สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๑

เนื่องจากผมได้รับหนังสือแจ้งว่า ในระหว่างวันที่ ๑๔–๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีกําหนดการ เดินทางไปเฝัารับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ที่เขตห้ามล่าสัตว์ ป์าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ในระหว่างวันที่ ๑๖–๒๒ และวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๑ ติดราชการสําคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม ไปตอบในวันพฤหัสบดี ๔ กันยายน ๒๕๕๑ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗ นะครับ จึงแจ้งให้ ท่านเจ้าของกระทู้ทราบ เชิญคุณอภิชาต

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เพิ่งทราบจากท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ว่ามีการเลื่อนกระทู้ครั้งนี้ แล้วผมก็ได้เตรียมตัว ที่จะมาอภิปรายซักถามรัฐมนตรีด้วยการเตรียมข้อมูลมาเต็มที่นะครับ สิ่งที่ผมอยากจะ แสดงความรู้สึกกับท่านประธานก็คือว่า การแจ้งเลื่อนกระทู้ของรัฐมนตรีตามหนังสือ ที่ตอบกลับมายังเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ท่านรัฐมนตรีทราบกําหนดการนี้ล่วงหน้า แล้วนะครับ เปึนเวลาหลายวัน แน่นอนในหมายรับเสด็จจะต้องมีหมายกําหนดการ ล่วงหน้า และรัฐมนตรีจะต้องรู้ล่วงหน้า เพราะฉะนั้นทําไมรัฐมนตรีถึงไม่ประสานกับ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ตอนที่เนิ่น ๆ ก่อนที่จะมีการบรรจุ ระเบียบวาระ ก่อนที่จะมีการบรรจุกระทู้ถามนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นี่เปึนประเด็นที่ผมอยากจะตั้งไว้แล้วก็อยากจะให้เปึนบรรทัดฐานสําหรับการมาตอบ กระทู้ถามของรัฐมนตรีในรายอื่น ๆ ด้วยว่าเมื่อยังไม่พร้อม หรือมีเหตุจําเปึนซึ่งสามารถ รู้ล่วงหน้าจะต้องประสานกับสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงผู้ตั้งกระทู้ถาม จะได้มีการเตรียมตัว จะได้มีการวางจังหวะเวลาในการที่จะซักถามกันที่ชัดเจนแน่นอน และเมื่อเห็นจากหนังสือฉบับนี้แล้วก็บอกว่าจะขอเลื่อนกระทู้ถามไปตอบในวันที่ ๔ กันยายน ซึ่งเปึนเวลาที่เนิ่นนานไป ผมยังไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลานั้น ก็อยากจะเรียนถามท่านประธานมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็เพิ่งได้รับหนังสือ เหมือนกับท่านเมื่อสักครู่นี้ คือหนังสือจากสํานักงานรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ด่วนที่สุด ที่ ทส ๐๑๐๐/๓๖๖๑ ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑ เรื่อง การตอบกระทู้ถามที่ ๒๙๓ เรียน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เขาก็ทํามาอย่างนี้ อ้างเหตุผลดังที่กระผมเรียนเมื่อสักครู่นะครับ ก็ขอให้ท่านเจ้าของกระทู้ได้ทราบ ผมจะประสานงานกับรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งว่าเขาจะเลื่อนจากวันที่ ๔ กันยายน ขยับมาได้ อีกไหม ถ้าขยับได้ผมจะเรียนให้ท่านทราบต่อไป ท่านเลขาธิการประสานงานด้วยนะครับ

ต่อไปเปึนกระทู้ถามที่ ๒ ถามเรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณพัฒนา แหล่งน้ําชุมชนในจังหวัดยโสธร ของคุณณิรัฐกานต์ ศรีลาภ ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมอบให้รองนายกรัฐมนตรี พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยเปึนผู้ตอบกระทู้ถาม แต่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มอบต่อให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณสุพล ฟองงาม เปึนผู้ตอบกระทู้ถาม

นายอิสสระ สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี อยากขอ กราบเรียนกับท่านประธานว่าจ้าของกระทู้คือ คุณณิรัฐกานต์ ศรีลาภ เนื่องจากว่าไม่ได้มา เพราะว่าบิดาเสียชีวิตเมื่อ ๒ - ๓ วันที่ผ่านมานะครับ จึงไม่สามารถมายื่นกระทู้ถามได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตกไปใช่ไหมครับ

นายอิสสระ สมชัย อุบลราชธานี

ถ้าจะขอความกรุณาเลื่อนไป จะได้ไหมครับในคราวหน้า เนื่องจากว่าขณะนี้นําศพไปบําเพ็ญกุศลอยู่ที่จังหวัดยโสธร ขอเลื่อนไปเปึนคราวต่อไปจะได้ไหมครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีหนังสือมอบหมายไหม ท่านไม่ได้มอบหมายเปึนลายลักษณ์อักษร

นายอิสสระ สมชัย อุบลราชธานี

แต่ว่าท่านได้โทรศัพท์มาบอกผมว่า อย่างไรให้ผมกราบเรียนท่านประธานสภาให้ด้วยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าให้ดีที่สุดนะครับ เพื่อเปึนศักดิ์ศรีของคุณณิรัฐกานต์ ศรีลาภ ซึ่งมีญาติผู้ใหญ่เสียชีวิต

นายอิสสระ สมชัย อุบลราชธานี

คุณพ่อเขาเปึนอดีต ส.ส. ด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ควรจะให้รัฐมนตรีเปึน คนขอเลื่อนดีกว่ากระมังครับ เพราะว่าตัวรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบ

นายอิสสระ สมชัย อุบลราชธานี

ถ้าอย่างนั้นก็ขอความกรุณาเลื่อน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นท่านรัฐมนตรี ช่วยกรุณาเลื่อนแทนเถอะครับ เพราะจังหวัดอุบลราชธานีด้วยกัน

นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานครับ ไม่ขัดข้องครับท่าน

นายอิสสระ สมชัย อุบลราชธานี

ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็หาวิธีออกให้นะครับ

นายอิสสระ สมชัย อุบลราชธานี

กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเปึนกระทู้ที่ ๓ ถามเรื่องปัญหาเกี่ยวกับเส้นทางคมนาคม ของคุณปวีณ แซ่จึง ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาหรือยัง ยังไม่มา ระเบียบกฎเกณฑ์ไม่ค่อยมี สภาไทย ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร ก็รอ ประสานงานไปสิครับมาหรือไม่มา ถ้าไม่มาก็จะได้ ประณามกัน

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานคะ ดิฉัน วรศุลี ค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงใช่ไหมครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ไม่ได้ประท้วงค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้ประท้วงก็นั่งลงก่อน นั่งลงก่อนครับ แล้วก็ยกมือขึ้นพ้นศีรษะ เชิญครับ

(นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ขอบคุณค่ะท่านประธาน ขอบคุณ มากนะคะที่ให้โอกาสดิฉันค่ะ เห็นท่านบอกว่ารอเพราะว่าคนที่ยื่นกระทู้ยังไม่มา ดิฉัน ขอใช้เวลาในช่วงนี้ที่กําลังรออยู่นะคะ ขอหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรี เกี่ยวเนื่องจากริมแม่น้ําโขง เมื่อวานนี้ท่านบอกว่ามีการหารือกันเยอะแยะ แต่ที่ดิฉัน อยากหารือนี้เพื่อที่จะตั้งข้อสังเกต ในส่วนที่จะได้ให้ท่านรัฐมนตรีผู้ที่ดูแลนะคะ อย่างเช่น กรมโยธาธิการและกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลริมแม่น้ําโขง เกี่ยวกับกรณีเรื่องสนธิสัญญา สนธิสัญญาเรื่องร่องน้ําลึก เนื่องจากทุก ๆ ป้แม่น้ําโขงจะสูงเอ่อล้นขึ้นมาแล้วก็ท่วมใน พื้นที่เขตเทศบาลเมืองมุกดาหารและเขตเทศบาลเมืองทุก ๆ เมือง อย่างเช่น จังหวัด หนองคาย จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม แล้วก็จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ของท่านรัฐมนตรีนะคะ ดิฉันอยากจะขอหารือท่านรัฐมนตรี ท่านประธานผ่านท่าน รัฐมนตรี กรณีเรื่องริมแม่น้ําโขง เรื่องตลิ่งพัง ตอนนี้จังหวัดมุกดาหารโดนน้ําเซาะตลิ่งพัง เข้ามาจนใกล้ถึงตัวสถานีสูบน้ําในเขตจังหวัดมุกดาหารแล้วนะคะ ดินของเรา ในสนธิสัญญาว่าร่องน้ําลึกเปึนของประเทศตรงกันข้าม ก็เท่ากับว่าถ้าหากว่าน้ําซัดมาถึง เกิดเปึนร่องน้ําลึก ร่องน้ํา ดินของไทยค่ะ เลือดของไทย แต่ไปตกเปึนของประเทศอื่น จังหวัดมุกดาหารของดิฉันนะคะ ๗๐ กิโลเมตร ๗๐,๐๐๐ กว่าเมตรนะคะ ตอนนี้ได้รับ งบประมาณป้ละแค่ ๒๐๐ เมตร ท่านจะไปปกปัองดินแดนของไทยได้อย่างไร เหตุเกิดจาก ที่เขาพระวิหารที่มีคําพิพากษาจากศาลเมื่อป้ ๒๕๐๕ แค่ ๕๐ ไร่ แต่ในจังหวัดมุกดาหาร นะคะท่าน ๗๐ กิโลเมตรค่ะ ๗๐,๐๐๐ เมตร ในการก่อสร้างเขื่อนปัองกันตลิ่งพังให้ได้แค่ ป้ละ ๒๐๐ เมตร ๒๐๐ เมตร ป้หนึ่ง ป้หนึ่งมีผลสํารวจออกมาแล้วค่ะแผ่นดินไทยของเรา ลงไปในพื้นที่แม่น้ําโขง ๓๐ ไร่ค่ะตั้งแต่เซ็นสนธิสัญญา ป้ ๒๔๖๒ จนมาถึงปัจจุบัน เกือบร้อยป้แล้วค่ะ เกือบจะร้อยป้แล้วนะคะ ดินจังหวัดมุกดาหารหายไปที่ริมแม่น้ําโขง หายลงไปที่แม่น้ําโขงนะคะ โผล่เปึนดินของประเทศลาวเกือบจะ ๓๐๐ ไร่แล้ว อยากจะ ขอหารือท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรี อย่างไร อย่างไร เห็นท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ บนแท่นก็ขอความกรุณานะคะ ริมแม่น้ําโขงส่วนมาก ถ้าหากว่าก่อสร้างเขื่อนปัองกัน ตลิ่งพังท่านจะจัดงบประมาณไปลงที่กรมโยธาธิการและผังเมืองนะคะและอีกอย่างหนึ่ง ถ้าจะเอาน้ําจากแม่น้ําโขง งบประมาณท่านก็จะส่งลงไปที่กรมชลประทาน ในการก่อสร้าง เขื่อน ในการก่อสร้างประตูเป่ดป่ดน้ํา แต่พื้นที่นั้นเปึนพื้นที่ของเทศบาลค่ะ ซึ่งอยู่ภายใต้ การดูแลของท่านรัฐมนตรีนะคะ อยู่ในพื้นที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแล ของท่านนะคะ ปกครองท้องถิ่นค่ะ อยากจะขอความร่วมมือจากท่านนะคะ ขอหารือแล้วก็ ขอฝากท่านเรื่องงบประมาณที่จะจัดสรรลงไปนะคะ ทําประตูเป่ดป่ดน้ําแล้วก็ เขื่อนปัองกันตลิ่งด้วยนะคะ ดินของเราลงไปที่แม่น้ําโขงเยอะแล้วนะคะ ขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสวรศุลีค่ะ ดิฉันขอขอบคุณค่ะ อย่างไร อย่างไรเห็นท่านรัฐมนตรี พยักหน้านะคะ งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ นี้ แม้ไม่ได้ในป้ ๒๕๕๒ ก็ขอให้ได้ ในป้ ๒๕๕๓ นะคะต้น ๆ ป้ค่ะ ก็ขอให้ได้มีการก่อสร้างเพื่อจะปัองกันดินที่พังทลายลง นะคะ ขอขอบคุณท่านมากค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานได้หารือในช่วงที่ระหว่างรอดําเนินการ ในวาระต่อไปนะครับว่า ในขณะนี้จังหวัดสมุทรสาครที่กระผมเปึนผู้แทนราษฎรอยู่นี่ นะครับท่านประธาน ประสบปัญหาซึ่งผมได้นําเรียนทางสภานี้หลายครั้งนะครับ ในเรื่อง วิกฤติของสิ่งแวดล้อมครับ ท่านประธานเคยไปตรวจราชการที่สมุทรสาครครับ ผมก็ได้มี โอกาสไปอยู่ในคณะท่านประธานด้วยนะครับ ไปดูในจังหวัดสมุทรสาคร ท่านประธานคง พบได้นะครับว่าในปัจจุบันนี้สภาพแวดล้อมในจังหวัดสมุทรสาครมีปัญหาอย่างยิ่งนะครับ ไม่ว่าจะเปึนมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ํา มลพิษทางเสียง สาเหตุหลัก ๆ นะครับ ท่านประธานครับผมกราบเรียนมาหลายครั้งจริง ๆ ว่าก็คือมีโรงงานอุตสาหกรรมเข้าไป ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครจํานวนมากนะครับ ปัจจุบันนี้เกือบ ๕,๐๐๐ โรงแล้วครับ ที่ขออนุญาตถูกต้องนี่นะครับและที่หลบเลี่ยงไม่ขออนุญาตอีกจํานวนมากมายทีเดียวครับ เมื่อโรงงานอุตสาหกรรมเข้าไปตั้งเปึนแหล่งผลิตนี่นะครับก็มีพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ย้ายถิ่นเข้าไป ประชากรแฝงส่วนหนึ่ง แรงงานต่างด้าวอีกส่วนหนึ่งครับ เมื่อมีชุมชนใหญ่ ๆ เกิดขึ้น วันนี้สมุทรสาครมีประชากร ๔๘๐,๐๐๐ คน ประชากรแฝง ประมาณการว่าประมาณ ๓ แสนคนครับ แรงงานต่างด้าวก็ประมาณนั้นนะครับ ๒๘๐,๐๐๐ คน ถึง ๓ แสนคนนะครับ ก็เห็นได้ว่าสภาพชุมชนก็แออัดทีเดียวนะครับ เมื่อชุมชนไปตั้งถิ่นที่อยู่นะครับขยะนะครับก็ตามมานะครับนี่ก็ทําให้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทับถมทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โรงงานอุตสาหกรรมจํานวนมากทีเดียว ละเลยในเรื่อง สิ่งแวดล้อมก็ปล่อยสิ่งของเสียต่าง ๆ นะครับลงสู่สาธารณะต่าง ๆ สภาพแวดล้อม ก็เสื่อมโทรมมากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันนี้แม่น้ําท่าจีนเปึนแม่น้ําสายหลักนะครับ วันนี้ ลุ่มน้ําท่าจีนคุณภาพน้ําต่ําที่สุดใน ๒๕ ลุ่มน้ํา ค่าบีโอดี (BOD : Biochemical Oxygen Demand หรือค่าบอกปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์) สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่แทบไม่ได้เลยครับ โดยเฉพาะแม่น้ําท่าจีนตอนล่างตั้งแต่นครชัยศรีลงไปถึง ปากอ่าวตรงมหาชัยครับ วันนี้ลําคลองที่เชื่อมต่อกับแม่น้ําท่าจีนในเขตอําเภอกระทุ่มแบน อําเภอเมืองหลัก ๆ เน่าเสียเกือบทั้งหมด ยกเว้นในอําเภอบ้านแพ้วซึ่งก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะว่าน้ําจากทางราชบุรี ดําเนินสะดวกปล่อยลงมา บางครั้งก็ทําให้ลําคลอง ในส่วนของอําเภอบ้านแพ้วนั้นเสียหายด้วย ทําให้พี่น้องเกษตรกร พี่น้องที่ตั้งบ้านเรือน อยู่ในบริเวณริมคู คลอง และริมแม่น้ําท่าจีนได้รับความเดือดร้อนอย่างยิ่งนะครับ ไม่สามารถจะใช้อุปโภคบริโภคได้ นี่คือเรื่องน้ํานะครับเรื่องหลัก ๆ นะครับแล้วผลพวง ผลกระทบอีกเยอะแยะ นอกจากเรื่องน้ํานี้ เพราะว่าเดิมเราใช้น้ําในการอุปโภคบริโภคได้ สามารถจะเอาขึ้นมา ผมเด็ก ๆ นี่ตักน้ําในแม่น้ําขึ้นมาแกว่งสารส้ม สามารถจะซักผ้า หุงข้าวได้เลย ปัจจุบันนี้ใช้ไม่ได้แล้ว ในลําคลองไม่ต้องพูดถึงนะครับ เน่าเสียทั้งหมดนี้ และในวันนี้โรงงานต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนมาใช้ถ่านหินครับท่านประธาน ท่านประธาน เดินทางไปสมุทรสาครท่านประธานก็เห็นว่ามีโรงฟอก โรงย้อม โรงอุตสาหกรรม ต่อเนื่องจากผลิตภัณฑ์ทางทะเล ทางอาหารสัตว์นี่เยอะแยะ วันนี้ใช้ถ่านหิน ในกระบวนการผลิตแทนน้ํามันเตา ซึ่งหลายโรงงานก็ไม่มีระบบควบคุมมลพิษที่เกิดจาก การใช้ถ่านหิน ไม่ว่าจะเปึนเถ้าถ่านหินหรือซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งทําให้พี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณในพื้นที่ใกล้โรงงานและรอบ ๆ โรงงานนั้นได้รับความเดือดร้อน ตากผ้าตากผ่อนก็ไม่ได้ท่านประธานครับ เพราะว่าเถ้ามันก็ปลิวลงไปกระจายลงไป และโดยเฉพาะวันนี้ลูกเด็กเล็กแดงลูกหลานเราที่เรียนหนังสือก็ได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง ผู้ที่มีสุขภาพอนามัยที่ไม่ดีอยู่แล้วเมื่อเกิดสภาวะอย่างนี้ก็เจ็บป์วยกันจํานวนมากทีเดียว สถิติผู้ป์วยเพิ่มสูงขึ้นมากและเปึนโรคทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับผลกระทบจาก สิ่งแวดล้อมเพิ่มจํานวนมากยิ่งขึ้น ผมก็จะขออนุญาตนําเรียนปัญหานี้อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธาน แล้วผมก็ได้ตั้งกระทู้นี้ไปอีกครั้งหนึ่งว่าอยากจะเห็นส่วนราชการ เอาจริงเอาจังกับเรื่องสิ่งแวดล้อมในจังหวัดสมุทรสาคร ไม่ว่าจะเปึนในส่วนกลางหรือ ส่วนภูมิภาคลงไปทําจริง ๆ จัง ๆ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานได้กําชับฝากไปถึง ผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ต่อกรณีที่ผมได้ลุกขึ้นหารือท่านประธานเมื่อวานนี้นะครับเกี่ยวกับ การขึ้นรถไฟชั้น ๓ ของพี่น้องประชาชนตามนโยบาย ๖ มาตรการ ๖ เดือนของรัฐบาล ถือว่าเปึนโชคดีครับ เพราะเมื่อวานผมได้มีโอกาสพบกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านได้เล่าให้ผมฟังเรียบร้อยแล้วนะครับ โดยที่ผมไม่ต้องทําหนังสือผ่านสภา ท่านบอกว่ารัฐบาลกําลังจะเอาเรื่องนี้เข้า ครม. ครับ เพื่อขออนุมัติให้ดําเนินการให้พี่น้อง ประชาชนสามารถนั่งรถไฟชั้น ๓ ฟรี อย่างเชียงใหม่เข้ากรุงเทพฯ ได้โดยตรงเลย โดยไม่ต้องไปแวะที่นครสวรรค์ หรือจากกรุงเทพฯ ไปหาดใหญ่โดยไม่ต้องไปแวะ สุราษฎร์ธานี อันนี้ก็ถือว่าเปึนโชคดีของพี่น้องประชาชน ผมก็เลยถือโอกาสนี้ฝาก ท่านประธานไปยังประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดวิทยุของสภานะครับว่าวันนี้นั่งฟรีนะครับ เริ่มวันที่ ๑๙ ท่านรัฐมนตรีได้พูดอย่างนั้น

ทีนี้มีอีกเรื่องหนึ่งครับที่อยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล เรื่อง ๖ มาตรการ ๖ เดือน ก็คือเรื่องน้ําประปา น้ําประปาใช้ฟรีในหมู่บ้านครับ บังเอิญ ในหมู่บ้านในจังหวัดเชียงใหม่หรือจังหวัดอื่น ๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ประปาส่วนภูมิภาค เขาใช้ประปาหมู่บ้านซึ่งชาวบ้านก็ต้องหารกัน เฉลี่ยกันเองโดยมีการคิดค่าน้ํานะครับ อยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลให้ท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ได้ดู ๖ มาตรการ ๖ เดือนเรื่องนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน เพราะว่า เขาไม่ได้ประปาภูมิภาค ต้องให้กระทรวงมหาดไทยรีบดูแลเรื่องนี้นะครับ จะได้ช่วยเหลือ ประชาชนได้ เพราะว่ามาตรการ ๖ มาตรการ ๖ เดือนนี้ คนที่คิดมาตรการวันนี้ท่านไม่ได้ อยู่ในประเทศไทยแล้วนะครับ เสียดายจริง ๆ อยากจะฝากพี่น้องประชาชนไว้ด้วยเพื่อให้ เข้าใจนะครับว่าคนที่คิด ๖ มาตรการ ๖ เดือน ท่านต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อย่างจริงจังในสภาวะเงินเฟัอ สภาวะข้าวของแพงนะครับ แต่ท่านไม่ได้อยู่ชื่นชมนะครับ ผมขอฝากไว้แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญ คุณสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคพลังประชาชน จากจังหวัดหนองคายครับ ผมอยากหารือ ท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ เกี่ยวกับการทําผลงานทางวิชาการของ ครูบาอาจารย์ ซึ่งตอนนี้มีปัญหามากนะครับ วันนี้มีคณะครูจากภาคอีสานและภาคกลาง บางส่วนได้เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ในวันนี้ก็มาเพื่อขอความเปึนธรรมจาก ทางสภา จากทางรัฐบาล ก็ขอฝากให้ผู้เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบการตรวจผลงานทางวิชาการ ของครูที่ผ่านมา เท่าที่ฟังครูบาอาจารย์ได้มาระบายความทุกข์ร้อนในใจว่าการปรับปรุง ผลงานวิชาการของครูมีหลายมาตรฐาน แต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการตรวจผลงานของครู ไม่เหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะทางภาคอีสานและก็มีปัญหามาก มาทั้งหมด ๑๓ จังหวัด วันนี้ครับ รวมทั้งลพบุรีด้วยที่มาวันนี้ครับ ก็อยากฝากไปยังผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กระทรวงศึกษาธิการและคณะกรรมการผู้เกี่ยวข้อง คือการประเมินผลงานของครูเท่าที่ฟัง มาแล้ว แต่ละกรรมการ แต่ละชุด แล้วแต่คิดอยากจะทํา มาตรฐานไม่เหมือนกันนะครับ บางคณะ บางกลุ่มได้ตรวจผลงาน ถ้าไม่ผ่านก็มาอบรม อบรมแล้วมาผ่านให้อบรมย่อย อีกแล้วก็ผ่าน สําหรับกลุ่มที่มาวันนี้ จากฟังการรายงานของคณะครูเขาว่า เขาเพิ่งส่ง ผลงานส่งผลงานแล้ว ใครส่งผลงานแล้วยังไม่ได้ตรวจผลงานแต่ให้มาประเมิน เชิงประจักษ์ เมื่อประเมินเชิงประจักษ์โดยเข้าอบรม อบรมแล้วตามเกณฑ์บอกว่าถ้าผ่าน การอบรมหรือคะแนนตามนั้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ตามสาระนะครับ ปรากฏว่าคนที่ผ่านก็ยังไม่ผ่านเหมือนเดิม ทางคณะครูของเขาติดใจ ข้องใจในการ ปฏิบัติงานในการประเมินผลงานอีกอย่างหนึ่งก็มีการขู่ครูบาอาจารย์ด้วยว่าใครก็ตาม ที่มาร้องเรียนทางสภานี้จะได้รับโทษทางวินัย อันนี้ก็ขอฝากไปยังจังหวัดต่าง ๆ หรือคณะกรรมการ หรือผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาที่ได้บอกกับครูว่าอย่างนั้น ก็ขออย่าได้ลงโทษครูบาอาจารย์เลย ขอให้ตรวจสอบกัน นําเขามาพัฒนานะครับ บางคนเดี๋ยวนี้รอผลการพิจารณาผลงานได้เสียชีวิตไปหลายคนแล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผมต้อง ขอกราบขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งนะครับ ที่ให้โอกาสผมได้หารือ เรื่องที่ ๑ ครับ ท่านประธานครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานในการหารือก็คือในเรื่องของปัญหา อุปสรรค เชื่อว่าจะเปึนปัญหาอุปสรรคของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศนะครับ โดยเฉพาะหน่วยงานต่าง ๆ ก็คือในเรื่องของการที่เราได้มีนโยบายในการถ่ายโอน ปรับเปลี่ยนในการทํางานของหน่วยราชการบางหน่วยงาน เช่น ยกตัวอย่าง เช่น กรมชลประทานแล้วก็กรมโยธาธิการ เดิมเราได้ให้เขาดูแลเรื่องถนนพร้อมไปกับระบบ การดูแลเขื่อน ในการก่อสร้าง ปัจจุบันชลประทานเราก็เห็นว่าน่าจะไม่ต้องทําถนนนะครับ โดยปกติงบประมาณก็จะไม่ให้ไป หรือให้ไปน้อย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียน ครับว่า ปัญหาอุปสรรคก็คือว่าหน่วยงานต่าง ๆ ในขณะนี้ยังมีถนนหนทางของชลประทาน อยู่ในหน่วยงานของเขาอยู่ แล้วก็ในขณะเดียวกัน อย่าง รพช. อย่างนี้เปึนต้น เดิมเปึน รพช. แล้วเราก็ย้ายไปเปึนหน่วยงานใหม่ที่เราเรียกว่าทางหลวงท้องถิ่น แต่ก็ปรากฏว่า สิ่งที่สร้างไปแล้วของ รพช. หรือทางหลวงท้องถิ่นที่สร้างไปแล้วก็ปรากฏกว่าเราบอกว่า เราไม่ให้เขาดูแลในการซ่อมบํารุง ปัญหาอุปสรรคก็คือเมื่อถ่ายโอนไปให้กับ อบจ. หรือที่ เราเรียกว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึน อบจ. อบต. ปรากฏว่า อบต. กับ อบจ. มีงบน้อย ปัญหาอุปสรรคก็คือทําให้ไม่สามารถดูแลได้ ผมอยากจะกราบเรียนครับ อบต. หรือ อบจ. คงไม่มีงบน้อยทุกที่ครับ ตัวอย่างของการที่ มีงบน้อยส่วนใหญ่จะเปึนจังหวัดเล็ก ๆ อย่างจังหวัดชัยนาทของผมเปึนต้น ก็มีงบน้อย เพราะฉะนั้นก็ไม่สามารถที่จะดูแลได้ บาง อบต. เขามีงบเยอะครับ มากกว่า อบจ. เสียอีก แต่ปรากฏว่า อบต. อื่นนั้นเขามีงบมากกว่า อบจ. บ้านผม แต่บ้านผม อบจ. มีงบนิดเดียว อบต. ก็มีงบนิดเดียว ก็ขอฝากครับว่าตรงนี้ขอให้ช่วยดูแลด้วยนะครับ ว่าจะถ่ายโอนกัน อย่างไร เพราะว่าลําพังแต่มาให้วิ่งกันถ่ายโอนโดยที่ไม่เปึนลักษณะเปึนระบบเลย เปึนในคราวเดียว อยากจะกราบเรียนครับ วิ่งที่ละเส้นสองเส้น กว่าจะทํากัน กว่าจะย้าย กว่าจะโอนกัน ก็ขออนุญาตท่านประธานครับว่าใช้เวลานานพอสมควรทีเดียว เพราะฉะนั้นการพัฒนาหรือการดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงของการถ่ายโอนหรือย้าย ก็จะ ทําให้ได้รับความเดือดร้อน ได้รับผลกระทบ การที่จะตั้งงบประมาณไปดูแล หรือไปดําเนินการก็ไม่สามารถดําเนินการได้ แล้วจะให้ อบจ. หรือ อบต. มาตั้ง งบประมาณก็ไม่สามารถดําเนินการได้ การแปรญัตติงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนของ การที่จะทําก็ไม่สามารถดําเนินการได้เพราะว่าไปอยู่ในหน่วยงานบางหน่วยงาน ก็ขอกราบเรียนว่าตรงนี้ก็ขอฝากท่านประธานด้วย มาตรการ ๖ เดือน ๖ มาตรการ นะครับ ที่ดูแลพี่น้องประชาชน ในเรื่องอื่น ๆ ก็คง ในหลายเรื่องก็ปัญหาไม่มี แต่มีปัญหามากอยู่ อย่างหนึ่งก็คือปัญหาในเรื่องของน้ํา เนื่องจากน้ําประปามันอยู่หลายหน่วยงานด้วยกัน ไม่ว่าประปาส่วนภูมิภาคแล้วก็ประปานครหลวงก็คงไม่มีปัญหา คนที่อยู่ประปา ส่วนภูมิภาคก็คงจะดูแลได้ แต่ปัญหาก็คือประปาที่อยู่ในหมู่บ้านชุมชน ตรงนั้นก็อยากจะให้ท่านประธานฝากไป ทางรัฐบาลด้วย ให้รัฐบาลดูแลว่าตรงนี้ขอให้ทั่วถึงด้วย จะใช้ถ่ายโอนงบไปหรือ ดําเนินการในเรื่องของเงินดูแลย้อนหลังอย่างไร ก็ขอฝากด้วยนะครับ หรือว่า จะดําเนินการในโอกาสต่อไปอย่างไรก็ขอฝากด้วย ขอให้ได้รับการดูแลได้ทัดเทียมกัน ก็ขอฝากอย่างนั้น

ในเรื่องต่อไปนะครับ เรื่องที่ ๓ ก็คือการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร และพี่น้องประชาชน ก็ขอหน่วยงาน ท่านประธานครับ ว่าเร่งรัดทางรัฐบาลด้วยนะครับ ว่าขอให้เร่งรัดในการดูแลแก้ไขปัญหาหนี้สินพี่น้องประชาชนและก็เกษตรกร เพราะว่า ตอนนี้แม้พี่น้องเกษตรกรในส่วนหนึ่งจะมีราคาข้าวที่ดีขึ้น แล้วตอนนี้อย่างที่บ้านผมก็ ๑๑,๐๐๐ กว่าบาท ๑๒,๐๐๐ กว่าบาท ๑๒,๔๐๐ บาท ๑๒,๗๐๐ บาท ถึง ๑๓,๐๐๐ บาท อะไรก็ตามแต่ที่เปึนข้าวสด ที่เป้ยก ๆ ชุ่ม ๆ น้ําอยู่ในขณะนี้ ก็เรียนว่าถ้าเปึน ข้าวแห้ง ก็ต้อง ๑๔,๐๐๐ บาท หรือ ๑๔,๐๐๐ กว่าบาท เกือบ ๑๕,๐๐๐ บาท ก็เรียนต่อ ท่านประธานครับว่าเปึนเรื่องที่ดี แต่ว่าปัญหาก็คือพี่น้องเกษตรกรก็ยังไม่หมดหนี้สิน ในคราวเดียวก็ขอฝากท่านประธานนะครับเร่งรัดด้วย

เรื่องของทุนการศึกษานะครับ ในโอกาสเดิมที่รัฐบาลเราได้ดําเนินการ และก็ต่อเนื่องมาจนกระทั่งปัจจุบันแล้วก็ไม่มี ก็ขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าปัญหา ในเรื่องของทุนการศึกษาที่เด็กเรียนดีหรือเด็กอยากเรียนแต่ไม่มีทุนการศึกษาหรือ มีเงินน้อยไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ก็ขอฝากท่านประธานนะครับ ช่วยเร่งรัด ดําเนินการให้ลูกหลานด้วย ตอนนี้โรงเรียนก็เป่ดไปนานพอสมควรแล้ว แล้วก็ลูกหลาน ก็ไม่อยากจะเห็นเขาไม่มีเงินเรียน พอสอบได้แล้วก็ต้องไปเสียชีวิตนะครับ ก็ขอฝากด้วย ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน จังหวัดสกลนคร เขต ๒ ท่านประธานครับ ที่บ้านโคกสามัคคี ตําบลต้นผึ้ง อําเภอพังโคน มีอาคารเรียนเก่า ๆ ของสํานักงาน การศึกษาขั้นพื้นฐานได้ถูกไฟไหม้ในระหว่างเดือนกรกฎาคมทั้งหลัง ท่านประธานครับ ไหม้กลางวัน กระผมได้ขอให้ท่านผู้อํานวยการโรงเรียนซึ่งเปึนผู้หญิงและก็ข้าราชการครู ทําหนังสือเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการผ่านมาที่ผู้แทน แต่ท่านก็ไม่กล้า ทําหนังสือครับท่านประธานครับ ขณะนี้นักเรียนลูกหลานบ้านโคกสามัคคีไม่มีอาคารเรียน ที่จะใช้ ก็หารือไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกรุณาตั้งงบประมาณ สร้างอาคารเรียนให้ลูกหลานบ้านโคกสามัคคีในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ด้วยครับ ท่านประธานครับ

ประการต่อมาที่กระผมออกเยี่ยมเยียนในระหว่างการป่ดสภา พี่น้อง ชาวนาในอําเภออากาศอํานวยและอําเภอวานรนิวาส ในฤดูทํานาเดียวต้องดํานา ๔ ครั้ง ๕ ครั้ง ท่านประธานครับ เพราะมีกองทัพหอยเชอรี่ไปกัดกินต้นข้าวจนหมด ก็ขอหารือ ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ได้พิจารณาหาทางช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรของกระผมใน ๒ อําเภอ คือวานรนิวาสและอําเภออากาศอํานวยด้วยว่าจะทํา อย่างไรกับหอยเชอรี่ เพื่อไม่ให้พี่น้องต้องดํานาฟรีครับท่านประธาน

ข้อหารือข้อที่ ๓ พอดีท่านรัฐมนตรีมานั่งอยู่ตรงนี้ครับ กระผมได้หารือ เรื่องนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว นั่นก็คือโครงการประปาผิวดินและประปาชนบทในอําเภอ วานรนิวาสหลายตําบลและก็ในอําเภอวาริชภูมิด้วย เนื่องจากว่าทางอธิบดีกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นได้ทําหนังสือแจ้งไปที่ อปท. อบต. ทุก อบต. ที่มีโครงการว่าจะเอา งบประมาณเกี่ยวกับการประปาท้องถิ่น การประปาผิวดินและการประปาบาดาลออกไป จากโครงการ ก็ขอฝากหารือท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ตรงที่นี่นะครับว่าในขณะนี้ พี่น้องประชาชนหลายคนทั่วประเทศมีสิทธิใช้น้ําประปาฟรีคนละ ๕๐ ลิตร แต่พี่น้อง ในอําเภอวานรนิวาส ตําบลหนองแวง หนองแวงใต้หลายตําบลนะครับ แล้วก็อําเภอ วาริชภูมิ แม้แต่โอกาสจะได้ใช้น้ําประปายังไม่มีเลยนะครับ ก็ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรี ว่าถ้าไม่มีงบเหลือจ่ายป้นี้ก็ตั้งงบประมาณ ๒๕๕๒ ให้กับพี่น้องชาวอําเภอวานรนิวาส ที่รอโครงการน้ําประปามาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนายเรวัต อารีรอบ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาที่ให้ผมได้มีการหารือ แต่ว่าผมจะบอก ท่านประธานสภานิดหนึ่งครับ ข้างขวามือท่านประธานสภาเรียก ๔ ท่าน ข้างผมก็ต้อง เรียก ๔ ท่านบ้างสลับกันไปสลับกันมานะครับ

หารือเรื่องที่ ๒ นะครับท่านครับ คือเนื่องจากว่ามีพี่น้องประชาชนและ นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศที่จังหวัดภูเก็ตที่มาร้องเรียนให้ผมทราบว่า เนื่องจากมีสายการบินมีอยู่ ๒ บริษัท ที่เปึนโลว์ คอสท์ (Low cost : สายการบินต้นทุนต่ํา) นะครับท่านครับ ที่เปึนสายการบินต้นทุนต่ําได้หยุดทําการบินไปแล้ว ทีนี้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเปึนอย่างมาก เนื่องจากว่าการบินไทยไม่ได้ เสริมเที่ยวบินมาเพื่อรองรับตรงนี้ ผมต้องฝากท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ขอความกรุณานะครับว่าต้องการเพิ่มเที่ยวบิน หรือไม่อย่างนั้นก็เที่ยวบินที่มีอยู่แล้วก็เพิ่ม เครื่องบินลําใหญ่ขึ้น เพื่อจะได้รองรับสายการบินต้นทุนต่ําที่ได้หยุดบินไปในขณะนี้ครับ ผมก็ขอขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประนอม โพธิ์คํา

นายประนอม โพธิ์คํา นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประนอม โพธิ์คํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อแผ่นดิน ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ที่ได้ให้โอกาสผมได้หารือ ผมเองนั้นได้ลงพื้นที่ก็ได้ทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนในเรื่องของไฟฟัา ไฟฟัาของ แต่ละหมู่บ้านในเขตเลือกตั้งของผม และก็ผมคิดว่าปัญหาเรื่องนี้ก็คงจะไม่เฉพาะ เขตเลือกตั้งของผม ผมคิดว่าน่าจะเปึนปัญหาของทั้งประเทศไทยนะครับ นโยบายเดิมนั้น รัฐบาลเดิมได้มีนโยบายว่าจะขยายไฟฟัาให้ทุกหมู่บ้านครบถ้วนทุกครัวเรือน แต่ว่า ปัจจุบันนี้ไฟฟัานั้นไม่ได้ขยายตามนโยบาย จึงอยากกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าขอให้เร่งรัดขยายเขตไฟฟัาให้กับพี่น้อง ประชาชนที่ยังขาดไฟฟัาในเขตเลือกตั้งของผมและก็ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศไทย

และก็เรื่องปัญหาที่ ๒ ที่เกิดกับพี่น้องประชาชนนะครับ ก็คือเรื่องของ หม้อแปลง เพราะเดิมชุมชนแต่ละชุมชนนั้นก็มีชุมชนที่เล็ก แต่ว่าเดี๋ยวนี้ชุมชนได้ขยาย หมู่บ้านขยายเพิ่มขึ้นมากขึ้น ๆ จากเดิม ๑๐ หลัง เดี๋ยวนี้เปึน ๒๐–๓๐ หลังคาเรือน ทางหม้อแปลงนั้นเดิมทางการไฟฟัาได้ติดหม้อแปลงและเหมือนหม้อแปลงกระปิอง หม้อแปลงเล็ก ๆ พอชุมชนขยายขึ้นมาก็เลยทําให้หม้อแปลงนั้นไม่สามารถขยายแปลง ไฟฟัาให้กับพี่น้องประชาชนได้ใช้ทั่วถึงได้ พอตอนเย็นหรือตอนเช้ามีการใช้ไฟฟัามาก เสียบหม้อหุงข้าว ใช้ตู้เย็น ใช้เครื่องไฟฟัาต่าง ๆ ก็ทําให้ไฟตกนะครับ ก็อยากกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าเรื่องปัญหาของหม้อแปลง ก็อยากให้เปลี่ยนหม้อแปลง ให้พี่น้องประชาชนทุกหมู่บ้าน ไม่อย่างนั้นเครื่องใช้ไฟฟัาต่าง ๆ นั้นก็จะเกิดความเสียหาย นะครับ ผมเองก็ขอกราบเรียนท่านประธานไว้เพียงแค่นี้ ขอขอบพระคุณครับผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด สุโขทัย ผมขอหารือกับท่านประธานสภานะครับเพื่อที่จะฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องไฟฟัาอีกเช่นกันนะครับ เพราะว่าที่จังหวัดสุโขทัยครับ ของที่บ้านผมนั้นมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการขยายเขตไฟฟัาเปึนจํานวนมากท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายเขตไฟฟัา ที่ผมทราบมาว่าใน ๑ หลังคาเรือนนั้น การไฟฟัา ส่วนภูมิภาคนั้นเขาจะมีโควตาประมาณไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ บาท ในการที่จะดูแลในเรื่อง ของการขยายเขตไฟฟัา แต่ในเมื่อพี่น้องประชาชนบ้านครัวเรือนต่าง ๆ นั้นที่ไปขอขยาย เขตไฟฟัาให้กับประชาชนนั้น กลับได้รับการตอบรับมาว่าต้องให้องค์การบริหารส่วนตําบลนั้น ทํางบประมาณเข้ามาสนับสนุนแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน ว่าในเมื่อการไฟฟัาส่วนภูมิภาคเปึนผู้เก็บค่าใช้จ่ายของการไฟฟัาทั้งหมด และไม่เคยคืน กําไรอะไรให้กับท้องถิ่นเลย ไม่เคยแบ่งสันปันส่วนในเรื่องของเงิน ที่เก็บค่าไฟฟัาให้กับ ท้องถิ่น แต่เวลาการขยายเขตไฟฟัานั้นกลับจะต้องให้ท้องถิ่นนั้นเปึนผู้ออกค่าไฟฟัา ทั้งหมดเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผิดกับเมื่อก่อน การไฟฟัาจะให้ท้องถิ่นนั้นออกประมาณ ๒๐–๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง และมีอยู่หมู่บ้านหนึ่งที่หมู่ ๗ เรียกว่าหมู่บ้านนาตาพรหม ตําบลศรีคีรี อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย เรียกว่าหมู่บ้านนาตาพรหม ตําบลศรีคีรี อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัยครับ หมู่บ้านนี้ มีประมาณ ๕๐ หลังคาเรือนมีวัดมีบ้านผู้ใหญ่อยู่ แต่ไม่มีไฟฟัาครับ ไม่ทราบว่าเปึนไปได้ อย่างไร ผมเคยอภิปรายในข้อหารือตรงนี้มาครั้งหนึ่งครับท่านประธาน แล้วการไฟฟัา ทางสภาเราก็ทําหนังสือไปถึงการไฟฟัานะครับ ให้ดําเนินการทางนี้ แล้วผลสุดท้าย การไฟฟัานั้นได้ทําหนังสือไปถึงองค์การบริหารส่วนตําบลศรีคีรี อําเภอคีรีมาศ ให้เอา งบประมาณสนับสนุนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ เพื่อที่จะได้ทําการไฟฟัาให้กับหมู่บ้าน หมู่ที่ ๗ บ้านนาตาพรหมแห่งนี้ ฉะนั้นผมขอฝากทางกระทรวงมหาดไทยนะครับว่าให้ดูแล บ้านนี้มีประมาณร่วม ๕๐ หลังคาเรือนครับ แล้วก็ไม่ไกลจากกระแสไฟฟัาแรงสูงเลย ประมาณไม่เกิน ๕ กิโลเมตรด้วยซ้ํา แต่กลับไม่มีไฟฟัาเลยครับ บ้านผู้ใหญ่ก็อยู่หมู่บ้านนี้ แล้ววัดก็อยู่ที่นี่นะครับ ซึ่งในหมู่บ้านนี้ก็ต้องใช้ระบบแผงโซลาร์ เซลล์ อยู่ ทําให้มีปัญหากับเด็กนักเรียนที่เรียนหนังสือจะต้องทําการบ้านกลางค่ํากลางคืน ก็ไม่สามารถที่จะทําได้ยังใช้แผงโซลาร์ เซลล์ก็ได้ประมาณ ๒–๓ ชั่วโมงก็หมดนะครับ ก็ต้องฝากกับทางสภาแห่งนี้ถึงกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยดําเนินการในเรื่องนี้ เพราะว่าองค์การบริหารส่วนตําบลศรีคีรีไม่มีงบเพียงพอที่จะช่วยกันสนับสนุนเรื่องนี้ กราบขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เนื่องจากมีท่าน มีความประสงค์จะหารืออีก ๕ ท่าน ท่านประมวล ท่านสงกรานต์ ท่านบุญยอด ท่านประสิทธิ์ ท่านสุชาติ เนื่องจากเวลาจํากัดก็ขอเลื่อนทั้ง ๕ ท่านไปคราวหน้านะครับ ให้เลขาธิการจดชื่อเอาไว้ด้วยครับ ต่อไปเปึนเรื่องกระทู้ถามที่ ๓ กระทู้ธรรมดานะครับ เรื่องปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับเส้นทางคมนาคมของ คุณปวีณ แซ่จึง ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทรงศักดิ์ ทองศรี เปึนผู้ตอบแทนนะครับ เชิญเจ้าของกระทู้ครับ

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง พลังประชาชน เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดศรีสะเกษ กระผมขอตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมดังต่อไปนี้ ด้วยในสภาพปัจจุบันประชาชน ในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษได้ประสบปัญหาความเดือดร้อน อันเนื่องมาจากเส้นทาง คมนาคมการสัญจรไปมาไม่สะดวกมีลักษณะเปึนหลุมเปึนบ่อ และเส้นทางจราจร เชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ ภายในจังหวัดมีไม่เพียงพอแก่ความต้องการ ซึ่งทางราชการ ได้พยายามแก้ปัญหา แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ ซึ่งเส้นทางเดิมที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของสํานักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทและกรมโยธาธิการได้ถ่ายโอนภารกิจ ให้กับกรมทางหลวงชนบท ซึ่งขณะนี้ได้เกิดปัญหาขึ้นอย่างมากมาย จึงขอเรียนถาม ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ มีจํานวนเส้นทางถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทอยู่ ทั้งหมดเท่าใด และเส้นทางที่รับโอนจากหน่วยงานอื่นมีกี่เส้นทาง ระยะทางเท่าไร ข้อ ๒ ทางหลวงชนบทได้ถ่ายโอนภารกิจถนนต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ชนบทให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีจํานวนเท่าไร ข้อ ๓ ทราบว่าทางกรมทางหลวง ชนบทมีโครงการก่อสร้างเส้นทางใหม่ ระยะทางประมาณ ๗,๐๐๐ กิโลเมตร อยากขอ ทราบรายละเอียด ข้อ ๔ กรมทางหลวงชนบทหลังจากที่ได้ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วได้เคยมีการติดตามประเมินผลแต่อย่างใดหรือไม่เพียงใด ข้อ ๕ ในจังหวัดศรีสะเกษอยากจะกราบเรียนถามว่าโครงการถนนที่กระผมจะได้อ่านรายชื่อนี้ ได้รับการสนับสนุนในโครงการที่จะก่อสร้างหรือปรับปรุงซ่อมแซมแต่อย่างใดหรือไม่ โครงการก่อสร้างถนนลาดยางสายบ้านอีปาดถึงบ้านพันลํา ตําบลบัวน้อย และจากบ้าน พันลํา ตําบลบัวน้อยข้ามสะพานข้ามลําน้ํามูล ระยะทางประมาณ ๑๓.๕ กิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่อําเภอกันทรารมย์ ซึ่งเปึนเส้นทางที่จะเชื่อมจากทางหลวงสายราษีไศล- กันทรารมย์ ไปถึงอําเภอกันทรารมย์ช่วงอยู่ที่ตําบลบัวน้อยซึ่งเดิมกรมโยธาธิการ ได้ไปสร้างสะพานเอาไว้แล้ว

๒. โครงการก่อสร้างถนนลาดยางสายบ้านผักบุ้ง บ้านจาน ตําบลจาน อําเภอกันทรารมย์ ประมาณ ๓.๘ กิโลเมตร

๓. โครงการสายบ้านบกขี้ยาง ตําบลหนองหัวช้างถึงห้วยขะยุง อําเภอกันทรารมย์

๔. โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางชนบท หมายเลข ๔๐๐๖ สายบ้านบก ตําบลบก ถึงบ้านโนนค้อ ตําบลโนนค้อ อําเภอโนนคูณ ระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร

๕.โครงการถนนลาดยางทางหลวงชนบท หมายเลข ๔๐๒๔ สายบ้านโนนค้อ ตําบลโนนค้อ ถึงบ้านโคกสะอาด ตําบลหนองกุง อําเภอโนนคูณ ระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร

๖. โครงการก่อสร้างถนนสายลาดยางบ้านหนองปลาเข็ง บ้านผักขย่าใหญ่ อําเภอโนนคูณระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร และโครงการซ่อมสร้างถนนลาดยาง สายบ้านหนองปลาเข็งถึงบ้านร่องเก้า อําเภอโนนคูณประมาณ ๕ กิโลเมตร

ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่ามีเส้นทางที่เปึนเส้นทาง ที่อยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทที่ชํารุดเสียหายมากมาย จึงขออนุญาต ท่านประธานได้เพิ่มเติมโครงการที่จะสอบถามครับ สายบ้านดงเค็ง บ้านหนองจอก บ้านหลักด่าน อําเภอศิลาลาดเชื่อมกับอําเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด สายบ้านโจดม่วง อําเภอศิลาลาด ถึงบ้านพลไว อําเภอมหาชนะชัย อันนี้เปึนเส้นทางของทางหลวงชนบท เดิมเลยนะครับ เส้นทางหมายเลข ๔๐๓๔ ระยะทางประมาณ ๙ กิโลเมตร ที่ผม ได้เคยเรียนในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ก็คือเส้นทางเส้นนี้ ๙ กิโลเมตร เชื่อมอําเภอศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษกับอําเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ท่านสร้างเสร็จเพียง ๓.๕ กิโลเมตร ทั้ง ๆ ที่ระยะทางนี้ตลอดสาย ๙ กิโลเมตร เส้นทางสาย ยส. ๓๓๐๑ บ้านหนองตุ อําเภอมหาชนะชัย ถึงบ้านโพธิ์ อําเภอศิลาลาด เส้นทางเส้นนี้ ๙.๕ กิโลเมตร ก่อสร้าง บางตอน ตอนนี้ชํารุดเสียหายหมดครับ สายบ้านยาง บ้านด่าน เส้นทางเส้นนี้ก็คือ สาย ๔๐๕๒ ชํารุดมากตรงบริเวณบ้านสร้างป้ื ถึงบ้านด่าน ระยะทางประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร แทบใช้การไม่ได้สายต่อไปก็คือสายจากบ้านด่านซึ่งเชื่อมทาง สายบ้านดอนไม้งาม บ้านหมากมาย ตรงเส้นทางหมายเลข ๔๐๔๕ ถึงบ้านหนองสรวง บ้านคูสระ บ้านพวนน้อย บ้านเมืองแคนเชื่อมเส้นทางสายบ้านน้ําอ้อมน้อย หมายเลข ๔๐๖๑ ระยะทาง ๑๑ กิโลเมตร สายบ้านโนนคูณ ตําบลโนนคูณถึงเทศบาล ยางชุมน้อย ระยะทาง ๖ กิโลเมตร อันนี้ทางหลวงชนบทก่อสร้างเพียง ๑.๕ กิโลเมตร ขาดอีก ๔.๕ กิโลเมตร

ต่อไปครับทางที่จะแยกออกจากทางหลวงสายศรีสะเกษ-กันทรลักษ์ หมายเลข ๒๒๑ ตรงบ้านเป๋อย หมู่ ๑๐ ตําบลพรหมสวัสดิ์ ไปบ้านเสมอใจ บ้านหนองคล้า ตําบลหนองคล้า บ้านพยุห์ ประมาณ ๗ กิโลเมตร จากบ้านพยุห์ถึงบ้านหนองเตย บ้านเสมอใจ บ้านสําโรงโคเฒ่า บ้านจาน ตําบลตําแย ๗ กิโลเมตร จากบ้านหนองไฮ ตําบลโพนค้อ ถึงบ้านก่อ ตําบลหนองไฮ อันนี้เปึนเส้นทางของท่านอีกเหมือนกันนะครับ เส้นทาง ๒๐๗๐ ระยะทาง ๘ กิโลเมตรชํารุดเกือบหมด

ต่อไปบ้านน้ําคําถึงบ้านคูซอด หมายเลข ๔๐๕๓ ชํารุดเสียหายมาก เกือบตลอดเส้นทาง เส้นทาง ๒๐๒๔ บ้านบักโทน ถึงบ้านโคกสะอาด อําเภอโนนคูณ ชํารุดตลอดเส้นทาง เส้นทาง ๓๐๐๕ บ้านกระแชงใหญ่ บ้านละลาย อําเภอกันทรลักษ์ ก็ชํารุดมากเหมือนกัน

สายสุดท้ายคือ ๓๐๑๒ เชื่อมกับ ๔๐๓๖ ตรงบ้านล่อที่จะไปที่อําเภอพยุห์ ชํารุดมาก ผมจะส่งเอกสารให้ท่านครับถ้าท่านจดไม่ทัน

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อการถ่ายโอนภารกิจนี้แสดงให้เห็นถึง ความไม่พร้อม ความไม่พร้อมตั้งแต่จุดเริ่มต้นก็คือ การรับภารกิจของกรมทางหลวงชนบท รับการถ่ายโอนภารกิจมาจาก ๒ กรมคือ สํานักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท และ กรมโยธาธิการ สภาพที่เกิดปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น ๑. ถนนที่ชํารุดอยู่แล้วไม่ได้มีการซ่อมแซมปรับปรุง เพราะโอนให้กับทางหลวงชนบท ๒. ถนนที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จสิ้นตามโครงการ บางโครงการมีระยะที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ๑๐ กิโลเมตร ก่อสร้างเพียง ๓–๔ กิโลเมตร ก็ถ่ายโอนให้กับกรมทางหลวงชนบท ด้วยสภาพของความไม่พร้อมทําให้เกิดปัญหาอย่างมากมาย และสิ่งที่เกิดปัญหาตามมา ก็คือเมื่อกรมทางหลวงชนบทรับสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ ถนนหนทางเหล่านี้มา ทั้ง ๆ ที่อยู่ ในสภาพที่ยังไม่เรียบร้อย ไม่ได้มีการปรับปรุงไม่ได้มีการก่อสร้างให้ครบเสร็จสิ้น ท่านก็ถ่ายโอนภารกิจอันนี้ไปให้กับท้องถิ่น ถ่ายโอนให้ อบจ. ถ่ายโอนให้ อบต. บ้าง ผมคิดว่าไม่มี อบจ. และท้องถิ่นใดที่จะสามารถรับภารกิจอันนี้ได้ ถนนเส้นหนึ่ง ๑๐ กิโลเมตร ๑๕ กิโลเมตร ค่าก่อสร้างประมาณ ๓๐ ล้านบาท ท้องถิ่นที่ไหนจะมีเงิน ไปก่อสร้าง ขณะนี้ถนนชํารุดเกือบหมดครับ ที่ผมจะเรียนถามตอนนี้จะต้องเกี่ยวเนื่อง ถึงกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป ทีนี้เมื่อท่านถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น แล้วจะเกี่ยวเนื่องไหมครับ ผมจะถามท่านต่อ แต่จะขอบรรยายนิดหนึ่ง ขออภิปราย นิดหนึ่งก็คือ ถนนที่ยังไม่พร้อม สภาพที่ยังไม่ดีถ่ายโอนไปกับท้องถิ่น เขารับภารกิจนี้ มา ๒ ป้แล้ว บางแห่งเปึนถนนหินคลุกไปโดยปริยาย ลาดยาง ไม่สามารถฟุ๋นฟูได้ อย่างตําบลหนองแคที่อยู่ใกล้บ้านผมที่สุดผมไม่ได้เอ่ยถึง ประมาณ ๖ กิโลเมตร ถ่ายโอน ให้เขาโดยที่สภาพยังไม่ได้ซ่อมแซม ตอนนี้ยิ่งชํารุดหนักขึ้นไปอีกประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของถนน เปึนถนนหินคลุกไปโดยปริยาย นี่คือสภาพที่มันเกิดขึ้น แล้วก็อยากจะกราบเรียน ถามท่านต่อเลยนะครับในประเด็นนี้ท่านจะได้ตอบ ก็คือหลังจากที่มีการถ่ายโอนภารกิจ ตาม พ.ร.บ. การกระจายอํานาจ ให้กับท้องถิ่นแล้ว ท่านทราบปัญหาไหม ปัญหาและ อุปสรรคของกรมในการปฏิบัติภารกิจตอนนี้ท่านมีปัญหาอะไรบ้าง ท่านมีอุปสรรค อะไรบ้าง ขอถามครั้งที่ ๑ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีตอบ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน คือท่านปวีณ แซ่จึง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ ในนาม ของพรรคพลังประชาชน ต่อกรณีปัญหาเรื่องความเดือดร้อนเกี่ยวกับเส้นทางคมนาคม ซึ่งผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกดังนี้นะครับ

กรมทางหลวงชนบทเปึนหน่วยงานซึ่งได้มีการตั้งขึ้นมา ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยได้ยุบภารกิจ งานด้านการก่อสร้างทางของกรมโยธาธิการเดิม แล้วก็สํานักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท เข้าด้วยกัน แล้วก็โอนถนนของทั้ง ๒ หน่วยงานอยู่ในความรับผิดชอบเปึนของ กรมทางหลวงชนบท แล้วก็โอนถนนของทั้ง ๒ หน่วยงาน ตามพระราชบัญญัติกําหนด แผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งมีผลใช้บังคับ ทําให้กรมทางหลวงชนบท ต้องถ่ายโอนถนนสายย่อยที่ไม่สามารถนํามา พัฒนาเปึนถนนโครงข่ายสายรองหรือว่าทางหลวงชนบทได้ ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นดูแลต่าง ๆ เปึนทางหลวงท้องถิ่นอยู่ทั้งสิ้น ๑๔,๘๐๐ สายด้วยกัน ระยะทางรวม ๕๒,๐๐๐ กิโลเมตร คงเหลืออยู่ในความรับผิดชอบที่มีศักยภาพสามารถ นํามาพัฒนาเปึนถนนโครงข่ายสายรองเชื่อมโยงระหว่างทางหลวงแผ่นดิน หรือที่เรียกว่า ทางหลวงชนบทจํานวน ๒,๙๐๐ สาย ระยะทาง ๔๐,๘๐๐ กิโลเมตร ในจํานวนนี้เปึนถนน ที่ลาดยางแล้ว ๓๓,๖๐๐ เมตร และก็ยังเปึนถนนลูกรังอยู่อีก ๗,๒๐๐ กิโลเมตร สําหรับกรมทางหลวงได้ถ่ายโอนถนน สายย่อยที่ไม่สามารถพัฒนาเปึนโครงข่ายสายรองหรือทางหลวงชนบท ในคําถามข้อที่ ๒ นะครับ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ในจังหวัดศรีสะเกษนั้นรับผิดชอบอยู่ ๒๘๘ สาย ระยะทางรวม ๘๐๘ กิโลเมตร ระยะทางรวม ๘๐๘ กิโลเมตร มีแผนที่ถ่ายโอน เพิ่มเติมอีก ๑๓๔ สายทาง ระยะทางรวม ๑๒๖ กิโลเมตร

สําหรับคําถามข้อที่ ๓ ข้อมูลผมเรียนอย่างนี้ครับว่า กรมทางหลวงชนบท จะก่อสร้างถนนสายทางใหม่ระยะทางประมาณ ๗,๐๐๐ กิโลเมตร มีข้อเท็จจริงดังนี้ครับ โครงการดังกล่าวเปึนโครงการยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบทหรือที่เรียกว่าโครงการ ถนนปลอดฝุ์นเพื่อเร่งรัดการลาดยางถนนโครงข่ายทางหลวงชนบททั่วไปทั้งประเทศ ที่ยังเปึนลูกรังอยู่อีกประมาณ ๗,๒๐๐ กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จประมาณ ๑ ป้ครึ่ง เปึนการ ก่อสร้างบนถนนโครงข่ายทางหลวงชนบทเดิมมิได้ก่อสร้างบนถนนสายทางหลวงใหม่ แต่อย่างใดนะครับ โครงการนี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท โดยการ จัดหาจากแหล่งเงินกู้ภายในประเทศ หากคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการและ กระทรวงการคลังสามารถจัดหาแหล่งเงินกู้ได้ กรมทางหลวงชนบทก็คงจะดําเนินการ ก่อสร้างต่อไป

สําหรับคําถามข้อที่ ๔ ถนนที่กรมทางหลวงชนบทถ่ายโอนให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลนั้น ทางกรมเองก็จะมีการติดตามดูอย่างใกล้ชิด โดยกรม ทางหลวงชนบทได้ทําหน้าที่เปึนพี่เลี้ยงให้ความช่วยเหลือปรึกษาและแนะนําด้านเทคนิค วิทยาการตลอดเวลาที่ผ่านมา ซึ่งระยะเวลาแรกที่ได้เตรียมความพร้อมด้วยการฝ๊กอบรม ทั้งภาคทฤษฎีและก็ภาคปฏิบัติและก็ตั้งหน่วยงานบริการให้คําปรึกษาแนะนําที่เรียกว่า คลินิกช่างขึ้นในสํานักงานทางหลวงชนบทจังหวัดทุกจังหวัด และในปัจจุบันได้ตั้ง สํานักงานส่งเสริมการพัฒนาทางหลวงท้องถิ่นขึ้นเพื่อทําหน้าที่กําหนดนโยบายและ ยุทธศาสตร์การพัฒนาทางหลวงท้องถิ่น เพื่อสร้างมาตรฐานการพัฒนาให้เปึนเอกภาพ และส่งเสริมสนับสนุนด้านวิชาการรวมทั้งจัดทําแผนแม่บท การพัฒนาระบบโครงข่าย ทางหลวงท้องถิ่นสําหรับเปึนกรอบแนวในการพัฒนาต่อไป ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า เรื่องของการให้คําแนะนําหรือว่าให้คําปรึกษานอกจากทางกรมได้มีสํานักงานในการ ให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ในระดับจังหวัดแล้ว เราได้มีการจัดตั้งบุคคลที่เรียกว่าอาสา ทช. (อาสาสมัครทางหลวงชนบท) ที่เข้าไปช่วยเหลือให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งหลายในการให้ความรู้ความเข้าใจในการก่อสร้างถนนต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะว่าทางกรมเองก็ทราบดีนะครับว่าบุคลากร ทั้งหลายของท้องถิ่นนั้นยังมีศักยภาพ มีความชํานาญในการดําเนินการพัฒนายกระดับ มาตรฐาน ทางยังไม่ดีเท่าที่ควรทางกรมเองก็ยังทําหน้าที่เปึนพี่เลี้ยงตรงนี้ต่อไป เพื่อให้ การพัฒนาต่าง ๆ นั้นมันเปึนไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชน

สําหรับคําถามข้อที่ ๕ นั้น โครงการต่าง ๆ ในจังหวัดศรีสะเกษที่ท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมต้องขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามท่านอีกครั้งคือ ท่านปวีณ แซ่จึง ได้ขอทราบรายละเอียดว่าโครงการทั้งหมดมีประมาณ ๗ โครงการด้วยกัน ใน ๗ โครงการนั้น เราได้ตรวจสอบว่าเปึนโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท อยู่ ๒ โครงการด้วยกัน ก็คือโครงการสาย ศก. ที่ ๔๐๐๖ ระยะทางประมาณ ๑๓ กิโลเมตรเศษ เปึนถนนลาดยางแล้วตลอดสาย แต่ว่าในป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ เรามีแผนซ่อมสร้างผิวลาดยางระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตรเศษ ใช้งบประมาณประมาณ ๙.๕ ล้านบาท เปึนงบประมาณ ที่เราตั้งไว้ในป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ถ้าผ่านสภาก็คงจะดําเนินการซ่อมสร้างต่อไป

ส่วนสายที่ ศก. ๔๐๒๔ นะครับระยะทางประมาณ ๑๑ กิโลเมตรเศษ เปึนถนนลาดยางตลอดสายเช่นเดียวกัน และก็ในป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ นี้ เราก็มีแผนซ่อมบํารุงปกติ ผิวลาดยางซ่อมสร้าง ระยะทาง ๑๑.๕ กิโลเมตร เราใช้งบประมาณในการซ่อมสร้างประมาณ .๒๖๕ ล้านบาท ก็ ๒ แสนกว่าบาท ทางกรมก็จะลงไปดูตามความเดือดร้อนและก็เปึนแนวทางซึ่งเราได้มีรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งความจริงเรามีตัวแทนทางหลวงชนบทจังหวัด ในการที่จะลงไปดูข้อมูลต่าง ๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ผมเรียนท่านสมาชิกว่าต้องเห็นใจกรมทางหลวงชนบท ซึ่งวันนี้รับภารกิจ งานหลายหน่วยงานที่ยุบรวมกัน แต่เนื่องจากงบประมาณในแต่ละป้ได้รับงบประมาณ มาจํานวนจํากัด เมื่อก่อนไม่ว่าจะเปึนกรมโยธาธิการหรือว่าสํานักงานเร่งรัดพัฒนา ชนบทเองก็รวม ๆ กันก็ ๕๐,๐๐๐–๖๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้พอมาเปึนกรมทางหลวง ชนบทเองนี่ได้งบประมาณประมาณ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ป้นี้ทราบว่าจะมีการแปรญัตติ ก็อาจจะมีส่วนหนึ่งในการที่จะนํามาซ่อมสร้างบํารุงและดูแลพี่น้องเรื่องของคมนาคมได้ให้ มากยิ่งขึ้น ก็ต้องฝากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านปวีณ แซ่จึง ด้วยนะครับว่าได้ช่วยกัน โดยเฉพาะเรื่องอายุของกรมทางหลวงชนบทเปึนเรื่องซึ่งค่อนข้าง จะเปึนที่น่าห่วงใย เพราะว่ากรมเองนั้นยังไม่เปึนกรมถาวร ยังเปึนกรมที่มีอายุเพียง ๕ ป้ เท่านั้น ทําให้ขวัญและกําลังใจของข้าราชการที่ทํางานอยู่ในกรมค่อนข้างจะห่วงอายุ ของกรม ซึ่งอาจจะต้องยุบไปรวมกับกรมทางหลวงในอนาคตต่อไป

ส่วนอีก ๕ โครงการนั้น เปึนโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของ องค์การบริหารส่วนตําบลทั้งหมด อย่างเช่น บ้านอีปาด-บ้านพันลํา ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ก็อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตําบลบัวน้อย ส่วนสายบ้านผักบุ้ง–บ้านจาน ก็อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตําบล บ้านจาน บ้านบกขี้ยาง–บ้านหนองหัวช้าง–บ้านขะยุง อําเภอกันทรารมย์ ก็อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตําบลโนนสัง บ้านปลาเข็ง-บ้านขย่าใหญ่ อําเภอโนนคูณ ก็อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตําบลโพธิ์ ส่วนสายบ้านหนองปลาเข็ง–บ้านร่องเก้า-อําเภอโนนคูณก็อยู่ในความรับผิดชอบของ องค์การบริหารส่วนตําบลโพธิ์เช่นเดียวกัน

ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ด้วยความเห็นใจท่านสมาชิกซึ่งห่วงใยเรื่องของ เส้นทางคมนาคม ก็คือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านปวีณ แซ่จึง ที่ได้นําโครงการ ทั้งหลายทั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทและอยู่ในความรับผิดชอบ ของท้องถิ่น ผมเรียนว่าถึงแม้ว่าถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็จริงนะครับ แต่ถ้าหากว่าท้องถิ่นไม่มีขีดความสามารถในการที่จะดําเนินการ ก็อาจที่จะร้องขอผ่านจังหวัดนะครับแล้วก็ผ่านมาที่กรม กรมเองก็อาจจะมีหนังสือหารือ ไปทางคณะกรรมการกระจายอํานาจเพื่อจะขอภารกิจงานที่ทางท้องถิ่นได้ร้องขอมา เพื่อจัดสรรเงินงบประมาณลงไปดูแลให้นะครับ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ที่คณะกรรมการ กระจายอํานาจที่จะให้ความเห็นชอบหรือไม่อย่างไรในการที่จะนําเงินงบประมาณ จากกรมหนึ่งไปใช้กับอีกองค์กรหนึ่ง ซึ่งถือว่าเปึนปัญหาในทางปฏิบัติเหมือนกันนะครับ

สําหรับโครงการที่ท่านสมาชิกได้ถามเพิ่มเติมนี่นะครับ ผมต้องขออนุญาต ที่จะรอตรวจสอบข้อมูล ถ้าหากว่าเส้นทางต่าง ๆ นั้นอยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ซึ่งมันมีอยู่หลายโครงการ ผมต้องขออนุญาตประหยัดเวลานิดหนึ่ง คงไม่ต้องได้อ่าน นะครับ เดี๋ยวข้อมูลทั้งหลายนี้ผมจะขอท่าน ส.ส. ปวีณ นะครับ ท่านผู้แทน จากศรีสะเกษ ได้ให้ข้อมูลทั้งหมด ถ้าหากเปึนโครงการซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กรมทางหลวงชนบทแล้ว ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า มันก็มีอยู่ ๒ ส่วนด้วยกันนะครับ ส่วนที่ ๑ คือว่า ถ้าหากว่ากรมได้รับงบประมาณแปรญัตติจากสภาอนุมัติไปส่วนหนึ่ง เราก็ จะนําไปบรรจุในการดูแลให้นะครับ ถ้ายังไม่เพียงพอ ที่ผมเรียนนะครับว่า ทางกรมเอง ในขณะนี้เราเข้าใจแล้วเราก็ทราบว่าเส้นทางคมนาคมที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรม ยังมีส่วนที่ต้องยกระดับมาตรฐานทาง อีกประมาณ ๗๒,๐๐๐ กิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่าง ขั้นตอนในการที่จะขอเงินกู้ภายในประเทศที่ผมเรียนว่าประมาณ ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็เข้าใจว่าในส่วนตรงนี้ก็คงสามารถที่จะนําไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอของท่าน ได้มากพอสมควร ซึ่งผมก็จะรับข้อเสนอทั้งหมดที่ท่านเสนอมา นําไปให้ทางกรม ได้พิจารณาดูนะครับ ถ้าอยู่ในความรับผิดชอบของกรม กรมก็จะดําเนินการให้ ตามห้วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับคณะตัวแทนครูจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๒๐ ท่าน ด้วยความยินดีครับ เชิญเจ้าของกระทู้ถามต่อ

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ก็อยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมครับว่า ในกรณีที่ทางกรมทางหลวงชนบท มีแผนงานที่จะ ก่อสร้างปรับปรุงถนนอีก ๗,๐๐๐ กิโลเมตร ก็อยากจะเรียนถามว่า ในกรณีของโครงข่ายเดิม ที่ท่าน ๑. ก่อสร้างแล้วชํารุดเสียหายมาก ๒. ก่อสร้างแล้วยังไม่เสร็จสิ้นตามโครงการ ท่านมีนโยบายที่จะดําเนินการต่อไปหรือไม่ เพียงใด ส่วนเส้นทางที่ผมได้ยื่นเอกสาร เพิ่มเติมเปึนแผ่นที่ ๒ ส่วนมากจะเปึนทางหลวงชนบท เพราะมีหมายเลขเส้นทางอยู่แล้ว ผมขออนุญาตให้ท่านได้กรุณาได้ตอบเปึนลายลักษณ์อักษร รายละเอียดแล้วก็ช่วยแจ้ง ให้ผมทราบ และแจ้งผ่านทางประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่เกี่ยวข้องต่อไป ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในกรณีที่เราถ่ายโอนภารกิจ เปึนปัญหา และอุปสรรคมากมาย ที่ผมเรียนถามทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในเรื่องประเด็นของปัญหาและอุปสรรค ต้องการให้ท่านตอบถึงอุปสรรคและปัญหา ที่เกิดขึ้น ถ้าเกิดขึ้นในเรื่องของปัญหาทางด้านกฎหมาย ก็จะต้องรีบหารือ ให้พรรคร่วมรัฐบาลได้มีโอกาสที่จะรับทราบว่า ภารกิจการถ่ายโอนตามกฎหมาย กระจายอํานาจได้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ท่านกระจายลงไปแล้วท้องถิ่นปฏิบัติไม่ได้ ก็ไม่ควรที่จะกระจายลงไปอีก เพราะเราทราบดีอยู่แล้วลําพังกรมเองซึ่งมีกําลังมากมายกว่า มีศักยภาพที่ดีกว่า ก็ยังไม่สามารถที่จะรับภารกิจเหล่านี้ให้สําเร็จลุล่วงไปด้วยดีได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไปก็คือประชาชนทั่วไป แน่นอนครับต้องได้รับความเดือดร้อน ถนนที่เราบอกว่าจะทําให้ไร้ฝุ์นเราจะมีถนนที่ประกอบด้วยฝุ์นเพิ่มขึ้นมากมายและเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ เพราะสภาพของปัญหาของถนนนั้น ผิวแอสฟัลติก (Asphaltic) ที่เราฉาบไว้ มันหมดสภาพ แล้ว อบต. กับ อบจ. ไม่มีปัญญาที่จะซ่อมแซม ฉะนั้นปัญหานี้ ผมขอเสนอแนะว่า ควรที่จะแก้ด้วยกฎหมาย เพราะกฎหมายที่ทําให้เกิดปัญหานี้ ผมคิดว่ากฎหมายก็เปึนปัญหาหนึ่ง แต่ถ้าอยากจะบอกว่า ไม่มีปัญหาก็คือเรื่อง งบประมาณ เราก็ไม่มีงบประมาณที่จะถ่ายโอนลงให้กับท้องถิ่น เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ จะเกิดปัญหาอย่างต่อเนื่อง เราต้องรีบแก้ไข ผมอยากจะกราบเรียนว่า ในเรื่องของ กฎหมายถ่ายโอนภารกิจนี้ ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของกระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวง คมนาคม จะมีปัญหาทุกกระทรวง ทบวง กรม กรมโยธาธิการเองนะครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานประกอบนิดหนึ่ง ผมถามดูตลิ่งริมฝัืงแม่น้ําภายในประเทศนี่มอบให้กับท้องถิ่น ท้องถิ่นที่ไหนจะทําเขื่อน กันตลิ่งได้ที่อยู่ภายในประเทศ แล้วบอกให้กรมโยธาธิการไปรับผิดชอบชายแดน ที่บ้านผม ก็มีตลิ่งจะพังถึงหลังที่ว่าการอําเภออยู่แล้ว ได้รับความอนุเคราะห์จากกรมโยธาธิการและ ผังเมือง เพียงช่วงเดียว ตอนนี้ก็บอกว่าต้องไปขอจากท้องถิ่น ผมว่าเงิน ๑๕–๒๐ ล้านบาท คงไม่มีโอกาสที่จะได้สร้าง เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนฝากว่าถ้าเกิดเปึนประเด็นปัญหา ของกฎหมายก็ต้องพูดแล้วต้องรับผิดชอบด้วยกัน จะต้องแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ ผมเรียน ฝากท่านว่าถนนที่ท่านจะต้องปรับปรุงก็คือถนนที่มีเส้นทางที่มีหมายเลขของท่าน ตอนนี้ เกิดปัญหามากมายครับ และมีเส้นหนึ่งที่ผมเรียนท่าน เส้นขึ้นต้นด้วย ยส. ๓๓๐๑ ซึ่งเปึน เส้นทางของจังหวัดยโสธรเชื่อมกับจังหวัดศรีสะเกษที่อําเภอศิลาลาด เส้นทางเส้นนี้ ลาดยางบางตอน บางช่วงที่ผ่านหมู่บ้านตลอดระยะทาง ๙.๕ กิโลเมตร ก่อสร้างมาได้ ประมาณ ๖–๗ ป้แล้ว ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จครับ ที่ก่อสร้างเดิมเปึนถนนหินคลุก ไปหมด ถนนเส้นนี้อํานวยความสะดวกให้กับราษฎรในเขตพื้นที่อําเภอศิลาลาด ซึ่งถือว่า เปึนพื้นที่กันดารที่สุดของจังหวัดศรีสะเกษ จะเชื่อมต่อกับจังหวัดยโสธร ราษฎรจะออกไป หมู่บ้าน จะออกไปจังหวัดยโสธร ไปธุรกิจ ไปที่ไหนก็ไปตรงนี้ ก็กราบเรียนฝากท่านไว้ครับ แล้วอีกเส้นทางเส้นหนึ่งที่เปึนของท่านก็คือสายของเส้นบ้านโจดม่วง–พลไว ก่อสร้าง เพียง ๓.๕ กิโลเมตร นอกนั้นเปึนถนนลูกรังหมด ผมประสานท่าน ส.ส. รณฤทธิชัย ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม บอกว่าอยู่ในเขตยโสธร ท่านรณฤทธิชัยบอกว่าไม่มี ปัญญาที่จะให้เขาก่อสร้างต่อไปได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมว่าเส้นทางเส้นนี้เปึนทางเชื่อมระหว่างอําเภอศิลาลาดกับอําเภอมหาชนะชัย ที่เขาจะออกสู่อําเภอราษีไศล ออกสู่จังหวัดยโสธร เพราะฉะนั้นเส้นทางที่มีรหัสและ เส้นทางที่มาเชื่อมกับอําเภอต้องเอื้ออํานวยความสะดวกให้ครับ ๗ สายแรกที่ผมเรียน ท่านมีอยู่ ๒ เส้นผ่านที่ว่าการอําเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ ผมไปเยี่ยมเขา ไปร่วม ประชุม ๑๕ กิโลเมตร ใช้เวลาเกือบ ๓๐ นาที มีหลุมมีบ่อตลอดระยะเส้นทาง แล้วก็ เส้นทางเส้นนี้จะออกมาจังหวัดศรีสะเกษกับไปที่จังหวัดอุบลราชธานี ๑๕ กิโลเมตรนี่ แหละครับ ก็อยากจะกราบเรียนฝากท่านว่าก่อนที่จะไปสร้างของใหม่ ๗,๐๐๐ กิโลเมตร ท่านดูของเก่าที่ท่านค้างเอาไว้ด้วย ที่มีรหัสเส้นทางประมาณ ๑๐ กว่าเส้นทาง แล้วก็ขอเรียนว่า เส้นทางใดที่ท่านขีดโครงข่ายเอาไว้แล้วไม่มีใครกล้าไปแตะต้อง อบจ. ก็ไม่เข้าไป ท้องถิ่น อบต. ก็ไม่เข้าไป ก็จะมีสภาพถนนลูกรังกว้าง ๆ เปึนหลุมเปึนบ่อ ถามพวก อบจ. ก็บอกว่า จะรับถ่ายโอนไหม ก็บอกว่าไม่ไหวหรอก เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนฝากท่านครับว่าขอให้ท่าน ได้โปรด อยากให้ท่านซ่อมแซมของเดิมท่านก่อน ๑. ที่มันชํารุดให้คืนสภาพเดิม ๒. ที่ยัง ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามโครงการให้แล้วเสร็จ ผมต้องขอบคุณกรมทางหลวงชนบทที่ไป สร้างถนนให้ ๑ กิโลเมตรที่บ้านโพธิ์ กิโลเมตรที่ ๒๓–๒๔ ได้อานิสงส์ ส.ส. ๓ จังหวัด คือ จังหวัดศรีสะเกษต้นทาง ตรงช่วงของกลางทางคือจังหวัดยโสธร คุณรณฤทธิชัย ปลายทางท่าน ส.ส. นิสิตที่นั่งอยู่ตรงนี้ ขออภัยที่เอ่ยนาม กิโลเมตรเดียวได้อานิสงส์ ๓ เขต ๓ จังหวัดเลยครับ มันเชื่อมจังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะไม่สอบถามอีก แต่จะขอฝากประเด็นว่าอยากให้ท่านตอบผม แล้วก็ได้กรุณา ได้แจ้งเปึนลายลักษณ์อักษร ฝากประเด็น ๒ ประเด็นที่ผมย้ําเตือนว่าจะต้องทําในสิ่งที่เรามีอยู่แล้วให้ดีเพื่อเปึนการ อํานวยความสะดวกให้กับราษฎรของเรา ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีตอบเปึน เอกสารก็แล้วกัน

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียวครับ พอดีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านปวีณ แซ่จึง ได้กรุณาถามเปึนประเด็นที่ต้องตอบด้วยนะครับในเบื้องต้นก่อน ในกรณีที่ถามถึง ๗,๒๐๐ กิโลเมตรนี้นะครับ ที่เราตั้งใจว่าจะใช้งบเงินกู้ สผ ๔/๒๕๕๑ (ส. นิติบัญญัติ) วัชรี/๑ จะอยู่ในแผนของการซ่อมแซมถนนสายทางเดิมที่ชํารุดบกพร่องหรือไม่ ผมเรียนว่า เรื่องงบซ่อมแซมบํารุงรักษา เรื่องงบบํารุงทางนี่นะครับ ทางกรมเองเขาก็มีแผนปกติ อยู่แล้วนะครับในการที่จะซ่อมสร้างเส้นทางเดิม ซึ่งได้รับมอบมาจากกรมโยธาธิการ แล้วบางส่วนก็มาจาก รพช. แต่ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าเนื่องจากบางสายทางท่านสมาชิก เองก็เข้าใจว่าเปึนเส้นทางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท แต่ว่า ความจริงแล้วมีบางสายทางซึ่งได้ถ่ายโอนให้ท้องถิ่นไปแล้ว แต่เนื่องจากว่าปัายสายทาง ที่ยังติดอยู่นี่เปึนปัายสายทางเดิมอยู่ ก็ทําให้พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งเข้าใจว่าเปึนงาน รับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมก็จะให้ทางกรมโยธาธิการและ ผังเมือง ไปสํารวจอีกทีนะครับว่าเราจะมีวิธีการในการช่วยเหลืออย่างไร อย่างเช่นที่ ท่านได้กรุณาถามถึงสาย ยส. ๓๓๐๑ นะครับ เส้นนี้ก็ได้ถ่ายโอนไปแล้วเหมือนกัน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปแล้ว ส่วนงบ ๗,๒๐๐ กิโลเมตร ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ก็จะเปึนงบประมาณที่ใช้ในการยกระดับมาตรฐานทางใหม่ แล้วก็ต่อเนื่องกับสายทางที่ยัง เหลืออยู่ทั้งหมด ซึ่งเราคํานวณไปหมดแล้วว่าเหลืออยู่ประมาณ ๗,๒๐๐ กิโลเมตร ก็ใช้ เงินกู้ตามแผนที่เราคิดไว้ในกรมทางหลวงชนบท ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท

ส่วนปัญหาเรื่องของการถ่ายโอนความรับผิดชอบเฉพาะสายทางทั้งหลาย ผมก็เรียนด้วยความรู้สึกตรงกันว่าวันนี้ภารกิจงานของท้องถิ่นเอง ซึ่งได้รับการถ่ายโอนมา จากกรมทางหลวงชนบทหรือจาก รพช. เดิม จากโยธาธิการและผังเมือง เดิมนั้น เนื่องจาก ศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองยังไม่พร้อมในการที่จะไปดําเนินการ โดยเฉพาะเรื่องของเส้นทางคมนาคม ขณะนี้ผมก็จะให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้รวบรวมจํานวนสายทางทั้งหมด ที่คิดว่าจะต้องมีการทบทวนส่งไปให้คณะกรรมการ กระจายอํานาจเพื่อทบทวนสายทางที่ถ่ายโอนไป เพราะว่าบางสายทาง เวลาถ่ายโอนไป แล้วมันเปึนปัญหา ไม่มีความต่อเนื่องกันเปึนตอน ๆ ไป ตอนหนึ่งเปึนของกรมทางหลวง ชนบท อีกตอนหนึ่งเปึนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด อีกตอนหนึ่งเปึนขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น มันก็เปึนปัญหาในทางปฏิบัติในการที่จะดําเนินการก่อสร้าง เพื่อให้ มาตรฐานทางเปึนมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งในขณะนี้ผมเรียนด้วยความเคารพว่าเข้าใจตรงกันว่า ปัญหาของชนบทมันเกิดอย่างนี้ ความจริงแล้วถนนสายรองที่เปึนโครงการสายรองทั้งหมดน่าจะเปึน งานภารกิจ งานของกรมทางหลวงชนบททั้งหมด ทั้งหมดนะครับ และกรมเองก็จะได้รับ หน้าที่ในการทํามาตรฐานทางให้เปึนแนวเดียวกัน ส่วนถนนสายย่อยระหว่างหมู่บ้าน กับหมู่บ้านในท้องถิ่น ก็ควรจะให้เปึนงานที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่อไป

ส่วนประเด็นคําถามที่ท่านถามมาเพิ่มเติม ๑๓ ข้อ ผมก็จะเรียนว่า เดี๋ยวจะตรวจสอบข้อมูล แล้วจะตอบเปึนลายลักษณ์อักษรให้ท่านทราบผ่านท่านประธาน ต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระทู้ถามธรรมดา ต่อไปเปึนกระทู้ถามสด เนื่องจากว่ามีการเลื่อนกระทู้ถามสดครั้งที่แล้ว ๒ กระทู้ คือกระทู้ ของคุณสุทัศน์ เงินหมื่น เรื่องเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่จังหวัดอุดรธานี กับกระทู้ของ คุณศุภชัย ศรีหล้า โครงการไฟฟัาพลังน้ําฝายบ้านกุ่ม บริเวณบ้านท่าล้ง ตําบลห้วยไผ่ อําเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็มีกระทู้เพิ่มมาอีก ๓ กระทู้ ตามระเบียบ ของสภาเรา ก็เปึน ๕ กระทู้ จึงต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีก ๑ ชั่วโมง จึงเรียนให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ได้รับหนังสือมอบอํานาจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑ เรื่อง มอบหมายให้ตอบชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรียน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กําหนดให้มีการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ณ ตึกรัฐสภา โดยระเบียบวาระประชุม มีเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับกระทรวงมหาดไทย กระทู้ถามสด เรื่อง เหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่จังหวัดอุดรธานี ของนายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจราชการสําคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุพล ฟองงาม เปึนผู้ตอบชี้แจงแทน จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และกรุณานําเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโปรดทราบต่อไปจะเปึนพระคุณยิ่ง ขอแสดงความนับถือ พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงแจ้งให้เจ้าของกระทู้ ทราบว่ามีหนังสือมอบหมายถูกต้อง ขอให้เจ้าของกระทู้คือ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ได้ถาม กระทู้ที่ ๑ กระทู้สด เชิญครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น พรรคประชาธิปัตย์ ระบบสัดส่วน ท่านประธานครับ กระทู้ที่กระผมถามนี้ เปึนกระทู้ถามสดซึ่งยื่นเพื่อจะขอซักถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยยื่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแต่ก็ได้ขอเลื่อนเพราะประสงค์ที่จะซักถามท่าน เนื่องจาก เปึนงานที่ท่านรับผิดชอบโดยตรงทั้งในฐานะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องบําบัดทุกข์บํารุงสุข และในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่จะต้องกํากับดูแลสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ จึงเลื่อนมาวันนี้ แต่ก็เปึนที่น่าเสียดาย วันนี้ท่านก็แจ้งมีภารกิจอีก โดยอ้างว่ามีภารกิจสําคัญ กระผมที่ประสงค์จะซักถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยด้วยตนเองนั้นก็เพราะเปึนเรื่องที่ท่านต้องแสดงความคิดเห็น และนโยบาย ไม่เปึนไรครับท่านประธาน ถึงอย่างไรก็ตามถ้าจะรอท่าน ก็ยังไม่ทราบว่า เมื่อไรและจะได้ซักถามกันหรือไม่ จึงขออนุญาตที่จะซักถามกระทู้ถามสด ท่านประธานครับ เพื่อประกอบการพิจารณากระทู้ถามสด จะสะดวกในการพิจารณา อย่างยิ่งถ้าได้มีการเห็นรูปภาพซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ที่จังหวัดอุดรธานี กระผมขออนุญาตท่านประธานให้เจ้าหน้าที่ได้ฉายวีซีดี (VCD) ให้ท่านประธานได้เห็นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ อนุญาต

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

เชิญเจ้าหน้าที่ครับ ใช้เวลา เพียงเล็กน้อยครับ เชิญท่านรัฐมนตรีได้กรุณาดูภาพด้วยครับ เพื่อประกอบการพิจารณา ผมจะขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ และขอให้ปล่อยเสียงด้วยครับ ผมได้รับการชี้แจง จากเจ้าหน้าที่ตํารวจว่าพวกโพกผ้าสีแดงนี้คือกลุ่มคนที่เรียกว่า กลุ่มคนรักอุดรกรุณาเป่ด เสียงด้วยนี่คือขบวนของกลุ่มซึ่งเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ชี้แจงว่าเปึนกลุ่มคนรักอุดรฯ กรุณา ปล่อยเสียงด้วยครับ บริเวณดังกล่าวนั้นเปึนบริเวณซึ่งเรียกว่า หนองประจักษ์ คนนี้ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ตํารวจแจ้งว่าชื่อ นายอุทัย แสนแก้ว เจ้าหน้าที่กรุณาเป่ดเสียง ด้วยครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ขออนุญาตครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงหรืออะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ขอหารือท่านนิดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หารือไม่ได้ อยู่ในระหว่าง การตั้งกระทู้ถาม ขอความกรุณานั่งลงครับคุณบุญยอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ผมประท้วงท่านประธาน ผมประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่งลงก่อน แล้วก็ คุณยืนขึ้นประท้วงครับ ไม่ใช่คุณประท้วงตลอด เชิญครับ ข้อไหนครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร เขต ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ ครับ ผมขอประท้วง ว่าการอภิปรายนั้นมันไม่ครบถ้วนครอบคลุม เพราะว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปล่อยเสียงลงมา ท่านผู้ที่อภิปรายนั้นได้กรุณาขอให้เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยเสียง ๓–๔ ครั้งแล้ว ฉะนั้นขอให้ เป่ดเทปอันนี้ใหม่ก็แล้วกันครับ เท่านั้นเองครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอแจ้งให้ทราบ เจ้าหน้าที่บอกว่าซีดี (CD) ที่เอามานั้นไม่มีเสียง ก็ไม่สามารถที่จะเอาเสียงตรงไหนออกได้ เจ้าหน้าที่แจ้งมาอย่างนั้นครับ จึงแจ้งให้ท่านทราบ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่เขาแกล้งนะครับ อย่าเข้าใจผิด เชิญต่อครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณท่านประธานครับ เดิมก็มีเสียงนะครับก่อนที่จะเอามานี้ เมื่อไม่มีเสียงก็ไม่เปึนไร กระผมจะขออนุญาต บรรยายสั้น ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาของท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญต่อครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน 🔗

ขบวนรถนั้นคือขบวนรถของบุคคล ซึ่งเรียกตนเองว่า กลุ่มคนรักอุดรฯ กําลังเคลื่อนตัวมาจากอําเภอเมืองเพื่อมายัง หนองประจักษ์ครับ เจ้าหน้าที่ตํารวจจะสังเกตว่ามีโล่สําหรับปัองกันเพียงอันเดียว นี่คือ บุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่ตํารวจจาก สภ. อุดรธานีรายงานที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการเมื่อวานนี้ ว่าเปึนกลุ่มคนรักอุดร ขบวนนี้เคลื่อนมาโดยมีการนําโดยบุคคลอยู่บนหลังคารถ ซึ่งสอบถามเจ้าหน้าที่ตํารวจแจ้งว่าชื่อนายอุทัย แสนแก้ว คงได้เห็นนะครับว่ามีการขว้าง ปาหรือไม่ห้ามปรามแต่ประการใด คนนี้จากการให้การของเจ้าหน้าที่ตํารวจต่อ คณะอนุกรรมาธิการการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนทราบว่าชื่อนายอุทัย แสนแก้ว ข้อความที่กล่าวเปึนข้อความที่ชวนให้ขับไล่กลุ่มที่มีการชุมนุมในสนามทุ่งศรีเมือง เจ้าหน้าที่ตํารวจยืนยันว่าเปึนข้อความลักษณะปลุกระดมและชักชวนให้บุกเข้าไปทําลาย สิ่งของ กรุณาสังเกตว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ห้ามปราม แถมเจ้าหน้าที่ตํารวจชี้ทางออกด้วยว่าให้ ไปทางไหน ไม่มีเจ้าหน้าที่ตํารวจแม้แต่คนเดียวครับ นอนอยู่ตรงนั้นคือรูปของผู้หญิงครับ ที่โรงพยาบาลยืนยันว่าบาดเจ็บสาหัส ตํารวจยืนอยู่นั่นครับ นอกจากไม่ทําการจับกุม ผู้กระทําความผิดแล้วยังยืนดูเฉย ๆ การกระทําความผิดทั้งหลายนั้นต่อหน้าต่อตาตํารวจ ซึ่งภาษากฎหมายเรียกว่าเปึนการกระทําความผิดซึ่งหน้าครับ ในวันเดียวกันครับมีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ของท่านประธาน เหตุที่นั่น ประชาชนตีตํารวจครับ คนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสครับ มีไม้เปึนอาวุธ ทําลายทรัพย์สินครับ สังเกตไหมครับ เจ้าหน้าที่ตํารวจยืน ไม่ยอมทําการจับกุมแล้วก็เดินหนีครับ ไม่ช่วยเหลือ จากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นมีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น ทั้งบาดเจ็บสาหัส ๑๕ คน ไม่ทราบว่ามีคนตายหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่กรุณาฉาย ท่านประธานครับ เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นก็เปึนที่ทราบกันดีว่าเกิดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ณ วันเดียวกันเกิดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และหลายวันใกล้เคียงกัน เกิดขึ้นที่หลายจังหวัดเกือบทั่วประเทศ เปึนเหตุการณ์ที่กระผมจะขออนุญาตยกขึ้นมาเปึน กระทู้สดวันนี้เพียงที่จังหวัดอุดรธานีแห่งเดียว เพื่อซักถามรัฐบาล ท่านประธานครับ กระผมจะขออนุญาตแยกพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดอุดรธานีเปึนเรื่องการชุมนุม การทําร้ายร่างกาย การทําให้เสียทรัพย์ และการเปึนเจ้าพนักงานปฏิบัติตามหน้าที่ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อจะเรียกร้องและสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย

ประการแรกครับ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๕ ได้กําหนดไว้ ชัดเจนว่าผู้ใดมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กําลังประทุษร้าย ขู่เข็ญ นอกจากใช้กําลัง ประทุษร้ายหรือกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ถ้าผู้กระทําความผิดคนใดคนหนึ่งมีอาวุธ บรรดาผู้ที่กระทําความผิดต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินสองป้ หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ วรรคสาม ถ้าผู้กระทําความผิด เปึนหัวหน้า หรือเปึนผู้ที่มีหน้าที่สั่งการในการกระทําความผิดนั้น ต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินห้าป้ หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ท่านประธานครับ กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมด ตามภาพที่ดูเมื่อสักครู่นี้นั้นมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๕ วรรคสอง และบุคคลที่นําการชุมนุมชักชวนคนให้มาชุมนุมที่ปรากฏ ตามภาพ และที่ปรากฏตามเสียงออกอากาศทางวิทยุ คือนายอุทัย แสนแก้ว และ นายขวัญชัย ไพรพนา ซึ่งเปึนผู้นําการชุมนุมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๕ วรรคสาม ท่านประธานครับ ต่อมากระผมได้พิจารณาดูเมื่อมีการทําร้าย ร่างกายดังกล่าวนั้น เปึนการทําร้ายร่างกายทั้งบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส ผิดกฎหมาย ตามมาตรา ๑๑๘ มาตรา ๑๓๘ มาตรา ๒๙๕ มาตรา ๒๙๗ และมาตรา ๒๙๙ กระผม จะไม่อ่านข้อกฎหมาย ซึ่งกลุ่มต่อต้านพันธมิตร หมายถึง กลุ่มคนรักอุดร นั้น ในนามชมรมคนรักอุดรฯ และมีการใช้กําลังทําร้ายร่างกายกลุ่มพันธมิตรมีคนบาดเจ็บ บุคคลที่มีการชุมนุมในที่ทุ่งศรีเมืองนั้นเรียกตนเองว่า กลุ่มพันธมิตร ซึ่งถือว่าเปึนการ ชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ ชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย กรณีที่มีการทําให้มีคนบาดเจ็บ และมีคนบาดเจ็บสาหัส เปึนการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๙๕ มาตรา ๒๙๗ ส่วนกลุ่มที่เข้าร่วมต่อต้านกลุ่มพันธมิตรเข้าร่วมต่อต้านนะครับ ได้เข้าทําร้ายร่างกาย อาจจะมีความผิดตามมาตรา ๒๙๙ วรรคแรก ที่มีการทําร้ายเจ้าหน้าที่ตํารวจได้รับ บาดเจ็บหรือบาดเจ็บสาหัส เพราะตามรายงานเจ้าหน้าที่มีตํารวจบาดเจ็บ ๒ คน กลุ่มต่อต้านพันธมิตรอาจจะต้องรับผิดชอบตามมาตรา ๒๙๕ มาตรา ๒๙๗ ประกอบด้วย มาตรา ๑๓๘ ท่านประธานครับ กรณีที่มีการรื้อเวที รื้อเต็นท์ข้าวของต่าง ๆ โดยเอาเสื้อ และปัายมาเผานั้นเปึนความผิดตามมาตรา ๓๕๘ ของประมวลกฎหมายอาญา ท่านประธานครับ กรณีมีกลุ่มซึ่งเข้าใช้กําลังทําร้ายเจ้าหน้าที่ แม้ตํารวจจะพยายาม ห้ามปรามแต่ไม่มีใครเชื่อฟัง เปึนการต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ ผิดตามมาตรา ๑๓๘ ส่วนการที่ตํารวจไม่ได้ห้ามปรามอย่างจริงจัง ประกอบกับรู้ล่วงหน้า ว่าจะมีการบุกเวที กลับปล่อยให้มีการบุกเข้าไปทําร้ายโดยเร็ว โดยไม่ห้ามปราม อาจจะมี ความผิดตามมาตรา ๑๕๗ ท่านประธานครับ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตํารวจภูธร จังหวัดอุดรธานีทราบว่าจะมีการชุมนุมแน่นอน โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัด อุดรธานีนั้น มีการชุมนุมกันแบบที่มีการเผชิญหน้ากัน ไม่น้อยกว่า ๙ ครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่รุนแรงที่สุดคือที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จนต้องใช้กําลังทหารไปนําผู้ชุมนุมออกมา จึงออกมาได้ เจ้าหน้าที่ตํารวจดังกล่าว และผู้ว่าราชการจังหวัดน่าจะรู้ดีว่าจะมีเหตุการณ์ รุนแรงเกิดขึ้นและได้มีการชักชวนปลุกระดมในวันที่ ๒๔ ตั้งแต่เช้า โดยทาง วิทยุกระจายเสียง และโดยเครื่องขยายเสียงให้มีการไปบุกเข้าทําลายและก็เข้าไปทําร้าย บุคคลในทุ่งศรีเมือง น่าจะใช้วิธีการปัองกันหรือระงับเหตุร้าย แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นนั้น ละเลยที่จะปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีการเตรียมการ ไม่มีการปัองกัน ไม่มีการประชุมคณะทํางาน เพียงวันที่ ๒๔ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกาเศษ ได้มีการประชุมคณะทํางานเท่านั้นเองครับ จึงทําให้เกิดเหตุการณ์บานปลายเช่นนี้ขึ้นมา ทําให้เกิดเสียหายทรัพย์สินและทําให้เกิด บาดเจ็บสาหัส ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตํารวจภูธร น่าจะต้องถูกดําเนิน คดีอาญาตามมาตรา ๑๕๗ และผิดวินัย น่าจะต้องดําเนินการสอบสวน คําถามแรก ที่จะต้องถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคือ ท่านดําเนินการประการใด ต่อเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ได้มีการช่วยเหลือเยียวยาบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างไร มีการ ดําเนินคดีผู้ที่กระทําความผิดอย่างไร มีการดําเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติ หน้าที่อย่างไร ที่ผมต้องเรียนตรงนี้เพราะว่าวันรุ่งขึ้นเพียงวันเดียวครับ ก็มีการชุมนุมอีก ของกลุ่มที่ต่อต้านกลุ่มพันธมิตร มีการชุมนุมและมีอดีตท่าน ส.ส. หลายท่านขึ้นไป ปราศรัย และอดีต ส.ส. ด้วยกัน แต่ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ไม่ได้มีการจับกุมผู้กระทํา ความผิดแต่ประการใด จนกระทั่งวันที่ ๒๘ กรกฎาคม จึงมีการมอบตัวแล้วก็ปล่อย ชั่วคราวไป ระยะเวลาวันที่ ๒๔ ถึงวันที่ ๒๘ ครับท่านประธาน ถ้าไม่มีการกดดัน จากประชาชนทั้งประเทศ ถ้าไม่มีการกดดันโดยมีการยื่นหนังสือต่อองค์การสหประชาชาติ แล้ว ผมไม่ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นจะเปึนประการใดต่อไป เปึนคําถามคําถามแรก ครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือถ้าพูดตามระเบียบแล้ว นะครับ มันเกิน ๒๐ นาที ไปนานแล้ว แต่ผมเห็นว่าท่านเปึนผู้อาวุโสคงจะรู้ระเบียบดี ก็ขอความกรุณานะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เปึนผู้ตอบกระทู้แทน เนื่องจากท่านติดภารกิจที่สําคัญที่ทางภาคเหนือนะครับ ก่อนอื่น ผมต้องยอมรับก่อนเลยนะครับว่าผมไม่ใช่ผู้รับผิดชอบโดยตรง แต่เมื่อได้มีการมอบหมาย ให้มาตอบ ผมก็จะขออนุญาตตอบเท่าที่ตอบได้ และเท่าที่มีรายงาน ในส่วนที่เปึนนโยบายหรือเปึน อํานาจของผู้รับผิดชอบโดยตรงก็จะขออนุญาตที่จะนํากลับไปเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านถามว่าจะดําเนินคดีอย่างไร เยียวยาอย่างไร ผมขออนุญาตตอบ อย่างนี้นะครับว่าการดําเนินคดีจากรายงานของทางตํารวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พนักงานสอบสวน สภ. เมืองอุดรธานี ได้รับคําร้องทุกข์หรือกล่าวโทษไว้เปึนคดีอาญา ที่ ๑๙๘๙/๒๕๕๑ วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ในข้อหาร่วมกันทําร้ายร่างกาย เจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และทําร้ายร่างกายผู้อื่น เปึนเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส โดยมี ดาบตํารวจ ประยูร และ จ่าสิบตํารวจ สงกรานต์ คอนพะเพ็ง เปึนผู้เสียหายครับ และในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายอุทัย แสนแก้ว และนายขวัญชัย ไพรพนา หรือ ศาลาคํา หัวหน้ากลุ่มชมรมคนรักอุดร ได้เดินทางเข้าพบผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และมอบตัวเพื่อต่อสู้คดี พร้อมกลุ่ม พลังมวลชน ประมาณ ๒๐๐ คน พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้บุคคลทั้งสอง ทราบว่า ๑. เปึนหัวหน้า หรือเปึนผู้ที่มีหน้าที่ในการสั่งการให้มีการมั่วสุมกันตั้งแต่ ๑๐ คน ขึ้นไป ใช้กําลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย หรือกระทําการอย่างใด อย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๕ ๒. เปึนผู้ประกาศให้ผู้อื่นเข้าร่วมในการชุมนุมต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไป แล้วบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ว่าจะเปึนผู้เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่ ได้รับอันตราย สาหัสโดยการกระทําในการชุลมุนต่อสู้นั้นตาม ป. อาญา มาตรา ๒๙๙ และมาตรา ๘๔ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคํา และอนุญาตให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เจ้าหน้าที่ตํารวจได้จับกุม นายประดิษฐ์ นามมะเริง อายุ ๒๑ ป้ อยู่บ้านเลขที่ ๔๓๕ หมู่ ๑ ตําบลหนองนาคํา อําเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ตามหมายจับ ที่ จ ๓๕๗/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ข้อหา ร่วมกันทําร้ายร่างกายผู้อื่น จนเปึนเหตุให้ผู้นั้นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส และมั่วสุมกันตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไปใช้กําลัง ประทุษร้ายหรือทําการอย่างใดอย่างหนึ่งทําให้เกิดความวุ่นวายในเมืองโดยมีอาวุธ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ นายสุบรรณ รามวินิจ ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายเรียกได้เข้าพบ พนักงานสอบสวนเพื่อมอบตัวสู้คดี และพนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหา โดยให้ทราบว่าร่วมกันทําร้ายร่างกายผู้อื่นจนเปึนเหตุให้ผู้นั้นได้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป ใช้กําลังประทุษร้ายหรือกระทําอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธและเจ้าพนักงานได้สั่งห้ามโดยไม่ยอมเลิก และร่วมกันชุลมุนต่อสู้กันระหว่างบุคคลตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไป และมีผู้ได้รับอันตรายแก่กาย สาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ มาตรา ๒๑๕ มาตรา ๒๑๖ มาตรา ๒๙๗ และมาตรา ๒๙๙ ผู้ต้องหาทราบแล้วให้การปฏิเสธโดยตลอดข้อกล่าวหา ว่าเปึนเพียงผู้ไปห้ามปรามและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุเท่านั้น และ วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๑ นายสมบัติ พัฒนะ ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายเรียกได้เข้าพบ พนักงานสอบสวนเพื่อมอบตัวสู้คดี และพนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ร่วมกันทําร้ายร่างกายผู้อื่นจนเปึนเหตุให้ผู้นั้นได้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันมั่วสุม ตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือกระทําอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิด ความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ และเจ้าพนักงานได้สั่งห้าม แต่ไม่ยอมเลิก อันนี้เปึนเรื่องของการดําเนินคดี ขออนุญาตว่ากระทรวงมหาดไทยที่จริงได้มีหนังสือสั่งการ ไปที่จังหวัดต่าง ๆ นะครับ เปึนหนังสือ ลงวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ เปึนหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท ๐๒๑๔/ว๑๗๔๑ ให้จังหวัดติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวด้านมวลชน อย่างใกล้ชิดและกรณีปรากฏความเคลื่อนไหวจัดชุมนุมในพื้นที่ให้ดําเนินการ ตามมาตรการการรักษาความสงบเรียบร้อย ในจังหวัดอุดรธานีได้มีการประชุมซักซ้อม การปฏิบัติการถึง ๔ ครั้ง เพื่อกําหนดแนวทางมิให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงนะครับ และการดําเนินการของทางราชการในจังหวัดอุดรธานี ในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ก็ได้เปึนไปตามการซักซ้อมในการเผชิญเหตุพร้อมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทันท่วงที และเยียวยาผู้บาดเจ็บ ตลอดจนหาผู้กระทําความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญถามครั้งที่ ๑ ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ กระผมทราบดีว่า การซักถามของกระผมเกินเวลาไปบ้างเล็กน้อย ขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณายืดหยุ่น ทั้งนี้เพราะว่าผลประโยชน์และสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้น และหน้าตาของประเทศ ที่เรื่องนี้เผยแพร่ไปทั่วโลกย่อมจะเหนือกว่าระยะเวลาเพียงเล็กน้อยที่เกินไป กระผม ขอประทานโทษท่านประธานในเรื่องเวลา และขออนุญาตที่จะซักถามเปึนคําถามที่ ๒ เสียดายมากครับท่านประธาน ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ได้มาตอบ ด้วยตนเอง จึงทําให้ไม่ทราบเรื่องที่จะต้องดําเนินการต่อไปอย่างเร่งรัดได้และไม่ทราบ แนวความคิดท่านจะดําเนินการประการใดในการที่จะปัองกันปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้นทั่วไป และทั้งประเทศ ต้องยอมรับครับท่านประธานขณะนี้ประชาชนเรามีแนวความคิด หรือความคิดเห็นทางการเมืองก็ค่อนข้างที่จะสวนทางกัน แต่ไม่ใช่จะต้องมาตัดสินกัน โดยใช้กําลังอาวุธและปลุกระดมคนให้ลุกขึ้นมาตีกันฆ่ากัน

คําถามที่ ๒ คือหลังจากเกิดเหตุวันนั้นแล้วผู้ที่เรียกชื่อว่าเปึนผู้นํา ของกลุ่มนั้นยังมีการท้าทายว่าถ้าไปจังหวัดอุดรธานีอีกก็จะโดนอีก แต่เจ้าหน้าที่ตํารวจ ก็ยังให้ประกันตัวให้ปล่อยชั่วคราวไปและไม่ดําเนินการประการใด ตั้งแต่วันที่ ๒๔ ถึง วันที่ ๒๘ เจ้าหน้าที่ตํารวจไม่ได้ติดตามผู้กระทําความผิดมาลงโทษจนมีการไปมอบตัว ท่านประธานครับ ผู้กระทําความผิดจะปรากฏชัดเจนในรูปภาพ ในภาพที่ให้ดูเมื่อสักครู่นี้ และในสื่อโทรทัศน์หลายช่องที่ปรากฏออกมา กระผมถือว่าในส่วนนี้นั้นจะต้องเร่งรัด ให้ดําเนินคดีอย่างเร็วที่สุด ท่านประธานครับมีคําตอบให้ผมได้หรือไม่ว่าคดีทั้งหมดนั้น จะดําเนินการส่งฟัองศาลได้เมื่อไร ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่จังหวัดมหาสารคาม ไม่กี่วันครับ ส่งฟัองศาลแล้ว ศาลลงโทษจําคุก ๖ เดือนไม่รออาญาด้วยครับ เปึนคําถาม ที่ ๒ ว่าท่านจะสามารถตอบได้หรือไม่ว่าจะสามารถดําเนินการในเรื่องนี้เสร็จสิ้นเมื่อไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบครับ ท่านรัฐมนตรี

นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบอย่างนี้ท่านประธานครับ ว่าผมจะรับไปพิจารณาดําเนินการเร่งรัดและให้เกิดความเปึนธรรมอย่างเต็มที่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ นี่เปึนครั้งที่ ๓ แล้วนะครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับ กระผมถามได้ ๓ ครั้ง ท่านรับไปที่จะดําเนินการอย่างเต็มที่ก็คงจะขอระยะเวลาด้วยว่า จะต้องเร่งรัดอย่างเร็วที่สุด แล้วก็คงจะขอให้ท่านรายงานเปึนหนังสือต่อท่านประธาน เปึนลําดับต่อไป

คําถามที่ ๓ ครับ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ได้กําหนดไว้ ชัดเจนครับว่า การชุมนุมนั้นเปึนการชุมนุมที่เป่ดเผยปราศจากอาวุธโดยสงบย่อมเปึนสิทธิ ของประชาชนโดยทั่วไป สิทธิของประชาชนในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธนั้น ไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้นครับหวงแหน ทั่วโลกก็มีการห่วงแหน เสรีภาพในการสื่อสาร สิทธิในการชุมนุม เสรีภาพในการเดินทาง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด

การเขียน การพิมพ์ การโฆษณาเปึนเสรีภาพของบุคคลและเปึนเสรีภาพ ของการสื่อสารมวลชน ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และได้รับ การรับรองไว้เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๙๑ ประเด็นที่ผมจะสอบถามรัฐบาลก็คือ เนื่องจากปรากฏข่าวที่ทําให้ประชาชนสับสน และท่านนายกรัฐมนตรีก็ออกมาพูด ว่าจะออกกฎหมายมารองรับมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญ ส.ส. เองก็ได้มีการเสนอ กฎหมายต่อสภา และมีหลายท่านซึ่งมีอํานาจในบ้านเมือง พูดถึงการจะออกกฎหมาย มาจํากัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่านประธานครับ กระผมขอคํายืนยันจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปึนคนตอบแทนวันนี้ว่า ท่านยืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่มีการออกกฎหมายมาเพื่อลิดรอน สิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่านยืนยันได้หรือไม่ครับว่า กฎหมายที่ออกมานั้นจะต้อง เปึนหลักในการที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ใช่เปึนการจํากัดสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบครั้งสุดท้ายครับ

นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในส่วนตัวของผม ผมยืนยันได้ครับท่านประธาน แต่ว่าในส่วนของบุคคลอื่น ผมยืนยันไม่ได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาของท่านแล้ว ท่านสุทัศน์

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ขออนุญาตท่านประธาน ติดพันครับ ท่านตอบในนามของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ แล้วท่านก็ได้รับ มอบอํานาจมาให้ตอบ ส่วนตัวนั้นผมเชื่อท่านครับ แต่ท่านตอบในนามของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผมไม่ได้ถามท่านในนามส่วนตัว ขอท่านยืนยันในนามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ถ้ามีการออกกฎหมายมารองรับมาตรานี้ จะต้องออกมาในลักษณะ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน ปัองกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชน ไม่ใช่เปึนการจํากัดหรือไม่ใช่เปึนการคุกคาม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานครับ ผมต้องขออภัยเปึนอย่างยิ่งครับ เอาเปึนว่าเดี๋ยวผมรับคําถามของ ท่านแล้วไปถามท่าน มท. ๑ ให้นะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเปึนกระทู้ที่ค้าง การพิจารณา กระทู้ที่ ๒ นะครับ โครงการไฟฟัาพลังน้ําฝายบ้านกุ่ม บริเวณบ้านท่าล้ง ตําบลห้วยไผ่ อําเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ของคุณศุภชัย ศรีหล้า ถามนายกรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศตอบ เชิญเจ้าของกระทู้ครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้นําเรียน กระทู้สดตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๕๗ ซึ่งกระผมถือว่าเปึนความเดือดร้อนและมีความสําคัญกระทบต่อพี่น้องประชาชน และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรานี้ได้กําหนดผู้แทนปวงชนชาวไทยได้มีโอกาสซักถาม ต่อผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของโครงการพลังน้ําที่เปึนเขื่อนกั้น แม่น้ําโขง ระหว่างประเทศลาวกับประเทศไทย ถือว่าเปึนโครงการที่มีความสําคัญ โครงการนี้ผมขออนุญาตลําดับให้ท่านประธานได้เห็นว่ามีการศึกษาเบื้องต้น ตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๔๙ ประมาณเดือนตุลาคม จากนั้นกระทรวงพลังงาน โดยกรมพลังงานทดแทนได้ว่าจ้างบริษัท ๒ บริษัททําการศึกษาความเปึนไปได้ โดยใช้งบประมาณถึง ๑๐๐ ล้านบาท ๒ บริษัทดังกล่าวก็คือบริษัทปัญญา คอนซัลแตนท์ และบริษัทแมคโคร คอนซัลแตนท์ ทั้ง ๒ บริษัทดังกล่าวได้ทําการศึกษา และกระผม มีความมั่นใจว่าจากการศึกษาของ ๒ บริษัทนั้นได้ข้อมูลเบื้องต้นหรือได้ข้อมูลที่ค่อนข้าง ละเอียดพอสมควร หลังจากทําการศึกษาแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ความเกี่ยวเนื่องจากโครงการไฟฟัา พลังน้ําฝายบ้านกุ่มแห่งนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับรัฐบาล นับเนื่องตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้แถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้ในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังจากการแถลงนโยบายวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ วันที่ ๒๙ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ถัดมาเพียง ๑ สัปดาห์ วันที่ ๑๑ มีนาคม ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้นําเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ตามข้อเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ครม. ได้มีมติให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ไปลงนามตามความเข้าใจ หรือลงนามในเอ็มโอยู (MOU) ระหว่าง ๒ ประเทศได้ และในท้ายที่สุดวันที่ ๒๕ มีนาคม ก็ได้มีการลงนามระหว่าง ๒ ประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ สาระสําคัญที่ผมอยากนําเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ ก็คือว่า ในการลงนามระหว่าง ๒ ประเทศ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศได้จัดทําร่างเอ็มโอยู เพื่อนําเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนั้น ในร่างฉบับที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้นําเรียนต่อคณะรัฐมนตรี มีสาระสําคัญที่กระผมอยากจะนําเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ผ่านท่านประธานไปยังผู้ตอบ กระทู้สดในวันนี้ ก็คือว่า สาระสําคัญในข้อ ๒ และสาระสําคัญในข้อ ๓ ตามร่าง ฉบับดังกล่าวนั้น ได้ระบุให้ บริษัท อิตัลไทย และ บริษัท เอเชียคอร์ป โฮลดิ้ง เปึนผู้ทําการศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากที่ บริษัท อิตัลไทย และ บริษัท เอเชียคอร์ป โฮลดิ้ง เปึนบริษัทที่กระทรวงการต่างประเทศได้ระบุในร่างเอ็มโอยู ดังกล่าวนั้นแล้ว ครม. โดยรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ทําหนังสือแจ้งกลับไปยัง กระทรวงการต่างประเทศว่าขอให้แก้ไขเอ็มโอยูฉบับนั้นเสีย โดยให้เปลี่ยนจาก บริษัท อิตัลไทย และบริษัท เอเชียคอร์ป โฮลดิ้ง เปึนภาคเอกชน หลังจากที่รองเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้นําเรียนกับกระทรวงการต่างประเทศนั้นแล้ว การลงนามก็ได้มีการ แก้ไขเอ็มโอยูให้เปึนภาคเอกชน ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขเอ็มโอยูตามข้อเสนอ ของรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเปึนสาระสําคัญที่กระผมอยากนําเรียนต่อท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ตอบในเบื้องต้น เท่านั้นยังไม่พอครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผลกระทบ ที่กระผมได้ไปทําการสํารวจไปลงในพื้นที่บ้านท่าล้ง ตําบลห้วยไผ่ อําเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ผมอยากนําเรียนท่านประธานว่า ถ้าเผื่อว่าพวกเราไปยังพื้นที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ซึ่งเปึนอุทยานประวัติศาสตร์ที่มีความสําคัญต่อพี่น้องชาวไทย ไม่เฉพาะชาวจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเปึนเจ้าของพื้นที่แห่งนี้เท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราไปยืนบริเวณผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี มองไปด้านล่างท่านประธาน ก็จะเห็นลําน้ําโขง ซึ่งเปึนลําน้ําสายสําคัญของเอเซีย หล่อเลี้ยงพี่น้องประชาชน กว่า ๑,๐๐๐ ล้านคน ไหลจากจีนผ่านพม่า มาลาว มาไทย ไปกัมพูชา และสิ้นสุด ที่เวียดนาม ท่านประธานที่เคารพครับ ถนนที่เรามองเห็นจากผาแต้มมองลงไปด้านล่าง ที่เห็นเปึนถนนลูกรัง นั่นคือถนนที่ลากผ่านไปยังบ้านท่าล้งบริเวณที่เราจะทําการ สร้างเขื่อน ตามที่รัฐบาลได้ไปลงนามเอ็มโอยูไว้ บ้านท่าล้งแห่งนี้เปึนหมู่บ้านไทยบูร ซึ่งเปึนชนอีกเผ่าหนึ่งมีภาษาเฉพาะของตนเอง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อว่า มีการกั้นแม่น้ําโขง ฝัืงหนึ่งเปึนฝัืงไทยซึ่งอยู่บริเวณบ้านท่าล้ง อีกฝัืงหนึ่งเปึนสาธารณรัฐประชาชนลาวจะอยู่บริเวณบ้านกุ่มน้อย จําปาสัก ฝัืงบ้านกุ่มน้อย จําปาสัก ท่านประธานที่เคารพครับ ก็จะเปึนภูเขาลูกหนึ่งชื่อภูช้าง ฝัืงไทยของเราจะเปึน หน้าผาซึ่งมีความสวยงามมาก หน้าผาแห่งนี้จะเปึนหน้าผาที่ต่อเนื่องจากผาแต้ม ไปผาเมยและผาเจ็ก ผาเจ็กคือผาที่กั้นจะเปึนที่ตั้งกั้นเขื่อนแม่น้ําโขงหรือเขื่อนโครงการ ไฟฟัาพลังน้ําฝายบ้านกุ่มแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ จากโครงการดังกล่าวนี้ ท่านประธานก็คงจะทราบว่าวันนี้สถานการณ์แม่น้ําโขงซึ่งเปึนแม่น้ําสายหลักมีน้ําล้นตลิ่ง น้ําท่วมกินอาณาบริเวณเปึนจํานวนมาก พี่น้องประชาชนไล่เรียงมาจากเชียงราย เข้าอีสานบ้านผมจังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม มุกดาหาร อํานาจเจริญ และอุบลราชธานี พื้นที่เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เปึนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วม อันเปึนผลมาจากแม่น้ําโขง ท่านประธานที่เคารพครับ ความกังวลใจของพี่น้องในขณะนี้ ที่อยู่บริเวณ ๒ ฟากฝัืงแม่น้ําโขงกังวลใจต่อโครงการนี้เปึนอย่างมาก กระผมจึงอยาก นําเรียนคําถามเปึนกระทู้สดเปึนคําถามแรกผ่านท่านประธานไปยังผู้ตอบกระทู้ในวันนี้ว่า จากการสํารวจในเบื้องต้นในเดือนตุลาคม ป้พุทธศักราช ๒๕๔๙ ซึ่งต่อมาได้ว่าจ้าง บริษัทเอกชน ๒ บริษัทอย่างที่กระผมได้นําเรียนในเบื้องต้น คือบริษัทปัญญา คอนซัลแตนท์และบริษัท แมคโคร คอนซัลแตนท์ ทําการศึกษา ผลการสํารวจผล การศึกษาดังกล่าวปรากฏข้อมูลอย่างชัดแจ้งว่า โครงการนี้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร วิถีชีวิตชุมชน วัฒนธรรมของพี่น้องประชาชนเปึน จํานวนมากต้องเวนคืนที่ดินตลอดจนต้องกําหนดแนวเขตการใช้ที่ดิน ข้อมูลดังกล่าว มีความสําคัญยิ่ง เพราะเหตุใดจึงไม่จัดให้มีการชี้แจงตลอดจนกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง ๒ ประเทศ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบหมายให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านรัฐมนตรี เตช บุนนาค ครับ เชิญครับ

นายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียนชี้แจงตามที่ นายศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดอุบลราชธานีได้ตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับ การจัดทําบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลลาว เรื่องความร่วมมือด้านการ พัฒนาพลังงานไฟฟัาระหว่าง ๒ ประเทศ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๑ โดยขอเรียน ข้อมูลความเปึนมาการดําเนินการที่เกี่ยวข้องและสถานะของเรื่องดังกล่าวดังต่อไปนี้ รัฐบาลไทยและลาวได้จัดทําบันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือด้านการพัฒนาพลังงาน ไฟฟัาระหว่าง ๒ ประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๑ อนุมัติ การลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าวโดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปึนผู้ลงนามในนามรัฐบาลไทย และต่อมาเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๑ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน กับนายทองลุน สีสุลิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่นครหลวงเวียงจันทน์ บันทึกความเข้าใจ ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สําคัญเพื่อสนับสนุนให้มีการทําการศึกษา ความเปึนไปได้ของการ ที่จะพัฒนาโครงการฝายไฟฟัาพลังน้ําบนแม่น้ําโขงระหว่างไทย–ลาว ที่ตั้งโครงการฝัืงไทย อยู่ที่บริเวณใกล้หมู่บ้านท่าล้งและดอนกุ่ม ตําบลห้วยไผ่ อําเภอโขงเจียม จังหวัด อุบลราชธานี และฝัืงลาวอยู่ที่บริเวณบ้านกุ่มน้อย เมืองชะนะสมบูน แขวงจําปาสัก สปป. ลาว เรียกว่า โครงการไฟฟัาพลังน้ําฝายบ้านกุ่ม บันทึกความเข้าใจมีสาระสําคัญโดยสรุปว่า รัฐบาลไทยและลาวตกลงสนับสนุน ให้ภาคเอกชนดําเนินการศึกษาความเปึนไปได้ของการที่จะพัฒนาโครงการไฟฟัาพลังน้ํา ฝายบ้านกุ่ม โดยภาครัฐไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการศึกษาดังกล่าวแต่อย่างใด และจะ มอบหมายให้หน่วยงานภาครัฐของทั้ง ๒ ประเทศร่วมมือกันในการกํากับดูแลและ ประสานงานกับบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้ทําการศึกษา จากนั้นจึงให้รายงานรัฐบาลของ ทั้ง ๒ ประเทศเพื่อพิจารณาดําเนินการภายใต้ระเบียบและข้อกฎหมายภายในของ ทั้ง ๒ ประเทศต่อไป กระผมใคร่ขอเรียนว่าโครงการไฟฟัาพลังน้ําฝายบ้านกุ่มนี้เปึนหนึ่งใน โครงการความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟัาระหว่างไทย–ลาว ซึ่งเปึนสาขาความร่วมมือ ที่รัฐบาลไทยและลาวให้ความสําคัญในลําดับต้น และได้ดําเนินการอย่างเปึนรูปธรรม มาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ โดยรัฐบาลไทยและลาวได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความ ร่วมมือด้านการพัฒนาพลังงานไฟฟัาในลาว ฉบับที่ ๑ เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๖ ซึ่งไทยได้ตกลงให้ความร่วมมือและสนับสนุนการพัฒนาโครงการไฟฟัาต่าง ๆ ในลาว และตกลงรับซื้อไฟฟัาจากลาวจํานวน ๑,๕๐๐ เมกะวัตต์ และจากการที่ประเทศไทย มีความต้องการพลังงานเพิ่มมากขึ้น จึงได้ตกลงขยายการรับซื้อไฟฟัาจาก สปป. ลาว มาโดยลําดับ ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๐ ได้จัดทําบันทึกความเข้าใจว่า ด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาไฟฟัาในลาว ฉบับที่ ๔ ตกลงขยายรับซื้อไฟฟัาจากลาว เปึน ๗,๐๐๐ เมกะวัตต์ ภายในหรือหลังป้ ๒๕๕๘ ปัจจุบันมีโครงการไฟฟัาในลาวที่สร้าง เสร็จและจ่ายไฟฟัาเข้าระบบการไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทยแล้วจํานวน ๒ โครงการ กําลังผลิตรวม ๓๔๖ เมกะวัตต์ และมีโครงการที่ได้มีการตกลงในเบื้องต้นแล้ว และอยู่ระหว่างดําเนินการจํานวน ๘ โครงการ กําลังการผลิตรวม ๕,๔๙๔ เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่มีศักยภาพที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเปึนไปได้อีกหลาย โครงการ โครงการไฟฟัาต่าง ๆ ประกอบด้วย โครงการบนแม่น้ําโขงส่วนที่อยู่ในลาว บนลําน้ําสาขาของแม่น้ําโขงในลาว และแม่น้ําสายสําคัญในลาว รวมทั้งโครงการไฟฟัา เหมืองถ่านหิน อย่างไรก็ดี เนื่องจากประเทศไทยมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาโครงการไฟฟัาพลังน้ําบนแม่น้ําโขงระหว่างไทย–ลาว ในลักษณะ ฝายขั้นบันไดด้วย เพื่อเพิ่มทางเลือกของแหล่งผลิตพลังงาน โดยเมื่อป้ ๒๕๔๘ กระทรวง พลังงานโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา วงเงิน ๘ ล้านบาท ศึกษาศักยภาพจุดที่จะพัฒนาโครงการไฟฟัาบนแม่น้ําโขง ผลการศึกษาสรุปว่ามีโครงการที่มีศักยภาพ ๒ โครงการ ได้แก่ ๑. โครงการฝายปากชม จังหวัดเลย แขวงเวียงจันทน์ และ ๒. โครงการฝายบ้านกุ่ม จังหวัดอุบลราชธานี แขวงจําปาสัก และในป้ ๒๕๕๐ กระทรวงพลังงานได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา วงเงิน ๒๔ ล้านบาท ศึกษาความเปึนไปได้เบื้องต้นของโครงการทั้งสองดังกล่าว

จากพัฒนาการของความร่วมมือระหว่างไทย–ลาว ที่ดําเนินมาเปึน ลําดับดังกล่าว นายกรัฐมนตรีไทยและลาวจึงได้ให้ความเห็นชอบในหลักการในช่วง การเยือน สปป. ลาว อย่างเปึนทางการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ถึง ๑ มีนาคม ๒๕๕๑ ตกลงสนับสนุนให้ภาคเอกชนดําเนินการศึกษาความเปึนไปได้ของ การที่จะพัฒนาโครงการไฟฟัาพลังน้ําฝายบ้านกุ่ม โดยภาครัฐไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่าย ในการศึกษาดังกล่าวแต่อย่างใด และจะมอบหมายให้หน่วยงานภาครัฐ ของทั้ง ๒ ประเทศ ร่วมมือกันในการกํากับดูแลและประสานงานกับบริษัทที่ได้รับ มอบหมายให้ทําการศึกษา จากนั้นจึงให้รายงานรัฐบาลของทั้ง ๒ ประเทศ เพื่อพิจารณา ดําเนินการภายใต้ระเบียบและข้อกฎหมายภายในของทั้ง ๒ ประเทศต่อไป ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๑ อนุมัติการลงนามบันทึก ความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือพัฒนาพลังงานไฟฟัาระหว่างไทย – ลาว และได้มีพิธี ลงนามเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๑ ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ดังที่กราบเรียนมาแล้ว กระผมใคร่ขอกราบเรียนว่าการดําเนินการของรัฐบาลในเรื่องนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐาน ของความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับ สปป. ลาว ซึ่งมีความผูกพันใกล้ชิดในลักษณะพิเศษ และตั้งอยู่บนหลักการนโยบายของรัฐบาลไทย ที่มุ่งพัฒนาความร่วมมือให้ประเทศเพื่อนบ้านมีความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ มีสังคม ที่มีคุณภาพเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและพัฒนาสู่ความเปึนหุ้นส่วนความร่วมมือ กับไทยอย่างเท่าเทียม และได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน โดยสําหรับฝ์ายไทยความร่วมมือ ด้านพลังงานไฟฟัาจะเปึนการช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานเพื่อประกัน การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และสําหรับฝ์ายลาว การพัฒนาโครงการไฟฟัา ต่าง ๆ จะเปึนแหล่งสร้างรายได้ที่สําคัญให้แก่รัฐบาลลาวเพื่อนําไปใช้ในการพัฒนา ประเทศและยกระดับความเปึนอยู่ของประชาชน กระผมขอกราบเรียนสถานะของเรื่องนี้ ว่าขณะนี้รัฐบาลไทยและลาวยังมิได้ตัดสินใจว่าจะดําเนินการโครงการไฟฟัาพลังน้ํา ฝายบ้านกุ่มหรือไม่ การจัดทําบันทึกความเข้าใจดังกล่าวเปึนเพียงการสนับสนุนให้ ภาคเอกชนเข้ามาศึกษาความเปึนไปได้ของการที่จะพัฒนาโครงการ เพื่อนําข้อมูล มาประกอบการพิจารณาตัดสินใจของรัฐบาล โดยภาคเอกชนเปึนผู้ทําการศึกษา ความเปึนไปได้ดังกล่าว จะเปึนผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการทําการศึกษาทั้งหมด โดยไม่มี เงื่อนไข ดังนั้นจึงมิได้ก่อให้เกิดภาระด้านงบประมาณแก่รัฐบาลแต่อย่างใด สําหรับ ประเด็นข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจมีขึ้นจากการดําเนินโครงการนั้น กระผม ใคร่ขอกราบเรียนว่าการทําการศึกษาความเปึนไปได้ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ จะครอบคลุมถึงการทําการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การศึกษาผลกระทบ ด้านสังคมและด้านสิ่งแวดล้อม การทําประชาพิจารณ์ตามระเบียบที่เกี่ยวข้องและ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล จากนั้นจึงนําผลการศึกษาเสนอให้รัฐบาลไทยและลาว พิจารณา ซึ่งคาดว่ากระบวนการศึกษาทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ ๓๐ เดือน หลังจากนั้น หากผลการศึกษาปรากฏว่าโครงการมีความเปึนไปได้ รัฐบาลไทยและลาวจะพิจารณาว่า จะดําเนินโครงการดังกล่าวหรือไม่ และในรูปแบบใด ซึ่งหากตัดสินใจที่จะพัฒนาโครงการ กระผมใคร่ขอยืนยันว่า ทั้ง ๒ ฝ์าย ต้องดําเนินการตามระเบียบและข้อกฎหมายภายใน ที่เกี่ยวข้องโดยในส่วนของไทยที่สําคัญ ได้แก่ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๗ ว่าด้วยสิทธิ ในข้อมูลข่าวสารซึ่งบุคคลย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูลคําชี้แจงและเหตุผลจากหน่วยงานของรัฐ ก่อนการอนุญาตหรือการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมใดที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพ สิ่งแวดล้อมสุขอนามัย คุณภาพชีวิตหรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใด ที่เกี่ยวกับตนหรือชุมชน ท้องถิ่นและมีสิทธิแสดงความคิดเห็นของตนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนําไป ประกอบการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ซึ่งกําหนดว่าการดําเนิน โครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพจะต้องมีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อ คุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งต้องดําเนินการตามกฎหมาย อื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึนพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติว่าด้วย การให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดําเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ รวมทั้งความตกลง ระหว่างประเทศเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติการใช้น้ําในแม่น้ําโขงในฐานะที่ไทยและลาวเปึน สมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ําโขง และเมื่อจะต้องเจรจาจัดทําความตกลงกับฝ์ายลาว เพื่อดําเนินการโครงการดังกล่าว ก็จะต้องดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ด้วย ผมใคร่ขอกราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ครับ ขอความกรุณารวบรัดด้วยนะครับ เพราะว่า หมดเวลาแล้วครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมพยายาม รวบรัดที่สุดแล้วนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการดังกล่าวนี้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ทั่วทั้งภาคอีสานมีความกังวลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวอุบลราชธานี ซึ่งเปึนที่ตั้งของโครงการแห่งนี้ มีไม่ถึง ๕,๐๐๐ คน ที่ทราบว่าโครงการแห่งนี้บังเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ อาจจะเปึนเพราะคําถามไม่ตรงคําตอบ คําตอบที่ได้จากท่านรัฐมนตรีจึงยังไม่ได้ตอบคําถามของกระผม ซึ่งกระผมได้ถามต่อ ที่ประชุมแห่งนี้ว่าจากการสํารวจครั้งแรกก็ดี จากการจ้าง ๒ บริษัททําการสํารวจตอนหลัง ก็ดี ข้อมูลเหล่านี้ทําไมจึงไม่นํามาชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนก่อนการไปลงนามในบันทึก ความเข้าใจ ถ้าคําถามนี้ท่านยังไม่ตอบไม่เปึนไรครับ ท่านอาจจะเอามารวบตอบตอนหลัง

คําถามที่ ๒ ครับท่านประธานที่เคารพครับ สืบเนื่องจากการลงนาม ในบันทึกความเข้าใจของทั้ง ๒ ประเทศ ย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ ร่างบันทึกความเข้าใจฉบับ ของกระทรวงการต่างประเทศที่ขออนุมัติลงนามต่อคณะรัฐมนตรีระบุบริษัท ที่ทําการศึกษา คือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อบเมนท์ จํากัด (มหาชน) และ บริษัท เอเชีย คอร์ป โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด ในสาระสําคัญบันทึกข้อ ๒ และข้อ ๓ ต่อมา ครม. ได้มีมติ ให้เปลี่ยนสาระสําคัญนี้เปึนภาคเอกชน การระบุ ๒ บริษัทในร่างบันทึกความเข้าใจ มีหลักเกณฑ์วิธีการคัดเลือกอย่างไร และเพราะเหตุใดภายหลังการลงนามในบันทึก ความเข้าใจซึ่งระบุเปึนภาคเอกชนแล้ว ในการดําเนินการปัจจุบัน ๒ บริษัทจึงยังคงได้รับ การคัดเลือกให้ดําเนินการอีก ท่านประธานที่เคารพครับ ของฟรีไม่มีในโลก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สําหรับคําถามแรก กระผมใคร่ขอกราบเรียนว่ารัฐบาลตระหนักดีถึงความห่วงกังวลและให้ความสําคัญ อย่างยิ่งในเรื่องผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมนะครับ โดยในการทําการศึกษา ความเปึนไปได้ของโครงการ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ ๓๐ เดือนจะครอบคลุมถึงการศึกษา ผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งจะเปึนไปตามระเบียบกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานที่เปึนที่ยอมรับ หากในที่สุดแล้วรัฐบาลไทยและลาวตัดสินใจที่จะ พัฒนาโครงการ นอกจากรัฐบาลไทยและลาวจะต้องสามารถตอบคําถามข้อห่วงกังวล ของประชาชนของตนและของประเทศที่เกี่ยวข้องในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงแล้ว ประเด็น เรื่องผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมยังเปึนเรื่องที่สถาบันการเงินและแหล่งเงินทุน ให้ความสําคัญในลําดับต้น เรื่องนี้จึงมีความสําคัญต่อความสําเร็จของโครงการที่รัฐบาล มิอาจละเลยได้

สําหรับคําถามที่ ๒ นะครับ ผมใคร่ขอกราบเรียนดังนี้ครับว่า คําถามคือ เหตุใดจึงมีการสนับสนุนให้บริษัทอิตาเลียนไทยและบริษัท เอเชียคอร์ป โฮล์ดิ้ง ลิมิเต็ด เปึนผู้ลงทุนทําการศึกษานะครับ รัฐบาลลาวครับเปึนฝ์ายที่ได้เสนอว่าภาคเอกชนที่จะ ทําการศึกษาความเปึนไปได้ของโครงการควรเปึนผู้ที่มีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ รวมถึงประสบการณ์ด้านการลงทุนประกอบธุรกิจใน สปป. ลาว ทั้งนี้อาจมีสาเหตุ สืบเนื่องจากประสบการณ์ในอดีตเมื่อ สปป. ลาวเป่ดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนตั้งแต่ ป้ ๒๕๓๐ เปึนต้นมา ปรากฏว่ามีนักลงทุนต่างชาติรวมทั้งไทยเข้าไปสัมปทานโครงการ ลงทุนในลาวเปึนจํานวนมาก และในจํานวนนี้มีหลายโครงการที่ไม่ประสบผลสําเร็จ ไม่ดําเนินการอย่างจริงจัง ทําให้รัฐบาลลาวต้องยกเลิกสัญญาสัมปทาน หรือยกเลิก การอนุญาตให้ศึกษาความเปึนไปได้ของโครงการ และส่งผลกระทบทําให้โครงการ สําคัญต่าง ๆ มีความล่าช้า ไม่เปึนไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่รัฐบาลลาวกําหนดไว้ รัฐบาลลาวจึงไม่ประสงค์ให้เกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีกเพราะจะเปึนอุปสรรคต่อ การพัฒนาประเทศ ในการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย-ลาว เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ในช่วงในการเยือน สปป. ลาวอย่างเปึนทางการของ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ฝ์ายลาวได้แจ้งให้การสนับสนุนบริษัทอิตาเลียนไทย เปึนผู้ศึกษาความเปึนไปได้ของโครงการดังกล่าว เนื่องจากพิจารณาเห็นว่า เปึนผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและมีประสบการณ์ในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในลาว ได้แก่ การลงทุนพัฒนาและก่อสร้างโครงการไฟฟัา ซึ่งเปึนโครงการไฟฟัาพลังน้ําที่มีกําลังผลิตใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ๙๒๐ เมกะวัตต์ กําหนดเสร็จในป้ ๒๕๕๒ และเปึนผู้ร่วมลงทุนในโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในลาว หลายโครงการ เช่น โครงการเหมืองบ็อกไซต์ โครงการแยกแร่อลูมินา และโครงการ หลอมแปรรูปอลูมิเนียม ในแขวงจําปาสักและแขวงอัตป๋อ ซึ่งฝ์ายไทยไม่ขัดข้อง ต่อข้อเสนอของฝ์ายลาวดังกล่าว เพราะรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้เอกชนไทยเข้าไป ลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้ง สปป. ลาวให้มากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยพัฒนาและ สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจแก่ประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งพิจารณาเห็นว่าการเข้ามา ลงทุนทําการศึกษาของบริษัทดังกล่าว มิได้มีเงื่อนไขผูกพันรัฐบาลทั้งในด้านงบประมาณ และการดําเนินโครงการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม กระผมใคร่ขอกราบเรียนว่า ในหนังสือที่เสนอต่อที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม พิจารณาอนุมัติการลงนาม บันทึกความเข้าใจ โดยได้เสนอร่างที่ระบุชื่อบริษัทเอกชนตามข้อเสนอของฝ์ายลาว ซึ่งที่ประชุม ครม. มีมติให้ความเห็นชอบ แต่ก็ให้ตัดชื่อบริษัททั้งสองออกและให้ใช้ คําว่า ภาคเอกชน แทน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ดอกเตอร์ศุภชัย ผมเพิ่มเวลาให้อีกประมาณ ๑ นาที

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นใจ ท่านผู้ตอบกระทู้สดในวันนี้ ด้วยเหตุว่าท่านเพิ่งจะมารับตําแหน่ง แต่ท่านเปึนผู้ที่จะต้อง มาจัดการกับเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตจากฝ้มือของท่านรัฐมนตรีอีกท่านหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตคําถามสุดท้ายตามข้อบังคับการประชุม ท่านประธานที่เคารพครับ แม่น้ําโขงสายหลักสายนี้ถือว่าเปึนแม่น้ําประธาน มีคณะกรรมาธิการแม่น้ําโขงและมีคณะกรรมการแม่น้ําโขง ซึ่งมีสมาชิกอยู่ ๔ ประเทศ ประกอบไปด้วยไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชาประชาธิปไตยและ เวียดนาม ขอถามคําถามที่ ๓ ผ่านท่านประธานไปยังผู้ตอบกระทู้ในวันนี้ก็คือว่า ก่อนการลงนามบันทึกความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว รัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ชี้แจงต่อประเทศสมาชิกกรรมาธิการแม่น้ําโขง หรือการปรึกษาหารือล่วงหน้าถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากดําเนินการตามโครงการนี้ หรือไม่ อย่างไร และภายหลังการลงนามในวันที่ ๒๕ มีนาคม ที่ผ่านมา รัฐบาล ได้ดําเนินการใดบ้างกับเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการแม่น้ําโขง กรณีการใช้ประโยชน์ และการใช้น้ําตามโครงการ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขณะนี้ ผมก็ขอกราบเรียนว่ายังไม่ได้มีการทําการศึกษาในรายละเอียด และการลงนามไปนี้ ไม่ได้เปึนพันธกรณีที่จะสร้างเขื่อนแต่อย่างใด และถ้าหากว่ามีการศึกษาในรายละเอียด เสร็จสิ้นแล้ว ทางฝ์ายรัฐบาลทั้งสองประเทศโดยที่ทั้งสองประเทศเปึนสมาชิก คณะกรรมาธิการแม่น้ําโขง ก็จะได้เสนอเรื่องนี้ให้อยู่ในระเบียบปฏิบัติการใช้งาน ในแม่น้ําโขงต่อคณะกรรมาธิการแม่น้ําโขงต่อไปด้วย ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เปึนอันจบกระทู้ถามที่ ๓ เพราะว่าถามครบแล้ว ผมได้ต่อเวลาแล้ว ต้องขอความกรุณา เพราะว่ายังมีรัฐมนตรีอีกหลายท่านที่จะต้องมาตอบกระทู้ ขอความกรุณาเถอะครับ ท่านดอกเตอร์ศุภชัย

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

๑ นาทีครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สั้น ๆ นะครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ ในระเบียบ แนวปฏิบัติและแนวทางภายใต้คณะกรรมาธิการแม่น้ําโขง มีแนวปฏิบัติเรื่องของ การปรึกษาหารือล่วงหน้า เพราะฉะนั้นก่อนการทํา เอ็มโอยู ต้องทําตามแนวนี้ก่อนครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านรัฐมนตรี เตช บุนนาค ขอบพระคุณครับ เปึนอันว่าเราจบกระทู้ถามที่ ๒ นะครับซึ่งถามโดยดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า จบกระทู้ถามที่ ๒

ต่อไปจะเปึนกระทู้ถามที่ ๓ ถามโดย คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาราคาข้าว ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปึนผู้มาตอบ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังติดภารกิจได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เปึนผู้มาตอบคําถาม เชิญผู้ถามครับ คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเองเคยมีโอกาสได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านอดีตรัฐมนตรีมิ่งขวัญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในประเด็นเรื่องข้าว เนื่องจาก ท่านบริหารข้าวได้ผันผวน ตลาดมั่วซั่วและท่านก็ไปแล้วครับ แล้วก่อนจากวันนั้นผมบอก ว่าผมจะติดตามเรื่องนโยบายข้าวของท่านนายกรัฐมนตรีครับ อย่างนี้ครับวันนี้เปึนเรื่องที่ แปลกเหลือเกินสําหรับเมืองไทยที่นโยบายข้าวไม่ได้อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ แต่มาอยู่ โดยตรงที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สาเหตุเพราะมีการตั้ง คณะกรรมการย่อยขึ้นมา ๔ คณะกรรมการ อันแรกเปึนคณะกรรมการอํานวยการ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน อันที่ ๒ คณะกรรมการจํานําข้าว มีท่านผู้จัดการธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเปึนประธาน คณะกรรมการแปรสภาพและจัดเก็บ ข้าว มีผู้ตรวจการสํานักนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน มีคณะกรรมการที่ ๔ คณะกรรมการ จัดจําหน่ายและระบายข้าว มีรองปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน พูดง่าย ๆ ก็แปลว่ารวบคนเดียวครับ รวบมาที่นายกรัฐมนตรีคนเดียว มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเกี่ยวข้องก็เปึนเพราะว่าท่านกํากับดูแลธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นเขามีคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี เปึนประธานครับแต่มันร่วมไม่ได้ครับ เพราะมันมีคน ๒ คนเกี่ยวข้อง คนแรก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะอนุกรรมการฝ์ายการตลาด รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จากพรรคชาติไทย เปึนประธานอนุกรรมการด้านการผลิต วันนี้รวบมาแล้วอยู่ที่คนเดียว เริ่มตั้งแต่ ๑๗ มิถุนายน ครับ เกือบ ๒ เดือนที่บอกว่าจะแก้ไขปัญหาราคาข้าวที่ผันผวน ที่อดีตรัฐมนตรีทําเอาไว้ ที่บอกว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องการจํานําราคาข้าว ที่ได้ทํากันก่อนหน้านี้ ฟังดูดีครับเมื่อรวบอํานาจเข้ามาอยู่ ก็เลยมีคําถามจากผมครับว่า เปึนคําถามแรกครับ จากการเปลี่ยนการกํากับดูแลนโยบายข้าวจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์รวบเปึนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประสบความสําเร็จหรือไม่ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขออภัยครับคือทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ส่งตัวแทนมาทั้งคู่นะครับ อีกท่านหนึ่งคือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่าน พันตํารวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ ท่านรัฐมนตรีท่านไหนจะตอบก่อนครับ เชิญท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ ครับ

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมได้รับมอบหมาย จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้มาตอบกระทู้ถามสดเรื่องมาตรการ การแก้ไขปัญหาราคาข้าว ก็ต้องขอขอพระคุณท่านผ่านไปยังท่านสมาชิก คุณอรรถวิช สุวรรณภักดี ที่ได้สนใจปัญหาการแก้ไขปัญหาราคาข้าว ผมเข้าใจคําถามที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ถามเกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างของการจํานําข้าวซึ่งถูกครับ ก่อนหน้านี้ ก็มีคณะกรรมการข้าวเมื่อปัญหาราคาข้าวได้ตกต่ําลงทั้ง ๆ ที่มีโอกาสที่ราคาข้าวจะสูงขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีความเปึนห่วง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เรียกประชุมรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้อง ในที่สุดก็ได้ตัดสินใจ ปรับโครงสร้างให้มีคณะกรรมการชุดต่าง ๆ คือชุดเล็กอีก ๓ ชุด ชุดใหญ่ คือ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน แต่อย่างไรก็ตามครับหากมีข้อสรุปจากคณะกรรมการ ทั้ง ๔ ชุดแล้วก็ยังต้องนําเข้าคณะกรรมการข้าวอยู่ดีครับ เพื่อที่จะให้เปึนในแนวทาง เดียวกันครับ แต่อย่างไรก็ตามผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ทุกท่านแถลงความคืบหน้าผลการจํานําราคาข้าวครับตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้ถามว่า ณ วันนี้เมื่อเราปรับโครงสร้างการบริหารจัดการจํานําข้าวแล้วสถานการณ์ เปึนอย่างไรครับ ณ วันนี้ปริมาณจํานําข้าวเปลือกนาปรังนะครับ รัฐบาลตั้งเปัาหมายไว้ว่า จะจํานําข้าวเปลือกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน ๓ เดือน สิ้นสุดสิ้นเดือนกันยายนนะครับ ประมาณ ๒ ล้าน ๕ แสนตัน รวมเปึนเงินทั้งหมด ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือเปัาหมายนะครับ ณ วันนี้ปริมาณจํานําข้าวเปลือกรวมแล้ว ได้ประมาณ ๑,๒๗๐,๐๐๐ กว่าตัน คิดเปึนเงินกู้ หรือคิดเปึนปริมาณเงินทั้งหมด ๑๖,๔๗๔ ล้านบาท มีองค์กรที่เกี่ยวข้องหลายองค์กรครับ ทางด้าน ธ.ก.ส. คือธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเปึนองค์กรหลักที่จะไปดูแลในพื้นที่ว่าพื้นที่ไหน จะมีการจํานําข้าวได้บ้าง ส่วนทาง อคส. เดี๋ยวผมจะให้ท่านรัฐมนตรีบรรยินได้ตอบในส่วน ของ อคส. ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์นะครับ วันนี้เราสามารถช่วยเหลือเกษตรกร ได้ถึง ๘๖,๙๑๑ ราย ใน ๓๒ จังหวัด ภาคใต้มีจังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และเมื่อวานนี้ ท่านประธานครับ ก็ได้รับข้อสังเกตจากท่านเพื่อนสมาชิกจังหวัดพัทลุงนะครับ ซึ่งผมจะรับ ไปว่าสิ้นสุดเดือนกันยายนแล้ว ในเดือนตุลาคมรัฐบาลสามารถจะประกันราคาข้าว ในจังหวัดพัทลุงหรือภาคใต้ได้หรือไม่ เพราะพื้นที่แต่ละพื้นที่อาจจะมีความแตกต่างกัน ผมจะรับเรื่องนี้ไปปฏิบัตินะครับ

ส่วนข้าวนาป้นั้นจะเริ่มเดือนพฤศจิกายน รัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจครับว่า จะทําโครงการรับจํานําข้าวนาป้หรือไม่ วันนี้มีโรงสีเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ ๒๙๒ โรงทั่วประเทศนะครับ มีคลังสินค้า ๕๐ โกดัง กระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ราคาข้าว ผมได้เช็คเมื่อเช้านี้ครับ เมื่อเช้านี้ทาง ธ.ก.ส. ได้รายงานมาว่ารัฐบาลประกันราคาข้าวที่ ๑๔,๐๐๐ บาท ราคาที่เกษตรกรได้หลังจากหักความชื้นแล้วประมาณ ๑๑,๐๐๐ บาท ถึง ๑๒,๐๐๐ บาท ผมได้ไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเองเมื่อรัฐบาลประกาศโครงการจํานําข้าว เกษตรกรเกี่ยวเช้าแล้วก็มาจํานําตอนบ่าย และได้ราคานี้จริง ๆ ครับ ผมขอยืนยัน เพื่อนสมาชิกนะครับ ในขณะเดียวกันครับสิ่งที่เราเปึนห่วงคือเรื่องของการทุจริต ผมยอมรับครับว่าในอดีตโครงการรับจํานําข้าวมีการทุจริต โดยเฉพาะในภาคเหนือ ตอนล่างในจังหวัดพิจิตร ซึ่งผมเคยเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ทุจริตกันมากที่สุด ทุจริตอย่างไรครับ ทุจริตโดยการเมื่อรับจํานําแล้วเราแปรสภาพช้า การแปรสภาพ เราใช้เวลาแปรสภาพเปึนเดือน ปรากฏว่ามีขั้นตอนผู้ที่ทุจริตนําข้าวเปลือกออกไปขาย แล้ววันนี้รัฐบาลเปลี่ยนครับ แปรสภาพภายใน ๗ วันหลังจากที่รับจํานําข้าวแล้ว และ นําข้าวที่แปรสภาพนั้นบรรจุในกระสอบเข้าโกดังทันที ทําให้การทุจริตนั้นลดน้อยลงมาก จะบอกว่าไม่มีก็อาจจะพูดไม่ได้ แต่ผมคิดว่าน้อยลงมาก ในขณะเดียวกันโกดังที่รัฐบาล เก็บนั้นมีการตรวจสอบ มีการนํากล้องวงจรป่ดไปติดตั้งทุกโกดัง มีการใช้เชือกรัดกระสอบ ข้าวทั้งหมดเพื่อประกันการลักลอบข้าวออกไปจําหน่าย เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านเพื่อนสมาชิกคุณอรรถวิชช์ให้ได้ รับทราบข้อมูลว่า ณ วันนี้โครงการจํานําข้าวไปได้ดีมากครับ พี่น้องชาวนาได้ราคาข้าวที่ดี พอใจนะครับ มีรายได้ที่ดีขึ้น ทาง ธ.ก.ส. ได้รายงานมาว่าเกษตรกรได้ชําระหนี้เพิ่มมากขึ้น เร็วขึ้น หนี้เสียก็ลดน้อยลง เพราะฉะนั้นการที่เพื่อนสมาชิกพรรคฝ์ายค้านได้เปึนห่วงเรื่อง โครงการจํานําข้าวนั้น ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ดี และจะได้ให้การสนับสนุนและตรวจสอบให้ โครงการนี้เปึนประโยชน์กับพี่น้องชาวไร่ ชาวนา และเกษตรกรครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณอรรถวิชช์ครับ คําถามที่ ๒ ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ เข้าใจ ว่าวันนี้ท่านมากัน ๒ ท่านนะครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง รัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงพาณิชย์ เรื่องเดียวดูกัน ๒ คนนะครับ ความจริงต้องท่านนายกรัฐมนตรี มาตอบนะครับ ท่านมา ๒ คนก็ดีครับ จะได้เอาให้ถ้วนหน้าเลยนะครับ ฟังดูแล้วที่ท่าน พูดมาเปึนแผนงานที่มีประสิทธิภาพ แต่ขาดประสิทธิผลสิ้นเชิงครับ ฟังดูเหมือนจะได้ ถ้วนหน้า ก็แผนเปึนอย่างนั้นมันก็ต้องถ้วนหน้า แต่ผลที่มันเกิดขึ้นมันไม่ใช่ครับ ผมไปเดิน หาเสียงมานะครับ วันนี้มีการเลือกตั้งซ่อมในจังหวัดเชียงราย เรื่องเหตุทุจริตใบเหลือง ใบแดงที่เราทราบกันดีนะครับ ไปเดินมาในเชียงรายครับ ๒-๓ ตลาด พูดเปึนเสียงเดียวกัน ครับ เดินเข้ามาหา เขาจําได้ว่าเปึน ส.ส. ที่อภิปรายเรื่องข้าว เขาบอกว่า จังหวัดเชียงราย ชาวนา ยังไม่ได้รับเงินครับ ไปจํานําแล้วยังไม่ได้รับเงิน ผมก็บอกเขาไปว่า ที่ไม่ได้รับเงินเปึนไป ไม่ได้ครับ ได้เงินช้า มีแน่ ต้องบอกนะครับ เชียงรายมีการรับเงินช้าเกิดขึ้นนะครับ จังหวัดสุโขทัย ครับ ท่าน ส.ส. สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ประชาธิปัตย์ ฝากผมมาด้วยครับ ชาวนาที่นั่นไปจํานํา ข้าว ใบประทวนไม่ออก ท่านประธานครับ ทราบกันอยู่แล้วว่าตอนนี้เปึนทําข้าวประเภท ข้าวนาปรัง มันปลูกเปึนครอป (Crop) ภาษาอังกฤษเขาใช้เหมือนภาษาไทย ล่ะครับ ปลูกเปึนครอปครับ มันอยู่บนเงินหมุนครับ การที่เขาได้เงินช้าเพราะท่านไม่มี ประสิทธิผลนี้ ผมว่าน่ากลัวและอันตรายครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เขาต้องไปกู้เงิน นอกระบบเพื่อปลูกให้ทันอีกครอปหนึ่งให้ได้ นี่คือธรรมชาติที่มันเกิดขึ้นในพื้นที่ครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ประสิทธิผลที่ท่านต้องวัดไม่มีครับรัฐบาลนี้ แม้กระทั่งคนที่ดูแลโดยตรง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ไม่มาตอบกระทู้ผมครับวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่พอ ครับในจังหวัดอีสานมีอีกโรคหนึ่งครับ อันนี้หนักครับ จุดรับจํานําไม่พอครับ จุดรับจํานําไม่ พอเกิดอะไรขึ้นครับ ที่ท่านประกาศสวยหรูว่าท่านจะจํานําที่ ๑๔,๐๐๐ เปึนไปไม่ได้หรอก ครับความเปึนจริง ท่านทราบไหมครับปัจจุบันอยู่ที่ ๑๒,๐๐๐ เพราะอะไร ๑๔,๐๐๐ คือ ความชื้นข้าวที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ความเปึนจริงครอปนี้มันปลูกหน้าฝนครับ การเก็บข้าว เดี๋ยวนี้ชาวนาเขาไม่ได้ใช้เคียวแล้วเกี่ยวดึงขึ้นมานะครับ เขาใช้เครื่องครับ แล้วเครื่องมัน ตะกุยน้ําขึ้นมาด้วย ความชื้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เวลาส่งที่หน้าโรงสี เกิดอะไร ขึ้นครับ เงินก็ลดลงเหลือแค่ ๑๒,๐๐๐ สิครับ แล้วพอจุดจํานําท่านน้อย ปัญหาที่มันเกิด ตามมานั้นก็คือโรงสีเขาไม่รับ ชื้นมากครับ แล้วก็ที่เก็บไม่เพียงพอ นี่ผมจดไว้ครับคํานี้ เดี๋ยวลืมเสีย ผีถึงป์าช้ามันเกิดการซื้อข้าวข้างโรงสีเกิดขึ้น ที่ไม่ใช่เปึนโรงสีในโครงการของ ท่านนะครับ อยู่ข้าง ๆ ครับ รับซื้อกันข้าง ๆ เลย แล้วกดราคา ถามว่าทําไมชาวนาขาย ขายเพราะข้าวมันอยู่ได้ไม่เกิน ๒ วันครับ พอเก็บแล้วมันระอุในมันเน่าครับ ผีถึงป์าช้า แล้วครับ เพราะจุดการรับจํานําของท่านมันน้อยครับ นี่คือประสิทธิผลที่ท่าน ไม่มีครับ ย้ําอีกครั้งครับ นี่เปึนข้อเดือดร้อนที่ผมรับมาจากท่าน ส.ส. อิสสระ สมชัย อุบลราชธานี ต้องมาพูดแทนเขาครับวันนี้ เพราะพยายามจะรวบทุกประเด็น จะบอกว่าท่านไร้ประสิทธิผลครับ แต่แผนงานท่านมีประสิทธิภาพ เพราะฟังท่านรัฐมนตรี ประดิษฐ์แล้วท่านครับ ผมมาถึงคําถามที่ ๒ เลยครับ เรื่องมันดูจะกลายเปึนชุลมุน ไปกันใหญ่ครับ หลังจากท่านเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาเปึนรัฐมนตรีที่ชื่อ ไชยา สะสมทรัพย์ ผมไม่พาดพิงว่าทําไมรัฐมนตรีท่านนี้ต้องเปลี่ยนกระทรวงกํากับดูแลมาอยู่ ที่นี่ด้วยเหตุผลบางประการของท่านเปึนที่เรารู้กันในข่าว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ครับ เพราะ ไม่ได้ส่งผลที่ทําให้พี่น้องประชาชนเจริญรุ่งเรืองขึ้นผมไม่พูดครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ขอถาม ครับ ปกติแล้วเรื่องข้าวต้องอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ วันนี้ถามครับ รัฐมนตรีที่ชื่อ ไชยา สะสมทรัพย์ เก่งพอหรือยังที่จะบริหารจัดการข้าวภายใต้นายกรัฐมนตรีชื่อ สมัคร สุนทรเวช ขอเชิญท่านตอบครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ พันตํารวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ ครับ เชิญครับ

พันตํารวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอรรถวิชช์นะครับ สําหรับคําถาม ของท่านด้วยความเปึนห่วงหลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องที่จังหวัดเชียงรายยังไม่ได้รับเงิน เรื่องที่จังหวัดสุโขทัยใบประทวนที่ยังไม่ได้ออกนะครับ แล้วก็เรื่องทางภาคอีสานซึ่งจุด รับจํานําไม่พอนั้น ต้องขออนุญาตเรียนประเด็นเบื้องต้นเนื่องจากซึ่งเกี่ยวข้องกับ กระทรวงพาณิชย์นะครับ ในจังหวัดเชียงรายนั้นผมเข้าใจว่าคงจะเปึนคําถามเดียวกับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสถาพร มณีรัตน์ ซึ่งก็กําลังจะถามอยู่เหมือนกัน เปึนปัญหา เรื่องข้าวเหนียว ซึ่งเดี๋ยวผมเองคงจะชี้แจงในรายละเอียด ต้องเรียนให้ทราบว่าในเรื่อง ข้าวเหนียวนั้นขณะนี้ทาง ธ.ก.ส. แล้วก็ทางกระทรวงพาณิชย์โดยองค์การคลังสินค้าได้เข้า ไปช่วยแก้ปัญหา ซึ่งก็คงจะสามารถจัดการได้ แล้วก็ได้รับเงินผมคิดว่าหลังจากนี้ไม่เกิน ๑ เดือน ปัญหาเนื่องจากการรับจํานําในช่วงนั้นเปึนปัญหาเร่งด่วน เกิดจากปัญหาของ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน แล้วก็เกิดการประท้วงขึ้น ฉะนั้นรัฐบาลก็เลย ได้เข้าไปแก้ปัญหาด้วยความเร่งด่วน ในเบื้องต้นนั้นทาง ธ.ก.ส. นั้นก็เปึนคนรับดําเนินการ แต่อาจจะติดขั้นตอนในช่วงแรก ขณะนี้เข้าใจว่าขั้นตอนต่าง ๆ ก็คงจะเรียบร้อย ก็คงจะได้ ทยอยจ่ายให้เงินกับเกษตรกร ส่วนปัญหาเรื่องการออกใบประทวนต่าง ๆ นั้น ผมเชื่อว่า วันนี้กระบวนการต่าง ๆ ที่เราตั้งขึ้นโดยคณะกรรมการบริหารข้าวครบวงจรทั้ง ๔ คณะนั้น ผมเชื่อว่าจะทําให้การบริหารจัดการเรื่องข้าวนั้นสามารถได้รับการดูแลอย่างเรียบร้อย ทุก ๆ เรื่องท่านก็คงจะเห็นว่าเรามีทั้งคณะกรรมการอํานวยการก็คือมีทั้งนายกรัฐมนตรี มีคณะกรรมการรับจํานําทั้งแปรสภาพแล้วก็ระบาย สิ่งที่ท่านเปึนห่วงว่าคําถามที่ท่าน บอกว่าท่านรัฐมนตรีไชยามาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นั้นจะสามารถบริหาร จัดการเรื่องข้าวได้หรือไม่นั้น ผมเข้าใจว่า อันนี้อาจจะต้องเปึนการตอบแทนท่านนะครับ แต่ผมเชื่อมั่นว่าท่านในฐานะที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาเปึนเวลานาน ได้ผ่านการ เปึนรัฐมนตรีหลายครั้ง เชื่อว่าเรื่องนี้คงจะไม่ได้เปึนปัญหาในการบริหาร และที่สําคัญ อย่างยิ่งก็คือในการบริหารเรื่องข้าวนั้น วันนี้เราได้มีคณะกรรมการทั้งหลายชุด ทั้ง ๔ ชุด ช่วยดูแล ผมมั่นใจว่าเรื่องที่ท่านเปึนห่วงนั้นคงไม่มีปัญหา ก็ขออนุญาตตอบเบื้องต้นแค่นี้ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ คุณอรรถวิชช์ คําถามสุดท้ายครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยฯ ครับ ที่ช่วยประเมินผลงานนะครับ ก็ต้อง บอกว่าดูเหมือนรัฐบาลนั้นดูเหมือนกระทรวงพาณิชย์อยากจะได้กลับมาที่เดิม ถ้าอยาก จะได้กลับมาที่เดิมก็ต้องฟังล่ะครับ ว่าการแก้ไขปัญหาข้าวแบบยั่งยืนนั้นน่าจะทําอย่างไร ในมุมมองของฝ์ายค้านดูบ้าง วันนี้ค้านแล้วก็ขอเสนอเถอะครับว่าอยากจะทําให้ข้าวนั้น มีการพัฒนาแบบยั่งยืนในมุมมองของเราจะทําอย่างไรครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะ ถามกระทู้ต่อไป ผมขอเสนอแนะไว้ที่นี่สักนิดหนึ่งนะครับ กินเวลาสัก ๒ นาที ผมเปึนห่วง อย่างนี้ครับ ผมอยากให้รัฐนั้นสร้างกลไกตลาดเสรีครับ ประเด็นแรกครับ อยากให้มี การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบตลาดกลางเกิดขึ้นให้มีการซื้อขายอย่างกว้างขวาง ประการที่ ๒ สร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสหกรณ์การเกษตร วันนี้สิ่งที่พี่น้อง ระบบสหกรณ์ต้องการนั่นคือเครื่องมือส่วนทุนครับ เครื่องเกี่ยว เครื่องดํา ยุ้ง ฉาง ส่วนกลาง ท่านต้องสร้างระบบสหกรณ์ให้เข้มแข็ง

อีกประการหนึ่งนะครับ ท่านต้องสร้างพัฒนาประสิทธิภาพของระบบ คลังสินค้าสาธารณะ พับลิค แวร์เฮ้าส์ (Public wearhouse) ให้มันเกิดสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ข้าวมันจะได้เก็บได้ มันจะได้ไม่เน่าอย่างที่ผมพูด แล้วนี่แหละแก้ไขปัญหา แบบเขาเรียกว่าไม่ได้เปึนการเฉพาะหน้า

อีกประการหนึ่งครับ ก็คือในเรื่องของการตั้งกองทุนสินค้าเกษตรแห่งชาติ ถ้าไม่ชัดเจนก็เรียกผมไปได้ครับ จะได้ช่วยอธิบายหลังเวทีได้ครับ ท่านครับการตั้งกองทุน สินค้าเกษตรแห่งชาติ วันนี้ตลาดของเราเปึนที่น่าสนใจนะครับว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ การเกษตรนั้นมันจะเจริญรุ่งเรือง ผู้ลงทุนเขาก็อยากจะลงทุนในกองทุนที่มีหน้าตาแบบนี้ ล่ะครับ มันจะไปเสริมสร้างตลาดหุ้นที่เรียกว่า เซต อินเด็กซ์ (Set index) ในปัจจุบัน มันจะไปเสริมสร้างตลาดเอเฟท (AFET) ตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่มันห่อเหี่ยว เหลือเกินในปัจจุบัน

ประการสุดท้ายครับ ที่จะนําไปสู่คําถามด้วย นั่นก็คือการพัฒนา ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า เอเฟทเล่าให้ท่านรัฐมนตรีฟังครับ ว่าการซื้อขายกันวันนี้ ณ ราคานี้นะครับ สามารถที่จะซื้อขายข้าวในราคาที่ต้องส่งมอบ ในเดือนหน้าได้ มันจะเปึนตัวบอก เปึนตัวชี้วัดตลาดในอนาคต ข้าวในอนาคตที่จะ ส่งมอบกันในอนาคตว่าจะมีเงิน จะขายได้ในราคาเท่าไร ท่านทราบไหมครับว่าในรอบป้ ที่ผ่านมาตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่ชิคาโกนั้น โดยเฉพาะในหมวดข้าว มีราคาสัมพันธ์ กับราคาตลาดข้าวที่ตลาดแอฟแฟคท์ของบ้านเรา สิ่งที่น่าตกใจคือรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ ให้ความสําคัญกับตลาดล่วงหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะอะไรครับ เพราะรัฐบาลชุดนี้ ก็เปรียบเสมือนผลพวงจากรัฐบาลของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณนะครับว่าไปแล้ว ไม่ได้พาดพิงนะครับ พูดให้เปึนประโยชน์ว่าท่านทราบไหมครับ พระราชบัญญัติ การซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าเกิดขึ้นในป้ ๒๕๔๒ สมัยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ไพฑูรย์ แก้วทอง ประชาธิปัตย์นี้นะครับเปึนรัฐบาล แปลกใจไหมครับ ๕ ป้ กว่าตลาดนี้จะเกิดการซื้อขายครั้งแรกในป้ ๒๕๔๗ ๕ ป้ครับ ตลาดไม่โตเลย เพราะ อะไรครับ เพราะในเวลาที่ผ่านมานั้นรัฐบาลภายใต้แกนนําของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ นั้นท่านใช้ในเรื่องของการประกันและจํานําราคาข้าว พอถึงเวลามันทุบตลาดเละครับ ไม่ต้องชี้นําหรอกครับ เพราะตลาดไม่มีทางโต เพราะท่านจํานําราคาข้าวไว้เปึนหลัก สิ่งต่าง ๆ การจํานําราคาข้าวและการพัฒนาตลาดแอฟแฟคท์ต้องควบคู่ครับ นี่คือสิ่งที่เรา คาดหวังและอยากให้เปึนแบบยั่งยืน

ท่านประธานครับ มาสู่คําถามที่ ๓ ถามสั้น ๆ อย่างนี้แหละครับ เพราะ เมื่อสักครู่นี้ผมเจอท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ ข้างนอกรอบผมก็บอกท่านแล้วว่าผมจะ ถามเรื่องเอเฟท ตลาดล่วงหน้า เพราะต้องการคําตอบที่นําไปสู่การปฏิบัติจริง ผมถามว่า ในฐานะว่าท่านเปึนผู้กํากับดูแลนโยบายด้านข้าวโดยตรงนี้นะครับ ท่านมีแนวทางในการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าหรือที่เรียกว่า เอเฟท แบบจริงจัง และยั่งยืนอย่างไร ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ครับ

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม รัฐมนตรีประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประธานครับ ก็ต้องขอขอบคุณคุณอรรถวิชช์ นะครับที่ได้ให้คําแนะนํา ก่อนอื่นผมอยากจะย้อนไปตอบคําถามของท่านเกี่ยวกับเรื่อง โครงการจํานําข้าวอีกนิดหนึ่งนะครับว่าปัญหาขณะนี้มันมีอะไรบ้าง เพราะท่านได้บอกว่า เรื่องของประสิทธิผล ซึ่งประสิทธิผลนี้มันก็มีปัญหาบ้างครับ แต่ผมคิดว่า ณ วันนี้ราคาข้าว ที่จํานําที่ได้เรียนไปแล้วในราคาหลังหักความชื้นแล้วเกษตรกรได้ราคาถึง ๑๐,๐๐๐ ถึง ๑๒,๐๐๐ บาท เขามีความพึงพอใจมากนะครับ แต่ก่อนนี้เราอนุญาตให้เขา จํานําได้ใน วงเงินที่ ๓๕๐,๐๐๐ บาท คือเกษตรกรรายหนึ่งจํานําได้แค่ ๓๕๐,๐๐๐ บาท ทางรัฐบาลก็คุยกันว่าขยายวงเงินเปึน ๕ แสนบาทนะครับ เพราะว่าเมื่อข้าวมีราคาสูงขึ้น วงเงินจํานําก็ควรจะสูงขึ้นด้วยนะครับ วันนี้เราได้ขยายวงเงินให้พี่น้องเกษตรกรเปึน ๕ แสนบาท แต่ปรากฏว่าอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ข้าวป้นี้ผลผลิตดีเหลือเกินครับ พี่น้องเกษตรกรผลิตผลออกมาจํานวนข้าวนั้นได้ปริมาณเพิ่มขึ้นสูงมากนะครับ อาจเปึน เพราะท้องฟัาฝนหรือภูมิอากาศเปึนใจให้กับประเทศไทยเรา พี่น้องเกษตรกรต่อราย ปรากฏว่าอย่างไรครับท่านประธานครับ ปลูกข้าวได้มาก ๕ แสนบาทไม่พอ ๕ แสนบาท ไม่พอแล้วครับต่อรายหนึ่ง เขาก็จํานําข้าวที่ ๕ แสนบาท แต่ส่วนที่เหลืออีก ๒ แสนบาทนั้นก็เปึนปัญหา เมื่อจํานําไม่ได้เขาก็ต้องไปขายเงินสด ขายเงินสดก็ได้ราคาต่ํากว่านิดหน่อยนะครับ ถ้าขายเงินสดก็อาจจะได้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่เขาก็ยังพอใจนะครับ เรียนให้ทราบว่าประสิทธิผลมีปัญหาเหมือนกัน เราก็จะต้อง ค่อย ๆ แก้กันไปนะครับ ในขณะเดียวกันกระบวนการต่าง ๆ ทางคณะกรรมการที่มี ท่านนายกรัฐมนตรีและอีก ๓ ชุดที่คุณอรรถวิชช์ได้เรียนดังกล่าวนั้นก็ประสานงานกันด้วย ความสามัคคีดี รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ซึ่งกระทรวงการคลังดูแล ธ.ก.ส. กระทรวงพาณิชย์ดูแล อคส. ก็อาจจะมีข้อขลุกขลักบ้าง แต่ก็ต้องขอชื่นชม หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วโดยเฉพาะ ธ.ก.ส. อคส. ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกพื้นที่ รวมทั้งเกษตรกรที่ให้ความร่วมมือในพื้นที่ภาคอีสานที่จุดรับจํานําข้าวไม่เพียงพอนั้น เพราะว่าภาคอีสานส่วนใหญ่จะเปึนข้าวเหนียวนะครับ ก็อาจจะมีปัญหาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ นาปรังจะอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานผ่านไปยัง คุณอรรถวิชช์ว่าถ้ามีอะไรแนะนํามาอย่างนี้ ผมคิดว่าเปึนประโยชน์กับพี่น้องชาวเกษตรกร ผมขอหันกลับมาพูดเรื่องตลาดซื้อขายล่วงหน้าคือเอเฟท จริงครับท่านประธาน เราต้องสนับสนุนตลาดเอเฟท คือตลาดซื้อขายล่วงหน้าให้มันเกิดขึ้นให้ได้ เพราะจะเปึน กลไกที่จะทําให้ราคาข้าวนั้นอยู่ในราคาที่เหมาะสมและไม่ขึ้น ๆ ลง ๆ ณ วันนี้ตลาดเอเฟท ๙๐ เปอร์เซ็นต์มีการซื้อขายยางพารานะครับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เปึนการซื้อขายข้าว ซึ่งยอมรับครับท่านประธาน ว่ายังน้อยไป แต่ยางพารานั้นได้ไปซื้อขายในตลาดเอเฟท แล้วก็ได้เปึนตลาดผมคิดว่าเปึนตลาดที่มั่นคงแล้วก็จะพัฒนาต่อไป ต่อไปก็คือตลาดข้าว ที่จะต้องเร่งให้เพิ่มมากขึ้น แล้วต่อไปก็คือตลาดข้าวโพด ทําไมข้าวถึงมีปัญหาครับ ข้าวมี ปัญหาเพราะว่าปริมาณข้าวนี่เยอะมาก ถ้าเอาปริมาณข้าวทั้งหมดมาผ่านตลาดเอเฟท ตลาดเอเฟทก็จะรับไม่ได้ ฉะนั้นผมเห็นด้วยกับที่คุณอรรถวิชช์ได้เสนอแนะคือจะต้องมี นโยบายที่ให้ตลาดเอเฟทเริ่มเดินอยู่ในขาของตัวเองได้ ในวันนี้ทางกระทรวงพาณิชย์เดี๋ยว ท่านรัฐมนตรีบรรยินก็อาจจะเติมได้นะครับว่าได้เริ่มแล้วก็ต้องค่อย ๆ ให้เอาข้าวของรัฐนั้น เข้ามาผ่านตลาดเอเฟทมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อตลาดเอเฟทพร้อมค่อย ๆ พร้อมแล้ว หลังจาก นั้นแล้วโครงการรับจํานําข้าวก็คงจะไม่จําเปึน แต่ ณ วันนี้ผมคิดว่ายังมีความจําเปึนอยู่ที่ เราจะทําทั้งจํานําข้าวและก็ทดลองตลาดเอเฟทไปในเวลาเดียวกันให้มันเจริญเติบโต ขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ ผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าหลายคนมีความเปึนห่วงเรื่องราคาข้าว ว่าราคาข้าวนาป้จะเปึนอย่างไร ผมคงจะไม่ใช่ผู้ชํานาญการพยากรณ์ราคา แต่เท่าที่ผม ได้ดูแล้วผมคิดว่าราคาข้าวนาป้ยังอยู่ในราคาที่ดี ณ วันนี้ยังอยู่ในราคาที่ดีอยู่ถึงแม้จะตก ลงมาจากเมื่อประมาณ ๓–๔ เดือนที่แล้ว แต่วันนี้ยังอยู่ในราคาที่ดี พื้นฐานดีทําไม พื้นฐานดี มรสุมที่เกิดขึ้นในประเทศจีนที่ผมได้เคยเรียนทางในสภาไปแล้วนะครับว่ามรสุม ที่เกิดในประเทศจีนทําให้พื้นที่เกษตรกรปลูกข้าวในประเทศจีนเสียหายมาก มรสุมที่ เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาก็ทําให้พื้นที่ปลูกข้าวในประเทศสหรัฐอเมริกาเสียหาย วันนี้มรสุม ในเวียดนามก็เกิดขึ้นแล้วทําให้พื้นที่ปลูกข้าวของเวียดนามนั้นอาจจะลดน้อยลงไป ฉะนั้น ผมมองว่าราคาข้าวยังอยู่ในระดับที่ดี แต่จะดีเหมือนแต่ก่อนนี้ในราคาที่ ๑๕,๐๐๐– ๑๖,๐๐๐–๑๗,๐๐๐–๑๘,๐๐๐ บาท ที่เราคุยกันนี่คงอาจจะลําบาก แต่ผมยังมองว่า ไม่น่าจะต่ํากว่าหมื่นบาทครับ ไม่น่าต่ํากว่าหมื่น หมายความว่าชาวนาไม่น่าจะได้ต่ํากว่า หมื่นบาท เพราะวันนี้ต้นทุนชาวนาอยู่ที่ประมาณ ๖,๕๐๐–๗,๐๐๐ บาท น้ํามันลดราคา ลงมาแล้ว ผมคิดว่าสูงสุดต้นทุนของชาวนาอยู่ที่ ๖,๕๐๐–๗,๐๐๐ บาท ถ้าชาวนาขายข้าว ได้ในราคาต่ําสุดคือ ๑๐,๐๐๐ บาท เขามีกําไร ๓,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาทนี่ยิ้มกัน ถ้วนหน้า ซึ่งก็ต้องขอบคุณทางเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านที่ได้ให้ความสนใจโครงการรับจํานํา ข้าว ซึ่งเราก็ทํากันมา แล้วแนะนําสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อเปึนประโยชน์ให้เกิดประสิทธิผล เพิ่มมากขึ้นนะครับ ผมต้องขอขอบคุณครับ ท่านประธาน คุณอรรถวิชช์ และฝ์ายค้าน ทุกท่านที่สนใจเรื่องโครงการรับจํานําข้าวครับ ขอขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าเราจบการถาม ตอบ กระทู้ที่ ๓ เรื่องมาตรการในการแก้ไข ปัญหาราคาข้าว ถามโดยคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตอบโดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ พันตํารวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านครับ ของคุณสถาพรเปึนกระทู้ที่ ๕ ครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียน หารือท่านประธานนิดหนึ่งผ่านไปยังท่านอลงกรณ์ ของผมก็เปึนปัญหาเรื่องข้าว เรามีอารมณ์ตอบเรื่องข้าวนี้ก็อยากจะขอปรึกษาท่านอลงกรณ์ว่าให้กระผมต่อจากนี้เลย ไหมครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านก็มีอารมณ์ที่จะตอบเรื่องข้าว เราก็อยากจะเอา เรื่องนี้ให้จบ แล้วก็เปึนเรื่องของท่านอลงกรณ์ อันนี้ผมขอเรียนหารือนะครับ สุดแล้วแต่ ท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ทราบว่าท่านอลงกรณ์มีอารมณ์ด้วยหรือเปล่าครับ ต้องถามท่านอลงกรณ์ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผม เชื่อว่าพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความห่วงใยในอนาคตวิถีชีวิตของชาวนา แล้วก็ ปัญหาเรื่องราคาข้าวและการบริหารจัดการ ในเรื่องของการดูแลเรื่องราคาข้าว ตลอดจน ปัจจัยการผลิตที่มีต้นทุนสูงขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการหารือ และกระทู้กระผมเปึน กระทู้ต่อไป แต่เนื่องจากว่ามีความต่อเนื่องติดพัน ดังนั้นก็จะเห็นชอบนะครับต่อการหารือ ดังกล่าวที่จะไปอยู่เปึนกระทู้สุดท้ายต่อจากกระทู้ข้าวครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ขัดข้องนะครับ แต่ต้องเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศครับ เพราะว่าท่านนั่งรออยู่ ไม่ทราบว่าท่านติดภารกิจหรือเปล่าครับ ท่านยินดีนะครับ เพราะฉะนั้นขอข้ามไปเปึนกระทู้ที่ ๕ ซึ่งเปึนเรื่องต่อเนื่องครับ ถามโดยคุณสถาพร มณีรัตน์ เรื่องการแก้ไขปัญหาจํานําราคาข้าวเหนียวในภาคเหนือ ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึนผู้ตอบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ติดภารกิจนะครับ ได้มอบให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พันตํารวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ เปึนผู้ตอบครับ เชิญคุณสถาพรถามครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พลังประชาชน จังหวัดลําพูน ในนาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนในเขตภาคเหนือ กระผมต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิกท่านอลงกรณ์ พลบุตร และ ท่านรัฐมนตรีที่ให้โอกาสในการที่ได้เลื่อนกระทู้สดของกระผมเข้ามาพูดเรื่องข้าว เนื่องจากว่าเปึนเรื่องของการติดพันครับ และขณะนี้พี่น้องประชาชนในเขตภาคเหนือ หลายจังหวัดก็มีการเป่ดวิทยุรัฐสภารับฟังอยู่ และขณะเดียวกันนั้นเพื่อนพี่น้องตัวแทน ของภาคเหนือ โดยเฉพาะตัวแทนของเกษตรกรก็มาอยู่ที่สภาก็มี อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ก็มี เพราะว่ามาพูดถึงเรื่องข้าว ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่เราต้องภาคภูมิใจในวันนี้ ก็คือว่าราคาข้าวนั้นสูงเปึนประวัติศาสตร์ ผมลูกชาวนาครับ ผมไม่เคยเห็นรอยยิ้มชาวนา มาหลายป้แล้วครับ มาหลายสมัยแล้ว ก็เพิ่งเห็นรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ รอยยิ้มที่มีความชื่นชม ในเรื่องของราคาข้าวก็มาป้นี้แหละครับ หลายคนได้มีการปลดหนี้ หลายคนได้มีการ ปลดหนี้ ธ.ก.ส. ปลดหนี้กองทุนหมู่บ้าน ปลดหนี้นอกระบบ ก็เพราะว่าอานิสงส์ของ ราคาข้าวที่ขึ้นสูงสุดจนถึง ๑๔,๐๐๐ บาทต่อตัน ซึ่งถือว่าเปึนประวัติศาสตร์ ผมเอง ที่ลุกขึ้นมาวันนี้ก็ถือว่าเปึนประวัติศาสตร์ เพราะเปึนลูกหลานชาวนาที่ให้ความหวังไว้ว่า เมื่อมีปัญหา เมื่อมีโอกาสต้องมาพูดในสภา เพราะเราถือว่าสภาคือเวทีตัดสิน เวทีสะท้อน ปัญหา ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาวันนี้เราต้องยอมรับว่าเกิดจากการที่รัฐบาล ได้มีมาตรการในการจํานําราคาข้าวเหนียว ความชื้นไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ราคาตันละ ๙,๐๐๐ บาท ในเขต ๘ จังหวัดภาคเหนือ อันประกอบไปด้วย ลําพูน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน ซึ่งทั้งหมดนั้นปลูกข้าวเหนียวเปึนหลักครับ ประเด็นปัญหา ก็คือว่าในห้วงเวลานั้นราคาข้าวเจ้าสูงสุด ราคาข้าวเหนียวก็สูงสุดเหมือนกัน แต่ข้าวเหนียวค่อนข้างที่จะมีตลาดอันตีบตัน เพราะมีผู้บริโภคน้อยครับ นอกจากประเทศจีนส่งไปเปึนแปังไปทําขนมและเอาไปดองเหล้านิด ๆ หน่อย ๆ พ่อค้า ในห้วงเวลานั้นก็มีน้อย เพราะว่าทุกคนหันไปซื้อข้าวเจ้ากันครับ เพราะฉะนั้นประเด็น ปัญหาก็เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนในเขตภาคเหนือทั้งหมดก็มาหาผู้แทนราษฎรของจังหวัด ภาคเหนือ แล้วก็เรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปแก้ปัญหา ท่านรัฐบาลก็ดีเหลือเกินครับ ตัดสินใจทันทีครับ เข้าไปรับจํานําข้าว ซื้อข้าว ข้าวเหนียวจากเกษตรกรในราคาความชื้น ไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ตันละ ๙,๐๐๐ บาท โดยมีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ชื่อว่า โรงสีศิริภิญโญ โรงสีศิริภิญโญก็แบ่งปันโรงสีอื่น ๆ เข้ามาร่วมโครงการ วงเงินทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพ ๓๖๖ ล้านบาท โดยประมาณ หลังจากนั้นพี่น้องประชาชน ก็เฮโลสาระพามาจํานําข้าวเหนียว โดยมีใบขาวเรียกว่าใบประทวน จัดการเรียบร้อยครับ ได้ขายข้าวเรียบร้อย รอรับเงินทุกคนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ปรากฏว่ามีกระบวนการ ทางเทคนิคครับ นี่ต้องใช้คําว่า เทคนิค เพราะหลักการจบแล้ว คือรัฐบาลให้ ธ.ก.ส. ร่วมกับโรงสีศิริภิญโญไปรับซื้อ ไม่มีฝ์ายไหนผิด ฝ์ายไหนถูกครับ ทุกอย่างตรงตาม วัตถุประสงค์ของพี่น้องประชาชนชัดเจน แต่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ที่มีปัญหาด้านเทคนิค เนื่องจากว่า ธ.ก.ส. ไม่ยอมปล่อยเงิน อ้างว่าไม่มีมติ ครม. รองรับ จําเปึนที่จะต้องใช้มติ ครม. รองรับ เอาเงินทั้งหมด ๓๖๖ ล้านบาทไปจ่ายพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชน ของผมก็รอแล้วรอเล่าครับ ภาษาเหนือเขาเรียกหน้าแห้งแก้มไหม้ ก็คือเกิดความเครียด ที่ไม่ได้เงิน ก็พากันชุมนุม พากันเรียกร้อง รัฐบาลก็ดีเหลือเกินครับ พอเกิดการชุมนุมก็ส่ง อธิบดีกรมการค้าภายในไปรับข้อเสนอ รับข้อเสนอมาเสร็จนําเสนอ ครม. ปรากฏว่า ครม. ผ่านครับ แต่ผ่านแบบมีเงื่อนไข นั่นก็หมายความว่าพี่น้องของผมได้รับเงินไปแค่ ๑๘๖ ล้านบาท รอบแรกครับ ๓๖๖ ล้านบาท ต้องรออีก ๑๘๐ ล้านบาท วันนี้รอมา ๔๕ วันแล้วครับ รอมาประมาณ ๔๕ วัน ท่านรัฐมนตรีบรรยินท่านรู้ดีครับ เพราะเปึน มิตรสหายกันมีอะไรก็ยกหูถึงกัน ท่านก็ดีเหลือเกิน ท่านก็ให้ยาหอมมาอยู่เรื่อย ท่านก็บอก ว่าจะรีบแก้ปัญหา ผมก็ดีใจครับ ผมก็บอกกับพี่น้องของผมตลอดว่ารัฐบาลชุดนี้ นอกจาก จะได้น้ําฟรี ไฟฟรีแล้ว เรายังมีการแก้ไขปัญหาด้านภาคเกษตรอย่างฉับพลัน ก็ปรากฏว่า วันนี้ทนไม่ได้แล้วครับ เพราะว่ามีการเลื่อนมา ๒ ไฟลท์ (Flight) ไฟลท์แรกก็วันเป่ด โอลิมป่กพอดีครับ เงินไม่โอนครับ น้องสาวิตรีของผมจากเชียงราย ท่านสุรสิทธิ์ถูกพี่น้อง จากจังหวัดเชียงราย ท่าน ส.ส. เชียงรายต้องเรียกร้องให้มาทวงให้มาดูให้ว่ามันเกิดอะไร ขึ้น มันจึงเปึนที่มาของกระทู้วันนี้ อันที่จริงเราไม่อยากจะใช้เวทีกระทู้หรอกครับ เพราะว่า มันมีเรื่องปัญหาหลายเรื่องที่จะต้องพูดจากันในสภาแห่งนี้ แต่มีความจําเปึนที่จะต้องใช้ เวทีสภา เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้าน พี่น้องชาวไร่ ชาวนา ที่รับฟังอยู่ ทางบ้าน พี่น้องที่มีตัวแทนเดินเข้ามาในสภา จะได้รับรู้รับทราบว่าการเกิดปัญหาอย่างนี้ นั้นเวทีสภานั้นใช้ได้ครับ เราไม่ต้องไปใช้ข้างถนน ไม่ต้องไปป่ดถนน บอก ส.ส. ส.ส. รับปัญหามาเสนอผู้แทน ผู้แทนเสนอรัฐบาล รัฐบาลต้องมาพูดในสภา รัฐมนตรีมา ท่านประธานที่เคารพมา เพื่อนสมาชิกมาฟังปัญหาร่วมกัน เพราะฉะนั้นเงิน ๑๘๖ ล้านบาท ที่ยังค้างคาใจราษฎรอยู่นี่ มันเปึนคําถามที่ท่านจะต้องตอบให้ชัด มิฉะนั้นผมเองก็ไม่รู้ จะเอาวีซีดีอัดไปแล้วพอเขาฟังไม่รู้เรื่องให้กับพี่น้องประชาชนผมได้อย่างไร ท่านรัฐมนตรี ต้องตอบให้ชัดนะครับ ฟันธงเลย เพราะผมพูดตรงนี้เสร็จ ผมก็ต้องเอาซีดีไปแจกชาวบ้าน ไปเป่ดฟังในงานศพ งานบุญ งานกุศลครับ จะได้รับรู้รับทราบว่าผู้แทนราษฎรได้ทํางาน ไม่ใช่ว่าถูกด่า บางเวทีก็ด่าเราเสียจนเละเทะ ไม่จริงครับ เพราะฉะนั้นผมจําเปึนต้องบอก ท่านรัฐมนตรีว่าท่านต้องตอบตรงประเด็นครับ ไม่ต้องอ้อมค้อม ตลาดนอก ตลาดใน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็อยู่ ท่านก็เคยเปึนพ่อค้าข้าวด้วยนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปขายข้าวให้กับพี่น้องชาวนาด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็โปรดนะครับให้ความเปึนธรรมกับชาวบ้าน ๓ กระทรวง นี้พอแล้วครับ อย่างอื่นไม่ต้อง นายกฯ ไม่ต้อง ๓ กระทรวงนี้พอแล้ว ชาวนาลืมตาอ้าปาก ได้แล้วครับ ข้อที่ ๑ ครับ โครงการนี้จะดําเนินการให้เกษตรกรได้รับเงินจํานําข้าวในส่วนที่เหลือ ๑๘๖ ล้านบาทนั้น เมื่อไร อย่างไรครับ ขอกราบเรียนเชิญครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พันตํารวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ ครับ

พันตํารวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสถาพร มณีรัตน์ ท่านผู้แทนราษฎร จากจังหวัดลําพูน ในปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องการรับจํานําข้าวเหนียวของพี่น้อง เกษตรกรทางภาคเหนือ ก็ต้องเรียนนะครับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมันเกิดจากเนื่องจาก ราคาข้าวเหนียวตกต่ําในช่วงต้นป้ ฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นก็ได้รับการเรียกร้อง โดยเกษตรกรก็ได้มีการชุมนุมประท้วงรัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์ก็คิดว่าเรื่องนี้ เปึนปัญหาที่สําคัญก็ได้นําเรื่องเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ไปดําเนินการแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ทางกระทรวงพาณิชย์เบื้องต้นได้ดําเนินการนั้นก็ได้ประสานกับทางโรงสี ในหลายส่วนทุกภาคนะครับที่คิดว่าจะมาช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องได้ ก็ได้ทําการเข้าไป รับซื้อข้าวเปลือกเหนียวจากเกษตรกรในราคาที่ ๙,๐๐๐ บาท ความชื้นที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือสิ่งที่เราได้แก้ปัญหาในเบื้องต้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมาก็คงจะเปึนปัญหาว่าเนื่องจาก เกษตรกรที่อยู่ในจังหวัดภาคเหนือ ๕ จังหวัดนะครับ ก็คิดว่ามีอยู่ในส่วนของ ๒ จังหวัด ก็คือเชียงใหม่และก็เชียงราย ซึ่งขณะนี้อาจจะยังไม่ได้รับเงินครบถ้วน เนื่องจากปัญหา เกิดจากทางโรงสีศิริภิญโญซึ่งได้รับจํานําไว้ ซึ่งโรงสีนี้ได้รับจํานําไว้ประมาณ ๓๒,๐๐๐ ตัน แต่เนื่องจากการดําเนินการในช่วงต้นนั้นเนื่องจากเปึนการเร่งด่วน ปัญหา ในการดําเนินการนั้นอาจจะไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างชัดเจนก็เลยเปึนปัญหาในทาง ปฏิบัติบ้าง ซึ่งต่อมาทางคณะรัฐมนตรีก็ได้รับทราบปัญหานะครับก็ได้มีมติคณะรัฐมนตรี อีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ให้ ธ.ก.ส. เข้าไปแก้ปัญหารับจํานําข้าวเปลือก โดยให้ทางองค์การคลังสินค้าเปึนคนออกใบประทวน เพื่อที่จะนําเงินเหล่านั้นมาคืนพี่น้อง เกษตรกร ซึ่งขณะนี้ก็อย่างที่ท่านสถาพรได้กล่าวนะครับว่ายอดทั้งหมด ๓๖๖ ล้านบาท ได้ไปแล้ว ๑๘๖ ล้านบาท ขาดอีกประมาณ ๑๘๐ ล้านบาท ในขณะนี้ทางกระทรวง พาณิชย์และก็ ธ.ก.ส. ก็ได้ประสานงานกันว่าเราจะเอาข้าวเปลือกที่ได้รับจํานําไว้มาออก ใบประทวนแล้วก็จะนําเงินไปให้ ที่ได้เงินไปช่วงแรกนั้นเปึนเงิน ๑๘๖ ล้านบาท นั่นก็เนื่องจากข้าวเปลือกนั้นมีอยู่แถวบริเวณทางภาคเหนืออยู่ส่วนที่เหลือมันมีกระจายไป อีกหลายโรงสี ฉะนั้นก็ต้องมีการเร่งแปรสภาพเพื่อเอาเปึนข้าวเหนียวจากข้าวเปลือกมา เปึนข้าวสารเหนียว เพื่อที่จะนําเงินมาคืนให้กับเกษตรกร วันนี้เข้าใจว่าด้วยกําลังการผลิต อยู่ที่ประมาณ ๑,๐๐๐ ตัน สามารถที่จะนําเงินมาคืนได้ครั้งละประมาณ ๙ ล้านบาท แต่ถ้ารอทีละ ๙ ล้านบาท คงจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ ๒ เดือนนะครับก็คิดว่ามันจะ เนิ่นนานเกินไป วันนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ของเราก็เลยได้ประสานว่าให้ทาง โรงสีศิริภิญโญใช้วิธีนําข้าวที่มีอยู่ส่วนอื่นต่างหากนะครับแปรเปึนข้าวเหนียวไปส่ง ผู้ส่งออก ซึ่งเข้าใจว่าคงจะได้รับเงินประมาณ ๑๒๐ กว่าล้านบาทและด้วยเงินจํานวนนี้ มันจะสามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงิน ก็จะทําให้รับเงินเร็วขึ้น ก็คือจะได้ทั้ง ๒ ส่วน ส่วนที่สีปกติและก็ส่วนที่เปึนข้าวสารที่เอาไป ขายให้กับผู้ส่งออก ฉะนั้นเข้าใจว่าระยะเวลาที่เราเข้าใจว่าอาจจะเปึนถึง ๒ เดือน วันนี้ก็คงจะใช้เวลาไม่น่าจะเกิน ๑ เดือนหลังจากนี้ไป ฉะนั้นก็ต้องขออนุญาต ให้ความสบายใจท่านสถาพรและก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากทางภาคเหนือได้ไปชี้แจง กับพี่น้องประชาชนทางภาคเหนือที่ว่ายังไม่ได้รับเงินนั้น ขอให้สบายใจได้ว่าคงจะได้ รับเงินเร็ว ๆ นี้ เข้าใจว่าพรุ่งนี้ก็จะมีส่วนหนึ่งที่ได้รับเงินจํานวน ๙ ล้านบาทเบื้องต้นครับ ขออนุญาตตอบคําถามไว้ตรงนี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับบรรดาเกษตรกรชาวนาจากจังหวัดพิจิตร สุโขทัย และอํานาจเจริญครับ ท่านทั้งหลายครับ ขณะนี้เรายังอยู่ในวาระกระทู้ถามเรื่องปัญหา การรับจํานําราคาข้าว ถามโดย ส.ส. สถาพร มณีรัตน์ ครับ ขอเชิญคุณสถาพร ถามปัญหาที่ ๒ ครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน ในนามของตัวแทนเกษตรกร ทางภาคเหนือ ท่านประธานที่เคารพ ต่อคําถามที่ท่านรัฐมนตรีบรรยิน ตั้งภากรณ์ ที่ได้ตอบคําถามนั้นก็ชัดเจน แต่สิ่งที่ผมอยากจะให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โปรดนําข้อมูลของผมส่วนหนึ่งไปประกอบการพิจารณา นั่นก็คือว่ายังมีข้าวซึ่งอยู่ ในสต็อกอยู่ประมาณ ๘,๐๐๐ ตัน ซึ่งเปึนข้าวเหนียว ซึ่งเปึนข้าวสารของโรงสีศิริภิญโญ ถ้ากระทรวงพาณิชย์โดย อคส. ใช้เงินแค่ ๑๔๐ ล้านบาทตรงนี้แล้วก็เอาตรงนั้น เปึนประกัน วันพรุ่งนี้พี่น้องผมได้เงินทันที เรามีข้าวที่จะให้อยู่แล้วนะครับ แต่เนื่องจากว่า ติดโดยเงื่อนไขบางประการ ผมก็อยากจะให้อํานาจรัฐมนตรีอันเปึนที่รักของพวกเรา นี่ล่ะครับ ได้โปรดให้ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการว่าให้องค์การคลังสินค้ารับเอาข้าวจํานวน ๘,๐๐๐ ตัน ซึ่งเปึนข้าวสารเหนียว เอาไปเลยครับ ท่านก็มีข้าวไปขายแล้ว ชาวบ้าน ก็ได้เงิน แล้วรอบหน้าเรามาเริ่มกันใหม่ อย่างนี้ล่ะครับเราถึงว่าการบูรณาการในการ แก้ปัญหา พวกเราดีใจนะครับ วันนี้โทรศัพท์มากันไม่หวาดไม่ไหว ฟังอยู่ครับ เมื่อกี้เขายัง โทรศัพท์มาบอกว่าท่านตอบชัดเจน แต่อยากจะให้ไวขึ้น ทางชาวบ้านบอกอยากให้ไวขึ้น มีข้าวอยู่ตรงนั้น ๘,๐๐๐ ตัน คูณด้วยตันละ ๑๘,๐๐๐ บาท เปึนข้าวสารนะครับ ได้เงินนะครับ ๑๔๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมจึงขอเปึนคําถามฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โปรดในฐานะองค์การค้า อคส. ซึ่งถือว่า อยู่ในกํากับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ ได้โปรด เงินแค่ ๑๔๐ ล้านบาท สบายมากครับ วันนั้นไปซื้อหอมขาวของภาคเหนือ ๓๐๐ ล้านบาท ซื้อเรียบร้อยแล้ว วันนี้ซื้ออีก ๑๔๐ ล้านบาท แล้วก็ขายได้เงิน เอาเงินมาหมุนต่อครับ เศรษฐกิจจะได้ฟุ๋น ข้าวกําลัง แพงครับตอนนี้ น้ํามันก็กําลังถูก ชาวนาก็จะได้ไถนา จะได้ดํานากันให้สนุกสนานครับ เราก็ไม่ต้องมีใครมาประท้วงเรา คนประท้วงก็ประท้วงไป ไม่มีปัญหา นั่นเขาไม่ได้ทํางาน แต่พวกเราทํางานครับ เพราะฉะนั้นก็มีความสุขครับเรื่องอย่างนี้ ถ้าท่านรัฐมนตรี ใช้อํานาจรัฐมนตรีสั่ง อคส. ฟันธงเลย ไม่ทราบว่าจะฟันได้หรือเปล่า ผมขอคําตอบครับ นี่คือคําถามด้วยครับเปึนคําถามที่ ๒ ของกระผมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีบรรยินครับ

พันตํารวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พันตํารวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ต้องขอขอบพระคุณนะครับ ท่านสถาพรที่ได้ให้ข้อมูล ในเรื่องนี้ซึ่งความจริงแล้วก็เปึนข้อมูลที่ตรงกัน ที่ท่านบอกว่ามีอยู่ประมาณ ๘,๐๐๐ ตันนั้น จริง ๆ แล้วเราทราบข้อมูลละเอียดกว่านั้น ก็มีอยู่ประมาณ ๘,๔๐๐ ตัน หรือประมาณ ๘๔,๐๐๐ กระสอบข้าวสาร วันนี้อย่างที่ผมกล่าวเบื้องต้นนะครับว่าเราก็จะเร่งให้ทางโรงสี ศิริภิญโญนําข้าวสารจํานวนนี้ไปขายให้กับผู้ส่งออก ซึ่งคํานวณแล้วว่าก็จะได้เงิน ประมาณ ๑๒๖ ล้านบาท นําเงินตรงนี้มาช่วยในส่วนที่ยังขาดอยู่ประมาณ ๑๘๐ ล้านบาท บวกกับที่กําลังเร่งแปรสภาพเปึนข้าวเหนียว ๑,๐๐๐ ตัน ได้ครั้งละประมาณ ๙ ล้านบาท เข้าใจว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนเรียกร้องก็คืออยากจะได้เงินไวขึ้นนั้น ผมเชื่อว่าวันนี้ ถ้าได้มีการเร่งระบายให้กับผู้ส่งออกและก็ได้รับเงินจากผู้ส่งออก ก็คิดว่าพี่น้องประชาชน ก็จะได้รับเงินเร็วขึ้นอย่างแน่นอนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสถาพร คําถามสุดท้ายครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคพลังประชาชน ในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในภาคเหนือ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ที่จะดําเนินการให้รวดเร็ว ผมเองนั้นพี่น้อง ประชาชนให้ความหวังไว้ว่า ในเรื่องของข้าวซึ่งถือว่าเปึนนาทีทองของพี่น้องประชาชน ก็อยากจะกราบวิงวอนทางรัฐบาลว่า วันนี้นั้นราคาน้ํามันก็ลดลง ราคาปุิยก็น่าจะลดลงด้วย ฝากทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถือว่าท่านเปึนมือหนึ่งของพวกเรา ในขณะนี้ ถ้าท่านไปต่างประเทศ ไปประเทศไหนที่มีปุิยราคาถูก ๆ ท่านสั่งการมาเลยครับ พวกเราจะช่วยท่าน ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ได้โปรดดูแลความเปึนธรรมของกระบวนการซื้อขายข้าวให้พวกเราด้วย ฝากท่านรัฐมนตรี บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งถือว่าเปึนคนหนุ่มรุ่นใหม่ ซึ่งเปึน ความหวังด้านการบริหารของพวกเรานั้น วันนี้เราทํางานบูรณาการร่วมกัน เราหวังไว้ว่า ภาคการเมืองนั้น ถึงแม้ว่าสื่อมวลชนจะทํานายว่าจะยุบสภาบ้าง จะอย่างไรบ้าง แต่ผม เห็นบรรยากาศของการทํางาน บรรยากาศของการบูรณาการร่วมกันนั้น สภาอยู่ได้ครับ และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็คิดเหมือนเรา คืออยากจะให้สภาผู้แทนราษฎรนั้น อยู่ครบ ๔ ป้ เพื่อแก้ปัญหาให้มีความต่อเนื่อง การกระทําใด ๆ หรือพฤติกรรมใด ๆ นั้น พวกเรามาจากพี่น้องประชาชน เราเชื่อว่าเราจะไม่กบฏต่อพี่น้องประชาชนเปึนอันขาด เฉกเช่นการแก้ไขปัญหาราคาข้าว ซึ่งทุกคนนั้นได้ตั้งหน้าตั้งตาแก้ปัญหา ท่านสมัคร สุนทรเวช ในฐานะนายกรัฐมนตรี ท่านก็ทํางานรวดเร็วเหลือเกิน เมื่อเรื่องมาถึงใส่ ครม. เลยครับ แล้วก็มีมาตรการออกมา แล้วก็ยังเสริมด้วยมาตรการ ๖ ประการ ที่รัฐบาลเข้ามา ดูแลทุกภาคส่วน วันนี้ผมลงพื้นที่ในห้วงโอกาสที่เราได้พบพี่น้องประชาชน เราเอง พูดอยู่เสมอว่า การเมืองชี้ขาดทุกอย่าง ถ้าการเมืองดี สังคมดี บ้านเมืองดี ถ้าการเมือง ไม่ดี สังคมไปไม่รอด บ้านเมืองเดือดร้อน วันนี้ภาคการเมืองเรากําลังจะไปด้วยกันดีครับ วันนี้สิ่งหนึ่งที่ผมต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลปัญหาข้าวนั้น ถือว่าเปึนเรื่องเร่งด่วนที่สุด เพราะพี่น้องประชาชนซึ่งขายแล้วต้องได้สตางค์ครับ แล้วเราจะได้เป่ดพื้นที่นารอบใหม่ ซึ่งขณะนี้ฝนฟัาก็อํานวยเหลือเกินครับ ฝนตกพื้นที่นอกชลประทาน วันนี้สามารถ ไถพรวนกันได้แล้วครับ แล้ววันนี้ก็กําลังเร่งระดมพันธุ์ข้าวอย่างดี ซึ่งทางภาคเหนือนั้น เขาเรียกว่าสันป์าตอง ๑ สันป์าตอง ๒ สันป์าตอง ๓ ซึ่งมีความหอมเทียบเท่าข้าวหอม ของทางอีสานครับ แล้วราคาเรากําลังรณรงค์ให้ปลูกข้าวหอมมะลิทดแทนข้าวเหนียว ให้มาก เพื่อที่จะทําให้บรรยากาศเศรษฐกิจภาคชนบทนั้นฟุ๋น ท้ายที่สุดนี้ครับท่านประธาน ที่เคารพ ผมกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่าน กราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชน ในภาคเหนือ กราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. เมื่อสักครู่นี้ผมก็ได้พูดผิดไปครับ วิสาระดี ส.ส. จากจังหวัดเชียงราย ที่ท่านก็เปึนทุกข์เปึนร้อน ส.ส. เชียงใหม่ ส.ส. แม่ฮ่องสอน ส.ส. ลําปาง ซึ่งมีข้าวเหนียวอยู่เปึนจํานวนมาก ก็ขอฝากกราบขอบพระคุณและหวังไว้ว่า วันนี้เปึนพันธสัญญาที่จะเร่งรัดในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เราหวังไว้ว่า สภาแห่งนี้คงจะเปึนที่แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนตลอดไป ขอกราบขอบพระคุณ ทุกท่านครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ตกลงคุณสถาพร ไม่ได้ถามนะครับ เพียงแต่ฝากท่านรัฐมนตรี ซึ่งผมเห็นว่า ท่านรัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่านพยักหน้าตอบแล้วนะครับ เปึนอันว่าเราจบการถามตอบ กระทู้ถามที่ ๕ เรื่องปัญหาการรับจํานําข้าวเหนียวของภาคเหนือ ถามโดยคุณสถาพร มณีรัตน์ ตอบโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พันตํารวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ เรียบร้อยแล้วนะครับ

ต่อไปเปึนการถามกระทู้ถามที่ ๔ เรื่องผลกระทบกรณีอดีตนายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ ทําให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ ถามโดย คุณอลงกรณ์ พลบุตร ถามนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านรัฐมนตรี สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ท่านรัฐมนตรี เตช บุนนาค มาเปึนผู้ตอบครับ ขอเชิญคุณอลงกรณ์ ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง กระผมได้ตั้งกระทู้ถามสด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แต่ว่าเสียดายที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาตอบด้วยตัวเอง เพราะว่ามีบางประเด็นที่เปึนคําถามที่ท่านนายกรัฐมนตรี พึงจะต้องตอบในฐานะหัวหน้ารัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้กระทู้ถามสดซึ่งถือว่าเปึน เรื่องเร่งด่วนและเปึนเรื่องที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะโดยรวม กระผมจึงใคร่ขอที่ จะถามกระทู้ถามสดในเรื่องผลกระทบกรณีอดีตนายกรัฐมนตรีได้ออกแถลงการณ์ ทําให้ เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ก่อนอื่นกระผมต้องเรียนท่านประธานผ่านไปถึงทาง รัฐบาลว่าเหตุผลในการตั้งกระทู้ถามสดครั้งนี้มีความประสงค์ที่จะปกปัองประเทศไทย และมีความประสงค์ที่จะปกปัองกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะศาลสถิตยุติธรรม ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะซ้ําเติมใคร เพราะฉะนั้นในกรณีที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศไปยังประเทศจีน แต่ว่าไม่ได้เดินทางกลับมารายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ในคดีที่ตกเปึนจําเลยคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก โดยได้มีการ ออกแถลงการณ์เขียนด้วยลายมือของตัวเอง เผยแพร่เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคมที่ผ่านมานั้น โดยมีเหตุผลอ้างว่าการไม่เดินทางกลับมาประเทศไทยเพราะเหตุว่ากระบวนการยุติธรรม ไม่น่าเชื่อถือ ถูกแทรกแซง ไม่เปึนกลาง ถูกนํามาใช้ทางการเมือง มี ๒ มาตรฐาน และห่วง ชีวิตไม่ปลอดภัย ถูกปองร้าย ข้อความดังกล่าวนั้นมีการเผยแพร่ทั้งในประเทศ และต่างประเทศไปทั่วโลก ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และทําให้กระบวนการ ยุติธรรมได้รับความเสียหาย ทั้งที่เหตุผลดังกล่าวนั้นอาจจะเปึนประโยชน์ต่อตัวของ อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยเสมือนหนึ่งการเผาบ้าน ตัวเอง กระผมจําเปึนต้องถามจุดยืนของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ต่อท่าทีซึ่งน่าห่วงใย เปึนอย่างยิ่งหลังจากผ่านมาเปึนเวลา ๓–๔ วัน ท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดงความนิ่งเฉย และลอยตัวเหนือต่อปัญหาดังกล่าวทั้งที่ประเทศได้เกิดความเสียหาย ในขณะเดียวกัน รัฐมนตรีบางท่านกลับชี้แจงบอกว่าไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องชี้แจง ท่านรองนายกรัฐมนตรีถึงกับมีการแก้ต่างให้กับแถลงการณ์ดังกล่าว เสมือนหนึ่งว่าท่าน ไม่ใช่รัฐบาลของประเทศไทย แต่เปึนรัฐบาลของคนใดคนหนึ่งดังที่เคยถูกขนานนามว่า เปึนรัฐบาลนอมินี (Nominee) ความล่าช้าของการตอบโต้แถลงการณ์ดังกล่าวก็ดี หรือการแสดงท่าทีของรัฐบาลไทยในการปกปัองภาพลักษณ์ในสายตาของชาวโลกนั้น กลับปรากฏว่าไม่รวดเร็วอย่างที่ควรจะเปึน เสมือนกลัว ๆ กล้า ๆ โดยแท้ที่จริงแล้ว มีเหตุผลอันสมควรอย่างยิ่งต่อการที่จะต้องเร่งรีบในการดําเนินการในฐานะที่เปึนรัฐบาล ของประเทศไทย เพราะว่าอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นได้ยกข้ออ้างดังกล่าว ทั้งที่โดย ความเปึนจริงเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นว่าท่านไม่ได้ใช้เหตุผลดังกล่าวกับ การประพฤติปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมา เพราะว่าท่านได้ตกเปึนจําเลย ในคดีอาญา คดีการทุจริต และรวมไปถึงคดีทางแพ่ง ท่านได้ใช้กระบวนการยุติธรรม ที่ท่านกล่าวอ้างว่าไม่มีความเปึนกลาง ถูกแทรกแซงในการฟัองร้องบุคคลต่าง ๆ โดยทั่วไป หรือแม้แต่การใช้กระบวนการของกระบวนการยุติธรรมในเบื้องต้น ในชั้นพนักงาน สอบสวนในการแจ้งความกล่าวหาบุคคลอื่น หรือการเข้าต่อสู้คดีการทุจริตจํานวนมาก ทั้งในชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการและในการต่อสู้ชั้นศาล ในขณะเดียวกัน ข้อกล่าวหาที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมไทยว่าถูกแทรกแซง ไม่เปึนกลาง ๒ มาตรฐาน ดังกล่าวนั้น ในขณะเดียวกัน กลับปรากฏเหตุการณ์ซึ่งทําให้เกิดความเสื่อมเสีย ต่อกระบวนการของศาล โดยเฉพาะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง นั่นก็คือกรณีของถุงขนม ๒ ล้านบาท ซึ่งศาลได้สั่งจําคุกจําเลย ๓ คน ซึ่งเกี่ยวข้องกับคณะทนายของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีและภรรยา ซึ่งเปึนจําเลย ในคดีการทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก กระผมจึงใคร่ขอถามคําถามแรกผ่านท่านประธาน ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าทางรัฐบาลจะตอบโต้แถลงการณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยเฉพาะระบบของศาลและ กระบวนการยุติธรรมโดยรวมอย่างไร และจะแก้ไขเยียวยาภาพลักษณ์ของประเทศ ที่เสียหายไปในสายตาชาวโลกอย่างไร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านรัฐมนตรีสมพงษ์ อมรวิวัฒน์

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดเพชรบุรีที่ได้กรุณาเปึนห่วง และมีความประสงค์ที่จะ ทราบถึงบทบาทในการปัองกันในกระบวนการยุติธรรมที่ท่านได้กรุณาสอบถาม และคําถามที่ท่านอยากจะทราบว่ารัฐจะแถลงหรือจะตอบโต้ในเรื่องความเสียหาย และจะเยียวยาในสายตาของรัฐบาลที่จะดําเนินการอย่างไรในกรณีที่ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ไปกล่าวในต่างประเทศถึงว่า ประเทศไทย ได้มีการแทรกแซง กระผมอยากจะกราบเรียนต่อคําถามที่ท่านผู้ทรงเกียรติจากจังหวัด เพชรบุรีดังนี้

ในเรื่องเกี่ยวกับการกล่าวว่า ศาลแห่งประเทศไทยนั้นได้รับการแทรกแซง อันนี้ต้องขอกราบเรียนต่อท่านที่เคารพว่า ในความคิดของกระผม ผมเห็นว่าเรื่องนี้ เปึนการกล่าวส่วนตัวที่ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรีได้พูด แน่นอนการกล่าวนี้มันย่อมที่จะ ให้บุคคลต่าง ๆ นานาได้คิดว่าผลกระทบต่อชาติบ้านเมืองต่าง ๆ นั้นมันมีอย่างไร อันนี้กระผมเรียนด้วยความเคารพว่าเปึนความคิดของหลาย ๆ ท่านซึ่งมีเอกสิทธิ์ในการ ที่จะคิดใด ๆ ทั้งสิ้น แต่การที่รัฐบาลจะมีมาตรการใด ๆ ในการที่จะไปไม่ให้บุคคลใด บุคคลหนึ่งที่จะกล่าวในลักษณะนี้ คงจะทําไม่ได้ ในเรื่องเกี่ยวกับการกล่าวนี้ ก็กราบเรียน ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กราบเรียนว่ามันเปึนเรื่องที่ ทําให้บทบาทหรือว่าภาพพจน์ของประเทศนั้นเสื่อมเสียและเสียหายในภาพของ ต่างประเทศ กระผมก็อยากจะกราบเรียนว่าภาพในเรื่องแห่งการเสียหายที่มีผลกระทบนั้น มันคงจะต้องชี้แจงในเรื่องของภาพลักษณ์ของประเทศไทย กระผมเรียนว่าภาพลักษณ์ ของประเทศนั้นในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม กระผมเรียนว่าประเทศไทยนั้น มีมาตรฐานในเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมเปึนเวลามาช้านานแล้ว ตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ ๕ ที่ท่านได้มีการปฏิรูปในเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม จนเปึน ที่ยอมรับของนานาชาติ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน และในปัจจุบันนี้ ประเทศไทยก็ได้มี การติดต่อประสานในเชิงการค้า ธุรกิจการลงทุนต่าง ๆ ซึ่งมีสนธิสัญญาหรือมีสัญญา ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องต่าง ๆ กับต่างประเทศนั้นอยู่เปึนจํานวนมาก

อีกประการหนึ่งประเทศไทยก็เปึนสมาชิกของสหประชาชาติซึ่งกล่าวถึง ในเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบต่าง ๆ นี้ถ้าหากมันจะเกิดผมก็คิดว่าประเทศไทยไม่มีมาตรฐาน ในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการยุติธรรมนั้นผมก็คิดว่าต่างชาติก็คงจะมีการตอบโต้มายัง ประเทศไทยเปึนระยะ ๆ อยู่บ้างแล้ว แต่ขอกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่เคยได้รับการตอบโต้หรือกระทบกระเทือนในเรื่องเกี่ยวกับ กระบวนการยุติธรรมดังกล่าวเลยนะครับ

อีกประการหนึ่งนะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับการเยียวยาหรือว่าในเรื่องเกี่ยวกับ ตอบโต้ในเรื่องนี้นะครับรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากจังหวัดเพชรบุรีว่า ในเรื่องนี้กระทรวงยุติธรรมในฐานะที่ดูแลในเรื่องเกี่ยวกับกิจการ ยุติธรรมต่าง ๆ ได้มีการมอบหมายให้สํานักงานกิจการยุติธรรมซึ่งขึ้นอยู่กับกระทรวง ยุติธรรมนั้นได้เสนอเรื่องต่าง ๆ เข้าสู่การพิจารณาของอนุกรรมการประสานงาน ความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้กรอบของคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงาน ยุติธรรมแห่งชาติเพื่อพิจารณาและให้ความเห็น แล้วก็จะได้ดําเนินการต่อไป ในเรื่องที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้สอบถาม คําถามแรกที่ท่านถามคงจะมีแค่นี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับเกษตรกรจากจังหวัดเชียงราย ลําพูน เชียงใหม่ ด้วยความ ยินดีนะครับ นําโดย ส.ส. ประสิทธิ์ วุฒินันชัย ครับ เชิญคุณอลงกรณ์ คําถามที่ ๒ ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง กระผมอยากได้ฟังการชี้แจงจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อีกท่านหนึ่งนะครับ ในคําถามที่ ๑ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านรัฐมนตรี เตช บุนนาค ครับ

นายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อคืนวันที่ ๑๒ สิงหาคม มีผู้สื่อข่าวได้ถามผมตอนที่ผมไปปฏิบัติราชการที่เวียงจันทน์ ผมได้กล่าวไว้ว่าการที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ระบุว่า มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ของศาลจะเปึนสิ่งที่ดีกับ พันตํารวจโท ทักษิณ หรือจะเปึนความเหมาะสมหรือไม่ว่ามีการ แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในประเทศ เพราะเราต้องถือว่ากระบวนการยุติธรรม ของบ้านเรามีความศักดิ์สิทธิ์ หลังจากนั้นเมื่อผมได้เดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อคืน วานนี้โดยที่เรื่องนี้เปึนเรื่องเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของประเทศนะครับผมก็ได้มอบหมาย ให้กรมสารนิเทศของกระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ต่อผู้สื่อข่าวในวันนี้ ขออนุญาตกราบเรียนทุกท่านนะครับว่า ในเรื่องเกี่ยวกับระบบตุลาการของไทย อํานาจตุลาการของไทยเปึน ๑ ใน ๓ เสาหลักของอํานาจอธิปไตย เคียงคู่กับ อํานาจอธิปไตยด้านการบริหารและนิติบัญญัติซึ่งเปึนองค์ประกอบหลักของรัฐ ชาติ ประชาธิปไตยอันเปึนที่ยอมรับในสากล ในประวัติศาสตร์ไทยอํานาจตุลาการ มีความเปึนมาสืบเนื่องมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องนับร้อยป้ และได้วิวัฒนาการ มาอย่างไม่มีการสะดุดหยุดยั้งจากระบบกฎหมายแบบประเพณีมาสู่การสร้างระบบ กฎหมายแบบประมวลที่มีความทันสมัยและได้มาตรฐานทัดเทียมนานาอารยประเทศ ขณะที่อํานาจอธิปไตยในด้านนิติบัญญัติและด้านบริหารอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือการ ชะงักงันในประวัติศาสตร์การเมืองของไทย แต่ระบบตุลาการมีความมั่นคงต่อเนื่องและ เปึนที่ยอมรับของทุกฝ์ายในสังคมไทยเสมอมา โดยไม่ได้รับผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้น กระบวนการคัดสรรบุคลากรผู้มาเปึนตุลาการได้รับ การยอมรับนับถือจากสังคมไทยว่ามีความเปึนวิชาชีพสูง มีจรรยาบรรณ และเปึนกระบวนการคัดสรรที่เปึนประชาธิปไตยภายในระบบตุลาการเองที่มี ความเข้มงวด ปลอดจากการแทรกแซงภายนอกและเปึนอิสระ ประชาชนในชาติถือเปึน ที่พึ่งเสมอมา กล่าวได้ว่าสังคมไทยเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของอํานาจตุลาการตลอดมา ระบบตุลาการไทยมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับกับสภาพการณ์ของสังคม ที่มีวิวัฒนาการเพื่อสามารถจรรโลงความยุติธรรมให้แก่สังคมได้อย่างทันสมัย เช่น ได้มีการจัดตั้งองค์การทางตุลาการเพิ่มขึ้นจากศาลยุติธรรมที่มีอยู่เดิม เช่น ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เปึนต้น ซึ่งเปึนโครงสร้างตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับป้ ๒๕๔๐ และฉบับปัจจุบัน คือฉบับป้ ๒๕๕๐ โครงสร้างใหม่เหล่านี้จึงอยู่คู่กับฝ์ายบริหารและฝ์ายนิติบัญญัติ อย่างต่อเนื่องมากว่า ๑๐ ป้แล้ว โดยไม่มีความกังขาใด ๆ จริงอยู่ศาลทั้งหลายพิพากษา อรรถคดีและทําหน้าที่ของตนในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ และพระมหากษัตริย์ ทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งผู้พิพากษา อีกทั้งรัฐธรรมนูญยังกําหนดให้ผู้พิพากษา ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ก่อนเข้ารับหน้าที่ด้วย แต่ก็ถือเปึนบทบาท ในเชิงสัญลักษณ์ เพราะการแต่งตั้งผู้พิพากษานั้นเปึนไปตามกระบวนการและขั้นตอน การคัดสรรของระบบตุลาการเอง ซึ่งบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ในกรณีนี้ก็ไม่แตกต่างจากประเพณีปฏิบัติในประเทศที่มีระบอบการปกครอง เช่นเดียวกับไทย คือสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ อาทิเช่น สหราชอาณาจักร เปึนต้น ขอขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณอลงกรณ์ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ในประเด็นที่ ๒ เปึนเรื่องของการติดตามจําเลยมาดําเนินคดี ซึ่งล่าสุดได้ทราบว่าทางศาลฎีกาได้ออก หมายจับและทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ออกหมายจับไปทั่วประเทศสําหรับจําเลย ทั้ง ๒ ที่หนีคดี ในขณะเดียวกันการหนีคดีอาญาดังกล่าวซึ่งเปึนคดีทุจริตและเปึนคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้นเปึนการหนีคดีไปอยู่ในประเทศอังกฤษ เพราะฉะนั้นในคดีที่เกี่ยวข้อง กระผมจําเปึนที่จะต้องให้ท่านรัฐมนตรีซึ่งตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบ ให้ตรงประเด็นและคําถาม เพราะว่าจําเลยในคดีอาญาที่หลบหนีไปนั้น ในปัจจุบันต้องคดี ในศาลอาญาเปึนคดีเลี่ยงภาษี และถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจําคุก ๓ ป้ โดยไม่รอลงอาญา ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ และได้หลบหนีคดีไปต่างประเทศ นอกจากนั้นยังหลบหนีการมารายงานตัวต่อคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษกซึ่งอยู่ ในชั้นของศาลฎีกาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และยังมีคดีที่อยู่ในชั้นศาลอีก ที่ศาล ได้ประทับรับฟัอง แต่การหลบหนีดังกล่าวอาจกระทบกระเทือนต่อกระบวนการพิสูจน์ ความถูก ผิด ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เรามุ่งหวังเหลือเกิน เพราะข้อกล่าวหาในเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่น (Corruption) ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีและบริวารว่านเครือนั้นถูกกล่าวหา และจุดสุดท้ายที่จะพิสูจน์ความถูกผิดก็คือการพิพากษาในชั้นศาล คดีที่อยู่ในชั้นศาลและ รอการพิจารณาคดี ถ้าหากว่าจําเลยมาสู้คดี ไม่ว่าจะเปึนคดีการให้พม่ากู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท หรือว่าคดีของการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือและดาวเทียมทําให้รัฐเสียหาย ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ตลอดจนคดีในเรื่องของหวยบนดิน ยังมาคดีร่ํารวยผิดปกติซึ่งเปึน คดีที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลและทาง อส. สํานักงานอัยการสูงสุดเตรียมที่จะส่งฟัองศาลแพ่ง เพื่อที่จะยึดทรัพย์ตกเปึนของแผ่นดินเปึนจํานวน ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่เนื่องจากว่า จําเลยในคดีดังกล่าวนั้นเปึนถึงอดีตนายกรัฐมนตรี การหลบหนีคดีเปึนตัวอย่างที่ไม่ดี ผมมีความเชื่อมั่นเช่นเดียวกับท่านประธาน และพวกเรา ณ ที่นี้ว่าคนไทยต้องมี ความเสมอภาคเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย นั่นก็คือทั้งในเรื่องของการคุ้มครองปกปัอง สิทธิตลอดจนการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเที่ยงธรรมและเสมอภาค ดังนั้นเมื่อ กระบวนการของคดีความได้ขึ้นสู่ชั้นศาลและมีการหลบหนีคดีนั้น จึงเปึนเรื่องที่ทาง รัฐบาลจะต้องดําเนินการในการนําตัวจําเลยมาสู่การพิจารณาคดี แต่ทั้งนี้เนื่องจากว่า เปึนการหลบหนีคดีไปอยู่ประเทศอังกฤษซึ่งอยู่ในต่างประเทศ กระผมมีคําถามว่า ทางรัฐบาลจะดําเนินการในการตามตัวจําเลยมาดําเนินคดีอย่างไร เนื่องจากว่าประเทศไทย และอังกฤษนั้นมีข้อตกลงในเรื่องของการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตั้งแต่สมัยป้พุทธศักราช ๒๔๕๔ ระหว่างกรุงสยามกับราชอาณาจักรอังกฤษ และการที่ประเทศไทยได้รับรอง สนธิสัญญาต่อต้านคอร์รัปชั่นของสหประชาชาติ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคม ป้ ๒๕๔๙ ตลอดจนการที่เราได้มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน พุทธศักราช ๒๔๗๒ และมีการปรับปรุงใหม่ ในฉบับป้ ๒๕๕๑ มีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือนนี้ เอง กระบวนการดังกล่าวนั้นได้กําหนดไว้ชัดเจนว่าผู้ที่จะเปึนตัวประสานงานในการนํา ผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาสู่การพิจารณาคดีของไทยนั้น ก็คือสํานักงานอัยการสูงสุด แต่ทั้งนี้ ขึ้นกับมติคณะรัฐมนตรีด้วยว่าจะมีความเห็นแย้งแตกต่างไปหรือไม่ เพราะฉะนั้นจึงใคร่ขอถาม ในคําถามสุดท้ายว่า ทางรัฐบาลจะดําเนินการในเรื่องของการนําจําเลยดังกล่าวมาสู่ การพิจารณาคดีอย่างไรครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีสมพงษ์ ครับ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเชียงใหม่ พลังประชาชน ตอบคําถามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากจังหวัดเพชรบุรีถามว่ารัฐบาลจะดําเนินการเกี่ยวกับคดีนี้อย่างไร เนื่องจากว่า คดีต่าง ๆ นี้ ได้มีการออกหมายจับ ได้มีความเห็นต่าง ๆ ที่ได้เห็นในขณะนี้ที่ดู ก็มีตั้ง ๒-๓ แห่ง ๒-๓ อย่าง นั่นก็คือเรื่องเกี่ยวกับการสนธิสัญญากับทางสัมปทานต่าง ๆ ร่ํารวยผิดปกติอยู่ทางพม่านะครับ กราบเรียนอย่างนี้ครับ ทางรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในเรื่องนี้ ในขณะนี้นะครับเรื่องเกี่ยวกับในเมื่อผู้ต้องหาที่ทางศาลได้ออกหมายจับ แล้วก็ทาง สตช. สํานักงานตํารวจแห่งชาติกําลังติดตามอยู่นั้น ผู้ต้องหาอยู่ที่ต่างประเทศ ดังนั้นในการดําเนินงานในเรื่องนี้ก็คงเปึนหน้าที่ของอัยการ ซึ่งคงจะต้องประสานงานกับ ทางกระทรวงการต่างประเทศ ขอกราบเรียนว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจถ้าหากมีกรณี เกิดขึ้น เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้รัฐบาลคงจะต้องดําเนินการ ทั้งนี้ก็สุดแล้วแต่ว่า ในกระบวนการนั้นจะดําเนินการอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับทางสํานักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศที่จะดําเนินการต่อไป ในสัดส่วนของกระทรวงยุติธรรม คงกราบเรียนต่อท่านผู้มีเกียรติแค่นี้ เดี๋ยวทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คงจะกราบเรียนท่านต่อไปครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ

นายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมใคร่ขอสรุป ขั้นตอนของกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของสหราชอาณาจักรนะครับ มีอยู่ ๑๒ ขั้นตอน ด้วยกัน จะขอกราบเรียนโดยสรุปนะครับ

ข้อ ๑ ประเทศที่ร้องขอจัดส่งคําร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเปึน ทางการพร้อมเอกสารประกอบอันจําเปึนต่าง ๆ ผ่านช่องทางการทูตไปยัง กระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักร

ข้อ ๒ เมื่อกระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักรได้รับคําร้องขอ แล้วจะเสนอเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาว่า คําร้องขอ เข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายอังกฤษที่เกี่ยวข้องกําหนดไว้หรือไม่

ข้อ ๓ หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักร ออกคําสั่งคํารับรองคําร้องขอก็จะส่งคํารับรองพร้อมร้องขอขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าความผิดตามคําร้องขอเปึนความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนแก่กันได้ และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะออกหมายจับบุคคลที่เปึนที่ต้องการตัวได้ภายใต้ เขตอํานาจศาล

ข้อ ๔ เมื่อมีการจับกุมหรือเมื่อมีการจับบุคคลตามคําร้องขอ บุคคลนั้น จะถูกส่งไปยังศาลในโอกาสแรกและผู้พิพากษาจะกําหนดวันสืบพยาน

ข้อ ๕ การสืบพยานจะกระทําต่อเมื่อผู้พิพากษาเห็นว่าคําร้องขอให้ส่ง ผู้ร้ายข้ามแดนเปึนไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และความผิด ตามคําร้องขอต้องเปึนความผิดของทั้ง ๒ ประเทศ มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะแสดงว่า คดีมีมูลความผิดคดีเบื้องต้น และมีเหตุต้องห้ามมิให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนตาม มาตรา ๗๙ ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ข้อ ๖ เหตุต้องห้ามมิให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนตาม มาตรา ๗๙ ของกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การที่ศาลจะพิจารณาประเด็นต่าง ๆ รวมถึงข้อต่อสู้ของจําเลยทั้งหมด ว่าจะสามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กันได้หรือไม่ และมีเหตุต้องห้ามในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ หรือไม่ด้วย อาทิ เปึนการดําเนินคดีซ้ํา เปึนความผิดทางการเมือง การขอให้ส่งผู้ร้าย ข้ามแดนมีวัตถุประสงค์หรือเหตุผลทางการเมือง หรือต้องการนําตัวไปดําเนินคดีโดยมี เหตุผลทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง จะได้รับการดําเนินคดีอย่างเปึนธรรม การที่ประเทศ ที่ร้องขอดําเนินการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนล่าช้าคําร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นเปึนไป เพื่อจะนําตัวไปดําเนินคดีหรือลงโทษอันเนื่องมาจากเรื่องของเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ เพศ ความพึงพอใจหรือรสนิยมทางเพศ หรือความคิดเห็นทางการเมือง

ข้อ ๗ เมื่อผู้พิพากษาพิจารณาเห็นว่าคําร้องขอและเอกสารประกอบ อันจําเปึนเข้าหลักเกณฑ์ที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ก็จะส่งสํานวนไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยสหราชอาณาจักรเพื่อตัดสินใจว่าจะมีคําสั่งให้ส่งบุคคลที่ถูกร้องขอ เปึนผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่

ข้อ ๘ แต่หากผู้พิพากษาเห็นว่าคําร้องขอและเอกสารประกอบอันจําเปึน ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็จะยกคําร้องขอ เมื่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้รับสํานวนจากศาลแล้วก็จะพิจารณาว่าการส่งตัวบุคคลที่ถูกร้องขอ เปึนผู้ร้ายข้ามแดนนั้นต้องห้ามเนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้หรือไม่ บุคคลนั้นอาจถูกลงโทษ ประหารชีวิตเว้นแต่ว่ารัฐมนตรีว่าการมหาดไทยจะได้รับการยืนยันอย่างเพียงพอเปึนลาย ลักษณ์อักษรว่าประเทศที่ร้องขอจะไม่พิพากษาลงโทษประหารชีวิต หรือหากมีการลงโทษ ประหารชีวิตก็จะไม่มีการประหารชีวิต ไม่มีการตกลงกันว่าการนําตัวบุคคลที่ถูกร้องขอ กลับไปประเทศที่ร้องขอเพื่อดําเนินคดีจะกระทําได้เฉพาะความผิดที่ได้ร้องขอและได้รับ อนุญาตให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้เท่านั้น บุคคลที่ถูกร้องขอเปึนบุคคลที่ทางการ สหราชอาณาจักรเคยร้องขอจากประเทศหนึ่งให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้ ซึ่งจะต้องได้รับความ ยินยอมจากประเทศนั้น ๆ ก่อนที่จะส่งตัวให้ประเทศที่ ๓ ต่อไป

ข้อ ๙ หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นว่าการส่งตัวข้ามแดน มีเหตุต้องห้ามก็จะสั่งยกคําร้องขอพิจารณาได้ แต่ปกติจะไม่เกิน ๒ เดือน ขึ้นอยู่กับ การพิจารณาของศาลและหากจําเปึนการขอขยายระยะเวลาเช่นว่าอาจกระทําได้ ไม่มากกว่า ๑ ครั้ง

ข้อ ๑๐ หากไม่พบว่ามีเหตุต้องห้ามก็จะส่งให้ตัวบุคคลที่ถูกร้องขอเปึน ผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป

ข้อ ๑๑ บุคคลที่ถูกร้องขอให้ส่งตัวเปึนผู้ร้ายข้ามแดนหรือประเทศที่ร้องขอ แล้วแต่กรณีสามารถอุทธรณ์ผลการพิจารณาของศาลไปยังศาลสูงขึ้นกว่านั้นนะครับ คือสภาขุนนาง เฮ้าส์ ออฟ ลอร์ด (House of Lords) ได้หากได้รับอนุญาต ทั้งนี้ การอุทธรณ์เช่นว่านั้นจะกระทําได้เฉพาะในประเด็นข้อกฎหมายที่สําคัญต่อสาธารณะ โดยทั่วไปและศาลสูงเห็นด้วยว่าเปึนประเด็นที่ควรได้รับการพิจารณาจากสภาขุนนาง คือ เฮ้าส์ ออฟ ลอร์ด ด้วย

ข้อสุดท้าย ข้อ ๑๒ การส่งตัวข้ามแดนจะต้องกระทําภายใน ๒๘ วัน นับจากวันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาตัดสินใจ เว้นแต่ในกรณีที่มี การอุทธรณ์กําหนดเวลา ๒๘ วัน จะนับจากวันที่กระบวนการตรากฎหมายได้เสร็จสิ้นแล้ว ขอกราบเรียนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ท่านอลงกรณ์หมดเวลาแล้วครับ แล้วเกินเวลาต้องขอความกรุณา นะครับ แล้วท่านถามครบกําหนดแล้วครับ ขอความกรุณาเถอะครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผมเพียงแต่ จะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีได้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่อย่างนั้นก็จะมีผู้ประท้วงนะครับ เพราะหมดเวลาแล้วครับ คุณอลงกรณ์ขอความกรุณา สรุปสั้น ๆ ไม่ต้องถามนะครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ไม่ใช่ถามครับ ผมเพียงแต่จะ ขอให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งแถลงการณ์ ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เพราะว่าเราห่วงใยปัญหานี้ร่วมกัน ก็เพียงแต่ เท่านั้นครับ

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอลงกรณ์ครับ ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินประท้วงเรื่องอะไรครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมขอประท้วงทั้งท่านผู้ถามกระทู้ และประท้วงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศผู้ตอบกระทู้ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

ในประการที่ ๑ ประท้วงท่านผู้ถามกระทู้ก็คือใช้เวลาเกินกว่าที่ประธาน ได้กําหนดไว้ สําหรับประเด็นที่ผมประท้วงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็คือว่าท่านได้กรุณาต่อสภาแห่งนี้มากเกินไป ได้อ่านเรื่องของอนุสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ถึง ๑๒ ข้อ ใช้เวลาไปถึง ๖ นาที ความจริงท่านไม่ต้องตอบตรงนี้ก็ได้ และโดยข้อเท็จจริง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ยังมิได้เปึน ผู้ร้ายข้ามแดน ยังไม่มีศาลใดตัดสินว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้กระทําผิด มาตรา ๓๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อวานนี้ผมได้อ่านครั้งหนึ่งตอนที่ ท่านประธาน ชัย ชิดชอบ ทําหน้าที่เปึนประธานในที่ประชุม ขณะที่สมาชิกคนเดียวกันนี้ ผมคิดไม่ถึงว่าวันนี้ด่วนยื่นกระทู้เข้ามานี่ เมื่อวานเราก็ได้พูดกันไปแล้วตอนที่ เอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) เข้ามาสู่การพิจารณาถึงการปฏิบัติงานในรอบป้ ก็ใช้จังหวะ ตรงนั้นเตะตัดขา จิกไม่ปล่อย กัดติดอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่ามันเปึนวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานครับ ในฐานะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ถ้าสภานี้

(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครับ ท่านเชาวรินครับ พอท่านลุกขึ้นมาประท้วงก็จะมีท่านอื่นประท้วงต่อครับ คุณสาทิตย์ประท้วงเรื่องอะไรครับ เดี๋ยวขอให้ผู้ประท้วง ประท้วงก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านสาทิตย์นะครับ ขอให้ท่านเชาวรินประท้วงให้จบด้วยครับ รวบรัดด้วยครับ เพราะว่าท่านจะกลายเปึนการอภิปรายไปด้วยนะครับ ต้องขอให้ประท้วงให้จบก่อน นะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

คือ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต้องพูดกันด้วยตรงไปตรงมาว่า ท่านใหม่มากสําหรับสภานี้ ท่านได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งผมดีใจเหลือเกิน ท่านเปึนข้าราชการของ กระทรวงการต่างประเทศที่มีคุณภาพที่สุดคนหนึ่งที่ผมรู้จักมา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วท่านเชาวรินท่านไม่ได้ประท้วงนะครับ ท่านชมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ที่ท่านไปเอาสัญญา ผู้ร้ายข้ามแดน ๑๒ ข้อมาอ่าน ทําให้ พันตํารวจโท ทักษิณได้รับความเสียหาย เพราะท่าน พันตํารวจโท ทักษิณไม่ใช่ผู้ร้ายข้ามแดนแต่ท่านลี้ภัยครับท่าน ตรงนี้จะเปึนประโยชน์ต่อ ชาติบ้านเมืองอย่างยิ่งยวดเลย วันที่ ๑๑ กรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้ยินชาวราชบุรีพูดกัน อย่างหนาหูเลยครับว่าศาลจะตัดสินลงโทษ พันตํารวจโท ทักษิณในคดีซื้อที่ดินรัชดาภิเษก แล้วจะไม่มีการรอลงอาญา ก็เปึนที่รู้กันว่าเปึนคดีที่อยู่ในศาลฎีกา แผนกคดีอาญา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ เชิญท่านเชาวรินนั่งลงได้แล้วครับ ผมจะขอวินิจฉัยครับ เชิญท่านนั่งลงนะครับ ก็ขอวินิจฉัยว่าเนื่องจากว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปึนรัฐมนตรีใหม่นะครับ ท่านก็อยากจะให้พวกเราเข้าใจถึงข้อความที่เกี่ยวข้องในบทบัญญัติของกฎหมาย ของประเทศอังกฤษนะครับ ท่านก็เลยอธิบายให้พวกเราค่อนข้างชัดเจนนะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ได้ครับ เพราะว่าเมื่อกี้ท่านประท้วงนะครับ ท่านเชาวรินครับ ผมขอความกรุณาครับ ท่านนั่งลงเถอะครับ ขอความกรุณาท่านนั่งลงนะครับ คงไม่มีผู้ประท้วงต่อแล้วกระมังครับ คุณอลงกรณ์ไม่ต้องประท้วงนะครับผมวินิจฉัยด้วยความเปึนธรรมนะครับไม่อย่างนั้น ก็จะต่อความยาวสาวความยืดครับ ขอเถอะครับ นั่งเถอะครับ ผมไม่อนุญาตให้ท่าน ประท้วงครับผมขออนุญาตไม่อนุญาตนะครับ เชิญนั่งเถอะครับ คุณอลงกรณ์นั่งเถอะครับ พาดพิงแต่ไม่ได้เสียหายนะครับ ผมฟังอยู่ครับ เชิญนั่งครับ เชิญนั่งลงครับ ขอความกรุณา นั่งด้วยครับ ต้องขอความกรุณาเถอะครับ ผมฟังอยู่ครับ ไม่ได้พาดพิงให้เกิดความ เสียหายนะครับ แต่ท่านเชาวรินวิจารณ์ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่า อธิบายมากนะครับ เกินเหตุครับ ขอความกรุณา ไม่ได้เสียหายครับ ผมฟังอยู่ครับ เรียนยืนยันครับว่าไม่ได้พูดถึงคุณอลงกรณ์เลยครับ เชิญนั่งเถอะครับ ปกติผมจะไม่ขอร้อง ใครหลายครั้ง ท่านอลงกรณ์ เชิญนั่งครับ ผมฟังอยู่ครับ ท่านอลงกรณ์ท่านไม่ได้พาดพิง ให้เกิดความเสียหายครับ ผมได้ยินตรงเตะตัดขานะครับต้องขออภัยมีคําพูดนี้หรือเปล่า ถ้ามีคําพูดนี้อย่างนั้นประท้วงได้ เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง กระผมก็รับฟังนะครับ การประท้วงใด ๆ แต่ถ้าเปึนไปโดยสุภาพตามภาษาของสุภาพชน และก็ให้เกียรติการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระหว่างกัน ก็คงจะ ไม่มีปัญหา แต่การที่บอกว่าผมพยายามตามจิก เตะตัดขา ซึ่งผมเรียนอย่างนี้ครับว่า เมื่อวานนี้เราพิจารณาในเรื่องรายงานของเอ็กซิม แบงก์ ซึ่งกระผมก็ได้ทําหน้าที่นี้มาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๘ ในสภาชุดที่แล้ว แล้วก็ติดตามตรวจสอบต่อเนื่องถึงผลกระทบที่จะมีต่อ สาธารณชนเมื่อวานนี้ วันนี้อีกเช่นกันครับ กรณีของการที่มีแถลงการณ์กระทบต่อ ภาพลักษณ์ของประเทศและกระทบต่อความน่าเชื่อของประเทศไทย ก็ถือว่าเปึนเรื่อง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วท่านอลงกรณ์ยังไม่ได้ประท้วงนะครับ ขอความกรุณาเข้าเรื่องประท้วงเลยครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิพาดพิง ไม่ได้ประท้วงครับ เพราะฉะนั้นผมขอชี้แจงสั้น ๆ อย่างนี้ครับว่า ถ้าเปึนไปได้อยากจะให้ ถอนคําพูดครับ เพราะว่าการกล่าวหาการปฏิบัติหน้าที่ของผมด้วยถ้อยคําที่ไม่สุภาพ ไม่สมกับสุภาพชนที่จะพึงกล่าวต่อกัน โดยเฉพาะการมาดูหมิ่นดูแคลนการปฏิบัติหน้าที่ ของ ส.ส. นั้นผมคิดว่าเปึนเรื่องซึ่งควรจะต้องถอนคําพูดดังกล่าวครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านได้วินิจฉัยด้วยครับ

(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ประท้วงเรื่องอะไรครับ ผมยังไม่ได้วินิจฉัยนะครับ ผมต้อง ขอวินิจฉัยสิ่งที่คุณอลงกรณ์ได้กล่าวว่าท่านเชาวรินพาดพิงนะครับ เมื่อสักครู่ผมฟัง ไม่ถนัดครับ เพราะว่าท่านเชาวรินพูดนั้นผมป่ดไมโครโฟนอยู่ก็ไม่ได้ฟังท่านพูดว่าได้เตะตัดขา นะครับ ถ้าหากว่าท่านเชาวรินใช้คําพูดนี้ ผมขออนุญาตให้ท่านเชาวรินได้กรุณา ถอนคําพูดด้วยครับ ท่านเชาวรินครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคพลังประชาชน แบบสัดส่วน ผมไม่ได้พูดว่าเตะตัดขาอย่างเดียว ผมพูดว่าตามกัดไม่ปล่อยจิกอยู่เรื่อย ๓ ประโยคจะเอาอย่างไรแน่จะประท้วงคําเดียวหรือจะให้ถอนคําเดียวหรือถอน ๓ คําพูดให้มันชัดเจน ไม่อย่างนั้นผมปฏิบัติไม่ถูก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เปึนไรครับ ผู้ประท้วงขอให้ถอนคําพูดคําเดียวครับ เตะตัดขาครับ ขอท่านเชาวรินครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานครับ เมื่อร้องขอมา เช่นนั้นนะครับ และก็ยอมสารภาพกลางสภา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญคุณอลงกรณ์นั่งลงก่อนครับ นั่งลงก่อนทั้ง ๒ ท่านครับ ผมจะขอถามท่านเชาวริน นะครับว่าจะถอนคําพูดคําว่า เตะตัดขา หรือไม่ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าผู้ประท้วงจะให้ผมถอนกี่คํา เพราะผมพูด ๓ คํา ผมไม่ได้พูดว่า เตะตัดขา อย่างเดียว ผมพูดว่า กัดไม่ปล่อย ตามจิก ตกลงจะให้ผมถอนอะไรบ้าง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตกลงเขาขอให้ถอนคําเดียวครับ คําว่า เตะตัดขา

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

เอาคําเดียวนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไปใช้คําอื่นได้ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

เอาคําเดียวพอ ใช่ไหมครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

มิได้ครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอทั้งคู่นั่งลงครับ เชิญทั้ง ๒ ท่านนั่งลงก่อนครับ ท่านเชาวรินขอให้ถอนคําพูด เถอะครับ คําว่า เตะตัดขา ครับ ท่านอลงกรณ์นั่งพักก่อนครับ เชิญครับ ขอให้ท่านเชาวริน ถอนคําพูดด้วยครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ท่านประธานฟังคุณอลงกรณ์ก่อนว่าจะให้ผมถอนทั้งแพ็คเกจ (Package) หรือเปล่าจะได้ไม่เสียเวลาเดี๋ยวก็ขึ้นมาอีก ถ้าจะให้ถอนทั้งแพ็คเกจมันก็ถอนมันไม่ได้ เสียหาย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะไม่อนุญาตให้แต่ละท่านลุกขึ้นมาอีกแล้วนะครับ ขอถามท่านเชาวรินว่าจะถอน คําพูดไหมครับ ท่านอลงกรณ์นั่งลงก่อนครับ เมื่อท่านอลงกรณ์ยังไม่นั่งท่านเชาวริน ก็ลุกขึ้นถอนไม่ได้ ขอให้ท่านอลงกรณ์นั่งลงก่อนครับ เชิญท่านเชาวรินครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ถามผมว่าอยากจะให้ท่านถอนคําพูด อะไร เพราะว่าท่านก็มี

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อสักครู่ผมได้ยินครับ ท่านอลงกรณ์บอกให้ถอนคําพูดคําว่า เตะตัดขา นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็วินิจฉัยไปแล้วครับ คุณอลงกรณ์ครับ แล้วไม่ได้ยินจริง ๆ นะครับว่าคุณอลงกรณ์บอกว่าท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินใช้คําพูด ไม่เหมาะสม คําว่า เตะตัดขา ผมก็ได้เรียนให้ท่านเชาวรินถอนคําพูดนะครับ เพราะฉะนั้น ผมวินิจฉัยแล้ว เชิญนั่งก่อนครับ ท่านเชาวรินครับผมจะถามอีกครั้งเปึนครั้งสุดท้าย นะครับว่าท่านจะถอนคําพูด คําว่า เตะตัดขา หรือไม่ครับ จะได้ไม่เสียเวลาของสภาแห่งนี้ ขอความกรุณาถอนด้วยครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ก็ผมบอกแล้ว ผมยินดีครับ ไม่มีปัญหาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าเราจบการถามตอบกระทู้สุดท้าย เรื่องผลกระทบมันอาจจะเกิดจากการที่อดีตนายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์ทําให้เกิด ความเสียหายต่อประเทศ ถามโดยคุณอลงกรณ์ พลบุตร ตอบโดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณสาทิตย์มีเรื่องหารือ หรืออะไรครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ การถามตอบ กระทู้เมื่อสักครู่นี้ก็คงจบไปแล้ว แต่เรื่องที่จะกราบเรียนหารือท่านประธานก็จะเปึนเรื่อง ที่เกี่ยวเนื่องกับการทําหน้าที่ของสภาเรา คือการตอบกระทู้สดในสภาผู้แทนราษฎรของเรา เหตุผลก็เนื่องจากว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เปึนสัปดาห์แรกของการเป่ดสมัยประชุมนี้ สัปดาห์นี้เปึนสัปดาห์ที่ ๒ เราเองก็ประสงค์ที่จะเห็นการถามตอบกระทู้สดนี้ ซึ่งเปึนบทบัญญัติหนึ่งของรัฐธรรมนูญที่ประสงค์จะให้สมาชิกได้สอบถามกันสด ๆ ณ ในสัปดาห์นั้น ๆ ซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ แต่ปัญหาที่เกิดมันเปึน อย่างนี้ครับว่า วันนี้เรามีกระทู้ถามสดถึง ๔ กระทู้ด้วยกัน เหตุผลเนื่องจากมีกระทู้สด ที่ค้างมาตั้งแต่ในสัปดาห์ที่แล้วถึง ๒ กระทู้สด ประเด็นก็คือว่ากระทู้สดซึ่งค้างมาถึง ๑ สัปดาห์นี้ แน่นอนว่าเปึนเรื่องที่ไม่สดหรอกครับ ทั้งนี้ก็เพราะเหตุว่าในสัปดาห์ที่แล้วนี้ มีกระทู้หนึ่งถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านก็ไปมีภารกิจราชการ ที่ต่างจังหวัด อีกกระทู้หนึ่งถามนายกรัฐมนตรี อันนี้ก็พอเข้าใจได้ ท่านก็เดินทางไปร่วม พิธีเป่ดกีฬาโอลิมป่ก แต่ในสัปดาห์นี้ก็จะมีปัญหาอีกประการหนึ่งเกิดขึ้น นั่นก็คือว่า กระทู้ที่ถามรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีบางท่านบางเรื่องนี้ท่านไม่ได้มา ยกตัวอย่าง เช่น กระทู้เรื่องข้าวนี่นะครับ นายกรัฐมนตรี ก็มอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปมอบรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ ผมเกรงว่าจะมีปัญหาในอนาคต ก็เลยจะกราบเรียนหารือไว้ก่อนว่า

ประการที่ ๑ ก็คือเปึนไปได้หรือไม่ การถามตอบกระทู้สดในแต่ละสัปดาห์ นี่ขอให้รัฐมนตรีแต่ละท่านรวมถึงนายกรัฐมนตรีนี่ทราบอยู่แล้วว่าวันพฤหัสบดีมีกระทู้สด กรุณาอย่าไปนัดหมายที่ไหน อันนี้เปึนธรรมเนียมปฏิบัติของสภาเราตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๔ รัฐบาลก็ต้องบริหารงานโดยรับผิดชอบต่อฝ์ายนิติ บัญญัติ อันนี้เปึนเรื่องบิดพลิ้วไม่ได้ ผมก็กราบเรียนหารือผ่านท่านประธานไปว่า แจ้งทาง นายกรัฐมนตรีกับทางรัฐมนตรี

ประการที่ ๒ ประเด็นที่มีการฝากกันนี้ผมกราบเรียนว่าอาจจะเกิดความ เสียหายได้ ผมยกตัวอย่างเช่น เมื่อวานนี้กรณีเอ็กซิม แบงก์ รัฐมนตรีช่วยที่กํากับท่านก็ บอกว่า ท่านไม่ได้กํากับเอ็กซิม แบงก์ แต่ท่านก็ต้องมาตอบ วันนี้เรื่องข้าวรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังซึ่งเปึนคนรับผิดชอบโดยตรง ร่วมกับท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ตอบ ก็มอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านเองก็ไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง ปัญหาก็จะเกิด ขึ้นกับสภาและกับการทําหน้าที่ของ ส.ส. รวมถึงประชาชนเอง ก็กราบเรียนหารือประธาน ครับว่า เราทํางานฝ์ายนิติบัญญัติก็อยากให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด ก็อยากจะเรียน ๒ เรื่อง นี้เอาไว้ แล้วก็กําชับไปยังรัฐบาลว่าวันพฤหัสบดีอย่านัดเลย แล้วกรุณาอย่าฝากต่อกันเลย อย่างกรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านทราบตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่าเขาถาม ท่านเปึนรัฐมนตรีใหม่ ควรจะมาตอบต่อสภา ท่านก็ไม่มาอีก อย่างนี้เปึนต้น ผมยังไม่ได้ กล่าวหานะครับว่า ไม่ให้เกียรติหรืออย่างไรกับสภาก็ให้โอกาส แต่ว่าในครั้งต่อไปไม่ควร จะเกิดสภาพการณ์อย่างนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะขอตอบข้อหารือคุณสาทิตย์อย่างนี้ครับ โดยเจตนารมณ์ของการตั้งกระทู้ถามสดนั้น ต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงมาตอบในภายวันเดียวกัน แต่ข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรก็เป่ดช่องไว้นะครับว่า ถ้าหากว่าท่านผู้นั้นติดภารกิจด่วนสําคัญ สามารถแจ้งเปึนลายลักษณ์อักษรมายังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเลื่อนการตอบ กระทู้สดไปได้ตามความจําเปึน

ประเด็นที่ ๒ เรื่องให้ท่านผู้อื่นมาตอบกระทู้นั้น ก็เปึนสิทธิตามข้อบังคับ การประชุมสภาเช่นเดียวกัน ผมจะทําหน้าที่นี้ประสานกับคณะรัฐมนตรีนะครับว่า ในอนาคตข้างหน้าถ้าเปึนไปได้ไม่ติดราชการสําคัญ ขอให้ท่านให้ความสําคัญในการ มาตอบกระทู้สดนะครับ เปึนอันว่าเราจบวาระกระทู้ถามครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้อง ประชุมสภานะครับ เพราะว่าเดี๋ยวอาจจะมีการลงมติเกิดขึ้นอีกนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมสภาด้วยครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคําแหงด้วยความยินดีครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนจะเข้าระเบียบวาระ ต่อไป ผมจะขอหารือที่ประชุมนะครับ เนื่องจากได้รับหนังสือจากผู้กํากับการสถานีตํารวจ นครบาลมักกะสัน ช่วยราชการในตําแหน่งผู้กํากับการสถานีตํารวจนครบาลนางเลิ้ง ขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎร ให้คุณสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ไปให้การเพิ่มเติมในวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ซึ่งเวลาดังกล่าวอยู่ในระหว่างสมัยประชุม และเปึนเรื่องที่ยังไม่บรรจุระเบียบวาระการประชุม เรื่องนี้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้อนุญาตให้นําเข้าหารือในสภาแห่งนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมจะนําเรื่องดังกล่าวขึ้นมา พิจารณาก่อน เนื่องจากมีเงื่อนเวลาบังคับไว้ มีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่น ผมจะนําเรื่องนี้เข้าพิจารณาในวาระต่อไปนะครับ

ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องด่วน ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ คือ เรื่องขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทําการสอบสวนคุณสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระหว่างสมัยประชุมตามมาตรา ๑๓๑ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ด้วยผู้กํากับการสถานีตํารวจนครบาลมักกะสัน ช่วยราชการ ในตําแหน่ง ผู้กํากับการสถานีตํารวจนครบาลนางเลิ้ง ได้มีหนังสือขออนุญาต สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้คุณสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปให้การ เพิ่มเติมในระหว่างสมัยประชุมตามมาตรา ๑๓๑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านสมาชิกมีความคิดเห็นเช่นไร ขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ได้มีการ หยิบยกขึ้นมาพิจารณา ซึ่งเปึนเรื่องกรณีของการดําเนินคดีอาญาต่อสมาชิกในสภา ในเรื่องนี้ ผมเรียนท่านประธานว่าเปึนเรื่องค่อนข้างที่จะกะทันหัน เพราะว่าปกติแล้ว วาระเช่นที่ว่านี้ก็จะมีการแจ้งระเบียบวาระให้เพื่อนสมาชิกได้ทราบก่อน ซึ่งในการแจ้ง ระเบียบวาระนั้นก็จะมีเอกสารที่จะแจ้งว่า ทางฝ์ายตํารวจหรือฝ์ายใดประสงค์ที่จะ ดําเนินคดีกับ ส.ส. ท่านใด แล้วต้องขออนุญาตตามที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับของสภา ได้มีการเขียนเอาไว้ แต่กรณีดังกล่าวนี้ไม่มีรายละเอียดใด ก็เปึนการหยิบยกขึ้นมาเฉพาะ กระผมก็ไม่ทราบว่าเปึนเพราะเหตุใดจึงไม่มีเอกสารในการที่จะชี้แจงก่อน ประเด็นก็คือว่า เลยทําให้เพื่อนสมาชิกที่จะพิจารณาเรื่องนี้ก็ขาดรายละเอียดไปว่าเรื่องต่าง ๆ เช่นนั้น เปึนอย่างไร ผมเข้าใจว่าแม้แต่กระทั่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายเอง ก็ไม่ทราบมาก่อนว่า มีหนังสือฉบับดังกล่าวมาถึงสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าค่อนข้าง ที่จะกะทันหันครับ แล้วก็ที่สําคัญคือยังไม่มีเอกสารเลย ก็เลยจะหารือว่าแล้วเรา จะพิจารณากันในช่วงนี้กันเลยหรือไม่อย่างไร หรือว่าเราอาจจะรอการพิจารณาไว้เพื่อมี การซักถาม อันนี้ก็แล้วแต่ทางเพื่อนสมาชิกกับท่านประธานนะครับ แต่จะกราบเรียนว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดอะไร แล้วเหตุไฉนจึงไม่มีหนังสือแจ้งมากับระเบียบวาระประชุม ก่อนครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสาทิตย์ครับ ผมก็เพิ่งได้รับเรื่องตอนลงไปนะครับ แล้วผมเห็นว่าวันนี้เปึนวันที่ ๑๔ เปึนวันสุดท้าย การประชุมในสัปดาห์นี้ ส่วนใหญ่ในสมัยประชุมนี้สภาผู้แทนราษฎรไม่เคยอนุมัติให้ใคร ไปดําเนินการสอบสวนอะไรทั้งสิ้น ก็แจ้งที่ประชุมเพื่อให้ที่ประชุมวินิจฉัยเท่านั้นเองนะครับ ผมว่าเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องธรรมดา ปกติของสภาเรานะครับ ส่วนรายละเอียดนั้นผมก็เห็นแต่เขาบันทึกมานะครับ ของพนักงานสอบสวนนะครับ คือตอนนี้ก็ต้องดูองค์ประชุมก่อนครับว่าเราจะดําเนินการ ต่อไปได้หรือไม่ครับ

(ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม นะครับ ช่วยกรุณาเข้ามาในห้องประชุมด้วยครับ ผมอยากจะขอความกรุณาให้ท่านสมาชิก โปรดแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)

โปรดนําบัตรของท่าน แสดงตนนะครับ เสียบบัตรนะครับ ท่านสมาชิกที่ยังประชุมคณะกรรมาธิการคณะใด ก็ตามนะครับ โปรดกรุณาลงมาที่ห้องประชุมนะครับ ด่วนด้วยนะครับ เสียบบัตรแสดงตน เสร็จแล้วหรือยังครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนครับ โปรดยกมือขึ้นครับ ไม่มีบัตรหรืออย่างไรครับ เชิญครับคุณสมคิด

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมลืมบัตรครับ ไม่มีบัตรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเอาบัตรสํารองครับ ข้างหน้าเชิญเข้ามาเอาบัตรสํารองครับ ท่านใดลืมบัตรอยู่ที่บ้านหรือว่าแม่บ้านเก็บเอาไว้ ก็เอาที่นี่สํารองได้ครับ ท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ก็แสดงว่าเสียบกัน เสร็จหมดแล้วนะครับ ผมของดการเสียบบัตรนะครับเพื่อนับองค์ประชุมนะครับ เชิญแจ้งมาเจ้าหน้าที่ ขณะนี้มีอยู่ ๒๐๓ ท่านนะครับ ยังไม่ครบองค์ประชุม ผมไม่สามารถ ที่จะดําเนินการได้นะครับ ก็ขอพักการประชุม ๕ นาทีครับ

พักการประชุมเวลา ๑๕.๒๐ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๕.๒๕ นาฬิกา

ขอเชิญสมาชิกทุกท่าน แสดงตนอีกครั้ง โดยการเสียบบัตรอีกครั้งหนึ่งนะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุวโรช พะลัง ครับ ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรคุณสุวโรช

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ที่ตึกวุฒิสภา ผมไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไร หรือไม่นะครับ เวลากดออดไปนี้ครับ เมื่อสักครู่ผมอยู่ในห้องกรรมาธิการเรื่องที่ดิน ยังไม่ได้ยินเลยครับการลงมติ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่ายังมีสมาชิกอีกหลายท่านอาจจะ ค้างอยู่ การประชุมของกรรมาธิการที่ตึกวุฒิสภาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็ได้แจ้งไปแล้ว แล้วกดแล้ว กดจนมือเมื่อยแล้วครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานกดมันดังตรงนี้ ที่ตึกวุฒิสภาดังหรือเปล่าครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นต้องใช้ เครื่องกระจายเสียงนะครับ เราไม่มีลําโพงติดไปถึงนั้น เราก็เอาเข้าบริเวณ เพราะ ผู้แทนราษฎรมีหน้าที่เข้าประชุมวันนี้ครับ แล้วก็ต่อไปเปึนเรื่องของกฎหมาย เราต้องนับ องค์ประชุมให้ถูกต้องนะครับ เชิญแสดงตนในการเสียบบัตรทุกท่านนะครับเสียบบัตร เสร็จแล้วใช่ไหมท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ใครยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนบ้างมีไหมครับ ไม่มีนะครับถือว่าที่ประชุมนี้ได้แสดงตนกันทุกคนแล้วนะครับ เชิญเร็วหน่อยครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชนครับ ขอเวลาอีกสักแป็บ ท่านประธานครับ กรรมาธิการเพิ่งลงมา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ให้เวลาอยู่แล้ว

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

อีกแป็บหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ใจเย็น ๆ ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แสดงตนโดยการ เสียบบัตรนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)

เสร็จแล้วใช่ไหมครับ เสร็จแล้วนะครับ นับคะแนนได้เจ้าหน้าที่ขณะนี้ได้มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของสภาแห่งนี้อยู่ ในห้องนี้ ๒๔๘ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ องค์ประชุมกึ่งหนึ่ง ๒๓๖ ครับ ก็เกินนิดหน่อย นะครับ กระผมขอดําเนินการประชุม ถือว่าที่ประชุมนี้ครบองค์ประชุมนะครับ

ที่ผมได้เรียนเมื่อสักครู่เกี่ยวกับกรณีที่ท่านผู้กํากับการสถานีตํารวจ นครบาลมักกะสัน ช่วยราชการในตําแหน่งผู้กํากับการสถานีตํารวจนครบาลนางเลิ้ง ได้มีหนังสือ ผมจะอ่านให้ที่ประชุมฟังนะครับ

สถานีตํารวจนครบาลนางเลิ้ง แขวงวัดโสมนัส เขตปัอมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ที่ สตช. ๐๐๑๖ (บก. น๑.) ๘/๑๑๐๗ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ความจริงสภารับตั้งแต่วันที่ ๑๑ เพิ่งส่งมาถึงผมวันนี้ น่ารักมาก เจ้าหน้าที่สภา เรื่อง ขออนุญาตสอบสวน นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ผู้ต้องหา เรียนเลขาธิการรัฐสภา ด้วยเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ นายธนชาติ แสงประดับธรรมโชติ มาแจ้งความ ร้องทุกข์ให้ดําเนินคดีกับ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ และวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ นายสมเกียรติได้ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณ บนสะพานชมัยมรุเชฐว่าโรงเรียนราชวินิตมัธยมเปึนโรงเรียนในสมเด็จฮุนเซน ทําความ เสียหายเสื่อมเสียไปถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ต่อมาวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑ พนักงานสอบสวนได้ยื่นคําร้องต่อศาลอาญา เพื่อขอทําการจับกุมและศาลอาญาได้ออกหมายจับนายสมเกียรติไว้ตามหมายจับ ที่ ๒๒๐๐/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ในวันเดียวกันนายสมเกียรติได้เข้า มอบตัวต่อพนักงานสอบสวนและขอให้การเพิ่มเติมในวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ซึ่งเปึนเวลาระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงเรียนมาเพื่อทราบ และขออนุญาตทําการสอบสวนปากคํานายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ในฐานะผู้ต้องหา เพิ่มเติมในระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๓๑ ขอแสดงความนับถือ พันตํารวจเอก วิบูลย์ยุทธ สันทัดเวช ผู้กํากับการสถานีตํารวจนครบาลมักกะสัน ช่วยราชการในตําแหน่งผู้กํากับการ สถานีตํารวจนครบาลนางเลิ้ง ผมได้อ่านหนังสือของท่านผู้กํากับให้ที่ประชุมทราบแล้ว นะครับ ฉะนั้นผมก็ขอความกรุณาให้ออกความคิดเห็นครับ เชิญครับ คุณอลงกรณ์ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๓๑ ได้บัญญัติไว้ว่า ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ไปทําการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเปึนผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเปึนสมาชิก หรือในกรณีที่จับในขณะกระทําความผิด กรณีที่ท่านประธานได้หารือที่ประชุม เนื่องจากว่าจะต้องมีความเห็นของที่ประชุม กระผมเห็นว่าเรื่องดังกล่าวนั้น เนื่องจาก ท่านประธานเพิ่งได้รับเอกสารจากทางสถานีตํารวจ และอยู่ในระหว่างสมัยประชุม ซึ่งโดยประเพณีปฏิบัติของสภาผู้แทนราษฎร เราจะมีมติไม่อนุมัติเพื่อให้ความคุ้มครอง แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างสมัยประชุม ดังนั้น กระผม เห็นว่าเรื่องดังกล่าวนั้น ถ้าจะมีการเลื่อนการพิจารณาเพื่อให้กรรมการประสานงาน พรรคร่วมฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านได้มีการหารือ เพราะว่าจําเปึนจะต้องมีการลงมติ ก็จะเปึนการสมควร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ คุณสุชาติ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคพลังประชาชน ลพบุรี เขต ๑ ตอนที่ท่านประธานได้หยิบ ขึ้นมาอ่านหารือที่ประชุมนะครับ และพวกฝัืงผม ฝัืงพลังประชาชนก็ถือว่าเปึน ผู้แทนราษฎรด้วยกันนะครับ เอกสิทธิ์ที่คุ้มครองผู้แทนราษฎร แต่กรณีนี้เปึนกรณี หมิ่นเบื้องสูง ไม่ทราบว่าทางสภาจะคิดอย่างไร แต่ส่วนตัวพวกผมแล้วนะครับ ถือว่า เราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน วันนี้นะครับ ถึงพวกผมจะไปโดนด่าว่าไม่ดีต่าง ๆ บนเวที แต่กระผมก็ถือว่าสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ได้ปกปัองคุ้มครองสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ให้ท่านประธานได้วินิจฉัยนะครับว่า ถึงจะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อยู่บ้าง ไม่อยู่บ้างในสภา ไปขึ้นเวทีด่าพวกผม ก็ขออโหสิก็แล้วกัน ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านเจริญ

นายเจริญ คันธวงศ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนถามท่านประธานนะครับว่า ท่านประธานเคยอยู่ในสภานี้มานานกว่าผม ผมก็อยู่มาเปึนเวลา ๑๑ สมัยแล้ว ธรรมดาแล้วเมื่อมีคําขอจากเจ้าหน้าที่ตํารวจหรือ หมายศาล โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ประธานก็จะบรรจุในระเบียบวาระ ซึ่งจะใช้เวลานาน พอสมควรที่จะมาพิจารณา แต่ว่าครั้งนี้ วันนี้เองก็หารือสภาเลยว่าจะเอาบรรจุ เข้าในระเบียบวาระไหม ผมชักสงสัยว่าท่านประธานนี้เลือกปฏิบัติหรือเปล่า ประเด็นที่ ๑ แล้วประเด็นอย่างนี้ท่านจะถือปฏิบัติต่อไปหรือไม่ ว่าถ้าหากมีคดีอย่างนี้ขึ้นมา ท่านจะทํา อย่างนี้หรือเปล่าครับ ผมสงสัย แต่ว่าอย่างไรก็ตามท่านประธานที่เคารพครับ โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ในระหว่างสมัยประชุมอย่างนี้ เราไม่เคยอนุมัติเลย ไม่ว่าใคร ไม่ว่าฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ผมเคยอยู่เปึนวิป (Whip) ของฝ์ายรัฐบาลมาก่อน แล้วก็มีผู้ถูกกล่าวหา หรือจําเลยในคดีอาญาเข้ามามากมาย ผมก็คัดค้านว่าไม่อนุญาตให้ไปดําเนินคดี โดยอาศัยมาตรา ๑๓๑ ที่ท่านอลงกรณ์ได้อ่านไปแล้ว สาเหตุที่เปึนเช่นนั้นมาก็เพราะว่า เปึนประเพณีปฏิบัติของเรา ก็คือว่าเราต้องการที่จะรักษาสถาบันนิติบัญญัติไว้ มิให้ ฝ์ายบริหารมากลั่นแกล้ง หาเรื่อง ตั้งข้อกล่าวหาต่าง ๆ แล้วก็เอาสมาชิกสภานิติบัญญัติ ไปให้การที่ศาลเพื่อหาทางแกล้งหรือหาทางทําอะไรก็ตาม เราไม่อนุมัติเลยในอดีต แต่ว่าในครั้งนี้ก็เหมือนกันครับ ในความเห็นของผมนั้น ผมคิดว่าไม่อนุมัติ นี่คือความเห็น ของผม ช่วยรักษาประเพณีอันดีงามไว้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี เชิญครับท่าน

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามปกติแล้ว ผมก็ไม่ค่อยพูดบ่อยนะครับ แต่ว่าในกรณีนี้ผมอยากจะสนับสนุนท่านเจริญ คันธวงศ์ คือผมอยู่ในสภานี้มา ท่านประธานคงจะทราบดีว่า ผมเปึนวุฒิสมาชิกอยู่ ๖ ป้ แล้วก็เปึนผู้แทนราษฎรติดต่อกันมา ๒๓ ป้ ก็เปึน ๓๑ ป้แล้วครับ ตอนที่ผมอยู่ฝ์ายค้าน ผมยกมือให้หลายครั้งเพื่อที่จะปัองกันสิทธิให้กับ ส.ส. ฝ์ายค้าน โดยไม่อนุญาตให้ไป ดําเนินคดีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๑ ฉบับปัจจุบันนี่ครับ เพราะผมคิดว่าอันนี้เปึนสิทธิ เพราะผมคิดว่าอันนี้เปึนสิทธิของผู้แทนราษฎรที่เราต้องปกปัองเอาไว้ เราไม่ต้องมา แบ่งกันว่าเปึนฝ์ายพรรคใดก็ตาม เปึนเรื่องที่เราต้องรักษาประเพณีนี้เอาไว้ครับ ผมอยาก ให้เปึนเช่นนั้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการเข้ามาพิจารณาฉุกละหุกแบบนี้มันก็ตั้งสติกัน ไม่ค่อยทัน ผมในฐานะที่อยู่มา ๓๑ ป้ในสภาแห่งนี้ผมก็จําเปึนต้องขึ้นมาพูดในวันนี้ แล้วก็อยากจะขอให้อย่างที่ท่านอลงกรณ์เสนอคืออยากให้วิปทั้ง ๒ ฝ์ายไปพิจารณากัน ก่อนนะครับว่าเราควรจะรักษาประเพณีไว้เพื่อประโยชน์ของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป อีกนานแสนนานครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านทิวา เงินยวง

นายทิวา เงินยวง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทิวา เงินยวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมดู จากกฎหมายรัฐธรรมนูญในวรรคสามครับท่านประธานในมาตรา ๑๓๑ วรรคสาม ในกรณีที่มีการฟัองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่าง สมัยประชุมมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเปึนสมาชิกนะครับ และในตอนท้ายยังบอกต่อไปว่าการพิจารณาคดีของศาล ต้องไม่เปึนการขัดขวางต่อการที่ สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา เราดูจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและหลักการแบ่งแยก อํานาจของระบบรัฐสภาของเรานะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินั่งอยู่ในสภานี้รวมทั้ง ท่านประธานด้วยนะครับ มาจากอํานาจสูงสุดของประชาชน เพราะฉะนั้นเพื่อให้ เกิดความสมดุลแห่งอํานาจนี่นะครับ เราจึงมีบทบัญญัติที่คุ้มครองสมาชิกรัฐสภาของเรา ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็สมาชิกวุฒิสภา แต่อย่างไรก็ตามครับหลักเปึนอย่างนี้ ในการคุ้มครอง ส่วนข้อยกเว้นนั้นเปึนเรื่องที่ก็สามารถดําเนินการตามกฎหมายได้ ประการที่ ๑ ครับ

ประการที่ ๒ ในข้อบังคับ ข้อ ๑๗๙ นี่นะครับในเรื่องเหล่านี้ ในกรณีที่มี เรื่องที่สภาจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้มีการจับหรือคุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกไปทําการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญาในระหว่าง สมัยประชุมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๑ วรรคหนึ่งและวรรคสามนั้น ข้อบังคับบอกว่า ให้ประธานสภาบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมเปึนเรื่องด่วน ซึ่งในระเบียบวาระที่บรรจุ ในสัปดาห์นี้ไม่มีนะครับ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นถ้าอ่านในวรรคต่อไปของ ข้อบังคับ ท่านประธานครับถึงแม้ว่าจะมีการบรรจุระเบียบวาระไว้แล้วนะครับ หากท่านประธานนี่นะครับเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ท่านประธานยังอาจสั่ง ให้นําออกจากระเบียบวาระการประชุมได้ เพราะฉะนั้นถ้าดูเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ บวกกับข้อบังคับ รวมทั้งจารีตประเพณีปฏิบัติที่ดําเนินกันมาในสภา ผมอาจจะอยู่ ในสภาน้อยนะครับ ๒ ครั้งเท่านั้นเอง แต่เท่าที่ผ่านมาครับในทางปฏิบัตินั้น เราไม่ว่าจะ เปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเราจะต้องทําตาม ข้อบังคับคือมีการบรรจุระเบียบวาระ แล้วก็ทุกฝ์ายได้เห็นเอกสาร แล้วทุกฝ์ายได้ทราบว่า อันนี้เปึนหมายเรียกอย่างไร เปึนหมายจับอย่างไรนะครับ เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องเอกสิทธิ์ ที่เรายึดถือปฏิบัติกันมาเปึนจารีตประเพณีของรัฐสภาที่จะคุ้มครองการทําหน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งถือว่าได้ทําหน้าที่ใช้อํานาจอธิปไตยสูงสุดแทน พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เลือกพวกเรามาครับ ขอกราบเรียนท่านประธานเพียงแค่นี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพ เรื่องที่กําลังหารือกันอยู่ในสภาแห่งนี้ผมเอง ก็ไม่ค่อยสบายใจนะครับท่านประธาน เนื่องจากว่าแม้นว่าทางซีกพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะมองเห็นว่าเปึนการเลือกปฏิบัติ ซึ่งผมขอนําเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเอกสิทธิ์ของ ทางท่านประธานที่จะทําได้นะครับ แล้วโดยส่วนตัวแล้วนะครับแม้นว่าท่านผู้ที่ ถูกหมายเรียกมา ท่านจะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็มีบางเรื่องที่ท่าน ได้ดําเนินการซึ่งก็มีส่วนกระทบกับ ส.ส. ทั้งสภา ซึ่งทําให้ภาพของ ส.ส. เองนั้นเมื่อพี่น้องประชาชนมองอยู่ด้านนอกก็มองว่า ส.ส. ทําไมมีสภาไม่เอาเรื่องเข้ามาคุยกันในสภา แต่ด้วยกฎหมายที่บัญญัติไว้ว่า ส.ส. เอง มีสิทธิที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้นําไปสู่การดําเนินคดี เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัว ก็คิดว่าเพื่อให้เปึนไปตามประเพณีปฏิบัติที่เคยทํามา ก็คิดว่าไม่ควรที่จะอนุญาตนะครับ ยกเว้นเจ้าตัวจะมีความเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ โดยส่วนตัวผมเห็นว่าไม่ควรอนุญาตครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณกุเทพ ใสกระจ่าง ครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน กระผม ขอกราบเรียนท่านประธานว่าในเรื่องหลักปฏิบัติที่เราพูดกันอยู่ก็เปึนเรื่องที่เราเคารพ แต่การที่ท่านประธานได้กรุณาหยิบยกเรื่องนี้เข้าสู่สภา กระผมก็คิดว่าเปึนเจตนาที่ดี เพราะก็อาจจะมองเห็นว่าคดีที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้เปึนเรื่องที่สภานี้อาจจะไม่ค่อยได้ พานพบมาก่อน ในลักษณะคดีอย่างนี้ซึ่งไม่ใช่คดีที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติไปกระทําการ ในภาระหน้าที่ที่บังเอิญว่าจะต้องถูกฟัองร้องเปึนคดีอาญา เราพอเข้าใจมูลเหตุอยู่ ว่าเปึนอย่างไร เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๑ ที่พวกเราอ้างกันอยู่ ก็พอมองเห็นว่าการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการคุ้มครองผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนถ้ามีเหตุต้องไปกระทบกับผลประโยชน์ของบุคคลแล้วจําเปึนจะต้อง ถูกฟัองร้อง เราก็ควรจะคุ้มครองเพื่อให้เอกสิทธิ์ ตัวนั้นเปึนหลักทั่วไปที่พวกเราเคารพ แล้วก็ปฏิบัติ และผมก็คิดว่าเปึนประเพณีที่ดีงาม และผมก็ยินดีสนับสนุนในมูลเหตุตรงนั้น แม้เราจะไม่ได้แยกชัดเจนนะครับท่านประธานครับ แต่เมื่อคดีอื่นซึ่งมีนัยสําคัญและ แตกต่างไปจากสภาพที่เราเข้าใจกันโดยทั่วไปก็ยังอนุโลมเอามาว่าอยู่ในแนวเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมก็กราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ท่านประธานหยิบมา ท่านประธานยัง ไม่ได้อธิบายกับเราต่อข้อถามของท่านสมาชิกบางท่านว่าทําไมไม่ได้มีการบรรจุ ในระเบียบวาระเปึนลายลักษณ์อักษร ผมเข้าใจว่าท่านประธานมีเหตุผลอยู่ แต่ผมก็ กราบเรียนท่านประธานว่าในกรณีนี้ผมเองในฐานะสมาชิกคนหนึ่งแม้จะเคารพในเอกสิทธิ์ ของท่านสมาชิก แต่อย่าลืมว่าขณะนี้การเมืองเราเปลี่ยนแปลงไปมาก สมาชิกของเรา บางคนนี่ครับท่านประธานครับไม่ได้ไปทําหน้าที่เพื่อปกปัองผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชน อย่างที่เห็นเปึนประจักษ์ แต่การกระทําของท่านเกิดจากการที่ท่านไปร่วม ในกระบวนการนอกสภา และท่านไปกล่าวถ้อยคําซึ่งมันเปึนการละเมิดถึงสถาบันชั้นสูง ซึ่งเปึนสิ่งที่พวกเราต้องคํานึงว่ามันมีมูลเหตุจูงใจที่จะต้องไปทําความผิดอย่างนั้นแล้ว มาขอความคุ้มครองจากสภาหรือไม่ เอกสิทธิ์ที่เราให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้ ถ้าเปึนเอกสิทธิ์ครอบจักรวาลก็จะทําให้สมาชิกบางคนที่ไม่สําเหนียกในภาระหน้าที่ ไปก่อการอะไรก็ได้ แล้วก็มาอาศัยเอกสิทธิ์แห่งสภาคุ้มครองตัวเอง อย่างนั้นก็ไม่ชอบด้วย เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยในการที่เราจะธํารงมั่นหลักในการคุ้มครอง สมาชิกในการทําหน้าที่ แต่เราควรจะมีจิตสํานึกในการที่จะบอกไปยังสมาชิกของเรา ว่าเอกสิทธิ์ความศักดิ์สิทธิ์ที่เราให้การคุ้มครองนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะให้ท่านไปใช้ในลักษณะ ครอบจักรวาล ท่านทําอะไรถ้าเผื่อว่าท่านมีใจบริสุทธิ์จริง ท่านมั่นใจในตัวเองจริง กระบวนการสอบสวน กระบวนการยุติธรรมที่ดําเนินอยู่ เขาล่าช้ามาก เพียงเพราะเรา อ้างเอกสิทธิ์ของเรา บางคดีดําเนินไม่ได้เลย ตรงนี้ก็เปึนเรื่องที่เราต้องคํานึงเช่นกัน เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าท่านมีเหตุผลที่อธิบายกับเราได้ว่ากรณีนี้ เปึนอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในมูลเหตุแห่งคดีนี้คดีเดียวผมกราบเรียนว่า สมมุติฐานสาเหตุของการเกิดคดีขึ้นไม่มีเหตุผลอะไรหรอกที่จะต้องมาใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง แต่เมื่อบังเอิญว่าคนไปก่อเหตุเปึนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ เราก็ควรจะให้เอกสิทธิ์นี้กับเขา เพราะเราไม่สามารถที่จะแยกแยะได้ในลักษณะมูลเหตุแห่งคดี กระผมจึงกราบเรียนท่านประธานเพื่อเปึนข้อสังเกตว่า พวกเราแม้จะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ก็ไม่ได้ถือว่าเอกสิทธิ์นี้จะคุ้มครองเราในทุกรณีที่เราไปทําโดยไม่คํานึงว่ามันจะเปึน ความชอบหรือไม่ชอบ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมฟังทุกฝ์ายแล้วนะครับ ผมก็อยากจะขอความกรุณาให้วิปทั้ง ๒ ฝ์ายได้ตกลงกันเสีย เพราะเรามีเวลาน้อยมาก ในการที่จะพิจารณาพระราชบัญญัตินะครับ ขอเชิญวิปทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับตกลง เจ้าของครับ คุณสมเกียรติ เชิญครับ ผมยกมือได้ผมจะยก ผมไม่ให้จับคุณไปหรอก

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แบบสัดส่วน

ผมต้องขอกราบพระคุณ ท่านประธานมากนะครับ ผม สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ใคร่ขอขอบคุณท่านสมาชิกหลายท่านที่อภิปรายทั้งอยากคุ้มครอง เอกสิทธิ์ อภิปรายในทํานองวิพากษ์วิจารณ์แล้วก็อภิปรายในทํานองเห็นว่า ผมน่าจะแสดง ความเห็นและจุดยืนบ้าง ผมใคร่ขอเรียนว่าผมตั้งแต่ที่ผมพูดตั้งแต่แรกแล้วว่า ผมจะขอ อนุญาตท่านประธานไปถูกดําเนินคดีนะครับ เพราะผมต้องการให้คดีเปึนไปด้วย ความยุติธรรมและรวดเร็ว เพราะว่าผมไม่ต้องการหนีคดีใด ๆ นะครับ ไม่ว่าจะหนี ในระดับชุมชน ประเทศชาติ หรือออกนอกประเทศนะครับ ผมต้องการจะพิสูจน์ เพราะผม เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานและสภาโปรดอนุญาตให้ผมไปเถอะครับ ตามมาตรา ๑๓๑ ข้อความตอนท้าย ๆ นะครับ เพราะว่าตอนนี้ผมจะเรียน ให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทราบนะครับว่า ผมได้รับการแจ้งความจากกลุ่มคน จํานวนหนึ่งนะครับ แล้วก็กลุ่มคนจํานวนนี้ก็ทําหลาย ๆ คดีแล้ว ตอนนี้ก็ ๑๐ คดี ก็ไม่มี ปัญหาอะไร แต่ว่าผมถูกหมายจับศาลอนุญาตผมก็ไปประกันตัว แต่อยากจะเรียน ประเด็นที่ผมจะต้องไปวันที่ ๑๖ ความจริงอาจจะไม่ต้องขออนุญาตสภาเลยก็ได้นะครับ เพราะผมไปประกันตัวออกมาแล้วเพียงแต่ว่าคําให้การผมยังไม่สมบูรณ์ รอคําให้การเปึน เอกสารแล้วก็นัดหมายให้ไปยื่นวันที่ ๑๖ ตอนนี้คําให้การเปึนเอกสารก็เสร็จตั้งแต่เมื่อคืนนี้ แล้วครับ ทีนี้ถ้าเกิดสภามีมติขึ้นมาผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร แต่ว่าผมนี่ ถึงสภาจะมีมติ อย่างไรผมก็ต้องไปให้การ เพราะผมต้องการให้กระบวนการยุติธรรมเกิดความรวดเร็ว เพราะความล่าช้าคือความไม่ยุติธรรมนะครับ แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ เปึนบรรทัดฐานด้วย ผมใคร่ขออนุญาตสภาแห่งนี้ครับ ปล่อยผมไปเถอะครับปล่อยผม ไปถูกดําเนินคดีเถอะ เพราะผมเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม ผมไม่หนีไปไหนครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอป่ดคําอภิปราย แค่นี้นะครับ เพราะว่าเจ้าตัวได้แถลงแล้วว่าแล้วแต่ที่ประชุมสภา เชิญท่านผู้นํา ฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกหลายท่านนะครับ ซึ่งคํานึงถึงประเพณีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ที่กระผม ลุกขึ้นมาจะสอบถามท่านประธานนิดเดียวครับ เพราะว่าเห็นท่านให้ทางวิปไปหารือกัน คือข้องใจนิดเดียวว่า ตามความเข้าใจของกระผมนี่ กรณีนี้ข้อเท็จจริงก็คือว่า ท่านสมาชิก นั้นได้มีการออกหมายจับก่อนหน้านี้ แล้วก็ได้มีการประกันตัว แล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ ๑๖ สิงหาคม เมื่อกี้ผมก็ฟังจากที่ท่านประธานอ่าน เหมือนกับว่านัดให้ไปยื่นเอกสาร คําให้การต่าง ๆ เท่านั้นนะครับ ซึ่งเจ้าตัวก็ตั้งใจจะไปอยู่แล้ว ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าที่มาขอ สภาคือขออะไร ก็อยากให้ท่านประธานได้ตั้งประเด็นนี้ให้กับทางวิปได้ช่วยดูนะครับ เพราะว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมปรึกษาหารือ เท่านั้นเองครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

เพราะว่า ปกติเวลาขอมาก็หมายความว่า ขอจับนะครับ ขอควบคุมตัว หรือว่ามีหมายออกมา แต่ผมเข้าใจว่ากรณีนี้มีการนัดหมายกัน ตกลงกันไปเรียบร้อยแล้วก็เลยไม่ทราบว่า ขออะไรถ้าไม่ได้เปึนการขอตามรัฐธรรมนูญนี่สภาก็ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องลงมติอะไร แล้วก็เจ้าตัวก็พร้อมที่จะไปพิสูจน์ตัวเองอยู่แล้วในวันที่ ๑๖ เท่านั้นเองครับ ต้องการจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่คิดว่าท่านประธานจะต้องให้เอกสารกับทางวิป ได้ดูว่าเขาต้องการอะไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ในเอกสารที่เขาขอมา ก็ระบุชัดแล้วว่าเจ้าตัวได้นัดหมายในวันที่ ๑๖ สิงหาคม ไปให้การ ผมก็มาปรึกษาสภา จะให้ไปหรือไม่ให้ไปเท่านั้นเอง เมื่อเจ้าตัวจะไปก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรครับ ไปสอบสวน เพิ่มเติมแล้วก็ประกันตัวอยู่แล้ว ก็กลับมาก็มีแค่นั้นเอง ผมก็มองแค่นั้น คือถ้าเนื่องจาก สภามันโหรงเหรงครับ ผมเลยเอาเรื่องนี้เข้ามา ก็เรียนตรง ๆ พอเรื่องนี้เข้ามาก็คึกคักครับ ทําให้บรรยากาศดีขึ้นครับ เชิญคุณวิทยาครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็นั่งฟังมาด้วยความสงสัยมาตลอดครับ ก็ไม่นึกว่าท่านประธาน จะเฉลยเอง ท่านไม่มีอะไรจะทํา ก็หยิบยกเรื่องขึ้นมาเล่น ๆ ตอนหลังผมคิดว่าไม่ควรครับ บรรยากาศสภาไปด้วยดี ๆ กันอยู่ มีเรื่องพิจารณาในสภาเยอะแยะ ท่านก็หยิบเรื่องขึ้นมา ให้สมาชิกเสียดกันไปสีกันมาอย่างนี้ไม่สนุกครับ เพราะว่าบรรยากาศข้างนอกก็ไม่ดี นะครับ ข้างในทําบรรยากาศดี ๆ ดีกว่า ผมขออนุญาตนะครับว่าอย่าทําอย่างนี้นะครับ ท่านทีหลัง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ หมอมีอะไรครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคพลังประชาชน ผมกราบเรียนถาม ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ว่าประเด็นที่ท่านหยิบยกขึ้นมาหารือ หมายถึงบรรจุ เข้าไปในระเบียบวาระการประชุมนี้หรือไม่ ผมจะถามต่อว่าถ้าไม่บรรจุในระเบียบวาระ การที่สภาจะมีมติจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตนั้นจะชอบด้วยหรือไม่ กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าท่านน่าจะบรรจุเข้าไป ขอบรรจุเปึนวาระเร่งด่วน ขณะนี้ก็ได้ครับ เพราะว่าพวกเราจะได้ทําตามรัฐธรรมนูญ ทําตามข้อบังคับที่เรา ช่วยกันทําขึ้นมา ผมเองอย่างน้อยเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมสนใจ คําว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มีเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ไม่สนใจว่าจะอยู่พรรคไหน อยู่ที่ใดเพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เปึนวิธีปฏิบัติที่เราปฏิบัติกันมาตลอดอยู่แล้ว จริง ๆ แล้ว ไม่ควรเป่ดประเด็นอภิปรายด้วยซ้ําไปครับ ถ้าจะลงมติ ท่านประธานก็ขอมติจากที่ประชุม ได้เลย ผมเชื่อครับว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้ก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามที่ท่านประธาน ขอให้ลงมติ ส่วนความเห็นจะเปึนอย่างไรไม่ต้องพูดถึงหรอกครับ ผมเชื่อครับว่าสภาแห่งนี้ ไม่อนุญาตหรอกครับ ต่อให้เจ้าตัวมีความประสงค์ที่จะไป ซึ่งแน่นอนครับ เจ้าตัว ตามมารยาทก็ต้องบอกกับสภาว่ายินดีจะต้องไป ส่วนไปแล้วจะไปเสียดสีใครทําอะไร ก็แล้วแต่ แต่สภาแห่งนี้ปกปัองครับ ผมอยากให้ท่านประธานดําเนินการประชุม ตามระเบียบวาระและขอมติให้ชัดเจนครับ เพราะว่ากราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพครับ ผมวิ่งมาจากห้องงบประมาณครับ ตอนนี้ก็โหรงเหรงอยู่ครับ ด้านโน้น โหรงเหรงนะครับ เดี๋ยวท่านประธานประชุมห้องงบประมาณบอกว่าไม่มีอะไรทําก็วิ่งไป ด้านโน้นต่อ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เรื่องที่ผม ปรึกษาหารือนี้ ผมขอถอนนะครับ เพื่อดําเนินการต่อไปครับ ไม่ต้องขอมติอะไรทั้งสิ้นครับ ผมถอนเรื่องแล้วครับ ขอมติที่ประชุมถอนเรื่องที่ผมปรึกษา ถือว่าจบครับ

ต่อไปครับเปึนการพิจารณาเรื่องที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ เปึนผู้เสนอ ด้วยศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือขออนุญาตให้ผู้แทนของศาลรัฐธรรมนูญเข้ามา เปึนผู้แถลงและชี้แจง ผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ผมจึงอนุญาตให้ผู้แทนของศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาร่วมแถลงและชี้แจงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ นะครับ ฉะนั้นขอเชิญ ท่านเฉลิมพล เอกอุรุ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ คุณนภดล ช. สรพงษ์ รองเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ คุณพรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านคดีและวิชาการ ขอเชิญท่าน เฉลิมพล เอกอุรุ แถลงครับ

นายเฉลิมพล เอกอุรุ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเฉลิมพล เอกอุรุ ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะผู้แทนของศาลรัฐธรรมนูญ ขอเสนอหลักการและเหตุผล รวมทั้งสาระสําคัญโดยสรุปของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ....

หลักการ ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญ

เหตุผล โดยที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติ ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อใช้เปึนวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาวินิจฉัยคดีตามที่บัญญัติ ให้อํานาจไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้

สําหรับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ร่างขึ้นโดยมีแนวทางจากข้อกําหนดของศาลรัฐธรรมนูญ ในอดีต ซึ่งใช้บังคับมาระยะหนึ่ง และไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติที่เปึนอุปสรรคสําคัญ โดยมีสาระสําคัญประกอบด้วยวิธีพิจารณาที่เปึนหลักประกันขั้นพื้นฐาน อาทิ การพิจารณาคดีโดยเป่ดเผย การให้โอกาสคู่กรณีแสดงความเห็นของตนก่อนการ วินิจฉัยคดี การให้สิทธิคู่กรณีขอตรวจดูเอกสารที่เกี่ยวกับตน การเป่ดโอกาสให้มีการ คัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและการให้เหตุผลประกอบคําวินิจฉัย หรือคําสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้แบ่งเปึน ๓ หมวด และมีทั้งหมด ๕๕ มาตรา ส่วนรายละเอียดปรากฏในบันทึก วิเคราะห์ สรุปสาระสําคัญแล้ว จึงขอเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรได้โปรดพิจารณา ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้ใดที่จะอภิปราย ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีไหมครับ เชิญครับคุณกุเทพ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมคิดว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้ตั้งขึ้นมาแล้ว และจะต้อง ทําหน้าที่ก็มีความจําเปึนละครับที่เราจะต้องมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็เปึนเรื่องที่สภานี้คงไม่ขัดข้องครับ ท่านประธาน ที่จะต้องให้มีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ประเด็นที่กระผมอยากกราบเรียน แสดงความคิดเห็น และอาจจะถามไปยังท่านผู้มาเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อได้คําตอบ ที่ชัดเจนตรงกัน ก็คงเปึนกรณีที่กระผมคิดว่ามีปัญหาในเชิงปฏิบัติที่เราจะต้องทําให้เกิด ความชัดเจน มาตรา ๑๖ กับมาตรา ๑๗ ครับท่านประธาน เปึนประเด็นที่ผมคิดว่า อยากจะกราบเรียนถาม ในมาตรา ๑๖ กระผมไม่เข้าใจว่าตั้งแต่เรามีศาลรัฐธรรมนูญ ในรัฐธรรมนูญฉบับป้พุทธศักราช ๒๕๔๐ นั้น เราได้มีบทบัญญัติอย่างนี้ไว้แล้วหรือยัง ด้วยความเคารพนะครับท่านประธานครับ ผมเองก็ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าอาจจะทําการบ้านน้อย ไม่ได้ไปตรวจสอบในรายละเอียด แต่ความเข้าใจ ของกระผมมาแต่ต้นก็คือว่าลักษณะของการที่จะละเมิดอํานาจศาล ในความรับรู้ ของการเปึนนักการเมืองคนหนึ่ง หรือเปึนประชาชนธรรมดาคนหนึ่งนั้นได้เข้าใจมาโดยตลอดว่าศาลรัฐธรรมนูญเปึนศาล ที่พวกเราอาจจะมีความเห็นแย้งสามารถท้วงติงวิพากษ์วิจารณ์คําวินิจฉัยของท่านได้ ในมาตรา ๑๖ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอ่านเพื่อพี่น้องประชาชนที่อาจจะรับฟัง การถ่ายทอดอยู่ได้ทราบข้อความ ข้อความเขียนไว้อย่างนี้ท่านประธานครับ มาตรา ๑๖ นอกจากที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ให้นําบทบัญญัติ ที่ถือว่าเปึนการกระทําละเมิดอํานาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม แล้วเมื่อมีการละเมิดอํานาจศาลให้ศาลมีอํานาจสั่งลงโทษได้ดังนี้ (๑) ตักเตือนโดยจะมีคําตําหนิเปึนลายลักษณ์อักษรด้วยหรือไม่ก็ได้ (๒) ไล่ออกจาก บริเวณศาล (๓) ลงโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ วรรคท้าย การสั่งลงโทษฐานละเมิดอํานาจศาลพึงใช้อย่างระมัดระวัง และเท่าที่จําเปึนตามพฤติการณ์แห่งกรณี และศาลอาจสั่งให้ผู้กระทําละเมิด ลงประกาศตาม (๑) ทางหนังสือพิมพ์ฉบับใดฉบับหนึ่งหรือหลายฉบับเปึนระยะเวลา ตามที่ศาลเห็นสมควร โดยให้ผู้กระทําละเมิดเปึนผู้เสียค่าใช้จ่าย นี่คือมาตรา ๑๖ นะครับ ส่วนความในมาตรา ๑๗ ได้เขียนไว้ว่า ผู้ใดวิจารณ์การพิจารณาหรือการวินิจฉัยคดีของ ศาลโดยสุจริตด้วยวิธีการทางวิชาการ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานละเมิดอํานาจศาลหรือ ดูหมิ่นศาลหรือตุลาการ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่ได้ไปอนุโลมเอาวิธีพิจารณาหรือ ว่ากระบวนการในศาลสถิตยุติธรรมมาไว้ตรงนี้ กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าก็จะ ทําให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติอย่างสําคัญทีเดียว ก็คือว่ามาตรา ๑๗ แม้จะเขียนว่าเปึนการ วิจารณ์โดยสุจริตด้วยวิธีการทางวิชาการ เราก็ยากที่จะขีดเส้นว่าพูดอย่างไรถึงจะเปึน เชิงวิชาการ ความเปึนนักวิชาการในขณะนี้ก็มีพรมแดนที่กว้างขึ้นมากมีพรมแดนของ ความคิดเห็นส่วนตัว กระผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าแม้กระทั่งสื่อมวลชน ในขณะนี้การเปึนผู้สื่อข่าวมืออาชีพ การเปึนผู้จัดรายการมืออาชีพในปัจจุบันก็ไม่ได้พูด เฉพาะเนื้อหาของข่าว แต่ก็มีความเห็นของตัวเอง แม้กระทั่งว่าตําหนิติเตียนผู้ที่เปึนข่าว ไปด้วย ด้วยความเคารพครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้กระผมจึงกราบเรียนว่าเท่าที่ ดูพัฒนาการของศาลรัฐธรรมนูญมา เราเข้าใจว่าศาลนี้ตั้งแต่ต้นเมื่อท่าน มีคําวินิจฉัยใดออกไป คนที่มาวิพากษ์วิจารณ์ถ้ามีเจตนาที่จะหมิ่นประมาทก็คงจะต้อง ถูกฟัองหมิ่นประมาทตามกระบวนการของกฎหมายอยู่แล้ว แต่การที่จะมีกระบวนการ หมิ่นศาลหรือละเมิดอํานาจศาลตรงนั้น ถ้าเผื่อว่ายังเป่ดทางให้มีวิจารณ์ทางวิชาการ ได้ด้วย ก็ยากที่จะตีกรอบ ยากที่จะทําให้เกิดหลักปฏิบัติที่ชัดเจนได้ว่าขนาดไหนจึงเปึน วิชาการ ในชั้นที่พวกเราเคยไปต่อสู้คดีในคณะที่เรียกว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่า ไทรบิวนอล (Tribunal) ไทรบิวนอลก็คือคณะตุลาการ ที่ไม่ใช่ศาล แต่มาทําหน้าที่เปึนเหมือนศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระผมหมายถึงคณะตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญที่คณะรัฐประหารได้ตั้งขึ้นมาพิจารณาคดียุบพรรคการเมือง ตรงนั้น เราเข้าใจว่าท่านเหล่านั้นก็ไม่ได้รับการคุ้มครองจากการละเมิดอํานาจศาลนะครับ เพราะ ในช่วงนั้นพวกเราก็ได้มีโอกาสได้วิพากษ์วิจารณ์คําวินิจฉัยของท่านได้เผยแพร่ไปใน เว็บไซต์ (Web site) ได้เขียนวิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวางมาก ได้ส่งไปแม้กระทั่ง ต่างประเทศให้เขาเห็นว่ากระบวนการพิจารณาชอบ ไม่ชอบอย่างไร แต่วันนี้เมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีบทบัญญัติคุ้มครองไม่ให้ถูกละเมิด พวกเราในฐานะที่จะต้องขึ้นสู่ ศาลก็ต้องระมัดระวังแน่ล่ะครับ เพราะว่าเปึนบทอํานาจบทที่กําหนดไม่ให้มีการละเมิดได้ ตรงนี้พวกเราในฐานะที่จ่อเข้าไปอยู่ในคดีกับศาลก็คงต้องรับรู้ว่ามันมีแนวทางใหม่ การที่ จะเสนอข้อมูลอะไรเพื่อให้สาธารณะได้รับรู้ว่าการต่อสู้ในทางคดีจะมีเหตุมีผลอย่างไร ก็คงทําไม่ได้เต็มที่ ซึ่งตรงนี้พวกเราก็ไม่ขัดข้องหรอกครับท่านประธาน เพราะเราก็รู้อยู่แล้วว่าเมื่อคดีขึ้นสู่ศาล ถ้าเห็นว่าเรื่องใดจะไปวิจารณ์แล้วจะเปึนการละเมิด เราก็ต้องเลี่ยงอยู่แล้ว แต่เท่าที่ แสดงความเห็นในขณะนี้ ไม่ว่าจะต่อสื่อมวลชน ไม่ว่าต่ออะไรก็ตาม เพราะความรู้สึกว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเราวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่เมื่อมีพระราชบัญญัติฉบับนี้และมี บทบัญญัตินี้ออกมานี่ก็หมายถึงว่าโฉมหน้าใหม่ของศาลรัฐธรรมนูญก็จะเปลี่ยนไป พวกเราก็จะต้องอยู่ในกรอบที่ว่าเมื่อยื่นขึ้นสู่ศาลแล้ว ก็จะต้องสงบนิ่งเหมือนกับ กระบวนการที่อยู่ในศาลสถิตยุติธรรม ซึ่งก็เปึนศาลหนึ่งซึ่งมีธรรมเนียมปฏิบัติที่พวกเรา ไม่เคยไปวิพากษ์วิจารณ์มาแต่ต้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ล่ะครับ ท่านประธานครับ ถ้าเปลี่ยน แนวอย่างนี้ไปแล้วนี่ถามว่าความเปึนศาลรัฐธรรมนูญเรากําลังจะให้ท่านเปึนในลักษณะ ศาลสถิตยุติธรรมในกลุ่มเดียวกันในกระบวนการเดียวกันนั้นหรือไม่ กราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงว่า

ประการที่ ๑ บทบัญญัติอย่างนี้เคยมีอยู่ก่อนแล้ว เคยเปึนหลักปฏิบัติอยู่ ก่อนแล้วในศาลรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหรือว่าในชุดก่อนอยู่แล้วหรือไม่

ประการที่ ๒ มีเหตุผลอะไรที่จะต้องบัญญัติเพิ่มในกรณีที่ไม่เคยมี

ประเด็นที่ ๓ ท่านจะกําหนดกรอบอย่างไรให้เห็นว่ามาตรา ๑๗ จะบังคับ ใช้ได้ เพราะการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงวิชาการนั้นผมเข้าใจว่ามันหมิ่นเหม่อยู่มาก เพราะเนื้อหาทางวิชาการก็ไม่สามารถขีดเส้นแบ่งเปึนพรมแดนได้ชัดเจน ก็จะมีการแสดง ความคิดเห็นในลักษณะที่จํากัดแล้วก็อาจจะไม่เปึนผลดีต่อศาลได้เช่นกัน เพราะจะ ไม่สามารถขยายวงแห่งความรู้หรือวิชาการในหมู่นักศึกษาได้เลย เพราะคดีใด ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินแล้ว การเอาไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อทําไม่ได้ ก็จะทําให้ความ งอกเงยทางวิชาการลดน้อยลงได้ กระผมจึงกราบเรียนท่านประธานถามเพื่อให้เกิด ความชัดเจนในชั้นนี้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านใด เชิญครับ คุณจตุพร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม จตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอกราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ผมได้อภิปรายในรายงานประจําป้ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางท่านเลขาธิการ ท่านได้ให้ความกรุณาในการเข้ามาชี้แจง แต่ประเด็นร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ฉบับนี้นั้นนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพ เนื่องจากว่าศาลรัฐธรรมนูญเปึนองค์กรที่ต้องยึดหลักรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่า ในหนังสือที่ท่านทํามายังประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๑ นั้น เหลือระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้นที่จะครบตามกําหนด วันที่ ๒๕ มิถุนายนนั้น อยู่ในช่วงการเป่ดสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งมีวาระครบถ้วนจนล้น แล้วก็หลังจากนั้น ก็ป่ดสมัยประชุม แล้วก็เป่ดสมัยประชุมอีกครั้งก็คือวันที่ ๑ สิงหาคม นี่เปึนที่รับรู้ ในหนังสือที่ทางประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ทํามายังประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ท่านระบุอย่างนี้ว่า ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๑๖ วรรคหก ได้บัญญัติให้วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญให้เปึนไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ และที่สําคัญก็คือ มาตรา ๓๐๐ วรรคห้า ได้บัญญัติให้ตราพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งป้ นับตั้งแต่ วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ประกาศ ลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญที่พิมพ์แจกจ่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ทุกคนก็คือว่า ได้ประกาศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไธยวันที่ ๒๓ สิงหาคม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ นั่นหมายความว่าจะต้องมีการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ ต้องให้แล้วเสร็จ ตราเปึนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ ผมถามว่าเทวดาที่ไหนจะไปพิจารณาให้แล้วเสร็จ วันนี้จะมีการพิจารณา ๓ วาระรวด ผมยังไม่แน่ใจเลยนะครับว่า สัปดาห์หน้าวุฒิสภา จะว่ากันต่อหรือไม่ แต่ถ้าจะมีการพิจารณาให้ครบถ้วนตามกระบวนความกันนั้น ในขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีการพิจารณาตั้งแต่วาระที่ ๑ เข้าวาระที่ ๒ จนกระทั่งพิจารณาวาระที่ ๓ ๑๒๐ วัน จะนํามาใช้ไม่ได้เลย วันนี้วันที่ ๑๔ เหลือเวลา ๑๐ วัน จะต้องพิจารณากันให้แล้วเสร็จ ๒ สภา แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะไม่มีบทบัญญัติ ลงโทษว่า ถ้าไม่สามารถตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ป้ ได้ตามกําหนดนั้น จะมีบทบัญญัติลงโทษกัน อย่างไร แต่ว่าเรื่องนี้มันสะท้อนอย่างชัดเจนว่าคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจากชุดที่แล้วมาเปึนชุดปัจจุบันก็ตาม ท่านอาจจะมีเหตุผลให้ ก็ตาม แต่ท่านต้องรับรู้ว่าท่านเปึนองค์กรสูงสุดในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นท่านก็ควรที่จะเปึนแบบอย่าง โดยเฉพาะในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ผมไม่แน่ใจ เลยว่า ถ้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไปแล้ว ไม่สามารถทําให้แล้วเสร็จภายในกําหนด แล้วมีอ้ายบ้าที่ไหนไม่รู้ไปยื่นถอดถอน แล้วสุดท้ายจะมีอันเปึนไปกันทั้งสภาหรือเปล่า เรื่องเหล่านี้ที่เราพูดก็คือว่าวันนี้สภาผู้แทนราษฎร ขอกราบเรียนไปยังท่านประธานนะครับ ว่ารัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ที่ให้โอกาสองค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระแต่ละวันของ การเป่ดสมัยประชุมสภา เราก็พิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ เนื้อหา ถ้อยคําในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้น เปึนการเลือกอาวุธสังหารนักการเมืองทั้งสิ้น นี่ถ้าเปึนการเปรียบเปรยว่า กฎหมายแต่ละฉบับจะต้องควบคุมนักการเมืองอย่างไร กันบ้าง หมายความว่านักการเมืองที่อยู่ในสภามีโอกาสอย่างเดียวก็คือว่า ชี้ว่าองค์กรนี้ สามารถใช้อาวุธนี้ในการสังหารนักการเมืองได้ ประหารชีวิตพรรคการเมืองได้ มีหน้าที่กัน อย่างนี้เท่านั้นเอง จะเห็นได้ชัดว่าไม่ว่าจะเปึนกฎหมายที่แต่ละฉบับโดยองค์กรอิสระ หรือหน่วยงานอื่นใดตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด เปึนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการที่จะ บังคับใช้กับนักการเมืองทั้งสิ้น ผมจึงบอกว่าในฐานะที่เปึนนักการเมือง ผมเองไม่ได้ มีปัญหาที่จะต้องไปเคยขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ แต่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมเองเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้บอกกับเพื่อนสมาชิกและกราบเรียนไปยัง ท่านตัวแทนจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าในการพิจารณาร่างกฎหมายใด ๆ ก็ตาม ผมบอกเสมอว่าอย่าคิดในวันที่เราเปึนรัฐบาล ให้คิดในวันข้างหน้าที่เราเปึนพรรคฝ์ายค้าน อย่าคิดในวันที่เราจะได้ประโยชน์จากการพิจารณากฎหมายนี้ เพราะฉะนั้นให้คิดในวันที่ ทุกอย่างมันเปึนอีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นกฎหมายที่จะออกมาในลักษณะใด ๆ ก็ตาม หมายความว่าไม่ว่าอยู่ในช่วงขณะใด ๆ ก็ตาม ความยุติธรรม ความเสมอภาคมันจะได้ ตราไว้ไม่มีส่วนได้เสีย หรือว่าเปึนคุณ เปึนโทษกับฝ์ายหนึ่งฝ์ายใดเปึนการโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นเมื่อทางท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนองค์กรสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ได้ส่งร่างนี้มายังประธานสภาผู้แทนราษฎร และอย่างที่ผมบอกว่าส่งมาเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรรับไปแล้ว แล้วไปทําผิดรัฐธรรมนูญ นี่เปึนเรื่องใหญ่เลยครับ ท่านประธานที่เคารพ เรากําลังจะทํา มีเวลา ๑๐ วัน ผมถามกับท่านประธานเลยครับว่า สัปดาห์หน้าแปลความว่าสภาผู้แทนราษฎรยกมือ ๓ วาระรวด ผมยังไม่แน่ใจว่าวุฒิสภา อย่างที่ผมได้เรียนกับท่านประธานว่าจะสามารถรับไม้กันได้ต่อไปหรือไม่ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนเพื่อเปึนการบันทึกกับสภาในการเบื้องต้นว่า วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้ส่งเรื่อง มาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทําให้ผิดรัฐธรรมนูญในมาตรา ๓๐๐ วรรคห้า เพราะถึงอย่างไรจะไม่มีทางพิจารณารัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้แล้วเสร็จ ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อมาก็คือว่าเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น ผมเองได้อภิปราย เมื่อวานนี้ แล้วขออนุญาตเพิ่มเติมว่าเมื่อวานนี้อภิปรายเปึนการแตกประเด็นเท่านั้นเอง มีหลายมาตราครับท่านประธาน แต่มาตราที่ผมจะหยิบยกมาอภิปรายก็คือว่า มาตรา ๑๐ ตุลาการอาจถูกคัดค้านได้ในเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(๑) มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องในคดีที่ขอให้วินิจฉัยหรือเคยพิจารณาวินิจฉัย ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ขอวินิจฉัยนั้นมาก่อน เราจะเห็นได้ชัดว่าในอดีตที่ผ่านมานั้น แม้ว่าไม่มีใครร้องไปตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในต่างยุคต่างสมัยท่านได้แสดงการรู้ตัวเลย นะครับท่านก็ถอนตัวไม่เข้าไปทําหน้าที่

(๒) บอกอย่างนี้ว่าเปึนหรือเคยเปึนสามีหรือภรรยาหรือญาติของคู่กรณี ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง คือบุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใด ๆ หรือพี่น้อง ลูกพี่ลูกน้อง นับได้เพียง ๓ ชั้น หรือเปึนญาติทางการสมรสนับได้เพียง ๒ ชั้น อันนี้เปึนเหตุผลของ การถูกคัดค้านได้

(๓) ที่ผมได้อภิปรายเมื่อวานนี้แล้วเปึนเหตุผลหนึ่งที่ผมบอกว่าเปึนการร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อคนที่เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน เคยถูก อ้างเปึนพยานโดยที่ได้รู้เห็นเหตุการณ์เว้นแต่เคยมีส่วนร่วมในกระบวน ทางนิติบัญญัติหรือเคยแสดงความเห็นในฐานะเปึนผู้เชี่ยวชาญมีความรู้เปึนพิเศษ ในปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้น มาตรานี้เปึนส่วนที่ต้องวิพากษ์วิจารณ์ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่ามาตรา ๑๐ (๓) ได้กระทําเพื่อ นายจรัญ ภักดีธนากุล ในฐานะ ที่เปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมาก่อน ในฐานะที่เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญมาก่อน เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเปึนองค์กรที่ต้องตีความรัฐธรรมนูญเปึนส่วนใหญ่หรือวินิจฉัยสิ่งใดขัด ตามรัฐธรรมนูญบ้าง นายจรัญ ภักดีธนากุล ในฐานะที่เปึนตุลาการรัฐธรรมนูญมีส่วน เกี่ยวข้องในการพิจารณารัฐธรรมนูญในทุกขั้นตอน ผมกราบเรียนไปยังท่านประธานผ่าน ไปยังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าผมได้อภิปรายในสภานี้หลายครั้งว่า นายจรัญ ภักดีธนากุล ได้เคยไปบรรยายในที่ต่างกรรมต่างวาระบอกว่า ในขณะที่ตัวเองเปึนประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ นั้นได้รับโจทย์มาท่านไม่ได้บอกว่ารับโจทย์ จาก คมช. หรอกครับ แต่ท่านบอกว่าท่านได้รับโจทย์มาว่าให้ร่างรัฐธรรมนูญภายใต้ สมมุติฐานว่านักการเมืองเปึนคนชั่วร้าย ส.ส. รัฐมนตรีเปึนคนเลว เปึนคนที่ใช้ไม่ได้ ท่านจึง บอกว่าจึงร่างรัฐธรรมนูญภายใต้โจทย์นี้ จึงร่างยากกันพอสมควร และท่านก็ ร่างรัฐธรรมนูญภายใต้โจทย์บนสมมุติฐานว่านักการเมืองเปึนคนชั่วร้าย ท่านร่าง รัฐธรรมนูญเสร็จตําแหน่งเดิมท่านเปึนปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่ปรากฏว่าเมื่อ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ประกาศใช้ท่านก็มาสมัครเปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปนั่งอยู่ใน ศาลรัฐธรรมนูญแล้วมาวินิจฉัยประเด็นเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญที่ท่านมีความอคติ มาตั้งแต่ต้น ผมบอกว่านักการเมืองอย่างพวกเรานี่นะครับไม่ใช่ว่าเปึนคนกลัวผิด แต่ผม บอกกับท่านประธานเลยว่าเราจะพิจารณาสิ่งใด ๆ ก็ตามเราจะเลือกคนที่มีความอคติ มาตั้งแต่ต้นมาพิจารณาสิ่งที่เปึนคดีที่มีความชอบธรรมนั้นไม่ได้ เพราะตัวเองตั้งแต่เริ่ม การร่างรัฐธรรมนูญก็ร่างโดยสมมุติฐานโดยการสารภาพของตัวเองว่าร่างรัฐธรรมนูญ บนสมมุติฐานของนักการเมืองเปึนคนเลว เปึนคนชั่วร้าย วันนี้คดีของท่านเกือบส่วนใหญ่ แล้วครับที่เขาไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญล้วนแต่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เมื่อคนที่เปึนตุลาการรัฐธรรมนูญร่างรัฐธรรมนูญมากับมือบนความอคติ ความชิงชัง นักการเมือง ผมถามท่านประธานไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญว่าเมื่อท่านร่างว่ามาคุ้มกันใน มาตรา ๑๐ (๓) ให้คัดค้านในประเด็นนี้ไม่ได้นี่นะครับ นั่นหมายความว่าคนที่เปึน นักการเมืองที่นั่งอยู่ในสภานี่นะครับ ผมไม่เรียกร้องสมาชิกสภาทั้งหมดหรอกครับ แต่ผมเรียกร้องกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มีความรู้สึกรู้สาในทางการเมืองกันว่าถ้าเปึนอย่างนี้สภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ต้องผ่าน กฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญกระทําการอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ ที่ผมพูดวันนี้ ก็คือว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันต้องใช้กับคนทุกคน และวันข้างหน้ากันอีกยาวไกล เพราะฉะนั้นเมื่อกรณีนี้มันเปึนกรณีตัวอย่าง เมื่อมีการ เสนอร่าง แม้ว่าท่านได้ไปให้เหตุผลกันว่ามาตรา ๑๐ (๓) นั้น ได้มีการเขียนกันไว้ก่อนที่จะ มีการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ แต่ท่านลืมไปว่าเวลาที่ท่านให้เหตุผลต่อการยื่น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยความล่าช้า ท่านบอกว่าเปึนเพราะรอตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ เห็นไหมครับว่าท่านให้การทั้ง ๒ เรื่องนี้ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง ผม บอกว่าผมไม่ได้มีอคติอะไรกับศาลรัฐธรรมนูญ แต่ทว่าถ้าต้องการให้สภาชุดนี้เปึนสภา ตรายางที่จะออกกฎหมายเหยียบย่ําอะไรกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือนักการเมืองได้ นั้น ผมเปึนคนหนึ่งที่มีสติที่ไม่สามารถที่จะยกมือให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ได้ แต่เมื่อวิป รัฐบาลก็บอกว่าให้ผ่านไปก่อนมาตราไหน ๆ ให้ไปแก้ไขในขั้นตอนของวาระที่ ๒ นี่ก็ว่ากัน ไปอย่างไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมบอกไปยังท่านประธานว่าการร่างกฎหมายในการเอื้อ ให้กับพวกเดียวกัน ขณะตรวจสอบบุคคลอื่นด้วยความเข้มข้น แล้วปล่อยปละละเลย กับพวกเดียวกันนั้น มันไม่ยุติธรรมในการร่างกฎหมายครับท่านประธาน (๔) เปึนผู้แทน โดยชอบธรรมของคู่กรณีฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งมาก่อน เรื่องเหล่านี้ก็ตีความกันได้มากมาย (๕) มีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาที่ตุลาการนั้นเอง สามี ภรรยา หรือญาติสืบสายโลหิต ขึ้นลง ขึ้นไป ลงมา ของตุลาการชั้นหนึ่งอะไรนี่ ผมไม่ติดใจครับท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๑๑ ครับท่านประธาน บอกว่าเมื่อมีเหตุที่จะคัดค้านอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามมาตรา ๑๐ เกิดขึ้นแก่ตุลาการคนใด ตุลาการคนนั้นจะแถลงต่อศาลแสดงเหตุที่ตน ถูกคัดค้านแล้วขอถอนตัวออกจากการพิจารณาคดีนั้นก็ได้ ผมเชื่อว่าถ้าตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญเหมือนในอดีตที่ผมได้เห็น ท่านเองเปึนคนแสดงความรับผิดชอบ แสดง สป่ริต (Spirit) โดยที่ไม่มีใครร้องไปเลย ท่านบอกว่าท่านจะไปพิจารณาเรื่องนี้ไม่ได้ เรื่องนี้ เปึนที่ประจักษ์กับสังคมมากมาย แต่ถ้าในกรณีเดียวกันที่มีข้อสงสัยเรื่องรัฐธรรมนูญ ผมไม่แน่ใจว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ผมได้เอ่ยชื่อมานั้นจะได้แสดงสป่ริตเหมือนอย่าง ที่ว่าหรือเปล่า ถ้ามาตรา ๑๐ (๓) ได้เป่ดเอาไว้ สมมุติว่าเปึนคนที่มีสป่ริต ผมบอกได้เลย ว่าแทบทุกคดีท่านพิจารณาไม่ได้เลย ถ้าทุกคดีท่านพิจารณาไม่ได้เลยถ้าไม่มีมาตรา ๑๐ (๓) เพราะฉะนั้นผมจึงบอกกับท่านประธานว่ามาตรานี้ถึงอย่างไรก็จะต้องให้มีการแก้ไข เพราะว่าคนที่มีส่วนได้เสีย คนที่จะต้องได้รับคําพิพากษา อย่างที่ผมบอกว่าอย่างน้อย ที่สุดในการวินิจฉัยในการจะตัดสิน อย่างน้อยคนที่เขาเปึนผู้ต้องหา เขาสามารถสบตา อย่างชื่นชมกับองค์คณะหรือคนที่ตัดสินชะตาชีวิตของเขาได้ แต่ทว่าถ้าคนที่ถูกตัดสิน มีความรู้สึกว่าการตัดสินนั้นได้ตัดสินบนแนวทางที่มีความอคติไม่ให้ความยุติธรรม ระหว่างองค์คณะผู้ตัดสินกับผู้ถูกตัดสิน มันเปึนแผลอยู่ในใจ เปึนกรรมในใจ ผมบอกว่า คนที่ผิดอย่างไรก็ผิดวันยันค่ํา ถ้าเขาได้รับกระบวนความยุติธรรมอย่างยุติธรรม เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๐ (๓) นี่นะครับ เรื่องนี้ผมว่ากันตรง ๆ เลยว่าเพียงแค่เอื้อกับ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพียงแค่ ๑ คน คือ นายจรัญ ภักดีธนากุล มาตรา ๑๖ ครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตตอบประเด็นที่ทางท่าน ร้อยโท ดอกเตอร์กุเทพ ได้อภิปราย กันก็คือว่าเรื่องการละเมิดอํานาจศาล ในชีวิตของผมเองนะครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเปึน ศาลปกติหรือศาลอะไรไม่เคยถูกต้องคดี เรื่องการละเมิดอํานาจศาล และการที่พูดทักท้วง ในมาตรา ๑๖ นั้น ไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะต้องไปวิพากษ์วิจารณ์ศาลแล้วจะต้องถูกข้อหา ละเมิด แต่ท่านประธานต้องยอมรับกับผมเหมือนกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนศาลที่เกี่ยวข้อง กับทางการเมืองย่อมจะวิพากษ์วิจารณ์ได้ ศาลปกครองเปึนศาลหนึ่งที่คนแตะไม่ได้ ไปศาลหนึ่งแล้ว จะโดยการออกระเบียบอะไรก็แล้วแต่เถอะครับ วันหนึ่งถ้าส่งวิธีพิจารณา ทางการปกครองก็จะต้องมีการพูดเรื่องนี้ แต่จะโดยการออกบังคับใด ๆ เรื่องการห้าม วิพากษ์วิจารณ์ แปลความกันว่าเมื่อตัดสินกันไปแล้วจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ผมบอกว่าถ้าอยู่ในศาลยุติธรรม อยู่ในศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ในศาลยุติธรรมในคดีอาญา คดีแพ่ง ปกติ ผมเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับใครที่จะไปละเมิด หรือจะไปวิพากษ์วิจารณ์ผลทางคดี แต่คดีในศาลรัฐธรรมนูญครับท่านประธานที่เคารพ เปึนคดีที่เกี่ยวข้องกับทางการเมืองที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป ๒ ทางกันอย่างสิ้นเชิง เขาจึงไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาตรา ๑๙๐ มองเห็นแตกต่างกัน เขาก็ส่งให้ท่าน ไปวินิจฉัย ท่านวินิจฉัยเสร็จมาแล้ว นักวิชาการอย่างธรรมศาสตร์หรือคนในซีก พรรคการเมือง บางคนก็บอกว่า แม้กระทั่งผมเองก็เห็นด้วยว่า ท่านไปเติมคําว่า อาจจะ ลงไปในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ แต่ว่าไม่เปึนผลเรื่องคําวินิจฉัย คําวินิจฉัยของท่านก็ถือว่าเปึนอันยุติ แต่การวิพากษ์วิจารณ์นั้นท่านต้องให้โอกาส คนในสังคมเขาวิพากษ์วิจารณ์ได้ นักการเมืองย่อมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินของ ศาลรัฐธรรมนูญได้ ประชาชนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญได้ ท่านจะมาระบุได้ อย่างไรครับว่า ตามมาตรา ๑๗ ที่ว่า ผู้ใดวิจารณ์หรือการพิจารณาหรือการวินิจฉัยของ ศาลโดยสุจริตด้วยวิธีการทางวิชาการ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานละเมิดอํานาจศาลหรือดูหมิ่น ศาลหรือตุลาการ ประชาชนตาสีตาสาที่เขามีความรู้สึก ถ้าเขาไปแสดงความคิดเห็นนี้ ประชาชนที่ไหนเขาจะไปแสดงความคิดเห็นทางวิชาการได้ล่ะครับท่านประธาน ผมจึงบอกว่า

๑. ก็คือว่า คําวินิจฉัยนั้นมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ นี่ทุกคนรับรู้กัน แต่ในถ้อยคําของคําวินิจฉัยนั้น ถ้ามีการวิพากษ์วิจารณ์กันบนสาธารณะ อย่างตรงไปตรงมา ถ้ามีถ้อยคําที่ไปหมิ่นประมาท ท่านก็สามารถแจ้งความดําเนินคดี ข้อหาหมิ่นประมาทได้ตามปกติกันอยู่แล้ว แต่การวิพากษ์วิจารณ์ในเนื้อหาการวินิจฉัย ซึ่งเปึนข้อสงสัยนั้นมันเหมือนกับการไปมัดปากนักการเมืองและพี่น้องประชาชน อีกครั้งหนึ่ง ขอกราบเรียนต่อท่านประธานนะครับว่า การตัดสินแต่ละคดีอย่างที่ผมบอกว่า ถ้าวันนี้สภาผู้แทนราษฎรยอมให้ท่านผ่านกฎหมายและบอกว่าต่อไปนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนศาลเดียวทางการเมืองเวลานี้นะครับ ศาลปกครองแตะต้องไม่ได้แล้วนะครับ ใครแตะต้องหมิ่น ละเมิด อํานาจศาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภานี้มีบทเรียน เอ่ยชื่อนี้ ก็ขนลุกแล้ว แต่เพราะอะไรครับ ทั้งที่ศาลปกครองเองก็มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางการเมือง มากมาย ผมบอกว่าวันนี้สภาผู้แทนราษฎรของเรา มันต้องตั้งกันอยู่ในสติเหมือนกันว่า ผมเปรียบเปรยกันว่า เหมือนพวกเราเองนั่งสนทนากันในห้องกาแฟบอกว่า เหมือนไก่ ในเล้า ในเล้าดังกล่าวมีอยู่ ๔๘๐ บังเอิญว่าฝ์ายชอบฆ่าไก่เขาชอบเลือกฆ่าไก่ ทางฟากนี้ก่อน แต่ไก่ก็ย่อมเปึนไก่วันยังค่ํา สุดท้ายมันก็เหลือแต่เล้า ผมจึงบอกว่า วันนี้ครับท่านประธานที่เคารพ เนื้อหาสาระของกฎหมายฉบับนี้นั้น การที่จะไปตัดสิ่งที่ วิพากษ์วิจารณ์แล้วมีบทลงโทษนะครับ เช่น ตักเตือน หรือแม้แต่กระทั่งถึงโทษจําคุก ไม่เกิน ๑ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งปรับทั้งจํา ดูเสมือนโทษน้อย แต่ทั้งหมดนั้นเปึนการปัองกันตัวเองจากการพิจารณาของท่าน รูปแบบการพิจารณา อย่างที่ท่านได้แถลงทุกครั้งว่าแต่ละท่านมีคําวินิจฉัยเปึนการเฉพาะ เพราะฉะนั้นในแต่ละ บุคคลที่เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อประชาชนได้ไปอ่านคําวินิจฉัย เขาย่อมที่จะ แสดงความคิดเห็นได้ แต่อย่างที่ผมบอกว่า ถ้าไปขีดเส้นความเปึนวิชาการกันนั้น ตาสีตาสาเขาจะเอื้อมมือมาไม่ถึงท่านเลย เพราะฉะนั้นกฎหมายมันควรที่จะบังคับกับ คนทุกคนไม่มีใครเปึนนักนิติศาสตร์ ไม่มีใครเปึนอาจารย์ทางกฎหมายกันเต็มประเทศ หมายความว่าการตัดสินของ ท่าน ชาวนา เกษตรกร ผู้ใช้แรงงานมีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์เหมือนกับนักวิชาการ ในมหาวิทยาลัย เหมือนกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ส.ว. บนพื้นฐานของความ เสมอภาค เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ ผมไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพ โดยเนื้อหาสาระทั้งหมด ผมเองยังเห็น ว่ามีอีกหลายมาตรา แต่ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกแต่ละคนจะได้ช่วยอธิบายความกัน แต่นี่เปึนสภาผู้แทนราษฎร มีความคิด ๒ ทางอย่างชัดเจนมีฝ์ายค้าน มีรัฐบาล แน่นอน ที่สุดความคิดเห็นบางเรื่องอาจจะเห็นเหมือนกัน เรื่องโดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ไม่เหมือนกัน นี่เปึนปกติ แต่ว่าเราในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่างผม ผมพูดเสมอครับ ท่านประธานว่า สภาผู้แทนราษฎรจะอยู่วันไหนไม่สําคัญ ไม่ติดยึด ไปวันไหนก็ไปวันนั้น ไม่มีปัญหาอะไรเลย ก่อนมาก็เปึนคนปกติ วันนี้ลงไปก็กลายเปึน คนปกติ ไม่เคยคิดเลยว่าการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมันจะต้องไปกลัวในสิ่งที่ จะต้องพูดความจริงอะไรกัน แต่สิ่งที่ผมจะได้อธิบายท่านประธานไปยังตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญก็คือว่าวันนี้สิ่งที่จะดํารงอยู่หรือแก้ความแตกแยกในชาติบ้านเมืองได้ ผมก็อยู่ในฝ์ายแตกแยกอันหนึ่ง นี่ยอมรับตรง ๆ ครับท่านประธาน แต่วันนี้แต่ละฝ์าย ในบ้านในเมืองไม่มีใครฟังใครกันเลย เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องการองค์กรที่มีความสุจริต และเที่ยงธรรม มีความยุติธรรมที่จะมาแก้ไขปัญหาเมื่อเวลาที่ในสังคมที่ไร้ทางออก และองค์กร ๆ นั้นสามารถที่จะมาตัดสินโดยความที่ไม่มีใครเคลือบแคลงสงสัยกันได้ เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่าการส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเชื่อว่าท่านไม่จงใจส่งเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรทําผิดรัฐธรรมนูญ บังเอิญว่าคนที่อยู่ สภาผู้แทนราษฎร พูดตรง ๆ นะท่านประธาน มีชีวิตที่อาจจะดีกว่ารัฐบาล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศนะครับ จะเจรจาความเมืองกับป้หนึ่ง ๕ ประเทศ ไม่รู้ได้ หรือเปล่า ท่านประธานลองไปเป่ดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ถ้า ๑ เรื่องเข้าข่าย ตามวรรคสอง ให้ไปดูวรรคสามทันทีเลยว่าจะต้องไปรับฟังความคิดเห็นก่อน หลังจากนั้น จะต้องมาขอกรอบการเจรจาต่อสภา สภาให้กรอบไปเจรจา เจรจาเสร็จจะลงสัญญา ต้องมาเข้าวรรคสอง สภาต้องอนุมัติภายใน ๖๐ วัน เข้าวรรคสองเสร็จ ไปเซ็นสัญญา เสร็จแล้วก็มาเข้าวรรคสี่ บอกเลยว่าจะต้องมาเป่ดเผยในที่สาธารณะแล้วก็ดูแลสิ่งที่ได้รับ ผลกระทบ แค่ขั้นตอนแรกเป่ดตามวรรคสาม กรอบการเจรจาต่างชาติรู้หมดแล้ว ท่านลองดูสิครับ ๑ เรื่องเจรจาความใน ๑ ป้ ๕ ประเทศก็ไม่ได้ จะมีเรื่องทุกเรื่องถ้าไม่มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านก็วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญนะครับ เรื่องจะไปถึงท่านอีกมากมาย เพราะฉะนั้นผมก็อยากฟังเหตุผล เพราะการให้เหตุผลที่แตกต่างกัน ในเรื่องที่ส่งเรื่อง ล่าช้าท่านก็บอกว่ารอตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่ พอมาตรา ๑๐ (๓) ท่านก็บอกว่า ทําก่อนได้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมจะสรุป อย่างนี้เลยก็คือว่าวันนี้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายเฉพาะที่รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ก็ว่าได้ที่เป่ดช่องให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระเสนอขึ้นมาเอง กลายเปึนอํานาจที่ ๔ ในสังคมไทยแล้ว เดิมอํานาจอธิปไตย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ครูบาอาจารย์บางคนที่มีความเปึนนักวิชาการบอกเลยว่าสังคมไทยจะสงบได้เลยวันนี้ นิติบัญญัติทําหน้าที่นิติบัญญัติ บริหารทําหน้าที่บริหาร ตุลาการทําหน้าที่ตุลาการ แต่อํานาจที่ ๔ เปึนอํานาจที่น่ากลัวนอกจากอํานาจอธิปไตยทั้ง ๓ เพราะฉะนั้นเมื่อวันนี้ สภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่จะต้องพิจารณากฎหมายฉบับนี้ เมื่อมติวิปบอกผมว่า โดยส่วนตัวผมเห็นว่ากฎหมายนี้มีข้อบกพร่อง เมื่อวิปบอกว่าให้เห็นว่าให้ผ่านกันไปก่อน ผมก็ไม่ขัดข้อง เพียงแต่ว่าหลายมาตราต้องแก้ไข เพราะว่าตุลาการรัฐธรรมนูญหรือ ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคดีบนความเคลือบแคลงสงสัยของพี่น้องประชาชนไม่ได้ เพราะท่านเปึนที่พึ่งของประชาชน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน เชิญครับ

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน แบบสัดส่วน 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน จังหวัดร้อยเอ็ด ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวิธีพิจารณาความอาญาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... มาให้สภา พิจารณานั้น กระผมได้พิจารณาในตัวร่างพระราชบัญญัติถึงความจําเปึนในการ ที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของ ศาลนั้น เห็นว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่ง เพราะรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้กําหนดที่ตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมา ไม่ได้กําหนดวิธีพิจารณาความไว้ ซึ่งออกเปึนระเบียบหรือข้อบังคับ ของศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาการดําเนินคดี ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ นั้น ถึงแม้ว่า เปึนระเบียบของศาลรัฐธรรมนูญ การพิจารณาคดีในศาลรัฐธรรมนูญก็เปึนไปด้วยความ เรียบร้อย และรู้สึกที่ผ่านมานั้นการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญในป้ที่ผ่านมาตลอด ของป้ ๒๕๔๐ รู้สึกว่าการดําเนินการของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องคําวินิจฉัยหรือคําพิจารณาคดี ได้ มีแสดงความคิดเห็น มีทางออก มีทางแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เมื่อกี้นี้ท่านผู้อภิปราย ๒ ท่านที่ผ่านมานี้ เปึนห่วงเปึนใยในมาตรา ๑๐ ว่าด้วยเรื่องการที่จะยื่นคัดค้าน ศาลรัฐธรรมนูญหรือข้อโต้แย้งศาลรัฐธรรมนูญนั้น นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ในมาตราที่ ๑๖ และ ๑๗ เรื่องการนําวิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้ในกระบวนการของการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการละเมิดอํานาจศาล ซึ่งเรื่องนี้ครั้งก่อนที่ผ่านมา ไม่ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้มาตรานี้ ไม่ได้นําความ พิจารณาความแพ่งมาใช้ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่การที่นํามาพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญนี้ ก็เปึนเหตุหนึ่งที่ต้องเสนอต่อท่านศาลรัฐธรรมนูญและผู้ที่เสนอ เข้ามา และเสนอต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาในเรื่องนี้โดยรอบคอบ เพราะเราจะผ่านในเรื่องสําคัญเรื่องนี้หรือไม่

ในเรื่องที่ ๑ ที่ผมจะพิจารณา ที่อยากเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญและผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือมาตรา ๑๐ ตุลาการอาจจะ ถูกคัดค้านด้วยเหตุใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ หรือตั้งข้อรังเกียจศาลที่จะมานั่งพิจารณาคดี เราเคยชินกับการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรม ข้อโต้แย้งต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่นี้ ในประมวล วิธีพิจารณาความอาญาก็ตาม เขาก็ไม่ได้กําหนดไว้ แต่ศาลยุติธรรมที่ผ่านมา ท่านก็ กํากับข้อโต้แย้งต่าง ๆ และพิจารณาให้สามารถคัดค้านได้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งปรากฏในวิธี พิจารณาความแพ่งก็นําไปใช้ แต่สิ่งที่ท่านนํามาใช้ในขณะนี้ กําหนดไปในวิธีพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญนั้น ผมเห็นว่าเหมาะสมดี แต่สิ่งที่ยังต้องฝากว่าให้สมาชิกได้ช่วย พิจารณาก็คือ ถูกอ้างเปึนพยานโดยรู้เห็นเหตุการณ์ เว้นแต่เคยมีส่วนร่วมในกระบวนการ ทางนิติบัญญัติหรือเคยแสดงความคิดเห็นในฐานะผู้เชี่ยวชาญหรือความรู้พิเศษในปัญหา ข้อกฎหมายหรือเกี่ยวข้องในคดีนั้น เรื่องนี้นะครับศาลอื่นไม่ได้เขียนไว้นะครับ แต่ศาลรัฐธรรมนูญนี้ และศาลสูงสุดนะครับ ไม่ว่าศาลยุติธรรมพิจารณาคดีแล้วมีข้อโต้แย้งรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าศาลปกครอง ไม่ว่า องค์กรอิสระทั้งหลาย องค์กรต่าง ๆ มีข้อโต้แย้งกัน ต้องการให้ท่านเปึนคนกลางแม้แต่ พิจารณาคดีพิจารณาความอาญาในศาลฎีกาก็ตาม กําหนดว่าให้ตุลาการนี้เปึนกลางครับ คนที่จะเข้ามาอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญต้องเปึนกลาง การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเปึน ปัญหาที่โต้แย้งระหว่างคนถ้าคนรู้สึกว่าไม่เปึนธรรมแล้วปัญหาบ้านเมืองมันจะขยายลงไป กระจายความขัดแย้งออกไปอย่างกว้างขวาง ฉะนั้นในข้อโต้แย้งตรงนี้ในข้อยกเว้น ไม่อยากจะให้ปรากฏไว้ใน (๓) มาตรา ๑๐ ตัดไปเสียครับ ให้ท่านมีวินิจฉัยของตัวท่านเอง ให้ท่านมีความรู้สึกว่าคู่ความสามารถที่จะโต้แย้งได้ว่าเขาไม่ได้รับความเปึนธรรมกับ ตัวเขา หรือองค์กรต่าง ๆ เขาสามารถที่จะโต้แย้งได้เปึนสิทธิที่น่าจะต้องพิจารณาครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญครับ เรื่องที่ ๒ ที่ผมพูดถึงเรื่องการนําพิจารณาความแพ่งมาใช้ ในศาลไม่เท่าไรหรอกครับแต่การวิพากษ์วิจารณ์ของศาลรัฐธรรมนูญหรือว่าศาลปกครอง ไม่ใช่ผ่านมาในป้ ๒๕๔๐ เราวิพากษ์วิจารณ์กันได้เต็มที่ไม่ว่าผู้สื่อข่าวก็ตาม สื่อมวลชน ก็ตาม ภาคประชาชนก็ตาม สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างความเต็มใจและ ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่เคยเอาไปใช้แล้วปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่เคยใช้ในกรณีไหนเลย แล้วท่านมาบัญญัติเข้าคราวนี้ไป ถ้าจะพิจารณากันรู้สึกว่าจะเปึนการป่ดปากทําให้ ประชาชนไม่สามารถที่จะแสดงข้อคิดเห็นอะไรได้ สิ่งที่น่าจะต้องพิจารณาก็คือว่า การนําเอาการพิจารณาความแพ่งมาใช้ตรงนี้เอามาใช้ผมว่าศาลรัฐธรรมนูญองค์กรต่าง ๆ เข้ามา บุคคลทางการเมืองท่านเปึนศาลทางการเมืองท่านต้องพิจารณาข้อคิดเห็นใช้ทาง รัฐศาสตร์แล้วไม่ปรากฏว่าองค์กรไหนที่จะไปก่อความเดือดร้อนวุ่นวายอะไร ภาคประชาชนต่าง ๆ ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ทั้ง ๒ มาตรา คือมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ผมว่าไม่ควรจะนํามาใช้วิจัยปัญหาความในศาลรัฐธรรมนูญครับ น่าจะต้องตัดออก ประมวลกฎหมายอาญากําหนดไว้ชัดเจนแล้วครับว่าผู้กระทําผิดอาญาละเมิดต่อศาล ก็ตามอะไรก็ตามสามารถใช้ได้อยู่แล้ว อย่านํามาใช้โดยวิธีการตัดสินความโดยไม่เข้าสู่ กระบวนการพิจารณาเลยครับ เห็นว่าศาลตัดสินวิธีพิจารณาความแพ่งว่าละเมิดศาล ตัดสินว่าจะให้ดําเนินการอย่างโน้นอย่างนี้ มีโทษจําคุกบ้าง มีโทษให้แก้ข่าวหนังสือพิมพ์ อะไร อย่าให้ใช้อํานาจโดยไม่มีวิธีพิจารณาความเลยครับ ให้มีการสู้คดีอย่างโดยรอบคอบ นะครับ ผมขอฝากให้สมาชิกและฝากทางนี้ ถึงแม้ว่าพวกเราจะรับหลักการแต่เรื่องนี้ ควรพิจารณาควรจะตัดออกไป ผมขอเสนอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ นายจุมพฏ บุญใหญ่

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน จังหวัด สกลนคร เขต ๒ ท่านประธานครับ ในฐานะของวิปรัฐบาล ที่ประชุมได้มีมติให้รับหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้นะครับด้วยเหตุผลว่าเปึนกฎหมายที่จําเปึน จะต้องมีดีกว่าที่จะให้ไปอยู่ในระเบียบที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ กระผมเอง มีข้อสังเกตมาที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ ๒ ประการ คือว่าด้วย เรื่องของการคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและว่าด้วยเรื่องของการละเมิดอํานาจ ศาลรัฐธรรมนูญดังนี้ครับท่านประธาน ผู้ใช้กฎหมายก็ไม่ควรไปตีความกฎหมาย หรือถ้าในกระบวนการยุติธรรมก็คือผู้จับกุม กล่าวหาว่าบุคคลใดกระทําความผิดไม่ควรเปึนผู้สอบสวน ผู้ใดสอบสวนก็ไม่ควรเปึนผู้สั่ง ฟัองคดี และผู้ใดสั่งฟัองคดีแล้วก็ไม่ควรที่จะมามีอํานาจตัดสินคดี ท่านประธานครับ ในบทบัญญัติว่าด้วยการคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นผมขอตั้งข้อสังเกตว่าควรจะ มีบทบัญญัติที่ว่า ผู้ใดที่เข้ามาเปึนผู้ร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ควร อย่าว่าแต่คัดค้าน เลยครับ ไม่ควรไปเปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าไปเปึนแล้วจะมาบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดเปึนผู้ร่างรัฐธรรมนูญหรือมีบทบาทในการร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ควรจะมาตัดสินคดี ของศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ อันนี้ตั้งข้อสังเกตไป

ท่านประธานครับ มาที่การละเมิดอํานาจศาล ท่านประธานที่เคารพ กระผมอยากจะพูดถึงถ้อยคํา ๒ ประโยคว่า เมื่อเปึนเขียงก็ต้องทนให้คนสับ เมื่อเปึนมีด ก็จงสับอย่านับรอย ท่านประธานครับ ในศาลยุติธรรมนั้นการพิจารณาคดีจะมี ๓ ศาล ถ้าผู้พิพากษาศาลชั้นต้นไม่เห็นด้วยกับองค์คณะก็เขียนความเห็นแย้งไว้ใน ท้ายคําพิพากษาได้ ในศาลอุทธรณ์ก็เขียนความเห็นแย้งไว้ในคําพิพากษาได้ แม้แต่ใน ศาลฎีกาเองก็สามารถเขียนคําเห็นแย้ง และท่านประธานครับ แม้จะเปึนการวินิจฉัยโดยที่ ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็ยังมีหมายเหตุท้ายคําพิพากษาศาลฎีกา นั่นคือเพื่อการพัฒนา ความคิดเห็นทางกฎหมายและการพัฒนาหลักกฎหมาย ส่วนการละเมิดอํานาจศาล ที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖ กระผมจําตัวเลข ไม่ทราบจะผิดหรือเปล่านะครับว่า ให้เอาบทบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วย การละเมิดอํานาจศาลมาใช้บังคับโดยอนุโลม ผมขอกราบเรียนว่าถ้าเปึนการประพฤติตน ไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลนั้นก็น่าสมควรเพื่อให้การพิจารณาคดีเปึนไปด้วย ความเรียบร้อยและรวดเร็ว

ท่านประธานครับ แต่มีบทลงโทษในกฎหมายอาญาไว้ว่า ผู้ใดดูหมิ่นศาล หรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี นั่นเปึนความผิดทางอาญา เปึนความผิด ต่อตําแหน่ง เปึนความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม บทบัญญัติในทางอาญานี้เปึน บทบัญญัติที่เพียงพอหรือไม่ที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะใช้หรือไปแจ้งความดําเนินคดี โดยไม่มีบทบัญญัติในมาตรา ๑๗ เกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์การวินิจฉัยของศาลในเชิง วิชาการ ท่านประธานครับ นักวิชาการนิติศาสตร์นั้นบ้านเรามีจํากัดครับ ยิ่งนักวิชาการ นิติศาสตร์ในด้านกฎหมายมหาชนนั้นยิ่งมีจํากัดน้อยนิดลงไปอีก และถ้าเปึนประชาชน หรือสื่อมวลชนถ้าจะวิพากษ์วิจารณ์ การตีความหรือใช้ดุลยพินิจว่าการวิพากษ์วิจารณ์ใด ที่เปึนไปในเชิงวิชาการและการวิพากษ์วิจารณ์ใดที่เปึนไปโดยสุจริต โดยให้ศาลใช้ดุลพินิจ อย่างกว้างขวางนั้นกระผมเกรงว่าการที่จะพัฒนาหลักกฎหมายโดยศาลรัฐธรรมนูญนั้น จะเปึนตัวขัดขวางไว้

ท่านประธานครับ เนื่องจากคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีความสําคัญอย่างยิ่งยวด คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเปึนเด็ดขาดและมีผล ผูกพันต่อรัฐสภา มีผลผูกพันต่อคณะรัฐมนตรี มีผลผูกพันต่อศาลทุกศาล และมีผลผูกพัน ต่อองค์กรของรัฐทุกองค์กร ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการละเมิด อํานาจศาลแล้วผมเชื่อว่าในอดีตที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ มีการ วิพากษ์วิจารณ์ว่าศาลรัฐธรรมนูญถูกแทรกแซง ซึ่งนั่นเปึนการพูดในข้อเท็จจริงครับว่า ตัดสิน ๘ ต่อ ๗ ซึ่งท่านตุลาการในอดีตก็ไม่เคยไปแจ้งความดําเนินคดี ทั้งที่มันไม่ใช่ ไม่ใช่เลยนะครับว่าเปึนการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงวิชาการกฎหมาย ไม่ใช่ครับ แต่เปึนการ กล่าวหาไปที่ตัวตุลาการครับ ซึ่งถ้าว่าจริง ๆ แล้วก็คือเปึนการดูหมิ่นตุลาการ แต่ท่านเอง ก็ไม่ได้ดําเนินคดีผู้ใดที่ไปกล่าวหาว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้ถูกแทรกแซง

ท่านประธานครับ เมื่อมาถึงเรื่องการละเมิดอํานาจศาล ผมอยากจะ กราบเรียนถามไปทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า การบิดเบือนคําวินิจฉัยของศาลถือว่า เปึนการละเมิดอํานาจหรือไม่ เมื่อมาถึงจุดนี้ ท่านประธาน กระผมขออนุญาตอ่าน คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๒๓ และ ๒๔ เรื่องพิจารณาที่ ๒๓ ๒๔/๒๕๕๑ คําวินิจฉัยที่ ๖ และ ๗ คือคําวินิจฉัยในคดี จอยท์ คอมมูนิเค (Joint communiqué) หรือแถลงการณ์ร่วมไทย–กัมพูชา ท่านประธานครับ ในคําวินิจฉัยหน้าสุดท้าย ซึ่งเปึนวรรณกรรมทางกฎหมาย รวมทั้งสิ้น ๒๕ หน้า ท่านได้วินิจฉัยว่า จอยท์ คอมมูนิเค หรือแถลงการณ์ร่วมไทย–กัมพูชา เปึนสนธิสัญญาที่จะต้องขอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบท่านประธานครับ ท่านยกหลัก กฎหมายมา ๒ ข้อ ข้อที่ ๑ ท่านบอกว่าเปึนสัญญาที่อาจ ท่านประธานครับ ท่านใช้คําว่า อาจ หลายที่ อย่างหน้า ๒๔ ท่านบอกว่า หากเปึนกรณีที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง อาณาเขตของประเทศไทยแล้ว ย่อมจะต้องดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง และบรรทัดเกือบสุดท้ายของหน้า ๒๔ ท่านบอกว่าคําแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว จึงเปึนหนังสือสัญญาที่อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตประเทศไทย จึงเปึนหนังสือ สัญญาที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง กําหนดให้ต้องได้รับความเห็นชอบของ รัฐสภาท่านขมวดคําวินิจฉัยลงไปในหน้า ๒๕ หน้าสุดท้ายว่าอาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คําแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา หรือ จอยท์ คอมมูนิเค ฉบับลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ เปึนหนังสือสัญญาที่อาจมี บทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ ท่านประธานครับ เมื่อท่านใช้คําว่า อาจ นั่นย่อม แสดงว่าแถลงการณ์ร่วมนี้มิได้ทําให้อาณาเขตของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปใช่ไหมครับ เพราะถ้ามันเปลี่ยนแปลงไป ท่านต้องบอกว่าหนังสือสัญญานี้มีบทที่ทําให้อาณาเขต ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป กระผมมีคําถามว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเองก็ไม่ได้ชี้ว่า อาณาเขตของประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงไปในแถลงการณ์จอยท์ คอมมูนิเค หรือ แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาแล้ว ถ้ามีบุคคลไปบิดเบือนคําวินิจฉัยของศาลว่า จอยท์ คอมมูนิเคหรือแถลงการณ์ร่วมไทย–กัมพูชา ได้ทําให้อาณาเขตประเทศไทยเปลี่ยนแปลง ไปแล้ว อย่างนี้เปึนการละเมิดศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ฝากไปที่ท่านศาลรัฐธรรมนูญ นะครับหรือท่านได้ชี้ว่าจอยท์ คอมมูนิเค หรือแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาได้เปลี่ยนแปลง ไปแล้ว แต่ผมตีความในมุมกลับ พลิกเหรียญอีกด้านหนึ่งมาดูเมื่อใช้คําว่าอาจ นั่นแสดงว่า ยังไม่เกิดขึ้นนะครับ ท่านก็ไม่ได้ชี้ตัวนี้ กรณีนี้เปึนการที่ละเมิดอํานาจศาลหรือไม่ ท่านประธานครับ กระผมขอสรุปข้อคิดเห็นและข้อสังเกตว่า ๑. การคัดค้านตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ควรหรือไม่ที่จะให้ผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญไปเปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๒. การละเมิดอํานาจศาล เมื่อมีบทว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับพนักงานในการยุติธรรม ซึ่งเปึนการหมิ่นตุลาการและศาลในการวินิจฉัยคดีแล้ว ควรหรือไม่ที่จะมีบทว่าด้วย การละเมิดอํานาจศาล และข้อสังเกตที่ว่าถ้ามีการบิดเบือนคําวินิจฉัยของศาลไปในทาง ตรงกันข้าม ถือว่าเปึนการละเมิดอํานาจศาลหรือไม่ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองเปึน คนหนึ่งที่ได้ติดตามเรื่องราวของการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญตลอดระยะเวลาที่ดํารง ตําแหน่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตลอดมา เช่นเดียวกันกับการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้เสนอต่อสภานี้ ก็เปึนกฎหมายฉบับหนึ่งที่ผมได้ติดตามมา โดยตลอด เนื่องจากว่าเปึนการดําเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้กันอยู่ ในปัจจุบันนี้ และเท่าที่พิจารณาดูแล้ว ก็ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของหลักการที่สภานี้จะต้อง รับหลักการเพื่อนําไปสู่การพิจารณาก่อนที่จะประกาศบังคับใช้เปึนกฎหมายต่อไป ทั้งนี้เพราะเหตุว่าการออกกฎหมายฉบับนี้ก็เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ ประกอบมาตรา ๓๐๐ ดังที่ได้มีคําชี้แจงในกฎหมาย ซึ่งได้เสนอต่อพวกเรา ซึ่งเปึนสมาชิกของสภานี้แล้ว เพียงแต่ในชั้นของการอภิปรายในวาระรับหลักการก็ดี ในชั้นของการแปรญัตติพิจารณาของกรรมาธิการก็ดี หรือในแม้แต่กระทั่งชั้นวุฒิสภา ก็ตาม ผมเข้าใจว่าคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทั้งหลายนั้น เปึนคําอภิปรายที่มีนัยทางการเมือง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ทางด้านการเมืองของ ประเทศเรานับตั้งแต่ยุคป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๔๔ จากนั้นเปึนต้นมา เหตุการณ์ทาง การเมืองในประเทศเรามีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก ความคิดเห็นที่ขัดแย้ง ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน การแบ่งขั้วแบ่งฝ์ายทางด้านความคิดต่าง ๆ เปึนเรื่องที่ดํารงอยู่ ในสังคมไทย และยังคงดํารงอยู่จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ คําอภิปรายใด ๆ ก็ตาม คงไม่อาจ ตัดให้พ้นไปจากนัยทางการเมืองความชอบความไม่ชอบ ความอคติไม่อคติต่อบุคคลหรือ ต่อสถาบันหรือแม้แต่ต่อสิ่งที่บุคคลหรือสถาบันนั้นได้กระทําไปได้ เพียงแต่ประเด็นในการ พิจารณาของพวกเราในวันนี้นั้น ถ้าเราตัดนัยทางการเมืองทั้งหลายออกไป แล้วพิจารณา ดูการเมืองการปกครองในประเทศของเราด้วยจิตใจที่เปึนประชาธิปไตย ด้วยการทําความ เข้าใจว่านี่คือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข เหตุการณ์พฤษภาทมิฬเมื่อป้ ๒๕๓๕ ที่ได้ก่อให้เกิดการปฏิรูปทางด้านการเมือง นับเนื่องกันมาตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ ที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น ได้บอกเราว่า ในป้ ๒๕๓๕ ผลพวงของเหตุการณ์นั้นและการปฏิรูปการเมืองเราได้พูดถึงแนวทาง รัฐธรรมนูญนิยม แนวทางดังกล่าวนั้นคือการใช้รัฐธรรมนูญในการมาเปลี่ยนแปลง ความสัมพันธ์ต่าง ๆ ระหว่างองค์กรและการใช้อํานาจ รวมถึงการถ่วงดุลขององค์กรต่าง ๆ ที่มีขึ้นในประเทศของเรา รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งหลายฝ์ายชื่นชมว่าเปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับหนึ่งซึ่งมีความเปึนประชาธิปไตยอย่างสูง ก็ได้บัญญัติเรื่องขององค์กรอิสระและศาล ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้คือศาลรัฐธรรมนูญในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นด้วย ประเด็นนี้ชี้ให้เห็น ประการหนึ่งว่าสังคมของเราในเวลานั้นก็ต้องการที่จะมีองค์กรหรือมีองค์กรที่สามารถใช้ อํานาจในการที่จะทําให้การเมืองการปกครองของเราเปึนไปในกรอบทิศทางของ ระบอบประชาธิปไตยและนําไปสู่ความกินดีอยู่ดีของประชาชนได้ เพียงแต่ต้อง ยอมรับครับว่าหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับนั้นบังคับใช้ไปแล้ว องค์กรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมานั้นก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก เพราะมีความเปลี่ยนแปลง ทางด้านการเมืองโดยเฉพาะในซีกการเมืองเกิดขึ้นอย่างแน่นอน บุคคลบางฝ์ายที่มีโอกาส ที่ไปกุมอํานาจทางการเมืองก็มีฐานคติอย่างหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าอํานาจซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เปึนอํานาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดในระยะเวลาที่ได้รับไป แต่การใช้อํานาจต่าง ๆ เหล่านั้น กลับมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ๒ ทาง ทางหนึ่งก็เห็นว่าใช้อํานาจได้อย่างไม่จํากัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอํานาจทางฝ์ายนิติบัญญัติซึ่งสามารถไปเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กติกา ต่าง ๆ ได้ อํานาจทางฝ์ายบริหารซึ่งในที่สุดก็เข้มแข็งขึ้นจนครอบงําฝ์ายนิติบัญญัติ ในขณะนั้น เรื่องของการแทรกแซงองค์กรอิสระก็เกิดขึ้นและเปึนข้อวิพากษ์วิจารณ์กัน ผมยกตัวอย่างประเด็นนี้ให้ท่านประธานฟังก็เพราะว่าการเมืองย่อมมีพลวัตของมัน รัฐธรรมนูญองค์กรต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกันก็ต้องมีพลวัตมีความเคลื่อนไหว มีความเปลี่ยนแปลง ผมคิดว่าถ้าตัดนัยทางการเมืองความชอบหรือไม่ชอบออกไปต้องตั้ง คําถามว่าประเทศของเราจําเปึนที่จะต้องมีองค์กรอิสระหรือมีศาลอย่างศาลรัฐธรรมนูญ เกิดขึ้นหรือไม่ ผมเชื่อว่าไม่มีใครปฏิเสธแน่นอนว่าเปึนความจําเปึน เพราะนั่นคือการทําให้ การใช้อํานาจต่าง ๆ ในประเทศของเรามีการถ่วงดุลกัน เหตุผลดังนี้ในร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญถ้าตัดนัยทางการเมือง ออกไปก็ต้องพิจารณาตรงเนื้อหาว่าเหตุผลต่าง ๆ หรือเนื้อหาต่าง ๆ ที่บรรจุในมาตรา ต่าง ๆ เหล่านั้นมีความจําเปึนที่จะต้องบรรจุไว้หรือไม่อย่างไร ผมเชื่อว่าแน่นอนครับ ต้องมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อาจจะด้วยฐานอคติเดิม ฐานความเชื่อเดิม ทัศนคติเดิม หรือเปึนความรู้สึกเดิมอย่างไรก็ตาม แต่ผมกลับเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าดูโดยเจตนารมณ์แล้วก็ประสงค์ที่จะให้มีความชัดเจนในเรื่องของ วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่เดิมนั้นศาลรัฐธรรมนูญก็มีอํานาจที่จะไปออก ข้อกําหนด ซึ่งหลังสุดเข้าใจว่าเปึนข้อกําหนดของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทํา คําวินิจฉัย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในเวลาที่มีการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก่อนนั้นบุคคลที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องก็มักจะมีข้อสงสัยต่าง ๆ นานาว่าข้อกําหนดของ ศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นกําหนดเอาไว้อย่างไร จะปฏิบัติอย่างไร ก็เปึน ปัญหาในเชิงปฏิบัติกันค่อนข้างมาก ในที่สุดรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ก็บัญญัติว่าต้องมี กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งบัดนี้ก็มีการร่างมาแล้ว และผมก็เห็น ด้วยว่าสมควรที่จะมีกฎหมายดังกล่าวนั้น เพราะจะทําให้ทุกฝ์ายได้รู้ว่าวิธีพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเขาดําเนินการกันอย่างไร

ประเด็นถัดมาที่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดกันในสภานี้คือเรื่องระยะเวลา ผมก็ ดีใจครับ ที่มีเพื่อนสมาชิกหยิบยกขึ้นมาบอกว่าเวลาที่กําหนดเอาไว้ตามรัฐธรรมนูญบอก ๑ ป้นั้น นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญบังคับใช้ บัดนี้จะครบเวลาแล้วทําไมศาลรัฐธรรมนูญ จึงเพิ่งยื่นกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แล้วก็เกรงว่าสภานี้จะทําผิดรัฐธรรมนูญนั้น ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้เปึนความกังวลของผมครับ เพราะยังมีกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญอีกหลายฉบับครับ ที่ยังไม่ได้เสนอเข้าสู่สภานี้ แต่กฎหมายบางฉบับ นี้ผมกราบเรียนเลยครับว่ามีการทําผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญไปแล้ว ถ้าเข้าใจว่าการเสนอ กฎหมายไม่ตรงตามเวลาเหล่านั้นเปึนการทําผิดรัฐธรรมนูญ ผมยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานได้ทราบครับ เช่นในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๕ ในวรรคสอง (๑) เขาพูดถึง เรื่องการจัดตั้งองค์กรเพื่อทําหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และกํากับดูแลการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เขาบอกว่าต้องมีกฎหมาย ดังกล่าวนี้ ซึ่งต้องไม่เกิน ๑๘๐ วันนับแต่วันที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐบาลนี้แถลง นโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาครับ นับเวลาจนกระทั่งถึงวันนี้ ๑๘๔ วัน เกินกว่าเวลาที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว กฎหมายฉบับดังกล่าวนั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ไอซีที (ICT) ก็ขอถอนจากสภาแห่งนี้ ในเวลาที่เกือบ ๆ จะครบ ๑๘๐ วัน เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้เปึนประเด็นข้อกังวล ผมยกตัวอย่างเรื่องนี้ ขึ้นมา ก็เพราะว่าถ้าเรากังวลเรื่องเวลานี่ผมคิดว่าทั้งฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้านสภาจําเปึน จะต้องหยิบยกกฎหมายต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญขึ้นมาดูครับ และก็ต้องเร่งรัด เพื่อดําเนินการให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญได้กําหนดเอาไว้ครับ ฉบับนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ใกล้ ๆ จะครบเวลา บางฉบับก็ยังไม่มา บางฉบับก็อยู่ในชั้นกรรมาธิการ อันนี้เปึนปม ประเด็นหนึ่ง ซึ่งพวกเราที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ควรที่จะมีการหยิบยกขึ้นมา มีการพิจารณา เสีย แต่อย่างไรก็ตามครับ เมื่อกฎหมายเข้าสู่สภานี้ก็จําเปึนที่จะต้องมีการพิจารณากันไป และกระผมก็เข้าใจว่า การไปเข้าใจว่าผิดรัฐธรรมนูญนั้นก็อาจจะเปึนเรื่องที่อาจจะเข้าใจ มากเกินไปกว่าที่รัฐธรรมนูญได้เขียนบทบัญญัติดังกล่าวนั้นไว้ ซึ่งส่วนนี้ก็ต้องฟัง คําอธิบายจากผู้ที่ยื่นกฎหมายฉบับนี้แล้วมาชี้แจงต่อสภาด้วยว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้น ท่านเข้าใจว่าอย่างไร และควรที่จะชี้แจงว่าเหตุไฉนจึงเพิ่งยื่นกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่สภานี้

ประเด็นถัดมาที่ผมจะหยิบยกกฎหมายนี้ขึ้นมาอภิปรายและก็ซักถาม ก็คือ ว่าในกฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ได้มีบทบัญญัติบางประการ ซึ่งได้กําหนดกลไกใหม่ ๆ ขึ้นมา ซึ่งผมยังไม่เห็นกลไกดังกล่าวนั้นเขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย เลยทําให้เกิด ข้อสงสัย เช่น ในมาตรา ๕ ครับ บัญญัติให้มีพนักงานคดีรัฐธรรมนูญ พนักงานคดี รัฐธรรมนูญทําหน้าที่ช่วยเหลือในกระบวนพิจารณาของศาล ตามที่ศาลมอบหมาย ในวรรคสองบัญญัติว่าวิธีการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานคดีรัฐธรรมนูญให้เปึนไปตาม ข้อกําหนดของศาล ก็แปลว่ามีกลไกขึ้นมาช่วยทําหน้าที่ ข้อสงสัยของผมก็คือว่า พนักงาน คดีรัฐธรรมนูญนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร อํานาจหน้าที่ตลอดจนความรับผิดชอบในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการดําเนินการทําคดีนี้เปึนอย่างไร พนักงานคดีนี้มีสถานะอย่างไร เพราะข้อกังวลก็คือว่ามีกลไกใหม่ ๆ เกิดขึ้นเยอะครับ เช่น คําว่า ผู้ไต่สวน ในกฎหมาย วิธีพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เช่นเดียวกับ ที่มีอยู่ในบัญญัติในกฎหมายว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริตเปึนต้น ผู้ไต่สวนเหล่านั้นจะมีอํานาจบทบาทหน้าที่อย่างไร อันนี้จะมีกฎหมาย ป.ป.ช. ตามหลัง ซึ่งคงต้องซักถาม เช่นเดียวกันกับในบทบัญญัติมาตรานี้ครับ ช่วยกรุณาชี้แจงเพื่อ ความสบายใจในชั้นรับหลักการว่า เขาเหล่านี้จะมีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไรนะครับ ในประเด็นอื่น ๆ นี่กระผม คิดว่าเปึนเรื่องซึ่งคล้าย ๆ กับข้อกําหนดซึ่งเขียนเอาไว้ แต่ประเด็นใหญ่ที่สุดซึ่งหลายฝ์าย กังวลก็คือ มาตรา ๑๖ กับมาตรา ๑๗ ซึ่งว่าด้วยเรื่องของการละเมิดอํานาจศาล ในมาตรา ๑๖ ก็บัญญัติเอาไว้ว่า เรื่องของการละเมิดอํานาจศาล ก็เอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งมาใช้บังคับ แล้วก็มีอํานาจสั่งลงโทษคือตักเตือน ไล่ออกจากบริเวณศาลและ ลงโทษจําคุกไม่เกิน ๑ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ แต่ก็เขียน เอาไว้ในวรรคถัดมาบอกว่า การสั่งลงโทษฐานละเมิดอํานาจศาล พึงใช้อย่างระมัดระวัง และเท่าที่จําเปึนตามพฤติการณ์แห่งคดี รวมถึงในมาตรา ๑๗ ก็ไปเป่ดทางบอกว่า ผู้ใด วิจารณ์การพิจารณาหรือการวินิจฉัยคดีของศาลโดยสุจริตด้วยวิธีการทางวิชาการ ผู้นั้น ไม่มีความผิดฐานละเมิดอํานาจศาลหรือดูหมิ่นศาลหรือตุลาการ ทันทีที่เห็นมาตรานี้ มีการบัญญัติไว้ในกฎหมายนี้ก็คาดหมายได้ทันทีว่าจะเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก แน่นอน พวกเราวิปฝ์ายค้านก็ดี ในการประชุมของฝ์ายค้านของเราก็ดี ก็หยิบยก ๒ มาตรานี้ขึ้นมาพิจารณากัน ก็มีการแสดงความคิดเห็นกันออกไปต่าง ๆ นานาครับ ประเด็นหนึ่งที่มีการยกขึ้นมาก็มี ๒ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่งก็เห็นว่าจําเปึนด้วยหรือที่จะต้องมี กฎหมายที่ว่าด้วยการละเมิดอํานาจศาลขึ้นมา เพราะศาลรัฐธรรมนูญเองก็เปึนศาลที่น่า ที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่อีกฝ์ายหนึ่งก็โต้แย้งว่าการเมืองของไทยก็มีลักษณะเฉพาะ ที่แตกต่างไปจากการเมืองในประเทศต่าง ๆ ประกอบกับข้อเท็จจริงในช่วงระยะเวลา ๕–๖ ป้ที่ผ่านมานี้ ความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน มีความคิดกระแสหนึ่งดํารงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการขยายผล ก็คือความคิดที่ต่อต้านอํานาจของตุลาการ มีการพูดถึงอํานาจ ตุลาการในเชิงที่มีคําพูดว่าอํานาจตุลาการกําลังจะครอบงําอํานาจต่าง ๆ ในสังคมนี้ และ กังวลด้วยซ้ําไปว่าอํานาจตุลาการจะสามารถที่จะทําให้อํานาจของฝ์ายนิติบัญญัติหรือ กระทั่งฝ์ายบริหารก็ตามต้องด้อยอํานาจของตัวเองลงไป กระแสความขัดแย้ง ทางความคิดเช่นนี้ก็บานปลายกลายเปึนกระบวนการที่ต่อต้านเรื่องของการใช้อํานาจของ ตุลาการในหลายเรื่อง ฝ์ายที่เห็นด้วยว่ามีละเมิดอํานาจศาล ก็มีความคิดเห็นว่าก็จําเปึน ที่จะต้องมีบทบัญญัติมาตรานี้ขึ้นมา อย่างน้อยที่สุดเพื่อคุ้มครองการทํางานของศาลเอง จริงอยู่แม้ว่าศาลนี้เปึนศาลที่จะต้องพิจารณาคดีซึ่งเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ศาลนี้ ก็มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ซึ่งบัญญัติเอาไว้ในมาตราที่ว่าด้วยเรื่องของศาล ว่าการทํา หน้าที่ของศาลนั้นเปึนไปโดยพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ เช่นเดียวกับ ศาลสถิตยุติธรรมทั้งหลาย ในเมื่อศาลสถิตยุติธรรมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเปึนศาลแพ่ง ศาลอาญา หรือศาลที่แบ่งออกเปึนชั้นต่าง ๆ รวมถึงศาลปกครองมีบทบัญญัติว่าด้วย การละเมิดอํานาจศาล ไฉนศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่สามารถที่จะมีบทบัญญัติเรื่องของ การละเมิดอํานาจศาลเอาไว้ด้วย ก็เปึนประเด็น ๒ ประเด็นที่มีการถกเถียงกันทางด้าน ความคิดความเห็น ในที่สุดแล้วพวกเราก็หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา แล้วก็ชั่งน้ําหนัก กันว่าจําเปึนหรือไม่ที่จําเปึนต้องมีบทบัญญัติว่าด้วยการละเมิดอํานาจศาล ประเด็นที่ หยิบขึ้นมาพิจารณาก็มี ๒ ประเด็นครับ ประเด็นหนึ่งคือบางฝ์ายเกรงว่าการมีบทบัญญัติ ละเมิดอํานาจศาลนั้น ก็อาจจะทําให้ศาลสามารถที่ใช้ดุลยพินิจต่าง ๆ ซึ่งอาจจะไม่ตรงกัน กับความคิดเห็น แม้กระทั่งทางวิชาการหรือทางอื่น ๆ ได้ แล้วก็กลายเปึนว่าศาลจะมี อํานาจมากเกินไป เมื่อหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณา ก็ไปดูกันว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นมี บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายว่าด้วยการถ่วงดุลเรื่องของศาลหรือไม่ ก็มีการ หยิบยกเรื่องของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๑ ว่าด้วยการถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ก็เห็นว่าคาบเกี่ยวถึงผู้ดํารงตําแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการในศาล รัฐธรรมนูญเอาไว้ด้วย ก็เปึนอันว่าก็คลายใจไปประเด็นหนึ่งว่าก็มีการถ่วงดุลอํานาจ ในส่วนตรงนั้นเอาไว้ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ประเด็นถัดมาที่พิจารณากันก็คือว่า การมีบทบัญญัติว่าด้วยการละเมิดอํานาจศาลนั้นน่าจะเปึนประโยชน์ในการเมือง การปกครองของเรา หรือเปึนโทษในการเมืองการปกครองของเรา ก็เห็นกันว่าการมี บทบัญญัติละเมิดอํานาจศาลในทางหนึ่งก็น่าจะเปึนประโยชน์ เพราะเหตุว่าคาดการณ์ ไปได้โดยเห็นจากพฤติกรรมในช่วงระยะเวลา ๕–๖ ป้ที่ผ่านมา และมีคดีหลายคดีที่เกี่ยว เนื่องกันอยู่ในขณะนี้ ซึ่งอาจจะนําไปสู่ความวุ่นวายในอนาคตได้ เพราะเหตุว่ามีประวัติศาสตร์เกี่ยวเนื่องกันมา ความชอบความไม่ชอบ ขณะนี้ก็มีการ วิพากษ์วิจารณ์ไปถึงตัวบุคคล ซึ่งก็เปึนสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่การวิพากษ์วิจารณ์ ตัวบุคคลเหล่านั้นก็เห็นได้ชัดว่า ส่วนใหญ่ก็เปึนบุคคลซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการทําเรื่องคดี ที่เกี่ยวข้องกับอํานาจทางการเมืองในช่วงระยะเวลา ๕-๖ ป้ที่ผ่านมา เรื่องดังว่านี้ เปึนเรื่องส่วนตัวหรือไม่ ก็ตอบได้ว่าบางเรื่องนี้ไม่ใช่ แต่อาจจะคาบเกี่ยวไปถึง การทําหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญด้วยซ้ําไป

ประเด็นถัดมาก็คือว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญได้รับผลกระทบไปแล้วในการ ทําหน้าที่มีแรงกดดันต่าง ๆ เกิดขึ้นนี้จะกระทบถึงการเมืองการปกครองหรือไม่ ก็ตอบว่า กระทบ เพราะจะมีคดีต่าง ๆ ที่มีบทบัญญัติเอาในรัฐธรรมนูญก็ดี ในกฎหมายประกอบก็ดี ในกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ดี ถ้าเกิดศาลรัฐธรรมนูญสามารถที่จะถูกดําเนินการกดดัน ด้วยวิธีการอื่น ๆ ใดก็ตาม จนกระทั่งมีการบุกเข้าไปขว้างปาโห่ร้องถึงหน้าศาลรัฐธรรมนูญ ได้ หรือใช้วิธีการอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าความกดดันเหล่านั้นก็อาจจะมีผลต่อการ พิจารณาคดี หรือการคุ้มครองในเรื่องของศาลก็ได้ ที่สุดก็เห็นว่ามีความจําเปึนที่จะต้องมี บทบัญญัติมาตรานี้เอาไว้ แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณาก็คือว่าอํานาจที่สภานี้ควรให้ ในกฎหมายเรื่องละเมิดอํานาจศาลนี้ควรจะให้มากขนาดไหน อันนี้ก็เปึนประเด็นที่ถกกัน เยอะครับว่า ตักเตือนหรือไล่ออกจากบริเวณศาลพอเพียงหรือเปล่า การบัญญัติโทษทาง อาญาเอาไว้ควรมีไหม ถ้ามี ควรมีขนาดไหน อันนี้ก็เปึนประเด็นที่มีการถกเถียงกัน เพราะ คนที่เขากังวลว่าถ้าไม่มีบทบัญญัติเรื่องละเมิดอํานาจศาลเอาไว้แล้วนี่สิ่งที่เขากังวลก็คือ ว่าการใช้อํานาจในฝ์ายนิติบัญญัติถ้าไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างถ่องแท้แล้วใช้อคติ หรือฐานคติที่ไม่ถูกต้อง กําลังกังวลว่านําไปสู่การรื้อกฎหมายอื่นหรือไม่ วันนี้มีการพูดถึง เรื่องการละเมิดอํานาจศาลในศาลปกครอง จะแก้กฎหมายหรือเปล่า วันต่อไปจะมีการแก้ ไปถึงเรื่องของศาลสถิตยุติธรรมอื่นหรือไม่ ถ้าเปึนเช่นนี้แล้วกระบวนการยุติธรรมของเรา จะถูกแทรกแซงหรือไม่ นี่เปึนประเด็นซึ่งหลายฝ์ายวิตกกังวล ที่สุดแล้วก็เลยมีความเห็น กันว่า เรื่องของการละเมิดอํานาจศาลก็เปึนความจําเปึน เพียงแต่ในชั้นของกรรมาธิการนี้ ก็อยากให้ผู้ไปเปึนกรรมาธิการไปพิจารณาศึกษาฟังคําชี้แจง รวมถึงพิจารณาจากตัวอย่าง ของประเทศอื่น ๆ ในกรณีละเมิดอํานาจศาลว่าควรจะมีแค่ไหนจึงจะเหมาะสม แต่ครั้นจะ ไม่มีเลยก็คาดการณ์ได้เลยครับว่าความวุ่นวายจะเกิดขึ้น การทํางานก็จะลําบากขึ้นอย่าง แน่นอน

ส่วนข้อกังวลที่บอกว่าถ้าเปึนเช่นนั้นก็วิจารณ์ไม่ได้สิ ก็ดูว่ามาตรา ๑๗ ก็เขียนเอาไว้ค่อนข้างชัด ที่สําคัญคือมาตรา ๑๗ เขียนเอาไว้คําหนึ่งบอกว่า ผู้ใดวิจารณ์ การพิจารณาหรือการวินิจฉัยคดีของศาลโดยสุจริต ก็แปลว่า ระบุเจตนาไว้ด้วยว่าเปึนการ วิจารณ์โดยสุจริต ผมเข้าใจว่า มีคนเข้าใจว่าการวิพากษ์วิจารณ์ในทางวิชาการหมายถึง ต้องเปึนนักวิชาการทางด้านกฎหมายถึงวิจารณ์ได้ หรือต้องวิจารณ์โดยใช้ผลงานวิจัยนี้ อาจจะคิดไม่ตรงกัน แต่ข้อนี้ก็ต้องขอคําชี้แจงจากผู้มาชี้แจงว่าวิจารณ์โดยทางวิชาการมัน หมายความว่าอย่างไร แต่ความเข้าใจของผมนี้ผมเข้าใจว่าในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไปแล้วนี้ ผมยกตัวอย่างเช่น อย่างกรณีซุกหุ้นก็ดี หรืออย่างกรณีของการยุบ พรรคการเมืองก็ดี หรือแม้แต่คดีเรื่องการเลือกตั้งเปึนโมฆะต่าง ๆ นี้ ก็มีนักวิชาการหรือคน ซึ่งไม่ใช่นักวิชาการ แต่วิจารณ์โดยเจตนาที่สุจริตก็ยกหลักของเหตุผลของข้อกฎหมาย ประเทศอื่น ๆ มาหักล้าง เช่นนี้ถือว่าเปึนความเห็นทางวิชาการใช่ไหม หรือต้องดูเจตนา ของเขาเหล่านั้นด้วย อันนี้ก็อยากให้ชี้แจงให้เกิดความสบายใจ แต่ก็เห็นว่าบทบัญญัติ เรื่องของการละเมิดอํานาจศาลก็เปึนความจําเปึนอย่างหนึ่ง ส่วนเรื่องอื่น ๆ ผมเข้าใจว่า เปึนเรื่องซึ่งเปึนรายละเอียดประกอบบางเรื่องเล็กน้อย เล็กน้อยในที่นี้ก็คือว่า อยู่ในข้อกําหนดและเปึนกระบวนการทางธุรการต่าง ๆ รวมถึงอํานาจในบางเรื่อง ซึ่งจําเปึนจะต้องมี เช่น การแก้ไขคําผิดเหล่านี้เปึนต้น อันนี้ก็คงจะไปซักถามกันในชั้นของ กรรมาธิการ และบางส่วนก็อาจจะต้องมีการแปรญัตติ ที่สุดแล้วนี้ผมคิดว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จําเปึนที่สภาเราจะต้องรับหลักการและให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว แต่ประเด็นรายละเอียดต่าง ๆ ถ้าหากว่าท่านได้ชี้แจงข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกให้เกิด ความกระจ่างกฎหมายฉบับนี้ก็คงจะเปึนกฎหมายที่สําคัญฉบับหนึ่งที่จะไปอํานวย ความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในส่วนอํานาจของคดีของศาลรัฐธรรมนูญได้ครับ ก็ขอรับหลักการ ของกฎหมายฉบับนี้ครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านดอกเตอร์ทิวา เงินยวง ครับ

นายทิวา เงินยวง กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ทิวา เงินยวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ก่อนอื่นต้อง กราบเรียนท่านประธานครับว่า กฎหมายฉบับนี้มีความสําคัญแล้วก็มีที่มาที่ไปในเชิง วิวัฒนาการแล้วก็ประวัติศาสตร์ด้วย หลายท่านอาจจะได้กล่าวไปแล้วว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ ก็ดี รัฐธรรมนูญฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็ดี กีดกันนักการเมืองไม่ให้ เข้าเกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนที่มาของศาลรัฐธรรมนูญในป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ แล้วก็ป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ นี้ ตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับนะครับ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าในแง่ของการบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้น ต้องยอมรับครับว่ามันมีกระบวนการ และวิธีการแล้วก็ที่มา ถ้าท่านประธานจําได้นะครับ ป้ ๒๕๓๗ เปึนช่วงที่มีปัญหามากที่สุด ในทางการเมือง เพราะปัญหาการกระทําของนักการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทุจริต คอร์รัปชั่น จนถึงขนาดให้มีแนวคิดรัฐธรรมนูญนิยมเพื่อที่จะปฏิรูปการเมือง แล้วก็มีการ ตั้งคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย จนสุดท้ายมามี สสร. เปึนครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งร่างโดยประชาชน และ ณ วันนั้นเราก็มีศาลรัฐธรรมนูญซึ่งในเชิงวิชาการเราถือว่า เปึนองค์กรอิสระที่มีอํานาจหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แล้วก็จัดตั้งขึ้น โดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ขณะนั้นเราก็ไม่คิดหรอกครับว่าเมื่อเราสร้างดีไซน์ (Design) ศาลรัฐธรรมนูญมาแล้วนี่ กระบวนวิธีพิจารณานั้น เนื่องจากคุณสมบัติของผู้ที่ดํารง ตําแหน่งในศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ความสามารถ เราก็เป่ดโอกาส ให้ทางศาลนั้นไปออกข้อกําหนดเอง แต่หลังจากมีการใช้อํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ มาระยะหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้นในข้อกําหนดถ้าผมจําไม่ผิด ไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการละเมิด อํานาจศาล ผลที่ตามมาก็คือมีการวิพากษ์วิจารณ์ มีการตัดสินคดี ซึ่งต้องแบ่งเปึน ๒ ด้าน ด้านหนึ่ง การวิพากษ์วิจารณ์มีผลกระทบต่อกระบวนการการพิจารณา หรือการดําเนินคดี ของศาลรัฐธรรมนูญ อีกด้านหนึ่งต้องยอมรับครับว่างานวิจัยทั้งหลาย ผมจําได้ว่าเคยเปึน คนอ่านงานวิจัยของอาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง ท่านเอาคําวินิจฉัยทุกป้ครับ ทําเมื่อป้ ๒๕๔๕ ทั้งหมดเลยครับมาวิเคราะห์หมด แล้วก็สามารถชี้ไปได้ว่าคําวินิจฉัย แต่ละคําวินิจฉัยนั้นเปึนอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นที่ผมเกริ่นตรงนี้เพื่อที่จะกราบเรียน ท่านประธานว่า ที่มาของศาลรัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๔๐ ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะไม่ได้มาจาก นักการเมือง กิจกรรมนักการเมือง ป้ ๒๕๕๐ ก็เช่นเดียวกัน แต่รัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับ ก็ได้ออกแบบมาเพื่อที่จะสร้างองค์กรที่มาทําหน้าที่ในการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาต่าง ๆ องค์กรที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ คือศาลรัฐธรรมนูญนั้นกับทั้ง ๒ ฉบับนั้น ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก ถ้าท่านประธานตามไปดูรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ก็จะเห็นได้ว่าบัญญัติไว้อยู่ในหมวดเดียวกันครับ หมวดว่าด้วยศาล ในหมวดว่าด้วยศาลนี่นะครับก็จะมีบทบัญญัติ บททั่วไป แล้วก็เริ่มต้นต่อไปก็เปึน ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไปศาลสถิตยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลทหาร บ้านเมืองเรา เปลี่ยนไปเยอะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ทางการเมือง เหตุการณ์เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับว่าขณะนั้นเรามีสภาไหมครับ มีฝ์ายนิติบัญญัติไหมครับ ไม่มีนะครับ เรามีรัฐบาลไหมครับ รักษาการอยู่เกือบป้ครับ จนสุดท้ายสังคมไทยนั้นมองไปที่ไหนครับ ถ้าเราจําพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้ สถาบันตุลาการเราตั้งมาเปึน ๑๐๐ ป้แล้วนะครับ กระทรวงยุติธรรม เปึน ๑๐๐ ป้แล้วครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นโดยสถานการณ์เมื่อป้ ๒๕๔๙ นั้น ทําให้คนไทยทั้งประเทศนะครับตั้งความหวังไว้ว่าสถาบันที่เปึนเสาหลักค้ําสังคมไทยอยู่ คือสถาบันตุลาการ ที่คิดอย่างนี้ไม่ใช่คิดนอกกรอบหรือว่าอยู่ ๆ ก็คิดมาครับท่านประธาน ที่คิดอย่างนี้ เพราะว่าทุกองค์กรในสถาบันตุลาการได้สร้างคุณูปการ สร้างความเชื่อมั่นให้กับ คนในสังคม เพราะฉะนั้นก็ไม่แปลกใจว่ารัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ก็เช่นเดียวกันครับ ในหมวด ๑๐ ว่าด้วยศาลนั้น ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ แต่ละสิ่งที่ เกิดขึ้นครับท่านประธาน โดยสถานการณ์ แล้วมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต้องยอมรับครับว่าศาลนั้นคือสถาบัน หรือองค์กรซึ่งเปึน ๑ ใน ๓ อํานาจที่จะหาข้อยุติ ให้กับความขัดแย้งในสังคมไทย ความขัดแย้งในสังคมไทยนั้นไม่ได้มีเฉพาะทางการเมือง มีทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม อันดีของสังคม เรามีกระบวนการยุติธรรมที่พัฒนามายาวนานครับท่านประธาน วันนี้ศาล รัฐธรรมนูญภายใต้ระบบรัฐธรรมนูญที่ดีไซน์มา ที่ได้ออกแบบมาเมื่อป้ ๒๕๔๐ เปึนต้นมา เมื่อก่อนนี้ท่านประธานคงทราบครับ เรามีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เคยให้สภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้วินิจฉัยก็มีแล้ว เคยมีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ มีหลายรูปแบบแล้ว ในหลายประเทศก็ใช้สภาสูงก็มีในการวินิจฉัยปัญหาข้อขัดแย้ง ตามรัฐธรรมนูญ ถ้าเราติดตามดูตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ เปึนต้นมา สิ่งที่ปรากฏในสังคมไทย คือข้อขัดแย้งในทางการเมืองที่มีความรุนแรงนําไปสู่วิกฤติ พอออกแบบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มา ท่านประธาน เมื่อเราฝากความหวังไว้ที่สถาบันตุลาการเราต้องยอมรับว่า ตุลาการมีอํานาจมากขึ้น มีบทบาทมากขึ้นในบริบทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนศาลฎีกา ซึ่งเราคง ทราบดีครับรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ ให้มีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองเช่นเดียวกันครับศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านประธานตามดูอํานาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายงานที่ศาลรัฐธรรมนูญรายงานเมื่อวานนี้ อํานาจหลักของ ศาลรัฐธรรมนูญในหลายประเทศคล้ายกัน ก็คืออํานาจที่จะวินิจฉัยความชอบด้วย รัฐธรรมนูญของกฎหมายทั้งหลาย เพราะเราอยู่ในระบบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ รัฐธรรมนูญบอกว่า รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุด ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ เราจะเข้าใจ อํานาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอํานาจในการ พิจารณาว่ากฎหมาย หรือกฎทั้งหลายนั้นขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เราจะเห็นได้ว่า ในส่วนอํานาจการพิจารณาว่ากฎหมาย กฎ ข้อบังคับขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น มักจะกระทบกระเทือนต่อบุคคลหรือคณะบุคคลน้อย เพราะเปึนเรื่องความชอบด้วย รัฐธรรมนูญ แต่ความขัดแย้งของบุคคล ความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้ง ทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งส่วนตัว มันมีกว้างขวางนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น นอกจากอํานาจเกี่ยวกับการวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้วของกฎหมายทั้งหลาย ซึ่งปัจจุบันนี้รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ไว้เกือบทั้งหมด ยกตัวอย่างเรื่องแรกเลยครับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ เราเถียงกันมาสถานะมันจะอยู่ตรงไหน สูงกว่าพระราชบัญญัติไหม รัฐธรรมนูญล้มแล้วจะไปด้วยหรือไม่ รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ก็บอกว่ากฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญนั้นกับพระราชบัญญัติ กระบวนการจัดทําเหมือนกันหมด ตามมาดู รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นเมื่อรัฐสภาพิจารณา เสร็จแล้วก่อนนําขึ้นทูลเกล้าฯ ทําไมครับ ส่งศาลรัฐธรรมนูญ เห็นไหมครับ นี่คือ กระบวนการที่เราแก้ปัญหาของรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ แล้วก็ให้อํานาจกับศาลรัฐธรรมนูญ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ เราจะเห็นได้ว่าอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้จํากัดอยู่เฉพาะแค่นี้ซึ่งเปึนอํานาจ หลักทั่วโลกอยู่ในลักษณะเช่นนี้ ในหลายประเทศก็อยู่ในลักษณะเช่นนี้ แต่อํานาจ ศาลรัฐธรรมนูญที่เพิ่มขึ้น ที่ผมกําลังจะอภิปรายที่กราบเรียนท่านประธานต่อไปว่า อํานาจทางการเมือง อํานาจที่เกี่ยวกับนักการเมือง อํานาจที่เกี่ยวกับสถาบันการเมือง นักการเมืองก็ไม่ต้องพูดถึงนะครับมีตัวอย่างให้เห็นมาหลายตัวอย่างแล้วครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะเปึนเรื่องการพ้นจากตําแหน่งหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ไม่ว่าจะเปึนการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเปึนเท็จนะครับ นอกจากนั้นอํานาจ ในการตรวจสอบสถาบันทางการเมือง เช่น พรรคการเมือง เรื่องการจดทะเบียน รับ ไม่รับ นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนทั้งหลาย เราโยนไปให้อยู่ในอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งสิ้นนะครับ ที่สําคัญที่สุดครับท่านประธาน ณ วันนี้เราพูดกันถึงมาตรา ๒๓๗ พูดถึง มาตรา ๑๙๐ ในรัฐธรรมนูญ ท่านประธานก็อยู่ในที่ประชุมในเรื่องเหล่านี้ด้วย การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดี การอภิปรายหลายครั้ง กฎหมายทั้งหลายครับท่านประธาน ร่างขึ้นมาใช้บังคับทั่วไป ใช้อย่างเสมอภาค ใช้กับทุกคนไม่เลือกปฏิบัติ และที่สําคัญครับ กฎหมายคุ้มครองคนสุจริตครับ แต่ไม่คุ้มครองคนโกงหรือคนทุจริต หรือคนที่ทําให้เกิดการ ทําลายความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน อันนี้เปึนหลักทั่วไปครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๓๗ จึงถูกหยิบยก ขึ้นมาด้วยเหตุผลอะไรครับท่านประธาน เมื่อก่อนนี้เราไม่ได้บอกว่ากรรมการบริหารของ พรรคการเมืองรู้ถึงการทุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้งแล้ว ไม่ต้องถูกลงโทษนะครับสมัยก่อน ๕ ป้ไม่มีครับ แต่มาคราวนี้มาตรา ๒๓๗ บัญญัติไว้เช่นนี้ อํานาจของท่านอยู่ตรงนี้อีกแล้ว อํานาจยุบพรรคเดิมมีอยู่แล้วตามกฎหมายพรรคการเมือง แต่นี่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ดูอีกตัวอย่างหนึ่งครับท่านประธานที่พูดกันถึง คือมาตรา ๑๙๐ มาตรา ๑๙๐ เรื่อง จอยท์ คอมมูนิเค (Joint Communicate : ข้อตกลงร่วมกัน)หรือว่าหนังสือสัญญา ท่านประธานครับ ผมได้เชิญกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ แล้วก็กฤษฎีกา มาสอบถามมาตรา ๑๙๐ ถ้าภาษาง่าย ๆ เขียนไว้ชัด ถ้าทุกคนสุจริตทําตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ทําตามกฎหมายปัญหาไม่เกิดครับท่านประธาน ศาลรัฐธรรมนูญก็จะไม่มี งานทําเกี่ยวกับเรื่องมาตรา ๑๙๐ ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายบริหาร หรือแม้กระทั่ง ฝ์ายตุลาการเอง ถ้าทุกคนทําตามหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ แต่นี่ไม่ครับ คิดเอง ทําเอง ผลที่ตามมาเปึนอย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องมีงานทําเพิ่มขึ้น ต้องมาวินิจฉัย มาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ อยากกราบเรียนว่ามาตรา ๑๙๐ นี่นะครับ ตั้งแต่รัฐบาล ที่แล้วกระทรวงการต่างประเทศได้ร่างพระราชบัญญัติตามวรรคห้าของมาตรา ๑๙๐ ไว้ แล้วส่งไปกฤษฎีกา วันนี้ถ้าจําไม่ผิดก็คงจะกลับมาที่คณะรัฐมนตรีแล้ว สมัยประชุมทั่วไป ท่านประธานคงทราบดีเราบ่นกันทั้งสภาครับ ไม่มีกฎหมายเข้าเลยแม้แต่ฉบับเดียว นี่เปึนข้อกังวลของพวกเราในฐานะเปึนตัวแทนของประชาชน ในฐานะเปึนฝ์าย นิติบัญญัติ ผมก็กังวล ท่านประธานก็กังวล เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่ กฎหมายฉบับนี้ก็มาช้าถูกไหมครับ ซึ่งเดี๋ยวท่านคงชี้แจงว่าช้าเพราะเหตุอะไร กฎหมาย เรื่องกรรมการการสื่อสารทั้งหลายที่คุณสาทิตย์บอกก็ต้องถอนไปซึ่งมีเงื่อนไข ๑๘๐ วัน มีตัวอย่างกฎหมายหลายฉบับครับท่านประธาน ผมจําได้กฎหมายที่เราพูดกันถึง เมื่อก่อนนี้เสมอ องค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภคครับท่านประธาน ๑๐ ป้ กฎหมายกําหนด ไว้ ๕ ป้ แต่ทําความเข้าใจว่าตรงนี้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้นกําหนดให้มีการเร่งรัดไว้ กําหนดเงื่อนเวลาไว้ แต่การไม่ปฏิบัติตามตรงนี้ไม่ได้ถือว่าขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพราะว่าไม่ได้มีการแซงก์ชั่น (Sanction) ซึ่งผิดกับเมื่อป้ ๒๕๔๐ ที่กฎหมายบัญญัติว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เลยครับถ้าทํากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับไม่เสร็จ ไปหมดทั้งสภาเลยครับ ภายใน ๑๘๐ วัน นั่นมีการแซงชั่น เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ที่ผม อยากกราบเรียนท่านประธานว่าอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ ณ วันนี้กว้างขวางมากขึ้น มีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังมีอีกหลายเรื่องที่จะเป่ดช่องให้เข้าสู่ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ มาตรา ๒๑๒ มาตรา ๒๑๔ ผ่านช่องผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา นอกจากนั้นการควบคุมความชอบด้วย รัฐธรรมนูญของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่แค่พระราชบัญญัติเท่านั้นเอง แม้กระทั่งข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ก็อยู่ภายใต้อํานาจของ ศาลรัฐธรรมนูญที่จะตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ที่สําคัญกว่านั้นอีกครับท่านประธานคงจําได้ เรารู้ว่าเราอยู่ในระบบการแบ่งแยกอํานาจ ฝ์ายนิติบัญญัติเปึนคนออกกฎหมาย มีอํานาจในการออกกฎหมาย สําหรับพระราชกําหนด ก็เปึนเรื่องสําคัญอีกนะครับ รัฐบาลจะออกพระราชกําหนดชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็เปึนหน้าที่ของท่านอีก เพราะฉะนั้นที่ผมได้พูดถึงอํานาจหน้าที่เสียยืดยาวนี้ เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า วันนี้สถานภาพของศาลรัฐธรรมนูญนี่ต้องยอมรับว่าเปึนองค์กรที่มี บทบาทสําคัญในการแก้ปัญหาทางด้านความขัดแย้ง ไม่ใช่เฉพาะความชอบด้วย รัฐธรรมนูญที่ผมได้กล่าว ปัญหาทางด้านการเมือง ปัญหาเกี่ยวกับองค์กรทางการเมือง ปัญหาเกี่ยวกับบุคลากรทางการเมืองอยู่ในอํานาจศาลรัฐธรรมนูญทั้งสิ้นครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ ผมจึงอยากจะกล่าวต่อไปว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้น เมื่อมีอํานาจมากก็เกิดข้อวิตกและวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทําไมไปออกข้อกําหนดเองแบบ เงียบกริบ คนภายนอกไม่รู้ ถึงจะประกาศในราชกิจจานุเบกษานะครับ ก็เลยมีความ คิดเห็นว่า เอาล่ะต่อไปนี้วิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญนั้นควรจะเปึน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจากไหน มาจากสถานการณ์ความเปึนจริง เพราะฉะนั้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เข้ามาผมก็ยินดี โดยส่วนตัว นะครับ ในฐานะที่เปึนนักกฎหมาย อยากเห็นครับ เพราะว่าการนําเสนอสู่รัฐสภานั้น มันเปึนระบบความชอบด้วยความเปึนประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาของเรา เพราะ พวกเราที่นั่งอยู่ ณ ทีนี้ เปึนผู้ใช้อํานาจแทนพี่น้องประชาชนซึ่งเปึนเจ้าของอํานาจ เพราะฉะนั้นพอเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ผลที่ตามมามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วก็มี ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมจึงขอชื่นชมยินดีด้วยนะครับ ประการแรก คราวนี้มาดูว่า กฎหมายที่ท่านร่างมานี้ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒–๓ ประการ

ประการแรก ที่ท่านสมาชิก สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้กราบเรียน ท่านประธานไปแล้วคือ เราก็คงทราบดี ในศาลปกครองก็มีพนักงานคดีปกครอง ส่วนของท่านก็จะมีผู้ช่วยเหลือมาเปึนผู้ช่วยทํางานก็คือ พนักงานศาลรัฐธรรมนูญใช่ไหม ผมใช้คําตามที่ท่านร่างมาเลย ในมาตรา ๕ พนักงานคดีรัฐธรรมนูญ ผมก็อยากให้ท่าน ตอบโจทย์ตรงนี้สักนิดเดียวครับว่า พนักงานคดีรัฐธรรมนูญนี้มีคุณสมบัติอย่างไร มีที่มา อย่างไร ช่วยเหลือท่านอย่างไรเพราะว่ากรณีที่จะเข้ามาช่วยระดับนี้ ควรจะมีการรับรู้เรื่อง กระบวนการวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน อย่างศาลปกครองก็จะมี หลักสูตรและมีการอบรม ของท่านจะเปึนอย่างไร เพราะผมถือว่า เมื่อท่านเปึนองค์กรศาล ที่มีบทบาทสําคัญนั้น ผู้ที่เข้ามาทําหน้าที่ช่วยเหลือท่าน ซึ่งตรงนี้ท่านจะไปออกเปึน ข้อกําหนดใช่ไหมซึ่งถ้าเปึนข้อกําหนดเราก็ไม่ได้ผ่านสภา เราก็จะไม่ได้รับรู้ ถ้าท่านช่วย กรุณาชี้แจง ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ถ้าชี้แจง ให้ชัดเจนเราจะได้ทําความเข้าใจได้ว่า สิ่งที่ท่านกําลังดําเนินการต่อไปโดยออกเปึน ข้อกําหนดนั้นอยู่ในรูปร่างลักษณะหน้าตาเปึนอย่างไร คุณสมบัติเปึนอย่างไร ที่มาเปึน อย่างไร มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน มีอํานาจหน้าที่แค่ไหนเพียงใด ส่วนที่พูด แล้วก็กังวลกันมากคือ ในมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ ครับท่านประธาน มาตรา ๑๖ และ มาตรา ๑๗ นี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานดังนี้ ที่ผมได้กล่าวว่าศาลรัฐธรรมนูญ มีอํานาจมากขึ้น จากประสบการณ์และการติดตามข้อมูลข่าวสารของผม ในช่วงประมาณ สัก ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับ สถาบันทางการเมือง เช่น พรรคการเมือง คดียุบพรรค ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัย เกี่ยวกับบุคลากรทางการเมือง เช่น เรื่องบัญชีทรัพย์สิน ถ้าแสดงเปึนเท็จ ท่านอาจจะ เคยเห็นนะครับ การวินิจฉัยของศาลในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะศาลสถิตยุติธรรมนั้น ใครที่เปึนนักกฎหมายจะทราบดี ตั้งแต่รุ่นครูบาอาจารย์มา สมัยเรียนหนังสือ ท่านประธานทราบไหมครับ คนคุมสอบยังใส่เสื้อครุยเลยนะครับ ที่เปึนผู้พิพากษา คนคุมสอบคณะนิติศาสตร์ใส่เสื้อครุย ความเปึนระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรมที่ปลูกฝังกันมา เพราะฉะนั้นในอดีตนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีที่ขึ้นสู่ ศาลสถิตยุติธรรม เรามีประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งมีบทบัญญัติว่าด้วยการละเมิด อํานาจศาล แต่เนื่องจากสังคมไทยนั้นเรายอมรับกระบวนการยุติธรรม และยอมรับ พูดง่าย ๆ ก็คือยอมรับองค์กรศาลสถิตยุติธรรมนั้นเปึนองค์กรที่จะวินิจฉัยชี้ขาด คุณจะ ทะเลาะกันมาด้วยเหตุร้ายแรงแค่ไหนอย่างไรก็ตามก็ต้องมายุติที่ศาล นั่นคือความศรัทธา ความเชื่อมั่น เมื่อทุกคนเชื่อมั่น ท่านประธานคงทราบ เมื่อก่อนนี้ ไม่มีหรอกที่จะไป ล้อมศาล ประวัติผมที่เรียนหนังสือมาหลายสิบป้ สอนหนังสือมา ๓๕ ป้ สมัยก่อนไม่มีที่จะ เดินขบวนไปล้อมศาล การแสดงกิริยามารยาท การวิพากษ์วิจารณ์คําวินิจฉัยของศาล ถ้าวิจารณ์โดยสุจริต วิจารณ์ในเชิงวิชาการ ผมว่าไม่มีศาลไหนหรอกที่จะบอกว่านั่นคือ การหมิ่นศาล แต่ที่ผ่านมานั้นที่ศาลต้องปัองกันตนเองเพราะอะไรครับ เพราะผมบอกว่า ศาลนั้นคือที่ยุติของทุกปัญหาในสังคมไทย ผมบอกว่าขัดแย้งทางการเมืองซึ่งอาจจะ รุนแรง เมื่อก่อนไม่รุนแรงทางการเมือง แต่วันนี้ยิ่งเปึน ๒ ขั้วยิ่งรุนแรงใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมันมีความรุนแรงขนาดนี้ ท่านประธานครับ ศาลสถิตยุติธรรมเรามี บทบัญญัติในวิธีพิจารณาความแพ่งไม่ว่าจะเปึนเรื่องการจัดระเบียบภายในศาลซึ่งตรงนี้ ผมเชื่อว่าไม่ว่าเปึนศาลใดก็ต้องมีการจัดระเบียบภายในศาล เฉพาะในศาลนั้น หรือในบริเวณศาล ท่านประธานครับ ในห้องประชุมของเราเห็นไหม เรามีข้อบังคับ การประชุม ใครทําอะไรไม่ถูกท่านประธานสามารถให้ออกจากห้องประชุมได้ ถูกไหม ทุกสังคมระเบียบวินัยภายในมี ตรงนี้เปึนหลักการทั่วไปไม่มีใครปฏิเสธ ส่วนที่ ทางศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้ วิ.แพ่ง ซึ่งมันมีบทบัญญัติ โดยเฉพาะมาตรา ๓๒ และ มาตรา ๓๓ ตรงนี้ ถ้าดูเจตนารมณ์กันจริง ๆ วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจตรงนี้ ถามว่าควรจะมีบทบัญญัติว่าด้วยการละเมิดอํานาจศาลไหม ผมเรียนตรง ๆ ว่าถึงเวลา แล้วครับ ที่ผมบอกว่ามีอํานาจเยอะ มันเกี่ยวข้องกับคนเยอะ เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ที่รุนแรงมากขึ้น ยิ่งวันนี้สังคมไทยความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง ถ้าไม่มีบทบัญญัติว่า ด้วยการละเมิดอํานาจศาลคุ้มครองท่านไว้ ผมไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่เนื่องจากการนํา วิ.แพ่ง มาใช้ ยกตัวอย่างเช่น เกี่ยวกับผู้ประพันธ์ บรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ทั้งหลาย เจตนารมณ์ ถ้าหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ได้กล่าวหรือแสดง ไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ในระหว่างการพิจารณา (๒) ของมาตรา ๓๒ วิ.แพ่ง ระหว่างการ พิจารณาคดี ไปจนถึงมีคําพิพากษาเปึนที่สุด ซึ่งข้อความหรือความเห็นโดยประสงค์จะให้ มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน เหนือศาล หรือเหนือคู่ความ หรือเหนือพยาน แห่งคดี ซึ่งพอเห็นได้ว่าจะทําให้การพิจารณาคดีเสียความยุติธรรมไป แล้วก็มีรายละเอียด อีกเยอะเลยนะครับ ผมจะไม่อ่านนะครับ เพราะท่านคงทราบกันดีอยู่แล้ว ผมอยากเห็น การละเมิดอํานาจศาลที่มีการแซงก์ชั่น แต่บนพื้นฐานที่ศาลต้องยึดหลักว่า การละเมิด อํานาจศาลนั้นจะทําให้ความยุติธรรมเสียไป ยึดในกระบวนการพิจารณา ยึดหลักว่า การละเมิดอํานาจศาลนั้นจะทําให้การพิจารณาคดีเสียความยุติธรรมไป โดยหลักท่าน ยึดอยู่แล้วเพราะเปึนกฎหมายครับท่านประธาน แล้วท่านก็อ้างไปถึงว่าใช้ วิ.แพ่ง บังคับ ในมาตรา ๓๓ ของ วิ.แพ่ง ก็บอกไว้ว่า ถ้าฝ์ายใดกระทําความผิดละเมิดอํานาจศาล ๑. ไล่ออกจากบริเวณศาล ๒. ให้ลงโทษจําคุกหรือปรับ หรือทั้งจําทั้งปรับ ในวรรคท้าย ในกรณีจําคุกและปรับนั้น ให้จําคุกได้ไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท นี่ยังเปึนกฎหมายเก่าอยู่ ห้าร้อยบาท อันนี้กรณีละเมิดอํานาจศาลตามวิ.แพ่ง ท่านประธานครับ ผมจะพาตามไปดู ไปดูศาลปกครอง ศาลปกครองที่เราพูดถึง ศาลปกครองก็เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ ๑๐ ป้ มานี้ รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เช่นเดียวกัน ศาลปกครองนั้นเปึนระบบศาลคู่บ้านเรา มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างรัฐต่อรัฐหรือรัฐกับประชาชนครับ ท่านประธาน ซึ่งแตกต่างไปจากศาลสถิตยุติธรรมเดิม เพราะฉะนั้นเมื่อสังคมเปลี่ยน เรามีระบบศาลคู่ เรามีศาลใหม่ ในศาลปกครองเอง มีบทบัญญัติว่าด้วยการละเมิด อํานาจศาลมาแล้ว อยู่ในมาตรา ๖๔ ท่านประธาน บัญญัติไว้ว่านอกจากที่บัญญัติไว้แล้ว ในพระราชบัญญัตินี้ ให้นําบทบัญญัติที่ถือว่าเปึนการกระทําละเมิดอํานาจศาล ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมเช่นเดียวกัน แล้วถ้ามี การละเมิดอํานาจศาลปกครองให้มีอํานาจสั่งลงโทษได้ดังนี้ ๑. ตักเตือน โดยจะมี คําตําหนิเปึนลายลักษณ์อักษรด้วยหรือไม่ก็ได้ ๒. ไล่ออกจากบริเวณศาล ๓. ลงโทษ จําคุกไม่เกิน ๑ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําและปรับ อันนี้ทันสมัย แล้ว ๕๐,๐๐๐ บาท วรรคสองของมาตรา ๖๔ บอกอย่างนี้ การสั่งลงโทษฐานละเมิด อํานาจศาลพึงใช้อย่างระมัดระวัง และเท่าที่จําเปึนตามพฤติการณ์แห่งกรณี และหากเปึน การสั่งลงโทษตาม (๓) คือลงโทษจําคุก ให้องค์คณะอื่นที่มิใช่องค์คณะพิจารณา พิพากษาคดีนั้นเปึนผู้พิจารณาและสั่งลงโทษ ในมาตรา ๖๕ ก็เช่นเดียวกัน ผู้ใดวิจารณ์ การพิจารณาหรือการพิพากษาคดีของศาลปกครองโดยสุจริต ด้วยวิธีการทางวิชาการ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานละเมิดอํานาจศาล หรือดูหมิ่นศาลหรือตุลาการ

ที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานถึงศาลปกครองด้วย เพื่อที่จะนํามา ชี้ให้เห็นว่าศาลปกครองก็เกิดขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ศาลรัฐธรรมนูญก็เกิดขึ้น โดยรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ และวันนี้รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ครับท่านประธาน ถ้าเราดู ในมาตรา ๑๖ ผมจะไม่อ่าน มาตรา ๑๖ ก็มีลักษณะคล้ายกับที่ผมได้กล่าว ในศาลปกครองมาแล้ว มีบทลงโทษจําคุกไม่เกิน ๑ เดือน ปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท เช่นเดียวกัน มาตรา ๑๗ เรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ก็มีเช่นเดียวกัน เรื่องการลงโทษ ละเมิดอํานาจศาลก็ใช้พึงระมัดระวังเช่นเดียวกัน แต่มีแตกไปนิดเดียวว่า ถ้าลงโทษ ตามวรรคหนึ่ง เตือนแล้วอาจจะให้โฆษณาในหนังสือพิมพ์ มาดูความชอบด้วยเหตุและผล เปรียบเทียบกันระหว่างวีธีพิจารณาความแพ่ง ศาลปกครอง แล้วก็ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องยอมรับว่าวิธีพิจารณาความแพ่งนั้นเปึนหลัก แต่ผมก็กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่าต้องใช้แบบที่กฎหมายคุ้มครองทรัพย์ ถ้าทําให้เสียคดีความ ไปอย่างนี้ ถ้าไปใช้ในลักษณะอื่นที่ส่อไปในทางป่ดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน อย่าลืม นะครับ ท่านเปึนศาลที่สุดแล้วของสังคมการเมืองบ้านเรา ถ้าเทียบกัน ๓ ประการนี้ ท่านประธาน ขอกราบเรียนว่าเนื่องจากวันนี้ผมได้ให้เหตุผลแล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีกรอบขอบเขตอํานาจกว้างขวาง แล้วคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีผลกระทบ ต่อทั้งองค์กร ทั้งบุคคลที่มีความสําคัญ และมีบทบาทและมีอิทธิพลและมีอํานาจ ในการ วินิจฉัยรัฐธรรมนูญฉบับของนายกรัฐมนตรี ถามว่ามีอํานาจไหม คนที่ถูกวินิจฉัย คุณสมบัติของรัฐมนตรี ในการวินิจฉัยการไม่แสดงบัญชีทรัพย์สินของบุคลากร ทางการเมืองทั้งหมด คนเหล่านี้มีอํานาจมีอิทธิพลในการวินิจฉัยการยุบพรรค พรรคการเมืองมีอํานาจและอิทธิพล มีสมาชิกพรรคเยอะไหม เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่ผมกราบเรียนว่าศาลปกครองนั้นแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐ กับเอกชน ศาลสถิตยุติธรรมแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างเอกชนกับเอกชนไม่ว่า จะรุนแรงหรือเบาความผิดเล็กน้อยแค่ไหน เรายังมีบทบัญญัติคุ้มครองศาลยุติธรรม ด้วย เรื่องละเมิดอํานาจศาล ศาลปกครองล่ะครับ ความขัดแย้งระหว่างรัฐกับเอกชน ท่านประธานก็ทราบนะครับ รัฐถือกฎหมายในมือ มีอํานาจในมือ เรารอกันมาหลายสิบป้ จึงมีศาลปกครอง เพราะฉะนั้นถึงความขัดแย้งระหว่างรัฐกับเอกชนซึ่งมันยิ่งใหญ่นะครับ ประชาชนเสียหาย ก็ยังมีบทบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองศาลไว้ คือบทบัญญัติว่าด้วย การละเมิดอํานาจศาล ถ้าเราเทียบศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ต้องวินิจฉัยในเรื่องที่สําคัญ ๆ ของประเทศชาติ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ความเห็นส่วนตัว ผมคิดว่าสมควร มีบทบัญญัตินี้ที่จะคุ้มครองศาลรัฐธรรมนูญไว้

ส่วนประเด็นการใช้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ ผมขอ กราบเรียนให้ข้อสังเกตดังนี้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๑๗ เราต้องยอมรับว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีอํานาจหน้าที่ทั้ง ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งอาจจะวินิจฉัยที่ไม่ค่อยมี ผลกระทบต่อบุคคล แต่อีกส่วนผลกระทบต่อองค์กรและบุคคลเยอะและเปึนผู้มีอิทธิพล มีบทบาททางการเมืองด้วย เพราะฉะนั้นการวิพากษ์วิจารณ์ท่านต้องเตรียมเป่ดใจกว้างไว้ การวิพากษ์วิจารณ์ผมคิดว่าควรจะยึดหลักสุจริตไว้ คําว่า วิชาการ แปลว่าการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความรู้โดยเฉพาะ อย่าลืมแบบที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน วิจารณ์ไป การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตควรจะเปึนหลัก ในทางวิชาการนั้นจะบอกให้ ผู้ที่ทําหน้าที่สื่ออาจจะจบวิศวะ จบหลายสาขา จะวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า นี่เปึนวิชาการ แต่ผมคิดว่าคําว่าวิชาการนี้ไม่ต้องไปเลียนแบบศาลปกครอง ผมคิดว่า การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตก็น่าจะได้รับการคุ้มครองที่เพียงพอแล้วสําหรับผู้ที่จะถูก กล่าวหาว่าเปึนผู้ละเมิดอํานาจศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นโดยรวมครับท่านประธาน ที่ผมได้กล่าวขึ้นมานั้นด้วยความเคารพท่านประธาน ผมเห็นด้วยที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เห็นด้วยที่จะรับหลักการในวาระที่ ๑ ส่วนรายละเอียดนั้น ผมเชื่อว่าโดยระบบของการจัดทําพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของเรานั้น เรายังสามารถที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขเปึนไปตามความคิดเห็นและความถูกต้อง ความชอบธรรม แล้วก็ความชอบด้วยเหตุและผลของรัฐธรรมนูญต่อไป ขออนุญาต ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพก่อนอื่นผมต้องแสดงความชื่นชมต่อศาลรัฐธรรมนูญที่ได้นําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ต่อรัฐสภา ผมเองทีแรกก็ตั้งใจที่จะวิพากษ์วิจารณ์แล้วก็ตั้งข้อสังเกตเปึนข้อ ซักถามต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ทําไมท่านถึงเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อสภา ค่อนข้างล่าช้า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ใช้บังคับตราไว้ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ วันนี้วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานที่เคารพ ครับเหลือเวลาอีก ๑๐ วัน ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐๐ ท่านกําหนดไว้ในมาตรา ๓๐๐ ว่า ขออนุญาตอ่านสั้น ๆ ท่านประธานครับ วรรคสุดท้าย ในระหว่างที่ยังไม่มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจออกข้อกําหนดเกี่ยวกับ วิธีพิจารณาและการทําคําวินิจฉัยได้ แต่ทั้งนี้ต้องตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งป้ นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ผมคํานึงถึงว่า ในเมื่อบทบัญญัติมาตรา ๓๐๐ วรรคสุดท้ายของรัฐธรรมนูญกําหนดไว้แบบนี้ ก็พยายาม เป่ดดูเพื่อที่จะดูว่ามันเปึนความบกพร่องผิดพลาดหรือไม่ ที่เหลือเวลาอีก ๑๐ วัน นับแต่วันนี้ที่จะให้ตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้แล้วเสร็จ ก็ไปดู หนังสือ ที่ สร. ๐๐๐๑/๓๘๐ ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ ท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือ ท่านชัช ชลวร ได้เสนอร่างนี้ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ จะถือว่าเปึนความบกพร่องในส่วนของสภาหรือว่าศาลรัฐธรรมนูญที่เหลือ กรอบเวลาตามกรอบที่มาตรา ๓๐๐ กําหนดไว้ให้ เพราะฉะนั้นอยากจะขอคําชี้แจง ในเรื่องนี้ถ้าเกิดว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่สามารถที่จะตราให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ป้ นับแต่วันที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญคือวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ เปึนประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าคําอภิปรายของเพื่อน สมาชิกรัฐสภาผู้มีเกียรติหลาย ๆ ท่าน ผมเห็นพ้องด้วย ซึ่งเปึนข้อท้วงติงที่เปึนประโยชน์ โดยเฉพาะมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๖ เปึนการกําหนดในเรื่องการละเมิด อํานาจศาล เปัาประสงค์น่าจะหมายถึงว่าไม่ต้องการให้บุคคลใด ๆ ก็แล้วแต่ ไปวิพากษ์วิจารณ์ตุลาการหรือศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเบาที่สุดก็คือมีการตักเตือนแล้วก็ตําหนิ เปึนลายลักษณ์อักษร ไล่ออกจากศาล หนักขึ้นมาหน่อยก็คือ จําคุกไม่เกิน ๑ เดือน ปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ผมเข้าใจในวัตถุประสงค์ของผู้ร่างและ ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับท่านประธาน ท่านพยายามที่จะให้พวกเราเห็นว่า การสั่งลงโทษฐานละเมิดอํานาจศาล จะต้องใช้ความระมัดระวังเปึนอย่างยิ่งและใช้เท่าที่ จําเปึนเท่านั้น ซึ่งมองเห็นนัยหรือเจตนารมณ์ของท่านว่า พยายามจะไม่ใช้ พยายามจะ ไม่ใช้การละเมิดอํานาจศาลเหมือนกับศาลทั่ว ๆ ไป ซึ่งผมเห็นว่าควรที่จะสนับสนุน หลักการนี้ เพราะถ้าเกิดว่าจะปล่อยไม่ให้มีการลงโทษผู้ที่ละเมิดอํานาจศาลเลย ผมเกรงว่าสถาบันที่เปึนหลักสถาบันหนึ่งก็จะถูกวิพากษ์ ถูกบ่อนทําลายได้โดยง่าย เพราะฉะนั้นยิ่งประกอบกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ กําหนดไว้ว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เปึนเด็ดขาด มีผลผูกพันต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่น ๆ ของรัฐ แสดงว่าองค์กรทุกองค์กรในประเทศนี้จะต้อง นําเอาคําวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญไปผูกพันแล้วก็เกี่ยวโยงทั้งสิ้น ไม่สามารถที่จะ หลบเลี่ยงได้ แต่ที่ผมมีความเห็นแย้งอีกนิดหนึ่งก็คือมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๗ ผู้ใดวิจารณ์ การพิจารณาหรือการวินิจฉัยคดีของศาลโดยสุจริตด้วยวิธีการทางวิชาการ อันนี้ผมเห็นว่า จะจํากัดกรอบของการใช้ดุลยพินิจในการวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนค่อนข้างมาก ท่านประธานที่เคารพ เราทราบกันดีว่ากระบวนการในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม แล้วก็ด้านการเมือง มันจะมีวิวัฒนาการของมันให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น แล้วก็โดยลําดับ ในสมัยก่อนอาจจะเห็นจุดอ่อน อาจจะเห็นจุดบกพร่อง อาจจะเห็นจุดที่ยังไม่สมบูรณ์ในทุกกระบวนการทางสังคม ทั้งการเมือง ทั้งเศรษฐกิจแล้วก็ สังคม เราก็พยายามใช้ข้อกฎหมายหรือปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เหล่านั้นมาถกเถียงกัน มาปรึกษาหารือมาพิจารณากันเพื่อที่จะหามาตรการทางกฎหมายในการที่จะอุดช่องว่าง หรือเติมในส่วนที่เข้มแข็งให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเปัาหมายก็คือต้องการที่จะให้การที่จะ ให้สังคมของเราเดินไปสู่ครรลองที่ถูกต้อง เดินไปสู่ความเที่ยงธรรมที่ตรงไปตรงมา อย่างยุติธรรม ผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด ถูกก็ต้องว่ากันไปตามถูก และกระบวนการในการ ที่จะเดินไปสู่ความถูกหรือผิดนั้น เรามีครรลองคือหางเสือของเรือที่จะคัดว่าไปทิศทางนี้ มันจะผิดแล้วนะ ไปทิศทางนี้มันจะถูก แต่ผมไม่ต้องการให้กระบวนการหรือกฎหมาย ฉบับหนึ่งฉบับใดก็แล้วแต่ เปึนอุปสรรคเสียเองในการที่จะขัดขวางไม่ให้กระบวนการ ในการวิวัฒนาการของกระบวนการทางสังคมต่าง ๆ เปึนอุปสรรคแล้วก็ขาดการขับเคลื่อน ไปสู่การพัฒนาที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นในทุก ๆ ด้าน ทั้งในกระบวนทางด้านตุลาการก็คือศาล หรือกระบวนการทางด้านกฎหมาย

อันที่ ๒ ก็คือทางด้านการเมือง หลายท่านก็วิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐธรรมนูญ ที่ร่างขึ้นมา ผู้ร่างก็ไม่ค่อยได้ใช้ แต่ว่าผู้ใช้ก็คือไม่ได้ร่าง คือไม่ได้จัดทํา และเท่าที่ดูเอง เสียงส่วนใหญ่ในซีกของฝ์ายการเมืองเองก็มองว่า ผู้ที่ร่างหรือวางกรอบกติกาของสังคม โดยเฉพาะกฎหมายแม่บทก็คือรัฐธรรมนูญจะมีทัศนคติที่เปึนลบต่อผู้ที่เข้ามาทําหน้าที่ ในด้านการเมือง มีทัศนคติที่มองว่านักการเมืองเปึนคนไม่ดี ผมกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่าในแวดวงของการเมืองผมเชื่อมั่นว่าคนดีมากกว่าคนไม่ดี ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วทางการเมืองของเราจะไม่พัฒนามาถึงทุกวันนี้ แล้วก็จะไม่สามารถ ที่จะอํานวยประโยชน์สุขให้กับบ้านเมืองได้ กับประชาชนได้ แล้วประชาชน จะเปึนผู้พิจารณาเองว่า นักการเมืองคนไหนควรที่จะได้รับเลือกไปเปึนตัวแทน ไปเปึนปากเปึนเสียง ไปเปึนผู้แทนของเขาเหล่านั้น เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากจะให้ ตัดข้อความ ซึ่งผมคงจะต้องแปรญัตติ ก็คือ ด้วยวิธีการทางวิชาการ ออกไป อาจจะ ใช้คําแต่เพียงว่า โดยสุจริต ก็น่าจะเพียงพอ เช่นเดียวกับความเห็นของเพื่อนสมาชิก ที่ได้เสนอไปก่อน เหตุผลก็เพราะว่า แม้แต่คําพิพากษาของศาลฎีกาไม่ว่าจะเปึนศาลฎีกา โดยองค์คณะหรือว่าศาลฎีกา โดยคําพิพากษาโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ถ้าเกิดว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปเหตุการณ์เปลี่ยนไปสถานะทางสังคมเปลี่ยนไปนะครับ ศาลฎีกาเองซึ่งถือว่าเปึนหลักในการที่นักศึกษากฎหมายทุกคนจะใช้เปึนบรรทัดฐาน เขาเรียกว่าแนวคําพิพากษาของศาลฎีกาก็สามารถที่จะกลับได้ สามารถที่เปลี่ยนแปลง หลักการกฎหมายเดิมนั้นได้ เพราะฉะนั้นการวิพากษ์การวิจารณ์ การใช้ดุลยพินิจ แค่โดยเพียงสุจริต ซึ่งคนที่วิพากษ์วิจารณ์อาจจะไม่มีความรู้ในด้านกฎหมาย หรือว่า ในด้านวิชาการ แต่การใช้ดุลยพินิจโดยสุจริตก็อาจจะมีน้ําหนักเพียงพอหรือว่ามีเหตุผล เพียงที่จะทําให้เขาเหล่านั้นได้รับการคุ้มครอง เพราะฉะนั้นครับท่านประธานครับ ผมจึงเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่นําเสนอต่อสภาโดยศาลรัฐธรรมนูญควรรับไว้ เปึนอย่างยิ่ง ประกอบกับรัฐธรรมนูญเองก็บังคับไว้เพียงแต่ว่าจะหาวิธีการไหนที่จะ ตราให้แล้วเสร็จแล้วภายในกรอบของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ อันที่ ๒ ก็คือในเรื่องของ การใช้บังคับกฎหมายนั้นก็ไม่ควรที่จะกําจัดกรอบเกินไปหรือว่ามีข้อกําหนดที่แคบเกินไป แต่ว่าควรที่จะให้มีการแสดงโดยสุจริตไม่ว่าคนนั้นจะมีความรู้ทางวิชาการหรือว่า อิงหลักวิชาการหรือไม่ เพื่อให้เป่ดกว้างแล้วจะนําไปสู่กระบวนการในการพัฒนา ทางการเมือง พัฒนาในด้านกฎหมายและพัฒนาในด้านสังคมตามมา สุดท้ายผมเห็นว่า ข้อเสนอหลาย ๆ ด้านนะครับ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สมควรที่จะมีเปึนอย่างยิ่ง ก็เพราะว่าเปึนข้อเสนอใหม่ ๆ ผมเห็นว่าข้อเสนอหลาย ๆ ด้านของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สมควรที่จะมีเปึนอย่างยิ่ง ก็เพราะว่าเปึนข้อเสนอใหม่ ๆ แล้วก็หลักการที่จะนําไปสู้ข้อพิจารณาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ที่ผมห่วงใยเปึนประเด็นสุดท้ายก็คือว่าจะทําอย่างไรให้ศาลหรือตุลาการของเรา ปลอดจากการแทรกแซงโดยอํานาจใด ๆ ทุกอํานาจ และให้กระบวนการยุติธรรมอันนี้ เปึนหลักที่พึ่งที่หวังแล้วก็ขัดเกลาสังคมขจัดคนไม่ดี ขจัดสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากสังคม แล้วก็คัดกรองในสิ่งที่ดี ๆ เพื่อบ้านเมืองของเราเพื่อลูกหลานของเราในอนาคตสืบไป กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณทศพล เพ็งส้ม ครับ

นายทศพล เพ็งส้ม นนทบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณนะครับ วันนี้เราได้มีโอกาสที่จะมาอภิปรายเกี่ยวกับวิธีพิจารณา เมื่อวานนี้ เราได้ตรวจรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ประเด็นแรกที่จะสอบถาม ตาม พ.ร.บ. นั้น ปรากฏว่าในมาตรา ๕ ที่อาจจะมีเพื่อนสมาชิกกล่าวไว้เมื่อสักครู่นี้นะครับ ว่าเกี่ยวกับพนักงานคดีรัฐธรรมนูญนะครับ ในมาตรา ๕ กําหนดไว้เฉพาะแต่หน้าที่ แล้วโดยเฉพาะหน้าที่นั้นก็ได้ไปกําหนดไว้เกี่ยวกับรายละเอียดในข้อบังคับ ที่ผมสงสัยก็คือ น่าจะบัญญัติไว้เปึนบทนิยาม จะได้เข้าใจไว้ด้วยว่าพนักงานคดีรัฐธรรมนูญนั้นมีที่มา อย่างไร มีคุณสมบัติอย่างไร เพราะเท่าที่ดูตามร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นั้นว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่ปรากฏ ไม่ปรากฏว่าคุณสมบัติของ พนักงานคดีรัฐธรรมนูญนั้นมีคุณสมบัติอย่างไร แล้วมาได้อย่างไร จริงอยู่ถึงแม้จะบอกว่า ทําหน้าที่ช่วยเหลือในกระบวนพิจารณาของศาลตามที่ศาลมอบหมายย่อมจะกว้างเกินไป แต่ท่านประธานดูครับ ไปดูมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๑ในตอนท้าย ปรากฎให้ศาลมีอํานาจ แต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่มอบหมายอีก ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ตุลาการเปึนเจ้าพนักงานในการยุติธรรมตามกฎหมาย ท่านประธานครับ สําหรับ มาตรา ๓๑ นั้น ปรากฏอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ ที่ให้ศาลมีอํานาจ แต่งตั้งบุคคล ฉะนั้นคนที่ช่วยเหลือศาลหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ดี มีอยู่ ๒ ส่วน แต่ส่วนที่ผมสงสัยก็คือในส่วนของมาตรา ๕ ท่านประธาน อีกประการหนึ่งในส่วนของ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ นั้น เปึนที่น่าสังเกตว่าถ้าเกิดผู้ที่ อยู่ในเงื่อนไขของมาตรา ๑๐ ได้ที่จะตัดสินคดี ปรากฏว่ามีคนคัดค้านขึ้นมา ถามว่าแล้วที่ ดําเนินกระบวนพิจารณาไปนั้น ตามมาตรา ๑๒ วรรคสาม บอกอยู่แล้วว่าการกระทําใด ๆ ของตุลาการที่ถูกคัดค้านย่อมสมบูรณ์ไม่เสียไป แต่ถ้าเกิดมีตุลาการท่านนั้นซึ่งเปึน ตุลาการประจําคดี แต่ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๐ แต่ไปปรากฏในช่วงที่ใกล้จะเขียน ความเห็น ผมถามครับ จะปัองกันได้อย่างไร ปรากฏว่ามีความสัมพันธ์ตามมาตรา ๑๐ โดยตรง แต่ ๑ ไม่มีใครคัดค้าน ตัวผู้พิพากษาท่านเอง ตัวตุลาการท่านนั้นอาจจะคิดไม่ถึง แต่ความปรากฏขึ้นมาแล้ว จะบอกว่ากระบวนการที่ทําโดยไม่ชอบเปึนกระบวนการที่ชอบ ได้อย่างไร ท่านประธานครับ และโดยเฉพาะในมาตรา ๑๔ เรื่องถอนตัวไม่ได้ เปึนเรื่องที่อันตรายมาก ถ้าเกิดผู้พิพากษาท่านนั้นอยู่ในเงื่อนไข โดยเฉพาะอาจจะเคยรู้จัก คุ้นเคยกับคู่กรณี ภายหลังขอถอนตัวแล้วไม่ได้ขึ้นมานั้น กระบวนพิจารณาจะเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ ในส่วนของหมวดที่ ๒ วิธีพิจารณาคดีนั้น ผมมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๗ นั้น ศาลได้แต่งตั้ง หากแต่งตั้งตุลาการประจําคดีเพื่อพิจารณาคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยและออกคําสั่ง ท่านประธานครับ ปัญหาของผมที่จะเสนอก็คือว่าถ้าเกิดตุลาการประจําคดีได้ใช้ดุลยพินิจ ที่คู่กรณีไม่ชอบ ถามว่าคู่กรณีทําอย่างอื่นได้ไหม เพราะในวิธีพิจารณานั้นไม่ได้บอกว่า คู่กรณีที่มีความเห็นไม่ตรงกับตุลาการประจําคดีนั้นสามารถยื่นคําร้องต่อศาลหรือ ต่อประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ผมถือว่าอันนี้เปึนสิ่งที่สําคัญ ถ้าไม่ บัญญัติไว้แล้วว่าตุลาการประจําคดีได้มีความเห็นคําร้อง เช่นอะไร เช่นการระบุบัญชี พยาน การขอเพิ่มเติมบัญชีพยาน ปรากฏว่าตุลาการประจําคดีไม่เห็นด้วย ไม่อนุญาต ปัญหาเกิดขึ้นครับ คู่กรณีจะดําเนินการต่อไปอย่างไร เพราะว่าในร่างนั้นไม่ปรากฏ ผมก็ขอเสนอว่าเปึนไปได้ไหมว่าคําสั่งของตุลาการประจําคดี ถ้าคู่กรณีไม่เห็นด้วย ให้ยื่นคําร้องหรือทําความเห็นแย้งไปยังประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แล้วคําสั่งของ ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นให้เปึนที่สุดท่านประธานครับ

อีกประการหนึ่ง ในมาตรา ๒๙ วรรคแรก เปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วงอย่างมาก เมื่อศาลมีคําสั่งรับคําร้องที่มีคู่กรณีไว้พิจารณาวินิจฉัย ในตอนท้าย ศาลให้ส่งคําร้อง แก่ผู้ถูกร้อง หรือมีคําสั่งแจ้งผู้ถูกร้องมารับสําเนาคําร้องภายในระยะเวลาที่ศาลกําหนด เรื่องนี้เปึนเรื่องที่อันตรายมาก อันตรายต่อกระบวนการยุติธรรม ถามว่าอันตรายอย่างไร ท่านประธานครับ ถ้าเกิดศาลได้ใช้ ดุลยพินิจในแต่ละคดี ในการที่จะให้คู่กรณียื่นคําร้อง โดยใช้ระยะเวลาไม่เท่ากัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ อีกไม่กี่อาทิตย์หรือไม่กี่เดือนอาจจะมี พรรคการเมืองขึ้นไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วศาลมีคําสั่งให้รับคําร้องภายในระยะเวลา ที่ไม่เท่ากัน อีกพรรคหนึ่งให้ไปรับภายใน ๒๐ วัน อีกพรรคหนึ่งให้ไปรับภายใน ๓๐ วัน ผมถามว่ากระบวนการเช่นนี้ศาลจะตอบกับสังคมได้อย่างไร ทําไมไม่กําหนดไปเลยว่า ให้ผู้ร้องมารับคําร้องภายในระยะเวลากี่เดือน กี่วัน ให้ชัดเจนลงไป เพราะการใช้ดุลยพินิจ เช่นนี้ก่อให้เกิดความสงสัยและเคลือบแคลงกับกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับ เช่นเดียวกัน ในวรรคสองของมาตรา ๒๙ การที่ผู้ร้องรับสําเนาคําร้องและให้ยื่นคําชี้แจง แก้ข้อกล่าวหาภายในระยะเวลาที่กําหนดอีกแล้วท่านประธาน ถ้าเกิดศาลได้ใช้ดุลยพินิจ ให้ผู้ถูกร้องยื่นคําแก้ข้อกล่าวหาภายในระยะเวลาที่ไม่เท่ากัน เกิดขึ้นแน่นอน การวิพากษ์วิจารณ์จากนักกฎหมาย การวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ที่มีความรู้ทางกฎหมาย มหาชนเริ่มสงสัยศาล ศาลก็ต้องออกมาตอบคําถาม ท่านเลขาธิการก็ต้องมาตอบคําถามกับสาธารณชนว่าเหตุใดคดีสั่งในระยะเวลาที่ ไม่เหมือนกัน ท่านประธานครับ ผมถึงบอกว่าระยะเวลาที่ศาลกําหนดไว้ควรจะกําหนดไว้ ให้ชัดเจนในกระบวนวิธีพิจารณาความ ไม่อยากให้ใช้ดุลยพินิจ แต่ถ้าเกิดว่ากําหนดไว้ แล้วคู่กรณีไม่สามารถไปรับได้ภายในระยะเวลาที่กําหนด คู่กรณีไม่สามารถยื่นคําชี้แจงได้ ภายในระยะเวลาที่กําหนด นั่นแหละครับศาลอาจใช้ดุลยพินิจในการขยายระยะเวลา ในการรับขยายระยะเวลาในการยื่นคําชี้แจง อันนี้ผมเห็นด้วย ท่านประธานครับ สําหรับ กระบวนวิธีพิจารณาที่จะต้องสอบถามอีกสักนิดหนึ่งก็คือว่ามาตรา ๓๔ ก็ดีที่บอกให้ศาล มีอํานาจในอันที่จะดําเนินกระบวนพิจารณาและวินิจฉัยพยานหลักฐานใด ๆ ที่ได้มาว่าจะ เกี่ยวกับประเด็น และเปึนอันเพียงพอให้ฟังเปึนยุติได้หรือไม่ ผมถามว่าทําไมไม่เพิ่มให้ ตุลาการประจําคดีได้ใช้ดุลพินิจได้ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วคดีที่อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะล่าช้า ท่านประธานครับนิดเดียวครับว่าในส่วนที่เกี่ยวกับวิธีพิจารณาที่มี ความเปึนห่วงก็คือว่ามาตรา ๔๔ ที่บอกว่าในการพิจารณา ศาลอาจสั่งให้มีการสืบพยาน ไม่ว่าจะกระทําในเวลาใด ในหรือนอกที่ทําการศาลก็ได้ ตรงนี้ผมถึงบอกว่า เรื่องระยะเวลานั้นมันเหมือนกับเป่ดไว้เลยว่า ๒๔ ชั่วโมง ๓๖๕ วัน เพิ่มได้ไหม เพิ่มตาม มาตรา ๔๕ ไว้ว่าในการพิจารณาคดีดังกล่าวนี้ ในการตรวจสอบบันทึกเอกสารวัตถุ หรือสถานที่ ไม่ว่าจะกระทําในเวลาใด ภายในหรือภายนอกที่ทําการศาล ทั้งนี้ให้เปึนไป ตามข้อกําหนด อย่างน้อย ๆ คนที่สนใจว่าศาลจะดําเนินการในข้อ ๔๕ นั้นอย่างไรบ้าง ก็ควรจะกําหนดไว้ในข้อกําหนด เพราะข้อกําหนดนั้นก็คงต้องประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ท่านประธานครับ สําหรับที่เปึนห่วงอีกนิดเดียวก็คือว่า ตามมาตรา ๔๘ เมื่อศาลมีคําสั่งรับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว การวินิจฉัยคดีของ ศาลตุลาการ ผมถึงสงสัยว่าข้างบนก็มีศาล อีกบรรทัดก็มีตุลาการ ตกลงจะมีศาล หรือตุลาการกันแน่ เพราะศาลในคําบทนิยามก็บอกอยู่แล้วว่า หมายความว่า ศาลรัฐธรรมนูญหรือคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้วแต่กรณี แล้วก็มีตุลาการก็คือ ประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้วแต่กรณี ฉะนั้นตกลงว่า ตามมาตรา ๔๘ นั้นในบทนิยาม มาตรา ๓ ทั้งศาลทั้งตุลาการนั้นสามารถใช้ ในมาตรา ๔๘ ใช่หรือไม่ ท่านประธานครับ กระบวนการทั้งหมดที่ระบุไว้ในวิธีพิจารณา ความของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนเรื่องใหม่ เพราะเดิมทีเดียวนั้นตุลาการรัฐธรรมนูญ ออกข้อกําหนด วันนี้รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ได้กําหนดอํานาจหน้าที่ซึ่งปรากฏไว้ ในรายงานของศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่หน้า ๖๖–๖๘ ๑๐ กว่าประการ ๒๐ กว่าประการ เปึนเรื่องที่สําคัญ ฉะนั้นวิธีพิจารณาคํานึงถึงอํานาจหน้าที่และการปฏิบัติได้จริง เพื่อนสมาชิกหลายท่าน เปึนห่วงเกี่ยวกับเรื่องการให้ความเห็นทางกฎหมาย ผมเองเช่นเดียวกันกับเพื่อนสมาชิก หลายท่านว่า การให้ความเห็นที่เป่ดไว้ว่าเปึนความเห็นทางวิชาการนั้น ใครเปึนคน วินิจฉัยว่าความเห็นทางกฎหมาย ความเห็นการตัดสินคดี บทความนี้ หรือจะต้องลงเปึน บทความถึงจะเปึนการให้ความเห็นทางวิชาการ ท่านประธาน ผมถึงบอกว่าสิ่งที่สําคัญ ที่สุดที่เป่ดโอกาสให้หลาย ๆ คนใช้ความรู้ความสามารถในการหยิบยกคําพิพากษาของ ศาลรัฐธรรมนูญมาเปึนบรรทัดฐาน มาเปึนแนวทางในการศึกษา ถ้าอย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านบอกก็คือว่า ความสุจริตครับท่านประธาน ถ้าเมื่อไรมีความสุจริต ผมเชื่อเหลือเกินว่า สังคมยอมรับได้ แต่การที่จะบอกว่าอะไรเปึนวิชาการหรือไม่นั้น โต้เถียงครับ ผมเองก็เห็นด้วย และคิดว่าคงรับหลักการในเรื่องของวิธีพิจารณาคดีของ ศาลรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ช่วงนี้จะขอให้ท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้แทนได้ชี้แจงข้อซักถามสักช่วงหนึ่ง ก่อนนะครับ ขอเชิญท่านเฉลิมพล เอกอุรุ ครับ

นายเฉลิมพล เอกอุรุ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเฉลิมพล เอกอุรุ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่นผมใคร่ขอขอบพระคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติซึ่งได้กรุณาให้ข้อคิดเห็น และข้อสังเกตที่เปึนประโยชน์ในการพิจารณา เบื้องต้นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของ ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ โดยท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้ตั้งข้อสังเกตและให้ ข้อคิดเห็นในเรื่องระยะเวลาของการนําเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้

ประเด็นแรก ประเด็นเกี่ยวกับบทบัญญัติการคัดค้านตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นเกี่ยวกับบทบัญญัติว่าด้วยการละเมิดอํานาจศาล ประเด็น เกี่ยวกับพนักงานคดีศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ประเด็นปลีกย่อยอื่น ๆ อีก โดยที่มี รายละเอียดในเรื่องนี้เปึนอันมาก ผมขออนุญาตท่านประธานให้ท่านเลขาธิการสํานักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ คุณไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เปึนผู้ชี้แจงในรายละเอียด ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านไพบูลย์มีอะไรไหมครับ

นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ทุกท่านครับ ผมไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่ ทางศาลรัฐธรรมนูญได้นําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ก่อนอื่นในนามของ ศาลรัฐธรรมนูญต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายไป นะครับ ที่ผมโน้ตไว้ ๘ ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านกุเทพ ใสกระจ่าง ท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านทิวา เงินยวง ท่านนคร มาฉิม และท่านทศพล เพ็งส้ม ในประเด็นของท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายในวาระ ๑ ขั้นรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ เท่าที่ผม ประมวลประเด็นที่อยากจะกราบเรียนนําเสนอรวม ๖ ประเด็นด้วยกัน

ในประเด็นแรกก็มีความห่วงใยของท่านสมาชิกในเรื่องของระยะเวลา การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งทางศาลรัฐธรรมนูญ เปึนผู้เสนอนะครับ ในประเด็นของระยะเวลา ถ้าดูถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ ในวรรคห้า ที่ให้ตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ป้ นับแต่ วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ ใช้บังคับ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ ครบ ๑ ป้ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๑ ในประเด็นนี้กราบเรียนท่านนะครับว่า สําหรับ สาระสําคัญในประเด็นนี้ที่เกี่ยวกับผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ก็จะเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๙ ที่บัญญัติว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญจะเสนอได้ก็แต่โดย ๓ ทางด้วยกัน ทางแรกเปึนเรื่องของคณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ ทางที่ ๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกับ สมาชิกวุฒิสภามีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ ทั้งสองสภา หรือหลักการใหม่ที่รัฐธรรมนูญกําหนด ก็คือทางศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา หรือองค์อิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งประธานศาลหรือประธานองค์กรนั้น ซึ่งเปึนผู้รักษาการ เปึนผู้เสนอ ทั้งนี้ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญในฐานะที่เปึนส่วนหนึ่งซึ่งมีสิทธิเสนอ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๙ (๓) คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะ มีศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๕๐ นี้ คณะตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญตามที่มีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ก็ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนเบื้องต้น แต่ด้วยเหตุที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนั้น เห็นว่าในสาระสําคัญจริง ๆ ควรจะเปึนเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันเปึนผู้เสนอ เมื่อดูเหตุผลในเรื่องนี้แล้ว ประเด็นก็คือว่า ในการเสนอของศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน ศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันได้รับพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เมื่อ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ แล้วก่อนเข้ารับหน้าที่ก็ต้อง ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งได้ดําเนินการไปเข้าเฝัาถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑ แล้วหลังจากนั้นไม่กี่วัน ท่านก็ประชุมกันทันทีหลังจากที่เข้าเฝัา ถวายสัตย์ ๑๑ มิถุนายน ๒๕ มิถุนายน ท่านก็ส่งมาที่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ตามที่ท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายประกอบไปแล้วนะครับ ทีนี้ในกําหนดเวลาตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ วรรคห้า ที่ให้มีการตราร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ป้ นับแต่วันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในความเห็นส่วนตัวเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเพียงระยะเวลาเร่งรัดเท่านั้น ไม่ใช่ระยะเวลาบังคับที่หากไม่ดําเนินการให้แล้วเสร็จตามกําหนด จะต้องมีบทบังคับให้ ต้องดําเนินการอย่างไร หรือมีผลเปึนอย่างไร แต่อาจจะอยู่ที่ความเหมาะสม อีกทั้ง ในระหว่างที่กระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญถ้ายังไม่แล้วเสร็จ ก็มีบทบัญญัติรองรับที่ศาลรัฐธรรมนูญยังคงใช้ ข้อกําหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทําคําวินิจฉัย พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งได้ตราขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ เช่นกัน ก็มีผลใช้บังคับต่อไปก่อน เพื่อไม่ให้ การพิจารณาต้องล่าช้าหรือเสียหาย ผมเรียนในประเด็นนี้เพิ่มเติมว่าถ้าดูถึงบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๕ วรรคสอง มาตรา ๒๙๕ วรรคสอง ได้เขียนในทํานองว่า ในกรณีที่ สนช. พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งพรรคการเมือง แล้วก็คณะกรรมการการเลือกตั้ง ถ้าพิจารณาไม่เสร็จ ไม่เสร็จในที่นี้ก็คือ ๔๕ วัน นับแต่ได้รับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง ๓ ฉบับจาก คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๔๕ วันไม่เสร็จ บทบังคับก็คือให้ประธาน สภานิติบัญญัตินําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญจัดทําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายใน ๗ วัน เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โดยถือเสมือนว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญดังกล่าวแล้ว ตรงนี้ดูเสมือนเปึนเรื่องบังคับถ้าทําไม่เสร็จและรัฐธรรมนูญ ก็จะบอกต่อว่าให้ทําอย่างไรต่อไป ถ้าดูถึงรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่ผมขออนุญาต กราบเรียนตรงนี้ว่าในบทเฉพาะกาล มาตรา ๓๒๓ ก็มีสภาพบังคับอยู่ ที่ให้ทางสภา ผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งพรรคการเมือง คณะกรรมการการเลือกตั้งโดยบังคับไว้ในมาตรา ๓๒๓ ที่บัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎร ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน วุฒิสภาต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน ถ้าไม่เสร็จ รัฐธรรมนูญก็ได้บังคับว่าให้สมาชิกภาพของ ส.ส. หรือ ส.ว. สิ้นสุดลง อันนี้ ชัดเจนนะครับในเรื่องของสภาพบังคับ ถ้าดูเทียบเคียงอีกนิดเดียวรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เช่นกัน ในมาตรา ๓๒๐ ที่ให้เลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญภายใน ๔๕ วัน นับแต่วัน ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ใช้บังคับ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๐ ๔๕ วัน ก็จะประมาณวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ แต่ข้อเท็จจริงได้มีการโปรดเกล้าฯ ในเรื่องนี้ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๑ หลังจากเวลาที่กําหนดโดยรัฐธรรมนูญมานาน ตรงนี้ในความเห็น หรือทรรศนะส่วนตัวที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าเปึนเรื่องที่รัฐธรรมนูญเขียนเปึนเรื่องเร่งรัด ว่าหน่วยงานไหนมีหน้าที่อย่างไร คงไม่ใช่ลักษณะบังคับเด็ดขาด ตรงนี้เปึนประเด็นแรก ที่อยากจะกราบเรียน

ในประเด็นต่อมาในเรื่องของการคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมี สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายในประเด็นของมาตรา ๑๐ ในร่างมาตรา ๑๐ ก็ได้เขียนไว้ ในหลายลักษณะด้วยกันว่าตุลาการอาจถูกคัดค้านได้ในเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วก็มีอยู่ ๕ อนุมาตรา ในเหตุคัดค้านตุลาการที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติแห่งนี้นะครับ เมื่อการคัดค้านตุลาการเปึนหลักการพื้นฐาน ประการหนึ่งในการอํานวยความยุติธรรม ซึ่งทุกศาลจะมีในสิ่งเหล่านี้ การอํานวย ความยุติธรรมที่เปึนหลักการพื้นฐานก็จะมีอยู่ ถ้าผมประมวลก็คงมีอยู่ ๕ ประการ

ประการแรก เปึนเรื่องหลักการพื้นฐานเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดี โดยเป่ดเผย

ประการที่ ๒ การให้โอกาสคู่กรณีได้แสดงความเห็นของตนก่อนวินิจฉัย

ประการที่ ๓ การให้โอกาสคู่กรณีได้ตรวจดูเอกสารที่เกี่ยวกับตน

ประการที่ ๔ การให้เหตุผลประกอบคําวินิจฉัยหรือคําสั่งของศาล

แล้วก็จะมีประการที่ ๕ อีกครับซึ่งเปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องของการคัดค้าน ตุลาการได้นะครับ

ในประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายในมาตรา ๑๐ ส่วนใหญ่ จะอภิปรายใน (๓) ใน (๓) ตรงจุดที่ว่าเคยถูกอ้างเปึนพยานโดยที่ได้รู้เห็นเหตุการณ์ เว้นแต่เคยมีส่วนร่วมในกระบวนการทางนิติบัญญัติหรือเคยแสดงความเห็นในฐานะเปึน ผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้เปึนพิเศษในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวข้องกับคดีนั้น ผมเรียนที่ประชุม สภาแห่งนี้ว่าในความหมายที่ว่าเคยมีส่วนร่วมในกระบวนการทางนิติบัญญัติหมายถึง อะไร ตรงจุดนี้เท่าที่ดูในข้อกําหนดก่อนหน้านั้นต้องยอมรับว่าคํานี้มีมาตั้งแต่ข้อกําหนด ของศาลรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๑ ข้อกําหนดของศาลรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๖ และข้อกําหนดของศาลรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๙ ก็มีในเรื่องนี้อยู่ ทีนี้ในข้อกําหนดของ ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งได้อนุวัตตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๙ ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ทางคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในยุคนั้นได้ออกข้อกําหนดของ ศาลรัฐธรรมนูญ โดยมติเอกฉันท์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเองทั้งสิ้น ก็มีในเรื่องนี้อยู่ ความหมายก็อาจจะเปึนในเรื่องของถ้ามีส่วนร่วมเปึนกรรมาธิการ เช่น ในฝ์าย นิติบัญญัติ ตรงจุดนี้ก็จะอยู่ในความหมาย ทีนี้คําถามก็คือว่าตรงจุดที่เหตุคัดค้านตุลาการ ในเรื่องนี้ถ้าตัดออกจะเสียหายหรือไม่อย่างไร ผมก็เรียนในประเด็นนี้ก็คงได้มีการอภิปราย ในชั้นของกรรมาธิการหลังจากที่สภาแห่งนี้ถ้ากรุณารับหลักการในเรื่องนี้ไปแล้ว ในจุดที่ อภิปรายในสมัยที่ออกข้อกําหนดในเรื่องเหล่านี้ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์กระมล ทองธรรมชาติ ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุจิต บุญบงการ รวมไปถึงท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์อมร รักษาสัตย์ ก็ได้ดู ข้อกําหนดในส่วนเหล่านี้ที่มีมา และเราก็ยังคงหลักการเดิมอยู่

ในจุดต่อมานะครับ ในประเด็นของบทละเมิดอํานาจศาล ในประเด็นของ บทละเมิดอํานาจศาลได้มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอภิปรายทั้งในเชิงสงสัย ในเชิงที่มี ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ในเชิงไม่เห็นด้วย ในเชิงสนับสนุน ตรงจุดนี้ผมเรียนความเปึนมา นิดเดียวว่า ในเรื่องความเปึนมาของบทละเมิดอํานาจศาล ถ้าเราไปดูศาลที่ใช้ อํานาจตุลาการในเชิงสากลก็จะพบบทละเมิดอํานาจศาลทั้งสิ้น เพราะเปึนองค์กรที่ใช้ อํานาจตุลาการ แต่ในเรื่องนี้ในความเปึนมา ถามว่าทําไมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ไม่มีบทละเมิดอํานาจศาล ในจุดบทละเมิดอํานาจศาล ความจริงคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ทําหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ก็มีแนวคิดที่จะมีบทละเมิดอํานาจศาล แต่ว่าในกลไกวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะนั้นก็คือตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึนเรื่องที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ ศาลรัฐธรรมนูญออกข้อกําหนดเอง เมื่อออกข้อกําหนดเอง คณะตุลาการในชุดนั้นก็เห็นว่า ข้อกําหนดที่จะไปกระทบสิทธิเสรีภาพประชาชนในบางส่วนที่กระทําละเมิดก็อาจจะ มีปัญหา ก็ไม่ได้ออกโดยองค์กรที่ใช้อํานาจนิติบัญญัติ สภาพของข้อกําหนดที่ออกเอง แม้จะเปึนมติเอกฉันท์ก็อาจจะถูกโต้แย้งว่าทางศาลไม่ใช่นิติบัญญัติ ทําไมไปกําหนดโทษถึงขั้นจําคุกในลักษณะนั้น ความเปึนมาในสิ่งเหล่านี้นะครับ เมื่อมาถึงการใช้รัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ ก็มีบทบัญญัติที่ทางศาลก็เห็นว่าตรงจุดนี้จะถึง เวลาสมควรที่จะต้องมีบทละเมิดอํานาจศาลหรือไม่ อย่างไร ในประเด็นที่มีการอภิปราย กันว่าบทละเมิดอํานาจศาล ถ้าดูแล้วเปึนหลักการพื้นฐานที่ประกันความมีอิสระของศาล ในการดํารงความยุติธรรม และเปึนการรักษาความสงบเรียบร้อยในกระบวนการยุติธรรม ของศาล การบัญญัติในเรื่องของการละเมิดอํานาจศาลนี้ เปึนหลักการในเชิงสากลคู่กับ องค์กรศาลที่ใช้อํานาจตุลาการ กราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ ในเรื่องนี้เปึนการสร้าง บรรทัดฐานเพื่อให้การปฏิบัติตน โดยเฉพาะบุคคลต่าง ๆ ที่ปฏิบัติต่อศาล ซึ่งไม่ใช่คู่กรณี เท่านั้น ได้ให้ความเคารพในกระบวนการพิจารณาของศาล และเพื่อควบคุมความสงบ เรียบร้อยในระหว่างที่การดําเนินกระบวนพิจารณาของศาลได้ดําเนินไป ซึ่งต้องอํานวย ความยุติธรรมเปึนไปอย่างเรียบร้อยมีประสิทธิภาพอํานวยความยุติธรรมอย่างเต็มที่ ทีนี้ในศาลทุกศาลล้วนมีบทบัญญัตินี้ทั้งสิ้น และทางศาลเองก็มีอํานาจที่จะพิจารณา พิพากษาอรรถคดีเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย ด้วยความยุติธรรม แล้วก็ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ตรงนี้ก็ถือเปึนความจําเปึนอย่างหนึ่ง เพราะกระทําในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ดังเช่นศาลอื่น ศาลยุติธรรมก็มี บทละเมิดอํานาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ท่านสมาชิกได้ อภิปรายไว้แล้ว ศาลปกครองก็มี ทางศาลทหารก็มี ซึ่งการใช้อํานาจบังคับก็เพื่อให้ กระบวนการสามารถที่จะรักษาความยุติธรรมและผลประโยชน์ของมหาชนเปึนที่ตั้ง จุดที่ผมอยากจะนําเรียนว่าทําไมถึงรักษาประโยชน์ของมหาชน ไม่ใช่เปึนผลประโยชน์ของ ศาลโดยตรงนะครับ ไม่ใช่ว่าเพื่อปัองกันตนเอง ตรงจุดนี้ ก็เพื่อประโยชน์ที่จะให้การ ดําเนินกระบวนการยุติธรรมเปึนไปด้วยความเรียบร้อย การสั่งลงโทษฐานละเมิดอํานาจ ศาลจะต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ที่สมาชิกท่านก็อภิปรายสนับสนุนในจุดนี้ และก็เท่าที่ จําเปึนตามพิธีการแห่งคดีเท่านั้น คงไม่ใช้อํานาจตามอําเภอใจที่ศาลนึกจะใช้ก็ใช้ ในมาตรฐานตรงจุดนั้น มิฉะนั้นถ้าศาลใช้ไปตามอําเภอใจ ก็อาจจะเปึนการกระทบถึง สิทธิเสรีภาพของบุคคลเช่นกัน เพราะฉะนั้นในการใช้อํานาจในจุดนี้ผมเรียนว่าจะต้องอยู่ ในกรอบตามที่สภาแห่งนี้จะบัญญัติขึ้น นอกจากนั้นในมาตรา ๑๗ ขออนุญาตอ่าน นิดหนึ่งว่า ผู้ใดวิจารณ์การพิจารณาหรือการวินิจฉัยคดีของศาลโดยสุจริตด้วยวิธีการ ทางวิชาการผู้นั้นไม่มีความผิดฐานละเมิดอํานาจศาลหรือดูหมิ่นศาลหรือตุลาการ ตรงประเด็นนี้ ผมเรียนว่าการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงนี้สามารถทําได้อยู่แล้วด้วยเหตุด้วยผล และทางศาลก็ยินดีที่จะรับฟังในสิ่งเหล่านี้เพราะถือว่าเปึนพัฒนาการอย่างหนึ่งในเชิงของ ศาลมหาชนที่ต้องฟังหลากหลาย และในคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเอง รวมถึง คําวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละท่านก็จะส่งไปประกาศราชกิจจานุเบกษา การส่งประกาศนั่นแหละเปึนการให้การศึกษา แล้วก็ให้ความจริงที่ปรากฏในความคิด ของตุลาการแต่ละท่านที่วินิจฉัยในเรื่องนั้น ๆ ไป แต่ในประเด็นที่ท่านเสนอตัดว่าจะเหลือ วิจารณ์โดยสุจริต พอนะครับ แล้วก็ตัด ทางวิชาการ ออกไปนะครับ หรือจะด้วยเหตุผลใด ก็แล้วแต่นะครับ ตรงจุดนั้นก็คงไปอภิปรายกันด้วยเหตุด้วยผลในขั้นกรรมาธิการ ผมอยากเทียบเคียงอีกนิดหนึ่ง ในสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ ถ้าดูกลไก สภาพบังคับขององค์กรนิติบัญญัติเองก็มีบทบัญญัติในมาตรา ๑๓๕ วรรคสอง ที่มีสภาพ บังคับในอํานาจของกรรมาธิการที่จะเรียกเอกสารหรือเชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริงหรือ แสดงความเห็นในที่ประชุม คําสั่งเรียกของกรรมาธิการ ซึ่งแต่เดิมไม่มีสภาพบังคับ ต่อไปนี้ก็จะมีสภาพบังคับเช่นกัน ถ้าเทียบเสมือนนะครับ ก็คือหมายทางนิติบัญญัติ นั่นเอง ตรงจุดนี้ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้กระผมเรียนที่ประชุมแห่งนี้ด้วยความเคารพว่า ในความจําเปึนของการใช้อํานาจตุลาการควรจะมีบทละเมิดอํานาจศาล แต่มีอย่างไร หรือว่าสภาพบังคับเปึนอย่างไร ก็คงต้องให้รายละเอียดที่ชัดเจนในที่ประชุม

ในประเด็นต่อมาครับ ในเรื่องของพนักงานคดีที่บัญญัติไว้ในร่างมาตรา ๕ มาตรา ๕ บัญญัติว่า ให้มีพนักงานคดีรัฐธรรมนูญทําหน้าที่ช่วยเหลือในกระบวนการ พิจารณาของศาลตามที่มอบหมาย และวรรคสอง วิธีการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานคดี รัฐธรรมนูญให้เปึนไปตามข้อกําหนดของศาล จุดนี้ผมนําเรียนที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติว่าเหตุผลในเรื่องนี้ที่บัญญัติในเรื่องนี้ขึ้นมาก็คือว่าในอํานาจหน้าที่ของ ศาลรัฐธรรมนูญที่มีท่านสมาชิกได้อภิปรายในเชิงของอํานาจที่จะให้ประชาชนเข้าถึงศาล ได้ง่ายขึ้น ซึ่งแต่เดิมไม่เคยมีอยู่เลย ในจุดที่จะให้ประชาชนได้เข้าถึงศาลในเรื่องของบุคคล ใดที่ถูกกระทบหรือถูกละเมิดในเรื่องของสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่วางกรอบไว้ มีบทบัญญัติที่ให้อํานาจศาลที่จะพิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่บทบัญญัติแห่งกฎหมายใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และบุคคลนั้นที่ถูกกระทบสิทธิหรือกระทบเสรีภาพจะใช้สิทธิ ต่อศาลได้โดยตรง ตรงจุดนี้ก็บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑๒ ซึ่งเราเรียกกันว่า ฟัองตรง ตรงจุด ฟัองตรงนี้การมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่าองค์คณะไม่น้อยกว่า ๕ ก็มี องค์คณะเดียว ตรงจุดนี้ก็เห็นกันว่าการมีพนักงานคดีรัฐธรรมนูญคงจะช่วยแบ่งเบาภาระ โดยเฉพาะในการที่จะช่วยเหลือประชาชนในการเข้าถึงในกรณีที่บทบัญญัติแห่งกฎหมาย ไปกระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยตรง พนักงานคดีนอกจากจะช่วยทางด้าน ประชาชนที่เข้ามาติดต่อแล้วก็จะมีลักษณะเช่นเดียวกับพนักงานคดีปกครอง พนักงาน คดีคุ้มครองผู้บริโภคอยู่ด้วย ตรงจุดประเด็นก็คือว่าพนักงานคดีมีคุณสมบัติ อย่างไร มีอํานาจหน้าที่อย่างไร อํานาจหน้าที่ผมกล่าวไปบางส่วน ตามที่ท่านตุลาการ จะมอบหมาย ส่วนในเรื่องของที่มา ที่มาก็จะเปึนข้าราชการของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ นั่นเอง ซึ่งต้องมีพระราชบัญญัติสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ให้อํานาจคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เปึนองค์กรกลางบริหารงานบุคคล อย่างเช่น ของสภาก็มี ก.ร. (คณะกรรมการ ข้าราชการฝ์ายรัฐสภา) อย่างนั้นเปึนต้น ก็จะกําหนดโครงสร้าง อัตรากําลัง ซึ่งจะเปึน ข้าราชการของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ไม่มีบุคคลภายนอก แล้วขณะนี้ ทางข้าราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ช่วยเหลือในสิ่งเหล่านี้ต่อท่านตุลาการก็จะ เปึนการพัฒนาบุคลากรขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ก็กราบเรียนท่านด้วยความเคารพครับ

ในประเด็นในเรื่องของอํานาจศาลที่มีท่านสมาชิกอภิปรายประเด็นเรื่อง ระยะเวลาที่กําหนดในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ประเด็นการใช้ดุลยพินิจของตุลาการ ประจําคดี รวมถึงการวินิจฉัยของศาลตุลาการที่เปึนองค์คณะที่เขียนไว้ว่าจะมีความหมาย อย่างไร ซึ่งเปึนรายละเอียดที่ผมเรียนว่าในประเด็นเหล่านี้ หากจะเปึนการไม่รวบกวนเวลาสภา ก็จะได้มีโอกาสชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการต่อไป กราบเรียนในชั้นนี้ ด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายกันมาเปึนเวลาพอสมควร ผมเห็นควรป่ดการอภิปราย มีท่านใดเห็นเปึนอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอื่น เปึนอันว่าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีมติป่ดการอภิปราย ข้อบังคับของการประชุมสภา ข้อ ๖๗ เป่ดโอกาสให้ผู้เสนอร่างได้อภิปรายอีก ๑ ครั้ง ท่านจะใช้สิทธินี้ไหมครับ ไม่ใช้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านเฉลิมพล เอกอุรุ ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ คุณนภดล ช. สรพงษ์ รองเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ คุณพรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี นักวิชาการ ขอขอบคุณด้วยครับ ต่อไปจะเปึนขั้นตอนการลงมติ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านสมาชิก ผมได้พิจารณาแล้วนะครับเพื่อความเหมาะสม ขอเลื่อนการลงมติ ไปไว้ในการประชุมครั้งหน้า มีท่านใดเห็นเปึนอื่นไหม

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใดมีเห็นเปึนอื่นนะครับ เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเลื่อนการลงมติไปไว้ ในการประชุมครั้งหน้า ป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๔๗ นาฬิกา