พริษฐ์ เสนอพิจารณาร่างประชามติใหม่ ใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๘

พริษฐ์ วัชรสินธุ เสนอให้พิจารณาใหม่ต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่เคยถูกยับยั้ง โดยผลักดันให้ใช้เกณฑ์เสียงข้างมากเพียงชั้นเดียวเพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมและการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมผลักดันให้จัดประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ควบคู่กับการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อสะท้อนเจตจำนงของประชาชนและเร่งคลี่คลายปัญหาการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ขณะที่ย้ำความพร้อมของพรรคในการเสนอร่างกฎหมายและญัตติหลายฉบับ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงท่าทีชัดเจนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หลังผ่านร่าง พ.ร.บ. ประชามติ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

ได้ครับ เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตเสนอญัตติ ขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญขึ้นมา พิจารณาใหม่

ท่านประธานครับ ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผมเสนอในวันนี้เป็นร่างที่ความจริงแล้วสภาผู้แทนราษฎรของเราเคยได้ให้ ความเห็นชอบไปแล้วในวาระที่สาม แต่ว่าถูกยับยั้งไว้ ๑๘๐ วัน สืบเนื่องมาจากความเห็น ที่แตกต่างกันระหว่างเสียงข้างมากของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นด้วยกับการปรับกติกา ประชามติมาใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก ๑ ชั้น กับเสียงข้างมากของสมาชิกวุฒิสภาที่เห็นควร ให้คงกติกาประชามติไว้เป็นเกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้น ท่านประธานครับ ผมคงไม่ได้ใช้ เวลาเยอะในการมาอภิปรายว่าทำไมผมถึงเห็นด้วยกับการหันมาใช้กติกาเสียงข้างมาก ๑ ชั้น เพราะวันนี้ความจริงนับเป็นครั้งที่ ๖ แล้วครับ ท่ามกลาง ๑ ปีที่ผ่านมาที่ร่างนี้ถูกดึงกันไป ประชามติในเรื่องต่าง ๆ นั้นผ่านง่ายขึ้น แต่เหตุผลนั้นก็เป็นเพราะว่าเราต้องการให้ประชามติ ในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญหรือประชามติเรื่องต่าง ๆ ก็ตาม มีความเป็นธรรมมากขึ้น ระหว่างฝ่ายที่อยากจะเห็นประชามติผ่านกับฝ่ายที่อาจจะไม่อยากเห็น ประชามติผ่าน เพราะหากเรามีการเปลี่ยนมาใช้กติกาเสียงข้างมาก ๑ ชั้น การเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวจะเป็นการปิดช่องไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นได้ประโยชน์จากการรณรงค์ให้ พี่น้องประชาชนไม่ออกไปใช้สิทธิในการลงคะแนนเสียงประชามติ แต่จะเป็นกติกาที่ทำให้ ทุกฝ่ายนั้นมีแรงจูงใจที่ตรงไปตรงมาในการพยายามรณรงค์ทางความคิดของตนเอง และเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่คิดคล้ายกันให้ออกมาใช้สิทธิและลงคะแนนเสียงให้ได้ เยอะที่สุด

ดังนั้นในวันนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเรา ในสภาแห่งนี้ ทั้ง ๔๐๙ คน ที่เคยลงมติเห็นชอบกับร่างดังกล่าวอย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อไม่ถึง ๑ ปีก่อน วันที่ ๒๑ สิงหาคม ปี ๒๕๖๗ จะยังคงยืนยันจุดยืนเดิมของตนเอง และร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ก็จะสามารถผ่านความเห็นชอบ ของสภาไปได้และถูกบังคับใช้ แต่ท่านประธานครับ เพียงแค่ประเทศเรามี พ.ร.บ. ว่าด้วย การออกเสียงประชามติฉบับใหม่นั้นไม่เพียงพอครับ ถ้าเราอยากให้ประเทศเราดีขึ้น เราทุกฝ่ายในสภาแห่งนี้ รวมถึงรัฐบาลก็ต้องมาร่วมกันมองไปข้างหน้าว่าเราจะใช้ประโยชน์ จาก พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับใหม่อย่างไร เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศนี้ และให้กับพี่น้องประชาชนได้ ผมไม่ปฏิเสธว่าปัญหาเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาเรื่องความมั่นคง ณ เวลานี้เป็นปัญหาเร่งด่วนมากที่ไม่สามารถรอได้ และพรรคประชาชนก็พร้อมจะช่วยขบคิด ช่วยหาทางออกในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าหลายเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าระบบการเมืองของเรานั้น ก็มีปัญหาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ทำให้คะแนนความโปร่งใส ของประเทศเราต่ำสุดในรอบ ๑๐ ปี ไม่ว่าจะเป็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโกงคดีเลือก สว. ที่ยังคาใจพี่น้องประชาชน หรือไม่ว่าจะเป็นในกรณีปัญหาตึก สตง. ที่ถล่มลงมา แล้วยังคงมี หลายเรื่องที่ไร้คำตอบและไร้ผู้รับผิดชอบ หากท่านประธานลองวิเคราะห์ต่อเกี่ยวกับเหตุการณ์ ที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมาเมื่อสักครู่ ท่านประธานจะเห็นภาพชัดครับว่าสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงปัญหา ทั้งหมดที่ผมยกตัวอย่างมานั้นก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ดังนั้นผมเข้าใจดีว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้ได้ทุกปัญหา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่เราใช้กันอยู่นั้น ณ เวลานี้ได้กลายมาเป็นผลไม้พิษที่ไปส่งเสริม หรืออย่างน้อยที่สุด ก็เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในการเมืองไทยที่ประชาชนเห็นตามหน้าข่าวทุกวัน แล้วทำให้เขาเริ่มรู้สึกหมดหวังกับอนาคตของประเทศนี้มากขึ้นกว่าเดิม และไม่ว่าเรา จะแก้ปัญหานี้ด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือแก้ปัญหานี้ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตราในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ เราก็ต้องทำประชามติตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียง ประชามติใหม่ และไม่ว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นจะต้องทำประชามติ ๒ ครั้ง หรือ ๓ ครั้ง เราก็ต้องทำประชามติตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับใหม่ ดังนั้น สิ่งที่ผมคิดว่าเราทุกคนในที่นี้และรัฐบาลต้องคิดต่อให้เร็ว ตกผลึกให้เร็ว และเดินหน้าต่อ ให้เร็ว ก็คือว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญอย่างไร จะทำประชามติเมื่อไร ด้วยคำถาม อะไร และผมคิดว่าโจทย์นี้เป็นโจทย์ที่รัฐบาลไม่ควรจะใช้เวลานานในการคิด เพราะหาก ท่านประธานหรือพี่น้องประชาชนคิดเหมือนผม เชื่อเหมือนผมว่ารัฐบาลและสภาชุดนี้ อาจจะอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน แล้วเราจะมีการเลือกตั้งใหม่ในเร็ว ๆ นี้ ผมก็คิดว่าเราควรจะใช้ โอกาสนี้ในการทำให้มีการจัดทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งถัดไป ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ทั้งสร้างความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในการไปใช้สิทธิ ออกเสียง รวมถึงประหยัดงบประมาณแผ่นดิน และเป็นแนวทางที่ พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียง ประชามติฉบับใหม่นี้จะช่วยทำให้ผู้ปฏิบัติงานนั้นสามารถจัดทำประชามติพร้อมกับ การเลือกตั้งได้อย่างสะดวกขึ้น ถ้าพูดให้เห็นภาพครับท่านประธาน หากสมมุติในเร็ว ๆ นี้ ศาลรัฐธรรมนูญดันไปวินิจฉัยออกมาว่าต้องทำประชามติ ๓ ครั้ง อย่างไรขั้นตอนแรก ก็ต้องเริ่มจากการจัดทำประชามติอยู่แล้ว แต่หากศาลรัฐธรรมนูญยืนยันว่าประชามติ ๒ ครั้งพอ เราก็น่าจะมาคิดต่อว่าถึงแม้กฎหมายไม่ได้บังคับว่าเราจะต้องทำประชามติก่อนที่รัฐสภาแห่งนี้ จะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่อง สสร. แต่หากมีใครกังวลว่าสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่ได้มา จากการเลือกตั้งจะไม่ยกมือสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่อง สสร. ก็น่าคิดต่อนะครับว่า หากสมมุติเราจัดทำประชามติถามพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ แล้วพี่น้องประชาชนเขาให้ คำตอบกลับมาว่าอยากเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. ผมก็อยากจะลองดูครับ ว่า สว. จะกล้าโหวตสวนพี่น้องประชาชนหรือไม่

ดังนั้นกล่าวโดยสรุป หากวันนี้ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผ่านความเห็นชอบของสภาไปได้ วันนี้ไม่ใช่วันที่เราจะมาเฉลิมฉลองครับ แต่วันนี้เป็นวันที่เราต้องมีคำตอบให้กับพี่น้องประชาชนว่าเราจะแก้ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ กันอย่างไร ผมกับพรรคประชาชนเรามีคำตอบและข้อเสนอพร้อมครับ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่อง สสร. ซึ่งจะนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เราก็ยื่น แล้วก็พยายามต่อสู้ จนท่านประธานบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาเมื่อตอนต้นปี ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตราเราก็มีการยื่นเข้าไปเกือบ ๒๐ ร่าง ในขณะที่ญัตติให้จัดทำประชามติเรื่อง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราก็มีญัตติของเราที่เสนอเข้าไปและค้างอยู่ในระเบียบวาระการประชุม มาเกือบ ๑ ปี ดังนั้นผมยืนยันว่าคำตอบและข้อเสนอผมและพรรคประชาชนมีพร้อม ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอันนั้นเป็นสิทธิของท่าน แต่ผมหวังว่าหลังจากสภาแห่งนี้ ลงมติเห็นชอบให้กับร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวันนี้ ทางท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะมีคำตอบให้พวกเราและให้สังคมโดยเร็วครับ ว่ารัฐบาล ชุดนี้จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญที่ค้างคามายาวนานหลายปีอย่างไร ขอบคุณ มากครับ