เพิ่มพงษ์ ชี้ป่าไม้ลดฮวบ หนุนฟื้นฟูด้วยนโยบายรัฐ-ประชาชนร่วมมือ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๐ · ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙

เพิ่มพงษ์ เชาวลิต นำเสนอข้อมูลและประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศผ่านสไลด์ประกอบ เพื่อหารือปัญหาป่าไม้ที่ลดลงอย่างรุนแรงในประเทศไทย และเสนอแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืนโดยอาศัยนโยบายของรัฐร่วมกับการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จจากต่างประเทศและเน้นปัจจัยสำคัญเช่น นโยบายที่ชัดเจน ผู้นำที่เข้มแข็ง การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อให้การปลูกต้นไม้ในเมืองและพื้นที่สาธารณะเกิดผลอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สปท. ที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิก สปท. ที่เคารพทุกท่าน กระผม เพิ่มพงษ์ เชาวลิต สปท. หมายเลข ๑๑๐ ก็ขออนุญาตที่จะพูดถึงประสบการณ์ในเรื่องประสบการณ์ของทั้งใน และต่างประเทศนะครับ ก่อนที่จะมาสู่ในเรื่องของการจัดระบบว่าเราจะดําเนินการอย่างไร บ้างนะครับ ขออนุญาตฉายเปึนเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบการนำเสนอ ซึ่งได้รับอนุมัติจากท่านประธานเรียบร้อยแล้วนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซ็นเทชัน (Presentation))

ผมคิดว่าเราคงจะทราบกันดีในเรื่อง ของสถานการณ์ต้นไม้หรือป์าไม้ในประเทศไทยของเราที่มีปัญหาค่อนข้างมากมายนะครับ ในระยะ ๔๐ ป้พื้นที่ป์าไม้ของเราลดลงอย่างมากนะครับ จาก ๔๓ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ประเทศเหลือ ๓๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งถือว่าจํานวนการลดค่อนข้างมาก แต่ละป้จากข้อมูล สถิติของทางกรมป์าไม้ก็ดี ป์าไม้จะถูกทำลาย ป์าไม้จะถูกตัดหรือลดลงประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ต่อป้นะครับ ถ้าเราดูในภาพแผนที่ประเทศไทย ท่านก็จะเห็นได้ชัดเจน ในช่วง ๕๐ ป้ที่ผ่านมาพื้นที่ป์าไม้หรือต้นไม้ในประเทศไทยลดลงอย่างมากนะครับ เราจัดลำดับพื้นที่ต้นไม้ของเราหรือพื้นที่ป์าไม้ทั้งหมดเราเปึ้นอันดับ ๘ ของอาเซียน (ASEAN) ซึ่งถือว่าเราก็ค่อนข้างน้อยอยู่ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ได้จัดพื้นที่ต้นไม้หรือพื้นที่สีเขียว ในเขตเมืองพบว่ามาตรฐานจริง ๆ แล้วควรจะอยู่ที่๑๐ ตารางเมตรต่อประชากร ๑ คน อันนี้คือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) เขาก็จัดตรงนี้ไว้ ของสิงคโปร์ ๖๖ ตารางเมตรต่อประชากร ๑ คน นี่คือพื้นที่ป์าไม้ที่เขามีหรือพื้นที่ต้นไม้ที่เขามีนะครับ มาเลเซีย ๔๔ ตารางเมตร ต่อประชากร ๑ คน ของไทยเรากรุงเทพมหานคร ๓ ตารางเมตรต่อประชากร ๑ คน ซึ่งถือว่าน้อยมากในพื้นที่สีเขียว ซึ่งแน่นอนมันก็จะเกิดผลอะไรต่าง ๆ ตามมาที่เราทราบ กันอยู่แล้ว ต้นไม้มีประโยชน์ค่อนข้างมาก สามารถผลิตออกซิเจนได้ การผลิตต้นไม้ออกมา หรือมีต้นไม้ทำให้อุณหภูมิลดลง เรื่องนี้เราทราบกันดีนะครับ ผมขออนุญาตนำเสนอว่า นโยบายในการปลูกต้นไม้ของประเทศต่าง ๆ คืออะไร ก่อนที่จะมาสู่ข้อเสนอ ของอนุกรรมาธิการในครั้งเราได้ศึกษาค้นคว้าอยู่ ๔-๕ ประเทศ ก็พบว่าจริง ๆ แล้ว ประสบการณ์ในการปลูกต้นไม้ของประเทศต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จมักจะอาศัย ความร่วมมือของประชาชนเปึนหลัก นโยบายของภาครัฐหรือผู้นำจะเปึนเรื่องที่มี ความสำคัญมาก กรณีภูฏานเปึนกรณีแรกที่เราได้มีการศึกษานะครับ เขาได้มีการปลูกต้นไม้ ถึง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าต้นในพื้นที่ของเขา ซึ่งถึงแม้ว่าเปึนประเทศที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ประชากรนับเปึ้นแสนคน ประเทศจีนเปึนประเทศหนึ่งที่มีเจตนารมณ์ในการเพิ่มพื้นที่ สีเขียวมาก ในระยะ ๑๐ ป้จากนี้ประเทศจีนเขาตั้งเปัาหมายว่าจะปลูกต้นไม้ ๒๖,๐๐๐ ล้านต้น โดยอาศัยความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพราะฉะนั้น ถ้าเราไปประเทศจีนในเมืองต่าง ๆ ท่านคุณหมออำพลได้พูดเมื่อสักครู่แล้วเราจะพบ พื้นที่สีเขียวเหมือนกันไปหมดอย่างมากมายนะครับ ประชาชนในพื้นที่ของจีนเอง หลายคนได้เข้ามาขออนุญาตรัฐบาลในการปลูกต้นไม้เปึ้นจำนวนมากและสามารถช่วย ในเรื่องฝนแล้งหรือว่าน้ำท่วมต่าง ๆ ได้อีก อีกประเทศหนึ่งที่ประสบความสําเร็จและเราคิดว่าสําคัญมาก็คือเกาหลีนะครับ เกาหลี ในรอบ ๕๐ ป้เขาสามารถเพิ่มพื้นที่ต้นไม้ของเขาได้ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อ ๕๐ ป้ที่แล้วพื้นที่ต้นไม้ของเก่าหลีประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประเทศ ในปัจจุบัน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ของเราก็พัฒนาไปเช่นเดียวกันแต่พื้นที่ของเราลดลงนะครับ เพราะฉะนั้นประสบการณ์ของเก่าหลีก็คือการอาศัยนโยบายของภาครัฐ ความร่วมมือ ของประชาชน องค์กรทุกภาคส่วนเข้ามาดำเนินการนะครับ ประสบการณ์ที่น่าสนใจ อีกอันหนึ่งคือประเทศอินเดียในรัฐอุตตรประเทศ ในเวลาเพียง ๑ วันนะครับ เขาระดม ประชาชนเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ คน สามารถปลูกต้นไม้ได้ ๕๐ ล้านต้น อันนี้ก็คือคุณค่า ความร่วมมือของประชาชนในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวข้องเขา ประเทศญี่ปุ์นผมคิดว่า ทุกท่านก็คงไปมาแล้วนะครับ ต้นซากุระซึ่งเปึนต้นไม้ประจำชาติญี่ปุ์นเขาก็ยังมีชมรมปลูก ต้นไม้ซากุระขึ้นมา เขาก็ปลูกทั่วไปทั้งหมดนะครับ หลายประเทศจะเปึนแบบนี้ ไม่ว่าจะเปึนเวียดนามก็ดี สิงคโปร์ก็ดีนะครับ ผมขออนุญาตผ่านไปเลยนะครับ รวมทั้งประเทศเม็กซิโก ประเทศเหล่านี้ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของต้นไม้นี่มักจะเปึน ความร่วมมือของทุกภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งหมด ประเทศไทยของเราสภาพของการปลูกต้นไม้ เปึนอย่างไรนะครับ ผมคิดว่าเมื่อสักครู่ท่านชิดชัยได้พูดไปแล้วว่าจริง ๆ การปลูกต้นไม้ ในประเทศไทยเราไม่ใช่ว่าไม่มี องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนได้มีการปลูก เปึ้นจำนวนมากอยู่แล้ว ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สำคัญอันหนึ่ง ธนาคารต้นไม้ซึ่งมีการร่วมกลุ่ม ของประชาชนจำนวนมากหลายจังหวัด อันนี้ก็เปึ้นรูปแบบหนึ่งที่มีการดำเนินการนะครับ ความร่วมมือของประชาชนก็จะเปึนรูปแบบอันหนึ่ง ประชาชนไม่ว่าจะเปึนภาคเหนือ ภาคอีสานต่าง ๆ เหล่านี้ก็ประสบความสำเร็จตรงนี้ ท่านคงได้ยินนะครับ ร้อยตำรวจตรี วิชัย สุริยุทธ์ ซึ่งเปึนนายตำรวจที่บุรีรัมย์ ระยะเวลา ๓๐ ป้ ท่านปลูกต้นไม้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ต้น นะครับ คนเดียวปลูกจนเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ในพื้นที่เข้ามาก เราพบว่าเร็ว ๆ นี้ที่มักกะสั้น กรุงเทพมหานคร ก็มีร้อยตำรวจตรีท่านหนึ่งปลูกต้นไม้ในรอบพื้นที่ต่าง ๆ ปลูกต้นไม้ถึง ๕,๐๐๐ กว่าต้น สร้างปอดให้กับชาวกรุง อันนี้คือความตื่นตัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่า เมื่อใดก็ตามที่การปลูกต้นไม้อยู่ในใจคนแล้ว คิดว่าพื้นที่สีเขียว ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นแน่นอนนะครับ มีการร่วมกลุ่มเปึนกลุ่มประชากร กลุ่มเครือข่ายต้นไม้ ในเมืองก็มีนะครับ รวมกันประมาณ ๕๐ กว่าองค์กรบริหารจัดการต้นไม้ทั้งหมด มีการปลูกต้นไม้ ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งหมด ในการดูแลต่าง ๆ หลายพื้นที่ ซึ่งผมคิดว่ามีตัวอย่างเปึนจำนวนมาก ที่มีการปลูก เมื่อเร็ว ๆ นี้ท่านคงได้เห็นนะครับ ประธานองคมนตรีท่าน พลเอก เปรม ก็ได้เป่ดส่วนป์าเบญจกิติ ซึ่งโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ได้สร้างเปึนส่วนป์า หรือปลูกต้นไม้ในเขตเมืองในพื้นที่คลองเตย ๖๑ ไร่ ก็ถือเปึนการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร แล้วก็มีหลายตัวอย่างที่ดำเนินการอยู่แล้วนะครับ การปลูกต้นไม้ตรงนี้สิ่งที่สำคัญอันหนึ่งคือการสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนนะครับ ในประเทศไทยของเราก็มีการปลูกต้นไม้ให้กับเยาวชนในพื้นที่เชียงใหม่ก็ดี ในพื้นที่หนองคายก็ดีเปึ้นจำนวนมากที่ให้จิตสำนึกของเยาวชนได้มีความรักต้นไม้ ต่าง ๆ มากขึ้น ตรงนี้เราได้มีการดำเนินการในพื้นที่ตรงนี้อยู่ สิ่งที่สำคัญอันหนึ่ง การปลูกต้นไม้ในเขตเมืองก็คือการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ การปลูกต้นไม้ที่ได้ผลมากที่สุด ก็คือเอาแนวคิดที่ทำให้ประชาชนสามารถปลูกต้นไม้ได้ทั่วไป แล้วก็มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มศักยภาพในการปลูกต้นไม้ สร้างมูลค่าต่าง ๆ ได้ ตามหลักการปลูกต้นไม้ ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มอบให้กับพวกเราทุกคนนะครับ แน่นอนที่สุดว่าการปลูกต้นไม้ในเมืองอาจจะมี ความละเอียดสลับซับซ้อนมากกว่าการปลูกป์าไม้ในเขตป์าเขานะครับ เราจึงมีหลักวิชา อันหนึ่ง ซึ่งท่านชิดชัยได้พูดไปแล้วเมื่อสักครู่ คือรุกข์กรนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เปึนสหวิชา ในเรื่องของการจัดการเกี่ยวกับต้นไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งประเทศต่าง ๆ ในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่ายุโรป สหรัฐอเมริกา เขามีตรงนี้ รุกข์กรก็คือคนที่มีความชำนาญในเรื่องต้นไม้ การดูแล ต้นไม้ในเขตเมือง หรือในเขตชุมชน ในเขตพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้มันต้องมีศิลปะในการ ดําเนินงานนะครับ หลายประเทศที่เปึนตัวอย่างที่ชัดเจนมาก ผมคิดว่าอยากจะให้ท่าน เห็นว่าในสหรัฐอเมริกาหรือหลายประเทศทั่วโลกต้นไม้เขาไม่ได้ปลูกง่าย ๆ นะครับ เข้าสามารถจะตัดให้ชัดเจน มีการดำเนินการปลูกหรือมีการสร้างถนนรถเลี้ยวออกไป ที่ไม่ให้มีการเข้าไปกระทบกระเทือนกับต้นไม้ได้เลยนะครับ ในประเทศไทยของเราก็มี ประสบการณ์ตรงนี้หลาย ๆ ประสบการณ์ในจังหวัดต่าง ๆ แต่อย่างน้อยส่วนหนึ่ง ประสบการณ์ของประเทศไทยเรานี่ บางครั้งเรายังไม่มีศาสตร์ความรู้ในเรื่องนี้มาก เท่าที่ควร ท่านจะเห็นที่ปรากฏในข่าวสารหลายครั้งเรามีการตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ ในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือพื้นที่เมืองต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ก็สร้างความเสียหายได้ เปึ้นจํานวนมากนะครับ ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกเขาจะมีตรงนี้ขึ้นมา อันนี้ก็คือส่วนสําคัญ ในเรื่องของการดำเนินงานประสบการณ์ที่เกิดขึ้น

ผมขออนุญาตสรุปเปึนประเด็นสุดท้ายนิดหนึ่งว่าจริง ๆ การปลูกต้นไม้ ในเขตพื้นที่ ในเขตเมือง หรือสถานที่สาธารณะต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วเปึ้นขอบเขตทั่วประเทศ มันจะมีปัจจัยที่มีความสำเร็จอยู่ ๖ ประการ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้จะเปึ้นเรื่องที่มีความ สําคัญมาก

เรื่องแรก คือผู้นำและนโยบายมีความเข้มแข็ง มีความชัดเจน

เรื่องที่ ๒ คือมีการกำหนดนโยบายว่าจะดำเนินการในการปลูกต้นไม้แล้วก็ สั่งการต่าง ๆ

เรื่องที่ ๓ คือสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนในการมีส่วนร่วมการปลูกต้นไม้

เรื่องที่ ๔ คือมีการดำเนินการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

เรื่องที่ ๕ คือมีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นและชุมชนต่าง ๆ ให้ท้องถิ่น และชุมชนมีส่วนในการเปึ้นเจ้าของ

และสุดท้าย ปัจจัยที่ประสบความสำเร็จเรื่องนี้ก็คือสามารถสร้างมูลค่าในทาง เศรษฐกิจได้

ผมคิดว่าถ้าเราสามารถที่จะทําตรงนี้ได้อย่างครบถ้วน เราจะเห็นเหรียญ อีกด้านหนึ่งที่ควบคู่ไปกับการปลูกป์าไม้ขนาดใหญ่ แต่เปึนการปลูกต้นไม้ในบริบทของชุมชน โดยการบริหารจัดการทั้งประเทศเข้ามา และมีการจัดการที่ประสบความสําเร็จ ผมคิดว่า อันนี้เปึนประสบการณ์อันหนึ่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ส่วนต่อไป ผมขออนุญาตให้คุณป่ติธรรมได้เสนอว่าเราเสนออะไรในเรื่องของ การจัดการเพื่อให้การปลูกต้นไม้ของเราประสบความสำเร็จมากขึ้นครับ