ชิดชัย เสนอส่งเสริมปลูกต้นไม้สร้างชุมชนเข้มแข็ง-เพิ่มพื้นที่สีเขียว

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๐ · ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙

ชิดชัย วรรณสถิตย์ หารือถึงความสำคัญของต้นไม้ทั้งในด้านคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยเน้นย้ำความเหลื่อมล้ำระหว่างชุมชนเมืองและชนบท พร้อมเสนอให้ส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เชื่อมโยงเครือข่าย และเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดทำระเบียบลงทะเบียนต้นไม้ในที่ดินทั้งสาธารณะและเอกชน โดยเรียกร้องให้รัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี แสดงความมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างชัดเจน

พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ เพื่อนสมาชิกที่รัก ผม พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ลำดับที่ ๓๙ วันนี้มีความยินดีครับที่จะเสนอเรื่องเย็น ๆ คือเรื่องต้นไม้นะครับ ซึ่งเมื่อกี้ท่านก็คงจะได้ฟังว่าต้นไม้มีทั้งมูลค่าและคุณค่าในตัวของตัวเอง เผอิญประเทศเราเปึนประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์มองผ่านต้นไม้ไปเยอะ อยากจะตัดก็ตัด อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอหน้าฝืนไม่มีต้นไม้น้ำก็ท่วมไหลบ่าเร็วมาก พอหน้าแล้งไม่มีต้นไม้ ก็บ่นว่าร้อนนะครับ นี่คือสิ่งที่เราประสบอยู่ทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะเราคิดมานี่ คือเพื่อต้องการจะให้ตระหนักว่าต้นไม้มีมูลค่าจริง ๆ มีคุณค่าต่อสังคมจริง ๆ นะครับ ซึ่งรายละเอียดก็จะได้นําเสนอต่อไปนะครับ ซึ่งผมก็อยากจะเน้นย้ําอีกว่าทําไมถึงเปึนเรื่อง วาระของการปฏิรูปนะครับ อย่าลืมว่าในชุมชนที่เราพูดว่าชุมชนในประเทศไทยแบ่งออกเปึน ๒ ชุมชน คือชุมชน ในเมืองกับชุมชนในชนบท ชุมชนในชนบทนี่มีประชากรอยู่อย่างน้อย ๓๐ ล้านคนนะครับ เพราะฉะนั้นในโครงการของเราถึงได้แบ่งพื้นที่ในชุมชนเมือง ชุมชนชนบทว่าการปลูกและ ดูแลต้นไม้จะเปึนอย่างไร การปลูกดูแลต้นไม้ในชุมชนเมืองจะเน้นในเรื่องคุณค่าครับ เรื่องความสวยงาม เพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ถ้าเผื่อในชนบทเราจะเน้นทั้งเรื่องคุณค่าและมูลค่า ให้เปึ้นทรัพย์สิน ผมถือว่าเปึนเรื่องที่ใกล้ตัวประชาชนที่สุด สามารถสตาร์ตอัป (Startup) ได้ทันทีโดยไม่ต้องไปเป่ดร้านกาแฟกันหรอกครับ ถ้ามีที่ ๓ ไร่ปลูกต้นไม้เถอะครับ ๒๐ ป้ เราจะเห็นหน้าเห็นหลัง เปึนมูลค่ามหาศาลนะครับ แล้วก็ในที่ราชการเหมือนกันครับ ถ้าเราปลูกต้นไม้ที่จะอนุรักษ์ไว้ มันก็จะมีคุณค่าอย่างมหาศาลกับประเทศชาติ ในหลาย ๆ แห่ง ป์าไม้ต้องมาข้อพันธุ์ไม้จากที่ปลูกหลงเหลืออยู่ในสถานที่ราชการเพื่อนำไปเปึนพันธุ์ นี่ผมพูดถึงต้นไม้ แล้วต้นไม้มาเกี่ยวกับชุมชนเข้มแข็งอย่างไรครับ เพราะว่าเปึ้นทั้งคุณค่า และมูลค่าที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดและประชาชนสามารถทำได้ โดยเฉพาะประชาชนในชนบทนะครับ ก่อนที่ผมจะนำเสนอลึกไปนี่ผมขอเสนอเรื่องเย็น ๆ นะครับ เกี่ยวกับนักกีฬาโรงเรียนบ้านบาก มาชิงชนะเลิศกับโรงเรียนวชิราวุธ ซึ่งมันต่างกันมากครับ โรงเรียนบ้านบากฝ๊กรักบี้อายุไม่เกิน ๑๓ ป้ ฝ๊กรักบี้โดยใช้เท้าเปล่า ขอโทษครับผมอาจจะใช้คำว่า ตีนเปล่า แต่โรงเรียนวชิราวุธ มีความพร้อมกว่าโรงเรียนบ้านบาก ไม่มีโค้ช (Coach) ฝ๊กจากยูทูบ (Youtube) ฝ๊กตีนเปล่า ที่ผมนำมานี้ไม่ใช่ผมมองว่าคนชนบทเขามีความกระตือรือร้นที่อยากจะพัฒนาตัวเอง เขาอยากจะสร้างเนื้อสร้างตัวเอง อยากจะมีชีวิตที่ดี เผอิญบ้านบากนี่อยู่ที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ผมเองในฐานะนายกสมาคมชาวอุบลหมวกอีกใบหนึ่งนี่ผมรู้สึกว่า เสียใจนะครับที่มันตกหล่นไป ผมไม่สามารถจะช่วยอะไรเขาได้ แต่อยากให้ถืออันนี้ เปึ้นบทเรียนอันหนึ่งว่า ถ้าเราจะทําประเทศไทยให้ ๔.๐ สิ่งเหล่านี้เปึนกองกําลังสําคัญนะครับ ๓๐ ล้านคนในชนบทที่จะต้องไปด้วยกัน เวลาแข่งท่านไปดูในวิดีโอท่านจะเห็นชัดเลยว่า นักเรียน เหล่านี้มารองเท้ากีฬาไม่พร้อม เวลาซ้อมก็ต้องเปลี่ยนรองเท้ากัน รองเท้าไม่ได้ไซส์ (Size) กรรมการก็ต้องบอกว่ามัดที่ข้อเท้าสิเพื่อไม่ให้รองเท้าหลุด แล้วมานี่เช่ารถกันมา ๗,๐๐๐ บาท ผมขออนุญาตท่านประธานเป่ดวีดิทัศน์ประกอบนิดหนึ่งครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเป่ดวีดิทัศน์)

พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ : เพราะฉะนั้นโรงเรียนนี้มหัศจรรย์ครับ เหมารถกันมา ไปพักที่บ้านคนงานแถวชานเมืองปทุม พอแข่งเสร็จ แข่งในรอบรองชนะเลิศ ในรอบชิงชนะ ภ.ป.ร. ๑๒ ต่อ ๐ ในรอบชิงมาแพ้วชิราวุธ แข่งเสร็จอยากจะไปเที่ยว วัดพระแก้วเที่ยวไม่ได้เพราะว่าเวลาจำกัดในเรื่องการเช่ารถยนต์ นี่ครับเพื่อนร่วมชาติของเรา ส่วนหนึ่งเปึนอย่างนี้ วันนั้นผมเองพูดเรื่องนี้มานี่ผมต้องการสะท้อนให้เห็นว่าเราต้องสร้าง ชุมชนให้เข้มแข็งครับ เรายังมีเพื่อนร่วมชาติอีกเยอะแยะที่เปึนอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ผมอยากใช้เรื่องยุทธศาสตร์การปลูกต้นไม้เปึนการสตาร์ตอัป (Startup) ในชุมชน ผมอยากให้ เปึ้นการสตาร์ตอัป (Startup) ในชุมชนนะครับว่าต้นไม้มันมีคุณค่า ไม่ว่าจะในชุมชนเมือง ในชุมชนชนบท มีค่าทุกอย่างนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะลงไปในรายละเอียดว่าอย่างชุมชน ไม่เข้มแข็งนี่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วอ่านในหนังสือพิมพ์ พบว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายเศรษฐกิจจะต้องทุ่มเงินอีกประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงไปในฐานราก็เพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ ท่านทั้งหลายคงจะรู้ว่าประเทศไทยเราในขณะนี้เราพึ่งการส่งออกก็ไม่ได้ เพราะติดลบ เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกไม่ดี เราพึ่งได้อยู่อย่างเดียวคือการท่องเที่ยว การบริโภค ภายในก็มีปัญหานะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงได้ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้าจะสตาร์ตอัป (Startup) ขอให้สตาร์ตอัป (Startup) อย่างนี้ อยู่ใกล้ตัวชาวบ้าน อยู่ในวิสัยที่ทำได้นะครับ เพราะฉะนั้นพวกนี้คือพลังครับ พลังชุมชนเกิดขึ้นครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อนุกรรมาธิการ ปฏิรูประบบเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งและกรรมาธิการด้านสังคมซึ่งเน้นไปในด้านชุมชน เปึ้นหลัก สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ว่าเราไม่มีนะครับ อย่างท่านคุณหมออำพลพูดไปแล้วว่าเรามีสำนักงาน ป์าไม้เขต มีสถานีเพาะชำทั่วประเทศครับ มีงบประมาณจำกัด มีเจ้าหน้าที่พร้อม แต่ทำในขีดความสามารถของตัวเองเท่านั้น วันนั้นเราลงไปเยี่ยมที่ขอนแก่น เราบอกว่า ทําไมของคุณไม่ไปก้าวล่วงไปที่วัด ไปที่โรงเรียนในชุมชน เพราะกล้าไม้ต่าง ๆ อยู่ในชุมชน ทั้งนั้น ทำไมไม่ร่วมมือกันเพาะพันธุ์ไม้ให้ชาวบ้าน ไม่ว่าจะเปึนไม้ที่เปึนเศรษฐกิจ หรือไม้เนื้อแข็ง ไม้เนื้ออ่อน พวกเหล่านี้สามารถใช้ได้ ทำไมไม่ทำ อย่างมะข้ามเปรี้ยวนี่พันธุ์ เยอะแยะก็ไม่ทำ สามารถปลูกหัวไร่ปลายนาได้หมด มันจะเพิ่มมูลค่าอย่างมหาศาลครับ นี่ผมพูดถึงชุมชนชนบท ซึ่งชาวบ้านเขามีองค์ความรู้ มีภูมิปัญญาอยู่แล้ว นี่คือเปึนสิ่งที่ผม มองมานานมาก แม้กระทั่งครั้งที่ผมอยู่กระทรวงมหาดไทยผมไม่สามารถทำได้ ผมมองเรื่องนี้ มาเปึนเวลาสิบ ๆ ป้นะครับ เพราะฉะนั้นชุมชนเองก็มีเครือข่าย เครือข่ายเกือบจะ ทั่วประเทศครับ เราเองอาจจะขาดข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ เราจะมีเครือข่าย เกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ในชุมชนเยอะมาก ราชการก็มีสถานีเพาะชำอยู่ทั่วประเทศ แต่ขาดความเชื่อมโยง ชุมชนบางชุมชนนี่สามารถรวมตัวกันปลูกเพาะพันธุ์ต้นไม้ ไม่ว่า ต้นพะยูง ต้นยางนา ต้นประดู่ป์านะครับ สามารถขายให้ราชการได้ต้นละ ๕ บาท ๑๐ บาท เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าเรามองข้ามสิ่งเหล่านี้ ผมมองว่าเราต้องมาเริ่มต้น สิ่งที่ใกล้ ๆ ตัวเรานะครับ เพราะมันจะเพิ่มคุณค่า เพิ่มพื้นที่สีเขียว แล้วในขณะเดียวกัน ประชาชนปลูกแล้วสามารถเพิ่มเปึนทรัพย์สินได้ แต่มีอีกองค์กรหนึ่งที่เขาก็ทำตาม ขีดความสามารถของเขาคือธนาคารต้นไม้ของ ธ.ก.ส. พยายามอย่างยิ่งนะครับที่จะให้ ชาวบ้านปลูกต้นไม้ขึ้นแล้วก็เอามาเข้าธนาคารสามารถเพิ่มมูลค่าเปึนรายป้ได้ สิ่งเหล่านี้กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศแต่ขาดความเชื่อมโยงกัน เปึนไปได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าที่มกีฬาที่ผมเอามาให้ดูมันถึงเกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้น ผมเองมองว่าตัวนี้เปึนมูลเหตุจูงใจให้ผมนำเสนอเรื่องนี้

ประเด็นที่ ๒ ต้องขออภัยนะครับ ที่วิป (Whip) ๓ ฝ์ายประชุมแล้วบอกว่า ควรจะเปึนโครงการปลูกต้นไม้และดูแลต้นไม้เพื่อแผ่นดิน ผมเห็นด้วย ผมไม่แย้ง แต่ผมอยากให้มันชัดเจนลงไปว่าเพื่อชุมชนครับ ชุมชนเขาได้ประโยชน์อะไรจากตัวนี้ ถ้าเผื่อเพื่อแผ่นดินมันกว้าง มันลอย แต่อย่างไรชุมชนหลาย ๆ ชุมชนร่วมกันก็เปึนเรื่อง เพื่อแผ่นดินอยู่ดีนั่นละครับ ประชาชนผู้ปลูกได้ประโยชน์ ตัวเหล่านี้ผมอยากให้เปึน อย่างนี้ ส่วนที่แก้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีก็แก้ตามวิป (Whip) นะครับ เพราะว่า เปึ้นเรื่องที่คณะทํางานคิดว่าเปึนเรื่องที่เราต้องสร้างขึ้นมาใหม่ไม่มีเบื้องขวา เบื้องซ้าย เบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องบน ที่เราจะไปเอามาจากไหน เราต้องคิดจากสิ่งที่เราทําขึ้นมา เพราะฉะนั้นก็ต้องขอความร่วมมือจากประสบการณ์ของท่านที่จะช่วยติช่วยติง เราพร้อมจะน้อมรับเพื่อให้โครงการนี้เดินต่อไปได้ ผมจะแยกให้ท่านเข้าใจอีกนิดหนึ่งว่า พื้นที่ในเมืองเราก็จะแยกออกเปึน ๒ ส่วนเหมือนกัน คือพื้นที่สาธารณะถนนหนทางต่าง ๆ ท่านจะเห็นว่าเมื่อ ๓ เดือนที่แล้วนายกรัฐมนตรีท่านนี้ได้พูดถึงว่าการดูแลต้นไม้ ต้องมีรุกข์กร ท่านจะเห็นว่าพอนายกรัฐมนตรีออกมาพูดแค่นั้นเอง การตัดแต่งถนน แม้กระทั่งหน้ารัฐสภาของเราเข้ามาจะมีการตัดแต่งต้นไม้ที่เข้าที่เข้าทางดูสวยงาม เปึ้นระเบียบ แถวหน้าบ้านพิษณุโลกก็ตัดเข้าที่เข้าทางเปึ้นระเบียบแทนที่จะตัดแบบ ตามมีตามเกิดเหมือนเดิม ตอนนี้กรมป์าไม้ก็ไปอบรมรุกข์กรทั่วประเทศ ท่านจะเห็นว่า พอผู้นําประเทศพูดปุ็บส่งสัญญาณปุ็บแห่ตามกันทันที เพราะฉะนั้นในการบริหารราชการแผ่นดินนี่ ผมถึงได้เรียนว่าในคณะกรรมการทำไมถึงอยากจะให้มีนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ถ้านายกรัฐมนตรีพูดหรือเคาะส่งสัญญาณว่ามันเหมือนกับความมุ่งมั่นทางการเมือง ความมุ่งมั่นของรัฐบาลมันเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีไม่ต้องประชุมบ่อยหรอก พูดเพียงครั้งเดียว ไปแล้ว หลาย ๆ ท่านเคยตั้งข้อสังเกตว่าใช้นายกรัฐมนตรีเปลือง ไม่ใช่ เพียงว่าจะส่งสัญญาณ อย่างไรเท่านั้นเอง ไม่เปลืองครับ เพียงว่าส่งสัญญาณให้เห็นชัดเจน อย่างเรื่องการตัดต้นไม้ เห็นชัดครับ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าในพื้นที่สาธารณะก็คือตามถนนหนทาง ตามทางหลวง ชนบท ตามทางหลวงใหญ่ ๆ ต้องปลูก มันจะช่วยเพิ่มมูลค่าหลาย ๆ อย่างครับ ร่มเย็น พื้นที่สีเขียว รากอุ้มน้ำนี่คือคุณค่าของมัน ในขณะเดียวกันก็มีมูลค่า ถ้าพันธุ์ต้นไม้ ที่เรามาปลูกเปึนพันธุ์ที่รักษายากมันก็จะเปึนสิ่งที่สวยงาม ในที่สาธารณะอีกส่วนหนึ่งคือ ของสถานที่ราชการครับ ไปปลูกให้เกิดความร่มเย็น มีเงา มีมูลค่า สิ่งเหล่านี้ผมถึงอยากจะให้ มีการลงทะเบียนในระเบียบ ซึ่งมีการพูดถึงว่าอยากให้ลงทะเบียน แม้กระทั่งส่วนราชการ ถือว่าเปึ้นทรัพย์สินของทางราชการที่มีมูลค่า เวลาส่งมอบของหลวงก็ต้องส่งต้นไม้ด้วย จะได้ช่วยกันดูแล บำรุงรักษา ในส่วนของที่เอกชนประชาชนต้องเปึ้นที่ที่เขามีสิทธิ ไม่ว่าจะเปึนที่ ส.ป.ก. ที่เช่าสิทธิ ที่อะไรทั้งหลายที่เขามีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายนี่ สามารถ จะปลูกได้ไม่ว่าหัวไร่ปลายนาทั้งหมด คือเราต้องใช้พื้นที่ทุกแห่งให้เปึนประโยชน์อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าต้นไม้นี่ มันมีมูลค่า มันเพิ่มมูลค่าทุกป้นะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากฝากไปถึงทางด้าน ฝ์ายเศรษฐกิจนะครับ สิ่งที่ท่านสตาร์ตอัป (Startup) ได้คือสตาร์ตอัป (Startup) จากสิ่งเหล่านี้นะครับ สิ่งเหล่านี้เปึนสำคัญ เพราะฉะนั้นผมก็ขออธิบายในภาพกว้าง ส่วนเรื่องรายละเอียดหลักไม่ว่าจะเปึนเรื่องหลักการการปฏิรูป เรื่องของระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรีก็จะมีท่านเพิ่มพงษ์กับท่านป่ติธรรมจะอธิบายต่อไป ผมขออภิปราย เบื้องต้นเพียงเท่านี้ ขอขอบคุณครับ