วรศิษฎ์ แจงเสนอแก้แรงงานใหม่ เพิ่มลาคลอด 120 วัน-คุ้มครองทุกประเภท

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๘

วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รายงานผลการพิจารณาทบทวนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ โดยเสนอขยายการคุ้มครองแรงงานทุกประเภทรวมถึงในหน่วยงานของรัฐ และผลักดันการแก้ไขกฎหมายให้เพิ่มวันลาคลอดจาก 98 เป็น 120 วัน เพื่อส่งเสริมสิทธิแรงงานและคุณภาพชีวิตครอบครัว พร้อมชี้แจงให้มีการกำหนดสิทธิในการยื่นแบบแสดงสภาพการจ้าง สนับสนุนบทบาทครอบครัว และเพิ่มบทเฉพาะกาลรวมถึงมาตรารักษาการ โดยเน้นความสอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียมและการคุ้มครองแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันพุธที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เริ่มตั้งแต่มาตรา ๓ และมีมติเห็นชอบให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญนำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไปพิจารณาทบทวนใหม่ตั้งแต่มาตรา ๓ เป็นต้นไป

บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาทบทวนร่างพระราชบัญญัติ เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และได้มีการแก้ไขปรับปรุงรายงานของคณะกรรมาธิการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีประเด็นสำคัญสรุปได้ดังนี้

๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานให้ใช้บังคับการจ้างแรงงานทุกประเภท รวมไปถึงราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และหน่วยงานอื่นของรัฐ ดำเนินการ ให้ลูกจ้างทุกประเภทได้รับสิทธิประโยชน์และการคุ้มครองไม่ต่ำกว่ากฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองแรงงาน และกำหนดให้หน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐที่ดำเนินการทำสัญญาจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดาหรือจ้างเหมา บุคคลในลักษณะเดียวกัน โดยใช้อำนาจควบคุมบังคับบัญชาหรือสั่งการให้การปฏิบัติงาน กำหนดเงื่อนไขในสัญญาจ้างไม่ต่ำกว่ากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้การแก้ไข เพิ่มเติมดังกล่าวเป็นไปตามหลักการซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการไว้แล้ว

๒. แก้ไขจำนวนวันลาคลอด จากเดิม ๙๘ วัน เป็น ๑๒๐ วัน เพื่อส่งเสริม การมีบุตร เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกจ้าง และเสริมสร้างความผูกพันของครอบครัว ตามมาตรา ๔ ซึ่งแก้ไขมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง

๓. ได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ มาตรา ๔/๑ ซึ่งเพิ่มมาตรา ๔๑ วรรคสี่ โดยเพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างหญิงที่ลาคลอดสามารถลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตร มีภาวะการเจ็บป่วย มีความผิดปกติหรือมีภาวะความพิการ ทั้งนี้การเพิ่มสิทธิดังกล่าวเป็นไป ตามหลักการ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการไว้แล้ว

๔. ปรับแก้ไขถ้อยคำบทบัญญัติของกฎหมาย กรณีให้สิทธิลูกจ้างเพื่อช่วยเหลือ คู่สมรสซึ่งคลอดบุตร ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๔) พ.ศ. ๒๕๖๗ หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งอยู่ในมาตรา ๕ ไปเพิ่มมาตรา ๔๑/๑

๕. เพิ่มจำนวนวันจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างหญิงมีครรภ์ซึ่งลาคลอดบุตร เนื่องจากมีการเพิ่มจำนวนวันลาเพื่อคลอดบุตรให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ ซึ่งอยู่ในมาตรา ๖

๖. ได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ มาตรา ๖/๑ ซึ่งไปเพิ่มมาตรา ๕๙/๑ และมาตรา ๕๙/๒

มาตรา ๕๙/๑ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างหญิงที่ลาต่อเนื่อง เพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตรมีภาวะเจ็บป่วย มีความผิดปกติหรือมีภาวะความพิการ โดยจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา ในอัตราร้อยละ ๕๐ ของ ค่าจ้างสำหรับวันลา

มาตรา ๕๙/๒ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างซึ่งใช้สิทธิลาเพื่อช่วยเหลือ คู่สมรสซึ่งคลอดบุตร เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน ๑๕ วัน ซึ่งในประเด็นนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายแล้ว ปรากฏว่าผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกำหนดให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้าง ตลอดระยะเวลาที่ลา แต่เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายประกันสังคมยังไม่มีการกำหนด สิทธิประโยชน์จากการหยุดงานเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร คณะกรรมาธิการวิสามัญ จึงเห็นควรให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างดังกล่าว

ทั้งนี้ มาตรา ๖/๑ ซึ่งไปเพิ่มมาตรา ๕๙/๑ และมาตรา ๕๙/๒ เป็นหลักการ ที่เพิ่มขึ้นใหม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นและผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายมาประกอบการพิจารณา โดยคำนึงถึงความสำคัญ ของสถาบันครอบครัว และการสนับสนุนให้สมาชิกในครอบครัวได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน ซึ่งส่งผลให้ร่างกายและจิตใจของคุณแม่หลังคลอดมีความแข็งแรงและเข้มแข็ง มากขึ้น

๗. คณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นควรให้มีการกำหนดเรื่องการยื่นแบบแสดง สภาพการจ้างและสภาพการทำงาน เพื่อประโยชน์ต่อนายจ้างและสถานประกอบการ

๘. คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ มาตรา ๘ เพิ่ม บทเฉพาะกาล เนื่องจากมีการแก้ไขมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยให้อำนาจรัฐมนตรีออก กฎกระทรวงมิให้ใช้บังคับพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนแก่นายจ้างประเภทหนึ่ง ประเภทใดก็ได้ จึงจำเป็นต้องเพิ่มบทเฉพาะกาล

๙. คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ มาตรา ๙ เพิ่ม การรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้งหมด ๙ ข้อ ขอบพระคุณครับ