สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๘

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้หารือ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ใช้เวลา ๒ นาที ท่านแรก ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอ นาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพล ของอำเภอเทพา เรื่อง ขอให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ติดตามปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ มีอยู่ ๓ เรื่องครับ เรื่องยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน สินค้าทั้ง ๓ ตัวนี้คือหัวใจหลักของพี่น้องเกษตรกรภาคใต้ ตามมาทีละตัวครับ วันนี้ยางพารา น้ำยาง ๓๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ ๕๒ บาท มีการลักลอบนำเข้า จากประเทศชายแดนคือพม่า จังหวัดระนอง จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดตาก ท่านสามารถ สอบถามจากประธานบอร์ดการยางแห่งประเทศไทยได้ ที่สำคัญท่านปล่อยให้เอกชนหาตลาด ลูกค้าเรื่องของยางตลอดมา ยังไม่มีการขยาย

ข้อที่ ๒ เรื่องปาล์มน้ำมัน กระทรวงพาณิชย์ตัวดีเลยครับ อนุญาตให้เอกชน นำเข้าปาล์มจากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซียมาตีตลาดปาล์มสดของไทย ปรากฏว่ามีบริษัท นำเข้าแต่ไม่นำเข้าจริง เอาน้ำมันปาล์มไทยไปวนและเข้า ออก กระบวนการเหล่านี้ทำลาย ราคาปาล์มในประเทศ ท่านรู้ไหมเดือนที่แล้วปาล์มลงเหลือ ๓ บาท วันนี้ขยับมาที่ ๖ บาท

ส่วนทุเรียนครับ ทุเรียนภาคใต้โดยเฉพาะที่จังหวัดสงขลาบ้านผมกระทบหนัก วันนี้ไม่ถึง ๑๐๐ บาท ลงเฟซบุ๊ก ๔๐ บาท ๕๐ บาท ๖๐ บาท เพราะอะไร ๑. ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ ๒. ไม่มีล้ง ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนจีนมารับซื้อ เพราะฉะนั้นให้กระทรวงพาณิชย์แก้ปัญหา ทุเรียนลักลอบนำเข้าจากเวียดนาม จากกัมพูชาที่มีข้อพิพาท กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการ อย่างไร

สุดท้ายผมจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะ หรือรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น เดินทางไปที่เขต ๗ ผม ๓ เรื่องจบครับ ยาง ปาล์ม ทุเรียน ปัญหา อุปสรรคเหล่านี้เราไม่ต้องการอะไร ธงฟ้าไม่ต้องการ ท่านไม่ต้องเอาไป ไข่ น้ำมัน น้ำตาลถูกเราไม่ต้องการ แต่สิ่งที่เราต้องการคือให้รัฐบาลเข้าใจปัญหา แก้ตรงจุด เรื่องสินค้าเกษตรตกต่ำและปัญหาปากท้อง ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรีดา บุญเพลิง เชิญครับ

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมได้รับร้องเรียน จากเพื่อนครูมาให้ได้ทราบว่าปัญหา อุปสรรคมีมากมาย ขอหารือไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ มีเรื่องที่จะให้ท่านได้ทราบ นั่นก็คือการขอให้ ชะลอการสอบผู้บริหารสถานศึกษา ก็คือขณะนี้ทาง สพฐ. ได้ประกาศรับสมัครผู้ที่จะสอบเป็น ผู้บริหารสถานศึกษา ตามที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้กำหนด และประกาศใช้หลักเกณฑ์ วิธีการ และคุณสมบัติการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งมีประเด็นปัญหาก็คือ หลักเกณฑ์เดิมกำหนดคุณสมบัติเฉพาะให้ครูชำนาญการพิเศษสามารถสมัครสอบคัดเลือก ผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ แต่หลักเกณฑ์ใหม่กำหนดให้ผู้สมัครต้องเคยดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษาอย่างน้อย ๒ ปี และอยู่ในวิทยฐานะ ในตำแหน่งคือชำนาญการพิเศษ ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด สพฐ. โรงเรียนประถมศึกษาแม้แต่ผู้บริหาร ก็ยังไม่มี แล้วรองผู้อำนวยการสถานศึกษาไม่มี ขณะนี้มีรองผู้อำนวยการสถานศึกษาน้อยมาก เพราะฉะนั้นการสอบบรรจุครั้งนี้บางเขตรับสมัครได้ ๒ คน ๓ คน ๔ คน ๕ คน ซึ่งไม่คุ้มกับ ค่าใช้จ่าย แล้วก็เป็นการสกัดกั้นไม่ให้ครูที่เขามีคุณสมบัติครบที่จะเป็นผู้บริหารสถานศึกษา หมดสิทธิ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ทบทวนการพิจารณาในเรื่องนี้โดยเร่งด่วน ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปารมี ไวจงเจริญ เชิญครับ

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานนะคะ

เรื่องที่ ๑ ขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเกี่ยวกับกรณีปัญหา กยศ. ที่ผู้กู้บางรายพบว่ายอดหนี้สินของตัวเองเพิ่มขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เกิดความ ตื่นตระหนกไปทั่วในหมู่ผู้กู้กองทุน กยศ. ดิฉันได้อภิปรายเรื่องนี้ไปแล้ว แล้วจริง ๆ ก็ได้คุยกับ ผู้บริหาร กยศ. แล้ว แต่ดิฉันเห็นว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องลงมาจี้ด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กร กยศ. และสร้างความเชื่อมั่นให้กับบรรดาผู้กู้ เพราะว่า ระบบการเก็บข้อมูล Application แล้วก็การติดต่อไปยัง กยศ. ปัจจุบันนี้มีความรวนเรมาก แม้ว่า กยศ. จะออกมาแถลงข่าวหลายครั้ง และเป็นเรื่องที่เป็นความจริงก็ตาม แต่ผู้กู้และสังคม ยังไม่เชื่อถือ ขาดความเชื่อมั่น รัฐมนตรีว่าการต้องลงมาจี้โดยตรงโดยเฉพาะต้องมาวางระบบ Application ให้เสร็จโดยเร็ว และระบบดิจิทัลออนไลน์ที่กำลังทำอยู่ก็ต้องเร่งให้เสร็จโดยเร็วนะคะ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ จากวันก่อน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เอง มีนักเรียน มัธยมศึกษาโรงเรียนชื่อดังในจังหวัดนนทบุรีฆ่าตัวตาย นี่เป็นเรื่องที่น่าเสียใจมาก ดิฉันขอแสดง ความเสียใจไปยังครอบครัวของนักเรียนท่านนั้นด้วย ปัญหาโรคซึมเศร้าและโรคสุขภาวะทางจิต ของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาจะเกิดขึ้นบ่อยมาก ดิฉันจึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่กำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดิฉันว่า ๔ หน่วยงานนี้ ทั้งศึกษาธิการ พม. สาธารณสุข แล้วก็ท้องถิ่นต้องร่วมกันเข้าไปดูแล นักเรียนและครู ต้องจัดนักจิตวิทยาดูแลโดยเร่งด่วน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ขอเรียนเชิญ ท่านประธานช่วยประสานให้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี เชิญครับ

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๓-๔ เรื่องนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก เป็นเรื่องของการสัญจรให้กับพี่น้องประชาชนครับ ถนนสาย บ้านโคกรักษ์-โคกซาด-บ้านกู่ศิริขันธุ์ และถนนสายบ้านสระมะค่า-สรศักดิ์-กระทุ่มแท่น นิคมซอย ๕ นม.ถ. ๓๒๓-๑๓ ซึ่งถนนทั้ง ๒ เส้นนั้นไม่สามารถที่จะสัญจรได้จริง ๆ พี่น้อง ประชาชนมีปัญหาในการสัญจรนะครับ

เรื่องที่ ๓ ถนนทางหลวงชนบท นม. ๔๐๓๕ บ้านจาน หมู่ ๑๓ ตำบลหนองขาม อำเภอจักราช ตามสภาพผิวจราจรที่ท่านประธานเห็นบนจอนี่ละครับทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เป็นอันตรายสำหรับพี่น้องประชาชนนะครับ

เรื่องต่อไป เรื่องราคาวัว วันนี้ต้องยอมรับว่าราคาวัวนั้นตกต่ำทั้งประเทศครับ โดยเฉพาะวัวเป็น วัวเป็นราคากิโลกรัมละ ๗๐-๘๐ บาท แต่พอขึ้นเขียงเมื่อไรอยู่ที่ ๒๘๐-๓๐๐ บาท แปลว่าอะไรครับ ส่วนต่างมันเยอะมหาศาล เลยอยากจะรบกวนภาครัฐบาลช่วยพี่น้องเกษตรกร ที่เลี้ยงวัวเถอะครับ วันนี้เขาจะอดตายอยู่แล้วช่วยจัดการสักทีเถอะครับ

เรื่องต่อมา เรื่องอ้อย อ้อยนี่พี่น้องประชาชนเคยได้รับคำสัญญาจากรัฐบาลว่า ๑๒๐ บาทถ้าไม่เผา วันนี้เขาให้ความร่วมมืออย่างดีในการที่จะไม่เผา แต่เราไม่ได้ไปดูแล เขาเลย และมิหนำซ้ำปีนี้รู้สึกว่าตัวเลขที่ออกมาในการชดเชยราคาต่าง ๆ เหลือแค่ ๖๙ บาท เท่านั้นเอง อย่างนี้พี่น้องที่ปลูกอ้อยเขารู้สึกผิดหวังครับ

เรื่องต่อมา เรื่องมันสำปะหลัง มันสำปะหลังประมาณ ๓ อาทิตย์ที่แล้วอยู่ที่ ประมาณ ๑.๒๐ บาท พอรัฐบาลทะเลาะกับประเทศข้าง ๆ ไม่ให้นำเข้ามันสำปะหลัง ตอนนี้ ราคาขึ้นมาอีก ๕๐ สตางค์ แต่อย่างไรก็แล้วแต่พี่น้องประชาชนก็ยังขาดทุนอยู่ดี เพราะฉะนั้น ต้องการให้รัฐบาลเร่งหามาตรการเร่งด่วนในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนที่ปลูกมันสำปะหลังครับ

เรื่องสุดท้าย เรื่องพี่น้องเกษตรกรชาวนา มาตรการออกมาแล้วว่าจะช่วยพี่น้อง เกษตรกร ๑,๐๐๐ บาท ๕๐๐ บาทเป็นเงินสด อีก ๕๐๐ บาทต้องผ่าน Application ของ ธ.ก.ส. ซึ่งพี่น้องประชาชนสามารถไปซื้อปุ๋ยหรือไปซื้อวัสดุต่าง ๆ ที่ร่วมในโครงการ ท่านประธานครับ บางคนเขาไม่อยากได้ปุ๋ย บางคนเขาไม่มีมือถือที่จะลง Application บางคนเขาไม่มีความสามารถ ในการที่จะติดตาม Application ต่าง ๆ ของรัฐบาล ทำไมเราจึงไม่ให้พี่น้องประชาชน ๑,๐๐๐ บาท ไปเลยครับ มิหนำซ้ำเมื่อรัฐบาลก่อน ๆ สนับสนุนมากกว่า เกินกว่า ๑๐ ไร่ แต่วันนี้รัฐบาลชุดใหม่ ที่พี่น้องประชาชนนั้นมีความหวังเหลือเกินว่าจะช่วยทางเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนได้ แต่วันนี้เราช่วยเขาน้อยกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา จึงกราบเรียนปัญหาต่าง ๆ ผ่านท่านประธานไปถึง ผู้เกี่ยวข้องด้วย ขอขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู

นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน อำเภอเมือง เขตเลือกตั้งที่ ๑ ยกเว้นตำบลหนองหอย หนองป่าครั่ง ท่าศาลา และวัดเกต วันนี้ดิฉันมีเรื่อง ปรึกษาหารือต่อท่านประธานสภาอยู่ ๑ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในแขวงเม็งราย เขตเทศบาลนคร เดือดร้อนเป็นอย่างมาก และดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนจาก สท. นันท์นภัสร์ ปฐมเดชภัทรคุณ และ ส.อบจ. ภาคภูมิ กาญจน์วัฒนานนท์ ถึงปัญหาความล่าช้าของโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองแม่ข่า เฟส ๒ ขอสไลด์ด้วยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

โครงการนี้มีการก่อสร้าง ๒ ช่วงด้วยกัน ก็คือช่วงที่ ๑ บริเวณประตูน้ำศรีดอนไชยถึงสะพานระแกง และช่วงที่ ๒ บริเวณสะพานข้าม ลำคูไหวถึงสะพานถนนเวียงพิงค์ ซึ่งตามระยะสัญญาแล้วโครงการจะเริ่มต้นเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖ ถึงสิ้นสุดวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๗ จากวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๗ จนถึงวันนี้ ระยะเวลาเกือบ ๑ ปีแล้วโครงการตามสภาพ อย่างที่เห็นเลยค่ะ จะเห็นว่ากลางแม่น้ำจะมี โครงสร้างชั่วคราวที่ทางผู้รับเหมานำไม้ยูคาลิปตัสและไม้แบบเพื่อที่จะเป็นทางเดินหรือทาง ขนส่งให้เครื่องจักรเข้าไปทำงานกลางลำคลอง แต่ว่าสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ดักขยะและขวางลำน้ำ ตลอดจนทำให้น้ำเสีย เป็นแหล่งเกิดยุงลาย และก่อให้เกิดโรคไข้เลือดออก หากย้อนเวลาเมื่อ ปี ๒๕๖๗ เกิดน้ำท่วมใหญ่เชียงใหม่ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ขวางลำน้ำทำให้น้ำท่วมเร็วและน้ำท่วมสูง พี่น้องประชาชนในพื้นที่ลำบาก และจากโครงการนี้มีพี่น้องประชาชนเดินเข้ามาพูดกับ ดิฉันเองเลยว่าถ้าก่อสร้างแล้วเดือดร้อนกว่านี้ก็อย่าทำเลยค่ะ จึงฝากประธานสภาผ่านไปยัง เทศบาลนครเชียงใหม่ผู้รับผิดชอบโครงการนี้โดยตรงเร่งดำเนินการ จะทำอย่างไรก็ทำสักที ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอิทธิพล ชลธราศิริ เชิญครับ

นายอิทธิพล ชลธราศิริ ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อิทธิพล ชลธราศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ผมมีปัญหา ความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่หารือผ่านท่านประธาน ดังนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก ผมรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนบ้านโนนม่วง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับปัญหาน้ำเน่าเสีย ของลำห้วยศิลา โดยเริ่มตั้งแต่ซอยเทวา บ้านโนนม่วง ซึ่งพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน อย่างมาก เพราะว่ามีน้ำที่เน่าเสียแล้วส่งกลิ่นเหม็น บ้านเรือนพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ กับลำห้วยได้รับผลกระทบอย่างมาก น้ำในลำห้วยที่เคยใช้ในการเกษตรก็ไม่สามารถนำขึ้นมาใช้ได้ อย่างเดิม จึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยช่วยสนับสนุนงบประมาณ จัดสรร งบประมาณในการขุดลอกลำห้วยตลอดทั้งสาย และเรียนไปถึงองค์การจัดการน้ำเสียให้มีการศึกษา ออกแบบ และก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียประจำตำบล เนื่องจากตำบลศิลาเป็นเมืองขนาดใหญ่ มีบ้านเรือนพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่ยังไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่ แหล่งน้ำธรรมชาติเลย จึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดสรรงบประมาณในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนด้วยครับ

เรื่องต่อมา ปัญหาการจัดเก็บขยะในพื้นที่เมืองขอนแก่น เนื่องจากกว่า ๓๐ อปท. ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น เป็น Cluster ที่มีโควตาในการกำจัดขยะที่โรงไฟฟ้าขยะชุมชนขอนแก่น แต่เนื่องจากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนต้องปิดปรับปรุงเป็นเวลา ๗๕ วัน และพื้นที่ที่จัดไว้ให้ทิ้งชั่วคราว เป็นปัญหาในการนำขยะไปทิ้ง เส้นทางในการไปลำบาก ต้องรอคิวนาน ทำให้การจัดเก็บขยะจาก บ้านเรือนพี่น้องประชาชนมีปัญหาความล่าช้า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เก็บแล้วกว่าจะเอาไปถึง จุดทิ้งชั่วคราวก็ลำบาก รวมถึงโควตาในการจัดการขยะแต่ละ อปท. ไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะจริง ของแต่ละ อปท. ที่จัดเก็บ จึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยไปยังจังหวัดขอนแก่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการหาทางแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี เชิญครับ

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารืออยู่ ๓ เรื่องหลัก ๆ ด้วยกันนะครับ

เรื่องแรก คือเรื่องขยะ เช่นเดียวกันกับที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอิทธิพลได้นำเสนอไปเมื่อสักครู่ แต่คนละที่ คราวนี้ไปอยู่ที่เทศบาลตำบลปากน้ำท่าเรือ ที่จังหวัดระนอง ซึ่งปัญหานี้ก็คือปัญหาไม่ยอมเก็บขยะ หลังจากที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการเท กองขยะในพื้นที่ ซึ่งเป็นการดำเนินงานโดยบริษัทเอกชน พอศาลสั่งเทศบาลก็เลยถือโอกาสนี้ ออกคำสั่งว่าจะงดการเก็บขนขยะ ทำให้ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนกันมาก ทั้ง ๆ ที่ตาม พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ระบุไว้ แล้วว่าหน้าที่ในการรวบรวมเก็บกองขยะนั้นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งปัญหาระดับนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดและทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะปล่อยให้ปัญหานี้ล่วงเลย เวลามา ผมว่าตอนนี้น่าจะประมาณเกือบ ๑๐ วันแล้ว ควรต้องเร่งดำเนินการ เพราะเป็นปัญหา ระดับจังหวัดและเป็นปัญหาระดับประเทศไปแล้วนะครับ

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องที่จอดรถของสภา อันนี้ผมคิดว่าเราอาจจะต้องพิจารณาถึงเรื่อง การทำระบบ Car pool เพื่อจัดรถรับส่งให้กับประชาชนที่มาติดต่อประสานงานให้เดินทางสะดวก ระหว่างสภากับระบบขนส่งมวลชน ซึ่งท่านอาจจะติดตั้งระบบ Car pool ไปรับที่สถานีรถไฟฟ้า ใกล้เคียงก็เป็นการได้ ถ้าหากมีการประชาสัมพันธ์ดี ๆ จัดวิ่งรถรับส่งดี ๆ ภายในเวลา ๑๐ นาที มีรถคันหนึ่ง ผมเชื่อว่าจะลดการใช้รถส่วนตัวได้เช่นกัน ตอนนี้ผมเชื่อว่าเรามีงบประมาณอยู่แล้ว เพราะเรามีรถตู้ที่พร้อมจะให้บริการอยู่แล้วที่ทางรัฐสภาเป็นคนเช่ามานะครับ

เรื่องที่ ๓ คือเรื่องลดการใช้ขยะพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งนะครับ ซึ่งผมเชื่อว่า ท่านประธานก็กำลังดำเนินการอยู่ แต่ผมอยากจะให้ช่วยเร่งให้หน่อยนะครับ เพราะตอนนี้ทั่วโลก เรื่องการ Ban single-use plastic จดมาถึงคอหอยเราแล้ว อยากจะให้ทางสภาทำเป็นตัวอย่าง ให้กับเยาวชน แล้วก็ให้ประชาชนได้เห็นความตั้งใจของพวกเรา ขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอรัญ พันธุมจินดา ครับ

นายอรัญ พันธุมจินดา แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม อรัญ พันธุมจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เมื่อวันที่ ๙-๑๑ กรกฎาคม ที่ผ่านมา จังหวัดนครราชสีมาได้จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี ๒๕๖๘ แห่เทียนโคราช ศาสตร์ศิลป์ถิ่นย่าโม โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดนครราชสีมา เทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันจัดขึ้น ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานในพิธี มีผู้เข้าร่วมงานประมาณวันละ ๕๐,๐๐๐ คน ซึ่งเป็น การสืบสานวัฒนธรรมไทย เป็น Soft Power ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมได้ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าไหมปักธงชัย ของดีเมืองโคราช สินค้า ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI ได้ทราบข้อมูล จากนายกสมาคมไหมไทย คุณศักดิ์ชาย บุณยานุสิทธิ์ ว่าภายหลังจากสถานการณ์โควิด-๑๙ ยอดขายผ้าไหมลดลงประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผู้ประกอบการรายย่อยต้องเลิกกิจการไปแล้ว ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผู้ซื้อส่วนมากเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อค่อย ๆ ลดลง ในส่วนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ยังไม่นิยมซื้อผ้าไหมไปใส่เนื่องจากมีราคาสูงเมื่อเทียบกับเสื้อผ้าทั่วไป และแบบของผลิตภัณฑ์ไม่ทันสมัย หากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการศึกษาวิจัยตลาด ว่ากลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันมีความต้องการอย่างไร และจัดอบรมความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการ ในการพัฒนารูปแบบก็จะเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้านและผู้ประกอบการ จากสถานการณ์ดังกล่าว ผมขอให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ สสว. เข้าไปช่วยเหลือ ในการวิจัยตลาด เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน และให้สอดคล้องกับรสนิยมของคนรุ่นใหม่ รวมทั้งสนับสนุนด้านการตลาด ขยายตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้แก่ชาวบ้านและผู้ประกอบการผ้าไหมปักธงชัย Soft Power เมืองโคราช Soft Power Thailand ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม เชิญครับ

นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๑ พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องปรึกษา ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ

เรื่องแรก ผมได้รับข้อมูลจากทางผู้ใหญ่ปุ๊กว่าชุมชนหลังวัดบ้านขอมน้ำท่วม มาเป็นเวลาหลายสิบปี อยู่ใกล้กับโครงการแก้มลิง ถ้าเกิดว่าเพิ่มการระบายน้ำ รวมถึงมีเขื่อน ทั้งหน้าบานประตูและหลังบานประตูก็จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อีกทั้งจะสามารถ ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องกัดเซาะชายฝั่งด้วยครับ

เรื่องต่อมาเกี่ยวข้องกับโครงการแก้มลิงเหมือนกัน ตรงนั้นมีสะพาน เส้นถนน รวมถึงแสงสว่าง ไม่สว่างมานานแล้วนะครับ ฝากทางท่านประธานประสานไปยังกรมชลประทาน เร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานข้อมูลจากทางรองโหงว รองนายกเทศมนตรี ว่าเครื่องสูบน้ำและประตูระบายน้ำตรงองค์การสะพานปลาเสีย แล้วก็ไม่ซ่อมมาเป็นเวลานาน พี่น้องประชาชนบริเวณชุมชนโดยรอบได้รับความเดือดร้อน เวลาฝนตกน้ำทะเลหนุนนะครับ ฝากท่านประธานประสานไปยังองค์การสะพานปลาเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการประสานข้อมูลจากทางผู้ใหญ่บ้านตั้มและผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้านเดือน แล้วก็ไปลงพื้นที่ด้วยตัวเอง ว่าโครงการบ้านเอื้ออาทร หน้านิคมอุตสาหกรรม ตำบลท่าจีน ตึกร้าวหลายตึก รวมถึงตึกที่ ๒๖ ร้าวหนักมากจนเริ่มเอียงแล้ว ฝากท่านประธาน ประสานไปยังการเคหะแห่งชาติเร่งแก้ไขปัญหานี้ให้กับประชาชน ผมกังวลเรื่องความปลอดภัย เป็นอย่างยิ่ง ไม่อยากจะเห็นโศกนาฏกรรมหรือความไม่ปลอดภัยของพี่น้องประชาชนนะครับ ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิบูลย์ รัชกิจประการ เชิญครับ

นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ผมขอหารือปัญหาของพี่น้องประชาชน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

วันนี้ที่ตำบลตำมะลังชาวบ้านมีปัญหา หลาย ๆ อย่าง ถึงแม้ว่าสะพานตำมะลังจะสร้างเสร็จแล้วก็ตาม อย่างเช่น มีสะพานแล้ว แต่ไม่มีถนนในหมู่บ้าน ชาวบ้านที่มีรถยนต์ก็ต้องอาศัยไปจอดในที่ที่ อบต. ตำมะลังกำหนดให้ ไม่มีเขื่อนกั้นน้ำเค็ม ที่ดินของชาวบ้านเป็นพัน ๆ ไร่ก็ไม่สามารถทำการเกษตรได้ เพราะเวลา น้ำทะเลขึ้นจะเอ่อล้นมาท่วมที่ดินของชาวบ้านทำให้พืชผลที่ปลูกเสียหายและทำการเกษตร ไม่ได้ เรื่องสะพานข้ามไปฝั่งท่าส้ม หมู่ ๑ ตำบลตำมะลัง ก็มีการสำรวจและออกแบบสะพาน อยากทราบว่าโครงการนี้จะมีงบประมาณมาสนับสนุนหรือไม่ ผมได้รับคำร้องเรียนจากนายก อบต. ตำมะลัง ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนทั้ง ๓ หมู่บ้าน ให้ผมช่วยประสานงานไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน กรมทางหลวงชนบท กรมโยธาธิการ และผังเมือง กรมการปกครอง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนชาวตำมะลังด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ปัญหาที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน ตำบลวังประจัน ตำบล ควนสตอ ตำบลเกตรี ตำบลตำมะลัง ซึ่งชาวบ้านได้ทำการเกษตรหรือทำประโยชน์ในพื้นที่ ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตพื้นที่ป่าไม้บ้าง พื้นที่ป่าชายเลนบ้าง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติบ้าง ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบจะมีนโยบายให้สิทธิทำกินกับชาวบ้าน แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีบางกรณีที่ชาวบ้านทำสวนยาง สวนปาล์ม หรือสวนผลไม้ เมื่อถึงเวลา ที่จะต้องเข้าไปปรับปรุงหรือดูแล ยกตัวอย่าง ทำสวนยางในเขตอุทยานแห่งชาติ เวลาเรา จะต้องไปล้มยางหรือขนไม้ยางก็จะมีปัญหากับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่องออกเอกสารสิทธิในที่ดินหรือโฉนดให้กับชาวบ้าน รวมทั้งมัสยิดและที่สำนักสงฆ์ ซึ่งมี การร้องขอมา ผมจึงอยากให้กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน ซึ่งดูแลทุกกรมที่รับผิดชอบ ช่วยแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผม ขออนุญาตหารือท่านประธานด้วยกัน ๒ เรื่องครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก ปัญหาที่เกิดกับพี่น้องประชาชน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปีที่ยังแก้ไขปัญหาให้ไม่ได้นั่นก็คือเรื่องสินค้าทางการเกษตร ตกต่ำ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวไทยทั่วทั้งประเทศตั้งใจที่จะมานำเรียน ท่านประธานให้แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเรื่องสินค้าการเกษตรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปาล์มน้ำมัน และทุเรียนที่เป็นปัญหาหลักอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ แล้วก็ยังเป็น ราคาข้าว ราคามันสำปะหลัง ทั่วทั้งประเทศมีปัญหาหมดนะครับ เพราะฉะนั้นผมนำเรียนด้วยความเคารพว่าสิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนคาดหวังกับสภาแห่งนี้ คาดหวังจากท่านรัฐมนตรีทุกคนในเรื่องของการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เราเดิน ถูกทางหรือไม่ถูกทางผมไม่ทราบครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานฝากถึง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ให้ดำเนินการในเรื่องของการแก้ไขปัญหา เรื่องของต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นราคาปุ๋ย ราคายา แล้วก็ราคาของสิ่งที่เอามาเป็นปัจจัย การผลิตในด้านการเกษตร เราช่วยกันเรื่องการพยุงราคามาตลอดเวลาทำให้พี่น้องประชาชนนั้น ได้รับผลประโยชน์อย่างน้อยที่สุด ถ้าไม่เกิดปัญหาไม่ได้ทำ เพราะฉะนั้นแล้วเรามาแก้ที่ต้นเหตุ ปัญหาในเรื่องของต้นทุนการผลิต ราคาปุ๋ย ราคายา ทำไมครับ ไม่มีโอกาสที่จะเอาราคาลงกันได้ หรือครับ ทำเป็นวาระแห่งชาติ ทำเป็นนโยบายหลัก เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน วันนี้ผมนำเรียนท่านประธานฝากถึง ๒ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินทางลงไปที่ จังหวัดชุมพร ผมว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีนะครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องของโครงการก่อสร้างอาคารอัดน้ำทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น และท่วมสะพานที่พี่น้องใช้สัญจรไปมา ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านสิทธิชัย มากยอด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไชยราช อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ว่ากรมชลประทาน สร้างฝายเก็บน้ำ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ เสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ทำให้ระดับน้ำท่วมสะพาน ที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมา แล้วก็ไม่มีการแก้ไขปัญหา ตอนนี้ได้ทำประชาพิจารณ์ ได้ทำ ในเรื่องของโครงการเสริมขึ้นมา ให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยดำเนินการ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวเขาไชยราชด้วย ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชลธิชา แจ้งเร็ว เชิญครับ

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธาน ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีปัญหาในพื้นที่ ๓ เรื่องด้วยกันมาปรึกษาหารือกับท่านประธานนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ปัญหาเรื่องแรก คือปัญหาที่เกิดขึ้นจาก การก่อสร้างถนน ศ.ส.ล. พร้อมกับการวางท่อระบายน้ำ ในซอยเทพกุญชร ๒๙ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งจากการที่ดิฉันไปลงพื้นที่มาก็พบว่าการก่อสร้างดังกล่าว โดยเฉพาะการวางท่อระบายน้ำจะทำคู่กับการปรับพื้นผิวของถนน ซึ่งจะมีการยกระดับถนนขึ้นมา สูงขึ้นกว่าเดิมประมาณ ๓๐-๔๐ เซนติเมตรได้ ชาวบ้านค่อนข้างกังวลว่าการก่อสร้างดังกล่าว เมื่อถนนสูงขึ้นจากพื้นบ้านเดิมของชาวบ้านจะทำให้เมื่ออยู่ในช่วงของฤดูฝน น้ำฝนหรือว่าน้ำ ที่เกิดขึ้นจากท้องถนนจะไหลลงท่วมขังในบ้านชาวบ้านนะคะ

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญเช่นเดียวกัน จากการก่อสร้างดังกล่าวก็คือปัญหาที่บางจุด ของการก่อสร้างจะลุกลามเข้าไปในพื้นที่ของเอกชน ของชาวบ้านด้วย ฝากท่านประธานไปยัง เทศบาลเมืองท่าโขลงให้พิจารณาทบทวนโครงการดังกล่าว เพราะดิฉันเข้าใจว่าโครงการดังกล่าว ก็มีชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและพยายามที่จะคัดค้านโครงการดังกล่าวมาโดยตลอด แต่ว่าก็ไม่สำเร็จนะคะ

ปัญหาเรื่องที่ ๒ คือปัญหาน้ำชะขยะจากรถบรรทุกขยะของเทศบาลเมืองท่าโขลง ส่งกลิ่นเหม็น แล้วก็เป็นมลพิษรบกวนประชาชนอย่างมาก น้ำชะขยะที่ไหลลงมาจากรถบรรทุกขยะ ของเทศบาลก็ยิ่งทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ ซึ่งหลายครั้งก็เคยมีแล้วที่ชาวบ้าน ขับรถตามรถบรรทุกขยะดังกล่าวพบว่าถนนค่อนข้างลื่นไหลเป็นอย่างมาก ฝากท่านประธาน ไปยังเทศบาลเมืองท่าโขลงให้ช่วยพิจารณาจัดระเบียบรถขนขยะให้มีการบรรจุที่มิดชิดนะคะ

เรื่องสุดท้าย คือปัญหาจราจรติดขัดบนถนนคลองหลวงและถนนคลองสาม ซึ่งเกิดขึ้นจากการวางท่อเสริมแรงดันน้ำ ต้องบอกว่าพื้นที่คลองสามในอำเภอคลองหลวง เป็นพื้นที่ที่ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ดิฉันก็ต้องขอชื่นชม ทางการประปาส่วนภูมิภาคเป็นอย่างมากนะคะ แต่ว่าอย่างไรก็ตามโครงการทั้ง ๒ พื้นที่ก่อสร้างในช่วงระยะเวลาเดียวกันทำให้การจราจรติดขัด อย่างมาก ดิฉันฝากท่านประธานไปยังการประปาส่วนภูมิภาค สาขาคลองหลวง ให้ช่วยเร่งรัด โครงการดังกล่าวให้เสร็จสิ้นตามกำหนดระยะเวลา แล้วก็ที่สำคัญฝากทางสถานีตำรวจภูธร คลองหลวง แล้วก็ อบต. คลองสาม ให้ช่วยกันพิจารณาในการวางมาตรการเพื่อปรับปรุงเรื่องของ เส้นทางที่อาจจะทำให้เกิดรถติดในช่วงการก่อสร้างค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอรอุมา บุญศิริ เชิญครับ

นางอรอุมา บุญศิริ บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอุมา บุญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันอยากจะหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของยางพาราค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

จังหวัดบึงกาฬเองเป็นจังหวัดที่มีการปลูก ยางพารามากที่สุดในภาคอีสาน เป็นอันดับ ๕ ของประเทศ เป็นอาชีพหลักของชาวจังหวัด บึงกาฬเลยก็ว่าได้ในเรื่องของยางพารา แต่ปัญหาตอนนี้ที่พบเจอก็คือการที่มีต้นทุนการผลิต ที่เพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ราคายางพาราลดต่ำลงมาเรื่อย ๆ ท่านประธานทราบไหมคะ ว่าช่วงนี้ราคาปุ๋ยของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางอยู่ที่ราคาเท่าไร ๑๕-๑๕-๑๕ สูตรนี้ที่ชาวบ้าน ใช้เยอะที่สุด จาก ๕๐๐ บาทตอนนี้ขึ้นเป็น ๑,๒๐๐ บาท ๒๑-๐-๐ จาก ๖๐๐ บาทขึ้นเป็น ๑,๓๐๐ บาท ๑๖-๒๐-๐ ขึ้นถึง ๙๓๐ บาทค่ะ นั่นหมายความว่าตอนนี้พี่น้องชาวสวนยาง กำลังเผชิญกับต้นทุนที่สูงโดยไม่มีทิศทางที่จะลดลงเลยในขณะที่ราคายางก็ลดต่ำลงเรื่อย ๆ ตรงนี้ทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางต้องตกต่ำลงอย่างมาก ดิฉันจึงอยากจะ นำเรียนท่านประธานฝากไปถึงกระทรวงพาณิชย์ ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเข้ามาดูแล จัดสรรราคาปุ๋ยที่เป็นราคาพิเศษให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรง ไม่ว่าจะผ่านกลไก ด้านไหนของรัฐก็ได้ค่ะ โดยเฉพาะกลไกของสหกรณ์ออมทรัพย์การยางแห่งประเทศไทยก็ดี และสิ่งสำคัญที่สุดก็คืออยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล กำกับในเรื่องของราคาปุ๋ยที่สูง ผิดปกติ ยกเว้นต้นทุนที่สูงมากขึ้นที่เป็นปัจจัยทำให้พี่น้องเกษตรกรลำบากแล้ว ยังพบเจอกับ ปัญหาของพ่อค้าคนกลาง ท่านประธานทราบไหมคะว่าพ่อค้าคนกลางได้ใช้กลไกของตัวเอง ซึ่งได้เปรียบในเรื่องของต้นทุนกับการเข้าถึงการตลาดเป็นการกดขี่ราคาของพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยาง อย่างเช่นที่บ้านดิฉันตอนนี้เหลือแค่เพียง ๒๙ บาทกว่า ๆ บางลาน ๒๘ บาท นั่นหมายความว่าได้มีการฮั้วกันเกิดขึ้น อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลแล้วก็แก้ไขในเรื่องของ พ่อค้าคนกลางให้ชัดเจน อาจจะให้มีตลาดกลางรับซื้อในหมู่บ้านเพื่อเข้ามาต่อรองหรือต่อสู้ กับพ่อค้าคนกลาง เรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าปล่อยให้เรื้อรังต่อไป พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางก็จะมีหนี้สินครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาของพี่น้องก็จะเพิ่ม มากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายนี้ดิฉันจะฝากนำเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาล ไปถึงกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานทุกหน่วยงานให้ช่วยเข้ามาดูแลรับประกันราคายางพี่น้องหน่อย อย่างยางก้นถ้วย อย่าต่ำกว่า ๔๐ บาทค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน เชิญครับ

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ผมได้รับร้องเรียนจากจากพี่น้องหรือพี่ป้าน้าอา รวมถึง Uncle เกษตรกรคนไทยทั้งประเทศ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

บอกว่าวันนี้ราคาพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นราคาข้าว ราคามันสำปะหลัง ราคาข้าวโพด ราคาวัว กระบือ แล้วก็ราคาน้ำนมดิบ อยากจะบอกว่าทุก ๆ ราคาของภาคการเกษตรตกต่ำ วันนี้เขาบอกว่าถูกทุกอย่าง ยกเว้นถูกหวย หวยเป็นความเลื่อนลอย วันนี้สิ่งที่เขาต้องการก็คืออยากที่จะให้รัฐบาลชุดนี้ ซึ่งวันนี้เปลี่ยน ครม. เป็นครั้งที่ ๒ แล้ว ทำงานมา ๒ ปีแล้ว สิ่งที่ท่านเคยสัญญากับประชาชนไว้โดยเฉพาะในเรื่อง ของภาคการเกษตร ผมยกตัวอย่าง นั่นก็คือจากราคาข้าวของรัฐบาลชุดที่แล้ว ข้าวหอมปทุม ราคา ๑๒,๐๐๐ บาท เมื่อสมัยที่แล้ว ปัจจุบันวันนี้เหลือเพียง ๗,๐๐๐ บาท ราคาข้าวทั่วไป กข จากสมัยที่แล้ว ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท วันนี้เหลือ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทครับ ราคามันสำปะหลังจาก ๒,๐๐๐ กว่าบาท วันนี้เหลือ ๑,๐๐๐ บาทต้น ๆ และยังมีอื่น ๆ อีกมากมาย วันนี้ผมจึงจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลสมัยนี้คือท่านนายกรัฐมนตรีที่หยุดปฏิบัติหน้าที่อยู่ แต่มี ครม. ใหม่ อยากจะถามถึงนโยบายของท่านว่าสิ่งที่ท่านเคยพูดเอาไว้ ท่านจะทำเมื่อไร จะทำกี่โมง จะทำวันไหน เวลาไหนครับ ท่านบอกว่าท่านเป็นเพื่อไทย ท่านคิดใหญ่ ท่านทำเป็น ยาเสพติดต้องหมดไป วันนี้ยาบ้าเกลื่อนเมือง ท่านมุ่งเน้นแต่ไปปราบบุหรี่ไฟฟ้า ผมไม่ปฏิเสธ ว่ามันคือยาเสพติด แต่สิ่งที่สำคัญวันนี้ที่มีปัญหาดังไปทั้งประเทศคือยาม้า ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ที่จะยกระดับ ยกหรือยังครับ ยกอย่างไร ยกเมื่อไร ยกเวลาไหน แล้วบอกว่าเข้ามาจะลดค่าไฟ ทันที วันนี้ค่าไฟเขาลดแน่ เพราะเขาต้องปิดทุกอย่าง เขาไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ รวมถึงราคาพืชผลทางการเกษตรที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่นี้ ท่านบอกว่าท่านจะขึ้นยกแผง ถ้าท่านได้ ท่านเคยทำแล้ว และท่านจะทำอีก ๒ ปีผ่านมาแล้ว รัฐบาลชุดที่ ๒ แล้ว และยัง จะมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านเคยพูดเอาไว้ วันนี้ ๒ ปีที่ผ่านมาผมเห็นอย่างเดียวครับ Entertainment Complex กาสิโนที่ท่านจะทำ ท่านศึกษามา ๒ ปี ท่านบอกว่ามันจะสร้าง รายได้ให้ประเทศ จะสร้างงานให้ชุมชน ถามหน่อยครับ แล้วถอนทำไมเมื่อคราวที่แล้ว ถอนนะครับ ไม่ได้ยกเลิก พรรคภูมิใจไทยบอกว่าถ้าถอนเราไม่ให้ถอน แต่ถ้ายกเลิกเรายินดี ถ้าท่านพูดแล้วทำไม่ได้ ท่านไม่สนองนโยบาย เหมือนที่ท่านบอกพรรคภูมิใจไทยไม่สนอง นโยบาย แสดง Spirit ครับ เหมือนที่หัวหน้าผมทำ ลาออกเถอะครับ ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร เชิญครับ

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ สักนิดหนึ่งหารือท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงหรืออย่างไรครับ

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

ผมขอหารือท่านประธาน การหารือในสภาแห่งนี้เป็นการหารือถึงพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน แต่เพื่อนสมาชิก ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ หารือแบบนี้ ผมเป็นผู้แทนราษฎรมา ๓ สมัยนี้ ผมไม่เคยแบบนี้ เป็นการโจมตีกัน เมื่อสมัยที่แล้วท่านไม่เป็นอย่างนี้ละครับ สมัยที่แล้วท่านไปกับผมพูดเห็นด้วย เห็นพ้องต้องกัน แต่วันนี้ท่านเปลี่ยนแปลงไป พูดเหมือนไปโจมตีรัฐบาล เป็นการหารือ ที่ไม่เคยพบ ไม่สมควรในสภาแห่งนี้ ขอหารือท่านประธานว่าแบบนี้ไม่ควรทำ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ท่านประธาน ขออนุญาต พาดพิงครับ เพราะว่าวันนี้พี่น้องประชาชนเขาฝากมาครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไร พอแล้ว มันเสียเวลาเพื่อน ขอบคุณครับ ท่านต่อไปก็ขอให้อยู่ในความเดือดร้อน ของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ นะครับ ต่อไปท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร เชิญครับ

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณไปยังรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง ที่ได้อนุมัติ หอประชุมอำเภอเขื่องในหลังใหม่ ตามแบบมาตรฐานของกรมการปกครอง ซึ่งจะทำการ ประกวดราคา ลงนามเซ็นสัญญาในเร็ว ๆ นี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องชาวอำเภอเขื่องใน ในการใช้บริการหอประชุมใหม่อำเภอเขื่องในนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

แต่ว่าข้าง ๆ หอประชุมอำเภอเขื่องใน ยังมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่าสวนสาธารณะสระหนองกระสุน ซึ่งสระหนองกระสุนนี้ แรกเริ่มเดิมทีก็เป็นที่ผลิตน้ำประปา แหล่งน้ำดิบ น้ำผิวดิน ในระบบประปาของสุขาภิบาล เขื่องในตั้งแต่สมัยอดีตที่ผ่านมา แล้วก็ใช้เป็นสวนสาธารณะสำหรับพี่น้องที่มาติดต่อราชการ ในบริเวณอำเภอเขื่องใน ทางอำเภอก็ได้ใช้งบประมาณกองทุนศาลหลักเมืองเขื่องใน มาปรับปรุงภูมิทัศน์ พัฒนาความสวยงาม รวมทั้งโต๊ะม้าหินอ่อน โต๊ะสวยงามก็ได้รับจาก การบริจาคจากพ่อค้า แม่ค้า ผู้มีจิตศรัทธา สวยงามมากมายนะครับ ในส่วนนี้รอบ ๆ ข้าง ก็มีหน่วยงานหลายหน่วยงานมาสำรวจ ออกแบบ จึงอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดดำเนินการ ดังรายการต่อไปนี้

อันดับที่ ๑ คือกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ช่วยผลักดัน ระบบขนส่งบริหารจัดการลำน้ำห้วยเรือกระจายน้ำมาสู่ที่สระหนองกระสุน ทำเรียงหินชั้น ประตูน้ำปิด เปิด เพื่อเป็นการบรรเทาในช่วงภัยแล้ง น้ำท่วม จะสามารถนำน้ำตรงแหล่งนี้ มาอุปโภค บริโภคได้ภายในเขตเทศบาลเขื่องในและใกล้เคียง ฝากไปยังกรมชลประทาน ด้วยครับ

อันดับที่ ๒ คือในส่วนงานของบพัฒนาจังหวัดซีอีโอฝากไปยังผู้ว่าราชการ จังหวัดอุบลราชธานีได้จัดสรรงบพัฒนาจังหวัดมาทำศาลากลางน้ำ ศาลา ๔ ทิศ และลาน อเนกประสงค์ข้างศาลหลักเมือง เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอเขื่องใน ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ครั้งนี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เชิญครับ

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๙ พรรคกล้าธรรม ในวันนี้ผมมีเรื่องจะขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ เรื่องปัญหาลำไยราคาตกต่ำนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เนื่องจากในปีนี้สถานการณ์ลำไย ผลผลิตออกมาก โดยเฉพาะข้อมูลในปีนี้จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดการณ์ว่าจะมี ผลผลิตลำไยออก ๑,๐๖๔,๒๔๒ ตัน ซึ่งจากข้อมูลปี ๒๕๖๗ คือปีที่แล้วมีผลผลิตออก ๙๔๗,๑๔๐ ตัน จะเห็นว่าในปีนี้ผลผลิตลำไยออกมากกว่าปีก่อนถึง ๑๑๗,๑๐๒ ตัน ซึ่งผลผลิต ๑๐๐,๐๐๐ กว่าตันที่ว่านี้เป็นผลผลิตที่ออกในฤดูกาลคือช่วงกรกฎาคม และสิงหาคม จากผลผลิตที่ออกมากประกอบกับปีนี้การส่งออกเรามีปัญหาก็คือส่งออก ได้น้อยจึงทำให้ราคาลำไยตกต่ำ เช่น ราคาล้งเมื่อวานที่จังหวัดเชียงใหม่ ราคา เอเอ ๑๗ บาท เอ ๘ บาท บี ๔ บาท ซี ๑ บาท ตามที่ท่านได้รับทราบตามสื่อว่าราคาลำไยตกต่ำมากนะครับ ในกรณีปัญหาดังกล่าวกระผมจึงใคร่ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ขอให้รีบหามาตรการเข้ารีบช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ผู้ประกอบการโดยเร่งด่วน ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้รีบดำเนินการในเรื่อง ของเงินทุนหมุนเวียนจากกองทุนเกษตรต่าง ๆ ให้แก่วิสาหกิจชุมชนผู้แปรรูปลำไยดึงลำไยสด ออกจากตลาดเพื่อไปแปรรูป และยังเป็นการชะลอการจำหน่ายผลผลิตลำไย ซึ่งการแปรรูปนี้ ถ้าเราดึงผลผลิตลำไยสดออกจากตลาดในวันนี้เราก็ชะลอการขายไปในช่วงปลายปี และขอ สนับสนุนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการตรวจ GAP ให้เร็วขึ้น แล้วก็ในส่วนของ กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ให้เร่งโครงการกระจายผลผลิตโดยเร่งด่วน และเพิ่มเติมงบประมาณในโครงการดังกล่าวด้วยนะครับ เนื่องจากผลผลิตเริ่มออกตั้งแต่วันนี้ ประมาณกลางเดือนกรกฎาคมแล้ว และจะไปเริ่มมากในเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือน สิงหาคม โดยในปีนี้นอกจากผลผลิตออกมากแล้วพี่น้องเกษตรกรยังประสบปัญหาเรื่อง แรงงาน เนื่องจากแรงงานที่ใช้เก็บและคัดลำไยโดยเฉพาะล้งที่ส่งออกต่างประเทศส่วนใหญ่ ใช้แรงงานของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เรามีปัญหากับประเทศ เพื่อนบ้านอยู่ ผมจึงใคร่ขอหารือท่านประธานกรณีนี้ผ่านไปยังกรมการจัดหางาน กระทรวง แรงงาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนการอนุญาต และจัดหาแรงงานให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล เชิญครับ

นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สมเกียรติ ตันดิลกตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ดังนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียน จากท่านกำนันชัยวัฒน์และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลมะค่า อำเภอโนนสูง จังหวัด นครราชสีมา เรื่องที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดสำหรับรถยนต์ลอด ใต้ทางรถไฟ สายจิระ-ขอนแก่น ช่วงกิโลเมตรที่ ๓๐๕ กิโลเมตรที่ ๓๐๗ และกิโลเมตรที่ ๓๐๘ ทั้ง ๓ แห่ง เมื่อเกิดฝนตกลงมาจะเกิดน้ำท่วมขังอุโมงค์ทางลอด ทำให้พี่น้องประชาชน ไม่สามารถสัญจรได้โดยรถยนต์ แล้วก็ใช้เวลาหลายวันกว่าน้ำจะลดลงไป สาเหตุผมคิดว่า น่าจะเกิดจากระบบไฟฟ้าและระบบสูบน้ำไม่ทำงาน เหตุนี้ไม่ได้มีการแก้ไขมาเป็นระยะเวลา เกือบ ๑ ปีแล้วครับ พี่น้องประชาชนต้องใช้ทางอ้อมเป็นระยะทางถึง ๑๐ กิโลเมตรในการไป โรงเรียน ไปโรงพยาบาลครับ

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันวุฒิจักษ์และนายกเทศมนตรี ตำบลด่านคล้า อำเภอโนนสูง ที่บ้านหนองหลักร้อย หมู่ ๘ การประปาส่วนภูมิภาคยังขยาย เขตประปาไปไม่ถึง ทางเทศบาลตำบลด่านคล้าได้ทำเรื่องขอไปถึงการประปาส่วนภูมิภาค เกือบ ๓ ปีแล้วนะครับ แล้วผมเองก็เคยหารือท่านประธานมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๕๖๖ ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ยังไม่ได้รับการขยายเขต ทั้ง ๆ ที่ระยะทางจากจุดสุดท้าย ที่ประปาจ่ายจะถึงหมู่บ้านนี้ระยะทางไม่ถึง ๑ กิโลเมตร ผมจึงขอฝากท่านประธานได้โปรด ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ทั้ง ๒ เรื่อง ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญครับ

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขออนุญาตนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธานในวันนี้ ดังนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนโดยเฉพาะอำเภอบ้านผือ พี่น้องบ้านหนองนกเขียน ตำบลหายโศก แล้วก็ ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ที่ใช้ถนน ๒๐๒๑ สัญจร ไปมาตลอด แต่ขณะเดียวกันทางหลวงได้จัดงบประมาณไปปรับปรุงถนน แล้วก็วางท่อ ระบายน้ำให้น้ำไปไหลลงหนองนกเขียน แต่ไม่เป็นอย่างนั้นค่ะท่านประธาน ในการก่อสร้าง คราวนี้แบบที่เขาเอามาก่อสร้างตรงนี้เป็นแบบมาตรฐานทั่วประเทศ ดิฉันได้สอบถาม บอกว่า เป็นแบบมาตรฐานทั่วประเทศ ดิฉันได้ถามว่าอันนี้เป็นชุมชนขนาดเล็ก แล้วขนาดถนน แค่ ๒ เลน ความกว้างแค่ ๒ เลน แล้วก็เป็นทางโค้งด้วย แล้วท่านมาออกแบบท่อระบายน้ำ รางระบายน้ำแบบนี้ ดิฉันคิดว่ามันไม่ได้แก้ปัญหา เป็นการสร้างปัญหา ดังนั้นขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมโดยเฉพาะกรมทางหลวง ว่าถ้าการก่อสร้างถนน ปรับปรุงถนน ซ่อมแซมถนน อยากจะฝากให้หน่วยงานได้สอบถามกับคนในพื้นที่ว่าแบบนี้ เหมาะสมในพื้นที่หรือไม่ อันนี้ไม่เหมาะสมเลย ดังนั้นก็ขอฝากท่านได้จัดสรรงบประมาณ มาทำฝาปิดท่อระบายน้ำตรงนี้ด้วย เพื่อไม่ให้เด็ก หรือรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ คนสัญจร ไปมา ท่องเที่ยวมรดกโลกไม่รู้จักเส้นทาง มีโอกาสลงไปในรางน้ำอันนี้ได้ ดิฉันฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ ยังไม่มานะครับ ต่อไปเชิญท่านพชร จันทรรวงทอง ก่อนเลยครับ

นายพชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีประเด็นความเดือดร้อนเพื่อหารือ ผ่านท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่อง ดังนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ ผมได้มีโอกาส ไปทำบุญทอดผ้าป่า ที่โรงเรียนบ้านหนองกก อำเภอสีคิ้ว จึงได้รับเรื่องร้องทุกข์จากท่าน นายกประมาณ พันธ์จันทึก ท่านอดีตรองนายกทนง ท่านอดีตกำนันโขงเขต ว่าถนนเส้น บ้านหนองกก-บ้านสุมทุม ตำบลหนองบัวน้อย อำเภอสีคิ้ว เนื่องจากปัจจุบันชำรุดเสียหาย มากถึงหนักมาก แทบจะไม่มีที่ให้หลบหลุมแล้ว ปะก็หลายต่อหลายครั้ง ทำให้เกิดอุบัติเหตุ หลายครั้ง แล้วก็ชำรุดเสียหายมานานกว่า ๑๐ ปี วันนี้จึงขอความอนุเคราะห์รับงบประมาณ ก่อสร้างซ่อมแซมถนนเส้นบ้านหนองกก-บ้านสุมทุมด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากท่านกำนันสิริวัฒน์ หล่อนจันทึก กำนัน ตำบลดอนเมือง ว่าถนนเส้นลาดใหญ่-ปางโก ได้ชำรุดเสียหาย ปัจจุบันถ้าฝนตกจะก่อให้เกิด น้ำขังตามหลุมต่าง ๆ ยากต่อการหลบ ทำให้เกิดอุบัติเหตุเช่นกัน ยิ่งช่วงไหนที่ไม่มีฝน ขับรถไปถึงไม่เจอหลุมก็เกิดฝุ่นตลบ ทำให้เกิดความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงขอความ อนุเคราะห์รับงบประมาณก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมถนนเส้นลาดใหญ่-ปางโก ตำบลดอนเมือง ด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายกส่งดี ใสจันทึก นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลกุดน้อย อำเภอสีคิ้ว ว่าถนนเส้นบ้านหนองสลักได ตำบลกุดน้อย ได้ชำรุดเสียหาย อย่างมาก ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจนถึงขั้นเสียชีวิต ปัจจุบันเส้นนี้ก็ยังชำรุดเสียหายอยู่ ตั้งแต่ผม ยังเรียนหนังสืออยู่ก็ยังชำรุด มาวันนี้จึงต้องมาขอรับความอนุเคราะห์ผ่านท่านประธานไปยัง กระทรวงมหาดไทยขอรับงบประมาณก่อสร้างซ่อมแซมถนนเส้นบ้านหนองสลักไดด้วยครับ

ท่านประธานครับ ถนนทั้ง ๓ เส้นดังกล่าวที่ผมได้หารือไป จริง ๆ ทาง อำเภอสีคิ้วได้ทำหนังสือเพื่อขอรับงบประมาณซ่อมแซมผ่านทางจังหวัดนครราชสีมา วันที่ คณะรัฐมนตรีได้มาประชุมสัญจรที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วก็ได้รับการอนุมัติรับหลักการ ตั้งแต่ช่วงนายกรัฐมนตรีเศรษฐา แต่อาจจะด้วยอุบัติเหตุทางการเมือง มาวันนี้จึงต้องขอ ความอนุเคราะห์ผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยหรือจังหวัดนครราชสีมา ช่วยจัดสรรงบประมาณมาเพื่อซ่อมแซมถนนเส้นดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ เชิญครับ

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๗ พรรคประชาชน ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๖ เรื่อง ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ทำให้เกษตรกรไม่สามารถขึ้นทะเบียน ทบ. ๑ ได้ ฝากเรื่องผ่านท่านประธานไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลองพิจารณาเรื่องนี้ เพราะว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ ติดต่อบ้านคลองสวน แล้วก็ทุ่งครุ มีปัญหาเป็นอย่างมากครับ

เรื่องที่ ๒ ปัญหาตัวนากกินปลาของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ในพื้นที่อำเภอ พระสมุทรเจดีย์ เดือดร้อนเป็นอย่างหนัก ก็ฝากไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลองหา แนวทางแก้ไขเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนครับ

เรื่องที่ ๓ เรียนท่านประธานฝากไปยังแขวงการทางนะครับ ให้ติดตามเรื่อง การตรวจสอบแบบสัญญาณไฟแดง ปากซอยวัดชมนิมิตร เพราะผมได้มีการติดตามไปยัง เทศบาลลัดหลวงและแขวงก็ยังโยนกันไปโยนกันมา ก็เลยไม่ทราบว่าตอนนี้จะได้ดำเนินการ ก่อสร้างเมื่อไรนะครับ

เรื่องที่ ๔ แสงสว่างเสาโซลาร์เซลล์ ถนนเส้นพระสมุทรเจดีย์-ป้อมพระจุลจอมเกล้า หลายจุดที่ยังไม่ทันข้ามคืนก็ดับหมดแล้ว ประชาชนร้องเรียนมาหลายครั้ง รวมถึงผมเอง ก็ได้แจ้งไปยัง Traffy Fondue ก็ยังไม่ดำเนินการแก้ไขนะครับ

เรื่องที่ ๕ ฝากไปยัง อบจ. จังหวัดสมุทรปราการ พิจารณาก่อสร้างศาลารอรถ ขนส่งสาธารณะ ถนนเส้นคู่สร้าง-ประชาอุทิศ ถนนเส้นประชาอุทิศ ๙๐-บ้านคลองสวน ถนนเส้นสุขสวัสดิ์-พระสมุทรเจดีย์ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยัง อบจ. สมุทรปราการ ลองพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน พ่อแม่พี่น้องประชาชนจะได้รอรถไม่ตากแดด ไม่ตากฝน

เรื่องที่ ๖ ถนนซอยกระทิงแดง ฝากเปิดคลิปให้หน่อย ขออนุญาต ขอเสียง ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

ถนนเส้นนี้ในซอยกระทิงแดง เดือดร้อนเป็นอย่างหนัก ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอับดุลอายี สาแม็ง เชิญครับ

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ เขตพื้นที่อำเภอ กรงปินัง อำเภอบันนังสตา และอำเภอเบตง ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑ ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เนื่องจากว่าระหว่างนี้มีช้างป่าไปทำลาย ทรัพย์สิน ต้นไม้ ซึ่งเป็นพืชผลทางเศรษฐกิจ ต้นทุเรียน ทุกวันนะครับ ร้องเรียนว่าอยากจะให้ มีหน่วยงานราชการไปผลักดันช้างป่าเหล่านี้ให้ออกนอกพื้นที่หรือว่าย้ายออกจากพื้นที่ไป

อันที่ ๒ ผมต้องขอขอบคุณรัฐบาล ปีที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งมาตรการเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ได้มีการดำเนินการ สรุปสุดท้ายก็มีการประกาศค่าชดเชย ค่าเยียวยา ในราชกิจจานุเบกษา จากเดิมทุเรียน ที่มีปัญหาก็มีการชดเชย ประมาณ ๒๐๐ บาทต่อต้น แต่ ณ วันนี้ในราชกิจจานุเบกษา ก็ได้ประกาศออกมาว่าลูกทุเรียน กิโลกรัมละ ๓๕ บาทเศษ และต้นทุเรียนประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้อยากจะให้ท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเยียวยา ให้กับพี่น้องเกษตรกร เพราะว่า ณ ขณะนี้มีการขวัญเสียไปหมดแล้ว ทุเรียนที่หวังว่าจะได้ รายได้ในปีนี้ก็ถูกทำลายโดยช้างป่าไปหมดแล้ว ทีนี้ว่าเรากำลังพิจารณางบประมาณ งบกลาง ที่จะไปชดเชย เยียวยาก็ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ผมคิดว่าแนวทางที่ควรจะเป็นน่าจะใช้งบภัยพิบัติ ของจังหวัดไปก่อน เพื่อที่จะได้ดำเนินการในการที่จะชดเชยค่าเยียวยาผลเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับพี่น้องประชาชน เพราะว่าเศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ ผลไม้ก็มีปัญหา เรื่องราคา ในขณะเดียวกันก็ถูกทำลายด้วยช้างป่า อยากจะให้ท่านประธานประสานไปยัง ๓ กระทรวงเลยนะครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย ขอปรึกษาหารือทั้งหมด ๕ เรื่องนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรื่องแรก ขอให้สำนักการโยธา กทม. ซ่อมพื้นผิวจราจร ถนนริมทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ ช่วงหน้าสำนักงานเขตคลองเตย และถนนอาจรณรงค์นะครับ

เรื่องถัดมา ขอให้ทาง ขสมก. พิจารณาการเดินรถ เอาสาย ๗๒ กลับมาวิ่ง ในเส้นเดิม จากเส้นพระรามที่ ๔ มาเป็นเส้นอาจณรงค์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้อง ประชาชน โดยให้ทางกรมการขนส่งทางบกพิจารณาเส้นทางนี้ด้วยนะครับ แล้วก็ให้ทาง ไทยสมายล์เพิ่มจำนวนรถโดยสารในช่วงเวลาที่เร่งด่วน ๓-๔๔

เรื่องถัดมา การท่าเรือแห่งประเทศไทย ขอให้ซ่อมแซมสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐาน ทั้งพื้นผิวจราจร ซอย ท่อระบายน้ำ ในชุมชนอาคารพาณิชย์ติดกับตลาดคลองเตย

เรื่องถัดมา ขอให้ พม. ตม. และตำรวจท่องเที่ยว รวมถึงเทศกิจ เขตวัฒนา กวดขันตรวจสอบขอทานเด็กต่างด้าว บริเวณแยกอโศกและนานา บนถนนสุขุมวิท

เรื่องสุดท้ายครับ ขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาปรับปรุงระบบ สัญญาณไฟ เพื่อดูแลความปลอดภัยบริเวณจุดตัดรถไฟ ตั้งแต่เพลินจิต พระรามที่ ๔ ถนนอาจณรงค์ ตัดกับเส้นทางรถไฟสายท่าเรือ สายปากน้ำ จนถึงถนนริมทางรถไฟสายเก่า ที่วิ่งผ่านชุมชนคลองเตย แล้วก็ชุมชนสวนอ้อยนะครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุรวาท ทองบุ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอหารือท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้มี การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและลดภาระงานของครู โดยเฉพาะในโรงเรียน สพฐ.

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ข้อ ๑ ขอให้จัด อัตรากำลังครูให้เป็นไปตามกรอบอัตรากำลัง ว ๒๓/๖๓ ซึ่งวันนี้ตามกรอบนี้ยังขาดครูอยู่ ๔๖,๐๐๐ คน แต่ก็มีเกินอยู่ในบางโรงเรียน ๖,๙๐๐ คน ได้ข่าวว่าทางกระทรวงจะนำอัตรานี้ ไปเปลี่ยนเป็นบุคลากร ๓๘ ค เพื่อให้ไปทำงานสนับสนุน ซึ่งผมไม่เห็นด้วย เพราะเรายังขาดครู อยู่มากครับ

แต่ถ้าท่านจะแก้จริงต้องทำตามข้อ ๒ ขอให้จัดอัตรากำลังบุคลากร สายสนับสนุน ให้เป็นไปตามกรอบ ว ๒๓ ขณะนี้มีบุคลากรกลุ่มนี้เพียงโรงเรียนละ ๑ คน แต่ก็ยังไม่ครบ แท้ที่จริงแล้วจะต้องเป็นไปตามตารางนี้คือโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษจะต้องมี ๔ อัตรา

ข้อ ๓ ผมจึงขอต่อเนื่องว่าให้เปลี่ยนการจ้างลูกจ้างที่มีอยู่วันนี้ประมาณ ๗๒,๐๐๐ อัตรา จากจ้างเหมาบริการเป็นลูกจ้างชั่วคราว เพื่อให้เขามีเงินกองทุน ประกันสังคมในทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะธุรการให้มีครบทุกโรงเรียนด้วย ตามเกณฑ์ เมื่อสักครู่นี้ให้มี ๑-๔ คน แต่วันนี้ก็ให้ ๑ คน แต่ไม่ครบ ซึ่งวันนี้มีเพียง ๒๒,๐๐๐ คน จากโรงเรียนทั้งหมด ๒๙,๐๐๐ คนครับ

ข้อ ๔ ขอให้ยกเลิกการรายงานประกวด ประเมิน แข่งขัน อะไรทั้งหลาย ถ้าหน่วยงานส่วนกลางอยากได้ผลการดำเนินงานตามโครงการนี้ให้มาเก็บข้อมูลโดยการสุ่ม โรงเรียน นักเรียน เหมือนเช่นโครงการปิซาครับ

ข้อ ๕ ขอให้ยกเลิกการนำรางวัลมาใช้ในเกณฑ์การประเมินครู ผู้บริหาร และบุคลากร ทุกการประเมินด้วย ถ้าทำเช่นนี้แล้วจะลดความเหลื่อมล้ำและลดภาระงาน ของครูได้จริง ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย เชิญครับ

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูก มันสำปะหลัง พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์และกำแพงเพชร ผ่านนายจรัญ อิสระบัณฑิตกุล อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเดือดร้อนอย่างรุนแรง เนื่องจากราคามันสำปะหลังตกต่ำอย่างมาก

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

จากเดิมที่เคยขายได้ในราคา กิโลกรัมละ ๓ บาท ปัจจุบันเหลือเพียง ๑.๕๐-๑.๗๐ บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลกระทบ อย่างหนักต่อรายได้ของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ผมเคยอภิปรายเสนอแนวทางช่วยเหลือ มาหลายครั้งแล้ว โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาชดเชยช่วยเหลือให้เกษตรกร ผู้ปลูกมันสำปะหลังในอัตราไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ครัวเรือนละไม่เกิน ๒๐ ไร่ เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนเบื้องต้นครับ

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาโค กระบือ ซึ่งผมได้อภิปรายในที่ประชุมหลายครั้งแล้ว เช่นกัน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ในขณะนี้มีเกษตรกร ผู้เลี้ยงโค กระบืออยู่ประมาณ ๑.๔ ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ผมขอให้รัฐบาลเร่งดำเนิน มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มนี้โดยเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรจำกัดการนำเข้าโค กระบือ เครื่องในแช่แข็งจากต่างประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและลดผลกระทบ ที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรในประเทศ ผมเห็นว่าหากไม่ควบคุมการนำเข้าอย่างจริงจังจะไม่สามารถ แก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืนครับ

ประเด็นที่ ๓ ได้รับการร้องขอจากนายอนุชา กลันทกพันธ์ุ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๙ ตำบลหนองกรด อำเภอเมืองนครสวรรค์ เสนอให้องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกรด ประสานโครงการชลประทานนครสวรรค์เพื่อของบประมาณดำเนินการขุดลอกอ่างวังตาก่วน หลังโรงเรียนวัดศรีอุทุมพรให้เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำในพื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพ ในการกักเก็บน้ำให้เพียงพอสำหรับการอุปโภค บริโภค และการเกษตรของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ฝากท่านประธานสภาด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ เชิญครับ

นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้วผมเองได้ตั้งกระทู้ถามในเรื่อง ของความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนในเขตประเวศ แต่ตอนนี้ก็ผ่านมา หลายเดือนแล้วยังไม่ได้รับความชัดเจน พี่น้องประชาชนยังคงเดือดร้อน รอคำตอบจาก ภาครัฐว่าเมื่อไรจะมีความชัดเจนในเรื่องของที่ดินเสียที ถ้าเกิดท่านดู ผมขอสไลด์นะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ณ วันนี้พี่น้องประชาชน ในหลายชุมชน ตัวอย่างคือชุมชนมหาดไทย ๒ พบปัญหาในเรื่องต่าง ๆ น้ำเจิ่งนองตลอดทั้งปี แบบนี้ ซึ่งพี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก มีการพยายามที่จะติดต่อให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามา ช่วยดูแล หน่วยงานก็ทำไม่ได้ เพราะว่าเรื่องที่ดินยังไม่ชัดเจน ดังนั้นในเรื่องนี้ผมขอฝากไปถึง ศูนย์ควบคุมและซ่อมแซมถนนของทางกรุงเทพมหานคร ศูนย์ก่อสร้างและบูรณะถนน ตอนนี้ ท่านมีดินมากมาย อยากให้เอาดินมาช่วยดูแลประชาชนก่อนได้หรือไม่ ในการที่จะบรรเทา ความทุกข์ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และระหว่างนี้ขอให้ท่านมีความชัดเจน ในเรื่องของที่ดินด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของกลิ่นเหม็นจากโรงขยะอ่อนนุชครับ ทุกวันนี้ Inbox เข้ามาทางโทรศัพท์ผมแทบจะทุกวัน หนักหน่วงมากครับพี่น้องประชาชน เรื่องนี้ผมพูดไปเป็น ๑๐ รอบแล้วก็ยังไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น มีแต่บอกว่าให้รอปีหน้า รออีก ๒ ปีก็ว่ากันไป แต่ว่าพี่น้องประชาชนเองอยากได้ความชัดเจนครับ แล้วก็อยากให้ แก้ปัญหาตอนนี้ว่าเมื่อไรพวกเขาจะพ้นจากเรื่องของปัญหากลิ่นเหม็นเสียที ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรวี เล็กอุทัย เชิญครับ

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดอุตรดิตถ์ ๒ ประเด็น ดังนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรื่องแรก สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝนตก ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคมที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ ๓ อำเภอของจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้แก่ อำเภอน้ำปาด ฟากท่า และบ้านโคก ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับพี่น้องประชาชนกว่า ๗๐๐ ครัวเรือนครับ แล้วก็ ท่าน ส.ส. วารุจ เจ้าของพื้นที่ นั่งข้าง ๆ ผมนี้ก็ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดเช่นเดียวกัน เบื้องต้นผมขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงขอขอบคุณ หน่วยงานภาครัฐ อาสาสมัครกู้ภัย และทุกคน ทุกภาคส่วน ที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ แก้ไขสถานการณ์ในครั้งนี้ จนปัจจุบันสถานการณ์เริ่มดีขึ้นปริมาณน้ำได้ลดลงจนใกล้เป็น ปกติแล้ว แต่อย่างไรก็ดีปัญหาสำคัญต่อมาคือการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก จึงอยากขอให้ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือนที่เสียหาย ถนน และสะพาน ที่ถูกตัดขาด ปลาเลี้ยงในกระชังที่ก็ตายหมดเลยครับ รวมถึงช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียในครั้งนี้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้รัฐบาลช่วยเร่งการทำงานของ อนุ. นบข. ในการส่งเรื่อง มาตรการช่วยเหลือ ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท มายัง ครม. เพื่อรีบอนุมัติเงินช่วยเหลือแก่พี่น้อง เกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปรังที่รอคอยเงินช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้มานานมากแล้ว เพราะเงินชดเชยดังกล่าวนี้จะมีความสำคัญมากในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายหรือต้นทุน สำหรับการเพาะปลูกข้าวในฤดูกาลนาปีในปัจจุบันนี้อย่างมาก นอกจากนั้นโปรดช่วยเร่ง มาตรการลดต้นทุนและเพิ่มราคาผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะพืชไร่ อย่างข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง รวมถึงพืชสวนอย่างทุเรียนที่ปีนี้ราคาตกต่ำลงอย่างมาก โดยเบื้องต้น อาจเปิดจุดรับซื้อในพื้นที่เพิ่มก่อน เพื่อเพิ่มการแข่งขันและป้องกันการถูกกดราคา แล้วจึงหา แนวทางพัฒนาทุเรียนไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป รวมถึงมาตรการปกป้องเกษตรกร ภายในประเทศทั้งจากการลักลอบและนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน และจากมาตรการด้านภาษีของสหรัฐอเมริกา เพราะผลผลิตจากต่างแดนเหล่านี้จะยิ่งเข้ามา ซ้ำเติมเกษตรกรไทยให้ทรุดหนักลงไปมากกว่าเดิม ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมมีความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนชาวไร่ ชาวนานำมากราบเรียนท่านประธาน ต้องบอกเลยครับว่าเป็นความ น่าสงสารจริง ๆ ผมลงพื้นที่พี่น้องเกษตรกรชาวนาตอนนี้ขายข้าวได้ราคาถูกมาก อยู่ที่ ประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ๑๐ กว่าปีที่ผมลงพื้นที่ไม่เคยมีพี่น้องชาวนาจะทุกข์มาก ขนาดนี้ที่ได้ราคาข้าวตกต่ำมาก ที่ผ่านมาจะมีโครงการช่วยเหลือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการช่วย ค่าการผลิตก็ดี โครงการประกันรายได้ สมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ดี จะอยู่ที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ตอนนี้พี่น้องเกษตรกรขายข้าวได้ราคาต่ำมาก แล้วก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน อย่างที่ได้นำกราบเรียนท่านประธาน จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านก็เข้าใจจิตใจของพี่น้องเกษตรกรชาวนาดี เพราะว่าที่แปดริ้วก็มีเกษตรกรชาวนาเยอะ ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ได้ลงมา ดูพี่น้องเกษตรกรชาวนา ช่วยค่าปัจจัยการผลิต ไร่หนึ่งสัก ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท เพื่อให้ พี่น้องเกษตรกรชาวนาได้ลืมตาอ้าปาก เพราะตอนนี้เป็นหนี้เป็นสินเยอะ ไม่ว่าจะเป็นค่าปุ๋ย ค่ายา ตอนนี้ที่มีราคาแพง เลยขอใช้โอกาสนี้นำกราบเรียนท่านประธานให้นำเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ช่วยเหลือชาวนาเป็นการเร่งด่วนครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ขอให้ช่วยทำอุโมงค์ลอดใต้ถนนเพชรเกษม ซึ่งปัจจุบันนี้ต้องข้ามบนทางเสมอระดับ แล้วอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมาก ที่ผ่านมาเราจะทำทีหนึ่งแล้วครับ โดยทางจังหวัดราชบุรี จะใช้งบจังหวัดทำ แต่ว่ากรมทางหลวงมีโครงการขยายจาก ๔ เลนเป็น ๖ เลน แล้วก็ ๘ เลน ก็เลยชะลอโครงการนี้ จึงขอให้กรมทางหลวงได้เร่งดำเนินการทำอุโมงค์ลอดใต้ถนน เพชรเกษม บริเวณหมู่ ๓ ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่บริเวณ หน้าวัดอริยวงศาราม ให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อลดอุบัติเหตุด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านญาณธิชา บัวเผื่อน เชิญครับ

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน วันนี้ ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ ๓ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก เป็นเรื่องของการขาดแคลนแรงงานกัมพูชาในการเก็บเกี่ยวลำไย เนื่องจากอีกประมาณ ๒ เดือนอำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี จะถึงช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวลำไย ซึ่งจะต้องใช้แรงงานกัมพูชาในการเก็บเกี่ยวลำไย ทางเกษตรจังหวัดได้ให้ข้อมูลว่าจะต้องใช้แรงงาน ๓๐,๐๐๐ คน แต่ว่าตอนนี้มีแรงงานอยู่ ในระบบ ๑๘,๐๐๐ คน ขาดอีก ๑๒,๐๐๐ คน เนื่องจากมีสถานการณ์ไม่ปกติระหว่างไทย กัมพูชา จึงทำให้ต้องปิดด่าน แรงงานกัมพูชาไม่สามารถที่จะเดินทางเข้ามาทำงานได้ ทำให้ เกษตรกรชาวสวนลำไย ล้ง และผู้ประกอบการส่งออกเดือดร้อน ได้รับผลกระทบ จึงขอให้ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีบูรณาการ ร่วมกันในการหาแรงงานทดแทนให้เพียงพอต่อฤดูกาลเก็บลำไยด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ขอให้ช่วยเร่งรัดการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเขาพูลทอง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายนที่ผ่านมาดิฉันได้เข้าร่วมประชุมหมู่บ้านพูลทองสามัคคี หมู่ ๑๑ ตำบลปะตง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ชาวบ้านมีความเดือดร้อนเรื่องของ การขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร พื้นที่ตรงนั้นมีปัญหาเรื่องแล้งซ้ำซากทุกปี จึงขอให้ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเร่งรัดการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำนี้ให้ด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องขอให้ช่วยขยายถนนนะคะ ขยายไหล่ทางถนนสาย ๓๔๔๗ จากแยกหนองระหาน ตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ที่ทะลุไปยังตำบลประณีต อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด ช่วงที่มีปัญหาถนนแคบ ไม่มีไหล่ทาง จะอยู่ในช่วงกิโลเมตรที่ ๓ เป็นต้นไป ซึ่งอยู่ในช่วงของจังหวัดจันทบุรี เมื่อถนนแคบทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยและเสียชีวิต ด้วยนะคะ ถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงตราด จึงขอหารือไปยัง แขวงทางหลวงตราด กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยเร่งขยายถนนเพื่อที่จะช่วย แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรรณิดา นพสิทธิ์ เชิญครับ

นางสาววรรณิดา นพสิทธิ์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน วรรณิดา นพสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน วันนี้ดิฉัน มีเรื่องหารือต่อท่านประธานอยู่ ๒ ประเด็นค่ะ เนื่องจากจังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว และเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องของความปลอดภัย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ประเด็นแรก เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นวันหยุดยาวทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่จังหวัดชลบุรีอย่างหนาแน่น ทั้งคนใน พื้นที่เองและจากต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรีของเราก็ได้มี Landmark จุดท่องเที่ยวใหม่ที่กำลังจะสร้างเสร็จ เป็นจุดชมวิวติดกับสะพานชลมารควิถีเลียบชายทะเล ซึ่งประเด็นก็มีอยู่ว่าได้มีทั้งพ่อค้า แม่ค้า นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเด็กและสตรี บางวัน ช่วงเวลากลางคืนก็ยังมีคนอยู่ถึงช่วงตีหนึ่ง ตีสองเลยค่ะ ซึ่งก็ได้มีประชาชนร้องเรียน ผ่านมายังดิฉันอยู่ ๒ เรื่อง

เรื่องแรก คือเรื่องการจัดระเบียบร้านค้า เนื่องจากมีร้านค้าหาบเร่ขายอยู่ บนบริเวณถนนเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัดและอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งดิฉัน ทราบว่าได้เกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจำค่ะ

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยหรือกล้องซีซีทีวี บริเวณ สะพานในช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในบริเวณนั้น โดยเฉพาะเด็ก และสตรี ซึ่งก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ดิฉันทราบว่าได้เกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจำค่ะ ๒. คือเรื่องเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยสะพานในช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากมีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเด็กและสตรี แล้วก็ยังมีมิจฉาชีพอีกด้วยค่ะ ซึ่งดิฉันในฐานะ สส. จังหวัดท่องเที่ยว ก็อยากจะสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่ค่ะ

ประเด็นที่ ๒ เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ดิฉัน เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ช่วงเวลา ๒๓.๒๐ นาฬิกา เพิ่งเกิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเองค่ะ โดยมีรถยนต์ ขับมาด้วยความเร็วในช่วงเวลากลางคืนได้ชนเข้ากับจักรยานยนต์ที่ขับขี่อยู่บนท้องถนน เส้นบริเวณหน้าเทศบาลบ้านสวน ซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเรื่องที่สะเทือนใจอย่างมาก เนื่องจากเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิต ๑ ราย เป็นนักศึกษาหญิงที่เพิ่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ปี ๑ และผู้บาดเจ็บอีก ๒ คน ซึ่งในขณะนี้ยังรอดูอาการอยู่ในห้อง ICU และขณะนี้ก็ยังอยู่ ในระหว่างตามจับกุมผู้กระทำผิด ดิฉันจึงอยากจะขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการ ตามผู้กระทำผิดดังกล่าวมาเข้าสู่กระบวนการโดยเร็ว ซึ่งดิฉันเองก็ได้กำชับเรื่องกล้องซีซีทีวี ในพื้นที่มาตลอด และดิฉันก็ยังยืนยันในเรื่องความสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาอาชญากรรม และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ ดิฉันจึงขอเรียนผ่านท่านประธานผ่านไป ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการจัดการเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศรีโสภา โกฏคำลือ เชิญครับ

นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย พื้นที่อำเภอดอยเต่า ฮอด อมก๋อย และแม่แจ่ม วันนี้ดิฉันขอปรึกษาหารือกับท่านประธานทั้งหมด ๒ เรื่อง ดังนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก ด้วยบริเวณหน้าวัดดอยเหลี้ยม บ้านนาฟ่อน หมู่ ๔ ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เกิดปัญหาหน้าดินทรุดตัวจนทำให้เกิดดินถล่มด้านบริเวณ ผิวจราจร ทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๙ สายอำเภอฮอด-อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โดยดินที่ถล่มมาบนหน้าถนนนี้ได้ทิ้งระยะเวลามาถึง ๒ เดือนแล้ว จากภาพที่เห็นค่ะ ทางแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ ๑ กรมทางหลวงได้นำอุปกรณ์ Barrier สีส้มมากั้นไว้ชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนผู้สัญจรไปมาบนถนนเส้นนี้ได้ระมัดระวังในการขับขี่ เนื่องจากถนน เป็นช่วงทางโค้งค่ะ ดิฉันจึงอยากฝากขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เร่งแก้ไขปัญหา หรือเข้าช่วยเหลือบริเวณจุดเกิดเหตุนี้โดยด่วน เนื่องจากตอนนี้เป็นฤดูฝนหากมีดินทรุด ลงมาเพิ่มอีกก็จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุและก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนค่ะ

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้ติดตามสถานการณ์ราคาลำไยมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ได้รับ ตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พื้นที่เขต ๑๐ จังหวัดเชียงใหม่ และปีนี้เองผลผลิต ลำไยได้ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก แล้วเริ่มส่งผลกระทบต่อเรื่องราคาลำไยรับซื้อกับ พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาลำไยรูดร่วง หรือในพื้นที่ดิฉันเรียกว่าลำไยร่วง ราคารับซื้อ พูดเฉพาะเกรดซีนะคะ เกรดซีก็คืออยู่ที่ กิโลกรัมละ ๕๐ สตางค์หรือถึง ๑ บาท จากภาพที่ท่านประธานได้เห็นดิฉันไม่อาจปฏิเสธ ได้ว่าราคานี้จะทำให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยจะมีรายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เขามีอยู่ใน ปัจจุบัน ด้วยเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านจตุพร บุรุษพัฒน์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะคะ ได้เข้าร่วมประชุมกับภาคส่วนราชการ จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงรับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยด้วยเช่นกัน ซึ่งดิฉันเอง และพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงเป็นกังวลในเรื่องของการชดใช้ หรือเยียวยาลำไย เนื่องจากจำนวนผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ราคารับซื้อลำไยร่วง จึงเป็นที่น่ากังวลต่อพี่น้องเกษตรกร ดิฉันจึงอยากขอฝากท่านประธานได้นำเรียนไปยัง กระทรวงพาณิชย์เพิ่มเติมในเรื่องของมาตรการเยียวยาหรือการชดใช้ให้พี่น้องเกษตรกร ผู้ปลูกลำไยเช่นเดียวกับปี ๒๕๖๓ ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง เชิญครับ

นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สงขลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่อง หารือผ่านทางท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ในจังหวัดสงขลา ดังนี้

เรื่องที่ ๑ เป็นปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก บริเวณแยกสนามบินใน หรือที่เรียกว่า แยกสนามบินไทวัสดุ เป็นประตูขาเข้า ขาออกของสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ หรือที่เรียก ได้ว่าเป็นประตูขาเข้าสู่ภาคใต้ตอนล่าง เมื่อเกิดฝนตกปัญหาน้ำท่วมขัง ไม่มีทางไหลผ่านของน้ำ ผมขอหารือเรื่องนี้สะท้อนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สำนักงานทางหลวงที่ ๑๘ แขวงทางหลวงสงขลาที่ ๑ ให้ช่วยออกแบบแก้ไขทางไหลผ่านของน้ำ เพื่อลดปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน ผู้ใช้ถนนดังกล่าวครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาเรื่องของถนนอีกแล้วครับ ถนนดังกล่าวอยู่ภายใต้ การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ถนนสายบ้านคลองแห-บ้านคลองเตย รหัสสายทาง สข.ถ. ๑๐๐๙๐ มีความยาวตลอดเส้นทาง ๒ กิโลเมตร มีการจราจรอย่างคับคั่ง ผมเข้าใจดีว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลามีงบประมาณอย่างจำกัด ทำให้ไม่สามารถ มีงบเพียงพอในการขยายปรับปรุงถนนดังกล่าวได้ ผมขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยให้ช่วยจัดสรรงบประมาณเพื่อลงมาดูแลถนนดังกล่าวให้แล้วเสร็จ เพื่อลดปัญหาของพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทินพล ศรีธเรศ เชิญครับ

นายทินพล ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ทินพล ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธาน ดังนี้

เรื่องแรก ผมได้รับหนังสือจากผู้นำและพี่น้องประชาชนกลุ่มเกษตรกรทำนา ชาวตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ชาวนาได้ทำการเพาะปลูก ที่บริเวณ ลำน้ำท่าโดน ลำน้ำปาว จำนวน ๑๕๐ ครัวเรือนประสบปัญหาภัยแล้ง ในฤดูแล้งมีปัญหามาก เขาได้ทำหนังสือขอรับสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมด้วย ระบบส่งน้ำ ที่ช่วงท่าโดน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้ว ซึ่งทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ได้ตอบกลับมาว่าจะสำรวจ ออกแบบ และทำแผนไว้ จนตอนนี้ปี ๒๕๖๘ แล้วยังไม่ได้รับ งบประมาณในการก่อสร้างสถานีสูบน้ำลำปาว ท่าโดนนี้เลย จึงอยากจะเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมชลประทานช่วยพิจารณาอนุมัติ งบประมาณให้ก่อสร้างโครงการนี้ด้วยเพราะช่วยชาวนาได้มาก และมีพื้นที่ทำนา ๒,๐๐๐ กว่าไร่ ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้

อีกเรื่องครับ ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายกเทศมนตรีตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งทางนายกเทศมนตรีเองก็ได้รับหนังสือร้องทุกข์จาก ประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลหนองแปน ว่าได้รับความเดือดร้อนในการไม่มีน้ำอุปโภค บริโภค หรือว่าไม่มีน้ำประปาใช้ จึงอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังการประปาส่วนภูมิภาค สาขากาฬสินธุ์ ช่วยขยายเขตน้ำประปา ตรงทางหลวงหมายเลข ๒๑๑๖ จากสี่แยกไฟแดง บ้านหนองแปนไปยังบ้านนาเชือก และถนนวรรณวิจารณ์ บ้านหนองแปน ไปยังถนน 2L 6R บ้านโนนโพธิ์ศรี และอยากจะให้เพิ่มประสิทธิภาพแรงดันของน้ำประปาในพื้นที่ตำบลหนองแปน จะได้ประโยชน์ต่อประชาชนมากครับ ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑ ด้วยมีพี่น้องราษฎร ผู้นำหมู่บ้านร้องเรียนมาจำนวนมากในความรับผิดชอบของ กระทรวงมหาดไทย ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านภูมิธรรม เวชยชัย และของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ขอให้รัฐบาลได้บริหารจัดการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีน้ำตกตาดขาม และถ้ำนาคี ที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ถ้ำนาคา ที่อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เพราะมีนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศไปเที่ยวจำนวนมากที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา ที่มีถ้ำนาคี นาคาสวยงามมาก แต่ขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ในความรับผิดชอบ ของหลาย อบต. ขาดแคลนน้ำกิน น้ำใช้ น้ำเพื่อการเกษตร ถนนปลอดภัย ไฟฟ้ารอบอุทยาน แห่งชาติ ที่อำเภอบ้านแพง อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม และอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวการเดินขึ้นอุทยานแห่งชาติภูลังกา ซึ่งมีน้ำตกตาดขาม ที่สวยงามมาก ที่ตำบลนางัว อำเภอบ้านแพง ขอให้มีการก่อสร้างสะพานทางเดินชมวิว ให้มีกระเช้าลอยฟ้าขึ้นบนยอดภูลังกา ที่มีความสูง ๕๑๓ เมตร เพื่อขึ้นไปกราบนมัสการ พระธาตุเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์และชมวิวธรรมชาติที่สวยงามมาก ถ้ามีกระเช้าลอยฟ้า ผู้สูงอายุ เด็ก ทั้งคนไทย คนต่างชาติ หรือคนที่เดินขึ้นภูลังกาไม่ไหวก็จะได้ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า ขึ้นไปได้ ส่วนคนที่แข็งแรงก็เดินขึ้นภูลังกาแบบธรรมชาติได้ ต้องขอขอบพระคุณท่าน ดอกเตอร์มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องราษฎรได้ อย่างรวดเร็ว กราบขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกัณวีร์ สืบแสง เชิญครับ

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม วันนี้ ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรักษาการนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คนเดียวกันคุณภูมิธรรม ในเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์การตัดงบประมาณการให้ความช่วยเหลือต่อผู้ลี้ภัยหรือผู้หนีภัย การสู้รบที่อยู่ในพื้นที่บริเวณชายแดนทั้งหมด ๙ แห่ง ใน ๔ จังหวัด แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี ท่านประธานครับ สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหลักที่ให้งบประมาณ ผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ภายในพื้นที่พักพิงทั้ง ๙ แห่งเรียบร้อยแล้ว เป็นเวลาทั้งหมด ๔๑ ปี ผมได้หารือในที่ประชุมนี้ ผมได้มีการอภิปรายในที่ประชุมนี้หลายครั้งมากมาย บอกว่า จะมีการตัดงบประมาณอย่างแท้จริง คน ๘๑,๐๐๐ คนคือผู้ลี้ภัยที่มาจากประเทศเมียนมา ณ ปัจจุบันนี้จะทำอย่างไร วันที่ ๓๑ กรกฎาคมนี้จะมีการตัดงบประมาณอย่างแท้จริง รับรองครับ ๘๑,๐๐๐ คนจะไปอยู่ที่ไหน เราจะมีงบประมาณอย่างไรบ้าง ประเทศไทยเรา ไม่เคยให้งบประมาณใด ๆ ทั้งสิ้นในการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมต่อผู้ลี้ภัย ในพื้นที่พักพิงทั้งหมด ๙ แห่ง ท่านประธานลองคิดดูว่า ๘๑,๐๐๐ คนหลังจากนั้นจะมา กระทบต่อคนไทยอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาธารณสุข การแพทย์ อาหาร การงาน ต่าง ๆ วันนี้เพื่อนสมาชิก ท่านญาณธิชา บัวเผื่อน ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามท่านนะครับ จากจันทบุรี ที่บอกว่าตอนนี้แรงงาน MOU ของกัมพูชาขาดหายไป ๑๒,๐๐๐ คนในการเก็บ ลำไย อันนี้ละครับการเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง ทำไมไม่คิดกันในเรื่องเกี่ยวกับเอาแรงงานต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่พักพิง ผู้หนีภัยการสู้รบมาใช้ ต้องบอกให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรักษาการ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านภูมิธรรม ช่วยกลับไปดูข้อเสนอ ของกรรมาธิการ ๒ กรรมาธิการ คือคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ของคุณรังสิมันต์ โรม คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ของท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เสนอไปเรียบร้อยแล้วครับ เรื่องเกี่ยวกับการเอาข้อเสนอใด ๆ ก็ตามในการแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบตรงนี้ ให้ท่าน รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยช่วยกลับไปดูและทำเสียเถอะ ไม่เช่นนั้นภายในสิ้นเดือนนี้ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ประธานบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย เรื่องยางพารา วันนี้ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ภาคใต้อย่างมาก อีสาน บึงกาฬผมก็ล้านกว่าไร่ครับ วันนี้ราคายางก้อนถ้วยค้างคืนอยู่ที่ กิโลกรัมละ ๓๐ บาทต้น ๆ ก็ยังดีอยู่ แต่วันนี้ถ้าทำยางแผ่นจากน้ำยางสด โดยทำยาง ADS โรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบไอโอที พลังงานสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เอาน้ำยางสด มาทำแผ่นยางดิบ ไปแปรรูปเพิ่ม ไปขายแผ่นยางดิบก็ได้เงินเพิ่ม สำคัญไม่ต้องหยอดน้ำกรด ชาวบ้าน ชาวสวนยางก็ไม่ต้องสูดสารพิษ เงินก็ได้มากขึ้น ฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเรื่องเกษตรกร ภาคเกษตรกรรม ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ฝากถึงประธานบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย เริ่มส่งเสริมในการแปรรูปเพิ่มมูลค่ายางพารา วันนี้บึงกาฬก็พร้อมครับ สหกรณ์กองทุน สวนยางนครตาลเดี่ยว ที่ท่านธรรมนัสไปครั้งก่อน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ลงไปดู สามารถต่อยอด ขับเคลื่อนเป็นของพี่น้องเกษตรกร จดทะเบียนในนาม สหกรณ์ วันนี้รับโอนจากกลุ่มสหกรณ์มาเป็นนครตาลเดี่ยว พร้อมที่จะรับลูกในการผลิตแปรรูป เพิ่มมูลค่าให้กับยางพารา และพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศที่มีสวนยางก็จะได้ลืมตาอ้าปาก กราบขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่าน จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เชิญครับ

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

ขออนุญาตครับ เรียนท่าน ประธานสภา ผม จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็จะมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำ วันนี้ผมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี ซ้ายมือก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๑ ขวามือ ก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ ที่ปิดสภาได้ลงพื้นที่ก็พบปัญหาเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ จากชาวบ้าน ชาวนาที่พูด ไม่ว่าจะเป็นภาคปศุสัตว์ การเลี้ยงโค กระบือ กุ้ง หอย ปู ปลา ต่าง ๆ นานา เจอปัญหาอาหารแพง ยาแพง ราคาขายตกต่ำเช่นกัน ภาคเกษตรก็เช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นการทำไร่ ทำนา ทำสวน ทำนาเกลือ ก็ประสบปัญหา ค่าปุ๋ย ค่ายาที่มีราคาแพง ผลผลิตตกต่ำ ผมขอยกตัวอย่างการทำนานะครับ ทำนา ๒ ไร่ ใช้เวลาประมาณ ๔ เดือนถึงจะเก็บเกี่ยว ได้ข้าวประมาณ ๑ เกวียน ท่านเชื่อไหมครับว่า ๒ ไร่ใช้เวลา ๔ เดือน ต้องลงทุนในการทำนาตั้งแต่วันแรก ตีนา ไถนา ใส่ปุ๋ย ใส่ยา จนถึง เก็บเกี่ยว ใช้เวลา ๔ เดือน ต้องลงทุน ณ เวลานี้ประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าบาท แต่พอนำข้าว ไปขายได้เกวียนละ ๖,๐๐๐ กว่าบาท ชาวบ้านขาดทุนแล้วครับ ๒,๐๐๐ กว่าบาท ตอนนี้ จังหวัดเพชรบุรีหรือหลาย ๆ จังหวัดก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเหมือนกัน ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวนบ่นกันทั่วทุกภาค ฝากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรีบแก้ไขในสิ่งเหล่านี้ เพราะชาวนา ชาวไร่ก็ถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของประเทศไทย ถ้าเศรษฐกิจในระดับ รากหญ้าไม่ขับเคลื่อน ประเทศก็ไม่ขับเคลื่อน นี่คือสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ ค่าปุ๋ย ค่ายาที่มีราคาแพง ฝากท่านประธานถึงรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแล เรื่องนี้เป็นการด่วนครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทิพา ปวีณาเสถียร เชิญครับ

นางทิพา ปวีณาเสถียร ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทิพา ปวีณาเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๑ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอใช้เวลา ๒ นาทีปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาที่ดิฉันมองว่าเป็นปัญหา เร่งด่วนที่ควรจะแก้ไขให้กับประชาชนเกี่ยวกับเรื่องเงินกู้นอกระบบค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ตลอดระยะเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมา ช่วงปิดสมัยประชุม ดิฉันได้รับเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ไม่ว่า จะเป็นเขตพื้นที่ของดิฉัน รวมไปถึงอำเภออื่นด้วย แล้วก็จังหวัดที่ใกล้เคียงด้วยค่ะ ด้วยปัญหา เงินกู้นอกระบบเป็นปัญหาสำคัญอย่างยิ่งที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชน โดยเฉพาะ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งประสบปัญหาเกี่ยวกับการเข้าถึง แหล่งเงินทุนในระบบ ทำให้ต้องไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่า ที่กฎหมายกำหนด และบางกรณียังมีการขู่เข็ญ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ยึดทรัพย์โดยมิชอบ ซึ่งเป็นการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง ยกตัวอย่าง เช่นเคสนี้เป็นช่วงวันครอบครัว ช่วงสงกรานต์พอดี แทนที่ครอบครัวจะได้อยู่กัน พร้อมหน้า แต่แม่เลี้ยงเดี่ยว ลูกหนึ่ง แล้วก็มีคุณพ่อป่วยเป็นอัลไซเมอร์ ต้องตัดสินใจลาโลกนี้ไป เพราะว่าเป็นหนี้เงินกู้นอกระบบแล้วไม่สามารถที่จะชดใช้ได้ แม้แต่เงินกู้ กยศ. ของลูก ก็ยังไม่มีกำลังจ่ายนะคะ อันนี้คือปัญหาการข่มขู่ คุกคามด้วยการประจาน พ่นสีบนรั้ว นี่คือ นามบัตรที่เอามาโปรย สร้างความน่ารำคาญให้กับประชาชน ไม่ว่าจะโปรยตามถนนก็สร้าง ความรำคาญ ทำให้เขามาร้องเรียนต่อดิฉัน แล้วก็อยากให้ทางเทศบาลต่าง ๆ จัดการ อย่างจริงจังเพื่อให้ปัญหานี้หมดไป อันนี้คือท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ท่านผู้การได้ออก มาตรการช่วยเหลือประชาชนด้วยการจัดศูนย์ดำรงธรรม แล้วก็ให้แต่ละอำเภอนั้นร้องทุกข์ แต่ไม่ได้ผลนะคะ ปัจจุบันก็ยังมีการร้องเรียน อาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันเพิ่งไปรับเรื่องร้องเรียน ตำบลหนึ่ง มีผู้ประสบเหตุไม่ต่ำกว่า ๒๐-๓๐ รายที่ประสบปัญหานี้

ในการนี้ดิฉันจึงขอแนวทางหารือกับท่านประธานช่วยจัดการประเด็นเรื่อง ๑. บูรณาการภาครัฐ ขอให้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม เร่งปราบปรามกลุ่มนายทุน เงินกู้นอกระบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

๒. ส่งเสริมแหล่งเงินทุนอย่างเป็นระบบ ขอให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการ สินเชื่อเพื่อประชาชนรายย่อย เพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนภาครัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พร้อมทั้งลดขั้นตอนในการพิจารณา เพื่อให้ เหมาะสมกับผู้มีรายได้น้อย

๓. ส่งเสริมให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจ เรื่องการบริหารจัดการรายได้และการออม และการหลีกเลี่ยงเงินกู้จากแหล่งที่ไม่ปลอดภัย

๔. การพิจารณาแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเพิ่มโทษให้แก่ผู้ออกเงินกู้ นอกระบบที่ทำผิดกฎหมาย รวมทั้งมาตรการควบคุมคุ้มครองลูกหนี้ที่ตกเป็นเหยื่อด้วยนะคะ

ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะเล็งเห็นความสำคัญ และความเร่งด่วนของปัญหานี้ พร้อมผลักดันให้มีมาตรการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ขออภัยที่เกินเวลา นิดหน่อยค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชนก จันทาทอง เชิญครับ

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน จำนวน ๒ หมู่บ้าน ด้วยกัน คือบ้านคำโคนสว่างและบ้านแสงพิสัย ตำบลอุดมพร อำเภอเฝ้าไร่ ถึงปัญหา น้ำประปาในหมู่บ้านขุ่น ส่งกลิ่นสารเคมี แล้วก็ต้องใช้น้ำประปาแบบนี้ต่อเนื่องมาหลายปี ซึ่งเป็นประปาของ อบต. ตำบลอุดมพร ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาว่าหาก อบต. อุดมพรไม่มีศักยภาพในการดูแลและแก้ไข ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย หรือ อบจ. หนองคายเข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องของน้ำประปาหมู่บ้านให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องถนน ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน ถึงถนน ๒ เส้นทางค่ะ เส้นทางแรก เป็นเส้นทางจากบ้านคำตอยูงถึงบ้านเซิม ตำบลเซิม อำเภอโพนพิสัย ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งก็คือถนนจากบ้านเซิม ตำบลเซิม อำเภอโพนพิสัย ไปยังบ้านคำซิ ตำบลอุดมพร อำเภอเฝ้าไร่ ถนนทั้ง ๒ เส้นทาง เป็นถนนในความรับผิดชอบของ อบจ.หนองคาย ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาไม่เคยได้รับ การดูแลและแก้ไข ยิ่งช่วงนี้เป็นฤดูฝนพี่น้องประชาชนใช้ถนนสัญจรยากลำบากมาก ดิฉัน จึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านนายก อบจ.หนองคายคนใหม่ ที่พี่น้องประชาชน เพิ่งเลือกมา ว่าหาก อบจ. หนองคายไม่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เช่นกัน สามารถถ่ายโอนไปให้กับทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เข้าไปดูแลและแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้ ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภราดร ปริศนานันทกุล เชิญครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตหารือ กับท่านประธานสัก ๒-๓ เรื่องครับ

เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ผมเชื่อว่าวันนี้พี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน และได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลทางการเกษตรอย่างจริงจังมาก เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ นั่งฟังเพื่อนสมาชิกในห้องได้หารือหลายพื้นที่มากพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพี่น้องเกษตรกร ได้ฝากผู้แทนมาพูดแทน มาบอกกับทางคณะรัฐมนตรี บอกกับทางรัฐบาลว่าขณะนี้ราคา พืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บ้านผมราคาข้าวลดลงเหลือตันหนึ่งไม่ถึง ๖,๐๐๐ บาทแล้ว ๕,๗๐๐ บาท บางคนขายได้ ๕,๕๐๐ บาท ในขณะที่ต้นทุนทางการเกษตร ต่อ ๑ ไร่เขาใช้ถึง ๖,๐๐๐ บาทแล้วครับ นั่นหมายความว่าขาดทุนเห็น ๆ เมื่อเปรียบเทียบ กับต้นทุนทางการผลิตกับราคาที่ขายได้ จึงเรียกร้องให้ทางคณะรัฐมนตรีช่วยหาทางแก้ไข เยียวยาปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในพื้นที่ภาคการเกษตรทั้งประเทศ ผมอยากจะฝาก ท่านประธานถึงคณะรัฐมนตรีให้ช่วยเยียวยาอย่างเร่งด่วน ทั้งในมาตรการที่ท่านได้กำลัง ดำเนินการอยู่นั่นคือไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ให้ช่วยเร่งรัดนำเงินมามอบให้กับพี่น้องประชาชน มากกว่านั้น ทราบว่างบกลางในส่วนของงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑๕๗,๐๐๐ ล้านบาท หลังจากที่ ผ่าน ครม. ไปแล้วในรอบแรก ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังเหลืออีกประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินส่วนนี้สามารถจะนำมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ทางการเกษตรทั่วประเทศ ได้อย่างพอสมควร เปลี่ยนจากการทำถนนมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการกระตุ้น เศรษฐกิจบ้างก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านภราดรครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๕ คน

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ จำนวน ๓๕๘ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ขอเปิด การประชุม และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ ซึ่งก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระ วันนี้เราจะมีการพิจารณาเรื่องสำคัญ ซึ่งจะต้องโหวตถึง ๕ ร่างนะครับ ดังนั้นท่านสมาชิกที่ยังเดินทางมาไม่ถึงสภาให้รีบเดินทางเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร ภายใน ๓๐ นาทีนี้ก็ขอให้ท่านรีบเดินทางเข้ามาในบริเวณสภาผู้แทนราษฎร ผมขอพักการประชุม ๑๐ นาที เดี๋ยวพบกันใหม่ครับ ขอบคุณครับ

พักประชุมเวลา ๑๐.๔๐ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๕๒ นาฬิกา

เข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม

๑. รับทราบผลการพิจารณา เรื่อง ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปราม การทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปราม การทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๗ วรรคสี่ ประกอบข้อ ๑๐๕ วรรคสี่ นั้น

เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘ รับทราบผลการพิจารณาเรื่องข้อสังเกตดังกล่าว ตามที่สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเสนอมา และให้แจ้งสภาผู้แทนราษฎร ได้ทราบต่อไป ทั้งนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่แจ้งไปยังคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบด้วย

จึงขอแจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ ประเด็นนี้จะขอหารือท่านประธานนิดหนึ่งครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ ข้อสังเกตต่อร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านประธานพูดถึงว่าจะมีการส่ง ให้ทางคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรเพียงคณะเดียว แต่เนื่องจากว่าผมได้เห็น ในเอกสารมีบางประเด็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อสังเกตต่อรายงานของเรา ในส่วนของ สำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งอาจจะมีบางประการที่ยังไม่สอดคล้องกับข้อสังเกตที่ผ่าน สภาผู้แทนราษฎรไป ฉะนั้นนอกเหนือจากคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร จะขออนุญาตให้ท่านประธานได้ส่งให้คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ป้องกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบได้พิจารณาประกอบด้วย ก็น่าจะเป็นประโยชน์ในการ ดำเนินการต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตที่จะอภิปราย เกี่ยวกับเรื่องที่ท่านประธานได้แจ้งต่อที่ประชุม เพราะเรื่องนี้เป็นข้อสังเกตที่กรรมาธิการร่วม ได้เสนอไปทางคณะรัฐมนตรีแล้วก็แจ้งกลับมา มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เช่น สำนักงาน อัยการสูงสุด ศาลยุติธรรม และ ป.ป.ช. ทั้ง ๓ หน่วยงานนี้มีความคิดเห็นส่งกลับมาทางสภา กรรมาธิการร่วม โดยอัยการ สำนักงานศาลยุติธรรม และ ป.ป.ช. มีความเห็นสอดคล้องกันว่า เพื่อให้การพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่ใช้ระบบไต่สวนมีมาตรการพิจารณา เดียวกัน การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มีเขตอำนาจพิจารณาคดีปัจจุบันอยู่ในเขตอำนาจศาลทหารจึงมีความเหมาะสม กระทรวง กลาโหมมีความเห็นว่าให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ แก่บุคคลหรือในเขตอำนาจศาลทหารมีความเหมาะสมแล้ว เนื่องจากศาลทหารได้รับ การพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินคดีทุจริตมีมาตรฐานเดียวกันกับระบบไต่สวนของ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

อีกหน่วยงานหนึ่งที่ผมติดใจว่าทำไมไม่มีความเห็นอะไรเลยคือสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ในหนังสือนี้ไม่มีความเห็นหรือข้อสังเกตเพิ่มเติมแต่อย่างใด ผมไม่ทราบว่า จะไปถามใครครับ ตำรวจเห็นด้วยที่จะให้ศาลทหารพิจารณาเกี่ยวกับการทุจริตภาครัฐ ป.ป.ท. หรือไม่ก็ไม่ทราบ เพราะตำรวจเป็นเรื่องสำคัญ ผมก็อยากจะถามว่าทำอย่างไร ถึงจะได้รู้ หรือปล่อยไปตามยถากรรม แจ้งมาผมก็จับ ไม่แจ้งผมก็ไม่จับ อย่างนั้นใช่ไหมครับ ข้อสังเกตนี้เป็นเรื่องสำคัญที่คณะกรรมาธิการร่วมระหว่าง สส. และวุฒิสภาเขาได้บรรจง และกลั่นกรองในการประชุมเสนอไปทางคณะรัฐมนตรี ผมจึงอยากถามความรับผิดชอบ จริง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีพลตำรวจเอกเยอะ มีหลายต่อหลายเรื่องเยอะครับ อยากให้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีที่ศาลทหารมีอำนาจที่จะพิจารณาเรื่องคดีประพฤติมิชอบ เกี่ยวกับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ป.ป.ท. ได้เองหรือว่าจะให้ศาลพลเรือนเป็นเรื่องสำคัญ อยากให้ทางประธานได้สอบถามไปทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าให้ประชุมกันใหม่ได้ไหม อยากถามความเห็น จะไม่มีความเห็นอย่างนี้ผมว่ามันเสียเวลา ไม่สมศักดิ์ศรีการเป็นตำรวจ จบเนติบัณฑิต นักเรียนนอกเรียนกฎหมายมาเยอะอ้าง พอส่งมาทางสภาไม่มีความเห็นใด ๆ ไม่มีข้อเสนอแนะ ผมว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องทบทวนในการทำงาน จึงขออนุญาต ปรึกษากับท่านประธานในเรื่องนี้ถึงจะเสียมารยาท ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เอาอย่างนี้สำหรับเรื่องนี้เดี๋ยวให้ทางคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เวลารับเรื่องอย่างไรก็เชิญกรรมาธิการ ป.ป.ช. เข้าร่วมในการพิจารณาด้วยนะครับ

ต่อไปเรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่ปรากฏในระเบียบวาระการประชุม

๒. รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไป ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่ง ที่ว่าง

ตามที่ท่านสุชาติ ตันเจริญ ได้มีหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) นั้น

ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ประกาศ ให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแทน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๕ (๒) คือท่านเอกพร รักความสุข ลำดับที่ ๓๘

จึงขอแจ้งต่อที่ประชุมได้รับทราบ

๓. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๕ กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ก่อนเข้ารับหน้าที่ ดังนั้นขอเชิญนายเอกพร รักความสุข กรุณายืนขึ้นเพื่อกล่าวคำปฏิญาณตน โดยผมจะเป็นผู้กล่าวนำและโปรดระบุชื่อของท่านด้วยในตอนต้น

(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลื่อนลำดับได้ยืนขึ้นและกล่าว คำปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนำ)
นายเอกพร รักความสุข แบบบัญชีรายชื่อ

ข้าพเจ้า นายเอกพร รักความสุข ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกประการ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งลงครับ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบันเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ ๔๙๓ ท่าน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งก็คือ ๒๔๗ ท่านนะครับ

๔. รับทราบการฝึกซ้อมการอพยพหนีไฟ ประจำปี ๒๕๖๘

ด้วยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดโครงการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ประจำปี ๒๕๖๘ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ คือวันพรุ่งนี้นะครับ โดยจำลอง เสมือนเหตุการณ์จริง จึงขอชี้แจงรายละเอียดที่ท่านสมาชิกจะได้รับทราบ ดังนี้

เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ นาฬิกา เมื่อเสียงสัญญาณแจ้งเตือนอัคคีภัยดังขึ้น ผมจะสั่งพักการประชุม ประมาณ ๑๐ นาที แล้วผมจะแจ้งให้สมาชิกได้รับทราบ เพื่อทำการ อพยพหนีไฟ ทั้งในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรซึ่งอยู่ในช่วงการหารือปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนจะยังคงดำเนินการต่อไปนั้นสำหรับผู้เกี่ยวข้องนะครับ ส่วนสมาชิกท่านอื่น ที่อยู่ในห้องประชุม ห้องอาหาร ห้องทำงานสมาชิก ก็อพยพออกจากบริเวณดังกล่าว โดยใช้เส้นทางหนีไฟใกล้ที่สุด ไปยังจุดรวมพล ชั้น ๑ บริเวณสนามรัฐสภา ฝั่งถนนสามเสน เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้เกี่ยวข้องอพยพไปยังจุดรวมพลแล้ว ให้ลงทะเบียน ตรวจนับ แล้วก็ลงชื่อ ณ จุดรวมพลนะครับ

จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ พรุ่งนี้ประมาณ ๐๙.๐๐ นาฬิกานะครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำเรื่องตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งยังไม่ได้รับ การบรรจุระเบียบวาระ ขึ้นมาพิจารณาก่อน จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มี ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ

ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านจรวยพร พงศาวสีกุล ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการ เนื่องจากลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ขอเชิญเสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ กระผม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี แทนตำแหน่งที่ว่าง คือ นางวรนารี สิงห์สุวงษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เสนอ ท่านวรนารี สิงห์สุวงษ์ เป็นกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างนะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

๑. ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... (นายวิชัย สุดสวาสดิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒ วันพุธที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และร่างทำนองเดียวกัน รวม ๕ ฉบับ โดยผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผล และท่านสมาชิกได้อภิปราย แสดงความคิดเห็น เมื่อการอภิปรายยุติแล้ว ประธานของที่ประชุมได้สั่งปิดการประชุม เพื่อมาพิจารณาต่อในวันนี้ ดังนั้นผมขอดำเนินการต่อ

ในการนี้เชิญผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๓ วรรคสอง ท่านแรก ท่านพูนสุข พูนสุขเจริญ ท่านที่ ๒ ท่านเบญจา อะปัญ ท่านที่ ๓ ท่านยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ท่านที่ ๔ ท่านพวงทอง ภวัครพันธุ์ เชิญเข้าประจำที่นะครับ เมื่อการอภิปรายยุติแล้ว ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิที่จะอภิปรายสรุปอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติ ผู้เสนอมีสิทธิ สรุปอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นในการนี้จะมีผู้ขอสรุปอยู่ ๔ ท่าน ๔ ร่าง ร่างแรก ร่างพระราชบัญญัติ สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ โดยผู้อภิปรายสรุป เชิญท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ ครับ

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขอนำเรียนท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณ ที่เพื่อนสมาชิกหลายคน หลายท่านได้นำเสนอ แล้วก็ตำหนิติติงในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ภายใต้พรรครวมไทยสร้างชาติเรานั้นตระหนักและตั้งใจ ที่จะให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ทางบ้านได้รับทราบว่าเราตั้งใจที่จะทำให้สังคม ของประเทศเรากลับมาสู่สังคมที่มีสุข แล้วก็ให้โอกาสบุคคลที่เห็นต่างทางการเมืองที่จะได้ กลับมาเพื่อพัฒนาประเทศของพวกเรา ผมก็ขอกราบขอบพระคุณร่างที่เหมือนกันทั้ง ๓ ร่าง โดยเฉพาะร่างของท่านอนุทินซึ่งมาทีหลัง แต่จริง ๆ แล้วท่านเองก็มีเจตนาเพื่อที่จะสร้างให้ สังคมของพวกเรานั้นมีความเข้มแข็งและให้โอกาสในเรื่องของการอยู่ด้วยกันภายใต้สังคม ที่งดงาม บางคน บางท่านสมาชิกเอง ท่านประธานครับ ท่านเองยังเข้าใจผิดในร่างของพรรค รวมไทยสร้างชาตินิดหนึ่ง ผมเองนั้นขอนำเรียนด้วยความเคารพว่าเราไม่ได้ทำเพื่อบุคคลใด บุคคลหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ท่านเองได้เคยพูดในสภาครั้งที่แล้วว่าทำเพื่อกลุ่ม กปปส. ไม่ใช่ครับ เราทำเพื่อกลุ่มทุกกลุ่ม เพื่อที่จะสร้างสรรค์สังคมให้เป็นสังคมที่เดินหน้าพัฒนา ประเทศร่วมกัน วันนี้พวกเราต้องยอมรับ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมาสังคมเรามีความแตกแยก ด้านความคิด มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมาตลอด วันนี้เราถือว่าตัวแทนของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในสภาแห่งนี้คิดเห็นตรงกัน อาจจะแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยบางประการ แต่สิ่งหนึ่ง ที่พวกเราคิดเหมือนกันก็คือในเรื่องของการสร้างเสริมสังคมให้สันติสุข ให้มีความเข้มแข็ง ให้มีโอกาสซึ่งกันและกัน บุคคลที่โดนคดี บุคคลที่เขาต่างความคิดในเรื่องของการเมือง เรียกร้องมาตลอด ผมเชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถ เป็นบุคคลที่จริงใจ จริงจัง เขาไม่ได้ เรียกร้องเพื่อสิทธิของครอบครัวเขา แต่เขาเรียกร้องเพื่อประเทศชาติของพวกเรา เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นโอกาสที่ดี ผมเองก็ดีใจครับ ครั้งแรกที่ผมมาดำรงตำแหน่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในสภาอันทรงเกียรตินี้ได้เล็งเห็นถึงความตั้งอกตั้งใจของ มวลสมาชิกทั้งหมด เพื่อสร้างเสริมให้สังคมของเรามีความสันติสุขเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งที่จะเกิดในบรรทัดฐาน ต่อไปข้างหน้า กฎหมายฉบับนี้ตราออกมาแล้วคนที่ได้รับผลประโยชน์ทั้งหมดก็คือพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ประเทศชาติของพวกเรา วันนี้เราต้องลดกันนิดหนึ่งในเรื่องของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เรามาทำหน้าที่ตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพื่อมอบหมายสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมของพวกเรา ผมตระหนักมาตลอดเวลาว่ากฎหมายฉบับนี้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีสิ่งหนึ่งที่ยังอาจจะขัดอกขัดใจกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ในสิ่งนั้นผมว่า เรามีโอกาสที่จะนำพาประเทศชาติเราไปได้ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย วันนี้สังคมนอก โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศมองเห็นและเล็งเห็นถึงความร่วมมือร่วมแรง ของพวกเราในการสร้างกฎหมายให้กับสังคมของพวกเรา ผมเชื่อนะครับว่าจิตใต้สำนึก ของสมาชิกทุกคนภายใต้การออก พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... แล้วก็ติดขัด ในเรื่องที่พี่น้องประชาชนหลายคน หลายกลุ่ม หลายองค์กรที่เป็นห่วงในเรื่องของคดีต่าง ๆ ผมขอยืนยันกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับ เราไม่ได้นิรโทษกรรมให้กับคนที่ทุจริต เราไม่ได้นิรโทษกรรมให้กับบุคคลที่ไปเข่นฆ่าประชาชนโดยนอกเหนือในเรื่องของ การเรียกร้องทางการเมือง เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งนี้เกิดขึ้นผมว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีกับสภา แห่งนี้ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนได้เปิดโอกาสให้คนภายใต้สังคมที่มีปัญหามาตลอด ๒๐ กว่าปีได้กลับเข้ามาพัฒนาประเทศ ได้กลับเข้ามาทำงานเพื่อสังคมของพวกเรา ผมนำเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในบรรทัดฐานต่อไปข้างหน้า ไม่ใช่ว่าวันนี้ เรารับร่างไปแล้วพรุ่งนี้จะตราเป็นกฎหมาย เรายังดำเนินการในเรื่องของชั้นกรรมาธิการ อีกครั้งหนึ่ง มีอะไรเราคุยกัน มีอะไรเราพูดกัน แต่สิ่งหนึ่งที่พรรครวมไทยสร้างชาติตระหนัก มาตลอดเวลานั่นคือคดีอาญา มาตรา ๑๑๒ พวกเราไม่รับได้ ผมเองก็ขอนำเรียนท่านประธาน วันนี้ผมว่าหลักการและเหตุผลที่ผมได้นำเรียนต่อสภาแห่งนี้ ให้เพื่อนสมาชิก ให้ท่านประธาน ได้พิจารณาที่ผ่านมาอาทิตย์ที่แล้วก็คงจะได้เป็นบทหนึ่งที่จะทำให้ประเทศชาติเราเดินตรงไป ข้างหน้า เพื่อนำพาบุคคลที่เห็นต่างทางการเมืองกลับมาพัฒนาประเทศ เราต้องยอมรับครับ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมาโทษทัณฑ์ที่โดน โทษทัณฑ์ที่เข้าไปสู่ตัวพวกเขา มีโอกาสพวกเราทำให้เขา เถอะครับ เพื่อที่จะให้สังคมนั้นเกิดสันติสุขขึ้น ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน และกราบขอบคุณเพื่อนสมาชิก กราบขอบพระคุณท่านอนุทิน ชาญวีรกูล อีกครั้งหนึ่ง ที่ท่าน ได้นำเสนอกฎหมายที่ใกล้เคียงกัน หลักการด้วยเหตุผลเหมือนกันเข้าสู่สภาแห่งนี้ ผมเชื่อว่า สิ่งหนึ่งที่สภาแห่งนี้จะตอบสนองสังคม จับมือร่วมกันครับ เพื่อทำให้สังคมนั้นเกิดสันติสุข ให้ได้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านยิ่งชีพได้สรุปก่อนครับ

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าชื่อเสนอ ร่างพระราชบัญญัติ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้ชี้แจง ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... หลังจากได้ฟังอภิปรายจากท่าน สส. ทุกพรรคการเมือง ผมต้องขอกล่าวขอบคุณในบรรยากาศที่ดีนะครับ ขอบคุณ สส. ทุกท่าน ที่กล่าวเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... ที่พวกเราเสนอ สำหรับ ท่านที่ยังไม่เห็นด้วยเราก็ได้ยินครับ เราได้ยินคำว่าไม่เห็นด้วย แต่เห็นใจผู้ที่อยู่ในเรือนจำ และครอบครัว ไม่เห็นด้วยแต่เข้าใจสาเหตุที่เราต้องมาในวันนี้ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ดีครับ ตลอดการอภิปรายที่ผ่านมาเราไม่ได้ยินท่าน สส. คนไหนเลยที่ไม่อยากให้อภัยประชาชน ที่ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกทางการเมือง และเราก็ไม่เห็นท่าน สส. ท่านใดเลยที่ ตั้งข้อรังเกียจแบ่งแยกว่าคดีมาตรา ๑๑๒ นั้นเป็นคดีที่เกินกว่าที่จะให้อภัยได้ อาจจะมี ความเห็นต่างบางอย่าง แต่เราก็ยอมรับกันได้ในสภาแห่งนี้ว่าคดีมาตรา ๑๑๒ นั้นเป็นคดีที่ มีมูลเหตุจูงใจมาจากปัญหาทางการเมือง ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา แล้วก็ ควรที่จะได้รับการนิรโทษกรรมหรือควรที่จะได้รับการพิจารณาไม่ต่างกันจากคดีอื่น ๆ สำหรับความเห็นต่างพวกเราต้องขอเคารพนะครับ และพวกเราต้องขออนุญาตใช้โอกาสนี้ แสดงเหตุผลของเรากันอีกครั้งหนึ่ง

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตท่านยิ่งชีพก่อนนะครับ คือการสรุปนี่ญัตติละ ๑ ท่าน ดังนั้นท่านมีข้อมูลอะไร ท่านก็สรุปนะครับ เราให้ได้เพียง ๑ ท่าน เชิญครับ

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าชื่อเสนอ ร่างพระราชบัญญัติ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน เดี๋ยวผมเป็นตัวแทนพูดครับ ผมขออนุญาตใช้โอกาสนี้แสดงเหตุผลเป็นครั้งสุดท้ายว่าทำไมเราจึงมาวันนี้ เพื่อเสนอว่า เราไม่ควรที่จะนิรโทษกรรมให้กับคนแค่บางกลุ่ม ไม่อภัยให้คนบางกลุ่ม และไม่ควรทอดทิ้ง คดีมาตรา ๑๑๒ หรือคดีใด ๆ เลยจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา ผมจะขออนุญาต เล่าผ่านคดี ๓ คดีที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมาย ๓ ยุคสมัยนะครับ

คดีที่ ๑ เป็นเรื่องของคุณมงคลหรือว่าบัสบาส เขาอายุ ๒๐ กว่าปี ตอนเขา เข้าร่วมการชุมนุมช่วงปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ เขาไม่ใช่แกนนำ เขาไม่ใช่นักปราศรัย เขาไม่ได้ขึ้น เวทีปราศรัย เขาไม่มีชื่อเสียง ไม่มีใครรู้จักเขาครับ แต่ว่าวันหนึ่งระหว่างที่มีคนถูกคุมขัง อยู่ในเรือนจำ เขาตัดสินใจเดินมานั่งอยู่หน้าศาลอาญาคนเดียวและอดอาหารประท้วง เพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวให้กับคนที่อยู่ในเรือนจำ หลังจากที่เขาเดินมาหน้าศาล เขาก็เลยเริ่มเป็นที่รู้จัก พอเขาเป็นที่รู้จักตำรวจก็เลยมาจับเขาออกจากหน้าศาลอาญา แล้วก็หาข้อหาให้เขา ก็ไปหาดูว่าเฟซบุ๊กของเขามีอะไรโพสต์อยู่บ้างแล้วก็ดำเนินคดี พอดำเนินคดีเสร็จเขาก็กลับไปนั่งหน้าศาลเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวใหม่ เขาไม่ได้กลับไป หมิ่นนะครับ เขาไปนั่งหน้าศาลอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัว ก็ถูกตำรวจจับใหม่ สุดท้ายก็เลยกลายเป็น ๓ คดีจาก ๒๙ โพสต์ ศาลพิพากษาจำคุก ๗๕ ปี ลดเหลือ ๕๔ ปี ตอนนี้อยู่ในเรือนจำ เขาเป็นคนที่ถือสถิติลงโทษคดีมาตรา ๑๑๒ สูงที่สุดเท่าที่มีมา ผมเชื่อว่า คนไทย ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ รวมถึงผมและท่านไม่รู้จักว่าคุณมงคลหรือบัสบาสเขาใช้เฟซบุ๊ก ชื่ออะไร เขาโพสต์ว่าอะไร แล้วข้อความนั้นกระทบกระเทือนอะไรกับใคร อย่างไร เขาเหมือน เป็นคนที่ In อะไรมาก ๆ แล้วเขาก็โพสต์อยู่คนเดียว แทบไม่มีใครเห็น แทบไม่มีใคร Like ไม่มีใครมีส่วนร่วมอะไรกับเขา แล้วการกระทำแบบนี้ที่ไม่มีใครรับรู้เลยว่าคืออะไรจะเป็น ความผิดต่อความมั่นคง มันจะกระทบกระเทือนจิตใจประชาชนขนาดอภัยไม่ได้ขนาดไหน แล้ววันหนึ่งขณะที่คุณบัสบาสเขานั่งอยู่ที่หน้าศาลอาญาก็มีกลุ่มคนไปเข้าใจผิดหาว่าเขาไปทำ ต่อพระบรมฉายาลักษณ์ ทั้งที่พระบรมฉายาลักษณ์ตั้งอยู่บนป้ายศาล เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่มีคนเข้าใจผิดก็เลยระดมกำลังกันมา ใส่เสื้อสีฟ้า ถือท่อนเหล็ก มาในนามความจงรักภักดี แล้วก็บุกเข้าไปทำร้ายเขา เอาท่อนเหล็กไล่ตีเขา ทำลายทรัพย์สินของเขา จนเขาต้องวิ่งหนี ถึงวันนี้คดีความการทำร้ายร่างกายยังไม่คืบหน้านะครับ หลายปีมาแล้ว ส่วนบัสบาสอยู่ในคุก สำหรับร่างกฎหมายที่ท่านกำลังพิจารณา ถ้าหากท่านไม่รับร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ประชาชน พ.ศ. .... ท่านก็กำลังจะนิรโทษกรรมให้กับคนที่ทำร้ายร่างกาย แต่ท่าน จะไม่นิรโทษกรรมให้คุณมงคลซึ่งเขาอาจจะต้องอยู่ในคุกไปจนอายุ ๘๐ กว่าปีหรืออาจจะ ไม่ได้ออกมาอีกเลย อันนี้เรียกว่าความเป็นธรรมหรือครับ อันนี้เรียกว่าสังคมสันติสุขหรือครับ

คดีที่ ๒ ยุคสมัยก่อนหน้านั้นสักหน่อย เป็นเรื่องของคุณณัฏฐธิดา หรือคุณแหวน เขาเป็นพยาบาลอาสา ซึ่งอยู่ร่วมในเหตุการณ์ที่มีประชาชนถูกสังหาร ในวัดปทุมวนาราม ในเขตอภัยทาน เขาเป็นพยานที่ให้การชัดเจนว่าเห็นกระสุนมาจาก ฝั่งทหาร เป็นคู่ตรงข้ามกับทหารมาตลอด วันหนึ่งเมื่อทหารทำรัฐประหารและใช้อำนาจ กฎอัยการศึกเข้าครอบครองกระบวนการยุติธรรม และใช้ศาลทหารพิจารณาคดีพลเรือน มีคนบุกไปจับกุมคุณณัฏฐธิดาที่บ้าน มัดมือ ปิดตา เอาขึ้นรถ เอาไปขังไว้ในค่ายทหาร และสอบสวน ในระหว่างการสอบสวนเธอถูกปิดตาข้ามคืน ไม่ได้นอนจนตาเธอบอบช้ำ เธอถูกทำร้ายครับ ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างการสอบสวนมีใครก็ไม่รู้มาขอดูหน้าอกเธอ เปิดเสื้อ ล่วงละเมิดทางเพศเธอในระหว่างที่เธอถูกปิดตาอยู่ เธอถูกตั้งข้อหาคดีมาตรา ๑๑๒ จากการส่ง LINE สุดท้ายหาหลักฐานไม่ได้ศาลยกฟ้องครับ เธอถูกตั้งข้อหาคดีวัตถุระเบิด สุดท้ายหาหลักฐานไม่ได้ศาลก็ยกฟ้องครับ แต่คุณณัฏฐธิดา ถูกขังใต้คำสั่งศาลทหารอยู่ ๓ ปีกว่า อยู่ในเรือนจำ เป็นการติดคุกฟรีที่ไม่มีความผิด หาข้อหา ให้ไม่ได้ แต่เธอถูกล่วงละเมิดไปแล้ว หลังจากที่เธอออกมาจากเรือนจำเมื่อปี ๒๕๖๑ เธอเดินสาย เธอทำทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม เธอไปร้องเรียนทุกที่ เธอไปฟ้อง ทุกศาล กระทั่งกรรมาธิการหลายชุดของสภาแห่งนี้เธอก็มา แต่เธอทวงถามความเป็นธรรม ยังไม่ได้ เพราะตอนนั้นเธอถูกปิดตาอยู่ และเธอไม่รู้แม้แต่หน้าหรือชื่อของคนที่กำลัง ทำร้ายเธอในขณะนั้น ถ้าหากวันนี้ท่านลงมติรับร่างนิรโทษกรรมเพียงเฉพาะร่างฉบับที่เสนอ โดยฝ่ายรัฐบาล เท่ากับว่าท่านกำลังจะไม่ช่วยยืนยันว่า ๒ ข้อหาที่คุณณัฏฐธิดาโดนนั้น เป็นเรื่องการเมืองควรได้รับการอภัยและควรได้รับการยกเว้นความผิด ท่านไม่ช่วยยืนยันว่า เธอติดคุกฟรี แต่ท่านกำลังจะเปิดช่องให้มีการนิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่คนที่ทำร้ายเธอ ที่ล่วงละเมิดทางเพศเธอ และร่างยังเปิดช่องให้มีโอกาสจะนิรโทษกรรมให้กับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร คนอื่น ๆ ที่หันอาวุธใส่ประชาชน จับกุม ใช้กำลังทำร้ายประชาชนอีก หลายต่อหลายกรณี นี่เรียกว่าความเป็นธรรมหรือครับ นี่เรียกว่าเป็นการสร้างสังคมสันติสุข ได้ไหมครับ

คดีสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึงอาจจะเก่าไปสักหน่อย คือคดีของคุณธเนศ คุณธเนศเขาส่งอีเมลฉบับหนึ่ง ๑ ฉบับ ในปี ๒๕๕๓ เนื้อหาของอีเมลเขาขอร้องให้ ชาวต่างชาติคนหนึ่งช่วยคนเสื้อแดงที่กำลังถูกสังหารในระหว่างการสลายการชุมนุม นี่เป็น เรื่องอีเมลนะครับ อีเมลเป็นเรื่องของคน ๒ คนระหว่างผู้ส่งกับผู้รับ ผู้รับถ้าไม่ได้เอาออกไป บอกที่ไหนมันก็ไม่มีใครรู้ แต่พอดีว่าเมล์ของผู้รับถูก DSI Hack เขาจึงถูกตามไปจับกุมตัว ในระหว่างที่เขาถูกคุมขังโดยไม่ได้ประกันตัวเขาถูกส่งไปพบกับจิตแพทย์ จิตแพทย์ฟัง เรื่องราวของเขาแล้วไม่เชื่อ วินิจฉัยว่าเขาเป็นโรคจิตหวาดระแวง Paranoid Schizophrenia ป่วย สารเคมีในสมองบางอย่างทำให้เขาเข้าใจความเป็นจริงบางอย่างผิดไปจากข้อเท็จจริง แต่กระนั้นมีใบรับรองแพทย์แล้วศาลก็ยังลงโทษจำคุก ๓ ปี ๘ เดือน วันนี้คุณธเนศ รับโทษครบ ปล่อยตัวแล้ว แต่คุณธเนศยังกลับไปใช้ชีวิตโดยปกติสุขไม่ได้เลย สัปดาห์ที่แล้ว ก่อนเริ่มพิจารณาเรื่องนิรโทษกรรมเขาเพิ่งโทรศัพท์มาบอกผมว่าชาวบ้านที่อยู่อาศัย รอบ ๆ บ้านที่เขาอยู่ตั้งข้อรังเกียจเขาในฐานะคนที่หมิ่นเจ้า ไม่คบหาสมาคม ไม่ซื้อของ ที่เขาขาย ทำให้เขาไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้มาหลายปี วันนี้หากสภาไม่ช่วยกันนิรโทษกรรม ให้กับคดีเหล่านี้เท่ากับว่าเราจะไม่ช่วยให้คุณธเนศพ้นจากมลทิน และจะติดตัวเขาไป ตลอดชีวิตไม่มีทางออกได้ แต่ตามร่างที่มีการเสนอมาจากท่าน สส. ฝ่ายรัฐบาลกลับพบว่า ท่านจะนิรโทษกรรมให้กับข้อหากบฏ ให้กับคดีข้อหาก่อการร้าย ให้กับคนที่ตั้งใจปิดสนามบิน ตั้งใจทำให้ผู้โดยสารเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ คนได้รับความเดือดร้อน ทำให้ประเทศเสียหาย ท่านกำลังจะนิรโทษกรรมให้กับคนที่ตั้งใจชุมนุมโดยยึดสี่แยกสำคัญ ๆ ในกรุงเทพฯ ปิดศูนย์ราชการ ยึดทำเนียบรัฐบาล เพื่อตั้งใจทำให้คนในเมืองหลวงใช้ชีวิตโดยปกติสุขไม่ได้ เพื่อนำเสนอข้อเรียกร้องทางการเมืองของตัวเอง ถ้าท่านไม่นิรโทษกรรมให้คุณธเนศ แต่ท่าน นิรโทษกรรมให้คนเหล่านี้ แบบนี้เรียกความเป็นธรรมได้หรือครับ แบบนี้เรียกว่าท่านกำลัง สร้างสังคมสันติสุขได้หรือครับ

ท่านประธานครับ ผมได้ฟังท่าน สส. หลายท่านพยายามอธิบายว่าวันนี้ เราต้องช่วยคนที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองจำนวนหนึ่งก่อน อย่าเพิ่งเอาคดีมาตรา ๑๑๒ มา เป็นอุปสรรคให้การนิรโทษกรรมคดีอื่นไม่ประสบความสำเร็จ เราต้องช่วยคนอีกจำนวนมาก ขออนุญาตครับ ผมไม่แน่ใจว่าท่านหมายถึงคดีอะไร ผมถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินจากการไปร่วมการชุมนุม ๑๐ คดี และถูกคดีฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานอีก ๓ คดี ถ้าหากว่าวันนี้ท่านนิรโทษกรรมทุกคน ทุกข้อหาไปพร้อมกัน ท่านจะสร้างสังคมสันติสุข สร้างความปรองดอง สามัคคี สมานฉันท์จริง ๆ ผมก็เพียงได้อานิสงส์ไปด้วย ผมไม่ได้มา ร้องขอท่านนะครับ แต่ถ้าวันนี้ท่านจะลงมติเพื่อให้ผมเดินกลับบ้านได้คนเดียวในคดีบางคดี แล้วท่านจะให้เบญจา ท่านจะให้ธนพัฒน์เดินเข้าเรือนจำ ท่านจะให้คนอีกหลายคนที่อยู่ในเรือนจำไม่มีวันได้ออกมา ผมขอยืนยันว่าผมไม่เอา นิรโทษกรรมแบบที่ท่านว่า แบบที่ได้บางคน ไม่ได้บางคน แล้วขอร้องว่าท่านไม่ต้องอ้างอิง เพราะว่าเราตัดสินแทนทุกคนที่ถูกดำเนินคดีไม่ได้ บางท่านอาจจะรับ แต่ก็มีอีกหลายท่าน ที่ไม่รับ ดังนั้นผมพร้อมจะเดินไปศาล ผมพร้อมจะไปต่อสู้คดี ผมพร้อมจะเผชิญหน้า กับความเสี่ยงที่ต้องได้รับโทษทัณฑ์จากศาล จากคำพิพากษา เพราะผมพร้อมรับผิดชอบ ในสิ่งที่เราไปชุมนุมจริง ๆ แต่ถ้าวันนี้ท่านสมาชิกสภาที่ทรงเกียรติมีเพื่อนฝูงอยู่ข้างหลังท่าน ที่วิงวอนให้ท่านออกกฎหมายช่วยพวกเขา แล้วบอกท่านว่าให้ช่วยทิ้งคนบางกลุ่มไปก่อน แล้วช่วยเฉพาะคนบางกลุ่มก่อน คนกลุ่มนั้นละครับคือคนที่ฝ่าฝืนกฎหมายแล้วไม่กล้ายอมรับ จริง ๆ คือตัวจริง เสียงจริงของคนที่ตอนชุมนุมทำก็ทำไปแล้วไม่กล้าเผชิญหน้ากับผล ที่ตามมา แล้วยังใช้อภิสิทธิ์ด้วยความที่รู้จักและสนิทกับท่าน สส. จึงมาขอให้ออกกฎหมาย นิรโทษกรรมให้พวกตัวเอง วันนี้ถ้าท่านบอกว่าเรากำลังต้องการเห็นความสามัคคีปรองดอง ในประเทศชาติ โดยจะออกกฎหมายเพื่อให้คนบางกลุ่มพ้นผิดได้ทุกข้อหาไม่ว่าจะร้ายแรง และมีโทษเท่าไร ขณะที่ท่านจะคุมขังตีตราคนอีกกลุ่มหนึ่งไปตลอด ผมเห็นว่าเป็นการเดินไป ผิดทางครับ ไม่ใช่การสร้างสังคมสันติสุข และเป็นการออกกฎหมายโดยเลือกปฏิบัติต่อคน บางกลุ่มอย่างชัดเจน ซึ่งข้อเสนอแบบนี้ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอการนิรโทษกรรมที่แย่กว่า ข้อเสนอที่หลาย ๆ ท่านเคยคัดค้านอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อปี ๒๕๕๖ อีกนะครับ ผมมี โอกาสได้ฟังท่าน สส. หลายท่านอธิบายว่ามีประชาชนจำนวนมากในวันนี้ที่ไม่เห็นด้วยกับ การนิรโทษกรรมคดีมาตรา ๑๑๒ อันนี้เรารับครับ เราทราบว่ามีประชาชนที่เห็นเช่นนั้น จริง ๆ แล้วเราต้องเคารพความเห็นของทุกท่าน แต่ผมก็ยืนยันนะครับว่าในประวัติศาสตร์ การนิรโทษกรรมของไทยทั้ง ๒๓ ครั้ง ทุกครั้งก็มีความเห็นที่แตกต่าง ทุกคนไม่ได้เห็นพ้อง ด้วยกันหมดว่าจะต้องนิรโทษกรรมให้ทุกคนในทุกกรณี แต่เมื่อผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศ มีเจตจำนงมากพอที่จะออกกฎหมายมันก็จะเดินไปได้ครับ ถ้าท่านเชื่อว่าท่านมีอำนาจสูงสุด ในประเทศจริง ถ้าท่านเชื่อว่าอำนาจในการออกกฎหมายอยู่ในมือของท่านจริง ๆ เพียงท่าน โหวตไปมันเดินไปได้ครับ และถ้ามีความเห็นต่าง มีคนที่ยังไม่เข้าใจอยู่บ้าง มีคนที่ไม่เห็นด้วย อยู่บ้าง เราก็มีชุดคำอธิบาย มีข้อมูล มีข้อเท็จจริง ถ้าหากได้รับการสื่อสารผมเชื่อว่าพวกเขา ก็สามารถที่จะรู้สึกเห็นใจคนที่อยู่ในเรือนจำและรู้สึกเข้าใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เช่นเดียวกับท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านในที่นี้ได้ หากวันนี้ยังมีใครก็ตามที่ตัดสินไปก่อน แล้วว่าคดีมาตรา ๑๑๒ เป็นคดีที่น่ารังเกียจจนไม่อาจจะแตะต้อง ไม่อาจจะไปทำอะไรได้ วันนี้พวกเราทั้งหมดจึงมายืนอยู่ตรงนี้ครับ เรามาเพื่อจะบอกท่าน เพื่อจะยืนยันว่าคดี มาตรา ๑๑๒ มีมิติ มีชีวิตจริง มีข้อเท็จจริง มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากกว่าที่ท่านเคยทราบมา มีชีวิตและมีเลือดเนื้อของผู้คนที่อยู่ในนั้น เรามาขอวิงวอนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ในการพิจารณาคดี ในการพิจารณาการนิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุจูงใจจากความขัดแย้ง ทางการเมือง ขอให้ท่านอย่าได้ปิดประตูตาย อย่าได้ทอดทิ้ง เหยียบย่ำคนอีกหลายร้อยชีวิต เสมือนกับว่าพวกเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย หรือไม่ได้เจ็บช้ำและรู้สึกสูญเสียเลยกับ ช่วงเหตุการณ์ในเวลาที่ผ่านมา เรามาขอให้ท่านช่วยลงมติรับร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... เพื่อเป็นการเคารพต่อประวัติศาสตร์ และเป็นการแสดง ความเคารพต่อสามัญสำนึกในใจของท่านเอง ขอฝากพิจารณาด้วยครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ได้สรุปญัตติของท่านหัวหน้าพรรค เชิญครับ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มีโอกาสลุกขึ้นเพื่อที่จะอภิปรายสรุปข้อเสนอของการยื่น ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ที่ท่านหัวหน้าพรรค ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล แล้วก็สมาชิกพรรคนั้นเป็นผู้เสนอในวันนี้ แล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วครับที่เราได้ใช้ สภาแห่งนี้เป็นพื้นที่สำหรับการพูดคุย สำหรับการแลกเปลี่ยน เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปสู่การสร้าง ความสมานฉันท์ สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น ผมต้องขอบคุณเป็นพิเศษ ท่านผู้ที่มาชี้แจง ท่านยิ่งชีพ ที่เมื่อสักครู่นี้ได้ลุกขึ้นอภิปราย แล้วก็ตัวแทนของภาคประชาชนตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และต้องขออภัยที่เราไม่ได้ลงมติกันในสัปดาห์ที่แล้วนะครับ ที่ความพยายามของพวกท่าน กับพี่น้องประชาชน ๓๖,๗๒๓ คน วันนี้ไม่ได้สูญเปล่าหรอกครับ สิ่งที่ท่านได้นำมาเสนอสู่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ผมก็คิดว่าถ้ามองย้อนกลับไปนั้นผมเองก็แทบจะจำไม่ได้แล้วว่า ครั้งสุดท้ายที่เราได้ใช้สภาผู้แทนราษฎรพูดคุยเรื่องของการนิรโทษกรรมนั้น น่าจะเป็นตั้งแต่ ปี ๒๕๕๖ สมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ๑๐ กว่าปีที่เราไม่ได้หยิบยกกันขึ้นมาผ่านเวที ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผ่านผู้แทนของพี่น้องประชาชนเลย นอกจากนั้นผมต้องบอก กับท่านประธานฝากไปยังผู้ที่มาชี้แจง แล้วก็พี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ บอกว่าในสภา แห่งนี้ที่เราคุยกันมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วต่อเนื่องจนมาถึงวันนี้นั้น ผมเชื่อว่าทุกพรรคการเมือง ละครับ ทุกภาคส่วนเราเห็นตรงกันในเรื่องของการนิรโทษกรรมว่าเราอยากจะพาประเทศ ของเรานั้นเดินหน้าและก้าวไปสู่การสร้างสังคมที่เต็มไปด้วยความสมัครสมานสามัคคี เป็นสังคมแห่งความปรองดอง เป็นสังคมแห่งสันติสุขอย่างแท้จริง เราไม่ได้ถกเถียงกันเรื่องว่า วันนี้เราจะมานิรโทษกรรมหรือไม่ ถ้าหากว่าเป็นหลายปีก่อนผมคิดว่าประเด็นหลักที่จะต้อง ถกเถียงคือเราสมควรที่จะนิรโทษกรรมหรือไม่ วันนี้จะเห็นว่าสังคม จะเห็นว่าสภาแห่งนี้ เราก็ก้าวหน้าขึ้นมา เป็นการพูดคุยว่าแล้วถ้าจะนิรโทษกรรมนั้นเราจะนิรโทษกรรมกัน แบบไหน ที่จะทำให้สังคม ให้ประเทศไทยของพวกเราเดินต่อไปข้างหน้าได้ เป้าหมาย ปลายทางเราไม่ได้ต่างกันหรอกครับ พรรคภูมิใจไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และเพื่อนสมาชิก สส. ของพรรคภูมิใจไทยของผมที่ร่วมกันลงชื่อเสนอกฎหมายฉบับนี้ก็เห็นเหมือนกัน อย่างที่ ภาคประชาชนอยากจะเห็นละครับ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือวิธีการที่จะเดินไปสู่เป้าหมาย ต่างหาก ผมอยากจะย้อนให้ท่านประธาน ผมเชื่อว่าท่านประธานเองจำได้ครับ เพื่อนสมาชิก หลายคนในห้องนี้คงจำได้ ผมเองจำได้ครับ ตอนนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ความพยายามที่จะผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมที่ผ่านสู่สภาผู้แทนราษฎรไป ผมเป็น ๑ ในนั้น ผมก็เป็น ๑ ใน ๓๐๐ กว่าคนที่ได้ลงมติให้ผ่านไป ที่เราเรียกกันว่ากฎหมาย พ.ร.บ. นิรโทษกรรมแบบสุดซอย ที่บอกว่าลงมติกันตีสาม ตีสี่ ผมก็อยู่ในเหตุการณ์ ลงมติเสร็จแล้วออกจากสภาไม่ได้ เกิดเหตุความวุ่นวายของคน พี่น้องประชาชนที่เขา ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจของสภา ณ ขณะนั้นที่ออกมาเต็มท้องถนนไปหมด นำไปสู่ความ วุ่นวาย นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การยึดอำนาจ นำไปสู่การรัฐประหารในท้ายที่สุด ถ้าเราจะมองย้อนกลับไปเมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อนแล้วเราจะเรียนรู้บทเรียนของพวกเรา สิ่งที่ พวกเราได้ทำผิดพลาดไปในอดีตเพื่อที่จะเอามาเป็นบทเรียนในปัจจุบัน ผมก็คิดว่ามันจะเป็น ประโยชน์ครับ ครั้งนี้ทางพรรคภูมิใจไทยเราจึงไม่อยากจะเห็นกงล้อประวัติศาสตร์ ทางการเมืองหมุนวนกลับไปสู่จุดเดิม เราจึงพยายามที่จะหาทางออกแล้วก็สร้างสังคม แห่งสันติสุขว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้เราพอที่จะขยับไปข้างหน้าได้บ้าง โดยที่มันไม่สุดโต่ง จนเกินไป โดยที่ไม่ไปกระทบกับคนส่วนใหญ่ในสังคมจนทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้ไปให้ ความเป็นธรรมกับพวกเขาเหล่านั้น วันนี้ทางพรรคภูมิใจไทยจึงเสนอใน ๔ เรื่องหลัก ที่จะไม่รวมอยู่ในกฎหมายนิรโทษกรรมหรือกฎหมายร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคม สันติสุข พ.ศ. .... ๑. คือเรื่องที่เราจะไม่รวมถึงการกระทำผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ๒. ไม่รวมถึง การกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และ ๓. การกระทำผิดที่ทำให้ผู้อื่น เสียหายถึงแก่ความตาย หรือเป็นการกระทำผิดต่อส่วนตัว หรือเป็นการกระทำผิดที่ต้อง รับผิดชอบต่อบุคคลใดที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเชื่อครับ ถ้าหากว่าเรา แยกออกไปก่อนเราจะลดความขัดแย้ง ลดเหตุที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้า ซึ่งกำลังจะวนกลับ ไปสู่รอยเดิมเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วได้ ทางพรรคภูมิใจไทยจึงคิดว่าถ้าหากว่าเราจะก้าวเดิน ไปข้างหน้าสักครึ่งก้าวหรือจะเดินไปสักก้าวหนึ่งก็ยังดีกว่ายืนอยู่ที่เดิม แต่การที่จะเดินหน้า ไปสู่ตรงนั้นได้เราต้องมั่นใจว่าก้าวที่เราจะเดินออกไป กุญแจหรือกฎหมายที่เรากำลัง จะอนุมัติผ่านสภาแห่งนี้ไปนั้นจะเป็นกุญแจที่เปิดประตูบานที่นำไปสู่สังคมแห่งสันติสุข สังคมแห่งความปรองดองของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นกุญแจที่จะเปิดประตู แล้วนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับสังคมไทยในอนาคตอันใกล้ที่จะตามมา

แล้วผมบอกกับท่านผู้ที่มาชี้แจงครับ ในประเด็นผู้ที่กระทำผิดต่อประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ หลายกรณีที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมานั้นถ้าจะพูดจากใจจริง ผมไม่ปฏิเสธหรอกครับว่าเห็นใจ เห็นใจแล้วก็คิดว่าเรื่องแบบนี้ถ้าหากว่าเราเลือกได้ ในบางกรณีก็ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น และเช่นกันเราก็ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าในกลุ่ม ของคนที่ถูกลงโทษในการกระทำผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ นั้นก็มีอยู่จำนวน ไม่น้อยเหมือนกันที่เขาจงใจฝ่าฝืนกฎหมาย แล้วมีจำนวนอยู่ไม่น้อยเหมือนกันครับที่ทำผิด ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งผมคิดว่าในประเด็นนี้ท่านผู้ที่มาชี้แจงเอง ก็คงเห็นไม่ต่างจากผมหรอกครับ ดังนั้นถ้าหากว่าเรายังมีความคิดเห็นที่มันแตกต่างกันอยู่ แบบนี้ แม้กระทั่งในสภาของพวกเราเอง ๕๐๐ กว่าคนเรายังมีความเห็นที่แตกต่างกัน เลยครับ แล้วออกไปในสังคมภายนอกเราจะไม่ได้มีความแตกต่างจนนำไปสู่ความขัดแย้ง จนนำไปสู่การเผชิญหน้า จนนำไปสู่ความไม่สุขสงบ ไม่สันติสุขของสังคมไทยต่อไปในอนาคต หรือไม่ ทางพรรคภูมิใจไทยก็มองเห็นว่าสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบและทำผิดถูกลงโทษอยู่ ในบางกรณีที่ท่านได้เอ่ยถึงเมื่อสักครู่นั้นก็มีช่องทางอื่นครับ อย่างเช่น ถ้าสำนึกผิดก็ไปขอ พระราชทานอภัยโทษ ซึ่งที่ผ่านมานั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ผมเห็นมีหลายกรณี ผมเห็นมีหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ออกมาร่วมชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นนักคิด นักวิชาการ ที่เขาถูกลงโทษไปแล้วขอพระราชทานอภัยโทษ ผมเห็นทางสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็พระราชทานอภัยโทษลงมานะครับ การกระทำแบบนี้ต่างหากที่จะทำให้คนอีกส่วนหนึ่ง ของสังคมเขาเห็นว่าเมื่อมีคนที่ถูกกระทำผิดตามกฎหมายแล้ว ได้รับโทษตามกฎหมายแล้ว ได้รับความยุติธรรมแล้ว ออกมาสู่สังคมเราจึงจะอยู่กันได้ บนความยุติธรรม บนสังคมที่ เป็นสุขอย่างแท้จริง ดังนั้นผมต้องย้ำในจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย ทั้ง ๔ ประเด็นไม่ได้เห็น หรือว่าไม่ได้รังเกียจคนที่กระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ นะครับ ไม่ใช่ครับ สิ่งที่ พวกเรากังวลก็คือถ้าหากว่าเรานิรโทษกรรมแบบเหมารวมทุกคน ทุก Case ไปเลย สิ่งที่ จะเกิดขึ้นตามมาคือความไม่สงบสุขรอบใหม่ของสังคม และอีกไม่กี่ปีข้างหน้าสภาแห่งนี้ ก็ต้องมาขอนิรโทษกรรมกันอยู่แบบนี้ไม่จบไม่สิ้นไป

ท้ายที่สุดผมอยากจะบอกกับท่านประธานและย้ำจุดยืนของทางพรรค ภูมิใจไทยว่าเราเห็นด้วย และเราจะรับหลักการในกฎหมาย ในร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอจาก เพื่อนสมาชิกตรงนี้ว่าสิ่งไหนที่ไม่ขัดกับหลักการ ไม่ขัดกับเหตุผลที่ผมได้นำมาเสนอตรงนี้แล้ว พรรคภูมิใจไทยของพวกเรายินดีที่จะสนับสนุนครับ แต่เราก็ต้องกราบขออภัยที่ไม่อาจจะ สนับสนุนได้ในร่างที่ขัดกับหลักการ ขัดกับเหตุผล และอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ ในสังคมไทย แล้วจะทำให้การนิรโทษกรรมเจตนาดีของสภาแห่งนี้สูญเปล่าไป ต่อไป ในอนาคตสิ่งที่พวกเราอยากจะเห็นคืออยากจะเห็นการนิรโทษกรรมที่เป็นจุดเริ่มต้น ของการก้าวไปสู่การยุติความขัดแย้งเดิม ไม่ใช่ไปสร้างความขัดแย้งใหม่ เราไม่อาจจะเยียวยาและไม่อาจจะรักษาบาดแผลเก่าด้วยการสร้างบาดแผลใหม่ขึ้นมาได้ หรอกครับ ผมต้องกราบขอบคุณท่านประธาน และกราบขอบพระคุณทางผู้ที่มาชี้แจงในนาม ของพี่น้องประชาชนทั้ง ๓๖,๐๐๐ กว่าคนที่ลงชื่อมา แล้วก็ต้องขออนุญาตที่จะย้ำถึงจุดยืน ถึงการลงมติของพรรคภูมิใจไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ให้กับท่านประธาน ให้กับเพื่อนสมาชิกได้รับทราบครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปญัตติสุดท้าย อย่างไรท่านสมาชิกที่ยังมาไม่ถึงสภาให้ประสานรีบเดินทาง ท่านสุดท้าย ท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สรุปเป็นท่านสุดท้าย เชิญครับ

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตสายไหม พรรคประชาชน ดิฉันขออนุญาตอ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่มีคนฝากมาถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่นั่งอยู่ในห้องแห่งนี้ค่ะ

ขอบคุณที่จดหมายฉบับนี้ถูกอ่านในสถานที่อันทรงเกียรติ สถานที่ที่ผ่าน การต่อสู้ของบรรพชนฝ่ายประชาธิปไตยมาหลายสิบปี หลายท่านในที่นี้เป็นส่วนหนึ่ง ของการต่อสู้ และหลายท่านก็คือมิตรสหายที่ร่วมต่อสู้กับกระผมมา กระผมรู้สึกประหลาดใจ และกระอักกระอ่วนใจที่ทราบว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้กำลังรวมตัวกันเพื่อถกเถียงว่า จะนิรโทษกรรมให้กลุ่มตัวเองอย่างไร และจะกักขังคนรุ่นใหม่ต่อไปอย่างไร สำหรับคดี การเมืองที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในห้วง ๒๐ ปีมานี้ และแน่นอนว่าความขัดแย้งที่ คนรุ่นใหม่ยกขึ้นมาถกเถียงกันเป็นความขัดแย้งที่มีมายาวนานกว่านั้น ในวันนี้มีคนที่ต้อง เสียชีวิตระหว่างการต่อสู้ให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์แล้วหลายคน มีคนที่ต้องลี้ภัย ทางการเมือง และมีคนที่ถูกดำเนินคดี ถูกขังอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่าคุกหลายคน รวมทั้ง ตัวกระผมด้วย กระผมขอเรียนตามตรงที่ต้องเขียนกฎหมายฉบับนี้อย่างกระอักกระอ่วนใจ เพราะเรื่องนิรโทษกรรมไม่ใช่สิ่งที่พวกเราเรียกร้อง หากแต่เป็นปรากฏการณ์ซึ่งต้องเกิดขึ้น ระหว่างทางก่อนที่บ้านเมืองนี้จะหันหน้าเข้าพูดคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะในความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามในภาวะที่บ้านเมืองกำลังป่วยไข้นี้ กระผม ไม่ได้หวังว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ทุกคนจะเข้าใจและเห็นพ้องด้วยกับความปรารถนาดี ของพวกเราเยาวชนคนรุ่นใหม่ กระทั่งด้วยความป่วยไข้นี้หลายท่านอาจไม่สบายใจที่ได้เห็น คนเห็นต่างทางการเมืองต้องสูญเสียทั้งชีวิตและเสรีภาพ แต่กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมี ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจำนวนหนึ่งลุกขึ้นเป็นเสาหลักและกล้ายอมรับความจริง เปิดเวที ให้เกิดการพูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะ ระหว่างนี้ก็แสวงหาหนทางในการปลดปล่อยพวกเรา จากพันธะทางกฎหมายซึ่งไม่เป็นธรรมนี้ และไม่ว่ากฎหมายนิรโทษกรรมจะผ่านหรือไม่ กระผมต้องขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ผู้แทนราษฎรฝ่ายประชาธิปไตยทำหน้าที่ อย่างทะนงองอาจ เปลี่ยนผ่านสังคมโดยสันติโดยรัฐสภา กระผมขอทำหน้าที่เป็นหมุดหมาย เล็ก ๆ เพื่อให้สังคมเห็นความไม่เป็นธรรม โดยระหว่างนี้ยังคงถูกขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพ เฝ้ารอด้วยความหวัง และให้ทุก ๆ วันในนี้เพื่อการต่อสู้จนกว่าบ้านเมืองจะกลับสู่ ภาวะปกติเป็นประชาธิปไตยและผู้คนมีสิทธิ เสรีภาพอย่างสมบูรณ์ อานนท์ นำภา ลงวันที่ ๙ เมษายน ปี ๒๕๖๘

ท่านประธานคะ ดิฉันมีคำถามอยู่ว่าเราจะส่งเสริมสันติสุข เสริมสร้างสันติสุข สลายขั้ว และออกจากความขัดแย้งโดยทิ้งคนอีกกลุ่มหนึ่งไว้อย่างไร ดิฉันฟังเพื่อนสมาชิก ทุกท่านอภิปรายกันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจนมาวันนี้ ยอมรับตามตรงว่าดิฉันเป็นคนที่ได้รับ มอบหมายให้ไปพูดคุยกับ สส. ต่างพรรค หลาย ๆ ท่านก็อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับดิฉัน เป็นอย่างดี ดิฉันเข้าไปพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ อธิบายร่างของเราพรรคก้าวไกล อธิบาย ร่างของภาคประชาชน ตลอดจนขอความเห็นใจให้โหวตรับทุกร่าง คืออย่างน้อย ๆ ให้เรา ได้มีโอกาสเข้าไปถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการอีกทีค่ะ ดิฉันและพรรคประชาชนเราใช้ พลังมหาศาลในการแบกความหวัง ความเชื่อ และความจริงใจไปเพื่อพูดคุย แม้จะมีความเป็นไปได้เพียงแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ พวกเราก็ยินดีที่จะทำ ดิฉันได้รับ Message จาก สส. หลายท่านในที่ประชุมแห่งนี้ ที่บอกว่าเห็นใจ เข้าใจ แต่ทำไม่ได้หรอก เรื่องมาตรา ๑๑๒ นี่ กลัวจะถูกยุบพรรคบ้าง บางคนบอกว่าขนาดแค่แก้กฎหมายยังมี ปัญหาเลย ยิ่งไปกว่านั้นบางคนก็บอกกับดิฉันด้วยความตรงไปตรงมาว่าให้ดิฉันขึ้นไป คุยกับข้างบน ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าข้างบนที่ท่านพูดถึงคือใคร บางคนพูด ด้วยความขี้ขลาดมากไปกว่านั้น ด้วยการสื่อสารว่าคนของพวกพี่ไม่มีใครอยู่ในคุกแล้ว ผ่าน ไม่ผ่านพวกพี่ก็ไม่เดือดร้อนอะไรหรอก แต่เกือบ ๒ ปีมานี้มีผู้ต้องขังทางการเมืองจำนวนมาก ที่ยังคงอยู่ในเรือนจำ หลายคนระหกระเหินออกไปไกลแล้วค่ะ และห้วงเวลา ๒๐ กว่าปี ของความขัดแย้งนี้พรากเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากพวกเขา พวกเขาในที่นี้ไม่ได้หมายความถึง แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นประชาชนทุกกลุ่ม หลายท่านในที่นี้ พรรคของพวกท่านเอง ก็แบกความหวังของคนของพวกท่านเหมือนกัน เรากำลังถกเถียงอยู่ในห้องแอร์ว่า เราควรจะนิรโทษกรรมให้คนกลุ่มนั้นก่อน กลุ่มนี้ก่อน คดีนั้นยังไม่พร้อม คดีนี้ยังไม่ดี โดยเรา ไม่ได้คำนึงเลยว่าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน สีไหน คดีอะไร ทุกคนต่างก็เป็นประชาชนของทุกคน ในที่นี้เหมือนกัน เราถกเถียงกันว่าควรเปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ ความสามารถกลับเข้ามา บริหารประเทศ แล้วคนที่ถูกคดีมาตรา ๑๑๒ ไม่มีความรู้ ความสามารถเลยหรือคะ หลายคน มีโอกาสได้ไปต่างประเทศ ได้ทุนการศึกษา ออกนอกประเทศยังไม่ได้เลย เราถกเถียงกัน เยอะมากเลยค่ะ ทุกพรรคพูดเหมือนกันหมดเลยว่าเราต้องให้โอกาส ให้โอกาสคนดี กลับเข้ามา ให้โอกาสคนนั้นคนนี้กลับเข้ามา แล้วคนอื่น ๆ ที่ท่านจะทิ้งพวกเขาไว้เขาไม่ควร ได้รับโอกาสหรือคะ ท่านบอกว่าประชาชนกลุ่มหนึ่งจงใจละเมิดกฎหมาย ถ้าท่านใช้ตรรกะนี้ คนอีกกลุ่มที่ท่านจะนิรโทษกรรมให้เขาไม่ได้จงใจละเมิดกฎหมายหรือคะ พวกท่านรู้ดี อยู่แก่ใจ พวกท่านรู้ดีว่าแต่ละคนมาด้วยวัตถุประสงค์อะไร ทุกคนก็หวังดีกับประเทศ ไม่ต่างกันเลยนะคะ ท่านกรวีร์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านบอกว่าความเห็นยังแตกต่างกันอยู่ รอให้สังคมเห็นตรงกันก่อนก็ได้แล้วเราค่อยมาผ่านกฎหมาย หรืออะไรก็ตาม ดิฉันยืนยัน ตรงนี้ว่ากฎหมายหลายฉบับที่เราผ่านกันก็ไม่ใช่ว่าทุกคนเห็นตรงกันไหมคะ อยู่ที่ว่าเรามี ความกล้าหาญเพียงพอหรือเปล่า ยิ่งอภัยโทษนี่ยิ่งใหญ่เลยค่ะ ยิ่งท่านบอกว่าคดีบางมาตรา ต้องอภัยโทษ ยิ่งชี้ชัดด้วยซ้ำว่าคดีนี้เป็นคดีที่ถูกแบ่งแยก นี่ละคดีการเมือง ยิ่งมีความ ไม่เป็นธรรมมากมายเท่าไร ในสภาถกเถียงกันมากขึ้นขนาดไหน ในศาลมีความไม่เป็นธรรม ที่กระบวนการพิจารณาคดีมากขึ้นเท่าไร นั่นยิ่งแสดงให้เห็นว่านี่เป็นคดีการเมือง คดีมาตรา ๑๑๒ เป็นคดีอาญา แล้วคดีที่ท่านอภัยโทษให้แต่ละครั้ง ท่านนิรโทษกรรมให้ แต่ละคดี ในบัญชีแนบท้ายของแต่ละท่านไม่ใช่คดีอาญาตรงไหน เราจะส่งเสริมสันติสุข สลายขั้วออกจากความขัดแย้งโดยทิ้งคนอีกกลุ่มไว้อย่างไร ดิฉันคิดไม่ออก

แต่อย่างไรก็ตามค่ะทุกท่าน แม้ดิฉันจะมีความหวังอยู่น้อยนิดมาก ดิฉันไปคุย กับแต่ละท่าน ดิฉันก็ไม่ได้หวัง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ ดิฉันก็รู้ว่าลึก ๆ ในใจพวกท่าน มีธงอะไรอยู่ แต่ดิฉันก็ยังเชื่อเหลือเกินว่าในวันนี้ร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกล และภาคประชาชนจะได้ผ่านเข้าไปกับร่างอื่น ๆ ด้วย จริง ๆ ลำพังแค่เสียงของพรรคดิฉัน และพรรคเพื่อไทยที่เราก็เคยร่วมต่อสู้กันมาก่อน รวมกันนี่เราผ่านได้ทุกร่างเลยนะคะ บางคนบอกว่าดิฉันโง่ ซื่อ บ้าหรือเปล่าไปเจรจา เป็นไปไม่ได้ ทนายแจมโลกสวย ดิฉันก็ยังมี ความเชื่ออยู่ดีว่าพวกท่านลึก ๆ ในใจก็รู้ว่าปัญหาคือเรื่องอะไร เรื่องมาตรา ๑๑๒ วันนี้ไม่พูด วันหน้าก็ต้องพูดอยู่ดี เราหนีความจริงเรื่องนี้ไม่ได้ค่ะ และดิฉัน อยากจะยืนยันอีกครั้งว่าร่างของพรรคก้าวไกลดิฉันพูดไปจนปากจะฉีกถึงหูเหมือนกันนะคะ ว่าไม่มีมาตรา ๑๑๒ อยู่ในนี้เลย ท่านจะพลิกซ้าย พลิกขวา เปิดกี่ครั้งก็ไม่มีตรงไหนที่เขียนว่า รวมมาตรา ๑๑๒ ไม่มี แล้วว่ากันตามตรงร่างของเราเป็นร่างที่หลายพรรคก็เห็นตรงกัน ด้วยซ้ำว่าเป็นร่างที่ Compromise ที่สุด เป็นไปได้ที่สุด บางพรรคชื่นชมด้วยซ้ำว่าเป็นร่าง ที่ดีที่สุด ครอบคลุมที่สุด และดิฉันยืนยันชัดเจนอีกว่าร่างของพรรคก้าวไกลไม่มีตรงไหน ที่ขัดหลักการของร่างอื่น ๆ เลย แต่ถ้าท่านยังมีความกังวล ฝ่ายความมั่นคงมีความกังวล ถึงเรื่องต่าง ๆ ก็ตาม ดิฉันเข้าใจดีค่ะการที่จะกดรับร่างของดิฉัน การที่จะกดรับร่างของ ภาคประชาชนมันทำได้ยาก มันตะขิดตะขวงใจ มันลำบากใจ มันกลัว มันกังวล มันอะไร ก็ตาม อย่างน้อย ๆ ที่สุดท่านงดออกเสียงได้ ท่านงดออกเสียงให้เราได้ไหม ถ้าท่านยังเห็นว่า ท่านยังต้องการจะเสริมสร้างสันติสุขตามที่ทางท่านเขียนไว้คล้าย ๆ กัน ท่านแค่งดออกเสียง ก็ได้ แค่งดออกเสียงก็เพียงพอที่จะให้ทุกร่างได้เข้าไปถกกันในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งหากว่า โดยหลักการแล้วดิฉันยังมีความเชื่อว่าทุกคนควรจะมีโอกาสได้รับการนิรโทษกรรม โดยไม่แบ่งแยก และนี่เป็นเพียงแค่วาระที่หนึ่ง ขอดึงสติทุกท่านว่านี่เป็นแค่วาระที่หนึ่งค่ะ ท่านจะปิดประตูความหวังของประชาชนตั้งแต่วาระที่หนึ่ง ดิฉันคิดว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ คงจะไม่ใจร้ายถึงขนาดนั้น สุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันขอเรียกร้องความกล้าหาญ ทางการเมือง หรืออย่างน้อย ๆ ถ้าพวกท่านบอกว่าพวกท่านเห็นใจ เข้าใจประชาชน ก็ขอเปลี่ยนความเห็นใจนั้นเป็นอย่างน้อย ๆ กดงดออกเสียงให้กับร่างของพรรคก้าวไกล และร่างของพรรคประชาชนก็ยังดีค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะสภาเด็กและเยาวชน ตำบลปิยามุมัง จากองค์การบริหารส่วนตำบลปิยามุมัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับนะครับ

เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับแม้จะมีหลักการทำนองเดียวกัน แต่เนื่องจากเนื้อหาของแต่ละร่างมีบทบัญญัติบางประการที่แตกต่างกัน และสมาชิกที่ได้ อภิปรายมีทั้งสนับสนุนและคัดค้านร่างพระราชบัญญัติในบางฉบับ ดังนั้นผมจึงขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อแยกลงมติร่างพระราชบัญญัติ ในวาระที่หนึ่ง ขั้นรับหลักการ แต่ละฉบับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้ครับ

ต่อไปจะเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่งแต่ละฉบับ ตามลำดับ ดังนี้

๑. ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... (นายวิชัย สุดสวาสดิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

๒. ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... (นายปรีดา บุญเพลิง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

๓. ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิด อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. .... (นายชัยธวัช ตุลาธน กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

๔. ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... (นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๓๖,๗๒๓ คน เป็นผู้เสนอ)

๕. ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... (นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

เมื่อที่ประชุมลงมติครบทุกฉบับแล้ว จากนั้นจะดำเนินการตั้งคณะกรรมาธิการ นะครับ

การลงมติในวาระที่หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งนายวิชัย สุดสวาสดิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเลยครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เข้าห้องมาแล้วกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ตามห้องกรรมาธิการ ห้องงบประมาณ ห้องอนุกรรมาธิการ ช่วยตามกันนะครับ แสดงตนกันเรียบร้อยหรือยังครับ เชิญครับ เข้ามาแล้วกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ผม กฤดิทัช แสงธนโยธิน ขออนุญาตท่านประธานรอสักครู่นะครับ ตอนนี้สมาชิกกำลังลงจาก ห้องประชุมงบประมาณครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญครับ เข้ามาแล้วก็กดปุ่มแสดงตนเลยครับ

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์

ประสิทธิ์ ๒๑๕ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง 🔗

๒๑๕ แสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๖๒ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งท่านวิชัยกับคณะเป็นผู้เสนอนะครับ เชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนเลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนกันเรียบร้อยหรือยังครับ ลงคะแนนเรียบร้อยขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๗๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑๗๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งท่านวิชัยกับคณะเป็นผู้เสนอนะครับ

เนื่องจากสภาลงมติในวาระที่หนึ่ง ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับ หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งท่านปรีดากับคณะ เป็นผู้เสนอ เชิญท่านสมาชิกแสดงตนอีก ๑ ครั้งนะครับ ท่านสมาชิกกดปุ่มแสดงตนเลยครับ ท่านแสดงตนก่อนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

แสดงตนเรียบร้อยขอปิดการแสดงตน จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๖๕ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งท่านปรีดากับคณะเป็นผู้เสนอหรือไม่ เชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลยครับ ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใด เห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนเลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนกันเรียบร้อยหรือยังครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๗๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑๕๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งท่านปรีดากับคณะเป็นผู้เสนอนะครับ

ต่อไปเป็นการลงมติวาระที่หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคล ซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. .... ซึ่งท่านชัยธวัชกับคณะเป็นผู้เสนอ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านสมาชิกกดปุ่มแสดงตนเลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

แสดงตนเรียบร้อยหรือยังครับ แสดงตนเรียบร้อยแล้วขอปิดการแสดงตนครับ จำนวน ผู้เข้าร่วมประชุม ๔๖๒ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้ง ทางการเมือง พ.ศ. .... ซึ่งท่านชัยธวัชกับคณะเป็นผู้เสนอหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนเลยครับ ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนเรียบร้อยขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๗๓ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๑๙ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้ กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. .... ซึ่งท่านชัยธวัช กับคณะเป็นผู้เสนอ เนื่องจากว่าสภาลงมติในวาระที่หนึ่งไม่รับหลักการ ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จึงเป็นอันตกไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๔

ต่อไปเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งท่านพูนสุขกับประชาชนเป็นผู้เสนอ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่ง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิกดปุ่มแสดงตนเลยครับ แสดงตนอีกครั้งหนึ่งนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

แสดงตนเรียบร้อยขอปิดการแสดงตน จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๖๕ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งท่านพูนสุขกับประชาชนเป็นผู้เสนอหรือไม่ เชิญท่าน สมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใด เห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนกันเรียบร้อยขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ

จำนวนผู้ลงมติ ๔๗๕ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๐๖ ท่าน งดออกเสียง ๒๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งคุณพูนสุขกับประชาชนเป็นผู้เสนอ เนื่องจากสภาลงมติในวาระที่หนึ่งไม่รับหลักการ ดังนั้น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นอันตกไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๔

ต่อไปเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งท่านอนุทินกับคณะเป็นผู้เสนอ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ท่านวิโรจน์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีอะไรครับ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ผมขออนุญาต บันทึกไว้นิดหนึ่งครับ เมื่อสักครู่ร่างของท่านชัยธวัช ตุลาธน ผมเข้าใจว่าผมกดปุ่มเห็นด้วย แต่เข้าใจว่าพอกลับมาที่โต๊ะปรากฏว่าปุ่มสีเขียวมันไม่ขึ้น ก็ขออนุญาตบันทึกไว้เฉย ๆ ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ บันทึกไว้นะครับ ก่อนลงมติในวาระที่หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคม สันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งท่านอนุทินกับคณะเป็นผู้เสนอนะครับ เชิญท่านสมาชิกกดปุ่มแสดงตน ก่อนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

แสดงตนกันเรียบร้อยหรือยังครับ แสดงตนกันเรียบร้อยแล้วขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๖๘ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ เชิญท่าน สมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนกันเรียบร้อยหรือยังครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๔๖๑ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๑๔๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งท่านอนุทินกับคณะเป็นผู้เสนอนะครับ

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๓ ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดย ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ ท่านปรีดา บุญเพลิง กับคณะ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ ต่อไปเชิญเสนอคณะกรรมาธิการนะครับ

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานครับ ร่างหลัก ทีหลังใช่ไหมครับ ร่างหลักในการพิจารณา

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวน คณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๒ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ไม่มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่น ดังนั้นถือว่าที่ประชุมมีมติตั้งกรรมาธิการ จำนวน ๓๒ ท่าน ที่ประชุมกำหนดกรรมาธิการ ๓๒ ท่านนั้น สัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๘ ท่าน กรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ๒๔ ท่าน ต่อไปเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคม สันติสุข พ.ศ. .... และร่างทำนองเดียวกันในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๘ ท่าน ดังนี้ ๑. พันตํารวจตรี สุริยา สิงหกมล ๒. นายสรพงค์ ศรียานงค์ ๓. นายเผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล ๔. นางพิมพ์ประภา วัชรจิตต์กุล ๕. นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ๖. นายไพรัช แก้วประดิษฐ์ ๗. นายจักรพงษ์ บัวขันธ์ ๘. ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปสัดส่วนกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรแต่ละพรรคการเมือง เป็นดังนี้นะครับ พรรคประชาชน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน เชิญแต่ละพรรคเสนอชื่อกรรมาธิการ ตามลำดับสัดส่วนนะครับ เชิญพรรคประชาชนครับ

นายกรุณพล เทียนสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคม สันติสุข พ.ศ. .... สัดส่วนพรรคประชาชน จำนวน ๗ ท่าน ๑. นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ๒. นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ ๓. นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ ๔. นายชัยธวัช ตุลาธน ๕. หม่อมหลวงศุภกิตต์ จรูญโรจน์ ๖. รองศาสตราจารย์โคทม อารียา ๗. นายรังสิมันต์ โรม ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปเชิญพรรคเพื่อไทย ๗ ท่านครับ

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๑. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ๒. รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๓. รองศาสตราจารย์ยุทธพร อิสรชัย ๔. รองศาสตราจารย์เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ๕. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ๖. นายเอกชัย ไชยนุวัติ และ ๗. นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข ขอผู้รับรอง ด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการ จำนวน ๓ ท่าน ๑. นายซาการียา สะอิ ๒. นายมูฮัมหมัดเซาฟี ดาโอ๊ะ ๓. นายฟุรกร คอลอราแม ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ๒ ท่าน ๑. นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ๒. นายเจือ ราชสีห์ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านครับ

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคกล้าธรรม กระผมขอเสนอกรรมาธิการเพื่อศึกษาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน ได้แก่ นายปรีดา บุญเพลิง ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน เชิญครับ

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขออนุญาตเสนอชื่อ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน คือนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่านครับ

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากลุ่มน้ำปากพนัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่านครับ

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายนิกร จำนง ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ

นายสุไลมาน บือแนปีแน ยะลา

บิสมิ้ลลาฮิรเราะห์มานิรร่อฮีม ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๑ ขอเสนอรายชื่อในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ นั่นก็คือผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วรวิทย์ บารู ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ....

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตถอนรายชื่อออกจากกรรมาธิการ ชุดนี้ เนื่องจากว่าขาดคุณสมบัตินะครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองไหมครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

แล้วจะเอาใครมาแทน เสนอเลยครับ

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง ขอเสนอชื่อ นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ แทน มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญท่านเลขาธิการอ่านครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... จำนวน ๓๒ ท่าน ๑. พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล ๒. นายสรพงค์ ศรียานงค์ ๓. นายเผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล ๔. นางพิมพ์ประภา วัชรจิตต์กุล ๕. นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ๖. นายไพรัช แก้วประดิษฐ์ ๗. นายจักรพงษ์ บัวขันธ์ ๘. นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ๙. นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ๑๐. นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ ๑๑. นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ ๑๒. นายชัยธวัช ตุลาธน ๑๓. หม่อมหลวงศุภกิตต์ จรูญโรจน์ ๑๔. รองศาสตราจารย์โคทม อารียา ๑๕. นายรังสิมันต์ โรม ๑๖. นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ๑๗. รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๑๘. รองศาสตราจารย์ยุทธพร อิสรชัย ๑๙. รองศาสตราจารย์เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ๒๐. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ๒๑. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ๒๒. นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข ๒๓. นายซาการียา สะอิ ๒๔. นายมูฮัมหมัดเซาฟี ดาโอ๊ะ ๒๕. นายฟุรกร คอลอราแม ๒๖ นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ๒๗. นายเจือ ราชสีห์ ๒๘. นายปรีดา บุญเพลิง ๒๙. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๓๐. ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ ๓๑. นายนิกร จำนง และ ๓๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครบ ๓๒ ท่าน เนื่องจากมีการเสนอรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติมากกว่า ๑ ฉบับ ดังนั้นผม จึงจะขอให้ท่านสมาชิกเสนอว่าในการพิจารณาวาระที่สองนั้นจะใช้ฉบับใดเป็นหลัก ในการพิจารณา เชิญเสนอครับ

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ร่างของท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เป็นร่างหลักในการพิจารณา ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าการพิจารณาในวาระที่สองนั้นใช้ฉบับของ คุณวิชัย สุดสวาสดิ์ เป็นหลักในการพิจารณา กำหนดเวลาแปรญัตติใช้เวลากี่วัน มีผู้เสนอ ไหมครับ

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ถ้าไม่มีเสนอเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่ากำหนดเวลาแปรญัตติภายในเวลา ๑๕ วัน เป็นอันว่า ที่ประชุมนี้เห็นชอบ ๑๕ วัน จบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่หนึ่งนะครับ

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

ท่านประธานคะ ขออนุญาต

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ค่ะ คือเห็นท่านประธาน ๒ ท่านที่มานั่งเมื่อสักครู่นี้ ท่านลืมไปหรือเปล่าคะว่าตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ยังว่างอยู่ ไม่ทราบว่าท่านประธานจะเลือกเมื่อไร เพราะว่าท่าน ๒ คนก็อายุเยอะแล้ว เป็นห่วงค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้หารือกับ ท่านพิเชษฐ์แล้ว ท่านพิเชษฐ์บอกว่าให้วิปรัฐบาลและฝ่ายค้านคุยกัน ขอให้กำหนดวัน แล้วก็ ทางสภาจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด เห็นพูดกันว่าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้า หรืออย่างไรนี่ครับ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิปด้วยนะครับ เพราะว่าถ้าเราจัดการประชุมแล้ววิปตกลงกันไม่ได้ว่า พรรคใดจะเสนอบ้างก็ทำให้เสียเวลา เพราะฉะนั้นขอให้วิปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แล้วก็ ทุกพรรคการเมืองช่วยคุยกันก่อน โดยจะให้ท่านพิเชษฐ์เป็นประธานในการที่จะพิจารณา เรื่องนี้นะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๒ ถึงระเบียบวาระที่ ๕ ซึ่งอันนี้เราได้ พิจารณารวมกันกับในระเบียบวาระที่ ๑ ซึ่งพิจารณาเสร็จสิ้นไปเมื่อสักครู่แล้ว เพราะฉะนั้น ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาในระเบียบวาระต่อไป

๖. ขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญขึ้นพิจารณาใหม่ (นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นผู้เสนอ)

๗. ขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญขึ้นพิจารณาใหม่ (นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นผู้เสนอ)

ที่ประชุมได้เคยตกลงกันว่าขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญ ขึ้นพิจารณาใหม่ ในวันนี้นะครับ ซึ่งทั้ง ๒ ฉบับนั้นเป็นของคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ และของ คุณจาตุรนต์ ฉายแสง ๒ ฉบับนะครับ ซึ่งเราจะพิจารณาตามรัฐธรรมนูญต่อไป พิจารณา พร้อมกันเลยของคุณพริษฐ์กับคุณจาตุรนต์ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าพิจารณา แล้วก็จะมีผู้ใดอภิปรายอีกไหมครับ ถ้าไม่มีอภิปรายก็อยากจะขอความเห็นชอบต่อไป เชิญผู้เสนอ คุณพริษฐ์ครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ขอหารือ ท่านประธานในฐานะผู้เสนอนะครับ เข้าใจจากทางเจ้าหน้าที่ว่าแนวทางในการปฏิบัติ ก็คือให้มีการปฏิบัติเสมือนกับเป็นญัตติ เสนอร่าง พ.ร.บ. ดังนั้นถ้าท่านประธานต้องการให้ ดำเนินการเช่นนั้นก็พร้อมที่จะอภิปรายนำเสนอหลักการและเหตุผลของการเสนอญัตติ ในวันนี้ครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เอาผู้ร่าง เป็นผู้เสนอ ให้อภิปรายหลักการและเหตุผลนะครับ เชิญคุณพริษฐ์ก่อนครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ได้ครับ เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตเสนอญัตติ ขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญขึ้นมา พิจารณาใหม่

ท่านประธานครับ ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผมเสนอในวันนี้เป็นร่างที่ความจริงแล้วสภาผู้แทนราษฎรของเราเคยได้ให้ ความเห็นชอบไปแล้วในวาระที่สาม แต่ว่าถูกยับยั้งไว้ ๑๘๐ วัน สืบเนื่องมาจากความเห็น ที่แตกต่างกันระหว่างเสียงข้างมากของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นด้วยกับการปรับกติกา ประชามติมาใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก ๑ ชั้น กับเสียงข้างมากของสมาชิกวุฒิสภาที่เห็นควร ให้คงกติกาประชามติไว้เป็นเกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้น ท่านประธานครับ ผมคงไม่ได้ใช้ เวลาเยอะในการมาอภิปรายว่าทำไมผมถึงเห็นด้วยกับการหันมาใช้กติกาเสียงข้างมาก ๑ ชั้น เพราะวันนี้ความจริงนับเป็นครั้งที่ ๖ แล้วครับ ท่ามกลาง ๑ ปีที่ผ่านมาที่ร่างนี้ถูกดึงกันไป ประชามติในเรื่องต่าง ๆ นั้นผ่านง่ายขึ้น แต่เหตุผลนั้นก็เป็นเพราะว่าเราต้องการให้ประชามติ ในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญหรือประชามติเรื่องต่าง ๆ ก็ตาม มีความเป็นธรรมมากขึ้น ระหว่างฝ่ายที่อยากจะเห็นประชามติผ่านกับฝ่ายที่อาจจะไม่อยากเห็น ประชามติผ่าน เพราะหากเรามีการเปลี่ยนมาใช้กติกาเสียงข้างมาก ๑ ชั้น การเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวจะเป็นการปิดช่องไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นได้ประโยชน์จากการรณรงค์ให้ พี่น้องประชาชนไม่ออกไปใช้สิทธิในการลงคะแนนเสียงประชามติ แต่จะเป็นกติกาที่ทำให้ ทุกฝ่ายนั้นมีแรงจูงใจที่ตรงไปตรงมาในการพยายามรณรงค์ทางความคิดของตนเอง และเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่คิดคล้ายกันให้ออกมาใช้สิทธิและลงคะแนนเสียงให้ได้ เยอะที่สุด

ดังนั้นในวันนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเรา ในสภาแห่งนี้ ทั้ง ๔๐๙ คน ที่เคยลงมติเห็นชอบกับร่างดังกล่าวอย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อไม่ถึง ๑ ปีก่อน วันที่ ๒๑ สิงหาคม ปี ๒๕๖๗ จะยังคงยืนยันจุดยืนเดิมของตนเอง และร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ก็จะสามารถผ่านความเห็นชอบ ของสภาไปได้และถูกบังคับใช้ แต่ท่านประธานครับ เพียงแค่ประเทศเรามี พ.ร.บ. ว่าด้วย การออกเสียงประชามติฉบับใหม่นั้นไม่เพียงพอครับ ถ้าเราอยากให้ประเทศเราดีขึ้น เราทุกฝ่ายในสภาแห่งนี้ รวมถึงรัฐบาลก็ต้องมาร่วมกันมองไปข้างหน้าว่าเราจะใช้ประโยชน์ จาก พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับใหม่อย่างไร เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศนี้ และให้กับพี่น้องประชาชนได้ ผมไม่ปฏิเสธว่าปัญหาเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาเรื่องความมั่นคง ณ เวลานี้เป็นปัญหาเร่งด่วนมากที่ไม่สามารถรอได้ และพรรคประชาชนก็พร้อมจะช่วยขบคิด ช่วยหาทางออกในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าหลายเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าระบบการเมืองของเรานั้น ก็มีปัญหาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ทำให้คะแนนความโปร่งใส ของประเทศเราต่ำสุดในรอบ ๑๐ ปี ไม่ว่าจะเป็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโกงคดีเลือก สว. ที่ยังคาใจพี่น้องประชาชน หรือไม่ว่าจะเป็นในกรณีปัญหาตึก สตง. ที่ถล่มลงมา แล้วยังคงมี หลายเรื่องที่ไร้คำตอบและไร้ผู้รับผิดชอบ หากท่านประธานลองวิเคราะห์ต่อเกี่ยวกับเหตุการณ์ ที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมาเมื่อสักครู่ ท่านประธานจะเห็นภาพชัดครับว่าสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงปัญหา ทั้งหมดที่ผมยกตัวอย่างมานั้นก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ดังนั้นผมเข้าใจดีว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้ได้ทุกปัญหา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่เราใช้กันอยู่นั้น ณ เวลานี้ได้กลายมาเป็นผลไม้พิษที่ไปส่งเสริม หรืออย่างน้อยที่สุด ก็เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในการเมืองไทยที่ประชาชนเห็นตามหน้าข่าวทุกวัน แล้วทำให้เขาเริ่มรู้สึกหมดหวังกับอนาคตของประเทศนี้มากขึ้นกว่าเดิม และไม่ว่าเรา จะแก้ปัญหานี้ด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือแก้ปัญหานี้ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตราในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ เราก็ต้องทำประชามติตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียง ประชามติใหม่ และไม่ว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นจะต้องทำประชามติ ๒ ครั้ง หรือ ๓ ครั้ง เราก็ต้องทำประชามติตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับใหม่ ดังนั้น สิ่งที่ผมคิดว่าเราทุกคนในที่นี้และรัฐบาลต้องคิดต่อให้เร็ว ตกผลึกให้เร็ว และเดินหน้าต่อ ให้เร็ว ก็คือว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญอย่างไร จะทำประชามติเมื่อไร ด้วยคำถาม อะไร และผมคิดว่าโจทย์นี้เป็นโจทย์ที่รัฐบาลไม่ควรจะใช้เวลานานในการคิด เพราะหาก ท่านประธานหรือพี่น้องประชาชนคิดเหมือนผม เชื่อเหมือนผมว่ารัฐบาลและสภาชุดนี้ อาจจะอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน แล้วเราจะมีการเลือกตั้งใหม่ในเร็ว ๆ นี้ ผมก็คิดว่าเราควรจะใช้ โอกาสนี้ในการทำให้มีการจัดทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งถัดไป ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ทั้งสร้างความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในการไปใช้สิทธิ ออกเสียง รวมถึงประหยัดงบประมาณแผ่นดิน และเป็นแนวทางที่ พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียง ประชามติฉบับใหม่นี้จะช่วยทำให้ผู้ปฏิบัติงานนั้นสามารถจัดทำประชามติพร้อมกับ การเลือกตั้งได้อย่างสะดวกขึ้น ถ้าพูดให้เห็นภาพครับท่านประธาน หากสมมุติในเร็ว ๆ นี้ ศาลรัฐธรรมนูญดันไปวินิจฉัยออกมาว่าต้องทำประชามติ ๓ ครั้ง อย่างไรขั้นตอนแรก ก็ต้องเริ่มจากการจัดทำประชามติอยู่แล้ว แต่หากศาลรัฐธรรมนูญยืนยันว่าประชามติ ๒ ครั้งพอ เราก็น่าจะมาคิดต่อว่าถึงแม้กฎหมายไม่ได้บังคับว่าเราจะต้องทำประชามติก่อนที่รัฐสภาแห่งนี้ จะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่อง สสร. แต่หากมีใครกังวลว่าสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่ได้มา จากการเลือกตั้งจะไม่ยกมือสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่อง สสร. ก็น่าคิดต่อนะครับว่า หากสมมุติเราจัดทำประชามติถามพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ แล้วพี่น้องประชาชนเขาให้ คำตอบกลับมาว่าอยากเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. ผมก็อยากจะลองดูครับ ว่า สว. จะกล้าโหวตสวนพี่น้องประชาชนหรือไม่

ดังนั้นกล่าวโดยสรุป หากวันนี้ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผ่านความเห็นชอบของสภาไปได้ วันนี้ไม่ใช่วันที่เราจะมาเฉลิมฉลองครับ แต่วันนี้เป็นวันที่เราต้องมีคำตอบให้กับพี่น้องประชาชนว่าเราจะแก้ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ กันอย่างไร ผมกับพรรคประชาชนเรามีคำตอบและข้อเสนอพร้อมครับ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่อง สสร. ซึ่งจะนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เราก็ยื่น แล้วก็พยายามต่อสู้ จนท่านประธานบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาเมื่อตอนต้นปี ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตราเราก็มีการยื่นเข้าไปเกือบ ๒๐ ร่าง ในขณะที่ญัตติให้จัดทำประชามติเรื่อง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราก็มีญัตติของเราที่เสนอเข้าไปและค้างอยู่ในระเบียบวาระการประชุม มาเกือบ ๑ ปี ดังนั้นผมยืนยันว่าคำตอบและข้อเสนอผมและพรรคประชาชนมีพร้อม ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอันนั้นเป็นสิทธิของท่าน แต่ผมหวังว่าหลังจากสภาแห่งนี้ ลงมติเห็นชอบให้กับร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวันนี้ ทางท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะมีคำตอบให้พวกเราและให้สังคมโดยเร็วครับ ว่ารัฐบาล ชุดนี้จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญที่ค้างคามายาวนานหลายปีอย่างไร ขอบคุณ มากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ครับ ต่อไปเจ้าของญัตติอีกท่านหนึ่ง ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง เชิญแสดง เหตุผลครับ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย ผมเป็นผู้เสนอขอให้ ยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญขึ้นพิจารณาใหม่ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะกรรมการ ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลและท่านประธานที่ได้กรุณาเลื่อนระเบียบวาระเพื่อให้พิจารณา เรื่องนี้กันโดยเร็ว เนื่องจากว่าก็มีการยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาเกี่ยวกับ การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่าจะต้องลงประชามติกันกี่ครั้ง เมื่อใดบ้าง และมีข่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญก็คงจะใช้เวลาอีกไม่นานแล้วจะมีข้อยุติออกมา ถ้าหากว่ามีข้อยุติว่าต้องทำ ๓ ครั้ง ก็หมายความว่าจะต้องทำก่อนที่จะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ท่านประธาน ได้บรรจุระเบียบวาระไว้แล้วนั้น แล้วถ้าเรายังไม่มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติฉบับใหม่ทันเวลาก็จะกลายเป็นต้องลงประชามติกันด้วยกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งก็ดังที่ ทราบว่ากฎหมายประชามติที่มีอยู่นี้จะเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ท่านประธานครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น เป็นนโยบายที่พูดได้ว่าแทบทุกพรรคการเมืองใช้ในการหาเสียงก็คือประกาศต่อสาธารณชน ก่อนการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว แต่ว่าพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ คือฉบับปัจจุบันเป็นอุปสรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากใช้กติการะบบเสียงข้างมาก ๒ ชั้น หรือ Double Majority จึงมีการเสนอญัตติเพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าวจากทั้ง คณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรค ภูมิใจไทย โดยพิจารณาแก้ไขในสาระสำคัญ เปลี่ยนกติกาการออกเสียงประชามติให้เป็น ระบบเสียงข้างมากธรรมดา หรือ Simple Majority ระบุว่า มาตรา ๑๓ การออกเสียง ที่จะถือว่ามีข้อยุติในการจัดทำประชามติ ให้ใช้เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง โดยคะแนน เสียงข้างมากต้องสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่แสดงความเห็นในเรื่องที่จะทำประชามตินั้น ข้อสรุปนี้ไม่ได้ทำให้การทำประชามติผ่านไปโดยง่ายเป็นพิเศษเท่าไร แต่กลับเป็นกติกาที่ สร้างความชอบธรรมมากยิ่งขึ้น เพราะการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ครั้งที่ผ่านมา ในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทยก็คือรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๖๐ คือฉบับปัจจุบันนี้ ก็มีกติกากำหนดไว้ว่าให้ใช้เสียงข้างมากเป็นอันผ่านประชามติ ไม่ได้ กำหนดว่าต้องเป็น Double Majority เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องทำประชามติ โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าจะต้องไปทำประชามติ โดยเสียงข้างมากกี่ชั้น ไม่ได้กำหนดเช่นนี้ ทำให้สิ่งที่ควรจะเป็นหลักการ คือก็ต้องย้อนไปดูว่า รัฐธรรมนูญที่เป็นตัวแม่คือร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ปี ๒๕๖๐ นี้ตอนทำประชามติ ใช้กติกาอย่างไร และถ้าจะทำประชามติกันอีกก็ไม่ควรใช้หลักเกณฑ์ที่ต่างกัน ไม่ควรทำให้ ง่ายขึ้นหรือยากขึ้น อันนี้เป็นเหตุผลที่หนักแน่นที่เราใช้กันมาในการพิจารณาในชั้นของ สภาผู้แทนราษฎร หลักการที่เป็นเหตุเป็นผลและชอบธรรมนี้ทำให้ในวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ สภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาเห็นชอบ พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ วาระ โดยเสียงเอกฉันท์ สร้างความหวังว่าเรากำลังเดินหน้าสู่การแก้รัฐธรรมนูญ โดยไม่ติดขัด แต่เมื่อร่างส่งไปชั้นวุฒิสภากลับมีมติเสียงข้างมากพลิกกลับยืนยันให้ใช้ระบบ เสียงข้างมาก ๒ ชั้น ที่กำหนดว่าผู้มาใช้สิทธิต้องเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิด้วย กติกานี้มีผล เท่ากับว่าคนไม่มาออกเสียงและคนไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญกลายเป็นฝ่ายเดียวกัน คือใครที่ไม่มาก็เท่ากับมีผลว่าเป็นฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้นไปด้วย ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ ก็สามารถไปเชิญชวนไม่มาลงคะแนน ซึ่งเป็นการกระทำที่ง่ายและคะแนนก็จะไปรวมกันกับ ผู้ไม่ออกเสียง ทำให้การทำประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนั้น ๆ มีผู้มาออกเสียง น้อยมาก และท้ายที่สุดแม้การลงประชามติจะมีเสียงข้างมากเห็นชอบมากกว่าเสียงที่ ไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องตกไปเพราะกติกาที่เป็นปัญหานี้ หลักการทำนองเดียวกันนี้ถ้าหากใช้ ในการทำประชามติเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน การจะแก้ไขอะไร โดยใช้ประชามติก็จะทำได้ยากไปด้วยเพราะต้องใช้เสียงข้างมาก ๒ ชั้น จะทำให้เราไม่สามารถ ใช้ประชามติเป็นกลไกสำคัญในการที่จะทำให้เกิดการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือพัฒนา บ้านเมืองไปตามความต้องการของประชาชนได้

ท่านประธานที่เคารพครับ แน่นอนว่าเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎร ไม่เห็นชอบกับร่างดังกล่าวของวุฒิสภา นำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง ๒ สภาเพื่อพิจารณากฎหมายนี้อีกครั้ง กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ยืนยันเนื้อหาตามที่ วุฒิสภาได้แก้ไขไว้ ส่งกลับมาที่แต่ละสภาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง วุฒิสภามีมติเห็นชอบกับ ร่างดังกล่าว แต่สภาผู้แทนราษฎรเราได้ลงมติไม่เห็นชอบ ดังนั้นจึงเป็นกรณีที่ต้องยับยั้ง ร่างพระราชบัญญัตินี้ไว้ก่อน ถ้าพูดกันให้เข้าใจง่าย ๆ เนื่องจากว่าหากเห็นชอบไปตามร่าง ของคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง ๒ สภาก็จะเป็นการปิดประตูหรือตอกฝาโลงการแก้ไข รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเรื่องที่จะเป็นปัญหาใหญ่หลวงมากสำหรับประเทศไทย ซึ่งก็เป็นที่รู้กัน อยู่ว่ามีความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ดังนั้นจึงเป็นกรณีที่ต้องยับยั้ง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เสียก่อน และบัดนี้ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ยับยั้งไว้ ๑๘๐ วัน ได้พ้น ระยะเวลาดังกล่าวเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว การที่เรารอมา ๑๘๐ วันไม่ใช่เรื่อง ของการถ่วงเวลา ไม่ใช่เรื่องของการประวิงเวลา แต่เป็นความจำเป็นที่จะต้องให้เกิด การยับยั้ง และเพื่อมายืนยันกันในวันนี้ เพื่อที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้เห็นชอบกับร่างที่ สภาผู้แทนราษฎรได้เคยเห็นชอบไปก่อนหน้านี้ ผมจึงขอให้สภาผู้แทนราษฎรยกร่าง พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาใหม่ อีกครั้ง และลงมติยืนยันร่างที่สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ตามมาตรา ๑๓๘ (๒) ของรัฐธรรมนูญ เพื่อปลดล็อกกติกาการออกเสียงประชามติให้เป็นเสียงข้างมากชั้นเดียว และจะได้เดินหน้าสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณ คุณจาตุรนต์ ฉายแสง ครับ เนื่องจากมีสมาชิกจะขอร่วมอภิปรายในการยืนยันร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ ขณะนี้มี ๕ ท่าน ผมจะเรียกสลับกันไป จากพรรคร่วมฝ่ายค้านกับพรรคร่วมรัฐบาล ท่านแรก ขอเชิญคุณแนน บุณย์ธิดา สมชัย ๗ นาที ทุกท่านที่จะอภิปรายขอให้ใช้เวลา ๗ นาทีนะครับ เชิญคุณแนนครับ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย วันนี้เราจะต้องมาพูดกันในเรื่องของการยืนยันร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทีนี้ประเด็นเป็นอย่างนี้ค่ะ จริง ๆ แล้ว เพื่อนสมาชิกเราหลายท่านก็ได้แสดงความเห็น ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ตอนเข้าวาระที่หนึ่ง ตอนที่ โดนตีกลับมาจากทาง สว. ในเรื่องประเด็นความเห็นที่ไม่ตรงกับทางสภาผู้แทนราษฎรให้ไป แล้วเราก็หยุดไปเพื่อพิจารณากันในเรื่องนี้ ๑๘๐ วัน วันนี้กลับมาที่สภาเพื่อให้ทางเรายืนยัน อีกครั้งหนึ่งในมุมทางความคิดที่เรามีต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย เราได้พูดชัดเจนตั้งแต่ในครั้งแรกที่ในวาระหนึ่ง ในครั้งที่ ๒ ที่มีการตีกลับมา และนี่คือครั้งที่ ๓ ที่จะพูดยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าการออกเสียงประชามติ กฎหมายฉบับนี้ถ้าโดยชื่อในเรื่อง การออกเสียงประชามติ พรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยในประเด็นเรื่องประชามติ แต่ทีนี้วันนี้ เมื่อเราจะต้องมายืนยันในเรื่องของเนื้อหาที่อยู่ข้างใน แน่นอนค่ะเนื้อหาฉบับนี้ว่าด้วย การออกเสียงประชามติ เป็นวิธีการออกเสียงแค่ครั้งเดียว โดยไม่คำนึงถึงผู้มาใช้สิทธิ ในการออกเสียงประชามติ ทางเรามีความกังวลค่ะท่านประธาน นี่จะเป็นครั้งที่ ๓ ที่ทาง พรรคภูมิใจไทยพูดด้วยเนื้อหาแบบนี้ เรามีความกังวลในการออกเสียงประชามติที่จะใช้เสียง จำนวนเท่าไรก็ได้ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการมาออกความคิดเห็น ซึ่งการออกเสียงประชามติ ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของรัฐธรรมนูญอย่างเดียวค่ะ เรื่องที่สำคัญ ๆ หลายอย่างในประเทศ ของเราเราก็สามารถมาใช้การออกเสียงประชามติเพื่อลงความเห็นของพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศได้เช่นกัน เหตุนี้ละค่ะที่ทางพรรคภูมิใจไทยเราก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า เราจะเห็นด้วยกับฉบับนี้ได้อย่างเต็มปาก เราต้องบอกว่าสิ่งที่เรากังวลมิใช่แค่การออกเสียง เรื่องรัฐธรรมนูญอย่างเดียว เรามีความกังวลว่าเราต้องการให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิ ลงคะแนนนั้นได้มีชั้นกรองในการออกเสียง ถ้าเกิดว่าในอนาคตเราต้องมีการออกเสียง ลงประชามติที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ถ้าเกิดในอนาคตเราต้องมีการออกเสียง ประชามติในเรื่องของ MOU 43 MOU 44 ถ้าเราจะต้องมาออกเสียงในเรื่องอย่างนี้ ถ้าเราใช้ ประชามติเพียงชั้นเดียว เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ ใช้เสียงเกินจำนวน ควรจะเป็นเสียงข้างมาก มันควรจะเป็นว่าการออกเสียงชั้นแรกควรจะมีผู้มาแสดงสิทธิ ผู้ลงมาใช้สิทธิอย่างน้อยเกินครึ่งหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นคำถามออกเสียงประชามติท่านจะเป็น คำถามลักษณะไหนก็ตาม ก็เพียงแต่ว่าใช้เสียงข้างมากจากผู้ที่มาใช้สิทธิเกินครึ่งหนึ่ง แบบนี้ จะปลอดภัยกว่าไหมคะ เพราะฉะนั้นวันนี้ร่างฉบับนี้จะกลับมาให้ทางสภายืนยัน ทางพรรค ภูมิใจไทยเราก็คงจะบอกว่าไม่ถึงขั้นที่เราจะไม่เห็นด้วย แน่นอนค่ะในหัวนี้เราเห็นด้วย เรื่องการออกเสียงประชามติ เพียงแค่เนื้อในที่เราอยากให้มีแนวความคิดที่รอบคอบมากกว่านี้ เป็นชั้นกรองเพื่อให้สามารถยืนยันกับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนว่านี่คือเสียงข้างมาก นี่คือเสียงส่วนใหญ่ในแนวความคิดการออกเสียงประชามติเรื่องนั้น ๆ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าฉบับนี้เราจะทิ้งเวลาไว้ ๑๘๐ วัน แล้วกลับมาสภาในวันนี้เพื่อขอเสียง ยืนยัน ดิฉันก็อาจจะพูดในนามของพรรคภูมิใจไทยได้ว่าเราคงจะบอกว่าเราเห็นด้วยก็ไม่ได้ เราจะไม่เห็นด้วยก็ไม่ได้ เพราะเราอยู่ตรงกลางระหว่างความก้ำกึ่งของฉบับนี้ เราอยากให้ พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผ่านค่ะ แต่ผ่านด้วยความ รอบคอบ ผ่านด้วยมีเนื้อหาของการกลั่นกรองและนับจำนวนคน นับจำนวนผู้มาออกเสียง ผู้มาใช้สิทธิ อย่างที่สามารถประกาศออกไปได้อย่างชัดเจนว่านี่คือเสียงส่วนใหญ่ของ ผู้มาลงคะแนนที่เกินครึ่งหนึ่งในการมาลงประชามติในเรื่องนั้น ๆ ท่านประธานคะ คงจะไม่มี ประเด็นอะไรมากกว่านี้ เพราะนี่คือการอภิปรายครั้งที่ ๓ แล้วในเรื่องของการออกเสียง ประชามติ ทางดิฉันก็ต้องขอยืนยันในการอภิปรายอีกครั้งหนึ่งว่าเราเห็นด้วยกับเรื่อง ประชามติ แต่เราไม่เห็นด้วยกับการใช้เสียงประชามติแค่ครั้งเดียว ขอบพระคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณ คุณแนนครับ ต่อไปท่านที่ ๒ ขอเชิญคุณขัตติยา สวัสดิผล ครับ

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย การอภิปราย ของดิฉันในวันนี้เพื่อเป็นการยืนยันถึงร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรเคยได้มีมติเห็นชอบไว้แล้ว โดยมีประเด็นที่สำคัญ ก็คือการเปลี่ยนจากเกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้นมาเป็นเสียงข้างมากชั้นเดียว หรือว่า Simple Majority นะคะ ทุกท่านน่าจะจำกันได้ดีว่ากฎหมายฉบับนี้เคยผ่านการลงมติเห็นชอบจาก สภาผู้แทนราษฎรมาแล้วในวาระที่สาม เมื่อปี ๒๕๖๗ แต่เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของชั้น วุฒิสภาก็ได้มีการโหวตโดยเสียงข้างมากให้ย้อนกลับไปใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้นตามเดิม นั่นทำให้ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง ๒ สภา ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ของ คณะกรรมาธิการก็มีมติให้ย้อนกลับไปใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้นอีกเช่นกัน จนท้ายที่สุด เมื่อปลายปี ๒๕๖๗ สภาผู้แทนราษฎรได้มีการลงมติไม่เห็นชอบกับผลการลงมติของ คณะกรรมาธิการร่วมของ ๒ สภา ทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องถูกยับยั้งไว้เป็นเวลา ๑๘๐ วัน และเมื่อครบกำหนด ๑๘๐ วัน เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายนที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรของเรา จึงมีสิทธิโดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ ในการที่จะยืนยันร่างฉบับเดิมที่พวกเราเคยลงมติ กันไป โดยไม่จำเป็น ที่จะต้องมีการปรับแก้ตามข้อทักท้วงของวุฒิสภาอีกต่อไป และนั่นจึงเป็นที่มาของญัตติ ที่กำลังพิจารณากันอยู่ในวันนี้

ท่านประธานที่เคารพคะ หากเราถือว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือ เป้าหมายสำคัญทางการเมืองของไทยในห้วงเวลานี้ ดิฉันขอย้ำว่าวันนี้ก็เป็นอีก ๑ หมุดหมาย สำคัญที่จะพาเราเข้าใกล้เป้าหมายดังกล่าวได้มากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยในฐานะ แกนนำรัฐบาลได้ยึดมั่นในสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนว่าจะทำให้เกิดรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ขึ้น แต่เราตระหนักดีว่ายังมีอุปสรรคในเชิงโครงสร้าง แล้วยังมีกฎหมายอีก หลายฉบับที่ขัดขวางอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายประชามติที่มีการวางเงื่อนไขเอาไว้ อย่างสลับซับซ้อน และ ๑ ในเงื่อนไขนั้นก็คือหลักเกณฑ์การใช้เสียงข้างมาก ๒ ชั้น ซึ่งทำหน้าที่เป็นกับดักทางกฎหมาย ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ดังนั้นหัวใจของการแก้ไขที่เราจะต้องผลักดัน จริงอยู่การที่ ปรับเกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้นนั้นให้กลับมาเป็นเสียงข้างมากชั้นเดียว เราจึงควรที่สนับสนุน หลักเกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียวในการทำประชามติ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากขอชี้ให้เห็น เหตุผลที่สำคัญว่าเหตุใดเราจึงควรสนับสนุนเกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียวในการทำประชามติ

ประการแรก ระบบเสียงข้างมาก ๒ ชั้นจะเปิดช่องให้กลุ่มที่ไม่ต้องการ เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสามารถใช้เป็นกลยุทธ์จูงใจประชาชนไม่ให้มาใช้สิทธิ หรือนอนหลับทับสิทธิได้ เพราะว่าหากมีจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ ทั้งหมดก็ไม่เพียงพอที่จะผ่านเกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้นไปได้

ประการที่ ๒ ในระบอบประชาธิปไตยเราควรให้น้ำหนักกับเสียงของ ผู้ที่ออกมาใช้สิทธิเพื่อกำหนดทิศทางของบ้านเมือง เราจึงไม่ควรให้เสียงของผู้ที่ไม่ออกมา ใช้สิทธิหรือนอนหลับทับสิทธิอยู่ที่บ้านมามีผลต่อการลงประชามติได้ เพราะนั่นเท่ากับเรา กำลังตีความว่าความเงียบคือการไม่เห็นด้วย ซึ่งจะเป็นการบิดเบือนเจตจำนงของประชาชน ผู้ออกมาใช้สิทธิที่เหลือทั้งหมด

ประการที่ ๓ เราต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ นั้นก็เคยผ่าน ประชามติโดยใช้เกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียว หากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ยังสามารถใช้เกณฑ์ดังกล่าวได้ แล้วเหตุใดการแก้ไข การยกเลิก หรือการร่างใหม่เราถึง จะต้องใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้นซึ่งมีความเข้มงวดมากกว่าเดิม นี่คือความย้อนแย้ง ที่ดิฉันเชื่อว่าไม่มีใครจะมาให้เหตุผลในกรณีนี้ได้ค่ะ

ท่านประธานคะ ดิฉันขอเรียนว่าพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติไม่ควรถูกมองแค่เป็นเครื่องมือเพื่อนำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น แต่ควรถูกมองว่านี่คือเครื่องมือของประชาธิปไตยทางตรงที่สำคัญที่สุดในยามที่ประเทศนั้น กำลังเผชิญกับความขัดแย้งในประเด็นที่สำคัญ ประชามติคือกลไกที่ให้ประชาชน ทั้งประเทศนั้นได้ร่วมกันตัดสินใจ ไม่ใช่ปล่อยให้คนเพียงบางกลุ่มหรือบางฝ่ายนั้นมาชี้ขาด อนาคตของบ้านเมือง แต่หากประชามติยังอยู่ภายใต้เกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้น เครื่องมือนี้ จะไร้เสถียรภาพและไม่สามารถทำหน้าที่ได้จริงในห้วงเวลาที่ประเทศนั้นต้องการคำตอบ จากประชาชนมากที่สุด วันนี้ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ร่วมกันลงมติ เพื่อที่จะยืนยันร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เรา เคยมีมติร่วมกันเอาไว้แล้ว ไม่ใช่เพียงเพื่อเป็นการเปิดทางไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เพื่อ ยืนยันว่าอำนาจของประชาชนต้องไม่ถูกบิดเบือนอีกต่อไป และจะต้องไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น เจตจำนงของพี่น้องประชาชนในระบอบประชาธิปไตยได้อีก ขอบคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านต่อไป ขอเชิญคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนญัตติยกร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญขึ้นพิจารณาใหม่ ของคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ และคุณจาตุรนต์ ฉายแสง ก่อนอื่น ผมคงต้องยอมรับว่าผมเองอยู่ในสถานะเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ทั้งในสภาชุดที่แล้วและในการพิจารณา ในสภาชุดนี้ ชุดผ่านที่มา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นของการพิจารณาระหว่างสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ฉะนั้นผมคงต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ในช่วงปี ๒๕๖๓ ต่อเนื่องปี ๒๕๖๔ นั้น เราเป็นการพิจารณา บนพื้นฐานที่เป็นกฎหมายยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นการตั้งกรรมาธิการร่วมกัน ของทั้ง ๒ สภาครับ ในขณะนั้นเรากังวลและเราห่วงแต่เพียงว่าการออกเสียงประชามติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีต้องเป็นที่ยุตินั้นอาจจำเป็นเรื่องของคะแนนเสียงที่ต้องมีความ ชอบธรรมอย่างสูงที่สุดถึงจะได้รับการยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาและนำไปสู่การปฏิบัติ ได้จริง แต่เราลืมนึกไปว่าจริง ๆ แล้วสมการในการออกเสียงประชามตินั้นในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่มีการลงคะแนนมาเห็นชอบ โดยที่ไม่ได้มีการรณรงค์อย่างมากพอ ในกรณีของ ผู้ที่อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างนั้นก็ใช้หลักการการลงมติชั้นเดียว หรือ Simple Majority แต่เราลืมนึกไปครับว่าคะแนนเสียงระหว่างผู้ที่เห็นด้วยกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยนั้น กรณี ของผู้ที่ไม่เห็นด้วยนั้นอาจจะรวมไปกับกรณีของผู้ที่ไม่ได้มาลงมติประชามติหรือไม่ได้มา ออกเสียงประชามติ แล้วเราต้องยอมรับครับว่าโดยกติกาว่าด้วยการออกเสียงประชามตินั้น ในกรณีของการออกเสียงนอกราชอาณาจักร การออกเสียงนอกเขต การออกเสียงล่วงหน้า แทบเป็นไปไม่ได้ในขณะที่ระบบเทคโนโลยีการสื่อสารต่าง ๆ นั้นยังมีข้อจำกัด ฉะนั้น นั่นเป็นสิ่งที่ผมไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ผมมีส่วนร่วมในการสนับสนุนในเรื่องของ Double Majority ที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้มีการเสนอกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่มี การแก้ไขใหม่ พวกเรายินดีและดีใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำลัง พิจารณา สภากำลังจะยืนยันในวันนี้ ไม่ได้พูดแค่เรื่องผลของการลงคะแนนเสียงอย่างเดียว แต่กำลังพูดถึง ๓ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ ก็คือเรื่องของการลงคะแนน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีการออกเสียงที่ถือเป็นข้อยุตินั้นให้มีเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง ซึ่งต้องสูงกว่า คะแนนเสียงที่ไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามติ นี่เป็นหลักการหรือเหตุผล ประการที่ ๑ ที่เรามีการแก้ไข

เหตุผลประการที่ ๒ ก็คือว่ามีการแก้ไขว่าในเมื่อการออกเสียงประชามติ ในแต่ละครั้งนั้นมีการใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก บางท่านบอกว่าอาจจะประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อ ๑ ครั้ง บางท่านบอกว่าต้องมากกว่านั้น อาจจะถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาท ต่อ ๑ ครั้ง ก็ในเมื่อเรามีการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป หรือกรณีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กติกา ที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน เราทำไมถึงไม่เขียนให้มีการออกเสียงประชามติไปในวันเดียวกับ วันดังกล่าวซึ่งถูกระบุในร่างที่กำลังพิจารณาในวันนี้ครับ

เหตุผลประการที่ ๓ ก็คือว่าในกรณีของการเข้าชื่อของพี่น้องประชาชน ซึ่งก็ต้องขอบพระคุณท่านประธาน พวกผมตอนแรกเป็นเสียงข้างน้อย แต่ในท้ายที่สุดกลับมา เป็นเสียงข้างมาก เพิ่มเข้าไปอีก ๒ เรื่อง ในเรื่องการออกเสียงประชามติหรือการจัดทำ ประชามติคือการเข้าชื่อของประชาชน แล้วก็การที่รัฐสภามีมติเห็นชอบหรือเห็นควรที่รัฐบาล จะต้องพิจารณาดำเนินการทำประชามติเรื่องใด แน่นอนครับจำนวนสมาชิก จำนวน ประชาชนที่ต้องเข้าชื่อนั้นเป็นจำนวนมาก แต่ในเมื่อปัจจุบันเทคโนโลยีดีขึ้นก็เปิดให้มีการ ออกเสียงประชามติในระบบออนไลน์ ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องเดียวนะครับ ที่กำลังจะบอกว่าต้องมา ทำแบบขั้นเดียวจะเป็นไปได้อย่างไร มันจะยุติได้อย่างไร มันจะชอบธรรมได้อย่างไร แบบนั้น แบบนี้ แต่มันมีหลายเรื่องที่กำลังจะถูกพิจารณาแก้ไขไปในคราวเดียวกัน ฉะนั้นนั่นคือสิ่งที่ จำเป็นและมีความสำคัญที่ผมอยากจะให้สภาแห่งนี้ได้ยืนยันร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้

เหตุผลประการที่ ๔ คือเพื่อนสมาชิกย้ำและบอกว่าเราพูดกันมาโดยตลอดว่า เราเดินหน้าไม่สามารถนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือแม้กระทั่งการถามพี่น้องประชาชน ว่าเห็นควรให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่เราก็เห็นปัญหามากมาย เต็มไปหมดในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพราะมันไม่มีกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่สมบูรณ์แบบเสียที ก็ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ วันนี้ปี ๒๕๖๘ กฎหมายผ่านมา ๔ ปี ไม่เคยมี การถามประชามติพี่น้องประชาชนในเรื่องใดเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรี เห็นเป็นการสมควรหรือกฎหมายระบุให้ต้องทำ หรือแม้กระทั่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องไปพูดถึงญัตติที่สภาจะส่งให้ ครม. หรือการเข้าชื่อของพี่น้องประชาชน ถ้าเป็นเช่นนั้น เราทำไมไม่ถือเป็นโอกาสนี้ในการทบทวนกติกาเพื่อนำไปสู่การเปิดประตูบานแรก และปิดปากคนที่จะปิดประตูหลังกลับเข้ามาแล้วบอกว่าไม่มีเงื่อนไขในการนำไปสู่การแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้งฉบับอีกแล้วนะ ถ้าวันนี้กติกาสมบูรณ์ จะออกมาในวันนี้ ท่านประธานจะดึงไว้ นิดหนึ่งว่าจะมีการร้องหรือไม่ ประการใด เกิดสภาเห็นชอบนำขึ้นกราบบังคมทูล ก็ใช้เวลา กันอีกไม่นานนักในการลงนาม นำไปสู่การประกาศและการมีผลบังคับใช้ ผมไม่ได้ห่วงว่า จะถูกแก้ไขได้ทันในสภาชุดนี้หรือไม่ แต่ผมคิดว่านี่คือกติกา ๑ กติกาสำคัญที่จะนำไปสู่ การเปิดช่อง คืนสิทธิในการตัดสินใจว่าพี่น้องประชาชนเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับหรือไม่ ฉะนั้นเสียงนี้ควรเป็นเสียงเดียวกับที่ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านอาจ กำลังพิจารณาในวันนี้ ตอบกลับมาสักทีครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นลงประชามติ ๒ ครั้ง ก็เพียงพอในการแก้ไข ตามที่พวกท่านเองได้เขียนคำวินิจฉัยส่วนตนไว้ ฉะนั้นด้วยเหตุผล ทั้งหมดผมยืนยันสนับสนุนและเห็นชอบในการลงมติ เห็นควรให้มีการดำเนินการให้ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้นั้น ออกมาเป็นกฎหมายเพื่อนำไปสู่การรับฟังความคิดเห็นและการออกเสียง ถามประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อย่างแท้จริง ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ยังมีผู้ที่จะขออภิปรายอีก ๔ ท่าน ตอนนี้ผมขอปิดรายชื่อผู้ขออภิปรายก่อนนะครับ ต่อไป ขอเชิญคุณไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ครับ

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน ผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน เรื่องประชามติผมพูดตั้งแต่วันแรก จนมาถึงวันนี้ก็ยังพูดอยู่ เพราะว่าสิ่งที่ผม ผลักดันมาตลอดในช่วงเวลาที่ยังเป็นเยาวชนก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ปฏิเสธ ไม่ได้เลยครับว่ากฎหมายร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จะเป็นประตูสำคัญที่จะไปสู่ Last boss ผมขอใช้คำนี้ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ Last boss ของผมคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะฉะนั้นปฏิเสธไม่ได้เลย ถ้าประชามติตัวนี้ไม่ผ่าน Last boss ไม่ต้องพูดนะครับ เด็ก ๆ ที่กำลังเล่นเกม บอกอยาก แก้ไขรัฐธรรมนูญ จบเลย ปิดคอมพิวเตอร์เลย น็อกทันที เพราะฉะนั้นวันนี้อยากให้น้อง ๆ ทุกคนฟังให้เป็นความรู้ด้วยว่าทำไมเราต้องมาถกเรื่อง Simple Majority Double Majority ผมขอสไลด์หน่อย ผมพูดอีกรอบหนึ่งแล้วกันนะครับ ถือว่าขอเวลานิดเดียว ขอสไลด์นิดหนึ่ง ผมจะอธิบายให้ดูว่า Double Majority เป็นอย่างไร ฝากห้องโสตทัศนูปกรณ์ ไม่แน่ใจว่า เปิดได้ไหมครับ เพราะว่าอันนี้เป็นตัวอย่างสำคัญที่จะต้องให้พี่น้องประชาชนได้ดู ไม่อย่างนั้น เราพูดปากเปล่าก็ไม่เข้าใจ ถ้ามาแล้วบอก เดี๋ยวผมจะอธิบายให้พี่น้องประชาชนฟังอย่างนี้ สมมุติเรามีผู้ออกมาใช้สิทธิ พี่น้องประชาชนฟังเลย ๔๐ ล้านคน ตั้งตัวเลขทดไว้ในใจ ก้อนแรกมีออกมาใช้สิทธิ ๑๕ ล้านคน บอกว่าเห็นด้วย เท่ากันเลย อันนี้คือ Simple กับ Double เลย ผมพูดแบบนี้เลย อีกอันหนึ่งออกมาใช้สิทธิแค่ ๔ ล้านคน และออกมาใช้สิทธิ ๑๑ ล้านคน ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ ประเด็นที่เรากำลังถกกันคือคนที่ไม่ออกมาใช้สิทธิ จะเป็นปัญหาในส่วนของ Double Majority เพราะอย่างนี้ พี่น้องประชาชนฟัง เราออกไป ใช้สิทธิ ผมอธิบายง่าย ๆ เลย ใครคะแนนเสียงข้างมากเป็น สส. เขต ถูกต้องไหมครับ ใช่ แต่อันนี้จะเป็นแบบนี้ ถ้าเกิดออกมาใช้เสียงข้างมากแล้ว แต่คนมาออกมาใช้สิทธิไม่ถึงกึ่งหนึ่ง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้ผมอธิบายให้ฟัง อีกทีหนึ่ง ซ้าย ๑๕ ล้านคน ขวา ๑๕ ล้านคน Simple กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ ๑๑ ล้านคนคือ ไม่เห็นชอบ สีแดงด้านขวา ๔ ล้านคนคือไม่เห็นชอบ ไม่ออกมาใช้สิทธิ ๑๔ ล้านคน ด้านซ้าย ถือว่าผ่าน เพราะว่าออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่ง แต่อันขวาตัวเลขคล้าย ๆ กันเลย แต่จำนวน ผู้ออกมาใช้สิทธิไม่เห็นด้วย ๔ ล้านคน แต่คนไม่ออกมาใช้สิทธิ ๒๑ ล้านคน อันนี้ไม่ผ่าน ผมถึงบอกว่าที่เรามาถกกัน Double Majority พี่น้องประชาชนฟังเลย อันนี้วาระสำคัญมาก ถ้าทุกคนอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าประตูบานนี้ผ่านไม่ได้ Last boss แก้ไขรัฐธรรมนูญ จบเลย เพราะฉะนั้นผมต้องบอกยืนยันในสภาวันนี้ครับว่าต้องช่วยกัน วันนี้รัฐธรรมนูญ เป็นอาวุธสำคัญ ไม่รู้ละจะฟาดฟันใคร ก็อยู่ที่ใครสามารถ Deal ได้บ้างละ หรืออะไรบ้างละ ผมก็ไม่รู้ แต่วันนี้เป็นอาวุธที่ฟาดฟันกระบวนการประชาธิปไตยอย่างมหาศาล ขอร้องให้สภา แห่งนี้ช่วยกันพากฎหมายฉบับนี้ให้ผ่าน แล้วมอบอำนาจนี้ให้กับประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุด เลยว่าจะเอาอย่างไรในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย ต่าง ๆ ให้ประชาชนตัดสินใจ เพราะฉะนั้นฝากพี่น้องประชาชนดูการโหวตครั้งนี้ เอาให้ผ่าน แล้วปลายทางไปสู้กับ Last boss การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ขอบคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี อำเภอสัตหีบ พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมขออภิปรายในส่วนของขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญ ขึ้นพิจารณาใหม่ ทั้ง ๒ ร่าง ท่านประธานครับ ผมขอเกริ่นนำสักครู่หนึ่ง เพราะว่าเป็นเรื่อง ของการที่พี่น้องประชาชนจะต้องพิจารณาประชามติไม่ว่าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะ ในเรื่องของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานทราบไหมว่าราชอาณาจักรไทย มีการกำหนดให้มีการออกเสียงประชามติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญทั้งหมด ๘ ฉบับ คือ ปี ๒๔๙๒ ปี ๒๕๑๑ ปี ๒๕๑๗ ปี ๒๕๓๔ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๙ ปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๕๗ แต่มีการให้ออกเสียงประชามติเพียง ๒ ครั้งครับ คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๙ และปี ๒๕๕๗ ฉบับชั่วคราว ท่านประธาน ทำไมผมต้องพูดเรื่องนี้ครับ เพราะว่าทุกครั้งที่มีการเห็นชอบ และไม่เห็นชอบ จะมีข้อยุติก็ดีหรือไม่มีข้อยุติก็ดี หรือจะมีการโน้มน้าวก็ดีหรือไม่โน้มน้าวก็ดี เป็นสิ่งที่เป็นข้อมูลทางสถิติที่ให้เราเชื่อว่าไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชน ต้องยอมรับด้วยเสียงบริสุทธิ์จากเขาก็ดี หรือที่มีการโน้มน้าวก็ดี ปี ๒๕๕๙ นั้นเป็นการออกเสียง ประชามติครั้งแรก มีการเห็นชอบ มีผู้มาออกเสียงทั้งหมด ๒๕,๙๗๘,๙๕๔ คน ผมขอเป็น คร่าว ๆ แล้วกัน จากทั้งหมด ๔๕ ล้านคน เห็นชอบ ๑๔ ล้านคน ไม่เห็นชอบ ๑๐ ล้านคน ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๙ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๕๗ นั้นมีผู้มาใช้สิทธิ ๒๙ ล้านคน จาก ๕๐ ล้านคน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นนะครับ เห็นชอบ ๑๖ ล้านคน และไม่เห็นชอบ ๑๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมจะนำเรียนท่านประธานว่าจะเป็นข้อยุติอย่างไรผมไม่ได้ กังวลครับ เพราะว่าทุก ๆ รัฐธรรมนูญประเทศไทยเรานั้นได้เข้าร่วมปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนุษยชนแล้วในเรื่องของการลงประชามติ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน ของนานาชาติ โดยเฉพาะในส่วนของการลงนามไว้แล้ว ตามมาตรา ๑๙ ว่า ทุกคนมีสิทธิ ในอิสรภาพแห่งความเห็นและการแสดงออก แต่สิ่งที่ผมเป็นกังวลร่วมกับท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในห้องประชุมแห่งนี้ก็คือในเรื่องของการคิดและการตัดสินใจ สิ่งที่ผม เป็นกังวลแล้วขอตั้งข้อสังเกตถ้ามีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นก็คือในเรื่องของ การตัดสินใจในการทำประชามติแต่ละเรื่อง แต่ละครั้งนั้น โดยเฉพาะในเรื่องที่เป็นกฎหมาย ที่ศักดิ์สิทธิ์ทุกตัวตนในประเทศไทยก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ การโน้มน้าวจากสื่อที่เป็น ทางการก็ดี หรือการโน้มน้าวจากสื่ออย่างไม่เป็นทางการก็ดี หรือจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งก็ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เรามีบทลงโทษแล้วหรือยัง เราจะต้องกำหนดขั้นตอนอย่างไร สิ่งที่ผมกังวล เป็นที่สุดคืออะไร ทราบไหมครับท่านประธาน สิ่งที่ผมกังวลที่สุดจะตั้งเป็นข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการวิสามัญคือขั้นตอนการออกเสียงประชามติ ท่านกำหนดวันออกเสียงไว้ อย่างไร จะเป็นวันหยุดยาวไหม ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หรือเฉพาะแค่เสาร์ อาทิตย์ หรือแม้กระทั่ง ผมก็เห็นด้วยเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดินในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ถ้ามี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปก็ดี หรือมีการเลือกตั้งสมาชิกหรือผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี จะให้เป็นวันเดียวกันไหม เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ ของแผ่นดินไทยเป็นพันล้านบาท นี่คือสิ่งที่เราต้องกำหนดและเป็นข้อกังวล

ข้อต่อไปที่เราต้องกังวลก็คือรูปแบบการออกเสียง ไม่ว่าจะ ๑ ชั้นหรือ ๒ ชั้น สิ่งที่เราต้องทำคืออะไรครับ เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิด และไม่ให้พี่น้องประชาชน ตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง ด้วยเหตุผลเขาเอง ด้วยความคิดของเขาเอง เพราะ ๑ เสียงของเขา บริสุทธิ์ ที่ผมจะเน้นย้ำก็คือการโน้มน้าว เราต้องมีเอกสารหรือสื่อใด ๆ ก็ตามที่ออกจาก ภาครัฐไปสู่พี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนของเราที่มีสิทธิออกเสียงประชามตินั้นเข้าใจ ง่ายที่สุด อันนี้คือสิ่งที่ผมเป็นกังวล เพราะ ๒ ครั้งที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนให้ความเห็นว่า สื่อเข้าใจยากครับ

ข้อต่อไป การกำหนดการออกเสียงจะเป็นข้อยุติ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราจะกำหนด อย่างไร บางฉบับ ๑ ใน ๕ บางฉบับเกินกึ่งหนึ่ง สิ่งนี้จะเป็นข้อยุติให้พี่น้องประชาชนยอมรับ หรือเสียงส่วนใหญ่ยอมรับ อันนี้คือสิ่งที่ผมก็กังวลเช่นกัน

ข้อต่อไป การกำหนดคณะกรรมการต้องจัดให้มีการแสดงความคิดเห็น คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง คุณสมบัติแต่ละท่านเป็นอย่างไร มาจากไหน อันนี้ ก็สำคัญครับ กำหนดเขตออกเสียงและกำหนดการออกเสียงจะอำนวยความสะดวกให้ พี่น้องประชาชนอย่างไร ท่านประธานครับ การทำประชามติคือเสียงพื้นฐานที่จะกำหนดว่า ประเทศเราจะเดินไปทางใด รัฐธรรมนูญไทยเป็นกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ เพราะฉะนั้นประเทศเราจะเดินไปทางไหนมันเริ่มต้นจากประชาพิจารณ์นี่ละครับ ผมจึง นำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง อาจจะมีคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ยกร่างขึ้นมา ขอให้ท่าน พิจารณาข้อสังเกตของผมเหล่านี้เพื่อเป็นประโยชน์ในการใช้สิทธิ ใช้เสียง ซึ่งเป็นเสียงบริสุทธิ์ ของพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณธีระชัย แสนแก้ว นะครับ

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย การยืนยันพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากว่าเป็นพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญ นำกลับมาพิจารณาใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถูกยับยั้งไว้ตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็ หยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ที่ย้อนกลับมายังสภาของเราในวันนี้ละครับ ซึ่งจะต้องพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญขึ้นพิจารณาใหม่นี้ กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่า เปรียบเสมือนว่าคืนอำนาจที่แท้จริงให้กับพี่น้องประชาชนผ่านพวกเราสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรหรือ สส. นี่ละครับ นั่นคือพวกเราที่มาจากการไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนโดยตรง ให้ทำหน้าที่สะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของพวกเขา โดยไม่ต้องส่งร่างนี้ไปยังวุฒิสภาอีก เพราะว่ากระบวนการตรากฎหมายที่ได้ดำเนินเข้าสู่กระบวนการตามมาตรา ๑๓๗ (๓) นี้ จะต้องผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านมรสุม ผ่านขวากหนาม ผ่านหลุม ผ่านหมอก ผ่านอะไรต่าง ๆ มาเยอะแยะครับ แต่การผ่านขวากหนาม ผ่านอุปสรรคที่กระผมกล่าวมาทั้งหมดนั้นประเทศ และพี่น้องประชาชนเข้าใจดีว่าเรามีค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายคือจะต้องเสียเวลาไป เสียเวลาไป เกือบ ๒ ปีนะครับ แล้วก็ถูกพี่น้องประชาชนติฉินนินทามาโดยตลอดว่าสภาของเราจะเอา อย่างไร

ท่านประธานที่เคารพครับ พวกเราพรรคเพื่อไทยเรายังยืนยันตลอดนะครับว่า จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เป็นประชาธิปไตยทันทีเมื่อเข้ามานั่งในสภาแห่งนี้ แต่แล้วก็ต้องเสียเวลาและเสียโอกาสมา ๒ ปี พี่น้องประชาชนของเราเสียโอกาส การที่จะมี รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ก็ต้องชะงักงันลง เสียเวลา เสียโอกาส น่าเสียดาย ที่มาถึงวันนี้ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และญัตติการออกเสียงประชามติกระผมได้อภิปรายจนจำไม่ได้แล้ว ผมไปกดดูเมื่อคืนนี้ว่า ผมได้อภิปรายมา ๔ ครั้งแล้ว ตั้งแต่ญัตติ ตั้งแต่ร่างพระราชบัญญัติ กลับไปกลับมา แม้กระทั่ง ประชุมร่วม นี่เป็นครั้งที่ ๕ มันมีความจำเป็นที่จะบอก ถ้าไม่เชื่อผมก็ลองกดไปดู YouTube มันก็เลยเห็น ผมก็อดไม่ได้ ก็เตรียมการมาที่จะพูดอีกเป็นครั้งที่ ๕ ผมไม่อยากจะพูดอีก เป็นครั้งที่ ๖ ครั้งที่ ๗ ครั้งที่ ๘ เพราะพี่น้องประชาชนสั่งมา บอกว่าให้ร่างได้แล้ว แก้ได้แล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทุกท่านจะได้เห็นนะครับว่าผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานียืนยันตลอด ใครจะว่าอย่างไร อะไรก็แล้วแต่ ทั้งหมด ๔ รอบจะต้องมีการ แก้ไขร่างพระราชบัญญัติในการออกเสียงประชามติเพื่อเป็นประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ แล้ววันนี้ละครับท่านประธาน กระผมก็ยังยืนยันอีกครั้งว่าการที่กระผมยืนยันตลอด ระยะเวลาที่อภิปรายพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้ง ๓-๔ ครั้งนั้น ข้อยุติการออกเสียงประชามติ และแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะต้องใช้กติกาเสียงข้างมาก ๑ ชั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด แล้วละครับ ไม่ใช่เพราะกระผมเพียงแต่ว่าจะทำให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เอาง่ายเข้าว่า ไม่ใช่นะครับ แต่การใช้กติกาเสียงข้างมากชั้นเดียวนั้นคือหลักเจตนารมณ์ ที่แท้จริงของรัฐธรรมนูญและเป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ ทุกท่านที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ไม่ว่าจะพรรคสีอะไร ที่สื่อมวลชนตั้งมาก็สีแดง สีเขียว สีส้ม สีน้ำเงิน สีสิ่ว สีแหล่ สีอะไรก็แล้วแต่อยู่ที่นี่ คือพวกท่านก็รู้กันเต็มอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีกติกาอย่างไร มันบิดเบี้ยวอย่างไร คณะผู้ร่างเกิดมาจากการรัฐประหาร เป็นต้นเหตุปัญหา ของการเมืองทุกวันนี้ มีการทะเลาะเบาะแว้ง มีการตีความ มีการเข้ามาบอกว่าตัวแทน ของพี่น้องประชาชนก็เข้ามาแบบไม่ถูกต้อง มีการร้องเรียน มีอะไรไม่รู้ต่าง ๆ นานา แม้กระทั่ง DSI ก็ต้องเข้าไปสอบพวก สว. ก็มีครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกท่านที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ กระผมอยากจะขอ กราบเรียนทุกท่านว่าพวกเราจะต้องสร้างมันขึ้นมา รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราต้องสร้าง ไม่ใช่ว่า เพื่อที่จะคงไว้ เพื่อที่จะมาทำลายพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย พรรคการเมืองไม่รู้ถูกยุบ กี่ครั้ง กี่พรรคแล้ว เพราะฉะนั้นแม้กระทั่งเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นองค์กรที่กลับมาบิดเบี้ยว ของมันเอง จนทำให้เราทุกวันนี้ ๒ ปีนายกรัฐมนตรี ๒ คน มันคืออะไร แค่เพียงว่าจริยธรรม อย่างเดียวมันกว้างขวางมากในโลกนี้ จริยธรรมตีความเข้าข้างไหนก็ได้ นี่คือความจำเป็น ที่ผมจะต้องมายืนยันว่าก่อนที่เราจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งใหญ่นี้ ผมอยากจะเรียกร้อง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องมาลีลา ขอให้ทุกท่านได้เห็นอกเห็นใจพี่น้องประชาชน อยู่ฝั่งไหนก็แล้วแต่ เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน มีหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่าจะแก้ยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหน เราก็ต้องทำละครับ เพราะฉะนั้นผมขอยืนยันตามที่ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง และเพื่อนสมาชิกว่าต้องยืนยันญัตติ ให้จบ หยุดอยู่ตรงนี้ เราจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะไปดำเนินการในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ จะเอาอย่างไรก็แล้วแต่ประชามติมันต้องผ่าน เอาง่าย ๆ อย่าทำเรื่องง่ายให้เป็น เรื่องยากสิครับ อย่าลีลากันนะครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ท่านรองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ครับ

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอมีส่วนร่วมอภิปรายในการสนับสนุนญัตติที่จะเอารัฐธรรมนูญที่ถูกยับยั้งไว้ ขึ้นมาเพื่อยืนยันนะครับ ประเทศไทยเราบอกว่าเราเป็นประชาธิปไตย เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้เป็นตัวอย่างแล้วว่าถ้าเราเป็นประชาธิปไตยแบบสากลจะมีการพัฒนาบ้านเมือง ให้เจริญรุ่งเรือง เห็นไหมครับ ก็จริง ๆ รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง นำโดยท่านทักษิณ ชินวัตร อยู่ครบวาระ แก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้อย่างดี มีการปฏิรูปทุกอย่างจนประชาชนเห็นว่า ประชาธิปไตยกินได้ เสร็จแล้วก็มีรัฐประหารขึ้นมา มีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ สมัยท่านยิ่งลักษณ์ ก็มีการพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพราะเริ่มเป็นเผด็จการขึ้น เสร็จแล้วรัฐบาล ชุดนั้นก็ถูกเล่นงานจนกระทั่งต้องยุบสภา แล้วก็มีการรัฐประหาร เอาอีกแล้วรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาจากเผด็จการจริง ๆ เข้มข้นขึ้นไปอีก ผ่านมาปี ๒๕๖๐ ถึงปัจจุบันนี้ได้แผลงฤทธิ์ เรียบร้อยแล้ว ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็พยายามทำใจว่าโอเคมันจะเป็นฉบับปราบโกง จะทำให้ คุณค่าของประชาชนดีขึ้น ทุกเสียงมีความหมาย ไม่จริงครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ บอกแล้วแผลงฤทธิ์ครับ นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ฝ่ายบริหารถูกสอยโดยวิธีลัด ทางลัด ผมไปออกทีวีกับท่าน สว. ที่ตอนนั้นบอกว่าทำได้อย่างไร เพราะในรัฐธรรมนูญ ไม่เขียนเลยว่าจะให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญไปวินิจฉัยเรื่องจริยธรรม ให้ผ่าน ป.ป.ช. แล้ว เสนอไปที่ศาลฎีกา ซึ่งเป็นไปตามนั้นเป็นทางหลัก ท่านก็ไปใช้ทางลัด ท่านไปหาอ่านเอง ก็แล้วกันบอกว่าเป็นทางลัด นี่ละครับมันแผลงฤทธิ์

ท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายมาตลอด หาเสียงทุกครั้งว่า เราจะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยเพราะเป็นกฎหมายหลัก ถ้าเราไม่แก้กฎหมายหลัก แล้วกฎหมายอื่น ๆ ไม่มีความหมาย มันจะล้อกันไปหมด มันก็เกิดขึ้น เหตุที่ว่าพอจะแก้แล้ว แก้ไม่ได้ก็ให้แก้เป็นรายมาตรา เห็นไหมครับแก้ก็ไม่ได้ ครั้นจะแก้ทั้งหมดศาลรัฐธรรมนูญก็มี คำวินิจฉัย เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๔/๒๕๖๔ บอกว่าถ้าจะแก้ไขทั้งฉบับต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียง ประชามติเสียก่อนหรือไม่ นั่นละครับพอมีการเลือกตั้งฝ่ายประชาธิปไตยก็เลยได้ เสียงข้างมาก พรรคหนึ่งที่เคยได้เสียงข้างมากก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลเพราะพิษรัฐธรรมนูญ เลยครับ พรรคเพื่อไทยก็จำเป็นต้องมาเป็นรัฐบาล แล้วท่านเศรษฐาก็มาตั้งคณะกรรมการ ศึกษาว่าทำอย่างไรถึงจะให้มันสำเร็จ พอออกมาแล้วก็มีข้อสรุปว่าต้องมีการทำประชามติ ๓ ครั้ง ท่านประธานครับ ๓ ครั้งใช้เงินเยอะ ก็พยายามบอกว่า ๒ ครั้งได้ไหม คราวนี้ไม่ต้อง สนใจรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ว่าฉบับปราบโกง ปรากฏว่ามีการโกงกันเยอะมาก เพราะฉะนั้น อย่าไปเสียดายในการที่จะมาปลูกต้นไม้ประชาธิปไตยให้เป็นประชาธิปไตยจริง ๆ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีการทำประชามติ

ท่านประธานเห็นไหมครับ สภาเรายืนยันไปแล้วว่าจะมีการแก้ไขทั้งฉบับ โดยให้มี สสร. วุฒิสภาก็ไม่เห็นด้วย เราก็ต้องยับยั้ง แล้วก็ยืนยัน เสียเวลาไป ๑๘๐ วัน หลาย ๆ คนก็กล่าวหาว่าพรรคเพื่อไทยอู้ อู้ อู้ ท่านประธานครับ ผมชอบคำพูดของท่าน อาจารย์สิริพรรณ นกสวน บอกว่าในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเราต้องอดทน เราอดทนอยู่ กับประยุทธ์มาได้ ๘ ปี ทำไมอยู่กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้ จะมีการล้มรัฐบาลอยู่ เห็นไหมเดินขบวนอะไรเยอะแยะ แล้วที่สำคัญมันตลกร้าย กลไกต่าง ๆ ที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ฝ่ายประชาธิปไตยกลับเอามาใช้ห้ำหั่นกันเอง ซึ่งอาจารย์เกษียรอยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวไว้ มันเป็นที่น่าละอาย เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สำเร็จครับ ครั้งที่ ๑ ก็คือก่อนที่จะแก้ว่าจะให้มี สสร. มีการร่างรัฐธรรมนูญนี่ ท่านต้องทำ ประชามติก่อน ชั้นเดียวนะครับ ไม่ใช่ ๒ ชั้น เพราะเราพูดหลายครั้งแล้วว่าชั้นเดี๋ยวมันง่าย และตรงไปตรงมาสำหรับประชาชนที่เป็นรัฐเดี่ยวนะครับ ครั้งที่ ๒ เมื่อได้แล้วก็จะไปแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมากที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านไปดูสิมีเงื่อนไข เยอะแยะเต็มไปหมด ถ้าทำประชามติแล้วก็เป็นไปตามคำวินิจฉัย ก็แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ได้ ให้มี สสร. เพื่อไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แม้จะไม่ทันเลือกตั้งในคราวหน้า แต่ก็ยังดีที่ว่าประชาชนเขาจะได้ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ว่าฝ่ายประชาธิปไตย มาอู้กันไปอู้กันมา ไม่ใช่ ต้องช่วยกันยืนยันนะครับ เมื่อมี สสร. เรียบร้อยแล้ว เขาไปทำ ครบวาระหรืออะไรก็แล้วแต่เลือกตั้งกันใหม่ สสร. ก็ยังทำหน้าที่ไป เราก็จะได้มีรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน แต่ต้องไปทำประชามติอีกครั้งหนึ่ง นี่ละครับท่านประธานมันเป็นสิ่งจำเป็น อย่างยิ่ง จึงอยากจะฝากไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ผมถือว่าทุกคนเป็นตัวแทนประชาชน มาจากการเลือกตั้ง เราต้องยึดถืออำนาจประชาชนเป็นหลัก ช่วยกันผลักดันเพื่อจะเสนอ ยืนยันให้มีการผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อเมื่อผ่านไปแล้วก็สามารถจะส่งไปตราเป็น พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติได้อย่างสมบูรณ์ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เป็นอันว่าจบผู้ที่ขออภิปรายแล้ว แต่ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอซึ่งมี ๒ ท่านก็สามารถ จะอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง ไม่ทราบว่าจะสรุปไหมครับ ทั้งคุณพริษฐ์และคุณจาตุรนต์ ทราบว่าคุณจาตุรนต์ไม่ประสงค์จะขอสรุป คุณพริษฐ์จะสรุปไหมครับ ไม่นะครับ ตกลงว่า ผู้เสนอญัตติทั้งสองไม่ขอสรุปนะครับ

ต่อไปจะเป็นการลงมติยืนยันร่างที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ไปแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๘ ซึ่งการยืนยันนี้ต้องลงมติด้วยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่ ซึ่งต้องมีเสียงอย่างน้อย ๒๔๘ คน กึ่งหนึ่ง ๒๔๗ คน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ จึงขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ ข้างนอก ที่อยู่ในห้องกรรมาธิการต่าง ๆ ขอให้มาลงมติเพื่อยืนยันร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของ รัฐธรรมนูญขึ้นพิจารณาใหม่ ที่ถูกยับยั้งไว้ ๑๘๐ วัน ซึ่งต้องมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ต้องมี ๒๔๘ คนนะครับ ขอเชิญครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมหรืออยู่ในห้องกรรมาธิการช่วยเข้ามาลงมติด้วยนะครับ ถ้าท่านสมาชิก เข้ามาในห้องแล้วกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

๑๗๙ นพพล ขอแสดงตนครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่จดด้วย ๑๗๙ นะครับ

นายนพดล ปัทมะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ๑๗๗ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑๗๗ ครับ ใครที่ มีปัญหาเรื่องเสียบบัตรก็แจ้งมาได้ ท่านที่เข้ามาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

๔๐๕ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่ยังไม่ได้กดปุ่มแสดงตนกรุณาแสดงตนด้วย ท่านที่เดินเข้ามาใหม่กรุณากดปุ่ม ด้วยนะครับ มีไหมครับที่ยังไม่แสดงตน เชิญครับ

นายชลัฐ รัชกิจประการ แบบบัญชีรายชื่อ

๑๔๔ แสดงตนครับ

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

๓๖๘ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้ามาแล้วแสดงตน ด้วยนะครับ

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธาน ๒๙๖ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ แสดงตนโดยเสียบบัตร ๔๔๗ ท่าน โดยการ ขานชื่อ ๖ ท่าน รวมเป็น ๔๕๓ ท่าน

ถือว่าครบ องค์ประชุมครับ ต่อไปผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะยืนยันร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของ รัฐธรรมนูญขึ้นพิจารณาใหม่ ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้วหรือไม่ ขอเชิญ ท่านลงคะแนนได้นะครับ ผู้ใดจะขอยืนยันโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่ยืนยันโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้นะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ลงคะแนนบ้างครับ ลงคะแนนทุกท่านแล้วแสดงผลได้เลยนะครับ มีผู้มาลงมติ ๔๕๖ ท่าน เห็นด้วยคือยืนยัน ๓๗๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๘๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน

เป็นอันว่าสมาชิก ได้ยืนยันเกินกว่ากึ่งหนึ่งคือเกินกว่า ๒๔๘ ท่านแล้ว ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับ การยืนยันจากที่ประชุม ซึ่งสภาจะดำเนินการส่งไปให้รัฐบาลดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ต่อไป ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ

ต่อไปจะเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๔

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ขออนุญาตครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะขออนุญาตสักครู่นิดหนึ่งครับ พอดีผมเพิ่งทราบ ผลรายงานการลงคะแนนในร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิด อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคุณชัยธวัช พอดี อาจจะมีปัญหาเรื่องของระบบขัดข้อง กลายเป็นว่าผมไม่ได้ลงคะแนนอะไรไว้เลย เลยอยากจะขอ บันทึกเป็นเจตนาในเรื่องของเจตนารมณ์ว่าผมเห็นด้วยกับร่างของคุณชัยธวัชนะครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้ง ทางการเมือง พ.ศ. .... เจ้าหน้าที่บันทึกไว้นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ผมขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ เชิญคณะกรรมาธิการครับ ในการนี้คณะกรรมาธิการขออนุญาตให้ คุณวิทยา ติรณะประกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ เข้าร่วมชี้แจงด้วย ผมอนุญาตให้เข้าร่วมชี้แจงได้นะครับ ซึ่งจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ เมื่อสักครู่ ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญขึ้นพิจารณาใหม่ ธิษะณา ชุณหะวัณ ๑๗๐ เห็นชอบค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บันทึกไว้นะครับ จากการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง) เมื่อวันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไว้ในวาระที่สอง โดยพิจารณาเริ่มตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงลำดับมาตราจนถึงมาตรา ๓ และที่ประชุม ครั้งที่ ๑๖ เมื่อวันพุธที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ คณะกรรมาธิการได้เสนอ รายงานฉบับปรับปรุงเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา โดยที่ประชุมได้พิจารณาต่อในวาระที่สาม ภายหลังจากที่ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นแล้ว ที่ประชุมมีมติให้คณะกรรมาธิการ นำรายงานกลับไปพิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง

ในการนี้คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขรายงาน ซึ่งถือว่า เป็นการรายงานเพิ่มเติมญัตติ โดยจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับการยินยอมจากที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ดังนั้นผมจึงจะขอถามจากที่ประชุมว่าที่คณะกรรมาธิการ ขอเปลี่ยนแปลงรายงานนี้ ที่ประชุมจะเห็นชอบให้มีการพิจารณารายงานจากที่ประชุมฉบับนี้ หรือไม่ ถ้าไม่มีใครแสดงความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าอนุญาตให้เสนอรายงานมาใหม่ ตามที่เราเคยบอกว่าขอให้ไปปรับปรุง เขาปรับปรุงมาแล้ว แต่เมื่อเสนอมาใหม่ที่ประชุม ต้องเห็นชอบด้วย ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้อง ผมจะให้คณะกรรมาธิการได้เสนอรายงานที่ได้ไป ปรับปรุงมาแล้ว ขอเชิญประธานคณะกรรมาธิการได้รายงานถ้ามีอะไรเพิ่มเติมครับ เชิญครับ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันพุธที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เริ่มตั้งแต่มาตรา ๓ และมีมติเห็นชอบให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญนำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไปพิจารณาทบทวนใหม่ตั้งแต่มาตรา ๓ เป็นต้นไป

บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาทบทวนร่างพระราชบัญญัติ เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และได้มีการแก้ไขปรับปรุงรายงานของคณะกรรมาธิการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีประเด็นสำคัญสรุปได้ดังนี้

๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานให้ใช้บังคับการจ้างแรงงานทุกประเภท รวมไปถึงราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และหน่วยงานอื่นของรัฐ ดำเนินการ ให้ลูกจ้างทุกประเภทได้รับสิทธิประโยชน์และการคุ้มครองไม่ต่ำกว่ากฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองแรงงาน และกำหนดให้หน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐที่ดำเนินการทำสัญญาจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดาหรือจ้างเหมา บุคคลในลักษณะเดียวกัน โดยใช้อำนาจควบคุมบังคับบัญชาหรือสั่งการให้การปฏิบัติงาน กำหนดเงื่อนไขในสัญญาจ้างไม่ต่ำกว่ากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้การแก้ไข เพิ่มเติมดังกล่าวเป็นไปตามหลักการซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการไว้แล้ว

๒. แก้ไขจำนวนวันลาคลอด จากเดิม ๙๘ วัน เป็น ๑๒๐ วัน เพื่อส่งเสริม การมีบุตร เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกจ้าง และเสริมสร้างความผูกพันของครอบครัว ตามมาตรา ๔ ซึ่งแก้ไขมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง

๓. ได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ มาตรา ๔/๑ ซึ่งเพิ่มมาตรา ๔๑ วรรคสี่ โดยเพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างหญิงที่ลาคลอดสามารถลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตร มีภาวะการเจ็บป่วย มีความผิดปกติหรือมีภาวะความพิการ ทั้งนี้การเพิ่มสิทธิดังกล่าวเป็นไป ตามหลักการ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการไว้แล้ว

๔. ปรับแก้ไขถ้อยคำบทบัญญัติของกฎหมาย กรณีให้สิทธิลูกจ้างเพื่อช่วยเหลือ คู่สมรสซึ่งคลอดบุตร ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๔) พ.ศ. ๒๕๖๗ หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งอยู่ในมาตรา ๕ ไปเพิ่มมาตรา ๔๑/๑

๕. เพิ่มจำนวนวันจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างหญิงมีครรภ์ซึ่งลาคลอดบุตร เนื่องจากมีการเพิ่มจำนวนวันลาเพื่อคลอดบุตรให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ ซึ่งอยู่ในมาตรา ๖

๖. ได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ มาตรา ๖/๑ ซึ่งไปเพิ่มมาตรา ๕๙/๑ และมาตรา ๕๙/๒

มาตรา ๕๙/๑ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างหญิงที่ลาต่อเนื่อง เพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตรมีภาวะเจ็บป่วย มีความผิดปกติหรือมีภาวะความพิการ โดยจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา ในอัตราร้อยละ ๕๐ ของ ค่าจ้างสำหรับวันลา

มาตรา ๕๙/๒ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างซึ่งใช้สิทธิลาเพื่อช่วยเหลือ คู่สมรสซึ่งคลอดบุตร เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน ๑๕ วัน ซึ่งในประเด็นนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายแล้ว ปรากฏว่าผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกำหนดให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้าง ตลอดระยะเวลาที่ลา แต่เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายประกันสังคมยังไม่มีการกำหนด สิทธิประโยชน์จากการหยุดงานเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร คณะกรรมาธิการวิสามัญ จึงเห็นควรให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างดังกล่าว

ทั้งนี้ มาตรา ๖/๑ ซึ่งไปเพิ่มมาตรา ๕๙/๑ และมาตรา ๕๙/๒ เป็นหลักการ ที่เพิ่มขึ้นใหม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นและผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายมาประกอบการพิจารณา โดยคำนึงถึงความสำคัญ ของสถาบันครอบครัว และการสนับสนุนให้สมาชิกในครอบครัวได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน ซึ่งส่งผลให้ร่างกายและจิตใจของคุณแม่หลังคลอดมีความแข็งแรงและเข้มแข็ง มากขึ้น

๗. คณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นควรให้มีการกำหนดเรื่องการยื่นแบบแสดง สภาพการจ้างและสภาพการทำงาน เพื่อประโยชน์ต่อนายจ้างและสถานประกอบการ

๘. คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ มาตรา ๘ เพิ่ม บทเฉพาะกาล เนื่องจากมีการแก้ไขมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยให้อำนาจรัฐมนตรีออก กฎกระทรวงมิให้ใช้บังคับพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนแก่นายจ้างประเภทหนึ่ง ประเภทใดก็ได้ จึงจำเป็นต้องเพิ่มบทเฉพาะกาล

๙. คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ มาตรา ๙ เพิ่ม การรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้งหมด ๙ ข้อ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนักศึกษา หลักสูตร การบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งกำลังฟังประชุมอยู่ชั้นบน ขอต้อนรับและขอบคุณทุกท่าน เชิญเลขาธิการต่อครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓ เพิ่มมาตรา ๔/๑ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ณัฐวุฒิครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ด้วยความ เคารพ ผมไม่แน่ใจว่าฉบับที่ผมถืออยู่เป็นฉบับล่าสุดหรือไม่ ความหมายก็คือว่าเราพิจารณา ลงมติไปในกรณีของชื่อและคำปรารภแล้วใช่หรือไม่ ถึงเริ่มจากมาตรา ๓ หรือว่าต้องย้อนไป พิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภต่าง ๆ เนื่องจากว่าในฉบับปรับปรุง ครั้งที่ ๒ มีการแก้ไข ในส่วนของคำปรารภด้วย ก็จะได้เข้าใจตรงกัน แล้วก็ขอคำยืนยันในตรงนี้ครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้ต้องยืนยันว่า เราพิจารณาผ่านคำปรารภ มาตรา ๑ และมาตรา ๒ แล้ว เราบอกให้ไปแก้ตั้งแต่มาตรา ๓ คณะกรรมาธิการก็ไปแก้ไขแล้วส่งมาให้เราพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เราก็เห็นด้วยตามร่างที่ให้แก้ ในการแก้มาตรา ๓ นั้นก็เพิ่มมาตรา ๔/๑ ซึ่งเป็นการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น ๒ ท่าน ขอเชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็นก่อน จึงจะเชิญสมาชิกต่อไป ท่านแรก ขอเชิญ คุณชนิสร์ คล้ายสังข์ ยังติดใจ เชิญครับ

นายชนิสร์ คล้ายสังข์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายชนิสร์ คล้ายสังข์ กรรมาธิการ จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขออนุญาตเรียน ในส่วนของกระผม เนื่องจากผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่กระผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับ ตัวร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก เหตุผลแรก ก็คือเนื่องจากกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับกับเอกชนเป็นหลัก เพราะฉะนั้นเวลาท่านเอามาใช้กับส่วนราชการ หรือบุคลากรภาครัฐผมมองว่ามันอาจจะใช้ไม่ได้ทั้งหมด อาจจะมีปัญหาในการบังคับใช้ ไม่ว่าเรื่องของบทกำหนดโทษในเรื่องของการบังคับตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ เราก็มีกฎหมายเฉพาะอยู่แล้วในเรื่องของบุคลากรภาครัฐเอง หรือว่าในเรื่องของราชการ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ในส่วนของการจ้างเหมาบริการก็เหมือนกัน เราก็มี พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอยู่แล้ว ซึ่งสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ตรงนี้คุ้มครอง ในส่วนของการคุ้มครองแรงงานหรือมิติของคุ้มครองแรงงานได้ การที่เอากฎหมายฉบับนี้ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานไปใช้บังคับกับหน่วยงานภาครัฐทั้งหมดจะทำให้เกิด ปัญหาในการตีความนะครับ

นอกจากนี้กระผมมองเห็นว่าถึงแม้ในวรรคสองเองจะกำหนดให้กฎกระทรวง ใช้บังคับสามารถยกเว้นบทบัญญัติทางกฎหมายได้ก็ตาม แต่ว่าในการออกกฎกระทรวง กระบวนการ ขั้นตอนทางกฎหมายมันค่อนข้างนาน เนื่องจากท่านต้องมาดูว่าเรื่องไหนที่ท่าน ควรจะใช้บังคับหรือไม่ อย่างไร ซึ่งหน่วยงานที่จะใช้บังคับตามกฎหมายฉบับนี้มีจำนวนมาก การแก้ไขหรือการเสนอร่างกฎกระทรวงย่อมมีปัญหาในการบังคับใช้

สุดท้ายแล้วผมขออนุญาตเรียนว่าเนื่องจากกฎหมายหลาย ๆ ฉบับ มีหลักเกณฑ์ไว้อยู่แล้ว อย่างเช่น ในเรื่องของการจ้างเหมาบริการ เพราะฉะนั้นหน่วยงาน ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ไม่ว่ากระทรวงการคลังเอง กรมบัญชีกลาง ถ้าเกิดท่านมองในแง่ของมิติ ภาครัฐในเรื่องของการคุ้มครองแรงงานด้วย ผมคิดว่าไปปรับแก้ตรงนั้นน่าจะเหมาะสมที่สุด หรือว่าในกรณีของข้าราชการเองถ้าท่านไปใช้ในเรื่องของการคุ้มครองแรงงาน ท่านก็สามารถ ไปพิจารณาตามกฎหมายของท่านเองได้ในเรื่องของระเบียบข้าราชการพลเรือนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการเสนอแก้ไขตรงนี้จะทำให้กฎหมายมีความขัดแย้งกันเอง ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านที่ ๒ กรรมาธิการที่สงวนความเห็น เชิญคุณณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส ครับ

นายณรงฤทธิ์ วรรณโส กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายณรงฤทธิ์ วรรณโส กรรมาธิการวิสามัญ สัดส่วน จากกระทรวงแรงงาน กระผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าในส่วนของกระผมเองเห็นด้วย ที่จะให้มีการคุ้มครองพนักงานจ้างเหมาหรือแรงงานจ้างเหมาบริการ ซึ่งเป็นไปตามร่างเดิม ก็คือร่างของท่านประธาน ท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ และคณะ เหตุผลก็เนื่องจากแรงงาน กลุ่มนี้ถูกหน่วยงานของรัฐบางส่วนเอาเปรียบในเรื่องของสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน ในบางส่วน ในบางเรื่อง ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ เนื่องจากหน่วยงานเหล่านี้ปฏิบัติต่อแรงงาน หรือพนักงานจ้างเหมาเหมือนกับลูกจ้างในภาคเอกชน ตัวเลขของแรงงานกลุ่มนี้ที่มีการจ้าง ที่มีการรวบรวมอยู่มีประมาณ ๑.๔ แสนคน ตัวเลขที่รวบรวมได้นะครับ แต่ความเป็นจริง มีการประเมินว่ามีประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน เรื่องการไม่ได้รับการคุ้มครองก็มี การร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่หลายครั้ง ไปร้องเรียนที่ คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งกระทรวงแรงงานเอง แม้ศาลปกครอง ในหลายคดีและศาลแรงงานจะมีแนวคำพิพากษาตัดสินว่าราชการที่มีการจ้างเหมาบริการ แรงงานกลุ่มนี้แล้วปฏิบัติกับเขาเฉกเช่นลูกจ้างภาคเอกชน มันก็คือการจ้างแรงงานนั่นเอง ฉะนั้นหน่วยงานของรัฐก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน โดยเฉพาะกฎหมายคุ้มครอง แรงงานซึ่งมีมาตรฐานขั้นต่ำให้แรงงานทุกคนทั้งภาคเอกชนต้องปฏิบัติตาม แต่เนื่องจากเรา เข้าใจดีการทำงานในภาครัฐเองไม่ได้ทำงานมุ่งหา แสวงหาผลกำไรทางเศรษฐกิจเหมือนกับ เอกชนทั่ว ๆ ไป ฉะนั้นขอบเขตการคุ้มครองลูกจ้าง พนักงานจ้างเหมาจึงเอาเฉพาะส่วนที่ เป็นสาระสำคัญ เช่น ค่าตอบแทนการทำงานอย่างน้อยต้องได้รับค่าแรงขั้นต่ำ มีวันหยุด วันลาต่าง ๆ วัน เวลาพักต่าง ๆ ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำจริง ๆ ส่วนมาตรฐานขั้นสูงก็เป็นเรื่อง ที่หน่วยงานสามารถไปคุยหรือตกลงกับทางพนักงานจ้างเหมาหรือแรงงานจ้างเหมาได้อยู่แล้ว เงื่อนไขในการคุ้มครองก็คือว่าหน่วยงานของรัฐที่มีการจ้างต้องเป็นการจ้างบุคคลธรรมดา เท่านั้น ไม่ใช่เป็นการจ้างนิติบุคคล โดยจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายวัน รายเดือน รายชั่วโมง และที่สำคัญที่ทำให้แรงงานกลุ่มนี้เป็นสัญญาจ้างแรงงานก็คือหน่วยงานเหล่านั้น เป็นผู้ควบคุม กำกับดูแลการทำงานของจ้างเหมาบริการ อันนี้จะสอดคล้องกับหลักการ คุ้มครองตามคำพิพากษาศาลปกครอง ศาลฎีกา รวมทั้งแนวข้อหารือกฤษฎีกาที่ออกมาว่า หน่วยงานของรัฐต้องให้การคุ้มครองแรงงานจ้างเหมาบริการ โดยเฉพาะสิทธิประกันสังคม ซึ่งมีการบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน คือความเป็นนายจ้าง ลูกจ้าง ต้องส่งเงินสมทบตามมาตรา ๓๓ แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน อันนี้ถ้าเรามีการคุ้มครองแรงงานกลุ่มนี้จะทำให้แรงงาน จ้างเหมาบริการได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกับเรื่องสิทธิของประกันสังคม เราเข้าใจดีว่า การออกกฎหมายในส่วนนี้จะมีผลกระทบเราจึงต้องไปออกกฎหมายลำดับรองก็คือ กฎกระทรวง ซึ่งจะมีกระบวนการผ่านขั้นตอน ครม. แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ

สุดท้าย เรื่องของการบังคับใช้กฎหมายลักษณะข้อพิพาท ถ้าหากหน่วยงาน ของรัฐไม่ทำตามก็สามารถเสนอเรื่องไปที่ศาลแรงงาน เพื่อบังคับสิทธิตามที่กฎหมาย หรือตามที่กฎกระทรวงกำหนด ซึ่งก็สอดคล้องกับอะไรครับ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาความแรงงาน ในมาตรา ๘ สอดคล้องกับ แนวคำพิพากษาของศาลแรงงาน ศาลปกครองที่ให้ตีความวินิจฉัยว่าสิทธิเกี่ยวกับแรงงาน ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานก็ต้องให้ศาลแรงงานวินิจฉัยตัดสิน การคุ้มครองแรงงาน จ้างเหมาสอดคล้องกับหลักการของร่างกฎหมายที่กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานเคยจัดทำมา แล้วก็มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง หลายหน่วยงาน หลายภาคส่วนก็ให้ความเห็นชอบ แต่เนื่องจากมีหลักการเช่นเดียวกับ ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการเสนอร่างมาในครั้งนี้ คือร่างเดิมที่สภาผู้แทนราษฎร รับหลักการในวาระที่หนึ่งมามีหลักการเดียวกัน เราก็มีการถอนเรื่องจาก ครม. เพื่อสภา ได้นำมาพิจารณาในครั้งนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวมากระผมจึงขอเรียนว่าก็อยากให้ สภาผู้แทนราษฎรรับร่างเดิมที่ทางสภาผู้แทนราษฎรรับหลักการมา คืออยากให้มีการ คุ้มครองแรงงานจ้างเหมาบริการครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ในมาตรานี้ยังมีสมาชิกจะขออภิปรายอีก ๖ ท่าน ผมจะเรียกตามลำดับนะครับ ท่านแรก ขอเชิญท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ใช้เวลา ๗ นาที เชิญครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ขออนุญาตอภิปรายพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานในร่างนี้ ขอเรียนอย่างนี้นะครับ ในส่วนของหลักการที่ว่า บุคคลควรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกันในงานลักษณะเดียวกัน ในประเทศนี้ควรจะยึดถือหลักนี้ เนื่องจากว่าหลักการนี้เคยได้รับการรับรองจากกติกา ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ข้อ ๗ บัญญัติไว้ว่า รับรองสิทธิของทุกคนที่มีสภาพการทำงานยุติธรรมน่าพึงพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกันสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่ากัน โดยปราศจากความแตกต่างในเรื่องใด สำหรับประเทศไทยนั้นมีความเหลื่อมล้ำในเรื่องของ การจ้างงานเอกชน สมมุติว่าเป็นลูกจ้างเอกชน เป็นบริษัทมารับจ้างเหมาภาครัฐ ตัวลูกจ้าง เป็นพนักงานบริษัท มีสิทธิได้วันลา วันหยุด มีสิทธิเรื่องของการป่วย เจ็บไข้ การลาได้เงิน มีสวัสดิการต่าง ๆ คุ้มครองแรงงานได้ทั้งหมด แต่ถ้าเปลี่ยนกันในตำแหน่งเดียวกัน ถ้าให้ บุคคลธรรมดาเป็นลูกจ้างเหมาภาครัฐ ก็จะเกิดคำว่าไม่มีวันลา ไม่มีวันหยุด เจ็บป่วยรักษาเอง ขาดงานไม่ได้ค่าจ้าง และสิ้นสุดระยะการทำงานแล้วไม่มีหลักประกันใด ๆ นี่คือความเหลื่อมล้ำ ที่ขัดกับในส่วนหลักการที่ผมกล่าวข้างต้น

ถ้าเราดูย้อนหลังไปเมื่อปี ๒๕๔๑ หลังจากเหตุการณ์ต้มยำกุ้ง คณะรัฐมนตรี มีมติที่จะให้ลดกำลังภาครัฐ แล้วก็เกิดมติคณะรัฐมนตรีที่ให้จ้างเหมางานภาครัฐได้ ต่อมา ปี ๒๕๔๘ ก็เริ่มมีการดำเนินการอย่างจริงจัง และปี ๒๕๔๙ ได้เกิดการร้องเรียนถึงความ ไม่เป็นธรรมมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มที่ว่าสวัสดิการที่ไม่เท่าเทียมกัน ถ้าเราดูย้อนหลังไปในส่วนของลูกจ้างแรงงานต่างด้าวที่ MOU ถ้าเขาสังกัดบริษัทที่เป็น เอกชนจะได้รับค่าตอบแทน ค่าจ้าง สวัสดิการมากกว่าลูกจ้างเหมางานภาครัฐที่ไม่มี สวัสดิการ ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลา เจ็บป่วยรักษาเอง ไม่มีหลักประกันความมั่นคงใด ๆ ไม่ได้รับเลื่อนตำแหน่งที่จะเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้น การเติบโตไม่มี สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของมนุษย์

เมื่อสักครู่ทางผู้สงวนในส่วนของคณะกรรมการกฤษฎีกาได้โต้แย้งมา หลายครั้งว่าจะให้ตัดออก แล้วไปพูดถึงเชิงเทคนิคทางกฎหมายว่าจะเป็นข้อยุ่งยากสำหรับ การที่จะไปแก้ไขกฎกระทรวงอะไรมากมาย ผมว่านั่นไม่ใช่นะครับ สิ่งที่สำคัญคือเราต้อง รักษาความเป็นมนุษย์ให้เท่าเทียมกันในผืนแผ่นดินของเรา ในประเทศของเรา เทคนิค ทางกฎหมายเป็นเรื่องรอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย ก็ต้องแก้ สภานิติบัญญัติแห่งนี้เป็นสภาที่ ต้องการคุ้มครองสิทธิทางแรงงาน ไม่ใช่เป็นสภาเทคนิคทางกฎหมาย ถ้าอย่างนั้นเอาไหมครับ ให้กฤษฎีกาเป็นลูกจ้างเหมาทั้งหมด ถามว่างานจะคืบหน้าไหม ไม่คืบหน้าครับ นี่คือสิ่งสำคัญ ผมอยากให้พยายามย้อนหลังไป เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่มีเผยแพร่มาของเพจ ครูวันดี เขารับสมัครครู ๒ อัตรา วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน ๖,๐๐๐ บาท เป็นกระแส Drama ใน Social media เพราะอะไรครับ ทำไมครูจบปริญญาตรีได้เงินเดือน ๖,๐๐๐ บาท ทำไม ไม่เท่ากับลูกจ้างอื่นในการจ้างเหมางานภาครัฐ นี่คือสิ่งสำคัญที่ความเหลื่อมล้ำ ครูพี่เลี้ยง ใน กทม. ที่มีอยู่จำนวนมากก็ต้องถูกจ้างระบบนี้ ขาดงานไม่ได้เงิน พนักงานขับรถ ภารโรง ในสภาแห่งนี้ก็มีนะครับ ในส่วนของพนักงานโสตทัศนูปกรณ์ พนักงานเสิร์ฟ ตรงนี้ที่มา ร้องเรียนต่อผม นี่คือความไม่เท่าเทียมกันในการจ้างงานขึ้นมา

ดังนั้นในวันนี้ผมขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการที่กรุณาร่างออกมา มาตรา ๓ แก้ไขเป็นมาตรา ๔ เลยนะครับ และคุ้มครองมากอย่างกว้างขวาง มากไปกว่า การจ้างเหมางานภาครัฐ ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการวิสามัญที่ทำ ขอบคุณท่านประธาน และถึงอย่างไรก็แล้วแต่ถ้าเสียงข้างน้อยที่บอกว่าจะไปร่างท่านประธานหรือท่านวรศิษฎ์ นี่ครับ ผมก็ยังเห็นด้วย อาจจะได้ประมาณ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็เห็นด้วย เนื่องจากร่างที่ท่านวรศิษฎ์ร่างนั้นคล้ายกับร่างที่ผมแปรญัตติไป ซึ่งเป็นร่างที่ คล้ายกับร่างของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ร่าง และผมก็ร่วมปรึกษาหารือมา เป็นระยะในส่วนนี้ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ วันนี้เป็นวันที่เราต้องการที่จะคุ้มครองแรงงาน จ้างเหมางาน ไม่ใช่ ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่เป็นประมาณ ๑ ล้านคน แล้วคนเหล่านี้เราจะปล่อย ให้ถูกกดขี่ทางด้านแรงงานอยู่ได้อย่างไร จะอ้างสิทธิเพียงแค่ในส่วนของเทคนิคทางกฎหมาย แล้วกัน ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ สภาผู้แทนราษฎรเป็นสภาที่จะต้องออกกฎหมายในการแก้ไข ปัญหาของประเทศชาติ สร้างความเป็นจริงและเป็นธรรม ไม่ใช่ออกกฎหมายเพื่อคุ้มครอง เทคนิคทางกฎหมายและความไม่ประสงค์ที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เพราะเขา ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ผมขอเรียนว่าถ้าเป็นไปได้ให้ยืนยันตามร่าง ของทางกรรมาธิการ แต่ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไร เป็นในร่างของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็คือ ของท่านประธาน ผมก็ยินดี และจะเป็นวันแรกที่ปักหมุดในการที่จะคุ้มครองแรงงาน จ้างเหมางานภาครัฐให้ได้รับความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้นครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายแรงงาน ในมาตรานี้ผมขออนุญาต ให้ความเห็นอย่างนี้ครับ กฎหมายแรงงานเป็นกฎหมายที่มุ่งหวังจะคุ้มครองแรงงานโดยทั่วไป ไม่ว่าท่านจะเป็นแรงงานที่อยู่ในส่วนราชการ อยู่ในรัฐวิสาหกิจ หรืออยู่ในภาคเอกชน ก็สมควรที่จะได้รับความคุ้มครองโดยทั่วถึงกัน ถ้าหากเราดูจากหลักการที่พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้มีการนำเสนอเข้าสู่สภา ผมขออนุญาตอ่านเพื่อเป็นการย้ำว่ากฎหมายฉบับนี้ มีเจตนาคุ้มครองแรงงานโดยทั่วไป กฎหมายแรงงานในอดีตอาจจะเน้นไปที่ภาคเอกชน แต่โดยหลักการของกฎหมายฉบับนี้ประสงค์จะให้ครอบคลุมแรงงานทุกประเภท ไม่ว่า จะเป็นอยู่ในหน่วยงานใดหรือถูกจ้างโดยวิธีใด ใน (๑) นั้นเขียนไว้ชัดเจนครับท่านประธาน แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานให้ใช้บังคับรวมถึงราชการส่วนกลาง ราชการ ส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ในกรณีที่หน่วยงาน ข้างต้นได้มีพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือกฎหมายอื่นใช้บังคับแล้ว ให้ใช้กฎหมายนั้น แต่หากมีบทบัญญัติใดกำหนดสิทธิประโยชน์ของผู้ปฏิบัติงาน แรงงาน ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง หรือมาตรฐานในการคุ้มครองแรงงานต่ำกว่า ที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ด้วยหลักการมาตรฐานที่อยู่ในพระราชบัญญัติฉบับนี้คือมาตรฐานขั้นต่ำ ที่ไม่ว่าลูกจ้าง หรือข้าราชการ หรือผู้ใด ถ้าทำงานแล้ว เป็นแรงงานแล้วต้องได้รับความคุ้มครองไม่ต่ำกว่า กฎหมายฉบับนี้ แต่ในร่างที่มีการแก้ไขเข้ามาแล้วยื่นสู่สภาในมาตรานี้ อยู่ช่วงหนึ่งที่ผม เข้าใจว่าจะไม่ตรงกับหลักการนี้ คือท่านมีการแก้ไขว่าพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่การจ้างแรงงานทุกประเภท ซึ่งผมคิดว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว แต่ในวรรคต่อไปท่านบอกว่ารัฐมนตรีจะออกกฎกระทรวงมิให้ ใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมดหรือบางส่วนแก่นายจ้างประเภทหนึ่งประเภทใดก็ได้ ก็เลย ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการที่แก้ไขอย่างนี้มามีจุดประสงค์อย่างไร เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ในกฎหมายแรงงานเป็นการคุ้มครองในเรื่องขั้นต่ำอยู่แล้ว การให้มีการออกกฎกระทรวง เพื่อยกเว้นก็หมายความว่าจะยกเว้นความคุ้มครองขั้นต่ำของลูกจ้างบางประเภทที่ทำงาน ให้กับนายจ้างบางประเภทหรือไม่ อย่างไร ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะไม่ตรงกับหลักการที่ได้รับ จากสภาแห่งนี้ เนื่องจากตอนที่ผ่านสภาแห่งนี้เขียนไว้ชัดเจนว่าประสงค์จะให้คุ้มครอง นายจ้างทุกประเภทโดยไม่มีข้อยกเว้น และมาตรฐานที่อยู่ในพระราชบัญญัติคือมาตรฐาน ขั้นต่ำแล้วจึงไม่สมควรที่จะมีข้อยกเว้นแต่อย่างใด โดยความเห็นของผมข้อความที่ว่า รัฐมนตรีจะออกกฎกระทรวงมิให้ใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน แก่นายจ้างประเภทหนึ่งประเภทใดก็ได้ สมควรที่จะตัดออก ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุรวาท ทองบุ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้ ใช้ความพยายามอยู่หลายรอบ ตามที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่านได้อภิปรายไปก็มีเหตุผลที่ น่าจะรับฟังได้ แล้วข้อสงสัยนั้นก็คงจะมีคนตอบ กรรมาธิการตอบคำถามที่มีคำถาม ในส่วนตัว ของผมที่จะขออนุญาตแลกเปลี่ยนวันนี้ วันนี้เรามีอยู่ ๓ ร่างที่จะร่วมกันพิจารณา คือให้ ตัดออกแล้วไปใช้ข้อบังคับตามพระราชบัญญัติเดิม มีของท่านประธานวรศิษฎ์ แล้วก็ร่างของ กรรมาธิการเสียงข้างมากที่มีมติมา เรียนอย่างนี้ครับว่าขณะนี้ลูกจ้างที่อยู่ในส่วนราชการ หรือในหน่วยงานในกำกับของรัฐ หรือราชการส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น อะไรทั้งหลาย จริง ๆ แล้ว มีทั้งการจ้างหลายแบบ หลายประเภท ผมแอบเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่โอบรับเอาการจ้างทุกประเภท ไม่ใช่เพียงการจ้างแบบเหมาบริการ เรียนอย่างนี้ว่าการจ้าง ประเภทอื่น ๆ ถ้าเราจะเห็นชอบกับร่างท่านประธานวรศิษฎ์ก็คือจะคุ้มครองเฉพาะการจ้าง ของส่วนราชการที่เป็นการจ้างเหมาบริการ แต่ว่าไม่ได้โอบรับ ไม่ได้คุ้มครองการจ้างอื่น ๆ โดยเฉพาะวันนี้แทบทุกส่วนราชการ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการหรือ สพฐ. ที่พูดถึง กันบ่อย ที่ผ่านมามีการจ้างแบบการจ้างชั่วคราว แล้วก็จ้างเหมาบริการ แต่พอมาถึง ปีงบประมาณ ๒๕๖๘ จึงมีการเปลี่ยนการจ้างจากการจ้างชั่วคราวมาเป็นจ้างเหมาบริการ ถ้าดูผิวเผินแล้วเหมือนจะดีว่าเปลี่ยนจากการจ้างชั่วคราวมาเป็นเหมาบริการแล้วจะได้รับ การคุ้มครองจากกฎหมายนี้ แต่ขณะนี้ก็มีการเรียกร้องว่ามีความต้องการที่จะให้กระทรวง ให้ สพฐ. กลับไปจ้างแบบจ้างชั่วคราว เพราะการจ้างชั่วคราวนั้นทำให้เขาได้รับเงินสมทบ กองทุนประกันสังคม เขาจึงอยากไปตรงนั้น ทีนี้ปรากฏว่าข้อเท็จจริงการจ้างทั่วไปมีหลายตำแหน่ง การจ้างที่มีค่าตอบแทนต่ำ แล้วก็ยังไม่ได้รับ การคุ้มครอง ยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกับผู้ได้รับการจ้างตามกฎหมายคุ้มครอง แรงงาน ซึ่งก็ถือว่ายังไม่โอบรับคนกลุ่มที่เป็นการจ้างชั่วคราว เพราะฉะนั้นถ้าหน่วยงานรัฐ ต้องการลดภาระเรื่องงบประมาณอะไรทั้งหลายก็กลายเป็นว่าจะเปลี่ยนการจ้างเหมาบริการเดิม ไปเป็นการจ้างชั่วคราวเสีย เพื่อที่จะสามารถให้ค่าตอบแทน ค่าจ้างอะไรต่ำกว่าที่กฎหมายนี้ คุ้มครอง ที่กฎหมายนี้บังคับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมค่อนข้างจะเห็นต่างกับท่านธีรัจชัย เพื่อนสมาชิก พรรคเดียวกันกับผมนิดหนึ่งว่าถ้าจะกลับไปใช้ร่างของท่านวรศิษฎ์ก็เห็นด้วยครับว่ามันยังได้ บางส่วน แต่ว่าก็ยังไม่ครอบคลุมบางส่วน แต่ผมอยากจะให้ข้อมูลอีกว่าลูกจ้างหรือพนักงาน อีกกลุ่มหนึ่งของส่วนราชการ ในมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ วันนี้มีพนักงานมหาวิทยาลัย ที่ไม่ใช่ราชการ แล้วก็ไม่มีกฎหมายของตัวเองที่จะคุ้มครองพวกเขา ถ้าถูกไล่ออกหรือถูกประเมิน ให้ไม่ผ่านแล้วก็ไม่จ้างงานต่อก็จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อะไร ไม่ได้รับการคุ้มครองอะไร

เพราะฉะนั้นแล้วผมจึงเรียนทุกท่านว่าเป็นไปได้อยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้ลงมติ เห็นชอบกับร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่แก้ไขมาให้ครอบคลุมการจ้างทุกประเภท ให้กับราชการทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ เพราะว่าอย่างที่ผม กราบเรียนว่าเป็นห่วง กลายเป็นว่าหน่วยงานเหล่านั้นแทนที่จะจ้างเหมาบริการก็กลับไปจ้าง แบบอื่น แล้วก็ไม่ถูกบังคับโดยกฎหมายนี้ ลูกจ้างเหล่านั้นจะถูกทอดทิ้งไป ทำให้ไม่มีความมั่นคง ในชีวิต ขาดขวัญและกำลังใจ เพราะฉะนั้นผมจึงเชียร์ว่าให้ได้กรุณาพิจารณาลงคะแนนเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ เชิญครับ

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน และประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่กำลังรับชมการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในขณะนี้ ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร แบบแบ่งเขต เขต ๑๖ ผู้แทนประชาชนจากเขตคลองสามวา พรรคประชาชน ท่านประธานคะ ดิฉัน ขอลุกขึ้นเพื่ออภิปรายสนับสนุนร่างที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว และเป็นร่างที่ ดิฉันและเพื่อนสมาชิกทุกคนอ่านแล้วรู้สึกมีความหวังว่าในอนาคตลูกจ้างเหมาบริการ ที่กำลังเฝ้ารอกฎหมายฉบับนี้อยู่จะต้องรู้สึกชื่นชมยินดี แต่ดิฉันก็ต้องขอลุกขึ้นมานิดหนึ่ง เมื่อได้ทราบว่ามีการจะเปลี่ยนกลับไปร่างแรก ซึ่งแน่ละว่ามีเจตนาที่ดี มีเจตนาที่จะคุ้มครอง ลูกจ้างเหมือนกัน แต่ว่ายังไม่ครอบคลุมค่ะ เวลาเราออกกฎหมายกันเรามักจะนึกว่าเราควร จะต้องออกกฎหมายไปที่ขอบชายสุดเพื่อที่จะช้อนทุกคนเข้ามา เพื่อที่จะคุ้มครองทุกคน เข้ามาให้ได้มากที่สุด เมื่อไรที่เราออกกฎหมายในลักษณะที่มีการยกเว้นมากขึ้นเท่าไรจะยิ่งมี คนที่เสียสิทธิตรงนั้นไปมากเท่านั้น หากเรายืนหยัดตามสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณา เสร็จแล้วอย่างรอบคอบ ทุกท่านมาจากทุกภาคส่วน ทุกพรรค แล้วก็มาจากภาคประชาชน ที่ทำงานด้านนี้มานาน เราจะเห็นว่ากฎหมายที่อิงตามมาตรานี้จะเป็นความก้าวหน้าอย่างแท้จริง ในการยกระดับสิทธิและศักดิ์ศรีของแรงงานที่ถูกมองข้ามมานาน พี่ ๆ อาสาสมัครศูนย์เด็กเล็ก นักการภารโรงต่าง ๆ เขาเฝ้ารอที่จะได้รับสิทธิเสมอกับคนอื่น วันนี้จะเป็นโอกาสที่เราจะได้คืนสิทธิให้กับพวกเขาและยืนหยัดว่าสภาแห่งนี้นั้นเห็นคน เท่ากันค่ะ ดิฉันอยากเห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราออกกฎหมายที่รอบคอบ แล้วก็ ไม่มีช่องโหว่ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ยิ่งเราออกกฎหมายได้รอบคอบ รัดกุมเท่าไร เรายิ่งเสียเวลาในสภาแห่งนี้น้อยลงเท่านั้น งบประมาณที่ประชาชนจ่ายมาให้พวกเรา เพื่อออกกฎหมายไม่ควรที่จะออกกฎหมายซ้ำซ้อน ซ้ำซาก ออกตรงนี้ต้องไปแก้ตรงนั้นอีก หากเราทำได้รัดกุมมากพอเราจะไม่ต้องมีการแก้ไขกฎหมายซ้ำกันหลาย ๆ ครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันก็เห็นด้วยว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่พี่น้องแรงงานโดยเฉพาะลูกจ้างเหมาบริการ เฝ้ารอมาเนิ่นนาน และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นที่ดีเป็นก้าวสำคัญในการปักหมุดหลักประกันด้านแรงงาน สำหรับอนาคตประเทศไทยให้กับพวกเขา แต่หากพวกเราจะออกกฎหมายให้ละเอียดมากขึ้น และครอบคลุมมากขึ้นโดยการยืนตามร่างที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว ดิฉันมั่นใจ ว่าเราจะได้ออกกฎหมายที่ทุกคนมีความภาคภูมิใจที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน แล้วพ่อแม่ พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านก็จะได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ดิฉันขอกล่าว ทั้งหมดนี้ฝากไว้ในสภาแห่งนี้ ฝากข้อสังเกต ขอสนับสนุนเสียงของกรรมาธิการส่วนใหญ่ ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ เชิญครับ

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมุทรปราการ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลท้ายบ้าน ปากน้ำ บางเมือง บางโปรง บางด้วน พรรคประชาชน ดิฉันขอร่วมอภิปราย สนับสนุนมาตรา ๓ ของร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ด้วยความ เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรานี้คือกลไกสำคัญที่จะหยุดการละเมิดสิทธิแรงงานภาครัฐ และสร้างมาตรฐานขั้นต่ำในการจ้างงานที่เป็นธรรมค่ะ เพราะมาตรานี้คือหัวใจที่จะช่วย ปลดล็อกความเหลื่อมล้ำของแรงงานไทยที่ถูกแยกออกจากการคุ้มครองตามกฎหมาย มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะแรงงานในภาครัฐที่อยู่ในสถานะของผู้รับเหมา แรงงานจ้างเหมา หรือพนักงานชั่วคราว ที่วันนี้ไม่มีหลักประกันสิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งสิทธิลาป่วย ลาคลอด ประกันสังคม หรือแม้แต่การได้รับค่าจ้างขั้นต่ำที่สมเหตุสมผลค่ะ มาตรา ๓ วางหลักไว้ ชัดเจนว่าจะต้องจัดให้แรงงานทุกประเภทได้รับสิทธิประโยชน์ไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ประเด็นสำคัญที่ดิฉันอยากจะเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการผ่านมาตรานี้ ก็คือ

ประเด็นที่ ๑ แรงงานในหน่วยงานของรัฐกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อลดต้นทุน โดยรัฐเอง หน่วยงานภาครัฐจำนวนมากหันมาใช้การจ้างเหมาบุคคลธรรมดาแทนการบรรจุ เป็นพนักงานประจำ ทั้ง ๆ ที่ลักษณะงานมีความต่อเนื่อง ความถาวร และอยู่ใต้การบังคับบัญชา อย่างชัดเจน แต่แรงงานเหล่านี้กลับไม่ได้รับการคุ้มครองใด ๆ เพราะติดช่องว่างทางกฎหมาย มาตรา ๓ นี้จะมาแก้ปัญหาตรงจุดนี้โดยบังคับให้หน่วยงานของรัฐต้องกำหนดเงื่อนไข ในสัญญาที่ผู้รับจ้างต้องได้รับสิทธิประโยชน์ไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด เพื่อให้รัฐไม่เป็นผู้ละเมิดสิทธิแรงงานเสียเอง

ประเด็นที่ ๒ มาตรานี้ไม่ขัดกับระบบราชการ แต่เป็นการอุดช่องโหว่ให้เกิด ธรรมาภิบาลด้านแรงงาน การให้รัฐมีอำนาจในการออกกฎกระทรวงยกเว้นบางส่วนได้ ถือเป็นการสร้างความยืดหยุ่นในทางปฏิบัติ ไม่ใช่การยกเว้นโดยเสรี เพราะยังมีข้อกำหนด ขั้นต่ำที่รัฐจะต้องถือปฏิบัติต่อแรงงานคือสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐาน เช่น วันหยุด ค่าจ้างขั้นต่ำ เวลาทำงาน และความปลอดภัย สิ่งนี้สอดคล้องกับหลักการบริหารราชการแผ่นดินยุคใหม่ ที่รัฐไม่ควรละเมิดสิทธิแรงงานภายใต้ข้ออ้างของการลดต้นทุนหรือข้อจำกัดทางกฎหมาย

ประเด็นที่ ๓ นี่คือก้าวแรกของการคุ้มครองแรงงานถ้วนหน้า ประเทศไทย ไม่สามารถพูดถึงความเท่าเทียม ความยุติธรรม หรือการพัฒนาที่ยั่งยืนได้เลย หากยังมี แรงงานบางกลุ่มโดยเฉพาะในหน่วยงานภาครัฐเองที่ไม่มีแม้แต่สิทธิลาป่วย การโหวต เห็นชอบกับมาตรานี้คือการประกาศต่อสาธารณชนว่ารัฐไทยจะไม่ผลักภาระโดยการใช้ แรงงานอย่างไม่เป็นธรรมอีกต่อไป เราจะไม่ยอมให้รัฐกลายเป็นนายจ้างที่เอาเปรียบลูกจ้าง ด้วยการใช้กฎหมายเป็นเกราะกำบัง

ท่านประธานคะ ในขณะที่เรากำลังพิจารณากฎหมายฉบับนี้อยู่มีแรงงาน หลายแสนคนที่ทำงานให้กับหน่วยงานของรัฐแต่ยังไม่ได้รับการคุ้มครองที่เหมาะสม พวกเขา ทำงานหนักค่ะ มีความทุ่มเท แต่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามสมควร ยกตัวอย่างจากเคสที่ดิฉัน ได้ไปพบมาในพื้นที่ แม่บ้านทำงานในเทศบาลมาหลายปี จัดว่าเป็นผู้รับเหมา ไม่มีสิทธิลาป่วย ลาคลอด แล้วเมื่อเจ็บป่วยจากการติดเชื้อโควิดถูกเลิกจ้างงานทันที ไม่มีการเยียวยาใด ๆ ครูอัตราจ้างในโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐทำงานเหมือนครูประจำทุกประการ ได้ค่าจ้าง เพียงเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท ไม่มีประกันสังคม ต้องรอลุ้นทุกปีว่าสัญญาจะถูกต่อหรือไม่ พนักงานไอทีในกรมของรัฐถูกจ้างในนามที่ปรึกษาภายนอก ทั้ง ๆ ที่งานประจำก็นั่งทำ โต๊ะเดียวกันกับข้าราชการประจำ อยู่ภายใต้คำสั่งหัวหน้าโดยตรงเหมือนกัน แต่ว่างานประจำ ของเขากลับไม่มีสวัสดิการหรือหลักประกันใด ๆ มารองรับเขาเลย แรงงานเหล่านี้ไม่ได้ เรียกร้องสิทธิที่เกินตัวเลยนะคะ พวกเขาเพียงแค่เรียกร้องให้รัฐปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่หลบเลี่ยงความรับผิดชอบ ผ่านข้ออ้างทางกฎหมายหรือช่องโหว่ทางสัญญา หากรัฐสภาจะไม่รับมาตรานี้จะเกิดอะไรขึ้นคะ รัฐจะยังคงจ้างงานในนามผู้รับเหมาโดยไม่ต้องคำนึงถึงสวัสดิการขั้นต่ำหรือมาตรฐานแรงงาน ใด ๆ ซึ่งจะทำให้คนจำนวนมากในหน่วยงานรัฐยังคงอยู่กับสภาพกึ่งบังคับให้ทำงานเต็มเวลา เสี่ยงเท่ากัน เหนื่อยเท่ากัน แต่ได้รับสิทธิไม่เท่ากัน ความเหลื่อมล้ำจะฝังลึกในโครงสร้าง ของประเทศ โดยที่รัฐเองกลับกลายเป็นนายจ้างที่เอาเปรียบลูกจ้างมากที่สุด ลูกจ้างภาครัฐ จำนวนมากต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงในชีวิต ไม่มีหลักประกันรายได้ที่แน่นอน ความเหลื่อมล้ำ ในสถานที่ทำงาน ทำงานเท่ากันแต่ได้รับสิทธิไม่เท่ากัน ความเจ็บป่วยที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง ด้านสุขภาพที่เหมาะสม หรือความไม่มั่นคงในวัยชราเพราะไม่มีเงินบำนาญหรือไม่มีเงินทดแทน สุดท้ายผลที่จะตามมาก็คือคุณภาพการให้บริการของภาครัฐจะลดลงเพราะไม่มีคนที่มี ศักยภาพเข้ามาทำงานให้กับรัฐ และสุดท้ายคนที่ทำงานอยู่ก็ไม่มีขวัญกำลังใจค่ะ แล้วเรา ไม่สามารถที่จะไปเรียกร้องให้นายจ้างเอกชนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างมีศักดิ์ศรีได้เลยถ้ารัฐ ยังเป็นผู้ละเมิดสิทธิของแรงงานเสียเอง ดิฉันขอเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร โหวตเห็นชอบกับมาตรานี้เพื่อความเป็นธรรมของแรงงาน สร้างมาตรฐานให้ทุกคนได้รับ การคุ้มครองแรงงานที่เท่าเทียมกัน ประเด็นที่ ๒ เพื่อความเข้มแข็งของระบบราชการ สร้างแรงจูงใจให้คนที่มีศักยภาพ คนเก่ง ๆ เข้ามาทำงานกับภาครัฐ และประเด็นที่ ๓ ความก้าวหน้าของประเทศ สร้างฐานแรงงานที่มีคุณภาพและมีขวัญกำลังใจในการพัฒนา ประเทศของเรา

ท่านประธานคะ ดิฉันขอให้ทุกท่านระลึกว่าการลงทุนในการคุ้มครองแรงงาน คือการลงทุนในอนาคตของประเทศค่ะ แรงงานที่ได้รับการคุ้มครองที่ดีจะมีประสิทธิภาพ ในการทำงานสูงขึ้น มีความผูกพันกับองค์กรมากขึ้น สร้างความมั่นคงให้กับสังคมโดยรวมได้ การผ่านมาตรา ๓ ครั้งนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรยืนหยัดเคียงข้างแรงงาน และจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบแรงงานในรูปแบบอื่นใดอีกต่อไป วันนี้จะเป็นวันสร้าง ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในการคุ้มครองสิทธิแรงงานไทย เราจะสร้างระบบแรงงานที่ทุกคน ได้รับการเคารพและได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้าง ชั่วคราว หรือผู้รับเหมาบริการ มาตรา ๓ นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ถ้อยคำทางกฎหมายเท่านั้น แต่มันคือหลักประกันสิทธิ หลักประกันศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ใช้แรงงาน ที่เราทุกคน ในห้องประชุมนี้มีหน้าที่ร่วมกันผลักดันให้เป็นจริง ดิฉันขอเชิญชวนให้เพื่อนสมาชิกทุกท่าน โหวตเห็นชอบมาตรา ๓ เพื่อแสดงเจตจำนงร่วมกันว่ารัฐไทยจะไม่ละเลยต่อความทุกข์ยาก ของพี่น้องแรงงานอีกต่อไป เราจะไม่หลบอยู่กับหลังคำว่าข้อจำกัดในระบบราชการ แต่เรา จะเดินหน้าปฏิรูประบบการจ้างงานภาครัฐให้มีความเป็นธรรม สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่สุด เพื่อแรงงานไทยทุกคน ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และครูผู้ดูแล จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านสุดท้าย ท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญครับ

นายสหัสวัต คุ้มคง กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน จริง ๆ ผมเป็น กรรมาธิการร่างนี้ด้วยครับ แล้วก็อยู่ในกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็ไม่ได้สงวนความเห็นเอาไว้ เลยต้องมาใช้สิทธิในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการอภิปรายครับ คือกรรมาธิการชุดนี้ เสียงข้างมากก็ได้ผ่านกฎหมายการร่างแก้ไขมาตรา ๓ นี้ออกมา โดยจุดมุ่งหมายของร่าง มาตรา ๓ คือการสร้างมาตรฐานให้กับการคุ้มครองแรงงาน ไม่ว่าจะในภาครัฐและเอกชน มันคือมาตรฐานขั้นต่ำที่จะต้องมีการขีดเส้นร่างไม่ให้มีการคุ้มครองแรงงานที่ต่ำกว่านี้ ซึ่งวันนี้ ก็มีความเห็นต่างในชั้นกรรมาธิการ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยบางท่านก็บอกว่ามันมีกฎหมาย แยกเฉพาะ แต่จริง ๆ แล้วถ้ากฎหมายของหน่วยงานไหนดีอยู่แล้วคุณก็ใช้อันนั้นไป อันนี้ ต้องเป็นเส้นขั้นต่ำที่ต้องไม่มีใครในประเทศนี้มีการคุ้มครองแรงงานที่ต่ำกว่านี้ครับ หลักการ ของร่างกฎหมายที่แก้ไขมาในชั้นกรรมาธิการเสียงข้างมาก หลักการมันง่ายมากแค่นี้เลยครับ เพราะปัจจุบันมีพนักงานราชการ พนักงานลูกจ้างประจำ อะไรเยอะแยะมากมาย ที่ลาป่วยยังไม่ได้เลยครับ ทำงานแทบตาย OT ก็ไม่ได้ ประกันสังคมก็ไม่มี ไม่มีอะไรเลย แล้วแถมหลายคนจำนวนมากเงินเดือนของเขาต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ รัฐบาลนี่ รัฐในฐานะของนายจ้างจริง ๆ แล้วต้องเป็นผู้นำ ต้องเป็นคนที่ทำให้เอกชนเห็นว่าการจ้างงานที่มีคุณภาพ การจ้างงานที่มีมาตรฐานเป็นอย่างไร ถ้ารัฐเองยังไม่สามารถทำให้เกิดมาตรฐานการจ้างงาน การคุ้มครองแรงงานที่มีประสิทธิภาพได้ เราจะบอกเอกชนอย่างไรครับว่าให้ทำตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เราจะพูดเรื่องนี้กันได้ เต็มปากเต็มคำจริง ๆ หรือครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ มาตรฐานขั้นต่ำจึงเป็นสิ่งที่ต้องมีได้แล้ว คือเรื่องนี้เขามีทั่วโลกครับ มีกันทั่วโลก มีเส้นขั้นต่ำใครจะได้เกินก็เกินไป แต่ว่าต้องไม่มีใคร ในประเทศนี้ที่ได้รับการคุ้มครองแรงงานต่ำกว่าเส้นมาตรฐานที่ควรจะมี และจริง ๆ ผมก็ยัง สงสัยอยู่ว่าการแบ่งแยกความคุ้มครองระหว่างแรงงานภาครัฐ แรงงานภาคเอกชนมีความเสี่ยง ในการขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ หรือเปล่า เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ยังสงสัยอยู่ แล้วอย่างที่ผม บอกไปแรงงานภาครัฐจำนวนมากไม่มีเสถียรภาพ ถ้าเป็นนิยามก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นแรงงาน ที่ถูกเรียกว่า Precarious หรือว่าแรงงานไร้เสถียรภาพ ที่ไม่มีความมั่นคง คนกลุ่มนี้ต่อสัญญา ไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ไม่รู้วันดีคืนดีจะถูกยกเลิกสัญญาการทำงานเมื่อไร ลูกจ้างภาครัฐ จำนวนมากไม่มี Career Path ด้วยซ้ำว่าจะต้องเติบโตในสายการงานอย่างไร ทำงานมา ๒๐ ปี ๓๐ ปีอยู่ที่เดิม แล้วพอไม่มีการคุ้มครองแรงงานในแรงงานภาครัฐ พนักงานดับเพลิงบางที เงินเดือนหลัก ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาท แต่ต้องไปทำงานเสี่ยงตาย ไม่มีกฎหมายอะไรคุ้มครอง เขาเลย ประกันสังคมก็ไม่มี เรากำลังปล่อยให้คนเป็นล้านล้านอยู่ในสภาวะการจ้างงานที่ ไม่เป็นธรรมแบบนี้ มีความเสี่ยงในชีวิตแบบนี้ โดยที่จะไม่มีอะไรคุ้มครองจริง ๆ หรือครับ ผมคิดว่าร่างที่กรรมาธิการเสียงข้างมากคิดมา ร่างแก้ไขเป็นร่างที่กำลังเซตมาตรฐาน และทำให้เกิดก้าวสำคัญในการแก้ไขคุณภาพชีวิตของแรงงานทั้งประเทศ การสร้างมาตรฐาน การจ้างงาน มาตรฐานการคุ้มครองแรงงานเป็นสิ่งที่ประเทศเราควรจะมีตั้งนานแล้ว ประเทศเราเป็น ๑ ในประเทศสมาชิกขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ เป็นรุ่นจัดตั้งเลย เป็นสมาชิกมาหลายสิบปีเราควรจะเป็น ๑ ในประเทศที่ยืนหยัดภาคภูมิบนเวทีโลกว่าเราเป็น สมาชิกรุ่นเก่าแก่ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ และเรามีมาตรฐานการจ้างงาน การคุ้มครองแรงงานที่ดีอันดับต้น ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดีระดับต้น ๆ ของเอเชีย แล้วก็ต้องเริ่มที่ภาครัฐได้แล้วครับ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากในหลาย ๆ มิติ ทั้งมิติทางสังคม ถ้าเกิดคนทำงานในหน่วยงานรัฐยังไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีเขาจะให้บริการ ประชาชนได้อย่างดีได้อย่างไร ยังไม่มีความมั่นคงในชีวิตเขาจะจับจ่ายใช้สอยกับสร้างเศรษฐกิจ ให้กับประเทศนี้ได้อย่างไร เรื่องนี้สำคัญมาก ผมขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนครับ แม้วันนี้จะได้ข่าวมาว่าจะไม่ผ่านร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่ขอให้ท่าน ทุกคนผ่านร่างนี้เพื่อให้คนนับล้าน ๆ คนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อทำให้ประเทศนี้มีเส้น ขั้นต่ำของการคุ้มครองแรงงาน ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องสร้างมาตรฐานการคุ้มครองแรงงาน ขึ้นมาจริง ๆ เสียที ท่านประธานครับ เราเพิ่งผ่านร่างนิรโทษกรรมที่แบ่งแยกคนที่ไม่คุ้มครอง คนทุกกลุ่ม อย่าทำให้เกิดร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่แบ่งแยกคนอีก อย่าทำให้เกิด ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ทำให้เกิดคนตกหล่นอีก ประเทศนี้มีคนตกหล่น มีคนถูกเพิกเฉย มีคนถูกละเลย มีความไม่ได้มาตรฐานมากเกินไปแล้วครับ ขอให้สภาแห่งนี้สร้างมาตรฐาน การคุ้มครองแรงงานที่ควรจะมีในประเทศนี้ตั้งนานแล้ว โดยการโหวตให้กับกรรมาธิการ เสียงข้างมากครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ กรรมาธิการจะตอบ เชิญครับ

นางสาวณัฎฐา มหัทธนา กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณค่ะ ณัฎฐา มหัทธนา กรรมาธิการ ดิฉันขอชี้แจงเพื่อสนับสนุนร่างของท่านวรศิษฎ์ ซึ่งเป็นร่างหลักที่รับเข้ามา พิจารณาในชั้นกรรมาธิการ แล้วต่อไปนี้ก็คือเหตุผล วันนี้ทางสภาเรามี ๓ ทางเลือกหลัก ทางเลือกแรก ก็คือที่ท่านชนิสร์ กฤษฎีกาประจำคณะกรรมาธิการ ได้อภิปรายเอาไว้ว่าไม่ควร มีการแก้ไขเลย

-๖๘/๑

ทางเลือกที่ ๒ ที่ดิฉันจะพูดถึงก็คือร่างหลักของท่านวรศิษฏ์ ซึ่งจะมี การครอบคลุมเฉพาะในส่วนที่เป็นการจ้างเหมาบริการและเป็นการจ้างเหมาบริการที่มี การควบคุม กำกับในการทำงานให้ได้รับสิทธิประโยชน์ไม่ต่ำกว่าใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน

ทางเลือกที่ ๓ เป็นร่างของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งดิฉันไม่เห็นด้วยนั้น อยู่ในมือของทุกท่านแล้วนะคะ จะเป็นการก้าวเข้าไปครอบคลุมพนักงานลูกจ้างทุกประเภท ในหน่วยงานราชการทุกหน่วยงาน ซึ่งจะมีปัญหาสำคัญบางประการ จริง ๆ แล้วท่านชนิสร์ ก็ได้กล่าวไว้แล้ว

ดิฉันจะบอกว่าถ้าจะทำให้ถูกต้องในทางหลักการมากที่สุดจะต้องเป็นไป ตามที่ท่านชนิสร์ว่าไว้คือการไม่ไปแก้ไขอะไรเลย เหตุผลเนื่องจากว่าทุก ๆ ประเภทการจ้างงาน ที่มีอยู่ในหน่วยงานภาครัฐนั้นมีจุดประสงค์ของมันเอง และแต่ละการจ้างงานมี Package ที่แตกต่างกัน เราไม่ควรจะทำให้ประชาชนสับสนด้วยการบอกว่าการได้รับสิทธิประโยชน์ ไม่เท่ากัน ได้เงินไม่เท่ากัน วันหยุดไม่เท่ากัน คือความเหลื่อมล้ำหรือการที่เรามองมนุษย์ ทุกคนไม่เท่ากัน อันนี้เป็นการสร้างความเข้าใจผิด จริง ๆ แล้วแต่ละประเภทการจ้างงานนั้น มี Package ของมันเอง ทุก ๆ คนคงเคยมีประสบการณ์ ทำไมในงานเดียวกันการจ้างโดย เอกชนให้เงินเดือนสูงกว่ามาก แต่คนหลาย ๆ คนก็เลือกที่จะไปเป็นข้าราชการ นั่นก็เพราะว่า ใน Package ที่ราชการนำเสนอนั้นตรงกับความต้องการของเขา ในขณะที่บางคนก็เลือก ที่จะละทิ้ง Package ที่ราชการเสนอซึ่งมีสวัสดิการที่ดีมาก ๆ แต่ว่าไปเลือกทำงาน ในบริษัทเอกชนที่อาจจะมีสวัสดิการที่แย่กว่าแต่ให้เงินเดือนที่สูงกว่า ก็ตอบโจทย์ตาม ความต้องการของแต่ละคน สิ่งนี้เรียกว่ากลไกตลาด และไม่ได้เป็นการมองคนไม่เท่ากัน แต่อย่างไร อย่างไรก็ดีในความเป็นภาครัฐเราก็ได้มีการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ทุกคนด้วยการมี พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานนี่ละค่ะ เพื่อที่จะคุ้มครองการจ้างงานในภาคเอกชน โดยเฉพาะการจ้างที่เป็นการจ้างประจำ ดังนั้นเมื่อเราจะนำสิ่งนี้ไปเปรียบเทียบกับการจ้างงาน ในราชการ แล้วบอกว่าถ้าไม่เอา พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานไปควบคุมการจ้างงานในหน่วยงาน ราชการซึ่งมี พ.ร.บ. อื่นคุ้มครองอยู่แล้วทั้งหมดจะเป็นการไปสร้างปัญหาใหม่

อย่างไรก็ดีเท่าที่พูดมาถึงตอนนี้หลายท่านอาจจะสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นทำไมดิฉัน ไม่เห็นด้วยกับทางกฤษฎีกาที่บอกว่าก็ไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย จริง ๆ แล้วเห็นด้วยในเชิงหลักการ แต่เราก็ไม่ควรจะตึงตัวขนาดนั้น เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่ามีประชาชนคนไทยเกือบครึ่งล้านคน ก็กำลังประสบปัญหาจากการถูกจ้างงานผิดประเภท ขอย้ำนะคะ การจ้างงานผิดประเภท ก็คือการไปจ้างเขาเป็นลูกจ้างเหมาบริการ ทั้ง ๆ ที่งานนั้นจำเป็นต้องมีลูกจ้างประจำอยู่ แต่การจ้างงานผิดประเภทนี้เกิดจากปัญหาในที่อื่นค่ะ เกิดจากนโยบายของ ก.พ. ที่ให้ลด อัตรากำลังไปเยอะมากเกินกว่าที่ภาครัฐจะบริหารจัดการได้ หรือบางครั้งก็เกิดจากการ บริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพเอง จำเป็นต้องใช้คนที่มากกว่านั้น ก็จะต้องไปจ้างด้วยวิธีแบบนี้ แล้วก็ยังมีกฎที่อยู่ในกรมบัญชีกลางอีกที่สมควรจะได้รับการแก้ไข รวมถึงกฎในกระทรวงต่าง ๆ ที่ถ้าเกิดว่าอยากจะรับรองสิทธิของพนักงานเหล่านั้นก็ทำได้นะคะ ดิฉันขอให้ไปดูสำนักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เขามีการจ้างเหมาบริการเหมือนกัน แต่มีการดูแล ลูกจ้างดีกว่าหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งทุกหน่วยงานในประเทศสามารถเอาตรงนั้นเป็น Model แล้วก็ ทำตามได้หมด แต่เมื่อในวันนี้เรายังมีปัญหาจริง ๆ อยู่ก็คือมีลูกจ้างถูกละเมิดด้วยการจ้างงาน ผิดประเภทแบบนี้ จึงเป็นสาเหตุให้ดิฉันสนับสนุนร่างของท่านประธานวรศิษฎ์ ซึ่งเหมือนเป็น การมาเจอกันตรงกลาง อาจจะไม่ได้ตรงกับหลักการเป๊ะ เพราะจริง ๆ เราก็ไม่ควรจะเอา พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานไปล่วงล้ำกับกฎหมายที่มี พ.ร.บ. เท่า ๆ กันกำกับอยู่ แต่มันเป็น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แล้วก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะไปบิดอะไรนิดหน่อยเพื่อที่จะให้ แก้ปัญหาที่มันก้อนใหญ่พอก็คือประชาชนหลายแสนคนที่ถูกจ้างในลักษณะนี้อยู่ การเลือกโหวตสนับสนุนร่างของท่านวรศิษฎ์คือการช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากับลูกจ้าง ที่ถูกจ้างเหมาบริการและถูกกำกับเหมือนลูกจ้างประจำเลย แต่ว่าไม่ได้มีสวัสดิการเท่ากัน แต่จะไม่เป็นการไปสร้างปัญหาใหม่ด้วยการไปทำลายกลไกตลาด ไปทำลายระเบียบการจ้าง ไปทำลายสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ในหน่วยงานราชการที่เขาจัด Package เอาไว้แล้วค่ะ เขาจัด Package เอาไว้แล้วว่าเขาจะให้สิทธิประโยชน์กับข้าราชการอย่างไร พนักงานราชการ อย่างไร การจ้างชั่วคราว ลูกจ้างประจำ การจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบหรือควบคุมงาน อย่างไร บางครั้งคนเราเวลาถูกจ้างในระยะสั้นสิทธิประโยชน์ที่เขาได้อาจจะไม่ใช่วันหยุด วันลา ไม่ใช่วันลาคลอด หรือไม่ใช่ OT แต่คือเงินค่าจ้างในอัตราที่สูงกว่า และนั่นก็เป็น ทางเลือกของคนทุก ๆ คนที่ควรจะมีสิทธิที่จะเลือกได้

ดังนั้นดิฉันจึงอยากขอสรุปว่าที่สนับสนุนร่างที่เป็นร่างหลักที่กรรมาธิการ รับเข้ามาพิจารณาก็เพราะว่าเป็นการแก้ปัญหาที่มีอยู่จริงคือปัญหาการจ้างงานผิดประเภท ในพนักงานจ้างเหมาได้ แต่จะไม่เป็นการไปสร้างปัญหาใหม่ในแบบที่ร่างที่กรรมาธิการส่วนใหญ่ ได้เห็นชอบมาก็คือการเขียนคลุมไปหมดเลย ด้วยการใช้คำว่าลูกจ้างทุกประเภท ทุกประเภท คือใครบ้าง แต่ละกระทรวงต้องไปดู ด้วยการใช้คำว่าต้องได้สิทธิประโยชน์เท่ากับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ทั้ง ๆ ที่ใน Package ที่เขาได้มานั้นอาจจะมีสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ตรงกันเป๊ะ ๆ เท่านั้นเอง และการไม่รับร่างที่ กมธ. เสียงส่วนใหญ่ เห็นชอบคือการไม่ผลักปัญหาไปให้กับรัฐมนตรีในทุก ๆ กระทรวง เพราะในร่างนั้นไปเขียน ไว้ว่าต้องทำตามนี้ ต้องให้สิทธิประโยชน์ลูกจ้างทุกประเภทเท่ากับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน แต่ให้รัฐมนตรีในแต่ละกระทรวงมีสิทธิที่จะออกกฎกระทรวงมายกเว้นการบังคับได้ นั่นคือ การไปเปิดกล่องปัญหาใหม่ที่ไม่เคยมีอยู่ก่อน เป็นการไปเปิดกล่องปัญหาใหม่และผลักภาระ ให้กับรัฐมนตรีซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะออกกฎมาอย่างไร แล้วเมื่อออกกฎมาแล้วจะมีข้อร้องเรียน มีคดีความเกิดขึ้นหรือไม่ ต้องเป็นปัญหาในการตีความกันอีก ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่ว่ามา ดิฉันเห็นว่าร่างของท่านประธานวรศิษฎ์นั้นตอบโจทย์ทั้งการแก้ปัญหาที่มีอยู่จริง ไม่เป็น การบิดหลักการมากจนเกินไป และไม่สร้างปัญหาใหม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เหลือท่านกรรมาธิการที่จะขอชี้แจงอีก ๓ ท่าน อย่างไรก็ช่วยกระชับหน่อยนะครับ ท่านต่อไป ท่านสุเทพ อู่อ้น เชิญครับ

นายสุเทพ อู่อ้น กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น กรรมาธิการ ก่อนอื่นผมเองในฐานะที่เป็นคนใช้แรงงานและได้มาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในชุดที่ ๒๕-๒๖ ตอนนี้เป็นผู้แทนนอกสภา อย่างนี้นะครับ ท่านประธานเรียนไปถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในสภา จากการที่ผมเองได้รับเกียรติ เป็นประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน ในชุดที่ ๒๕ เราได้รวบรวมปัญหาของการจ้างงาน ไม่ว่าจะภาคเอกชน ไม่ว่าในส่วนของรัฐ รัฐภูมิภาค และในส่วนของรัฐวิสาหกิจ เห็นได้ ชัดเจนนะครับ ตัวเลขพนักงานราชการมีอยู่ประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ คน แล้วก็พนักงาน กระทรวงสาธารณสุขประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ คน ประกันสังคม ๔,๕๐๐ คน รวมทั้งเหมาช่วง เหมาบริการ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน รวม ๆ แล้วหลักล้าน คนเหล่านี้ได้มีการยื่นเรื่องร้องเรียน มาโดยตลอดผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึงปัญหาที่เกิดขึ้นของการมีกฎหมายที่เหลื่อมล้ำ ในกรรมาธิการเองต้องขอบคุณท่านประธานและทุกคน เราใช้ความพยายามในการที่จะแก้ไข ปัญหาให้มัน Cover ทุกภาคส่วน จะเห็นได้ว่ากฎหมายเราเข้าสู่สภารอบนี้เป็นรอบที่ ๓ แล้ว รอบที่ ๑ รอบที่ ๒ นั้นอาจจะมองว่าไม่ครอบคลุมทุกภาคส่วน เราจึงใช้ความพยายาม ในการประชุมวิสามัญ ใช้เวลานานอยู่พอสมควร จนทำให้เสียงส่วนใหญ่นั้นเข้าใจถึงปัญหา และความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับการจ้างงานในส่วนของภาครัฐ รัฐภูมิภาค และรัฐวิสาหกิจ จะเห็นได้ว่าการให้ข้อมูล ขออนุญาตที่เอ่ย เกี่ยวกับกฤษฎีกาว่าถ้าเกิดเป็นการใช้กฎหมาย แล้วมีความซ้ำซ้อน มีการจ้างงานที่ทำให้เวลาออกคำสั่งนั้นบิดเบี้ยว ก็ต้องถามกลับไปว่าแล้วที่ผ่านมาปล่อยให้มี การจ้างงานเอารัดเอาเปรียบลักษณะนี้ได้อย่างไร ฝั่งกระทรวงแรงงานก็เช่นกันนะครับ บอกว่า มีระบบประกันสังคมถ้วนหน้า ซึ่งถามจริง ๆ แล้ววันนี้เหมาช่วง เหมาบริการ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน ยังไม่ได้เข้าถึงประกันสังคมเลย ที่พูดถึงนั้นเป็นเพียงความคิดเห็นในชั้นต้นขณะนี้เท่านั้นเอง แต่เราต้องการที่จะแก้ไขปัญหาในภาพรวมให้ดีที่สุด คนเหล่านั้นเป็นลูกเป็นหลานของพวกเรา ผมเชื่อมั่นในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ เพราะผมเองใช้ความพยายามร่วมกัน ในการที่จะศึกษาและจะให้เกิดกฎหมายดี ๆ ที่จะออกไปบังคับใช้ ผมคิดว่าการแก้ปัญหา ลักษณะนี้เป็นการแก้ที่ระบบซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจ้างงานที่ยั่งยืน เหมือนท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่มีการพูดในสภา ณ ปัจจุบันที่ผ่านมาว่ากฎหมายฉบับนี้นั้นเป็นกฎหมายที่ดี รวมทั้งพรรคต่าง ๆ ผมในฐานะคนใช้แรงงานอีกครั้งหนึ่ง อยากวิงวอนท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เราจะทำกฎหมายเหล่านี้ออกไปเพื่อที่จะใช้ปฏิบัติในส่วนของภาคเอกชน ผมมาจากลูกจ้างในโรงงานมีกฎหมายที่คุ้มครอง พอมาเข้าสู่ในระบบราชการเห็นระบบ การจ้างงานที่มีความเหลื่อมล้ำ เราจึงใช้ความพยายามนำเสนอว่าถ้าอย่างนี้เราควรมี กฎหมายที่เป็นขั้นต่ำ หลายท่านที่ได้มีการนำเสนออาจจะไม่เข้าใจ เพราะหลายท่านไม่เคย ผ่านการจ้างงานเหมาช่วง เหมาบริการ ไม่เคยถูกจ้างงานแบบผม Subcontract เรารู้ เราเดือดร้อน เรามีโอกาสมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและได้มีโอกาสเป็นกรรมาธิการ วิสามัญแล้ว เราต้องการจะผลักดันให้เกิดการจ้างงานที่ดี หลายคนบอกว่ามีระเบียบ มีสวัสดิการจ้างในกฎหมายของภาครัฐดีอยู่แล้ว ถามจริง ๆ ครับว่าดีตรงไหน สิ่งที่ดีดีสำหรับ ข้าราชการที่มีการจ้างงานที่มั่นคง ที่มีระบบรักษาพยาบาลที่ยั่งยืน ต้องขอชมระบบ การรักษาพยาบาล ๓๐ บาท ทำไมไม่มีการเลือกปฏิบัติสำหรับประชาชนที่ไม่มีสิทธิ รักษาพยาบาล ผมพูดเรื่องนี้เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่าเราต้องการให้เกิดกฎหมายดี ๆ ที่เป็น มาตรฐาน ไม่ว่าจะภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ รัฐภูมิภาค รัฐวิสาหกิจ นี่คือความตั้งใจ ผมจึงขออนุญาตจากท่านประธานอยากจะสื่อสารไปในเรื่องเหล่านี้ให้เกิดความเข้าใจว่า ที่ผ่านมาเรายังมีปัญหา อุปสรรคอีกมากมายที่จะต้องแก้ไขให้เหล่านั้น ซึ่งผมเองกับทาง เครือข่ายพนักงานราชการได้ส่งตัวแทนมาร่วมในครั้งนี้ คุณปรารถนา บัวดี ท่านให้ข้อมูลเรา ชัดเจน แล้วได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าสำนักงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นกรมบัญชีกลาง ไม่ว่าจะเป็นการบริหาร ก.พ. ต่าง ๆ ซึ่งก็ให้ข้อมูลกับกรรมาธิการวิสามัญ เราใช้ความพยายาม ทำข้อมูลจนเห็นได้ว่ากรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบ จึงจะฝากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า เราได้ใช้ความพยายามแล้วในการทำหน้าที่ เพื่อที่จะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าใจ กฎหมายที่จะออกไปสู่ภาคปฏิบัติกับพี่น้องการจ้างงาน เราต้องการเห็นสิ่งเปลี่ยนแปลง เหล่านี้ที่เกิดขึ้นในยุคนี้เพื่อสร้างการจ้างงานในยุคหน้าที่มั่นคงต่อไปครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรรณวิภา ไม้สน เชิญครับ

นางสาววรรณวิภา ไม้สน กรรมาธิการ

ขออภัยค่ะท่านประธาน นาน ๆ จะเป็นกรรมาธิการเสียงข้างมากสักทีนะคะ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก จะขอตอบท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ที่สอบถามมา เมื่อสักครู่ในเรื่องของวรรคสอง ที่เขียนไว้ว่า รัฐมนตรีจะออกกฎกระทรวงมิให้ใช้บังคับกับ พระราชบัญญัตินี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแก่นายจ้างประเภทหนึ่งประเภทใดก็ได้ อันนี้ไม่ใช่ เรื่องใหม่ค่ะ เป็นเรื่องที่อยู่ใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับปัจจุบันอยู่แล้ว เพื่อให้ยืดหยุ่น ในการบริหารงาน ก็คือมีหลายฉบับที่เขียนไว้ว่าไม่ให้บังคับกับกฎหมายนี้ ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ในการบริหารงานภาครัฐต่าง ๆ นานาอาจจะต้องคำนึงถึงเรื่อง งบประมาณ อย่างเช่น การจ่ายค่าชดเชยหรือการจ่ายค่าอื่น ๆ ที่จะเพิ่มเติมขึ้นมา ก็เลยเขียน ก๊อบปี้มาจากกฎหมายตัวเดิมที่ใช้อยู่ ณ ปัจจุบันนี้เลยค่ะเข้ามาวางไว้ในกฎหมายฉบับนี้ด้วย เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการบริหารงานของฝ่ายบริหาร ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสุดท้าย ท่านณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ขออนุญาต พาดพิงครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้เขาชี้แจงเสร็จก่อนครับ

นายณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส จากกระทรวงแรงงาน กรรมาธิการวิสามัญ ผมขอนำเรียน ชี้แจงประเด็นที่ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สนับสนุนร่างของท่านประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นร่างหลักในการพิจารณา ขอเรียนอย่างนี้ว่าในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะกระทรวงแรงงาน แรงงานภาครัฐหรือบุคลากรภาครัฐมีหลายกลุ่ม ที่สำคัญก็คือ กลุ่มข้าราชการ กลุ่มลูกจ้างประจำ กลุ่มลูกจ้างชั่วคราว กลุ่มพนักงานราชการ และกลุ่มพนักงาน หน่วยงานของรัฐ ตามกฎหมายที่มีการจัดตั้งขึ้นนั้น ๆ ขอเรียนว่าสิทธิประโยชน์ สภาพการจ้าง ของคนกลุ่มเหล่านี้มีกฎหมาย มีกฎระเบียบที่ใช้บังคับอยู่ ฉะนั้นถ้าพนักงาน ข้าราชการ ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการกลุ่มนี้เห็นว่าต่ำกว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานก็สามารถ นำไปยื่นเรื่องราวให้แก้ระเบียบในส่วนนี้ที่เกี่ยวข้อง ฉะนั้นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ไม่ได้ละเลยบุคลากรภาครัฐในส่วนนี้ แต่ว่าส่วนที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติจริง ๆ ก็คือ บุคลากรภาครัฐกลุ่มที่เป็นจ้างเหมาบริการ แล้วก็ที่สำคัญที่มีการคุยกันโดยเฉพาะนักกฎหมาย เราห่วงอะไรครับ เราห่วงการขัดกันของกฎหมาย โดยเฉพาะร่างกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ มาตรา ๔ วรรคแรกและวรรคสาม เพราะว่าอะไร ในกฎหมายการจัดตั้งหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ มีกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนให้ยกเว้นไม่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ผมยกตัวอย่าง สัก ๒ พ.ร.บ. นะครับ ได้แก่ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๐ เขาบัญญัติว่าอะไร วรรคสอง กิจการของสำนักงานไม่อยู่ภายใต้ บทบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน แต่พนักงาน ลูกจ้างของสำนักงาน จะได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เขาเขียนไว้อย่างนี้ ฉะนั้นมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง วรรคสาม จะเกิดปัญหาประเด็นการขัดกันกับกฎหมายเฉพาะ อีกมาตราหนึ่ง ในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๓ เขียนไว้ เลยนะครับ กิจการของมหาวิทยาลัยไม่อยู่ภายใต้กฎบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง แรงงาน และยังมีกฎหมายเฉพาะที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่น ๆ ที่เขียนในทำนองเดียวกัน พ.ร.บ. จัดตั้งองค์กรมหาชน ปี ๒๕๔๒ ก็เช่นเดียวกัน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพนักงาน ลูกจ้าง หรือข้าราชการที่ทำงานหน่วยงานของรัฐนั้นจะถูกละเลยตามกฎหมายคุ้มครอง แรงงาน เวลาเขาออกกฎระเบียบเขาก็จะอิงกฎหมายคุ้มครองแรงงานนั่นละ เรียนที่ประชุม เพื่อทราบว่ากรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้พิจารณาดีแล้วว่าการคุ้มครองสามารถคุ้มครอง ในแต่ละส่วน แต่ละภาคตามที่กฎหมายระเบียบกำหนดไว้ มีปัญหาจริง ๆ ก็คือกรณีจ้างเหมา บริการ ซึ่งเป็นจ้างทำของ ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง ปี ๒๕๖๐ ซึ่งเขาเขียนว่าเป็นจ้างทำของ แต่ว่าปฏิบัติจริง ๆ เป็นจ้างแรงงาน ลูกจ้างหรือแรงงานกลุ่มนี้จึงถูกละเลย ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง และข้อเท็จจริงแล้วเขาคือลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน กราบเรียนเพื่อพิจารณาครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวเอาพาดพิงก่อน เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ต้องขออนุญาตขอบพระคุณทางกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่กรุณาให้ข้อมูลนะครับ แต่ผมเข้าใจว่าน่าจะมีความคลาดเคลื่อนอยู่ เพราะว่าการที่อ้าง เป็นการอ้างตาม พ.ร.บ. แรงงานฉบับเดิม ซึ่งมีการเขียนอย่างนี้ว่า มาตรา ๔ พระราชบัญญัตินี้ มิให้ใช้บังคับแก่ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ นอกจากกรณีตามวรรคหนึ่งจะออกกฎกระทรวงมิให้ใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมด หรือบางส่วนแก่นายจ้างประเภทใดก็ได้ อันนั้นคือกฎหมายเดิมนะครับ แต่เมื่อกฎหมาย ฉบับนี้ท่านได้กำหนดหลักการใหม่ว่าให้มีการครอบคลุมนายจ้างทุกประเภท เมื่อหลักการ ของท่านใน (๑) เขียนชัดเจนว่าให้คุ้มครองทุกประเภท จะเป็นราชการส่วนกลางก็ดี ราชการ ส่วนภูมิภาคก็ดี รัฐวิสาหกิจก็ดี หรือหน่วยงานของรัฐอื่นใดก็ดี ให้ครอบคลุมทั้งหมด ในเมื่อ หลักการของพระราชบัญญัติฉบับนี้ของท่านมีเจตนาจะให้คุ้มครองแรงงานทุกประเภท กับทุกนายจ้าง ดังนั้นการมีข้อยกเว้นอยู่ต่อจึงเป็นส่วนที่ขัดกับหลักการที่ท่านได้เสนอต่อสภา แห่งนี้ แล้วก็ขัดกับหลักความชอบธรรมที่สมควรจะคุ้มครองแรงงานทุกประเภทกับนายจ้าง ทุกประเภท ตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งถือว่าเป็นการคุ้มครองขั้นต่ำอยู่แล้ว ส่วนที่ท่านอ้างว่า การที่ต้องเขียนไว้เพราะบางครั้งมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็น ข้ออ้างที่ไม่สามารถจะกล่าวต่อสาธารณชนหรืออธิบายให้วิญญูชนฟังได้ เนื่องจากถ้าหากว่า เป็นเรื่องแรงงานจริง ๆ ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ก็คงจะไม่มีผู้ใดขัดข้องในการที่จะจัดสรร งบประมาณเพื่อคุ้มครองแรงงาน ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอีก ๑ นาทีครับ เชิญครับ

นายสุเทพ อู่อ้น กรรมาธิการ

ขอ ๑ นาทีครับ กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น กรรมาธิการ จากเมื่อสักครู่ทางกระทรวงแรงงานที่บอกว่า เป็นเสียงส่วนน้อยได้คุยถึงเรื่องของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ว่าได้มีการดูแลโดยเฉพาะ การจ้างงานในส่วนของภาครัฐดีอยู่แล้ว มีสวัสดิการที่ดีและเหนืออยู่แล้ว ซึ่งเราไม่ติดขัดครับ สิ่งไหนที่เป็นเรื่องที่ดีกว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ถือปฏิบัติ เราเพียงแก้ไขกฎหมายขั้นต่ำ เพื่อจะให้มีบรรทัดฐาน โดยเฉพาะกระทรวงแรงงาน กฎหมายคุ้มครองแรงงานท่านถือ บังคับใช้กับภาคเอกชน ซึ่งก็ใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ดังนั้นในกรรมาธิการเสียงส่วนมาก เรามองว่าเราต้องการที่มีมาตรฐาน เหมือนที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบอก อยากเรียน ให้ทราบว่าจริง ๆ แล้วเราต้องการแก้ปัญหาโดยรวม โดยเฉพาะเงื่อนไขของกฎหมาย ที่ท่าน บอกว่าจะลดความสับสน นี่ละครับสิ่งที่เราจะเสนอเพื่อให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน เพื่อลด กฎหมายการจ้างงานที่ยิบย่อย ที่มีช่องโหว่ อะไรต่าง ๆ อยากเรียนท่านประธานไปถึง กระทรวงแรงงานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก ท่านกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ท่านยังติดใจอยู่ไหมครับ มีไหมครับ ไม่มี ท่านใดติดใจนะครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ณัฐวุฒิ ด้วยความเคารพครับ ท่านกรรมาธิการหลายท่านเป็นบุคคลภายนอก ท่านอาจจะไม่เข้าใจ คำถามของท่านประธาน ซึ่งท่านประธานถามถูกต้อง ผมจะให้ท่านประธานถามอีกสักรอบ ได้ไหมครับ เพื่อให้กรรมาธิการได้ยืนยันครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิก ท่านกรรมาธิการ ท่านชนิสร์ ท่านกาญจนา และท่านณรงค์ฤทธิ์ ท่านยังยืนยัน ไหมครับ ที่ท่านขอสงวนความเห็น หรือว่าท่านไม่ติดใจแล้ว จะได้ผ่าน มีท่านใดติดใจนะครับ

นายณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ผม ณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอยากให้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้โหวต ที่ผมได้สงวนความเห็นไว้ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้สงวนความเห็นยังติดใจคำชี้แจงนะครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการ

นายชนิสร์ คล้ายสังข์ กรรมาธิการ

ขออนุญาตครับท่านประธาน ผม ชนิสร์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายชนิสร์ คล้ายสังข์ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ผม ชนิสร์ คล้ายสังข์ กรรมาธิการ ผมก็ยังติดใจอยู่เนื่องจากมีกฎหมายเฉพาะอยู่แล้ว แล้วก็ปัญหาที่เกิดขึ้น ของการจ้างเหมาบริการเป็นเรื่องของการที่หน่วยงานของรัฐไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตาม กฎหมาย ไม่เป็นไปตามสัญญาเท่านั้นเอง ดังนั้นเราก็ควรจะแก้ไขโดยกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ก็ยังติดใจ ขออนุญาตตัดออกเหมือนเดิมครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขนะครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิสมาชิกได้อภิปรายในร่างมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ผมด้วยความเคารพท่านประธานครับ ต้องกราบขออภัยที่ลุกขึ้นล่าช้า เพราะกำลังดูว่าเราจะหาทางออกเรื่องนี้อย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมเคยเข้าไปร่วมประชุมกับกรรมาธิการ ต้องขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการได้กรุณาให้เกียรติผมได้ไป ร่วมประชุมกับกรรมาธิการในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะผมได้ตั้ง ข้อสังเกตแต่แรกว่าในชั้นรับหลักการเรารับหลักการไป ๒ ร่าง แล้วหลักการที่รับไปเอง มันย้อนแย้งกับกฎหมายหลัก กฎหมายหลักคือพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ปี ๒๕๔๑ โดยเฉพาะบทมาตรา ๔ ในบทมาตรา ๔ เขาเขียนไว้ชัดเจนว่าไม่ให้ใช้บังคับกับแรงงาน ภาครัฐกับกลุ่มที่อยู่ในการคุ้มครองของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์มิให้ใช้บังคับ พอเรามาเติม มาตรา ๔/๑ ไปเอาหน่วยงานภาครัฐเข้ามาใส่ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะแก้ไขปัญหาของ กลุ่มลูกจ้างภาครัฐที่เปลี่ยนการจ้างเป็นการจ้างเหมาบริการ เอากฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งวัตถุประสงค์หลักต้องการคุ้มครองภาคเอกชนมาเขียน ผมทักท้วงแต่แรกว่าน่าจะย้อนแย้งกัน และมีอีกร่างหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยนาม ร่างของท่าน สส. วรรณวิภา ไม้สน ที่รับไปในหลักการ แก้ไขมาตรา ๔ ใหม่หมดเลย ยกเลิกการคุ้มครองที่มิให้ใช้บังคับกับภาครัฐ เปลี่ยนมาใช้ คุ้มครองทั้งหมด กรรมาธิการก็เลยไปหาทางออกโดยนำร่าง ๒ ร่างมาผสมกัน แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมกราบเรียนท่านประธานไม่ว่าจะออกด้านใดมันก็มีปัญหาทุกด้าน ถ้าตามกรรมาธิการ เสียงข้างมากเปลี่ยนมาตรา ๔ ทั้งหมดก็คือเปลี่ยนหลักการที่เรารับมา ไม่เป็นประเด็นครับ ถ้าสภาแห่งนี้เห็นชอบก็เห็นชอบกับข้อสังเกต ก็สามารถรับได้ แต่ประเด็นก็คือว่าจะไปขัดกับ กฎหมายเฉพาะหลายฉบับเลย มันจะไปย้อนแย้งกับกฎหมายเฉพาะหลายฉบับ และเอา กฎหมายคุ้มครองแรงงานซึ่งมีบทมาตราอีกหลายมาตราที่เขียนไว้เป็นการเฉพาะสำหรับ ภาคเอกชนมาคุ้มครองภาครัฐ ซึ่งก็จะย้อนแย้งกันอีก ถ้าตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย หมายถึงร่างของท่านประธานคณะกรรมาธิการคือไม่แก้ไข รับร่างเดิมก็มีความย้อนแย้งกัน ระหว่างมาตรา ๔ กับมาตรา ๔/๑ มาตรา ๔/๑ ให้ใช้กับภาครัฐได้ มาตรา ๔ ใช้กับภาครัฐ ไม่ได้ แล้วบทมาตราอื่น ๆ ที่เขียนรองรับก็จะมีประเด็นที่เป็นปัญหาเช่นกัน ถ้าจะเอาตาม ท่านกฤษฎีกา ซึ่งท่านพยายามสู้มาตลอด แต่ว่าไม่มีทางออก ก็คือให้ยกเลิกทั้งหมด ไปยกเลิก มาตรา ๔/๑ ทั้งหมด เอาเฉพาะที่กรรมาธิการทำมาในมาตราอื่นรับได้ มันก็จะเป็นประเด็น เช่นกันว่าสภาแห่งนี้จะเห็นชอบอย่างไรใน ๓ แนวทางนี้ หลายท่านบอกว่าหาทางออก เอาตาม ร่างของท่านประธานคณะกรรมาธิการคือร่างแรกที่เรารับไปก่อนไหม แต่ผมตั้งข้อสังเกต กฎหมายฉบับนี้ในชั้นของเราไม่ว่าออกทางไหนเป็นประเด็น แต่ว่าโชคดีในการตรากฎหมาย ยังมีชั้นวุฒิสภามากรองอยู่ ถ้าสามารถขับเคลื่อนไปกรองในชั้นวุฒิสภา ปรับให้มันสอดรับกัน อาจจะเดินได้ อันนี้ผมตั้งข้อสังเกต ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญวิปตามสมาชิกตามห้องประชุมต่าง ๆ เข้าห้องประชุม เดี๋ยวผมรอนะครับ เนื่องจาก มาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มี การแก้ไขหรือไม่ กรณีที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไข ผมจึงจะถามจากที่ประชุมต่อไป ว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือของกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นนะครับ

ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่นะครับ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม แล้วก็กดปุ่มแสดงตน เลยครับ เข้ามาแล้วกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้ท่านประธานรอเพื่อนสมาชิกสัก ๔-๕ นาที สืบเนื่องจากยังติดประชุมคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการสามัญ รวมไปถึงคณะกรรมาธิการงบประมาณ ขอความกรุณาท่านประธาน ด้วยครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

รอครับ เข้ามาแล้วกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ แสดงตนกันเรียบร้อยแล้วขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๑๕ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นว่า ควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรให้มีการแก้ไขคือให้คงไว้ ตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนเลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนเรียบร้อยหรือยังครับ ลงคะแนนเรียบร้อยขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล เลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๔๐ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๙๔ ท่าน

นางทิพา ปวีณาเสถียร ลำปาง

ท่านประธาน ขออนุญาตค่ะ ๑๕๒ เห็นด้วยค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๕๒ เห็นด้วย บวกอีก ๑ ท่าน เป็น ๑๔๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๙๔ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน