รายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ครั้งที่ ๕๐/๒๕๕๙
วันจันทร์ที่ ๒๖ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๙
ณ ตึกรัฐสภา
สวัสดีครับ เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมจำนวน ๑๑๑ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเป่ดการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อดำเนินการประชุม ตามระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบผลการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับข้อเสนอแนะเพื่อการ ปฏิรูปตามมาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้มีมติให้ส่งรายงาน เรื่อง การปฏิรูปที่ดินและการจัดการที่ดิน รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติ ป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ พ.ศ. .... พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกสภา ปฏิรูปแห่งชาติไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการนั้น
บัดนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบผลการดำเนินงานเกี่ยวกับข้อเสนอแนะ เพื่อการปฏิรูปดังกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงได้แจ้งผลการดำเนินการ ให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศรับทราบ ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่จัดวางเอกสารไว้ ณ ที่นั่ง ของท่านสมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ จึงขอแจ้งที่ประชุมทราบ
และมีเรื่องที่จะแจ้งต่อที่ประชุมซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระคือ รับทราบ สรุปผลการประชุมคณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์าย และคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ด้วยในคราวประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา ครั้งที่ ๓๘ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๙ ที่ประชุมมีมติให้นำสรุปผลการประชุมของ คณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ์าย และของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา แจ้งให้สมาชิกทุกท่านได้รับทราบการดำเนินงานของคณะกรรมการและของคณะกรรมาธิการ ดังกล่าว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ประจำที่นั่งของสมาชิก ทุกท่านแล้วนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ ๒๘/๒๕๕๙ วันจันทร์ที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๙ บริเวณห้องประชุมสมาชิก ชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๑ และหอสมุดรัฐสภา ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศรับรอง
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
เมื่อไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมดังกล่าวนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๓.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม เรื่อง การปฏิรูปการบริหารจัดการการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง และร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการการปลูกและดูแลต้นไม้ ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง พ.ศ. ....
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ด้วยประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ได้มีหนังสือขออนุญาตให้ ท่านป่ติธรรม ฐิติมนตรี อนุกรรมาธิการการปฏิรูประบบเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องและตอบประเด็นข้อซักถามของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ซึ่งได้พิจารณาแล้วจึงได้ขออนุญาตขอเชิญท่านป่ติธรรม ฐิติมนตรี เข้าร่วมประชุมชี้แจงด้วยครับ สำหรับรายชื่อผู้นำเสนอและชี้แจงได้แก่ ๑. ท่านอโณทัย ฤทธิ์ปัญญาวงศ์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม อดีตสมาชิกวุฒิสภา ๒. ท่านอําพล จินดาวัฒนะ รองประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม คนที่หนึ่ง ประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตประธาน กรรมาธิการการปฏิรูปด้านสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ๓. พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ กรรมาธิการและประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ๔. ท่านเพิ่มพงษ์ เชาวลิต กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการในคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสร้างเสริมชุมชน เข้มแข็ง อดีตเลขาธิการคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามยาเสพติด ๕. ท่านป่ติธรรม ฐิติมนตรี อนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง อดีตรองผู้ว่า ราชการจังหวัดราชบุรี ขอเชิญท่านอโณทัย ฤทธิ์ปัญญาวงศ์
กราบเรียน ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ
ขอประทานโทษ ท่านวันชัยกับท่านนิกร จำนง ท่านมีเรื่องอะไรครับ ผมขอเรียนอย่างนี้นะ เรื่องหารือนั้นมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว เรื่องขอหารือนั้นขอให้ผมนำเรื่องไปบรรจุในระเบียบวาระที่ ๖ คือเรื่องอื่น ๆ เปึนเรื่องหารือ นะครับ ขออนุญาต
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ ต้องกราบขออภัยท่านประธานและท่านกรรมาธิการที่กำลังชี้แจง สิ่งที่ผมจะกราบเรียน ต่อท่านประธานและที่ประชุมนั้นหาได้เปึนคําหารือแต่อย่างใดไม่ แต่เปึนคําอภิปราย ที่จะอธิบายให้กับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้เข้าใจโดยทั่วกัน เกรงว่าท่านประธาน และท่านสมาชิกจะเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อนต่อข่าวที่เกิดขึ้นในวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ที่ผ่านมา เพราะปรากฏจากสื่อมวลชนหลายฉบับ รวมทั้งสื่อทีวี (TV) ด้วย ไปลงข่าวกัน ในทำนองว่า สปท. เสนอให้ยุบ กกต. รวมทั้ง สปท. เสนอให้เซตซีโร (Set zero) กกต. ก็เกรงว่าสิ่งที่มันปรากฏเปึนข่าวนั้นท่านประธานและเพื่อนสมาชิกซึ่งเคยพูดในที่ประชุม หลายครั้งว่าเรื่องอย่างนี้อาจทำให้องค์กรหรือบุคคลภายนอกเข้าใจผิดต่อ สปท. ดังนั้น ผมจึงอยากจะชี้แจงต่อท่านประธานเพื่อให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้เข้าใจที่มาที่ไป และจะได้รับทราบโดยพร้อม ๆ กันว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ปรากฏ เปึ้นข่าวเนื่องจากกรรมาธิการด้านการเมืองกำลังมีการพิจารณากฎหมายลูกเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วก็มีหลายประเด็นที่คณะกรรมาธิการ ด้านการเมืองกำลังพิจารณาอยู่ ปรากฏว่าสื่อมวลชนเท่าที่ผมทราบ ท่าน พลเอก ฐิติวัจน์ กำลังเอก ได้ให้สัมภาษณ์ไปในทำนองว่า กกต. มีปัญหาภายในของความขัดแย้งและ การแย่งตำแหน่งประธานกรรมการการเลือกตั้ง นั่นก็เปึนประเด็นหนึ่ง และผมได้สอบถาม แล้วว่าเปึนความเห็นส่วนตัวของท่าน เท่าที่ท่านได้ข้อมูลและท่านให้ข่าวไปแล้ว ปรากฏว่า เรื่องนี้แทนที่จะจบแค่นั้น สื่อมวลชนหลายฉบับรวมทั้งทีวี (TV) ได้สัมภาษณ์ผม ในฐานะเปึนโฆษกกรรมาธิการด้านการเมือง ถามว่าเรื่องนี้จะมีการเซตซีโร (Set zero) กกต. หรือไม่ จะมีการยุบกรรมการชุดนี้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานว่าในเนื้อหาที่กรรมาธิการ ด้านการเลือกตั้งกำลังพิจารณาประการใดนั้น ผมได้ให้ข่าวไปว่าเรากำลังพิจารณากฎหมายลูก มีประเด็น ๑ ๒ ๓ ๔ อย่างไรบ้าง และก็ได้ให้ในรายละเอียดในฐานะเปึนโฆษก และประการ ต่อมาเขาถามถึงเรื่องการเซตซีโร (Set zero) ซึ่งเปึนประเด็นข่าวที่ต่อเนื่องจากข่าวอื่น ๆ ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานร่วมทั้งข้อสังเกตของท่านนิกร จำนง อย่างสำคัญ บอกเขาว่านี่เปึนความเห็นส่วนตัว ผมย้ํานะครับท่านประธาน แต่เวลาสื่อเขาไปลงนี่ เขาไม่ค่อยได้ลง แต่ขอเรียนต่อท่านประธานว่าผมได้ให้ความเห็นส่วนตัวตามที่ปรากฏ เปึ้นข่าวนั้นจริง เพราะเท่าที่ผมทราบและรวมทั้งท่านประธานและเพื่อนสมาชิกบางท่าน ก็อาจจะทราบเปึ้นที่แน่ชัดว่าขณะนี้ กกต. บางส่วน บางคน บางกลุ่ม กำลังจะขอ พูดง่าย ๆ ตามข่าวที่ปรากฏนี่ข้อมีการสับเปลี่ยนตำแหน่งประธาน กกต. กันอยู่จริง และประธานเองก็รับว่ามีประเด็นดังกล่าวนี้จริง และวงในที่เราทราบก็มีการแย่งตำแหน่ง เหล่านี้กันจริง ผมจึงให้เปึนข้อสังเกตส่วนตัวด้วยความเรียบร้อยว่าอยากให้องค์กรของ กกต. นั้น ไม่มีความขัดแย้งในระหว่างการเลือกตั้ง เพราะสิ่งที่เราปฏิรูปการเมืองอย่างสําคัญที่สุดนั้น ก็คือต้องการให้การเลือกตั้งมีความสุจริตเที่ยงธรรม ดังนั้นคนที่เปึนกรรมการ กกต. จึงเปึนความหวังของการเลือกตั้งครั้งที่จะเกิดขึ้น ถ้า กกต. ในจำนวน ๕ คนมีความขัดแย้ง มีความแตกแยกกันเสียแล้ว เราจะไปหวังได้อย่างไรว่าจะทําให้การเลือกตั้งครั้งหน้า เกิดความเรียบร้อย ดังนั้นถ้าในองค์กรแตกแยกเจ้าหน้าที่ก็จะพลอยมีปัญหาไปด้วย นี่เปึนข้อสังเกตที่ผมเสนอไป ถ้าแตกแยก แตกสามัคคี บริหารงานกันไม่ได้ ถ้าจำเปึนจะต้อง เซตซีโร (Set zero) ก็จำเปึน นี่เปึนความเห็นส่วนตัวครับท่านประธาน ผมก็เกรงว่า ท่านประธานและท่านสมาชิกจะเสียหาย เพราะข่าวปรากฏว่า สปท. ให้ยุบ กกต. ดังนั้น จึงกราบเรียนต่อท่านประธานและที่ประชุมด้วยความเคารพเพื่อความเข้าใจตรงกัน ผมพยายามกระทำและพูดด้วยความระมัดระวังอยู่แล้ว แต่สื่อบางทีไปขยายแนวทางและ ไม่ได้ลงให้ชัดว่านี่เปึนความเห็นส่วนตัว จึงกราบเรียนต่อท่านประธานและเพื่อความเข้าใจครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านนิกร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จํานง นะครับ สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๗๙ ประเด็นของผมเกี่ยวกับเรื่องวาระอย่างที่ท่านประธาน แจ้งนะครับ คือเมื่อกี้ท่านประธานบอกว่าไปเรื่องอื่น ๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องหารือ ผมเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่า ในวาระการประชุมท่านประธานก็แจ้งเรื่องต่าง ๆ ทีนี้เรื่องต่าง ๆ ขณะนี้จากข้อสังเกตผมเชื่อว่าจะเปึนมากกว่านี้ก็คือว่ารัฐบาลจะเริ่มตอบ พอเริ่มตอบแล้ว ทาง สปท. เราส่งเรื่องไป เรื่องแรกก็ผลเกี่ยวกับเรื่องปฏิรูปที่ดินนี่นะครับ เปึนเรื่องที่ สปช. เสนอไปนานแล้ว แล้วตอบมา พอตอบมาก็เกี่ยวเนื่องกับ สปท. เรา ดังนั้นเรื่องประเด็น เหล่านี้อยากจะเรียนท่านประธานว่าท่านประธานแจ้งให้สมาชิกทราบพร้อมกับเอกสาร แต่ทีนี้ในกรณีที่ถ้าเปึ้นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องและสมาชิกมีความเห็นนี่ ผมเห็นว่าสมาชิก ควรจะได้ให้ความเห็นได้บ้าง หมายถึงว่าในวาระนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นพอไปอยู่ในเรื่องอื่น ๆ เปึ้นเรื่องหารือมันจะเปึนเรื่องอื่น สมมุติว่าผมก็ไม่เคยนะครับ เรื่องการไปรายงานต่อ ๓ ฝ์าย ผมไปด้วยตนเองแล้วก็ไปรายงาน ทีนี้เรื่องเขารับไปแล้วตามที่ประธานแจ้งเมื่อกี้ เรื่องนี้เปึ้นเรื่องประธานแจ้งแต่ไม่อยู่ในวาระนะครับ ทีนี้เรื่องนี้ผมก็อยากจะมาเล่าให้สมาชิก ฟังเล็กน้อยว่าที่ไปมันมีข้อสรุปอย่างไรบ้างหรืออะไรพวกนี้ ในความเห็นผมน่าจะสามารถ พูดได้บ้างในวาระเหล่านี้ หรือว่าถ้าท่านประธานจะให้ยกยอดไปเรื่องอื่น ๆ ก็ได้ แต่ว่า เหมือนกับท่านประธานแจ้งอะไรแล้วสมาชิกมีความเห็นใด ซึ่งในอนาคตผมเชื่อว่า เรื่องที่เราไป ครม. จะกลับมาค่อนข้างเยอะ ทีนี้ท่านสมาชิกควรจะได้ฟอลโลว์ (Follow) ตามได้บ้างว่าอย่างน้อยก็รับทราบและมีความเห็นบ้างจะได้บันทึกไว้นะครับ ไม่อย่างนั้น เราฟังอย่างเดียวก็ไม่มีผลอะไร ก็หารือท่านประธานเท่านั้น ผมสามารถรอไปพูดเรื่องอื่น ๆ ก็ได้ แต่ผมมีความเห็นว่ามันเปึ้นเรื่องที่อยู่ในวาระประธานแจ้งครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่าน พลตำรวจโท อำนวย
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน ครับ สั้น ๆ นิดเดียวครับ เรื่อง กกต. ต้องขออนุญาตครับ บังเอิญผมเปึนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร ใน กกต. ไม่มีปัญหาขัดแย้งครับ ยืนยันครับ คณะกรรมการ การเลือกตั้งทั้ง ๕ ท่านยังทำงานสามัคคีกลมเกลี่ยวเปึนหนึ่งเดียวกันอยู่ อาจจะมีบางท่าน คำว่า บางท่าน คือท่านเดียวครับอยาก แต่ความอยากก็ต้องตั้งอยู่บนกฎ กติกา มารยาท ก็แก้ปัญหาได้ครับ คนเราทุกคนอยากครับ แต่ความอยากนั้นจะต้องยืนอยู่บนกฎ กติกา มารยาท กกต. ชุดนี้ยังทำงานได้ดีอยู่ ไม่มีปัญหาภายใน ยืนยันครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับที่ท่านวันชัยกรุณาชี้แจงมา แล้วก็ที่ท่านนิกรได้กรุณามีความเห็นว่า เรื่องรับทราบควรจะมีความเห็นได้ ความจริงเรื่องรับทราบผมก็เพียงให้ทราบเฉย ๆ ส่วนที่ว่า หลังจากที่ท่านสมาชิกรับทราบแล้วท่านจะไปคิดอ่านดำเนินการต่อไปอะไรก็หลังจาก การประชุมก็แล้วกันนะครับ คือมีอะไรเราเห็นสมควรรับทราบเราก็ให้ทราบ ส่วนใหญ่แล้ว เรื่องที่ ครม. แจ้งว่ามีความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิรูปกลับคืนมานั้น ปกติ ผมก็จะส่งให้กรรมาธิการด้านต่าง ๆ รับไปดําเนินการ ทีนี้ สปท. อีก ๒๐๐ คนส่วนร่วม ก็รับทราบไว้ เราจะได้ทราบทั่วกัน เชิญท่านเสรีครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สั้น ๆ นิดเดียวครับท่านประธานครับ เรื่องที่อภิปรายหรือพูดถึงเมื่อสักครู่นี้เรื่อง กกต. จะทํางานได้หรือไม่ อย่างไร แต่ข่าวออกว่าทํางานไม่ได้นะครับ ส่วนกรรมาธิการด้านการเมือง จะประชุมพรุ่งนี้เกี่ยวกับกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะมีประเด็นเกี่ยวกับว่า การทำหน้าที่ของ กกต. ในปัจจุบัน แล้วก็จะเซตซีโร (Set zero) กกต. หรือไม่นะครับ พรุ่งนี้ กรรมาธิการจะพิจารณาเรื่องนี้ แล้วจะนำมาเสนอเข้าวิป (Whip) คราวต่อไปในวันพฤหัสบดีนี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอเรียนเชิญท่านอโณทัยครับ
กราบเรียนประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทุกท่าน กระผม นายอโณทัย ฤทธิ์ปัญญาวงศ์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคม ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้บรรจุรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านสังคมเพื่อนำเสนอรายงาน เรื่อง การปฏิรูปการบริหารจัดการ การปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง และร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารจัดการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง พ.ศ. .... โดยเรื่องดังกล่าวนี้เปึนหนึ่งใน ๓๗ วาระปฏิรูป ซึ่งเปึนการต่อยอดมาจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ และจะได้นําเสนอต่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในวันนี้ เปึ้นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทย ต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้ง เกิดสภาวะอากาศร้อนและแห้งแล้ง โดยมีอุณหภูมิสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง ประชาชนได้รับผลกระทบและประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ พอหน้าน้ำหลาก ก็เกิดปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือน ไร่นาและที่ทำกิน ส่วนหนึ่งของปัญหาเกิดจากต้นไม้และพื้นที่ ป์าไม้ทั้งประเทศมีจำนวนลดลง ทั้งที่ได้มีการรณรงค์ให้มีการปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง เปึ้นระยะเวลา ๒ ทศวรรษที่ผ่านมาจากหน่วยงานราชการ เอกชนและชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ มาโดยตลอด จากสภาพปัญหาดังกล่าวการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชนต่าง ๆ จึงมีความ จำเปึนและต้องมีการบูรณาการจากหน่วยงานต่าง ๆ อย่างจริงจัง โดยต้องมีเจ้าภาพหลัก ในการดําเนินการทั้งในระดับชุมชนพื้นที่ ตําบล อําเภอและจังหวัด ประกอบกับต้องมีการสนับสนุนข้อมูลองค์ความรู้การปลูกและดูแลต้นไม้ในด้านรุกข์วิทยา มีการส่งเสริมให้มีการปลูกต้นไม้ตามสภาพท้องถิ่นที่เหมาะสม รวมไปถึงการกระจาย การปลูกต้นไม้ให้เพิ่มมากขึ้นและครอบคลุมทั้งประเทศ ดังนั้นเพื่อให้การปลูกและดูแลต้นไม้ ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง ให้ประสบความสำเร็จ มีความต่อเนื่องและมีความยั่งยืน สร้างความอุดมสมบูรณ์ เพิ่มจำนวนต้นไม้ให้มีมากขึ้นจนเกิดเปึนพื้นที่ป์าไม้ ลดภาวะโลกร้อน และก๊าซเรือนกระจกให้กับประเทศ จึงจำเปึนต้องมีกลไกและแนวนโยบายจากรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวให้เปึ้นรูปธรรม รวมถึงมีการส่งเสริม การดำเนินงานตามแนวทางประชารัฐ อันจะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือและสร้าง ความเข้มแข็งของชุมชนในการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และความยั่งยืนต่อไป กระผมใคร่ขออนุญาตให้นายอำพล จินดาวัฒนะ รองประธาน กรรมาธิการ คนที่หนึ่ง และประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศระบบ สร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง เปึ้นผู้นำเสนอรายงานต่อจากผมไปครับ
ขอเรียนเชิญท่านอำพล จินดาวัฒนะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพครับ ท่านเพื่อนสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศครับ ต้องกราบขอบพระคุณที่กรุณาให้ผมได้นำเสนอรายงานช่วงต่อไปนี้นะครับ ซึ่งหลังจากผมเกริ่นนำตรงเข้าเรื่องแล้วก็จะเปึ้นท่าน พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ และคณะที่เปึนเจ้าของและเปึนเจ้าภาพประเด็นนี้เปึนประเด็นหลักนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กราบขอบพระคุณที่ได้กรุณาอนุญาตให้นำต้นยางนามาสร้าง บรรยากาศนิดหนึ่งนะครับ เราจะเห็นว่าวันนี้ในจอจะมีสีเขียวข้องต้นไม้ครับ เพียงแค่ ๕ ต้นเล็ก ๆ เปึนกล้าต้นไม้ยางนา ๕ ต้น ต้นนี้อายุประมาณสักราว ๆ เกือบป้หนึ่งนะครับ กราบเรียนว่ายางนาซึ่งพวกเราจะรู้จักกันโดยทั่วไป พวกเราก็อายุรุ่นราวคราวเดียวกันนะครับ สมัยเด็ก ๆ นั้นบ้านก็ต้องเปึนฝ่าไม้ยางนะครับ เราจะไม่ค่อยเห็นคุณค่าเรื่องต้นไม้ใหญ่ เหล่านี้ เรามีมากเราก็เลยตัดใช้จนเกือบหมดไปแล้ว วันนี้เราก็เริ่มมีสำนึกเรื่องเหล่านี้ นะครับ ยางนาเหล่านี้ ๓ ป้ ๕ ป้ ๑๐ ป้ มันจะใหญ่โตมหึมา วันที่เราเสียชีวิตไปแล้ว ต้นไม้นี้ ก็ยังอยู่นะครับ เปึนมูลค่าและคุณค่าของประเทศอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเพิ่งไปประเทศเวียดนามมาเมื่อไม่นานมานี้ ปรากฏว่าต้นยางนาเข้าปลูกริมถนนหนทาง ที่เปึ้นที่ของสาธารณะ หมายถึงที่ของราชการนะครับ เต็มไปหมด ถ้าเราช้าอยู่เข้าไปไกล แล้วครับ เปึ้นทั้งคุณค่าและมูลค่า ผมอยากจะกราบเรียนว่าที่ขออนุญาตท่านประธาน นำมาวางไว้ตรงนี้ก็เพื่อที่จะเปึนคล้าย ๆ เชิงสัญลักษณ์ครับ ต้นยางนาที่ได้มานี้ได้มาจาก วัดสระไม้แดง จังหวัดชัยนาทนะครับ ด้วยความกรุณาจากพระชัยนาทมุนี้ เจ้าคณะจังหวัด ชัยนาทครับ ท่านได้ทำงานกับวัดและบ้าน และเครือข่ายต่าง ๆ เพาะกล้าไม้จำนวนมาก เปึ้นไม้ใหญ่เพื่อที่จะส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นน้ำไปปลูกนะครับ ต้องกราบขอบพระคุณ ในโอกาสนี้ด้วยครับ แล้วก็ต้องขอบคุณสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดชัยนาทที่ประสานงานให้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ารายงานเรื่องนี้ การปฏิรูปการบริหารจัดการการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็งนั้น มีเพื่อนสมาชิกบางส่วนอาจจะสงสัยว่าเรื่องปลูกต้นไม้ทําไมถึงเปึนประเด็นเรื่องการปฏิรูป และเมื่อสัก ๒ สัปดาห์ที่แล้วในสภาของเราได้พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ ที่มีอาจารย์ยงยุทธเปึนประธาน เราพูดถึงเรื่องการพลิกฟุ๋่นป์าให้กับแผ่นดิน วันนั้นกระผม ได้กราบเรียนในที่ประชุมครับว่า ๒ เรื่องนี้เหมือนกับ ๒ ด้านของเหรียญ ถ้าเราต้องการ ให้เหรียญมีความสมบูรณ์ เรามีมติต่อรายงานเรื่องป์าไปแล้ว ถ้าเราทําให้ดี ปฏิรูปให้ดีในระบบต่าง ๆ เราก็จะมีผืนป์ากลับคืนมา ซึ่งวันนี้ร่อยหรอลงไปมาก เพราะเรามีมากเราก็เลยใช้กันมาก แต่วันนี้เราจะต้องปรับใหม่ อีกด้านหนึ่งของเหรียญก็คือ พื้นที่ของเอกชนครับ ประชาชนคนเล็กคนน้อย ประชาชนทุกคนมีพื้นที่มากน้อยต่างกัน และในขณะเดียวกันสถานที่ราชการซึ่งเปึ้นที่ของส่วนกลาง ที่สาธารณะที่ราชการใช้อยู่ มีจำนวนมากมาย ตรงนี้ถ้าเราได้พลิกฟุ๋่นกลับมาปลูกต้นไม้เปึนไม้ใหญ่กันเต็มบ้านเต็มเมือง ในอีกไม่กี่ป้ข้างหน้านั้นระบบคุณค่า ระบบสิ่งแวดล้อมและระบบมูลค่าทางเศรษฐกิจ จะกลับมามากมายครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสัก ๒ สัปดาห์ที่แล้วทางคณะของเรา ได้ลงไปเยี่ยมที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็มีโครงการที่เขาจะปลูกต้นไม้ ในชุมชนของมหาวิทยาลัย ๕,๐๐๐ กว่าไร่ ประมาณร้อยละ ๔๐ ให้เปึ้นพื้นที่สีเขียว แล้วก็มีโครงการปลูกต้นไม้ใหญ่ ถ้าไปดูจะมีความงดงามมากนะครับ เราจะเห็นยางนาขนาด ต่างกัน ประดู่ป์านะครับ ป์าสารพัดชนิดนะครับ ในขณะเดียวกันสมเด็จพระเทพฯ ท่านได้ กรุณาให้มีการวิจัย การวิจัยยางนาก็พบว่ามันมีประโยชน์มาก ยางก็จะใช้แทนน้ำมันใต้ดินได้ ใบก็สามารถทำสบู่ที่สามารถจะช่วยรักษาผิวอะไรต่าง ๆ อันนี้ผมแตะนิดเดียวเพื่อให้เห็นว่า คุณค่าของต้นไม้นั้นมหาศาลครับ หยู่กย้าต่าง ๆ ที่เราใช้ทุกวันนี้ที่เปึนยาเคมีส่วนใหญ่ ก็วิจัยมาจากสรรพสิ่งนั่นเอง โดยเฉพาะต้นไม้ครับ แล้วก็มาพัฒนาเปึนเรื่องของเคมีต่อไป เพราะฉะนั้นต้นไม้มันคือชีวิตของเราครับ เราอยู่ในประเทศไทยซึ่งมีชัยภูมิที่ดีมาก มีความหลากหลายทางธรรมชาติอย่างสูง ถ้าเราพลิกฟุ๋่นกลับมาทำกันคนละเล็กละน้อย ก็จะสามารถพลิกเรื่องของธรรมชาติ ซึ่งที่ผมกราบเรียนว่าเปึ้นทั้งมูลค่าและคุณค่า ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วเรื่องนี้ประเด็นแรกที่ผมกราบเรียนไปแล้วก็คือเรื่องนี้ ไม่ซ้ำซ้อนกับรายงานเรื่องของการพลิกฟุ๋นผื่นป์านะครับ เปึ้นอีกด้านหนึ่งของเหรียญ เราจะส่งเสริมไปที่ชุมชน ประชาชน หัวไร่ปลายนา บ้านของเราเองนะครับ รวมทั้งสถานที่ ราชการต่าง ๆ
ประเด็นที่ ๒ ซึ่งผมอยากกราบเรียนว่า แล้วมันเปึ้นประเด็นปฏิรูปหรือไม่ ผมกราบเรียนว่าเราคิดว่าเรื่องนี้เปึนประเด็นปฏิรูป ไม่ใช่อยู่ที่การปลูกต้นไม้ครับ แต่เปึนการ ปฏิรูปเพราะว่าการปลูกต้นไม้จะเปึนยุทธวิธีทําให้ชุมชนได้เข้ามาร่วมกันทํางาน และสร้าง ชุมชนเข้มแข็ง ผมขออนุญาตกราบเรียนตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่ง ในส่วนตัวผมได้ติดตาม ชุมชนแห่งนี้ที่อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นนะครับ และคณะของเราได้ลงไปดูแล้ว พบว่าที่หมู่บ้านคำปลาหลายที่อำเภออุบลรัตน์ ในยุคหนึ่งเปึ้นบ้านที่ยากจนที่สุดในอำเภอ ประชาชนแตกแยกกัน ไม่ได้มีความสามัคคีกันเลย เขาก็มุ่งเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว คือปลูกพืช เพื่อจะเอารวยตามนโยบาย ตามกระแส ทำไปก็ยิ่งติดหนี้สินครับ ในวันนี้ถ้าเราไปดู หมู่บ้านคำปลาหลาย เราจะพบความเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารมหาศาล หนึ่งในนั้นเขาใช้ ยุทธศาสตร์คือยุทธศาสตร์การร่วมกันปลูกต้นไม้ใหญ่ครับ แล้วก็มีการขุดบ่อน้ำ มีการพัฒนา ทางเกษตรผสมผสานตามทฤษฎีใหม่ ตามเศรษฐกิจพอเพียง ที่นั่นเข้าใช้คำว่า เกษตรประณีต มีที่มากหรือที่น้อยก็ทำเท่าที่ทำกินได้และปลูกต้นไม้ใหญ่ครับ วันนี้ปรากฏว่าชาวบ้าน ที่เคยียากจนนั้นเขาลืมตาอ้าปากแล้วกำลังมีความมั่งคั่ง เพราะเขามีต้นไม้ใหญ่ ที่มันให้ดอกเบี้ยทุกวัน แล้วปรากฏว่าดอกเบี้ยที่มันเพิ่มพูนขึ้นมาทุกวันนั้นมันให้กับ แผ่นดินด้วย มันให้กับชุมชนด้วย แล้วมันให้กับครอบครัวเขาด้วย บางบ้านขณะนี้มีไม้ใหญ่ เปึ้นร้อยต้น บางบ้านมีเปึนพันต้น มีอยู่ครอบครัวหนึ่งที่เปึ้นปราชญ์ชาวบ้านเขาไปตัด ต้นสักรุ่นแรกที่เขาปลูกไว้เอามาทำคอกหมูครับ เขาบอกเขาลงทุนทั้งหมด ๕๐๐ บาท เขามาสร้างคอกหมูเพื่อให้คนดูว่าคอกหมู่ทำด้วยไม้สักได้ โดยที่เขาลงทุนปลูกครั้งแรก เมื่อ ๑๐ กว่าป้ที่แล้วเพียง ๕๐๐ บาทเท่านั้น ผมกราบเรียนตรงนี้เพื่อจะเชื่อมโยงว่าเรื่องนี้ จะทำให้คนในชุมชนท้องถิ่น บ้าน วัด โรงเรียน ราชการและหน่วยต่าง ๆ ได้เข้ามาร่วมมือ ทำงานโดยผ่านกระบวนการยุทธศาสตร์ปลูกต้นไม้ ดูแลต้นไม้ทั้งแผ่นดิน เรามีที่ดิน ทั้งประเทศยังมีที่ว่างที่จะปลูกต้นไม้ใหญ่ได้ บ้านที่มีเนื้อที่น้อยเรามีต้นไม้ใหญ่สัก ๒-๓ ต้น ก็จะสามารถปลูกได้ ๑๐ ต้น ๑๐๐ ต้น ๑,๐๐๐ ตัน ก็สามารถขยายเรื่องนี้ได้เต็มแผ่นดิน มันเปึ้นเครื่องมือที่จะนําไปสู่การปฏิรูปให้ชุมชนเข้มแข็งเพราะจะทําให้ชุมชนเข้ามา ร่วมกันทำงาน ร่วมคิด ร่วมทำครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า เรื่องนี้เปึนการทำงานต่อยอดจากรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านสังคม ชุมชน ของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่มองว่าการปฏิรูปให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่นยืน นั้นจําเปึนต้องเน้นที่ฐานเจดีย์คือชุมชนท้องถิ่นครับ ยิ่งตอนนี้เรานํามาสู่เรื่องของแผน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป้ รวมทั้งประเทศไทย ๔.๐ ไม่ใช่เศรษฐกิจกระแสหลักเท่านั้น แต่หมายถึงเศรษฐกิจที่มันจะฟุ๋่นมาจากทุนสำคัญของประเทศคือผืนดิน ต้นไม้ เราสามารถ ที่จะเชื่อมโยงตรงนี้ได้ สิ่งแวดล้อมจะดีขึ้น เศรษฐกิจจะดีขึ้น ชุมชนจะดีขึ้น เราได้เคย วิเคราะห์ไว้ครับว่าชุมชนเข้มแข็งจะต้องประกอบด้วย ๔ หลักที่สำคัญ หลักที่ ๑ คือสร้างเสริมสิทธิและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการสาธารณะต่าง ๆ เรื่องที่ ๒ ชุมชนต้องมีสิทธิและมีโอกาสในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ภูมิปัญญาร่วมกับรัฐ เรื่องที่ ๓ คือชุมชนจะต้องมีการจัดการเศรษฐกิจชุมชนหรือสัมมาชีพ หรือเศรษฐกิจประชารัฐ เรื่องที่ ๔ คือการจัดการสาธารณะต่าง ๆ และสวัสดิการชุมชน ที่เหมาะสม ทั้งหมดนี้ ๔ เรื่องครับ กราบเรียนว่ากรณีการส่งเสริมและชวนกันปลูกต้นไม้ อย่างเปึ้นระบบนั้นจะสามารถเสริมสร้างทั้ง ๔ มิตินี้ได้ทั้งหมดครับ เรื่องของการมีส่วนร่วม ของชุมชนในการจัดการสาธารณะก็ได้ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะกลับมาครับ เรื่องเศรษฐกิจ เมื่อสามารถเดินหน้าไปอย่างนี้ได้เปึ้นเรื่องเศรษฐกิจแน่นอน ที่ผมกราบเรียน แล้วตัวอย่างชัดเจนครับ วันนี้มีการทำสบู่จากยางนา ชาวบ้านก็สามารถใช้ใบของยางนา เท่านั้นไม่ใช่ต้นนะครับ เพื่อมาเปึนส่วนประกอบของสบู่ที่เปึ้นสมุนไพรครับ เรื่องของ สวัสดิการชุมชน หลายพื้นที่ขณะนี้ในชุมชนต่าง ๆ สามารถนำเรื่องการปลูกต้นไม้มาเชื่อมโยง กับสวัสดิการครับ ที่ขอนแก่นเช่นเดียวกันเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านอีสานซึ่งเข้ารณรงค์ ขณะนี้เขาปลูกต้นไม้ไปหลายล้านต้นแล้วนี่นะครับ เขาส่งลูกเรียนพยาบาลจะส่งเข้าเรียน เขาจะไปคัดเด็กที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมและเปึนคนจิตใจดี พ่อแม่ต้องปลูก ต้นไม้ครับ ตัวเขาก็ต้องปลูกต้นไม้ แล้วเมื่อเขาเรียนจบต้นไม้มันโตครับ เมื่อเขาทำงานแล้ว ต้นไม้โตขึ้นเรื่อย ๆ วันที่เขาแต่งงานก็สามารถที่จะตัดต้นไม้ของตัวเองมาปลูกบ้านเปึน เรือนหอได้ เรื่องเหล่านี้ ๔ มิตินี้อยู่ในเรื่องเดียวกันทั้งหมดเลยครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้ก็จะกราบเรียนว่าเรื่องที่เราเสนอนี้เปึนยุทธศาสตร์เพื่อจะนําไปสู่ การที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง แต่ไม่ใช่ตัวมันเข้มแข็งโดยการปลูกต้นไม้เท่านั้น ต้นไม้เปึ้นเพียง ยุทธศาสตร์และเปึ้นทางเข้าหรือเปึนวิธีการหนึ่งเท่านั้นนะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ทางท่านชิดชัย และคณะท่านจะได้นำเสนอต่อ เพราะสิ่งที่เราเสนอในรายงานนี้เรามุ่งปฏิรูป ๔ ประเด็นครับ คือประเด็นปฏิรูปการบริหารจัดการ ปฏิรูปโครงสร้างและการมีส่วนร่วมของประชาชนกับรัฐ ในรูปแบบประชารัฐ เรื่องที่ ๒ คือปฏิรูประบบฐานข้อมูลสารสนเทศ เรื่องที่ ๓ คือ การปฏิรูปการบริการภาครัฐ และเรื่องที่ ๔ คือการปฏิรูปการบริหารจัดการเพื่อให้เรื่องนี้ เปึ้นระบบแล้วก็สามารถส่งเสริม สนับสนุนกระบวนการทำให้ชุมชนเข้มแข็งต่อไป ผมขออนุญาตรายงานเพียงเท่านี้ แล้วก็เปึ้นท่านชิดชัยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอเชิญท่าน พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ นะครับ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนกรรมาธิการและประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้าน สังคม ขอเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ เพื่อนสมาชิกที่รัก ผม พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ลำดับที่ ๓๙ วันนี้มีความยินดีครับที่จะเสนอเรื่องเย็น ๆ คือเรื่องต้นไม้นะครับ ซึ่งเมื่อกี้ท่านก็คงจะได้ฟังว่าต้นไม้มีทั้งมูลค่าและคุณค่าในตัวของตัวเอง เผอิญประเทศเราเปึนประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์มองผ่านต้นไม้ไปเยอะ อยากจะตัดก็ตัด อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอหน้าฝืนไม่มีต้นไม้น้ำก็ท่วมไหลบ่าเร็วมาก พอหน้าแล้งไม่มีต้นไม้ ก็บ่นว่าร้อนนะครับ นี่คือสิ่งที่เราประสบอยู่ทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะเราคิดมานี่ คือเพื่อต้องการจะให้ตระหนักว่าต้นไม้มีมูลค่าจริง ๆ มีคุณค่าต่อสังคมจริง ๆ นะครับ ซึ่งรายละเอียดก็จะได้นําเสนอต่อไปนะครับ ซึ่งผมก็อยากจะเน้นย้ําอีกว่าทําไมถึงเปึนเรื่อง วาระของการปฏิรูปนะครับ อย่าลืมว่าในชุมชนที่เราพูดว่าชุมชนในประเทศไทยแบ่งออกเปึน ๒ ชุมชน คือชุมชน ในเมืองกับชุมชนในชนบท ชุมชนในชนบทนี่มีประชากรอยู่อย่างน้อย ๓๐ ล้านคนนะครับ เพราะฉะนั้นในโครงการของเราถึงได้แบ่งพื้นที่ในชุมชนเมือง ชุมชนชนบทว่าการปลูกและ ดูแลต้นไม้จะเปึนอย่างไร การปลูกดูแลต้นไม้ในชุมชนเมืองจะเน้นในเรื่องคุณค่าครับ เรื่องความสวยงาม เพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ถ้าเผื่อในชนบทเราจะเน้นทั้งเรื่องคุณค่าและมูลค่า ให้เปึ้นทรัพย์สิน ผมถือว่าเปึนเรื่องที่ใกล้ตัวประชาชนที่สุด สามารถสตาร์ตอัป (Startup) ได้ทันทีโดยไม่ต้องไปเป่ดร้านกาแฟกันหรอกครับ ถ้ามีที่ ๓ ไร่ปลูกต้นไม้เถอะครับ ๒๐ ป้ เราจะเห็นหน้าเห็นหลัง เปึนมูลค่ามหาศาลนะครับ แล้วก็ในที่ราชการเหมือนกันครับ ถ้าเราปลูกต้นไม้ที่จะอนุรักษ์ไว้ มันก็จะมีคุณค่าอย่างมหาศาลกับประเทศชาติ ในหลาย ๆ แห่ง ป์าไม้ต้องมาข้อพันธุ์ไม้จากที่ปลูกหลงเหลืออยู่ในสถานที่ราชการเพื่อนำไปเปึนพันธุ์ นี่ผมพูดถึงต้นไม้ แล้วต้นไม้มาเกี่ยวกับชุมชนเข้มแข็งอย่างไรครับ เพราะว่าเปึ้นทั้งคุณค่า และมูลค่าที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดและประชาชนสามารถทำได้ โดยเฉพาะประชาชนในชนบทนะครับ ก่อนที่ผมจะนำเสนอลึกไปนี่ผมขอเสนอเรื่องเย็น ๆ นะครับ เกี่ยวกับนักกีฬาโรงเรียนบ้านบาก มาชิงชนะเลิศกับโรงเรียนวชิราวุธ ซึ่งมันต่างกันมากครับ โรงเรียนบ้านบากฝ๊กรักบี้อายุไม่เกิน ๑๓ ป้ ฝ๊กรักบี้โดยใช้เท้าเปล่า ขอโทษครับผมอาจจะใช้คำว่า ตีนเปล่า แต่โรงเรียนวชิราวุธ มีความพร้อมกว่าโรงเรียนบ้านบาก ไม่มีโค้ช (Coach) ฝ๊กจากยูทูบ (Youtube) ฝ๊กตีนเปล่า ที่ผมนำมานี้ไม่ใช่ผมมองว่าคนชนบทเขามีความกระตือรือร้นที่อยากจะพัฒนาตัวเอง เขาอยากจะสร้างเนื้อสร้างตัวเอง อยากจะมีชีวิตที่ดี เผอิญบ้านบากนี่อยู่ที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ผมเองในฐานะนายกสมาคมชาวอุบลหมวกอีกใบหนึ่งนี่ผมรู้สึกว่า เสียใจนะครับที่มันตกหล่นไป ผมไม่สามารถจะช่วยอะไรเขาได้ แต่อยากให้ถืออันนี้ เปึ้นบทเรียนอันหนึ่งว่า ถ้าเราจะทําประเทศไทยให้ ๔.๐ สิ่งเหล่านี้เปึนกองกําลังสําคัญนะครับ ๓๐ ล้านคนในชนบทที่จะต้องไปด้วยกัน เวลาแข่งท่านไปดูในวิดีโอท่านจะเห็นชัดเลยว่า นักเรียน เหล่านี้มารองเท้ากีฬาไม่พร้อม เวลาซ้อมก็ต้องเปลี่ยนรองเท้ากัน รองเท้าไม่ได้ไซส์ (Size) กรรมการก็ต้องบอกว่ามัดที่ข้อเท้าสิเพื่อไม่ให้รองเท้าหลุด แล้วมานี่เช่ารถกันมา ๗,๐๐๐ บาท ผมขออนุญาตท่านประธานเป่ดวีดิทัศน์ประกอบนิดหนึ่งครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเป่ดวีดิทัศน์)
พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ : เพราะฉะนั้นโรงเรียนนี้มหัศจรรย์ครับ เหมารถกันมา ไปพักที่บ้านคนงานแถวชานเมืองปทุม พอแข่งเสร็จ แข่งในรอบรองชนะเลิศ ในรอบชิงชนะ ภ.ป.ร. ๑๒ ต่อ ๐ ในรอบชิงมาแพ้วชิราวุธ แข่งเสร็จอยากจะไปเที่ยว วัดพระแก้วเที่ยวไม่ได้เพราะว่าเวลาจำกัดในเรื่องการเช่ารถยนต์ นี่ครับเพื่อนร่วมชาติของเรา ส่วนหนึ่งเปึนอย่างนี้ วันนั้นผมเองพูดเรื่องนี้มานี่ผมต้องการสะท้อนให้เห็นว่าเราต้องสร้าง ชุมชนให้เข้มแข็งครับ เรายังมีเพื่อนร่วมชาติอีกเยอะแยะที่เปึนอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ผมอยากใช้เรื่องยุทธศาสตร์การปลูกต้นไม้เปึนการสตาร์ตอัป (Startup) ในชุมชน ผมอยากให้ เปึ้นการสตาร์ตอัป (Startup) ในชุมชนนะครับว่าต้นไม้มันมีคุณค่า ไม่ว่าจะในชุมชนเมือง ในชุมชนชนบท มีค่าทุกอย่างนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะลงไปในรายละเอียดว่าอย่างชุมชน ไม่เข้มแข็งนี่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วอ่านในหนังสือพิมพ์ พบว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายเศรษฐกิจจะต้องทุ่มเงินอีกประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงไปในฐานราก็เพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ ท่านทั้งหลายคงจะรู้ว่าประเทศไทยเราในขณะนี้เราพึ่งการส่งออกก็ไม่ได้ เพราะติดลบ เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกไม่ดี เราพึ่งได้อยู่อย่างเดียวคือการท่องเที่ยว การบริโภค ภายในก็มีปัญหานะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงได้ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้าจะสตาร์ตอัป (Startup) ขอให้สตาร์ตอัป (Startup) อย่างนี้ อยู่ใกล้ตัวชาวบ้าน อยู่ในวิสัยที่ทำได้นะครับ เพราะฉะนั้นพวกนี้คือพลังครับ พลังชุมชนเกิดขึ้นครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อนุกรรมาธิการ ปฏิรูประบบเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งและกรรมาธิการด้านสังคมซึ่งเน้นไปในด้านชุมชน เปึ้นหลัก สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ว่าเราไม่มีนะครับ อย่างท่านคุณหมออำพลพูดไปแล้วว่าเรามีสำนักงาน ป์าไม้เขต มีสถานีเพาะชำทั่วประเทศครับ มีงบประมาณจำกัด มีเจ้าหน้าที่พร้อม แต่ทำในขีดความสามารถของตัวเองเท่านั้น วันนั้นเราลงไปเยี่ยมที่ขอนแก่น เราบอกว่า ทําไมของคุณไม่ไปก้าวล่วงไปที่วัด ไปที่โรงเรียนในชุมชน เพราะกล้าไม้ต่าง ๆ อยู่ในชุมชน ทั้งนั้น ทำไมไม่ร่วมมือกันเพาะพันธุ์ไม้ให้ชาวบ้าน ไม่ว่าจะเปึนไม้ที่เปึนเศรษฐกิจ หรือไม้เนื้อแข็ง ไม้เนื้ออ่อน พวกเหล่านี้สามารถใช้ได้ ทำไมไม่ทำ อย่างมะข้ามเปรี้ยวนี่พันธุ์ เยอะแยะก็ไม่ทำ สามารถปลูกหัวไร่ปลายนาได้หมด มันจะเพิ่มมูลค่าอย่างมหาศาลครับ นี่ผมพูดถึงชุมชนชนบท ซึ่งชาวบ้านเขามีองค์ความรู้ มีภูมิปัญญาอยู่แล้ว นี่คือเปึนสิ่งที่ผม มองมานานมาก แม้กระทั่งครั้งที่ผมอยู่กระทรวงมหาดไทยผมไม่สามารถทำได้ ผมมองเรื่องนี้ มาเปึนเวลาสิบ ๆ ป้นะครับ เพราะฉะนั้นชุมชนเองก็มีเครือข่าย เครือข่ายเกือบจะ ทั่วประเทศครับ เราเองอาจจะขาดข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ เราจะมีเครือข่าย เกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ในชุมชนเยอะมาก ราชการก็มีสถานีเพาะชำอยู่ทั่วประเทศ แต่ขาดความเชื่อมโยง ชุมชนบางชุมชนนี่สามารถรวมตัวกันปลูกเพาะพันธุ์ต้นไม้ ไม่ว่า ต้นพะยูง ต้นยางนา ต้นประดู่ป์านะครับ สามารถขายให้ราชการได้ต้นละ ๕ บาท ๑๐ บาท เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าเรามองข้ามสิ่งเหล่านี้ ผมมองว่าเราต้องมาเริ่มต้น สิ่งที่ใกล้ ๆ ตัวเรานะครับ เพราะมันจะเพิ่มคุณค่า เพิ่มพื้นที่สีเขียว แล้วในขณะเดียวกัน ประชาชนปลูกแล้วสามารถเพิ่มเปึนทรัพย์สินได้ แต่มีอีกองค์กรหนึ่งที่เขาก็ทำตาม ขีดความสามารถของเขาคือธนาคารต้นไม้ของ ธ.ก.ส. พยายามอย่างยิ่งนะครับที่จะให้ ชาวบ้านปลูกต้นไม้ขึ้นแล้วก็เอามาเข้าธนาคารสามารถเพิ่มมูลค่าเปึนรายป้ได้ สิ่งเหล่านี้กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศแต่ขาดความเชื่อมโยงกัน เปึนไปได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าที่มกีฬาที่ผมเอามาให้ดูมันถึงเกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้น ผมเองมองว่าตัวนี้เปึนมูลเหตุจูงใจให้ผมนำเสนอเรื่องนี้
ประเด็นที่ ๒ ต้องขออภัยนะครับ ที่วิป (Whip) ๓ ฝ์ายประชุมแล้วบอกว่า ควรจะเปึนโครงการปลูกต้นไม้และดูแลต้นไม้เพื่อแผ่นดิน ผมเห็นด้วย ผมไม่แย้ง แต่ผมอยากให้มันชัดเจนลงไปว่าเพื่อชุมชนครับ ชุมชนเขาได้ประโยชน์อะไรจากตัวนี้ ถ้าเผื่อเพื่อแผ่นดินมันกว้าง มันลอย แต่อย่างไรชุมชนหลาย ๆ ชุมชนร่วมกันก็เปึนเรื่อง เพื่อแผ่นดินอยู่ดีนั่นละครับ ประชาชนผู้ปลูกได้ประโยชน์ ตัวเหล่านี้ผมอยากให้เปึน อย่างนี้ ส่วนที่แก้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีก็แก้ตามวิป (Whip) นะครับ เพราะว่า เปึ้นเรื่องที่คณะทํางานคิดว่าเปึนเรื่องที่เราต้องสร้างขึ้นมาใหม่ไม่มีเบื้องขวา เบื้องซ้าย เบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องบน ที่เราจะไปเอามาจากไหน เราต้องคิดจากสิ่งที่เราทําขึ้นมา เพราะฉะนั้นก็ต้องขอความร่วมมือจากประสบการณ์ของท่านที่จะช่วยติช่วยติง เราพร้อมจะน้อมรับเพื่อให้โครงการนี้เดินต่อไปได้ ผมจะแยกให้ท่านเข้าใจอีกนิดหนึ่งว่า พื้นที่ในเมืองเราก็จะแยกออกเปึน ๒ ส่วนเหมือนกัน คือพื้นที่สาธารณะถนนหนทางต่าง ๆ ท่านจะเห็นว่าเมื่อ ๓ เดือนที่แล้วนายกรัฐมนตรีท่านนี้ได้พูดถึงว่าการดูแลต้นไม้ ต้องมีรุกข์กร ท่านจะเห็นว่าพอนายกรัฐมนตรีออกมาพูดแค่นั้นเอง การตัดแต่งถนน แม้กระทั่งหน้ารัฐสภาของเราเข้ามาจะมีการตัดแต่งต้นไม้ที่เข้าที่เข้าทางดูสวยงาม เปึ้นระเบียบ แถวหน้าบ้านพิษณุโลกก็ตัดเข้าที่เข้าทางเปึ้นระเบียบแทนที่จะตัดแบบ ตามมีตามเกิดเหมือนเดิม ตอนนี้กรมป์าไม้ก็ไปอบรมรุกข์กรทั่วประเทศ ท่านจะเห็นว่า พอผู้นําประเทศพูดปุ็บส่งสัญญาณปุ็บแห่ตามกันทันที เพราะฉะนั้นในการบริหารราชการแผ่นดินนี่ ผมถึงได้เรียนว่าในคณะกรรมการทำไมถึงอยากจะให้มีนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ถ้านายกรัฐมนตรีพูดหรือเคาะส่งสัญญาณว่ามันเหมือนกับความมุ่งมั่นทางการเมือง ความมุ่งมั่นของรัฐบาลมันเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีไม่ต้องประชุมบ่อยหรอก พูดเพียงครั้งเดียว ไปแล้ว หลาย ๆ ท่านเคยตั้งข้อสังเกตว่าใช้นายกรัฐมนตรีเปลือง ไม่ใช่ เพียงว่าจะส่งสัญญาณ อย่างไรเท่านั้นเอง ไม่เปลืองครับ เพียงว่าส่งสัญญาณให้เห็นชัดเจน อย่างเรื่องการตัดต้นไม้ เห็นชัดครับ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าในพื้นที่สาธารณะก็คือตามถนนหนทาง ตามทางหลวง ชนบท ตามทางหลวงใหญ่ ๆ ต้องปลูก มันจะช่วยเพิ่มมูลค่าหลาย ๆ อย่างครับ ร่มเย็น พื้นที่สีเขียว รากอุ้มน้ำนี่คือคุณค่าของมัน ในขณะเดียวกันก็มีมูลค่า ถ้าพันธุ์ต้นไม้ ที่เรามาปลูกเปึนพันธุ์ที่รักษายากมันก็จะเปึนสิ่งที่สวยงาม ในที่สาธารณะอีกส่วนหนึ่งคือ ของสถานที่ราชการครับ ไปปลูกให้เกิดความร่มเย็น มีเงา มีมูลค่า สิ่งเหล่านี้ผมถึงอยากจะให้ มีการลงทะเบียนในระเบียบ ซึ่งมีการพูดถึงว่าอยากให้ลงทะเบียน แม้กระทั่งส่วนราชการ ถือว่าเปึ้นทรัพย์สินของทางราชการที่มีมูลค่า เวลาส่งมอบของหลวงก็ต้องส่งต้นไม้ด้วย จะได้ช่วยกันดูแล บำรุงรักษา ในส่วนของที่เอกชนประชาชนต้องเปึ้นที่ที่เขามีสิทธิ ไม่ว่าจะเปึนที่ ส.ป.ก. ที่เช่าสิทธิ ที่อะไรทั้งหลายที่เขามีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายนี่ สามารถ จะปลูกได้ไม่ว่าหัวไร่ปลายนาทั้งหมด คือเราต้องใช้พื้นที่ทุกแห่งให้เปึนประโยชน์อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าต้นไม้นี่ มันมีมูลค่า มันเพิ่มมูลค่าทุกป้นะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากฝากไปถึงทางด้าน ฝ์ายเศรษฐกิจนะครับ สิ่งที่ท่านสตาร์ตอัป (Startup) ได้คือสตาร์ตอัป (Startup) จากสิ่งเหล่านี้นะครับ สิ่งเหล่านี้เปึนสำคัญ เพราะฉะนั้นผมก็ขออธิบายในภาพกว้าง ส่วนเรื่องรายละเอียดหลักไม่ว่าจะเปึนเรื่องหลักการการปฏิรูป เรื่องของระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรีก็จะมีท่านเพิ่มพงษ์กับท่านป่ติธรรมจะอธิบายต่อไป ผมขออภิปราย เบื้องต้นเพียงเท่านี้ ขอขอบคุณครับ
ขอเชิญท่านเพิ่มพงษ์ เชาวลิต นะครับ ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ ในคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สปท. ที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิก สปท. ที่เคารพทุกท่าน กระผม เพิ่มพงษ์ เชาวลิต สปท. หมายเลข ๑๑๐ ก็ขออนุญาตที่จะพูดถึงประสบการณ์ในเรื่องประสบการณ์ของทั้งใน และต่างประเทศนะครับ ก่อนที่จะมาสู่ในเรื่องของการจัดระบบว่าเราจะดําเนินการอย่างไร บ้างนะครับ ขออนุญาตฉายเปึนเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบการนำเสนอ ซึ่งได้รับอนุมัติจากท่านประธานเรียบร้อยแล้วนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซ็นเทชัน (Presentation))
ผมคิดว่าเราคงจะทราบกันดีในเรื่อง ของสถานการณ์ต้นไม้หรือป์าไม้ในประเทศไทยของเราที่มีปัญหาค่อนข้างมากมายนะครับ ในระยะ ๔๐ ป้พื้นที่ป์าไม้ของเราลดลงอย่างมากนะครับ จาก ๔๓ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ประเทศเหลือ ๓๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งถือว่าจํานวนการลดค่อนข้างมาก แต่ละป้จากข้อมูล สถิติของทางกรมป์าไม้ก็ดี ป์าไม้จะถูกทำลาย ป์าไม้จะถูกตัดหรือลดลงประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ต่อป้นะครับ ถ้าเราดูในภาพแผนที่ประเทศไทย ท่านก็จะเห็นได้ชัดเจน ในช่วง ๕๐ ป้ที่ผ่านมาพื้นที่ป์าไม้หรือต้นไม้ในประเทศไทยลดลงอย่างมากนะครับ เราจัดลำดับพื้นที่ต้นไม้ของเราหรือพื้นที่ป์าไม้ทั้งหมดเราเปึ้นอันดับ ๘ ของอาเซียน (ASEAN) ซึ่งถือว่าเราก็ค่อนข้างน้อยอยู่ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ได้จัดพื้นที่ต้นไม้หรือพื้นที่สีเขียว ในเขตเมืองพบว่ามาตรฐานจริง ๆ แล้วควรจะอยู่ที่๑๐ ตารางเมตรต่อประชากร ๑ คน อันนี้คือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) เขาก็จัดตรงนี้ไว้ ของสิงคโปร์ ๖๖ ตารางเมตรต่อประชากร ๑ คน นี่คือพื้นที่ป์าไม้ที่เขามีหรือพื้นที่ต้นไม้ที่เขามีนะครับ มาเลเซีย ๔๔ ตารางเมตร ต่อประชากร ๑ คน ของไทยเรากรุงเทพมหานคร ๓ ตารางเมตรต่อประชากร ๑ คน ซึ่งถือว่าน้อยมากในพื้นที่สีเขียว ซึ่งแน่นอนมันก็จะเกิดผลอะไรต่าง ๆ ตามมาที่เราทราบ กันอยู่แล้ว ต้นไม้มีประโยชน์ค่อนข้างมาก สามารถผลิตออกซิเจนได้ การผลิตต้นไม้ออกมา หรือมีต้นไม้ทำให้อุณหภูมิลดลง เรื่องนี้เราทราบกันดีนะครับ ผมขออนุญาตนำเสนอว่า นโยบายในการปลูกต้นไม้ของประเทศต่าง ๆ คืออะไร ก่อนที่จะมาสู่ข้อเสนอ ของอนุกรรมาธิการในครั้งเราได้ศึกษาค้นคว้าอยู่ ๔-๕ ประเทศ ก็พบว่าจริง ๆ แล้ว ประสบการณ์ในการปลูกต้นไม้ของประเทศต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จมักจะอาศัย ความร่วมมือของประชาชนเปึนหลัก นโยบายของภาครัฐหรือผู้นำจะเปึนเรื่องที่มี ความสำคัญมาก กรณีภูฏานเปึนกรณีแรกที่เราได้มีการศึกษานะครับ เขาได้มีการปลูกต้นไม้ ถึง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าต้นในพื้นที่ของเขา ซึ่งถึงแม้ว่าเปึนประเทศที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ประชากรนับเปึ้นแสนคน ประเทศจีนเปึนประเทศหนึ่งที่มีเจตนารมณ์ในการเพิ่มพื้นที่ สีเขียวมาก ในระยะ ๑๐ ป้จากนี้ประเทศจีนเขาตั้งเปัาหมายว่าจะปลูกต้นไม้ ๒๖,๐๐๐ ล้านต้น โดยอาศัยความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพราะฉะนั้น ถ้าเราไปประเทศจีนในเมืองต่าง ๆ ท่านคุณหมออำพลได้พูดเมื่อสักครู่แล้วเราจะพบ พื้นที่สีเขียวเหมือนกันไปหมดอย่างมากมายนะครับ ประชาชนในพื้นที่ของจีนเอง หลายคนได้เข้ามาขออนุญาตรัฐบาลในการปลูกต้นไม้เปึ้นจำนวนมากและสามารถช่วย ในเรื่องฝนแล้งหรือว่าน้ำท่วมต่าง ๆ ได้อีก อีกประเทศหนึ่งที่ประสบความสําเร็จและเราคิดว่าสําคัญมาก็คือเกาหลีนะครับ เกาหลี ในรอบ ๕๐ ป้เขาสามารถเพิ่มพื้นที่ต้นไม้ของเขาได้ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อ ๕๐ ป้ที่แล้วพื้นที่ต้นไม้ของเก่าหลีประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประเทศ ในปัจจุบัน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ของเราก็พัฒนาไปเช่นเดียวกันแต่พื้นที่ของเราลดลงนะครับ เพราะฉะนั้นประสบการณ์ของเก่าหลีก็คือการอาศัยนโยบายของภาครัฐ ความร่วมมือ ของประชาชน องค์กรทุกภาคส่วนเข้ามาดำเนินการนะครับ ประสบการณ์ที่น่าสนใจ อีกอันหนึ่งคือประเทศอินเดียในรัฐอุตตรประเทศ ในเวลาเพียง ๑ วันนะครับ เขาระดม ประชาชนเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ คน สามารถปลูกต้นไม้ได้ ๕๐ ล้านต้น อันนี้ก็คือคุณค่า ความร่วมมือของประชาชนในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวข้องเขา ประเทศญี่ปุ์นผมคิดว่า ทุกท่านก็คงไปมาแล้วนะครับ ต้นซากุระซึ่งเปึนต้นไม้ประจำชาติญี่ปุ์นเขาก็ยังมีชมรมปลูก ต้นไม้ซากุระขึ้นมา เขาก็ปลูกทั่วไปทั้งหมดนะครับ หลายประเทศจะเปึนแบบนี้ ไม่ว่าจะเปึนเวียดนามก็ดี สิงคโปร์ก็ดีนะครับ ผมขออนุญาตผ่านไปเลยนะครับ รวมทั้งประเทศเม็กซิโก ประเทศเหล่านี้ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของต้นไม้นี่มักจะเปึน ความร่วมมือของทุกภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งหมด ประเทศไทยของเราสภาพของการปลูกต้นไม้ เปึนอย่างไรนะครับ ผมคิดว่าเมื่อสักครู่ท่านชิดชัยได้พูดไปแล้วว่าจริง ๆ การปลูกต้นไม้ ในประเทศไทยเราไม่ใช่ว่าไม่มี องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนได้มีการปลูก เปึ้นจำนวนมากอยู่แล้ว ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สำคัญอันหนึ่ง ธนาคารต้นไม้ซึ่งมีการร่วมกลุ่ม ของประชาชนจำนวนมากหลายจังหวัด อันนี้ก็เปึ้นรูปแบบหนึ่งที่มีการดำเนินการนะครับ ความร่วมมือของประชาชนก็จะเปึนรูปแบบอันหนึ่ง ประชาชนไม่ว่าจะเปึนภาคเหนือ ภาคอีสานต่าง ๆ เหล่านี้ก็ประสบความสำเร็จตรงนี้ ท่านคงได้ยินนะครับ ร้อยตำรวจตรี วิชัย สุริยุทธ์ ซึ่งเปึนนายตำรวจที่บุรีรัมย์ ระยะเวลา ๓๐ ป้ ท่านปลูกต้นไม้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ต้น นะครับ คนเดียวปลูกจนเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ในพื้นที่เข้ามาก เราพบว่าเร็ว ๆ นี้ที่มักกะสั้น กรุงเทพมหานคร ก็มีร้อยตำรวจตรีท่านหนึ่งปลูกต้นไม้ในรอบพื้นที่ต่าง ๆ ปลูกต้นไม้ถึง ๕,๐๐๐ กว่าต้น สร้างปอดให้กับชาวกรุง อันนี้คือความตื่นตัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่า เมื่อใดก็ตามที่การปลูกต้นไม้อยู่ในใจคนแล้ว คิดว่าพื้นที่สีเขียว ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นแน่นอนนะครับ มีการร่วมกลุ่มเปึนกลุ่มประชากร กลุ่มเครือข่ายต้นไม้ ในเมืองก็มีนะครับ รวมกันประมาณ ๕๐ กว่าองค์กรบริหารจัดการต้นไม้ทั้งหมด มีการปลูกต้นไม้ ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งหมด ในการดูแลต่าง ๆ หลายพื้นที่ ซึ่งผมคิดว่ามีตัวอย่างเปึนจำนวนมาก ที่มีการปลูก เมื่อเร็ว ๆ นี้ท่านคงได้เห็นนะครับ ประธานองคมนตรีท่าน พลเอก เปรม ก็ได้เป่ดส่วนป์าเบญจกิติ ซึ่งโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ได้สร้างเปึนส่วนป์า หรือปลูกต้นไม้ในเขตเมืองในพื้นที่คลองเตย ๖๑ ไร่ ก็ถือเปึนการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร แล้วก็มีหลายตัวอย่างที่ดำเนินการอยู่แล้วนะครับ การปลูกต้นไม้ตรงนี้สิ่งที่สำคัญอันหนึ่งคือการสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนนะครับ ในประเทศไทยของเราก็มีการปลูกต้นไม้ให้กับเยาวชนในพื้นที่เชียงใหม่ก็ดี ในพื้นที่หนองคายก็ดีเปึ้นจำนวนมากที่ให้จิตสำนึกของเยาวชนได้มีความรักต้นไม้ ต่าง ๆ มากขึ้น ตรงนี้เราได้มีการดำเนินการในพื้นที่ตรงนี้อยู่ สิ่งที่สำคัญอันหนึ่ง การปลูกต้นไม้ในเขตเมืองก็คือการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ การปลูกต้นไม้ที่ได้ผลมากที่สุด ก็คือเอาแนวคิดที่ทำให้ประชาชนสามารถปลูกต้นไม้ได้ทั่วไป แล้วก็มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มศักยภาพในการปลูกต้นไม้ สร้างมูลค่าต่าง ๆ ได้ ตามหลักการปลูกต้นไม้ ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มอบให้กับพวกเราทุกคนนะครับ แน่นอนที่สุดว่าการปลูกต้นไม้ในเมืองอาจจะมี ความละเอียดสลับซับซ้อนมากกว่าการปลูกป์าไม้ในเขตป์าเขานะครับ เราจึงมีหลักวิชา อันหนึ่ง ซึ่งท่านชิดชัยได้พูดไปแล้วเมื่อสักครู่ คือรุกข์กรนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เปึนสหวิชา ในเรื่องของการจัดการเกี่ยวกับต้นไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งประเทศต่าง ๆ ในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่ายุโรป สหรัฐอเมริกา เขามีตรงนี้ รุกข์กรก็คือคนที่มีความชำนาญในเรื่องต้นไม้ การดูแล ต้นไม้ในเขตเมือง หรือในเขตชุมชน ในเขตพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้มันต้องมีศิลปะในการ ดําเนินงานนะครับ หลายประเทศที่เปึนตัวอย่างที่ชัดเจนมาก ผมคิดว่าอยากจะให้ท่าน เห็นว่าในสหรัฐอเมริกาหรือหลายประเทศทั่วโลกต้นไม้เขาไม่ได้ปลูกง่าย ๆ นะครับ เข้าสามารถจะตัดให้ชัดเจน มีการดำเนินการปลูกหรือมีการสร้างถนนรถเลี้ยวออกไป ที่ไม่ให้มีการเข้าไปกระทบกระเทือนกับต้นไม้ได้เลยนะครับ ในประเทศไทยของเราก็มี ประสบการณ์ตรงนี้หลาย ๆ ประสบการณ์ในจังหวัดต่าง ๆ แต่อย่างน้อยส่วนหนึ่ง ประสบการณ์ของประเทศไทยเรานี่ บางครั้งเรายังไม่มีศาสตร์ความรู้ในเรื่องนี้มาก เท่าที่ควร ท่านจะเห็นที่ปรากฏในข่าวสารหลายครั้งเรามีการตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ ในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือพื้นที่เมืองต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ก็สร้างความเสียหายได้ เปึ้นจํานวนมากนะครับ ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกเขาจะมีตรงนี้ขึ้นมา อันนี้ก็คือส่วนสําคัญ ในเรื่องของการดำเนินงานประสบการณ์ที่เกิดขึ้น
ผมขออนุญาตสรุปเปึนประเด็นสุดท้ายนิดหนึ่งว่าจริง ๆ การปลูกต้นไม้ ในเขตพื้นที่ ในเขตเมือง หรือสถานที่สาธารณะต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วเปึ้นขอบเขตทั่วประเทศ มันจะมีปัจจัยที่มีความสำเร็จอยู่ ๖ ประการ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้จะเปึ้นเรื่องที่มีความ สําคัญมาก
เรื่องแรก คือผู้นำและนโยบายมีความเข้มแข็ง มีความชัดเจน
เรื่องที่ ๒ คือมีการกำหนดนโยบายว่าจะดำเนินการในการปลูกต้นไม้แล้วก็ สั่งการต่าง ๆ
เรื่องที่ ๓ คือสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนในการมีส่วนร่วมการปลูกต้นไม้
เรื่องที่ ๔ คือมีการดำเนินการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน
เรื่องที่ ๕ คือมีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นและชุมชนต่าง ๆ ให้ท้องถิ่น และชุมชนมีส่วนในการเปึ้นเจ้าของ
และสุดท้าย ปัจจัยที่ประสบความสำเร็จเรื่องนี้ก็คือสามารถสร้างมูลค่าในทาง เศรษฐกิจได้
ผมคิดว่าถ้าเราสามารถที่จะทําตรงนี้ได้อย่างครบถ้วน เราจะเห็นเหรียญ อีกด้านหนึ่งที่ควบคู่ไปกับการปลูกป์าไม้ขนาดใหญ่ แต่เปึนการปลูกต้นไม้ในบริบทของชุมชน โดยการบริหารจัดการทั้งประเทศเข้ามา และมีการจัดการที่ประสบความสําเร็จ ผมคิดว่า อันนี้เปึนประสบการณ์อันหนึ่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ส่วนต่อไป ผมขออนุญาตให้คุณป่ติธรรมได้เสนอว่าเราเสนออะไรในเรื่องของ การจัดการเพื่อให้การปลูกต้นไม้ของเราประสบความสำเร็จมากขึ้นครับ
ขอเชิญคุณป่ติธรรม ฐิติมนตรี อนุกรรมาธิการและอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัด ราชบุรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพอย่างยิ่ง ผม ป่ติธรรม ฐิติมนตรี อนุกรรมาธิการ ประสบการณ์ที่เกี่ยวกับ เรื่องการปลูกต้นไม้ที่ท่านเพิ่มพงษ์ได้กรุณานําเรียนท่านประธานไปแล้ว ผมคิดว่า ณ เวลานี้ ท่านประธานร่วมทั้งท่านสมาชิกทุกท่านก็คงจะมีคําตอบอยู่ในใจว่าเรื่องของการปฏิรูป การปลูกต้นไม้และดูแลต้นไม้ในชุมชนนั้นน่าจะเปึนวาระปฏิรูปของประเทศได้อีกประการหนึ่ง กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในรายละเอียดของรายงานที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้ จะมีอยู่ ๓ ประเด็น ซึ่งผมขออนุญาตกราบเรียนเปึ้นประเด็น ๆ ไปนะครับ
ประเด็นแรก เปึ้นเรื่องของแผนการปฏิรูป ในเรื่องของแผนการปฏิรูปนี้ก็จะมี ๔ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นที่ ๑ ก็เปึ้นเรื่องของการปฏิรูประบบการบริหารจัดการการปลูกต้นไม้ และดูแลต้นไม้ในชุมชน เพื่อให้มีนโยบาย มีการจัดการ มีเจ้าภาพที่ชัดเจน รวมทั้งมีเอกภาพ แล้วก็มีการบูรณาการการปลูกต้นไม้ในรูปแบบของประชารัฐ ประสบการณ์ที่เมื่อครู่ ท่านอนุกรรมาธิการก็ได้พูดไปแล้วว่าสิ่งที่เราเรียนรู้จากการปลูกต้นไม้ในประเทศไทยนั้น รวมทั้งที่เราเรียนรู้จากต่างประเทศนั้นก็คือเรื่องของนโยบาย แล้วก็เรื่องของการบริหาร จัดการที่ดี ฉะนั้นอันนี้ก็เปึนประเด็นที่ ๑ ที่จะมีการปฏิรูปกันนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเปึนการปฏิรูปกลไกการขับเคลื่อนการปลูกและดูแลต้นไม้ ให้เปึ้นรูปธรรมอย่างยั่งยืน แล้วก็เชื่อมโยงไปในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด แล้วก็ประเทศ รวมทั้งทำงานคู่ขนานไปกับภาคีเครือข่ายปลูกต้นไม้ เพื่อประชาชน ซึ่งจากประสบการณ์ที่ท่านนายแพทย์อำพลได้นำกราบเรียนที่จังหวัด ขอนแก่น ก็ถือว่าเปึ้นประสบการณ์ของเครือข่ายภาคประชาชนที่ทำเรื่องนี้อยู่ รวมทั้ง อีกหลาย ๆ แห่งที่มีเรื่องของการปลูกต้นไม้อยู่ อันนี้ก็เปึนการปฏิรูปในประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของการขับเคลื่อน
ในการปฏิรูปประเด็นที่ ๓ ก็คือการปฏิรูปกระบวนการปฏิบัติในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเน้นในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน แล้วก็ภาคเอกชนเปึนหลัก ส่วนราชการหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ก็จะทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานในรูปแบบ ของประชารัฐ นี่ก็คือประเด็นที่ ๓ ของการปฏิรูป
ในประเด็นที่ ๔ ก็คือเรื่องของการปฏิรูประบบฐานข้อมูลสารสนเทศ แล้วก็ วิทยาการด้านการปลูกต้นไม้เพื่อให้เกิดฐานข้อมูลสารสนเทศ แล้วก็วิชาการที่จะนำไปใช้ ในการสนับสนุนการปลูกต้นไม้ของภาคประชาชน
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมนะครับว่าการปฏิรูปการปลูก ต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง เมื่อทำแล้วประชาชนและประเทศจะได้ประโยชน์อะไร
ประการที่ ๑ ที่ชัดเจนก็คือเกิดชุมชนเข้มแข็ง ทั้งนี้เพราะการปลูกและ การดูแลต้นไม้ในชุมชนเปึนกระบวนการสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้ประชาชนเปึ้นเจ้าภาพ มีการสำรวจความต้องการ มีการประชาคม มีการตกลงใจ รวมทั้ง มีกฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่จะให้ประชาชนดูแลต้นไม้ที่ปลูกให้เจริญเติบโตแล้วก็อยู่รอดนะครับ อันนี้ก็เกิดชุมชนเข้มแข็งแน่นอน
ประการที่ ๒ ก็คือต้นไม้ที่ปลูกจะเปึนการสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในการดำรงชีวิต และมูลค่าเพิ่มในทางเศรษฐกิจของประชาชนและประเทศ ต้นไม้ที่ปลูกแต่ละต้นนั้น เมื่อนํามาคํานวณเปึนมูลค่าก็คิดว่าน่าจะเปึนมูลค่าสําคัญของประเทศโดยภาพรวม แล้วก็ถือว่าเปึนทรัพย์สินของประเทศนี้ที่สามารถจะบอกกล่าวไปยังต่างประเทศหรือ ที่ต่าง ๆ ว่าประเทศเรานั้นก็มีความมั่นคง มีความมั่งคั่ง และมีความยั่งยืนในเรื่องของต้นไม้ เหล่านี้นะครับ อันนี้ก็คือประโยชน์อันที่ ๒ ที่ประเทศแล้วก็ประชาชนจะได้รับ
ประการที่ ๓ ก็คือประชาชนจะมีรายได้เพิ่มจากการปลูกต้นไม้นะครับ โดยแนวความคิดนี้การที่ประชาชนปลูกต้นไม้ ต้นไม้ที่เข้าปลูกก็จะถูกประเมินเปึนทรัพย์สิน เพื่อใช้ในการออมก็ดี หรือเพื่อเปึนหลักประกันในการลงทุน เกิดอาชีพในการปลูกต้นไม้ แล้วก็ขออนุญาตใช้คำของท่านประธานก็คือเกิดวิสาหกิจเพื่อสังคม แล้วก็เกิดซีเอสอาร์ (CSR) รวมทั้งในเรื่องของรายได้จากคาร์บอนเครดิตนะครับ รวมทั้งเปึนรายได้อย่างอื่นที่จะ เปึ้นอาชีพใหม่ ๆ ของประชาชน อันนี้ก็เปึ้นเรื่องที่ประชาชนจะได้ประโยชน์นะครับ
ประการสุดท้ายของเรื่องนี้ก็คือเปึนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นทั้งในเมือง และชนบท ผมคงขออนุญาตกล่าวเพียงว่าเปึนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวนะครับ แล้วก็เปึน การอนุรักษ์ดินและน้ำด้วย ทั้งหลายทั้งปวงที่เปึนเรื่องของการปฏิรูปนั้นก็จะมีปัจจัยสำคัญอยู่ ๓-๔ เรื่องที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของการดำเนินงานตรงนี้ก็คือ เจตจำนงที่แน่วแน่ ทางการเมืองของรัฐหรือของรัฐบาล เมื่อครู่ท่านชิดชัยได้พูดไปแล้วว่าเมื่อนายกรัฐมนตรี ได้พูดสักนิดหนึ่งก็ถือว่าเปึนการแสดงเจตจำนงทางการเมือง แล้วก็ความมุ่งมั่นทางการเมือง ที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ ซึ่งก็ถือว่าเปึนวาระแห่งชาตินะครับ
ในประการที่ ๒ ที่มีความสำคัญก็คือในเรื่องของการสร้างกระแสทางสังคม กระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจกันในเรื่องของการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชน
แล้วก็ประการที่ ๓ ที่มีความสำคัญก็คือต้องมีกระบวนการสร้างแรงจูงใจ ให้กับประชาชนหรือภาคเอกชนที่ปลูกต้นไม้ว่าเขาจะได้ประโยชน์ เช่นมาตรการ ทางภาษีนะครับ มาตรการในเรื่องของคาร์บอนเครดิต เรื่องของวิสาหกิจเพื่อสังคมที่เขา ก็จะได้ประโยชน์จากตรงนี้
ขอประกาศอะไรเล็กน้อยนะครับ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศขอต้อนรับ คณะครูและนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนแม่ปะวิทยาคม จังหวัดตาก จำนวน ๕๗ ท่าน แล้วก็ขอต้อนรับคณะสหกรณ์อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน ๑๓ ท่านครับ ขอเชิญต่อครับ
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนี้เปึนเรื่องของการปฏิรูปการบริหารจัดการทั้งสิ้น เราไม่ได้มีการเสนอกฎหมายอะไรนะครับ เพียงแต่ว่าเราจะปฏิรูปเรื่องของการบริหารจัดการ โดยอาศัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเปึนกลไกสำคัญในเรื่องของการขับเคลื่อน ซึ่งตรงนี้ ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานว่าในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การปลูกและการดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็งนั้นก็จะมีทั้งหมด ๔ ประเด็นด้วยกัน ในร่างระเบียบ ซึ่งเอกสารทั้งหมดก็อยู่ในมือของท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกหมดแล้ว นะครับ สำหรับร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีนี้ก็จะมีอยู่ ๔ ประเด็นด้วยกัน
ในประเด็นแรก ก็จะเปึนหมวดที่ว่าด้วยเรื่องของคำนิยาม เช่น เรื่องของการ ปลูกต้นไม้หมายถึงอะไร เรื่องของการขึ้นทะเบียนต้นไม้ เรื่องของพื้นที่ที่จะปลูกต้นไม้ หมายถึงอะไร อันนี้ก็เปึ้นส่วนหนึ่งของร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีนี้นะครับ
ในส่วนที่ ๒ ก็จะเปึ้นหมวดที่ว่าด้วยกลไกการบริหารจัดการในระดับชาติ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าที่ต้องมีตรงนี้นะครับ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเปึ้นเจตนารมณ์ ที่แน่วแน่ของรัฐบาลนะครับ การที่เดิมกำหนดให้ท่านนายกรัฐมนตรีเปึ้นประธาน เมื่อครู่ ท่านชิดชัยได้พูดไปแล้วนะครับ ก็คือเจตจํานงในเรื่องของการขับเคลื่อนให้ไปสู่การปฏิบัติ ให้ได้ แต่ว่าเมื่อทางคณะกรรมาธิการกิจการสภาได้ให้ข้อท้วงติงก็ได้มีการปรับปรุงแก้ไข โดยขอเปึนรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เนื่องจากว่ามันต้องเปึนการ ประสานงานกันหลาย ๆ กระทรวงนะครับ ก็จำเปึ้นจะต้องอาศัยท่านผู้มีอำนาจในการ ที่จะบูรณาการเรื่องนี้นะครับ
ในส่วนที่ ๓ ก็คือกลไกการขับเคลื่อนในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ในระดับจังหวัด อําเภอ ตําบล หมู่บ้าน รวมทั้งก็จะมีภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดินของภาคประชาชนนะครับ เปึนกลไกในการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ อันนี้ ก็จะเปึนส่วนที่ ๓ นะครับ
ในส่วนที่ ๔ ก็เปึนหมวดที่ว่าด้วยเรื่องของการสร้างการมีส่วนร่วมและ การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนนะครับ ในหมวดนี้ก็จะกําหนดวิธีการสร้างความเข้มแข็ง ของชุมชน รวมทั้งกระบวนการต่าง ๆ ที่จะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งเพื่อที่จะเปึนกลไก ในเรื่องของการปลูกต้นไม้ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าการปฏิรูปครั้งนี้ก็จะเปึ้นการปฏิรูป การปลูกต้นไม้ที่ทําให้ชุมชนเข้มแข็ง เปึนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประชาชนแล้วก็ประเทศ นะครับ รวมทั้งสร้างพื้นที่สีเขียว
สุดท้ายนะครับ ผมขออนุญาตน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานให้แก่หน่วยพัฒนาต้นน้ำทุ่งจ๊อ อำเภอแม่แต่ง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อป้ ๒๕๑๙ นะครับ ท่านมีพระราชดํารัสดังนี้นะครับ ถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ ให้เขาอยู่ได้ ให้ใช้วิธีปลูกต้นไม้ ๓ อย่าง แต่มีประโยชน์ ๔ อย่าง คือไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ ประโยชน์อย่างที่ ๔ คือสามารถช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ และตรงนี้สำคัญนะครับ และควร ปลูกต้นไม้ลงในใจของคนเสียก่อน และคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้และดูแลรักษาต้นไม้ ด้วยตนเอง ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนว่าได้ร่วมกัน ปลูกต้นไม้ในใจของพวกเราทุกคนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ทางคณะกรรมาธิการได้นำเสนอรายงานในรอบแรกเสร็จสิ้นแล้วนะครับ ต่อไป จะเปึนการอภิปรายของท่านสมาชิกที่จะใช้เวลาไม่เกินท่านละ ๑๐ นาทีนะครับ ขณะนี้ มีสมาชิกที่แสดงความจำนงในการอภิปรายด้วยกัน ๔ ท่านนะครับ ผมจะอ่านรายชื่อ ๓ ท่านแรกก่อนนะครับ มีท่านสุรินทร์ ท่านอำนวย ท่านสมพงษ์นะครับ ขอเชิญท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ อดีตเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม อดีตรองปลัดกระทรวงแรงงานและท่าน จะมีการนำเสนอด้วยเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดเพาว์เวอร์พอยต์ (PowerPoint))
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ที่รักทุกท่าน กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หมายเลข ๑๗๓ ครับ ผมได้อ่านเอกสาร ของท่านกรรมาธิการแล้วก็ต้องใช้คำว่า ทึ่ง ละเอียดลออ เสนอเกือบจะเรียกว่าสมบูรณ์ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์เลย มีรูปภาพมากมายในสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งต่างประเทศ แต่ผมอยาก กราบเรียนว่าเมื่อสักครู่ซึ่งผมก็เตรียมมา ท่านกรรมาธิการบอกว่ามันต้องปลูกป์าในหัวใจคน ผมอยากจะกราบเรียนว่าต้องลึกไปกว่านั้นนะครับ มากไปกว่านั้นอีก แต่ผมก็ได้นําเสนอใน เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) นะครับ ผมจะกราบเรียนว่าในปัจจุบันนี้ทุกคนก็จะบ่นว่า ที่นั่นน้ำท่วม ที่นี่ฝนตกมากมาย ที่นี่แล้ง ร้อยแปดจิปาถะนี่ก็เนื่องจากมนุษย์ไปรังแก่ป์า ป์าเขามีอยู่ธรรมชาติแล้ว ถ้าท่านเคยเปึนนักศึกษาเมื่อ ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ที่แล้วท่านเดินทางไป ภาคเหนือแทบจะไม่เห็นถนนเลยนะ ถนนเล็ก ๆ ๒ เลน (Lane) จะเต็มไปด้วยป์าหมดเลย เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว ผมอยากจะน้อมน้ำรูปภาพแรกมาให้ท่านชมก่อน ท่านอาจจะบอกว่า เอ๊ะงง มันเกี่ยวกันได้อย่างไร เชิญชีมครับ อันนี้เปึนเรื่องนะครับ ใคร ๆ ก็รู้ว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ ริมแม่น้ำเนรัญชีรานะครับ เปึนรูปที่แทนพระพุทธเจ้านะครับ และทุกคนก็เห็นภาพนี้ มานานแล้ว ถามว่าผมน้อมนำรูปพระพุทธเจ้ามาเปึ้นสรณะในที่นี้ก็มีความหมาย
ต่อไปครับ คําสอนพระพุทธเจ้าเปึนอกาลิโก หรือท่านไม่เชื่อผมท่านค้านได้ นะครับ ทันสมัยมามากกว่า ๒,๕๕๙ ป้ ปัจจุบันนี้ยังทันสมัยอยู่ ไม่ว่าท่านจะไปใช้ที่ไหน ทุกเวลา ทุกสถานที่ยังทันสมัยอยู่เสมอ คําสอนพระพุทธเจ้า ๒ ประโยคที่ผมอยากจะนํามา หรือเรียกว่า พุทธภาษิต คำแรกคือ ความสามัคคี คือ สุขา สังฆัสสะ สามัคคี ความพร้อมเพรียง ของหมู่คณะนำมาซึ่งความสุข และอีกประโยคหนึ่งก็คือ หิริ โอตตัปปะ ความละอาย และเกรงกลัวบาป ถ้าไม่มี ๒ พุทธภาษิตนี้หรือคําสอนนี้ผมคิดว่าป์าชุมชนท่านไม่เกิดหรอก ท่านต้องสร้างตรงนี้ให้ได้ก่อน ในทุก อบต. หรือทุกชุมชนจะต้องมีตรงนี้เสียก่อน
ต่อไปครับ ผมขออนุญาตกราบน้อมนำรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงปลูกต้นไม้ แต่ผมหาไม่ได้ว่าท่านปลูกที่ไหน แต่ก็เปึนรูปที่ท่านปลูกนะครับ แล้วก็ท่านลองดูสิครับ เห็นภาพนี้แล้วท่านจะมีความรู้สึกขนลุกไหมครับว่าเจ้าฟั้าเจ้าแผ่นดิน ท่านยังทรงปลูกป์าเพื่อให้กับประชาชนนะครับ
ภาพต่อไปครับ ภาพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปลูก ต้นไม้เช่นเดียวกัน และพระองค์นี่นอกจากปลูกแล้วเมื่อในอดีตถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ สัก ๒๐-๓๐ ป้ที่แล้วท่านเสด็จพระราชดำเนินไปที่อำเภออมก๋อย สมัยหนึ่งคุณพระนาย เปึ้นนายอำเภอ ท่านก็ไปบอกท่านนายอำเภอพระนาย สุวรรณรัฐ ว่านี่ลองสร้างบ้านเล็ก ในป์าใหญ่ดูสิ ก็ได้ผล ให้คนอยู่กับป์าได้ ก็เปึ้นต้นแบบ และพระองค์ยังตรัสต่อไปว่า พระเจ้าอยู่หัวเปึนน้ํา ฉันจะเปึนป์า ป์าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ํา ฟังแล้วเปึนอย่างไรครับ ปลูกป์าต้องมีน้ำครับ ชุมชนนี่ถ้าเขายังไม่มีน้ำกินน้ำใช้ท่านไปปลูกป์าก็ไม่ได้ ต้องมีน้ำ และถ้าเขาไม่มีน้ำจะต้องซื้อน้ำหรือจะต้องขุดน้ำบาดาลไปรดต้นไม้เขาจะลำบาก
อันนี้ก็น้อมน้ํามาอีกภาพหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ท่านกล่าวไปแล้วและผมก็ไปนํามา นะครับ คือในหลวงท่านมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งความว่า เจ้าหน้าที่ป์าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ ลงในหัวใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ ด้วยตนเอง เดี๋ยวภาพต่อไปท่านก็จะตกใจอีกว่า เอ๊ะผมนำอะไรมาสะเป๊ะสะปะนะครับ แต่ท่านคิดให้ลึกนะครับ ผมมีหลักคิด
นี่ครับรูปนี้คือรูปกายวิภาคศาสตร์ของมนุษย์ มีทั้งสมอง เส้นเลือด หัวใจ ท่านลองดูสิครับเดี๋ยวให้หัวใจเต้น หัวใจเต้นปุ็บมันจะบีบโลหิตไปสู่สมอง เห็นไหมครับ ด้วยเส้นเลือดแดงแล้วก็มาฟอกที่ปอด ถามว่าผมคิดอย่างนี้ว่าอย่างไร ก็คือว่ามันต้องทำให้ คนมีสมอง มีหัวใจ คิดได้ว่าต้นไม้มันสำคัญสำหรับชีวิตในปัจจุบันและในอนาคตของตัวเอง ของชุมชน ของโลกนะครับ มันจึงจะส่งกระแสไปยังมือไม้ให้ไปปลูกป์า รักษาป์า
ภาพต่อไปครับ นี่ครับผมใช้แทนด้วยหัวใจสีแดง หัวใจสีแดงก็คือหัวใจ ที่มีเลือดอันบริสุทธิ์ มีต้นไม้ ผมไม่กล้าเอาต้นไม้จริงมาเพราะเห็นมันมีอยู่เยอะแล้ว แล้วท่านก็เอามาแล้ว ผมก็เลยเอาต้นไม้ที่สวยงามนี้ไว้กลางหัวใจ ถ้าน้ำภาพนี้ไปไว้ทุกที่ว่า ท่านมีต้นไม้ในหัวใจหรือยัง ผมคิดว่ามันจะติดตาติดใจของคนไทยไปทั้งชาตินะครับ
ผมอยากจะกราบเรียนว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนนี่นะครับต้องพัฒนา ให้เขา ถ้าเขาบอกว่าต้องรักต้นไม้ ปลูกต้นไม้ แล้วแต่จิปาถะ แต่ถ้าเขายังไม่มีกินนะผมว่า ลำบาก ท่านต้องควบคู่กับการพัฒนาประเทศด้วยการลดคนจนให้ลงมาก ๆ อย่างที่รัฐบาล ปัจจุบันกําลังทําอยู่นะครับ ในแผน ๕ ป้หรือแผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ป้ก็ตามนะครับ ปลูกฝั่ง ให้เขามีจิตวิญญาณในการรักป์า รักต้นไม้ ห่วงแหนต้นไม้ ถ้าเราไม่ปลูกฝังเข้าไป ในจิตวิญญาณเขาแล้วผมคิดว่าก็จะไปลำบาก
ภาพต่อไปครับ ป์านี้เห็นมาตั้งแต่ผมเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ครั้งแรก ที่มาเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย นั่งรถเมล์ผ่านสวนจิตรลดาทุกครั้งสมัยก่อนนี้ ไม่เคยเข้าไปชมนะครับ จะเห็นว่านั่นคือป์าจริง ๆ ในพื้นที่ประมาณ ๓๙๕ ไร่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทำเปึนโครงการส่วนพระองค์ ป์าทั้งนั้น เดี๋ยวนี้ ท่านไปดูสิครับมีหลากหลายพันธุ์ แล้วมีนาข้าว นี่เปึนต้นแบบเก่าแก่ที่สุดเท่าที่ผม จำความได้ในชีวิตผมนะครับ ก็น้อมนำมาให้ดูว่านี่คือส่วนจิตรลดา ใกล้ ๆ เรานี่เดินข้าม ไปหน่อยก็ได้ครับ แล้วถามว่าผมจะเสนออย่างไร ผมต้องมีข้อเสนอนะครับ
ข้อที่ ๑ ผมอยากกราบเรียนว่าก่อนท่านจะทำต้องนึกถึงประโยชน์ท่าน ประโยชน์เรา ถ้าเราคิดถึงประโยชน์เขาก่อนนะครับ ก่อนที่จะคิดถึงประโยชน์ของชาติ บ้านเมือง ของโลกจะสำเร็จ คือถามว่าเขาจะได้ประโยชน์อะไรจากการปลูกต้นไม้ บอกได้ ออกซิเจน เขาบอกออกซิเจนฉันก็มีอยู่แล้ว คาร์บอนเครดิตอะไรร้อยแปดจิปาถะ ชาวบ้าน เขาอาจจะไม่รู้หรอกครับ แต่ท่านตามผมไปแล้วท่านจะรู้
เรื่องที่ ๑ ต้องรณรงค์ทุกวิถีทางให้คนไทยรักและห่วงแหนต้นไม้ ปลูกฝัง ตั้งแต่เด็ก ๆ เลยนะครับ ตั้งแต่โรงเรียนอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัยทุกระดับชั้น
เรื่องที่ ๒ ต้องให้ทุกส่วนราชการ โดยเฉพาะ อปท. คือ อบต. ซึ่งมีอยู่ ทั่วประเทศ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ แห่งนี่นะครับ เทศบาลต่าง ๆ ให้มีการบูรณาการและปลูกต้นไม้ รักษาต้นไม้นะครับ
เรื่องที่ ๓ ต้องให้ภาคเอกชนที่ใหญ่ ๆ ยิ่งใหญ่ยิ่งดีครับ เน้นทำซีเอสอาร์ (CSR) ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกและรักษาป์าอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ทำงบประมาณ ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ของบางแห่งนะครับไปปลูกแล้วก็ไม่ได้ไปดูแล ปลูกแล้วก็ปล่อยไป ก็ไม่มีใครไปดูแล แล้วในที่สุดก็ตาย แล้วก็ไปปลูกใหม่ ๆ ถ้าท่านไปเอางบประมาณแผ่นดิน ตั้งแต่ตั้งแผ่นดินไทยมานี่เรื่องปลูกป์านะ ของกรมบางกรมป์านี่ไม่มีที่เดินแล้ว ผมยืนยัน ท่านไปเอามาดูได้เลย ท่านรองประธานท่านที่ ๒ ก็เคยเปึนผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นะครับ เพราะเราปลูกแล้วไม่ได้ดูแลครับ
เรื่องที่ ๔ ต้องให้ศาสนสถานที่มีอยู่ทั่วประเทศ ศาสนสถานทั้งพุทธ์ ทั้งอิสลาม ทุกแห่งเลยนะครับ ทุกศาสนา เปึนต้นแบบในการปลูกและรักษาต้นไม้ เพราะว่า ทุกศาสนาเปึนผู้นําจิตวิญญาณ ถ้าพระนําเรียบร้อยไม่ใช่นําไปสู่เชิงตะกอนนะครับ นำไปสู่การทำดีปลูกต้นไม้รักษา วัดบ้างวัดท่านครับมีแต่ค่อนกรีตแทบจะไม่มีต้นไม้เลย ไปงานศพผมก็แปลกใจนะครับ
เรื่องที่ ๕ ต้องให้ชุมชนได้รับสิทธิประโยชน์จากต้นไม้ที่ปลูกและดูแล อันนี้ผมถือว่าเปึนหัวใจเลยนะครับ เมื่อสักครู่ผมบอกแล้วประโยชน์ ขออีก ๑ นาทีได้ไหมครับ ท่านประธานครับ คืออย่างนี้ครับ ถ้าท่านไปดูการปลูกป์า ปลูกต้นไม้นี่นะครับ ถ้าเปึนต้นไม้ ประเภท ก มี ๑๕๘ ชนิด ตัดต้องได้รับการอนุญาต ยุ่งยากมากเลยผมเคยมีประสบการณ์ เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะครับ ประเภทพิเศษ ประเภท ข มี ๑๓ ชนิด ปลูกแล้วตัดไม่ได้ กระเบา จันทน์หอม จันทน์แดง จันทน์ทุกอย่าง ต้นรัง ต้นพะยูง ท่านต้องแก้กฎระเบียบอันนี้ ให้สะดวกในการที่เขาปลูกแล้วจะใช้ประโยชน์เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตเขาหรืออะไรร้อยแปด จิปาถะ ไปจนถึงเชิงพาณิชย์ แต่ถ้าไม่แก้ระเบียบอย่างนี้นะครับผมว่าท่านไปลำบาก แล้วผมอยากจะกราบเรียนว่าผมเคยมีประสบการณ์ ผมมีที่ดิน มีลำห้วยผ่าน อันนี้ ของแท้นะครับ กรมชลประทานมาขอทำฝ่ายผมก็ให้ทำ ที่ดินผมพังไปเยอะ ต้นยางมีอยู่ หลายต้น ต้นใหญ่ ๆ พอน้ำท่วมขังยืนตาย พอยืนตายผมก็ถ่ายรูปไป แล้วไปปรึกษาที่อำเภอ นายอำเภอก็บอกว่าไปปรึกษาป์าไม้อำเภอ ป์าไม้อำเภอบอกต้องขออนุญาต ยุ่งยากมาก ผมไปอำเภอนี่นะครับหลายสิบเที่ยวไม่เรียบร้อย ไม่เรียบร้อยผมทำอย่างไรมันเริ่มผุแล้ว ผมเลยไปบอกวัดหลวงพ่อท่านครับให้ชาวบ้านมาตัดลากไปเลยแล้วก็ทำกุฏิไปเลย ทำศาลา ไปเลย ท่านครับ ขนาดผมมีการศึกษาเปึนข้าราชการยั่งยุ่งยากอย่างนี้เลย คำถามว่าชาวบ้าน จะยุ่งยากขนาดไหน ระเบียบ กฎเกณฑ์อะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ถ้าเขาปลูกเองอย่างบ้านผมขณะนี้ที่กรุงเทพมหานครเข้าปลูกไม้จันทน์หอมก็เปึนไม้ห่วงห้าม เขาปลูกแล้ว ปลูกแล้วเขาก็บอกตัดไม่ได้ ก็อยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ว่าผมสนับสนุนนะ ที่พูดทั้งหมดยาวเหยียดนี่นะครับ แต่อยากกราบเรียนว่าต้องเพิ่มเติม ให้รอบคอบมากยิ่งขึ้นประโยชน์ท่านประโยชน์เราครับ ถ้าเราคิดแต่ประโยชน์เรา ว่าจะต้องการมีป์าเท่านั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์นะครับ ประโยชน์ท่านคือคนจนยังไม่ได้ ผมก็ว่าการประสบความสำเร็จค่อนข้างจะลำบาก กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ
เปึนประโยชน์มากนะครับ เชิญท่าน พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค ๑ ครับ
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : ขอบพระคุณครับ ผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิกลําดับ ๑๙๗ วันนี้เปึนแผนการปฏิรูปประเทศในเรื่องของการบริหาร จัดการการปลูกและการดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง ท่านประธานที่เคารพครับ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านมาปรารภว่าวันนี้เรื่องมันจะไปอย่างไร ปลูกต้นไม้ถึงขนาดต้องเขียน แผนปฏิรูปอย่างนั้นหรือ ยิ่งเมื่อสักครู่ได้ฟังกรรมาธิการชี้แจงผมเข้าใจว่าผมเตรียมเรื่องมาผิด ผมเข้าใจว่าเปึนเรื่องของการปฏิรูปด้านการกีฬา แต่อย่างไรอาจารย์ก็เปึนอาจารย์แหละครับ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่าน พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ ท่านเปึนอาจารย์ ที่ลงเครื่องบินมาสอนผมเปึนรุ่นแรกเลย ท่านก็ผนวกเรื่องกีฬามาปนกับเรื่องการปลูกต้นไม้ ได้อย่างแนบเนียนมาก เพราะดูในแผนแล้วมันจำเปึนครับ มันจำเปึนต้องเขียนแผน ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ ทำไมต้องมีอาชีพจัดส่วนล่ะ ถ้าทุกคนจัดส่วนได้ ทำส่วนเปึน รู้จักเลือกต้นไม้ รู้จักว้างต้นไม้ อาชีพจัดส่วนจะไม่มี เพราะฉะนั้นที่เราต้องเขียนแผนปฏิรูป เพราะเราจะจัดสวนทั้งประเทศ โดยเฉพาะสวนในเมืองหลวงจัดยาก เพราะฉะนั้นขณะนี้ เราเขียนแผนจัดส่วนทั้งประเทศครับ ไฟฟัา ประปา โทรศัพท์ ต้องมาเข้าแผนกับเรา เพราะถ้าเราปลูกต้นไม้ขึ้นไปแล้วเราต้องตัดต้นไม้เพื่อหลบสายไฟ หลบสายโทรศัพท์ เพื่อไม่ให้ราก็ไปชอนไชท่อประปายุ่งกันไปใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นในแผนจะต้องมีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมแผนทั้งหมด แม้กระทั่งตำรวจเพราะมันจะมีพันธุ์ไม้ที่ตัดไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะลงรายละเอียดในบางเรื่องนะครับ การปลูกต้นไม้จําเปึน จะต้องร่วมกันในลักษณะเปึนประชารัฐ เคยมีการพูดว่าประชารัฐมาจากไหน ใครเปึ้นคนคิด จริง ๆ เรานี่แหละครับต้นคิด แล้วประชารัฐเรามีมาร้อยป้แล้วครับ มาพร้อมกับเพลงชาติไทยครับ รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยเปึนประชารัฐ เพราะฉะนั้นเราต้องร่วมกันทั้งหมดครับ ผมขออนุญาตที่จะให้เห็นความสำคัญของการปลูกต้นไม้ก่อนครับ ไม่ใช่เอาเรื่องส่วนตัว มาอภิปรายในสภาครับ แต่เปึนเรื่องที่เห็นกับตา เจอมาเอง เดิมที่บ้านผมอยู่ใกล้แยก บางพลัดอยู่ในซอยร่วมพัฒนา จรัญสนิทวงศ์ ๖๕ เปึ้นทาวน์เฮาส์ (Town house) เล็ก ๆ หน้าบ้านผมเปึนวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ทั้งบ้านเลยครับเปึนโรคภูมิแพ้ ภรรยารุนแรงที่สุด เช้าตื่นขึ้นมาจามจนฟันปลอมร่วงลงชักโครกผมกดน้ำทิ้งเลย ไปทำงานไม่ได้ เพราะไม่มีฟันใส่ ลูกก็เปึนภูมิแพ้ทั้งหมด ๒ คน ไปโรงพยาบาลหมอขี้เกียจเรียกชื่อ บอกตระกูลนิ่มมะโน เข้ามาพร้อมกันเลย เปึนภูมิแพ้ทั้งบ้าน ช่วงนั้นการจราจรติดขัดครับ วันนี้ดีขึ้นเพราะว่าโรงเรียนป่ดเทอมครับ ผมขึ้นเครื่องดูการจราจรครับ เมื่อก่อน จส. ๑๐๐ จะมีเครื่องบินให้สารวัตรจราจรขึ้นเครื่อง ผมไปเห็นพื้นที่สีเขียวอยู่ใกล้บางพลัดก็คือ บางกรวยครับ ผมลงจากเครื่องบินแล้วซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปหาพื้นที่ตรงนั้นครับ ผมเลยไปซื้อ ที่ดินปลูกบ้านครับ ตอนนั้นยังถูกอยู่ หลังจากอยู่ที่นั่น ๓ เดือนไปหาหมอใหม่ หายหมด ทั้งบ้านครับ ไม่เปึนภูมิแพ้อีกแล้วครับ ผมกำลังจะบอกว่านี่แหละครับคือเครื่องกรองอากาศชั้นดี ดังนั้นการปลูกต้นไม้จะต้องเกิดขึ้น ในชุมชน โดยเฉพาะชุมชนที่เปึนเมืองหลวง เมืองหลัก เช่น กรุงเทพมหานครและหัวเมือง ต่าง ๆ ถามว่าจะทำอย่างไรให้เปึนระบบ ตามร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องพื้นที่ของการปลูก ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของคณะกรรมการตามข้อ ๕ นะครับ คณะกรรมการ กมช. คณะกรรมการบริหารจัดการการปลูกและดูแลต้นไม้ในที่ชุมชน และคณะกรรมการ กมจ. ในข้อ ๑๐ นะครับ คณะกรรมการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชน เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง คณะกรรมการชุดนี้เท่าที่ผมดูองค์ประกอบยังไม่ครบครับ หน่วยงาน ที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ครับ ไฟฟัา ประปา โทรศัพท์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับต้นไม้ต้องเข้ามาให้ครบครับ เพราะฉะนั้นผมขอเติมเรื่องแรกนะครับว่า ต้องมีองค์ประกอบให้ครบครับ ถ้าไม่ครบเราลงมือทำแล้วจะเกิดปัญหาครับ ในการดำเนินการเหมือนกันครับ ในการดำเนินการในการปลูกต้นไม้ พื้นที่ที่เปึนส่วนราชการ ที่สาธารณะ ต้องเปึ้นไฟต์ (Fight) บังคับเลยครับ ต้องบังคับให้ทำเท่านั้นครับ ต้องบังคับ ให้เสนอแผน ทั้งชนิด ทั้งจำนวนที่จะปลูกอย่างชัดเจนนะครับ ส่วนพื้นที่ที่เปึนของเอกชน ผมขออนุญาตอย่างนี้เลยครับ การที่จะใส่ไปในสมองรณรงค์ให้เกิดความสำนึก รณรงค์ ให้เห็นความสำคัญ เห็นความจำเปึ้นนั้นควรจะเปึนในรอบแรก รอบต่อไปจะต้องรณรงค์ ขอความร่วมมือแก้มบังคับ เพราะคนไทยเปึนอย่างนั้นครับ คนไทยยังจำเปึนจะต้องมี สภาพบังคับตกติดอยู่ครับ ข้าวแดงเวลามีจราจรอยู่ไม่จอด ไม่มีจราจรจอด ถามว่าทำไม คุณจอด ข่าวแดงคุณไม่เห็นหรือ เห็นครับ แล้วทำไมยังจอด เพราะไม่เห็นตำรวจ เพราะฉะนั้นสภาพบังคับจะต้องมีครับกับเอกชน ตัวอย่างเช่น ที่ดินว่างเปล่าคุณไม่ปลูก อะไรเลย เก็บภาษีให้มันแพง ปลูกต้นหนึ่งเก็บถูกลง ปลูก ๒ ต้นเก็บถูกลงเรื่อย ๆ ต้องเสนอแผนครับ ตัวอย่างเช่น หมู่บ้านจัดสรรก็ดี คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ (Apartment) ก็ดีครับ ของสิงคโปร์ไม่ใช่เสนอแผนเฉพาะตัวอาคารนะครับ จะต้องเสนอแผนภูมิทัศน์ มาด้วย จะต้องเสนอแผนภูมิทัศน์ในการที่จะก่อสร้างอาคารมาด้วย ดังนั้นของเรา ๕ ป้แรก ในแผนนะครับอาจจะขอร้องก่อนครับ ต่อไปต้องขอร้องแก้มบังคับนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ความเหมาะสมของการปลูกต้นไม้ต้องดูพันธุ์ไม้ด้วยครับ ต้องปลูกให้เหมาะสมกับพื้นที่ ต้องปลูกให้เหมาะสมกับบริเวณนั้น ๆ ด้วย ผมให้ดู ตัวอย่างครับ ผมไปดูอนุสาวรีย์ชาวบ้านบางระจัน นายจันหนวดเขี้ยว นายทองเหม็น ถือดาบบ้าง ถือขวานบ้าง แล้วไปปลูกดอกกุหลาบ มันไม่เข้า มันต้องให้เข้ากับบรรยากาศ ไปปลูกดอกซากุระอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นคนที่จะคิดเรื่องนี้ก็คือคนที่อยู่ในแผน แล้วต้องหาพันธุ์ให้เขาครับ พันธุ์ไม้ที่จะปลูก และให้เขาปลูกให้เหมาะสมตามนั้น เอาละครับเรื่องปลูกผมจบไปแล้ว เรื่องการดูแลอีกนิดหนึ่งครับ ดูแลให้มันโต ยังไม่พอครับ การตัดแต่งต้องมีศิลปะ ตามแผนก็คือต้องเปึนไปตามหลักรุกข์กรรม หลักรุกข์กรรมคนทำ คือรุกข์กร ตามหลักรุกข์กรรมนะครับ ไม่ใช่ฆ่าตกรรม กรุงเทพมหานครขุดทิ้งไปเยอะครับ พอจะตัดถนนขยายถนนที่ขุดทิ้งครับ ไม่ล้อม ปลูกมาตั้งกี่ป้ถึงจะได้ขนาดนั้น ผมให้ดู ตัวอย่างครับ ท่านรองประธานไปลองขับรถดูครับ ท่านลองขับขึ้นเกาะแล้วชนถนน ในถนนราชดำเนินนะครับ ต้นมะข้ามครับ ต้นแค่แขนเท่านั้นเองครับ เปึ้นหมื่นครับ โตหน่อย เปึ้นแสนครับ คิดตามวงป้ ผมเปึนสารวัตรจราจรที่นั่น ผมเข้าเวรสอบสวนครับ รถคันหนึ่งป้นเกาะไปชนต้นมะข้าม ๓๐,๐๐๐ ครับ แพงกว่ารถที่ชนอีก แต่พอถึงบท ที่ตัวเองทำบ้าง ขุดทิ้งเลยครับ เมื่อ ๒ เดือนที่แล้วครับผมไปเปึนประธานทอดผ้าป์า ที่วัดบุณยประดิษฐ์ พุทธมณฑลสาย ๒ เจ้าอาวาสเองครับ ท่านอาวุโสมากแล้วครับ ท่านฝาก บอกผมมาว่า โยมอำนวยช่วยไปบอกผู้ว่า กทม. หน่อย ต้นไม้ที่หน้าวัดแนวถนนนี่ตัดโกร๋น หมดเลย คนตัดเขาก็อยากตัดให้โกร๋นนะเพราะป้หนึ่งจะได้ตัดทีเดียว ไม่อย่างนั้น เขาตัดหลายครั้ง ช่วยไปบอกหน่อยเถอะ ผมก็ตั้งใจจะไปตามที่ท่านขอร้อง ก็บอกไม่ทัน ผู้ว่า กทม. ไปเสียก่อน มันจะต้องมีศิลปะครับ เหมือนกันกับการออกแบบทรงผม เพราะฉะนั้นเจ้าภาพในนี้จะต้องมีกําหนดไว้ เหมือนกันกับการจัดส่วนครับ จะตัด จะเล็ม แค่ไหน แล้วอยู่แค่นั้นละครับ ทำอย่างไรไม่ให้ไปบดบังปัายจราจร ไม่ให้ไปบดบังกระจกเลี้ยว ตรงทางโค้ง แต่ในขณะเดียวกันความสวยงาม ความร่มรื่นยังอยู่นะครับ เพราะฉะนั้น ผมขอฝากไว้โดยสรุปครับ ๔ เรื่องด้วยกัน เรื่องที่ ๑ ก็คือจะต้องให้หน่วยงานอื่น ๆ ที่ยังไม่มี ในแผนมาเข้าแผนให้ครบ ไฟฟัา ประปา โทรศัพท์ เรื่องที่ ๒ ส่วนราชการต้องไฟต์ (Fight) บังคับเลยครับ โรงเรียนนี้ไม่ยอมปลูกต้นไม้เลย ตั้งกรรมการวินัยร้ายแรง ผอ. ใช่ไหม มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ท่านอาจารย์ไว้กูณฑ์ปลูกหรือยัง ไม่ปลูกตั้งกรรมการ อาจารย์ไว้กูณฑ์ได้ไหม ส่วนเอกชนเริ่มต้นสตาร์ต (Start) ๕ ป้รณรงค์ ต่อไปรณรงค์ แก่ม่บังคับ ตัวอย่างผมยกแล้วเมื่อสักครู่นี้ไปลอกของสิงคโปร์มาเลยครับง่ายดี รุกข์กรรมก็ดี รุกข์กรก็ดี ต้องมีความรู้ครับ ต้องมีแบบเลยครับถนนเส้นนี้จะตัดแบบไหนกี่องศา สั้นยาว เท่าไรต้องชัดเจนครับ ชนิดของต้นไม้จะต้องเหมาะสมกับพื้นที่ครับ ๔ ข้อด้วยกันนะครับ ทำอย่างนั้นแล้วก็รุงเทพมหานครของเรานอกจากจะได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ว่าเปึนเมืองที่มีคนมาเที่ยวชมมากที่สุดในโลก เร็ว ๆ นี้เอง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแสดง ความภูมิใจข้ามประเทศมา ประเทศไทยเปึนเมืองที่มีคนมาเที่ยวมากที่สุดในโลก ความภูมิใจ ที่ ๒ เปึ้นเมืองที่มีอาหารริมถนนอร่อยที่สุดในโลก ออกไปเมื่อไรก็มีครับชายสี่บะหมี่เกี๊ยว มีกินตลอด ๒๔ ชั่วโมง สิ่งที่เราจะภูมิใจตามแผนปฏิรูปแผนนี้อีกเรื่องหนึ่งก็คือ กรุงเทพมหานคร จะเปึนเมืองที่มีความร่มรื่น สวยงาม อากาศบริสุทธิ์ เข้ามาในกรุงเทพฯ เข้ามาในประเทศไทย เหมือนเดินอยู่ในส่วนดอกไม้ เดินอยู่ในส่วนสาธารณะอย่างไรอย่างนั้นเลยครับ ความภูมิใจ เหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นกับพวกเราทุกคน ต้องขอบพระคุณครับ ถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการ จะได้กรุณานำข้อเสนอของกระผมทั้ง ๔ ข้อไปศึกษาและพิจารณา พิจารณาครับผมไม่บังคับ เพิ่มเติมในแผนการปฏิรูปของท่าน เพื่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผมและคณะกรรมาธิการเองจะได้ รอดูสิ่งเหล่านี้หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่ลูกหลานเราได้รอดูแน่ครับ เพราะเราปลูกไม้ยื่นต้น เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลาอีกหลายป้ แต่อย่างน้อยเราได้เริ่มต้นให้กับลูกหลานของเราครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ก่อนที่จะขอเชิญท่านสมพงษ์อภิปรายต่อไป ขอแจ้ง ๓ รายชื่อ ถัดไปเพื่อท่านจะได้เตรียมตัวนะครับ มีท่านกษิต ท่านคุรุจิต ท่านเฉลิมศักดิ์ ต่อไปขอเชิญ ท่านสมพงษ์ สระกวี อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลาครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการ ซึ่งนำเสนอเรื่องการปลูกและดูแลต้นไม้ชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็งนี่นะครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ในความเห็นผมนะครับ ผมรู้สึกตื่นเต้น แล้วก็เห็นว่าเปึ้นเรื่องสําคัญเรื่องหนึ่ง ที่เปึนมุมมองของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เปึ้นรูปธรรม แล้วก็ เปึ้นเหมือนกับเส้นผมบังภูเขา เปึนปัญหาใหญ่ของแผ่นดินที่ถูกมองข้ามไปว่าถึงเปึน เรื่องใหญ่นั้นใคร ๆ ก็รู้ว่าเปึนเรื่องใหญ่เพราะว่าป์าไม้เราหายไปเยอะ แล้วก็เปึนเรื่องที่คุ้นชิน เรื่องปลูกต้นไม้ก็เปึ้นเรื่องที่คุ้นชินของประชาชนโดยทั่วไป เพราะว่าต้นไม้บ้านเรามันขึ้นง่าย เรามีดิน เรามีน้ำ เรามีฝน เรามีอากาศ มีแสงแดดที่เหมาะสมกับที่ต้นไม้จะขึ้นใครพูด เรื่องต้นไม้ก็ดูจะเฝ๋อ ๆ ไป แต่พอพูดถึงปัญหาของต้นไม้ก็จะเปึ้นเรื่องใหญ่เสมอเพราะว่า ป์าไม้เราลดน้อยลง เพราะฉะนั้นเมื่อทางกรรมาธิการได้พูดยกประเด็นเรื่องการปฏิรูป เรื่อง การปลูกต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็งขึ้นมาในครั้งนี้นั้น กระผมเห็นว่าเปึ้นเรื่องที่มี ความสำคัญอย่างยิ่งยวด แล้วก็เปึนเรื่องที่ดูเหมือนจะถูกมองข้ามไป ไม่ว่าจะในการบริหาร ราชการแผ่นดิน ในการจัดตั้งงบประมาณ หรือในการสร้างจิตสำนึกร่วมทางสังคมก็ตาม ท่านประธานครับ สภา สปท. เรานั้นได้พูดถึงเรื่องหลาย ๆ เรื่องที่ควรแก่การปฏิรูป ของประเทศนี้ ที่เปึ้นเหมือนเส้นผมบังภูเขา หลายเรื่องที่นํามาร่วมกันได้ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างเพียงเรื่องเดียวที่เห็นว่าควรจะนำมาร่วมกันเปึน ๒ เรื่องที่นำมาร่วม เปึ้นเรื่องเดียวกัน แต่เปึนเรื่องที่เปึนเส้นผมบังภูเขา และเปึนปัญหาใหญ่ของแผ่นดิน ที่เราทําได้แต่เราไม่ทำ เรื่องประหลาดที่สุดคือเราทำได้แต่เราไม่ทำ เปึ้นเรื่องใหญ่ที่มีคุณค่า ต่อแผ่นดิน แต่เราไม่คิดหรือเรามองข้าม ผมถึงตื่นเต้นครับว่า สปท. เราได้คิดเรื่องนี้ขึ้นมา หลายครั้ง ท่านประธานครับ นั่นก็คือเรื่องการทำให้แผ่นดินประเทศนี้เปึ้นแผ่นดินทอง ของการท่องเที่ยวที่มีความสวยงามโดยธรรมชาติ มีศิลปวัฒนธรรมที่น่าประทับใจที่ใคร ๆ ต้องมาเที่ยวประเทศนี้ ท่านประธานครับ รัฐบาลทุกรัฐบาลนะครับ ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลไหน เวลาจะอวดก็อวดว่าเศรษฐกิจเราดีเพราะการท่องเที่ยว แต่ไม่เคยลงลึก ไปว่าเราจะเสริมเติมแต่งการท่องเที่ยวข้องประเทศนี้ให้มั่นคงยั่งยืน หรือเสริมเติมแต่ง ให้น่าเที่ยวมากขึ้น อย่างที่ผมเคยยกตัวอย่างสมัยหนึ่งว่าครั้งหนึ่งของกรรมาธิการ ด้านการท่องเที่ยวที่บอกว่าเรามีเรือพระที่นั่งนะครับ เรือพระที่นั่งซึ่งหลายป้มานี้ก็ไม่ได้มีพระราชพิธีทางชลมารค คนไทยยังไม่ได้ดูเรือพระที่นั่ง แล้วคิดดูเถอะครับสิ่งมหัศจรรย์ของเรือพระที่นั่งเปึนสิบ ๆ เปึนร้อย ๆ องค์ที่มีอยู่ในประเทศนี้ ถูกเก็บไว้ในโกดังของทหารเรือ ลองคิดดูสิครับว่าถ้าเรารื้อฟุ๋่นพิพิธภัณฑ์เรือพระที่นั่ง ขึ้นมาได้นี่ จะมีแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญของประเทศนี้ โลกจะต้องตะลึงที่เราจะเปึน แลนด์มาร์ก (Landmark) ของการท่องเที่ยวข้องโลก ไม่คิดละครับ มีของดีก็ซุกไว้ เพราะขนาดไม่มีพิพิธภัณฑ์เรือพระที่นั่ง จีนก็ล้นประเทศอยู่แล้ว ไว้อวดได้แล้วว่าเปึ้นเมือง ท่องเที่ยวที่คนมาเที่ยวมากที่สุด จ่ายมากที่สุด ท่านประธานครับ ที่ว่าคนมาเที่ยวมาจ่าย บัตรเครดิตบริษัทหนึ่งเอามาอวดอ้างนั้น เพราะเอกชนเขาเร่งมือกันสร้างศูนย์การค้าแข่งกัน ประเทศไทยจึงเปึนประเทศที่มีศูนย์การค้าที่น่าเดินน่าเที่ยว คนในภูมิภาคนี้ก็มาเที่ยวกัน เหมือนกับพี่น้องมาเลเซียมาเที่ยวหาดใหญ่ ฉันใดก็ฉันนั้นมากันป้หนึ่งเปึ้นล้าน ๆ มากิน มาเที่ยวผู้หญิง แล้วก็มาชื่อปป่ง (Shopping) สินค้าราคาถูก อันนี้ก็เหมือนกันนะครับ ภูมิใจ อยู่แต่อย่างนั้น แต่ถามว่าถ้าเราคิดว่าประเทศไทยเรานั้นเปึ้นเลิศทางด้านการท่องเที่ยว ของเอเชียหรือของอาเซียน (ASEAN) ผมถามท่านคำเดียวครับ แล้วเคยถามไปหนหนึ่งแล้ว แต่วันนี้ผมถามด้วยความเห็นว่ามันเปึนจังหวะที่เหมาะสมกัน ถามว่าจากสนามบินนานาชาติ อินเตอร์เนชันนัล (International) สนามบินของประเทศที่เรียกว่าสุวรรณภูมิ เดินทางจาก สุวรรณภูมิเข้ามาสู่ใจกลางพระนครตรงไหนก็ได้นี่ ท่านรู้สึกเปึนอย่างไรบ้างครับ ท่านรู้สึกว่า ต้นไม้มันร่มรื่น เขียวชอุ่ม มีพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ มีดอกไม้หลากสี ต้นที่บ้านเรามีปรีดียาธร ก็เหลืองนะครับ ดอกสารพัดดอกที่มีอยู่ในประเทศนี้ ทําไมไม่ตั้งคําถามว่าประตูบ้านแท้ ๆ เมืองแห่งการท่องเที่ยวแท้ ๆ ปรากฏว่าสลัมก็มี ไม่มีที่จะปลูกต้นไม้บัง ที่ทิ้งขยะก็มี และที่โดดเด่นที่สุดก็คือปัายโฆษณาขนาดใหญ่ ทำไมล่ะครับ ทำไมไม่คิดที่จะทำพื้นที่ สาธารณะตามคำชี้แนะของกรรมาธิการนี้ครับ ว่าพื้นที่สาธารณะที่หน่วยงานของรัฐ ครอบครองและใช้ประโยชน์ เช่นริมถนนสาธารณะทางหลวง ท่านประธานครับ ไม่ต้องเอากัน ทั่วประเทศอย่างที่ท่านกรรมาธิการตั้งความหวังไว้หรอกครับ เอาว่าถนนจากสุวรรณภูมิ ประตูบ้านจากสนามบินนานาชาติเข้าสู่กรุงเทพมหานครนี่จะทำกันอย่างไร ซึ่งผมชื่นชม กรรมาธิการเปึนอย่างยิ่งในข้อเสนอแนะ และผมจะมีความรู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่ตายเปล่าแน่ ถ้าท่านได้ลงไปสู่การปฏิบัติ นั่นก็คือทำอย่างไรที่จะต้องตั้งบริษัทนะครับ หรือบริษัทวิสาหกิจ เพื่อสังคมที่ส่งเสริมการปลูกต้นไม้เปึนอาชีพ อยากเห็นแล้วครับ และงานแรกที่ควรทำ ก็คือทำถนนสายสุวรรณภูมิ แล้วก็เข้าเมืองนี่ให้มันร่มรื่นสวยงามสมกับเปึนประตูบ้าน ของประเทศที่ได้ชื่อว่าเปึนประเทศแห่งการท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากมา เวลาพูด ก็ยกสิงคโปร์ ก็สิงคโปร์ดูสิครับถนนเข้าเมืองของเขา ดูสิครับสนามบินของเขาทำไม เต็มไปด้วยต้นไม้ ทำไมเต็มไปด้วยดอกไม้ แค่นี้คิดไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีนี่นะครับ ผมอยากจะตะโกนให้ได้ยินก่อนท่านจะลงเครื่องบินจากอเมริกา ว่าทันทีที่ท่านลงเครื่องบิน ที่สนามบินสุวรรณภูมินี่ชายตาออกไปดู ๒ ข้างทางหน่อยเถอะครับ ว่าสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งมาเปึ้นสิบป้แล้วนั้นทำไมต้นไม้ถึงไม่ร่มรื่น ท่านประธานครับ จากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าสู่เมือง ต่อไปนี่นะครับ จากกรุงเทพฯ ไปหัวหินเปึนสถานที่ท่องเที่ยว จากกรุงเทพฯ ไปอยุธยาเปึนสถานที่ท่องเที่ยว จากกรุงเทพฯ ไปพัทยาเอาแค่นี้ครับท่านประธาน ถนนสาธารณะ ๓-๔ สายที่ท่านว่าเอาแค่นี้ครับ ท่านประธาน เอาเปึ้นเจตจำนงของประชาชน ของสมาชิก สปท. ๒๐๐ คน ที่มีอยู่นี้ ได้ตั้งคำถามเหมือนกับที่ผมจะตั้งคำถามกับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าถ้า ท่านลงเครื่องบินจากยูเอ็น (UN) หนนี้ช่วยดูสองข้างทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เข้าเมืองหน่อยว่าจะเนรมิตให้มีต้นไม้เกิดขึ้นริมถนนสาธารณะอย่างเจาะจง เพราะเราพูดกว้างเกินไปครับ เอาอย่างเจาะจง ท่านประธานครับ ขออนุญาตที่ผมรู้สึกว่า ใช้เวลาเยอะไป เพราะเรื่องนี้มันไม่เพียงแต่เปึ้นเจตจำนงแห่งชาติ หรือความแน่วแน่ ทางการเมือง ตามที่ทางกรรมาธิการได้เสนอไว้เพียงเท่านั้น แต่มันเปึนเจตจำนงและความมุ่งมั่น ความภาคภูมิใจว่าประเทศนี้ ถึงได้ชื่อว่าเปึนประเทศท่องเที่ยวนั้น อะไรที่เราเนรมิตได้ เราต้องทำ ต้นไม้ พันธุ์ไม้ ดอกไม้ เนรมิตได้ เราทำได้ เราทำเปึน แต่เราไม่ทำ ปล่อยให้สนามบิน สุวรรณภูมิอยู่อย่างนี้ แล้วอีกหน่อยถนนไปอยุธยาก็ดูไม่ได้ หัวหินค่อยดีหน่อย เพราะเปึ้นที่ประทับ ต้นไม้พอดูได้ พัทยาก็ดูไม่ได้ กู้ไม่สนใจนะ กู้จะขายแต่พัทยา กู้จะขาย แต่อยุธยาเมืองโบราณ แต่สองข้างทางที่จะไปกู้ปลูกต้นไม้ไม่เปึน เรียนท่านประธานครับ ก่อนจบนะครับ เพื่อให้เปึนรูปธรรมมากขึ้น จะเปึนข้อเสนอแนะ นั่นก็หมายความว่านอกจาก รัฐจะต้องสร้างมาตรการให้จูงใจแล้วนี่นะครับ สำนักงบประมาณได้โปรดเถอะครับ อย่าตัด หรือว่าอาจจะไม่มีคนเสนอก็ได้ คือถ้ามีการเสนอนะครับ ก็ให้สำนักงบประมาณ ช่วยสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณเพื่อการปลูกต้นไม้ของหน่วยงานที่รับภารกิจแบบนี้ครับ อย่างเช่นถ้า กทม. ตั้งงบประมาณปลูกต้นไม้จากสนามบินสุวรรณภูมิช่วยให้หน่อย กทม. ไปแปดริ้วก็ให้หน่อย จังหวัดฉะเชิงเทราจะปลูกต้นไม้ หรือสมุทรปราการจะปลูกต้นไม้เข้า สุวรรณภูมิช่วยดูแลหน่อย จะปลูกต้นไม้ไปอยุธยาเมืองโบราณช่วยดูแลหน่อย จะปลูกต้นไม้ ไปหัวหินช่วยดูแลหน่อย อย่างนี้ครับ เพราะส่วนราชการส่วนใหญ่แล้วตั้งงบประมาณ ได้สารพัด แต่พอจะปลูกต้นไม้ตามภารกิจของชาตินี่อ้างว่าไม่มีงบประมาณ เชิญชวน ประชาชนก็ไม่เปึน เปึนไปได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงคิดว่าข้อเสนอแนะ ในเรื่องการปฏิรูปว่าด้วยการปลูกและดูแลต้นไม้ชุมชนของกรรมาธิการด้านสังคมในครั้งนี้ ในความเห็นผมจึงเห็นว่ามีคุณค่ามาก และหลายเรื่องนั้นเปึนเส้นผมบังภูเขา หลายเรื่องนั้น ต้องเปึนเจตจำนงอันรุนแรงของชาติ ปล่อยให้สนามบินนานาชาติประตูบ้าน ประตูเมือง ประเทศที่ได้ชื่อว่าเปึนเมืองท่องเที่ยวชั้นเอกนี่นะครับรกรุงรัง ไร้พืชพันธุ์ไม้ ไร้ความเขียวชอุ่ม ไร้ความสวยของพันธุ์ดอกไม้ ไม่ได้ครับ นานแล้ว สุวรรณภูมิเสร็จมา ๑๐ ป้แล้ว จะเปิ่ดเฟส ๒ (Phase 2) แล้ว แต่ถนนทางเข้าไร้จิตสำนึกที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในประเทศนี้ ขอขอบคุณครับ
ท่านอธิการบดีไว้กูณฑ์
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ครับ อนุญาตไหมครับ
ใช้สิทธิพาดพิงตรงไหนครับ
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน นะครับ ในการอภิปรายเมื่อสักครู่ ท่านได้พาดพิงถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏ รำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรีว่าได้มีการปลูกต้นไม้อะไรหรือไม่
ผมวินิจฉัยก่อน และเมื่อฟังประเด็นแล้วก็เข้าข่ายพาดพิง ท่านใช้สิทธิชี้แจงครับ
ขอบคุณมากครับท่านประธาน ผม ไว้กูณฑ์ ทองอร่าม ครับ สมาชิกลำดับที่ ๑๔๙ ซึ่งเปึ้นผู้บริหารของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี ในการบริหารจัดการด้านดูแลต้นไม้หรือการที่จะรักษาต้นไม้นั้น ผมอยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานสภาว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีนั้นเปึนมหาวิทยาลัย ที่เข้าสู่การเปึนกรีนยูนิเวอร์ซิตี้ (Green University) นะครับ ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ในระดับประเทศก็อยู่ในลำดับที่ ๑๙ ในมหาวิทยาลัยมีป์า ทั้งป์าที่เปึ้นเขตพระราชฐาน ของสมเด็จพระนางเจ้าร่ำไพพรรณีซึ่งเราดูแลรักษาไว้ ตลอดจนจัดระบบบริหารจัดการ รวมทั้งป์าดั้งเดิมของพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งได้ดูแลรักษาแล้วก็จัดการเปึนอย่างดี และได้มอบถวาย ในโครงการป์าอนุรักษ์พันธุกรรมพืชของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นอกจากนั้น ในการจัดการเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้นั้นก็ได้มีการบริหารจัดการในการปลูกให้เหมาะสม กับทั้งพื้นที่และลักษณะของการใช้งาน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการก็คือ เราปลูกต้นไม้โดยยึดหลักว่าหากจะเปึนไม้ยืนต้นนั้นจะต้องเปึนไม้ที่มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ทุกป้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต เช่น ตะเคียนทอง ประดู่ หรือย่างนา หรือหากจะเปึนไม้ยืนต้นที่จะใช้ประโยชน์อย่างอื่นก็จะเปึนไม้ที่สามารถบริโภคได้ เช่น มังคุด ลองกอง มะพร้าว เหล่านี้เปึนต้น นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยยังเปึนแหล่งที่บริการพันธุ์ไม้ โดยเฉพาะยางนาที่เปึนไม้หายาก ตะเคียนทองที่เราเพาะขึ้นมาโดยคณะวิทยาศาสตร์ และโครงการป์าอนุรักษ์พันธุกรรมพืชของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แจกจ่ายให้กับ ทั้งประชาชน ส่วนราชการ ภาครัฐ และส่วนของเอกชนได้นำเอาไม้เหล่านี้ไปใช้ในการปลูก เพื่อที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดภาวะโลกร้อนได้ในอนาคตครับ จึงขอนำกราบเรียนต่อท่านประธานสภาที่เคารพได้รับทราบเปึ้นเบื้องต้นครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณท่านอธิการบดีไว้กูณฑ์ที่ชี้แจงข้อเท็จจริงนะครับ ต่อไปขอเชิญ ท่านกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อดีต ส.ส. และอดีต เอกอัครราชทูตครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. ลำดับที่ ๗ ก่อนอื่นก็ขอแสดงความเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก ท่านสมพงษ์ สระกวี นะครับ เรื่องโครงการอันนี้คงจะต้องดูพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในความรับผิดชอบของ กรมทางหลวง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย แล้วก็ที่สาธารณะแม้กระทั่งสนามบินทั้งหลาย และรวมทั้งที่ของทหารด้วยน่าจะรณรงค์ให้มีการปลูกป์าให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ก็อยากจะขอเสนอเพิ่มเติมอาจจะไม่ตรงกับงานที่นี่ แต่ผมคิดว่าปัายโฆษณาต่าง ๆ ในท่าสนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่างทางที่เกาะสมุย ที่เกาะภูเก็ต เชียงใหม่ ต่าง ๆ เหล่านี้ คิดว่าน่าจะขอให้ทางรัฐบาลพูดกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย ที่จะเปึนสมาชิก ของสภาหอการค้าสภาอุตสาหกรรมว่ายุติการที่จะต้องมีโฆษณาใหญ่ ๆ ได้ไหมครับ ทำลาย ทัศนียภาพและมันก็น่าเกลียด โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิแสงจากปัายโฆษณา มันย้อนลงมาในลูกนัยน์ตาของคนขับ ผมคิดว่ามันไม่ปลอดภัย แล้วมันก็แสนจะน่าเกลียดครับ เราก็ไปสิงคโปร์ ไปไทเป ไปเมืองต่าง ๆ กันทั่วโลก ก็จะเห็นว่าแม้กระทั่งที่กัวลาลัมเปอร์ จากสนามบินมาเมืองหลวงนั้นปัายโฆษณาแทบจะไม่มีหรือมีก็น้อยมาก แล้วก็จะตั้งอยู่ ในทำเลที่มันไม่เข้ามามีผลกระทบทางอ้อมต่อการขับรถแล้วก็สัญจรไปมานะครับ นั่นเปึนประเด็นที่ ๑
ส่วนอันที่ ๒ ก็คือว่าเปึนหัวใจของเรื่องคืออยากจะทำให้ชุมชนปลูกป์า แล้วก็รักษาป์า ผมก็เลยไม่ค่อยจะเห็นว่ามันมีตรรกะอย่างไรที่จะต้องไปโยงกับตัว นายกรัฐมนตรีหรือตัวรองนายกรัฐมนตรี ในเมื่อเรามีผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็คู่แฝดคือ นายกสภาจังหวัด นายก อบจ. ก็น่าจะเปึนมติของที่นี่นะครับ เสนอไปที่รัฐบาลขอให้ทาง ๒ ท่านผู้ใหญ่ของทุกจังหวัดในประเทศไทย รวมทั้งท่านผู้ว่า กทม. ด้วย ให้ไปทำการสำรวจมาสิว่าจะมีที่ส่วนกลาง ที่สาธารณะ จะอยู่ในอาณัติของ กรมป์าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ของหน่วยราชการต่าง ๆ สามารถที่จะ แปลงสภาพให้เปึนป์าชุมชนได้ไหม ผมคิดว่าก่อนจะทำอย่างอื่น ซึ่งผมได้พูดหลายครั้งว่า เรามักจะขาดสถิติที่ควรจะพึงมีแล้วก็นํามาเสนอต่อที่ประชุม เอาสถิติมาดูก่อนว่า ๗๖ จังหวัด ๗๗ จังหวัดนั้นมีพื้นที่กี่หมื่นไร่ที่สามารถจะแปลงสภาพให้เปึนป์าชุมชนได้ อันนั้นเปึ้นอันที่ ๑ กับอันที่ ๒ ก็เอางบประมาณของผู้ว่าราชการจังหวัดประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านต่อหัวต่อคน งบของ อบจ. โดยเฉลี่ย ๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ แล้วก็งบที่มาจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เอา ๓-๔ หน่วยงานนี้ แล้วก็เอามาลงขัน กันดูสิว่าในแต่ละจังหวัดมีงบเท่าไร แล้วผมขอเสนอว่าเปึ้นสัก ๓ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ ได้ไหมของงบส่วนกลางนี้ ให้นำไปเพื่อใช้ในการที่จะปลูกป์าชุมชน แล้วก็มอบ กันให้แน่ชัดเลยว่าถ้าเผื่อจะลงไปที่ตำบลนี้มันจะเปึนเรื่องของกำนั้น หรือจะร่วมกันระหว่าง กำนันกับนายก อบต. เราก็ทำแมปป่ง (Mapping) ทั้งประเทศขึ้นมา แล้วก็จัดลำดับ ความสําคัญว่าจะทําที่ไหนก่อน อาจจะมุ่งไปที่ตรงต้นน้ําได้ไหมครับ เราได้พูดเรื่องนี้ หลายครั้ง อันที่ ๒ หนอง บึงที่มันเปึนธรรมชาติอยู่แล้วปลูกป์าขึ้นมาได้ไหม คือทั้งหมดนี้ มันเปึ้นเรื่องของการรวบรวมสถิติ เอาสถิติมาว่ากันเสียก่อนแล้วถึงจะบอกว่าเราจะแก้ไข ปัญหาปฏิรูปอย่างไร ไม่อย่างนั้นเราก็บอกเราจะศึกษาโน่นศึกษานี่ ตั้งคณะกรรมการ ระดับชาติมีนายกรัฐมนตรีเปึ้นประธาน ระดับจังหวัดก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด มันก็จะ กลายเปึนทฤษฎีและเปึนคำพูดมากกว่าที่จะเปึนแนวปฏิบัติอย่างชัดเจนครับ ผมไม่ขอพูด เพิ่มเติม ผมขอเน้นแค่นี้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ต่อไปขอเชิญท่านคุรุจิต นาครทรรพ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านพลังงาน และอดีตปลัดกระทรวงพลังงาน และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านสังคมที่กรุณาจัดทำและเสนอรายงาน เรื่อง การปฏิรูปการบริหารจัดการ การปลูกและดูแลต้นไม้ชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง และร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารจัดการการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง พ.ศ. .... ซึ่งในรายงานเท่าที่ผมอ่านดูก็มีสาระสำคัญพอจะสรุปได้ดังนี้นะครับว่า การรณรงค์ปลูกต้นไม้ ในชุมชน อันนี้คือคงปลูกในเมืองนะครับ ไม่ได้ปลูกในป์า ไม่ใช่การปลูกป์า คนละประเด็นกัน การปลูกต้นไม้ในเมืองหรือในชุมชน ในช่วง ๒๐ ป้ที่ผ่านมายังไม่เห็นผลอย่างเปึนรูปธรรม เหตุที่ไม่เห็นผลอย่างเปึนรูปธรรมคณะกรรมาธิการก็ได้สรุปว่ามันก็มีประเด็นเหตุผลหลัก อยู่ ๒ อัน ก็คือ ๑. ขาดการดูแลต้นไม้ให้เจริญเติบโตและให้อยู่รอด ๒. ก็คือขาดการบริหาร จัดการที่ดี แล้วก็ขาดเจ้าภาพ คณะกรรมาธิการด้านสังคมก็จึงได้เสนอแนวคิดในการปฏิรูป ๔ ประการ ก็คือ ๑. ให้มีกฎ ระเบียบ นโยบายยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนการปลูก และดูแลต้นไม้ในชุมชนที่ชัดเจน ๒. ให้มีกลไกขับเคลื่อนในรูปแบบของคณะกรรมการ ระดับชาติซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน แล้วก็กระทรวงมหาดไทยเปึนเลขานุการ แล้วก็ระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน แล้วก็ยังเสนอให้มีลงไปถึงระดับอำเภอ และระดับตำบลด้วย ๓. ให้มีกระบวนการการมีส่วนร่วมในรูปแบบประชารัฐ การมีส่วนร่วม ในการขับเคลื่อนในลักษณะเครือข่ายต่าง ๆ ในภาคประชาชนและชุมชน ๔. เสนอให้มี ฐานข้อมูลสารสนเทศในเรื่องของพันธุ์ไม้และการสร้างองค์ความรู้ในการปลูกต้นไม้ พร้อมกันนี้ กรรมาธิการก็ได้เสนอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการปลูกและดูแล ต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง พ.ศ. .... มาด้วย ซึ่งก็มีทั้งหมด ๓ หมวด ๑๘ ข้อ ท่านประธานครับ กระผมได้อ่านดูแล้วโดยรวมก็เห็นด้วย แล้วก็ชื่นชมที่ท่านเสนอในเรื่องนี้ขึ้นมา ผมเองอาจจะมีประสบการณ์น้อยนิด แต่เท่าที่นึกได้ สมัยผมเข้าไปเรียนป้หนึ่งที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขาก็มีการรับน้องแล้วก็ให้น้อง สมัยผมป้ ๒๕๑๖ ปลูกต้นไม้กันคนละต้น แล้วรุ่นพี่ก็มาบอกว่าใครไม่ดูแลต้นไม้และปล่อย ให้ตายจะไม่จบนะครับ พอป่ดเทอมผมก็ไปดูแลถอนหญ้า ก็มีต้นของผมรอดอยู่ต้นเดียว ปรากฏว่าผมไม่จบ เพราะผมได้รับทุนไปเรียนต่อที่เมืองนอกก็เลยไม่จบ แต่เพื่อนที่ปลูก จบกันหมดเลย แต่ต้นที่เขาปลูกก็ตายกันหมดเลย
อีกเรื่องหนึ่งก็คือบ้านของท่านประธานเองที่จังหวัดเพชรบุรี เวลาผมไปหัวหิน หรือชะอำ ผ่านอำเภอเขาย้อยก็จะเห็นต้นสักปลูกเปึนทิวแถว อยู่แถว ๆ อำเภอเขาย้อย ซึ่งเห็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็จำได้ว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีท่านหนึ่งท่านสั่งให้ปลูก พร้อมกับการสร้างถนนไปด้วย จะย้ายถนนอย่างไรมันตายอย่างไรก็ยังอยู่ ก็เปึ้นที่น่าชื่นชม นะครับ ต้นสักเปึ้นทิวแถวยาวหลายกิโลเมตรเลยตรงแถวอำเภอเขาย้อยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือช่วงที่รัฐบาลมาเลเซียเขาส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เกาะลังก้าวี รัฐบาลไทยเราก็ได้ส่งต้นสักไปให้มาเลเซียปลูกบนเกาะลังก้าวี และต้นสักเหล่านั้นก็ปลูก อยู่ตามทิวถนนเปึ้นร่มเงาที่เจริญ แล้วก็ทำให้เกาะลังกาวีสวยงาม อันนี้ก็เปึนตัวอย่างที่ดี ของการปลูกต้นไม้ในชุมชนนะครับ การปลูกต้นไม้ในชุมชนมันก็ช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ทำให้คนมีจิตใจสบายขึ้น ช่วยดูดซับความร้อนจากไอเสียรถยนต์ของป์าคอนกรีต จากมลภาวะต่าง ๆ ในเมือง แล้วก็ทำให้เมืองมีแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ แล้วอย่างน้อยก็ยังมี นกบินมาอยู่ในเมืองบ้าง ในกรุงเทพมหานครนะครับ ช่วยระบบนิเวศ ทีนี้ในรายงาน ของกรรมาธิการ ผมก็อยากจะมีข้อสังเกตและความเห็นเสนอบ้างดังนี้ ในเรื่องของระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีที่ท่านเสนอมา ท่านมีองค์ประกอบก็เรียนว่าเหมือนกับ กระทรวงมหาดไทยเลยครับ คือมีทั้งระดับชาติ ระดับจังหวัด ระดับอําเภอ ระดับตําบล มันก็อาจจะดูมากและอุ้ยอ้ายเทอะทะไปสักนิดนะครับ และบางจังหวัดอย่าง กรุงเทพมหานครนี่ท่านจะลงไปถึงเขตมันเปึนป์าคอนกรีตทั้งนั้นนะครับ เมืองบางเมือง มันก็คงปลูกต้นไม้ไม่สะดวกนะครับ เพราะฉะนั้นก็คงดูอย่าให้มันเปึนสภาพบังคับจนเกินไป แล้วในองค์ประกอบของท่าน ในข้อไหนผมก็อ่านไม่ทัน จำไม่ได้แล้ว แต่ว่าท่านก็บอกว่า กรรมการระดับชาติมีผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ท่านเขียนในระเบียบแบบนี้ไม่ได้ ท่านต้องบอกไปเลยว่าผู้แทนส่วนราชการไหนนะครับ ไม่ใช่เขียนลอย ๆ ว่า ผู้แทน ส่วนราชการ สรุปแล้วกรรมการนี้มีกี่คน หรือผู้แทนเครือข่ายขับเคลื่อนการปลูกต้นไม้ ภาคประชาชน จำนวน ๕ คน ท่านจะคัดเลือกกันมาอย่างไร ผมเสนอว่าไม่ต้องมีหรอกครับ มีก็คือผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกรัฐมนตรีตั้ง ๗ คน แล้วท่านจะตั้งใครมาก็แล้วแต่ วาระของรัฐบาล จะเน้นอย่างไร มาจากภาคไหน ทั้งเครือข่ายโน้นเครือข่ายนี้ ภาคเอกชนนะครับ แล้วก็ จริง ๆ หน่วยงานที่น่าจะมีอยู่ด้วยก็คือองค์การส่วนพฤกษ์ศาสตร์ ซึ่งเปึ้นรัฐวิสาหกิจในสังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะเขาจะมีความเชี่ยวชาญเรื่องพันธุ์ไม้ ในเมือง และปัจจุบันเขาก็มีเฮดควอเตอร์ (Headquarters) อยู่ที่เชียงใหม่ แล้วก็มีศูนย์ต่าง ๆ อยู่ถึง ๖ ภาค เรื่องคำจำกัดความของทะเบียนการปลูกต้นไม้ในระเบียบระบุว่า ในกรณี ที่หน่วยงานของรัฐปลูกต้นไม้ให้ถือว่าเปึ้นทรัพย์สินของทางราชการ อันนี้ถ้าหน่วยงานของรัฐ ไปปลูกต้นไม้ในที่เอกชนแล้วเปึ้นทรัพย์สินของภาคราชการ ก็อาจจะมีปัญหา เดี๋ยวไป ฟัองร้อง ของหลวงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ก็แทนที่จะเปึ้นเรื่องสร้างสรรค์ก็กลายเปึน เรื่องเอาผิดกันไปเปล่า ๆ นะครับ ท่านก็ช่วยดูด้วยระเบียบนี้เพื่อส่งเสริม ไม่ใช่เพื่อบังคับ ขู่เข็ญหรือว่าจับผิดกันนะครับ การจัดทำฐานข้อมูลซึ่งระบุไว้ในข้อ ๑๖ ก็เปึนเรื่องสำคัญ อย่างยิ่งนะครับ แต่ท่านไม่ได้ระบุว่าจะทําฐานข้อมูลอย่างไร ต่างคนต่างทําก็จะเกิดปัญหา ในอนาคตนะครับ ผมเห็นด้วยนะครับต้องมีข้อมูลสารสนเทศ ข้อมูลภูมิภาศาสตร์ แผนที่ระบบดิจิทัล (Digital) ระบบจีไอเอส (GIS) ซึ่งกระผมจากประสบการณ์หน่วยราชการหลายหน่วยของประเทศ มีระบบจีไอเอส (GIS) ที่ดีอยู่แล้ว บางหน่วยท่านนึกไม่ถึงด้วย เช่น กรมส่งเสริมคุณภาพ สิ่งแวดล้อมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีระบบจีไอเอส (GIS) ที่ดีมาก หรือของกระทรวงสาธารณสุข การสาธารณสุขมูลฐานหรืออะไรนี่มีหน่วยลงไปถึงบ้านเรือน ประชาชนเลยว่าคนนี้มีโพรไฟล์ (Profile) อย่างไร มีที่ดินอย่างไร เพราะฉะนั้นไม่ต้องไป ลงทุนใหม่ เอาสตางค์ไปให้บริษัทซอฟต์แวร์ (Software) เปล่า ๆ ก็ใช้ข้อมูลที่ส่วนราชการ มีอยู่นี่จะมาบูรณาการได้อย่างไร
ทีนี้บทบาทของแต่ละฝ์ายผมก็อยากจะฝากข้อสังเกตว่าก็ควรจะแบ่งหน้าที่ กันทํา เรื่องประชารัฐเห็นด้วยอยู่แล้ว รัฐก็ควรทําอย่างน้อยสัก ๕ เรื่อง คือกําหนด ทิศทางและยุทธศาสตร์ให้มันเกิดความชัดเจน กําหนดเจ้าภาพที่ชัดเจน เรื่องงบประมาณ ผมไม่เห็นด้วยว่าต้องเปึนงบประมาณของภาครัฐ ในที่สุดก็ทําไม่สําเร็จ ก็ควรจะเป่ดโอกาส ให้มีความคล่องตัวในเรื่องของมีกองทุน ไม่อย่างนั้นท่านจะตั้งสภาหอการค้าไทยกับ สภาอุตสาหกรรมมาทำไมครับ ท่านก็อยากให้เข้ามาช่วยเปึนสปอนเซอร์ (Sponsor) ปลูกต้นไม้ แต่ให้มาอยู่ในระบบราชการก็จะไม่เวิร์ก (Work) ควรจะเปึนกองทุนซึ่งมี ความคล่องตัว มีการบริหารจัดการที่ดี มีธรรมาภิบาล แล้วก็รับบริจาคได้ รัฐควรนำร่อง เปึ้นผู้จัดหาพื้นที่ขนาดใหญ่ในการปลูกต้นไม้ ยกตัวอย่างเช่น โรงงานยาสูบ สวนป์าเบญจกิติ อย่างนี้ ๒๐๐ ไร่ เผยแพร่จัดการองค์ความรู้ จัดฝ๊กอบรมหมอต้นไม้ หรือรุกข์กร อย่างที่ท่าน ยกตัวอย่างมาก็เปึนเรื่องที่ดีรัฐควรทํา แล้วก็ส่งเสริมว่าให้ความรู้เขา องค์ความรู้ในเรื่องของ การดูแลต้นไม้ แล้วก็ให้องค์ความรู้กับ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ในเรื่องของ การดูแลต้นไม้ ไม่อย่างนั้นก็จะเปึนแบบที่ผมปลูกสมัยเปึนนิสิตครับ คือรอดอยู่ต้นเดียว ปลูกกัน ๑,๐๐๐ กว่าต้น ภาคเอกชนก็ไม่ควรจะละเลยในการเข้าไปมีส่วนร่วม เพราะ ภาคเอกชนนั้นมีสตางค์ ก็ทําให้เห็นว่าทําอย่างไรให้เปึนโครงการซีเอสอาร์ (CSR) ของเขา หักภาษีได้อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ พูดถึงภาคเอกชนก็อยากจะยกตัวอย่าง อันนี้ก็เปึนเรื่องของ การปลูกป์า อย่าง ปตท. ทำอย่างจริงจังมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๓ แล้ว ปัจจุบันก็ปลูกไปได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ กฟผ. ทั้งป์าชายเลนด้วย ซึ่งป์าชายเลนสังกัดกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝัืง แล้วก็ กฟผ. การไฟฟัาฝ์ายผลิต ก็ปลูกไปแล้วมากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ทั่วประเทศ แล้วก็มีการดูแลเพื่อไม่ให้พื้นที่ป์าสูญเสียไป ก็ให้เข้ามาทำในเมืองบ้างเปึนโครงการซีเอสอาร์ (CSR) ก็จะเปึนเรื่องที่ดี ภาคประชาสังคมก็นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าเปึนตัวแรง เปึ้นตัวที่จะปลูกจิตสำนึกให้เข้ามามีส่วนร่วมให้ทำ แล้วก็ตรวจติดตามว่าไม่ให้ต้นไม้ที่ปลูก แล้วเผลอไม่ถึงครึ่งป้ก็ถูกไฟไหม้ตาย ไม่มีใครไปรดน้ำต้นไม้ก็ตายอย่างนี้ ภาคประชาสังคม ถ้าเราอบรมให้ความรู้เขา แล้วก็ให้เขามีส่วนร่วมเขาก็จะมาช่วยในเรื่องนี้ได้เปึนอย่างดี โดยภาพรวมก็เห็นด้วยกับรายงานของท่าน แต่ก็อยากจะให้ท่านปรับปรุงระเบียบสักนิดหนึ่ง ดูว่าจะอุ้ยอ้ายไป แล้วในที่สุดก็จะไม่มีคนทำเหมือนเดิม ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ก่อนท่านเฉลิมศักดิ์จะอภิปราย ผมขอแจ้งล่วงหน้าอีก ๓ ท่าน มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ขวัญชัย ท่านกษิดิ์เดชธนทัต และท่านกลินท์ ขอเชิญท่านเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม เฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๓๓ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมกับรายงานฉบับนี้ ตอนแรกก็เข้าใจว่าเปึ้นเรื่องเล็ก ๆ แต่เมื่อได้ดู ในรายละเอียดของรายงานคิดว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่งที่น่าจะช่วยกันขับเคลื่อนในเรื่องของ การสร้างพื้นที่ป์าเพิ่มขึ้นในชุมชนให้เข้มแข็งนะครับ ผมมีประเด็นที่อยากจะเพิ่มเติมอยู่ ประมาณ ๔ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ก็คือสิ่งที่ท่านกรรมาธิการได้จัดทำนั้นผมคิดว่าเพื่อให้สมบูรณ์แบบ อยากให้มองเปึนวาระแห่งชาติ ในเรื่องของการผลักดันให้เกิดปลูกจิตสำนึกของ พี่น้องประชาชนคนไทยในทุกระดับ ในทุกวัย ให้รู้รัก แล้วก็ในการอนุรักษ์ต้นไม้ ปลูกต้นไม้ สร้างพื้นที่สีเขียวให้เพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ แล้วก็ให้มีบทลงโทษสำหรับกลุ่มคนหรือว่าบุคคลที่ไป ตัดไม้ทำลายป์า ซึ่งขณะนี้เราก็รู้อยู่แล้วว่าตามรายงานนะครับ เท่าที่ดูในรายงานนี้ ป้ ๒๕๑๖ เรามีพื้นที่ป์าไม้อยู่ประมาณ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ เมื่อ ๒ ป้ที่แล้วนะครับ ป้ ๒๕๕๗ เราเหลืออยู่ ประมาณ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงว่าป้หนึ่งป์าเราหายไปประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งถ้าเราปล่อยไปเรื่อย ๆ ก็คงจะลดลงไปเรื่อย ๆ แล้วภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นแน่ ดังที่ปัจจุบันนี้เราก็เห็นภูมิอากาศที่แปรปรวนมาก และโดยปัจจุบันนี้เราเห็นมรสุมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและรุนแรงมากขึ้น ผมคิดว่าประเด็นนี้จำเปึนที่อยากจะฝากกรรมาธิการช่วย พิจารณานิดหนึ่งว่าถ้าผลักดันให้เปึนวาระแห่งชาติทำต่อเนื่องน่าจะเกิดประโยชน์
ประเด็นที่ ๒ คือน่าจะเชื่อมโยงกับแผนการเพิ่มพื้นที่ป์าไม้ ในเมื่อเราจะทำ ในเรื่องของป์าชุมชนให้เข้มแข็งน่าจะยึดโยงปริมาณจำนวนต้นไม้ที่เพิ่มขึ้นให้สอดรับกับ การเพิ่มพื้นที่ป์าไม้ของประเทศ ในขณะที่ปัจจุบันนี้เรามีอยู่ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของ พื้นที่ประเทศ ผมคิดว่าเราอาจจะจัดล้อกับแผนของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ซึ่งจริง ๆ แล้วตามรายงานนี้บอกว่าตามแผน ๑๑ สิ้นแผน ๑๑ นี้จะต้องมี ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ป้นี้ป้ ๒๕๕๙ จะเริ่มต้นแผน ๑๒ แล้วนี่เรามีแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เอง เราหายไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์จากแผน ถ้าเปึนไปได้อยากให้จัดให้มันสอดคล้องกัน เรามียุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป้ อย่างน้อยขอให้เราได้บวกขึ้นมาอีกสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ได้สัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ประเทศ ก็ฝากท่านกรรมาธิการช่วยพิจารณาด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๓ คือผมเองมีปัญหา ผมจะหาต้นตะเคียนทอง ๑,๐๐๐ ต้น เพื่อไปปลูก ทั่วภาคใต้หาไม่ได้ นี่เหตุการณ์ปัจจุบันเลยนะครับ อยากจะสร้างป์า อยากปลูกป์า เพราะผมเปึนคนชอบปลูกต้นไม้ ผมหาไม่ได้ จนสุดท้ายไปได้ที่เชียงใหม่ เล่าแล้วขำดีนะครับ ได้จากแหล่งเพาะต้นกล้าที่เชียงใหม่ซึ่งไกลกันมากเลย ผมอยู่พังงานี่ ต้องขนจากเชียงใหม่ลงไปกรุงเทพฯ แล้วก็กรุงเทพฯ ลงไปพังงา ซึ่งจริง ๆ มันไม่น่าจะ ขาดแคลนขนาดนั้น อันนี้คือความจริงที่เกิดขึ้น ที่ผมเจอด้วยตนเอง ผมเองผมปลูกยางนา ที่ท่านกรรมาธิการพูดนี่ ยางนา ไม้พะยูง ตะเคียนทอง ต้นสัก อะไรต่าง ๆ นี่ผมปลูกหมดครับ ทุเรียน มะพร้าว มังคุด สะต่อ ผมปลูกหมด ผมปลูกผสมผสานหมดนะครับ ได้เรียนรู้ และผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับว่าถ้าพี่น้องประชาชนทุกคนแค่ปลูกต้นไม้อย่างน้อยคนละต้น ตามสภาพที่อยู่ของท่าน ถ้าท่านอยู่ค่อนโดมิเนียม ท่านก็ปลูกไม้เล็ก ๆ ก็ได้ ในกระถาง ช่วยเพิ่มออกซิเจน ถ้าท่านอยู่ในพื้นที่บ้านที่มีบริเวณท่านอาจจะปลูกต้นไม้ที่ใหญ่ ขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าท่านมีบริเวณที่เปึนไร่ท่านอาจจะปลูกไม้ยืนต้น และถ้าท่านมีเปึน ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ หรือหลายร้อยไร่ท่านก็น่าจะมีส่วนในการปลูกไม้ป์าไว้เปึนขอบแดนเขตแดน ก็ได้นะครับ ผมเองที่ส่วนผมนี่ต้นจำปาทองสูงขนาดหลังคาห้องประชุมรัฐสภา ผมเข้าไปดู ผมมีความสุขทุกครั้งเลย ตะเคียนทอง ยางนา ผมมีหมดนะครับ อันนี้ก็เปึนสิ่งหนึ่งที่เรา ประสบด้วยตัวเอง ก็เลยคิดว่าอยากสนับสนุนรายงานฉบับนี้นะครับ อยากให้มีต้นกล้า ที่สะดวกและเพียงพอที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับ ไม่ว่าจะเปึนกลไกของรัฐที่จะไปปลูก เพาะต้นกล้าแจก หรือว่าอาจจะเปึนประชารัฐหรือเปึนองค์กรเอกชนที่ไปปลูกเพาะต้นกล้า เพื่อแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนนะครับ ผมว่านี่เปึนปัญหาสำคัญ ในเมื่อคนที่จะปลูก หาต้นกล้าไม่ได้ท่านจะไปส่งเสริมก็ไม่มีประโยชน์ครับ
ข้อที่ ๔ อยากให้มีการบูรณาการการบริหารจัดการในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชน ผมคิดว่าตรงนี้สำคัญ รวมทั้งภาคของหน่วยงานราชการหรือว่า องค์กรต่าง ๆ สิ่งที่ผมเห็นชัดเจนที่สุดคือวัดในสายธรรมยุตมักจะปลูกต้นไม้ที่เปึนไม้ยืนต้น ไม้ป์า ตะเคียนทอง ไม้สักอะไรต่าง ๆ เยอะแยะไปหมดเลย พอมีพื้นที่ว่างก็ปลูก ผมคิดว่า เปึนภาพที่ดี และดีกว่าที่จะไปสร้างสิ่งปลูกสร้างที่เปึนค่อนกรีต มีตัวอย่างเยอะครับ ผมอยู่พังงาแล้วผมเห็นตัวอย่างเยอะมากเลย ผมเองก็พยายามที่จะสร้างป์า ก็ไม่ได้หวัง ในเชิงพาณิชย์นะครับ ผมถือว่าเชิงพาณิชย์เปึนมูลค่าเพิ่มและมันเปึ้นผลทางอ้อม แต่ผลทางหลักคือได้เพิ่มออกซิเจน แล้วเราก็มีสุขที่เราได้อยู่กับพื้นที่สีเขียวนะครับ ผมมี ๔ ประเด็นแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านต่อไปขอเชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์ขวัญชัย ดวงสถาพร นะครับ หัวหน้า ภาควิชาการจัดการป์าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไม่ทราบตอนรับน้อง ต้องปลูกต้นไม้และรักษาต้นไม้จนจบหรือเปล่านะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน และสวัสดีสมาชิก ผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ผม ขวัญชัย ดวงสถาพร สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๑๔ นะครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตที่จะชื่นชมนะครับ เผอิญโดยส่วนตัวของผม ที่มาร่วมในเรื่องของการปฏิรูปป์าไม้นั้นมองคาดไม่ถึงมีเรื่องของประเด็นนี้เช่นกันนะครับ เพราะว่าเรามองพื้นที่ของรัฐขนาดใหญ่ แต่พื้นที่ของรัฐที่เปึ้นชุมชนนั้นเปึ้นเรื่องที่สำคัญ ทําไมผมถึงว่าสําคัญ ผมขออนุญาตครับไม่ใช่เปึนการตินะครับ แต่เปึนการให้ข้อเสนอแนะ ถ้าจะกรุณาเพิ่มได้จะเปึนประโยชน์นะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของหลักการและเหตุผลนั้น ผมถือว่าท่านพยายามที่จะให้มีต้นไม้เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้ให้เยอะที่สุด แล้วมันจะเกิด ประโยชน์อย่างอื่นตามมา ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับว่า จริง ๆ นั้นพื้นที่ที่เปึ้นต้นไม้ ในชุมชนหรือต้นไม้ในเมืองนั้นเกิดประโยชน์มากนะครับ ไม่น้อยไปกว่าต้นไม้ในป์า นะครับ ทำไมครับ ผมเชื่อมโยงกับข้อมูลอย่างเช่นช่วงป้ใหม่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงนั้น ถ้าท่านเคยไปบนหลังภูนี่เขากำหนด เขาเรียกว่า ขีดจำกัดที่รองรับได้ ๕,๐๐๐ คนที่ขึ้นไปได้ แต่คนขึ้นไปสถานการณ์การปฏิบัติจริง ๆ เปึนหมื่นนะครับ แสดงว่าคนโหยหาธรรมชาติ คนอยากจะไปสัมผัสกับธรรมชาติสูง และอยากจะไปดูในที่สวย ๆ แสดงถึงเขตพื้นที่ที่อยู่ใกล้ ตัวเขาก็คือชุมชนหรือเมืองนั้นอาจจะยังไม่เพียงพอนะครับ ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในทางวิชาการไม่ว่าจะเปึนต้นไม้ในชุมชนเมืองที่เรียกว่า เออเบินฟอเรสทรี (Urban Forestry) เออเบินฟอเรสทรี (Urban Forestry) นั้นโดยประเทศที่พัฒนาแล้วนั้น เขากำหนดเปึนเปอร์เซ็นต์เลยว่ากรีนแอเรีย (Green Area) นั้นควรจะเท่าไร สังเกตได้จาก สังคมในบ้านเราตอนนี้ที่เริ่มเข้ามามีการกำหนดก็คือมหาวิทยาลัยในไทยนั้นมีการประกวด กรีนยูนิเวอร์ซิตี้ (Green University) นะครับ ซึ่งที่ผ่านมาคือมหาวิทยาลัยมหิดลได้เปึน อันดับ ๑ ในประเทศไทย แสดงถึงว่าพื้นที่สีเขียวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมนุษย์ที่จะช่วย ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียวนะครับ ช่วยเรื่องของการจรรโลงจิตใจ ช่วยเรื่องของ สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ด้วย ผมขออนุญาตเรียนว่าปัจจุบันนั้นประเทศไทยไม่ได้นับพื้นที่ ในชุมชนไปเปึนพื้นที่ป์า เราบอกว่ามีป์า ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ในความเปึ้นจริงแล้วเรานับพื้นที่ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า เขตห้ามล่า อะไรต่าง ๆ พวกนั้นนะครับ แต่ข้อมูล พื้นที่ไม้ในเมืองเราแทบจะไม่มี เราเขียนคำนิยามตามองค์กรต่างประเทศว่า ป์าจะต้อง มีเรือนยอดชิดติดกันนะครับ ใกล้เคียงกันต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๐.๕ เฮกตาร์หรือประมาณ ๓.๑๒๕ ไร่ จะทําอย่างไรให้เออเบินฟอเรสทรี (Urban Forestry) ไม้ในชุมชน อย่างเช่น ในส่วนสาธารณะอะไรต่าง ๆ สามารถที่จะไปกําหนดหรือบัญญัติให้เปึนป์าไม้ได้ ทําไมครับ เราตั้งเปั้าไว้ให้มีป์าอยู่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ป์าอนุรักษ์ทำเต็มที่ก็คงจะได้ใกล้ ๆ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ แต่ป์าเศรษฐกิจหรือป์าชุมชน นั้นแทบไม่มีทางเลย จากข้อมูลที่ไม่เปึนทางการเราต้องการพื้นที่เหล่านี้อีกไม่น้อยกว่า ประมาณ ๑๓ หรือ ๑๔ ล้านไร่ แล้วจะไปหาที่ไหนล่ะครับป์าเศรษฐกิจ ซึ่งไม่มี ก็ต้องมาที่ ที่เปึนพื้นที่เอกชนและพื้นที่ชุมชนลักษณะอย่างนี้ เพราะฉะนั้นพื้นที่ตรงนี้สำคัญไม่น้อยกว่า พื้นที่ป์าไม้ของชาตินะครับ นั่นคือประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็คือว่าในทางนิเวศวิทยานั้น เราวิเคราะห์ในเบื้องต้นว่า อย่างเช่นเขาใหญ่ ถ้าท่านมองภาพเขาใหญ่ทำไมน้ำตกเหวนรกไม่มีน้ำเลย มันเชื่อมโยงกับ ที่ชุมชน ถ้าชุมชนรอบข้างมีต้นไม้เยอะ อุ้มน้ำไว้ มันจะเหมือนฟ้องน้ำนะครับ ตอนนี้ชุมชน รอบข้างมีแต่รีสอร์ต (Resort) การมีรีสอร์ต (Resort) หรือมีอะไรต่าง ๆ เหมือนกับน้ำตกลงมา แทนที่ด้านข้างจะอุ้มเหมือนประคองไว้ น้ำไหลออกจากฟ้องน้ำอย่างไว้ เพราะฉะนั้น ความชุ่มชื้นที่อยู่ในระบบนิเวศเข้าใหญ่น้อยลง เพราะฉะนั้นชุมชนเมืองที่อยู่รอบข้างหรือเขต บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) สำคัญอย่างยิ่งในเชิงนิเวศวิทยานะครับ
ประเด็นถัดไปก็คือว่าเผอิญผมเคยเปึนหัวหน้าโครงการวิจัยตรวจสอบ ไม้พุทรา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถ้าท่านไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในวัดโบราณนั้น มีแต่พุทรานะครับ ในพระราชวังโบราณมีพุทราทั้งหมด ๕๕๑ ต้น ผมเปึนคนตรวจสอบว่า อายุต้นไหนมากที่สุด แล้วผมวัดตรวจสอบทุกต้น และมันมีคุณค่าทางวัฒนธรรมและจิตใจ มหาศาล รัชกาลที่ ๕ ท่านทรงไปประกอบพิธีที่นั่นนะครับ และในระหว่างที่ท่านประทับนั้น มีต้นพุทราอยู่ต้นหนึ่งขนาดใหญ่อยู่ตรงที่ประทับ ผมไปตรวจสอบมาว่าต้นนั้นยังอยู่ไหม ถ้าไม่อยู่ลูกมันคือตัวไหนเพื่อจะทำเปึนแหล่งท่องเที่ยว นั่นคือสภาพทั้งทางจิตใจ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้นั้นเปึนสิ่งที่เขาเรียกว่าเปึ้นต้นไม้ในชุมชนทั้งนั้นนะครับ ซึ่งอยากจะ ขอให้ใส่ข้อมูลพวกนี้ได้จะได้มีน้ำหนักมากขึ้นนะครับ
อีกประการหนึ่งก็คือว่าชื่นชมที่ท่านมองทั้งระบบนะครับ ทั้งระบบบริหาร จัดการ การปลูกดูแล การปฏิบัติ และระบบฐานข้อมูล ซึ่งผมอ่านดูแล้วก็ครบถ้วน เพียงแต่ ขออนุญาตที่จะเสนอแนะบางประเด็น
ประเด็นแรกก็คือว่าส่วนใหญ่ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีท่านจะเน้น การประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจ อย่างที่ผมเรียนว่าจะทำอย่างไรให้มูลค่าของต้นไม้ในชุมชนนั้น นอกจากเศรษฐกิจแล้วก็จะมีในเรื่องของวัฒนธรรม สังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย จริง ๆ ในทาง เศรษฐศาสตร์ประเมินได้อยู่แล้วครับ ไม่ใช่แค่รูปตัวเงินอย่างเดียว ซึ่งผมมองว่าบางทีใจผม เอนเอียงไปทางอนุรักษ์นิดหนึ่ง อาจจะมีมูลค่ามากกว่าทางเศรษฐกิจก็ได้ และเปึนจุด ศูนย์รวมจิตใจคนนะครับ ตามตลาดสดมีต้นยางนาขนาดใหญ่ ทุกคนกราบไหว้ ทุกคนเหมือน เปึ้นที่รวมจิตใจและอยากดูแลอนุรักษ์ พวกนี้มีมูลค่ามากกว่าเศรษฐกิจครับ ลักษณะอย่างนี้ ที่อยากจะขอให้เพิ่ม เพราะในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในร่างระเบียบนะครับ ไม่ว่าจะเปึน ข้อ ๑๐ กบจ. ท่านเขียนในข้อย่อยหมายเลข ๑ นะครับ อำนาจหน้าที่ประเมินมูลค่า ทางเศรษฐกิจ ข้อ ๑๑ ข้อ ๒ ย่อยนะครับ รวมถึงข้อ ๑๒ ท่านใช้ประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจ อย่างเดียว อาจจะขอเพิ่มเปึนวัฒนธรรมและสังคมด้วย ซึ่งมันประเมินได้ในทางเศรษฐศาสตร์ และจะมีน้ําหนักนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะขออนุญาตเสนอแนะก็คือว่าอำนาจหน้าที่ของ กบจ. ท่านบอกว่าให้จัดตั้งธนาคารที่ดินในข้อ ๔ ในจังหวัดนะครับ ผมอ่านแล้วผมสงสัยคำนิยาม คำว่า ธนาคารที่ดิน เพราะมีกลุ่มประชาชนก็เรียกร้อง ซึ่งจะมีคำนิยามอีกแบบหนึ่ง ทำไม ผมถึงเรียนอย่างนั้นครับ เพราะว่าในวาระปฏิรูปที่ ๔ ในรายงานท่านบอกว่า ให้มีธนาคาร ที่ดินในทุกระดับเพื่อให้เปึนแหล่งศึกษาหาความรู้ในรูปแบบสวนพฤกษ์ศาสตร์ ไม่ได้มอง เปึ้นในเรื่องของตัวเศรษฐกิจ แต่มองในเรื่องของการศึกษาเรียนรู้ท่านเขียนไว้ในนี้ แต่ในองค์ประกอบของคณะกรรมการท่านเอา ธ.ก.ส. มาด้วย ผมก็เลยตั้งสมมุติฐานว่า มันจะมีความขัดแย้งเรื่องเศรษฐกิจหรือเรื่องของอันนี้หรือไม่ ซึ่งท่านมองว่าให้ต้นไม้ เปึ้นสินทรัพย์นะครับ ตรงนี้ก็ขออนุญาตเสนอแนะว่าให้มีความชัดเจน
ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าพอไปดูพื้นที่เปัาหมายแล้วนี่พื้นที่เปัาหมายของท่าน ผมไม่แน่ใจว่ารวมพื้นที่ป์าด้วยหรือไม่ ท่านเขียนว่าที่สาธารณะนะครับ ถ้าไม่รวม เห็นในองค์ประกอบมีอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและพันธุ์พืช อธิบดีกรมป์าไม้อยู่ด้วย ท่านอาจจะมองไปในเรื่องของแหล่งผลิตกล้า อันนั้นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เพียงแต่ผมสงสัย แต่สิ่งหนึ่งก็คือว่าท่านมีปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนรองประธาน แต่ท่านไม่มี ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในร่างระเบียบสำนักนายก ไม่มีนะครับ ซึ่งอันนี้เปึนการตั้งข้อสังเกตว่าครบองค์ประกอบหรือไม่หรือ อย่างไร โดยภาพรวมในส่วนตัว ผมนั้นผมชื่นชมมากนะครับ เพราะผมเชื่อว่าถ้าคนเห็นความสําคัญของต้นไม้ในเมือง ต้นไม้ในชุมชน จะเกิดผลต่อการอนุรักษ์ต้นไม้ในเขตป์า ถ้าคนรักต้นไม้ในเขตเมือง ซึ่งตื่นขึ้นมาแล้วก็เห็นเลย การสร้างจิตสำนึกหรือสร้างแรงจูงใจให้เข้ามาอนุรักษ์ป์าตั้งแต่เด็ก จนถึงผู้ใหญ่ ผมมองว่าเปึ้นด่านแรกที่สำคัญยิ่ง พาเข้าป์านะครับ ผมว่าคนก็คงเข้าป์าเลย นะครับ และไปศึกษาป์าคงไม่มีคุณค่าเท่ากับเกิดมาก็เห็น ตื่นมาก็เห็น อยู่ในเขตที่ใกล้กับ ตัวเองมากที่สุด แม้กระทั่งเราจะออกกำลังกายเราก็ต้องวิ่งหาป์านะครับ ตอนนี้คือ ส่วนสาธารณะที่มีต้นไม้เยอะ ๆ เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาตที่จะชื่นชมและขออนุญาต เสนอแนะ ขอบพระคุณครับ
(รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง : ขอบคุณค่ะ ต่อไปนะคะ เรียนเชิญท่านกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด รองประธานสภาพัฒนาการเมือง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติค่ะ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกครับ ผม กษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด ครับ สมาชิกหมายเลข ๕ ถือว่าสําคัญครับประเด็นนี้ แล้วก็ลุกขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนกรรมาธิการเต็มที่ครับ ฟังดูแล้วเริ่มต้นจากการเป่ดพื้นที่ป์า เพิ่มพื้นที่ป์าเพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง ผมกำลังลองกลับด้านดู นะครับ เพราะว่าท่านพี่หมออำพลบอกว่าให้ดูเหรียญสองด้าน ดูอีกด้านหนึ่ง ถ้าสมมุติว่า เริ่มต้นจากคําว่า ภาคเอกชน คือชุมชนเข้มแข็ง ตัวกลยุทธ์ที่ทําให้ชุมชนเข้มแข็งก็คือ ตัวเพิ่มพื้นที่ป์า สาระสำคัญตรงนี้ผมคิดว่ามันเปึนหัวใจสำคัญก็คือว่าใช้ตัวเพิ่มพื้นที่ป์า มาเปึนการสร้างพลังให้กับชุมชนให้เข้มแข็ง ผมว่ามันเปึนรูปธรรมที่สามารถขับเคลื่อนได้ โดยทันที ทีนี้สิ่งที่ผมอยากแยกแยะให้เห็นพื้นที่ของการเพิ่มพื้นที่ป์านะครับ
ประการที่ ๑ ก็คือว่าพื้นที่ของครอบครัว มันแปลว่ามันมีพื้นที่หัวไร่ปลายนา มันมีพื้นที่ทำนา และมันมีพื้นที่ทำไร่ มันสามารถแบ่งออกเปึน ๓ ส่วนได้อย่างไร นี่คือประการที่ ๑ พื้นที่ของชุมชน พื้นที่สาธารณะ พื้นที่ของวัด มันมีพื้นที่มากมาย อันนี้ ผมใช้คำว่า เปึนพื้นที่ของครอบครัว ชุมชน แล้วก็วัด
ประการที่ ๒ ท่านได้แยกแยะว่า พื้นที่ราชการ พื้นที่ของสำนักงาน พื้นที่ ที่มันเปึ้นส่วนของราชการที่ดูแล
ประการที่ ๓ ก็คือพื้นที่ของเอกชน
๓ ส่วนตรงนี้มันจะเพิ่มพื้นที่ได้อย่างไร โดยใช้เครื่องมือคำว่า เพิ่มพื้นที่ป์า แปลว่ากำลังจะใช้การเพิ่มพื้นที่ป์าเปึนกลยุทธ์สำคัญในการสร้างพลังของการเปลี่ยนแปลง ของชุมชนให้เข้มแข็ง
ประการที่ ๑ ผมอยากที่จะเพิ่มเติมในรูปธรรม สถานการณ์ ณ วันนี้ ถ้าสมมุติว่ามองแบบชุมชนเข้มแข็งเปึนพระเอก เพิ่มพื้นที่ป์าเปึนพระรอง ถ้าพลิกด้านแบบนี้ ผมอยากให้ความสําคัญ ผมเห็นด้วยกับผู้อภิปรายทุกท่านนะครับที่บอกว่าทุกคนต้องมีหัวใจ ในการที่จะมีต้นไม้อยู่ในหัวใจ ถ้าเอาต้นไม้เปึ้นหัวใจทำให้ชุมชนเข้มแข็งได้ รูปธรรม ในรูปการณ์ปัจจุบันผมอยากเน้นน้ำหนักไปที่องค์ประกอบขององค์กรในการจัดการเรื่องนี้ ในรูปของคณะกรรมการ ถ้าผมเริ่มต้นจากตรงนี้มันแปลว่าสถานการณ์ ณ ตอนนี้ ถ้าลงไปลึก ที่สุด พื้นที่กว้างที่สุด คือพื้นที่ของชุมชนท้องถิ่น วันนี้มันมีกลไก มันมีองค์กร มันมี องค์ประกอบ มันมีการรวมตัวเปึนกลุ่มเกษตร กลุ่มอนุรักษ์ กลุ่มสวัสดิการ แล้วโยงกันมาเปึน สภาองค์กรชุมชน เรื่องนี้ผมเข้าใจว่าท่านพี่หมออำพลได้ทราบเรื่องนี้ดี การร่วมกลุ่มองค์กร มันแปลว่าต้องการที่จะแก้ไขปัญหาของตัวเอง ทั้งเรื่องน้ำ ทั้งเรื่องป์า ทั้งเรื่องอาชีพ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ อันนี้มันคือกิจกรรมสำคัญที่ทำให้ชุมชนมันอยู่ได้ ท่านอาจารย์ชิดชัย ได้พูดตลอดเวลาต้องมีน้ำ ต้องมีป์า วันนี้พูดถึงเรื่องป์าถ้าความหมายของคำว่า ชุมชนท้องถิ่น ที่เข้มแข็ง มันต้องฟุ๋่นฟูระบบการจัดการเรื่องที่ดิน ก็แปลว่ามีน้ำ แปลว่ามีป์า ถ้าชุมชน ทุกชุมชนหรือว่าครอบครัวทุกครอบครัวสามารถจัดหัวไร่ปลายนากลับคืนมา พื้นที่ป์าตรงนี้ มันจะเกิดขึ้น แต่ทำอย่างไรถึงจะให้องค์กรชุมชนที่มันมีอยู่แล้วได้เปึ้นองค์กรที่ตั้งต้น ไม่ใช่ องค์กรที่ตั้งขึ้นมาใหม่ จะจัดความสัมพันธ์อย่างไรที่มันมีกลุ่มองค์กร มันมีสภาองค์กรชุมชน ที่มันมีร่วมกลุ่มของคนทั้งตำบล มาสัมพันธ์กับองค์กรท้องถิ่นที่เรียกว่า อบต. หรือเทศบาล แล้วก็กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือที่เรียกว่าท้องที่ อันนี้คือฐานหลักที่จะนำไปสู่การเพิ่มพื้นที่ป์า ถ้าเอาเรื่องกลยุทธ์ของการเพิ่มพื้นที่ป์าแล้วก็จัดระบบตรงนี้ นี่คือองค์กรพื้นฐาน แล้วหน่วยงาน ที่เราจะตั้งเพิ่มที่เกี่ยวข้องก็สามารถไปจัดได้ ผมว่าอันนี้คือจุดเริ่มต้น ไม่ได้แปลว่าร่างระเบียบนี้ ขึ้นมาแล้วก็ตั้งกลไกใหม่ขึ้นมา ถ้ามันเปึ้นแบบนี้ เปึนองค์กรพื้นฐานแบบนี้ได้ แปลว่าเอายุทธศาสตร์กลยุทธ์ที่ว่าด้วยเรื่อง ต้นไม้นี่มันเปึ้นแผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ป้ของตำบลนั้น ๆ โดยใช้กลไกที่มีอยู่จัดระบบตรงนี้ เพิ่มเข้าไป อันนี้คือองค์กรพื้นฐานระดับพื้นที่ตำบล มันมีน้ำ เพิ่มหัวไร่ปลายนา มีต้นไม้ มันก็สามารถจัดระบบได้ ผมเข้าใจว่าอย่างนั้น นี่คือองค์ประกอบสำคัญที่เปึ้นพื้นฐาน ของกลไกในการขับเคลื่อน แล้วผมว่าเรื่องนี้สามารถจัดได้และขับเคลื่อนได้ทันที ถึงยังไม่มี ระเบียบก็สามารถดำเนินการได้ แต่ว่าถ้ามีระเบียบร้องรับ มีคณะกรรมการระดับชาติขึ้นมา รองรับแล้วเสริมไปที่ระดับจังหวัดที่มีกลไกระดับจังหวัดเพิ่มขึ้นมา ปฏิบัติการนี้ผมว่าสามารถ ดำเนินการได้ อันนี้คือประการที่ ๑ ที่ผมอยากจะเสนอเพิ่มเติมว่าองค์ประกอบของ คณะกรรมการนี้น่าจะเริ่มต้นจากเรื่องราวเหล่านี้ ผมยกรูปธรรมให้เห็นบางตัว วันนี้มีกองทุน สวัสดิการในพื้นที่ประเทศไทยไม่ต่ำกว่า ๖,๐๐๐ กว่าตำบล สวัสดิการชุมชนที่เรียกว่า ออมวันละบาท ประการสำคัญเรื่องหนึ่งก็คือว่าสวัสดิการเรื่องต้นไม้เปึนหัวใจ ของสวัสดิการชุมชน มีหลายกองทุนที่บอกว่าถ้าปลูกต้นไม้ต้นหนึ่งให้ ๑๐ บาท ถ้าปลูกพืช ส่วนครัวรั้วกินได้ก็ให้ ๑๐ บาท ถ้าไม้ยืนต้นให้ ๕๐ บาท แปลว่าระบบสวัสดิการของชุมชน ไปให้ความสำคัญของต้นไม้พอสมควร แต่ว่าเรื่องนี้ไม่ได้ถูกหยิบยกมาเปึ้นเชิงนโยบาย จะทำอย่างไรถึงจะให้ฐานสำคัญที่ชุมชนรวมตัวกันแล้วก็สร้างระบบสวัสดิการชุมชน ของตัวเองขึ้นมา ตรงนี้เปึนกำลังสำคัญ ผมเสียดายถ้ากลไกนี้จะเปึนกลไกใหม่ ถ้าเปึนกลไกเดิม จะเสริมพลังเพิ่มเติมขึ้นไปทันที หลายตำบลมีปฏิบัติการเรื่องนี้ ปลูกต้นไม้ยืนต้น ๕๐ บาท ต่อต้น ปลูกตะไคร้ ๑๐ บาทต่อต้น ปลูกผักกาดผักอะไรได้ มันมีระบบแบบนี้อยู่หลายชุมชน มีหลายชุมชนที่ทำเรื่องธนาคารเมล็ดพันธุ์ ที่ทำโดยเฉพาะเครือข่ายเกษตร พวกกลุ่มเกษตร อินทรีย์ พยายามดึงเมล็ดพันธุ์ที่เปึนเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านของเขาเองที่เหมาะสมกับพื้นถิ่น ต้นไม้บางต้นไม่สามารถที่จะไปที่พื้นที่อีกพื้นที่หนึ่งได้ นั่นก็คือแปลว่ามันมีปราชญ์ชาวบ้าน หลายคนที่พยายามตั้งศูนย์ที่เรียกว่า ศูนย์เพาะพันธุ์เมล็ดพันธุ์พื้นเมือง เอาเมล็ดพันธุ์ จากป์าในพื้นที่ตรงนั้นมาสร้างศูนย์ เพราะฉะนั้นศูนย์เหล่านี้ก็น่าจะได้รับการดูแล แทนที่ จะไปเอาที่ศูนย์เพาะกล้าของหน่วยงานราชการอย่างเดียว ทำอย่างไรให้มันเกิดธนาคาร เมล็ดพันธุ์ของพื้นบ้านเหล่านั้น
ประการที่ ๒ ที่ผมอยากเพิ่มตัวกลยุทธ์ก็คือว่า เรื่องของพื้นที่ป์าที่เราต้องการ จะเพิ่ม ผมจะเน้นน้ำหนักที่ชุมชนท้องถิ่นนะครับ ถ้าโครงสร้างและกลไกที่มันเกิดขึ้น จากตรงนี้ ลองดูครับ มีหลายพื้นที่ตำบลที่สามารถปฏิบัติการได้ทันที นั่นแปลว่าตำบล ที่พยายามเอาพืชพันธุ์พื้นเมืองที่อยู่ตรงนั้นออกจากป์าแล้วมาเพาะกล้า แล้วมาขยายพันธุ์ จุดสำคัญตรงนั้นจะเปึนจุดประกายที่ขยายผลได้ทันที มีหลายพื้นที่ที่เปึนวัด มีหลายชุมชน พยายามที่จะใช้ วันนี้ป์าช้านี่พยายามที่จะปรับเปึนพื้นที่ป์า พยายามที่จะฟุ๋นฟูทำเปึน ศูนย์กลางของการที่จะทำให้ชุมชนได้เปึนซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) ของตัวเอง สาระสำคัญอันที่ ๑ ก็คือว่าถ้าสมมุติว่าระเบียบตรงนี้สามารถเอื้อให้กับครอบครัว สามารถ จัดระบบการจัดการที่ดิน พื้นที่การผลิตนา พื้นที่หัวไร่ปลายนา พื้นที่ทำไร่ จัดระบบตรงนี้ได้ แล้วเอื้อต่อปฏิบัติการตรงนี้ได้ มันก็จะทำให้หลายชุมชนตรงนี้สามารถจัดการระบบมากขึ้น พื้นที่เอกชน ผมกำลังคิดว่าเอกชนก็สามารถเพิ่มปริมาณของพื้นที่ได้ ในขณะเดียวกัน ทำอย่างไรถึงจะให้เอกชนที่มีซีเอสอาร์ (CSR) ไปสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นที่มีการจัด รูปองค์กรตรงนี้ แล้วก็ปฏิบัติการตรงนี้ให้เจอกันให้ได้มากที่สุด ในส่วนราชการนะครับ ในส่วนราชการก็สามารถที่จะขยายพื้นที่ที่มันมีพื้นที่ว่าง มีที่เปล่า แต่ก็มีหลายพื้นที่เช่นกัน พยายามตัดต้นไม้แล้วสร้างตึก ทำอย่างไรถึงจะลดปริมาณตรงนั้นลงมาให้ได้มากที่สุด ๒-๓ ประการนี้ผมอยากที่จะเสนอเพิ่มเติมว่า องค์ประกอบสำคัญต้องเริ่มต้นจากฐาน ที่มันมีอยู่ ทำอย่างไรถึงจะจัดระบบ พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชนนี้มีวัตถุประสงค์ข้อหนึ่งว่า อนุรักษ์วัฒนธรรมและรักษาสิ่งแวดล้อม ผมเชื่อว่า พ.ร.บ. นั้นสามารถมาเอื้อกับระเบียบ ตรงนี้ได้ ถ้าระเบียบตรงนี้เป่ดพื้นที่ให้กับกระบวนการชุมชนท้องถิ่นตรงนี้ได้ ผมเข้าใจว่า เรื่องนี้เปึ้นเรื่องปฏิรูป เรื่องนี้ปฏิรูปได้ทันที เรื่องนี้เปึ้นเรื่องที่อ่อนไม่ขัดแย้ง แล้วก็ไม่ทะเลาะ และสามารถให้สังคมมีความเข้มแข็งครับ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปนะคะเรียนเชิญท่านกลินท์ สารสิน รองประธาน หอการค้าไทยค่ะ
เรียนท่านประธานครับ ผม กลินท์ สารสิน สปท. หมายเลข ๔ นะครับ ก็เห็นด้วยกับกรรมาธิการนี้ที่เสนอนะครับ ก็เปึนเรื่องสำคัญ แล้วเปึนเรื่องระยะยาวที่ต้องทำคนละไม้คนละมือกันนะครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับหลายส่วน งานที่เกี่ยวข้องนะครับ ควรมีเปัาหมายอันเดียวกัน ยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง นะครับที่ตอนนี้ผมประสบมาก็เห็นในกรุงเทพฯ เมื่อสักครู่นี้ที่เพื่อนสมาชิกด้วยกันที่บอกว่า ในกรุงเทพฯ เวลานั่งรถเข้าเมืองกรุงเทพฯ เห็นต้นไม้เยอะแยะเลย แต่มีน้อยมากนะครับ ที่ผ่านมาดู ๆ แล้วต้นไม้ก็โดนตัดหมด มีสร้างแล้วก็ตัด เพราะว่าอะไร เพราะมีสายไฟฟัา เพราะฉะนั้นสายไฟฟัาจะอยู่ตรงนั้น แล้วก็ต้นไม้ปลูกใต้เสาไฟฟัา ถ้าเปึนไปได้นะครับ เราสามารถเอาสายไฟฟัานี้ลงใต้ดินได้ไหม ก็มีตัวอย่างคือที่ถนนสีลม เขาเอาเสาไฟฟัา ลงใต้ดิน สายโทรศัพท์ลงใต้ดิน เสร็จปัูบทัศนียภาพก็สวยขึ้นมากนะครับ มีต้นไม้แล้วก็เขียว นะครับ แล้วก็มีหลายสายที่อยากจะทำตามก็บอกงบประมาณค่อนข้างสูง แต่ถ้าเผื่อเรา เห็นว่าประเทศหลายประเทศ จะเปึนประเทศสิงคโปร์ก็ดี หรือว่าประเทศมาเลเซีย เมื่อสักครู่บอกสวย ๆ นั่นก็คือส่วนใหญ่สายไฟฟัา สายโทรศัพท์ลงใต้ดินทั้งนั้นนะครับ ก็คิดว่าถ้าเผื่อเปึ้นนโยบายในอนาคตว่าต้องการเห็นต้นไม้เจริญงอกงามในเมืองใหญ่ ๆ ในชุมชนก็อยากให้มีนโยบายว่าเรื่องสาธารณูปโภคต่าง ๆ อยู่ใต้ดินนะครับ อันนี้รวมทั้ง เมืองใหญ่ ๆ นะครับ ไม่ใช่กรุงเทพฯ อย่างเดียว เมืองใหญ่ ๆ ที่เราพูดถึงนี้นะครับ
อีกเรื่องหนึ่งเรื่องการมีตัวชี้วัดนะครับ คือเคพีไอ (KPI) นี่ที่เราจะเพิ่ม แต่ละป้ควรเปึนเท่าไร ที่ไหนบ้างนะครับ ควรจะเปึนรูปธรรม เพราะเมื่อครู่นี้ค่อนเซปต์ (Concept) เห็นแล้วนะครับว่าทําอย่างไร แต่ถ้าเผื่อเรามีตัวเลขได้ไหมภายใน ๕ ป้ ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ จะเปึนอย่างไรนะครับ ก็มีเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ เหลืออีก ๓ ท่านนะคะ ดิฉันจะอ่านรายชื่อทั้ง ๓ ท่านเลย ท่านชูชาติ อินสว่าง ท่านมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ ท่านกิตติ กิตติโชควัฒนา นะคะ ต่อไปเชิญ ท่านชูชาติ อินสว่าง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประธานชมรมสหกรณ์ภาคเกษตร แห่งประเทศไทยค่ะ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ชูชาติ อินสว่าง สปท. หมายเลข ๐๔๑ ต้องกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการอย่างยิ่งที่ทำให้มีเรื่องนี้ และทําให้มีวันนี้เกิดขึ้น ซึ่งผมได้มีโอกาสอภิปราย ความจริงเรื่องนี้ไม่ได้เปึนประเด็น มากมายนัก แต่อยากจะฝากไว้ ท่านประธานคงเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยหรือไม่ก็ตาม ถ้าท่านประธานเดินทางไปต่างจังหวัดช่วงฤดูหน้าแล้ง ท่านจะเห็นเลยนะครับว่ามีรถบรรทุก อีแต๋นหรือแม้รถบรรทุกขนาดเล็กบรรทุกไม้ที่ตัดแล้วมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัด ในภาคกลางหรือจังหวัดที่ค่อนข้างเจริญแล้วท่านจะเห็นอยู่มากพอสมควร ไม้เขาตัดไป ทำไมครับ บรรทุกไปเต็มรถเขาตัดไปขายครับ เมื่อก่อนนี้ไม้แห้งเราก็ไปเผาถ่าน เผ่าฟ๋นเท่าที่ หาได้ แต่เดี๋ยวนี้ไม้แห้งมันเอาไปเผาถ่าน เผาฟ๋น เขาไม่หากันแล้วครับเพราะมันมีเต่าแก๊ส เอาไปทำอะไรครับ ท่านประธานครับ เอาไปส่งโรงไฟฟัาชีวมวล โรงไฟฟัาชีวมวลเขาจะซื้อไม้ พวกนี้นะครับ ซึ่งเขาบอกว่าไม้พวกนี้เปึนไม้ที่เขาไม่ใช้แล้ว ซื้อไปทำไฟฟัาครับ แต่เมื่อเวลาเขาซื้อเขาบอกซื้อไม้ที่มันแห้งหรือซื้อไม้ที่เขาไม่ใช้แล้ว หรือซื้อไม้ที่ไม่มีประโยชน์ นี่คือในช่วงหน้าแล้งที่ผ่านมา แล้วผมเชื่อแน่ว่าต่อไปก็จะมีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเปึนหน้าแล้ง หรือหน้าฝืน เพราะว่าไม้พวกนี้สามารถเอาไปขายได้นะครับ กิโลกรัมละ ๘๐ สตางค์ เพราะฉะนั้นตันหนึ่งก็ ๘๐๐ บาท ก็ถือว่าไม่ใช่น้อยทีเดียว เพราะฉะนั้นผมจะเห็นรถพวกนี้ อยู่มากมายพอสมควร ตัดทุกไม้ครับ ที่คิดว่าใช้และไม่ได้ใช้ เพราะว่าแล้งที่แล้วร้ายได้ไม่มี ต้นมะม่วงเฉ้าตายก็ตัด ต้นโพธิ์อยู่ดี ๆ ในวัด ข้างวัด อยู่ดี ๆ เขาก็ตัด เพราะตัดเอาไปขาย แล้วมันได้สตางค์ ผมเปึนห่วงเรื่องการปลูกป์าชุมชนตรงนี้มากพอสมควร ผมไม่ห่วงว่า คนจะปลูกใหม่ แต่ผมกลัวว่าไม้เก่า ๆ มันจะหมดไป ถ้าเรายังปล่อยให้ตัดอย่างนี้ มันขึ้นอยู่ กับพี่น้องชุมชนในแต่ละที่จะปลูกจิตสำนึก แต่ว่ามันไม่มีใครห้ามใครได้ ท่านเจ้าของโรงไฟฟัา ชีวมวล เราไปว่าเขาก็ไม่ได้เพราะเขารับซื้อ การทำโรงไฟฟัาชีวมวลเขาทำจากขยะที่เน่าเสีย บางทีมันก็เปึ้นสิ่งที่มันไปเหม็น สิ่งแวดล้อมมันก็ทำไม่ได้ ก็ต้องใช้ไม้ดีกว่า เมื่อใช้ไม้ชาวบ้าน ก็ตัดกันยกใหญ่นะครับ ตัดทุกไม้ ทุกที่ที่คิดว่าไม่จำเปึนและบางทีก็จำเปึนอยู่ข้างทางก็ตัด ผมอยากกราบเรียนท่านกรรมาธิการชุดนี้ด้วยความเคารพว่า ทำอย่างไรถึงจะปลูกจิตสำนึก ให้ชุมชนได้ตระหนักเรื่องนี้เปึนสำคัญ ผมว่าเรื่องที่เราจะทำใหม่ก็ว่ากันไป เรื่องปัองกันตัวนี้ เปึ้นสิ่งสำคัญ ท่านคิดดูครับ ต้นตะแบกเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เมื่อก่อนตัวด้วงกว่างยังมีกิน ต้นแจ้ง ซึ่งอยู่ข้างถนนหนทางเปึนพุ่มสวยงามมาก ไม่มีแล้วครับ ตัดหมดที่คิดว่าเปึนของหลวง ไม่ใช่เปึนของบ้านใครบ้านหนึ่ง เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึนห่วง ผมก็บอกพรรคพวกผมบอกว่า ถ้าเราไม่ตระหนักในตัวนี้แล้วถึงเราไปปลูกก็หมดไป แล้วเราก็ไปปลูกต้นคูณกันกว่าจะได้ ข้างบ้านผมตัดต้นไม้ ตัดต้นสะเดา ขนาดคนโอบเลยบอกว่ากลัวจะล้มลงมา ผมบอกว่า ไม่ต้องกลัวล้มหรอกครับ เขาบอกไม่เปึนไร ตัดแล้วก็ปลูกให้ใหม่ กว่าจะได้เท่าที่คนโอบนะครับ ๓ ชั่วคนยังไม่ได้เท่านั้นเลยครับ นี่คือสิ่งสำคัญ เลยอยากจะฝากประเด็นนี้ไปว่า ทําอย่างไรถึงจะปลูกฝั่งชุมชน ทําอย่างไรที่จะทําเรื่องปัองกันตัวนี้ได้ ผมไม่ทราบหรอกครับ ผมไม่รู้หรอกว่าเราจะปัองกันกันอย่างไร โดยมาตรการต่าง ๆ แต่ว่าในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ น่าจะเปึนประเด็นหนึ่งที่จะมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มอบให้ทางอำเภอ หรือแม้กระทั่งเราจะเชื่อมโยงไปทางตำรวจให้ดูแลหน่อยว่าไม้นี้มันมาจากไหน มันเปึนไม้ ที่ห่วงห้ามหรือเปล่า มันเปึนไม้ที่อยู่ในเขตทางหลวงหรือเปล่า มันเปึนไม้ที่อยู่ในเขตที่เรา ไม่สามารถจะตัดได้หรือเปล่า ถ้าเราปล่อยปละละเลยไปอย่างนี้ปลูกไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะว่าของเก่ามันใหญ่โต มันขนาด ๓ นิ้ว ๕ นิ้ว ๗ นิ้ว ถ้าเราไปตัดมา ไม้ ๕ นิ้ว ๓ ป้ ๕ ป้ ยังไม่ได้เลยนะครับ ก็ต้องมี ๖ ป้ ๗ ป้ ๑๐ ป้ขึ้นไป ผมก็มีประเด็นที่จะฝากท่านประธาน ไปยังกรรมาธิการเพียงแค่นี้ละครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ขอบพระคุณ ต่อไปเรียนเชิญท่านมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ อดีตปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ ดิฉัน นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ สปท. ๑๑๖ ก่อนอื่นก็ต้องขอ ชื่นชมรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้อย่างยิ่ง สิ่งที่ดิฉันอยากจะอภิปรายสนับสนุน เนื่องจากว่าเปึนข้อเสนอของท่านที่บอกว่าเพิ่มพื้นที่เรื่องของป์าไม้ หรือว่าในเรื่องของ การปลูกต้นไม้ โดยเฉพาะเน้นในเรื่องของในเขตเมือง แล้วก็เปึ้นมาตรการต่าง ๆ ที่สามารถ ดำเนินการได้รวดเร็ว เห็นเปึนรูปธรรมอย่างชัดเจน ประเด็นที่ดิฉันอยากเพิ่มเติมในเรื่องของตรงนี้ก็คือหลายท่านได้มีการเสนอแนะที่เกี่ยวกับ เปัาหมายตัวชี้วัดในเรื่องของการกำหนดในเรื่องของการปลูก ในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่แล้ว นะคะ เปึนไปได้ไหมคะว่าขณะนี้เนื่องจากว่าประเทศไทยเราจะต้องเพิ่มพื้นที่ให้ได้ร้อยละ ๔๐ ภายใน ๔๐ ป้ นั่นหมายถึงจะต้องปลูก ๒๖ ล้านไร่ เราดูจากในเรื่องของพื้นที่ป์า ในภาครัฐแล้วไม่สามารถไปได้ถึงเลย แต่ว่าสิ่งที่น่าชื่นชมว่าตรงข้อเสนอของคณะชุดนี้ จะเติมเต็มเปึนการเพิ่มพื้นที่ในเขตเมืองแล้วก็เพิ่มพื้นที่จากทุกภาคส่วน ซึ่งดิฉัน ก็คิดว่าอย่างนี้ ถ้าหากว่าเรามีการกำหนดเพิ่มในเรื่องของเปัาหมายของแต่ละจังหวัด ให้บอกว่ามีพื้นที่ร้อยละ ๔๐ เพื่อที่จะได้สอดรับกัน จะได้กระจายว่าแต่ละจังหวัดก็จะได้ มีการสอดรับว่าร้อยละ ๔๐ นี้จะต้องไปปลูกที่ไหนบ้าง ถ้าหากว่าการกำหนดถ่ายตัว เปัาหมายของระดับประเทศลงถึงจังหวัดแล้ว แล้วก็ลงรายอำเภอ ลงรายตำบล ดิฉันว่า อันนี้จะยิ่งเพิ่มความชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการที่บอกว่าปลูกได้ทุกที่ไม่ว่า หัวไร่ปลายนา หรือว่าในเรื่องของพื้นที่ต่าง ๆ แม้กระทั่งเขตวัด เขตพื้นที่สาธารณะหรือ อะไรก็ตามดิฉันว่าถ้าหากว่ามีการกําหนดตรงนี้แล้วสามารถกำหนดได้ว่าขณะนี้จริง ๆ แล้ว แต่ละจังหวัดก็จะมีพื้นที่ป์าในเรื่องของพื้นที่สีเขียวอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าหากว่าเพิ่มตรงนี้ ให้ความชัดเจนเพราะว่าจังหวัดเองก็จะได้ทราบด้วย
ประการที่ ๒ นอกจากในเรื่องของพื้นที่ ในเรื่องของการที่จะให้บรรลุ ถึงเปัาหมาย วัตถุประสงค์ของประเทศแล้ว ดิฉันว่าในเรื่องของชนิดพันธุ์ของต้นไม้ ในการที่จะปลูกก็สำคัญยิ่งเหมือนกัน ขณะนี้ทุกจังหวัดมีต้นไม้ประจำจังหวัด แต่ทุกครั้ง ที่ดิฉันไปที่แต่ละจังหวัดถามว่าจังหวัดนี้ต้นอะไรมักจะไม่มีใครเคยทราบ เปึนไปได้ไหมคะ ในการที่ดิฉันอยากจะเสนอแนะว่าในเรื่องของการกำหนดชนิดพันธุ์ของจังหวัด อย่างน้อย ๆ ในพื้นที่ของสถานที่ราชการก็จะต้องมีรอบศาลากลางของจังหวัดนี้ก็จะต้องมี ต้นไม้ประจำจังหวัด หรือในส่วนสาธารณะ หรือในพื้นที่ที่เปึ้นแหล่งท่องเที่ยว อันนี้ ความจริงแล้วในเรื่องของชนิดพันธุ์ตรงนี้จะสามารถเชื่อมโยงกับในเรื่องของวัฒนธรรม แล้วก็ในเรื่องของชนิดพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นถิ่นด้วย ซึ่งอยากจะสนับสนุนส่งเสริม ให้มีการปลูกต้นไม้ประจำจังหวัดทุกจังหวัดและจะเห็นความงดงาม อย่างเช่น ต้นศรีตรังนี่ค่ะ ดอกสวยมากของที่จังหวัดตรังนี่นะคะ อย่างน้อย ๆ ริมถนนหรือว่าสถานที่ในพื้นที่สาธารณะ หรือว่าแหล่งท่องเที่ยวทั้งหลายนี้ก็จะมีความงดงาม ที่สำคัญในเรื่องของชนิดพันธุ์ อีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของการอนุรักษ์พันธุ์ไม้หายาก หลายจังหวัดมีชนิดพันธุ์ที่มีไม้หายาก ซึ่งเปึนแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ขณะนี้ปรากฏว่าในเรื่องของการเพาะปลูก พันธุ์ไม้เหล่านั้นจะดำเนินการได้น้อยมาก แต่ถ้าหากว่าข้อเสนอแนะจากทาง กมธ. ชุดนี้สนับสนุนในเรื่องของชนิดพันธุ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของจังหวัด แล้วก็โดยเฉพาะ ในเรื่องของการอนุรักษ์ ในเรื่องของชนิดพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ด้วย ดิฉันว่า จะมีประโยชน์ยิ่งค่ะ
เรื่องที่ ๓ เรื่องของการรณรงค์ ขณะนี้อยากจะขอเสนอแนะให้เพิ่มโอกาส เพราะทุกวันนี้เราก็จะมีการรณรงค์ในเรื่องของการอีเว้นต์ (Event) ปลูกต้นไม้ ก็คือในเรื่อง ของวันวิสาขบูชา เรื่องของการปลูกต้นไม้ดิฉันอยากจะให้เพิ่มการรณรงค์เพื่อที่จะให้ทำได้ ทุกวัน โดยเสนอให้บอกว่าปลูกในวันเกิดของทุกท่าน อย่างน้อย ๆ เวลาท่านไปที่วัดทำบุญ แล้วปลูกต้นไม้ คือจะต้องให้วัดจัดหาพื้นที่เพื่อที่จะให้ความสะดวกกับประชาชนเข้าไปช่วยปลูก แล้วก็เข้าไปช่วยบำรุงดูแล้ว่ายังอยู่ไหม หรือว่าในเรื่องของการเจริญเติบโตเพื่อเพิ่มพื้นที่ ในวัดด้วย แล้วก็ในเรื่องของกล้าไม้ต่าง ๆ ตรงนี้ค่ะ ก่อนที่จะมีเทศกาลในเรื่องของการ ปลูกต้นไม้ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะต้องช่วยกันจัดเตรียม เพราะมีบางท่านที่บอกว่า จะไปปลูกแล้วหากล้าไม้ชนิดพันธุ์กล้าไม้ต่าง ๆ ที่เรามีความประสงค์นี่หายาก เพราะฉะนั้นน่าจะมีการสนับสนุนให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหมดสนับสนุนเตรียมพันธุ์กล้าไม้ เพื่อสนับสนุนให้กับประชาชน หรือว่าผู้ที่มีความประสงค์ในเรื่องของการปลูกต้นไม้นี่ ให้่ปลูกได้สะดวก ทุกคนก็จะมีวันเกิดแ็ต่ละวันอยู่แล้วนี่นะคะ ขณะนี้ก็จะมีแอป (App) ในการที่จะบอกว่าวันนี้วันเกิดของท่านนี่ปลูกต้นไม้แล้วหรือยัง แล้วก็ตรงนี้ได้มีการ พีอาร์ (PR) ลักษณะในเรื่องของโซเชียลมีเดีย (Social Media) นี้จะมีการอิมแพกต์ (Impact) มาก ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็คิดว่าข้อเสนอแนะในรายงานฉบับนี้ ทำอย่างไรในการที่จะ ได้เห็นเปึ้นรูปธรรมได้รวดเร็วและจริงจังแล้วก็มีความต่อเนื่อง ซึ่งตรงนี้ก็เปึนข้อเสนอที่ดิฉัน คิดว่าขอให้เพิ่ม แล้วก็คิดว่าจะทำให้รายงานฉบับนี้สมบูรณ์ขึ้น ขอบพระคุณค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปนะคะ เชิญท่านกิตติ กิตติโชควัฒนา อดีตผู้ว่าราชการ จังหวัดยะลาค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายกิตติ กิตติโชควัฒนา สปท. ๑๐ จากจังหวัดยะลาครับ ท่านประธานครับ การที่ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้นำเสนอเรื่องนี้นั้น ก็สังเกตดูว่าทุกท่านให้ความสำคัญแล้วก็เห็นด้วยสนับสนุน ก็เช่นเดียวกับผมครับ เพราะถือว่าเปึนเรื่องใหญ่ แต่ก็มีสิ่งที่เปึนข้อห่วงใยบางประการ ที่อยากจะเสนอแนะ ให้ข้อสังเกตรวมไปตลอดจนถึงตั้งคำถามบางประการ อย่างเช่น ที่เมื่อกี้ท่านกรรมาธิการบางท่านบอกว่า เราได้มีแผนเรื่องของการพัฒนา ใช้เวลาตั้ง ๒๐ ป้ เพื่อปกปัองป์า ทำไปทำมามันยิ่งลดลงทุกวัน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าไม่มีวันนี้ ก็ไม่แน่ว่า วันต่อไปมันจะเหลือเท่าไร เพราะฉะนั้นในการนําเสนอเรื่องอย่างนี้ ผมคิดว่าเปึ้นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญต่อชาติบ้านเมือง ต่อความมั่นคง มั่งคั่ง และความยั่งยืนในการที่จะดูแลรักษาป์า ของชาติบ้านเมืองของเราในอนาคตต่อไป เผอิญกับเรื่องนี้นั้น เมื่อวันศุกร์ที่แล้วครับ ท่านประธาน วันพฤหัสที่แล้วครับท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสกลับไปบ้านที่ยะลา แล้วก็พ้นไปเบตง โดยผ่านเส้นทางยะลา-เบตง ในระหว่างทางนั้นก็ผ่านเส้นทางที่อำเภอธารโต เผอิญไปเหลือบเห็นว่าสะพานที่ข้ามนั้น ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนบางล่างครับ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าน้ำมันแห้ง ต่อมันโผล่ครับ ซึ่งเขื่อนนี้สร้างกักเก็บน้ำมาตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๒๓ ไม่เคยแห้งถึงขนาดนี้ จนขนาดที่ว่าต่อต่าง ๆ ที่อยู่เหนือเขื่อนบางล่างนั้นโผล่เปึนแถวเลยครับ อันนี้ก็เปึนสิ่งบ่งบอกถึงว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา ๑๐-๒๐ ป้ ก็ไปสอดคล้อง กับสิ่งที่ท่านกรรมาธิการได้พูดไว้เมื่อกี้นี้ว่า ๒๐ ป้ ที่เราพัฒนาในเรื่องของการที่จะอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ ยิ่งทำไปมันยิ่งไม่เหลือ ที่เหนือเขื่อนบางล่างมันก็เปึนสิ่งบ่งบอก ต่อมันโผล่เปึนแถวเลยครับท่าน ผมก็ยังอุตส่าห์ไปถ่ายรูป วันนี้เสียดายที่ไม่ได้เอารูปมาให้ ที่ประชุมได้ดูกันครับว่าต่อขนาดเบ้อเริ่มนี่ครับมันไม่ใช่เฉพาะต่อเดียวครับ เยอะแยะมากมาย บางต้นสูงตั้ง ๒๐-๓๐ เมตรก็โผล่ ผมลงไปเดินข้างล่างครับ ซึ่งเปึ้นบริเวณที่ก่อนหน้านี้ เมื่อป้ที่แล้วผมก็ผ่านมาที่หนึ่งน้ำท่วมไม่มีโอกาสได้เดิน แต่ว่าป้นี้เมื่อ ๒ วันที่แล้วผมไป ปรากฏว่าไม่เพียงแต่ต่อโผล่ครับ มัสยิดก็โผล่ แถมกูโบร์ก็โผล่ด้วย มัสยิดคือ ที่ประกอบศาสนากิจของพี่น้องมุสลิมเราในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนกูโบร์นั้นก็เปึนที่ ฝั่งศ์พครับท่านประธานครับ อันนี้ก็เปึนการบ่งบอกเตือนพวกเราเรื่องอย่างที่ท่าน กรรมาธิการได้บอกว่าเราได้พัฒนามาแล้วตั้ง ๒๐-๓๐ ป้ เพื่อห้ามาตรการในการปัองกันไม่ให้ สูญเสียพื้นที่ป์า ผมคิดว่าที่เขื่อนบางล่างเหนือเขื่อนขึ้นไปต่อมันโผล่นั้น เปึ้นตัวชี้วัด ที่ค่อนข้างเปึ้นรูปธรรมที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้นั้นก็คงจะต้องไปศึกษาต่อ ถ้าหากว่าพื้นที่เบตง (Contour) ถ้าเราไปศึกษาเปึนพื้นที่ป์าเขา มันเปึนปัญหาเรื่องของการขุดคอนทัวร
ปลูกยางใช่หรือเปล่า ตัวนี้มันเปึนตัวปัญหาว่าเราได้กำหนดวิธีการปลูกต้นยางผิด รูปแบบอย่างไร จึงเปึ้นเหตุให้พื้นที่ในบริเวณตรงที่ว่านี้ถึงฤดูแล้งมันแห้ง แล้วก็ในขณะเดียวกันบ้างป้ครับ ท่านประธานฝนตกนี่ดินหน้าผ่ามันถล่มลงมา ถึงขนาดว่าต้องใช้รถแทรกเตอร์ รถอะไร ต่ออะไรไปขุดคุ้ย ต้องใช้เวลาเกือบอาทิตย์กว่ารถจะผ่านไปได้ เพราะหน้าดินมันไม่มีต้นไม้ เพราะระยะหลังนี้แทนที่เราจะใช้คำว่า ป์ายาง มันกลายเปึนสวนยางไปหมด เวลาขอทุน สงเคราะห์การทำสวนยางต้องโค่นให้เกลี้ยง ต้นไม้อื่น ๆ ที่เปึนประโยชน์ก็ต้องตัดให้หมด ต้นสะต่อเอย ต้นลูกหยีเอย ซึ่งราคาต้นหนึ่งมีผลผลิตออกมาได้ป้หนึ่งก็ประมาณ ๓๐,๐๐๐- ๔๐,๐๐๐ บาท ก็ต้องโค่นให้เกลี้ยง เพื่อว่าจะได้ขอเงินกองทุนสงเคราะห์ ไม่อย่างนั้น ทางเจ้าหน้าที่เขาจะไม่ยอมจ่ายสตางค์ อันนี้คือความผิดพลาด เพราะฉะนั้นเราคงจะต้อง ไปศึกษาดูว่าเราจะปลูกต้นไม้อะไรนั้นมันจะเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศลมฟัาอากาศ อย่างไร แต่สิ่งที่น่าชมเชยก็คือว่า ผมก็ไปเป่ดดูในไลน์ (Line) เมื่อกี้นิดหนึ่ง ก็คือในป้ พ.ศ. ๒๔๔๒ ก็มีตัวอย่างท่านหนึ่งซึ่งเปึ้นผู้ใหญ่ที่มีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกลในการที่ไปเอา ต้นไม้มาปลูกให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ อันนี้ก็น่าจะเปึ้นบทเรียนที่แพงให้กับ พวกเราว่าการที่เมื่อกี้เราบอกว่าจะเอาอะไรปลูกที่ไหน ปลูกอย่างไร ปลูกเมื่อไร เราควรจะ ไปหาต้นอะไรมาปลูก ทั้ง ๆ ที่ต้นนี้อดีตมันไม่ใช่ต้นไม้บ้านเราครับท่านประธานครับ มาจาก ที่อื่นแต่เอามาปลูกเมืองไทยแล้วมันได้ผล แต่ว่าต้องดูเหมือนกันว่าเราจะปลูกอย่างไร ก็คือต้นยางพารา พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีจากจังหวัดตรัง เมื่อป้ พ.ศ. ๒๔๔๒ ครับ ก็เปึนเหตุให้มีการปลูกยางในจังหวัดภาคใต้ ๑๔ จังหวัดตลอดมาจนถึงทางด้านมาเลเซีย ปลูกกันเปึนแถว เปึนไม้เศรษฐกิจ ทำรายได้ให้กับประเทศไทยที่แล้วมาเปึนอันดับ ๑ ของประเทศ เฉพาะยางนะครับ แล้วอันนี้ก็จะเปึนข้อคิดครับว่าเราจะปลูกอะไรก็แล้วแต่ เมื่อกี้ที่พูดถึงจะเปึนในเมืองหรือชนบทก็แล้วแต่ว่าเราจะเอาอะไรไปปลูกที่ไหน ปลูกเมื่อไร ปลูกอย่างไรนั้นก็คงจะต้องคำนึงเปึนพิเศษว่ามันเหมาะอย่างไร เอาไม้ในเมืองไทยหรือว่า เอาจากต่างประเทศ อย่างอันนี้เอามาจากต่างประเทศครับท่านประธาน มันก็ไม่มีปัญหา แต่อยู่ที่ว่าเอามาปลูกแล้วนี่มันเหมาะกับที่ กับทาง กับฤดูกาล กับวิธีการปลูกอย่างไร ก็คงจะเปึ้นบทเรียนที่แพงและที่ดีจากการที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในอดีตที่มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกลว่า เอายางจากต่างประเทศมาปลูกที่นี่มันจะได้ผลอย่างไร จนเปึนเหตุเปึนผลให้เรื่องเศรษฐกิจ ในสมัยโน้นนั้นยางเปึนอันดับ ๑ ของประเทศต่าง ๆ ที่ปลูกส่งออก แต่ระยะหลังนั้น มันก็เพี้ยนไป บางคนก็เอาเรื่องยางนี้มาเปึ้นเหตุในการชี้นำในการปลูกจนเสียรูปเสียร่าง ไปหมด เอาไปปลูกทางภาคอื่นทำให้เกิดความเสียหาย อันนี้ก็น่าคิดเหมือนกันว่ายาง ถ้าไม่เหมาะที่ไหนนี่ก็ไม่ควรเอาไป ทำให้เกิดความสูญเสีย นั่นประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ การที่เราจะส่งเสริมการปลูกนั้น ระดมคนไปเยอะ ๆ ครับ คนอยากจะปลูกเยอะทั้งตำบลไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่ว่าในหมู่บ้านถ้ามีคน ๑ คน ในหมู่บ้าน ที่อยากจะตัด น่ากลัวครับ คนอยากจะปลูกเยอะมันจะต้องเสียเวลา เสียงานเสียการ เสียสละไปปลูกทั้งตำบล แต่ถ้ามี ๑ คนในตำบลถ้าอยากจะตัด เสร็จครับ ก็สังเกตว่า เพราะมีคนคนเดียวในตำบล ในหมู่บ้าน หรือในอำเภอที่ทำตัวเปึ้นผู้มีอิทธิพลไปลักลอบ ตัดโดยที่เราจึงใจเห็นหรือไม่เห็นก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมคิดว่าน่าจะเปึนมาตรการ เชิงรุก ในขณะนี้เราก็มีอยู่แล้วว่าทําอย่างไรที่จะไม่ให้คนที่มีอิทธิพลในตําบล ในหมู่บ้าน ทั้ง ๆ ที่เรารู้ว่ามันมีแต่เราก็ละเลย เพราะฉะนั้นอยากจะฝากเปึนประการที่ ๒ ก็คือว่า ในขณะที่เราส่งเสริมว่างแผนในการที่จะพัฒนาปลูกในพื้นที่ดังกล่าวนั้น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กับการปราบปรามผู้ที่คิดอยากจะตัดและลงมือตัดต้องเอาจริงเอาจัง ซึ่งความจริงแล้ว กฎหมายมีอยู่แล้วครับในมือว่าจะต้องทําอย่างไร เจ้าหน้าที่ก็มีอยู่แล้ว เครื่องไม้เครื่องมือ พร้อมครับ แต่ว่าเราก็ละเลยมา อันนี้ก็คือที่แล้วมา เพราะฉะนั้นนิมิตหมายที่ดีในขณะนี้ ก็เห็นได้ว่าการเรียกพื้นที่ป์าคืนเยอะแยะมากมายก็เปึนนิมิตหมายที่ดี สอดคล้องกับสิ่งที่เรา กำลังทำกันอยู่ในขณะนี้ ผมคิดว่าอันนี้น่าจะเปึ้นนิมิตหมายที่ดีของคณะนี้ที่จะรุกไปข้างหน้าอย่างที่ท่าน พลตำรวจเอก ชิดชัยบอกว่าเพียงแต่นายกรัฐมนตรีเอ่ยปากคำเดียวเลยไปกันทั้งฝูง ทั้งที่มเลยครับ อันนั้นผมคิดว่าน่าจะเปึนจุดเปลี่ยนแปลงในการที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในด้านป์าไม้ รวมไปตลอดจนถึงการปราบปรามผู้ที่แม้จะมีคนเดียวอยู่ในตำบล ในหมู่บ้าน ก็แล้วแต่ที่คิดจะตัดไม้ คนทั้งตำบลอยากปลูก มันอยากแต่ยังไม่ลงมือ แต่ในขณะเดียวกัน คนที่อยากตัดมันคิดล่วงหน้าแล้วจะตัดคืนนี้ดีไหมเจ้าหน้าที่นอนหลับอยู่ เสร็จครับ ท่านครับ อย่างที่เปึนอยู่ในขณะนี้
ในประการที่ ๓ สิ่งที่อยากฝากก็คือว่ากล้าไม้ที่แจก เรามักจะเห็นว่าผมเอง ผมไปรับบ่อยครับ อยากจะปลูกอย่างที่หลายท่านได้อภิปรายกัน กล้าที่จะแจกอยากจะให้มี มาตรฐานในการเพาะกล้าที่แจกไปแล้วอย่างน้อย ๆ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป และดูคัดคนที่จะ รับแจก ส่วนพิธีการก็ว่ากันไปที่จะมากันเปึนแถวเยอะแยะมากมาย นี่ยกที่มมาก็แจกกัน คนละหนึ่ง หนึ่ง หนึ่ง พอแจกเสร็จก็ไปวางข้างตุ่มอะไรก็แล้วแต่ ไปดูอีกป้สองป้ก็ไม่รู้ ไปไหนแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามาตรการอย่างนี้ในเรื่องของการส่งเสริมในทางลึก ที่เกี่ยวข้องกับกล้าไม้อยากจะเห็นเปึนจริงเปึ้นจังขึ้นมา ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปท่านสุดท้าย ท่านชูชัย ศุภวงศ์ อดีตเลขาธิการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ เรียนเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการและ เพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ ต้องขอบคุณทางกรรมาธิการที่เสนอเรื่องที่สำคัญในวันนี้นะครับ และมีข้อเสนอที่ดูเหมือนว่าปัญหาใหญ่แต่เปึนข้อเสนอเล็ก ๆ แต่ผมเข้าใจว่าเปึนยุทธศาสตร์ ของกรรมาธิการชุดนี้ คือเสนอเครื่องมือที่เรียกว่าระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วคงมี แนวทางที่จะทำงานต่อไปนะครับ ผมขึ้นมาอภิปรายเรื่องนี้ด้วยเหตุที่เชื่อมโยงจากที่ได้ร่วม อภิปรายกับท่านประธานชิดชัย วรรณสถิตย์ ในเรื่องของกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แล้วก็ชุมชนท้องถิ่น ในเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานชิดชัยได้เสนอใน ๒ ส่วน ให้เพิ่มอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือ เรื่องป์าไม้กับน้ำครับ ผมได้เสนอเพิ่มเรื่องที่ดิน เรื่องทะเลและชายฝัืง รวมทั้งเรื่องแร่ว่า ถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับไป รวมทั้งชุมชนท้องถิ่นไปดูแล แล้วก็จะเปึนการเปลี่ยน จะเปึนการปฏิรูปครั้งสําคัญ แต่ว่าจะต้องทํางานร่วมกันกับส่วนราชการ ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคอย่างได้ดุลยภาพนะครับ กระจายไปแล้วไปทำให้เสื่อมลงมั่นคงไม่ได้ ผมมีเพียง ๒ ประเด็นเท่านั้นที่จะเสนอสนับสนุน แล้วก็เสนอข้ออภิปรายเพิ่มเติม ซึ่งท่านกรรมาธิการคงไปพิจารณาดูนะครับ ๒ ประเด็นที่ว่านั้น ประเด็นแรกคือ แนวทางประชารัฐ ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการเชื่อม ที่ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ ที่เขาเรียกว่าไบโอโลจิคัลคอร์ริดอร์ (Biological Corridor) การเชื่อมทางชีวภาพ ขอแปล อย่างนี้ก่อนนะครับ
ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องแนวทางประชารัฐ เมื่อกี้สมาชิกบางท่านได้อภิปราย ไปแล้ว แต่ว่าถ้าเราไปดูคำว่า ประชารัฐ นี่ผมคิดว่ามีความหมายและมีคุณค่ามาก ได้กำเนิด บนแผ่นดินนี้เมื่อป้ พ.ศ. ๒๔๘๒ ประมาณ ๗-๘ ทิศวรรษที่แล้วนะครับ แต่ว่าคำที่มี ความหมายนี้ได้วางสงบนิ่งอยู่ในเพลงชาติไทย แม้ว่าจะผ่านกล่องเสียงริมฝ้ปากของคนไทย ทุกคนมาจํานวนนับครั้งไม่ถ้วนนะครับ แต่มามีความหมายเมื่อรัฐบาลนี้หยิบเอาแนวทาง ประชารัฐมาดําเนินการอย่างจริงจังนะครับ อันนี้ผมคิดว่าเปึ้นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง ถ้าไปดู ที่มาของคําว่า ประชารัฐ มาอย่างไรนี่ก็จะพบว่าผู้ประพันธ์คําร้อง ประพันธ์เนื้อร้องนี่คือ พันเอกหลวงสารานุประพันธ์ครับ ในความเห็นของผมแล้วท่านเปึนนักปราชญ์ ท่านเปึนคนที่เรียนหนังสือเก่งมาก ได้ทุน คิงส์กอลาร์ชิป (King's Scholarship) แต่ว่าสละไม่ไปเรียนต่อนะครับ ไปเปึนครูที่โรงเรียน ส่วนกุหลาบ อีกท่านหนึ่งคือพระเจนดุริยางค์นะครับ หรือชื่อภาษาฝรั่งเศสท่านชื่อว่า ป้เตอร์ ไฟท์ ท่านเปึนลูกครึ่งฝรั่งเศสนะครับ แม่เปึนไทยเชื้อสายมอญ นี่ก็ประพันธ์ทำนอง เพราะฉะนั้นที่มานี่มีความหมายลึกซึ้งมาก แล้วแนวทางประชารัฐที่ได้มีการพูดคุย มีการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาคือการปฏิรูปสังคมโดยใช้แนวทางประชารัฐ หมายความว่า เอาภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาสังคมชุมชนท้องถิ่นมาทำงานร่วมกัน ในการปฏิรูปของชาติบ้านเมือง ที่ผ่านมาเรื่องป์าไม้เราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่าภาครัฐ ดูแลอย่างเดียวมันไปไม่ไหวแล้ว
ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมนะครับ คือประเด็นถัดมาที่คงจะ ต้องหยิบตัวอย่างของประเทศเล็ก ๆ ประเทศหนึ่งบนแผนที่โลกคือประเทศภูฏานนะครับ ท่านทั้งหลายอาจจะทราบดีว่าประเทศภูฏานเปึนประเทศที่มีประชากรประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน ไม่ถึงล้านคน แต่ว่าขนาบข้างด้วยประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกคือ จีนกับอินเดีย แต่ว่าประเทศภูฏานมีเปัาหมายที่ชัดเจนว่าจะเปึนประเทศ ผมเข้าใจว่า เปึนประเทศแรกในโลกนะครับ แต่ว่าเขาไม่ได้พูดลงไปลักษณะอย่างนั้น เปึนประเทศแรก ในโลกที่จะทำให้คาร์บอนไม่เพียงแต่เปึนศูนย์นะครับ แต่ว่าจะทำให้เปึนคาร์บอนเนกาทิฟ (Carbon Negative) อันนี้เปึนคำของท่านนายกเชอริง ต๊อบเกย์ นายกภูฏานคนปัจจุบัน ผมไม่ทราบว่าผมเรียกชื่อท่านถูกหรือเปล่า แต่ว่าท่านไปพูดบนเวทีเทดทอล์ก (Ted talk) ไปเสิร์ช (Search) ในกูเกิล (Google) ได้ ภาษาที่ท่านพูด ข้อเสนอแนะที่ท่านชี้ทิศทางที่จะไป ผมคิดว่าเปึนประเทศเล็กที่ยิ่งใหญ่มาก แล้วเห็นได้ชัดว่าในรัฐธรรมนูญของภูฏานเขียน กำหนดว่าพื้นที่ป์าจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของเราก็เขียนนะครับ ที่ สปท. สปช. ได้เสนอไปรวมทั้งรัฐบาล ก็คือว่าเรามุ่งที่จะเพิ่มให้ป์าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐ ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าขนาดที่เขาเขียนรัฐธรรมนูญกําหนดอย่างนั้นเปึ้นการกําหนดขั้นต่ํานะครับ เพราะปัจจุบันเขามีพื้นที่ป์า ๗๒ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั่วประเทศ แต่สิ่งที่ท่านนายกผู้นี้ ท่านไปชี้ในเวทีโลกก็คือว่าเขาไม่เพียงแต่มีป์าที่ดูดซับคาร์บอนที่ผลิตโดยอุตสาหกรรม ผลิตโดยเกษตรกรชาวนา ชาวไร่หรือบ้านเรือนต่าง ๆ เขาดูดซับหมดนะครับ เพราะเขามีป์า ที่มากพอ แต่ว่าเขาก็จะปลูกป์าเพิ่มอีก แล้วก็จะทำให้ระบบนิเวศสามารถที่จะดูดซับ คาร์บอนได้มากกว่านั้น นั่นก็หมายความว่าเขากำลังบอกชาวโลกว่าคาร์บอนที่โลกผลิต ออกมาที่อยู่ในชั้นบรรยากาศภูฏานแม้จะเปึนประเทศเล็ก ๆ แต่เขาจะสร้างระบบนิเวศ สร้างป์าไม้ให้เปึนคาร์บอนเนกาทิฟ (Carbon Negative) คือหมายถึงว่าดูดซับคาร์บอน ที่เพื่อนบ้านไปผลิตออกมาซึ่งเปึนสิ่งที่เปึนมลภาวะของโลกเขาจะช่วยดูดซับ ประเด็นนี้ สำคัญอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องที่กรรมาธิการชุดนี้ได้เสนอ ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับว่า ท่านนายกนี่ฉายสไลด์ (Slide) ในเวทีให้เห็นภาพแผนที่ของภูฏาน แล้วท่านชี้ประเด็นว่า ไบโอโลจิคัลคอร์ริดอร์ (Biological Corridor) มีจุดที่ป์าจำเปึนจะต้องเชื่อมกันหลายจุด ที่ยังไม่ได้เชื่อมกัน แม้ว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เปึนป์านะครับ ทําไมต้องเชื่อมกัน คำตอบก็คือว่าเพื่อให้สิ่งสาราสัตว์ทั้งหลายสามารถเดินทางไปมาถึงกันได้อย่างอิสระ นั่นก็หมายความว่าที่ใดมีการเคลื่อนตัวของสัตว์สิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์นะครับ อย่างเสรีแล้วที่นั่นมีระบบนิเวศที่ดี ของเรานี่ถ้าดูจากแผนภาพเดิมเราก็จะรู้นะครับ เรามี พื้นที่ป์าประมาณกว่าร้อยละ ๖๐ แล้วก็ลดเรื่อยมา แล้วตรงช่วงขาดหายไปนั่นละครับ ผมคิดว่าเปึนไบโอโลจิคัลคอร์ริดอร์ (Biological Corridor) ที่ขาดหายไปใครทำครับ มนุษย์ทำครับ ที่จะสร้างให้ฟุ๋่นฟูใครทำครับ ขอประทานโทษท่านประธานครับ ต้องไปศึกษาเรียนรู้จากสัตว์ นักโบราณคดี นักอนุรักษ์รักษาพันธุ์สัตว์ทั้งหลายเขาจะรู้ว่าป์าใหญ่ไม่เพียงแต่ห้วยขาแข้ง ที่สิ่งสาราสัตว์จากเพื่อนบ้าน ไม่เพียงแต่ประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) ในอาเซียน (ASEAN) ข้างบ้านเรานะครับ แต่มีหลักฐานชัดเจนว่ามาจากอินเดีย มาจากจีน มาจากหลายประเทศ ที่เราคาดไม่ถึง นั่นแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ที่เราบอกว่าเปึนภูมิประเทศที่ได้เปรียบประเทศอื่น หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกนั้นยังได้เปรียบในแง่ของระบบนิเวศด้วยนะครับ ที่สิ่งสาราสัตว์ จะเคลื่อนตัวไปมาร่วมกันแล้วก็เคลื่อนย้ายไปขยายพันธุ์ ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนก็คือว่า อันนี้เสนอเรื่องในชุมชน แต่ในชุมชนในบริเวณที่เปึนไบโอโลจิคัลคอร์ริดอร์ (Biological Corridor) นี่ครับท่านประธานชิดชัยครับ ต้องให้ความสำคัญเปึ้นพิเศษ เพราะตราบใด ถ้าเชื่อมตรงนี้ได้ ระบบนิเวศ ระบบป์าจะฟุ๋นฟูของมันเองอย่างรวดเร็ว ถ้าดูตรงนั้นแล้วเมื่อกี้ เราบอกแนวทางประชารัฐ ภาคธุรกิจเอกชนต่าง ๆ ถ้าร่วมกับชุมชนในท้องถิ่น ร่วมกับ รัฐบาลท้องถิ่นหรือ อปท. ดำเนินการจัดการเชื่อมไบโอโลจิคัลคอร์ริดอร์ (Biological Corridor) แล้วผมเชื่อว่าระบบนิเวศป์าเมืองไทยจะฟุ๋นฟูอย่างรวดเร็วครับ ผมคงมีข้อเสนอ เพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปนะคะ เชิญท่านกรรมาธิการตอบชี้แจง ข้อซักถามของสมาชิก เชิญท่านชิดชัยค่ะ
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ วันนี้ก็มีผู้อภิปรายทั้งหมด ๑๓ ท่าน และถูกพาดพิง ๑ ท่านนะครับ ผมเองอยากจะเริ่มกล่าวจากที่คุณหมออำพลนั่งอยู่ติดกันนี้บอกว่า แปลกนะวันนี้บรรยากาศในสภาทุกคนทุกท่านเห็นคล้อยเห็นร่วมกันหมด อยากจะเห็น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในสังคมไทย เพราะว่าเราใช้เวลาผ่านมาเยอะมาก อย่างที่ผมได้เรียนว่า เรื่องน้ำ เรื่องต้นไม้ รวมทั้งอื่น ๆ ที่จะนำเสนอ ผมดำเนินการมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ไม่สำเร็จ เปึนเรื่องที่ค้างคาใจมาก เพราะฉะนั้นวันนี้โดยส่วนตัวเอง ก็รู้สึกว่ายินดีที่ได้รับข้อเสนอแนะจากท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน เริ่มตั้งแต่ท่านสุรินทร์นะครับ ท่านก็พูดถึงคุณค่าและมูลค่า ท่านพูดถึงแรงจูงใจและอุปสรรค์ อันนี้ทางด้านเราเองก็มีการ ถกกันมาก
ท่าน สปท. อำนวย นิ่มมะโน ก็พูดถึงเรื่องการปลูกต้นไม้ในเมือง พูดถึงสภาพ บังคับ พูดถึงรุกข์กรรม รุกข์กร ตัวนี้สิ่งสำคัญที่เราก็ได้พูดถึงนะครับ
ส่วนท่าน สปท. สมพงษ์ สระกวี ก็ได้พูดถึงการปลูกต้นไม้ให้ร่มเย็น ให้เขียวขจี บวกกับการท่องเที่ยว ซึ่งอันนี้ทุกท่านก็คงจะเห็นว่าเราเองเราได้พยายามที่จะเข้าไปสู่จุดนี้ นอกจากนี้แล้วท่านยังพูดถึงเรื่องปัายโฆษณา ซึ่งเปึนมลภาวะทางสายตาในที่ต่าง ๆ อันนี้ คณะอนุกรรมการด้านควิกวิน (Quick win) โดยมีท่านอโณทัยเปึนประธาน เราได้พูดกัน อาทิตย์ที่แล้วว่าเราเองคงจะต้องมีมาตรการที่จะลดสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร เพราะมันเปึ้น มลภาวะทางสายตาจริง ๆ ถ้าเผื่อเราไปประเทศอื่นเราจะเห็นสิ่งเหล่านี้น้อยมาก เราเห็นต้นไม้เราจะเห็นสิ่งอื่น ๆ ที่มีความสวยงามแทนสิ่งเหล่านี้นะครับ อันนี้ก็เปึ้นสิ่งที่เรา พยายามจะเก็บตกตรงอยู่นะครับ
ส่วนท่าน สปท. กษิตท่านก็พูดถึงเรื่องปัายโฆษณา ซึ่งผมก็ได้พูดไปแล้วว่า มันไม่ควรจะมีมากอย่างนี้ แล้วมันอันตราย มันเปึนมลภาวะทางสายตา มันเปึ้นอันตราย กับทางด้านการจราจร ทำให้เกิดอุบัติเหตุด้วย เพราะฉะนั้นการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชน ท่านกษิตท่านก็ได้เสนอข้อดี ๆ ที่น่าสนใจ ก็ต้องขอบพระคุณนะครับ
ส่วนท่านปลัดคุรุจิตก็ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการ ซึ่งอันนี้อยากจะเล่าให้ท่านฟังนิดหนึ่งว่าองค์ประกอบของอนุกรรมการได้เสนอไป ก็มีการปรับแก้หลายครั้ง แม้กระทั่งในขั้นกรรมาธิการด้านสังคมก็มีการปรับแก้ แม้กระทั่ง ในวิป (Whip) ๓ ฝ์ายก็มีการปรับแก้ แล้ววันนี้ท่านก็ได้เสนอให้มีการปรับแก้ ก็เปึนข้อสังเกต ที่ดีที่เราจะพยายามไปทำให้มันได้องค์ประกอบที่ดีที่สุด ตัวนี้ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ
ส่วนท่านเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ ก็ได้พูดถึงข้อสังเกต ๔ ข้อ เกี่ยวกับเรื่อง พันธุ์ไม้ ต้นไม้ให้หาได้ง่าย เรื่องนี้จริงครับ เพราะว่าถ้าอยากจะได้ต้นอะไรตอนนี้ก็ไม่รู้ว่า จะไปหาที่ไหน ศูนย์เพาะชำก็ตั้งอยู่สแตนด์อะโลน (Stand Alone) อยู่ตรงนี้ ศูนย์กล้าไม้ ก็อยู่ในชุมชน เราได้พยายามว่าเราจะเชื่อมศูนย์เพาะชำกับชุมชน ชุมชนซึ่งมีทั้งวัด มีทั้งบ้าน มีทั้งโรงเรียนจะไปเพาะพันธุ์ต้นไม้ในชุมชนได้อย่างไร ซึ่งวันที่เราไปขอนแก่นคุณหมอ อำพลก็พูดว่าพันธุ์ไม้ก็อยู่ในชุมชน แล้วเอาเข้ามายังศูนย์เพาะชำมาปลูก ทําไมไม่ลงไป ที่นั่นเลยต่อแขนต่อขาให้ยาวขึ้น อันนี้ก็เปึนเรื่องที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปราย ผมเองก็ได้จดไว้ ว่าเราจะเพิ่มอย่างไร
ส่วนอีกท่านหนึ่งคือท่านอาจารย์ขวัญชัย ก็ต้องขอบคุณมากครับ ท่านได้ให้ ความรู้ใหม่ ซึ่งโดยเฉพาะท่านก็บอกว่าพื้นที่ป์าตอนนี้มีอยู่ประมาณ ๒๕-๒๗ ล้านไร่ ถ้าเผื่อจะปลูกได้สูงสุด ขาดอีกประมาณ ๑๓-๑๕ ล้านไร่ ถ้าจะให้มันครบ ๔๐ ล้านไร่ ตามที่ต้องการจะได้นั้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่อย่างนั้นเราจะต้องพยายามปลูกต้นไม้ในชุมชน แล้วจะให้คิดรวมเปึนป์าได้อย่างไร ก็ต้องไปขอข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากท่านอาจารย์ขวัญชัย แล้วก็ส่วนที่ท่านพูดถึงคุณภาพของต้นไม้มีคุณค่าไม่ใช่ทางเศรษฐกิจอย่างเดียว มันมี วัฒนธรรมทางด้านชีวภาพต่าง ๆ ด้วย คล้าย ๆ กับท่านชูชัยได้พยายามพูด คือสิ่งเหล่านี้ เปึ้นสิ่งที่เปึนจริงครับ แต่ที่เราคุยกันเราต้องการให้ชุมชนปลูกต้นไม้ ก็คือผมอยากให้เขา คำนึงถึงเรื่องปากท้องเขาก่อน ถ้าท้องเขาหิวเขาคงไม่ไปตัดต้นไม้แบบที่ท่าน สปท. ชูชาติ ได้พูดว่าปลูกแล้วมีการขโมยตัดกัน เพราะฉะนั้นเราต้องคำนึงถึงปากท้องเขาด้วย ไม่ใช่ว่า เราเองจะปลูกเพื่อสวยงาม เพื่ออย่างอื่น เพราะฉะนั้นในชุมชนก็จะมีอีกลักษณะหนึ่ง
ส่วนท่าน สปท. กษิดิ์เดชธนทัต การเพิ่มต้นไม้ องค์ความรู้ แล้วก็ใช้กลไก ที่มีอยู่ในชุมชน กลไกที่มีอยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเปึนภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคราชการ เราคำนึงถึง เราพยายามที่จะเพิ่มให้ชุมชุนเข้ามามีบทบาท เหมือนเพิ่มอำนาจ เหมือนที่ท่าน สปท. นายแพทย์ชูชัยได้พยายามพูดนะครับ
ส่วนอีกท่านหนึ่ง ท่านกลิ่นท์ สารสิน ท่านก็ได้เห็นด้วย แล้วพูดถึงเรื่อง การเอาสายไฟฟัาลงใต้ดินนี่ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถนนหลัก ๆ ในกรุงเทพฯ ก็ดี หรือในชุมชนจังหวัดสำคัญ ๆ ผมอยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้เปึนนโยบายของรัฐบาล ผมเอง พยายามทำมาแล้วเฉพาะถนนเส้นหนึ่งยาวไม่ถึง ๒ กิโลเมตร โดยเฉพาะงานต้นเทียน ที่จังหวัดอุบลนี่นะครับพยายามที่จะทำ เพราะถนนนี้เปึนถนนที่มีกิจกรรมทางประเพณี ของจังหวัดมาก เพราะฉะนั้นเวลาต้นเทียนสูง ๆ จะต้องใช้ไม้ค้ําขึ้นไปเพื่อให้ความสูง ของต้นเทียนไม่ไปโดนสายไฟ สิ่งเหล่านี้ก็อยากจะเห็นไม่เฉพาะในกรุงเทพฯ อยากเห็น ในเมืองใหญ่ ๆ ด้วย แล้ว ๒ ข้างทางก็สามารถที่จะปลูกได้ รวมทั้งหลาย ๆ ท่านก็ได้ พูดถึงว่าถนนเข้าเมืองในทุกจังหวัดนะครับ ไม่ใช่เฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิหรอก แม้กระทั่ง หลาย ๆ จังหวัดเวลาเราลงเครื่องบินสังเกตเห็นไหมว่า ถนนเข้าเมืองนี่ไม่รู้ผมจะยกจังหวัดไหนที่ว่าดูแล้วดีที่สุด ยังนึกไม่ออกเลยครับ เพราะฉะนั้น อยากจะให้ท่านคํานึงถึงสิ่งเหล่านี้ว่ามันช่วยในเรื่องการท่องเที่ยว เพราะว่าการท่องเที่ยว ของเรามีคนมาใช้ มาอาศัย มาพักเยอะ เพราะเรามีอาหารดี ต่อไปกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ ๆ ของเราจะต้องร่มรื่นและสะอาด เรื่องเหล่านี้จะเปึนการส่งเสริมการท่องเที่ยวไปในตัวนะครับ
ส่วนท่าน สปท. ชูชาติ อินสว่าง ก็พูดถึงการลักลอบตัดต้นไม้ อันนี้เห็นด้วย กับปัญหาที่มีอยู่ เพราะในเมื่อปากท้องเขายังไม่มีอะไรทํามาหากินอะไรนี่ การตัดก็ต้องมี เพราะฉะนั้นเราเองเราต้องลงไปดูแลและทําความเข้าใจกับสิ่งเหล่านี้นะครับ
แล้วอีกท่านหนึ่งคือท่าน สปท. มิ่งขวัญ เพราะฉะนั้นที่ท่านยกตัวเลขมา ก็ต้องขอบคุณที่พูดถึงว่าอีก ๑๓ ล้านไร่ว่าเราจะทำอย่างไร เรื่องการอนุรักษ์ เรื่องเทศกาล เรื่องการตั้งเปัาหมาย ก็ได้บอกให้ท่านเพิ่มพงษ์ไปปรับแก้ให้ท่านแล้วนะครับ
ส่วนท่านกิตติท่านเอาของจริงมาพูด ก็ต้องขอบคุณว่าเราเองเราก็คงจะต้อง ปลูกต้นไม้ที่เหมาะสม หรือแม้กระทั่งพันธุ์ไม้นี่เราไม่ได้ผลิตพันธุ์ไม้ต่างประเทศ ถ้าพันธุ์ไม้ต่างประเทศที่เหมาะสม เปึนต้นว่ามีพันธุ์ไม้หลาย ๆ พันธุ์ไม้ ถ้าพันธุ์ไม้ไทยไม่มี พันธุ์ไม้ต่างประเทศที่ปลูกแล้วความสูงไม่ไปดันสายไฟฟัา มีไหมครับเราต้องไปค้น ไม่ใช่ว่า เราต้องปลูกต้นไม้ที่สูงไปพันกับสายไฟฟัานะครับ ตัวนี้ก็ต้องเปึนสิ่งที่เราต้องทำ
แล้วอีกท่านหนึ่งก็คือท่านชูชัย ก็ต้องขอบคุณที่ท่านได้แนะนำเรื่องแนวทาง ประชารัฐ แล้วก็ทางด้านการเชื่อมโยงทางชีวภาพ ตัวนี้สำคัญมาก
แล้วอีกท่านหนึ่งที่อยากจะเอ่ยถึงก็คือท่านไว้กูณฑ์ที่มีคนพาดพิงท่าน ผมเคยแวะผ่านไปในมหาวิทยาลัยนี้อย่างน้อยประมาณ ๒ ครั้ง มหาวิทยาลัยของท่าน ยืนยันว่าร่มรื่นจริง ๆ นะครับ ผมเองก็คงจะมีเรื่องขอบคุณท่านทั้งหลาย แล้วข้อเสนอ ของท่านจะไม่เสียไปไหนครับ เราจะเอามาพิจารณา แล้วเราจะพยายามปรับแก้ให้ถือว่า เปึนวาระแห่งชาตินะครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่านประธานกรรมาธิการค่ะ
กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผมนึกไม่ถึงว่าจะมีเพื่อนสมาชิกถึง ๑๓ ท่านที่มีความสนใจและกรุณาให้คำเสนอแนะ ข้อสังเกตอะไรต่าง ๆ ซึ่งมีคุณค่าอย่างมากมายต่อรายงานที่นำเสนอ ความไม่เปึนระเบียบ เรียบร้อยของเส้นทางสาธารณะทั้งหลายแหล่ซึ่งหลายท่านได้พูดไว้นั้น ส่วนมากเราจะไปลงที่ การไฟฟั้านครหลวงบอกว่ามีสายไฟฟัาระเกะระกะ จริง ๆ แล้วข้อมูลที่น่าสนใจมีอยู่ เรื่องหนึ่งครับคือว่า ที่เราเห็นความไม่เปึนระเบียบเรียบร้อยทั้งหมดนั้นมันมีของสายไฟฟั้า นครหลวงเพียง ๓ เส้นอยู่ด้านบน ที่เราเห็นเปึนระเนระนาดทั้งหมดนั้น พวกเราทราบไหมว่า มันประกอบไปด้วยหน่วยงานต่าง ๆ กี่หน่วย เท่าที่ผมเช็ก (Check) ดูนะครับ มันมีทั้งหมด อีก ๓๔ หน่วยงานที่สร้างความไม่เปึนระเบียบเรียบร้อยให้กรุงเทพมหานคร บนเส้นทาง สาธารณะ การไฟฟั้านครหลวงอยู่ข้างบน ๓ เส้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นเปึ้นเรื่องที่ต้องทำ อย่างยิ่ง เพราะว่านับวันความไม่เปึนระเบียบเรียบร้อยมันจะทำให้อันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของผู้คนที่เดินทางไปมา ในคณะกรรมาธิการก็มีการพูดถึงกันมาก กำลังตั้ง ประเด็นต่าง ๆ แล้วก็จะคิดว่าทําอย่างไรให้มันเกิดมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลเร็วที่สุด วันนี้ เราได้ข้อเสนอแนะข้อสังเกตอย่างมีคุณค่าเปึนอย่างยิ่งนะครับ คณะกรรมาธิการทุกคน มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้มีประสิทธิผล เพราะว่าเรื่องนี้เปึ้นเรื่องเอนด์อัป (End up) แค่ระเบียบสำนักนายก เราพร้อมเสมอแล้วก็มีข้อเสนอแนะหลาย ๆ ท่านที่ผมจำไม่ผิดนี่ ผมอาจจะต้องใช้เวลาโทรศัพท์ไปถามรายละเอียดในบางเรื่องซึ่งผมสนใจเปึนอย่างยิ่งนะครับ ขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านครับ
ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ยกมือใช่ไหมคะ เรียนเชิญค่ะ ท่านมีอะไรคะ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ผมได้นั่งฟังทั้ง ๑๓ ท่าน แล้วกรรมาธิการชี้แจง ก็รู้สึกประทับใจ และเห็นด้วย แต่ว่ามีคําพูดหนึ่งที่ผมคิดว่าอาจจะไม่เหมาะของท่านสมพงษ์ สระกวี ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านอภิปรายได้ดีมาก แต่ท่านอาจจะพูดแล้วก็เผลอนะครับ ซึ่งคําพูดนั้นถ้าอยู่ในรายงานการประชุมก็จะไม่ค่อยเหมาะ เพราะผมไม่มีสิทธิไปถอนคําพูด ของท่านเอง ท่านพูดถึงนักท่องเที่ยว พูดถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวข้องประเทศไทย แล้วก็ทางใต้ท่านก็บอกว่าคนเข้ามาท่องเที่ยวกัน มากินอาหารและมาเที่ยวผู้หญิง ซึ่งผมคิดว่า ถ้าเอาแค่เที่ยวอย่างเดียวก็พอ ก็ไม่ทราบว่าท่านสมพงษ์เห็นด้วยก็อยากให้ท่านถอนคำนี้ ออกครับ
ท่านสมพงษ์ สระกวี ท่านอยู่ไหมคะ ท่านสมพงษ์ สระกวี ไม่อยู่ในที่ประชุม ใช่ไหมคะ ถ้าไม่ใช่เจ้าตัวถอนแล้วเราขอให้ไม่จดรายงาน เชิญค่ะ เชิญท่านสุรินทร์ค่ะ
ท่านครับ นิดเดียวครับ ผมเสนอไว้ว่าขอให้มี การแก้ไขกฎระเบียบของทางราชการ โดยเฉพาะกฎระเบียบของกรมป์าไม้ว่า ให้ประชาชน หรือชุมชนเมื่อเขาปลูกป์าด้วยตนเองให้ใช้ได้อย่างสะดวก ซึ่งกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ขณะนี้ ไม่เอื้ออำนวยให้คนอยากปลูกป์าชุมชนนะครับ ไม่ทราบว่าท่านเห็นด้วยไหม ถ้าเห็นด้วย ผมอยากขอให้เร็วด้วยนะครับ มิฉะนั้นป์าชุมชนจะเกิดยากมาก
คณะกรรมาธิการ เชิญท่านชิดชัยค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกนะครับ เรื่องปัญหาอุปสรรค์นี่เราพูดกันเยอะครับ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ส่วนป์า พ.ร.บ. ป์าชุมชนทั้งหมด เราพิจารณากันเสมอว่าแรงจูงใจที่จะให้ประชาชน เอกชน มาปลูกแล้วเขาจะได้ประโยชน์สูงสุดอย่างไร เปึนต้นว่าถ้าปลูกต้นไม้แล้วเหมือนกับเกษตร เสียภาษีบำรุงท้องที่ในอัตราเดียวกันอย่างนี้ มีครับ รวมทั้งเรื่องการขออนุญาตเมื่อปลูกแล้ว ทั้งหมด แม้กระทั่งผมไปเยี่ยมศูนย์เพาะชำที่ขอนแก่นก็ได้ถกถึงปัญหานี้ เห็นด้วยที่จะมีการ แก้นะครับ เพราะฉะนั้นทางด้านเราเองก็รับอยู่แล้วครับ รับข้อเสนออยู่แล้วครับ
เชิญท่านกษิตค่ะ
ขอบคุณครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ ๗ ครับ ที่ท่านประธาน รองประธานกรุณาสรุป ผมยังไม่ค่อยแน่ใจว่าสิ่งที่ผมพูดนี่จะอยู่ในข้อสรุป หรือไม่ ประเด็นสำคัญเพราะว่าเรื่องนี้เปึ้นเรื่องเกี่ยวกับชุมชน คือประชาชน ผมก็เสนอ หรือว่าในเชิงคำถามว่า แล้วทางผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยงบผู้ว่า แล้วก็งบ อบจ. แล้วก็ งบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๓ งบ จะเอามาร่วมกันได้ไหมครับ แล้วก็ตั้งเปึนงบกลางให้กับแต่ละจังหวัด เพื่อจะได้ไปมอบให้แก่ชุมชนปลูกป์า แล้วก็ทำ คู่ขนานกับหน่วยราชการที่มีที่ดินสาธารณะ โดยเฉพาะกรมทางหลวง อันนี้ต้องพูดให้ชัดครับ เพราะว่าผมเปึนห่วงว่ามีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ มีการจัดตั้งคณะกรรมการ ระดับจังหวัดอะไรพวกนี้ ซึ่งก็ทำกันมาแทบจะทุกกรรมาธิการก็ผ่านพ้นการลงคะแนน ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ผมมักจะไม่ค่อยเห็นด้วยถึงอยากจะเอาเรื่องที่เกี่ยวกับชุมชนลงไปถึงชุมชน แล้วถ้าเผื่อเขาจะทำแล้วมันต้องมีงบประมาณที่จะสนับสนุนเขา แล้วก็หน่วยราชการ ทั้งหมดเลยถ้าเป่ดเงิน เป่ดใจ เป่ดกว้างให้ชุมชนเมื่อเขากำหนดแล้วว่าเขาอยากจะปลูกป์า ตรงนี้ ตรงหนองตรงบึง ตรงต้นน้ำ ตรงถนนหนทาง ในที่สาธารณะอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มันค่อนข้างควรจะเปึ้นเรื่องอัตโนมัติ ไม่ต้องผ่านขั้นตอนอะไรขึ้นมาจนถึงระดับ คณะกรรมการระดับชาติที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน แล้วก็ท่านสั่งมา แล้วเราก็วิ่ง ปรื๊ดเลย ผมไม่เชื่อครับ เพราะฉะนั้นอะไรที่ทําในระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่นได้ ควรจะเปึน หัวใจที่สําคัญที่สุดของเรื่องนี้ครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านชิดชัยค่ะ
ครับ ก็ต้องขออภัย ท่าน สปท. กษิตนะครับที่ตกคำถามนี้ไป ที่จริงแล้วในวาระการปฏิรูปจะมีเรื่องว่าด้วย เรื่องงบประมาณนะครับ เราจะเอาข้อสังเกตของท่านไปใส่ตรงนี้ว่างบประมาณต้องมาจาก ถ้าเผื่อราชการก็มาจาก ๓ ส่วนด้วยกันคือ จากจังหวัด จากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ส่วนภาคเอกชนกับภาคประชาชนเปึนส่วนสมทบ ก็คงจะไปพิจารณาลงในส่วนนั้น ขอขอบคุณครับ
ขอบพระคุณค่ะ เปึนอันว่าเราได้พิจารณา เรื่อง การปฏิรูปการบริหารจัดการ การปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง และร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารจัดการการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง พ.ศ. .... แล้วนะคะ ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุมดิฉันขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนค่ะ ตกลง ท่านสมพงษ์ไม่อยู่ในที่ประชุมนะคะท่านเลิศรัตน์ ก็ไม่สามารถถอนคำพูดท่านได้ มาแล้วหรือคะ ท่านสมพงษ์ สระกวี ค่ะ ท่านเลิศรัตน์พาดพิงคำพูดท่านเล็กน้อย อยากจะให้ท่านขอแก้ไขคำพูดเพื่อเปึนหลักฐานในรายงานการประชุม
ท่านประธานครับ ก็เปึนระเบียบสภาครับ ที่จริง ผมแจ้งเจ้าหน้าที่สภาไว้แล้ว บอกว่าถอนได้เลยครับ ถอนครับท่านครับ ว่ามาเที่ยวหาดใหญ่ ไม่ได้ไปเที่ยวผู้หญิง ขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ ตรวจสอบองค์ประชุมแล้วนะคะ
(นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนค่ะ โปรดเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนค่ะ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านป่ยะธิดาบัตรมีปัญหาใช่ไหมคะ เดี๋ยวขานชื่อได้ค่ะ เจ้าหน้าที่มีบัตรสำรอง ให้ท่านไหม ได้แล้วนะคะ
ยังไม่ได้ค่ะ ป่ยะธิดา หมายเลข ๙๘ ค่ะ
มีท่านป่ยะธิดา ๑ ท่านนะคะ เจ้าหน้าที่แสดงผลค่ะ ๑๕๖ ท่าน รวมท่านป่ยะธิดาด้วย เปึน ๑๕๗ ท่านนะคะ ครบองค์ประชุมค่ะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงาน เรื่อง การปฏิรูป การบริหารจัดการการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง และร่างระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชน เข้มแข็ง พ.ศ. .... หรือไม่นะคะ
(นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนค่ะ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียงค่ะ ท่านป่ยะธิดาต้องใช้สิทธิข้างนอกใช่ไหมคะ บัตรเรียบร้อยหรือยังคะ
ได้บัตรสํารองแล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิไหมคะ ถ้าอย่างนั้นขอผลการลงคะแนนค่ะ มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๑๕๘ ท่านนะคะ เห็นด้วย ๑๕๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีค่ะ
เปึ้นอันว่าที่ประชุมมติเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านสังคม เรื่อง การปฏิรูปการบริหารจัดการการปลูกต้นไม้ และดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง และร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การบริหารจัดการการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง พ.ศ. .... แล้ว ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นําความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุงก่อนที่จะ ส่งรายงานและร่างระเบียบไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปนะคะ จบการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมแล้วค่ะ ขอบพระคุณคณะกรรมาธิการมากนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ต่อไปเปึนการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๓.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เรื่อง การพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ (National Energy Information Center : NEIC) นะคะ
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ค่ะ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ชื่อผู้ชี้แจงนะคะ ท่านคุรุจิต นาครทรรพ เปึนประธานกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช รองประธานกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านพลังงาน และท่านเสรี อติภัทธะ อดีต่อธิบดีกรมโรงงาน อุตสาหกรรม เชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงค่ะ
กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิก สปท. ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายคุรุจิต นาครทรรพ สปท. ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านพลังงาน ท่านสมาชิกครับ ตามที่ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้มีการพิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนการปฏิรูปเร่งด่วนของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เมื่อวันอังคารที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ ซึ่งประกอบ ไปด้วยประเด็นสำคัญแผนปฏิรูปเร่งด่วน จำนวน ๕ เรื่อง ได้แก่
๑. บทบาทหน้าที่และการใช้ประโยชน์ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ....
๒. การอนุรักษ์พลังงานโดยใช้ข้อบัญญัติเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน หรือบิวดิง เอเนอร์จี โค้ด บีอีซี (Building Energy Code : BEC)
๓. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานโดยใช้มาตรการบริษัทจัดการพลังงาน เอเนอร์จี เซอร์วิส คัมพานี (Energy Service Company) หรือเอสโก (ESCO)
๔. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทน พ.ศ. .... และ
๕. การพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ เนชันนัล เอเนอร์จี อินฟอร์เมชัน เซ็นเตอร์ (National Energy Information Center)
ในวันนี้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ขอนำเสนอรายงานเรื่องที่ ๕ คือ เรื่อง การพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ เนชันนัล เอเนอร์จี อินฟอร์เมชัน เซ็นเตอร์ (National Energy Information Center) หรือมีตัวย่อว่า เอ็นอีไอซี (NEIC) ซึ่งได้ศึกษาวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะ โดยคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปการบริหารและการกํากับกิจการพลังงานและทรัพยากรป่โตรเลียม ซึ่งมีท่าน สปท. พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช รองประธานกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง เปึนประธาน คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ และคณะอนุกรรมาธิการก็ได้ตั้งคณะทำงานในหัวข้อเรื่อง การพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติขึ้น ซึ่งมีท่าน สปท. เสรี อติภัทธะ เปึนประธาน คณะทำงานเพื่อศึกษาและจัดทำรายงานการพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาตินี้ให้เปึนตาม แผนการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านพลังงาน
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขอเรียนเพิ่มเติมว่า หัวข้อเรื่องนี้เปึนการสานต่องานในหัวข้อเรื่องระบบพลังงานที่ประกอบไปด้วยหัวข้อ ๑๘ ประเด็นปฏิรูปตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้ทําการศึกษาและเสนอแนะต่อรัฐบาลไว้ตั้งแต่ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๘ โดยที่ตามข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปตามมาตรา ๓๑ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๕๗ ที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติส่งความเห็นมายังสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จำนวน ๔๘ เรื่อง เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๙ นั้น ๑ ใน ๔๘ เรื่องนั้น ก็ได้แจ้งความเห็นของคณะรัฐมนตรี ซึ่งส่งความเห็น ของกระทรวงพลังงานตามหนังสือลงวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๘ ในเรื่องระบบพลังงาน ซึ่งในความเห็นนั้นในประเด็นหัวข้อที่ ๔ ก็มีชื่อเรื่องการพัฒนาศูนย์ข้อมูลกลางด้านพลังงาน ซึ่งคณะรัฐมนตรีและกระทรวงพลังงานมีความเห็นด้วยในหลักการกับข้อเสนอปฏิรูปในการ จัดตั้งสำนักงานข้อมูลพลังงานแห่งชาติ เพื่อบริหารจัดการข้อมูลด้านพลังงาน ท่านสมาชิกครับ ศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติหรือเอ็นอีไอซี (NEIC) นี้จะมีประโยชน์ต่อประเทศในสภาวการณ์ ของสังคมไทยในปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับด้านพลังงานยังขาดความเปึนเอกภาพ ไม่สอดคล้องกัน มีแหล่งที่มาที่หลากหลาย ประกอบกับข้อมูลบางประการที่ได้รับผ่าน สื่อออนไลน์ (Online) โซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่าง ๆ มักเปึนข้อมูลที่คลาดเคลื่อน จากความเปึนจริง เปึนข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ อันเปึ้นที่มาของความขัดแย้งด้านข้อมูล พลังงานในสังคมทําให้ประชาชนเกิดความสับสน คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านพลังงานจึงได้ศึกษาวิเคราะห์และพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้มีการบูรณาการ ข้อมูลด้านพลังงานให้มีความถูกต้องแม่นย้ำ ฉับไว้ ทันสมัย และเพื่อเปึนกลไกของภาครัฐ ในการเชื่อมโยงข้อมูลพลังงานต่าง ๆ ได้อย่างเปึ้นระบบรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ อันจะเปึนประโยชน์ต่อภาครัฐในหลายประการ อาทิ รัฐบาลมีข้อมูลพลังงานที่ถูกต้องในการ วางแผนกำหนดนโยบายด้านพลังงาน รัฐบาลมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ต่อประชาชนและได้รับ ความเชื่อมั่นในข้อมูลจากภาคเอกชน หรือผู้ประกอบการและประชาชนโดยทั่วไปที่ให้ ความสนใจในการติดตามข้อมูลข่าวสารด้านพลังงาน เปึ้นต้น อย่างไรก็ตามการดำเนินการ ดังกล่าวจะต้องอาศัยการบูรณาการของหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกับ ด้านพลังงาน ในเบื้องต้นคณะกรรมการจึงเห็นว่ากระทรวงพลังงานถือเปึนหน่วยงานหลัก ที่ควรจะเปึนหลักในการบูรณาการข้อมูลร่วมกัน
บัดนี้คณะกรรมาธิการได้จัดทำรายงานในเรื่องการพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงาน แห่งชาติ เนชันนัล เอเนอร์จี อินฟอร์เมชัน เซ็นเตอร์ (National Energy Information Center) เสร็จแล้ว จึงขอนำเสนอรายงานดังกล่าวตามสำเนาเอกสารที่ได้วางแจกจ่ายต่อ ท่านสมาชิกต่อหน้าท่านแล้ว เพื่อขอให้ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้กรุณา พิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป
ในลำดับต่อไปกระผมขออนุญาตเรียนเชิญ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง และประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป การบริหารและการกำกับกิจการพลังงานและทรัพยากรป่โตรเลียม และท่าน สปท. เสรี อติภัทธะ กรรมาธิการด้านพลังงานและประธานคณะทำงานพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงาน แห่งชาติ เปึ้นผู้นำเสนอสาระสำคัญของรายงานนี้ต่อที่ประชุมต่อไปด้วย ขอบพระคุณครับ
เชิญท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ในฐานะ กรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงเพิ่มเติมต่อจากที่ท่านประธานกรรมาธิการ ด้านพลังงานได้กรุณากล่าวไปแล้ว สำหรับรายละเอียดเบื้องต้นของรายงาน เรื่อง การพัฒนา ศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ หรือเอ็นอีไอซี (NEIC) นั้น คณะอนุกรรมาธิการได้ตระหนักถึง สภาพปัญหาด้านพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวกับฐานข้อมูลพลังงาน ซึ่งยังไม่มีความเปึนมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนสภาพปัญหาอื่น อีกหลายประการที่ส่งผล กระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อถือของข้อมูล และองค์ความรู้ด้านพลังงานของประเทศ ตัวอย่างที่เรามักจะได้ยินกันก็อย่างเช่นว่า ประเทศไทยมีการใช้พลังงานในราคาที่แพงกว่า ประเทศต่าง ๆ เกือบทั่วโลก โดยผู้ที่เข้าใจผิดอาจจะไม่ได้ดูถึงองค์ประกอบของมาตรการ ด้านภาษีต่าง ๆ หรือว่าประเทศไทยมีปริมาณสํารองของป่โตรเลียมมากเปึนลําดับต้น ๆ ของโลก ยังมีอีกหลายประเด็นที่มีความเข้าใจที่แตกต่างกัน อย่างเช่น มีความเชื่อว่ามีการ ลักลอบขุดเจาะและผลิตป่โตรเลียมกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งก็เปึ้นเหตุที่ทำให้มีความคิด ในการที่จะมองทิศทางในการพัฒนาพลังงานแตกต่างกันออกไป จนกระทั่งมีการแสดงความ ไม่เห็นด้วยกับการที่จะเป่ดสัมปทานในรอบที่ ๒๑ โดยเหตุที่ว่าปัจจุบันน้ำมันราคาก็ถูก ป่โตรเลียมราคาก็ถูก เปึนต้น เมื่อความเข้าใจที่ไม่ตรงกันเปึ้นบ่อเกิดแห่งความคิดความอ่าน ที่แบ่งฝักแบ่งฝ์าย จึงทำให้ทิศทางในการพัฒนาพลังงานของประเทศไม่สามารถดำเนิน ไปได้บนพื้นฐานผลประโยชน์ของประเทศ ดังนั้นเพื่อเปึนการบูรณาการด้านข้อมูลพลังงาน และลดความซับซ้อนของข้อมูล ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้อง มีความแม่นย้ำ และยังเปึนการ เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการใช้ข้อมูลด้านพลังงาน คณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งผมเปึ้นประธานจึงเห็นสมควรให้มีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติขึ้น ในขั้นต้นเรา เสนอให้เปึนหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ หรือที่เรียกว่า เซอร์วิส ดีลิเวอรี ยูนิต (Service Delivery Unit) หรือเอสดียู (SDU) ซึ่งจะง่ายต่อการจัดตั้งแล้วก็รวดเร็ว โดยให้อยู่ในการ กำกับดูแลของกระทรวงพลังงานไปก่อน จากนั้นในช่วงประมาณ ๑ ป้ที่มีการดำเนินการ ก็เริ่มยกร่างพระราชบัญญัติเพื่อจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติเปึนการถาวร โดยอาจจะ ให้แยกตัวออกมาจากกระทรวงพลังงานเพื่อให้มีความเปึนกลางในด้านข้อมูล แล้วก็จะเปึน ประโยชน์แก่ทุกภาคส่วนที่จะสามารถนำข้อมูลด้านพลังงานซึ่งมีความหลากหลาย และเกี่ยวข้องกับกระทรวง ทบวง กรมค่อนข้างมาก ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง เปึ้นรูปธรรมและยั่งยืน อนุกรรมาธิการได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาวิเคราะห์ และทบทวนรายงานการศึกษาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งได้ดำเนินการมาก่อนแล้ว โดยครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ในบริบทของการให้บริการด้านข้อมูลพลังงาน และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนศึกษาถึงแนวทางในการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ ของประเทศต่าง ๆ เพื่อมาวางโครงสร้างการบริหารจัดการข้อมูลพลังงาน รายละเอียด กระผมขออนุญาตให้ท่าน สปท. เสรี อติภัทธะ กรรมาธิการ ในฐานะที่เปึนประธาน คณะทำงานการพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ และที่จริงแล้วในอดีตท่าน เปึ้นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบฐานข้อมูล ระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลของกระทรวง อุตสาหกรรมมาก่อนในระหว่างที่ยังรับราชการอยู่ได้เปึนผู้นำเสนอรายละเอียด และผลการศึกษาในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติเปึนลำดับถัดไปครับผม
เชิญท่านเสรี อติภัทธะ อดีต่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมนะคะ
กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม นายเสรี อติภัทธะ กรรมาธิการ และประธานคณะทำงานการพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงาน แห่งชาติ ผมขอสรุปรายงานการจัดทำเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบดังนี้นะครับ
หลักการและเหตุผล การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ เพื่อเปึนกลไก สำคัญประการหนึ่งของรัฐที่ใช้ในการสื่อสารด้านพลังงาน โดยอาศัยกระบวนการในการ บูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้งหมดอย่างมีมาตรฐานและ มีประสิทธิภาพ ทําให้ลดปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ โดยเสนอกรอบแนวทางเพื่อการปฏิรูป ประเทศด้านพลังงาน ศูนย์ข้อมูลพลังงานจะทำหน้าที่รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล ด้านพลังงานอย่างอิสระ โดยมีการบริหารจัดการข้อมูล การรายงานข้อมูล การเข้าถึงข้อมูล รวมถึงการให้ความรู้แก่ทุกภาคส่วนได้อย่างเปึนระบบและมีมาตรฐานสากล อันจะนำไปสู่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้อย่างเปึนรูปธรรมและยั่งยืน
ในประเด็นต่อมาเปึ้นเรื่องของสภาพปัญหา จากการศึกษาเราได้พบว่า ในปัจจุบันข้อมูลพลังงานไม่มีความเปึนเอกภาพและไม่สอดคล้องกัน สาเหตุหนึ่งจากประเด็นนี้ ได้ศึกษาและพบว่า เนื่องจากข้อมูลในหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทยทั้งหมดจำนวน ๒๙ หน่วยที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงาน ต่างคนต่างทำข้อมูล ต่างคนต่างนำเสนอ ข้อมูลนี้ กระจายกันอยู่โดยทั่วไปนะครับ เสร็จแล้วในหน่วยงานที่รับข้อมูลมาก็ไม่มีการอัปเดต (Update) ก็เอาข้อมูลเก่ามาแถลงบ้าง ส่วนข้อมูลใหม่ก็ไม่ได้ประสานให้ดำเนินการต่อ ดังนั้นเมื่อแถลงออกมาแล้วประชาชนจะขาดความมั่นใจและความเชื่อถือในเรื่องของ โครงสร้างต่าง ๆ ในด้านของข้อมูล แม้กระทั่งกระบวนการของโครงสร้างราคา แหล่งผลิต จำนวนหรือปริมาณสต็อก (Stock) สำรองที่เรามีอยู่ เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับนโยบายการจัดสรร และความมั่นคงด้านพลังงาน ในประเด็นนี้เนื่องจากประเทศไทยเราเองในขณะนี้เรายังไม่มี ฐานข้อมูลด้านพลังงาน เพราะฉะนั้นแล้วนโยบายการจัดสรรด้านความมั่นคง ด้านพลังงานนี้ ยังคงเกิดไม่ได้ เราคงพูดกันอยู่ว่าเรามีอย่างโน้นมีอย่างนี้ มีน้ำมัน มีแก๊สเท่าโน้นเท่านี้ แต่จริง ๆ แล้วผมเรียนเพื่อนสมาชิกเลยนะครับว่าระบบฐานข้อมูลนี้เรายังไม่มี เราได้ ประมาณการคิดกันเฉพาะวันต่อวันเท่านั้นนะครับ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ ข้อมูลด้านพลังงานในภาคอุตสาหกรรมยังไม่มีความทันสมัย ในประเด็นนี้เองจากการศึกษา ได้พบว่าภาคอุตสาหกรรมเราเองเปึนภาคเซกเตอร์ (Sector) ที่ใหญ่ที่สุดในการบริโภค พลังงาน แต่สิ่งหนึ่งเราจะพบอยู่ว่าแม้ภาคอุตสาหกรรมเราเองเราใช้พลังงานหรือ เชื้อเพลิงเท่าไรก็ยังไม่มีใครรู้ นอกเสียจากภาคพลังงานแล้ว ภาคขนส่งก็ดี หรือภาคต่าง ๆ ในภาคเกษตร ซึ่งเดี๋ยวผมจะนำกล่าวในภายหลังว่าเรายังไม่มีตัวเลขที่แท้จริงหรือ ความต้องการใช้งานที่แท้จริงเท่าไร
เปัาหมายและวัตถุประสงค์ในการดำเนินการนะครับ เพื่อเปึนกลไกของรัฐ ที่ใช้ในการสื่อสารด้านพลังงานระหว่างภาครัฐกับประชาชน เพื่อให้ภาคประชาชนสามารถ เข้าถึงข้อมูลพลังงานได้อย่างทัดเทียมกัน เปึนการบูรณาการข้อมูลด้านพลังงานของภาครัฐ ที่มีความเชื่อมโยงจากหลายหน่วยงานให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน และประเด็นที่สำคัญเพื่อลด การซ้ำซ้อนของข้อมูล ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องแม่นย้ำ และน่าเชื่อถือได้ อีกทั้งเปึนการเพิ่ม ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของข้อมูลด้านพลังงานทดแทน อันเปึนพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ การพัฒนาพลังงานทดแทนให้มีผลสัมฤทธิ์ตามเปัาหมาย ในประเด็นนี้นะครับ ผมเรียนเพื่อนสมาชิกว่าในป้ ๒๕๗๐ ที่ประเทศเราได้กำหนดนโยบายว่าการใช้พลังงาน ทดแทน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในวันนี้นะครับเรายังไม่มี เพราะฉะนั้นตัวฐานข้อมูลที่จะดําเนินการ ต่อไปนี้ เพื่อให้ทันในข้างหน้า ท่านลองนึกภาพนะครับว่าถ้าเราลดพลังงานหลักที่เรียกว่า พลังงานฟอสซิล (Fossil) ๑ หรือ ๒ เปอร์เซ็นต์มันจะไปกระทบอะไรบ้าง ซึ่งเดี๋ยวผมจะ นําเรียนในภายหลังนะครับ
สุดท้ายนะครับ ภาครัฐจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องเปึนปัจจุบัน นําไปวิเคราะห์หรือ ประยุกต์ในการกําหนดนโยบายด้านพลังงานได้ ในการวิเคราะห์วิธีการในการปฏิรูปของเราเอง ของคณะทำงานเรา เราได้จัดการโดยได้พบว่าสิ่งที่สำคัญคือให้มีศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ โดยตั้งเปึนหน่วยงานบริการในรูปแบบพิเศษ หรือที่เราเรียกว่า เอสดียู (SDU) เซอร์วิส ดีลิเวอรี ยูนิต (Service Delivery Unit) ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงพลังงานก่อน นะครับ ผมใช้คำว่าก่อน แล้วหลังจากนั้นเราก็จะพัฒนาเปึ้นศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ ท่านสมาชิกครับ ในการจัดตั้งเปึ้นเอสดียู (SDU) วันนี้ผมขอนำเรียนตรงนี้ว่าจริง ๆ แล้ว ก็มีหน่วยงานไม่มากที่ได้เคยดำเนินการเรื่องของการจัดตั้งเอสดียู (SDU) เปึนหน่วยงานอิสระ แต่ว่าไม่ได้เปึนนิติบุคคล แต่ยังอยู่ภายใต้หน่วยงานที่นำเสนอโดยกระบวนการและขั้นตอน อันนี้ก็เพียงแต่นำเสนอเข้า ครม. ให้ความเห็นชอบแล้วก็ดำเนินการ ซึ่งองค์กรนี้ไม่ได้ เปึนนิติบุคคลนะครับ ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่นำเสนอ ซึ่งประเด็นนัยแรก ที่ท่านประธานเลิศรัตน์ได้กล่าวไปแล้วนะครับ เพราะว่าเราจะดำเนินการอันนี้เปึนการชั่วคราวก่อนเพื่อให้เกิดความคล่องตัว จากนั้นแล้ว เราก็พัฒนาเปึนศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ ในขณะที่ดำเนินการพัฒนาศูนย์ข้อมูลแห่งชาตินี้ ก็จะต้องมีการออกกฎหมายหรือประกาศเปึนกฎกระทรวงต่อไป ประกาศพระราชกฤษฎีกา ในการจัดทำระบบข้อมูลด้านพลังงานประเทศไทย วิธีการนี้เราได้พบว่าปัจจุบันเรามีทั้งหมด ๒๙ หน่วยงาน ท่านทราบไหมครับว่า ๒๙ หน่วยงานอันนี้มาจากหน่วยงานใดบ้าง จริง ๆ แล้ว ในแนวคิดตอนที่เราศึกษาอันนี้เราเริ่มตั้งแต่ต้นทางนะครับ ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ แหล่งพลังงานจนถึงผู้ใช้ แล้วก็มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึ้นกรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม เยอะแยะเลยครับหน่วยงานซึ่งในรายละเอียด กรมควบคุมมลพิษ หรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งเปึนซอร์ซ (Source) ของดาต้า (Data) ทั้งหลายเราได้ คอลเล็กต์ (Collect) ได้รวบรวมเข้ามาเปึนศูนย์กลางทั้งหมด ซึ่งเดี๋ยวผมจะนำเสนอนะครับ หลังจากนั้นแล้วเราก็ได้ศึกษาเรื่องระบบข้อมูลเบื้องต้น การจัดทำศูนย์ข้อมูลอันนี้ ในต่างประเทศนะครับ ไม่ว่าจะเปึนสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ์น และมาเลเซีย เราเอาหลักการวิธีการ ของต่างประเทศมาศึกษาดูนะครับ เมื่อศึกษาจากในระบบต่างประเทศแล้วก็กลับมาที่ ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง เราจะพบอยู่อย่างหนึ่งว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในด้านข้อมูล ในขณะนี้มีอยู่ทั้งหมด ๑๕ ฉบับ โดย ๑๕ ฉบับนี้ไม่ว่าจะเปึ้นพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมัน เชื้อเพลิง ป่โตรเลียม ควบคุมอาคาร พระราชบัญญัติโรงงานอ้อยและน้ำตาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ที่ผมกล่าวมาแล้วมันเกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งนั้น และในกฎหมายแต่ละฉบับก็จะมีไครที่เรีย (Criteria) มีจุดแต่ละจุดซึ่งจะมีความแตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตามผมเรียนนิดหนึ่งว่า โดยกฎหมายทุกฉบับแล้วก็ไม่ได้มีข้อห้ามหรือข้ออะไรต่าง ๆ ในเกี่ยวกับเรื่องของการทำงาน ด้านฐานข้อมูลนะครับ จากการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราได้ศึกษาในระบบ ในต่างประเทศแล้วฉบับจุดดีและจุดเด่นเพื่อให้เปึ้นไปตามวัตถุประสงค์เราฉบับหนึ่ง คือพบว่าในฉบับของสหรัฐอเมริกา หรือเราเรียกว่ายูเอสอีไอเอ (US-EIA) อันนี้ เราได้ พิจารณาแล้วเห็นว่าฉบับนี้น่าจะเปึ้นดีที่สุดแล้วเหมาะที่สุดสําหรับในประเทศไทย เพราะว่า ดังที่กล่าวแล้วว่าความเปึนอิสระของศูนย์ข้อมูล เพราะฉะนั้นในมาเลเซียเอง ในไต้หวันเอง โดยกฎหมายหรือในญี่ปุ์นเองศูนย์ข้อมูลอันนี้ยังอยู่ภายใต้รัฐบาล อยู่ภายใต้การกํากับของรัฐ แต่ในของอเมริกาเองอันนี้เปึนศูนย์อิสระมีกฎหมายและมีระเบียบของตัวเองอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นในการดําเนินการของศูนย์อันนี้ค่อนข้างจะเปึ้นอิสระ ซึ่งตรงกับสิ่งที่เราต้องการ แล้วตรงกับปัญหา เราจะแก้ปัญหาที่มันเกิดมาเนื่องจากประชาชนไม่เชื่อข้อมูลในภาครัฐ วันนี้ถ้าสมมุติว่าหน่วยงานนี้ยังเปึนภายใต้สังกัดรัฐ เราพูดอย่างไรก็ตามประชาชนก็คงยัง ไม่เชื่อ อันนี้ผมขออนุญาตนำเรียนตรงนี้ว่าเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดและแนวทาง การแก้ปัญหาหน่วยงานนี้จำเปึนต้องเปึนอิสระ หลังจากที่ได้ศึกษาแล้วนะครับ คณะทำงาน เราเองก็ได้กําหนดยุทธศาสตร์ในการดําเนินการ ยุทธศาสตร์ที่ดําเนินการนั้นได้กําหนดไว้ ๔ ยุทธศาสตร์
ยุทธศาสตร์แรกคือต้องพัฒนาข้อมูลให้มีความทันสมัย หมายความว่าอย่างไร หมายความว่า ๒๙ หน่วยงานที่เรามีอยู่ ทุกหน่วยงานก็จะเก็บข้อมูลของตัวเองอยู่ มาตรฐาน การเก็บก็ดี การอัปเดต (Update) ก็ดี ก็ไม่ตรงกันนะครับ อันนี้ผมได้กําหนดยุทธศาสตร์ว่า ทุกหน่วยงานจะต้องพัฒนาข้อมูลให้มีความทันสมัย
ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ก็พัฒนาโปรแกรมระบบงานฐานข้อมูลและฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) กลับไปดูในแต่ละหน่วยว่าส่วนของแบ็กเอนด์ (Backend) ส่วนของแบ็กออฟฟ่ศ (Back Office) ต่าง ๆ มีพร้อมหรือยัง อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ต่าง ๆ มีพร้อมหรือยัง อันนี้ทุกหน่วยงานก็รับไปดำเนินการทั้งหมดทั้ง ๒๙ หน่วยงานนี้ หลังจากที่พัฒนาซอฟต์แวร์ (Software) เสร็จแล้วในส่วนของตัวเอง นะครับ
ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ จะมากำหนดพัฒนาโปรแกรมระบบงานเชื่อมโยง เครือข่าย ซึ่งหมายความว่าทุก ๆ หน่วยงานก็จะต้องมีการเชื่อมโยงเครือข่าย โดยในการเชื่อมโยงเครือข่ายอันนี้เราก็จะให้กระทรวงพลังงานเปึนพี่เลี้ยงก่อน เปึนศูนย์กลาง ในการเชื่อมโยงในครั้งนี้ ซึ่งผมเรียนตรงนี้นิดหนึ่งว่ามั่นคงไม่มีใครรู้เรื่องข้อมูลพลังงานดีกว่า กระทรวงพลังงาน แต่ว่าเราคงจะต้องให้กระทรวงพลังงานเปึนพี่เลี้ยงในเบื้องต้นนี้ก่อน นะครับ ดังนั้นโฮสต์ (Host) จริง ๆ โฮสติง (Hosting) เราจะวางไว้ที่กระทรวงพลังงานในช่วง ที่เปึนเอสดียู (SDU) ครั้งแรก หลังจากที่เชื่อมโยงระบบเครือข่ายแล้วก็จะทำงานด้าน ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ควบคู่กันไป
ทั้ง ๔ ยุทธศาสตร์นี้ผมได้ใส่มือย้อนกลับไปกับจำนวนหน่วยงานต่าง ๆ ๒๙ หน่วยที่เราได้จัดประชุมสัมมนากัน เราได้มีการหารือแลกเปลี่ยนวิชาการ เราได้มีการ ประชุมทั้งหมด ๑๙ ครั้งในการดําเนินการจัดสร้างระบบอันนี้นะครับ และทุกคนก็รับ การบ้านวางวิ่งตามยุทธศาสตร์ต่าง ๆ อันนี้ไป หลังจากที่กําหนดยุทธศาสตร์แล้วนะครับ ผมเองและทีมงานก็ได้จัดโครงสร้างของฐานข้อมูล ท่านสมาชิกท่านลองพิจารณาดูนะครับว่า ลักษณะของข้อมูลใน ๒๙ หน่วยงาน ๒๙ องค์กรนี้ความแตกต่างไม่มี ความแตกต่าง คือจะเกี่ยวข้องกันก็ตั้งแต่ที่ผมเรียนแล้วว่าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพราะฉะนั้น บางหน่วยงาน อย่างเช่นในเรื่องของกรมควบคุมมลพิษเราจะพูดถึงเรื่องขยะ แต่อีกขณะหนึ่ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่เข้ามาเปึ้นหนึ่งในปาร์ตี้ (Party) อันนี้ ซึ่งเราจะใช้ตัวแวต่ไอดี (VAT ID) ๑๓ หลักเปึ้นตัวเชื่อมโยงของนิติบุคคลต่าง ๆ ก็เปึ้นข้อมูลอีกมิติหนึ่ง ในส่วนของ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเปึ้นทั้งผู้ผลิต เปึนทั้งผู้ใช้พลังงานและเปึ้นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้นี่ ก็จะเปึนมิติอีกมิติหนึ่ง ดังนั้นเรากำหนดโครงสร้างออกมาได้ ๕ รูปแบบ อันดับแรกคือเปึน เรื่องของแหล่งพลังงาน ผมยกตัวอย่างเช่น แหล่งพลังงานจำนวนวันนี้ถ้าถามว่าตัวโซลาร์ ฟาร์ม (Solar Farm) ทั้งหมดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน คนที่รู้ดีก็น่าจะอยู่ที่กรมโรงงาน อุตสาหกรรม ไม่ได้อยู่ที่กระทรวงพลังงาน เพราะว่าเวลาเข้ามาขออนุญาตแล้วนี่เขาต้องไป ขออนุญาตที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อน เพราะฉะนั้นกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะมีข้อมูล ลักษณะนี้นะครับ หรือหลุมขุดเจาะแก๊สสมัยก่อนก็อยู่ที่กรมทรัพยากรธรณีนะครับ เราจะเห็นว่าข้อมูลตรงนี้กระจายไปตลอดนะครับ แม้กระทั่งบ่อน้ำมันต่าง ๆ ที่ กรมทรัพยากร รวมทั้งกรมอุตสาหกรรมทหารที่อยู่ที่เชียงใหม่ อันนี้ก็จะมีข้อมูลเหล่านี้ เข้ามาเปึนหนึ่งในคลัสเตอร์ (Cluster) ของเรา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เปึนหนึ่งในคลัสเตอร์ (Cluster) หนึ่งในลักษณะของดาต้า (Data) ที่เราจะมาวางไว้ว่าเราได้คลี่แล้วโบลว์ (Blow) ทั้งหมดแล้วนี่ที่ผมนำเรียนว่า ๒๙ หน่วย หรือ ๑๒ กระทรวง อันนี้ก็จะอยู่ในกลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) ของดาต้า (Data) เชื่อมโยง
มิติที่ ๓ เรื่องของความต้องการใช้พลังงาน ความต้องการใช้พลังงานอันนี้ เรามองไปที่เอนด์ยูเซอร์ (End user) เราได้มีการแตกแยกออกมาเปึน ๖-๗ ส่วน ไม่ว่า โดยแต่ละภาคแต่ละเซกเตอร์ (Sector) ไม่ว่าภาคประมง ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคบริการ หรือภาคครัวเรือน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมีข้อมูลทั้งหมด กระบวนต่อมา เปึนวิธีการดำเนินการ ซึ่งเปึนเรื่องของกระบวนการการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ อันนี้ ผมก็ได้มีกำหนดขอบเขตและการดำเนินการไว้ และสุดท้ายเปึนข้อกฎหมายระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง จาก ๖ เรื่องอันนี้เมื่อเรามาดรอว์ (Draw) เปึนภาพออกมาเราจะเห็นภาพหนึ่งว่า เปึ้นแนวคิดของโครงสร้างพื้นฐานนี่นะครับ เปึนศูนย์กลางฐานข้อมูล ผมขออนุญาต นำเรียนในช่องสีเหลืองก่อนนะครับว่าเรื่องของแหล่งพลังงาน เราตกผลึกกันเรียบร้อยแล้วว่า ในประเทศไทยเรื่องของพลังงานหลักเรายังใช้ฟอสซิล (Fossil) เรากำหนดเปึนพลังงานหลัก ซึ่งพลังงานหลักอันนี้ในแต่ละประเทศก็จะไม่เหมือนกัน อย่างในนอร์เวย์เองเขาก็ใช้ พลังงานน้ำเปึนพลังงานหลัก ส่วนพลังงานอย่างอื่นก็จะเปึนพลังงานทดแทน แต่ประเทศไทย เราเองไม่ว่าจะเปึนส่วนที่มาจากฟอสซิล (Fossil) ถ่านหินก็ดี แก๊สธรรมชาติ น้ำมัน หรือแม้กระทั่งน้ํามันที่เรานําเข้ามา สิ่งเหล่านี้เปึนพลังงานหลักที่มาประเทศไทย ในส่วนของพลังงานทดแทนในเรื่องของไบโอแมส (Biomass) ก็หมายถึงเศษวัชพืช หรือวัชพืชต่าง ๆ ที่เรามาอัดเปึนแท่งแล้วก็ใส่เข้าเต่านะครับ เรื่องของตัวโซลาร์ (Solar) แสงอาทิตย์ น้ำ ลม ไบโอแก๊ส (Biogas) ขยะ แม้กระทั่งเปึนตัวไบโอฟูเอล (Biofuel) สิ่งเหล่านี้เราให้เปึ้นพลังงานทดแทน ผมเรียนท่านนะครับ อย่างที่ผมกล่าวแล้วว่าในป้ ๒๕๗๐ ที่เราจะใช้พลังงานหลัก ๗๐ พลังงานทดแทน ๓๐ ในวันนี้ถ้าสมมุติว่าฐานข้อมูลนี่ไม่มี ผมลดพลังงานหลักลง ๑ หรือ ๒ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ก็ดี ผมจะเรียนถามว่า แล้วพลังงานทดแทนจะไปอยู่ตรงไหน ภาพนี้ถ้าไม่มีระบบฐานข้อมูล ผมเรียนท่านเลยว่า ภาพการที่เราจะเข้าสู่ ๓๐ ๗๐ อันนี้มั่นคงเกิดได้ยากและเกิดได้ลำบากนะครับ ในส่วนของ ไบโอแมส (Biomass) ก็ดี โซลาร์ (Solar) ก็ดี น้ำก็ดี ลมก็ดี สิ่งเหล่านี้วันนี้เรามีฐานข้อมูล ซึ่งกระจายอยู่ เราก็จะนำหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีฐานข้อมูล อันนี้น้ำข้อมูลนี่เข้ามาสู่ศูนย์กลาง ของฐานข้อมูล ในภาพล่างต่อมาท่านจะเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ๒๙ หน่วยงาน ๑๒ กระทรวง อันนี้ ซึ่งแต่ละหน่วยไม่ว่าจะกรมชลประทาน กรมควบคุมมลพิษหรืออะไรต่าง ๆ ก็ดี จะเปึนแหล่งของข้อมูลทั้งหมด ซึ่งแหล่งของข้อมูลอันนี้นะครับ แบบที่ผมนำเรียนว่า เราได้มีการประชุมกัน ๑๙ ครั้ง ทุก ๆ หน่วยงานยืนยันว่ามีข้อมูลอยู่ในมือแล้ว แต่บางราย หรือบางหน่วยงานอาจจะยังไม่อัปเดต (Update) ก็ให้ไปทำอัปเดต (Update) ตรงนี้เสีย นะครับ มามิติของความต้องการใช้พลังงานอันนี้ ซึ่งเปึนประเด็นของบ้านเรา ผมเรียนนิดหนึ่งว่า ผมแยกออกมาเปึนมิติของภาคขนส่ง ภาคบริการ ภาครัฐ ครัวเรือน อุตสาหกรรม ประมง เกษตรเมื่อหลายป้ก่อน ผมขออนุญาตนำเรียนนิดหนึ่งเมื่อหลายป้ก่อน เราจะเห็นว่าทุกครั้ง ที่น้ำมันขึ้นราคา ภาคประมงหยุด ผมจะถามในวันนั้นว่า และรู้ไหมว่าภาคประมงใช้เชื้อเพลิง เท่าไร ก็ได้แต่คาดกันว่าเท่านั้น ได้คาดกันว่าเท่านี้ และจริง ๆ แล้วผมเรียนได้ว่าวันนี้ ก็ไม่มีตัวเลข สิ่งหนึ่งที่เราจะดำเนินการจัดสร้างในครั้งนี้ไม่ว่าภาคประมงก็ดี ภาคขนส่งก็ดี มันจะต้องสร้างตัวเลขขึ้นมาหรือทำตัวเลขขึ้นมา ซึ่งจากการสร้างตัวเลขหรือทำตัวเลขอันนี้ ผมเรียนเพื่อนสมาชิกเลยนะครับว่า คงจะต้องไปสร้างโมเดล (Model) ดู ผมยกตัวอย่างเช่น ในภาคประมงคนที่รู้เรื่องเรือประมงก็คือกรมเจ้าท่า เราก็เอาเรือที่ขึ้นทะเบียนกรมเจ้าท่ามา เรือประมงบ้านเรามีกี่ลำ ไปศึกษา ไปเก็บข้อมูลและไปทำแมป (Map) ทำอะนาลิซิส (Analysis) สร้างแม่ปโมเดล (Map Model) ขึ้นมาว่าเรือประมงต่อลำแล้วเขาใช้เชื้อเพลิง เท่าไร อันนี้ก็จะรู้ตัวเลขเลา ๆ นะครับ แต่ว่าผมเรียนเพื่อนสมาชิกแล้วว่าวันนี้ยังไม่มี การศึกษา แต่เมื่อเราเริ่มศึกษาอันนี้อาจจะมีโมเดล (Model) อื่นที่ดีกว่านี้ก็ไปว่ากัน ดังนั้น เมื่อมันเกิดปัญหาในอดีตที่ผ่านมาเราไม่รู้ถึงความต้องการใช้ที่แท้จริง รัฐก็จ่ายเข้าไป สนับสนุนเข้าไป ในขณะเดียวกันภาคขนส่งเองก็ดี ภาคขนส่งเองถามว่าเรามีรถยนต์กี่คัน ใช้เชื้อเพลิงเท่าไร ผมเรียนท่านเลยครับ ไม่ทราบเลยครับ ก็คงจะต้องทำในลักษณะเดียวกัน นั่นละครับ
ส่วนในภาคบริการ ภาครัฐ ภาคครัวเรือน อันนี้การไฟฟัาภูมิภาคก็ดีรวมทั้ง ฝ์ายผลิตด้วย การไฟฟัานครหลวงก็ดี บิล (Bill) ทุกบิล (Bill) ใบเสร็จทุกใบเสร็จที่ส่งให้กับ ตามบ้านเขาจะมีแท็ก (Tag) แจ้งเลยครับ อันนี้เปึนภาคครัวเรือน อันนี้เปึนภาคบริการ ซึ่งเราสามารถที่จะคอลเล็กต์ (Collect) เอามารวมกัน เอาดาต้าเบส (Database) ของการไฟฟัา ภูมิภาค การไฟฟั้านครหลวงเอามามองเห็นภาพว่าภาคครัวเรือนใช้เท่าไร แต่ว่าก่อนที่จะเกิด เหตุการณ์อันนี้ ก่อนที่เราจะจัดสร้างฐานข้อมูลอันนี้ ๒ หน่วยงานเขาไม่ได้คุยกัน เขาไม่ได้ มารวมด้วยกัน ต่างคนก็ต่างอยู่ ต่างคนก็ต่างบริหาร ส่วนในวิธีการดําเนินการนะครับ อันนี้ ก็เปึนโพรเซส (Process) ซึ่งวันนี้เราก็ได้เดินมาแล้วจนถึงกระบวนการเกือบสุดท้ายแล้ว มอบหมายแต่ละหน่วยงานไปดำเนินการ เรามาดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและระเบียบ อันนี้ ก็คงจะไม่เปึนประเด็นเพราะว่าแบบที่ได้นําเรียนที่แรกแล้วนะครับว่า หลังจากที่เราจบ เรื่องนี้แล้ว สุดท้ายเมื่อเราตั้งเปึนเอสดียู (SDU) อย่างไร ๆ การร่างพระราชกฤษฎีกาก็ดี หรือร่างเปึน พ.ร.บ. ก็ดีนี่จะต้องออกมาครอบคลุมให้หน่วยงานศูนย์ข้อมูลอันนี้เปึน หน่วยงานอิสระให้ได้นะครับ ทำงานอย่างอิสระ
ประเด็นต่อมานะครับ เรื่องประเด็นต่อมาที่ผมอยากจะนํากล่าวนี้ ก็เปึน เรื่องของวิธีการปฏิรูปนะครับ จริง ๆ แล้วในแนวทางการดําเนินการอันนี้ผมต้องการ เปึ้นศูนย์กลางข้อมูลสถิติด้านพลังงานเปึนแบบวัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) ซึ่งหมายความว่าอันนี้คงจะต้องให้บริการ ทั้งลูกค้าที่เปึนประชาชน ลูกค้าหรือหน่วยงาน ที่เปึนภาครัฐ แต่ในเลเวล (Level) ของการให้บริการอาจจะต่างกัน เนื่องจากเราอาจจะต้อง ทำตัวออเทน (Authen) ในทางเทคนิค อาจจะตั้งลิมิต (Limit) ว่าภาคประชาชนและสิ่งที่ รัฐบาลจะเผยแพร่ออกไปได้หรือตามกฎหมายแล้วได้แค่ไหนอย่างไรก็ตามนะครับ เรื่องของ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ผู้ปฏิบัตินี่คงจะต้องอยู่ภายใต้กรอบอันนั้น แต่คงจะเกินเลย ไปไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันอีกมิติหนึ่งมันเปึนการลดการซ้ำซ้อนของภาครัฐในการเรียกขอ ข้อมูลกันได้ ไม่จำเปึนว่าหลังจากที่น้ำมันเข้ามาจากผ่านเกตเวย์ (Gateway) ที่ศุลกากรแล้ว กรมสรรพสามิตจะต้องไปขอตัวเลขอีกครั้งหนึ่งมันไม่จำเปึนแล้วครับ ผ่านแชนเนล (Channel) ทางนี้ซึ่งได้ออกแบบไว้ได้อยู่แล้วเปึนการแลกเปลี่ยนข้อมูลนะครับ
ในขณะเดียวกันจัดทำแบบจำลองสถานการณ์ด้านเอเนอร์จี (Energy) อันนี้ ก็จะเปึนแบบเราจะทําจําลองกันไว้นะครับว่า เวลาเกิดเวิสต์เคส (Worst case) เปึนอย่างไร อะไรต่าง ๆ อันนี้ ศูนย์ข้อมูลอันนี้ก็คงจะต้องดำเนินการนะครับ มีการพัฒนาศักยภาพ พัฒนากลไกที่ทำให้ข้อมูลเกี่ยวข้องกับการวางแผนพลังงานถูกเผยแพร่อย่างสม่ำเสมอ อันนี้ก็คงเปึนลักษณะของรีพอร์ต (Report) อันนี้ที่จะวางไว้และพัฒนาปรับปรุงให้ระบบ ข้อมูลสารสนเทศด้านพลังงานมีความทันสมัยอยู่เสมอ ผมเรียนนิดหนึ่งในประเด็นนี้ ในการเชื่อมโยงของหน่วยงานต่าง ๆ เราทำในลักษณะที่เปึนเรียลไทม์ (Real time) เปึ้นเรียลไทม์ (Real time) หมายความว่าเมื่อหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดรับข้อมูลมาแล้ว ก็จะต้องส่งชิฟต์ทู (Shift to) มาที่ศูนย์ข้อมูลอันนี้ทันทีทันใด อันนี้ก็เปึนการอัปเดต (Update) ฐานข้อมูลตลอด
ในประเด็นต่อมาในวิธีการปฏิรูปเราเองได้มีการวางเปัาหมาย วิสัยทัศน์และ พันธกิจเอาไว้ เรื่องของเปัาหมาย วิสัยทัศน์และพันธกิจอันนี้เพื่อให้การดำเนินการในโครงสร้าง ของศูนย์ข้อมูลในเบื้องต้นดำเนินการได้ก็คงจะมีการกำหนดไว้ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม เมื่อศูนย์ ข้อมูลอันนี้เกิด ผู้บริหารองค์กรใหม่หรือบอร์ด (Board) อาจจะเปลี่ยนเรื่องของเปัาหมายได้ วิสัยทัศน์และพันธกิจเปลี่ยนไปมาได้ อันนี้ก็คงจะไม่เปึนประเด็น สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้พวกเรา ดูสักนิดหนึ่งคือการเชื่อมโยงเครือข่ายนะครับ ในส่วนของการเชื่อมโยงเครือข่าย ท่านเห็นว่า ศูนย์ฐานข้อมูลกลางด้านพลังงานจะอยู่ตรงกลางนะครับ เราจะเชื่อมโยงโดยใช้เว็บเซอร์วิส (Web Service) ซึ่งภายใต้เว็บเซอร์วิส (Web Service) อันนี้ในศัพท์ทางเทคนิคเราก็จะมี การเขียนเปึนเอกซ์เอ็มแอล (XML) ใช้เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาที่ศูนย์กลาง เพราะฉะนั้นข้อมูลจะแลกเปลี่ยนได้ตลอดเวลาระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงานก็ผ่านได้ สิ่งนี้นะครับผมเรียนนิดหนึ่งว่า ในระหว่างที่ดำเนินการกระทรวงไอซีที (ICT) ก็เปึ้นหนึ่งใน คลัสเตอร์ (Cluster) ที่เข้ามาร่วมงานก็ได้เปึนสปอนเซอร์ (Sponsor) ในการให้เครือข่าย โดยผ่านสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์หรือเขาเรียกว่า อีจีเอ (EGA) นี้ครับ ก็ให้บริการด้าน เครือข่ายโดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งหมายความว่าต่อ ๆ ไปหลังจากรัน (Run) แล้ว อันนี้เราจะไม่มี การเสียค่าเครือข่าย และในขณะเดียวกันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็ได้อนุเคราะห์เรื่องของการ ให้แวต่ไอดี (VAT ID) ๑๓ หลัก ซึ่งมันเปึ้นตัวคีย์ (Key) เปึ้นไพรมารีคีย์ (Primary key) ในการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกันทั้งหมด อันนี้จากการบูรณาการลักษณะอย่างนี้ ผมเรียนได้ว่าจากประสบการณ์ที่ทำงานมาก็ยังไม่เจอนะครับ ในบ้านเราก็เปึ้นมิติแรก ครั้งแรกที่เราคงได้เจออันนี้ จำนวนฟ่ลด์ (Field) ทั้งหมด ๒๙ หน่วยงานซึ่งไม่ซ้ำนะครับ ก็เปึนประมาณ ๘๐ ฟ่ลด์ (Field) ๘๐ ฟ่ลด์ (Field) คอมไบเนชัน (Combination) ของ ๘๐ ฟ่ลด์ (Field) ซึ่งเราอยากจะเรียนรู้อะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับพลังงาน อันนี้ผมเรียนได้ว่า มันเปึ้นเรื่องของเบื้องต้น ต่อมาไม่ว่าหน่วยงานใดหรือภาครัฐหรือศูนย์เองต้องการอะไร เราสามารถที่จะแอดอัป ด้าต้า (Add up Delta) เข้าไปได้ โดยใช้แชนเนล (Channel) ผ่าน เว็บเซอร์วิส (Web Service) อันนี้ ผมยกตัวอย่างทางด้านบนนะครับ ที่ตั้งโรงงานผลิตไฟฟัา ประเทศไทยอยู่ที่ไหน อัตราการผลิตไฟฟัาทั้งหมดในประเทศไทยอย่างไร คําว่า ผลิตไฟฟัาทั้งหมดในประเทศไม่ได้หมายความว่าอยู่ที่อีแกต (EGAT) อันเดียวแล้วต่อไปนี้ มันก็อยู่ที่พลังงานทดแทนด้วย จากกรมโรงงานก็ดีก็จะวิ่งเข้าสู่แชนเนล (Channel) นี้ทั้งหมด เชื้อเพลิงธรรมชาติที่มีในประเทศไทยทั้งหมดอยู่ตรงไหนปริมาณเชื้อเพลิง คอมไบเนชัน (Combination) ๘๐ คอมไบเนชัน (Combination) อันนี้คูณออกมาแล้วมันมหาศาล นะครับ ตัวอย่างในวันนี้หรือในภายภาคหน้าถ้าหน่วยงานใดต้องการข้อมูลเพิ่มก็ไปเขียนแอด ฮอก (Ad hoc) เอาได้ หรืออยากจะเพิ่มในฟ่ลด์ (Field) แล้วก็ไปครีเอตฟ่ลด์ (Create Field) แล้วก็เพิ่มตัวเชื่อมโยงได้นะครับ
ในประเด็นต่อมานะครับ วิธีการปฏิรูปคือในการพูดถึงองค์กรแล้ว กระผม เรียนนิดหนึ่งว่าจริง ๆ องค์กรที่จะสร้างขึ้นมานี้สตาฟ (Staff) ก็เปึนกะทัดรัดนะครับ มีอยู่ ๔ ส่วน คือไม่ว่าจะเปึนธุรการ ฝ์ายพัฒนาโปรแกรม ฝ์ายซ่อมบำรุง และฝ์ายสุดท้ายคือ วิเคราะห์และวิจัย ซึ่งตรงนี้จะเปึนคีย์ (Key) ตรงที่ว่าข้อมูลที่มีอยู่เราจะไปเล่นกับมัน ได้อย่างไร อันนี้ก็จะเปึนหน่วยงาน อย่างน้อย ๆ เปึนองค์กรที่กระชับ ผมไม่ได้ดีไซน์ (Design) องค์กรนี้ไว้อย่างใหญ่โตมโหฬาร ระยะเวลานะครับ ในการกำหนดระยะเวลา การปฏิรูปในระยะแรกเราใช้เวลา ๑๒ เดือน ๑๒ เดือนแรกอันนี้นะครับก็คงจะเปึ้นเรื่องของ ที่เตรียมจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์พัฒนาซอฟต์แวร์ (Software) จัดหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) แล้วพร้อมที่จะจัดตั้งเปึนเอสดียู (SDU) ในเฟสที่ ๒ ต่อมานะครับ และป้ที่ ๒ ต่อมาเราก็เริ่มรัน (Run) ได้แล้ว เพราะฉะนั้นเอสดียู (SDU) ก็ยังคงอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีการจัดทำยกร่าง พ.ร.บ. ออกไปแล้วนะครับ โดยกำหนดไทม์เฟรม (Time frame) ดังในรูปที่ปรากฏนี่นะครับว่า มีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาในป้แรกนะครับ จัดซื้อจัดจ้าง และจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วก็พร้อมกับทำเอสดียู (SDU) ส่วนในป้ที่ ๒ ก็จัดทำร่างกฎหมาย แล้วก็เป่ดให้บริการข้อมูล เพราะฉะนั้นเห็นภาพว่าในป้ที่ ๒ เราก็ให้บริการได้แล้ว ในป้ที่ ๓ ก็เช่นกันนะครับ เสนอกฎหมาย ระหว่างที่รอเสนอกฎหมาย เพราะเราคาดว่ากฎหมายที่จะ ผ่านสภาจะใช้เวลาสัก ๒ ป้กว่า แต่ว่าเราก็เป่ดให้บริการ ในขณะนั้นสถานะยังเปึนเอสดียู (SDU) ส่วนในป้ที่ ๔ เราก็จะให้บริการเต็มรูปแบบซึ่งประมาณว่าเมื่อ พ.ร.บ. ผ่านนะครับ
ในส่วนของกรอบงบประมาณ เรื่องของกรอบงบประมาณ แหล่งที่มาของ งบประมาณจริง ๆ แล้วงบประมาณที่เราจะใช้ก็มาจาก ๒ ส่วนนะครับ ส่วนหนึ่งก็คงจะมาจาก งบประมาณแผ่นดิน อีกส่วนหนึ่งก็คงจะมาจากงบสนับสนุนจาก ๒ แหล่งก็คือ แหล่งหนึ่ง ก็คือจากคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน และอีกส่วนหนึ่งจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน คณะกรรมาธิการเราเอง ได้กําหนดเฟรม (Frame) เรื่องของตีกรอบงบประมาณไว้เปึนป้งบประมาณดังต่อไปนี้นะครับ ในป้แรกที่เราเริ่มดำเนินการ ๒๙ หน่วยงาน คงจะต้องใช้งบจากงบประมาณแผ่นดินนะครับ เราใช้วงเงิน ๘๗ ล้านบาทในการจัดซื้อเปึนงบตั้งต้น ผมขออนุญาตใช้คำว่า เปึนงบตั้งต้น เพราะว่าการสร้างระบบไอซีที (ICT) แล้วมันต้องใช้เงินครับ ไม่ว่าเปึ้นเรื่องอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) ลิขสิทธิ์ และมีหลาย ๆ หน่วยก็ดีเวลอป์ (Develop) เอง และพัฒนาเองนะครับ อันนี้ไม่ครบ พัฒนาเองหมายความว่าไม่ได้ใช้งบประมาณนะครับ เฉพาะหน่วยงานที่ขีดความสามารถหรือศักยภาพยังไปไม่ถึงนะครับ ในป้ที่ ๒ เราก็ใช้ งบประมาณนิดเดียวเองครับ งบ ๒๐ ล้านบาทเปึนงบดำเนินการ และป้ที่ ๓ ก็ใช้งบประมาณ ๓๐ ล้านบาท เปึนงบดำเนินการทั่วไป อันนี้ก็เปึนงบประมาณใน ๓ ป้ที่เราจะวิ่ง ทั้งหมด เราใช้ ๑๓๗ ล้านบาท จากตัวกรอบงบประมาณ แบบที่นำเรียนแต่ต้นแล้วครับว่าเราได้แบ่ง ยุทธศาสตร์ออกมาเปึน ๔ ยุทธศาสตร์ ถ้าเราแบ่งตัวกรอบงบประมาณเปึนตามยุทธศาสตร์ แล้วก็ได้เปึนอย่างที่เห็นในภาพนะครับ พัฒนาข้อมูลให้มีความทันสมัยใช้ ๑๒ ล้านบาท โปรแกรมระบบงาน ๕๙ ล้านบาท โปรแกรมเชื่อมโยง ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท และ ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งงบ ๑๐๐,๐๐๐ บาทในประชาสัมพันธ์อันนี้ จริง ๆ แล้วมันจะเปึ้นในเบื้องต้นเท่านั้นเองนะครับ ผมเข้าใจว่าในป้ที่ ๓ ป้ที่ ๔ ก็คงจะ ดําเนินการอีกครั้งหนึ่งนะครับ
ในหน้าต่อมาเราก็จะเปึ้นเรื่องของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ขอกรอบงบประมาณมา ผมขออนุญาตไปดูหน่วยงานที่รับผิดชอบเลยนะครับ หน่วยงานหลักก็เปึนกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานรองก็จะเปึนหน่วยงานต่าง ๆ รายชื่อหน่วยงานก็ดังปรากฏอยู่ในเอกสาร
ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในข้อแรกแบบที่นำเรียนแล้วว่าในความพร้อม ของข้อมูลหลาย ๆ หน่วยงานยังไม่มี หรือยังไม่เกิดก็มี อย่างเช่นกรณีที่ผมยกตัวอย่าง หรือนำเรียนว่าในส่วนของภาคขนส่ง ในส่วนของภาคประมง แม้กระทั่งในส่วนของภาค การเกษตร วันนี้เราจะถามว่าในแต่ละภาคใช้เชื้อเพลิงเท่าไร คิดให้ตายมันก็ไม่มีนะครับ ถ้าไม่สร้าง มันต้องสร้างขึ้นมา อันนี้เราจะรวมอยู่ในครั้งนี้ด้วย เพราะฉะนั้นต่อไปเราจะพูดได้ อย่างเต็มปากว่าภาคประมงเท่าไร ขนส่งเท่าไร
ในข้อเสนอแนะที่ ๒ รัฐบาลควรมีฐานข้อมูล วันนี้เมื่อรัฐบาลไม่มีฐานข้อมูล รัฐบาลเองจะไปคุยกับใครว่าการจัดการด้านพลังงานเปึนอย่างโน้น เปึนอย่างนี้ มันไม่มีใคร เชื่อถือนะครับ ผมเรียนนิดหนึ่งว่าถ้าเรามีฐานข้อมูลการผลิตพลังงานสำรองต่าง ๆ ในยาม ฉุกเฉินอะไรต่าง ๆ มันสามารถที่จะไปกำหนดนโยบายได้
ในส่วนที่ ๓ ก็เปึ้นเรื่องของจำนวนหน่วยงานต่าง ๆ ๒๙ หน่วยงานที่เขาเชื่อม ครั้งนี้ ผมถือว่าเปึนมิติที่ดีนะครับ เปึนการบูรณาการข้อมูลอย่างจริงจัง ไทยแลนด์เวอร์ชัน ๔.๐ (Thailand version 4.0) อันนี้ถือว่าเปึนส่วนหนึ่งของ ๔.๐ ซึ่งเหมือนว่าควรจะรีบ ดําเนินการเสีย มิติหนึ่งนะครับ
ในข้อเสนอที่ ๔ เรื่องของที่เราจะต้องแยกออกมาเปึน ๒ ส่วน ๒ พาร์ต (Part) พาร์ต (Part) แรกก็คือเปึนเอสดียู (SDU) ก่อน แล้วพาร์ต (Part) ที่ ๒ เปึนหน่วยงาน อิสระภายใน ๒-๓ ป้ต่อมานะครับ
ทั้งหมดนี้ก็คงเปึนข้อเสนอที่คณะทำงานและคณะกรรมาธิการได้นำเสนอมาครับ ผมเองก็คงจะขอสรุปจบเพียงเท่านี้นะครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปเชิญสมาชิกอภิปรายนะคะ ขณะนี้มีรายชื่อผู้ขออภิปราย อยู่ ๔ ท่าน คือท่านปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ท่านนิกร จำนง ท่านมนู เลียวไพโรจน์ พลโท กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ นะคะ เชิญท่านแรกนะคะ ท่านปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปัองกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ อดีตประธานกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ เรียนเชิญค่ะ
ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สปท. ๙๗ นะครับ ผมขออนุญาตอภิปรายรายงาน ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานในเรื่อง การพัฒนา ศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ ดังนี้นะครับ
สำหรับรายงานดังกล่าวในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ อันนี้ก็มีความชัดเจน เกี่ยวกับเรื่องของการจัดตั้งศูนย์พลังงานแห่งชาติที่จำเปึ้นที่จะต้องมีข้อมูลที่สำคัญ ในการที่จะบริหารนโยบายและแผนงานด้านพลังงาน ซึ่งจะเปึนประโยชน์แก่รัฐบาลและ หน่วยงานภาครัฐในการกำหนดแนวนโยบายและการบริหารงานต่าง ๆ อันนี้ผมคิดว่า มีครบถ้วนนะครับ แต่ในระบบทั่ว ๆ ไปแล้วในทางสากล ศูนย์ลักษณะอย่างนี้ ซึ่งเปึ้นศูนย์ในระดับชาติ ต้องมีความสมดุล เพราะว่าสมดุลในระบบศูนย์ต่าง ๆ สมบูรณ์และสมดุล แล้วก็จะเปึน ประโยชน์กับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐภาคเอกชนและสาธารณชน ประชาชนทั่วไปนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนข้อมูลที่เกี่ยวกับทางด้านของเอกชน แล้วก็สาธารณชนทั่วไป ผมคิดว่าข้อมูลตรงนี้ยังไม่ค่อยชัดเจนนะครับ ยังน้อยอยู่ ผมสังเกตว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่รายงาน นำเสนอนี่นะครับ จะเปึนประโยชน์ต่อภาครัฐเปึนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นผมจึงขอเสนอ เพิ่มเติมนิดหน่อยเท่านั้นเองนะครับ ผมขอเสนอให้เพิ่มเติมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ภาคส่วนของธุรกิจเอกชน แล้วก็การบริหารงานข้อมูลต่าง ๆ ที่จะเปึนประโยชน์แก่ประชาชนนะครับ อยู่ในโครงสร้างของฐานข้อมูลพลังงานในหน้า ๕ ของรายงาน ก็เพิ่มทางด้านนี้เข้าไป เน้นหนักทางด้านของธุรกิจเอกชน เพราะเขาต้องการข้อมูลในการที่จะไปทำธุรกิจต่าง ๆ ประชาชนเขาต้องการข้อมูลต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่นประชาชนก็ต้องการข้อมูลว่าราคาพลังงาน ต่าง ๆ ที่จําหน่ายอยู่ในท้องตลาดในพื้นที่ ทั่วประเทศมันอย่างไร เท่าไร อะไรพวกอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่าก็จะเปึนประโยชน์ หรือต้นทุนต่าง ๆ ที่มันกำหนดออกมาเปึนราคาของผลิตภัณฑ์ ต่าง ๆ ผมว่าประชาชนสนใจ แล้วก็จะเปึนประโยชน์กับภาคเอกชนในการตัดสินใจต่าง ๆ ด้วย ผมคิดว่าก็จะเปึนประโยชน์นะครับ แล้วก็ในบทบาทในหน้า ๗ ของรายงาน ก็ให้เพิ่ม ด้านการสำรวจรวบรวมข้อมูล ด้านรายรับรายจ่ายต่าง ๆ ที่จะเปึนประโยชน์ก็สอดคล้อง เปึ้นประโยชน์กับทางด้านของภาคเอกชนแล้วก็ภาควิชาการด้วยผมคิดว่าสำคัญในการที่เขา จะไปต่อยอดต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเปึนนิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัยอะไรต่าง ๆ นักวิจัย อะไรก็แล้วแต่ มันก็จะได้เปึนประโยชน์ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ในการเปึนประโยชน์ตาม วัตถุประสงค์ของทุกฝ์าย และศูนย์นี่ผมคิดว่าจะต้องได้รับความร่วมมือมาก ๆ เลยอย่างที่ ท่านว่านะครับ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้ง ๒๐-๓๐ หน่วย ก็ได้รับข้อมูลต่าง ๆ มากเลย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าข้อเสนอแนะอีกอันหนึ่งก็คือว่าปลายทางมันคงต้องเปึนกฎหมาย ก็คงต้องแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจะออกหรือจะปรับปรุง หรืออะไรก็แล้วแต่ เพื่อให้อํานาจแก่ศูนย์อันนี้ได้ทําหน้าที่ได้อย่างเปึนอิสระ เพราะมันต้องเปึนอิสระในการเรียก ข้อมูลหรือในการที่จะให้ข้อมูลต่าง ๆ นะครับ เพราะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เรื่องของ กฎหมายอะไรครับ ข้อมูลข่าวสารข้อมูลอะไรต่าง ๆ มากมาย อันนี้ก็ต้องมีกฎหมายตรงนี้ รองรับอำนาจต่าง ๆ เพื่อให้ศูนย์อันนี้ทําหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ในการที่จะสนับสนุนข้อมูล ให้กับทุกภาคส่วนอย่างมีเอกภาพ มีประสิทธิภาพภายใต้กฎหมายที่เราจะกำหนดต่อไปครับ ผมขอเพิ่มเติมเท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ
ขอบคุณค่ะ ต่อไปนะคะ เรียนเชิญท่านนิกร จำนง อดีตสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จํานง สปท. ลำดับที่ ๗๙ ต่อรายงานเรื่องการพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติของกรรมาธิการ ด้านพลังงานนี่นะครับ ผมเรียนว่าผมดูแล้วอ่านดูแล้ว ความเห็นโดยรวมผมเห็นด้วยว่า เปึ้นเรื่องที่ดีการเสนอนี่นะครับ ในด้านการรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูล การเผยแพร่พลังงาน เพื่อเปึนข้อมูลในภาคเอกชนและประชาชน เปึนข้อมูลที่ดีมากครับ เพราะว่าขณะนี้แม้แต่ เขาจะคิดค่าเอฟที (Ft) กับประชาชน ประชาชนก็เกิดความคับข้องใจว่าอยู่ ๆ แล้วทําไม มันแพง แพงขนาดนี้เปึนอย่างไร แล้วก็การค้นหาหมายถึงว่าการเข้าถึงข้อมูลตรงนี้ ยังมีปัญหาอยู่มาก การมีศูนย์ลักษณะแบบนี้ถือเปึ้นเรื่องดีนะครับ แต่ในรายละเอียดเอง ผมไม่ใช่เปึนคนมองโลกในแง่ร้าย แต่ว่าด้วยความระมัดระวังผมเห็นเรื่องนี้เปึนดาบสองคม คมแรกที่ท่านเสนอมาเมื่อกี้ถือว่าคมกริบทีเดียวเปึนเรื่องที่ดีนะครับ ในส่วนที่ดีก็คือว่า ทำให้ประชาชนที่หวาดระแวงการเอาเปรียบ ลักษณะของการเคลียร์ (Clear) เรื่องพลังงาน ที่จะมีอยู่ให้เขารับรู้ว่าพลังงานนี้มาจากไหน อย่างไร หรือว่าการดำเนินการเรื่องพลังงาน เช่น จะไปปักเสาพาดสายผ่านที่ของเขา แล้วก็เขา เสียสิทธิอะไร ได้สิทธิอะไรพวกนี้เปึนเรื่องที่ดีทั้งนั้น ภาคธุรกิจเองก็อย่างที่ท่านได้เสนอขึ้นมา ก็คือว่าสามารถจะวิเคราะห์ได้ตามสมควรว่า เราควรจะอยู่ตรงไหน อย่างไร แล้วก็พัฒนา ตัวเองอย่างไร ผมพูดถึงอีกคมหนึ่ง ผมเองเปึนคนที่ศึกษาการเมืองระหว่างประเทศมาตาม สมควร แล้วก็มีความเห็นว่าสิ่งที่ท่านเสนอเมื่อกี้นี้ตรงนี้ ปัายกลม ๆ ละเอียดมากดีมาก จะมีรายละเอียดว่าอยู่จากตรงไหน ไปไหน เปึนอย่างไร มีเท่าไร จำนวนเท่าไรตรงนี้ แต่ท่านดูดี ๆ ตรงนี้คือปัายวงกลมสี่เหลี่ยม ถ้าเราขีดเส้นตัดมันก็คือเปัาสำหรับถูกยิ่ง ประเด็นตรงนี้เองที่ผมเปึนห่วง หมายความว่าข้อมูลต่าง ๆ เรื่องพลังงานมันเปึนเรื่องของ ความมั่นคง การที่อยู่ ๆ แล้วเราจะเอาข้อมูลมาแก้ตเทอริง (Gathering) รวมกัน แล้ววิเคราะห์เสร็จ และวางไว้ในที่เป่ดเผย ผมไม่แน่ใจว่าถ้าพูดถึงว่าความมั่นคงเกี่ยวกับเรื่อง เศรษฐกิจของเราเองตอนนี้มันเปึนสงครามเศรษฐกิจ เราควรจะเป่ดเผยได้ขนาดไหน สมมุติว่าเข้ารู้กันหมดว่าแหล่งถ่านหินเรามีอยู่เท่าไร แก๊สธรรมชาติเรามีเหลืออีกกี่ป้ เรามี ปัญหาอยู่ตรงไหน แหล่งสะบ้าย้อยเอาขึ้นมาดี แต่เอาขึ้นมาไม่ได้ ปัจจุบันนี้เราพึ่งพาพลังงาน จากถ่านหินข่าวที่ผมเคยพูดไว้แล้ว ก็คือว่าพลังน้ำคงไม่ได้แล้ว เราก็ต้องซื้อพลังงานมาจาก ลาวบ้างอะไรบ้าง การต่อรองตรงนี้ถ้าเขารู้ว่าเราถือไพ่กี่ใบ ถ้าเขารู้ว่าเราอยู่ในภาวะคับขัน แค่ไหน ถ้าเขารู้ทุกอย่างของเราผมเห็นว่าไม่เหมาะในการเจรจาต่อรอง เพราะว่า เราไม่มีความจําเปึน ถ้าซุนวูบอกว่ารู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ขณะนี้เราปล่อย ให้รู้เรา แต่ถามว่าเรารู้เขาขนาดไหน เรารู้ข้อมูลรอบ ๆ ไหมในอาเซียน (ASEAN) ว่าเขมร เปึนอย่างไร ลาวเปึนอย่างไร ทางมาเลเซียเอง หรือบริเวณนี้ที่เราซื้อแก๊สธรรมชาติเขา เราซื้อน้ำมันจากบริเวณรอบ ๆ ของเรามีลักษณะเปึนอย่างไร เราไม่ค่อยได้รู้นัก แต่ในขณะที่ เรากำลังเอาข้อมูลของเรามาวางแผ่ข้างบนเสียตรงนี้เปึ้นเรื่องดี แต่ในอีกมุมหนึ่งผมเปึนห่วง มากว่าฝ์ายความมั่นคงด้านพลังงานน่ากลัวมากน่าเปึนห่วงมาก มันมี ๒ อย่างที่เราจำเปึน จะต้องพิจารณาตอนนี้ อาหาร อาหารไม่เปึนไรท่านประธานครับ เพราะว่าเราปลูกตรงไหน เราก็มีกิน เราไม่เพลี่ยงพล้ำเขาเท่าไรเรื่องอาหาร ยกเว้นว่าที่ผมเคยพูดไว้แล้วว่าปุิยเราต้อง พิจารณาดูสักนิดหนึ่ง เพราะว่าปุิยเราผลิตเองไม่ได้ ซึ่งจริง ๆ เราก็มีโพแทช (Potash) อยู่ ก็ทราบอยู่ แต่ว่าถ้าผลิตไม่ได้ มีก็เหมือนไม่มี พลังงานก็เหมือนตอนนี้เรามีถ่านหินที่ดี อยู่ที่เทพา ที่จะนะเราก็ยังมีปัญหาเรื่องชุมชนอยู่ นอกฝัืงเรามีแหล่งก๊าซธรรมชาติอยู่ ถ่านหินที่สะบ้าย้อยก็ดี เปึนถ่านหินที่ดี แต่ว่าเรามีปัญหาอยู่ว่าจะขุดมาได้อย่างไร และไปอยู่ ใกล้กับกู้โบร์ ซึ่งเปึ้นลักษณะมีความอ่อนไหวทางด้านศาสนาอยู่บ้างดังนั้นจุดตรงนี้เอง ผมจะตั้งคำถามว่าท่านจะปัองกันวงกลมตรงนี้ที่มันอยู่บนอกเราขณะนี้ที่เราเป่ดให้คนอื่น เห็นได้อย่างไร ที่ไม่เปึนอันตราย เพราะผมมองว่าข้างหน้ารบกันหนักแน่สงครามเศรษฐกิจ ขณะนี้ ก็คือว่าคบก็คบกันไปไม่ว่าอาเซียน (ASEAN) ก็ดีที่ไหนก็ดี แต่ลึก ๆ การแข่งขันกัน มันรุนแรงมาก เพราะฉะนั้นบางทีเราก็ไม่จำเปึนต้องไปเป่ดเผยทั้งหมด และอีกอย่างหนึ่ง พูดเล่น ๆ ไปก็ได้ ที่เล่นที่จริงว่าขณะนี้มีความไม่ปลอดภัยเรื่องการทำวินาศกรรม ท่านสังเกต ว่าเข้าไปวางระเบิด อย่างในภาคใต้บางจุดทีเดียวไฟดับทั้งเมือง ทีนี้ขณะนี้ไฟที่ปล่อยเข้าไป ในภาคใต้ ภาคใต้ขาดแคลนพลังงานมาก พลังงานที่ไปจากขน้อมก็ดี จากไหนก็ดีมันเปึนพื้นที่ ที่มีปัญหาเรื่องพลังงาน จากกระบี่ นี่เรากำลังเขียนว่าเราจะกำหนดหมดว่าพลังงานจากตรงนี้ ไปจากที่ไหน ที่ไหน ที่ไหน เดิมต้องไปค้นหากันว่าถ้าจะไปก่อวินาศกรรมไปจับจุดไหนที่ โพ๊ะเดียวมันรวบทั้ง ๓-๔ จังหวัด แต่พอเราวางตรงนี้ไม่ต้องไปค้นหาให้เหนื่อยแล้ว ดูในข้อมูลนี้ได้เลยว่าน่าจะไปดำเนินการตรงไหน อย่างไร ภายในก็ล่อแหลมอยู่ในเรื่องเหล่านี้ ผมเพียงแต่ว่าด้วยความเปึนห่วง ด้วยความเคารพว่าเห็นด้วยกับข้อมูลลักษณะแบบนี้ อินฟอร์เมชัน (Information) มันเปึนด้านหนึ่งก็คือว่าสามารถทําให้เราพัฒนาได้ แล้วก็เปึน เรื่องที่ดีมาก แต่ว่าอินฟอร์เมชัน (Information) มันเหมือนน้ําครับท่าน มันทําให้เรือเราลอย แต่บางทีก็อาจจะทำให้เรือเราจมได้เหมือนกัน น้ำเหมือนกัน สิ่งเดียวกัน เพราะฉะนั้น ก็ฝากว่าอินฟอร์เมชัน (Information) ตรงนี้เปึนประเด็นเรื่องความมั่นคงที่ผมเปึนห่วง ก็อยากจะสอบถามว่าจะมีวิธีปัองกันระดับไหนที่ต่างชาติมาดูเราไม่ได้ เพราะว่าต่อรองกันนี่ เราจะซื้อของเขา ถ้าเขารู้ว่าเราขาด เราไม่มีแล้ว เท่ากับเราหง่ายไพ่หมด อันตรายครับ นำเรียนด้วยความเคารพครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณค่ะ เชิญท่านมนู เลี้ยวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติค่ะ
ขอบพระคุณครับท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมนู เลี้ยวไพโรจน์ สปท. ลำดับที่ ๑๑๕ ครับ ผมขอเรียนถึงสภาพปัญหาที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของพลังงาน ผมคิดว่าทุกท่านก็คงจะทราบดี แล้วก็ได้มีการพูดคุยกันพอสมควร แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุด และผมเห็นว่าจะสร้างความเข้าใจผิดในแวดวงของประชาชนทั่วไป นั่นก็คือจะมีกลุ่มบุคคล จะหวังดี ไม่หวังดีไม่ทราบ แต่พยายามที่จะให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับ ความเปึนจริงที่หน่วยราชการมี แล้วก็ให้ข้อมูลที่ค่อนข้างจะบิดเบือนถ้าพูดกันแล้ว และเปึน ข้อมูลที่ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะกรรมาธิการด้านพลังงานได้ดำเนินการอยู่นี้ ในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ ผมขอสนับสนุนเต็มที่ เพื่อให้กิจการเรื่อง พลังงานของประเทศนั้นได้มีข้อมูลที่ชัดเจน แล้วก็ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของพลังงาน ผมขอยกประเด็นในบางประเด็นที่มีเหตุจำเปึนจะต้องมีข้อมูลกลาง ในด้านของพลังงาน ซึ่งจะตั้งเปึนศูนย์พลังงานแห่งชาติที่ว่านี้นะครับ เพราะว่าในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า เริ่มต้นในการพูดถึงเรื่องของพลังงานไปในทางที่ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ท่านอนุกรรมาธิการ ท่านประธานอนุกรรมาธิการที่ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ นะครับว่ามีการพูดถึงเรื่องของประเทศไทยมีสํารองน้ํามัน มีป่โตรเลียมใหญ่เปึนอันดับโลก ติดอันดับโลก จริง ๆ แล้วติดอันดับโลกครับ แต่ไม่ใช่อันดับ ๑ อันดับ ๒ แต่เปึ้นอันดับที่ ๒๐ กว่า ๓๐-๓๓ ของโลก ติดเหมือนกันครับ แต่ติดสุดท้าย แต่ในข้อมูลที่ออกมาให้ประชาชนได้เห็น ตามสื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) ทั้งหลายนี้นะครับ ปรากฏว่าได้สร้างความเข้าใจผิด ให้กับประชาชนเปึ้นจำนวนมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เคยออกข่าวว่าประเทศไทยเรามีน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ พลังงานป่โตรเลียมมากกว่าซาอุดิอาระเบีย ฟังแล้วก็น่าจะรู้นะครับว่า มันไม่น่าจะเปึนไปได้ สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วก็มีคนจํานวนไม่น้อยครับ ที่หลงเชื่อ แล้วก็ต่อว่าต่อขานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของพลังงานว่าเปึนอย่างนั้น อย่างนี้ตลอดเวลา ซึ่งผมคิดว่าเราควรจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น ในเรื่องนี้ ในกรณีของการผลิตน้ำมันดิบของไทยนี่นะครับ ขณะนี้เราอยู่ประมาณอันดับ ๓๓ ของโลกที่ผลิตนะครับ และเราผลิตน้ำมันดิบและก๊าซประมาณ ถ้าผมจำไม่ผิดตัวเลข ที่ผ่านมานะครับ ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน แต่เราใช้ผลิตภัณฑ์พวกนี้วันหนึ่ง เกินกว่า ๑,๗๐๐,๐๐๐-๑,๘๐๐,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่นะครับการผลิต น้ำมันดิบและก๊าซในประเทศไทยยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความต้องการของประเทศ เพราะฉะนั้นเราจําเปึ้นที่จะต้องนําเข้าจากต่างประเทศ แต่ในข่าวที่ออกมาว่าเราเปึน ผู้มีสํารองน้ํามันเยอะ ซึ่งอันนี้มันไม่ตรงกับความเปึนจริงนะครับ
ประการที่ ๒ ประเด็นที่สําคัญที่สุดก็พยายามที่จะพูดแล้วก็จะให้ข้อมูล ที่คลาดเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา นั่นก็คือในเรื่องของราคาน้ำมัน ประเทศไทยมีราคาน้ำมันที่ สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่ตัวเลขที่ออกมานี่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ตัวเลข น้ำมัน ถ้าน้ำมันดิบนี่นะครับราคาเท่ากันหมดทั้งโลกเพราะเปึนราคาตลาดโลก แต่สิ่งที่ มันแตกต่างกันก็คือเงินที่จะต้องนำเข้ากองทุน ๒. ภาษีอากรที่จะต้องเสียนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ครับไม่ได้พูดถึง แต่เอามาเปรียบเทียบกันในลักษณะที่ทำให้เกิด ความเข้าใจผิดกันได้ว่าประเทศไทยเปึนอย่างนั้นจริง ๆ แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ น้ำมันประเทศอื่น ก็แพงก็มีนะครับ เพราะฉะนั้นส่วนต่าง ๆ เหล่านี้เปึ้นเรื่องของการสร้างความเข้าใจผิด เพราะว่าภาษีน้ำมันกับเงินเข้ากองทุนนี่นะครับก็ประมาณสัก ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ ท่านประธานกรรมาธิการพลังงานท่านทราบดี เพราะว่าท่านเปึนอดีต ปลัดกระทรวงพลังงาน และท่านก็เคยเปึนผู้อำนวยการโครงการเจดีเอ (JDA) นะครับ จอยต์ ดีเวลอปเมนต์ แอเรีย (Joint Development Area) ที่มาเลเซียกับประเทศไทยนะครับ มีออฟฟ่ศ (Office) อยู่ที่กัวลาลัมเปอร์ ท่านทราบดีในเรื่องนี้ ผมคิดว่าท่านตระหนัก ในเรื่องของความสําคัญนี้
และอีกประเด็นหนึ่งที่พยายามสร้างกระแสอยู่เรื่อย ๆ นั่นก็คือระบบ สัมปทานกับระบบแบ่งปันผลประโยชน์ ก็พูดกันอยู่ตลอดเวลา แล้วก็อ้างว่าระบบสัมปทานนั้น ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้นะครับ แล้วก็เคยไปอ้างว่า ดูสิบราซิลยังใช้ระบบแบ่งปัน ใช่ครับ ในบราซิลมีแหล่งทั้งหมด ๕๐ กว่าแหล่ง และแหล่งสุดท้ายใช้ระบบแบ่งปัน นั่นก็คืออยู่ ห่างจากทะเลของทางด้านของริโอเด็จาเนโรออกไปในทะเลนะครับ นั่นก็คือใช้ระบบนั้น เพราะว่าแอ่งใหญ่ ส่วนในประเทศบราซิลนี่ประมาณ ๕๐ กว่าแอ่งนี่ครับใช้สัมปทานทั้งนั้น แต่ว่ามีการอ้างในลักษณะนี้เพื่อให้โน้มเอียงไปว่าการแบ่งปันผลประโยชน์มันจะดีกว่า สัมปทาน ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ก็เปึนการให้ข้อมูลที่ยังไม่ตรงนัก เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญที่สุด นะครับ หน้าที่ของศูนย์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องพลังงานของเราที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นจะมี ส่วนในการที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดของประชาชนได้เปึนอย่างมากทีเดียว แล้วก็ยังพูดต่อไป ว่าเราควรจะต้องมีบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ทั้ง ๆ ที่ ปตท. ทั้ง ๆ ที่กระทรวงพลังงานก็มีอยู่ แล้วก็ดูแลอย่างดี และขณะนี้มีประสิทธิภาพมากทั้ง ๒ องค์กร และองค์กรทั้งสองนี่ก็เปึ้น องค์กรที่เร็ว ๆ นี้ได้รับร่างวัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปตท. ในเรื่องของความมีคุณธรรม ความโปร่งใสอะไรต่าง ๆ เหล่านั้นก็ค่อนข้างจะชัดเจนอยู่แล้ว แต่ก็อยากจะเอาให้มีบรรษัท ขึ้นมาอีกอันหนึ่งซึ่งมาครอบ ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าเสนอไปทําไมนะครับ นี่คนข้างนอกเสนอ นะครับ แล้วยังบอกให้มี เอาตัวอย่างของเวเนซุเอลามาใช้ ปรากฏว่าเวเนซุเอลาท่านสมาชิก คงทราบดีนะครับ ตอนนี้ไม่ไหวแล้วครับ เศรษฐกิจยอบแยบ ย่ำแย่ แล้วก็มีเงินเฟัอมาก มหาศาลเลยครับ เพราะฉะนั้นลักษณะนี้เปึนลักษณะที่พยายามจูงให้ประชาชนเข้าใจผิด
ในประการต่อมานะครับ เรื่องของก๊าซในอ่าวไทย ก็มีการพูดว่าทําไมต้องไป เอาก๊าซพม่ามาทำเปึ้นเชื้อเพลิงธรรมชาติ ทำไมไม่เอาก๊าซในอ่าวไทย ซึ่งมีอยู่มากมาย มาเปึนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟัา นั่นคือการสร้างความเข้าใจอีกรูปแบบหนึ่ง เหตุสำคัญที่สุด ก็คือว่าพลังงานที่จากพม่านั้นเปึนแก๊สคุณสมบัติอย่างแห้ง เขาเรียกว่า แก๊สแห้ง เผาได้ ลูกเดียว อย่างอื่นทำอะไรไม่ได้ก็เผาออกมาเปึนพลังงานก็จบ ส่วนแก๊สที่อยู่ในอ่าวไทย มีคุณสมบัติที่เรียกว่า แก๊สเป้ยก แก๊สเป้ยกนี้มีส่วนที่จะไปขยายต่อเปึ้นสินค้าอื่น ๆ ได้อีกมาก ไม่ว่าจะเปึนทีวี (TV) เครื่องเล่น ไอโฟน (iPhone) หรืออะไรต่ออะไรต่าง ๆ แม้แต่เสื้อผ้าเรา ทำออกมาเปึนป่โตรเคมี เปึนอุตสาหกรรมป่โตรเคมี เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดเจนว่า ความแตกต่างมันมี ผมขออนุญาตสักอีกนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ความแตกต่าง มันก็คืออย่างนี้ครับ แก๊สในอ่าวไทยของเราเปรียบเสมือนอะไรครับ ไม้สัก ไม้ประดู่ แต่แก๊สแห้งที่มาจากพม่านั้นเปรียบเสมือนไม้ฉำฉา ไม้ยู่ค่าลิปตัสเอาไปเผาไม่เปึนไรเผาไปเลย แต่ก๊าซของเรานี่นะครับ ที่เอามาปัอนโรงงานป่โตรเคมีสามารถที่จะเปึนวัตถุดิบได้หลายชนิด ด้วยกันนะครับ แล้วก็มีคุณูปการในเรื่องของการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ทุกอย่างเกิดขึ้นรอบตัว เรานี่เปึนผลพวงมาจากป่โตรเคมีทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการเสนอแนะให้เอาก๊าซ ในอ่าวไทยมาเผาเพื่อได้พลังงานก็เหมือนกับว่าเอาไม้สัก ไม้ประดู่อย่างดีมาเผาทำพลังงาน ถ้าจะใช้แก๊สแห้งเผ่านี่จบ เพราะมันไปทําอย่างอื่นไม่ได้นะครับ แต่อันนี้ล่ะครับผมก็อยากจะ ให้ทางศูนย์มาตั้งแล้วต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจนกับประชาชนด้วย เพราะบางที่ประชาชนเข้าใจผิด เข้าใจผิดเพราะอะไรครับ เพราะผ่านทางสื่อ ทางมีเดีย (Media) โซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่าง ๆ นี่นะครับ พยายามที่จะเบี่ยงไปเบนมาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ประชาชน เข้าใจผิด และเวลานี้ผมเชื่อแน่ว่าประชาชนเข้าใจผิดอย่างมาก ๆ นะครับ แล้วจะทำให้ การดำเนินการทางด้านนโยบายพลังงานนี่ไขว้เขวไป ทั้ง ๆ ที่กระทรวงพลังงานก็ทำงาน อย่างดี ปตท. ก็ทำงานอย่างดี แต่ว่าเกิดปัญหาขึ้นมาในลักษณะนี้
สุดท้ายนี้ครับ ผมขออนุญาตครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะจัดตั้งศูนย์นี้แล้วก็ สนับสนุนเต็มที่ และขอเสนอว่าให้ตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า หน่วยงานเคลื่อนที่เร็วทำงานแบบ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน หากมีการบิดเบือนจากบุคคลภายนอก ไม่ว่าในเรื่องใดก็ตามจะเปึ้นเท็จ ครึ่งเท็จ ครึ่งจริง หรือเท็จทั้งชิ้นนะครับ หรือจากบุคคลที่มีวาระซ่อนเร้น ผ่านทางสื่อ เช่น คอมพิวเตอร์ ผ่านทางสื่อทางด้านโซเชียลมีเดีย (Social Media) ทั้งหลาย รวมทั้งผ่านทาง สื่อทุก ๆ ชนิดที่มีอยู่ในปัจจุบัน เราก็รู้ว่าแหล่งนี้มาจากไหน บุคคลใดเราก็รู้อยู่แล้วว่า สื่อพวกนี้มาจากไหน ถ้าอย่างนี้แล้วผมคิดว่าเราควรจะมีหน่วยงานที่ตอบโต้ทันทีทันใดนะครับ ตาต่อต้าฟันต่อฟัน เขาข้อมูลมาอย่างนี้ผิดนะครับ คลาดเคลื่อน เปึ้นเท็จ ตอบกลับเลย แต่หน่วยราชการเรานี่น่ารักมาก เวลามีอะไรขึ้นมาก็บอกว่าสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่นั้น คลาดเคลื่อน สิ่งที่เขาอย่างโน้นอย่างนี้ คืออ่อน นิ่มมาก แต่เขานี่โจมตีเราตลอดเวลา ทําไมไม่บอกว่าสิ่งที่เขาพูดนี่เปึนเท็จ ข้อจริงที่รัฐบาลทําหรือหน่วยงานราชการทำอย่างนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ถ้าเปึ้นอย่างนั้นแล้วผมเชื่อว่าประชาชนจะได้รับความรู้มากขึ้น แล้วก็ จะไม่เข้าใจผิด เพราะว่าเข้าใจผิดมามากเหลือเกิน
และสุดท้ายของสุดท้าย ผลพวงของการบิดเบือนนะครับ จากข้อมูล ด้านพลังงานมีการบิดเบือนค่อนข้างมากทีเดียว ผ่านทางโซเชียลมีเดีย (Social Media) ผ่านทางสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นี่นะครับ ปรากฏว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้เองครับ ศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินแล้วมีอยู่คดีหนึ่งว่าบิดเบือนข้อมูล ทางด้านพลังงานและให้ร้ายปัายสี หมิ่นประมาทบุคคลในแวดวงพลังงานนะครับ ถูกจำคุก ทั้งหมดถ้าผมจำไม่ผิด ๑๐ กระทง ถูกจำคุก ๓๖ เดือน จริง ๆ ๔๐ เดือน แล้วก็รับสารภาพ ก็เหลือ ๓๖ เดือน ๓๖ เดือนก็คือ ๓ ป้ โดยไม่รอลงอาญานะครับ ขณะนี้ก็อยู่ในเรือนจำ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ยังมีอีกหลายที่ฝ์ายราชการและผู้ที่ดูแลเกี่ยวกับ เรื่องพลังงานนั้นจะต้องออกมาให้ข้อมูลที่เปึนจริงและถูกต้องแล้วก็แก้ไขข้อมูลที่บิดเบือน ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ต่อไปขอเชิญท่าน พลโท กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ กระผม พลโท กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ นะครับ ขออภิปรายเสนอ ข้อคิดเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรายงานการพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงาน แห่งชาติ ก่อนอื่นกระผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งกับการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติเพื่อจะ ให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะว่าปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนทาง โซเชียลมีเดีย (Socail Media) แล้วก็ทางสื่อมวลชนบางสื่อนะครับ กระผมมีทั้งข้อสังเกต แล้วก็คำถามนะครับ เนื่องจากเคยศึกษาการจัดตั้งเอสดียู (SDU) ของกระทรวงกลาโหม ก็เลยพอจะมีข้อมูลหรือมีความรู้อยู่บ้างว่า ในรายงานบอกว่าเริ่มแรกจะเปึ้นเอสดียู (SDU) แล้วก็พัฒนานะครับ ต่อมาทีนี้เท่าที่ผมศึกษาเคยทำมาในเอสดียู (SDU) หลักเกณฑ์หรือ เงื่อนไขแรกก็คือว่าเปึนหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้จัดตั้งใหม่ เปึนหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว แล้วก็มีทรัพยากรบุคคล เครื่องมือที่นอกเหนือจากให้บริการกับส่วนราชการหรือหน่วยงาน ของรัฐแล้วสามารถให้บริการแก่ประชาชนหรือสาธารณะได้ ถ้าดูจากเงื่อนไขหลักเกณฑ์นี้ ก็หมายความว่าต้องมีอยู่แล้วนะครับ แล้วก็การปฏิบัติงานสามารถจะทำได้นอกเหนือจาก ที่เคยให้บริการอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น โรงพิมพ์ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือ ของสำนักงาน ก.พ.ร. เขามีหน่วยงานรับจ้างวิจัยคือมีอยู่แล้ว ทีนี้ผมอ่านจากรายงานนี้ ผมก็ไม่แน่ใจว่าศูนย์อันนี้เดิมมีอยู่แล้วยัง หรือว่าตอนนี้กระจัดกระจายอยู่หลายหน่วยงาน แล้วมาจัดตั้งเปึนศูนย์เพื่อเปึนเอสดียู (SDU) นะครับ อันนี้ก็ฝากเปึนข้อสังเกตว่า เพราะในการจะให้เปึ้นเอสดียู (SDU) นี่ก็ต้องให้สำนักงาน ก.พ.ร. ให้ความเห็นด้วยก็ไม่ทราบว่า จะเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่นะครับว่า ถ้าจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่เลยปัูบครั้งแรกเปึนเอสดียู (SDU) จะได้หรือไม่ โดยการเปึนเอสดียู (SDU) นี้ก็คือว่าจะต้องก่อให้เกิดความคล่องตัว คุ้มค่าและลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ และเท่าที่ผมทราบจะต้องมีก็คือไม่ใช้งบประมาณของแผ่นดิน แยกออกมาเลยนะครับ ก็เท่าที่ทราบตอนนี้ก็จะมี ก.พ.ร. รับจ้างวิจัย แล้วก็โรงพิมพ์ ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นอกจากจะพิมพ์ให้กับทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แล้วก็รับจ้างส่วนราชการอื่นพิมพ์หรือเอกชนก็สามารถไปจ้างพิมพ์ได้นะครับ แล้วก็พอมาเปึน ขั้นตอนที่ ๒ ต่อมาที่จะบอกว่าออกเปึนกฎหมาย เปึ้นพระราชบัญญัติจัดตั้งมา ผมอ่าน ในรายงานก็ยังหาไม่เจอนะครับ ไม่ทราบว่าความหมายคือเปึนองค์การมหาชนหรือเปล่า แต่ผมดูจากรายงานบอกไม่แสวงหากำไร ผมก็จากการที่อ่านผมว่ามันก็เข้าข่ายจะเปึน องค์การมหาชนนะครับ แต่จากรายงานผมอาจจะไม่เจอนะครับ อาจจะมีก็ได้ ทีนี้ผมก็มีประเด็นที่จะเรียนถามครับว่าจัดตั้งนี่ไม่ทราบว่าคณะกรรมาธิการได้ศึกษาไหมครับว่า ควรจะเปึนเอสดียู (SDU) ก่อนหรือจะให้เปึนองค์การมหาชนเลยทีเดียวนะครับอันนี้ แล้วก็จะเรียนถามนะครับว่าข้อมูลของศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ คนที่จะไปขอข้อมูลต้อง เสียค่าบริการหรือเปล่า คือผมพยายามอ่านในรายงานนะครับ แต่มันเยอะไม่ทราบอาจจะมี ก็ได้ ก็ขออนุญาตเรียนถามนะครับว่า ผู้ไปขอรับข้อมูลจะต้องเสียค่าบริการหรือไม่ ถ้าเทียบเคียงกับองค์การมหาชนที่ใกล้เคียงกันก็คือจิสดา (GISTDA) สำนักงานพัฒนา เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศซึ่งเปึนองค์การมหาชน ใครจะไปขอข้อมูลขอบริการ ภาพถ่ายทางด้าวเทียม เขาจะมีอัตราค่าใช้จ่ายในการขอข้อมูลนะครับ อันนี้ก็ไม่ทราบว่า ศูนย์ข้อมูลนี้ฟรีหรือว่าจะต้องมีการเสียเงินในการที่จะขอข้อมูล เพราะผมดูว่าเปึนเงื่อนไข หรือเปึนองค์ประกอบสำคัญเหมือนกันว่าเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่ในการได้ข้อมูล เพราะอันนี้ จะต้องเปึนองค์ประกอบว่าจะจัดตั้งเปึนหน่วยงานรูปแบบใด ผมมีเพียงเท่านี้ที่เปึนคำถาม ฝากถามท่านคณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับ
ยังมีสมาชิกที่จะอภิปรายอีก ๒ ท่านนะครับ หลังจากนั้นทางท่านประธาน กรรมาธิการและกรรมาธิการจะชี้แจงก่อนลงมตินะครับ ขอเชิญท่านเบญจวรรณ สร่างนิทร์ อดีตเลขาธิการ ก.พ. และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ
เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ดิฉัน เบญจวรรณ สร่างนิทร สปท. หมายเลข ๘๕ ก่อนอื่นก็เห็นความจำเปึนของ การมีศูนย์ข้อมูลด้านพลังงานแห่งชาตินะคะ แต่ก็จะมีข้อสังเกตเพิ่มเติมเพื่อประกอบการ ดําเนินงานของคณะกรรมาธิการดังนี้นะคะ
ประการแรก ดิฉันค่อนข้างที่จะสงสัยมากนะคะว่า ระบบข้อมูลด้านพลังงาน ประเทศไทยซึ่งจากรายงานตอนนี้บอกว่า หน่วยงานภายใต้กระทรวงพลังงาน ไม่ว่าสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรมเชื้อเพลิงพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ไม่มีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ ในการวิเคราะห์ รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลพลังงาน จึงทำให้ขาดข้อมูลและองค์ความรู้ เกี่ยวกับด้านนี้ที่จะให้กับภาคเอกชนและประชาชนนะคะ นี่ก็เปึ้นสิ่งที่ดิฉันเพิ่งจะได้ทราบว่า ในกระทรวงพลังงานเองไม่มีข้อมูลกลางในหน่วยงานใดในกระทรวงพลังงานเลย
ประการที่ ๒ อยากจะฝากนะคะว่าให้ไปดูความเชื่อมโยงกับแผนแม่บทระบบ สถิติของประเทศไทยด้วยนะคะ เพราะขณะนี้ในเรื่องการบริหารจัดการระบบสถิติ อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ได้มีการกําหนดในการที่จะพัฒนาสถิติสาขาต่าง ๆ ๓ ด้าน มีด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ แล้วก็ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสาขาพลังงาน เปึ้นด้านหนึ่งในด้านเศรษฐกิจที่จำเปึนจะต้องมีการพัฒนา แล้วก็ทราบว่ากลไกในการ ดำเนินงานเกี่ยวกับสถิติพวกนี้หรือข้อมูลเกี่ยวกับพวกนี้จะมีปลัดกระทรวงทุกกระทรวง เปึ้นประธานในการที่จะรวบรวมหรือเก็บข้อมูลสถิติทั้งหลายในแต่ละด้าน เพราะฉะนั้น ก็เข้าใจว่าสาขาพลังงานนั้นทางปลัดกระทรวงพลังงานเปึนประธาน แล้วก็มีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีสำนักงานสถิติแห่งชาติเปึนฝ์ายเลขา ร่วมด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ข้อมูลควรจะวางกลไกหรือข้อมูลเชื่อมโยงกันอย่างไร ที่จะให้เปึนข้อมูลกลางของประเทศ แต่อาจจะแยกเปึนด้าน ๆ ที่สำคัญนะคะ
ประการที่ ๓ ในเรื่องการที่จะใช้งบประมาณพัฒนาโปรแกรมระบบงาน ฐานข้อมูลฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) หรืออะไรทั้งหลายหรือแม้กระทั่ง ระบบงานเชื่อมโยงเครือข่ายนะคะ ได้ศึกษาข้อมูลของ สรอ. หรือของจิน (GIN) ได้ทราบว่า ตอนนี้ระบบจิน (GIN) ได้วางเครือข่ายเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐ ๓,๐๐๐ กว่าแห่งนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ในการที่จะจัดระบบเชื่อมโยงทั้งหลาย ดิฉันก็ฝากไปด้วยว่า ถ้าสมมุติว่า เอาฐานระบบจิน (GIN) มาใช้มันอาจจะประหยัดงบประมาณตรงส่วนนี้นะคะ
ประการที่ ๔ อย่างที่ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้านี้นะคะ จริง ๆ แล้วหลักการ ของเอสดียู (SDU) นั้นก็คือเปึนหน่วยงานของลูกดูแลหน่วยงานของแม่นะคะ เพราะฉะนั้น จะต้องให้บริการกับส่วนราชการเจ้าสังกัดเปึ้นอันดับแรกนะคะ แล้วงานบริการนั้นก็คือ ให้เจ้าสั่งกัด นอกจากมีกำลังการผลิตส่วนเกินที่จะให้บริการหน่วยงานอื่นได้ก็จะให้บริการ หน่วยงานอื่น อย่างเช่นเมื่อกี้ยกตัวอย่าง โรงพิมพ์ สลค. โรงพิมพ์ สลค. นอกจากพิมพ์ราชกิจจานุเบกษา หรืออะไรแล้วนะคะ เวลาที่เหลือกําลังที่เหลือจากการปฏิบัติงานที่เปึนภารกิจแล้ว สามารถที่จะไปพิมพ์ด้านอื่นที่ให้บริการหน่วยงานภายนอกได้ เพราะฉะนั้นกรณีนี้ ดิฉันมีข้อสังเกตนะคะว่าการจะจัดตั้งเปึนเอสดียู (SDU) มันตอบวัตถุประสงค์ในการที่ จะให้บริการ การที่จะวิเคราะห์ข้อมูลโดยภาพรวมทั้งหมดด้านพลังงานของชาติในด้านต่าง ๆ แค่ไหน เพียงไรจะครอบคลุมไปถึงหน่วยงานอื่น ๆ ในด้านอื่น ๆ ที่อาจจะนอกกระทรวงหรือ เปึ้นของส่วนราชการอื่นได้ แค่ไหน เพียงไร เพื่อจะตอบปัญหาทั้งภาคเอกชนที่ต้องการ ที่จะดำเนินงานเกี่ยวกับด้านพลังงาน แล้วก็ประชาชนที่ต้องการทราบความเคลื่อนไหว ในด้านต่าง ๆ ดิฉันก็มีฝากข้อสังเกต ๔ ด้านค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอเชิญท่านวิทยา แก้วภราดัย ครับ อดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ครับ ก็ต้องขอว่าเปึนเรื่องที่น่ายินดีครับในฐานะที่ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะครับ เพราะว่าดูที่นั่งอยู่ ข้างบนเวทีทั้งหมดแล้ว ทั้งท่านประธาน ท่านประธานกรรมาธิการ รวมทั้งท่านกรรมาธิการ ทั้งหมดครับ เปึนผู้ที่รู้เรื่องพลังงานในประเทศไทยนี้ดีทั้งสิ้นครับ แล้วก็กล้าเอาเรื่องที่ ประชาชนไม่รู้นะครับมาทำให้ประชาชนรู้ ก็เหมือนกับเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายไป เมื่อสักครู่นะครับ ประชาชนบริโภคข้อมูลที่ผิด ๆ โดยไม่แน่ใจว่ามันผิดหรือถูก จนเชื่อว่า มันถูกไปแล้ว เพราะเราไม่มีศูนย์ข้อมูลอย่างนี้จริง ๆ ครับท่าน ข้อมูลที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ครับ ที่เขาบอกประเทศไทยมีหลุมน้ํามันมาก บ่อน้ํามันเยอะ แล้วแก๊สก็เยอะ พลังงานประเทศไทยมีครบทุกอย่างครับ เรามีพลังงานแก๊สธรรมชาติ เรามีพลังงานบ่อน้ำมัน เรามีเหมืองถิ่านหิน เรามีเขื่อนทำน้ำ เรามีพลังงานลม เรามีพลังงานแดด เรามีพลังงานจากพืชบนดิน เรามีพลังงานขยะ มีครบหมดทุกอย่างครับ แต่ว่าประชาชน มีข้อมูลขนาดไหน ท่านลองนึกดูครับว่าเมื่อเรามีพลังงานครบหมดทุกอย่าง คนก็ต้องนึกว่า ประเทศไทยนี่มันต้องสมบูรณ์ มันต้องมีพลังงานที่เหลือเฟ๋อ ไม่ต้องบ่นเรื่องไฟฟัาขาด แต่วันนี้ปรากฏว่าพลังงานทั้งหมดจริง ๆ แล้วมันอยู่ในกิจการของรัฐ อยู่ในมือกิจการของรัฐ เกือบแทบทั้งสิ้นครับ ปตท. คุมน้ำมันกับแก๊สหมด วันนี้ ปตท. ผลกำไรในตลาดหุ้นก็ดีครับ แต่เขาบอกว่าถ้าจะดีกว่านี้ก็คือปันผลจากกำไรทั้งหมดหุ้นก็จะกระฉูด แต่ ปตท. ก็ขยันที่จะ ลงทุนทุกวันครับ ลงทุนตั้งแต่ในประเทศจน์ถึงต่างประเทศ ลงทุนไปทั่วโลก เพราะทุกครั้ง ที่ลงทุนคนที่ร่วมบริหาร ปตท. ได้ส่วนแบ่งของการลงทุน เขารู้สึกอย่างนั้นครับ นี่ประชาชน เขาคิดอย่างนี้ เพราะหน้าที่ ปตท. คือขยายการลงทุนไปโดยตลอด พอขยายการลงทุน ไปตลอด ผลตอบแทนที่รัฐควรจะได้จากภาษีของกําไรหรือการปันผลในตลาดมันก็หายไป ทั้งหมดก็คือมั่นไม่มีศูนย์ข้อมูลที่จะให้ข้อเท็จจริงกับประชาชนครับ เรามีถ่านหิน แล้วก็ถ่านหินเราก็สร้างปัญหา จนเดี๋ยวนี้หน่วยงานที่คุมเรื่องถิ่านหินก็คือการไฟฟัา การไฟฟั้านี่คิดจะตั้งโรงงานไฟฟัาแบบถ่านหินตลอดครับ แล้วปรากฏว่าไปที่ไหนโดนไล่ที่นั่น ทุกที่ครับ เพราะว่าเวลาให้ข้อมูลกับประชาชนมันให้ข้อมูลไม่ได้ว่าในเมื่อพลังงานเรามีอยู่ เยอะแยะทำไมต้องเอาพลังงานถ่านหินมาเผาให้เกิดมลภาวะขึ้นมาอีก เราก็ตอบไม่ได้ ทีนี้พอมาดูเรื่องหน่วยงานที่ผลิตพลังงานครับ เรื่องไฟฟัามีอยู่ ๓ หน่วยงานครับ ผมดูใน รายงานของท่านแล้วก็แปลกดีครับ แล้วก็คิดว่าท่านจับประเด็นถูกครับ คือท่านจับประเด็นว่า จำเปึนต้องไปศึกษากฎระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และผมคิดว่าไปศึกษาอย่างเดียว ไม่พอครับ ที่เกี่ยวกับพลังงานมีอยู่ทั้งหมด ๑๕ ฉบับ ผมคิดว่าต้องไปรื้อดูครับ เพราะมันต้องมีหน่วยงานบางหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลและไม่เป่ดเผย ข้อมูล แล้วก็แอบเอาประโยชน์จากประชาชนทั้งประเทศนี้ ท่านคิดดูครับ การไฟฟัาส่วนภูมิภาคตั้งเมื่อป้ ๒๕๐๓ การไฟฟั้านครหลวงตั้งเมื่อป้ ๒๕๐๑ การไฟฟัา ฝ์ายผลิตตั้งเมื่อป้ ๒๕๑๑ การไฟฟัาฝ์ายผลิตมีหน้าที่ผลิตขายให้นครหลวงกับภูมิภาค ฝ์ายผลิตมาเกิดหลังคนที่เขาขายอยู่ก่อน ท่านสงสัยไหมครับ เพราะว่ากฎหมายการไฟฟัา ฝ์ายผลิตเราออกกฎหมายให้เขาคุมสิทธิในการทำหน้าที่ผลิตพลังงานทั้งหมดในประเทศนี้ พอผลิตพลังงานทั้งหมดในประเทศนี้ในเรื่องไฟฟัามันก็เกิดหน่วยงานเดียวครับผูกขาด เพราะฉะนั้นการไฟฟัาก็คิดอยู่ตลอดเวลาครับ เพราะว่าท่านนิกรขออนุญาตที่เอ่ยนาม เอ่ยเมื่อสักครู่ ค่าเอฟที (Ft) ไม่มีมนุษย์คนไหนอ่านถูกหรอกครับ แต่การไฟฟัาฝ์ายผลิต ก็คิดแบบเดียวกับ ปตท. เหมือนกันในความรู้สึกประชาชนนะครับ คือคิดจะลงทุน อยู่ทุกเวลา ลงทุนโรงไฟฟัาในลาว ลงทุนจะตั้งโรงไฟฟัาเป่ดที่โน่นที่นี่จนโดนประท้วง มาตลอด แต่เวลาประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียเขามีไฟฟัาที่ผลิตเหลือเขาอยากขายให้ ไม่อยากซื้อ อยากตั้งโรงไฟฟัาถ่านหิน นี่กระบี่ก็ประมูลไปเสร็จแล้ว ยังมีปัญหาคาราคาซัง สงขลาก็จะเป่ด นครศรีธรรมราชก็จะสร้าง แต่พลังงานที่จะมาทดแทนกลับจะไม่พูดถึงเลย การไฟฟัาฝ์ายผลิตคิดจะไปตั้งโรงงานเผาถ่านหินที่จังหวัดนครศรีธรรมราช คิดอยู่ครับ จนชาวบ้านประท้วงกัน จนเดี๋ยวนี้เส้นทางระหว่างนครศรีธรรมราชไปสงขลา ๑๐๐ กิโลเมตร กังหันพัดลม พลังงานลมครับ เกิดขึ้นมาแล้วเกือบ ๑๐๐ บริษัท มันจะปัืนจริงหรือปัืน ในตลาดหุ้นผมก็ไม่รู้นะครับ เพราะว่าผมก็ไม่มีข้อมูล ศูนย์ข้อมูลอย่างนี้ไม่ได้บอกไว้ ขยะเรากองอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง แต่เนื่องจากกฎหมายเรามันล็อกครับว่าขยะคือท้องคำ ทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน วันนี้เต่าเผาขยะก็เกิดไม่ได้ พลังงานจากขยะก็เกิดไม่ออก เพราะถ้าจะเกิดมันต้องต่อไปขายการไฟฟัาเขา ท่านช่วยดูกฎหมายด้วยครับไปดูว่ามันต้องรื้อ กฎหมายฉบับใดบ้างที่ประเทศอื่น ๆ ทําไมเอกชนรายเล็กรายน้อยเขาผลิตไฟขายกับรัฐนี่ง่าย แต่ประเทศไทยเกิดไม่ได้ครับ แล้วผ่าน ๑๓ หน่วยงาน ๒๐ กระทรวง ตายพอดีไม่มี เอกชนไหนเกิดได้ ความรู้สึกผมก็คือต้องชื่นชมครับ ผู้รู้เรื่องพลังงานทั้งหมดกำลังจะเป่ดเผย ข้อมูลพลังงานให้กับประชาชน ผมเห็นด้วยครับ แล้วก็ถ้าศูนย์ข้อมูลนี้เกิดขึ้นได้จริง ๆ ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์มหาศาลกับประเทศนี้ จะได้ตอบคำถาม เพราะไม่ต้องกลัวครับว่า คนจะรู้เรื่องพลังงานในประเทศไทยหมด ต่างชาติเขาจะเอาเปรียบเรา เพราะรู้เรื่องพลังงาน ไทยเราหมด พลังงานเริ่มพัฒนาครับ วันนี้อุตสาหกรรมรถยนต์ทุกบริษัทกำลังสะเทือน กลัวรถไฟฟัาที่ท่านนายกให้ศึกษาจะเข้ามาแทนที่ เพราะฉะนั้นพลังงานจากน้ำที่รถญี่ปุ์น เริ่มทำได้ครับมันก็จะเริ่มเข้ามาทดแทน สิ่งเก่ามันก็ต้องหมดไปครับ เพราะฉะนั้นพลังงาน ที่จะเข้ามาทดแทนผมก็หาคำตอบไม่ถูกเหมือนกัน เช่นรถไฟฟัาซึ่งจะเปึนการใช้พลังงาน ที่สะอาดเข้ามาใช้ในประเทศไทย ทําไมบริษัทเดียวผลิตเข้ามาคันละ ๗,๐๐๐,๐๐๐- ๘,๐๐๐,๐๐๐ ผมไปประเทศจีน ไปประเทศเพื่อนบ้านมอเตอร์ไซค์ไฟฟัาเขาใช้กันหมดแล้ว รถยนต์ไฟฟั้าเขาใช้ทําแท็กซี่กันแล้ว ประเทศไทยมันมีอุปสรรค์อะไรหรือครับ จะถ้าใช้ พลังงานสะอาด แล้วกรมศุลกากรกับกรมสรรพากร กรมการขนส่งทางบก คิดไม่ออกจะเอา สตางค์เขาเท่าไรดี คือถ้าพลังงานสะอาดมามันก็ต้องส่งเสริม แต่ถ้าเมื่อเราไม่ส่งเสริม มันก็พัฒนายากครับ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตามครับ ผมขออนุญาตที่จะสนับสนุนรายงาน ฉบับนี้ แล้วก็อยากให้ท่านทำต่อนิดหนึ่ง เพื่อตอบประชาชนครับว่ามันมีกฎหมายใน ๑๕ ฉบับใดครับ ที่สร้างเสือนอนกินไว้บ้างช่วยเป่ดให้ดูหน่อยครับ เพราะในนี้มันเสือนอนกิน นอนอยู่เยอะครับ ใคร ๆ ก็อยากไปเปึนบอร์ด (Board) ปตท. ใคร ๆ ก็อยากไปเปึนบอร์ด (Board) การไฟฟัาฝ์ายผลิต อยากไปเปึนเพราะอะไรครับ คงไม่อยากให้ช่วยขยาย ความรู้มากนะครับ แต่ว่าผมเข้าใจว่า พอจะรู้ว่าอยากไปเปึนเพราะอะไร เพราะฉะนั้นแดนสนธยาเหล่านี้จะต้อง ถูกเป่ดออกมา เพื่อประชาชน ทำงานการไฟฟัาฝ์ายผลิต การไฟฟัาภูมิภาคครับออกจากงาน หลังจากผ่านไป ๓๐ ป้ได้เงินก้อนออกไปคนละเกือบ ๑๐ ล้านบาท ได้แหวนเพชรทุก ๓-๔ ป้ ที่ทำงานแจกกันเหลือเฟ๋อครับ แต่เปึนว่าชาวบ้านต้องมาทะเลาะกับค่าเอฟที (Ft) กับค่าไฟฟั้าแพง เพราะฉะนั้นถ้าศูนย์ข้อมูลนี้เป่ดนะครับ ผมเชื่อครับว่าไม่ต้องฟัองกัน ในศาลครับ ที่เพื่อนสมาชิกพูดว่าคนที่ให้ข้อมูลเปึ้นเท็จ ผมก็หลงเชื่อหลายครั้งครับ เพราะหลุมน้ํามันในประเทศไทยมันเยอะมาก เขาบอกหลุมน้ํามันประเทศไทยเหมือน ร่างขนมครกหลุมเล็ก ๆ กว่าจะแคะขึ้นมากำไรน้อยสู้หลุมในต่างประเทศไม่ได้หลุมมันใหญ่ กว่าตุ่มน้ำสูบขึ้นมาที่ลงทุนคุ้มปันผลมันคุ้ม แต่ผมไม่รู้ว่าหลุมมันเล็กหลุมมันใหญ่ครับ ช่วยเป่ีดหน่อยเถอะครับว่าหลุมเมืองไทยมันเล็กหรือมันใหญ่เพราะหลุมมันเยอะจริง ๆ ครับ ที่ไหนก็ไปเจอขุดน้ำมันที่ไหนก็ไปเจอขุดน้ำมันกัน อำเภอฝางของท่านกรรมาธิการก็ขุดอยู่ครับ พลังงานทหารก็ขุดอยู่ คราวนี้มันอยู่เต็มไปหมดจนชาวบ้านสงสัยว่ามันป่ดบังอะไรกันไว้ ต้องขอขอบพระคุณรายงานของคณะกรรมาธิการอย่างยิ่งครับที่เป่ดเรื่องอย่างนี้ออกมาแล้วก็ ทำให้สาธารณชนได้รับรู้ข้อมูลจริง ๆ และผมคิดว่าท่านประธานในฐานะประธานที่ประชุมครับ ท่านเปึ้นผู้ที่สนใจเรื่องพลังงานจริง ๆ ท่านน่าจะตามนะครับ แล้วก็ท่านน่าจะให้ข้อคิดเห็น จากกรรมาธิการได้เยอะกว่าผมครับ ขอขอบพระคุณครับ
ต่อไปเปึนท่านสุดท้ายนะครับที่ได้แสดงความจำนง คือท่านกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ
ขอบคุณ ต้องขอโทษท่านประธานด้วยครับมาช้า ไปประชุมกรรมาธิการอยู่ ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ ๗ ผมขอพูด ๒-๓ นาทีแค่นั้นเอง คืออยากจะขอฟังให้ชัดนะครับว่าระบบข้อมูลหรือศูนย์ข้อมูลที่ กระทรวงพลังงาน ที่การป่โตรเลียมแล้วก็ที่การไฟฟัาฝ์ายผลิตทั้ง ๓ หน่วยงานนี่มันมีประเด็น ปัญหาอะไรครับถึงต้องมีการจัดตั้งศูนย์อันนี้แล้วก็เชื่อมโยง กับอันที่ ๒ ก็คือว่าแล้วทําไม ข้อมูลจากหน่วยงานเหล่านี้ถึงไม่ออกมาสู่ประชาชนให้เปึ้นที่แน่ชัด จนกระทั่งหาทางออกว่า เพื่อไม่ให้มีข่าวลือการบิดเบือนข้อมูลเพราะฉะนั้นต้องมาตั้งศูนย์ใหม่ แล้ว ๓ หน่วยงาน ที่ผ่านมาเปึนเวลาหลายสิบป้หรือว่าหลาย ๆ ป้นั่งทำอะไรอยู่ถึงไม่เอาข้อมูลออกมาให้หมด โดยเฉพาะจำนวนบริษัทลูกของการป่โตรเลียมมี ๒,๐๐๐ บริษัททั้งในและนอกประเทศ จริงหรือไม่ ใครอยู่ในบอร์ด (Board) ของบริษัทเหล่านั้น บัญชีธนาคารในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ข้อมูลที่ว่าไปลงทุนที่ไหนในส่วนเกี่ยวกับการป่โตรเลียม ส่วนการไฟฟัาฝ์ายผลิตนั้นมีโครงการ พลังงานไฟฟัาจากน้ำในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่มีอยู่แล้วอยู่ในแผนเท่าไร อย่างไร แล้วก็ แผนการที่จะนําเข้าถ่านหินซึ่งมีกฎหมายบังคับอยู่นั้นเปึนอย่างไร แล้วการดําเนินการทั้งหมดนี้ ก็จะไปโยงกับที่เราได้คุยกันมา ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าแล้วจะไปช่วยลดภาวะโลกร้อน อย่างไรเราว่ากันมา ๒-๓ ครั้งในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้เปึนข้อมูลที่ควรจะได้ มีการเป่ดเผยได้แต่วันนี้ก็ไม่ได้ทำมาให้มันชัด และเราก็มีความหวังว่าเมื่อเราจะมาตั้ง ศูนย์กลางอันนี้แล้วข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้มันก็จะออกมา ไม่จำเปึ้นที่จะต้องรอศูนย์นี้นี่ครับ เอาของจริงเอาข้อเท็จจริงทั้งหมดให้มาปรากฏต่อสาธารณชนให้ทั้งหมดเลยนะครับ ไม่ให้เปึ้นที่ข้องใจ เพราะจะอย่างไรก็ตามแม้กระทั่งการป่โตรเลียมถึงแม้ว่าจะอยู่ในตลาดหุ้นแล้ว พวกเราทั้งหมดก็ยังถือว่าเปึนเจ้าของร่วมก็อยากจะรู้ความเปึนไปทั้งหมดเกี่ยวกับ การป่โตรเลียม
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าเราไม่ได้มีข้อมูลของการสำรวจเปึนของเราเอง เราต้องจ้างเขา ต้องซื้อเขา หรือไม่เราก็ต้องทําการลงทุนร่วม เพราะฉะนั้นศูนย์ข้อมูล เมื่อไม่ได้เปึนเจ้าของเทคโนโลยี ไม่ได้เปึ้นเจ้าของข้อมูลต้นทางออริจิน (Origin) มันก็ต้องไป สร้างเครือข่ายกับต่างประเทศหรือไม่ก็ต้องไปพึ่งบริษัทน้ำมัน บริษัทค่อนซัลแทนต์ (Consultant) ความเปึนตัวของตัวเองแล้วก็คุณค่าของมันจะเปึนอย่างไร เพราะว่าถ้าเผื่อผมเป่ดไปที่เอเนอร์จีเซ็นเตอร์ (Energy Center) เอเนอร์จีอินสทิทิว (Energy Institute) ทั่วโลก หรือไปที่หน่วยงานพลังงานของญี่ปุ์น ของสหภาพยุโรป ของอเมริกา ผมก็สามารถที่จะหาข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ไม่ค่อยมีปัญหาครับ แต่ว่าแล้ว ศูนย์อันนี้มันจะมีข้อมูลอะไรที่จะมีความเปึนตัวของตัวเองที่จะอำนวยประโยชน์ให้กับ ประชาชนอย่างจริง ๆ จัง ๆ นะครับ แล้วก็บุคลากร สมมุติว่าจะมีการจัดตั้งศูนย์ชนิดใด นักคอมพิวเตอร์ นักเอนจิเนียร์ (Engineer) นักวิทยาศาสตร์ แต่คงจะไม่ควรเปึนผู้แทน กระทรวง ทบวง กรมทั้งหลาย ซึ่งไม่ได้มีความรู้ในเรื่องเทคนิคที่เกี่ยวกับการพลังงาน อาจจะอยู่ในระดับนโยบาย เราจะสร้างบุคลากรอย่างไร ก็ทราบมาว่าที่การป่โตรเลียม ก็มีศูนย์ป่โตรเลียม ทำอะไรอยู่ครับ ต่าง ๆ เหล่านี้ คือมันก็กระจัดกระจายอยู่จะบูรณาการ สิ่งที่มีอยู่แล้วอย่างไร โดยที่ไม่ต้องตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาก็จะใช้เงินประมาณเบื้องต้น ๓๐ ล้านบาทต่าง ๆ เหล่านี้ ผมว่าอยากจะได้ฟังคำชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ แล้วก็ ในขณะเดียวกันก็จะขอเรียนผ่านท่านประธานไปที่กรรมาธิการหรือว่าในนามของ สปท. ข้อมูลเกี่ยวกับการพลังงานทั้งหมดของประเทศไทยมันคลุมเครือครับ มันไม่ชัด มันก็มีประเด็นปัญหาแล้วก็กลายมาเปึนปัญหาทางการเมืองในอ่าวไทย เรื่องการอะไร จะเป่ดการให้สัมปทาน โรงงานไฟฟัาถ่านหินก็ทะเลาะกับชาวบ้าน ต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ การที่จะขุดเจาะลำเลี้ยงต่าง ๆ ท่อแก๊สมันอยู่ที่ไหน อย่างไร มันเปึนของคนไทยหรือจะเปึน ของการป่โตรเลียมอยู่ มันต่าง ๆ เหล่านี้แล้วก็บอกว่าไฟฟัาก็ขาดที่ภาคใต้ เพราะว่ากริด (Grid) ไม่พอ ก็ถามว่าแล้วทำไมมันไม่เติมให้เต็มเสียทีหนึ่งล่ะ คือการมีศูนย์ข้อมูลมันจะต้อง มีข้อมูลเหล่านี้เต็มที่ให้ประชาชนได้รู้ ซึ่งอนาคตประเด็นปัญหาที่ผ่านมาแล้วก็แนวทาง ในการแก้ไขอยู่ด้วยนะครับ ก็คงจะเปึนข้อมูลที่ให้เกี่ยวกับไม่ใช่ข้อมูลดิบ ๆ เทคนิคคัลดาต้า (Technical Data) แต่มันต้องให้ซึ่งทิศทางนโยบายแล้วก็การพัฒนาของประเทศไทยด้วย ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธาน
เมื่อสมาชิกได้อภิปรายพอสมควรแล้ว ไม่ทราบยังมีสมาชิกท่านใดประสงค์ จะอภิปรายไหมครับ เชิญครับ ท่านศิริชัยครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธาน สปท. ตลอดจน์ท่านสมาชิก สปท. ผม ศิริชัย ไม้งาม สปท. ลำดับที่ ๑๕๒ ครับ ก็อยากจะขึ้นมา ความจริงก็นั่งฟังนะครับ แต่พอดีมีหลายส่วนที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการไฟฟัาฝ์ายผลิต โดยเฉพาะสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปรายนะครับ แล้วก็โยงมาถึงการไฟฟัาฝ์ายผลิต ผมมีความเคารพทุกท่านครับ แต่ต้องใช้โอกาสนี้ในฐานะที่นั่งอยู่ใน สปท. และมีโอกาส ได้รับฟัง คงจะขออนุญาตชี้แจงบางเรื่องครับ ว่าการไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทยนั้น ตั้งขึ้นเมื่อป้ ๒๕๑๑ มาจากการร่วมของ ๓ การไฟฟัาครับ ๑. คือการไฟฟัายันฮี คือเขื่อนภูมิพล ๒. การไฟฟัาลิกไนต์อยู่ที่กระบี่และแม่เมาะ และหน่วยงานที่ ๓ คือการไฟฟัา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือครับ แต่เนื่องจากว่าการบริหารในกิจการไฟฟัานั้นกระจัดกระจาย จึงเปึ้นที่มาของการรวมตั้งการไฟฟั้าฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทยขึ้นสังกัดนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปึ้นผู้กำกับ ตลอดเวลา ๔๐ กว่าป้ครับ ผมเรียนด้วยครับว่าการไฟฟัาฝ์ายผลิตนั้นเปึ้นหน่วยงานที่ตั้งมาด้วยเงินที่เกิดขึ้นจาก การดำเนินงาน ๔๐ กว่าป้นี่ผมว่า ๔๗ ป้นี่ไม่เคยเปึนภาระของประเทศครับ และผมเรียน ครับว่า การไฟฟัาฝ์ายผลิตนั้นเราพยายามทำหน้าที่สนองกิจการไฟฟัาของชาติเท่าที่จำเปึน ขณะนี้โรงไฟฟัาใหม่ ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ใช่การไฟฟัาฝ์ายผลิตอยากจะสร้างละครับ เราเปึนหน่วยงานของรัฐ แต่เราสร้างโรงไฟฟัา เพื่อทดแทนโรงไฟฟัาเก่าที่หมดอายุในการ ใช้งานมา ๒๐ ป้ ๒๕ ป้ ผมเรียนครับว่า วันนี้ประเทศไทยเราคงมีพลังงานไม่เพียงพอละครับ ในกิจการไฟฟัา เราถึงไปซื้อไฟจากประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าพูดตรง ๆ ก็คือเราไปยืมจมูก ของประเทศเพื่อนบ้านหายใจครับ พลังน้ำซื้อจากล่าวมาก็เพื่อหวังว่าจะได้เปึ้นราคา ค่าไฟที่ถูก เพราะเราไม่สามารถที่จะสร้างเขื่อนจากนี้ไปได้อีกแล้ว มีหลายท่านพยายามบอกผมว่า ทําไมไม่ทบทวน การไฟฟั้าไม่ทบทวนครับเรื่องการสร้างเขื่อน การไฟฟัายืนยันครับว่า ต่อไปนี้จะไม่มีการสร้างเขื่อนที่เกิดขึ้นจากการไฟฟัาครับ เราจะซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน เราไปเอาไฟฟัาถ่านหินลิกไนต์ วันนี้จากหงสาประเทศเพื่อนบ้านครับ ประมาณ ตั้งเกือบ ๑,๕๐๐ กว่าเมกะวัตต์เข้ามาในประเทศไทยครับ เราซื้อก๊าซจากประเทศเพื่อนบ้าน จากพม่า ถามว่าก๊าซในประเทศมาจากพม่าถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในประเทศ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็นับวันจะร่อยหรอ ผมทำงานอยู่กับภาคประชาชน ผมเข้าใจแล้วก็เห็นใจครับว่าบ้านเมือง ต้องเดินไปข้างหน้า พลังงานไฟฟัาเปึ้นเรื่องสำคัญ วันนี้เราก็ทราบครับว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้น มาจากโรงไฟฟัาก๊าซธรรมชาติ และนับวันก็คือจะมีปัญหาของการขาดแคลน แนวทาง ถ่านหินก็คือการกระจายเชื้อเพลิงให้เหมาะสม นั่นคือความมั่นคงของพลังงานของประเทศ การไฟฟัาฝ์ายผลิตเปึ้นหน่วยงานที่ไม่อยากจะทะเลาะกับประชาชนครับ ผมเรียนครับว่า ได้สร้างก็เปึนประโยชน์กับประเทศ ไม่ได้สร้างก็ไม่ได้มีปัญหาเพราะ กฟผ. เปึนหน่วยงาน ของรัฐ รัฐเปึนคนให้ กฟผ. เปึนคนดําเนินการ
ในเรื่องของราคาค่าไฟฟัาครับ แต่เดิมการไฟฟัาเปึ้นจำเลยในเรื่องของค่าเอฟที (Ft) มาตลอดเวลา ผมคิดว่าประมาณสัก ๓๐-๔๐ ป้ครับ แต่วันนี้เรื่องของค่าเอฟที (Ft) นั้น ไปอยู่ในคณะกรรมการกิจการพลังงาน ที่เรียกว่าเรกูเลเตอร์ (Regulator) เรียบร้อยแล้วครับ การไฟฟัาฝ์ายผลิตก็เปึ้นเพียงคนที่ดูแลระบบไฟฟัาแค่นั้น ไม่ได้เปึนคนกำหนดในเรื่องของ ค่าเอฟที (Ft) แต่อย่างใดครับ
ในเรื่องของบอร์ด (Board) การไฟฟัาฝ์ายผลิตครับ ผมอาจจะไม่แตะไปถึง ปตท. แต่ผมมั่นใจนะครับ เพราะในที่ประชุมแห่งนี้หลายท่านเปึ้นบอร์ด (Board) การไฟฟัา ฝ์ายผลิต แทบจะไม่มีสิทธิอะไรที่เหนือเลยครับ บางครั้งยังน้อยกว่ารัฐวิสาหกิจทั่วไปครับ เงินค่าตอบแทนผมคิดว่าไม่น่าจะเกินเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท โบนัสได้เท่าพนักงานครับ แต่คนที่นั่งเปึนบอร์ด (Board) การไฟฟัานั้นเขาถือว่าเขาได้รับเกียรติและศักดิ์ศรีของการที่ เปึ้นบอร์ด (Board) การไฟฟัาฝ์ายผลิต และผมเองในฐานะที่เคยเปึนอดีตประธานสหภาพ เราได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดครับ และต้องขอขอบคุณบอร์ด (Board) ทุกท่านครับ ที่มาทำงาน เพราะเราเองระมัดระวังว่าวันนี้การไฟฟัาฝ์ายผลิตเราจะทำให้เปึนองค์กร ที่เรียกว่าธรรมาภิบาลได้อย่างไร ก็เลยถือโอกาสนี้ด้วยความเคารพทุกท่านครับ ผมคิดว่านี่คือ การชี้แจงไปตามเนื้อหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แล้วก็หวังว่าการไฟฟัาฝ์ายผลิตทำหน้าที่ มาอย่างเต็มที่ครับ วันนี้เราอาจจะไม่มีปัญหาเรื่องไฟฟัาขาด ไฟฟัาดับ หรือไฟฟัาตก เพราะการไฟฟัา ฝ์ายผลิตรับผิดชอบอย่างดี แต่ถ้าต่อไปในอนาคตถ้าเกิดปัญหาความไม่มั่นคงในพลังงาน ไฟฟัา ขออนุญาตนะครับว่าเราเองก็เปึนหน่วยงานที่สนองตามนโยบาย และไม่อยากจะตก เปึนจำเลยสังคมว่าองค์กรการไฟฟั้าฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทยนั้นเปึนองค์กรไม่มี ประสิทธิภาพ การลงทุนโรงไฟฟัาครับ ผมสู้เรื่องการแปรรูปมาโดยตลอด วันนี้การไฟฟัา ฝ์ายผลิตเปึนหน่วยงานแรกเลยที่มีการระดมทุนโดยผ่านกองทุนอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ (Infrastructure Fund) ที่เกิดขึ้นที่โรงไฟฟัาพระนครเหนื่อยู่นิต ๑ (Unit 1) ครับ นี่คือแนวทาง ที่เราเองพยายามช่วยภาครัฐในการทำหน้าที่ เพราะนั่นคือหน่วยงานของรัฐบาล หน่วยงาน ของประชาชนครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
ท่านศิริชัย ไม้งาม เปึนสมาชิกที่ใช้สิทธิชี้แจงกรณีพาดพิงนะครับ ไม่ใช่เปึ้น การอภิปราย มีสมาชิกท่านอื่นจะอภิปรายไหมครับ เมื่อสมาชิกได้แสดงความคิดเห็น พอสมควร ผมขอป่ดการอภิปรายนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการ ดอกเตอร์ คุรุจิต นาครทรรพ ได้ชี้แจงตอบคำถามสมาชิกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกระผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกทั้ง ๗ ท่าน ที่ได้ให้ข้อคิดเห็นและอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ต่อ ข้อเสนอเรื่อง ศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาตินะครับ กระผมขอรวม ๆ สรุปโดยรวมนะครับ ก็ขอบพระคุณ ท่านปานเทพที่เห็นด้วยในหลักการ และจริง ๆ อยากให้มีกฎหมายรองรับเพื่อให้เปึ้นอิสระอย่างเต็มรูปแบบ ผมว่าท่านปานเทพ เปึ้นข้าราชการเก่าก็เข้าใจว่า การเปึนอิสระมันจะทำให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ เชื่อมั่น ทั้ง ๆ ที่ความจริงก็เปึนข้อมูลเดียวกันอยู่แล้วนะครับ
ท่านนิกร จำนง ถามเรื่องชั้นความลับของข้อมูลมีหรือไม่ เดี๋ยวกระผม จะขอให้ท่านเสรีได้ตอบนะครับ
แล้วก็ท่านมนู เลี้ยวไพโรจน์ สนับสนุนก็ขอกราบขอบพระคุณท่าน ด้วยนะครับ
ท่าน พลโท กฤษณะ ก็ยกข้อสังเกตที่ดีมากนะครับ ท่านก็ศึกษามาดี ในเรื่องของเอสดียู (SDU) ก็จะขอให้ท่านเสรีกรุณาตอบ แต่ผมก็อยากจะเรียนว่าเซอร์วิส ดีลิเวอรี ยูนิต (Service Delivery Unit) จริง ๆ ก็มีอยู่หลายรูปแบบนะครับ แล้วก็จริง ๆ ก็คือสามารถจะชาร์จ (Charge) ค่าบริการได้ แต่ว่าข้อมูลส่วนใหญ่ที่เปึนข้อมูลที่จะทำ ออกมานี่จะฟรี แต่ถ้าท่านต้องการให้เราปรุงเราสังเคราะห์ออกมาในรูปแบบหรือไปใช้ ทางการค้าก็อาจจะชาร์จ (Charge) สตางค์ แต่ข้อมูลเพื่อประชาชนเปึนข้อมูลที่ฟรีนะครับ
แล้วก็เช่นเดียวกันนะครับ ท่านเบญจวรรณ ท่านก็เลขาธิการ ก.พ. เก่า ก็ทราบดีเรื่องของเอสดียู (SDU) ความเชื่อมโยง ซึ่งอันนี้ท่านเสรีท่านก็ได้ศึกษามานะครับ
คำถามของท่านวิทยา ผมก็ขอบคุณที่ท่านสนับสนุนนะครับ แล้วบางส่วน ท่านศิริชัย ไม้งาม ก็ได้กรุณาตอบไปแล้วนะครับ
ส่วนของท่านกษิตท่านสุดท้ายนี่กระผมก็อยากจะเรียนว่า ข้อมูลพลังงาน ที่กระทรวงพลังงาน กระทรวงพลังงานตั้งขึ้นมา ๑๓ ป้ มาจาก ๕ กระทรวงนะครับ เพราะฉะนั้น แต่ละกรมก็มีศูนย์ข้อมูลของเข้ามาเอง สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานก็มาจาก สำนักนายกรัฐมนตรี กรมธุรกิจพลังงานก็มาจากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมาจากกระทรวงอุตสาหกรรม กรมพัฒนาพลังงานทดแทนมาจาก กระทรวงวิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นต่างคนปัญหาก็คือว่าข้อมูลนี่ทำในรูปแบบที่ตัวเองจะใช้ บางทีคนละหน่วยกันด้วย แล้วก็ภายใต้ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารเราก็เอาขึ้นเว็บ (Website) แต่ไม่สามารถจะอ่านแล้วเข้าใจของคนทั่วไปได้ เพราะฉะนั้นการมีศูนย์ข้อมูลมันก็จะทําให้ เชื่อมโยง แต่ที่สำคัญก็คือจะทำข้อมูลนี้ให้อยู่ในสภาพที่มันเข้าใจง่ายแล้วก็สร้างความน่าเชื่อถือ เพราะว่าเราอยากให้ผู้ที่บริหารอย่างข้อมูลนี้มีข้อมูลอะไรก็เอาลงที่ไม่ใช่มีชั้นความลับ คนก็จะได้มาใช้แล้วก็จะเริ่มความมั่นใจว่าข้อมูลนี้มันเปึ้นฐานเดียวกันนะ ขอให้ท่านเข้าใจว่า บางทีมันมาจากหลายกรม บางคนใช้เมตริก บางคนใช้หน่วยอังกฤษมาจากอย่างนี้กว่าจะจูน (Tune) กันได้แบบข้าราชการเพราะต่างคนต่างมีกฎหมายของตัว แล้วศูนย์ข้อมูลนี้ เราไม่ใช่จะทําแต่จะเอาร์อว์ดาต้า (Raw Data) มาวางให้ดูเท่านั้น เราจะสังเคราะห์และวิเคราะห์ ด้าต้า (Data) เปึนการให้บริการด้วย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีชั้นความลับด้วยนะครับ ส่วนข้อมูล บางเรื่องที่ท่านถามมันก็ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของศูนย์ข้อมูลราชการ อย่างข้อมูลของ ปตท. จริง ๆ เขาก็เป่ดเผยอยู่ในรายงานประจำป้อยู่แล้ว ใครเปึ้นบอร์ด (Board) ใครได้ค่าตอบแทน เท่าไร บริษัทลูกมีอยู่เท่าไร อยู่ในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้วก็เปึนรายงานประจำป้รวมทั้ง กฟผ. ด้วย ส่วนบุคลากรที่เราคิดไว้ ในชั้นแรกก็เปึนบุคลากรเดิมที่อยู่ในศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ จะต้องมาบูรณาการกัน คณะทำงานที่ท่านเสรีท่านทำนี่ก็สามารถสร้างคอนเซนซัส (Consensus) ได้ในระดับหนึ่งว่าจะต้องทำงานด้วยกัน แต่ก็จะต้องมีการรีครูตเมนต์ (Recruitment) คนในด้านของคอมพิวเตอร์ด้านเศรษฐศาสตร์เพื่อมาทำในเรื่องวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลนะครับ ในประเด็นอื่นผมขออนุญาตให้ท่านเสรีได้กรุณาตอบด้วยครับ โดยเฉพาะเรื่องของชั้นความลับและเอสดียู (SDU) ครับ
ขอเชิญท่านเสรี อติภัทธะ ครับ
ขออนุญาตท่านประธาน ผม เสรี อติภัทธะ ครับ ก่อนอื่นผมขอเรียนตอบข้อสังเกตของท่านนิกรก่อนว่า จริง ๆ ข้อมูลที่ท่านเปึนห่วง ข้อมูลว่ากลัวด้านซีเคียวริตี (Security) ผมนำเรียนนิดหนึ่งว่า ในโครงการอันนี้ที่วางไว้เราได้รับการ สนับสนุนจากสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ผมถือว่าเปึนหน่วยงานที่ค่อนข้างจะซีเคียว (Secure) ที่สุดของประเทศไทยก็ว่าได้ในขณะนี้นะครับ ในส่วนที่ ๑ ในส่วนของเน็ตเวิร์ก (Network) ในส่วนที่ ๒ เรื่องของข้อมูลก็คงมี ๒ ลักษณะ ส่วนหนึ่งก็คงเปึนข้อมูลที่เป่ดเผยได้ คำว่า เป่ดเผยได้ ก็คงเปึนไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร อันนี้ต้องพับบลิก (Public) ออกไป เผยแพร่ต่อประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็คงมีข้อมูลที่ยังเป่ดเผยไม่ได้ ซึ่งอันนี้เปึนนัยที่ท่าน ได้ตั้งข้อสังเกตไว้
- ๖ ๘ /๑ ผมเรียนนิดหนึ่งว่าเราตั้งในระบบคอมพิวเตอร์เราทำออเทน (Authen) ไม่ได้หมายความ ทุก ๆ คนจะเข้าข้อมูลได้บนฐานตัวเดียวกัน บนเบส (Base) ตัวเดียวกัน ออเทน (Authen) อันนี้อาจจะวางไว้หลายเลเยอร์ (Layer) ในระหว่างรัฐบาล ในระหว่างภาครัฐ จากหน่วยหนึ่งไปอีกหน่วยหนึ่งก็จะเปึนระดับหนึ่ง ผมเรียนต่อนะครับว่าตัวข้อมูล ที่จะเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลอันนี้มันมาระดับรูต (Route) ซึ่งหมายความว่าในตัวทรานแซกชัน (Transaction) มันเองตั้งแต่ผู้ประกอบการ ผมเรียนเลยว่าผู้ประกอบการอันนี้เปึนรายบุคคล เช่น กรณีผู้ประกอบการนำเชื้อเพลิงผ่านด่านศุลกากรจะระบุเปึนรายบุคคลเลยนะครับ ปริมาณเท่าไร เวลาอะไร ปริมาณเปึนอย่างไร ในขณะเดียวกันทางสรรพสามิต ในการจะเรียกเก็บภาษีจะวิ่งในระดับหนึ่งซึ่งประชาชนทั่ว ๆ ไปเข้าไปเห็นภาพตรงนี้ไม่ได้ แต่อาจจะได้เห็นในภาพรวมที่ทำแมโคร (Macro) ไว้ อันนี้ผมเรียนท่านนิกรนะครับ
ผมขออนุญาตตอบต่อในเรื่องของการจัดทำเอสดียู (SDU) นะครับ ก็ตาม ที่ท่าน พลโท กฤษณะ ได้ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับว่าจริง ๆ แล้วในการทำเอสดียู (SDU) นี้ อยู่ ๆ วันนี้เมื่อองค์กรยังไม่เกิดเราจะไปขอยื่นทำเอสดียู (SDU) คงไม่ใช่ภาพอันนั้นนะครับ แต่ท่านดูซีเควนต์ (Sequent) ให้ดีที่ผมได้นำเรียนในที่ประชุมนี้แล้วว่าเราจะขอกรอบ เฟรมเวิร์ก (Framework) ของงบประมาณมาดําเนินการจัดทําแล้วก็แอปพลาย (Apply) ทํา เอสดียู (SDU) ต่อไป เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เราจะเห็นภาพก็คือเรามอบหมายให้กระทรวง พลังงานเปึนหน่วยงานหลักในการทำเอสดียู (SDU) แน่นอนที่สุดครับ กระทรวงพลังงาน ข้อมูลต่าง ๆ ถ้าถามในภาครัฐแล้วเซิร์ฟ (Serve) กระทรวงพลังงาน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมใช้คำว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยนะครับ แล้วกระทรวงพลังงานก็จะต้องเปึนเจ้าภาพ ในการขอทำเอสดียู (SDU) โดยทำงานร่วมกับทาง ก.พ.ร. นำเสนอเข้า ครม. นะครับ อันนี้ ก็โดยกระบวนการของมัน ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วมาถูกต้องและถูกทางอยู่แล้วนะครับ ส่วนเรื่องของค่าธรรมเนียมในการคิดค่าบริการก็คงมี ๒ นัยนะครับ นัยหนึ่งถ้าเปึนการบริการ ข้อมูลทั่ว ๆ ไปอันนี้ก็คงจะต้องไม่เก็บ แต่ถ้าเปึนกรณีข้อมูลที่จะต้องเขียนขึ้นมาใหม่ หรือทำแอดฮอก (Ad hoc) ขึ้นมาใหม่ อันนี้ก็คงจะต้องมีค่าแมนเดย์ (Man day) ของหน่วยงานของศูนย์ที่จะจัดทำขึ้นมา เพราะฉะนั้นในการบริหารจัดการศูนย์นี้ คงมีการกำหนดอัตราค่าบริการขึ้นมานะครับ
ส่วนข้อที่ ๓ ของท่านกษิตว่าประเด็นปัญหาของ ๓ หน่วยงานไฟฟัาทำไม ปัญหาคือข้อมูลไม่เชื่อมโยงกัน ผมเรียนนิดหนึ่งว่าถ้าท่านได้สัมผัสกับ ๓ หน่วยงานนี้ ในวันหนึ่งข้างหน้าหรือวันไหนก็ตาม ต่างคนก็ต่างทำครับ ต่างคนก็ต่างอยู่เขาไม่มาคุยกัน นะครับ อันนี้ผมเรียนท่านก่อนนะครับว่าในเมื่ออันนี้คงเปึนประเด็น ถ้าถามผมว่าแล้วทําไม เขาไม่ออกมาเผยแพร่ เพราะข้อมูลเขาไม่เชื่อมโยงกัน เมื่อข้อมูลไม่เชื่อมโยงกันแล้วแบบที่ผม นำเรียนว่าถ้าเราจะถามว่าภาคบริการของประเทศไทยใช้พลังงานเท่าไร ไม่มีใครตอบได้ ท่านต้องเรียก ๓ หน่วยงานมานั่งคุยกันแล้วพร้อมกัน แล้วก็เอาข้อมูลจาก ๓ หน่วยงาน เข้ามาในการทำฐานข้อมูลครั้งนี้ทรานแซกชัน (Transaction) จะวิ่งเข้ามาสู่ก็จะตอบคำถาม ที่ท่านได้เปึ้นประเด็นไว้นะครับ ก็คงจะมีประเด็นอยู่เท่านี้นะครับ ขอบพระคุณครับ
มีสมาชิกที่ยังติดใจไหมครับ เชิญท่านนิกร จำนง ครับ
ท่านประธานครับ ผม นิกร จำนง นะครับ สมาชิก ลำดับที่ ๗๙ คือประเด็นที่ผมเปึนห่วงไม่ได้หมายความว่าเราจะมีพาสเวิร์ด (Password) เข้าไปดูข้อมูลได้ระดับไหน เพราะประเด็นก็คือว่าข้อมูลที่อาจจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันอาจจะเปึนอันตรายต่อซีเคียวริตี (Security) ทางด้านพลังงานซึ่งสำคัญมาก หน่วยงาน ที่ท่านกำหนดเสนอขึ้นมาอำนาจจะอยู่ในผู้อำนวยการฝ์ายธุรการ ฝ์ายที่ว่าดูแลหมายถึง ตัดสินใจเรื่องดีซิชันเมกกิ้ง (Decision making) เกี่ยวกับเรื่องข้อมูล ผมมองว่าหากจะต้อง มีการพิจารณาตรงนี้ก็อยากจะฝากท่านไปว่าผมเข้าใจว่าผมไม่ได้ถามเรื่องว่าใครจะเข้าไปดู แล้วก็สามารถดูได้ลึก ไม่ใช่เลย แต่หมายถึงว่าการรีลีซ์ (Release) ข้อมูลออกไปในมิติหนึ่ง มันเปึ้นอันตรายก็อยากจะฝากว่าใครมีหน้าที่ตัดสินใจว่าในระยะนี้เรากำลังจะต่อสู้กัน เรื่องพลังงาน เรากำลังจะซื้อพลังงานจากต่างชาติ เราควรจะป่ดแค่ไหน เป่ดแค่ไหน ในเวลา เมื่อไร อย่างไร ตรงนี้คงเปึนลักษณะของการดีซิชันเมกกิ่ง (Decision making) เราใช้ ผู้อำนวยการ ถ้าท่านอยู่ไม่เปึนไร ในอนาคตอาจจะเปึนคนอื่น พอเปึนคนอื่นเขาถือกุญแจอยู่ การต้องใช้กุญแจ่ ๒ ดอกในการเป่ดข้อมูลที่ลึกลงไปอีกชั้นหนึ่งอีกระดับที่เปึนความมั่นคง พลังงานของประเทศ ผมถามตรงนี้ครับ ก็คงไม่ต้องการคำตอบ แต่อยากจะฝากว่า มันค่อนข้างซีเรียส (Serious) ตรงนี้ครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ
ทางกรรมาธิการรับไปในช่วงปรับปรุงนะครับ มีท่านใดยังติดใจไหมครับ ท่านกฤษณะ ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศครับ กระผม พลโท กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ พอดีมีอยู่คำถามนะครับ อยากจะเรียนขอทราบความชัดเจนว่าในระยะที่ ๒ ที่ผมได้เรียนถามไปแล้วที่ว่า จะไม่แสวงหากำไร ความหมายคือเปึนองค์การมหาชนใช่หรือไม่นะครับ อันนี้ขออนุญาตครับ ยังมีอีกคําถามครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญกรรมาธิการตอบครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม เสรี อติภัทธะ ครับ ในส่วนระยะที่ ๒ นะครับ จริง ๆ แล้วถ้าท่านไปดูโฟลว์ (Flow) ของการ ทำงาน ในการที่เราแยกออกมาเปึนเอสดียู (SDU) มันเปึนเฟส (Phase) แรก จากนั้น ก็คงจะเติบโตออกมาเปึนองค์การมหาชน แต่ว่าในกรณีที่เพื่อโพส (Purpose) หรือโกล (Goal) ของเรื่องนี้ไม่ได้ออกมาเปึนองค์การมหาชนอย่างที่ท่านกล่าวไว้นะครับ ที่ท่านห่วง จริง ๆ แล้วเมื่อเราเปึน เอสดียู (SDU) ได้สักพักหนึ่งเราจะแยกออกมาเปึนหน่วยงานอิสระ อันนี้คือเจตนา เพราะฉะนั้นการโกล (Goal) ระหว่างที่ว่าเราจะเอสดียู (SDU) ออกมาเปึน องค์การมหาชน แล้วก็ออกมาเปึนอะไรอีกอันหนึ่งนะครับ ในโฟลว์ (Flow) ของมันรู้ต (Route) จะวิ่งลักษณะนี้ อันนี้เราจะสป่นเอาต์ (Spin out) ออกมาอีกอันหนึ่งนะครับ
เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงาน เรื่อง การพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงาน แห่งชาติแล้วนะครับ ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุม ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ในระหว่างรอท่านสมาชิกเดินทางมาแสดงตน เพราะมีการประชุมกรรมาธิการ อยู่ใน ๓ อาคารของรัฐสภานะครับ ขอแจ้งให้คณะกรรมการประสานงาน สปท. ซึ่งเดิมกำหนดนัดประชุมเวลา ๑๕.๐๐ น. ที่ห้องประชุมชั้น ๓ นะครับ แต่เนื่องจากว่า ห้องประชุมดังกล่าวนั้นมีอีกคณะหนึ่งยังประชุมไม่เสร็จก็เลยขอย้ายไปประชุมที่ห้อง ๓๔๐๑ ที่อาคาร ๓ นะครับ หลังจากเสร็จการประชุมนะครับ แล้วก็รวมทั้งคณะกรรมการหรือ ผู้แทนคณะกรรมการที่จะต้องไปชี้แจงแผนปฏิรูปที่จะพิจารณาในการประชุมวิป (Whip) ๓ ฝ์ายในวันพุธ ก็แจ้งให้ทุกท่านได้ทราบว่าย้ายไปห้อง ๓๔๐๑ ชั้น ๔ อาคาร ๓ รัฐสภาครับ ท่านอธิการไว้กูณฑ์เพิ่งเดินเข้ามาใช้สิทธิหรือยังครับ เชิญใช้สิทธิแสดงตนครับ ท่านอัยการ ประสิทธิ์อยู่หลังสุดใช้สิทธิหรือยังครับ ถ้าใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๑๔๒ ท่าน เปึนอันว่าครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงาน เรื่อง การพัฒนา ศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติหรือไม่ ซึ่งหากเห็นชอบคณะกรรมาธิการจะได้นำความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุงก่อนที่จะส่งรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ดำเนินการต่อไปนะครับ
(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ต่อไปเปึนการลงมติตามข้อบังคับ ข้อ ๖๐ นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียงครับ ขอเชิญใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ใช้สิทธิไหมครับ ถ้าใช้สิทธิครบถ้วนแล้วผมขอป่ด การลงคะแนนนะครับ ขอทราบผลการลงคะแนนครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๑๔๗ ท่าน เห็นด้วย ๑๓๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน
เปึ้นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เรื่อง การพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติแล้วนะครับ จบการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ขอขอบคุณท่านประธานและคณะกรรมาธิการ รวมทั้งผู้ชี้แจงนะครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี คือเมื่อเช้าท่านประธานได้ถามถึง เรื่องของการให้โอกาสสมาชิกที่จะแสดงความคิดหารือมาอยู่ในระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ เพราะฉะนั้นถ้าจะมีเรื่องหารือขอเชิญท่านสมาชิก เชิญท่านนิกร จำนง อดีตรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ท่านประธานครับ ผม นิกร จำนง นะครับ ประเด็นที่ผม เสนอเมื่อเช้าก็คือว่าในวาระประธานแจ้ง ผมเห็นว่าบางที่ผมอาจจะต้องมี หรือสมาชิกอาจจะ ต้องมีเรื่องใด ๆ เพราะว่าอย่างสมมุติว่าทางรัฐบาลตอบมาเรื่องของเราเปึ้นไฟนัล (Final) เราอาจจะมีความเห็นอื่น เราอาจจะไม่เห็นด้วย เราอาจจะแล้วแต่สถานการณ์แต่ละเรื่องไป ซึ่งมันเปึ้นเรื่องของการทํางาน ดังนั้นในวาระที่แจ้งสมาชิกชอบที่จะสามารถให้ความเห็น ตรงนั้น ไม่ใช่ประเด็นหารือเรื่องทั่วไปนะครับ
อีกอันหนึ่งก็คือว่า ผมได้แจ้งแล้วว่าผมเองได้เปึ้นคนนำรายงานเรื่องอุบัติเหตุ ทางถนน ปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนนเข้า ผมก็อยากจะมาชี้แจง อยากจะมาขอบคุณ ท่านสมาชิกว่าไปถึงไหน อะไรอย่างไร ทีนี้เรื่องมันอยู่ในวาระโน้น วาระประธานแจ้ง ผมก็ยัง เชื่อว่าลักษณะแบบนี้ ถ้าไม่มี ท่านประธานได้บอกว่าให้มาทราบเฉย ๆ ไม่ให้พูดก็ไม่เปึ้นไร ผมก็คงไม่พูด แต่ว่าวาระนี้ผมจะไม่พูดแล้วเพราะว่าไม่ใช่วาระที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่ประธานแจ้ง ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านนิกรนะครับ ขอชี้แจงในส่วนของแนวปฏิบัติดังกล่าวนี้เปึนมติ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในระเบียบวาระ การแจ้งเพื่อทราบโดยท่านประธานก็จะเปึนการแจ้งเพื่อทราบ โดยเฉพาะในเรื่องที่ทาง คณะรัฐมนตรีได้ส่งความเห็นจากส่วนราชการที่มีต่อแผนปฏิรูปของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และหรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๓๑ ซึ่งในส่วนนั้นแนวปฏิบัติก็คือ ท่านประธานเมื่อได้รับหนังสือดังกล่าวจากคณะรัฐมนตรีแล้วก็จะส่งให้กับคณะกรรมาธิการ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะมันเปึนเรื่องความเห็นของส่วนราชการที่มีต่อแผนปฏิรูป ก็ถือปฏิบัติมาตั้งแต่เราเริ่มพิจารณาของสภาแห่งนี้ก็จะใช้แนวปฏิบัติดังกล่าว ก็ไม่ได้ เปึ้นเรื่องของการที่จะให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็นในส่วนนั้น เพราะว่าจะต้องส่งให้ คณะกรรมาธิการที่รับผิดชอบโดยตรงท่านไปพิจารณา และถ้าเห็นว่าจะต้องรายงาน ต่อที่ประชุมใหญ่ก็เสนอวิป (Whip) มา วิป (Whip) เอาเข้าที่ประชุมใหญ่ ตอนนั้นละครับคือ ขั้นตอนของการเป่ดกว้าง เพราะเราก็ให้เกียรติกับทางคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องนะครับ
ส่วนเรื่องรายงาน ๒ ฝ์าย ๓ ฝ์ายที่ถือปฏิบัติมาเปึนเวลาเดือนกว่าแล้วนั้น ก็จะเปึนเรื่องซึ่งให้สมาชิกได้ทราบความคืบหน้า แต่เนื่องจากว่าเห็นสมาชิกแสดงความจำนง หลายครั้งที่ต้องการจะอภิปรายหารือ ดังนั้นก็เลยมีมติโดยวิป (Whip) ว่าให้มาอยู่ใน ระเบียบวาระที่ ๖ คือหลังจากที่เราเสร็จภารกิจหลักในเรื่องของการพิจารณาแผนปฏิรูปแล้ว มีสมาชิกอยากจะหารือเรื่องใด ๆ ก็ได้ก็เป่ดโอกาสไว้ ซึ่งในส่วนนี้ก็เปึนมติของวิป (Whip) มิใช่เปึ้นดำริของท่านประธานเท่านั้น แต่ว่าในความเห็นของท่านนิกร จำนง นั้นก็จะนำไป แจ้งในวิป (Whip) เพื่อทราบว่าจะมีการพิจารณาในเรื่องนี้อย่างไร มีสมาชิกจะหารือ เรื่องอื่น ๆ อีกไหม ถ้าไม่มี วันนี้ก็หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกและคณะกรรมาธิการและผู้ชี้แจงทุกท่าน ผมขอป่ดการประชุมครับ