ป่ติธรรม เสนอปฏิรูปการปลูกต้นไม้ในชุมชน เน้นร่วมมือ-ยั่งยืน-สร้างมูลค่า

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๐ · ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙

ปติธรรม ฐิติมนตรี หารือการปฏิรูปการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคเอกชน และเครือข่ายตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงประเทศ พร้อมเสนอให้พัฒนาแผนจัดการที่ยั่งยืน ใช้ข้อมูลและวิทยาการสนับสนุน เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง เพิ่มพื้นที่สีเขียว อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมเศรษฐกิจผ่านวิสาหกิจเพื่อสังคม คาร์บอนเครดิต และมาตรการจูงใจทางนโยบาย เช่น การลดหย่อนภาษี ควบคู่กับการสร้างเจตจำนงทางการเมืองและกระแสสังคมเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

นายป่ติธรรม ฐิติมนตรี ผู้ชี้แจงในนามคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพอย่างยิ่ง ผม ป่ติธรรม ฐิติมนตรี อนุกรรมาธิการ ประสบการณ์ที่เกี่ยวกับ เรื่องการปลูกต้นไม้ที่ท่านเพิ่มพงษ์ได้กรุณานําเรียนท่านประธานไปแล้ว ผมคิดว่า ณ เวลานี้ ท่านประธานร่วมทั้งท่านสมาชิกทุกท่านก็คงจะมีคําตอบอยู่ในใจว่าเรื่องของการปฏิรูป การปลูกต้นไม้และดูแลต้นไม้ในชุมชนนั้นน่าจะเปึนวาระปฏิรูปของประเทศได้อีกประการหนึ่ง กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในรายละเอียดของรายงานที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้ จะมีอยู่ ๓ ประเด็น ซึ่งผมขออนุญาตกราบเรียนเปึ้นประเด็น ๆ ไปนะครับ

ประเด็นแรก เปึ้นเรื่องของแผนการปฏิรูป ในเรื่องของแผนการปฏิรูปนี้ก็จะมี ๔ ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ ก็เปึ้นเรื่องของการปฏิรูประบบการบริหารจัดการการปลูกต้นไม้ และดูแลต้นไม้ในชุมชน เพื่อให้มีนโยบาย มีการจัดการ มีเจ้าภาพที่ชัดเจน รวมทั้งมีเอกภาพ แล้วก็มีการบูรณาการการปลูกต้นไม้ในรูปแบบของประชารัฐ ประสบการณ์ที่เมื่อครู่ ท่านอนุกรรมาธิการก็ได้พูดไปแล้วว่าสิ่งที่เราเรียนรู้จากการปลูกต้นไม้ในประเทศไทยนั้น รวมทั้งที่เราเรียนรู้จากต่างประเทศนั้นก็คือเรื่องของนโยบาย แล้วก็เรื่องของการบริหาร จัดการที่ดี ฉะนั้นอันนี้ก็เปึนประเด็นที่ ๑ ที่จะมีการปฏิรูปกันนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเปึนการปฏิรูปกลไกการขับเคลื่อนการปลูกและดูแลต้นไม้ ให้เปึ้นรูปธรรมอย่างยั่งยืน แล้วก็เชื่อมโยงไปในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด แล้วก็ประเทศ รวมทั้งทำงานคู่ขนานไปกับภาคีเครือข่ายปลูกต้นไม้ เพื่อประชาชน ซึ่งจากประสบการณ์ที่ท่านนายแพทย์อำพลได้นำกราบเรียนที่จังหวัด ขอนแก่น ก็ถือว่าเปึ้นประสบการณ์ของเครือข่ายภาคประชาชนที่ทำเรื่องนี้อยู่ รวมทั้ง อีกหลาย ๆ แห่งที่มีเรื่องของการปลูกต้นไม้อยู่ อันนี้ก็เปึนการปฏิรูปในประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของการขับเคลื่อน

ในการปฏิรูปประเด็นที่ ๓ ก็คือการปฏิรูปกระบวนการปฏิบัติในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเน้นในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน แล้วก็ภาคเอกชนเปึนหลัก ส่วนราชการหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ก็จะทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานในรูปแบบ ของประชารัฐ นี่ก็คือประเด็นที่ ๓ ของการปฏิรูป

ในประเด็นที่ ๔ ก็คือเรื่องของการปฏิรูประบบฐานข้อมูลสารสนเทศ แล้วก็ วิทยาการด้านการปลูกต้นไม้เพื่อให้เกิดฐานข้อมูลสารสนเทศ แล้วก็วิชาการที่จะนำไปใช้ ในการสนับสนุนการปลูกต้นไม้ของภาคประชาชน

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมนะครับว่าการปฏิรูปการปลูก ต้นไม้ในชุมชนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง เมื่อทำแล้วประชาชนและประเทศจะได้ประโยชน์อะไร

ประการที่ ๑ ที่ชัดเจนก็คือเกิดชุมชนเข้มแข็ง ทั้งนี้เพราะการปลูกและ การดูแลต้นไม้ในชุมชนเปึนกระบวนการสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้ประชาชนเปึ้นเจ้าภาพ มีการสำรวจความต้องการ มีการประชาคม มีการตกลงใจ รวมทั้ง มีกฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่จะให้ประชาชนดูแลต้นไม้ที่ปลูกให้เจริญเติบโตแล้วก็อยู่รอดนะครับ อันนี้ก็เกิดชุมชนเข้มแข็งแน่นอน

ประการที่ ๒ ก็คือต้นไม้ที่ปลูกจะเปึนการสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในการดำรงชีวิต และมูลค่าเพิ่มในทางเศรษฐกิจของประชาชนและประเทศ ต้นไม้ที่ปลูกแต่ละต้นนั้น เมื่อนํามาคํานวณเปึนมูลค่าก็คิดว่าน่าจะเปึนมูลค่าสําคัญของประเทศโดยภาพรวม แล้วก็ถือว่าเปึนทรัพย์สินของประเทศนี้ที่สามารถจะบอกกล่าวไปยังต่างประเทศหรือ ที่ต่าง ๆ ว่าประเทศเรานั้นก็มีความมั่นคง มีความมั่งคั่ง และมีความยั่งยืนในเรื่องของต้นไม้ เหล่านี้นะครับ อันนี้ก็คือประโยชน์อันที่ ๒ ที่ประเทศแล้วก็ประชาชนจะได้รับ

ประการที่ ๓ ก็คือประชาชนจะมีรายได้เพิ่มจากการปลูกต้นไม้นะครับ โดยแนวความคิดนี้การที่ประชาชนปลูกต้นไม้ ต้นไม้ที่เข้าปลูกก็จะถูกประเมินเปึนทรัพย์สิน เพื่อใช้ในการออมก็ดี หรือเพื่อเปึนหลักประกันในการลงทุน เกิดอาชีพในการปลูกต้นไม้ แล้วก็ขออนุญาตใช้คำของท่านประธานก็คือเกิดวิสาหกิจเพื่อสังคม แล้วก็เกิดซีเอสอาร์ (CSR) รวมทั้งในเรื่องของรายได้จากคาร์บอนเครดิตนะครับ รวมทั้งเปึนรายได้อย่างอื่นที่จะ เปึ้นอาชีพใหม่ ๆ ของประชาชน อันนี้ก็เปึ้นเรื่องที่ประชาชนจะได้ประโยชน์นะครับ

ประการสุดท้ายของเรื่องนี้ก็คือเปึนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นทั้งในเมือง และชนบท ผมคงขออนุญาตกล่าวเพียงว่าเปึนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวนะครับ แล้วก็เปึน การอนุรักษ์ดินและน้ำด้วย ทั้งหลายทั้งปวงที่เปึนเรื่องของการปฏิรูปนั้นก็จะมีปัจจัยสำคัญอยู่ ๓-๔ เรื่องที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของการดำเนินงานตรงนี้ก็คือ เจตจำนงที่แน่วแน่ ทางการเมืองของรัฐหรือของรัฐบาล เมื่อครู่ท่านชิดชัยได้พูดไปแล้วว่าเมื่อนายกรัฐมนตรี ได้พูดสักนิดหนึ่งก็ถือว่าเปึนการแสดงเจตจำนงทางการเมือง แล้วก็ความมุ่งมั่นทางการเมือง ที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ ซึ่งก็ถือว่าเปึนวาระแห่งชาตินะครับ

ในประการที่ ๒ ที่มีความสำคัญก็คือในเรื่องของการสร้างกระแสทางสังคม กระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจกันในเรื่องของการปลูกและดูแลต้นไม้ในชุมชน

แล้วก็ประการที่ ๓ ที่มีความสำคัญก็คือต้องมีกระบวนการสร้างแรงจูงใจ ให้กับประชาชนหรือภาคเอกชนที่ปลูกต้นไม้ว่าเขาจะได้ประโยชน์ เช่นมาตรการ ทางภาษีนะครับ มาตรการในเรื่องของคาร์บอนเครดิต เรื่องของวิสาหกิจเพื่อสังคมที่เขา ก็จะได้ประโยชน์จากตรงนี้