สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๑

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเกี่ยวกับข้อบังคับในสภา โดยเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการดำเนินการตามข้อบังคับเพื่อประโยชน์ของสภา และเสนอการเปลี่ยนแปลงผู้นำคณะกรรมาธิการ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงข้อตกลงที่มีอยู่แล้ว

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ครับผม ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตได้รบกวนเพื่อนสมาชิกคนที่ท่านประธานได้เอ่ยชื่อนะครับ แล้วก็ ขอขอบพระคุณท่านประธาน ผมขอหารือท่านประธานนิดเดียวครับ ผมคิดว่าเพื่อเปึน ประโยชน์ต่อทางคณะกรรมาธิการแล้วก็ต่อที่ประชุมในสภาแห่งนี้ บังเอิญว่าข้อบังคับ ข้อ ๘๒ นี้เกี่ยวข้องกับเรื่องกรรมาธิการซึ่งท่านประธานคงทราบดีว่าเปึนเรื่องหลัก ของข้อบังคับ เพราะเราจําเปึนต้องตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อมารับเรื่องร้องเรียน ของเพื่อนสมาชิก ผมหารือเพื่อนสมาชิกหลายคนว่าการพิจารณาข้อบังคับเที่ยวนี้ ผมถือว่าทางท่านประธานได้กรุณาดําเนินการได้อย่างถูกต้อง นั่นก็คือว่าท่านประธาน ได้กรุณาให้สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการไปยกร่างซึ่งคณะกรรมาธิการไปยกร่างก็ได้ กําหนดให้มีคณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะ หลังจากนั้นสภาก็ได้มอบหมายให้เปึนไปตาม ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ โดยอนุโลม คือตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ปรากฏว่าได้กําหนดให้มีคณะกรรมาธิการ๓๒ คณะ

- ๗๑

/๑ ที่ผมเรียนหารือตรงนี้ก็เพื่อประโยชน์ที่ผมไม่จําเปึนที่จะต้องลงไปในรายละเอียดแต่ละคณะ แล้วก็ประหยัดเวลาของสภาแห่งนี้ และผมเชื่อว่าพวกเราที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ทุกคน ก็ต้องการที่จะทํางานในฐานะกรรมาธิการ ไม่ใช่ต้องการในฐานะที่มาถกเถียงกันเรื่องหลักเกณฑ์ หรือกติกา เพราะหลักเกณฑ์และกติกาโดยทั่วไปก็คล้ายคลึงกันนะครับ เพียงแต่ผมเรียนหารือ กับท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการอย่างนี้ได้ไหมครับว่า

ประการที่ ๑ ก็คือว่าผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการยกร่างและกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่ได้มีการร่างเข้ามา และโดยหลักการทั่วไปแล้วผมคิดว่าในการพิจารณาพระราชบัญญัติก็ดี กฎหมายก็ดี ข้อบังคับก็ดี ส่วนใหญ่เสียงในสภาในนี้ทั้งหมดถ้าเปึนไปตามปกติ เราก็จะเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากกันอยู่แล้ว นี่กรรมาธิการเสียงข้างมากก็กําหนด ๓๒ คณะ ท่านประธานครับ ถ้ามาถกเถียงกันว่าจะใช้คําพูดอย่างไร หรือว่าจะเพิ่มคณะใดคณะหนึ่ง ที่มีการสงวนความเห็นเข้ามาก็จะเปึนปัญหาที่จะเปึนข้อถกเถียงกันอย่างไม่รู้จบ ผมกําลัง มองไปยังอนาคตว่าถ้าไม่ยืนตามกรรมาธิการเสียงข้างมากก็จะมีปัญหาทั้งในเชิงของความคิดเห็น และในเชิงของข้อบังคับ นี่ประการที่ ๑ นะครับท่านประธาน

ประการที่ ๒ ในส่วนของอํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการ แน่นอนผมรับฟังความคิดเห็น ของเพื่อนกรรมาธิการครับ ถ้าเราเห็นด้วยกันในสภาแห่งนี้ ผมคิดว่าที่เราสงวนความเห็นนั้น มีความสําคัญทั้งหมดครับ แต่เราสามารถมาเพิ่มอํานาจหน้าที่ในคณะกรรมาธิการได้ครับ แต่ว่าถ้าเราไม่เห็นกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมคิดว่าต้องลงมติกันทุกคณะกรรมาธิการ ที่มีการสงวนความเห็น ซึ่งเปึนเรื่องที่ต้องใช้เวลา ผมจึงกราบเรียนกับท่านประธานว่า ถ้าเราตกลงกันได้ว่าให้เอาอํานาจหน้าที่นี้ไปใส่ในคณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะที่มีอยู่แล้ว ผมคิดว่าจะลงตัวและการลงมติก็จะไม่สับสน ที่ท่านประธานจะไปดําเนินการ ซึ่งผมทราบว่า บางคนต้องการจะเอา ๓๓ คณะ บางคนต้องการจะเอา ๓๕ คณะ ซึ่งถ้าเปึนอย่างนี้ก็จะมีปัญหา กับข้อบังคับหลังจากเราลงมติข้อบังคับ ข้อ ๘๒

ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน ผมไม่อยากเห็นว่าข้อตกลงในคราวประชุม คณะกรรมาธิการ ซึ่งมีท่านประธาน ขอประทานโทษ ท่านรองประธานคนที่สองได้นั่งเปึนประธาน แล้วก็ได้มีการตกลงกันแล้วในคณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะ ซึ่งผมคิดว่านั่นคือความเปึนจริง ที่เราจะร่วมกันทํางานในสภา เราอย่าไปคิดว่าเปึนกรรมาธิการแล้วจะมีส่วนได้เสีย หรือว่า เปึนกรรมาธิการแล้วจะเปึนผลประโยชน์ต่อฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล เพราะในกรรมาธิการ ๑๕ คนนั้น ก็มีเสียงของฝ์ายรัฐบาลมากกว่าเสียงฝ์ายค้านอยู่แล้ว สามารถที่จะดําเนินการได้อยู่แล้วครับ และ

ประการที่ ๔ ผมไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นครับท่านประธานคือ เหตุการณ์ ที่วุ่นวายเหมือนถกเถียงกันเมื่อกี้ จริง ๆ ก็ไม่อยากจะให้มี แต่วันนี้ท่านประธานคงทราบดีครับว่า ข่าวที่ออกไปห้องกาแฟ ผมคิดว่าไม่เปึนผลดีต่อภาพลักษณ์ของสภา ที่ผมจําเปึนต้องหารือ ท่านประธานก็คือว่ามีการกล่าวหาว่ามีรัฐมนตรีบางกระทรวงขอให้มีการต่อสู้เพื่อปรับปรุง ให้ประธานคณะกรรมาธิการอยู่ในชุดกระทรวงของรัฐมนตรีนั้น ๆ ถ้าเปึนอย่างนี้ผมคิดว่า เสียหายต่อสภา คล้ายกับว่าฝ์ายบริหารมาล้วงลูก มาครอบงําฝ์ายสภา ซึ่งจริง ๆ ประธาน คณะกรรมาธิการนั้นเวลาเราไปนั่งเปึนประธาน เราไปนั่งเปึนกรรมาธิการหลายคนที่นั่งอยู่นี้ เราพูดตรงกันครับท่านประธานว่าเราไปนั่งกรรมาธิการนั้นไม่มีพรรค มีแต่กรรมาธิการ ที่ต้องทํางานในฐานะนิติบัญญัติ ผมจึงไม่อยากให้ข่าวนี้เกิดขึ้นว่ารัฐมนตรีต้องการที่จะให้ ประธานคณะกรรมาธิการซึ่งมีการตกลงกันแล้วในคณะกรรมาธิการแล้วพยายามที่จะใช้ คนบางคนมาแปร มาสงวนเพื่อให้มีปัญหาแล้วนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเดิม ถ้าเปึนอย่างนี้ข้อตกลงดังกล่าวก็จะไม่เกิดขึ้นและที่สําคัญก็จะมีปัญหาในการพิจารณาของสภา ผมรับรองกับท่านประธานเลย ผมเรียนด้วยความหวังดีอย่างแท้จริง ท่านประธานกรุณา หารือทางกรรมาธิการสิครับว่า สามารถรับของผู้สงวนความเห็นทั้งหมดไปเพิ่มเติม ในอํานาจหน้าที่ได้ไหม และในท้ายที่สุดก็ลงมติ ๓๒ คณะกรรมาธิการผมคิดว่าจบครับ ถ้าไม่อย่างนั้นยังมีคนเข้ามายกมือเพื่ออธิบายรายละเอียดลงไปในอํานาจหน้าที่อย่างมากมาย ผมไม่แน่ใจว่าคืนนี้จะแล้วเสร็จหรือเปล่า แต่ว่าถ้าเรามีจุดความคิดเห็นร่วมกันตรงนี้ และเปึนประโยชน์ของทุกฝ์ายครับ เพื่อนที่สงวนความเห็นก็สามารถให้กรรมาธิการไปเพิ่มได้ เพื่อนที่มีข้อตกลงกันอยู่เดิมก็สามารถที่จะดําเนินการอยู่เดิม และท่านประธานเองก็ไม่ต้อง ไปปวดหัวว่าจะไปแปรข้อบังคับว่าจะทําอย่างไร เมื่อลงมติ ๓๒ คณะแล้วทําอย่างไร ให้เปึน ๓๕ คณะ แล้วไปเพิ่มทีละคณะก็ไม่เปึนตามข้อบังคับซึ่งก็จะมีปัญหาครับ ผมขอความกรุณาท่านประธานได้หารือกับประธานคณะกรรมาธิการครับ ถ้ายอมรับความคิดเห็นนี้ ผมคิดว่าเพื่อนฝ์ายค้านเราก็ไม่จําเปึนต้องอภิปรายต่อในส่วนของคณะกรรมาธิการ เพื่อจะได้ ดําเนินการต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ