มนู เลี้ยวไพโรจน์ หารือประเด็นข้อมูลพลังงานที่ถูกบิดเบือนในสื่อและโซเชียลมีเดีย พร้อมเสนอจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติและหน่วยงานเคลื่อนที่เร็วเพื่อตอบโต้ข้อมูลเท็จ ชี้แจงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาน้ำมัน ระบบสัมปทานพลังงาน และความสำคัญของก๊าซธรรมชาติเปียกในอ่าวไทย โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาจากภาครัฐเพื่อป้องกันความสับสนของประชาชน
ขอบพระคุณครับท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมนู เลี้ยวไพโรจน์ สปท. ลำดับที่ ๑๑๕ ครับ ผมขอเรียนถึงสภาพปัญหาที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของพลังงาน ผมคิดว่าทุกท่านก็คงจะทราบดี แล้วก็ได้มีการพูดคุยกันพอสมควร แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุด และผมเห็นว่าจะสร้างความเข้าใจผิดในแวดวงของประชาชนทั่วไป นั่นก็คือจะมีกลุ่มบุคคล จะหวังดี ไม่หวังดีไม่ทราบ แต่พยายามที่จะให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับ ความเปึนจริงที่หน่วยราชการมี แล้วก็ให้ข้อมูลที่ค่อนข้างจะบิดเบือนถ้าพูดกันแล้ว และเปึน ข้อมูลที่ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะกรรมาธิการด้านพลังงานได้ดำเนินการอยู่นี้ ในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ ผมขอสนับสนุนเต็มที่ เพื่อให้กิจการเรื่อง พลังงานของประเทศนั้นได้มีข้อมูลที่ชัดเจน แล้วก็ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของพลังงาน ผมขอยกประเด็นในบางประเด็นที่มีเหตุจำเปึนจะต้องมีข้อมูลกลาง ในด้านของพลังงาน ซึ่งจะตั้งเปึนศูนย์พลังงานแห่งชาติที่ว่านี้นะครับ เพราะว่าในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า เริ่มต้นในการพูดถึงเรื่องของพลังงานไปในทางที่ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ท่านอนุกรรมาธิการ ท่านประธานอนุกรรมาธิการที่ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ นะครับว่ามีการพูดถึงเรื่องของประเทศไทยมีสํารองน้ํามัน มีป่โตรเลียมใหญ่เปึนอันดับโลก ติดอันดับโลก จริง ๆ แล้วติดอันดับโลกครับ แต่ไม่ใช่อันดับ ๑ อันดับ ๒ แต่เปึ้นอันดับที่ ๒๐ กว่า ๓๐-๓๓ ของโลก ติดเหมือนกันครับ แต่ติดสุดท้าย แต่ในข้อมูลที่ออกมาให้ประชาชนได้เห็น ตามสื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) ทั้งหลายนี้นะครับ ปรากฏว่าได้สร้างความเข้าใจผิด ให้กับประชาชนเปึ้นจำนวนมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เคยออกข่าวว่าประเทศไทยเรามีน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ พลังงานป่โตรเลียมมากกว่าซาอุดิอาระเบีย ฟังแล้วก็น่าจะรู้นะครับว่า มันไม่น่าจะเปึนไปได้ สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วก็มีคนจํานวนไม่น้อยครับ ที่หลงเชื่อ แล้วก็ต่อว่าต่อขานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของพลังงานว่าเปึนอย่างนั้น อย่างนี้ตลอดเวลา ซึ่งผมคิดว่าเราควรจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น ในเรื่องนี้ ในกรณีของการผลิตน้ำมันดิบของไทยนี่นะครับ ขณะนี้เราอยู่ประมาณอันดับ ๓๓ ของโลกที่ผลิตนะครับ และเราผลิตน้ำมันดิบและก๊าซประมาณ ถ้าผมจำไม่ผิดตัวเลข ที่ผ่านมานะครับ ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน แต่เราใช้ผลิตภัณฑ์พวกนี้วันหนึ่ง เกินกว่า ๑,๗๐๐,๐๐๐-๑,๘๐๐,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่นะครับการผลิต น้ำมันดิบและก๊าซในประเทศไทยยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความต้องการของประเทศ เพราะฉะนั้นเราจําเปึ้นที่จะต้องนําเข้าจากต่างประเทศ แต่ในข่าวที่ออกมาว่าเราเปึน ผู้มีสํารองน้ํามันเยอะ ซึ่งอันนี้มันไม่ตรงกับความเปึนจริงนะครับ
ประการที่ ๒ ประเด็นที่สําคัญที่สุดก็พยายามที่จะพูดแล้วก็จะให้ข้อมูล ที่คลาดเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา นั่นก็คือในเรื่องของราคาน้ำมัน ประเทศไทยมีราคาน้ำมันที่ สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่ตัวเลขที่ออกมานี่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ตัวเลข น้ำมัน ถ้าน้ำมันดิบนี่นะครับราคาเท่ากันหมดทั้งโลกเพราะเปึนราคาตลาดโลก แต่สิ่งที่ มันแตกต่างกันก็คือเงินที่จะต้องนำเข้ากองทุน ๒. ภาษีอากรที่จะต้องเสียนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ครับไม่ได้พูดถึง แต่เอามาเปรียบเทียบกันในลักษณะที่ทำให้เกิด ความเข้าใจผิดกันได้ว่าประเทศไทยเปึนอย่างนั้นจริง ๆ แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ น้ำมันประเทศอื่น ก็แพงก็มีนะครับ เพราะฉะนั้นส่วนต่าง ๆ เหล่านี้เปึ้นเรื่องของการสร้างความเข้าใจผิด เพราะว่าภาษีน้ำมันกับเงินเข้ากองทุนนี่นะครับก็ประมาณสัก ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ ท่านประธานกรรมาธิการพลังงานท่านทราบดี เพราะว่าท่านเปึนอดีต ปลัดกระทรวงพลังงาน และท่านก็เคยเปึนผู้อำนวยการโครงการเจดีเอ (JDA) นะครับ จอยต์ ดีเวลอปเมนต์ แอเรีย (Joint Development Area) ที่มาเลเซียกับประเทศไทยนะครับ มีออฟฟ่ศ (Office) อยู่ที่กัวลาลัมเปอร์ ท่านทราบดีในเรื่องนี้ ผมคิดว่าท่านตระหนัก ในเรื่องของความสําคัญนี้
และอีกประเด็นหนึ่งที่พยายามสร้างกระแสอยู่เรื่อย ๆ นั่นก็คือระบบ สัมปทานกับระบบแบ่งปันผลประโยชน์ ก็พูดกันอยู่ตลอดเวลา แล้วก็อ้างว่าระบบสัมปทานนั้น ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้นะครับ แล้วก็เคยไปอ้างว่า ดูสิบราซิลยังใช้ระบบแบ่งปัน ใช่ครับ ในบราซิลมีแหล่งทั้งหมด ๕๐ กว่าแหล่ง และแหล่งสุดท้ายใช้ระบบแบ่งปัน นั่นก็คืออยู่ ห่างจากทะเลของทางด้านของริโอเด็จาเนโรออกไปในทะเลนะครับ นั่นก็คือใช้ระบบนั้น เพราะว่าแอ่งใหญ่ ส่วนในประเทศบราซิลนี่ประมาณ ๕๐ กว่าแอ่งนี่ครับใช้สัมปทานทั้งนั้น แต่ว่ามีการอ้างในลักษณะนี้เพื่อให้โน้มเอียงไปว่าการแบ่งปันผลประโยชน์มันจะดีกว่า สัมปทาน ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ก็เปึนการให้ข้อมูลที่ยังไม่ตรงนัก เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญที่สุด นะครับ หน้าที่ของศูนย์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องพลังงานของเราที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นจะมี ส่วนในการที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดของประชาชนได้เปึนอย่างมากทีเดียว แล้วก็ยังพูดต่อไป ว่าเราควรจะต้องมีบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ทั้ง ๆ ที่ ปตท. ทั้ง ๆ ที่กระทรวงพลังงานก็มีอยู่ แล้วก็ดูแลอย่างดี และขณะนี้มีประสิทธิภาพมากทั้ง ๒ องค์กร และองค์กรทั้งสองนี่ก็เปึ้น องค์กรที่เร็ว ๆ นี้ได้รับร่างวัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปตท. ในเรื่องของความมีคุณธรรม ความโปร่งใสอะไรต่าง ๆ เหล่านั้นก็ค่อนข้างจะชัดเจนอยู่แล้ว แต่ก็อยากจะเอาให้มีบรรษัท ขึ้นมาอีกอันหนึ่งซึ่งมาครอบ ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าเสนอไปทําไมนะครับ นี่คนข้างนอกเสนอ นะครับ แล้วยังบอกให้มี เอาตัวอย่างของเวเนซุเอลามาใช้ ปรากฏว่าเวเนซุเอลาท่านสมาชิก คงทราบดีนะครับ ตอนนี้ไม่ไหวแล้วครับ เศรษฐกิจยอบแยบ ย่ำแย่ แล้วก็มีเงินเฟัอมาก มหาศาลเลยครับ เพราะฉะนั้นลักษณะนี้เปึนลักษณะที่พยายามจูงให้ประชาชนเข้าใจผิด
ในประการต่อมานะครับ เรื่องของก๊าซในอ่าวไทย ก็มีการพูดว่าทําไมต้องไป เอาก๊าซพม่ามาทำเปึ้นเชื้อเพลิงธรรมชาติ ทำไมไม่เอาก๊าซในอ่าวไทย ซึ่งมีอยู่มากมาย มาเปึนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟัา นั่นคือการสร้างความเข้าใจอีกรูปแบบหนึ่ง เหตุสำคัญที่สุด ก็คือว่าพลังงานที่จากพม่านั้นเปึนแก๊สคุณสมบัติอย่างแห้ง เขาเรียกว่า แก๊สแห้ง เผาได้ ลูกเดียว อย่างอื่นทำอะไรไม่ได้ก็เผาออกมาเปึนพลังงานก็จบ ส่วนแก๊สที่อยู่ในอ่าวไทย มีคุณสมบัติที่เรียกว่า แก๊สเป้ยก แก๊สเป้ยกนี้มีส่วนที่จะไปขยายต่อเปึ้นสินค้าอื่น ๆ ได้อีกมาก ไม่ว่าจะเปึนทีวี (TV) เครื่องเล่น ไอโฟน (iPhone) หรืออะไรต่ออะไรต่าง ๆ แม้แต่เสื้อผ้าเรา ทำออกมาเปึนป่โตรเคมี เปึนอุตสาหกรรมป่โตรเคมี เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดเจนว่า ความแตกต่างมันมี ผมขออนุญาตสักอีกนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ความแตกต่าง มันก็คืออย่างนี้ครับ แก๊สในอ่าวไทยของเราเปรียบเสมือนอะไรครับ ไม้สัก ไม้ประดู่ แต่แก๊สแห้งที่มาจากพม่านั้นเปรียบเสมือนไม้ฉำฉา ไม้ยู่ค่าลิปตัสเอาไปเผาไม่เปึนไรเผาไปเลย แต่ก๊าซของเรานี่นะครับ ที่เอามาปัอนโรงงานป่โตรเคมีสามารถที่จะเปึนวัตถุดิบได้หลายชนิด ด้วยกันนะครับ แล้วก็มีคุณูปการในเรื่องของการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ทุกอย่างเกิดขึ้นรอบตัว เรานี่เปึนผลพวงมาจากป่โตรเคมีทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการเสนอแนะให้เอาก๊าซ ในอ่าวไทยมาเผาเพื่อได้พลังงานก็เหมือนกับว่าเอาไม้สัก ไม้ประดู่อย่างดีมาเผาทำพลังงาน ถ้าจะใช้แก๊สแห้งเผ่านี่จบ เพราะมันไปทําอย่างอื่นไม่ได้นะครับ แต่อันนี้ล่ะครับผมก็อยากจะ ให้ทางศูนย์มาตั้งแล้วต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจนกับประชาชนด้วย เพราะบางที่ประชาชนเข้าใจผิด เข้าใจผิดเพราะอะไรครับ เพราะผ่านทางสื่อ ทางมีเดีย (Media) โซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่าง ๆ นี่นะครับ พยายามที่จะเบี่ยงไปเบนมาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ประชาชน เข้าใจผิด และเวลานี้ผมเชื่อแน่ว่าประชาชนเข้าใจผิดอย่างมาก ๆ นะครับ แล้วจะทำให้ การดำเนินการทางด้านนโยบายพลังงานนี่ไขว้เขวไป ทั้ง ๆ ที่กระทรวงพลังงานก็ทำงาน อย่างดี ปตท. ก็ทำงานอย่างดี แต่ว่าเกิดปัญหาขึ้นมาในลักษณะนี้
สุดท้ายนี้ครับ ผมขออนุญาตครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะจัดตั้งศูนย์นี้แล้วก็ สนับสนุนเต็มที่ และขอเสนอว่าให้ตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า หน่วยงานเคลื่อนที่เร็วทำงานแบบ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน หากมีการบิดเบือนจากบุคคลภายนอก ไม่ว่าในเรื่องใดก็ตามจะเปึ้นเท็จ ครึ่งเท็จ ครึ่งจริง หรือเท็จทั้งชิ้นนะครับ หรือจากบุคคลที่มีวาระซ่อนเร้น ผ่านทางสื่อ เช่น คอมพิวเตอร์ ผ่านทางสื่อทางด้านโซเชียลมีเดีย (Social Media) ทั้งหลาย รวมทั้งผ่านทาง สื่อทุก ๆ ชนิดที่มีอยู่ในปัจจุบัน เราก็รู้ว่าแหล่งนี้มาจากไหน บุคคลใดเราก็รู้อยู่แล้วว่า สื่อพวกนี้มาจากไหน ถ้าอย่างนี้แล้วผมคิดว่าเราควรจะมีหน่วยงานที่ตอบโต้ทันทีทันใดนะครับ ตาต่อต้าฟันต่อฟัน เขาข้อมูลมาอย่างนี้ผิดนะครับ คลาดเคลื่อน เปึ้นเท็จ ตอบกลับเลย แต่หน่วยราชการเรานี่น่ารักมาก เวลามีอะไรขึ้นมาก็บอกว่าสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่นั้น คลาดเคลื่อน สิ่งที่เขาอย่างโน้นอย่างนี้ คืออ่อน นิ่มมาก แต่เขานี่โจมตีเราตลอดเวลา ทําไมไม่บอกว่าสิ่งที่เขาพูดนี่เปึนเท็จ ข้อจริงที่รัฐบาลทําหรือหน่วยงานราชการทำอย่างนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ถ้าเปึ้นอย่างนั้นแล้วผมเชื่อว่าประชาชนจะได้รับความรู้มากขึ้น แล้วก็ จะไม่เข้าใจผิด เพราะว่าเข้าใจผิดมามากเหลือเกิน
และสุดท้ายของสุดท้าย ผลพวงของการบิดเบือนนะครับ จากข้อมูล ด้านพลังงานมีการบิดเบือนค่อนข้างมากทีเดียว ผ่านทางโซเชียลมีเดีย (Social Media) ผ่านทางสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นี่นะครับ ปรากฏว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้เองครับ ศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินแล้วมีอยู่คดีหนึ่งว่าบิดเบือนข้อมูล ทางด้านพลังงานและให้ร้ายปัายสี หมิ่นประมาทบุคคลในแวดวงพลังงานนะครับ ถูกจำคุก ทั้งหมดถ้าผมจำไม่ผิด ๑๐ กระทง ถูกจำคุก ๓๖ เดือน จริง ๆ ๔๐ เดือน แล้วก็รับสารภาพ ก็เหลือ ๓๖ เดือน ๓๖ เดือนก็คือ ๓ ป้ โดยไม่รอลงอาญานะครับ ขณะนี้ก็อยู่ในเรือนจำ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ยังมีอีกหลายที่ฝ์ายราชการและผู้ที่ดูแลเกี่ยวกับ เรื่องพลังงานนั้นจะต้องออกมาให้ข้อมูลที่เปึนจริงและถูกต้องแล้วก็แก้ไขข้อมูลที่บิดเบือน ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน