สะถิระ เผือกประพันธ์ อภิปรายเรื่องร่างกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่ถูกยับยั้ง โดยขอให้พิจารณาใหม่พร้อมตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใส ผลกระทบจากสื่อ และข้อเสนอให้จัดวันลงคะแนนร่วมกับการเลือกตั้งเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ที่เข้าใจง่าย การออกแบบกระบวนการที่โปร่งใส และการแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างเป็นกลาง เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลและอิสระ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี อำเภอสัตหีบ พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมขออภิปรายในส่วนของขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญ ขึ้นพิจารณาใหม่ ทั้ง ๒ ร่าง ท่านประธานครับ ผมขอเกริ่นนำสักครู่หนึ่ง เพราะว่าเป็นเรื่อง ของการที่พี่น้องประชาชนจะต้องพิจารณาประชามติไม่ว่าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะ ในเรื่องของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานทราบไหมว่าราชอาณาจักรไทย มีการกำหนดให้มีการออกเสียงประชามติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญทั้งหมด ๘ ฉบับ คือ ปี ๒๔๙๒ ปี ๒๕๑๑ ปี ๒๕๑๗ ปี ๒๕๓๔ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๙ ปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๕๗ แต่มีการให้ออกเสียงประชามติเพียง ๒ ครั้งครับ คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๙ และปี ๒๕๕๗ ฉบับชั่วคราว ท่านประธาน ทำไมผมต้องพูดเรื่องนี้ครับ เพราะว่าทุกครั้งที่มีการเห็นชอบ และไม่เห็นชอบ จะมีข้อยุติก็ดีหรือไม่มีข้อยุติก็ดี หรือจะมีการโน้มน้าวก็ดีหรือไม่โน้มน้าวก็ดี เป็นสิ่งที่เป็นข้อมูลทางสถิติที่ให้เราเชื่อว่าไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชน ต้องยอมรับด้วยเสียงบริสุทธิ์จากเขาก็ดี หรือที่มีการโน้มน้าวก็ดี ปี ๒๕๕๙ นั้นเป็นการออกเสียง ประชามติครั้งแรก มีการเห็นชอบ มีผู้มาออกเสียงทั้งหมด ๒๕,๙๗๘,๙๕๔ คน ผมขอเป็น คร่าว ๆ แล้วกัน จากทั้งหมด ๔๕ ล้านคน เห็นชอบ ๑๔ ล้านคน ไม่เห็นชอบ ๑๐ ล้านคน ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๙ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๕๗ นั้นมีผู้มาใช้สิทธิ ๒๙ ล้านคน จาก ๕๐ ล้านคน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นนะครับ เห็นชอบ ๑๖ ล้านคน และไม่เห็นชอบ ๑๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมจะนำเรียนท่านประธานว่าจะเป็นข้อยุติอย่างไรผมไม่ได้ กังวลครับ เพราะว่าทุก ๆ รัฐธรรมนูญประเทศไทยเรานั้นได้เข้าร่วมปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนุษยชนแล้วในเรื่องของการลงประชามติ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน ของนานาชาติ โดยเฉพาะในส่วนของการลงนามไว้แล้ว ตามมาตรา ๑๙ ว่า ทุกคนมีสิทธิ ในอิสรภาพแห่งความเห็นและการแสดงออก แต่สิ่งที่ผมเป็นกังวลร่วมกับท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในห้องประชุมแห่งนี้ก็คือในเรื่องของการคิดและการตัดสินใจ สิ่งที่ผม เป็นกังวลแล้วขอตั้งข้อสังเกตถ้ามีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นก็คือในเรื่องของ การตัดสินใจในการทำประชามติแต่ละเรื่อง แต่ละครั้งนั้น โดยเฉพาะในเรื่องที่เป็นกฎหมาย ที่ศักดิ์สิทธิ์ทุกตัวตนในประเทศไทยก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ การโน้มน้าวจากสื่อที่เป็น ทางการก็ดี หรือการโน้มน้าวจากสื่ออย่างไม่เป็นทางการก็ดี หรือจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งก็ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เรามีบทลงโทษแล้วหรือยัง เราจะต้องกำหนดขั้นตอนอย่างไร สิ่งที่ผมกังวล เป็นที่สุดคืออะไร ทราบไหมครับท่านประธาน สิ่งที่ผมกังวลที่สุดจะตั้งเป็นข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการวิสามัญคือขั้นตอนการออกเสียงประชามติ ท่านกำหนดวันออกเสียงไว้ อย่างไร จะเป็นวันหยุดยาวไหม ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หรือเฉพาะแค่เสาร์ อาทิตย์ หรือแม้กระทั่ง ผมก็เห็นด้วยเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดินในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ถ้ามี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปก็ดี หรือมีการเลือกตั้งสมาชิกหรือผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี จะให้เป็นวันเดียวกันไหม เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ ของแผ่นดินไทยเป็นพันล้านบาท นี่คือสิ่งที่เราต้องกำหนดและเป็นข้อกังวล
ข้อต่อไปที่เราต้องกังวลก็คือรูปแบบการออกเสียง ไม่ว่าจะ ๑ ชั้นหรือ ๒ ชั้น สิ่งที่เราต้องทำคืออะไรครับ เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิด และไม่ให้พี่น้องประชาชน ตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง ด้วยเหตุผลเขาเอง ด้วยความคิดของเขาเอง เพราะ ๑ เสียงของเขา บริสุทธิ์ ที่ผมจะเน้นย้ำก็คือการโน้มน้าว เราต้องมีเอกสารหรือสื่อใด ๆ ก็ตามที่ออกจาก ภาครัฐไปสู่พี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนของเราที่มีสิทธิออกเสียงประชามตินั้นเข้าใจ ง่ายที่สุด อันนี้คือสิ่งที่ผมเป็นกังวล เพราะ ๒ ครั้งที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนให้ความเห็นว่า สื่อเข้าใจยากครับ
ข้อต่อไป การกำหนดการออกเสียงจะเป็นข้อยุติ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราจะกำหนด อย่างไร บางฉบับ ๑ ใน ๕ บางฉบับเกินกึ่งหนึ่ง สิ่งนี้จะเป็นข้อยุติให้พี่น้องประชาชนยอมรับ หรือเสียงส่วนใหญ่ยอมรับ อันนี้คือสิ่งที่ผมก็กังวลเช่นกัน
ข้อต่อไป การกำหนดคณะกรรมการต้องจัดให้มีการแสดงความคิดเห็น คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง คุณสมบัติแต่ละท่านเป็นอย่างไร มาจากไหน อันนี้ ก็สำคัญครับ กำหนดเขตออกเสียงและกำหนดการออกเสียงจะอำนวยความสะดวกให้ พี่น้องประชาชนอย่างไร ท่านประธานครับ การทำประชามติคือเสียงพื้นฐานที่จะกำหนดว่า ประเทศเราจะเดินไปทางใด รัฐธรรมนูญไทยเป็นกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ เพราะฉะนั้นประเทศเราจะเดินไปทางไหนมันเริ่มต้นจากประชาพิจารณ์นี่ละครับ ผมจึง นำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง อาจจะมีคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ยกร่างขึ้นมา ขอให้ท่าน พิจารณาข้อสังเกตของผมเหล่านี้เพื่อเป็นประโยชน์ในการใช้สิทธิ ใช้เสียง ซึ่งเป็นเสียงบริสุทธิ์ ของพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยครับ ขอบคุณครับ