่บอก พอบอกปุ็บข้าวเปลือก ก็อยู่ที่ตกประมาณ ๑๑,๐๐๐ บาท ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๓,๐๐๐ บาท หรืออยู่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท นี่ผมย้ํานะว่าข้าวเจ้าธรรมดา ข้าวหอมมะลิก็ไปอยู่ที่ ๑๗,๐๐๐ บาท ๑๘,๐๐๐ บาท อันนี้ มันไปเกี่ยวอะไร พอชาวนากําหนดราคาขายอย่างนี้มันก็จะสะท้อนกลับไปคนซื้อหน้านา พ่อค้าคนกลาง เข้าไปที่โรงสี เข้าไปที่หยง และที่แน่นอนที่สุดก็ไปที่ราคาส่งออก ทีนี้ตราบใด ที่เรายังไม่ควบคุมการส่งออกเรายังปล่อยอยู่ ถามว่า ทําไมปล่อยอยู่อีกครั้งหนึ่งนะครับ ก็เรามีปริมาณส่งออกอยู่ที่ประมาณ ๙-๙.๕ ล้านตัน ตอนนี้นะครับ ๓ เดือนเขาส่งมาประมาณ ๓ ล้านตันเศษ ๆ ๓ เดือนส่ง ๓ ล้านตันเศษ ๆ เรายังปล่อยเขาอยู่ แต่ถ้าปริมาณมันเพิ่มขึ้น ๆ เราอาจจะต้องไปควบคุมเรื่องการส่งออก หรืออาจจะไม่ควบคุมเดี๋ยวเราดูก่อน
มีอีกอันหนึ่งที่อาจจะเปึนทั้งข่าวดีหรือข่าวไม่ดีไม่รู้นะครับ ชาวนาหลังจาก ที่เก็บเกี่ยวนาปรังมาแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พยายามบอกว่าอย่าเพิ่งปลูก ให้รอก่อน อาจจะรอไปนาป้หรืออะไรเดี๋ยวจะมีปัญหาเรื่องน้ํา แต่ตอนนี้เขาไม่ฟัง เขาอยากปลูก ตอนนี้ปัญหาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเข้าไปเกี่ยว แล้วผมโดยกรรมการผมต้อง เข้าไปเกี่ยวก็คือ ทําอย่างไรจะให้เขามีน้ําใช้ ทําให้ดีที่สุด มีปัญหาแล้วแก้ให้ดีที่สุด ถ้าเกิดสมมุติได้ผลมาอีกสักล้านตัน สองล้านตัน สามล้านตันนะครับ ส่วนนี้เปึนปริมาณเกิน หรือที่เขาเรียกว่า เซอร์พลัส (Surplus) เราก็จะปล่อยส่งออกไป ส่วนคนไทยนะครับย้ําอีกครั้งหนึ่ง ๑๑ ล้านตันที่ใช้กินอยู่ประมาณ ๖.๖ ล้านตัน ๖.๘ ล้านตันแล้วก็ใช้เปึนบาย โปรดักท์ (By product) ทําข้าว ทําก๋วยเตี๋ยว ทําแปังทําอะไรยังอยู่ ๑๑ ล้านตัน ย้ําอีกให้มีความสุขอีกครั้งนะครับ คนไทยมีข้าวกินแน่นอน ราคาก็จะดูแลให้เต็มที่ ยืนยันนะครับ ท่านเปึนห่วง ผมก็เปึนห่วง แล้วก็ขอบคุณมาก ๆ ที่ออกมาตั้งประเด็น ตั้งกระทู้ถามนี้ ผมก็พยายามทําให้อย่างเต็มที่ กราบขอบพระคุณครับ