ขวัญชัย ชี้ป่าเมืองหนุนคุณภาพชีวิต เสนอปรับนิยามป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๐ · ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙

ขวัญชัย ดวงสถาพร หารือถึงความสำคัญของพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชุมชน โดยเสนอแนวคิดป่าเมืองเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และจิตสำนึกการอนุรักษ์ พร้อมเรียกร้องให้ปรับนิยามป่าให้ครอบคลุมต้นไม้ในชุมชน เสริมมูลค่าทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม รวมถึงเสนอให้เพิ่มข้อมูลต้นไม้โบราณในระบบฐานข้อมูล และทบทวนองค์ประกอบคณะกรรมการเพื่อให้เกิดความสมดุลในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

นายขวัญชัย ดวงสถาพร

กราบเรียนท่านประธาน และสวัสดีสมาชิก ผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ผม ขวัญชัย ดวงสถาพร สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๑๔ นะครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตที่จะชื่นชมนะครับ เผอิญโดยส่วนตัวของผม ที่มาร่วมในเรื่องของการปฏิรูปป์าไม้นั้นมองคาดไม่ถึงมีเรื่องของประเด็นนี้เช่นกันนะครับ เพราะว่าเรามองพื้นที่ของรัฐขนาดใหญ่ แต่พื้นที่ของรัฐที่เปึ้นชุมชนนั้นเปึ้นเรื่องที่สำคัญ ทําไมผมถึงว่าสําคัญ ผมขออนุญาตครับไม่ใช่เปึนการตินะครับ แต่เปึนการให้ข้อเสนอแนะ ถ้าจะกรุณาเพิ่มได้จะเปึนประโยชน์นะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของหลักการและเหตุผลนั้น ผมถือว่าท่านพยายามที่จะให้มีต้นไม้เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้ให้เยอะที่สุด แล้วมันจะเกิด ประโยชน์อย่างอื่นตามมา ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับว่า จริง ๆ นั้นพื้นที่ที่เปึ้นต้นไม้ ในชุมชนหรือต้นไม้ในเมืองนั้นเกิดประโยชน์มากนะครับ ไม่น้อยไปกว่าต้นไม้ในป์า นะครับ ทำไมครับ ผมเชื่อมโยงกับข้อมูลอย่างเช่นช่วงป้ใหม่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงนั้น ถ้าท่านเคยไปบนหลังภูนี่เขากำหนด เขาเรียกว่า ขีดจำกัดที่รองรับได้ ๕,๐๐๐ คนที่ขึ้นไปได้ แต่คนขึ้นไปสถานการณ์การปฏิบัติจริง ๆ เปึนหมื่นนะครับ แสดงว่าคนโหยหาธรรมชาติ คนอยากจะไปสัมผัสกับธรรมชาติสูง และอยากจะไปดูในที่สวย ๆ แสดงถึงเขตพื้นที่ที่อยู่ใกล้ ตัวเขาก็คือชุมชนหรือเมืองนั้นอาจจะยังไม่เพียงพอนะครับ ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในทางวิชาการไม่ว่าจะเปึนต้นไม้ในชุมชนเมืองที่เรียกว่า เออเบินฟอเรสทรี (Urban Forestry) เออเบินฟอเรสทรี (Urban Forestry) นั้นโดยประเทศที่พัฒนาแล้วนั้น เขากำหนดเปึนเปอร์เซ็นต์เลยว่ากรีนแอเรีย (Green Area) นั้นควรจะเท่าไร สังเกตได้จาก สังคมในบ้านเราตอนนี้ที่เริ่มเข้ามามีการกำหนดก็คือมหาวิทยาลัยในไทยนั้นมีการประกวด กรีนยูนิเวอร์ซิตี้ (Green University) นะครับ ซึ่งที่ผ่านมาคือมหาวิทยาลัยมหิดลได้เปึน อันดับ ๑ ในประเทศไทย แสดงถึงว่าพื้นที่สีเขียวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมนุษย์ที่จะช่วย ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียวนะครับ ช่วยเรื่องของการจรรโลงจิตใจ ช่วยเรื่องของ สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ด้วย ผมขออนุญาตเรียนว่าปัจจุบันนั้นประเทศไทยไม่ได้นับพื้นที่ ในชุมชนไปเปึนพื้นที่ป์า เราบอกว่ามีป์า ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ในความเปึ้นจริงแล้วเรานับพื้นที่ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า เขตห้ามล่า อะไรต่าง ๆ พวกนั้นนะครับ แต่ข้อมูล พื้นที่ไม้ในเมืองเราแทบจะไม่มี เราเขียนคำนิยามตามองค์กรต่างประเทศว่า ป์าจะต้อง มีเรือนยอดชิดติดกันนะครับ ใกล้เคียงกันต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๐.๕ เฮกตาร์หรือประมาณ ๓.๑๒๕ ไร่ จะทําอย่างไรให้เออเบินฟอเรสทรี (Urban Forestry) ไม้ในชุมชน อย่างเช่น ในส่วนสาธารณะอะไรต่าง ๆ สามารถที่จะไปกําหนดหรือบัญญัติให้เปึนป์าไม้ได้ ทําไมครับ เราตั้งเปั้าไว้ให้มีป์าอยู่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ป์าอนุรักษ์ทำเต็มที่ก็คงจะได้ใกล้ ๆ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ แต่ป์าเศรษฐกิจหรือป์าชุมชน นั้นแทบไม่มีทางเลย จากข้อมูลที่ไม่เปึนทางการเราต้องการพื้นที่เหล่านี้อีกไม่น้อยกว่า ประมาณ ๑๓ หรือ ๑๔ ล้านไร่ แล้วจะไปหาที่ไหนล่ะครับป์าเศรษฐกิจ ซึ่งไม่มี ก็ต้องมาที่ ที่เปึนพื้นที่เอกชนและพื้นที่ชุมชนลักษณะอย่างนี้ เพราะฉะนั้นพื้นที่ตรงนี้สำคัญไม่น้อยกว่า พื้นที่ป์าไม้ของชาตินะครับ นั่นคือประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือว่าในทางนิเวศวิทยานั้น เราวิเคราะห์ในเบื้องต้นว่า อย่างเช่นเขาใหญ่ ถ้าท่านมองภาพเขาใหญ่ทำไมน้ำตกเหวนรกไม่มีน้ำเลย มันเชื่อมโยงกับ ที่ชุมชน ถ้าชุมชนรอบข้างมีต้นไม้เยอะ อุ้มน้ำไว้ มันจะเหมือนฟ้องน้ำนะครับ ตอนนี้ชุมชน รอบข้างมีแต่รีสอร์ต (Resort) การมีรีสอร์ต (Resort) หรือมีอะไรต่าง ๆ เหมือนกับน้ำตกลงมา แทนที่ด้านข้างจะอุ้มเหมือนประคองไว้ น้ำไหลออกจากฟ้องน้ำอย่างไว้ เพราะฉะนั้น ความชุ่มชื้นที่อยู่ในระบบนิเวศเข้าใหญ่น้อยลง เพราะฉะนั้นชุมชนเมืองที่อยู่รอบข้างหรือเขต บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) สำคัญอย่างยิ่งในเชิงนิเวศวิทยานะครับ

ประเด็นถัดไปก็คือว่าเผอิญผมเคยเปึนหัวหน้าโครงการวิจัยตรวจสอบ ไม้พุทรา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถ้าท่านไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในวัดโบราณนั้น มีแต่พุทรานะครับ ในพระราชวังโบราณมีพุทราทั้งหมด ๕๕๑ ต้น ผมเปึนคนตรวจสอบว่า อายุต้นไหนมากที่สุด แล้วผมวัดตรวจสอบทุกต้น และมันมีคุณค่าทางวัฒนธรรมและจิตใจ มหาศาล รัชกาลที่ ๕ ท่านทรงไปประกอบพิธีที่นั่นนะครับ และในระหว่างที่ท่านประทับนั้น มีต้นพุทราอยู่ต้นหนึ่งขนาดใหญ่อยู่ตรงที่ประทับ ผมไปตรวจสอบมาว่าต้นนั้นยังอยู่ไหม ถ้าไม่อยู่ลูกมันคือตัวไหนเพื่อจะทำเปึนแหล่งท่องเที่ยว นั่นคือสภาพทั้งทางจิตใจ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้นั้นเปึนสิ่งที่เขาเรียกว่าเปึ้นต้นไม้ในชุมชนทั้งนั้นนะครับ ซึ่งอยากจะ ขอให้ใส่ข้อมูลพวกนี้ได้จะได้มีน้ำหนักมากขึ้นนะครับ

อีกประการหนึ่งก็คือว่าชื่นชมที่ท่านมองทั้งระบบนะครับ ทั้งระบบบริหาร จัดการ การปลูกดูแล การปฏิบัติ และระบบฐานข้อมูล ซึ่งผมอ่านดูแล้วก็ครบถ้วน เพียงแต่ ขออนุญาตที่จะเสนอแนะบางประเด็น

ประเด็นแรกก็คือว่าส่วนใหญ่ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีท่านจะเน้น การประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจ อย่างที่ผมเรียนว่าจะทำอย่างไรให้มูลค่าของต้นไม้ในชุมชนนั้น นอกจากเศรษฐกิจแล้วก็จะมีในเรื่องของวัฒนธรรม สังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย จริง ๆ ในทาง เศรษฐศาสตร์ประเมินได้อยู่แล้วครับ ไม่ใช่แค่รูปตัวเงินอย่างเดียว ซึ่งผมมองว่าบางทีใจผม เอนเอียงไปทางอนุรักษ์นิดหนึ่ง อาจจะมีมูลค่ามากกว่าทางเศรษฐกิจก็ได้ และเปึนจุด ศูนย์รวมจิตใจคนนะครับ ตามตลาดสดมีต้นยางนาขนาดใหญ่ ทุกคนกราบไหว้ ทุกคนเหมือน เปึ้นที่รวมจิตใจและอยากดูแลอนุรักษ์ พวกนี้มีมูลค่ามากกว่าเศรษฐกิจครับ ลักษณะอย่างนี้ ที่อยากจะขอให้เพิ่ม เพราะในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในร่างระเบียบนะครับ ไม่ว่าจะเปึน ข้อ ๑๐ กบจ. ท่านเขียนในข้อย่อยหมายเลข ๑ นะครับ อำนาจหน้าที่ประเมินมูลค่า ทางเศรษฐกิจ ข้อ ๑๑ ข้อ ๒ ย่อยนะครับ รวมถึงข้อ ๑๒ ท่านใช้ประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจ อย่างเดียว อาจจะขอเพิ่มเปึนวัฒนธรรมและสังคมด้วย ซึ่งมันประเมินได้ในทางเศรษฐศาสตร์ และจะมีน้ําหนักนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะขออนุญาตเสนอแนะก็คือว่าอำนาจหน้าที่ของ กบจ. ท่านบอกว่าให้จัดตั้งธนาคารที่ดินในข้อ ๔ ในจังหวัดนะครับ ผมอ่านแล้วผมสงสัยคำนิยาม คำว่า ธนาคารที่ดิน เพราะมีกลุ่มประชาชนก็เรียกร้อง ซึ่งจะมีคำนิยามอีกแบบหนึ่ง ทำไม ผมถึงเรียนอย่างนั้นครับ เพราะว่าในวาระปฏิรูปที่ ๔ ในรายงานท่านบอกว่า ให้มีธนาคาร ที่ดินในทุกระดับเพื่อให้เปึนแหล่งศึกษาหาความรู้ในรูปแบบสวนพฤกษ์ศาสตร์ ไม่ได้มอง เปึ้นในเรื่องของตัวเศรษฐกิจ แต่มองในเรื่องของการศึกษาเรียนรู้ท่านเขียนไว้ในนี้ แต่ในองค์ประกอบของคณะกรรมการท่านเอา ธ.ก.ส. มาด้วย ผมก็เลยตั้งสมมุติฐานว่า มันจะมีความขัดแย้งเรื่องเศรษฐกิจหรือเรื่องของอันนี้หรือไม่ ซึ่งท่านมองว่าให้ต้นไม้ เปึ้นสินทรัพย์นะครับ ตรงนี้ก็ขออนุญาตเสนอแนะว่าให้มีความชัดเจน

ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าพอไปดูพื้นที่เปัาหมายแล้วนี่พื้นที่เปัาหมายของท่าน ผมไม่แน่ใจว่ารวมพื้นที่ป์าด้วยหรือไม่ ท่านเขียนว่าที่สาธารณะนะครับ ถ้าไม่รวม เห็นในองค์ประกอบมีอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและพันธุ์พืช อธิบดีกรมป์าไม้อยู่ด้วย ท่านอาจจะมองไปในเรื่องของแหล่งผลิตกล้า อันนั้นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เพียงแต่ผมสงสัย แต่สิ่งหนึ่งก็คือว่าท่านมีปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนรองประธาน แต่ท่านไม่มี ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในร่างระเบียบสำนักนายก ไม่มีนะครับ ซึ่งอันนี้เปึนการตั้งข้อสังเกตว่าครบองค์ประกอบหรือไม่หรือ อย่างไร โดยภาพรวมในส่วนตัว ผมนั้นผมชื่นชมมากนะครับ เพราะผมเชื่อว่าถ้าคนเห็นความสําคัญของต้นไม้ในเมือง ต้นไม้ในชุมชน จะเกิดผลต่อการอนุรักษ์ต้นไม้ในเขตป์า ถ้าคนรักต้นไม้ในเขตเมือง ซึ่งตื่นขึ้นมาแล้วก็เห็นเลย การสร้างจิตสำนึกหรือสร้างแรงจูงใจให้เข้ามาอนุรักษ์ป์าตั้งแต่เด็ก จนถึงผู้ใหญ่ ผมมองว่าเปึ้นด่านแรกที่สำคัญยิ่ง พาเข้าป์านะครับ ผมว่าคนก็คงเข้าป์าเลย นะครับ และไปศึกษาป์าคงไม่มีคุณค่าเท่ากับเกิดมาก็เห็น ตื่นมาก็เห็น อยู่ในเขตที่ใกล้กับ ตัวเองมากที่สุด แม้กระทั่งเราจะออกกำลังกายเราก็ต้องวิ่งหาป์านะครับ ตอนนี้คือ ส่วนสาธารณะที่มีต้นไม้เยอะ ๆ เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาตที่จะชื่นชมและขออนุญาต เสนอแนะ ขอบพระคุณครับ