ประกอบ รัตนพันธ์ หารือเรื่องข้อบังคับ โดยระบุว่าตนเองไม่เข้าใจและขออนุญาตอภิปรายใน 3 ประเด็น นอกจากนี้ยังพูดถึงปัญหาการพิจารณากฎหมายที่มีความสับสนและไม่มีข้อยุติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการสร้างคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งมีจำนวนมากเกินความจำเป็นและทำให้ไม่มีห้องประชุมสำหรับการประชุม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องภารกิจของคณะกรรมาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และขอให้ทบทวนและแก้ไขข้อบังคับในการลงคะแนนและโหวต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า กระผมเองนั่งฟังการพิจารณา ข้อบังคับมาถึงข้อ ๘๒ คือข้อบังคับ ข้อ ๘๒ ด้วยความสับสน และขอสนับสนุนความคิด ของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าถ้าท่านประธานปล่อยอย่างนี้ ผมยังหาแนวทางไม่ออก เลยครับว่าเราจะลงมติกันได้อย่างไร ผมขออนุญาตอภิปรายใน ๓ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของการพิจารณากฎหมาย หรือการพิจารณาข้อบังคับ ซึ่งผมต้องถามท่านประธาน เพราะว่ามันมีการพิจารณาที่ค่อนข้างจะสับสน และไม่มีข้อยุติ ในข้อ ๘๒ หรือข้อบังคับ ข้อ ๘๒ มี ๓๒ อนุคือ ๓๒ วงเล็บ ท่านประธานครับ ร่างที่ผ่านสภา ในวาระรับหลักการกับร่างที่คณะกรรมาธิการพิจารณาไปแก้ไข ๒ ร่างนี้ไม่ตรงกัน และแน่นอนครับ ไม่ตรงกันเพราะว่าคณะกรรมาธิการต้องไปปรับปรุงตามคําชี้แนะของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวาระรับหลักการ แต่ประเด็นปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ เมื่อคณะกรรมาธิการ ไปแก้ไข ไปปรับปรุง เมื่อมีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอแปรญัตติ เมื่อคณะกรรมาธิการ ขอสงวนความคิดเห็น ประธานจะเห็นว่าในข้อบังคับ ข้อ ๘๒ นั้นมีความหลากหลาย ทั้งชื่อของคณะกรรมาธิการ ทั้งภารกิจ ทั้งหน้าที่ของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะมีการแก้ไข แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้อภิปรายมา ๒ วัน ท่านครับ ปรากฏว่าแต่ละมาตรา แต่ละอนุ แต่ละข้อบังคับไม่มีข้อยุติเลย ผมถามว่าแล้วท่านประธานจะลงมติอย่างไร ในที่สุดจะลงมติอย่างไร เพราะความหลากหลายใน ๓๒ คณะ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมอยู่สภาแห่งนี้มา ๓ สมัย สมัยแรก ๔ ป้ สมัยที่ ๒ ๑ ป้นะครับ สมัยนี้ยังไม่ถึงป้ไม่เคยเห็น การพิจารณากฎหมายลักษณะเช่นนี้ที่สร้างความสับสนและไม่มีข้อยุติ ปกติในการพิจารณา กฎหมาย ท่านประธานครับ ถ้ามีการแก้ไขต้องขอมติที่ประชุมแห่งนี้เปึนรายมาตรา รายเรื่องว่าเรื่องนี้จะเอาอย่างไร เอาตามร่างเดิมไหมหรือตามร่างที่คณะกรรมาธิการไปแก้ไข หรือตามที่เพื่อนกรรมาธิการขอสงวนคําแปรญัตติ แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ ๒ วันสิ้นเปลืองเวลา พูดสับสนกลับไปกลับมา แต่ละข้อนี่วกวนและหาข้อยุติไม่ได้ นี่คือความสับสนข้อที่ ๑ ที่ผมใคร่กราบเรียนท่านประธานว่า ในที่สุดแล้วเราจะเอาอะไรกันแน่ ผมกริ่งเกรงว่าสิ่งที่ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้กราบเรียนปัญหาเรื่องการพิจารณากฎหมายต่อสภาแห่งนี้ จะเกิดขึ้นจริงและจะเกิดขึ้นแน่นอนถ้าท่านประธานปล่อยอย่างนี้นะครับ นี่คือเรื่องที่ ๑ ท่านครับ เรื่องที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้เรากริ่งเกรงกันว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขออภัยครับ คณะกรรมาธิการสามัญที่เราจะตั้งตามข้อบังคับ ข้อ ๘๒ จํานวน ๓๒ คณะ โดย ๓๒ คณะนั้นในข้อ ๘๒ ผมต้องกราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ที่เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยคง ๓๒ คณะกรรมาธิการ แต่ด้วยใจผมเองท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ๓๒ คณะก็มากไป แต่จริง ๆ ผมไม่มีสิทธิที่จะอภิปราย เพราะว่าไม่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ เพียงแต่ว่าผมจะกราบเรียนท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้เข้าใจที่ตรงกัน ผมกราบเรียนว่า ๓๒ คณะก็มากไปครับ เพราะผมจําได้ว่าก่อนที่มีการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคมที่ผ่านมา มีบุคคลหลายฝ์าย ทั้งสื่อสารมวลชน ทั้งพี่น้องที่เปึนห่วงว่าการใช้เงินของสภาแห่งนี้มีประสิทธิภาพและเกิด ประสิทธิผลจริงหรือไม่ หลายฝ์ายก็ติงมาว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญในสภาของไทยเรา มันมากเกินความจําเปึนและสิ้นเปลือง วันนั้นผมจําได้ว่าผู้หลักผู้ใหญ่จากพรรคการเมือง ฝ์ายรัฐบาลหลายท่าน แม้แต่ฝ์ายค้านของผมเองก็หลายคนออกมาประสานเสียงสอดคล้องกันว่า คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาของเรานั้นมากเกินไป บางคณะสับสนมีภารกิจ ที่ทับซ้อนกันแยกไม่ออกแย่งทํางานกัน หลายท่านสรุปว่าถ้าพรรคของท่านได้เปึนรัฐบาลนี่ ท่านจะลดจํานวนคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาให้น้อยลง ด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการครับคือ เรื่องที่ ๑ ต้องการประหยัดงบประมาณ ทั้งงบประมาณที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการ ดําเนินการต่อคณะ ๑๐ ล้านบาท เรื่องที่ ๒ ถ้าเพิ่มคณะกรรมาธิการนี่ต้องเพิ่มข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรในสภาผู้แทนราษฎรอีกต่างหาก แล้วเรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่น่ากังวล ๓๒ คณะที่ผ่านมานี่ผมกราบเรียนยืนยันคําพูดของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แย่งกันครับไม่มีห้องประชุม จะประชุมสัก ๓ ชั่วโมงคณะอื่นมาเคาะประตูแล้ว นั่นก็คือปัญหา แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ไหม ได้ครับ แต่ต้องไปดูว่าเมื่อแก้แล้วนี่ เมื่อเพิ่มคณะแล้วนี่ประเทศชาติได้อะไร พี่น้องประชาชนได้อะไร ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านบอกว่าเราต้องใช้ ยุทธศาสตร์กุ้งฝอยไปตกปลากะพง นั่นหมายความว่าลงทุนแต่น้อยแต่ได้กําไรกลับมามาก ถ้าทําได้นี่ดีมาก แต่เท่าที่ประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่ายาก ผมเกรงว่าการใช้ยุทธศาสตร์ใช้กุ้งฝอยไปตกปลากะพงกลับเปึนยุทธศาสตร์ซื้อโซ่ไปคล้องลิง ในที่สุดหายทั้งโซ่และลิงไม่ได้อะไรเลยครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ในการพิจารณา วันนี้นี่ใจผมผมต้องการลดจาก ๓๒ คณะให้เหลือ ๒๐ บวก ๑ เท่ากับกระทรวง เพราะว่า กระทรวงมี ๒๐ กระทรวง กับ ๑ หน่วยงานที่เปึนส่วนหน่วยงานที่ไม่ขึ้นกับกระทรวง ทบวง ๒๑ คณะแค่นี้ก็พอ เพราะว่าภารกิจของคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาต้องทํา หน้าที่ในการตรวจสอบ คานอํานาจ และพิจารณาเพื่อส่งเสริม บําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับ พี่น้องประชาชน และถ้าเกิดว่าเจ้ากระทรวงทําอะไรดี ผมเข้าใจว่าคณะกรรมาธิการสามัญ ประจําสภานี่ก็ช่วยในการส่งเสริมประสานกันได้ เปึนภารกิจที่ทําคู่ขนานกับกระทรวง ผมว่าถ้าอย่างนี้เรามีหลักคิด แล้วเรามีจุดยืนว่าทําไมต้องมี ๒๑ คณะ ทําไมไม่มี ๓๒ คณะ ทําไมไม่มี ๓๕ คณะ ทําไมไม่มี ๓๓ คณะ ถ้าหลักคิดจัดตั้งคณะกรรมาธิการตามความจําเปึน ผมกราบเรียนว่า ๑,๐๐๐ คณะก็ไม่จบสิ้นตามความจําเปึนที่ประเทศไทยเรามีปัญหาอยู่ แต่วันนี้ต้องมีหลักคิดคู่ขนานกับการจัดตั้งกระทรวง แต่ก็เปึนไปไม่ได้ครับ ผมเข้าใจ ท่านประธานเพราะว่าผมไม่ได้แปรญัตติไว้ แต่อยากกราบเรียนที่สภาแห่งนี้ให้มีความเข้าใจว่า ท่านลืมแล้วหรือที่พวกเราให้คํามั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าจะลดจํานวนคณะกรรมาธิการ ท่านลืมแล้วหรือที่เราบอกว่า ๓๒ คณะภารกิจซ้ําซ้อนกันสับสน ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน คณะกรรมาธิการเพื่อที่จะหยุดคิดในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมค่อนข้างไม่สบายใจ ที่มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้บอกว่าจะเปึนร้อยเปึนพันคณะก็ไม่เปึนไร แต่ขอให้พี่น้องประชาชนได้รับผลประโยชน์ ผมกราบเรียนเพื่อนเราคิดอย่างนี้เราก็ย่ําแย่ ประเทศชาติก็เสียหาย ผมยอมรับครับว่าวันนี้ประเทศไทยเรามีปัญหาหลากหลาย และปัญหาที่กําลังขอความร่วมมือจากผู้แทนของพี่น้องประชาชนมาช่วยแก้ แต่ถ้าเรารู้จัก บริหารจัดการ รู้จักในเรื่องของประสิทธิภาพ รู้จักในเรื่องของประสิทธิผล ผมกราบเรียนว่า ปัญหาทุกปัญหาที่เราประสบอยู่ขณะนี้เราสามารถดําเนินการได้ด้วยคณะกรรมาธิการ ที่ไม่มากนัก ไม่จําเปึนต้องมากอย่างนี้ ต้องเรียนประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ผมเปึนห่วง และไม่เห็นด้วยที่จะเพิ่มคณะกรรมาธิการเกิน ๓๒ คณะ ๓๒ คณะก็มากแล้วครับ แท้จริงไม่ควรเกิน ๒๑ คณะตามเหตุและผลที่ผมกราบเรียนให้ท่านประธานทราบ
ส่วนที่ ๒ ก็คือชื่อภารกิจของแต่ละคณะกรรมาธิการ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้อภิปราย ๒ วันครับ ผมขออนุญาตไม่ซ้ํา แต่ผมขอให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้จดจํา ทบทวนแล้วก็ใส่ใจเพื่อที่จะมาแก้ไขปรับปรุงให้สอดรับกับสิ่งที่ถูกต้องตามที่เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้อภิปราย แล้วก็ส่วนสุดท้ายขอทบทวนเรื่องของการลงคะแนน การโหวต การขอมติว่าท่านจะขออย่างไร ผมกราบเรียนว่า ผมสับสนมากนะครับ เพราะว่าข้อ ๘๒ มี ๓๒ อนุคือข้อบังคับ ข้อ ๘๒ มี ๓๒ วงเล็บ แต่ละวงเล็บนั้นบางวงเล็บท่านไม่แก้ไข ก็โอเคไม่มี ปัญหา แต่บางวงเล็บท่านแก้ไขยกเลิกบางคณะกรรมาธิการ และเพิ่มเติมบางคณะกรรมาธิการ บางวงเล็บท่านมาแก้ไขรายละเอียดของภารกิจ หน้าที่ ความรับผิดชอบของแต่ละคณะ อภิปรายทั้ง ๒ วันไม่มีข้อยุติ ผมถามว่าแล้วท่านจะทําอย่างไร กราบขอบพระคุณมากครับ