ขัตติยา ยันร่างประชามติเดิมชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผลักดันเสียงข้างมากชั้นเดียว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ขัตติยา สวัสดิผล ยืนยันความชอบธรรมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่เคยผ่านวาระสามด้วยเสียงข้างมากชั้นเดียว พร้อมชี้แจงว่าหลังการยับยั้ง 180 วัน ไม่จำเป็นต้องรับข้อเสนอแก้ไขจากวุฒิสภา โดยเน้นย้ำความสำคัญของการใช้เสียงข้างมากชั้นเดียวแทนระบบสองชั้น เพื่อให้ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิมีน้ำหนักเหนือความเงียบของผู้ไม่ร่วมลงคะแนน และเรียกร้องให้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อยืนยันอำนาจของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ท่ามกลางความพยายามลดอุปสรรคจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีเกณฑ์เข้มงวดกว่าการประกาศใช้

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย การอภิปราย ของดิฉันในวันนี้เพื่อเป็นการยืนยันถึงร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรเคยได้มีมติเห็นชอบไว้แล้ว โดยมีประเด็นที่สำคัญ ก็คือการเปลี่ยนจากเกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้นมาเป็นเสียงข้างมากชั้นเดียว หรือว่า Simple Majority นะคะ ทุกท่านน่าจะจำกันได้ดีว่ากฎหมายฉบับนี้เคยผ่านการลงมติเห็นชอบจาก สภาผู้แทนราษฎรมาแล้วในวาระที่สาม เมื่อปี ๒๕๖๗ แต่เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของชั้น วุฒิสภาก็ได้มีการโหวตโดยเสียงข้างมากให้ย้อนกลับไปใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้นตามเดิม นั่นทำให้ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง ๒ สภา ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ของ คณะกรรมาธิการก็มีมติให้ย้อนกลับไปใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้นอีกเช่นกัน จนท้ายที่สุด เมื่อปลายปี ๒๕๖๗ สภาผู้แทนราษฎรได้มีการลงมติไม่เห็นชอบกับผลการลงมติของ คณะกรรมาธิการร่วมของ ๒ สภา ทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องถูกยับยั้งไว้เป็นเวลา ๑๘๐ วัน และเมื่อครบกำหนด ๑๘๐ วัน เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายนที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรของเรา จึงมีสิทธิโดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ ในการที่จะยืนยันร่างฉบับเดิมที่พวกเราเคยลงมติ กันไป โดยไม่จำเป็น ที่จะต้องมีการปรับแก้ตามข้อทักท้วงของวุฒิสภาอีกต่อไป และนั่นจึงเป็นที่มาของญัตติ ที่กำลังพิจารณากันอยู่ในวันนี้

ท่านประธานที่เคารพคะ หากเราถือว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือ เป้าหมายสำคัญทางการเมืองของไทยในห้วงเวลานี้ ดิฉันขอย้ำว่าวันนี้ก็เป็นอีก ๑ หมุดหมาย สำคัญที่จะพาเราเข้าใกล้เป้าหมายดังกล่าวได้มากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยในฐานะ แกนนำรัฐบาลได้ยึดมั่นในสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนว่าจะทำให้เกิดรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ขึ้น แต่เราตระหนักดีว่ายังมีอุปสรรคในเชิงโครงสร้าง แล้วยังมีกฎหมายอีก หลายฉบับที่ขัดขวางอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายประชามติที่มีการวางเงื่อนไขเอาไว้ อย่างสลับซับซ้อน และ ๑ ในเงื่อนไขนั้นก็คือหลักเกณฑ์การใช้เสียงข้างมาก ๒ ชั้น ซึ่งทำหน้าที่เป็นกับดักทางกฎหมาย ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ดังนั้นหัวใจของการแก้ไขที่เราจะต้องผลักดัน จริงอยู่การที่ ปรับเกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้นนั้นให้กลับมาเป็นเสียงข้างมากชั้นเดียว เราจึงควรที่สนับสนุน หลักเกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียวในการทำประชามติ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากขอชี้ให้เห็น เหตุผลที่สำคัญว่าเหตุใดเราจึงควรสนับสนุนเกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียวในการทำประชามติ

ประการแรก ระบบเสียงข้างมาก ๒ ชั้นจะเปิดช่องให้กลุ่มที่ไม่ต้องการ เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสามารถใช้เป็นกลยุทธ์จูงใจประชาชนไม่ให้มาใช้สิทธิ หรือนอนหลับทับสิทธิได้ เพราะว่าหากมีจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ ทั้งหมดก็ไม่เพียงพอที่จะผ่านเกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้นไปได้

ประการที่ ๒ ในระบอบประชาธิปไตยเราควรให้น้ำหนักกับเสียงของ ผู้ที่ออกมาใช้สิทธิเพื่อกำหนดทิศทางของบ้านเมือง เราจึงไม่ควรให้เสียงของผู้ที่ไม่ออกมา ใช้สิทธิหรือนอนหลับทับสิทธิอยู่ที่บ้านมามีผลต่อการลงประชามติได้ เพราะนั่นเท่ากับเรา กำลังตีความว่าความเงียบคือการไม่เห็นด้วย ซึ่งจะเป็นการบิดเบือนเจตจำนงของประชาชน ผู้ออกมาใช้สิทธิที่เหลือทั้งหมด

ประการที่ ๓ เราต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ นั้นก็เคยผ่าน ประชามติโดยใช้เกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียว หากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ยังสามารถใช้เกณฑ์ดังกล่าวได้ แล้วเหตุใดการแก้ไข การยกเลิก หรือการร่างใหม่เราถึง จะต้องใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้นซึ่งมีความเข้มงวดมากกว่าเดิม นี่คือความย้อนแย้ง ที่ดิฉันเชื่อว่าไม่มีใครจะมาให้เหตุผลในกรณีนี้ได้ค่ะ

ท่านประธานคะ ดิฉันขอเรียนว่าพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติไม่ควรถูกมองแค่เป็นเครื่องมือเพื่อนำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น แต่ควรถูกมองว่านี่คือเครื่องมือของประชาธิปไตยทางตรงที่สำคัญที่สุดในยามที่ประเทศนั้น กำลังเผชิญกับความขัดแย้งในประเด็นที่สำคัญ ประชามติคือกลไกที่ให้ประชาชน ทั้งประเทศนั้นได้ร่วมกันตัดสินใจ ไม่ใช่ปล่อยให้คนเพียงบางกลุ่มหรือบางฝ่ายนั้นมาชี้ขาด อนาคตของบ้านเมือง แต่หากประชามติยังอยู่ภายใต้เกณฑ์เสียงข้างมาก ๒ ชั้น เครื่องมือนี้ จะไร้เสถียรภาพและไม่สามารถทำหน้าที่ได้จริงในห้วงเวลาที่ประเทศนั้นต้องการคำตอบ จากประชาชนมากที่สุด วันนี้ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ร่วมกันลงมติ เพื่อที่จะยืนยันร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เรา เคยมีมติร่วมกันเอาไว้แล้ว ไม่ใช่เพียงเพื่อเป็นการเปิดทางไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เพื่อ ยืนยันว่าอำนาจของประชาชนต้องไม่ถูกบิดเบือนอีกต่อไป และจะต้องไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น เจตจำนงของพี่น้องประชาชนในระบอบประชาธิปไตยได้อีก ขอบคุณค่ะ