สุพล ฟองงาม พูดถึงการดําเนินคดีในคดีปรากฏความเคลื่อนไหวของมวลชนในจังหวัดอุดรธานี และการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เปึนผู้ตอบกระทู้แทน เนื่องจากท่านติดภารกิจที่สําคัญที่ทางภาคเหนือนะครับ ก่อนอื่น ผมต้องยอมรับก่อนเลยนะครับว่าผมไม่ใช่ผู้รับผิดชอบโดยตรง แต่เมื่อได้มีการมอบหมาย ให้มาตอบ ผมก็จะขออนุญาตตอบเท่าที่ตอบได้ และเท่าที่มีรายงาน ในส่วนที่เปึนนโยบายหรือเปึน อํานาจของผู้รับผิดชอบโดยตรงก็จะขออนุญาตที่จะนํากลับไปเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านถามว่าจะดําเนินคดีอย่างไร เยียวยาอย่างไร ผมขออนุญาตตอบ อย่างนี้นะครับว่าการดําเนินคดีจากรายงานของทางตํารวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พนักงานสอบสวน สภ. เมืองอุดรธานี ได้รับคําร้องทุกข์หรือกล่าวโทษไว้เปึนคดีอาญา ที่ ๑๙๘๙/๒๕๕๑ วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ในข้อหาร่วมกันทําร้ายร่างกาย เจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และทําร้ายร่างกายผู้อื่น เปึนเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส โดยมี ดาบตํารวจ ประยูร และ จ่าสิบตํารวจ สงกรานต์ คอนพะเพ็ง เปึนผู้เสียหายครับ และในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายอุทัย แสนแก้ว และนายขวัญชัย ไพรพนา หรือ ศาลาคํา หัวหน้ากลุ่มชมรมคนรักอุดร ได้เดินทางเข้าพบผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และมอบตัวเพื่อต่อสู้คดี พร้อมกลุ่ม พลังมวลชน ประมาณ ๒๐๐ คน พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้บุคคลทั้งสอง ทราบว่า ๑. เปึนหัวหน้า หรือเปึนผู้ที่มีหน้าที่ในการสั่งการให้มีการมั่วสุมกันตั้งแต่ ๑๐ คน ขึ้นไป ใช้กําลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย หรือกระทําการอย่างใด อย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๕ ๒. เปึนผู้ประกาศให้ผู้อื่นเข้าร่วมในการชุมนุมต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไป แล้วบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ว่าจะเปึนผู้เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่ ได้รับอันตราย สาหัสโดยการกระทําในการชุลมุนต่อสู้นั้นตาม ป. อาญา มาตรา ๒๙๙ และมาตรา ๘๔ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคํา และอนุญาตให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เจ้าหน้าที่ตํารวจได้จับกุม นายประดิษฐ์ นามมะเริง อายุ ๒๑ ป้ อยู่บ้านเลขที่ ๔๓๕ หมู่ ๑ ตําบลหนองนาคํา อําเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ตามหมายจับ ที่ จ ๓๕๗/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ข้อหา ร่วมกันทําร้ายร่างกายผู้อื่น จนเปึนเหตุให้ผู้นั้นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส และมั่วสุมกันตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไปใช้กําลัง ประทุษร้ายหรือทําการอย่างใดอย่างหนึ่งทําให้เกิดความวุ่นวายในเมืองโดยมีอาวุธ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ นายสุบรรณ รามวินิจ ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายเรียกได้เข้าพบ พนักงานสอบสวนเพื่อมอบตัวสู้คดี และพนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหา โดยให้ทราบว่าร่วมกันทําร้ายร่างกายผู้อื่นจนเปึนเหตุให้ผู้นั้นได้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป ใช้กําลังประทุษร้ายหรือกระทําอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธและเจ้าพนักงานได้สั่งห้ามโดยไม่ยอมเลิก และร่วมกันชุลมุนต่อสู้กันระหว่างบุคคลตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไป และมีผู้ได้รับอันตรายแก่กาย สาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ มาตรา ๒๑๕ มาตรา ๒๑๖ มาตรา ๒๙๗ และมาตรา ๒๙๙ ผู้ต้องหาทราบแล้วให้การปฏิเสธโดยตลอดข้อกล่าวหา ว่าเปึนเพียงผู้ไปห้ามปรามและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุเท่านั้น และ วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๑ นายสมบัติ พัฒนะ ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายเรียกได้เข้าพบ พนักงานสอบสวนเพื่อมอบตัวสู้คดี และพนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ร่วมกันทําร้ายร่างกายผู้อื่นจนเปึนเหตุให้ผู้นั้นได้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันมั่วสุม ตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือกระทําอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิด ความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ และเจ้าพนักงานได้สั่งห้าม แต่ไม่ยอมเลิก อันนี้เปึนเรื่องของการดําเนินคดี ขออนุญาตว่ากระทรวงมหาดไทยที่จริงได้มีหนังสือสั่งการ ไปที่จังหวัดต่าง ๆ นะครับ เปึนหนังสือ ลงวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ เปึนหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท ๐๒๑๔/ว๑๗๔๑ ให้จังหวัดติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวด้านมวลชน อย่างใกล้ชิดและกรณีปรากฏความเคลื่อนไหวจัดชุมนุมในพื้นที่ให้ดําเนินการ ตามมาตรการการรักษาความสงบเรียบร้อย ในจังหวัดอุดรธานีได้มีการประชุมซักซ้อม การปฏิบัติการถึง ๔ ครั้ง เพื่อกําหนดแนวทางมิให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงนะครับ และการดําเนินการของทางราชการในจังหวัดอุดรธานี ในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ก็ได้เปึนไปตามการซักซ้อมในการเผชิญเหตุพร้อมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทันท่วงที และเยียวยาผู้บาดเจ็บ ตลอดจนหาผู้กระทําความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ขอบคุณท่านประธานครับ