จุมพฏ บุญใหญ่ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ โดยตั้งข้อสังเกตเรื่องการคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้ร่างรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ใช้บทบัญญัติในทางอาญาในการดำเนินคดีต่อผู้ที่ดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษา นอกจากนี้ยังพูดถึงความสำคัญของคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันต่อรัฐสภา รัฐบาล ศาล และองค์กรของรัฐทุกองค์กร และวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญถูกวิพากษ์วิจารณ์ถูกแทรกแซงในอดีต
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน จังหวัด สกลนคร เขต ๒ ท่านประธานครับ ในฐานะของวิปรัฐบาล ที่ประชุมได้มีมติให้รับหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้นะครับด้วยเหตุผลว่าเปึนกฎหมายที่จําเปึน จะต้องมีดีกว่าที่จะให้ไปอยู่ในระเบียบที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ กระผมเอง มีข้อสังเกตมาที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ ๒ ประการ คือว่าด้วย เรื่องของการคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและว่าด้วยเรื่องของการละเมิดอํานาจ ศาลรัฐธรรมนูญดังนี้ครับท่านประธาน ผู้ใช้กฎหมายก็ไม่ควรไปตีความกฎหมาย หรือถ้าในกระบวนการยุติธรรมก็คือผู้จับกุม กล่าวหาว่าบุคคลใดกระทําความผิดไม่ควรเปึนผู้สอบสวน ผู้ใดสอบสวนก็ไม่ควรเปึนผู้สั่ง ฟัองคดี และผู้ใดสั่งฟัองคดีแล้วก็ไม่ควรที่จะมามีอํานาจตัดสินคดี ท่านประธานครับ ในบทบัญญัติว่าด้วยการคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นผมขอตั้งข้อสังเกตว่าควรจะ มีบทบัญญัติที่ว่า ผู้ใดที่เข้ามาเปึนผู้ร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ควร อย่าว่าแต่คัดค้าน เลยครับ ไม่ควรไปเปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าไปเปึนแล้วจะมาบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดเปึนผู้ร่างรัฐธรรมนูญหรือมีบทบาทในการร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ควรจะมาตัดสินคดี ของศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ อันนี้ตั้งข้อสังเกตไป
ท่านประธานครับ มาที่การละเมิดอํานาจศาล ท่านประธานที่เคารพ กระผมอยากจะพูดถึงถ้อยคํา ๒ ประโยคว่า เมื่อเปึนเขียงก็ต้องทนให้คนสับ เมื่อเปึนมีด ก็จงสับอย่านับรอย ท่านประธานครับ ในศาลยุติธรรมนั้นการพิจารณาคดีจะมี ๓ ศาล ถ้าผู้พิพากษาศาลชั้นต้นไม่เห็นด้วยกับองค์คณะก็เขียนความเห็นแย้งไว้ใน ท้ายคําพิพากษาได้ ในศาลอุทธรณ์ก็เขียนความเห็นแย้งไว้ในคําพิพากษาได้ แม้แต่ใน ศาลฎีกาเองก็สามารถเขียนคําเห็นแย้ง และท่านประธานครับ แม้จะเปึนการวินิจฉัยโดยที่ ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็ยังมีหมายเหตุท้ายคําพิพากษาศาลฎีกา นั่นคือเพื่อการพัฒนา ความคิดเห็นทางกฎหมายและการพัฒนาหลักกฎหมาย ส่วนการละเมิดอํานาจศาล ที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖ กระผมจําตัวเลข ไม่ทราบจะผิดหรือเปล่านะครับว่า ให้เอาบทบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วย การละเมิดอํานาจศาลมาใช้บังคับโดยอนุโลม ผมขอกราบเรียนว่าถ้าเปึนการประพฤติตน ไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลนั้นก็น่าสมควรเพื่อให้การพิจารณาคดีเปึนไปด้วย ความเรียบร้อยและรวดเร็ว
ท่านประธานครับ แต่มีบทลงโทษในกฎหมายอาญาไว้ว่า ผู้ใดดูหมิ่นศาล หรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี นั่นเปึนความผิดทางอาญา เปึนความผิด ต่อตําแหน่ง เปึนความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม บทบัญญัติในทางอาญานี้เปึน บทบัญญัติที่เพียงพอหรือไม่ที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะใช้หรือไปแจ้งความดําเนินคดี โดยไม่มีบทบัญญัติในมาตรา ๑๗ เกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์การวินิจฉัยของศาลในเชิง วิชาการ ท่านประธานครับ นักวิชาการนิติศาสตร์นั้นบ้านเรามีจํากัดครับ ยิ่งนักวิชาการ นิติศาสตร์ในด้านกฎหมายมหาชนนั้นยิ่งมีจํากัดน้อยนิดลงไปอีก และถ้าเปึนประชาชน หรือสื่อมวลชนถ้าจะวิพากษ์วิจารณ์ การตีความหรือใช้ดุลยพินิจว่าการวิพากษ์วิจารณ์ใด ที่เปึนไปในเชิงวิชาการและการวิพากษ์วิจารณ์ใดที่เปึนไปโดยสุจริต โดยให้ศาลใช้ดุลพินิจ อย่างกว้างขวางนั้นกระผมเกรงว่าการที่จะพัฒนาหลักกฎหมายโดยศาลรัฐธรรมนูญนั้น จะเปึนตัวขัดขวางไว้
ท่านประธานครับ เนื่องจากคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีความสําคัญอย่างยิ่งยวด คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเปึนเด็ดขาดและมีผล ผูกพันต่อรัฐสภา มีผลผูกพันต่อคณะรัฐมนตรี มีผลผูกพันต่อศาลทุกศาล และมีผลผูกพัน ต่อองค์กรของรัฐทุกองค์กร ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการละเมิด อํานาจศาลแล้วผมเชื่อว่าในอดีตที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ มีการ วิพากษ์วิจารณ์ว่าศาลรัฐธรรมนูญถูกแทรกแซง ซึ่งนั่นเปึนการพูดในข้อเท็จจริงครับว่า ตัดสิน ๘ ต่อ ๗ ซึ่งท่านตุลาการในอดีตก็ไม่เคยไปแจ้งความดําเนินคดี ทั้งที่มันไม่ใช่ ไม่ใช่เลยนะครับว่าเปึนการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงวิชาการกฎหมาย ไม่ใช่ครับ แต่เปึนการ กล่าวหาไปที่ตัวตุลาการครับ ซึ่งถ้าว่าจริง ๆ แล้วก็คือเปึนการดูหมิ่นตุลาการ แต่ท่านเอง ก็ไม่ได้ดําเนินคดีผู้ใดที่ไปกล่าวหาว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้ถูกแทรกแซง
ท่านประธานครับ เมื่อมาถึงเรื่องการละเมิดอํานาจศาล ผมอยากจะ กราบเรียนถามไปทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า การบิดเบือนคําวินิจฉัยของศาลถือว่า เปึนการละเมิดอํานาจหรือไม่ เมื่อมาถึงจุดนี้ ท่านประธาน กระผมขออนุญาตอ่าน คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๒๓ และ ๒๔ เรื่องพิจารณาที่ ๒๓ ๒๔/๒๕๕๑ คําวินิจฉัยที่ ๖ และ ๗ คือคําวินิจฉัยในคดี จอยท์ คอมมูนิเค (Joint communiqué) หรือแถลงการณ์ร่วมไทย–กัมพูชา ท่านประธานครับ ในคําวินิจฉัยหน้าสุดท้าย ซึ่งเปึนวรรณกรรมทางกฎหมาย รวมทั้งสิ้น ๒๕ หน้า ท่านได้วินิจฉัยว่า จอยท์ คอมมูนิเค หรือแถลงการณ์ร่วมไทย–กัมพูชา เปึนสนธิสัญญาที่จะต้องขอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบท่านประธานครับ ท่านยกหลัก กฎหมายมา ๒ ข้อ ข้อที่ ๑ ท่านบอกว่าเปึนสัญญาที่อาจ ท่านประธานครับ ท่านใช้คําว่า อาจ หลายที่ อย่างหน้า ๒๔ ท่านบอกว่า หากเปึนกรณีที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง อาณาเขตของประเทศไทยแล้ว ย่อมจะต้องดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง และบรรทัดเกือบสุดท้ายของหน้า ๒๔ ท่านบอกว่าคําแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว จึงเปึนหนังสือสัญญาที่อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตประเทศไทย จึงเปึนหนังสือ สัญญาที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง กําหนดให้ต้องได้รับความเห็นชอบของ รัฐสภาท่านขมวดคําวินิจฉัยลงไปในหน้า ๒๕ หน้าสุดท้ายว่าอาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คําแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา หรือ จอยท์ คอมมูนิเค ฉบับลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ เปึนหนังสือสัญญาที่อาจมี บทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ ท่านประธานครับ เมื่อท่านใช้คําว่า อาจ นั่นย่อม แสดงว่าแถลงการณ์ร่วมนี้มิได้ทําให้อาณาเขตของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปใช่ไหมครับ เพราะถ้ามันเปลี่ยนแปลงไป ท่านต้องบอกว่าหนังสือสัญญานี้มีบทที่ทําให้อาณาเขต ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป กระผมมีคําถามว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเองก็ไม่ได้ชี้ว่า อาณาเขตของประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงไปในแถลงการณ์จอยท์ คอมมูนิเค หรือ แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาแล้ว ถ้ามีบุคคลไปบิดเบือนคําวินิจฉัยของศาลว่า จอยท์ คอมมูนิเคหรือแถลงการณ์ร่วมไทย–กัมพูชา ได้ทําให้อาณาเขตประเทศไทยเปลี่ยนแปลง ไปแล้ว อย่างนี้เปึนการละเมิดศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ฝากไปที่ท่านศาลรัฐธรรมนูญ นะครับหรือท่านได้ชี้ว่าจอยท์ คอมมูนิเค หรือแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาได้เปลี่ยนแปลง ไปแล้ว แต่ผมตีความในมุมกลับ พลิกเหรียญอีกด้านหนึ่งมาดูเมื่อใช้คําว่าอาจ นั่นแสดงว่า ยังไม่เกิดขึ้นนะครับ ท่านก็ไม่ได้ชี้ตัวนี้ กรณีนี้เปึนการที่ละเมิดอํานาจศาลหรือไม่ ท่านประธานครับ กระผมขอสรุปข้อคิดเห็นและข้อสังเกตว่า ๑. การคัดค้านตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ควรหรือไม่ที่จะให้ผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญไปเปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๒. การละเมิดอํานาจศาล เมื่อมีบทว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับพนักงานในการยุติธรรม ซึ่งเปึนการหมิ่นตุลาการและศาลในการวินิจฉัยคดีแล้ว ควรหรือไม่ที่จะมีบทว่าด้วย การละเมิดอํานาจศาล และข้อสังเกตที่ว่าถ้ามีการบิดเบือนคําวินิจฉัยของศาลไปในทาง ตรงกันข้าม ถือว่าเปึนการละเมิดอํานาจศาลหรือไม่ ขอบคุณครับท่านประธานครับ