ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กล่าวในที่ประชุมถึงความกังวลต่อการพิจารณานิรโทษกรรมทางการเมือง โดยเรียกร้องให้มีการเปิดพื้นที่พูดคุยอย่างสร้างสรรค์เพื่อแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการดำเนินการอย่างยุติธรรม ไม่แบ่งแยกหรือทิ้งกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไว้ข้างหลัง และวิพากษ์ท่าทีของผู้มีอำนาจที่ล่าช้าและขาดความกล้าหาญในการผลักดันความปรองดอง ขณะเดียวกันยังยืนยันสนับสนุนร่างกฎหมายจากพรรคก้าวไกลและภาคประชาชน ซึ่งออกแบบมาอย่างรอบด้านและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการถกเถียง โดยเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจพิจารณางดออกเสียงเพื่อให้ร่างกฎหมายนี้ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมในชั้นกรรมาธิการต่อไป
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตสายไหม พรรคประชาชน ดิฉันขออนุญาตอ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่มีคนฝากมาถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่นั่งอยู่ในห้องแห่งนี้ค่ะ
ขอบคุณที่จดหมายฉบับนี้ถูกอ่านในสถานที่อันทรงเกียรติ สถานที่ที่ผ่าน การต่อสู้ของบรรพชนฝ่ายประชาธิปไตยมาหลายสิบปี หลายท่านในที่นี้เป็นส่วนหนึ่ง ของการต่อสู้ และหลายท่านก็คือมิตรสหายที่ร่วมต่อสู้กับกระผมมา กระผมรู้สึกประหลาดใจ และกระอักกระอ่วนใจที่ทราบว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้กำลังรวมตัวกันเพื่อถกเถียงว่า จะนิรโทษกรรมให้กลุ่มตัวเองอย่างไร และจะกักขังคนรุ่นใหม่ต่อไปอย่างไร สำหรับคดี การเมืองที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในห้วง ๒๐ ปีมานี้ และแน่นอนว่าความขัดแย้งที่ คนรุ่นใหม่ยกขึ้นมาถกเถียงกันเป็นความขัดแย้งที่มีมายาวนานกว่านั้น ในวันนี้มีคนที่ต้อง เสียชีวิตระหว่างการต่อสู้ให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์แล้วหลายคน มีคนที่ต้องลี้ภัย ทางการเมือง และมีคนที่ถูกดำเนินคดี ถูกขังอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่าคุกหลายคน รวมทั้ง ตัวกระผมด้วย กระผมขอเรียนตามตรงที่ต้องเขียนกฎหมายฉบับนี้อย่างกระอักกระอ่วนใจ เพราะเรื่องนิรโทษกรรมไม่ใช่สิ่งที่พวกเราเรียกร้อง หากแต่เป็นปรากฏการณ์ซึ่งต้องเกิดขึ้น ระหว่างทางก่อนที่บ้านเมืองนี้จะหันหน้าเข้าพูดคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะในความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามในภาวะที่บ้านเมืองกำลังป่วยไข้นี้ กระผม ไม่ได้หวังว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ทุกคนจะเข้าใจและเห็นพ้องด้วยกับความปรารถนาดี ของพวกเราเยาวชนคนรุ่นใหม่ กระทั่งด้วยความป่วยไข้นี้หลายท่านอาจไม่สบายใจที่ได้เห็น คนเห็นต่างทางการเมืองต้องสูญเสียทั้งชีวิตและเสรีภาพ แต่กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมี ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจำนวนหนึ่งลุกขึ้นเป็นเสาหลักและกล้ายอมรับความจริง เปิดเวที ให้เกิดการพูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะ ระหว่างนี้ก็แสวงหาหนทางในการปลดปล่อยพวกเรา จากพันธะทางกฎหมายซึ่งไม่เป็นธรรมนี้ และไม่ว่ากฎหมายนิรโทษกรรมจะผ่านหรือไม่ กระผมต้องขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ผู้แทนราษฎรฝ่ายประชาธิปไตยทำหน้าที่ อย่างทะนงองอาจ เปลี่ยนผ่านสังคมโดยสันติโดยรัฐสภา กระผมขอทำหน้าที่เป็นหมุดหมาย เล็ก ๆ เพื่อให้สังคมเห็นความไม่เป็นธรรม โดยระหว่างนี้ยังคงถูกขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพ เฝ้ารอด้วยความหวัง และให้ทุก ๆ วันในนี้เพื่อการต่อสู้จนกว่าบ้านเมืองจะกลับสู่ ภาวะปกติเป็นประชาธิปไตยและผู้คนมีสิทธิ เสรีภาพอย่างสมบูรณ์ อานนท์ นำภา ลงวันที่ ๙ เมษายน ปี ๒๕๖๘
ท่านประธานคะ ดิฉันมีคำถามอยู่ว่าเราจะส่งเสริมสันติสุข เสริมสร้างสันติสุข สลายขั้ว และออกจากความขัดแย้งโดยทิ้งคนอีกกลุ่มหนึ่งไว้อย่างไร ดิฉันฟังเพื่อนสมาชิก ทุกท่านอภิปรายกันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจนมาวันนี้ ยอมรับตามตรงว่าดิฉันเป็นคนที่ได้รับ มอบหมายให้ไปพูดคุยกับ สส. ต่างพรรค หลาย ๆ ท่านก็อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับดิฉัน เป็นอย่างดี ดิฉันเข้าไปพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ อธิบายร่างของเราพรรคก้าวไกล อธิบาย ร่างของภาคประชาชน ตลอดจนขอความเห็นใจให้โหวตรับทุกร่าง คืออย่างน้อย ๆ ให้เรา ได้มีโอกาสเข้าไปถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการอีกทีค่ะ ดิฉันและพรรคประชาชนเราใช้ พลังมหาศาลในการแบกความหวัง ความเชื่อ และความจริงใจไปเพื่อพูดคุย แม้จะมีความเป็นไปได้เพียงแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ พวกเราก็ยินดีที่จะทำ ดิฉันได้รับ Message จาก สส. หลายท่านในที่ประชุมแห่งนี้ ที่บอกว่าเห็นใจ เข้าใจ แต่ทำไม่ได้หรอก เรื่องมาตรา ๑๑๒ นี่ กลัวจะถูกยุบพรรคบ้าง บางคนบอกว่าขนาดแค่แก้กฎหมายยังมี ปัญหาเลย ยิ่งไปกว่านั้นบางคนก็บอกกับดิฉันด้วยความตรงไปตรงมาว่าให้ดิฉันขึ้นไป คุยกับข้างบน ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าข้างบนที่ท่านพูดถึงคือใคร บางคนพูด ด้วยความขี้ขลาดมากไปกว่านั้น ด้วยการสื่อสารว่าคนของพวกพี่ไม่มีใครอยู่ในคุกแล้ว ผ่าน ไม่ผ่านพวกพี่ก็ไม่เดือดร้อนอะไรหรอก แต่เกือบ ๒ ปีมานี้มีผู้ต้องขังทางการเมืองจำนวนมาก ที่ยังคงอยู่ในเรือนจำ หลายคนระหกระเหินออกไปไกลแล้วค่ะ และห้วงเวลา ๒๐ กว่าปี ของความขัดแย้งนี้พรากเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากพวกเขา พวกเขาในที่นี้ไม่ได้หมายความถึง แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นประชาชนทุกกลุ่ม หลายท่านในที่นี้ พรรคของพวกท่านเอง ก็แบกความหวังของคนของพวกท่านเหมือนกัน เรากำลังถกเถียงอยู่ในห้องแอร์ว่า เราควรจะนิรโทษกรรมให้คนกลุ่มนั้นก่อน กลุ่มนี้ก่อน คดีนั้นยังไม่พร้อม คดีนี้ยังไม่ดี โดยเรา ไม่ได้คำนึงเลยว่าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน สีไหน คดีอะไร ทุกคนต่างก็เป็นประชาชนของทุกคน ในที่นี้เหมือนกัน เราถกเถียงกันว่าควรเปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ ความสามารถกลับเข้ามา บริหารประเทศ แล้วคนที่ถูกคดีมาตรา ๑๑๒ ไม่มีความรู้ ความสามารถเลยหรือคะ หลายคน มีโอกาสได้ไปต่างประเทศ ได้ทุนการศึกษา ออกนอกประเทศยังไม่ได้เลย เราถกเถียงกัน เยอะมากเลยค่ะ ทุกพรรคพูดเหมือนกันหมดเลยว่าเราต้องให้โอกาส ให้โอกาสคนดี กลับเข้ามา ให้โอกาสคนนั้นคนนี้กลับเข้ามา แล้วคนอื่น ๆ ที่ท่านจะทิ้งพวกเขาไว้เขาไม่ควร ได้รับโอกาสหรือคะ ท่านบอกว่าประชาชนกลุ่มหนึ่งจงใจละเมิดกฎหมาย ถ้าท่านใช้ตรรกะนี้ คนอีกกลุ่มที่ท่านจะนิรโทษกรรมให้เขาไม่ได้จงใจละเมิดกฎหมายหรือคะ พวกท่านรู้ดี อยู่แก่ใจ พวกท่านรู้ดีว่าแต่ละคนมาด้วยวัตถุประสงค์อะไร ทุกคนก็หวังดีกับประเทศ ไม่ต่างกันเลยนะคะ ท่านกรวีร์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านบอกว่าความเห็นยังแตกต่างกันอยู่ รอให้สังคมเห็นตรงกันก่อนก็ได้แล้วเราค่อยมาผ่านกฎหมาย หรืออะไรก็ตาม ดิฉันยืนยัน ตรงนี้ว่ากฎหมายหลายฉบับที่เราผ่านกันก็ไม่ใช่ว่าทุกคนเห็นตรงกันไหมคะ อยู่ที่ว่าเรามี ความกล้าหาญเพียงพอหรือเปล่า ยิ่งอภัยโทษนี่ยิ่งใหญ่เลยค่ะ ยิ่งท่านบอกว่าคดีบางมาตรา ต้องอภัยโทษ ยิ่งชี้ชัดด้วยซ้ำว่าคดีนี้เป็นคดีที่ถูกแบ่งแยก นี่ละคดีการเมือง ยิ่งมีความ ไม่เป็นธรรมมากมายเท่าไร ในสภาถกเถียงกันมากขึ้นขนาดไหน ในศาลมีความไม่เป็นธรรม ที่กระบวนการพิจารณาคดีมากขึ้นเท่าไร นั่นยิ่งแสดงให้เห็นว่านี่เป็นคดีการเมือง คดีมาตรา ๑๑๒ เป็นคดีอาญา แล้วคดีที่ท่านอภัยโทษให้แต่ละครั้ง ท่านนิรโทษกรรมให้ แต่ละคดี ในบัญชีแนบท้ายของแต่ละท่านไม่ใช่คดีอาญาตรงไหน เราจะส่งเสริมสันติสุข สลายขั้วออกจากความขัดแย้งโดยทิ้งคนอีกกลุ่มไว้อย่างไร ดิฉันคิดไม่ออก
แต่อย่างไรก็ตามค่ะทุกท่าน แม้ดิฉันจะมีความหวังอยู่น้อยนิดมาก ดิฉันไปคุย กับแต่ละท่าน ดิฉันก็ไม่ได้หวัง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ ดิฉันก็รู้ว่าลึก ๆ ในใจพวกท่าน มีธงอะไรอยู่ แต่ดิฉันก็ยังเชื่อเหลือเกินว่าในวันนี้ร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกล และภาคประชาชนจะได้ผ่านเข้าไปกับร่างอื่น ๆ ด้วย จริง ๆ ลำพังแค่เสียงของพรรคดิฉัน และพรรคเพื่อไทยที่เราก็เคยร่วมต่อสู้กันมาก่อน รวมกันนี่เราผ่านได้ทุกร่างเลยนะคะ บางคนบอกว่าดิฉันโง่ ซื่อ บ้าหรือเปล่าไปเจรจา เป็นไปไม่ได้ ทนายแจมโลกสวย ดิฉันก็ยังมี ความเชื่ออยู่ดีว่าพวกท่านลึก ๆ ในใจก็รู้ว่าปัญหาคือเรื่องอะไร เรื่องมาตรา ๑๑๒ วันนี้ไม่พูด วันหน้าก็ต้องพูดอยู่ดี เราหนีความจริงเรื่องนี้ไม่ได้ค่ะ และดิฉัน อยากจะยืนยันอีกครั้งว่าร่างของพรรคก้าวไกลดิฉันพูดไปจนปากจะฉีกถึงหูเหมือนกันนะคะ ว่าไม่มีมาตรา ๑๑๒ อยู่ในนี้เลย ท่านจะพลิกซ้าย พลิกขวา เปิดกี่ครั้งก็ไม่มีตรงไหนที่เขียนว่า รวมมาตรา ๑๑๒ ไม่มี แล้วว่ากันตามตรงร่างของเราเป็นร่างที่หลายพรรคก็เห็นตรงกัน ด้วยซ้ำว่าเป็นร่างที่ Compromise ที่สุด เป็นไปได้ที่สุด บางพรรคชื่นชมด้วยซ้ำว่าเป็นร่าง ที่ดีที่สุด ครอบคลุมที่สุด และดิฉันยืนยันชัดเจนอีกว่าร่างของพรรคก้าวไกลไม่มีตรงไหน ที่ขัดหลักการของร่างอื่น ๆ เลย แต่ถ้าท่านยังมีความกังวล ฝ่ายความมั่นคงมีความกังวล ถึงเรื่องต่าง ๆ ก็ตาม ดิฉันเข้าใจดีค่ะการที่จะกดรับร่างของดิฉัน การที่จะกดรับร่างของ ภาคประชาชนมันทำได้ยาก มันตะขิดตะขวงใจ มันลำบากใจ มันกลัว มันกังวล มันอะไร ก็ตาม อย่างน้อย ๆ ที่สุดท่านงดออกเสียงได้ ท่านงดออกเสียงให้เราได้ไหม ถ้าท่านยังเห็นว่า ท่านยังต้องการจะเสริมสร้างสันติสุขตามที่ทางท่านเขียนไว้คล้าย ๆ กัน ท่านแค่งดออกเสียง ก็ได้ แค่งดออกเสียงก็เพียงพอที่จะให้ทุกร่างได้เข้าไปถกกันในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งหากว่า โดยหลักการแล้วดิฉันยังมีความเชื่อว่าทุกคนควรจะมีโอกาสได้รับการนิรโทษกรรม โดยไม่แบ่งแยก และนี่เป็นเพียงแค่วาระที่หนึ่ง ขอดึงสติทุกท่านว่านี่เป็นแค่วาระที่หนึ่งค่ะ ท่านจะปิดประตูความหวังของประชาชนตั้งแต่วาระที่หนึ่ง ดิฉันคิดว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ คงจะไม่ใจร้ายถึงขนาดนั้น สุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันขอเรียกร้องความกล้าหาญ ทางการเมือง หรืออย่างน้อย ๆ ถ้าพวกท่านบอกว่าพวกท่านเห็นใจ เข้าใจประชาชน ก็ขอเปลี่ยนความเห็นใจนั้นเป็นอย่างน้อย ๆ กดงดออกเสียงให้กับร่างของพรรคก้าวไกล และร่างของพรรคประชาชนก็ยังดีค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ