เสรี อติภัทธะ หารือความจำเป็นในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติในรูปแบบหน่วยงานอิสระ เพื่อบูรณาการข้อมูลจาก 29 หน่วยงานภายใต้ 12 กระทรวงให้เป็นระบบมาตรฐานเดียวกัน โดยใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเป็นตัวเชื่อมหลัก พร้อมผลักดันให้เกิดฐานข้อมูลกลางที่ทันสมัย เชื่อมโยงเรียลไทม์ และสนับสนุนการวิเคราะห์นโยบายพลังงานอย่างแม่นยำ โดยเสนอเริ่มจากหน่วยบริการพิเศษ (SDU) ภายใต้กระทรวงพลังงาน ก่อนพัฒนาสู่ศูนย์ข้อมูลอิสระในระยะต่อไป ตามโมเดลตัวอย่างจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ลดความซ้ำซ้อน และขับเคลื่อนพลังงานทดแทนตามเป้าหมาย national policy
กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม นายเสรี อติภัทธะ กรรมาธิการ และประธานคณะทำงานการพัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงาน แห่งชาติ ผมขอสรุปรายงานการจัดทำเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบดังนี้นะครับ
หลักการและเหตุผล การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ เพื่อเปึนกลไก สำคัญประการหนึ่งของรัฐที่ใช้ในการสื่อสารด้านพลังงาน โดยอาศัยกระบวนการในการ บูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้งหมดอย่างมีมาตรฐานและ มีประสิทธิภาพ ทําให้ลดปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ โดยเสนอกรอบแนวทางเพื่อการปฏิรูป ประเทศด้านพลังงาน ศูนย์ข้อมูลพลังงานจะทำหน้าที่รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล ด้านพลังงานอย่างอิสระ โดยมีการบริหารจัดการข้อมูล การรายงานข้อมูล การเข้าถึงข้อมูล รวมถึงการให้ความรู้แก่ทุกภาคส่วนได้อย่างเปึนระบบและมีมาตรฐานสากล อันจะนำไปสู่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้อย่างเปึนรูปธรรมและยั่งยืน
ในประเด็นต่อมาเปึ้นเรื่องของสภาพปัญหา จากการศึกษาเราได้พบว่า ในปัจจุบันข้อมูลพลังงานไม่มีความเปึนเอกภาพและไม่สอดคล้องกัน สาเหตุหนึ่งจากประเด็นนี้ ได้ศึกษาและพบว่า เนื่องจากข้อมูลในหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทยทั้งหมดจำนวน ๒๙ หน่วยที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงาน ต่างคนต่างทำข้อมูล ต่างคนต่างนำเสนอ ข้อมูลนี้ กระจายกันอยู่โดยทั่วไปนะครับ เสร็จแล้วในหน่วยงานที่รับข้อมูลมาก็ไม่มีการอัปเดต (Update) ก็เอาข้อมูลเก่ามาแถลงบ้าง ส่วนข้อมูลใหม่ก็ไม่ได้ประสานให้ดำเนินการต่อ ดังนั้นเมื่อแถลงออกมาแล้วประชาชนจะขาดความมั่นใจและความเชื่อถือในเรื่องของ โครงสร้างต่าง ๆ ในด้านของข้อมูล แม้กระทั่งกระบวนการของโครงสร้างราคา แหล่งผลิต จำนวนหรือปริมาณสต็อก (Stock) สำรองที่เรามีอยู่ เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับนโยบายการจัดสรร และความมั่นคงด้านพลังงาน ในประเด็นนี้เนื่องจากประเทศไทยเราเองในขณะนี้เรายังไม่มี ฐานข้อมูลด้านพลังงาน เพราะฉะนั้นแล้วนโยบายการจัดสรรด้านความมั่นคง ด้านพลังงานนี้ ยังคงเกิดไม่ได้ เราคงพูดกันอยู่ว่าเรามีอย่างโน้นมีอย่างนี้ มีน้ำมัน มีแก๊สเท่าโน้นเท่านี้ แต่จริง ๆ แล้วผมเรียนเพื่อนสมาชิกเลยนะครับว่าระบบฐานข้อมูลนี้เรายังไม่มี เราได้ ประมาณการคิดกันเฉพาะวันต่อวันเท่านั้นนะครับ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ ข้อมูลด้านพลังงานในภาคอุตสาหกรรมยังไม่มีความทันสมัย ในประเด็นนี้เองจากการศึกษา ได้พบว่าภาคอุตสาหกรรมเราเองเปึนภาคเซกเตอร์ (Sector) ที่ใหญ่ที่สุดในการบริโภค พลังงาน แต่สิ่งหนึ่งเราจะพบอยู่ว่าแม้ภาคอุตสาหกรรมเราเองเราใช้พลังงานหรือ เชื้อเพลิงเท่าไรก็ยังไม่มีใครรู้ นอกเสียจากภาคพลังงานแล้ว ภาคขนส่งก็ดี หรือภาคต่าง ๆ ในภาคเกษตร ซึ่งเดี๋ยวผมจะนำกล่าวในภายหลังว่าเรายังไม่มีตัวเลขที่แท้จริงหรือ ความต้องการใช้งานที่แท้จริงเท่าไร
เปัาหมายและวัตถุประสงค์ในการดำเนินการนะครับ เพื่อเปึนกลไกของรัฐ ที่ใช้ในการสื่อสารด้านพลังงานระหว่างภาครัฐกับประชาชน เพื่อให้ภาคประชาชนสามารถ เข้าถึงข้อมูลพลังงานได้อย่างทัดเทียมกัน เปึนการบูรณาการข้อมูลด้านพลังงานของภาครัฐ ที่มีความเชื่อมโยงจากหลายหน่วยงานให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน และประเด็นที่สำคัญเพื่อลด การซ้ำซ้อนของข้อมูล ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องแม่นย้ำ และน่าเชื่อถือได้ อีกทั้งเปึนการเพิ่ม ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของข้อมูลด้านพลังงานทดแทน อันเปึนพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ การพัฒนาพลังงานทดแทนให้มีผลสัมฤทธิ์ตามเปัาหมาย ในประเด็นนี้นะครับ ผมเรียนเพื่อนสมาชิกว่าในป้ ๒๕๗๐ ที่ประเทศเราได้กำหนดนโยบายว่าการใช้พลังงาน ทดแทน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในวันนี้นะครับเรายังไม่มี เพราะฉะนั้นตัวฐานข้อมูลที่จะดําเนินการ ต่อไปนี้ เพื่อให้ทันในข้างหน้า ท่านลองนึกภาพนะครับว่าถ้าเราลดพลังงานหลักที่เรียกว่า พลังงานฟอสซิล (Fossil) ๑ หรือ ๒ เปอร์เซ็นต์มันจะไปกระทบอะไรบ้าง ซึ่งเดี๋ยวผมจะ นําเรียนในภายหลังนะครับ
สุดท้ายนะครับ ภาครัฐจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องเปึนปัจจุบัน นําไปวิเคราะห์หรือ ประยุกต์ในการกําหนดนโยบายด้านพลังงานได้ ในการวิเคราะห์วิธีการในการปฏิรูปของเราเอง ของคณะทำงานเรา เราได้จัดการโดยได้พบว่าสิ่งที่สำคัญคือให้มีศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ โดยตั้งเปึนหน่วยงานบริการในรูปแบบพิเศษ หรือที่เราเรียกว่า เอสดียู (SDU) เซอร์วิส ดีลิเวอรี ยูนิต (Service Delivery Unit) ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงพลังงานก่อน นะครับ ผมใช้คำว่าก่อน แล้วหลังจากนั้นเราก็จะพัฒนาเปึ้นศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ ท่านสมาชิกครับ ในการจัดตั้งเปึ้นเอสดียู (SDU) วันนี้ผมขอนำเรียนตรงนี้ว่าจริง ๆ แล้ว ก็มีหน่วยงานไม่มากที่ได้เคยดำเนินการเรื่องของการจัดตั้งเอสดียู (SDU) เปึนหน่วยงานอิสระ แต่ว่าไม่ได้เปึนนิติบุคคล แต่ยังอยู่ภายใต้หน่วยงานที่นำเสนอโดยกระบวนการและขั้นตอน อันนี้ก็เพียงแต่นำเสนอเข้า ครม. ให้ความเห็นชอบแล้วก็ดำเนินการ ซึ่งองค์กรนี้ไม่ได้ เปึนนิติบุคคลนะครับ ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่นำเสนอ ซึ่งประเด็นนัยแรก ที่ท่านประธานเลิศรัตน์ได้กล่าวไปแล้วนะครับ เพราะว่าเราจะดำเนินการอันนี้เปึนการชั่วคราวก่อนเพื่อให้เกิดความคล่องตัว จากนั้นแล้ว เราก็พัฒนาเปึนศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ ในขณะที่ดำเนินการพัฒนาศูนย์ข้อมูลแห่งชาตินี้ ก็จะต้องมีการออกกฎหมายหรือประกาศเปึนกฎกระทรวงต่อไป ประกาศพระราชกฤษฎีกา ในการจัดทำระบบข้อมูลด้านพลังงานประเทศไทย วิธีการนี้เราได้พบว่าปัจจุบันเรามีทั้งหมด ๒๙ หน่วยงาน ท่านทราบไหมครับว่า ๒๙ หน่วยงานอันนี้มาจากหน่วยงานใดบ้าง จริง ๆ แล้ว ในแนวคิดตอนที่เราศึกษาอันนี้เราเริ่มตั้งแต่ต้นทางนะครับ ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ แหล่งพลังงานจนถึงผู้ใช้ แล้วก็มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึ้นกรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม เยอะแยะเลยครับหน่วยงานซึ่งในรายละเอียด กรมควบคุมมลพิษ หรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งเปึนซอร์ซ (Source) ของดาต้า (Data) ทั้งหลายเราได้ คอลเล็กต์ (Collect) ได้รวบรวมเข้ามาเปึนศูนย์กลางทั้งหมด ซึ่งเดี๋ยวผมจะนำเสนอนะครับ หลังจากนั้นแล้วเราก็ได้ศึกษาเรื่องระบบข้อมูลเบื้องต้น การจัดทำศูนย์ข้อมูลอันนี้ ในต่างประเทศนะครับ ไม่ว่าจะเปึนสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ์น และมาเลเซีย เราเอาหลักการวิธีการ ของต่างประเทศมาศึกษาดูนะครับ เมื่อศึกษาจากในระบบต่างประเทศแล้วก็กลับมาที่ ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง เราจะพบอยู่อย่างหนึ่งว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในด้านข้อมูล ในขณะนี้มีอยู่ทั้งหมด ๑๕ ฉบับ โดย ๑๕ ฉบับนี้ไม่ว่าจะเปึ้นพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมัน เชื้อเพลิง ป่โตรเลียม ควบคุมอาคาร พระราชบัญญัติโรงงานอ้อยและน้ำตาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ที่ผมกล่าวมาแล้วมันเกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งนั้น และในกฎหมายแต่ละฉบับก็จะมีไครที่เรีย (Criteria) มีจุดแต่ละจุดซึ่งจะมีความแตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตามผมเรียนนิดหนึ่งว่า โดยกฎหมายทุกฉบับแล้วก็ไม่ได้มีข้อห้ามหรือข้ออะไรต่าง ๆ ในเกี่ยวกับเรื่องของการทำงาน ด้านฐานข้อมูลนะครับ จากการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราได้ศึกษาในระบบ ในต่างประเทศแล้วฉบับจุดดีและจุดเด่นเพื่อให้เปึ้นไปตามวัตถุประสงค์เราฉบับหนึ่ง คือพบว่าในฉบับของสหรัฐอเมริกา หรือเราเรียกว่ายูเอสอีไอเอ (US-EIA) อันนี้ เราได้ พิจารณาแล้วเห็นว่าฉบับนี้น่าจะเปึ้นดีที่สุดแล้วเหมาะที่สุดสําหรับในประเทศไทย เพราะว่า ดังที่กล่าวแล้วว่าความเปึนอิสระของศูนย์ข้อมูล เพราะฉะนั้นในมาเลเซียเอง ในไต้หวันเอง โดยกฎหมายหรือในญี่ปุ์นเองศูนย์ข้อมูลอันนี้ยังอยู่ภายใต้รัฐบาล อยู่ภายใต้การกํากับของรัฐ แต่ในของอเมริกาเองอันนี้เปึนศูนย์อิสระมีกฎหมายและมีระเบียบของตัวเองอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นในการดําเนินการของศูนย์อันนี้ค่อนข้างจะเปึ้นอิสระ ซึ่งตรงกับสิ่งที่เราต้องการ แล้วตรงกับปัญหา เราจะแก้ปัญหาที่มันเกิดมาเนื่องจากประชาชนไม่เชื่อข้อมูลในภาครัฐ วันนี้ถ้าสมมุติว่าหน่วยงานนี้ยังเปึนภายใต้สังกัดรัฐ เราพูดอย่างไรก็ตามประชาชนก็คงยัง ไม่เชื่อ อันนี้ผมขออนุญาตนำเรียนตรงนี้ว่าเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดและแนวทาง การแก้ปัญหาหน่วยงานนี้จำเปึนต้องเปึนอิสระ หลังจากที่ได้ศึกษาแล้วนะครับ คณะทำงาน เราเองก็ได้กําหนดยุทธศาสตร์ในการดําเนินการ ยุทธศาสตร์ที่ดําเนินการนั้นได้กําหนดไว้ ๔ ยุทธศาสตร์
ยุทธศาสตร์แรกคือต้องพัฒนาข้อมูลให้มีความทันสมัย หมายความว่าอย่างไร หมายความว่า ๒๙ หน่วยงานที่เรามีอยู่ ทุกหน่วยงานก็จะเก็บข้อมูลของตัวเองอยู่ มาตรฐาน การเก็บก็ดี การอัปเดต (Update) ก็ดี ก็ไม่ตรงกันนะครับ อันนี้ผมได้กําหนดยุทธศาสตร์ว่า ทุกหน่วยงานจะต้องพัฒนาข้อมูลให้มีความทันสมัย
ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ก็พัฒนาโปรแกรมระบบงานฐานข้อมูลและฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) กลับไปดูในแต่ละหน่วยว่าส่วนของแบ็กเอนด์ (Backend) ส่วนของแบ็กออฟฟ่ศ (Back Office) ต่าง ๆ มีพร้อมหรือยัง อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ต่าง ๆ มีพร้อมหรือยัง อันนี้ทุกหน่วยงานก็รับไปดำเนินการทั้งหมดทั้ง ๒๙ หน่วยงานนี้ หลังจากที่พัฒนาซอฟต์แวร์ (Software) เสร็จแล้วในส่วนของตัวเอง นะครับ
ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ จะมากำหนดพัฒนาโปรแกรมระบบงานเชื่อมโยง เครือข่าย ซึ่งหมายความว่าทุก ๆ หน่วยงานก็จะต้องมีการเชื่อมโยงเครือข่าย โดยในการเชื่อมโยงเครือข่ายอันนี้เราก็จะให้กระทรวงพลังงานเปึนพี่เลี้ยงก่อน เปึนศูนย์กลาง ในการเชื่อมโยงในครั้งนี้ ซึ่งผมเรียนตรงนี้นิดหนึ่งว่ามั่นคงไม่มีใครรู้เรื่องข้อมูลพลังงานดีกว่า กระทรวงพลังงาน แต่ว่าเราคงจะต้องให้กระทรวงพลังงานเปึนพี่เลี้ยงในเบื้องต้นนี้ก่อน นะครับ ดังนั้นโฮสต์ (Host) จริง ๆ โฮสติง (Hosting) เราจะวางไว้ที่กระทรวงพลังงานในช่วง ที่เปึนเอสดียู (SDU) ครั้งแรก หลังจากที่เชื่อมโยงระบบเครือข่ายแล้วก็จะทำงานด้าน ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ควบคู่กันไป
ทั้ง ๔ ยุทธศาสตร์นี้ผมได้ใส่มือย้อนกลับไปกับจำนวนหน่วยงานต่าง ๆ ๒๙ หน่วยที่เราได้จัดประชุมสัมมนากัน เราได้มีการหารือแลกเปลี่ยนวิชาการ เราได้มีการ ประชุมทั้งหมด ๑๙ ครั้งในการดําเนินการจัดสร้างระบบอันนี้นะครับ และทุกคนก็รับ การบ้านวางวิ่งตามยุทธศาสตร์ต่าง ๆ อันนี้ไป หลังจากที่กําหนดยุทธศาสตร์แล้วนะครับ ผมเองและทีมงานก็ได้จัดโครงสร้างของฐานข้อมูล ท่านสมาชิกท่านลองพิจารณาดูนะครับว่า ลักษณะของข้อมูลใน ๒๙ หน่วยงาน ๒๙ องค์กรนี้ความแตกต่างไม่มี ความแตกต่าง คือจะเกี่ยวข้องกันก็ตั้งแต่ที่ผมเรียนแล้วว่าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพราะฉะนั้น บางหน่วยงาน อย่างเช่นในเรื่องของกรมควบคุมมลพิษเราจะพูดถึงเรื่องขยะ แต่อีกขณะหนึ่ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่เข้ามาเปึ้นหนึ่งในปาร์ตี้ (Party) อันนี้ ซึ่งเราจะใช้ตัวแวต่ไอดี (VAT ID) ๑๓ หลักเปึ้นตัวเชื่อมโยงของนิติบุคคลต่าง ๆ ก็เปึ้นข้อมูลอีกมิติหนึ่ง ในส่วนของ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเปึ้นทั้งผู้ผลิต เปึนทั้งผู้ใช้พลังงานและเปึ้นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้นี่ ก็จะเปึนมิติอีกมิติหนึ่ง ดังนั้นเรากำหนดโครงสร้างออกมาได้ ๕ รูปแบบ อันดับแรกคือเปึน เรื่องของแหล่งพลังงาน ผมยกตัวอย่างเช่น แหล่งพลังงานจำนวนวันนี้ถ้าถามว่าตัวโซลาร์ ฟาร์ม (Solar Farm) ทั้งหมดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน คนที่รู้ดีก็น่าจะอยู่ที่กรมโรงงาน อุตสาหกรรม ไม่ได้อยู่ที่กระทรวงพลังงาน เพราะว่าเวลาเข้ามาขออนุญาตแล้วนี่เขาต้องไป ขออนุญาตที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อน เพราะฉะนั้นกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะมีข้อมูล ลักษณะนี้นะครับ หรือหลุมขุดเจาะแก๊สสมัยก่อนก็อยู่ที่กรมทรัพยากรธรณีนะครับ เราจะเห็นว่าข้อมูลตรงนี้กระจายไปตลอดนะครับ แม้กระทั่งบ่อน้ำมันต่าง ๆ ที่ กรมทรัพยากร รวมทั้งกรมอุตสาหกรรมทหารที่อยู่ที่เชียงใหม่ อันนี้ก็จะมีข้อมูลเหล่านี้ เข้ามาเปึนหนึ่งในคลัสเตอร์ (Cluster) ของเรา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เปึนหนึ่งในคลัสเตอร์ (Cluster) หนึ่งในลักษณะของดาต้า (Data) ที่เราจะมาวางไว้ว่าเราได้คลี่แล้วโบลว์ (Blow) ทั้งหมดแล้วนี่ที่ผมนำเรียนว่า ๒๙ หน่วย หรือ ๑๒ กระทรวง อันนี้ก็จะอยู่ในกลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) ของดาต้า (Data) เชื่อมโยง
มิติที่ ๓ เรื่องของความต้องการใช้พลังงาน ความต้องการใช้พลังงานอันนี้ เรามองไปที่เอนด์ยูเซอร์ (End user) เราได้มีการแตกแยกออกมาเปึน ๖-๗ ส่วน ไม่ว่า โดยแต่ละภาคแต่ละเซกเตอร์ (Sector) ไม่ว่าภาคประมง ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคบริการ หรือภาคครัวเรือน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมีข้อมูลทั้งหมด กระบวนต่อมา เปึนวิธีการดำเนินการ ซึ่งเปึนเรื่องของกระบวนการการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ อันนี้ ผมก็ได้มีกำหนดขอบเขตและการดำเนินการไว้ และสุดท้ายเปึนข้อกฎหมายระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง จาก ๖ เรื่องอันนี้เมื่อเรามาดรอว์ (Draw) เปึนภาพออกมาเราจะเห็นภาพหนึ่งว่า เปึ้นแนวคิดของโครงสร้างพื้นฐานนี่นะครับ เปึนศูนย์กลางฐานข้อมูล ผมขออนุญาต นำเรียนในช่องสีเหลืองก่อนนะครับว่าเรื่องของแหล่งพลังงาน เราตกผลึกกันเรียบร้อยแล้วว่า ในประเทศไทยเรื่องของพลังงานหลักเรายังใช้ฟอสซิล (Fossil) เรากำหนดเปึนพลังงานหลัก ซึ่งพลังงานหลักอันนี้ในแต่ละประเทศก็จะไม่เหมือนกัน อย่างในนอร์เวย์เองเขาก็ใช้ พลังงานน้ำเปึนพลังงานหลัก ส่วนพลังงานอย่างอื่นก็จะเปึนพลังงานทดแทน แต่ประเทศไทย เราเองไม่ว่าจะเปึนส่วนที่มาจากฟอสซิล (Fossil) ถ่านหินก็ดี แก๊สธรรมชาติ น้ำมัน หรือแม้กระทั่งน้ํามันที่เรานําเข้ามา สิ่งเหล่านี้เปึนพลังงานหลักที่มาประเทศไทย ในส่วนของพลังงานทดแทนในเรื่องของไบโอแมส (Biomass) ก็หมายถึงเศษวัชพืช หรือวัชพืชต่าง ๆ ที่เรามาอัดเปึนแท่งแล้วก็ใส่เข้าเต่านะครับ เรื่องของตัวโซลาร์ (Solar) แสงอาทิตย์ น้ำ ลม ไบโอแก๊ส (Biogas) ขยะ แม้กระทั่งเปึนตัวไบโอฟูเอล (Biofuel) สิ่งเหล่านี้เราให้เปึ้นพลังงานทดแทน ผมเรียนท่านนะครับ อย่างที่ผมกล่าวแล้วว่าในป้ ๒๕๗๐ ที่เราจะใช้พลังงานหลัก ๗๐ พลังงานทดแทน ๓๐ ในวันนี้ถ้าสมมุติว่าฐานข้อมูลนี่ไม่มี ผมลดพลังงานหลักลง ๑ หรือ ๒ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ก็ดี ผมจะเรียนถามว่า แล้วพลังงานทดแทนจะไปอยู่ตรงไหน ภาพนี้ถ้าไม่มีระบบฐานข้อมูล ผมเรียนท่านเลยว่า ภาพการที่เราจะเข้าสู่ ๓๐ ๗๐ อันนี้มั่นคงเกิดได้ยากและเกิดได้ลำบากนะครับ ในส่วนของ ไบโอแมส (Biomass) ก็ดี โซลาร์ (Solar) ก็ดี น้ำก็ดี ลมก็ดี สิ่งเหล่านี้วันนี้เรามีฐานข้อมูล ซึ่งกระจายอยู่ เราก็จะนำหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีฐานข้อมูล อันนี้น้ำข้อมูลนี่เข้ามาสู่ศูนย์กลาง ของฐานข้อมูล ในภาพล่างต่อมาท่านจะเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ๒๙ หน่วยงาน ๑๒ กระทรวง อันนี้ ซึ่งแต่ละหน่วยไม่ว่าจะกรมชลประทาน กรมควบคุมมลพิษหรืออะไรต่าง ๆ ก็ดี จะเปึนแหล่งของข้อมูลทั้งหมด ซึ่งแหล่งของข้อมูลอันนี้นะครับ แบบที่ผมนำเรียนว่า เราได้มีการประชุมกัน ๑๙ ครั้ง ทุก ๆ หน่วยงานยืนยันว่ามีข้อมูลอยู่ในมือแล้ว แต่บางราย หรือบางหน่วยงานอาจจะยังไม่อัปเดต (Update) ก็ให้ไปทำอัปเดต (Update) ตรงนี้เสีย นะครับ มามิติของความต้องการใช้พลังงานอันนี้ ซึ่งเปึนประเด็นของบ้านเรา ผมเรียนนิดหนึ่งว่า ผมแยกออกมาเปึนมิติของภาคขนส่ง ภาคบริการ ภาครัฐ ครัวเรือน อุตสาหกรรม ประมง เกษตรเมื่อหลายป้ก่อน ผมขออนุญาตนำเรียนนิดหนึ่งเมื่อหลายป้ก่อน เราจะเห็นว่าทุกครั้ง ที่น้ำมันขึ้นราคา ภาคประมงหยุด ผมจะถามในวันนั้นว่า และรู้ไหมว่าภาคประมงใช้เชื้อเพลิง เท่าไร ก็ได้แต่คาดกันว่าเท่านั้น ได้คาดกันว่าเท่านี้ และจริง ๆ แล้วผมเรียนได้ว่าวันนี้ ก็ไม่มีตัวเลข สิ่งหนึ่งที่เราจะดำเนินการจัดสร้างในครั้งนี้ไม่ว่าภาคประมงก็ดี ภาคขนส่งก็ดี มันจะต้องสร้างตัวเลขขึ้นมาหรือทำตัวเลขขึ้นมา ซึ่งจากการสร้างตัวเลขหรือทำตัวเลขอันนี้ ผมเรียนเพื่อนสมาชิกเลยนะครับว่า คงจะต้องไปสร้างโมเดล (Model) ดู ผมยกตัวอย่างเช่น ในภาคประมงคนที่รู้เรื่องเรือประมงก็คือกรมเจ้าท่า เราก็เอาเรือที่ขึ้นทะเบียนกรมเจ้าท่ามา เรือประมงบ้านเรามีกี่ลำ ไปศึกษา ไปเก็บข้อมูลและไปทำแมป (Map) ทำอะนาลิซิส (Analysis) สร้างแม่ปโมเดล (Map Model) ขึ้นมาว่าเรือประมงต่อลำแล้วเขาใช้เชื้อเพลิง เท่าไร อันนี้ก็จะรู้ตัวเลขเลา ๆ นะครับ แต่ว่าผมเรียนเพื่อนสมาชิกแล้วว่าวันนี้ยังไม่มี การศึกษา แต่เมื่อเราเริ่มศึกษาอันนี้อาจจะมีโมเดล (Model) อื่นที่ดีกว่านี้ก็ไปว่ากัน ดังนั้น เมื่อมันเกิดปัญหาในอดีตที่ผ่านมาเราไม่รู้ถึงความต้องการใช้ที่แท้จริง รัฐก็จ่ายเข้าไป สนับสนุนเข้าไป ในขณะเดียวกันภาคขนส่งเองก็ดี ภาคขนส่งเองถามว่าเรามีรถยนต์กี่คัน ใช้เชื้อเพลิงเท่าไร ผมเรียนท่านเลยครับ ไม่ทราบเลยครับ ก็คงจะต้องทำในลักษณะเดียวกัน นั่นละครับ
ส่วนในภาคบริการ ภาครัฐ ภาคครัวเรือน อันนี้การไฟฟัาภูมิภาคก็ดีรวมทั้ง ฝ์ายผลิตด้วย การไฟฟัานครหลวงก็ดี บิล (Bill) ทุกบิล (Bill) ใบเสร็จทุกใบเสร็จที่ส่งให้กับ ตามบ้านเขาจะมีแท็ก (Tag) แจ้งเลยครับ อันนี้เปึนภาคครัวเรือน อันนี้เปึนภาคบริการ ซึ่งเราสามารถที่จะคอลเล็กต์ (Collect) เอามารวมกัน เอาดาต้าเบส (Database) ของการไฟฟัา ภูมิภาค การไฟฟั้านครหลวงเอามามองเห็นภาพว่าภาคครัวเรือนใช้เท่าไร แต่ว่าก่อนที่จะเกิด เหตุการณ์อันนี้ ก่อนที่เราจะจัดสร้างฐานข้อมูลอันนี้ ๒ หน่วยงานเขาไม่ได้คุยกัน เขาไม่ได้ มารวมด้วยกัน ต่างคนก็ต่างอยู่ ต่างคนก็ต่างบริหาร ส่วนในวิธีการดําเนินการนะครับ อันนี้ ก็เปึนโพรเซส (Process) ซึ่งวันนี้เราก็ได้เดินมาแล้วจนถึงกระบวนการเกือบสุดท้ายแล้ว มอบหมายแต่ละหน่วยงานไปดำเนินการ เรามาดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและระเบียบ อันนี้ ก็คงจะไม่เปึนประเด็นเพราะว่าแบบที่ได้นําเรียนที่แรกแล้วนะครับว่า หลังจากที่เราจบ เรื่องนี้แล้ว สุดท้ายเมื่อเราตั้งเปึนเอสดียู (SDU) อย่างไร ๆ การร่างพระราชกฤษฎีกาก็ดี หรือร่างเปึน พ.ร.บ. ก็ดีนี่จะต้องออกมาครอบคลุมให้หน่วยงานศูนย์ข้อมูลอันนี้เปึน หน่วยงานอิสระให้ได้นะครับ ทำงานอย่างอิสระ
ประเด็นต่อมานะครับ เรื่องประเด็นต่อมาที่ผมอยากจะนํากล่าวนี้ ก็เปึน เรื่องของวิธีการปฏิรูปนะครับ จริง ๆ แล้วในแนวทางการดําเนินการอันนี้ผมต้องการ เปึ้นศูนย์กลางข้อมูลสถิติด้านพลังงานเปึนแบบวัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) ซึ่งหมายความว่าอันนี้คงจะต้องให้บริการ ทั้งลูกค้าที่เปึนประชาชน ลูกค้าหรือหน่วยงาน ที่เปึนภาครัฐ แต่ในเลเวล (Level) ของการให้บริการอาจจะต่างกัน เนื่องจากเราอาจจะต้อง ทำตัวออเทน (Authen) ในทางเทคนิค อาจจะตั้งลิมิต (Limit) ว่าภาคประชาชนและสิ่งที่ รัฐบาลจะเผยแพร่ออกไปได้หรือตามกฎหมายแล้วได้แค่ไหนอย่างไรก็ตามนะครับ เรื่องของ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ผู้ปฏิบัตินี่คงจะต้องอยู่ภายใต้กรอบอันนั้น แต่คงจะเกินเลย ไปไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันอีกมิติหนึ่งมันเปึนการลดการซ้ำซ้อนของภาครัฐในการเรียกขอ ข้อมูลกันได้ ไม่จำเปึนว่าหลังจากที่น้ำมันเข้ามาจากผ่านเกตเวย์ (Gateway) ที่ศุลกากรแล้ว กรมสรรพสามิตจะต้องไปขอตัวเลขอีกครั้งหนึ่งมันไม่จำเปึนแล้วครับ ผ่านแชนเนล (Channel) ทางนี้ซึ่งได้ออกแบบไว้ได้อยู่แล้วเปึนการแลกเปลี่ยนข้อมูลนะครับ
ในขณะเดียวกันจัดทำแบบจำลองสถานการณ์ด้านเอเนอร์จี (Energy) อันนี้ ก็จะเปึนแบบเราจะทําจําลองกันไว้นะครับว่า เวลาเกิดเวิสต์เคส (Worst case) เปึนอย่างไร อะไรต่าง ๆ อันนี้ ศูนย์ข้อมูลอันนี้ก็คงจะต้องดำเนินการนะครับ มีการพัฒนาศักยภาพ พัฒนากลไกที่ทำให้ข้อมูลเกี่ยวข้องกับการวางแผนพลังงานถูกเผยแพร่อย่างสม่ำเสมอ อันนี้ก็คงเปึนลักษณะของรีพอร์ต (Report) อันนี้ที่จะวางไว้และพัฒนาปรับปรุงให้ระบบ ข้อมูลสารสนเทศด้านพลังงานมีความทันสมัยอยู่เสมอ ผมเรียนนิดหนึ่งในประเด็นนี้ ในการเชื่อมโยงของหน่วยงานต่าง ๆ เราทำในลักษณะที่เปึนเรียลไทม์ (Real time) เปึ้นเรียลไทม์ (Real time) หมายความว่าเมื่อหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดรับข้อมูลมาแล้ว ก็จะต้องส่งชิฟต์ทู (Shift to) มาที่ศูนย์ข้อมูลอันนี้ทันทีทันใด อันนี้ก็เปึนการอัปเดต (Update) ฐานข้อมูลตลอด
ในประเด็นต่อมาในวิธีการปฏิรูปเราเองได้มีการวางเปัาหมาย วิสัยทัศน์และ พันธกิจเอาไว้ เรื่องของเปัาหมาย วิสัยทัศน์และพันธกิจอันนี้เพื่อให้การดำเนินการในโครงสร้าง ของศูนย์ข้อมูลในเบื้องต้นดำเนินการได้ก็คงจะมีการกำหนดไว้ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม เมื่อศูนย์ ข้อมูลอันนี้เกิด ผู้บริหารองค์กรใหม่หรือบอร์ด (Board) อาจจะเปลี่ยนเรื่องของเปัาหมายได้ วิสัยทัศน์และพันธกิจเปลี่ยนไปมาได้ อันนี้ก็คงจะไม่เปึนประเด็น สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้พวกเรา ดูสักนิดหนึ่งคือการเชื่อมโยงเครือข่ายนะครับ ในส่วนของการเชื่อมโยงเครือข่าย ท่านเห็นว่า ศูนย์ฐานข้อมูลกลางด้านพลังงานจะอยู่ตรงกลางนะครับ เราจะเชื่อมโยงโดยใช้เว็บเซอร์วิส (Web Service) ซึ่งภายใต้เว็บเซอร์วิส (Web Service) อันนี้ในศัพท์ทางเทคนิคเราก็จะมี การเขียนเปึนเอกซ์เอ็มแอล (XML) ใช้เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาที่ศูนย์กลาง เพราะฉะนั้นข้อมูลจะแลกเปลี่ยนได้ตลอดเวลาระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงานก็ผ่านได้ สิ่งนี้นะครับผมเรียนนิดหนึ่งว่า ในระหว่างที่ดำเนินการกระทรวงไอซีที (ICT) ก็เปึ้นหนึ่งใน คลัสเตอร์ (Cluster) ที่เข้ามาร่วมงานก็ได้เปึนสปอนเซอร์ (Sponsor) ในการให้เครือข่าย โดยผ่านสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์หรือเขาเรียกว่า อีจีเอ (EGA) นี้ครับ ก็ให้บริการด้าน เครือข่ายโดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งหมายความว่าต่อ ๆ ไปหลังจากรัน (Run) แล้ว อันนี้เราจะไม่มี การเสียค่าเครือข่าย และในขณะเดียวกันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็ได้อนุเคราะห์เรื่องของการ ให้แวต่ไอดี (VAT ID) ๑๓ หลัก ซึ่งมันเปึ้นตัวคีย์ (Key) เปึ้นไพรมารีคีย์ (Primary key) ในการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกันทั้งหมด อันนี้จากการบูรณาการลักษณะอย่างนี้ ผมเรียนได้ว่าจากประสบการณ์ที่ทำงานมาก็ยังไม่เจอนะครับ ในบ้านเราก็เปึ้นมิติแรก ครั้งแรกที่เราคงได้เจออันนี้ จำนวนฟ่ลด์ (Field) ทั้งหมด ๒๙ หน่วยงานซึ่งไม่ซ้ำนะครับ ก็เปึนประมาณ ๘๐ ฟ่ลด์ (Field) ๘๐ ฟ่ลด์ (Field) คอมไบเนชัน (Combination) ของ ๘๐ ฟ่ลด์ (Field) ซึ่งเราอยากจะเรียนรู้อะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับพลังงาน อันนี้ผมเรียนได้ว่า มันเปึ้นเรื่องของเบื้องต้น ต่อมาไม่ว่าหน่วยงานใดหรือภาครัฐหรือศูนย์เองต้องการอะไร เราสามารถที่จะแอดอัป ด้าต้า (Add up Delta) เข้าไปได้ โดยใช้แชนเนล (Channel) ผ่าน เว็บเซอร์วิส (Web Service) อันนี้ ผมยกตัวอย่างทางด้านบนนะครับ ที่ตั้งโรงงานผลิตไฟฟัา ประเทศไทยอยู่ที่ไหน อัตราการผลิตไฟฟัาทั้งหมดในประเทศไทยอย่างไร คําว่า ผลิตไฟฟัาทั้งหมดในประเทศไม่ได้หมายความว่าอยู่ที่อีแกต (EGAT) อันเดียวแล้วต่อไปนี้ มันก็อยู่ที่พลังงานทดแทนด้วย จากกรมโรงงานก็ดีก็จะวิ่งเข้าสู่แชนเนล (Channel) นี้ทั้งหมด เชื้อเพลิงธรรมชาติที่มีในประเทศไทยทั้งหมดอยู่ตรงไหนปริมาณเชื้อเพลิง คอมไบเนชัน (Combination) ๘๐ คอมไบเนชัน (Combination) อันนี้คูณออกมาแล้วมันมหาศาล นะครับ ตัวอย่างในวันนี้หรือในภายภาคหน้าถ้าหน่วยงานใดต้องการข้อมูลเพิ่มก็ไปเขียนแอด ฮอก (Ad hoc) เอาได้ หรืออยากจะเพิ่มในฟ่ลด์ (Field) แล้วก็ไปครีเอตฟ่ลด์ (Create Field) แล้วก็เพิ่มตัวเชื่อมโยงได้นะครับ
ในประเด็นต่อมานะครับ วิธีการปฏิรูปคือในการพูดถึงองค์กรแล้ว กระผม เรียนนิดหนึ่งว่าจริง ๆ องค์กรที่จะสร้างขึ้นมานี้สตาฟ (Staff) ก็เปึนกะทัดรัดนะครับ มีอยู่ ๔ ส่วน คือไม่ว่าจะเปึนธุรการ ฝ์ายพัฒนาโปรแกรม ฝ์ายซ่อมบำรุง และฝ์ายสุดท้ายคือ วิเคราะห์และวิจัย ซึ่งตรงนี้จะเปึนคีย์ (Key) ตรงที่ว่าข้อมูลที่มีอยู่เราจะไปเล่นกับมัน ได้อย่างไร อันนี้ก็จะเปึนหน่วยงาน อย่างน้อย ๆ เปึนองค์กรที่กระชับ ผมไม่ได้ดีไซน์ (Design) องค์กรนี้ไว้อย่างใหญ่โตมโหฬาร ระยะเวลานะครับ ในการกำหนดระยะเวลา การปฏิรูปในระยะแรกเราใช้เวลา ๑๒ เดือน ๑๒ เดือนแรกอันนี้นะครับก็คงจะเปึ้นเรื่องของ ที่เตรียมจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์พัฒนาซอฟต์แวร์ (Software) จัดหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) แล้วพร้อมที่จะจัดตั้งเปึนเอสดียู (SDU) ในเฟสที่ ๒ ต่อมานะครับ และป้ที่ ๒ ต่อมาเราก็เริ่มรัน (Run) ได้แล้ว เพราะฉะนั้นเอสดียู (SDU) ก็ยังคงอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีการจัดทำยกร่าง พ.ร.บ. ออกไปแล้วนะครับ โดยกำหนดไทม์เฟรม (Time frame) ดังในรูปที่ปรากฏนี่นะครับว่า มีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาในป้แรกนะครับ จัดซื้อจัดจ้าง และจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วก็พร้อมกับทำเอสดียู (SDU) ส่วนในป้ที่ ๒ ก็จัดทำร่างกฎหมาย แล้วก็เป่ดให้บริการข้อมูล เพราะฉะนั้นเห็นภาพว่าในป้ที่ ๒ เราก็ให้บริการได้แล้ว ในป้ที่ ๓ ก็เช่นกันนะครับ เสนอกฎหมาย ระหว่างที่รอเสนอกฎหมาย เพราะเราคาดว่ากฎหมายที่จะ ผ่านสภาจะใช้เวลาสัก ๒ ป้กว่า แต่ว่าเราก็เป่ดให้บริการ ในขณะนั้นสถานะยังเปึนเอสดียู (SDU) ส่วนในป้ที่ ๔ เราก็จะให้บริการเต็มรูปแบบซึ่งประมาณว่าเมื่อ พ.ร.บ. ผ่านนะครับ
ในส่วนของกรอบงบประมาณ เรื่องของกรอบงบประมาณ แหล่งที่มาของ งบประมาณจริง ๆ แล้วงบประมาณที่เราจะใช้ก็มาจาก ๒ ส่วนนะครับ ส่วนหนึ่งก็คงจะมาจาก งบประมาณแผ่นดิน อีกส่วนหนึ่งก็คงจะมาจากงบสนับสนุนจาก ๒ แหล่งก็คือ แหล่งหนึ่ง ก็คือจากคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน และอีกส่วนหนึ่งจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน คณะกรรมาธิการเราเอง ได้กําหนดเฟรม (Frame) เรื่องของตีกรอบงบประมาณไว้เปึนป้งบประมาณดังต่อไปนี้นะครับ ในป้แรกที่เราเริ่มดำเนินการ ๒๙ หน่วยงาน คงจะต้องใช้งบจากงบประมาณแผ่นดินนะครับ เราใช้วงเงิน ๘๗ ล้านบาทในการจัดซื้อเปึนงบตั้งต้น ผมขออนุญาตใช้คำว่า เปึนงบตั้งต้น เพราะว่าการสร้างระบบไอซีที (ICT) แล้วมันต้องใช้เงินครับ ไม่ว่าเปึ้นเรื่องอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) ลิขสิทธิ์ และมีหลาย ๆ หน่วยก็ดีเวลอป์ (Develop) เอง และพัฒนาเองนะครับ อันนี้ไม่ครบ พัฒนาเองหมายความว่าไม่ได้ใช้งบประมาณนะครับ เฉพาะหน่วยงานที่ขีดความสามารถหรือศักยภาพยังไปไม่ถึงนะครับ ในป้ที่ ๒ เราก็ใช้ งบประมาณนิดเดียวเองครับ งบ ๒๐ ล้านบาทเปึนงบดำเนินการ และป้ที่ ๓ ก็ใช้งบประมาณ ๓๐ ล้านบาท เปึนงบดำเนินการทั่วไป อันนี้ก็เปึนงบประมาณใน ๓ ป้ที่เราจะวิ่ง ทั้งหมด เราใช้ ๑๓๗ ล้านบาท จากตัวกรอบงบประมาณ แบบที่นำเรียนแต่ต้นแล้วครับว่าเราได้แบ่ง ยุทธศาสตร์ออกมาเปึน ๔ ยุทธศาสตร์ ถ้าเราแบ่งตัวกรอบงบประมาณเปึนตามยุทธศาสตร์ แล้วก็ได้เปึนอย่างที่เห็นในภาพนะครับ พัฒนาข้อมูลให้มีความทันสมัยใช้ ๑๒ ล้านบาท โปรแกรมระบบงาน ๕๙ ล้านบาท โปรแกรมเชื่อมโยง ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท และ ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งงบ ๑๐๐,๐๐๐ บาทในประชาสัมพันธ์อันนี้ จริง ๆ แล้วมันจะเปึ้นในเบื้องต้นเท่านั้นเองนะครับ ผมเข้าใจว่าในป้ที่ ๓ ป้ที่ ๔ ก็คงจะ ดําเนินการอีกครั้งหนึ่งนะครับ
ในหน้าต่อมาเราก็จะเปึ้นเรื่องของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ขอกรอบงบประมาณมา ผมขออนุญาตไปดูหน่วยงานที่รับผิดชอบเลยนะครับ หน่วยงานหลักก็เปึนกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานรองก็จะเปึนหน่วยงานต่าง ๆ รายชื่อหน่วยงานก็ดังปรากฏอยู่ในเอกสาร
ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในข้อแรกแบบที่นำเรียนแล้วว่าในความพร้อม ของข้อมูลหลาย ๆ หน่วยงานยังไม่มี หรือยังไม่เกิดก็มี อย่างเช่นกรณีที่ผมยกตัวอย่าง หรือนำเรียนว่าในส่วนของภาคขนส่ง ในส่วนของภาคประมง แม้กระทั่งในส่วนของภาค การเกษตร วันนี้เราจะถามว่าในแต่ละภาคใช้เชื้อเพลิงเท่าไร คิดให้ตายมันก็ไม่มีนะครับ ถ้าไม่สร้าง มันต้องสร้างขึ้นมา อันนี้เราจะรวมอยู่ในครั้งนี้ด้วย เพราะฉะนั้นต่อไปเราจะพูดได้ อย่างเต็มปากว่าภาคประมงเท่าไร ขนส่งเท่าไร
ในข้อเสนอแนะที่ ๒ รัฐบาลควรมีฐานข้อมูล วันนี้เมื่อรัฐบาลไม่มีฐานข้อมูล รัฐบาลเองจะไปคุยกับใครว่าการจัดการด้านพลังงานเปึนอย่างโน้น เปึนอย่างนี้ มันไม่มีใคร เชื่อถือนะครับ ผมเรียนนิดหนึ่งว่าถ้าเรามีฐานข้อมูลการผลิตพลังงานสำรองต่าง ๆ ในยาม ฉุกเฉินอะไรต่าง ๆ มันสามารถที่จะไปกำหนดนโยบายได้
ในส่วนที่ ๓ ก็เปึ้นเรื่องของจำนวนหน่วยงานต่าง ๆ ๒๙ หน่วยงานที่เขาเชื่อม ครั้งนี้ ผมถือว่าเปึนมิติที่ดีนะครับ เปึนการบูรณาการข้อมูลอย่างจริงจัง ไทยแลนด์เวอร์ชัน ๔.๐ (Thailand version 4.0) อันนี้ถือว่าเปึนส่วนหนึ่งของ ๔.๐ ซึ่งเหมือนว่าควรจะรีบ ดําเนินการเสีย มิติหนึ่งนะครับ
ในข้อเสนอที่ ๔ เรื่องของที่เราจะต้องแยกออกมาเปึน ๒ ส่วน ๒ พาร์ต (Part) พาร์ต (Part) แรกก็คือเปึนเอสดียู (SDU) ก่อน แล้วพาร์ต (Part) ที่ ๒ เปึนหน่วยงาน อิสระภายใน ๒-๓ ป้ต่อมานะครับ
ทั้งหมดนี้ก็คงเปึนข้อเสนอที่คณะทำงานและคณะกรรมาธิการได้นำเสนอมาครับ ผมเองก็คงจะขอสรุปจบเพียงเท่านี้นะครับ ขอบพระคุณมากครับ