ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ คัดค้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่เลือกปฏิบัติ โดยตั้งคำถามถึงความยุติธรรมและความสมดุลในการให้อภัยผู้ก่อเหตุรุนแรงและกบฏ ขณะที่ผู้ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์ทางการเมือง ทั้งจากโซเชียลมีเดีย คดีความมั่นคง หรือการถูกจับกุมและทรมาน กลับไม่ได้รับความเป็นธรรมและยังถูกสังคมรังเกียจ จึงเรียกร้องให้เปิดพื้นที่พูดคุยอย่างเท่าเทียม นิรโทษกรรมทุกฝ่ายพร้อมกัน และเคารพศักดิ์ศรีของเหยื่อ เพื่อให้เกิดสันติสุขและปรองดองอย่างแท้จริง
ขอบคุณครับท่านประธาน เดี๋ยวผมเป็นตัวแทนพูดครับ ผมขออนุญาตใช้โอกาสนี้แสดงเหตุผลเป็นครั้งสุดท้ายว่าทำไมเราจึงมาวันนี้ เพื่อเสนอว่า เราไม่ควรที่จะนิรโทษกรรมให้กับคนแค่บางกลุ่ม ไม่อภัยให้คนบางกลุ่ม และไม่ควรทอดทิ้ง คดีมาตรา ๑๑๒ หรือคดีใด ๆ เลยจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา ผมจะขออนุญาต เล่าผ่านคดี ๓ คดีที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมาย ๓ ยุคสมัยนะครับ
คดีที่ ๑ เป็นเรื่องของคุณมงคลหรือว่าบัสบาส เขาอายุ ๒๐ กว่าปี ตอนเขา เข้าร่วมการชุมนุมช่วงปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ เขาไม่ใช่แกนนำ เขาไม่ใช่นักปราศรัย เขาไม่ได้ขึ้น เวทีปราศรัย เขาไม่มีชื่อเสียง ไม่มีใครรู้จักเขาครับ แต่ว่าวันหนึ่งระหว่างที่มีคนถูกคุมขัง อยู่ในเรือนจำ เขาตัดสินใจเดินมานั่งอยู่หน้าศาลอาญาคนเดียวและอดอาหารประท้วง เพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวให้กับคนที่อยู่ในเรือนจำ หลังจากที่เขาเดินมาหน้าศาล เขาก็เลยเริ่มเป็นที่รู้จัก พอเขาเป็นที่รู้จักตำรวจก็เลยมาจับเขาออกจากหน้าศาลอาญา แล้วก็หาข้อหาให้เขา ก็ไปหาดูว่าเฟซบุ๊กของเขามีอะไรโพสต์อยู่บ้างแล้วก็ดำเนินคดี พอดำเนินคดีเสร็จเขาก็กลับไปนั่งหน้าศาลเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวใหม่ เขาไม่ได้กลับไป หมิ่นนะครับ เขาไปนั่งหน้าศาลอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัว ก็ถูกตำรวจจับใหม่ สุดท้ายก็เลยกลายเป็น ๓ คดีจาก ๒๙ โพสต์ ศาลพิพากษาจำคุก ๗๕ ปี ลดเหลือ ๕๔ ปี ตอนนี้อยู่ในเรือนจำ เขาเป็นคนที่ถือสถิติลงโทษคดีมาตรา ๑๑๒ สูงที่สุดเท่าที่มีมา ผมเชื่อว่า คนไทย ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ รวมถึงผมและท่านไม่รู้จักว่าคุณมงคลหรือบัสบาสเขาใช้เฟซบุ๊ก ชื่ออะไร เขาโพสต์ว่าอะไร แล้วข้อความนั้นกระทบกระเทือนอะไรกับใคร อย่างไร เขาเหมือน เป็นคนที่ In อะไรมาก ๆ แล้วเขาก็โพสต์อยู่คนเดียว แทบไม่มีใครเห็น แทบไม่มีใคร Like ไม่มีใครมีส่วนร่วมอะไรกับเขา แล้วการกระทำแบบนี้ที่ไม่มีใครรับรู้เลยว่าคืออะไรจะเป็น ความผิดต่อความมั่นคง มันจะกระทบกระเทือนจิตใจประชาชนขนาดอภัยไม่ได้ขนาดไหน แล้ววันหนึ่งขณะที่คุณบัสบาสเขานั่งอยู่ที่หน้าศาลอาญาก็มีกลุ่มคนไปเข้าใจผิดหาว่าเขาไปทำ ต่อพระบรมฉายาลักษณ์ ทั้งที่พระบรมฉายาลักษณ์ตั้งอยู่บนป้ายศาล เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่มีคนเข้าใจผิดก็เลยระดมกำลังกันมา ใส่เสื้อสีฟ้า ถือท่อนเหล็ก มาในนามความจงรักภักดี แล้วก็บุกเข้าไปทำร้ายเขา เอาท่อนเหล็กไล่ตีเขา ทำลายทรัพย์สินของเขา จนเขาต้องวิ่งหนี ถึงวันนี้คดีความการทำร้ายร่างกายยังไม่คืบหน้านะครับ หลายปีมาแล้ว ส่วนบัสบาสอยู่ในคุก สำหรับร่างกฎหมายที่ท่านกำลังพิจารณา ถ้าหากท่านไม่รับร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ประชาชน พ.ศ. .... ท่านก็กำลังจะนิรโทษกรรมให้กับคนที่ทำร้ายร่างกาย แต่ท่าน จะไม่นิรโทษกรรมให้คุณมงคลซึ่งเขาอาจจะต้องอยู่ในคุกไปจนอายุ ๘๐ กว่าปีหรืออาจจะ ไม่ได้ออกมาอีกเลย อันนี้เรียกว่าความเป็นธรรมหรือครับ อันนี้เรียกว่าสังคมสันติสุขหรือครับ
คดีที่ ๒ ยุคสมัยก่อนหน้านั้นสักหน่อย เป็นเรื่องของคุณณัฏฐธิดา หรือคุณแหวน เขาเป็นพยาบาลอาสา ซึ่งอยู่ร่วมในเหตุการณ์ที่มีประชาชนถูกสังหาร ในวัดปทุมวนาราม ในเขตอภัยทาน เขาเป็นพยานที่ให้การชัดเจนว่าเห็นกระสุนมาจาก ฝั่งทหาร เป็นคู่ตรงข้ามกับทหารมาตลอด วันหนึ่งเมื่อทหารทำรัฐประหารและใช้อำนาจ กฎอัยการศึกเข้าครอบครองกระบวนการยุติธรรม และใช้ศาลทหารพิจารณาคดีพลเรือน มีคนบุกไปจับกุมคุณณัฏฐธิดาที่บ้าน มัดมือ ปิดตา เอาขึ้นรถ เอาไปขังไว้ในค่ายทหาร และสอบสวน ในระหว่างการสอบสวนเธอถูกปิดตาข้ามคืน ไม่ได้นอนจนตาเธอบอบช้ำ เธอถูกทำร้ายครับ ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างการสอบสวนมีใครก็ไม่รู้มาขอดูหน้าอกเธอ เปิดเสื้อ ล่วงละเมิดทางเพศเธอในระหว่างที่เธอถูกปิดตาอยู่ เธอถูกตั้งข้อหาคดีมาตรา ๑๑๒ จากการส่ง LINE สุดท้ายหาหลักฐานไม่ได้ศาลยกฟ้องครับ เธอถูกตั้งข้อหาคดีวัตถุระเบิด สุดท้ายหาหลักฐานไม่ได้ศาลก็ยกฟ้องครับ แต่คุณณัฏฐธิดา ถูกขังใต้คำสั่งศาลทหารอยู่ ๓ ปีกว่า อยู่ในเรือนจำ เป็นการติดคุกฟรีที่ไม่มีความผิด หาข้อหา ให้ไม่ได้ แต่เธอถูกล่วงละเมิดไปแล้ว หลังจากที่เธอออกมาจากเรือนจำเมื่อปี ๒๕๖๑ เธอเดินสาย เธอทำทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม เธอไปร้องเรียนทุกที่ เธอไปฟ้อง ทุกศาล กระทั่งกรรมาธิการหลายชุดของสภาแห่งนี้เธอก็มา แต่เธอทวงถามความเป็นธรรม ยังไม่ได้ เพราะตอนนั้นเธอถูกปิดตาอยู่ และเธอไม่รู้แม้แต่หน้าหรือชื่อของคนที่กำลัง ทำร้ายเธอในขณะนั้น ถ้าหากวันนี้ท่านลงมติรับร่างนิรโทษกรรมเพียงเฉพาะร่างฉบับที่เสนอ โดยฝ่ายรัฐบาล เท่ากับว่าท่านกำลังจะไม่ช่วยยืนยันว่า ๒ ข้อหาที่คุณณัฏฐธิดาโดนนั้น เป็นเรื่องการเมืองควรได้รับการอภัยและควรได้รับการยกเว้นความผิด ท่านไม่ช่วยยืนยันว่า เธอติดคุกฟรี แต่ท่านกำลังจะเปิดช่องให้มีการนิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่คนที่ทำร้ายเธอ ที่ล่วงละเมิดทางเพศเธอ และร่างยังเปิดช่องให้มีโอกาสจะนิรโทษกรรมให้กับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร คนอื่น ๆ ที่หันอาวุธใส่ประชาชน จับกุม ใช้กำลังทำร้ายประชาชนอีก หลายต่อหลายกรณี นี่เรียกว่าความเป็นธรรมหรือครับ นี่เรียกว่าเป็นการสร้างสังคมสันติสุข ได้ไหมครับ
คดีสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึงอาจจะเก่าไปสักหน่อย คือคดีของคุณธเนศ คุณธเนศเขาส่งอีเมลฉบับหนึ่ง ๑ ฉบับ ในปี ๒๕๕๓ เนื้อหาของอีเมลเขาขอร้องให้ ชาวต่างชาติคนหนึ่งช่วยคนเสื้อแดงที่กำลังถูกสังหารในระหว่างการสลายการชุมนุม นี่เป็น เรื่องอีเมลนะครับ อีเมลเป็นเรื่องของคน ๒ คนระหว่างผู้ส่งกับผู้รับ ผู้รับถ้าไม่ได้เอาออกไป บอกที่ไหนมันก็ไม่มีใครรู้ แต่พอดีว่าเมล์ของผู้รับถูก DSI Hack เขาจึงถูกตามไปจับกุมตัว ในระหว่างที่เขาถูกคุมขังโดยไม่ได้ประกันตัวเขาถูกส่งไปพบกับจิตแพทย์ จิตแพทย์ฟัง เรื่องราวของเขาแล้วไม่เชื่อ วินิจฉัยว่าเขาเป็นโรคจิตหวาดระแวง Paranoid Schizophrenia ป่วย สารเคมีในสมองบางอย่างทำให้เขาเข้าใจความเป็นจริงบางอย่างผิดไปจากข้อเท็จจริง แต่กระนั้นมีใบรับรองแพทย์แล้วศาลก็ยังลงโทษจำคุก ๓ ปี ๘ เดือน วันนี้คุณธเนศ รับโทษครบ ปล่อยตัวแล้ว แต่คุณธเนศยังกลับไปใช้ชีวิตโดยปกติสุขไม่ได้เลย สัปดาห์ที่แล้ว ก่อนเริ่มพิจารณาเรื่องนิรโทษกรรมเขาเพิ่งโทรศัพท์มาบอกผมว่าชาวบ้านที่อยู่อาศัย รอบ ๆ บ้านที่เขาอยู่ตั้งข้อรังเกียจเขาในฐานะคนที่หมิ่นเจ้า ไม่คบหาสมาคม ไม่ซื้อของ ที่เขาขาย ทำให้เขาไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้มาหลายปี วันนี้หากสภาไม่ช่วยกันนิรโทษกรรม ให้กับคดีเหล่านี้เท่ากับว่าเราจะไม่ช่วยให้คุณธเนศพ้นจากมลทิน และจะติดตัวเขาไป ตลอดชีวิตไม่มีทางออกได้ แต่ตามร่างที่มีการเสนอมาจากท่าน สส. ฝ่ายรัฐบาลกลับพบว่า ท่านจะนิรโทษกรรมให้กับข้อหากบฏ ให้กับคดีข้อหาก่อการร้าย ให้กับคนที่ตั้งใจปิดสนามบิน ตั้งใจทำให้ผู้โดยสารเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ คนได้รับความเดือดร้อน ทำให้ประเทศเสียหาย ท่านกำลังจะนิรโทษกรรมให้กับคนที่ตั้งใจชุมนุมโดยยึดสี่แยกสำคัญ ๆ ในกรุงเทพฯ ปิดศูนย์ราชการ ยึดทำเนียบรัฐบาล เพื่อตั้งใจทำให้คนในเมืองหลวงใช้ชีวิตโดยปกติสุขไม่ได้ เพื่อนำเสนอข้อเรียกร้องทางการเมืองของตัวเอง ถ้าท่านไม่นิรโทษกรรมให้คุณธเนศ แต่ท่าน นิรโทษกรรมให้คนเหล่านี้ แบบนี้เรียกความเป็นธรรมได้หรือครับ แบบนี้เรียกว่าท่านกำลัง สร้างสังคมสันติสุขได้หรือครับ
ท่านประธานครับ ผมได้ฟังท่าน สส. หลายท่านพยายามอธิบายว่าวันนี้ เราต้องช่วยคนที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองจำนวนหนึ่งก่อน อย่าเพิ่งเอาคดีมาตรา ๑๑๒ มา เป็นอุปสรรคให้การนิรโทษกรรมคดีอื่นไม่ประสบความสำเร็จ เราต้องช่วยคนอีกจำนวนมาก ขออนุญาตครับ ผมไม่แน่ใจว่าท่านหมายถึงคดีอะไร ผมถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินจากการไปร่วมการชุมนุม ๑๐ คดี และถูกคดีฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานอีก ๓ คดี ถ้าหากว่าวันนี้ท่านนิรโทษกรรมทุกคน ทุกข้อหาไปพร้อมกัน ท่านจะสร้างสังคมสันติสุข สร้างความปรองดอง สามัคคี สมานฉันท์จริง ๆ ผมก็เพียงได้อานิสงส์ไปด้วย ผมไม่ได้มา ร้องขอท่านนะครับ แต่ถ้าวันนี้ท่านจะลงมติเพื่อให้ผมเดินกลับบ้านได้คนเดียวในคดีบางคดี แล้วท่านจะให้เบญจา ท่านจะให้ธนพัฒน์เดินเข้าเรือนจำ ท่านจะให้คนอีกหลายคนที่อยู่ในเรือนจำไม่มีวันได้ออกมา ผมขอยืนยันว่าผมไม่เอา นิรโทษกรรมแบบที่ท่านว่า แบบที่ได้บางคน ไม่ได้บางคน แล้วขอร้องว่าท่านไม่ต้องอ้างอิง เพราะว่าเราตัดสินแทนทุกคนที่ถูกดำเนินคดีไม่ได้ บางท่านอาจจะรับ แต่ก็มีอีกหลายท่าน ที่ไม่รับ ดังนั้นผมพร้อมจะเดินไปศาล ผมพร้อมจะไปต่อสู้คดี ผมพร้อมจะเผชิญหน้า กับความเสี่ยงที่ต้องได้รับโทษทัณฑ์จากศาล จากคำพิพากษา เพราะผมพร้อมรับผิดชอบ ในสิ่งที่เราไปชุมนุมจริง ๆ แต่ถ้าวันนี้ท่านสมาชิกสภาที่ทรงเกียรติมีเพื่อนฝูงอยู่ข้างหลังท่าน ที่วิงวอนให้ท่านออกกฎหมายช่วยพวกเขา แล้วบอกท่านว่าให้ช่วยทิ้งคนบางกลุ่มไปก่อน แล้วช่วยเฉพาะคนบางกลุ่มก่อน คนกลุ่มนั้นละครับคือคนที่ฝ่าฝืนกฎหมายแล้วไม่กล้ายอมรับ จริง ๆ คือตัวจริง เสียงจริงของคนที่ตอนชุมนุมทำก็ทำไปแล้วไม่กล้าเผชิญหน้ากับผล ที่ตามมา แล้วยังใช้อภิสิทธิ์ด้วยความที่รู้จักและสนิทกับท่าน สส. จึงมาขอให้ออกกฎหมาย นิรโทษกรรมให้พวกตัวเอง วันนี้ถ้าท่านบอกว่าเรากำลังต้องการเห็นความสามัคคีปรองดอง ในประเทศชาติ โดยจะออกกฎหมายเพื่อให้คนบางกลุ่มพ้นผิดได้ทุกข้อหาไม่ว่าจะร้ายแรง และมีโทษเท่าไร ขณะที่ท่านจะคุมขังตีตราคนอีกกลุ่มหนึ่งไปตลอด ผมเห็นว่าเป็นการเดินไป ผิดทางครับ ไม่ใช่การสร้างสังคมสันติสุข และเป็นการออกกฎหมายโดยเลือกปฏิบัติต่อคน บางกลุ่มอย่างชัดเจน ซึ่งข้อเสนอแบบนี้ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอการนิรโทษกรรมที่แย่กว่า ข้อเสนอที่หลาย ๆ ท่านเคยคัดค้านอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อปี ๒๕๕๖ อีกนะครับ ผมมี โอกาสได้ฟังท่าน สส. หลายท่านอธิบายว่ามีประชาชนจำนวนมากในวันนี้ที่ไม่เห็นด้วยกับ การนิรโทษกรรมคดีมาตรา ๑๑๒ อันนี้เรารับครับ เราทราบว่ามีประชาชนที่เห็นเช่นนั้น จริง ๆ แล้วเราต้องเคารพความเห็นของทุกท่าน แต่ผมก็ยืนยันนะครับว่าในประวัติศาสตร์ การนิรโทษกรรมของไทยทั้ง ๒๓ ครั้ง ทุกครั้งก็มีความเห็นที่แตกต่าง ทุกคนไม่ได้เห็นพ้อง ด้วยกันหมดว่าจะต้องนิรโทษกรรมให้ทุกคนในทุกกรณี แต่เมื่อผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศ มีเจตจำนงมากพอที่จะออกกฎหมายมันก็จะเดินไปได้ครับ ถ้าท่านเชื่อว่าท่านมีอำนาจสูงสุด ในประเทศจริง ถ้าท่านเชื่อว่าอำนาจในการออกกฎหมายอยู่ในมือของท่านจริง ๆ เพียงท่าน โหวตไปมันเดินไปได้ครับ และถ้ามีความเห็นต่าง มีคนที่ยังไม่เข้าใจอยู่บ้าง มีคนที่ไม่เห็นด้วย อยู่บ้าง เราก็มีชุดคำอธิบาย มีข้อมูล มีข้อเท็จจริง ถ้าหากได้รับการสื่อสารผมเชื่อว่าพวกเขา ก็สามารถที่จะรู้สึกเห็นใจคนที่อยู่ในเรือนจำและรู้สึกเข้าใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เช่นเดียวกับท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านในที่นี้ได้ หากวันนี้ยังมีใครก็ตามที่ตัดสินไปก่อน แล้วว่าคดีมาตรา ๑๑๒ เป็นคดีที่น่ารังเกียจจนไม่อาจจะแตะต้อง ไม่อาจจะไปทำอะไรได้ วันนี้พวกเราทั้งหมดจึงมายืนอยู่ตรงนี้ครับ เรามาเพื่อจะบอกท่าน เพื่อจะยืนยันว่าคดี มาตรา ๑๑๒ มีมิติ มีชีวิตจริง มีข้อเท็จจริง มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากกว่าที่ท่านเคยทราบมา มีชีวิตและมีเลือดเนื้อของผู้คนที่อยู่ในนั้น เรามาขอวิงวอนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ในการพิจารณาคดี ในการพิจารณาการนิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุจูงใจจากความขัดแย้ง ทางการเมือง ขอให้ท่านอย่าได้ปิดประตูตาย อย่าได้ทอดทิ้ง เหยียบย่ำคนอีกหลายร้อยชีวิต เสมือนกับว่าพวกเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย หรือไม่ได้เจ็บช้ำและรู้สึกสูญเสียเลยกับ ช่วงเหตุการณ์ในเวลาที่ผ่านมา เรามาขอให้ท่านช่วยลงมติรับร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... เพื่อเป็นการเคารพต่อประวัติศาสตร์ และเป็นการแสดง ความเคารพต่อสามัญสำนึกในใจของท่านเอง ขอฝากพิจารณาด้วยครับ