เชิดชัย สนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ย้ำคืนศรัทธาประชาธิปไตย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๘

เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือถึงความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถูกมองว่าเกิดจากเผด็จการและส่งผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตย โดยเรียกร้องให้พิจารณารัฐธรรมนูญฉบับที่ถูกยับยั้งกลับมาเพื่อผลักดันกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างชอบธรรม พร้อมเสนอให้มีการทำประชามติในขั้นตอนเดียวเพื่อจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ย้ำถึงความจำเป็นในการคืนความศรัทธาให้ประชาชนและเร่งผลักดันการปฏิรูปให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอมีส่วนร่วมอภิปรายในการสนับสนุนญัตติที่จะเอารัฐธรรมนูญที่ถูกยับยั้งไว้ ขึ้นมาเพื่อยืนยันนะครับ ประเทศไทยเราบอกว่าเราเป็นประชาธิปไตย เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้เป็นตัวอย่างแล้วว่าถ้าเราเป็นประชาธิปไตยแบบสากลจะมีการพัฒนาบ้านเมือง ให้เจริญรุ่งเรือง เห็นไหมครับ ก็จริง ๆ รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง นำโดยท่านทักษิณ ชินวัตร อยู่ครบวาระ แก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้อย่างดี มีการปฏิรูปทุกอย่างจนประชาชนเห็นว่า ประชาธิปไตยกินได้ เสร็จแล้วก็มีรัฐประหารขึ้นมา มีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ สมัยท่านยิ่งลักษณ์ ก็มีการพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพราะเริ่มเป็นเผด็จการขึ้น เสร็จแล้วรัฐบาล ชุดนั้นก็ถูกเล่นงานจนกระทั่งต้องยุบสภา แล้วก็มีการรัฐประหาร เอาอีกแล้วรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาจากเผด็จการจริง ๆ เข้มข้นขึ้นไปอีก ผ่านมาปี ๒๕๖๐ ถึงปัจจุบันนี้ได้แผลงฤทธิ์ เรียบร้อยแล้ว ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็พยายามทำใจว่าโอเคมันจะเป็นฉบับปราบโกง จะทำให้ คุณค่าของประชาชนดีขึ้น ทุกเสียงมีความหมาย ไม่จริงครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ บอกแล้วแผลงฤทธิ์ครับ นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ฝ่ายบริหารถูกสอยโดยวิธีลัด ทางลัด ผมไปออกทีวีกับท่าน สว. ที่ตอนนั้นบอกว่าทำได้อย่างไร เพราะในรัฐธรรมนูญ ไม่เขียนเลยว่าจะให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญไปวินิจฉัยเรื่องจริยธรรม ให้ผ่าน ป.ป.ช. แล้ว เสนอไปที่ศาลฎีกา ซึ่งเป็นไปตามนั้นเป็นทางหลัก ท่านก็ไปใช้ทางลัด ท่านไปหาอ่านเอง ก็แล้วกันบอกว่าเป็นทางลัด นี่ละครับมันแผลงฤทธิ์

ท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายมาตลอด หาเสียงทุกครั้งว่า เราจะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยเพราะเป็นกฎหมายหลัก ถ้าเราไม่แก้กฎหมายหลัก แล้วกฎหมายอื่น ๆ ไม่มีความหมาย มันจะล้อกันไปหมด มันก็เกิดขึ้น เหตุที่ว่าพอจะแก้แล้ว แก้ไม่ได้ก็ให้แก้เป็นรายมาตรา เห็นไหมครับแก้ก็ไม่ได้ ครั้นจะแก้ทั้งหมดศาลรัฐธรรมนูญก็มี คำวินิจฉัย เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๔/๒๕๖๔ บอกว่าถ้าจะแก้ไขทั้งฉบับต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียง ประชามติเสียก่อนหรือไม่ นั่นละครับพอมีการเลือกตั้งฝ่ายประชาธิปไตยก็เลยได้ เสียงข้างมาก พรรคหนึ่งที่เคยได้เสียงข้างมากก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลเพราะพิษรัฐธรรมนูญ เลยครับ พรรคเพื่อไทยก็จำเป็นต้องมาเป็นรัฐบาล แล้วท่านเศรษฐาก็มาตั้งคณะกรรมการ ศึกษาว่าทำอย่างไรถึงจะให้มันสำเร็จ พอออกมาแล้วก็มีข้อสรุปว่าต้องมีการทำประชามติ ๓ ครั้ง ท่านประธานครับ ๓ ครั้งใช้เงินเยอะ ก็พยายามบอกว่า ๒ ครั้งได้ไหม คราวนี้ไม่ต้อง สนใจรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ว่าฉบับปราบโกง ปรากฏว่ามีการโกงกันเยอะมาก เพราะฉะนั้น อย่าไปเสียดายในการที่จะมาปลูกต้นไม้ประชาธิปไตยให้เป็นประชาธิปไตยจริง ๆ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีการทำประชามติ

ท่านประธานเห็นไหมครับ สภาเรายืนยันไปแล้วว่าจะมีการแก้ไขทั้งฉบับ โดยให้มี สสร. วุฒิสภาก็ไม่เห็นด้วย เราก็ต้องยับยั้ง แล้วก็ยืนยัน เสียเวลาไป ๑๘๐ วัน หลาย ๆ คนก็กล่าวหาว่าพรรคเพื่อไทยอู้ อู้ อู้ ท่านประธานครับ ผมชอบคำพูดของท่าน อาจารย์สิริพรรณ นกสวน บอกว่าในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเราต้องอดทน เราอดทนอยู่ กับประยุทธ์มาได้ ๘ ปี ทำไมอยู่กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้ จะมีการล้มรัฐบาลอยู่ เห็นไหมเดินขบวนอะไรเยอะแยะ แล้วที่สำคัญมันตลกร้าย กลไกต่าง ๆ ที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ฝ่ายประชาธิปไตยกลับเอามาใช้ห้ำหั่นกันเอง ซึ่งอาจารย์เกษียรอยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวไว้ มันเป็นที่น่าละอาย เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สำเร็จครับ ครั้งที่ ๑ ก็คือก่อนที่จะแก้ว่าจะให้มี สสร. มีการร่างรัฐธรรมนูญนี่ ท่านต้องทำ ประชามติก่อน ชั้นเดียวนะครับ ไม่ใช่ ๒ ชั้น เพราะเราพูดหลายครั้งแล้วว่าชั้นเดี๋ยวมันง่าย และตรงไปตรงมาสำหรับประชาชนที่เป็นรัฐเดี่ยวนะครับ ครั้งที่ ๒ เมื่อได้แล้วก็จะไปแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมากที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านไปดูสิมีเงื่อนไข เยอะแยะเต็มไปหมด ถ้าทำประชามติแล้วก็เป็นไปตามคำวินิจฉัย ก็แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ได้ ให้มี สสร. เพื่อไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แม้จะไม่ทันเลือกตั้งในคราวหน้า แต่ก็ยังดีที่ว่าประชาชนเขาจะได้ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ว่าฝ่ายประชาธิปไตย มาอู้กันไปอู้กันมา ไม่ใช่ ต้องช่วยกันยืนยันนะครับ เมื่อมี สสร. เรียบร้อยแล้ว เขาไปทำ ครบวาระหรืออะไรก็แล้วแต่เลือกตั้งกันใหม่ สสร. ก็ยังทำหน้าที่ไป เราก็จะได้มีรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน แต่ต้องไปทำประชามติอีกครั้งหนึ่ง นี่ละครับท่านประธานมันเป็นสิ่งจำเป็น อย่างยิ่ง จึงอยากจะฝากไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ผมถือว่าทุกคนเป็นตัวแทนประชาชน มาจากการเลือกตั้ง เราต้องยึดถืออำนาจประชาชนเป็นหลัก ช่วยกันผลักดันเพื่อจะเสนอ ยืนยันให้มีการผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อเมื่อผ่านไปแล้วก็สามารถจะส่งไปตราเป็น พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติได้อย่างสมบูรณ์ ขอขอบคุณท่านประธานครับ