อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องปัญหาที่ดินของเกษตรกรที่ไปทับซ้อนอยู่ในเขตพื้นที่ป่า โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ชาวบ้านที่เข้าไปทํากินในพื้นที่ป่าได้รับสิทธิและหลักประกันในการพิสูจน์สิทธิของตนเอง และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนที่เข้าไปในพื้นที่เหล่านี้โดยสุจริต
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ปัญหาเรื่องที่ดินทํากินของเกษตรกรที่ไปทับซ้อนอยู่ในเขตพื้นที่ป์า เปึนปัญหาที่หมักหมมเรื้อรังมายาวนานแล้ว แล้วก็รอการแก้ไขมาจากรัฐบาลหลายยุค หลายสมัยนะครับ ปัญหาอันหนึ่งที่เกิดขึ้นก็เปึนปัญหาจากกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเปึนจริงของบ้านเมืองที่เปึนอยู่ในเวลานี้ ซึ่งหลายรัฐบาล ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ ผมจําเปึนต้องนําปัญหานี้เข้ามาเปึนกระทู้ถามกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เนื่องจากว่าในช่วงระยะ เวลา ๒-๓ ป้ที่ผ่านมาซึ่งผมได้ลงไปในเขตพื้นที่เลือกตั้งของกระผมเอง ในเขต ๑ จังหวัด นครศรีธรรมราชก็ได้พบเห็นปัญหา ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมาตลอด แล้วก็บ่อยครั้ง ซึ่งเปึนปัญหาที่มีลักษณะใกล้เคียงกันแต่ว่าเปึนเรื่องที่มีความหลากหลาย ในเรื่องรายละเอียด แต่ว่าโดยประเด็นปัญหาแล้วมาจากแหล่งที่มาอันเดียวกันนะครับ นั่นก็คือความที่ไม่ชัดเจนในนโยบายของรัฐบาลแล้วก็แนวทางในการปฏิบัติที่มีหลายมาตรฐาน ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่ ผมคิดว่าปัญหาที่ผมได้ไปพบเห็นในจังหวัดนครศรีธรรมราช เปึนปัญหาเดียวกับที่เพื่อนผู้แทนราษฎรในพื้นที่อื่น ๆ ได้ไปประสบมาแล้วก็ตั้งเปึนกระทู้ถามบ้าง ตั้งเปึนญัตติรอการบรรจุเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรบ้างนะครับ ผมหยิบปัญหานี้ ขึ้นมาก็ด้วยความคาดหวังว่ากระทู้ถามนี้รัฐบาลเองจะให้คําตอบที่มีความชัดเจน แล้วก็ โดยเฉพาะรัฐบาลมีนโยบายที่เขียนไว้เปึนนโยบายเร่งด่วนในข้อ ๑.๑๗ เรื่อง วางระบบ การถือครองที่ดินและกําหนดแนวเขตการใช้ที่ดินให้ทั่วถึงและเปึนธรรม โดยใช้ข้อมูล ระบบภูมิสารสนเทศ ภายใต้กระบวนการที่ชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อให้ประชาชนมีที่ดินทํากิน และประกอบอาชีพอย่างทั่วถึงและพอเพียง ซึ่งผมคิดว่าเปึนแนวทางที่ถูกต้องและเปึน แนวทางที่สอดคล้องกับแนวคิดในการแก้ไขปัญหาซึ่งมีมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑ เปึนการแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินของพี่น้องในพื้นที่ ป์าไม้นะครับ โดยมีคณะกรรมการนโยบายป์าไม้แห่งชาติในเวลานั้นได้เสนอแล้วก็ ออกเปึนมติคณะรัฐมนตรีมา แต่ว่าจากวันนั้นจนถึงวันนี้มติ ครม. ฉบับดังกล่าวได้ถือว่า เปึนคัมภีร์ของเจ้าหน้าที่ป์าไม้ในการปฏิบัติต่อผู้เข้าไปบุกรุก เข้าไปถือครองที่ดินในเขต พื้นที่ป์าไม้ตลอดมา มีความพยายามที่จะทําให้คนอยู่กับป์าได้ในช่วงเวลานั้น แต่เนื่องจากว่า ด้วยเงื่อนไขของมติ ครม. ในเวลานั้นที่มีการให้อํานาจกับเจ้าหน้าที่ป์าไม้ ให้กับกรมป์าไม้ มากจนเกินไปแล้วก็ละเลยหลายส่วนที่จะเปึนการแก้ไขปัญหาก็ทําให้ปัญหาเหล่านั้น ยังดํารงอยู่ มติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑นี่มีเปัาหมายเพื่อที่จะดูแลรักษาป์า แล้วก็ต้องการจะแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินของพี่น้องเกษตรกรที่เข้าไปบุกรุกที่ทางราชการ เรียกว่า บุกรุกที่ดินในเขตพื้นที่ป์า อันนั้นเปึนสิ่งที่ทุกคนยอมรับว่าต้องการที่จะให้มีแนวทาง ที่ชัดเจนในการแก้ไขนะครับ แต่อย่างที่บอกว่า ปัญหาการให้อํานาจที่มากเกินไปกับเจ้าหน้าที่ กรมป์าไม้ก็ได้ทําให้เกิดความโน้มเอียงในการใช้กฎหมายที่เคร่งครัด ปราศจากการผ่อนปรน และที่สําคัญก็คือขาดการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนแล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการ กับการแก้ไขปัญหาที่ดินในเขตป์า มีพื้นที่อยู่ ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ที่มติ ครม. ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ต้องการจะเข้าไปแก้ไขปัญหาก็คือ ในส่วนของพื้นที่ป์าสงวนแห่งชาติ ซึ่งก็ต้องการที่จะแยกแยะ พื้นที่ว่าถ้าเปึนพื้นที่ที่สามารถทําการเกษตรได้ก็สามารถที่จะออกเปึน ส.ป.ก. ได้ แต่ถ้า ออกเปึน ส.ป.ก. ไม่ได้ก็ให้กรมป์าไม้เข้าไปดูแล แล้วก็เป่ดโอกาสให้ราษฎรทํากินตาม ความเหมาะสม ความเหมาะสมที่ว่านั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่กรมป์าไม้ เหมือนกัน อีกส่วนหนึ่งก็คือการจําแนกเขตการใช้ที่ดิน เมื่อจําแนกได้แล้วว่าพื้นที่บางส่วน จะต้องเปึนป์าอนุรักษ์ตามกฎหมายนี่ก็ใช้อํานาจของกรมป์าไม้เข้าไปจัดการตาม ความเหมาะสมอีกเช่นกันซึ่งก็เปึนดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ อีกส่วนหนึ่งถ้าเห็นว่าเปึนพื้นที่ ที่เปึนป์าอนุรักษ์ตามกฎหมายแล้วก็ให้กรมป์าไม้เข้าไปจัดการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และก็ห้ามราษฎรเข้าไปในพื้นที่นั้นโดยเด็ดขาดนะครับ
ส่วนที่ ๒ ก็คือ พื้นที่ป์าอนุรักษ์ตามกฎหมายก็ประเภทอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า เขตห้ามล่าสัตว์ป์า พื้นที่ลุ่มน้ําอะไรต่าง ๆ นะครับ ซึ่งเปัาหมาย ก็คือเพื่อการอนุรักษ์ ทั้งอนุรักษ์พื้นที่ อนุรักษ์ป์าไม้ อนุรักษ์ดิน อนุรักษ์น้ํา อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ ซึ่งเปึนสิ่งที่ทุกคนก็ยอมรับว่าจะต้องมีสิ่งนั้นอยู่ แต่ปัญหาก็คือว่าเมื่อราษฎรเข้าไปทํากินอยู่แล้วจะเปึนการเข้าไปทํากินก่อนหรือหลัง การประกาศเขตก็ตาม การแก้ไขปัญหาจะต้องตามมา แล้วก็เปึนความรับผิดชอบ ของรัฐบาลที่ต้องเข้าไปแก้ไข มติ ครม. ของวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ บอกไว้ชัดเจนครับว่า ในพื้นที่ป์าอนุรักษ์ให้กรมป์าไม้สํารวจพื้นที่ที่มีชาวบ้านเข้าไปครอบครองสํารวจให้ชัดเจน แล้วก็ทําการขึ้นทะเบียนผู้ครอบครอง จากนั้นให้ตรวจสอบพิสูจน์การถือครองที่ดิน โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหาร ถ้าไม่มีก็ให้ใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ที่ถ่ายไว้ครั้งแรกหลังวันสงวน หวงห้ามเปึนป์าพื้นที่ตามกฎหมาย รวมทั้งต้องพิจารณา ร่วมกับหลักฐานอื่นที่แสดงว่ามีการครอบครองทําประโยชน์ต่อเนื่องมาก่อน ตรงนี้ก็คือ การให้ชาวบ้านที่ทํามาหากินในพื้นที่เหล่านั้นมาก่อนจะได้รับรู้ว่าตัวเองมีสิทธิอยู่หรือไม่ และมีสิทธิในการไปพิสูจน์สิทธิโดยใช้หลักฐานที่หลากหลาย ไม่ใช่หลักฐานของ ฝ์ายทางราชการเพียงอย่างเดียว ซึ่งมติ ครม. ให้การรับรองแบบนี้ไว้ แต่ว่าเอาเข้าจริง มติ ครม. ก็เปึนเพียงกรอบเท่านั้นเอง แต่ว่าในแง่การปฏิบัติจริง ๆ แล้วนี่ก็ไม่สามารถที่จะ เข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาแล้วก็ให้สิทธิกับพี่น้องที่เข้าไปทํากินโดยถูกต้อง โดยชอบธรรมได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องปัญหาการให้อํานาจกับเจ้าหน้าที่กรมป์าไม้ในการบริหาร จัดการตามกรอบกฎหมาย หน่วยงานหลายแห่งก็ได้ยกปัญหานี้ขึ้นมา ทั้งองค์กรพัฒนา เอกชนอะไรต่าง ๆ ก็สะท้อนปัญหาให้รับทราบอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่ว่าไม่ว่าชาวบ้าน จะเข้าไปอยู่ก่อนหรือหลังการประกาศพื้นที่ป์านี่นะครับ การพิสูจน์สิทธิของชาวบ้าน เปึนไปด้วยความยากเย็นและเหมือนกับเปึนผู้ด้อยอํานาจไม่มีอํานาจต่อรอง ความถูก ความผิดนี่ชี้ขาดอยู่ที่กรมป์าไม้ทั้งสิ้น และการชี้ขาดมักจะลงเอยด้วยว่ากรมป์าไม้ เปึนฝ์ายถูกเสมอ และถ้าหากว่ากรมป์าไม้ไม่พร้อมที่จะพิสูจน์ก็นั่นหมายความว่า ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่เข้าไปทํากินในพื้นที่ป์าเหล่านั้นก็ยังคงคาราคาซังอยู่ ก็ทําให้ ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้นไม่มีหลักประกัน ผมจึงจําเปึนต้องตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความชัดเจนเรื่องนี้นะครับ ใน ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ก็คือ
๑. รัฐบาลจะดําเนินการประกาศเขตที่ดินป์าสงวนแห่งชาติ อุทยาน หรือพื้นที่ป์าอื่น ๆ ที่ไม่ชัดเจนทั้งหลายให้ชัดเจน และประกาศให้ประชาชนทราบ ด้วยวิธีการ ด้วยกระบวนการอย่างไร และเมื่อใด
๒. รัฐบาลจะช่วยเหลือประชาชนที่เข้าไปทํากินในเขตป์าสงวนแห่งชาติ โดยสุจริตและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้อย่างไร
๓. รัฐบาลจะเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริตต่อหน้าที่ด้วยการเรียกรับเงิน จากประชาชนเพื่อแลกกับการเข้าไปทํากินในเขตป์าสงวนแห่งชาติ หรือกลั่นแกล้งจับกุม และเรียกทรัพย์สินเงินทองจากประชาชนโดยอาศัยความไม่ชัดเจนในเรื่องเขตป์าได้อย่างไร