รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)
ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับ รายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ก่อนที่จะเชิญท่านสมาชิกหารือ ผมขออนุญาตแจ้งรายชื่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ยื่นความประสงค์ที่จะหารือในวันนี้ จำนวน ๓๐ ท่าน ท่านแรก คือ ท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ ท่านพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ท่านอับดุลอายี สาแม็ง นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ นางสาวละออง ติยะไพรัช นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล นายองค์การ ชัยบุตร นายสุชาติ อุสาหะ นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นายมานพ คีรีภูวดล นางกันตวรรณ ตันเถียร นายบัลลังก์ อรรณนพพร นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ นายปรีดา บุญเพลิง นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นายประกอบ รัตนพันธ์ นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นายสนอง เทพอักษรณรงค์ นายนิยม ช่างพินิจ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นายรณเทพ อนุวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ นายเกษม ศุภรานนท์ นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา และท่านสุดท้ายนางสาวศรีนวล บุญลือ ต่อไป ท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ความจริง ผมก็เซ็นหารือไว้แต่ว่ารายชื่อออกมามันไม่มีกรณีที่ว่าถ้ารายชื่อมาใหม่ ถ้าผมออกไปประชุม กรรมาธิการงบประมาณหรือกรรมาธิการสามัญขออนุญาตท่านประธานเรียกชื่อผม ผ่านไปเลยนะครับท่านประธาน
ท่านประเสริฐ บุญเรือง ไม่มีรายชื่อนะครับ
ก็พรรคแจ้งว่าจะมีรายชื่อผม ผมก็อุตส่าห์มาตั้งแต่ ๒ โมงเช้า
ท่านก็ต้องไป ถามพรรคครับ
รับทราบครับ ผมจะไปถามพรรคแต่ว่า ผมก็ต้องไปประชุมกรรมาธิการสามัญในกรณีที่พรรคจะไปแก้ไขรายชื่อผมเข้ามา ท่านเรียกผม แล้วผมไม่มาเดี๋ยวผมจะเกิดความเสียหายครับ เพราะว่าผมอาจจะอยู่ในห้องประชุม กรรมาธิการงบประมาณหรือสามัญแจ้งท่านประธานไว้ครับ
ถ้าเผื่อทางพรรค มีความเห็นอย่างไรก็แจ้งทางวิป (Whip) วิป (Whip) ทำเรื่องยื่นขึ้นมาผมก็ยินดีทำตามที่ทาง วิป (Whip) เสนอขึ้นมานะครับ ก็รับทราบครับท่านประเสริฐ บุญเรือง เชิญคุณวันนิวัติ สมบูรณ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๙ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการปรับปรุงเส้นทางเชื่อมระหว่างบ้านสระแก้ว บ้านโคกสว่าง อำเภอเปือยน้อยไปจนถึงบ้านหนองบัวรอง อำเภอหนองสองห้อง ระยะทางทั้งหมด ๑๑ กิโลเมตร ถือเป็นเส้นทางที่สำคัญที่เชื่อมระหว่างอำเภอเปือยน้อยและอำเภอหนองสองห้อง อีกทั้งเส้นทางดังกล่าวยังสามารถเชื่อมไปยังอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม และอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย ปัจจุบันเส้นทางดังกล่าวชำรุดมานานเป็นหลุมลึกตลอดเส้นทางครับ แม้จะดำเนินการซ่อมไปแล้วบางส่วนแต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม ผมจะขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินการด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ขอให้ขยายถนนมิตรภาพเส้นคู่ขนานทางทิศตะวันตกบริเวณสี่แยก ไฟแดงอำเภอโนนศิลา จุดดังกล่าวเป็นย่านการค้ามีประชาชน เด็กนักเรียน และผู้สัญจร จำนวนมากเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน นักเรียน ผู้สัญจรและเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ กระผมจึงขอนำเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังกระทรวงคมนาคมให้ได้พิจารณาดำเนินการต่อไปครับ
เรื่องสุดท้าย เรื่องการเลือกตั้งซ่อมเขต ๗ จังหวัดขอนแก่น กระผมได้รับ รายงานจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่พบว่าข้าราชการฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคงในหลาย ตำบลปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจเข้าข่ายการทุจริตการเลือกตั้ง โดยให้เครือข่ายผู้นำ ชุมชนออกไปจ่ายเงินแล้ว ๒ รอบ และทราบว่าก่อนการเลือกตั้งก็จะมีรอบใหญ่อีกครั้ง นอกจากนี้บางพื้นที่หากมีแนวโน้มว่าผู้สมัครพรรคตรงกันข้ามหรือพรรคคู่แข่งมีคะแนนนิยม ที่ดีกว่าประชาชนจะถูกเรียกเก็บบัตรประชาชนขอนำเรียนผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณครับ
ท่านวันนิวัติ ประเด็นเรื่องการหาเสียงเลือกตั้งถ้ามีการกระทำที่ผิดกฎหมายท่านก็สามารถไปดำเนินการ ร้องเรียนต่อ กกต. แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินการได้เลยท่านอย่าปล่อยให้การกระทำ ที่ผิดกฎหมายลอยนวลนะครับ
ขอบพระคุณครับ
เพราะถ้าหากว่า การเอาเรื่องคนเล่ามาแล้วมาพูดถ้าไม่มีข้อมูลหลักฐาน การพูดในสภาไม่ค่อยเหมาะสม มันจะเป็นการทำให้เกิดความเสียหายได้ ฉะนั้นท่านไปแจ้งความร้องทุกข์ได้เลยนะครับ
ท่านประธานครับ อีกนิดหนึ่งครับ
หมดเวลาแล้วครับ พอนะครับ ต่อไปนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒ ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ
ในเรื่องแรก บริเวณถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ๑๗ เขตสาทร ที่ได้ก่อสร้าง โครงการระบบระบายน้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้ดิฉันได้เคยหารือไปแล้ว ขณะนี้เส้นทางเดินรถ ได้เปิดขึ้นแล้วนะคะ ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่ได้เร่งรัดการดำเนินการค่ะ แต่พื้นผิวถนน ยังคงชำรุด ขรุขระ ซึ่งดิฉันเข้าใจถึงข้อจำกัดแล้วก็ขั้นตอนการดำเนินงานที่อาจจะทำให้เกิด ความล่าช้า แต่บัดนี้ก็ได้ล่วงเลยมาเป็นเวลานานมากแล้ว ทั้งนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน แล้วก็เป็นจุดเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาเร่งปรับปรุง พื้นผิวถนนให้เสร็จเรียบร้อย หากยังติดขัดประการใดก็ขอให้เร่งซ่อมแซมในจุดที่อันตรายก่อน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งสิ่งกีดขวางทางจราจรต่าง ๆ ขอให้จัดเก็บ ให้เรียบร้อยค่ะ
ต่อมาคือเรื่องการตัดแต่งต้นไม้ อาทิ บริเวณการเคหะบ่อนไก่ เขตปทุมวัน ซึ่งดิฉันได้เคยหารือไปแล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับการดำเนินการใด ๆ จึงอยากขอเร่งรัดติดตามค่ะ มีต้นไม้หักโค่นทับบ้านเรือนเสียหาย โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บนะคะ รวมถึงต้นไม้ใหญ่ ที่ยืนต้นตาย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่บริเวณนั้น จึงอยากขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง การเคหะแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดเข้ามาดำเนินการอย่างเร่งด่วนค่ะ ซึ่งดิฉันคิดว่า เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ทันทีทำได้เลยนะคะ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ขอบคุณค่ะ
ต่อไป ท่านอับดุลอายี สาแม็ง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส. จากจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ประสงค์อยากจะหารือ กับท่านประธาน ๑ เรื่อง
ข้อหารือก็คือเรื่องของศูนย์พัฒนาอิสลามศึกษา ซึ่งอยู่ในสำนักงานการศึกษา ภาค ๗ อยู่ในจังหวัดยะลา ซึ่งศูนย์นี้มีบทบาทหน้าที่ในเรื่องของการกำหนดหลักสูตร ทั้งโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนของรัฐตาดีกาในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์นี้ เกิดขึ้นมาในพื้นที่เขต ๒ ซึ่งดูแลระบบการศึกษาโดยดีมาตลอดจนถึงวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๗ ได้ออกประกาศของกระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาอิสลามศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามมติ ครม. วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ซึ่งสำนักงานการศึกษาธิการภาคทั้งหมดมี ๑๘ ภาคทั้งประเทศไทย สำนักงาน การศึกษา ภาค ๗ ก็เป็นภาคเดียวเท่านั้นที่มีศูนย์พัฒนาอิสลามศึกษาและมีบทบาทหน้าที่ การศึกษาทั้งระบบเอกชนและของรัฐตาดีกาประจำศูนย์มัสยิดนะครับ ต่อมา กอ.รมน. ก็พยายามดึงบทบาทไปอยู่ที่ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเป็นที่เข้าใจว่ากระทรวงศึกษาธิการส่วนหน้าซึ่งอยู่ในค่ายทหารก็ไม่ได้รับการประสาน ร่วมมือกับในส่วนของภาคการศึกษาโดยปกติที่ผ่าน ๆ มา ศูนย์ได้ทำท่าจะมีปัญหา ในเรื่องของโครงสร้าง เพราะว่า ณ ขณะนี้ไม่มีงบประมาณเป็นของตัวเอง แล้วก็บุคลากร ที่มีอยู่เดิมเมื่อเกษียณอายุราชการก็จะไม่มีการทดแทน ดูเหมือนว่าศูนย์จะต้องยุบไป ก็อยากจะนำเรียนไว้ที่กระทรวงศึกษาธิการให้มีการปรับโครงสร้างแล้วก็หาวิธีการที่จะให้ ศูนย์นี้อยู่ต่อไปเพื่อจะได้ประสานเรื่องระบบการศึกษา ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ เชิญครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑ พระนคร ป้อมปราบ สัมพันธวงศ์ และดุสิต พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอหารือ ท่านประธานในเรื่องของการขาดแคลนห้องน้ำสำหรับนักท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เนื่องจากพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์นั้นเป็นหัวแหวน ของกรุงเทพมหานครทำรายได้ให้กับการท่องเที่ยวได้อย่างมากและโครงการถนนคนเดิน ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเพิ่งจะเปิดงานไปเมื่อไม่นานนี้ ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในย่าน เกาะรัตนโกสินทร์มากยิ่งขึ้นค่ะ แต่มีเสียงสะท้อนมาจากพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า หาห้องน้ำเข้ายากมาก พอออกมาจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแทบจะหาห้องน้ำสาธารณะ เข้าไม่ได้เลย ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดทำห้องน้ำ สาธารณะให้กับนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชน อาจจะมีการจ่ายค่าดูแลรักษาซึ่งก็ไม่น่า จะทำให้เกิดปัญหาใด ๆ ขอเพียงสะอาดและปลอดภัย ดิฉันเชื่อว่าจะสร้างความพึงพอใจ ให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวเมืองไทยได้อีกอย่างแน่นอนค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งที่จะฝากท่านประธานคือ เรื่องของความปลอดภัยในการข้ามถนน หลายจุดในกรุงเทพมหานครทางม้าลายนอกจากจะซีดจางแล้ว ยังมองไม่เห็นตอนกลางคืน และขาดไฟส่องสว่าง ดิฉันอยากจะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งไฟส่องสว่างบริเวณทางม้าลาย และใช้สีที่ทาทางม้าลายเป็นสีที่ค่อนข้างสว่างเรืองแสงในตอนกลางคืน หรืออาจจะติดลูกแก้ว ที่มีไฟอยู่ตรงทางม้าลาย เพื่อความปลอดภัยในการข้ามถนนของคนกรุงเทพมหานคร ขอบคุณท่านประธานค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญนางสาวละออง ติยะไพรัช ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย เขตอำเภอแม่ฟ้าหลวงและอำเภอแม่จัน วันนี้ดิฉันหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาหารแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้ในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวงจะมีปัญหา ในเรื่องของพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ แต่พี่น้องประชาชนได้ปลูกพืชที่ส่งออก พืชที่ทำรายได้ให้กับ ประเทศและตอนนี้มาตรฐานสินค้า จีเอพี (GAP) และออร์แกนิก (Organic) ไม่สามารถที่จะ ทำได้ เพราะฉะนั้นพี่น้องในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวงนี้ขาดโอกาส แล้วก็สินค้าอย่างพวกชา กาแฟ โดยเฉพาะชาคนที่รับซื้อก็จะกดราคาเนื่องจากไม่มีมาตรฐาน จีเอพี (GAP) ซึ่งการไม่มี เอกสาร จีเอพี (GAP) หลายบริษัทก็จะคำนึงถึงว่าจะไม่ดูแลรักษาเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม วันนี้ดิฉันอยากจะให้ท่านประธานว่าเหตุการณ์ตรงนี้ที่ไม่สามารถ ออกมาตรฐาน จีเอพี (GAP) ได้ประมาณ ๖ ปีมาแล้ว ๖ ปีที่แล้วทางเกษตรในพื้นที่ได้รับรอง มาตรฐานของ จีเอพี (GAP) แต่ได้เรียกเอกสารมาตรฐานสินค้า จีเอพี (GAP) นี้ออกไป เพราะฉะนั้นวันนี้ขอให้ทางหน่วยงานรัฐบาลว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะสามารถ ทำให้พี่น้องหลาย ๆ พื้นที่ที่ไม่สามารถมีเอกสารสิทธิได้ จะต้องมีใบรับรองมาตรฐานในการ ดำเนินการค้า ซึ่งการค้าท่านประธานกว่าจะสร้างมาได้มันไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องมีการทำงาน กันอย่างหนัก วันนี้จะถูกทำลายโดยที่รัฐบาลไม่ดูแล มันเป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่สุด ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ
ขอบคุณ คุณละอองนะครับ เชิญนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล เชิญครับ
ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ขอหารือท่านประธาน ถึงความกังวลของเกษตรกรชาวสวนปาล์มต่อกรณีที่มีกระแสข่าวลือว่ารัฐบาลจะนำเข้าน้ำมัน ปาล์มเพื่อใช้ผลิตบี ๑๐ (B10) ซึ่งจะกระทบต่อราคาน้ำมันปาล์มในประเทศ วันนี้ราคาปาล์ม เพิ่งปรับตัวขึ้นหลังจากตกต่ำต่อเนื่องยาวนานมาหลายปีจนเกษตรกรขาดทุนอย่างหนัก เพิ่งจะลืมตาอ้าปากได้จากการช่วยเหลือของรัฐบาลผ่านการประกันรายได้และการใช้บี ๑๐ (B10) ภาคบังคับ แต่ไม่ทันไรค่ะท่านประธาน ก็มีการปล่อยข่าวลือว่าน้ำมันปาล์มในประเทศ จะไม่เพียงพอต่อการผลิตบี ๑๐ (B10) จึงต้องนำเข้า ข่าวนี้ถือเป็นข่าวร้ายที่ทำร้ายแล้วก็ทำลายเกษตรกร สถานการณ์น้ำมันปาล์มขณะนี้แม้จะมีน้อย แต่ไม่ถึงขาดแคลนค่ะ ไม่ต้องนำเข้า แล้วราคา ๕ บาทก็สมเหตุสมผลเพราะจะเป็นในช่วงเวลา สั้น ๆ เท่านั้น รัฐบาลอย่ากังวลว่าปาล์มจะขาดตลาดหรือราคาสูงเกินไปจนประชาชน หรืออุตสาหกรรมต้องเดือดร้อน เพราะในเดือนกุมภาพันธ์นี้ผลผลิตก็จะออกมามากขึ้น และจะเข้าสู่สมดุลยภาพ ถ้าปล่อยให้มีการนำเข้าแปลว่ารัฐบาลกำลังนำวงจรอุบาทว์ นายทุนได้ประโยชน์ เกษตรกรเสียประโยชน์กลับมาอีกครั้ง ความพยายามที่จะดึงราคาปาล์ม ให้สูงขึ้นก็จะล้มเหลวตามไปด้วย มีผลต่องบประมาณที่ต้องใช้จ่ายเพื่อจ่ายส่วนต่างของการ ประกันรายได้ รัฐบาลจึงต้องไม่กำหนดนโยบายที่ย้อนแย้งกันเอง ดิฉันขอให้ท่านประธาน กรุณาแจ้งโดยเร็วไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้ประกาศชัดเจนว่าจะไม่มีการ นำเข้าน้ำมันปาล์ม ทั้งนี้เพื่อเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้กับคนไทย เพราะการส่งเสริมการใช้ บี ๑๐ (B10) ไม่ใช่เพียงแต่เป็นการช่วยเกษตรกรชาวสวนปาล์มให้มีความมั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน แต่จะยังช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลแล้วลดมลพิษที่ทำให้เกิดฝุ่นพิษ และมีผลต่อสุขภาพ ประชาชนอีกด้วย ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณองค์การ ชัยบุตร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๕ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านคำเชียงสา ตำบลนาอุดม อำเภอ นิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และพี่น้องบ้านนาทาม ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล เกี่ยวกับ ถนนลูกรังเชื่อมระหว่างตำบลระยะทาง ๘ กิโลเมตร สภาพถนนเป็นถนนลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการด้วย
เรื่องที่ ๒ ถึงเรื่องที่ ๔ ผมมีเอกสารและรายละเอียดแล้วจะขอยื่นผ่าน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการนะครับ
ส่วนเรื่องที่ ๕ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากนายก อบต. หนองเอี่ยน อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร และนายก อบต. หลายแห่ง เกี่ยวกับงบอุทกภัยจำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขณะนี้หลาย อบต. ยังไม่สามารถดำเนินการได้คือจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้ครับท่านประธาน ไม่ทราบว่าติดขัดด้วยเรื่องอะไร ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ตอนแรก ผมตกใจ ๕ เรื่องกลัวเวลาจะไม่พอ ต่อไปเชิญท่านสุชาติ อุสาหะ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานอยู่ ๑ เรื่อง แต่เกี่ยวข้อง ๒ กระทรวง
เรื่องแรก ก็คือหารือไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมผ่านไปยังอธิบดีกรมป่าไม้ แล้วก็หารือไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยผ่านไปยังอธิบดีกรมที่ดิน เรื่อง พ.ร.บ. ป่าไม้ ปี ๒๔๘๔ มาตรา ๔ (๑) บทนิยามคำว่า ป่า หมายความว่า ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลใดได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดิน แล้วก็คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ ๗ ได้ให้ความเห็นเรื่องนี้ไว้ว่า ป่า หมายถึงที่ดิน ที่ยังมิได้มีบุคคลได้กรรมสิทธิ์หรือได้สิทธิครอบครอง ซึ่งรวมไปถึงที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่ชายตลิ่งภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำทะเลสาบ เกาะ และที่ชายทะเลที่เป็นที่ดิน ของรัฐด้วย ประเด็นนี้ที่สอบถามไปทั้ง ๒ กระทรวง ก็คือว่ากรณีที่ส่วนราชการทำโครงการ ต่าง ๆ นี้ ทั้งในส่วนของท้องถิ่น อบต. เทศบาล อบจ. ขณะนี้ รวมทั้งโครงการของรัฐตาม พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๖๓ เวลานี้ด้วยว่าเราต้องขออนุญาตป่าไม้ตามมาตรา ๕๔ แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ หรือไม่ เพราะขณะนี้เกิดปัญหาที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรีว่า เรายื่นทำสะพานในเขตซึ่งไม่ได้อยู่ในเขตป่าไปหลายโครงการมาก แต่ปรากฏว่าป่าไม้ แจ้งมาว่าให้ขอตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ปี ๒๔๘๔ ด้วย ตามมาตรา ๔ (๑) ซึ่งขณะนี้ก็จะเป็น ประเด็นซึ่งต้องวินิจฉัยในกรณีนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ก็ฝากท่านประธานสภาหารือด่วนไปถึง กระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้ง ๒ กระทรวงด้วยเพื่อจะได้ชี้แจงให้กับผู้นำท้องที่ท้องถิ่นยื่นเรื่องนี้เข้า มา ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านมุกดา พงษ์สมบัติ ท่านเปลี่ยนอาชีพไปเป็นผู้กำกับหนังแล้ว เชิญครับ
ท่านพาดพิงหรือเปล่าคะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ วันนี้ดิฉันมีความเดือดร้อน จากพี่น้องประชาชนฝากถึงท่านประธานถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ๓ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก ได้รับคำร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านสมร คำโมง ของหมู่ที่ ๘ ตำบล สาวะถี หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๒๑ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๙ ถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับแหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค
เรื่องที่ ๒ การตรวจสอบที่ดินที่สาธารณะประโยชน์ของป่าช้า หมู่ที่ ๘ เขาต้องการที่จะพัฒนาเป็นป่าชุมชน ซึ่งในเมื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ไปตรวจสอบ เพราะฉะนั้นเหตุที่เกิดขึ้นคือมีการบุกรุก เขาต้องการที่จะฟื้นฟูเป็นป่าชุมชนเพื่อให้ลูก ให้หลานสืบต่อไป ก็ขออนุญาตฝากท่านประธานถึงหน่วยงานกรมที่ดิน ถึงหน่วยงาน ที่รับผิดชอบเข้าตรวจสอบเพื่อปักแนวเขตให้ชัดเจนของตำบลสาวะถี หมู่ที่ ๘ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
เรื่องที่ ๓ ขอความอนุเคราะห์ถนนลาดยางบ้านซำจาน บ้านเนินทอง บ้านท่อนน้อย ได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันบุดดี เชาว์ชาญ กำนันตำบลบ้านค้อ ซึ่งถนนเส้นนี้สัญจรไปมาสร้างความลำบากแก่พี่น้องประชาชนและมีศูนย์ปฏิบัติธรรมด้วย เพราะฉะนั้นพี่น้องชาวพุทธของเราถือว่าเป็นถนนสายหลักของสายธรรมของเราด้วย เพราะฉะนั้นฝากถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ถึงแม้จะเป็นหน่วยงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่รับผิดชอบแต่งบประมาณไม่พอ เพราะฉะนั้นจึงร้องขอถึงท่านประธานผ่านถึงหน่วยงาน ที่มีงบประมาณฝากดูแลด้วย
เรื่องสุดท้ายที่ดิฉันเจอนะคะท่านประธานที่เคารพ เมื่อเช้าดิฉันมาที่สภา ครูจากจังหวัดขอนแก่นมาเขาบอกว่าฝากในฐานะท่านประธานเป็นครูด้วย ความปลอดภัย ที่ผู้มาร้องขอตรวจสอบเรื่องเงิน ความปลอดภัยในชีวิตครอบครัวโดนข่มขู่ เพราะฉะนั้น ฝากท่านประธานดูแลเรื่องนี้ด้วยค่ะ โดยเฉพาะท่านประธานเป็นครูด้วย ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ
ขอบคุณครับ เดี๋ยวต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมนิดหนึ่งเรื่องถูกข่มขู่ ถูกข่มขู่ที่ไหนตรงไหนอย่างไรครับ
ได้ค่ะ จะผ่านให้ท่านประธานเลยนะคะ เพราะว่าครูเขามีตัวตนที่มาเมื่อเช้านี้นะคะ
ถูกข่มขู่ในสภา ใช่ไหมครับ
ไม่ใช่ค่ะ ครูที่มาร้องเรียนถึงสภาเรา เดี๋ยวจะส่งให้ท่านประธานค่ะ
ถูกข่มขู่อยู่ที่ไหน ครับ
ที่จังหวัดขอนแก่นค่ะ ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ
ไปแจ้งความ หรือยัง
ในฐานะท่านเป็นครูเป็นที่พึ่งของเขา เขาฝากถึงท่านประธานด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ได้ครับ ยื่นมาเลยนะครับ ต่อไปเชิญท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผมวัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานเพียงเรื่องเดียวครับ แต่ถือว่าเป็นเรื่อง ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
สืบเนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาเราเป็นจังหวัดใหญ่แล้วก็เป็นประตูสู่อีสาน ถึง ๑๘ จังหวัด และเส้นทางที่ผมกำลังจะพูดถึงนี้ท่านประธานคงทราบดีเพราะว่า เป็นเส้นทางที่จะไปสู่จังหวัดบุรีรัมย์คือถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๔ มันมีอยู่บริเวณ เขาเรียกว่าแยกหัวทะเล เขาเรียกว่าแยกจักราช หรือแยกหัวทะเล ซึ่งออกจากอำเภอเมืองไป ตรงบริเวณแห่งนี้ทำให้เกิดการจราจรอย่างคับคั่งในช่วงเช้าและช่วงเย็นจนกระทั่งทาง จังหวัดนครราชสีมารวมไปถึงส่วนราชการต่าง ๆ ก็เลยมีแนวคิดในการที่จะทำถนนสายใหม่ เขาเรียกว่าโลคัลโรด (Local Road) แล้วก็ได้มีการทำหนังสือไปถึงทางผู้ว่าการการรถไฟ แห่งประเทศไทยหรือ รฟท. แล้วก็ได้มีการอนุมัติอนุญาตให้ใช้สิทธิเหนือพื้นดิน โดยได้อนุญาต ให้ใช้พื้นที่กว้างประมาณ ๑๐ เมตร ยาว ๑,๘๕๖ เมตร ตรงนี้จะช่วยระบายรถไม่ให้ไปติด ที่แยกจักราช เพราะตรงแยกจักราชจะไปสู่จังหวัดอุบลราชธานี จะไปสู่จังหวัดบุรีรัมย์ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราสามารถทำโลคัลโรด (Local Road) นี้ได้ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาและ เชื่อมต่อกันระหว่างตัวอำเภอเมืองไปตำบลหัวทะเล ไปตำบลมะเริง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไปทะลุสาย ฉ ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ของทางหลวงชนบทสาย ๑๑๑๑ ฉะนั้นวันนี้ผมเองในฐานะ ตัวแทนของพี่น้องชาวโคราชอยากจะกราบรบกวนท่านประธานช่วยดำเนินการในการที่จะ ช่วยหาทางที่จะให้กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงชนบทได้กรุณาได้ช่วยทำถนนเส้น โลคัลโรด (Local Road) เพื่อเป็นประโยชน์ในการที่จะแก้ไขปัญหาการจราจรของพี่น้อง ชาวโคราชในลำดับต่อไป ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม มานพ คีรีภูวดล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมอยากจะ เรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อย่างนี้ครับท่านประธาน เนื่องจากว่าเรา ได้ใช้ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ นี้ ประเด็นที่อยากจะหารือท่านประธานไปยังรัฐมนตรีและท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เร่งรัดปรับปรุงแก้ไขข้อระเบียบ ข้อคำสั่ง หรืออนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ เพราะว่าระเบียบ เดิมนี้ยังใช้กับ พ.ร.บ. ตัวเดิม พ.ร.บ. ตัวนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เปิดกระบวนทัศน์ให้กับ การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน และการลดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยังมีประเด็นที่จะต้องหารือท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีและท่านอธิบดีก็คือว่า ในกฎหมาย พ.ร.บ.ที่ประกาศเมื่อวันที่ ๒๙ นี้บอกว่าจะต้องสำรวจให้ขึ้นทะเบียนการใช้ ประโยชน์ที่ดินหรือว่าใช้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่อุทยานแห่งชาติให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน ในความเป็นจริงท่านประธานครับ แล้วไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ในระยะเวลา ๒๔๐ วัน ซึ่งประสบการณ์ตรงของผมที่ผมได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานในพื้นที่นี้ เราไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้อยากจะให้ทางรัฐมนตรีและท่าน อธิบดีได้ขยายเวลาออกไป เพื่อให้เกิดกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
ประเด็นสุดท้าย ยังมีข้อโต้เถียงในเนื้อหาของ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ในมาตรา ๖๔ และมาตรา ๖๕ โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ประโยชน์และการได้สิทธิในที่ดิน เรามีพี่น้องประชาชนหลายคน นักวิชาการใช้คำว่า คนไทยติดแผ่นดิน ซึ่งอยู่ก่อนที่จะมีคำว่า สยามประเทศ ซึ่งอยู่ก่อนคำว่า จะมีประเทศไทย อยู่ก่อนที่จะมีการประกาศเขตอุทยาน และป่าไม้ ถ้าในเนื้อหากฎหมายนี้ก็จะให้เป็นการเช่าพื้นที่ในระยะ ๒๐ ปี ในประเด็นนี้ เป็นการหารือเพื่อที่จะปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นครับ ขอบคุณมาก ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกันตวรรณ ตันเถียร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส. จังหวัดพังงาจากพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขอปรึกษา ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ เกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับจังหวัดพังงา จังหวัดพังงาเป็นจังหวัดที่นำรายได้ ให้กับประเทศทางด้านการท่องเที่ยวเป็นอันดับ ๗ ของประเทศ ในปี ๒๕๖๑ นำรายได้ ให้ประเทศถึง ๕๒,๐๑๕ ล้านบาท แต่ ณ ปัจจุบันนี้จังหวัดพังงายังขาดไฟฟ้าแสงสว่าง ยังมีโค้งอันตราย และยังขาดไฟจราจรในพื้นที่สำคัญในจังหวัดพังงา โดยเฉพาะถนน และไฟฟ้าแสงสว่างที่เข้าสู่การท่องเที่ยว ยกตัวอย่างเช่น ขอไฟฟ้าแสงสว่างให้กับพี่น้อง บ้านบางพลัด อำเภอเมือง จังหวัดพังงา บ้านไร่ด่าน อำเภอตะกั่วทุ่ง และชายทะเลนาใต้ บ้านบางไทร อำเภอตะกั่วป่า สู่ชายทะเลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า และอีกจุดหนึ่งบ้านปากพู่ ซึ่งเป็นชุมชนที่มีบ่อน้ำพุร้อน และภูตาจอ อำเภอกะปง อีกทีหนึ่งค่ะท่านประธาน จังหวัดพังงา ยังมีบริเวณที่ขาดไฟจราจรโดยเฉพาะสามแยกอันตรายก็คือสามแยกบางเหรียง อำเภอทับปุด สี่แยกบ้านลำวะ อำเภอตะกั่วทุ่ง หลังจากนี้เรายังมีไฟฟ้าแสงสว่างยังขาดอีกหลายพื้นที่ ในจังหวัดพังงา ยกตัวอย่างเช่น ชุมชนบ้านเชียงใหม่ ทุ่งคอกหมู หมู่ที่ ๗ ตำบลกะไหล ชุมชนบ้านถ้ำสุวรรณคูหา หมู่ที่ ๒ ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง และขาดไฟชุมชนบริเวณ รพ.สต. ตำบลทุ่งคาโงก อำเภอเมือง ชุมชนบ้านเขาเฒ่า บ้านบางเสียด หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ อำเภอเมือง ยังมีชุมชนในบริเวณอำเภอคุระบุรี โค้งบ้านบางทราย โค้งบ้านนายทุย โค้งบ้าน สะพานบางโรง ช่องคับ และบ้านบางเหรียงที่อำเภอทับปุดด้วย ดิฉันขอคืนความเป็นธรรม ให้กับจังหวัดพังงา จังหวัดซึ่งนำรายได้อันดับ ๗ ทางด้านการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศ แต่ยังขาดไฟแสงสว่าง มีโค้งอันตรายและถนนยังไม่ได้รับความปลอดภัย กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญ คุณบัลลังก์ อรรณนพพร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายบัลลังก์ อรรนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ ประกอบไปด้วย อำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด และอำเภอพระยืน ท่านประธานครับ วันนี้จะมีเรื่องหารือ ท่านประธาน ๔-๕ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรกฝากถึงกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ถนนเส้นหนองน้ำใส ตำบลหนองน้ำใส ถึงบ้านโคกโค ตำบลแคนเหนือ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น หมายเลข ขก ๓๐๘๑ ระยะทาง ๑๔.๗๒๕ กิโลเมตร
เส้นที่ ๒ เส้นบ้านโนนทอง ตำบลหินตั้งถึงบ้านดอนนาแพง ตำบลบ้านลาน อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ระยะทางที่ได้รับความเดือดร้อน ๑.๕ กิโลเมตร
เรื่องที่ ๓ ถนนระหว่างอำเภอพระยืนถึงบ้านหนองคู ตำบลพระยืน อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๔.๕ กิโลเมตร ๒ เส้นหลังนี้เป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ขอนแก่น
และเรื่องที่ ๔ ขอความอนุเคราะห์กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเจาะน้ำบาดาลเพื่อทำระบบประปาภายในหมู่บ้านเพื่ออุปโภคบริโภคของ บ้านเหล่าหลวง หมู่ที่ ๔ ตำบลแคนเหนือ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งตอนนี้ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากว่าน้ำไม่ไหล ชาวบ้านไม่มีน้ำประปาใช้
เรื่องสุดท้ายที่จะหารือท่านประธานฝากท่านประธานถึงคณะกรรมการ การเลือกตั้งซึ่งมีการเลือกตั้งซ่อมเขต ๗ จังหวัดขอนแก่น ตอนนี้ได้มีการกระทำความผิด การเลือกตั้งของผู้สมัครบางรายก็อยากฝากถึงท่านประธานให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ลงพื้นที่และได้ตรวจสอบการกระทำความผิดของผู้สมัครบางรายด้วย และฝากถึง ข้าราชการทุกหน่วยงานให้ประธานฝากถึงและให้วางตัวเป็นกลางด้วยในการเลือกตั้งครั้งนี้ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ก็อย่างที่ผมได้บอกท่านสมาชิกที่หารือไปก่อนหน้านี้แล้ว การที่จะกล่าวหาว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งท่านก็มีสิทธิที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์หรือไปร้องต่อ กกต. ได้ เวทีตรงนี้ก็สะท้อนได้
ท่านประธานขออนุญาตครับ ผมไม่ได้กล่าวหาใครคืออยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเข้าไปตรวจสอบเรื่องการเลือกตั้ง ที่ทุจริตเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี ผมจึงหารือท่านประธานในสภาแห่งนี้เพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้ดำเนินการได้ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ทราบแล้ว เมื่อสักครู่นี้ผมก็ฟังอยู่ว่ามีผู้สมัครบางฝ่ายกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ฉะนั้นขอให้มีข้อมูล ไปดำเนินคดีกันเลย ส่วนเรื่องที่ท่านฝากไปก็น่าจะสะท้อนไปถึง กกต. เป็นการกระตุ้นเตือน ได้เหมือนกัน แต่การที่ไปบอกว่ามีการกระทำผิดกฎหมายแล้ว มันจะเป็นการกล่าวลอย ๆ ก็ไม่เป็นผลดีนะครับ ต่อไปเชิญคุณสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต ปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ วันนี้ผมขอหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องมติของกรรมการจัดสรรการนำเข้ามะพร้าวและส่วนหนึ่ง เป็นปาล์ม ตอนนี้มะพร้าวตั้งแต่ผมเดินหาเสียงมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งนานมากเกือบครึ่งปี วันนี้ผ่านมาจะเข้ารอบ ๑ ปี มะพร้าวลูกละ ๒ บาทอยู่ตั้งนาน ๓ บาท ๒ บาท แต่ ณ วันนี้ เพิ่งจะลืมตาอ้าปากได้ไม่ถึง ๑ เดือน มะพร้าวก็เกิดการนำเข้าขึ้นมาอีกแล้วอีก ๓.๒ หมื่นตัน ก่อนหน้านี้มี ๑.๓ แสนตัน แต่ตอนที่เกษตรกรเขาลำบากเขาเรียกร้องอยู่ตั้งนานไม่มีใครเคย เข้าไปช่วยเหลือ ไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปจุนเจือ พอถึงเวลามะพร้าวจะกระดิกตัวได้ก็ไปมองที่ โรงงานที่จะส่งมะพร้าวกะทิออกไปข้างนอกประเทศที่ ๑๕ รายแต่ประชาชนเราตั้งกี่ล้านคน ที่มีมะพร้าวอยู่ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาทต่อเดือนที่เขาได้ ๒๐ ต้น ๓๐ ต้น นี่ก็คือหัวใจที่เขาต่อสู้ กันมา ลุ่มน้ำปากพนังบ้านผมในเมื่อเรามีเกษตรพอเพียงที่ต้องมีมะพร้าวผสมอยู่ด้วย ถ้าอย่างนั้นจะให้เราโค่นมะพร้าวทิ้งหรืออย่างไรเรามองที่เกษตรกรก่อน ปาล์มก็เช่นกัน พอราคาจะดีขึ้นมาหน่อยก็วางแผนการนำเข้าเพราะมันง่ายต่อการจัดสรร เวลาจะหมด ผมฝากเรื่องของเรือประมงพาณิชย์ที่พี่น้องเขาเดือดร้อนกันในส่วนของการรับปากกับพี่น้องเขาไว้ ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วยช่วยแก้ไขให้พี่น้อง ประชาชนอย่างมีความจริงใจด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จะขอเรียนปรึกษาหารือท่านประธานนะคะ เรื่องที่เป็นข่าวน่าเศร้าใจเมื่อวานนี้ที่มีเด็กนักเรียนชั้น ม. ๑ เอาปืนมายิงเพื่อนร่วมชั้น จนเสียชีวิต ซึ่งตามข่าวบางข่าวก็ว่าน้องที่มายิงโดนกลั่นแกล้งรังแกล้อเลียนว่าเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ บางข่าวก็บอกว่าทะเลาะกันในเกมออนไลน์ (Online) ซึ่งข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรนั้น ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังสอบสวนหาข้อเท็จจริงอยู่ แต่ข้อที่ดิฉันกังวลก็คือว่าทุกวันนี้ ในทุก ๆ วินาทีในทุก ๆ โรงเรียนมีการกลั่นแกล้งรังแกกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการกลั่นแกล้งรังแกนี้ คนที่เป็นคนล้อเลียนแล้วก็คิดว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่นไม่ร้ายแรง แต่คนที่โดนล้อเล่น ล้อเลียน เขาก็มีความเจ็บช้ำ มีบาดแผลจนเป็นปมในใจ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอาอัตลักษณ์ทางเพศของผู้มีความหลากหลายทางเพศมาล้อเล่นมาล้อเลียนว่าเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ คนที่เป็นหรือไม่เป็นก็ดีก็ต่างมีความเจ็บช้ำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันก็จะขอฝากว่านี่ คือผลผลิตของระบบการศึกษาไทยที่ไม่ได้เคยสอนให้เข้าใจเรื่องเคารพในความหลากหลาย ของมนุษย์ ในความหลากหลายทางเพศแล้วก็ตัวตน ความเข้าใจต่าง ๆ ก็จะขอฝากถึง กระทรวงศึกษาธิการด้วยว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมด้วยช่วยกันสร้างความเข้าใจ แล้วก็ หยุดการกลั่นแกล้งรังแกกันในโรงเรียน เพราะเราไม่รู้หรอกว่าเส้นความอดทนของใครจะหมดลง วันไหน คำที่ร้าย ๆ ที่ออกจากปากนั้นมันไม่ได้จบที่ปาก มันทำร้ายใจคนฟังเสมอ ดิฉันก็ขอ ฝากไว้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรีดา บุญเพลิง เชิญครับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิครีบดูด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยขอให้รัฐบาลได้นำนโยบาย การแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินอย่างถาวรและยั่งยืน ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้เสนอ ประเด็นนี้มาหลากหลาย เนื่องจากขณะนี้สื่อมวลชนได้เสนอข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องที่ดินทำกิน ที่มีผู้ถือครองที่ดินที่ทำผิดกฎหมาย เช่น นักการเมืองบางคน ข้าราชการบางคน ประชาชนบางคน ดังนั้นผมขอเสนอว่าบุคคลใดที่ถือครองที่ดินที่ผิดกฎหมายขอให้รัฐบาลได้ยึดคืนทั้งหมด แล้วนำมาจัดสรรที่ดินให้กับประชาชนอย่างเป็นธรรมจากที่ดินดังต่อไปนี้ ๑. พื้นที่ป่าสงวน แห่งชาติที่เสื่อมโทรม ๒. พื้นที่ป่าชายเลนที่เสื่อมโทรม ๓. พื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินคือ ส.ป.ก. ๔. พื้นที่นิคมสหกรณ์ ๕. ที่ดินสาธารณประโยชน์ที่เสื่อมโทรม ๖. พื้นที่นิคมสร้างตนเอง และ ๗. ที่ราชพัสดุ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ติดตามข่าวสารการมอบเอกสารสิทธิให้กับ ประชาชนในจังหวัดบึงกาฬ จำนวน ๓๐,๐๐๐ กว่าไร่ ของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมก็อยากจะเห็นการดำเนินการต่อเนื่อง ไปยังทุกจังหวัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะว่าขณะนี้ประชาชนทั้งแผ่นดินกำลังรออยู่ครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณ ท่านปรีดาครับ ต่อไปเชิญท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา อำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย พี่น้องประชาชนคนปากช่องเดือดร้อนครับท่านประธาน ได้รับผลกระทบ เรื่องก่อสร้างรถไฟรางคู่ตัดผ่านใจกลางเมืองปากช่อง สร้างแบบอันเดอร์พาส (Underpass) คือรถไฟรางคู่อยู่ข้างบน ส่วนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๔๓ ที่เชื่อมต่อกับถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๔๒๒ ให้วิ่งลอดใต้อุโมงค์ ท่านประธานครับ ทาง ๒ เส้นนี้ เชื่อมโยงกันเป็นถนนสายยุทธศาสตร์วิ่งผ่านจังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี และผ่านไปยัง จังหวัดทุกจังหวัดทางภาคเหนือรถจะติดมาก มีรถบรรทุกอ้อย รถพ่วง หิน ดิน ทราย รถพ่วง ที่จะเลี้ยวในอุโมงค์ไม่เกิดความปลอดภัย ท่านประธานครับ อุโมงค์นี้ได้อนุมัติก่อสร้าง ในยุค คสช. ยุคทหารรัฐบาลชุดที่แล้วไม่ได้ทำประชาพิจารณ์กับพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ล่าสุดวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมานี้ ประชาชนรวมตัวกันไปประชุมที่เทศบาล เมืองปากช่องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมด้วย เช่น วิศวกรรมรถไฟ บริษัท รับเหมาก่อสร้าง หน่วยงานราชการต่าง ๆ ผลสรุปว่ามติของที่ประชุมชาวบ้านต้องการ เข้าอุโมงค์ ๒ เลน ออกก็ ๒ เลน ออกอุโมงค์แล้วเลี้ยวซ้ายไม่ต้องมีไฟแดง ท่านประธานครับ หลังจากที่ปิดประชุมทำสัญญาเหมือนกับสัตยาบรรณร่วมกัน มีการประชุม ผมมีเอกสาร ที่จะมอบให้กับท่านประธาน ท่านประธานครับ ไม่มีการยับยั้งการก่อสร้างแต่อย่างใด ผมจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ให้รีบมาแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนชาวปากช่องบ้านผมด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เขตอำเภอทุ่งสง-บางขัน ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่จะมา กราบเรียนท่านประธานเรื่องเกี่ยวกับที่ดินทำกินของพี่น้องบ้านวังทอง หมู่ที่ ๑๓ ตำบลบางขัน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็กราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ท่านอดีต ผู้ใหญ่บ้าน ประไพ นวลละออง ได้ยื่นเรื่องต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อที่จะให้รีบดำเนินการ ออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินให้แก่พี่น้องประชาชนบ้านวังทอง หมู่ที่ ๑๓ จำนวนประมาณ ๑๓๕ ครัวเรือน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวราษฎรไปประกอบอาชีพ ไปปลูกที่อยู่อาศัยประมาณ ๕๐ ปี และทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้ทำหนังสือถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ได้สั่งกรมป่าไม้ไปตรวจสอบปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่นอกเขตสงวน เป็นป่าถาวร ข้อเท็จจริงพี่น้องประชาชนปลูกบ้านอยู่เต็มไปหมดแล้ว เป็นสวนยาง สวนปาล์ม สวนผลไม้ และพร้อมที่จะออกเอกสารสิทธิได้ แต่ไม่ทราบเป็นเพราะเหตุใด ขณะนี้ก็ยังไม่ได้ ออกเอกสารสิทธิ เพราะฉะนั้นพี่น้องชาวบ้านวังทอง หมู่ที่ ๑๓ ตำบลบางขัน อำเภอบางขัน ได้ร้องมาถึงกระผมเพื่อที่จะให้ช่วยประสานงานกับทางรัฐบาลเพื่อเร่งรัดในการออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดินให้กับพี่น้องจำนวนประมาณ ๑๓๕ ครัวเรือน ซึ่งขณะนี้เขาเดือดร้อนมาก เพราะไม่ได้รับผลตอบแทนจากภาครัฐกรณีที่เกิดอุบัติภัยต่าง ๆ และไม่สามารถที่จะนำที่ดิน ไปใช้เพื่อที่จะกู้เงินมาดำเนินการจัดการในที่ดินได้ ก็ขอกราบเรียนเพื่อให้กระทรวงมหาดไทย เร่งรัดออกโฉนดที่ดินด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไป นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขต ๓ อำเภอบางเลน ดอนตูม พุทธมณฑลพรรคอนาคตใหม่ วันนี้ดิฉัน อยากจะขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนสัญจร ไปมาในบริเวณหมู่ที่ ๑๑ ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม กว่าครึ่งในหมู่ที่ ๑๑ ยังเป็นถนนดินลูกรังซึ่งเกิดปัญหาฝุ่นและมลพิษ ทางสมาชิกสภา อบต. ไทรงาม แจ้งว่า ต้องนำน้ำอ้อยมาลาดถนนเอง เพื่อบรรเทาไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจายเพราะยังไม่มีงบเพียงพอที่จะ ทำถนนใหม่ในหมู่ที่ ๑๑ ตอนนี้ แต่ก็มีบางส่วนที่เป็นถนนลาดยาง แต่ถนนลาดยางเหล่านั้นเวลาได้งบมาก็ทำได้เพียงแค่ ๑๐๐ กว่าเมตร ทำให้มีลักษณะเป็น ท่อน ๆ วิ่งไปแค่นิดเดียวพื้นก็ไม่เรียบเสมอกันแล้วค่ะ ที่มีอยู่ก็เป็นหลุมเป็นบ่อชำรุดผุพัง ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมากค่ะ นอกจากนี้บริเวณถนนลูกรังบางส่วนของตำบลไทรงาม ที่อยู่ริมชายคลองฝั่งติดจังหวัดนนทบุรียังเกิดปัญหาดินสไลด์ (Slide) ตัว ก็มีการนำท่อนไม้ มาตอกเป็นเสาเข็มเพื่อยับยั้งการสไลด์ (Slide) ตัวของหน้าดิน แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ช่วยได้แค่ ชั่วคราวเท่านั้นนะคะ ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเป็นอย่างมากเพราะถนนเส้นนี้ ใช้สัญจรไปมาข้ามไปยังจังหวัดนนทบุรีเนื่องจากมีโรงงานขนาดใหญ่ แล้วก็มีเด็กนักเรียน โรงเรียนวัดเกษตราราม โรงเรียนวัดบึงลาดสวายที่ใช้เดินทางไปโรงเรียนด้วยค่ะ จึงอยากฝาก ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งมาดูแลตรงนี้ ดูเรื่องงบประมาณที่จะมาทำถนนลาดยางค่ะ
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเดียวกันอีกหลายที่นะคะ เช่น หมู่ที่ ๗ ตำบลบางภาษี อำเภอบางเลน บริเวณโรงเรียนบ้านรางปลาหมอก็ยังมีถนนชำรุดผุพังเสียหายมีหลุมลึก จึงอยากฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ผมได้รับการร้องเรียนจากนายปิยะ ศิลากุล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเมืองบุรีรัมย์ (บ้านบัว) ซึ่งเป็นผู้แทนบริหารโรงเรียนที่ไม่มีนักการภารโรงและอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงาน ราชการสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยโรงเรียนในสังกัดสำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๑ จำนวน ๒๙ โรงเรียนด้วยกัน ซึ่งมีรายชื่อตามบัญชีที่ผมจะมอบให้ท่านประธานนั้นไม่มีนักการภารโรง อัตราจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ ในตำแหน่งนักการภารโรง ทั้งนี้สืบเนื่องจากว่าพอภารโรง เกษียณอายุราชการหรือลาออก ทางราชการก็ได้ตัดตำแหน่งออกไป ไม่คืนตำแหน่งให้กับ ทางโรงเรียนและไม่ได้จัดสรรอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงานให้กับทางโรงเรียนแต่อย่างใด วันนี้บางท่าน บางโรงต้องเป็นทั้งผู้อำนวยการและต้องไปตัดหญ้าแทนภารโรงด้วยทั้ง ๒๙ แห่งนี้ได้มีรายชื่อ ของโรงเรียนเรียบร้อยได้ร้องเรียนมา เพื่อที่จะมอบให้ท่านประธานได้ส่งผ่านไปถึงท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขอให้โปรดช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่โรงเรียนทั้ง ๒๙ แห่งและโรงเรียนเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมดในประเทศไทยเป็นลำดับต่อไปด้วย ขอบพระคุณมากครับ
ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านนิยม ช่างพินิจ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนและผู้นำท้องถิ่นมีอยู่ ๔ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องแรก โดยเฉพาะขอให้ขยายถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๙๓ ตอนท่าฉนวน-บางระกำ เป็นแอสฟัลติก (Asphaltic) คอนกรีต โดยระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร นี่ก็ได้รับเรื่องร้องเรียนต้องขอขอบคุณท่าน สจ. เชาวลิต บุญก่อ เพราะว่า มันเป็นพื้นที่ชุมชนและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่รถขนสินค้าการเกษตร แล้วก็รถขนน้ำมัน
เรื่องที่ ๒ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสะพานข้ามคลองกรุงกรัง หรือเป็นของทางหลวงชนบท โดยเฉพาะหมู่ที่ ๕ บ้านนิคมพัฒนาหรือตำบลนิคมพัฒนา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ก็คือสะพานมันแคบแต่ถนนมันกว้าง ก็อยากให้ขยาย
เรื่องที่ ๓ กรณีที่ไฟฟ้า โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของอำเภอ บางระกำ โดยเฉพาะไฟฟ้าไม่พอใช้ ไฟตกแล้วก็ดับบ่อย ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดูนะครับ
เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรที่ถูกอุทกภัย หรือน้ำท่วม แล้วก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาจะมีอยู่ ๒ ประเด็นครับ ประเด็นแรกคือที่รัฐจะต้อง จ่ายให้โดยเฉพาะไร่ละ ๑,๑๑๓ บาทไม่เกิน ๓๐ ไร่นี้ก็ยังไม่ได้ ประเด็นที่ ๒ ที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ทำประกันกับทาง ธ.ก.ส. ที่จ่าย ๑,๒๖๐ บาทที่ไม่กำหนดจำนวนไร่อันนี้ก็ยังไม่ได้ ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๔ เรื่องด้วยกัน เพื่อให้พิจารณา แล้วก็เร่งด่วนถือว่าเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณ ท่านนิยมครับ ต่อไปเชิญคุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ขอนำเรียนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวยาสูบในพื้นที่อำเภอศรีสำโรง ตำบลวังทอง วังใหญ่ ทับผึ้งและพื้นที่ใกล้เคียงค่ะ
ในประเด็นที่ ๑ ก็คือความเดือดร้อนจากฝายยางเกาะวงเกวียนพังชำรุดเสียหาย กว่า ๕ ปีแล้ว ไม่มีการซ่อม ไม่มีการดูแล ขาดหน่วยงานบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ กว่า ๕ ปี ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ พี่น้องเกษตรกรต้องสละทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ ในการจัดซื้อจัดหากระสอบทรายบิ๊กแบ็ก (Big bag) แล้วช่วยกันทำฝายน้ำล้นกั้นถึง ๔ จุด ด้วยกัน ทำให้เกิดความยากลำบากในการประกอบอาชีพจึงขอแจ้งไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ไปซ่อมแซมดูแลแก้ไขปัญหา ตลอดจนในส่วนของการบริหาร จัดการฝายยางแห่งนี้ทำให้เป็นระบบ
ในประเด็นที่ ๒ ในพื้นที่ดังกล่าว พี่น้องยาสูบเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอยู่นั่นเองค่ะ ในเรื่องของการคืนโควตาใบยาสูบ ๒ ปีแล้วที่ไม่ได้รับการคืนโควตาก็ขอให้ดูแลเป็นค่าชดเชย ในรอยต่อ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ นี้ และในขณะเดียวกันขอให้คืนโควตาในปีต่อไปให้กับพี่น้อง เกษตรกรชาวไร่ยาสูบและสำคัญที่สุดการปลูกพืชทดแทน ขอนำเรียนไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ค่ะ พืชทดแทนไม่ว่าจะเป็นกัญชา กัญชง กระท่อม ได้วิจัยกันมาอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประกาศให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการเช่นไร แล้วอย่างไรก็ตามก็ขอให้รายได้ของพี่น้อง เกษตรกรไม่น้อยไปกว่าเดิม ก็ขอเร่งรัดและนำเรียนมายังสภาแห่งนี้ค่ะขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณพรรณสิริครับ ต่อไปคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรค อนาคตใหม่ จากชาวบางขุนเทียน วันนี้ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรี พม. และท่านธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และกรมที่ดินหลังจาก เรื่องราวของประชาชนได้มาสะท้อนตามกลไกของประชาธิปไตย องค์กรที่มาจากประชาชน ได้ส่งเสียงของประชาชนและการรอคอยโฉนดที่ดินกว่า ๑๐ ปีของชาวเอื้ออาทรในเขต บางขุนเทียนทั้ง ๔ โครงการ บัดนี้บางส่วนได้รับโฉนดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอขอบคุณ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่า ราชการกรุงเทพมหานครนะครับ แล้วหวังอย่างยิ่งว่าในอนาคตจะได้มาขอบคุณในที่แห่งนี้ เรื่องของปัญหาหาบเร่แผงลอยที่ได้ออกมา จุดผ่อนปรนทั้ง ๙๐๐ จุดที่ได้ประกาศออกมา หลังจากที่ท่านได้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ประชาชนอยากให้ท่านพิจารณา ตอนนี้ประชาชน ยังเดือดร้อนอยู่หลาย ๆ ภาคส่วน ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้าไม่ได้ค้าขาย ขอให้ท่านได้พิจารณา จุดผ่อนปรนในแต่ละเขต ในแต่ละจุดทั้ง ๕๐ เขตของกรุงเทพมหานคร และให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการพิจารณาว่าจุดใดสามารถขายได้ ขายไม่ได้ และปัญหาเป็นเพราะอะไร และเพิ่มความมั่นคงของพ่อแม่พี่น้องชาวหาบเร่แผงลอย ไม่ใช่ว่าวันหนึ่งวันใดมีผู้ร้องเรื่อง อื่น ๆ ก็มายุติการค้าขาย แต่พอผู้หาบเร่แผงลอยมาเรียกร้องท่านก็ให้ค้าขายสลับไปสลับมา อย่างนี้ไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาที่ดี และประชาชนไม่มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ถนนบางขุนเทียนชายทะเลต้องการสะพานลอย ๔ จุด ผมมีหนังสือเอกสารแนบส่งไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ขอฝากในที่ประชุมแห่งนี้ ถึงสะพานลอยในเขตบางขุนเทียนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ต้องขออภัยอ่านชื่อท่านผิดทุกครั้งเลย ลำดับต่อไปท่านรณเทพ อนุวัฒน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ กระผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างแล้วก็เป็นการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามกำหนดแบบที่ ได้กำหนดไว้ในสัญญา ในเรื่องของการก่อสร้างคลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำ คลองซอย และอาคารประกอบทางด้านขวาของอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทรอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อันเป็นผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของ พี่น้องประชาชนในเขตอำเภอเกาะจันทร์ อำเภอพานทอง และอำเภอพนัสนิคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าในเรื่องของหน้าฝนก็เกิดปัญหาน้ำท่วม หน้าแล้งก็ขาดแคลนน้ำ ทำให้ พี่น้องประชาชนรวมถึงเกษตรกรนั้นขาดน้ำในการอุปโภคบริโภคและทางภาคการเกษตร
โดยที่ผ่านมานั้นกระผมทราบมาว่าทางกรมชลประทานได้มีการแก้ไขแบบ ในการก่อสร้างออกไป ๔ ครั้ง แก้ไขสัญญาที่ทำกับผู้รับจ้าง ๕ ครั้ง และมีการขยาย ระยะเวลาในการก่อสร้างออกไปถึง ๙๖๗ วัน ซึ่งสัญญาจะสิ้นสุดลงในวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓ ซึ่งก็จะเหลือระยะเวลาไม่เกิน ๓ เดือน ก็เป็นที่เชื่อแน่ว่าการก่อสร้างคงจะไม่แล้วเสร็จ ตามกำหนดสัญญา ซึ่งกระผมเองนั้นก็ขอกราบเรียนฝากท่านประธานสภาผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อได้โปรดให้ผู้รับจ้างนั้นเร่งดำเนินการ ให้แล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลาตามสัญญา ซึ่งกระผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากที่สิ้นสุด ระยะเวลาในการก่อสร้างแล้วคงจะไม่มีการแก้ไขในเรื่องของแบบในการก่อสร้าง แก้ไขสัญญา ระหว่างกรมชลประทานกับผู้รับจ้าง แล้วก็ไม่มีการที่จะขยายระยะเวลาในการก่อสร้าง ออกไปอีกนะครับ เพราะหากว่าถ้าเป็นไปตามที่ผ่านมากระผมคงจะต้องขออนุญาตนำปัญหา ดังกล่าวไปร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในโอกาสต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอแจ้งความเดือดร้อนของประชาชนในเขต ๔ จังหวัดนครพนม รวม ๓ เรื่อง ๓ หน่วยงาน ดังนี้
๑. ด้วย นายวินิต มหาวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖ ตำบลวังตามัว อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ได้นำราษฎรจำนวน ๒๔ ครัวเรือนร้องเรียนความเดือดร้อนเกี่ยวกับปัญหา ถูกเจ้าหน้าที่ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขานครพนมยักยอกและฉ้อโกงเงินกู้ของเกษตรกรตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ มูลค่าความเสียหายกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งถือว่ามากสำหรับเกษตรกร จน ๆ มีการตั้งกรรมการสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ทุจริตจริง ถูกไล่ออก แต่ธนาคาร กลับผลักภาระว่าเป็นความสมยอมระหว่างเจ้าหน้าที่ธนาคารกับประชาชน ซึ่งไม่เป็น ความจริงและไม่เป็นธรรมกับประชาชน จึงขอให้ ธ.ก.ส. เยียวยาแก่ประชาชนในฐานะ หน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ที่ทุจริต
๒. ราษฎรอำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม ร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อน ในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน ต้องเดินทางไกลไปทำนิติกรรมที่จังหวัดนครพนม เพราะไม่มี สำนักงานที่ดินสาขาที่อำเภอปลาปากทั้ง ๆ ที่มีปริมาณงานล้น มีอาคารสถานที่แล้ว แต่ขาด เจ้าหน้าที่ จึงขอฝากกรมที่ดินพิจารณาอำนวยความสะดวกประชาชน รวมทั้งขอให้กรมที่ดิน จัดเจ้าหน้าที่ออกไปรังวัดออกโฉนดที่ดินยังอำเภอปลาปาก อำเภอนาแก และอำเภอวังยาง ซึ่งชาวบ้านรอคอยมานาน
๓. ประชาชนในเขตอำเภอนาแกร้องเรียนว่าถนนบายพาส (Bypass) ของอำเภอนาแกซึ่งเชื่อมโยงจังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร ผ่านตัวเมือง นาแกตามภาพซึ่งขออนุญาตเปิดคลิปนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
กรมทางหลวงได้ดำเนินการไปเพียง ครึ่งวงกลม ยังไม่เต็มวงกลม จึงยังไม่สมบูรณ์ ไม่เต็มศักยภาพ หากกรมทางหลวงก่อสร้าง ถนนบายพาส (Bypass) ให้สมบูรณ์ก็จะเกิดประโยชน์เต็มศักยภาพ ขออนุญาตฝากข้อมูล ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านชวลิตครับ ต่อไปเชิญ พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย การหารือของผมในวันนี้เป็นประเด็นในเรื่องกิจการอวกาศ ยุคใหม่หรือนิว สเปซ (New space) ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีการผูกขาดการบริหารจัดการ โดยรัฐบาลในเกือบทุกประเทศทั่วโลก แต่ในปัจจุบันดาวเทียมเริ่มมีราคาถูกลงเนื่องจาก เทคโนโลยีในระดับมหาวิทยาลัยก็สามารถผลิตได้ ดาวเทียมเริ่มมีราคาจากพันล้านบาท เหลือไม่กี่สิบล้านบาทและจะเหลือไม่กี่ล้านบาทในอนาคตอันใกล้ และมีหลากหลายชนิด ซึ่งกิจการอวกาศกำลังจะทำเชิงพาณิชย์ในหลายประเทศ กิจการอวกาศเชิงพาณิชย์หรือ คอมเมอร์เชียล สเปซ (Commercial Space) ทำให้เจ้าของธุรกิจเกิดสตาร์ตอัป (Startup) มากขึ้น และเกิดความหลากหลายในการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นฮิวเมน สเปซคราฟต์ (Human spacecraft) สเปซ มายนิง (Space mining) สเปซ ทัวริซึม (Space tourism) และดาวเทียม สื่อสารที่หลากหลายซึ่งคาดการณ์จากสำนักวิจัยหลากหลายสำนักในระดับนานาชาติ คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐภายใน ๕ ปีนี้ แล้วภายใน ๒๐ ปีจะเป็น ในระดับล้าน ๆ เหรียญ ในวันนี้กระผมอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเสรีกิจการอวกาศ ของไทย โดยการสร้างระบบใบอนุญาตเพื่อมีการระดมทุนจากภาคส่วนต่าง ๆ และมีการ ประสานสอดคล้องหน่วยงานกระทรวงดีอีเอส (DES) จิสด้า (Gistda) กสทช. รวมทั้งคณะกรรมาการกิจการองค์การอวกาศแห่งชาติ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่าน ประธานไปยังหน่วยงานดังกล่าวกรุณาบูรณาการการทำงานและกรุณาชี้แจงถึงนโยบายและ แผนในเรื่องนี้มาถึงสภาแห่งนี้ต่อไปโดยเร็วเพื่อประโยชน์กับประเทศชาติต่อไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพยิ่ง กระผม นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่อง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พี่น้องประชาชน
เรื่องแรก ขออนุญาตขยายถนนทางหลวงชนบท นบ.๓๐๐๔ ระยะทาง ไม่ยาวมาก ๖,๔๔๕ เมตร เนื่องจากถนนสายดังกล่าวเป็นถนนที่รองรับการจราจรจากถนน ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรีและถนนปทุม-บางเลน ตรงนี้เองเป็นเขตอุตสาหกรรมมีรถขนาดใหญ่ บรรทุกจำนวนมาก แล้วก็ชุมชนดังเดิมพี่น้องประชาชนการสัญจรจะต้องร่วมในสายทางนี้ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยกระทรวงคมนาคมสำรวจ ตรวจสอบเพื่อที่จะขยายเป็น ๔ ช่องจราจรไม่ใช่เฉพาะอำเภอไทรน้อยอย่างเดียวประชาชน ทุกคนที่สัญจรผ่านเส้นนี้จะได้รับความปลอดภัย
เรื่องที่ ๒ ก็เกี่ยวข้องกับถนนเส้นนี้คือไฟทางส่องสว่าง กิ่งโคมที่ติดตั้งอยู่ บริเวณเสาอยู่ห่างจากผิวจราจรแสงสว่างกำลังวัตต์ของไฟฟ้าไม่เพียงพอ การสัญจรไม่แจ่มชัด เท่าที่ควรก็ฝากการไฟฟ้านครหลวงโดยกระทรวงมหาดไทยไปบูรณาการกับกระทรวง คมนาคมเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๓ คือบริเวณจุดตัดสี่แยกไทรน้อย ถนน ๓๔๖ ปทุมธานี-บางเลน ตัดกับถนนสายดังกล่าว ไฟแดงเส้นนี้ในช่วงชั่วโมงปกติการจราจรก็ติดขัดสาหัสสากรรจ์ พอสมควรโดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนท้ายแถวทั้ง ๔ ด้านยาวเป็นกิโลเมตร ก็อยากจะฝาก กระทรวงคมนาคมอนุมัติในหลักการในส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมที่จะแก้ไข ฝากท่านประธานถึงทั้ง ๒ กระทรวง ขอบพระคุณครับผม
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกษม ศุภรานนท์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ นครราชสีมา เขต ๑ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะนำเรียนท่านประธาน ๒ เรื่องย่อ ๆ ครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องหนี้สินของครูบาอาจารย์ทั่วประเทศโดยเฉพาะเรื่องหนี้ของ ออมสินแล้วก็หนี้ของฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ช.พ.ค. จำนวนประมาณ ๔๗๐,๐๐๐ คน หรือเฉลี่ยครูเป็นหนี้ประมาณคนละ ๑ ล้านบาท รวมเป็นเงิน ๔.๕ แสนล้านบาท สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ครูบาอาจารย์ได้มีปัญหาตลอดทั้งชีวิต ในขณะเดียวกันก็มีประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู นายทอง วิริยะจารุ ได้เสนอข้อมูลเพื่อเรียนขอความอนุเคราะห์ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ในโอกาสนี้ทางรัฐบาลจะให้เป็นของขวัญปีใหม่หรือของขวัญชิ้นโบว์แดง ให้ครูเราอนุมัติเงินประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นแหล่งเงินกู้ผ่านสหกรณ์ครูทั่วประเทศ โดยมีอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน ๔ บาท เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราจึงขอกราบขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีและขอบพระคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่กรุณาให้ความสำคัญกับ ครูบาอาจารย์ในครั้งนี้
เรื่องที่ ๒ สหกรณ์คลองจั่นท่านครับ สหกรณ์คลองจั่นมีปัญหามาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๒–๒๕๕๖ มีสมาชิกของคลองจั่นล้านกว่าคน แล้วก็มีสมาชิกขององค์การสหกรณ์ ออมทรัพย์ ๗๔ องค์กร มีองค์กรตำรวจ องค์การของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เบ็ดเสร็จ เงินที่ค้างอยู่ในสหกรณ์คลองจั่น ๑๗,๕๐๐ ล้านบาทท่านครับ จะขอความกรุณาในรัฐบาล ได้อนุเคราะห์กองทุนสำหรับแก้ปัญหาคลองจั่นด้วยประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมและ ส.ส. หมอระวีได้กรุณาไปประสานงานกับท่านอุตตม ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังท่านก็ยินดีที่จะพิจารณาอนุเคราะห์ ในโอกาสนี้ก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรี ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และขอบพระคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณ ท่านเกษมครับ ต่อไปเชิญคุณสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา เชิญครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉันสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๙ ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้รับหนังสือร้องทุกข์จากผู้ใหญ่เฉลียว ปลั่งศรี นางสาวนฤมล งามอมรเจริญ นายทองใบ แย้มสิงห์ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นบนถนนพุทธมณฑล สาย ๑ ถนนพุทธมณฑลสาย ๑ เป็นถนนที่เชื่อมต่อเขตภาษีเจริญ ตลิ่งชัน เริ่มจากถนนเพชรเกษม ทับแนวซอยเพชรเกษม ๖๐/๒ มุ่งไปทางทิศเหนือสิ้นสุดที่ทางรถไฟสายใต้ มีความกว้าง ๖๐ เมตร ยาว ๙.๕๗ กิโลเมตร ปัญหาร้องทุกข์ ๓ เรื่องคือ
๑. ปัญหาน้ำเสียไม่มีทางระบายเนื่องจากถนนพุทธมณฑลสาย ๑ สร้างไม่มี การวางท่อระบายน้ำ น้ำจากอาคารบ้านเรือนจึงไหลลงไปขังบนผิวถนน
๒. ผิวถนนทรุดตัวไม่เรียบเป็นแอ่งเป็นคลื่น เวลาหน้าฝนจะมีน้ำขัง เป็นอุปสรรคในการสัญจรของรถยนต์และประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน
๓. ถนนเกิดมานานตั้งแต่พุทธมณฑลไม่มีรถประจำทางบริการทั้งที่มีหมู่บ้าน มีโรงเรียน มีครู ผู้ปกครอง นักเรียนจำนวนมากที่อาศัยอยู่บริเวณถนนนี้ จากการสอบถาม และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งว่าถนนเส้นนี้จะมีการปรับปรุง ยกระดับแต่ด้วยงบประมาณที่ขอมาหลายปีก็ถูกตัดทุกปี ดิฉันหวังว่าการขยายตัวและปัญหา ของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย ๑ นี้จะได้รับการแก้ไข ยกระดับถนนให้มีคุณภาพเหมือนถนนพุทธมณฑลสาย ๒ สาย ๓ และสาย ๔ ท้ายนี้ดิฉัน ขอฝากการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคมให้เร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ
ขอบคุณ ท่านสุภาภรณ์นะครับ ต่อไปคุณศรีนวล บุญลือ เชิญครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ ตามที่ข้าเจ้าได้รับ ตำแหน่งมาเป็นตัวแทนพื้นที่เขต ๘ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ไปโรงเรียนแต่ละโรงเรียน ทางท่าน ผอ. แต่ละโรงเรียนฝากปัญหาของทางโรงเรียนเพื่อมาประสานงานทางรัฐบาล หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขอให้แก้ไขปัญหาทางด้านอาหารกลางวันของเด็ก ปัจจุบันนี้เด็กนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนจะมีอาหารทานเฉพาะเด็กในเขต แต่เด็กนอกเขต ที่เข้ามาเรียนไม่สามารถที่จะมาทานอาหารกลางวันได้ ดังนั้นอยากจะฝากทางท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อจะแก้ไขปัญหาเด็กไทยเข้าโรงเรียนที่ไหน ขอให้มีอาหารทานทุก ๆ คน สุดท้ายนี้ก็อยากจะขอฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เด็กได้ทานอาหารดี สุขภาพดี มีสมองดีเท่ากับรัฐบาลได้สร้างคน สร้างชาติ เด็กฉลาดชาติจะเจริญ ขอขอบพระคุณเจ้า
ขอบคุณครับ ท่านจิรายุมีอะไรหารือครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร หารือในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านท่านประธานครับ คืออย่างนี้ท่านประธานครับตามข้อตกลงฝ่ายค้านกับรัฐบาล จะหารือกันคนละ ๑๕ แต่วันนี้จริง ๆ ผมก็ไม่อยากจะประท้วงคุณศรีนวล บุญลือ เพราะว่า ตอนนี้คุณศรีนวล บุญลือ ส่งรายชื่อเข้ามาเป็นโควตาของรัฐบาลไปแล้ว คือสรุปอย่างไรครับ ท่านประธานว่า ๑๖ คนรัฐบาลได้ ฝ่ายค้านไม่ได้หรืออย่างไรครับ เพราะถ้าเกิดมาอยู่โควตา ของซีกฝ่ายค้านพวกผมก็ต้องถอย ก็เลยจะหารือท่านประธานเพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ก็จะเป็นซีกฝ่ายค้าน ๑๖ รัฐบาล ๑๕ เพราะวันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าท่านอยู่ พรรคไหนครับ
ท่านจิรายุ ผมขอเรียนให้ท่านทราบว่าทั้งพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเสนอรายชื่อมาฝ่ายละ ๑๕ ท่าน ไม่ได้เกินครับ ไม่มีฝ่ายไหน ๑๖ เพียงแต่ว่าคุณศรีนวล บุญลือ ท่านถูกมติพรรคต้นสังกัดท่าน ขับออกจากพรรค ตอนนี้ท่านก็อยู่ในระหว่างการที่จะหาพรรคเข้าสังกัดภายใน ๓๐ วัน ก็เป็นสิทธิของท่านที่จะนำเอาปัญหาของพี่น้องประชาชนมาหารือในสภาแห่งนี้ได้ โดยฟากฝ่ายรัฐบาลสละสิทธิ์ ๑ คน โดยพรรคภูมิใจไทยสละสิทธิ์ ๑ คน ให้สิทธินั้นกับคุณ ศรีนวล บุญลือ หารือที่ประชุมสภา ไม่ผิดข้อบังคับข้อใด เชิญท่านนั่งครับ
ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เป็นต้นไปก็ ๑๕ ๑๕ พวกผมจะได้บริหารได้
ก็ ๑๕ ๑๕ มาตลอด ไม่มีอะไรพิเศษนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ แค่หารือเฉย ๆ ท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมจำนวน ๒๔๙ ท่าน ครบองค์ประชุมพอดี ผมขอเปิด การประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปเลยนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปนี้จะเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน
ญัตติที่ ๗ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบ และศึกษา ติดตามการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และถูกประทุษร้ายของประชาชน (นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นผู้เสนอ)
เนื่องจากมีญัตติทำนองเดียวกันอีก ๘ ฉบับ คือ
๑. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้มาใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ (นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เป็นผู้เสนอ)
๒. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการลอบประทุษร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง (นายปิยบุตร แสงกนกกุล กับคณะเป็นผู้เสนอ)
๓. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกรณีประชาชน ที่ถูกทำร้ายและสูญหาย (นายอันวาร์ สาและ เป็นผู้เสนอ) (เรื่องตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑๐-๑๒ ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒)
๔. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาและศึกษาการสูญหาย ตาย บาดเจ็บ เนื่องจากสันนิษฐานว่าเกิดจากการกระทำ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ (นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นผู้เสนอ) (ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒)
๕. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาและยุติการใช้ความรุนแรงในสังคม ทุกรูปแบบ (นางผ่องศรี แซ่จึง และนางมุกดา พงษ์สมบัติ เป็นผู้เสนอ) (ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒)
๖. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายนิรามาน สุไลมาน เป็นผู้เสนอ)
๗. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาเขตการปกครองพิเศษพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้เสนอ)
๘. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อประกอบการพิจารณาการบังคับใช้หรือการขอขยาย ระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนด พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อประกอบการพิจารณาการบังคับใช้ หรือการขอขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการบังคับใช้พระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้เสนอ) (เรื่องตามระเบียบวาระหมายเลข ๕.๑๑๒-๕.๑๑๓ ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒)
ซึ่งผมเห็นว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องทำนองเดียวกันน่าจะนำมาพิจารณาร่วมกัน จะมีสมาชิกใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดฉะเชิงเทรา จริง ๆ ก็เห็นด้วยจากการที่มี การรวมญัตติด่วนต่าง ๆ ของท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน แต่ว่าเผอิญก็มีข้อสังเกตนิดเดียว ในญัตติด่วนของคุณผ่องศรี แซ่จึง กับคุณมุกดา พงษ์สมบัติ ซึ่งในเอกสารมารวมกับ ของคุณพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ แต่ว่าคุณพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เขายืนยันว่าเขาจะขอแยกญัตติ เพราะว่าเป็นเรื่องคนละเรื่องกัน ผมก็เลยอยากจะขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังที่ประชุมเพื่อบันทึกไว้ว่าญัตติของคุณพัชรินทร์ไม่ได้รวมกัน แต่ว่าเอกสารทำมาประกบ ในชุดเดียวกัน แล้วก็อีกญัตติหนึ่งที่กระผมคิดว่าเป็นคนละเรื่องไม่น่าจะรวมกันก็จะเป็น ญัตติของคุณสัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ เพราะว่า ญัตติเป็นเรื่องของขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เขตการปกครองพิเศษพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ คือผมว่ามันก็น่าจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว ถ้าสมมุติว่าเอาไปศึกษา เอาไปพิจารณาในอีกวาระหนึ่งน่าจะมีประโยชน์มากกว่า ก็เลยอยากจะกราบเรียนในที่ประชุมครับ
เรียนทางวิป (Whip) ว่าญัตติของท่านผ่องศรี แซ่จึง กับคุณมุกดา พงษ์สมบัติ กับของท่านพัชรินทร์นั้น ทางสำนักการประชุม ทางท่านประธานได้มีการแยกแล้วแต่ตรงนั้นเป็นเพียงเอกสาร ทางวิชาการของสำนักวิชาการทำ แต่ตอนบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระนี้ได้แยกแล้ว ส่วนญัตติที่ ๗ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเขตการปกครองพิเศษ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของท่านสัณหพจน์นี้ ท่านประธานได้พิจารณาวินิจฉัยแล้วว่า มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความสงบสุขใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉะนั้นจึงสามารถที่จะจัด บรรจุเข้าอยู่ในระเบียบวาระเดียวกันได้ เป็นหมวดหมู่เดียวกันได้ ฉะนั้นก็คงจะต้องขอ อนุญาตดำเนินการตามนี้ ถ้าไม่มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นกระผมก็ถือว่าที่ประชุม ให้ความเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ ต่อไป
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบและศึกษา ติดตามการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและถูกประทุษร้าย ของประชาชน (นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นผู้เสนอ)
ถือว่าญัตติ ของท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นญัตติหลัก ส่วนญัตติอื่น ๆ ก็เป็นญัตติในแนวเดียวกัน เป็นญัตติประกอบ เชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ คลองสามวา ท่านประธานที่เคารพครับ การเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อตรวจสอบและศึกษา ติดตามการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ต่อการถูกละเมิดสิทธิ มนุษยชนและการถูกประทุษร้ายของประชาชนนั้นมีเหตุผลเพื่อความมั่นคงของประเทศ หลากหลายครับ ท่านประธานจำได้ใช่ไหมครับที่สภาเก่าทีโอที (TOT) ที่ท่านประธาน ยังเป็นห่วงผม แล้วก็ถามผมบอกว่าบ้านอยู่ใกล้ ๆ กับจิรายุหรือ ท่านประธานรู้หรือไม่ครับ ตอนนี้ยังจับตัวไม่ได้เลย ยังไม่รู้เลยว่าเป็นใคร ไหนบอกว่าตำรวจไทยเก่งไม่มีอะไรภายใต้ แสงอาทิตย์นี้ที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ผมก็เลยสงสัยว่าท่าน ผบ.ตร. นั้นได้ติดตามความคืบหน้า ในคดีนี้เป็นอย่างไร แล้วท่านประธานที่เคารพครับ ทำไมจึงต้องเกิดญัตตินี้ แล้วก็มี เพื่อนสมาชิกเขียนญัตติคล้าย ๆ กันมาทั้งประเทศถึง ๘ ญัตติ ก็หมายความว่าประเทศไทยนั้น อยู่ในภาวะที่ไม่มั่นอกมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยเลย การออกใบอนุญาตพกปืนจะต้องมีมากขึ้นใช่ไหม ธุรกิจขายปืนจะต้องมีมากขึ้นใช่ไหม ยุทธภัณฑ์ พวกแก๊สน้ำตาหรือว่าสเปรย์ (Spray) พริกไทยจะต้องมีมากขึ้นใช่ไหมครับ ในเมื่อรัฐบาล ไม่สามารถที่จะตอบแบบนี้กับสังคมได้ มันจึงเกิดญัตติแบบนี้ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ท่านรู้จักกบใช่ไหมครับ เวลามันกระโดดมันคึกคัก แต่เขาบอกถ้าเอากบ ไปต้มต้องใช้เวลา เพราะกว่ามันจะตายมันก็เหมือนกับเศรษฐกิจไทย ท่านประธานบอกจิรายุ พูดเรื่องญัตติเรื่องนี้ไปเกี่ยวอะไรกับเศรษฐกิจไทย ท่านประธานรู้ไหมว่าหนี้ครัวเรือนตอนนี้ ต่อคน ๓๔๐,๐๐๐ กว่าบาท ติด ๑ ใน ๑๐ ของโลก แล้วผมจะบอกท่านประธานต่อไปว่า ทำไมผมถึงพูดเช่นนี้แล้วไปเกี่ยวอะไรกับญัตตินี้ ความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยสูงเหลือเกิน ผู้มีบารมีแต่ละท่านก็พกพาอาวุธมีลูกน้องติดตามในสภานี้ผมเห็นกระเป๋าตุงทุกคน ท่านประธานต้องลองสังเกตดูนะ ผู้ติดตามรัฐมนตรีเอวตุงไม่รู้ว่าวอ หรือว่าปืน ระบบ ความปลอดภัยของเราก็ลำบากแต่ไม่ว่าท่านหรอกครับ ท่านต้องดูแลรักษาความปลอดภัย ให้กับผู้นำประเทศ ทั้งรัฐมนตรี ทั้งขาใหญ่ทั้งหลายแหล่ ท่านก็ต้องพกปืนกัน แต่ผมถามว่า ประชาชนตาดำ ๆ ที่เขาไม่มีอะไรเลยออกจากบ้านมาไปถึงปากซอยโดนรุมยำ เด็กช่างกล สมัยก่อนที่เขาตีกันตามรถเมล์ แล้วท่านประธานทราบไหมว่าตอนนี้ยังจับไม่ได้เลย ผมก็เลย งง ๆ ว่าบ้านนี้เมืองนี้เอาอย่างนี้ใช่ไหม แล้วไปเกี่ยวอะไรกับกบต้ม ก็คือเศรษฐกิจของ ประเทศไทยที่กำลังแย่อยู่นี้มันมีผลกระทบต่อสวัสดิการและความเป็นอยู่ของพี่น้อง ประชาชนอย่างยิ่ง เหตุผลนักลงทุนมาเดินตามตรอกข้าวสาร มาเดินตามสถานที่ท่องเที่ยว ต่าง ๆ เขาจะมีความมั่นอกมั่นใจได้หรือว่าตำรวจไทยสามารถที่จะดูแลความปลอดภัยเขาได้ ในเมื่อคนโดนรุมทุบหน้าปากซอยบ้านผมแถว ๆ คลองสามวาก็ยังจับไม่ได้เลย กล้องวงจรปิด เห็นหมด มอเตอร์ไซค์ยี่ห้อไหน แบบไหน ขี่ไปทางทิศไหน เข้าไปที่ไหน แล้วผมถามว่าท่าน จะยอมแบบนี้หรือครับประเทศไทย เศรษฐกิจมันแย่ลงก็เพราะว่าความไม่มั่นใจ นักท่องเที่ยว ดูข่าวปุ๊บ นี่ขนาดคนไทยด้วยกันยังทุบกันขนาดนี้แล้วถ้าเกิดไปเดินตามท้องถนน ไปชอปปิง (Shopping ) ตลาดนัดกลางคืนไนท์บาซาร์ โดนแบบนี้บ้างจะทำอย่างไร ผมฝากท่านประธาน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าเรื่องอย่างนี้ท่านอย่าวางเฉย เหตุที่ต้องมีญัตตินี้ก็เพราะเรื่องแบบนี้ ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นทหาร ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่สามารถจับกุมคนที่ไปทำร้ายเด็กอายุ ๒๐ กว่า ๆ มือเปล่า ไป ๔ คนได้ ผมว่าประเทศนี้อยู่ยาก นักท่องเที่ยวมาปุ๊บไม่มั่นใจ มาปุ๊บจะต้องพกสเปรย์ (Spray) พริกไทย พกแก๊สน้ำตากระป๋องเล็ก ๆ หรือว่าพกมีดติดตัวไว้หรือไม่ นี่คือความมั่นคง ของประเทศ ผ่านมากี่เดือนแล้วท่านประธานครับ เกือบ ๖ เดือน ไม่มีเลยครับ ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติเคยแถลงไหมครับ ติดตามกองบังคับการตำรวจนครบาล ๒ นครบาล ๓ แถวนั้นบ้างไหมว่าจับได้ไหม แล้วผลเป็นอย่างไร คดีค้างคาแบบไหน โรงพักตรงนั้นสอบสวน ไปถึงไหนแล้ว นี่ละครับท่านประธาน ภาวะเศรษฐกิจวันนี้ท่านนึกภาพดู ท่านรณรงค์ให้คน ไปชิมชอปใช้ให้เดินทางไปต่างจังหวัด ความปลอดภัยมีไหมครับ จะมีแบบคิด เดอะริปเปอร์ (The ripper) เดอะคิดอะไรอย่างนี้อีกไหมครับ แบบคุณสมคิด ขออภัยที่เอ่ยนาม แต่ผมถาม ท่านประธานครับ ญัตติแบบนี้จริง ๆ แล้วควรจะเกิดขึ้นก่อนเรื่องอื่น ๆ ท่านประธานครับ ที่ผมโยงไปถึงเรื่องเศรษฐกิจก็เพราะว่ารัฐบาลนั้นรณรงค์เรื่องของการลงทุน การเดินทาง ในเมื่อเรื่องเล็ก ๆแบบนี้คนโดนทำร้ายร่างกายท่านยังจับไม่ได้แล้วท่านจะไปดูแล นักท่องเที่ยวได้อย่างไร ให้ผมชิมชอปใช้ผมไปใช้ต่างจังหวัด ผมเดินทางไป เอาล่ะผมเป็น ผู้แทนราษฎร ผมอาจจะมีโอกาสดีกว่าคนในสังคมไทย แต่ถ้าเขาเป็นชาวบ้านขึ้นรถ บขส. ล่ะ รถร้อนล่ะ ขึ้นรถไฟฟรีล่ะ ไปเดินเที่ยวแถวจังหวัดต่าง ๆ บ้างล่ะ แล้วเกิดแบบนี้บ้างทำ อย่างไร เขาบอกว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ ดูที่ความมั่นคงของเจ้าหน้าที่รัฐ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่สามารถจับกุมประชาชนที่เขาไปทำร้ายแบบนี้ได้ มันก็จะเกิดปัญหาต่อไป และประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมมีเพื่อนต่างชาติครับ พอมีข่าวแบบนี้ปุ๊บมันไปทั้งซีเอ็นเอ็น (CNN) ซีเอ็นบีซี (CNBC) ยูโรสตาร์ (Eurostar) อะไรของทั่วโลกออกหมด เขาก็ถามเลยมาเมืองไทย นี่มันเดนเจอรัส (Dangerous) นะ มันน่ากลัว ท่านอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ถ้ารัฐบาลนี้ จุดด้อยของท่าน จุดตายของท่านคือเรื่องของการทำเศรษฐกิจซึ่งมันแย่อยู่ในขณะนี้แล้วท่าน ใช้เงินจำนวนมากในขณะนี้ แต่ท่านไม่สามารถที่จะตอบความปลอดภัยของสังคมนี้ได้เลย การละเมิดสิทธิมนุษยชน ในภาคใต้ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม ไม่แต่เฉพาะภาคใต้ท่านประธานครับ ในกรุงเทพมหานคร การจัดระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิทางสังคม ผมเสียดาย ๕ ปีที่ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านอยู่ บนถนนเหมือนเดิมท่านประธานครับ คลองก็ยังรุกล้ำกัน เหมือนเดิม รถก็ยังวุ่นวายไปหมดเหมือนเดิม มอเตอร์ไซค์ไม่เคยสนใจไฟแดงเหมือนเดิม ๕ ปี ท่านทำอะไรกันอยู่ มีแต่เรื่องที่ชวนปวดหัว มีแต่เรื่องที่รบกวนกับสวัสดิภาพ สวัสดิการของ พี่น้องประชาชน ผมจึงขอเรียกร้องผ่านท่านประธานว่าถ้าท่านอยากจะทำเศรษฐกิจให้ดี ความปลอดภัยของประชาชนต้องอย่างน้อย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ ไม่ต้องให้ประชาชนต้องพกปืนออกจากบ้าน ไม่ให้ประชาชนจะต้องไปพกมีด หรือว่าต้อง ระวังภัยกันอยู่ทุกเวลา ท่านประธานครับ เมื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่ท่าน ยังจับไม่ได้มันส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง มันไม่เกิดความเชื่อมั่นต่อการเดินทางไม่ว่าจะเป็น ระยะสั้นหรือระยะไกล ถ้าเขาจะต้องเดินทางผ่านระบบสาธารณะแล้วยังเจอแบบนี้ ผมว่ามัน ลำบาก สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ยื่นญัตติคล้าย ๆ กัน
เรื่องที่ ๑ ผมขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการคณะนี้ เพื่อเร่งรัดเจ้าหน้าที่รัฐว่าตกลง ท่านจะเอาอย่างไร ที่ท่านคุยหนักคุยหนาว่าโอ้โฮตำรวจไทยเก่ง ขนาดผู้ร้ายฆ่าคนตาย ฆาตกรต่อเนื่องท่านยังสามารถจับได้ อ้ายนี่ภาพเห็น ๆ ท่านประธานครับ ปากซอย ถนนพระยาสุเรนทร์ท่านยังจับไม่ได้มากี่เดือนแล้ว แล้วสังคมนี้มันจะอยู่กันอย่างไร ผมจึงขอ อนุญาตเสนอท่านประธานให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาในเรื่องนี้ครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านจิรายุครับ วันนี้ท่านจิรายุพูดน้อยผิดคาด ต่อไป
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีลอบประทุษร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง (นายปิยบุตร แสงกนกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ผมข้ามไป ต้องขอโทษที ท่านปิยบุตร ท่านรังสิมันต์ ขอโทษทีนะครับ ผมข้ามไป ต่อไป
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้มาใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ (นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านสมมุติ เสนอครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน วันนี้ผมขออภิปรายในญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและหาแนวทาง แก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้มาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เราคงจะทราบดีว่าวันนี้แน่นอนหลายท่านก็เป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของสิทธิมนุษยชน เพราะสันติสุขจะเกิดขึ้นได้หนึ่งในนั้นก็คือต้องมีการคุ้มครองและปกป้องสิทธิมนุษยชน ตามหลักความเชื่อที่ผมนับถือ ท่านประธานครับ วันนี้ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนเราจะเห็นว่า นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ได้ยึดอำนาจการปกครองไปจากรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้งของประชาชนเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นิสิต นักศึกษา ประชาชน ผู้ใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญแสดงความคิดเห็นและกิจกรรมทางการเมืองถูกลอบประทุษร้ายได้รับ บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก บางรายถูกประทุษร้ายหลายครั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถ จับกุมผู้ที่ลอบทำร้ายได้ตามกฎหมายเลย จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ประชาชนโดยทั่วไป รัฐบาลไม่ได้สนใจใส่ใจที่จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างจริงจัง เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น บ่อยครั้งทำให้ประชาชนรู้สึกมีความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รัฐบาลมิได้ปฏิบัติตาม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตามมาตรา ๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในประเทศไทยเราคงจะทราบดีในหลาย ๆ กรณี ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่มีการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็น กรณีของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นายเอกชัย หงส์กังวาน นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นอกจากนั้นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีมากมาย โดยเฉพาะ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเชื่อว่าพวกเราคงจะทราบดี สิ่งที่ผมอยากจะสะท้อน นั่นก็คือการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการรักษากติกาของสังคมอย่างเป็นธรรม เป็นหลักการสำคัญในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย บุคคลใดไม่ว่าจะอยู่ในสถานะ หรือมีความเห็นทางการเมืองอย่างไร ย่อมสามารถที่จะใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดง ความเห็นหรือดำเนินทำกิจกรรมได้โดยมีความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิต วันนี้ผมขอ อนุญาตได้บอกเล่าในกลุ่มที่ได้รับการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ บุคคลที่สูญหายในพื้นที่ ๓ จังหวัดก็คือท่านหะยีสุหลง โต๊ะมีนา สูญหายเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๔๙๗ นั่นคือบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ส่วนบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ท่านเตียง ศิริขันธ์ สูญหายวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๔๙๕ ท่านทนง โพธิ์อ่าน สูญหายวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๓๔ แล้วก็คนที่ผมเคารพนับถือแล้วประกอบวิชาชีพพร้อมกับพวกเราหลายคน โดยเฉพาะวิชาชีพทนายความ นั่นก็คือท่านสมชาย นีละไพจิตร สูญหายเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๗ ท่านพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ วุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ โกตี๋ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ สยาม ธีรวุฒิ นั่นคือผู้ที่สูญหาย ในส่วนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถ้าผมจะไล่รายชื่อหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ สถานการณ์ ก็อาจจะเยอะมาก แต่ขออนุญาตเอาประเด็นที่สำคัญ เช่นกรณีเจ็บหนักแล้วก็เสียชีวิตหลังถูก ควบคุม นั่นก็คือที่อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา ชื่อนายอัสฮารี สะมะแอ เสียชีวิตสมองนิ่ม หน้าอกช้ำหลายจุด อิหม่ามยะผา กาเซ็ง เสียชีวิตกระดูกซี่โครงหัก ลมรั่วในช่องอกด้านขวา ฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ๓๙ นราธิวาส นายสุไลมาน แนซา เสียชีวิตศพ ผูกคอติดที่ลูกกรง อับดุลลายิ ดอเลาะ เสียชีวิตไม่พบเงื่อนงำการถูกทำร้ายซ้อมทรมาน นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ณ หน่วยซักถามศูนย์เฉพาะกิจทหารพราน ๔๓ ปัตตานี สมองบวมเพราะขาดอากาศหายใจ ไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย ท่านประธานสภา ที่เคารพ เหตุการณ์ทั้งหมดวันนี้เป็นความโศกเศร้าของพี่น้องในพื้นที่ แต่เรามีหลักความเชื่อ เพราะการตายนั้นเราไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าเราจะตายอย่างไร เมื่อไร เพราะแท้จริงแล้ว พวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และแท้จริงพวกเราต้องกลับสู่ พระองค์ แต่สิ่งที่เราอยากจะเห็นก็คือความยุติธรรม นั่นคือสิ่งที่เป็นหัวใจหลัก แล้วก็ เหตุการณ์ล่าสุดซึ่งได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือการเสียชีวิตของพี่น้องในจังหวัดนราธิวาส ๓ ศพ ที่บ้านตะเว ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ถ้าเราดูหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นปรากฏว่าสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะสื่อหนึ่ง ซึ่งผมได้อ่านเขาเขียนว่าอย่างไร ทหารพรานลุยโจรใต้จับตาย ๓ ศพ กบดานในป่า เปิดฉากเดือด ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ฉก. ทหารพราน ๔๕ เปิดแผนกดดันไล่ล่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธ แล้วสุดท้ายอย่างไรครับ สุดท้ายก็คือต้องขอบคุณท่านแม่ทัพภาคที่ ๔ ที่ได้ออกมาขอโทษ เพราะจริง ๆ แล้วทั้งหมดนั้นคือเด็ก แค่เป็นเด็กเก็บของป่าธรรมดา ๆ นี้เองมีเลื่อยเป็นอาวุธ ไม่มีปืน ไม่มีอะไร วันนี้คำถามที่พี่น้องอยากจะถามว่าแล้วหลังจากนี้มันจะเป็นอย่างนี้ อีกต่อไปหรืออย่างไร เราไม่เห็นด้วยไม่ว่ากลุ่มไหนจะไปฆ่ากลุ่มไหนก็ตามแต่ เพราะนั่นคือ การละเมิดสิทธิมนุษยชน เราในฐานะซึ่งเป็นมนุษย์เราอยากจะเห็นสันติสุขสิ่งที่เราอยากจะ เห็นก็คือความยุติธรรมของผู้ที่รักษากฎหมายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือองค์กร ต่าง ๆ ขอให้ท่านได้ทำหน้าที่ในฐานะซึ่งเป็นผู้นำในเรื่องของการที่จะรักษาหรือผดุงความ ยุติธรรม เพราะสิ่งที่ผมอยากจะฝากให้เป็นองค์ความรู้ เมื่อวานผมก็พูดในเรื่องของ รัฐธรรมนูญที่ดีซึ่งเป็นเบื้องหลังแห่งการก่อเกิดสันติสุข และอีก ๒ ข้อ ๑ ในนั้นที่ผมอยากจะบอก ก็คือการมีผู้นำที่ดี วันนี้ผมกำลังมองไม่ออกแล้วก็เห็นปัญหามากมายในพื้นที่ประเทศไทย ไม่เฉพาะบ้านผม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นก็คือการคัดสรรคนขึ้นมาเป็นผู้นำที่จะมาทำหน้าที่ ผมเชื่อว่าอาจจะไม่เหมาะสม เพราะอะไรเขาถึงไม่ได้ทำหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา เอาพวก พวกไหนพวกฉัน ฉันก็ช่วย พวกไหนไม่ใช่พวกฉัน ฉันก็ไม่ช่วย มันเป็น ๒ มาตรฐาน ถ้าเรา ได้บุคคลที่เหมาะสมเหมือนในบทบัญญัติขออนุญาตใช้ภาษาอาหรับ ถ้าตีความหมายภาษา อาหรับก็คือจงเลือกบุคคลที่เหมาะสม คำภาษาอาหรับนั้นผมขออนุญาตไม่นำมาใช้เพราะว่า มันเป็นปัญหาของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องแปลเพราะยาววันนี้ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นที่ผมบอกก็คือ ผู้นำไม่ดี ผู้นำตั้งแต่ระดับประเทศลงมาสู่ภาคปฏิบัติพอไม่ดีทุกอย่างก็เป็นปัญหา เพราะอะไร ถึงไม่ดี วันนี้เรามีปัญหาเรื่องคอร์รัปชันมากมาย ผมอยากจะให้พวกเราให้เห็นภาพเลยว่า ทำไมวันนี้มันมีปัญหาถึงขณะนี้ การคอร์รัปชันมีมากมายไหม มี จริง ๆ โรคทุกโรคมียารักษา ในชีวิตของเรา ในร่างกายของเรามีเนื้ออยู่ก้อนหนึ่งถ้าเนื้อนั้นดีทุกส่วนของร่างกายมันก็จะดี เนื้อนั้นก็คือ หัวใจและหัวใจเราซึ่งเป็นมนุษย์ซึ่งต้องกินสารอาหารเข้าไปถามว่าสารอาหารที่เรากินเข้าไป เราเอาเงินที่สกปรกมาหรือเปล่า ท่านลองไปดูสถานการณ์หลาย ๆ สถานการณ์เขาแย่งมรดก เป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่ามรดกนั้นมันมาจากการที่เอาเงินซึ่งสกปรกมาใช้หรือเปล่า ถ้าใช่ท่านไปลองดูเลยครับ พื้นที่ ๓ จังหวัดถ้ามีการคอร์รัปชันมากเงินตัวที่เขาคอร์รัปชัน ท่านไปดูลูกหลานคนที่ไปปฏิบัติหน้าที่ตรงนั้นและท่านจะรู้ว่าหลังจากนั้นลูกหลานเขาจะเป็น อย่างไร บางคนถามคำถามว่าเอ๊ะ ทำไมลูกฉันไปติดยาเสพติด ทำไมลูกฉันเป็นคนชั่ว ทำไม ลูกฉันเป็นคนที่เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ แต่ตัวเองลืมไปว่าเรานี่ไปเอาเงินของประชาชน เงินซึ่งได้มาจากการคอร์รัปชันนั่นคือปัญหา นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะสะท้อนเพื่อที่จะให้ สอดรับกับเรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาของผู้ที่เป็นผู้นำ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ วันนี้ผมรู้สึกสบายใจแล้วก็ดีใจที่มันไม่ใช่เฉพาะญัตติผมเท่านั้น มีอีกหลายญัตติ แล้วผมก็คงจะพูดสั้น ๆ เพียงแค่นี้ก่อน เพื่อที่จะให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์ เพื่อนที่เขาอยาก จะมาสะท้อนในเรื่องของละเมิดสิทธิมนุษยชนได้พูด ได้สะท้อนเพื่อนำไปสู่สันติสุขเกิดขึ้น ในสถานการณ์ต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกกับท่านประธานนิดเดียว การละเมิด สิทธิมนุษย์ชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัด สิ่งที่ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น เพราะทุกครั้ง ที่มีเหตุการณ์เวลาชาวบ้านตายก็จะมีการเผยข่าวในสื่อมวลชนว่ามีการปะทะกัน แล้วสร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายคนตายว่าเป็นแนวร่วมกลุ่มรุนแรงยัดข้อหาสารพัด ถามว่า กรณีนี้มีหรือไม่ มี เคส (Case) ล่าสุดก็เคส (Case) ที่ทุ่งยางแดง ตำบลพิเทน ถ้าไม่สำเร็จก็จะให้ ฝ่ายปกครองเช่นผู้ว่าราชการจังหวัดไกล่เกลี่ยจนนำไปสู่การตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ผลสอบของกรรมการเป็นอย่างไรก็ไม่ไขความจริงทั้งหมด แค่ช่วยบรรเทาความตึงเครียดลง แล้วกองทัพก็ไม่เคยนำผู้ต้องหาหรือฆาตกรมาเผยตัว ไม่เคยรู้ชื่อผู้กระทำผิด ท้ายที่สุดก็มีแค่ คำสัมภาษณ์ว่าจะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษแล้วก็หายเงียบไป นี่คือสิ่งที่พี่น้องได้สะท้อน มาให้ตัวแทน ส.ส. ก็คือตัวผม มากที่สุดก็ได้เงินเยียวยาจาก ศอ.บต. แต่ฆาตกรลอยนวล ไม่รู้เป็นใครผ่านไปสักพักคนก็ลืมแล้วก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก แต่กรณีล่าสุดนี้ผมไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น เพราะว่าถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วแน่นอนท่านจะหา สันติสุขไม่ได้ เพราะทุกคนมีความรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย วันนี้ผมจึงเรียนต่อประธานว่า ผมขออนุญาตต่อท่านประธานก็คือตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษากรณีที่ผมยื่นญัตติในวันนี้ ก็ขอพูดคำว่า ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณ ท่านสมมุตินะครับ ต่อไป
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสืบสวน ข้อเท็จจริงกรณีการลอบประทุษร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง (นายปิยบุตร แสงกนกกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
คุณปิยบุตร ได้มอบหมายคุณรังสิมันต์เป็นผู้นำเสนอญัตติซึ่งเป็นผู้ที่มีชื่อในการเสนอญัตติด้วย ขอเชิญ คุณรังสิมันต์ครับ
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ตอนแรกที่ท่านประธาน เรียกชื่อผิดผมวิ่งมาเลยด้วยความเหน็ดเหนื่อยเพราะสภาเราก็ใหญ่พอสมควร ก็หวังว่า ท่านประธานจะไม่ได้เรียกชื่อผิดบ่อย ๆ ไม่อย่างนั้นสมาชิกของพวกเราน่าจะต้องวิ่งกันอย่างนี้ ไม่รู้อีกกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ความจริงแล้วในการตั้งญัตตินี้พรรคอนาคตใหม่เราได้มีการตั้งเป็นญัตติด่วน ในเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงกรณี การลอบประทุษร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง ในเวลาที่เราตั้งเป็นช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ สด ๆ ร้อน ๆ ในกรณีของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นมานาน พอสมควร ความจริงแล้วก่อนที่จะถึงวันนี้ที่เราได้พูดคุยกันผมก็คิดว่าบางทีญัตติอาจดูเหมือน จะล้าสมัย เพราะนับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ความจริงแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็น่าจะทราบ ตัวคนร้ายแล้วนำไปสู่การดำเนินคดีเพื่อคลี่คลายการทำร้ายร่างกาย แต่ปรากฏว่าจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีการจับกุมใครได้เลยซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ทำให้ญัตตินี้ยังคงเป็นญัตติ ที่ยังทันสมัยอยู่ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของเรามีปัญหา แต่ก่อนที่จะลง รายละเอียดผมอยากให้ทุกท่านลองจินตนาการถึงสังคมแบบไหนที่เราอยากที่จะอยู่ ผมเชื่อว่าเราอยากอยู่ในสังคมที่ปลอดภัย เราไม่อยากอยู่ในสังคมที่มีคนมาปองร้าย เราอยากอยู่ ในสังคมที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐป้องกันไม่ให้เกิดการประทุษร้ายต่อพวกเรา ถ้ามีการประทุษร้าย เราก็อยากจะเห็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทำหน้าที่อย่างเต็มที่สืบเสาะหาคนร้ายที่ประทุษร้าย ต่อประชาชน ต่อตัวเรา ต่อครอบครัวไปจับดำเนินการคนที่ประทุษร้ายนั้นเพื่อไม่ให้เกิดเป็น เยี่ยงอย่างต่อผู้อื่นอีกต่อไป แล้วในขณะเดียวกันนอกจากการมีสังคมที่ปลอดภัยในการ เป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกของสังคมเราเองก็อยากอยู่ในสังคมที่มีเสรีภาพเป็นเสรีภาพ ที่ด้านหนึ่งเราก็อยากจะแสดงออกในทางการเมือง เราอยากจะพูดว่าบ้านเมืองของเรามีอะไรบ้างที่ต้องได้รับการแก้ไข เราอยากจะพูดว่า ผู้ปกครองที่เป็นผู้บริหารบ้านเมืองกินเงินภาษีจากประชาชนควรจะเป็นอย่างไร ควรทำตัวอย่างไร การกระทำแบบใดที่ผู้ปกครองเราแสดงออกต่อประชาชนแบบไหน ที่ควรถูกยอมรับ แบบไหนที่ไม่ควรจะถูกยอมรับ เราอยากจะมีโอกาสเรียกร้อง โต้แย้ง คัดค้าน และต่อต้าน แล้วทั้งหมดที่ผมพูดมานั่นคือองค์ประกอบของสังคมที่พลเมืองในฐานะ ที่อยู่ร่วมกันในสังคมก็อยากจะใช้ ดังนั้นจึงอาจจะพูดได้ว่าเราอยากอยู่ในสังคมที่มีทั้ง ความปลอดภัย มีเสรีภาพซึ่งทั้ง ๒ ส่วนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เราไม่อยากจะมานั่ง เลือกว่าระหว่างเสรีภาพกับความปลอดภัยเราอยากจะเลือกอะไร เพราะสิ่งที่ประชาชน อยากจะได้ก็คือ ๒ สิ่งนี้ ความปลอดภัยและเสรีภาพโดยที่ไม่ต้องมานั่งเกรงกลัวว่า หากผมตำหนิท่านประธานแล้วจะมีใครที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมตำหนิมาตีศีรษะผม มาทำร้าย ร่างกายผม ผมไม่อยากจะกลัวแบบนั้น แล้วผมก็เชื่อว่าท่านประธานก็คงไม่อยากจะรู้สึกว่า เมื่อชี้หน้าไปบอกนายรังสิมันต์ โรม แล้วจะมีแฟนคลับของนายรังสิมันต์ โรม มาทำร้าย เช่นเดียวกัน ท่านประธานก็คงไม่อยากจะเจอสภาพที่หากไปวิพากษ์วิจารณ์พรรคอนาคตใหม่ แล้วจะต้องเจอกับมิตรรักแฟนเพลงของพรรคอนาคตใหม่เอางูเห่าไปปล่อยให้ท่านประธาน แล้วฉกท่านประธานแน่นอน นี่คือสิ่งที่เราไม่อยากได้ ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญเล่มนี้ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญเป็นสมุดที่แจกให้กับสมาชิกทุกท่านที่อยู่ในห้องแห่งนี้ เราจะพบว่าในเนื้อหา สาระของรัฐธรรมนูญได้รับรองความฝันที่ผมพูดออกไปเมื่อสักครู่ไม่ว่าจะความปลอดภัย การแสดงออกทางการเมืองเอาไว้อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างมาตรา ๔ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็รับรองถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชน อย่างมาตรา ๒๕ รัฐธรรมนูญก็รับรองในเรื่องสิทธิของบุคคลที่จะได้รับการเยียวยาหรือ ช่วยเหลือจากรัฐจากความเสียหาย จากการถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพหรือการกระทำความผิด อาญาของบุคคลอื่น หรือมาตรา ๒๗ การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลด้วยเหตุความคิด ทางการเมืองจะกระทำมิได้ นอกจากนี้ยังรับรองถึงสิทธิในชีวิตร่างกาย สิทธิในการแสดง ความคิดเห็น สิทธิในการชุมนุม สิ่งเหล่านี้คือบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่รับรองเอาไว้ทั้งสิ้น แต่ท่านประธานครับ ถ้าลำพังเราเปิดอ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพียงอย่างเดียวมันเป็นความฝัน มันเป็นภาพที่เรารู้สึกว่ามันก็ดี แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมของเรา ในสังคม ประเทศไทยของเรามันเป็นไปอย่างที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้พรรณนาเอาไว้หรือเปล่า กรณีของคุณ เอกชัย ของคุณอนุรักษ์ ของคุณสิรวิชญ์ หรือคุณจ่านิว ถูกทำร้ายร่างกายรวมกันทั้งสิ้น แล้วก็ เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินด้วย ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๒ ระยะเวลากินความอยู่ ประมาณ ๑ ปีครึ่ง ทั้ง ๓ คนนี้ถูกทำร้ายร่างกายถึง ๑๓ ครั้ง กรณีเหล่านี้เป็นกรณีที่ถ้าเรา พูดกันแล้วผมก็คิดว่าทุกคนคงได้ยินอยู่มาบ้างว่าเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา จนประชาชนจำนวน ไม่น้อยคงจะรู้สึกว่าถูกทำร้ายอีกแล้ว ทำไมดูซ้ำซากจังเลย แต่สิ่งที่ผมต้องย้ำเตือนกับสังคม แห่งนี้ว่านี่คือปัญหาของความไม่ปลอดภัยที่สังคมนี้มี มีข้อสังเกต ๔ ประการของเหตุการณ์ ความซ้ำซากของการทำร้ายร่างกายของคนที่เห็นต่างทางการเมือง โดยเฉพาะคนที่เห็นต่าง จากทางการเมือง คนที่ออกไปต่อต้าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ประการแรก เหยื่อทุกรายในกรณีที่กล่าวมานี้เป็นผู้ที่มีประวัติในการแสดงออก และเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะที่ต่อต้าน คสช. อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุครัฐประหาร เป็นต้นมา
ประการที่ ๒ การประทุษร้ายที่เกิดขึ้นกับคนเหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วงเวลา ที่คาบเกี่ยวกับเวลาที่เหยื่อกำลังแสดงออกหรือเคลื่อนไหวทางการเมือง เช่นเกิดขณะกำลัง ตระเตรียมทำกิจกรรมทางการเมือง หรือเกิดหลังจากทำกิจกรรมทางการเมืองเสร็จแล้ว เสมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าการประทุษร้ายนั้นมีมูลเหตุจูงใจจากการเคลื่อนไหว ทางการเมืองของเหยื่อนั่นเอง
ประการที่ ๓ ในการก่อเหตุเกือบทุกครั้งผู้ก่อเหตุมีการวางแผนตระเตรียม มาเป็นอย่างดี เช่น มีการก่อเหตุกันเป็นกลุ่ม มีอาวุธที่มีประสิทธิภาพ มีการปกปิดอำพราง เช่น ใส่หมวกกันน็อก (Knock) บ้าง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนบ้าง มีการแบ่งหน้าที่เพื่อทำร้าย ร่างกาย มีคนคอยคุมเชิง มีคนขับขี่พาหนะ และหากปฏิบัติภารกิจเสร็จแล้วก็มีคนพาหลบหนี
ประการสุดท้ายประการที่ ๔ เป็นประการที่สำคัญที่สุด ทุกเหตุการณ์ การประทุษร้ายมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ท่านทราบหรือไม่ครับ ๑๓ ครั้งที่ผ่านมา กลับมีการนำตัวผู้ก่อเหตุมาได้ ๒ คดีจาก ๑๓ คดี แล้วทั้ง ๒ คดีนี้ที่ว่าจับได้ก็เกิดจากการที่ ผู้ก่อการปฏิบัติการแบบฉายเดี่ยวไม่ได้มีการทำเป็นระบบ กล่าวง่าย ๆ กล่าวโดยสรุป ถ้าเมื่อไรมีการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ สรุปว่ากระบวนการยุติธรรมวันนี้ของประเทศไทย เอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษไม่ได้ ไม่สามารถที่จะไปสืบสาวถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้ ข้อครหา ที่ประชาชนเขาตั้งคำถามต่อสังคม ต่อ คสช. ต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และต่อ พลเอก ประวิตร ว่าตกลงแล้วท่านมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ยังคงอยู่ต่อไป ลองนึกภาพดู คุณสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิวถูกคนร้าย ๔ คนตีศีรษะทำร้ายร่างกายกลางวันแสก ๆ ต่อหน้ากล้องวงจรปิดไม่ปรากฏว่ามีการนำคนร้ายมาลงโทษ ตัวผมเองได้ตั้งกระทู้ถาม ไปยังท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ซึ่งก็ตอบมาแล้วในวันนั้น ๕ เดือนที่แล้วว่ามีการ สืบพยานไปแล้ว ๑๕ ปาก และจะมีการออกหมายจับในเร็ว ๆ นี้ ตัวผมเองอยู่ใน คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนได้ติดตามเรื่องนี้ต่อไปปรากฏว่า จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการออกหมายจับกับผู้ใดเลย นี่คือคดีที่เป็นที่โด่งดังทุกคนรับทราบแต่เรา ก็จับคนร้ายไม่ได้ ตกลงแล้วสังคมไทยเราจะอยู่กันอย่างนี้ใช่หรือไม่ สังคมที่คนคนหนึ่ง เดิน ๆ อยู่ก็ถูกตีศีรษะโดยที่จับผู้ร้ายไม่ได้ นี่คือสังคมที่เรากำลังอยากจะให้มันเป็นใช่หรือไม่ ที่รัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ วาดฝันเอาไว้ว่าอยากให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความปลอดภัย ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้ ตกลงแล้วมันไม่เป็นจริงใช่หรือไม่ สุดท้ายคดีนี้ก็เป็นคดี ที่โดนดองไม่ต่างจากอีกหลาย ๆ คดี ที่ผมพูดมามีตั้ง ๓ คน อันนี้เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ครับท่านประธาน ยังมีอีกจำนวนมากที่เราไม่รู้ ท่านประธานครับ การเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่รัฐนี้เองเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การก่อเหตุ ลักษณะแบบนี้ลุกลามบานปลายทั้งในด้านจำนวน ด้านความรุนแรง จากเดิมที่เคยเกิดขึ้นกับ นักกิจกรรมคนหนึ่งวันนี้มันก็ขยายต่อไป วันนี้เป็นนักกิจกรรมทางการเมืองถูกทำร้ายร่างกาย แต่ใครจะรู้ถ้าเรายังปล่อยให้รัฐมาเฟียแบบนี้เกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ วันข้างหน้าอาจจะเป็น ผมก็ได้ วันข้างหน้าอาจจะเป็นท่านประธานก็ได้ นี่คือสังคมที่เราปล่อยปละให้เกิดความกลัว มันจึงไม่แปลกที่สังคมเขาครหาว่าประเทศนี้ เอาล่ะเราอาจจะมีมาเฟียทุกหนทุกแห่งในสังคม เราอาจจะมีนักเลงหัวไม้อยู่ทุกปากซอย แต่ถึงที่สุดคนที่คุมคนเหล่านี้จริง ๆ ในประเทศนี้ มีกี่คน แล้วใครมีอำนาจมากที่สุด คนเขาถึงตั้งคำถามว่า พลเอก ประยุทธ์ พลเอก ประวิตร เกี่ยวข้องกับการตีกระบาลจ่านิวหรือไม่
ย้อนกลับมาที่คำถามแรกสุด ตกลงเราอยากอยู่ในสังคมแบบไหนกัน สังคม ที่เราไม่แน่ใจว่าวันหนึ่งเราเดิน ๆ อยู่เกิดไปเหยียบหัวแม่เท้าผู้มีอำนาจแล้วเราก็ซวย ใช่หรือไม่ ตกลงเราจะเอากันแบบนี้ใช่หรือไม่ สังคมที่เราไม่รู้ว่าวันหนึ่งเราไปใช้บริการ เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งหวังว่าเป็นที่พึ่งสุดท้ายแล้วจะได้รับความเป็นธรรมแต่สุดท้ายคดีความ ก็โดนดองหายเข้ากลีบเมฆ ตกลงเราจะเอากันแบบนี้ใช่หรือไม่ ท่านประธานครับ สังคมแบบนี้ เป็นสังคมที่ไม่น่าอยู่สิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรองเอาไว้เราควรจะใช้มันได้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้มันถูกเพิกเฉยหรือหย่อนยานเพียงเพราะการไม่ทำหน้าที่ของผู้มีอำนาจ ในประเทศนี้ ถ้าเรายังปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้สุดท้ายสมุดข่อยเล่มนี้ที่ปรากฏถ้อยคำ สวยหรูก็ไม่มีความหมายอะไรเลย ผมพูดมาถึงตรงนี้ท่านประธานหรืออีกหลาย ๆ ท่าน ก็อาจจะรู้สึกว่าคุณรังสิมันต์มันก็แค่ ๓ คนหรือเปล่า ถ้าท่านไม่สายตามืดบอดจนเกินไป ในความเป็นจริงแล้วเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของคนแค่ ๓ คน ไม่ใช่เรื่องของคนที่มาทำ กิจกรรมทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องของคนที่เขาต้องการปกป้องประชาธิปไตยหรือต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตยแต่มันเป็นเรื่องของความยุติธรรมโดยรวมในสังคม ฟังให้ดีฟังให้ชัด ๆ ปัญหาที่ผมกำลังพูดต่อความยุติธรรมที่ ๓ คนนี้ไม่ได้รับจริง ๆ แล้วมันเป็นปัญหา ความยุติธรรมทั้งหมดของสังคมไทย มันเป็นปัญหาทั้งในระดับชาติ ในระดับท้องถิ่น ในระดับหมู่บ้าน ในระดับปากซอย มันเป็นปัญหาความยุติธรรมที่มันเกิดขึ้นทั่วทุกหนทุกแห่ง เปรียบให้เห็นภาพถ้าท่านประธานเดินอยู่บนฟุตพาท แล้วปรากฏว่าฟุตพาทนั้นมันพังลงมา เราเห็นท่านประธานล้มคะมำหัวคว่ำ คนก็อาจจะนึกว่าปัญหานี้เป็นปัญหาของท่านประธาน เท่านั้น แต่ถ้าเราคิดให้ดีเราจะพบว่าปัญหาฟุตพาท ความไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการ มันเกิดขึ้นทุกที่ มันมีนาย ก มันมีนาย ข มันมีนาย ค ที่ได้รับปัญหาเช่นเดียวกัน แล้วปัญหานี้ เป็นปัญหาที่มันเกิดขึ้นกับคนไทยมาช้านาน มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่เราเปลี่ยนแปลง การปกครองจนถึงวันนี้ มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่เรามีการรัฐประหารวันแรกจนถึงวันนี้ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่าก็ไม่รู้ มันเป็นปัญหาที่อยู่คู่กับสังคม การตีกระบาลคุณสิรวิชญ์ คุณสิรวิชญ์ ไม่ใช่คนแรกแต่มันเกิดกับพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเกิดกับพี่น้องชาวเผ่า มันเกิดกับพี่น้องชาวอีสานแล้วมันเกิดขึ้นกับทุก ๆ คน ที่เมื่อไร ก็ตามที่เราขัดแย้งกับผู้มีอำนาจเราไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าตกลงแล้วเราจะได้รับความเป็นธรรม หรือไม่ ท่านประธานครับนี่คือปัญหาเรื่องใหญ่และถ้าเรายังปล่อยให้คดีความหายเข้า กลีบเมฆแบบนี้ เราปล่อยให้การแก้ปัญหาเป็นเรื่องของรัฐบาลเพียงอย่างเดียวเป็นไปไม่ได้ เลยครับที่ปัญหาของคุณสิรวิชญ์ และของพี่น้องประชาชนซึ่งอาจจะมีอีกเยอะแยะมากมาย ที่เราไม่รู้แล้วมันจะได้รับการแก้ไข ความหมายของผมและของพรรคอนาคตใหม่ สิ่งที่เรา พยายามทั้งหมดตั้งแต่เราตั้งพรรคการเมืองมาเราก็แค่อยากให้ระบบยุติธรรมมันเกิดขึ้น ในสังคม เราไม่มีจุดประสงค์ที่จะทำลายประเทศชาติอันเป็นที่รักของเรา เราอาจจะไม่ได้ ไปเป็นทหารไปอยู่ในบทนิยามรั้วของชาติ แต่เราก็อยากจะใช้ความรู้ความสามารถเพื่อทำให้ ประเทศชาติของเราเป็นประเทศชาติที่น่าอยู่ เราก็แค่หวังแบบนั้นเรียนจบอะไรมาก็อยากจะ ทำให้ประเทศชาติเป็นประเทศที่น่าอยู่ วันนี้ผมและทุก ๆ คนที่อยู่ในห้องนี้เราเป็นผู้ที่โชคดี เราเป็นผู้ที่โชคดีที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เราไม่อยากให้ความโชคดีแบบนี้มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ มันเป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิต ผมอยากให้ความโชคดีแบบนี้มันกลายเป็นมาตรฐาน ของสังคม มาตรฐานที่จะทำให้คนในประเทศนี้อยู่ในประเทศนี้อย่างมีศักดิ์ศรีเสมอภาค เท่าเทียมกันและปราศจากความหวาดกลัว ผมหวังว่าเราจะตั้งกรรมาธิการนี้ได้ ผมหวังว่า กรรมาธิการนี้จะเป็นกรรมาธิการที่มาช่วยทำให้ประเทศนี้เป็นประเทศที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น เพื่อเป็น หลักประกันว่าสังคมไทยจะเป็นสังคมที่เคารพต่อกฎหมายต่อไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านรังสิมันต์นะครับ ต่อข้อหารือคุณหมอชลน่านที่ส่งบันทึกขึ้นมาตอนนี้ก็อยู่ในช่วง การนำเสนอของท่านสมาชิกผู้เสนอญัตติ เพียงแต่ว่าญัตติที่ ๓ เสนอโดยท่านปิยบุตร แสงกนกกุล กับคณะ ท่านปิยบุตรมอบหมายให้คุณรังสิมันต์ โรม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสนอด้วย เป็นผู้เสนอแทนนะครับ ก็เลยให้สิทธิคุณรังสิมันต์นำเสนอในฐานะผู้เสนอญัตติเช่นกันครับ เชิญคุณหมอ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจังหวัดน่าน ประเด็นที่ผมได้ขออนุญาตท่านประธานได้บันทึกเป็นข้อหารือไป เพื่อไม่อยากจะใช้เวลาของสภาแต่เผอิญท่านประธานได้ยกขึ้นมามันเป็นความคลาดเคลื่อน ในสิ่งที่ท่านประธานได้กรุณาบอกกับสภา ผมมีความประสงค์เพียงจะให้ท่านประธาน ได้ควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามแบบแผนวิธีปฏิบัติที่เราได้ปฏิบัติกันมา การเสนอญัตติ เป็นสิทธิของสมาชิกครับ การเสนอญัตติแบบแผนที่เราปฏิบัติกันมาผู้เสนอจะเป็นผู้ใดก็ได้ จะเป็นเจ้าของญัตติหรือผู้เสนอร่วมหรือผู้ที่เจ้าของญัตติมอบหมายก็ได้ แต่วิธีการนำเสนอ เพื่อเป็นการบันทึกเป็นรายงานในที่ประชุมเป็นเอกสารสืบค้นว่าญัตติเรื่องอะไร ใครเป็นผู้เสนอ ด้วยเหตุผลอะไร มันจะต้องมีการแถลงครับท่านประธาน คำว่า แถลง มันเป็นคำกิริยา เราบังคับให้นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย นายกรัฐมนตรีต้องมาอ่านคำแถลงนโยบายให้เรา รับรู้รับทราบและบันทึกในรายงานการประชุม เพราะฉะนั้นญัตติที่ท่านเขียนมาท่านต้องแถลงต่อสภาให้เป็นไปตามสาระ เหตุผลของญัตตินั้น การอภิปรายสนับสนุนเพิ่มเติมเป็นสิทธิครับ แถลงญัตติเสร็จก็อภิปรายสนับสนุน จะใช้เวลา เท่าไรก็ได้ผมไม่ได้ติดใจ เพียงแต่ขออนุญาตให้ผู้เสนอญัตติได้แถลงญัตติต่อสภา ผมไม่รู้หรอก ว่าท่านขึ้นมาท่านพูดเรื่องอะไร รู้แต่ว่าพูดเรื่องความรุนแรง แต่ไม่รู้ว่าเนื้อหาสาระญัตตินั้น ต้นเรื่องชื่ออะไร วันนี้ ๙ เรื่องครับท่านประธาน และที่สำคัญต้องให้เกียรติผู้เสนอญัตติด้วย ว่าเขาคือใคร ผู้ร่วมเสนอเป็นใครครับ
ขอบคุณ คุณหมอครับ
อันนี้คือแบบแผนการทำงานของสภา
พอเข้าใจได้
ขอท่านประธานได้กรุณาพิจารณาช่วยควบคุม การประชุม ดูแลการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยด้วยครับ
ความจริง ข้อเสนอแนะของคุณหมอก็เป็นข้อเสนอแนะที่ถูกต้องนะครับ เพียงแต่ว่าผมเองถ้ากำกับ ควบคุมอย่างเข้มงวด ท่านสมาชิกก็มักจะโวยวายขึ้นมาว่าประธานทำไมไม่ให้โอกาส ทำไมอย่างนั้นอย่างนี้ เผลอ ๆ ยิ่งเป็นท่านสมาชิกฝ่ายค้านผมยิ่งพูดลำบากนะครับ พอติงหน่อยก็หาว่าประธานไม่เป็นกลางเอนเอียง ฉะนั้นผมก็เลยเปิดโอกาสให้ ผมควบคุม ด้วยเวลา ความจริงแล้วข้อเสนอของคุณหมอเป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ ท่านผู้เสนอญัตติจะต้อง นำเอาญัตติที่ตัวเองยื่นมานำเสนออย่างละเอียดตามที่เสนอในเอกสารก่อน เสร็จแล้ว จะอภิปรายเพิ่มเติมก็เป็นสิทธิที่จะเพิ่มเติมได้ แต่ก็ควรจะเป็นเนื้อหาสาระที่เหมาะสม ไม่ใช่ว่าจะเป็นการแสดงโวหารอย่างเดียว แล้วผมฟังมาหลายญัตตินี่นะครับ ก็พูดในลักษณะ เนื้อหากว้าง ๆ ไม่ค่อยมีรายละเอียดที่เป็นประเด็นก็มีบ้าง ฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านสมาชิก ว่าเอาข้อสังเกตข้อเสนอของคุณหมอชลน่านเป็นข้อสังเกตว่า การเสนอญัตตินั้นผู้เสนอ จะต้องแถลงตามเอกสารที่เราได้นำเสนอแล้วจะอภิปรายเพิ่มเติมก็เอาพอประมาณที่จำเป็น ขอเสนออย่างนี้นะครับ ต่อไป
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาข้อเท็จจริงในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกรณีประชาชนที่ถูกทำร้าย และสูญหาย (นายอันวาร์ สาและ เป็นผู้เสนอ)
ก็เอาเนื้อหา สาระที่มันตรงประเด็น ประเด็นใดที่เพื่อนสมาชิกผู้เสนอก่อนหน้านั้นได้นำเสนอไปมากแล้ว ก็ไม่อยากให้ลงในรายละเอียดตรงนั้นมากนัก เชิญท่านอันวาร์ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมคงใช้เวลาไม่มาก หรอกครับท่านประธาน แล้วก็พยายามที่จะไม่ให้ซ้ำกับท่านที่ได้อภิปรายไปแล้ว เนื่องจาก ประเด็นของผมท่านที่ก่อนหน้าผมก็คือ ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ในรายละเอียด หลายรายละเอียดที่ผมจะพูดท่านก็ได้กล่าวในส่วนนั้นไปแล้วครับ ญัตติวันนี้เป็นญัตติด่วน ในเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริง ในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกรณีประชาชนที่ถูกทำร้ายและสูญหาย ท่านประธานครับ ทำไมผมถึงได้เสนอญัตตินี้ ทั้ง ๆ ที่เรื่องเหล่านี้ที่ผ่านมาที่สมาชิก ได้อภิปรายไปแล้วก็เป็นเรื่องที่เราก็รับรู้กันอยู่ แต่ที่ผมได้พูดยกขึ้นมาเพื่อพิจารณา เรื่องเหล่านี้อีกครั้งเพราะว่าวันนี้เรื่องของการละเมิดสิทธิ เรื่องของการใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ยังเกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ครับ ผมเองไม่อยากให้เหตุการณ์ เหล่านี้เกิดขึ้นอีก และอยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเป็นเหตุการณ์ที่สุดท้ายแล้วก็ไม่เกิดกับ ๓ จังหวัดชายแดนอีกเลย แต่ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสูญหาย ของบุคคลที่ในอดีตไม่ว่าจะเป็น คุณเด่น โต๊ะมีนา คุณสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งผมคงไม่พูดในเรื่องรายละเอียด แต่ว่าหลายเหตุการณ์เราก็ยังหาผู้ที่รับผิดชอบตรงนั้นไม่ได้ ท่านจำได้นะครับเหตุการณ์ในกรณีของตากใบมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ผลสรุปออกมา อย่างไรครับขาดอากาศหายใจ แล้ววันนี้คนผิดใครบ้างครับ ผมว่าเหตุการณ์นี้ถ้ามองในแง่ ของกรณีเป็นการฆ่าหมู่ด้วยซ้ำไป แต่วันนี้ก็ยังไม่เกิดอะไรต่าง ๆ ที่รับผิดชอบในสิ่งเหล่านี้ แล้วก็ตอบโจทย์ให้กับพื้นที่ได้รับรู้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใครเป็นคนรับผิดชอบ แต่ดีใจนะครับ ที่ว่าเหตุการณ์เหล่านี้ที่เกิดขึ้นอย่างน้อยมันก็สงบลงได้ ผมต้องขอชื่นชมกับคนในพื้นที่ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านทราบหรือไม่ครับในส่วนลึกเขาคิดว่าอย่างไรครับ การตาย จริง ๆ แล้วเป็นความประสงค์ของพระเจ้า สาเหตุจากอะไรก็แล้วแต่นั่นคือพระเจ้าเลือก ให้เป็นอย่างนั้น นี่คือจุดที่เขาคิดในเรื่องของความสงบที่จะเกิดกับพื้นที่ตรงนี้ได้ แต่ลองเกิด จากพื้นที่อื่นที่มีความแค้นที่สะสมแล้วก็เจ้าคิดเจ้าแค้น ผมว่ามันไม่จบง่าย ๆ อย่างนี้หรอกครับ แต่ในขณะนั้นก็แล้วแต่นะครับวันนี้เหตุการณ์ก็ยังเกิดขึ้นอีก ผมเองต้องบอกว่าถ้าอยากจะขอโทษ คนไทยทั้งประเทศผมอยากจะพูดตรงนี้เลยว่าผมขอโทษคนไทยทั้งประเทศ เพราะมองว่า พื้นที่ของบ้านผมเป็นภาระแล้วก็ทำให้เสียชีวิตและทรัพย์สินงบประมาณเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่ตรงนี้ แต่คนบ้านผมไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านี้เลยครับ ปฏิเสธที่จะไม่ให้เหตุการณ์ ความรุนแรงเกิดขึ้นที่นี้ด้วยซ้ำ แต่ท่านประธานครับในเรื่องของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มูลเหตุถามว่ามันก็พื้น ๆ ครับ จริง ๆ แล้วมันคือในเรื่องของสิทธิเสรีภาพในพื้นที่ คือเขาต้องมี อิสระในการคิดในการทำแล้วก็ดำเนินชีวิต แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายแล้วก็ ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นด้วย ซึ่งผมคิดว่าถ้าสมมุติทุกคนเข้าใจในเรื่องของบทตรงนี้เหตุการณ์ เหล่านี้จะไม่เกิด แต่หลายเหตุการณ์ก็ยังเกิดขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ซึ่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดปัตตานีเช่นเดียวกับผม แต่อยู่คนละเขตและคนละพรรค แต่ท่านเองก็ได้นำเสนอกับสภาเหล่านี้ว่าท่านเองก็ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ในสถานที่ อย่างนี้ เรื่องเหล่านี้ไม่ได้เกิดเฉพาะใน ๓ จังหวัดอย่างเดียว ที่ผ่านมาไม่นานในกรณีของคุณ ราเมศ รัตนะเชวง ที่เป็นฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ก็ถูกตีหัวแล้วก็ยังหาผู้ที่ รับผิดชอบตรงนี้ไม่ได้ ซึ่งในความเข้าใจของประชาชนทั่วไปก็ทราบว่าเป็นเรื่องที่เขาเข้าใจว่า เป็นเรื่องจากเจ้าหน้าที่แต่ก็หาคนผิดไม่ได้เช่นกัน วันนี้ผมมีความยินดีมากที่ท่านประธานให้ ความสำคัญกับเรื่องนี้ แล้วก็ขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ความสำคัญแล้วก็คิดว่า เรื่องเหล่านี้เราต้องเอาจริงเอาจังกัน ท่านประธานครับ มีประโยคคำพูดสั้น ๆ ก่อนที่ผมจะจบ ก็คือว่าความไม่เข้าใจบางทีมันก็ทำให้เกิดปัญหาในพื้นที่ แต่ความไม่เข้าใจอย่างเดียว ยังพอที่จะบรรเทาได้หาทางออกว่าเขาไม่เข้าใจแล้วก็ศึกษาเพิ่ม แต่ความจริงใจและบวกกับ ความไม่เป็นธรรมนี้คือสิ่งที่จะหล่อเลี้ยงความรุนแรงที่จะดำเนินขึ้นต่อไปไม่สิ้นสุดครับ ท่านประธาน เช่นเดียวกันผมอยากให้เราดูในเรื่องกรณีของการออกกฎหมายหรืออะไร ก็แล้วแต่ วันนี้ยังมีฝั่งคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมองว่าบางทีอาจจะเป็นฝ่ายที่มีอำนาจไล่ล่าฝั่งที่มี ความคิดตรงข้าม สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าในคณะนี้ก็ต้องเอามาดำเนินการเช่นกันครับ มันไม่ใช่ ในเรื่องของความรุนแรงอย่างเดียวในการทำร้ายในเรื่องของร่างกาย การทำร้ายความรู้สึก ทำร้ายจิตใจในเรื่องของแนวความคิด ผมคิดว่าก็ต้องมาคิดพิจารณา เพราะบางครั้งการใช้ กฎหมายพิเศษผมยังคิดลึก ๆ เลยว่าอันนี้อาจจะเป็นมูลเหตุหรือเปล่า ที่เป็นการทำให้เจ้าหน้าที่เอื้อในการที่จะทำให้การละเมิดสิทธิในพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคิดว่าในรายละเอียดต่อไปเราคงได้มีการพิจารณาในเรื่องของกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านอันวาร์นะครับที่ได้พยายามนำเสนออย่างกระชับ ใช้เวลาเท่าที่จำเป็น ต่อไปเป็นญัตติ ด่วนที่ ๔
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาและศึกษาการสูญหาย ตาย บาดเจ็บ เนื่องจากสันนิษฐานว่าเกิดจากการกระทำ ของเจ้าหน้าของที่รัฐ (นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ต้องขอขอบคุณท่านประธานอีกครั้งที่ได้นำญัตติด่วนที่ผมได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ ก็คือเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาและศึกษาการสูญหาย ตาย บาดเจ็บ เนื่องจากสันนิษฐานว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เหตุที่ผมเสนอญัตตินี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าสิทธิเสรีภาพของบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ เพราะรัฐธรรมนูญทุกฉบับได้กำหนด สิทธิเสรีภาพแล้วก็หน้าที่ของรัฐไว้อยู่ในหมวดของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับใช้ กฎหมายต้องมีความเท่าเทียมกัน ท่านประธานครับ สำคัญที่สุดด้วยเหตุผลที่ว่าการละเมิด หรือการบังคับให้สูญหาย การตาย การบาดเจ็บ ที่เกิดจากข้อสันนิษฐานว่าเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นผู้กระทำ มันมีมาในอดีตแล้วจนถึงปัจจุบันก็ยังมีอยู่ จากกรณีหลาย ๆ กรณีที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ที่เกิดขึ้นทุกแห่งหนในประเทศนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นผมอยากอธิบาย ให้ท่านประธานเท้าความก่อนว่า การบังคับให้สูญหายที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ จริง ๆ แล้วองค์กรสหประชาชาติได้มีอนุสัญญาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อยู่ แล้วประเทศไทยได้ลงนาม ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๕ ในอนุสัญญาเกี่ยวกับการซ้อมทรมาน แต่ว่าปัจจุบันนี้ เรายังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้อยู่ ทราบว่ามีการร่างพระราชบัญญัติป้องกันและต่อต้าน การซ้อมทรมานบังคับการสูญหาย แต่ยังไม่ได้เข้าสู่สภาแห่งนี้ ดังนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่สภาแห่งนี้ผมเห็นว่าต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาสิ่งเหล่านี้ เพราะในอดีต ที่ผ่านมาแม้ว่าเราจะมี พ.ร.บ. ความรับผิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ แต่นั่นคือเน้นไปในเรื่อง ของค่าสินไหมทดแทน ค่าเสียหายในเรื่องความรับผิดทางแพ่ง แต่ในเรื่องของความรับผิด ทางอาญา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหากเป็นการกระทำของเจ้าหน้าของที่รัฐแล้ว เรามีประมวล กฎหมายอาญาที่สามารถลงโทษผู้กระทำความผิดที่เป็นเจ้าหน้าที่ แต่จนถึงวันนี้หลาย ๆ กรณียังไม่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่รัฐถูกลงโทษในทางอาญา โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ จริง ๆ ตัวอย่างการละเมิดสิทธิการบังคับให้สูญหาย เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว แต่ว่าผมจะให้ความเห็นว่ากรณีการบังคับให้สูญหาย ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับกรณีของการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจเป็นเครื่องมือในการกำจัดคนที่มี ความเห็นต่างทางการเมือง หรือมีความเห็นแย้ง โดยใช้วิธีเหล่านี้ในการแก้ปัญหา ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ในอดีตที่ผ่านมาถ้าผมไม่เอ่ยเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นกับทนายสมชาย นีละไพจิตร ในฐานะที่ผมเคยทำงานอยู่ในชมรมนักกฎหมายมุสลิม กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ๑๒ มีนาคม ๒๕๔๗ ก็กระไรอยู่ จนถึงขณะนี้ ๑๕ ปี เรายังไม่สามารถ พบแม้แต่ศพ และยังไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่กระทำความผิดซึ่งเป็น ข้อสันนิษฐานของคนทั้งประเทศว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ หลายเหตุการณ์ถ้าย้อนหลังไปเมื่อหลายสิบปีก่อนก็มีหลาย เหตุการณ์แต่ว่าอาจจะจำกันไม่ได้ ผมขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่เกิน ๑๐ ปีนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ที่เกิดเหตุการณ์ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐยิงประชาชนเสียชีวิตที่ปุโละปุโย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เหตุการณ์ที่ทุ่งยางแดงอย่างที่เพื่อนสมาชิก สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ได้พูดถึงว่าก่อนหน้านี้ที่ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง แล้วก็มีกรณี ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จำนวน ๒ คน เสียชีวิต แต่ว่าท้ายที่สุดเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ดูเสมือนว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหม่ ๆ มีความจริงใจที่จะดำเนินคดีถึงที่สุด แต่สุดท้ายเงียบ อย่างมากที่สุด ก็คือแถลงข่าวขอโทษแล้วก็มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตัวอย่าง ๒ กรณี ที่ผมยกตัวอย่างที่ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง แล้วก็ที่ปุโละปุโย อันนี้ชัดเจนว่าเป็นการ กระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ว่าเมื่อมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว มีการแถลงข่าวยอมรับแล้วการดำเนินคดีอาญาก็เงียบ โดยบังเอิญท่านประธานครับ ตอนที่ญัตตินี้เข้าสู่สภาเพื่อให้มีการอภิปรายตามที่ผมเสนอญัตติไปสอดคล้องกับข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ที่ท่านกูเฮง ยาวอหะซัน ในฐานะเป็น ส.ส. พื้นที่ได้หารือกับท่านประธานเมื่อวาน ผมเป็นห่วงครับ เพราะว่าเหตุการณ์ลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมอภิปราย ต่อท่านประธานมาโดยตลอดก่อนหน้านี้ว่าปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ความไม่เป็นธรรม คือต้นเหตุสำคัญ การได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย การดำเนินคดีโดยเท่าเทียมกัน ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ให้ความร่วมมือกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา นำไปสู่ ความสันติสุขในพื้นที่ ท่านประธานครับ เหตุการณ์วันที่ ๑๖ ธันวาคมที่ผ่านมา มันสะท้อน อย่างยิ่งว่าจำเป็นที่สภาแห่งนี้ต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาสิ่งเหล่านี้ อย่างที่ผม เกริ่นมาตั้งแต่ต้นว่าไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันที่ ๑๖ ธันวาคม มีชาย ๓ คน พี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ตำบลบองอได้ขึ้นไปตัดไม้บนเขาตะเว ปรากฏว่าประมาณช่วง ๑๑ โมงของวันที่ ๑๖ พี่น้องที่อยู่ในที่ต่ำได้ยินเสียงปืน พอได้ยินเสียงปืน ก็มีความกังวลกลัวลูกที่ขึ้นไปตัดไม้บนเขาจะได้รับผลกระทบหรือกลัวว่าเสียงปืนนั้นคือเสียงปืน ที่คร่าชีวิตพี่น้องเขา ในตอนเย็นเขาจะขึ้นไปบนเขาหลังจากทราบข่าวว่ามีการเสียชีวิต ต้องการที่จะนำศพเพื่อมาดำเนินการตามพิธีกรรมทางศาสนาฝังภายใน ๒๔ ชั่วโมง แต่ปรากฏว่ามีการห้ามไม่ให้ขึ้นไป ผมไม่ทราบด้วยเหตุผลใดแต่ปรากฏว่าก่อนหน้านั้น มีการปล่อยข่าวไม่ทราบมาจากไหนว่ามีการปะทะ เจ้าหน้าที่ปะทะกับโจรใต้ตายเสียชีวิต ๓ ศพ พี่น้องที่อยู่ข้างล่างได้ยินข่าวอย่างนั้นก็เกิดความไม่สบายใจเพราะเขายืนยันได้ว่า ลูกหลานเขาที่ขึ้นไปบนเขานั้นที่เสียชีวิตไม่ใช่โจรใต้อย่างที่ถูกกล่าวหา มีการออกข่าวว่า พบปืนอาก้า ๑ กระบอก พบปืนสั้นอีก ๑ กระบอก ข่าวนี้มาจากไหน เพราะท้ายที่สุด แล้วมันไม่ใช่ ภาพถ่ายที่ปรากฏในสื่อโซเชียล (Social) ต่าง ๆ ปรากฏว่าข้างศพ หลังจาก ที่มีการยินยอมให้มีการนำศพลงมาจากเขา มีเลื่อยไม้อยู่ข้างศพแล้วก็มีไม้แปรรูปอยู่ข้าง ๆ พ่อแม่เขาเสียใจที่ว่าหากลูกเขาผิดทำไมไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย ผมเป็นห่วงว่าเงินเยียวยา คือทำให้ทุกอย่างจบ ทั้ง ๆ ที่เงินเยียวยาไม่ทำให้คดีอาญาระงับเหมือนเช่นที่ผ่านมา อับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่ผ่านมาตอนนี้ก็เงียบ ใครคือผู้กระทำความผิด ปัญหาคำถามในพื้นที่ ตอนนี้มีมากครับท่านประธาน เขาถามว่าตอนนี้ข้อเท็จจริงชัดเจนว่าชุดที่ขึ้นไปบนเขา ตะเวจนเกิดเหตุเสียชีวิต ๓ ศพนั้นคือชุดทหารพราน ๔๕ หลังจากมีการเสียชีวิต มีการโพสต์ (Post) รูปถ่ายออกทางสื่อโซเชียล (Social) เย้ยหยันว่ามีการล่าสัตว์ได้แล้ว ๓ คน แต่ว่าที่ผม เป็นห่วงก็คือข้อเท็จจริงยังไม่มีใครทราบได้ว่าเป็นการสำคัญผิดหรือไม่ตามที่แม่ทัพภาคที่ ๔ ได้แถลง หลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพถ่ายศพออกมาแล้วสภาพของศพ วิถีกระสุน กองวิทยาการ เพิ่งขึ้นไปตรวจ ยังไม่มีผลการตรวจพิสูจน์ แต่ กอ.รมน. ภาค ๔ ได้ออกคำแถลงว่านี่คือ การสำคัญผิดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งการสำคัญผิดของเจ้าหน้าที่ตรงนี้คือข้อต่อสู้ทางอาญา เหมือนมีการตั้งลำว่าจะมีการต่อสู้ทางอาญากรณีนี้ว่าเพราะเหตุสำคัญผิดตามประมวล กฎหมายอาญา ทั้ง ๆ ที่ว่ากองวิทยาการยังไม่ได้มีผลการตรวจพิสูจน์ ผมเป็นห่วงว่าเคส (Case) นี้จะออกมาในรูปเดิมเหมือนหลายเคส (Case) ที่ผมยกตัวอย่างเมื่อสักครู่แล้วมันจะ ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรมยังคงอยู่ในพื้นที่กับพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อึดอัด ท่านประธานครับ เพราะว่าคนที่ได้รับผลกระทบคู่ขัดแย้งมีอยู่ก็ว่ากันไป แต่ว่า
ท่านกมลศักดิ์ครับ
ขออีก ๑ นาทีครับ
อยากขอให้ สรุป ๆ นะครับ เพราะเนื้อหามันซ้ำ ๆ กันหลายท่านแล้วครับ
ขอ ๑ นาทีครับท่าน ที่ผมเป็นห่วงก็คือ เกรงว่าเคส (Case) นี้เหมือนกรณีทั่ว ๆ ไป เหมือนที่ผมยกตัวอย่างที่ผ่านมา ผมอยากให้เคส (Case) นี้แสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาเพราะคนที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่เป็น คนส่วนใหญ่ของคนพื้นที่ที่อยู่ตรงกลาง เปรียบเสมือนเขาควายอยู่ตรงกลาง ซ้ายก็เจ้าหน้าที่ อีกฝั่งก็ผู้เห็นต่าง คนอยู่ตรงกลางทำตัวลำบาก อยากให้มีความจริงใจดำเนินคดีอาญากับ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ และมีคำถามว่าทำไมกับชาวบ้านใช้กฎอัยการศึก ใช้ พ.ร.ก. ไปซักถามได้ แต่กับเจ้าหน้าที่ทำไมไม่ใช้กฎหมายเหล่านี้มาซักถามเพื่อให้ ข้อเท็จจริงกระจ่าง นี่คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งผมเห็นว่าสภาแห่งนี้น่าจะ มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาและศึกษาการสูญหาย ตาย บาดเจ็บ เนื่องจากสันนิษฐานว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อความสงบสุขของพี่น้องในสาม จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาและยุติการใช้ความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ (นางผ่องศรี แซ่จึง และนางมุกดา พงษ์สมบัติ เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านผ่องศรี แซ่จึง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส. ขอนแก่น เขต ๔ ขอเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา หาแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาและยุติการใช้ความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ ปัญหาการใช้ ความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบมีอัตราการเกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ความรุนแรงทางด้านจิตใจ การทำร้ายร่างกาย ปัญหาการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และการเล่นการพนัน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสำคัญตามมา ปัญหาหนี้สินและความเครียด ที่เกิดจากการทำงาน ความเหลื่อมล้ำทางเพศ การล่วงละเมิดทางเพศ และการข่มขืน กระทำชำเรา ถึงแม้จะมีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขการกระทำ ความรุนแรงในครอบครัว แต่ก็ยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากและความรุนแรง เพิ่มมากขึ้นทั้งวิธีการและการกระทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความรุนแรง ในครอบครัว เป็นปัญหาเบื้องต้นของความสงบสุขของสังคม ปัญหาความรุนแรงที่พบบ่อย ได้แก่สามีทำร้ายภรรยา การทารุณเด็ก การใช้แรงงานเด็ก ความรุนแรงเหล่านี้มีผลกระทบ ต่อบุคคลทำให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวเก็บกด อาฆาต ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นครอบครัวที่พ่อแม่ดื่มเหล้าใช้สารเสพติด ใช้อาวุธต่อสู้กัน ทำร้ายบุตร รวมทั้ง การหย่าร้างเป็นสาเหตุให้เด็กหวาดระแวงผู้ใหญ่ และสูญเสียสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น อาจทำให้มีพฤติกรรมก้าวร้าว ทารุณเด็กอื่น หนีออกจากบ้าน รู้สึกว่าตนเองหมดคุณค่า หันไปหาที่พึ่งอื่น ๆ เช่น สารเสพติด มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และขาดความรับผิดชอบ ความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัว เกิดจากสาเหตุนิสัยและความเคยชินส่วนตัว เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงกันยากมาก ขาดความตระหนัก ในบทบาทและหน้าที่ ใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหาในครอบครัว เช่น การทะเลาะ ดุด่า ข่มขู่ จนกระทั่งลงมือตบตีกัน ความรุนแรงในครอบครัวมีผลเสียต่อจิตใจ และพัฒนาการทางด้าน บุคลิกภาพของเด็ก ซึ่งถ้าสังคมไม่ช่วยกันลดการใช้ความรุนแรงในครอบครัวให้หมดไป หรือลดน้อยลง ในที่สุดก็ได้ประชากรที่นิยมความรุนแรง ซึ่งการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งในครอบครัว ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ส่วนมากพบว่าผู้ที่นิยมแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งในครอบครัวโดยใช้ความรุนแรงจะมีประสบการณ์ชีวิตซึ่งถูกเลี้ยงดูมา ในครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เช่น ถูกทุบตีต่อหน้า หรือถูกลงโทษ อย่างรุนแรงจากพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ภายในครอบครัว ทำให้มีผลต่อครอบครัวคือ ขาดสัมพันธภาพภายในครอบครัว แยกตัวไปเป็นเด็กเร่ร่อน ส่งผลกระทบต่อสังคมกลายเป็น เด็กก่ออาชญากรรม สร้างปัญหารุนแรงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ และอยู่ในความสนใจของประชาชน และส่งผลกระทบทำให้สูญเสียกำลังบุคคลของประเทศ จึงจำเป็นต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรงเพื่อเกิด สัมพันธภาพอันดีต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าว เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางและมาตรการ แก้ไขปัญหาและยุติการใช้ความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลรายละเอียดนั้นกำลังจะ ขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายเพิ่มต่อไป ท่านประธานสภาที่เคารพ เมื่อ ๒-๓ วันมานี้ ดิฉันเชื่อว่าทุกท่านที่นั่งอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้คงจะได้ยินเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ฆ่าผู้หญิงมาแล้ว ๕ คน ถูกตัดสินให้จำคุกแล้วก็ออกมาจากคุก ก็มาฆ่าผู้หญิงอีก ๑ คน และถ้าได้ดูประวัติของผู้ชายคนนี้ก็จะเห็นว่าเขาไม่มีพ่อไม่มีแม่ และคนที่เลี้ยงดูเขามาก็คือ ญาติของเขา มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและสร้างเรื่องที่ไม่ดีตั้งแต่เป็นเด็กเรื่อยมา จนในที่สุด ผู้ที่เลี้ยงดูเขาก็ไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูเขาได้และก็ให้เขาออกจากบ้านไป หายตัวไปประมาณ ๒๐ ปี แล้วเมื่อมีข่าวสุดท้ายก็คือก่อคดีฆาตกรรมอย่างรุนแรง หรือเมื่อวานนี้มีเด็กคนหนึ่ง เอาปืนของคุณพ่อมายิงเพื่อนเด็ก ม. ๑ เท่านั้นเองแล้วก็มีนายขันธ์ สิงห์สาธิต อายุ ๔๕ ปี ก่อเหตุข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี โดยใช้อาวุธปืนข่มขู่ อันนี้เกิดอยู่ที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ที่อำเภอราษีไศลบ้านดิฉันเอง มีเด็กคนหนึ่งอยู่กับยายแล้วก็ประสาทหลอน ติดยาทุบตียายประจำ และมีเด็กอีก ๒ คนอยู่กับแม่ติดยาเหมือนกันอยู่กับพ่อเลี้ยง วันนี้ กำลังได้ประสานกับท่าน พมจ. เพื่อให้เอาเด็กเหล่านี้ไปบำบัด โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้าน คุณเนติมน สังข์เกิด ได้ให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในหมู่ ๑๔ ตำบลเมืองคงเขาจะใส่ใจ นายหนุ่ยไปหลอกเด็ก ๓ ปีเดินตามก้นไป ท่านนึกภาพออกไหมคะ แล้วก็ไปข่มขืนเด็กแล้วก็ฆ่า หรือมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถูกข่มขืนบนรถไฟ แล้วก็โยนศพลงมาจากรถไฟ ท่านประธาน ที่เคารพคะ เรามีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. ๒๕๕๘ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ๒๕๕๐ ซึ่งขณะนี้กำลังจะใช้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งอยู่ในระหว่าง การจะประกาศใช้ เรามีพระราชบัญญัติเหล่านี้มานานแล้ว หรือพระราชบัญญัติอีกตัวหนึ่ง ก็คือพระราชบัญญัติป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในเด็ก ทำไมเหตุการณ์เหล่านี้มันจึง เกิดขึ้นบ่อยมาก เยอะมาก สิ่งที่เราเห็นทุกเมื่อเชื่อวันถ้าท่านดูโทรทัศน์ ท่านจะเห็นภาพที่มัน เหมือนฉายซ้ำ พ่อฆ่าแม่ แม่ฆ่าลูก ผัวฆ่าเมีย มีสถิตินะคะ เพราะฉะนั้นทำไมมันถึงเกิด เหตุการณ์เช่นนี้บ่อยเหลือเกิน กฎหมายที่เราออกมานั้นมันใช้ได้ขนาดไหน ทั้งผู้ถูกกระทำ และผู้กระทำ ความรุนแรงในสังคมที่ดิฉันได้นำเสนอญัตติไปนี้ มันไม่ใช่เกิดแต่ในประเทศไทย ต่างประเทศเขาเกิดความรุนแรงนี้เช่นกัน จนองค์กรระหว่างประเทศ หรือองค์การอนามัยโลก ก็ได้รณรงค์และให้ทุกประเทศได้ยุติเรื่องเหล่านี้ เพราะมันเป็นเรื่องของทรัพยากรมนุษย์ เป็นเรื่องของคนที่จะอยู่ในสังคมร่วมกัน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนจะต้องเติบโตขึ้นมา เพื่อดูแลบ้านเมืองสืบต่อจากพวกเรา เพราะฉะนั้นจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยกันทำให้เรื่องนี้ มันลดลงสำหรับปัญหาที่พบบ่อย ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ด้อยโอกาส พวกสตรี เด็ก เยาวชน คนพิการ ออทิสติก (Autistic) พิการซ้ำซ้อน คนไร้ที่พึ่ง คนไร้บ้าน ประมาณนั้นนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านดูที่จอว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในแต่ละปี ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ จนถึงปี ๒๕๕๐ ที่เป็นเด็กถูกกระทำความรุนแรง สตรีถูกกระทำความรุนแรง เด็กและสตรีถูกกระทำความรุนแรง เฉลี่ยการถูกทำร้ายรายวันค่ะท่านประธาน นี่ตัวเลข ท่านดูเอาเองก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปค่ะ แม้ว่าผู้หญิงก็จะรณรงค์ เพราะว่าผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรง โดยมากจะเป็นผู้หญิง เด็ก เยาวชน คนด้อยโอกาส คนอ่อนแอก็จะมีการรณรงค์กันเสมอในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่ลดความรุนแรงในเด็กและสตรี และวันที่ ๒๕ ตุลาคมก็เป็นวันของผู้หญิง ในชนบท ทีนี้ตารางจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ท่านดูนะคะ จำแนกตาม ประเภทเหตุการณ์ ก็จะมีกักขังหน่วงเหนี่ยวการละเลยทอดทิ้ง การข่มขืน ดุด่าดูถูก ทำร้าย ร่างกาย ล่อลวง หยาบคาย ตะคอก ประจานขู่บังคับ อนาจาร และอื่น ๆ ท่านดูตัวเลข ความรุนแรงแบ่งเป็น ๓ อย่าง ก็คือ ๑. ความรุนแรงทางร่างกาย ๒. ความรุนแรงทางด้าน จิตใจ และความรุนแรงทางเพศ ซึ่งความรุนแรงทางเพศนี้จะเยอะที่สุดมากที่สุด มากขึ้น ๆ ทั้งจำนวนเหตุการณ์และความรุนแรงทั้งวิธีการความประหลาดพิสดารในการทำร้ายกัน เช่น ฆ่าแล้วก็ยัดตู้เย็น ตัดแบ่งศพเอาไปทิ้ง หรือใช้ซีเมนต์ หรือเหมือนอย่างนายที่ดิฉันอภิปรายไป เมื่อสักครู่ที่ว่าฆาตกร ๕ ศพ เขาบอกว่าเขามีความสุขมาก เมื่อเห็นผู้หญิงที่ถูกเขารัดคอ ดิ้นทุรนทุรายก่อนที่จะตายไป เพราะฉะนั้นความหลากหลายทั้งวิธีการและจำนวนเหตุการณ์ เยอะขึ้น อย่างเช่นในภาพขอตารางต่อไปนะคะ ผลการสำรวจความรุนแรงต่อผู้หญิงโดยตรง ขององค์การอนามัยโลก ท่านดูนะคะ ๑ วันนี้ประมาณ ๗ คน แล้วก็มีประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน ต่อปี คือสถิติผู้หญิงที่แจ้งความร้องทุกข์ ที่ไม่แจ้งความร้องทุกข์เยอะกว่านี้ เยอะมากเลย ไม่แจ้งความ ไม่ร้องทุกข์ ไม่พูด ไม่กล่าว เพราะ ๑. ไม่มีความเชื่อมั่น ๒. ไม่รู้จะทำอย่างไร ๓. กลัวถูกข่มขู่ ๔. อาย เพราะว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับวัฒนธรรมไทยประเพณีไทย เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นเรื่องว่าภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ใต้ที่มันโผล่นิดเดียวแต่อยู่ข้างล่างมันเยอะมาก สถานการณ์ความรุนแรงทางเพศดูช่วงอายุค่ะ เด็กและเยาวชนมากที่สุดเลยค่ะท่านประธาน อายุ ๕-๒๐ ปี ๖๐ กว่าเกือบ ๖๑ เปอร์เซ็นต์ รองลงมาก็จะเป็นคนอายุ ๔๑-๖๐ ปี ประมาณ ๓๐.๙ เปอร์เซ็นต์ อายุมากที่สุด ๙๐ ปี ยังถูกกระทำชำเรานะคะ อายุน้อยที่สุด ๕ ขวบ แต่มูลนิธิเด็กและสตรีก็มีข้อมูลว่า เด็ก ๑ ปีกับ ๖ เดือน
คุณผ่องศรี สรุปพอประมาณนะครับ ไม่ต้องละเอียดมากนักเพราะมันซ้ำกัน
ได้ค่ะท่านประธาน ขอแผ่นต่อไปด้วยค่ะ อย่างรวดเร็วนะคะท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ญัตติดิฉันเป็นความรุนแรงทุกรูปแบบ ในสังคมเลย จริง ๆ แล้วต้องได้เวลาเยอะกว่าเพื่อน เพราะว่ามันเป็นเหมือนมุ้งใหญ่ มันเป็นสโคป (Scope) ใหญ่ แต่ไม่เป็นอะไรค่ะขออีกนิดเดียว ผลกระทบต่อผู้ถูกกระทำ ผู้ถูกกระทำท่านดูเอา ก็แล้วกัน ทีนี้ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงก็มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีอารมณ์ทางเพศ การใช้สารเสพติด ต้องการชิงทรัพย์ ขอภาพต่อไป อันนี้เป็นสถิติ เดี๋ยวขออภิปรายต่ออีกนิดหนึ่ง พฤติกรรมของผู้ชายที่ใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง ๘๕ เปอร์เซ็นต์เลยค่ะท่านผู้ชาย ด่าทอ เหยียดเพศ ทุบตีทำร้าย ๒. ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เสพสารเสพติด สูบบุหรี่ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ผู้หญิงอยากหย่าแต่ไม่ยอมหย่า ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ผู้ชายที่ทำงานแอบส่องภาพ ผู้หญิงแต่งตัวหวิว ๒๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เจอเพื่อนร่วมงาน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเชื่อ อย่างนี้นะคะ ปัญหาทุกปัญหาแก้ได้ถ้าเราจะแก้ ปัญหาความรุนแรงมันเพิ่มขึ้นทั้งขนาด และปริมาณ ความหลากหลาย ความน่ากลัว เพราะฉะนั้นถ้าเรามาช่วยกันให้สภาแห่งนี้ ช่วยกันศึกษาหาวิธีการโดยดิฉันเชื่อว่าในหัวอกของความเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นสามี เป็นภรรยา เป็นปู่ เป็นย่า เรามีความรู้สึกร่วมกันว่าทุกครั้งที่เราเห็นเหตุการณ์คนถูกฆ่าด้วยวิธีการที่ แปลกประหลาด โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชนเรารู้สึกหดหู่ และขณะเดียวกันเรารู้สึกว่า เราไม่ปลอดภัยในสังคมนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ช่วยกันตรงนี้แล้วเราก็ไม่รู้จะเป็น ส.ส. ไปได้ อย่างไรนะคะ ขอโทษอีกนิดหนึ่งผู้หญิงใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ขอพูดถึงท่านเหล่านั้นด้วย ต้องแสดงความเห็นใจเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ทำให้ผู้หญิงเป็นหม้าย เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เยอะแยะมากเลย นั่นคือสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องกลับมาพิจารณากัน การสูญเสียของผู้หญิงในแต่ละปี ที่ประมาณ ๑,๘๒๕ คนต่อเรื่องเหล่านี้เราจะต้องเอามาพูดคุยกันและหาวิธีแก้ปัญหา ดิฉันเชื่อ ถ้ารัฐบาลตั้งใจจะทำเรื่องเหล่านี้โดยเพ่งพิศพิจารณาไปตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน เช่น ฆาตกรที่ฆ่ามา ๕ ศพ เขามีพฤติกรรมตั้งแต่เล็ก ๆ ญาติเขารู้ ในโรงเรียนเขาก็ขโมยของครู แต่ถ้าเราได้ดูแลเขาตั้งแต่เบื้องต้น ตั้งแต่อยู่บ้านและในโรงเรียน คน ๆ นี้อาจจะไม่เติบโตมา แบบต้องมาฆ่าคนอีก ๖ คน เขาอาจจะเป็นคนดีเหมือนคนอื่น ๆ เพราะฉะนั้นเราละเลยกัน หรือเปล่า สังคมเรากำลังมองข้ามสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า สังคมเราปล่อยให้เป็นเรื่องของใคร เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องใส่ใจ กระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องมาดูอย่างจริงจังเลย ครอบครัว ทุกครอบครัวต้องหันมาดูเรื่องนี้ ชุมชนต้องดู อย่าปล่อยว่าเรื่องในครอบครัว ความรุนแรง ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของครอบครัวเราไม่เกี่ยว ไม่ได้ค่ะ มันไม่ได้แล้ว มี พ.ร.บ. ออกมาแล้ว ทุกคนต้องช่วยกัน เพื่อความสงบสุขของสังคม ของพี่น้องเรา ของประชาชนของเรา กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ล้วนแต่เป็น เรื่องที่เป็นความเป็นจริงของสังคมที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ เป็นเรื่องที่มีประโยชน์มาก ฟังแต่เรื่อง ความรุนแรงตั้งแต่เช้าจวนจะบ่ายแล้วค่อนข้างจะมึน รู้สึกมึน ๆ ลำดับต่อไป
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายนิรามาน สุไลมาน เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านนิรามาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิรามาน สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ต้องกราบขออภัยสำหรับเสียงที่วันนี้อาจจะเป็นเสียงที่เหมือนร็อด สจ๊วต เสียงแหบ เนื่องจากว่าผมเป็นหวัดลงคอ แต่ว่าเป็นความตั้งใจที่จะหาโอกาสได้มีเวลาสื่อสาร กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติและพี่น้องประชาชนทางบ้าน ท่านประธานครับ ในพรรคอนาคตใหม่ ของเรามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกือบ ๑๐๐ ชีวิต กว่าที่ผมจะมีโอกาสหมุนเวียนมา อภิปรายก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมีโอกาสได้ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นผมต้องพยายามใช้เวลานี้สื่อสาร สะท้อนปัญหาบางอย่างให้ที่ประชุมรัฐสภานี้ได้รับฟังสิ่งที่มีประโยชน์ ในญัตติที่ผมเสนอมา เป็นญัตติที่เรามองว่ามันมีความจำเป็นที่จะต้องช่วยกันหาทางสกัดกั้นมิให้ปัญหาความรุนแรง การใช้ดุลพินิจในการใช้กฎหมายภายใต้กฎหมายพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภายใต้กฎหมาย พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ร.บ. กฎอัยการศึก และ พ.ร.บ. ความมั่นคง ทั้ง ๆ ที่ เรามีกฎหมายหลักคือกฎหมายอาญาอยู่แล้วเรายังไม่สามารถที่จะประสิทธิ์ประสาท ความยุติธรรมให้กับสังคม โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เลย ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านและที่ผมได้เข้ามานั่งฟังได้ทันคือท่านกมลศักดิ์ ท่านอันวาร์ สาและ แล้วท่านสุดท้ายท่านอาจารย์เมื่อสักครู่นี้ผมจำชื่อไม่ได้ท่านสุภาพสตรี ท่านอาจารย์ ผ่องศรีได้พูดถึงเรื่องการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะความรุนแรงทางเพศ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถาบันครอบครัว ท่านประธานครับ นี่คือผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้น ในสังคมปัจจุบันจะเป็นเพราะอะไรนี่ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านคงทราบและตระหนักดี เรากำลัง อยู่กับความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นในเวลาปัจจุบันนะครับ ปัญหาของการใช้อำนาจภายใต้ กรอบกฎหมายทำไมจึงเกิดการละเมิด ทำไมจึงเกิดการฝ่าฝืน ทั้ง ๆ ที่วิธีการออกแบบ กฎหมายฝ่ายผู้ออกกฎหมายก็พยายามระมัดระวังที่จะสร้างกรอบการทำงาน การดำเนินการ ของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดครับ แต่อย่างไรก็ตามมนุษย์เป็นผู้ที่ชาญฉลาด ย่อมหาช่องว่างในการหาประโยชน์เข้าตัวภายใต้คำว่า ช่องว่างแห่งอำนาจที่เป็นดุลพินิจ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาที่จะกล่าวโยงถึงสิ่งที่ท่าน ส.ส. โดยเฉพาะ ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านผมได้กล่าวได้พูดในหลาย ๆ เคส (Case) หลาย ๆ กรณี ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในมิติของความมั่นคงจากเคส (Case) จากกรณีต่อกรณีนับแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันมันส่อสะท้อนให้เห็นว่าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมคิดว่า ณ เวลานี้ทางท่าน นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำกองทัพ ผู้นำเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ รวมทั้ง ตำรวจต้องให้ความสำคัญ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดว่าจะทำให้ประเทศของเรา สามารถก้าวเดินได้อย่างมั่นคงภายใต้นโยบาย ๔.๐ แต่ถ้าเรามองผลสัมฤทธิ์ที่ออกมาจาก การใช้กฎหมายพิเศษเหล่านี้ ผมว่ามันยังห่างไกลที่จะถึงแค่ ๒ นะครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้มี การทบทวนพิจารณาดำเนินการและตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาสิ่งที่มันกระทบ ต่อการใช้กฎหมายต่าง ๆ ที่มีผลต่อสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ในอดีตจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจังหวัดที่มีความสงบ มีความอุดมสมบูรณ์ ของทรัพยากรธรรมชาติอย่างยิ่ง ข้าราชการที่มีโอกาสได้ทำงานในการรับราชการภายใต้ การเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถ้าทำงานจนถึงเกษียณอายุอย่างน้อยที่สุด ก็ประมาณร่วม ๆ ๔๐ ปี ถ้าท่านมีโอกาสได้แวะเวียนทำงานจากภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เมื่อท่านลงมาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านก็จะเห็นว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด อาจจะรวม ๔ อำเภอด้วยเป็นพื้นที่ที่มีความสงบ ประชาชนชาวไทยมุสลิม โดยหลักการ โดยส่วนใหญ่ยึดมั่นในหลักการทางศาสนา มีสัจจะวาจาไม่ละเมิด ไม่เอารัดเอาเปรียบนี่คือ หลักการ สิ่งที่ผมอยากจะช่วยขยายเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน ผมในฐานะที่เป็น กรรมาธิการทหารด้วยเรามีโอกาสได้คุยเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่ รัฐในกรรมาธิการทหารหลาย ๆ ครั้ง ซึ่งเราก็พยายามช่วยกันคลี่คลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน ซึ่งผู้บังคับบัญชาแต่ละฝ่ายก็ได้ให้ความสำคัญเข้ามาดูแลนี่คือเรื่องที่เป็นมิติความมั่นคง ที่กำลังพัฒนาก้าวหน้าไปตามลำดับขั้นตอน ซึ่งเราอยากจะเห็นมิติของการทำงานร่วมกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนภาคประชาสังคมสามารถทำงานได้อย่างมีเอกภาพ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้พระราชบัญญัติ ศอ.บต. เรามีของดีเยอะ สิ่งที่ผมมองเห็น จากแนวนโยบายในการใช้มาตรการต่าง ๆ จากภาครัฐเราได้มองเห็นว่าส่วนราชการ โดยเฉพาะกองทัพควรจะต้องรับฟัง ต้องให้ความสำคัญต่อเสียงสะท้อนของภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานจากองค์กรต่าง ๆ องค์กรปกครองท้องถิ่น องค์กรทางศาสนา รวมถึง ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาสังคมทั้งหมด ภายใต้มาตราที่เกี่ยวกับสภาที่ปรึกษา ของ ศอ.บต. แต่เดิมเป็นสิ่งที่ได้รับการให้ความสำคัญจนกระทั่งล่าสุดทางรัฐบาลเองก็เริ่มเห็น ความสำคัญในเรื่องนี้แล้วตระหนักเข้าใจว่าการยกเรื่องสภาที่ปรึกษาของ ศอ.บต. เป็นเรื่องที่ จะช่วยในการคลี่คลาย ช่วยในการเป็นเข็มทิศชี้ทางในการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านประธานครับ สภาที่ปรึกษา ศอ.บต. ทำไมผมถึงต้องยกขึ้นมาพูดในเรื่องนี้ เพราะว่า ในอดีตเราสามารถใช้องค์กรนี้ในการแก้ปัญหา ในการรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน และแก้ไขได้ทันท่วงทีทันเวลาแต่วันนี้สภาที่ปรึกษา ศอ.บต. ยังไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอเพื่อเป็นประเด็นในการพิจารณาร่วมกันก็คือว่าจากนี้ไปถ้าท่าน สามารถที่จะสร้างสภาที่ปรึกษาของ ศอ.บต. เป็นบอร์ด (Board) หลัก เป็นองค์กรหลักในการ ร่วมคิดร่วมตัดสินใจ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเราในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เราจะสามารถ คลี่คลายปัญหาได้อย่างรวดเร็ว อำนาจในการตัดสินใจจะต้องมีร่วมกัน นี่คือสิ่งที่เราอยากเห็น แล้วก็การได้มาซึ่งสภาที่ปรึกษา ศอ.บต. ผมอยากจะเห็นการได้มาที่ไม่มีการวิ่งเต้น โปร่งใส เราได้บุคคลจากตัวแทนทุกภาคส่วนเข้ามานั่งทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ให้กับรัฐบาลได้แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและตรงประเด็นที่สุด ผมฝากเรื่องนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ ในความรู้สึกความเข้าใจของพี่น้องประชาชนทัศนคติความรู้สึก ต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐยังติดลบมาก ยังเป็นเรื่องที่ประชาชน ผมคิดว่ายิ่งทางภาครัฐ ทางกองทัพมีมาตรการที่รุกมากขึ้นเท่าไรผมยังไม่เชื่อ ผมใช้คำนี้ เพราะว่าสิ่งที่เราสัมผัส ได้จากความรู้สึกของพี่น้องประชาชนเขาไม่ศรัทธา เขาไม่เชื่อมั่นว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านั้น ของภาครัฐจะเป็นมาตรการที่จริงใจและจริงจังนะครับ ทำไมจึงเป็นอย่างนั้นครับท่านประธาน ผมใช้เวลามาประมาณ ๙ นาทีแล้วใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่อยากจะบอกสื่อสารไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผู้นำกองทัพและผู้นำ ทุกเหล่าทัพก็คือว่าท่านลองพิจารณาดูถึงสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลปัจจุบัน ท่านได้มีดำริต่อสังคม ต่อพี่น้องชาวไทยมุสลิม ในหลวง ร. ๙ ท่านได้ทรง กำชับหลายต่อหลายเรื่อง และท่านได้ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างมัสยิดให้กับ พี่น้องชาวไทยมุสลิมหลายแห่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร. ๙ ท่านสละพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ให้จุฬาราชมนตรีได้แปลคัมภีร์อัลกุรอานแจกจ่ายแก่พี่น้องประชาชนไทย ทั้งชาวไทยมุสลิมและชาวไทยศาสนาอื่น ๆ เพื่อความเข้าใจร่วมกันของพี่น้องประชาชนชาวไทย เหล่านี้คือสิ่งที่มันเป็นหลักหมุดหรือฐานสำคัญในการขับเคลื่อนในมิติความมั่นคงของสังคม เมื่อประชาชนเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกันภายใต้บริบทของความเชื่อมั่นในแนวทาง ของศาสนา สิ่งเหลวไหลต่าง ๆ มันจะไม่เกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร. ๑๐ ของ เราท่านก็ทรงเน้นย้ำว่าศาสนาเป็นกุญแจในการแก้ปัญหา ถ้าไม่ใช้ศาสนานำ การใช้ดุลพินิจ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชนมันจะหมิ่นเหม่มาก มันจะเชื่ออารมณ์ของความชั่วร้าย ที่คอยเป่ากระซิบ เช่นกรณีที่ท่านกมลศักดิ์พูดเมื่อสักครู่นี้ ข้าจะฆ่าพวกมุสลิมอะไรอย่างนี้ ที่ปรากฏอยู่ในเฟซ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น มันมีความพยายามที่จะเสี้ยมให้บุคคล ๒ อัตลักษณ์ มีความเข้าใจผิด มีความพยายามที่จะทำให้เกิดความร้าวฉานในระหว่างชาวไทยพุทธกับ ชาวไทยมุสลิม ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบันนี้
สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนและนำเสนอไปยังสภาผู้แทนราษฎร อันทรงเกียรติแห่งนี้และผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและทางกองทัพ เราจะหยุดยั้ง ความพยายามในการทำลายล้างซึ่งกันและกันได้อย่างไร จะทำอย่างไรให้ทัศนคติความเชื่อ ระหว่างชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิมเป็นไปอย่างแต่ก่อน ซึ่งทุกวันนี้การเกาะกลุ่มการทำ กิจกรรมร่วมกันของพี่น้องชาวไทยมุสลิมและชาวไทยพุทธมันกำลังดำเนินไปในมิติที่มี การพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่ว่าเราจะหยุดยั้งบุคคลที่มีทัศนคติลบไม่ว่าจะ อยู่ในคราบของเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชนอย่างไร ที่ออกมาขับเคลื่อนแสดงตนแสดงตัว เพื่อเติมเชื้อเพลิงในความร้าวฉานของความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างพี่น้องชาวไทยด้วยกัน ผมฝากประเด็นนี้ด้วยนะครับ ผมอยากขอสไลด์ (Slide) หน่อยครับท่านประธาน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นี่คือภาพที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน มานี้นะครับ ส่อแสดงถึงบรรยายให้เห็นความรู้สึกว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่น่ากลัว เหลือเกินไม่ควรจะไปเที่ยว ไม่ควรจะไปลงทุนนะครับ นี่คือสิ่งที่มันอธิบาย บรรยายไปทั่วโลกว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจังหวัดที่มีปัญหา มีการต่อต้าน มีการก่อการร้าย มีความรุนแรง แทบจะไม่ได้หยุดแม้แต่ละวันเลย ภาพต่อไปเห็นไหมครับ การเดินทางสัญจรของพี่น้อง ประชาชนจะไปไหนมาไหนก็แสนยากลำบากครับ บางทีในช่วงพีก เอาเออร์ (Peak hour) ในช่วงเทศกาลนี่ครับ เลน ๒ เลน ที่ควรจะปล่อยให้ผ่านได้อย่างสบายครับ ถ้ามีรถต้องสงสัย หรือมีสายข่าวมาว่ารถคันนั้น เบอร์นั้นมีความน่าสงสัยก็สามารถเรียกหยุด เชิญหยุดได้ ผมอยากจะเสนอขอทางกองทัพว่าเปิดเป็น ๒ เลน ทั้ง ๔ เลน ๒ ด้าน ท่านเปิดโฟลว์ (Flow) ไปเลย เมื่อมีกรณีต้องสงสัยเลนใดท่านก็เชิญเข้าเลนขวา ถ้าทางขวา ถ้าเลนซ้ายก็เข้าทางซ้าย อย่าไปบล็อก (Block) แค่เลนเดียว มันจะสร้างปัญหาและอุปสรรคให้กับประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งไม่รู้ไม่เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นในมิติทางความมั่นคง ความสะดวกสบาย ควรจะอำนวย ความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด เรามีเจ้าหน้าที่เรือนหมื่น หลายหมื่นด้วย รวมเบ็ดเสร็จทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ทหาร ผมว่า ๖๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ นี่คือภาพที่ทำให้พวกเราพี่น้องประชาชนที่อยู่ในจังหวัดอื่น ๆ ส่วนอื่นของ ประเทศไม่กล้าลงมาเที่ยวจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกว่าพวกเราที่อยู่ในจังหวัดพื้นที่ จะรับรองว่าไม่มีอะไรหรอก
สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ นี่คือปัญหายาเสพติด ซึ่งผมก็เกรงใจที่จะบอก เพื่อที่จะคุยกับทางกองทัพว่าจริง ๆ แล้วปัญหายาเสพติดไม่ได้ราบคาบ ไม่ได้ลดลงอย่างที่ ทางกองทัพพยายามที่จะบอกว่าได้ควบคุมพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดได้อยู่มือ แล้วจริง ๆ ผมว่าไม่ใช่ เพราะอะไรครับท่านประธาน ในพื้นที่เมืองใหญ่ทั้งจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ชาวบ้านเด็ก ๆ สามารถไปหายาเสพติดมาได้โดยไม่ยากเลย จริง ๆ แล้ววงในก็รู้ว่ายาเสพติดจะหาจากที่ไหน อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เรามีด่านเต็มบ้านเต็มเมือง ทั้ง ๆ ที่เรามีเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเยอะแยะ ผมก็ยังสงสัย ประชาชนก็ยังสงสัยว่าเกิดอะไร ขึ้นยาเสพติดยังแพร่ระบาด ก็ฝากเป็นการบ้านเป็นโจทย์ข้อใหญ่ว่าถ้าเรามีมาตรการที่จริงใจ แก้ปัญหาเรื่องความไม่สงบ เน้นเรื่องการแก้ไขในการสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ และการศึกษา ผมเชื่อว่าปัญหายาเสพติดจะลดลงได้ และที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด มีเบาะแสมีข้อบ่งชี้ค่อนข้างเยอะและค่อนข้างมีน้ำหนักว่าเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนบางกลุ่ม เข้าไปพัวพัน
ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ท่านครับหลังจากที่ท่านเห็นภาพที่สะเทือนใจ ทั้ง ๓-๔ ภาพที่ผ่านมา ท่านมาดูภาพนี้สิครับ พระสงฆ์องค์เจ้าท่านอยู่บนรถปั่นสามล้อ โดยที่ผู้ปั่นสามล้อคือพี่น้องชาวไทยมุสลิม ซึ่งปั่นสามล้อมาตั้งแต่หนุ่มจนกระทั่งอายุมาก ขนาดนี้แล้ว ผมก็เคยคุยเรื่องนี้กับทางเทศบาลเมืองปัตตานีบอกว่าช่วยหางบประมาณ มาเสริม มาสร้าง มาบูรณะสามล้อ และมีเงินสวัสดิการให้กับพี่น้องสามล้อเหล่านี้บ้างได้ไหม เพราะว่านี่คือมรดกของจังหวัดปัตตานีที่มีการโดยสารโดยใช้สามล้อเป็นพาหนะ และนี่คือ ภาพบรรยากาศที่เกิดขึ้นตลอดเวลาระหว่างชาวไทยพุทธกับชาวไทยมุสลิมที่มีความเอื้ออาทร ต่อกัน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ท่านครับนี่คือแบบอย่าง พระท่านกำลัง
ท่านนิรามาน สรุปด้วยครับ ผมว่าภาพก็อธิบายได้พอสมควรแล้ว
ท่านประธานคืออย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้วประเด็นปัญหาหนัก ๆ เคส (Case) ต่าง ๆ ส.ส. หลายท่านได้พูดมาหมดแล้ว ผมจะพูดอีกมุมหนึ่งซึ่งมันเป็นมิติของความเข้าใจและผูกพันในวัฒนธรรม ในความแตกต่าง ทางพหุวัฒนธรรม ซึ่งจริง ๆ แล้วเรารักใคร่กลมเกลียว ท่านดูภาพพระสงฆ์ท่านเป็นลมล้มลง เดินบิณฑบาตอยู่ในหมู่บ้าน พอพี่น้องมุสลิมเห็นปั๊บรีบเข้ามาประคองมาดูแลเยียวยา ปฐมพยาบาลท่าน ภาพเหล่านี้ไม่ถูกตีแผ่ ไม่ถูกขยายผล นี่คือสิ่งที่พวกเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไม เราจะต้องนำเสนอสื่อที่มันเป็นเรื่องความรุนแรง สื่อที่มันขยายความร้าวฉานระหว่าง ๒ อัตลักษณ์ ทำไมเราไม่ทำแบบนี้ภาพแห่งความสวยงาม เราโปรโมต (Promote) สิครับ และช่องทางที่จะนำไปสู่ความร้าวฉานของสังคมพยายามหยุดมันได้ไหม เนื้อที่ข่าว ร้อยเปอร์เซ็นต์ในแต่ละวันเราควรจะแบ่งพื้นที่ แบ่งโควตาข่าวกัน ข่าวที่ดูแล้วหดหู่ดูแล้ว เสียความรู้สึก ดูแล้วทำให้เราเกิดจิตตก ข่าวเหล่านั้นควรจะถูกแซงก์ชัน (Sanction) แทรกแซง ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องราวอีกเยอะ เพราะว่าผมได้คุยกับพี่น้องประชาชน ผมลงไป ในพื้นที่ก็ได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องทุกฝ่าย สิ่งที่เราพบเห็น สิ่งที่เราได้สัมผัสกับความรู้สึก ของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเรียกว่า ทัศนคติของกองทัพจากคนที่เป็นฝ่าย เสนาธิการ ฝ่ายวิชาการของกองทัพที่พยายามเขียนอะไรบางอย่าง พยายามสรุปอะไร บางอย่างที่ทำให้พวกเราไม่สบายใจ ท่านประธานครับ ข้อสรุปเหล่านั้นอันหนึ่งที่ทำให้ผม ไม่สบายใจมากก็คือว่าปอเนาะ ตาดีกาเป็นสถานที่บ่มเพาะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดครับ เป็นสถานที่ บ่มเพาะผู้ก่อการร้าย ท่านประธานครับ มันสะเทือนนะครับ ในขณะที่คำสอนของปอเนาะ และตาดีกาเป็นการพูดถึงเรื่องการทำให้เด็กและเยาวชนยึดมั่นในหลักคุณธรรมความดี ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมอยากให้พี่น้องประชาชนชาวไทยหรือแม้กระทั่งท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ทั้งหลายถ้าท่านมีโอกาสผมอยากให้ท่านลองหาคัมภีร์อัลกุรอานฉบับแปลภาษาไทย และมาอ่านตั้งแต่อักษรตัวที่ ๑ จนกระทั่งอักษรตัวสุดท้าย ท่านจะมีโอกาสได้สัมผัส และเห็นสัจจธรรมของศาสนาอิสลามว่าไม่มีตรงไหนเลยที่เราพูดถึงความรุนแรง นอกจาก การป้องกันตัวเมื่อจำเป็นเท่านั้นเอง ในศาสนาอิสลามนั้นเป็นศาสนาแห่งความสันติต้องการ เน้นสร้างบุคคลในสังคมให้ยึดมั่นในหลักการคุณธรรมอย่างที่ท่าน ส.ส. ผ่องศรีได้พูดถึงปัญหา ที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนี้คือผู้คนในสังคมเมินเฉยต่อความดีงาม และเราก็ปล่อยปละละเลย ให้สิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นในสังคมมากมาย สิ่งกระตุ้นเกี่ยวกับเรื่องความรู้สึกทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นซีดี (CD) ก็ดี สื่อที่มาจากอินเทอร์เน็ตก็ดี สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่กระตุ้น ทำให้เยาวชนหรือผู้คนในสังคมมีพฤติกรรมโน้มไปในทางที่ถูกกระตุ้น แอลกอฮอล์ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ที่มีความสำคัญมาก ผมก็ไม่เข้าใจว่าหลักศีล ๕ ของพุทธศาสนาซึ่งเป็นหลักที่ดีมาก เน้นเรื่องการไม่ให้ชาวไทยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องสุราเมรัย แต่ว่าวันนี้ท่านครับ เรากลับมีการ โปรโมต (Promote) ในเรื่องการให้เสพสุรากันอย่างกว้างขวาง ไม่มีข้อจำกัดเลยนะครับ ในขณะที่เราสูบบุหรี่ก็กระทบเพียงแค่นี้คนที่อยู่ข้าง ๆ แต่สุราพอเมาปั๊บขับรถชนระเนระนาด ตายกันเกลื่อนกลาด บาดเจ็บพิการ นั่นรุนแรงมาก เราโดนแผลบาดที่นิ้วมือนิดเดียวกว่าจะหาย เป็นสัปดาห์ และเวลาเราโดนอุบัติเหตุที่มันรุนแรง ขาขาด แขนขาด หลังหัก ท่านครับ มันใช้เวลาเยียวยานาน เป็นความสูญเสียของชาติมหาศาล ท่านประธานผมเหลือเวลาอีก ประมาณเท่าไรครับ ผมดูในจอผมใช้ไปแล้วประมาณ ๒๐ นาทีใช่หรือไม่ครับท่านประธาน
ตอนนี้ท่านใช้ เกือบ ๒๑ นาที ๕๖ วินาที จะ ๒๒ นาทีแล้วนะครับ
ผมมีเยอะ ผมขอท่านอีกหน่อย ผมขอใช้อีกนิดเดียวนะครับ ขอแค่ครึ่งชั่วโมง
คืออย่างนี้ มันมีหลายญัตติที่มีเนื้อหาอันเดียวกัน
ผมจะสรุปแล้วครับท่าน
ท่านสมาชิก ก็นำเสนอซ้ำ ๆ กันอยู่ เราไม่จำเป็นต้องไปพูดทุกประเด็นหรอกครับ เพราะว่าสมาชิกท่านอื่น ก็จะนำเสนออยู่แล้ว
ท่านประธานผมนาน ๆ จะพูด ทีนะครับ ขอเวลาท่านอีกสัก ๑๐ นาที
สรุปนะครับ
ผมจะสรุปแล้วครับ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ว่าปอเนาะ ตาดีกาเป็นแหล่งบ่มเพาะท่านมาดูตรงนี้ วันก่อนนี้ผมไปกับ ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน ท่านพลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ในฐานะ ประธานกรรมาธิการการทหาร ท่านเกรียงศักดิ์ ท่านอิสสระ สมชัย ท่านประเสริฐ อีกหลายท่านในพรรคผมก็มีท่านเกษมสันต์ ท่านมงคลกิตติ์อีกคน ผมลืมกล่าวนามท่าน เราได้ไปดูโรงเรียนสาธิตอิสลามที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ท่านจำลองโมเดล (Model) ของการใช้การบูรณาการระหว่างความเป็นเลิศทางวิชาการ กับศาสนา ปรากฏว่าใช้หลักเรื่องความสัมฤทธิ์ผลในนักเรียน ขีดความสามารถทางการศึกษา บวกการกีฬา ใช้เรื่องคุณธรรมเข้าไปขัดเกลา ผลสัมฤทธิ์ออกมาคือเด็กที่จบมาจากโรงเรียน สาธิตอิสลามสามารถสอบเข้าแพทย์ วิศวะ และคณะอื่น ๆ ระดับควีน (Queen) ของประเทศ มากมาย นี่คือสิ่งที่พวกเราได้พูดคุยกับทางผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยว่า เราอยากจะเห็นโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเป็นโมเดล (Model) ในการพัฒนา ในการสร้าง วางฐานให้กับโรงเรียนปอเนาะ ตาดีกา และโรงเรียน สช. เพราะในหลักสูตรของโรงเรียนสาธิต ไม่มีตรงไหนเลยที่จะเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างเด็กไปสู่ กระบวนการก่อการร้ายไม่มี ถ้ารัฐบาลทางกองทัพเข้าใจเรื่องนี้ ผมอยากให้ท่าน ให้ความสำคัญเกี่ยวกับโมเดล (Model) ของโรงเรียนสาธิตอิสลามที่มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ย้อนไปเมื่อ ๕๐ ปี ที่แล้ว เรามีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์แห่งแรกของภาคใต้ ปรัชญาในการตั้ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ณ เวลานั้นเราต้องการจะใช้มหาวิทยาลัยเป็นกุญแจในการแก้ปัญหาสร้างการศึกษาให้กับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดไม่สามารถ สื่อสารด้วยภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว ปรัชญาวันนั้นถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปไหน ไม่ย้ายสงขลานครินทร์ที่เป็นแม่จากจังหวัดปัตตานีไปอยู่ที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เราจะได้ บุคลากรของพื้นที่อีกมากมาย ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากให้ทางรัฐสภา ได้เห็นความสำคัญถึงมิติในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการศึกษา ผมมีโอกาสได้คุยกับ อาจารย์กนกจากพรรคประชาธิปัตย์ เราได้คุยเรื่องนี้เพราะท่านเป็นตัวตั้งตัวตีในการทำเรื่อง การศึกษาโรงเรียนสาธิตอิสลาม เพราะฉะนั้นถึงแม้จะอยู่ต่างพรรคกัน แต่เราก็มีความร่วมมือ ต่อกัน ผมอยากจะให้ทางกองทัพได้ให้ความสำคัญและลงมาดูแลในเรื่องนี้เป็นพิเศษ สิ่งที่มันเกิดขึ้น ณ เวลานี้คืออะไรท่านทราบไหมครับ งบประมาณในการจ้างครูอาจารย์ของ โรงเรียนสาธิตอิสลามถูกตัดเหี้ยนเลยครับ ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งดี ๆ อย่างนี้ ท่านไปตัดทำไม ในขณะที่งบลับในการหาข่าวเกือบพันล้านบาทซึ่งไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปได้ และไม่สามารถพิสูจน์ถึงผลสัมฤทธิ์ว่าสามารถใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกตั้งขึ้นมา เพื่อให้ทางกองทัพได้ดำเนินการ อันนี้คือความน่าเสียดายต่องบประมาณที่ถูกใช้ไปมาก ขนาดนั้น ในทางกลับกันถ้าท่านเอาเงินเหล่านั้นมาทุ่มเทให้กับการศึกษาโดยการพัฒนาคน สร้างเศรษฐกิจของชาติให้ดีขึ้น สร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ให้ดีขึ้น นี่คือสิ่งที่จะตอบโจทย์ ผมมีเวลาอีกประมาณ ๕ นาที ผมจะพยายามใช้เวลาเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ ท่านประธานครับ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากให้ทางรัฐบาลได้เห็นความสำคัญในการวางมาตรการ แก้ปัญหา มันจะลดปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ลง ไปเน้นทุ่มเท ด้านเศรษฐกิจ เน้นทุ่มเทด้านการศึกษา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เรามีโครงการใหญ่ ๆ เป็นเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) เช่น โครงการนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลแล้วก็ การสร้างงานต่าง ๆ อีกมากมาย เราเคยมีสนามบินพาณิชย์ที่ดีที่สุดชื่อสนามบินบ่อทอง ซึ่งมีพื้นที่รันเวย์ (Runway) อาจจะสั้น เราสามารถต่อได้และจะทำให้พี่น้องจังหวัดชายแดน ภาคใต้ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงหาดใหญ่ และเป็นการจุดประกายการเดินทางท่องเที่ยว สู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากให้ทางกองทัพ โดยเฉพาะกองทัพอากาศลองพิจารณา ปัดฝุ่นเรื่องสนามบินบ่อทองดูเพราะว่าวันนี้มันมีสนามบินที่เป็นตัวตอบโจทย์ให้กับพี่น้อง ที่จะเดินทางสัญจรมาที่ส่วนอื่น โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครต้องไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบิน หาดใหญ่ กับสนามบินนราธิวาส โดยจำนวนมากเลือกที่จะไปที่หาดใหญ่ เพราะอาจจะไกลกว่า นิดหน่อย แต่ว่าสะดวกและปลอดภัยมากกว่า แต่ในทางกลับกันถ้าท่านทำที่บ่อทอง ท่านก็จะ ทำให้พี่น้อง ๓ จังหวัดได้ลดค่าเดินทาง ค่าใช้จ่าย สามารถใช้เครื่องบินที่ประหยัดเวลาในการ เดินทางมากรุงเทพมหานครได้ ก็ฝากท่านด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตนำเสนอ เหตุผลที่เรายกเรื่องนี้ ขึ้นมาเพื่อเป็นญัตติให้ทางสภาได้พิจารณา เพราะว่าเรามองเห็นปัญหาเรื่องการใช้ดุลพินิจ และสร้างความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะในกฎหมายพิเศษ ต่าง ๆ มันทำให้ประชาชนไม่ให้การยอมรับ และปฏิเสธมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ มากเหลือเกิน เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าเมื่อเขาเข้าสู่กระบวนการ ทางกฎหมายเขาได้รับการดูแลเอาใจใส่จากภาครัฐ เมื่อถูกจับกุมเขาจะได้รับการดูแล ไม่ละเมิด ไม่ถูกทำร้าย ไม่ถูกซ้อมทรมาน นี่คือสิ่งที่เราอยากจะให้ประชาชนได้มองเห็นว่า วันนี้ทางรัฐ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐได้เปลี่ยนวิธีการมุมมองในการปฏิบัติทุกขั้นตอน การจับกุม การสอบสวน การเชิญตัวมาสอบสวน สามารถตรวจสอบ สามารถมองเห็นได้นะครับ และถ้าท่านสร้างความเชื่อมั่นตรงนี้ ผมเชื่อว่าประชาธิปไตยในพื้นที่ก็จะเบ่งบานในที่สุด ท่านประธานครับ เรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ผมอยากให้ ทุกฝ่ายช่วยกันคนละไม้คนละมือ ช่วยกันปลดสลักถอดชนวน จริงๆ แล้วการพูดคุย เรื่องสันติภาพให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้าทุกฝ่ายมีความจริงใจ จริงจังต่อกัน ครั้งหนึ่งเมื่อยุคที่ผมเป็นกรรมาธิการในยุค สนช. ผมเคยพูดคุยกับทาง ผู้อำนวยการ ศอ.บต. ขออนุญาตไม่เอ่ยนามท่าน เกี่ยวกับร้านสะดวกซื้อบอกว่าพี่น้องมุสลิม เราจำนวนมาก เพราะว่าส่วนใหญ่แรงงานก็เป็นคนในพื้นที่นั่นล่ะ ต้องการให้แต่งกาย ตามประเพณีคือการคลุมผม แล้วก็เรื่องเหล้าเบียร์ต่าง ๆ สิ่งที่เป็นแอลกอฮอล์ขอให้พนักงาน ที่เป็นพี่น้องชาวพุทธเป็นผู้หยิบยื่นดำเนินการให้กับผู้บริโภคที่ไม่ใช่มุสลิมได้ไหม แต่การตอบรับ ก็คือว่ามีการอนุญาตให้มีการคลุมผม แต่เรื่องการหยิบยื่นแอลกอฮอล์ มุสลิมที่คลุมผม ยังหยิบยื่นแอลกอฮอล์ให้กับผู้บริโภคต่อไป สิ่งที่ผมยังงงก็คือว่าท่านประธานครับ เรามีพุทธศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ประมาณ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ มีมุสลิม ๘๕-๘๖ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นศาสนาอื่น ๆ ท่านประธานครับ พี่น้องชาวไทยพุทธเจ้าอาวาส เจ้าคณะต่างๆ ก็มีการพูดคุยกับพวกเราว่าจริง ๆ แล้วอยากเห็นพี่น้องประชาชนชาวไทยพุทธ พุทธมามกะละเว้น ลดละเลิกการดื่มสุรา นี่คือสิ่งที่ชาวพุทธส่วนมากอยากเห็นอย่างนั้น ผมจึงมองไม่เห็นว่าเรามีความจำเป็นอะไรที่เราจะต้องมีการจำหน่ายสุราในร้านสะดวกซื้อ ทั้ง ๆ ที่หลักการทั้งทางพุทธและอิสลามก็ตรงกัน คือไม่สนับสนุนหรือต่อต้านการบริโภคสุรา สิ่งมึนเมา นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลว่า ถ้าเราจะสร้างสันติภาพสันติสุขในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้เหมือนกับที่ท่าน ส.ส. ผ่องศรีได้พูดเมื่อสักครู่นี้ สุราคือต้นเหตุ ของความรุนแรง ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะมีมาตรการที่จะควบคุมการเสพสุราของคน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมเห็นท่านขยับแล้ว ผมจะสรุปแล้วนะครับ
สุดท้ายครับที่ผมนำเสนอญัตตินี้นะครับ ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมได้รับการสะท้อน มาจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แล้วก็การพูดคุยกับบรรดาพี่น้อง ส.ส. ทั้งหลายในพื้นที่ ทั้งมุสลิมและนอน (Non) มุสลิมนะครับ ก็เห็นว่าเราจำเป็นต้องมีการวางมาตรการที่รัดกุม และสามารถที่จะควบคุมพฤติกรรมทั้งฝ่ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ดำเนินอยู่ในกรอบของกฎหมายอย่างแท้จริง ต้องมีมาตรการเยียวยาเมื่อเกิดปัญหาขึ้น อย่างที่เราได้ทำมา แต่สิ่งที่เราต้องป้องกันในอนาคตก็คือว่าเราจะหยุดยั้ง เราจะสกัดกั้นไม่ให้ มีการละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไรต่อไป เพราะฉะนั้นแล้วผมจึงขออนุญาตเสนอให้มีการ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมอาจจะพูดอะไรที่มันอาจจะไปกระทบกับผู้ใด อย่างไร ผมต้องขออภัย ณ ที่นี่ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ญัตติต่อไป เป็นลำดับที่ ๗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาเขตการปกครองพิเศษพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านสัณหพจน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่รักทุกท่าน กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นผมขอเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่าในญัตติของกระผมที่ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเขตการปกครองพิเศษในพื้นที่ ชายแดนภาคใต้หรือว่าเขตการบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษในครั้งนี้ ผมออกตัวก่อนว่าผมเอง เป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะฉะนั้นไม่มีส่วนได้ ส่วนเสียในส่วนของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แต่ที่เห็นเหตุการณ์มาเกือบ ๒๐ ปี กับประมาณ ๑๗ ปี งบประมาณนี้ ทำให้มีความกังวลเหมือนกับประชาชนทุกคนในประเทศไทยนี้ รวมกระทั่งท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกว่าเหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา รวมทั้ง ๔ อำเภอของ จังหวัดสงขลาเป็นเหตุการณ์ที่ยืดเยื้อมานาน แล้วก็มีความเป็นห่วงอย่างยิ่ง จึงเสนอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญในครั้งนี้ครับ ผมเองจะขอเสนอเป็นหัวข้อในการนำเสนอ ที่ประกอบด้วย ๕ หัวข้อดังนี้ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
๑. ที่มาของปัญหา ๒. ผลกระทบจากปัญหา ๓. แนวทางการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ๔. ข้อเสนอการแก้ปัญหา แนวทางใหม่รูปแบบเขตการปกครองพิเศษหรือการบริหารงานท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ๕. ข้อมูลพื้นฐานรายจังหวัดที่สำคัญ ผมจะเสนอ ๕ ประเด็นนี้ ในส่วนของเอกสาร ทางวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สรุปสาเหตุของปัญหาออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้ ๑. ด้านการเมือง ๒. ด้านเศรษฐกิจ ๓. ด้านสังคมและวัฒนธรรม ๔. ด้านการศึกษา ๕. ด้านกระบวนการยุติธรรม จากเหตุการณ์ผู้ก่อความไม่สงบแบ่งออกเป็น ๔ กลุ่ม ผมจะให้ เห็นภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็น ๔ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ เป็นกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต (BRN Coordinate) กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มต่อต้านอำนาจรัฐ กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มอิทธิพลที่ดำเนินธุรกิจ ผิดกฎหมาย กลุ่มที่ ๔ คือกลุ่มบุคคลที่แสวงหาประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน อันนี้เป็น รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ ของสภาผู้แทนราษฎร ในปี ๒๕๕๒ ซึ่งเคยศึกษามาแล้ว งบดังกล่าวดับไฟใต้ตอนนี้ทะลุ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๕ วัน ๑๒ ศพ ยังไร้คำตอบ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นความห่วงใย ในทั้ง ๙ กลุ่มญัตติที่ยื่นมา ผมว่าในส่วนของผมที่ยื่นมาในญัตติในส่วนข้อที่ ๘ นี้ ผมคิดว่าเป็นการ รวมทั้งหมด ๙ กลุ่มได้ เพราะถ้าเกิดแก้ตรงนี้ได้จะแก้ได้ทั้งหมด การใช้จ่ายสำหรับการ แก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมิติงานความมั่นคงและงานพัฒนา ปีงบประมาณ ๒๕๔๗-๒๕๖๒ จะแสดงให้เห็นดังนี้ ปี ๒๕๔๗ ๑๓,๔๕๐ ล้านบาท ปี ๒๕๔๘ ๑๓,๖๗๔ ล้านบาท ปี ๒๕๔๙ ๑๔,๒๐๗ ล้านบาท ปี ๒๕๕๐ ๑๗,๕๒๖ ล้านบาท ปี ๒๕๕๑ ๒๒,๙๘๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๒ ๒๗,๕๔๗ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมด ผมไม่จำเป็นต้องไล่มาจนถึงปี ๒๕๖๒ ๑๒,๐๒๕.๓ ล้านบาท แต่รวมแล้วคือ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้ที่เราใช้งบประมาณสำหรับการที่บริหาร ในส่วนของความมั่นคงของชายแดนภาคใต้ การใช้จ่ายงบประมาณในการแก้ไขปัญหา ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งในมิติความมั่นคงและงานพัฒนานับตั้งแต่ ปีงบประมาณ ๒๕๔๗ จนถึงปีงบประมาณ ๒๕๖๒ รวม ๑๖ ปีงบประมาณ รวมเป็นเงิน ทั้งสิ้น ๓๐๒,๙๒๖.๙ ล้านบาท อันนี้ที่มาจากคมชัดลึก ประเภทของเหตุการณ์ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึงปี ๒๕๕๙ มีเหตุการณ์ยิงกัน ๗,๖๑๓ ครั้ง ระเบิด ๓,๙๓๗ ครั้ง การบังคับใช้กฎหมาย ๑,๘๐๔ ครั้ง การวางเพลิง ๑,๗๕๑ ครั้ง อื่น ๆ ๑,๕๗๓ ครั้ง วินาศกรรม ๑,๒๕๐ ครั้ง การปะทะ ๖๖๔ ครั้ง การโจมตี ๒๖๑ ครั้ง การปล้น ๑๖๘ ครั้ง จำนวนรวมของผู้บาดเจ็บล้มตายในรอบ ๑๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗-๒๕๕๙ แยกตามภูมิหลัง เป้าหมายที่อ่อนแอและเข้มแข็งดังนี้ ใน ๒ ส่วนใหญ่ ๆ เป็นแบบฮาร์ด ทาร์เก็ต (Hard target) กับซอฟต์ ทาร์เก็ต (Soft target) ฮาร์ด ทาร์เก็ต (Hard target) ก็คือหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตำรวจ ในส่วนของซอฟต์ ทาร์เก็ต (Soft target) ก็จะเป็นส่วนของ ประชาชนหรือชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ได้รับผลกระทบถึง ๖๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ในหน่วยงานของ ราชการก็อยู่ที่ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น ๑ ใน ๓ ของเหตุการณ์ทั้งหมด จำนวนนี้จึงทำให้เรา ตระหนักร่วมกันว่าต้องร่วมกันแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนได้สักทีครับ
๒. ผลกระทบจากปัญหามันส่งผลไปถึงด้านวัฒนธรรม ด้านการท่องเที่ยว ความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ของไทย ด้านวัฒนธรรมการท่องเที่ยวเชื่อมั่น แล้วก็ภาพลักษณ์ ตรงนี้เราเสียหายและเสียโอกาสมานานมาก การที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะมีโอกาส ได้ไปเที่ยวในส่วนของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ทำให้งบประมาณด้านเศรษฐกิจของเราเสียหายไปมาก และพี่น้องประชาชนเราทั้งไทยพุทธ และมุสลิมตรงนี้ไม่ได้ติดต่อประสานกันอย่างเป็นพี่น้องคนไทยร่วมชาติกันนะครับ เราต้องร่วมกันเพื่อจะลดปัญหานี้ แนวทางแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาตั้งแต่ยุคสมัยโบราณมา ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เราใช้เป็นหัวเมืองตอนนั้นในการแก้ปัญหา แต่มายุค ปี ๒๔๗๕ การปกครองส่วนภูมิภาคเราใช้ตัวนี้เป็นแนวทาง ตัวนี้ใช้ไปแล้วเช่นกัน และถัดมาก็ใช้ระบบ ของ ศอ.บต. ในการเข้าไปแก้ปัญหา แต่เกิดเหตุการณ์เหมือนที่ท่านประธานว่า มียุคหนึ่ง ที่ยกเลิก ศอ.บต. ทำให้เกิดความวุ่นวายจนถึงทุกวันนี้ที่เหตุการณ์ทำให้พี่น้องชาวใต้เรา ๓ จังหวัดชายแดน รวมทั้ง ๔ อำเภอส่วนหนึ่งเขาไม่สบายใจจากคำพูดที่ผ่านมาส่วนหนึ่ง ในการยุบ ศอ.บต. ครั้งนั้น และจากเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งนั้นที่บอกว่าเป็นโจรกระจอก ที่ทำให้ตรงนั้น แล้วก็เป็นเหตุการณ์ปะทุจนถึงทุกวันนี้นะครับ ตอนนี้ในการเสนอแนวทาง แก้ปัญหาในครั้งนั้นยังมีพรรคการเมืองหนึ่งได้เสนอยื่นญัตติเข้ามาตั้งเป็นรัฐปัตตานี แต่ก็ยัง ไม่ได้ใช้เพราะถูกตีตกไปในขณะนั้น แต่ด้วยความหมายเป็นอย่างไรก็ค่อยศึกษากันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมเชื่อว่าทุกภาคส่วน ทุกคน ทุกท่านที่เป็นคนไทยเห็นเหมือนกันว่าได้เวลาที่จะต้อง ยุติปัญหาของพี่น้องชายแดนภาคใต้ของเราได้แล้ว แนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ จนถึงปี ๒๕๖๐ แยกตามสาเหตุของ เหตุการณ์ โดยรวมเหตุการณ์ความไม่สงบส่วนใหญ่ประมาณ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ เป็นเหตุการณ์ ประเภทที่ผู้ก่อเหตุเกี่ยวข้องกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนหรือขบวนการต่อสู้ที่มีอุดมการณ์ ต้องการอิสรภาพถึง ๗๒.๙ เปอร์เซ็นต์ การแย่งชิงทรัพยากรน้อยมากครับ ๐.๐๓ เปอร์เซ็นต์ อื่น ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์ เกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ๒.๘ เปอร์เซ็นต์ อาชญากรรม ๔.๗ เปอร์เซ็นต์ และไม่ชัดเจน ๑๙.๑ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าอยู่ในส่วนของผู้แสวงหาประโยชน์จากงบประมาณหรือไม่ อย่างไร เหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้แยกเป็นรายจังหวัดระหว่างเดือนมกราคม ๒๕๔๗ ถึงเดือนเมษายน ๒๕๖๐ จะเห็นได้ว่าจังหวัดนราธิวาสมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ๖,๙๕๙ ครั้ง จังหวัดปัตตานี ๖,๒๗๙ ครั้ง จังหวัดยะลา ๕,๓๕๗ ครั้ง จังหวัดสงขลา ๖๘๓ ครั้ง รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหามีดังนี้ ที่ผ่านมามีการเสนอ จากรายงานของคณะกรรมาธิการในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของ สภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๕๒ ได้เสนอไว้ ดังนี้
๑. ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมการกำหนดนโยบายแก้ปัญหา
๒. รัฐดำเนินนโยบายเป็นมิตรตามแนวสันติวิธี
๓. ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนทุกเชื้อชาติและศาสนา
๔. เจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจขนบธรรมเนียมท้องถิ่นอย่างถ่องแท้
ใน ๔ ประเด็นที่สภาผู้แทนราษฎรได้เสนอไว้เมื่อปี ๒๕๕๒ ตรงนี้ถ้าเกิดเรา สามารถที่จะตั้งเป็นเขตการปกครองพิเศษขึ้นมาแบบเดียวกับกรุงเทพมหานครหรือพัทยา ตรงนี้จะทำให้แก้ปัญหาทุกอย่างได้หมดเลย แม้กระทั่งทุกท่านที่ยื่นญัตติมาทั้ง ๘ ญัตตินั้น จะถูกแก้ได้หมดเลย มาดูแนวทางในการแก้ปัญหา อำนาจส่วนกลาง กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ งบประมาณ ภาษี งบสนับสนุน ความมั่นคง มนุษย์ ชุมชน ชาติ เราก็จะรวม เป็นเขตการปกครองพิเศษ หรือการบริหารงานท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เราจะแยกเป็นยะลา แยกเป็นปัตตานี แยกเป็นนราธิวาส ก็เช่นเดียวกับที่เราแยกกรุงเทพมหานครหรือพัทยา ไม่เห็นแปลกอะไรเลยที่เราจะแยกให้เขาบริหารและดูแลตนเองกันได้ ผมเชื่อมั่นว่า กระบวนการจัดการภายในท้องถิ่นที่สามารถดูแลและตอบโจทย์กันเองได้อย่างนี้ เพื่อจะเข้า ในส่วนของประชาชนมีส่วนร่วม เข้าในการศึกษาในปี ๒๕๕๒ รัฐดำเนินนโยบายตามมิตร เป็นมิตรตามแนวสันติวิธี ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนทุกเชื้อชาติ ศาสนา เข้าหมดเลยครับ เจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจ เพราะฉะนั้นเขาเข้าใจอยู่แล้ว เพราะเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ เจ้าหน้าที่ของรัฐตามกลไกที่เราให้เป็นเขตการปกครองรูปแบบพิเศษ หรือการบริหาร ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
ถัดมาข้อมูลขั้นพื้นฐานในส่วนของจังหวัดปัตตานี เราเห็นว่าพื้นที่ทั้งหมด เรามีอยู่ ๑,๙๐๔,๓๕๖ ตารางกิโลเมตร ประชากร ๗๐๙,๗๙๖ คน ในส่วนของจังหวัดยะลา มีทั้งหมด ๔,๕๒๑,๐๗๘ ตารางกิโลเมตร ประชากร ๕๓๒,๓๒๖ คน ศาสนา เป็นศาสนาพุทธ ๒๓.๒๗ เปอร์เซ็นต์ ศาสนาอิสลาม ๗๖.๕๙ เปอร์เซ็นต์ มาดูจังหวัดนราธิวาส พื้นที่ ๔,๔๗๕,๔๓๐ ตารางกิโลเมตร นับถือศาสนาพุทธ ๑๔.๐๓ เปอร์เซ็นต์ อิสลาม ๘๕.๙๑ เปอร์เซ็นต์ จากที่ผมแสดงให้เห็นสถิติตรงนี้ นั่นหมายความว่าผมกำลังจะบอกและกำลังจะ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า ในทางรัฐศาสตร์ แล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีการแยกตัวเป็นรัฐอิสระหรือเป็นรัฐเอกราช เนื่องจากประชากร และพื้นที่บวกกับทรัพยากรไม่เพียงพอที่จะเป็นประเทศเอกราช รวมทั้งมีประเทศไทยที่อยู่ ตอนบนและประเทศมาเลเซียที่อยู่ทางตอนใต้ย่อมมีอิทธิพลเหนือกว่าแน่นอน นั่นคือในทาง รัฐศาสตร์ เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่คนเพียงไม่ถึง ๒ ล้านคนที่จะบริหารตรงนี้ได้ แต่เขา จะได้ความสบายใจในการบริหารจัดการตนเองกันได้ แบ่งจัดสรรทรัพยากรของตัวเอง ได้อย่างลงตัว
ถัดมาครับ ถ้าเรามามองดูในส่วนของสถิติที่ผ่านมาของการลงผลการทำ ประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ สรุปผลการลงประชามติในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแตกต่างกับพื้นที่ส่วนอื่นของภาคใต้ มาดูว่าอยู่กันในสัดส่วนเท่าไร ในจังหวัดปัตตานีร่างรัฐธรรมนูญที่เห็นชอบ ๓๔.๘๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นชอบ ๖๕.๑๔ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดนราธิวาสเห็นชอบ ๓๘.๑๗ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นชอบ ๖๑.๘๔ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดยะลาเห็นชอบ ๔๐.๔๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นชอบ ๕๙.๕๔ เปอร์เซ็นต์ ส่วนหนึ่งตัวเลขที่ได้มาทั้งหมดเป็นตัวเลขที่บ่งบอกให้เห็นชัดว่าที่ผ่านมา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลาเขาต้องการที่จะให้มีความสงบ เกิดขึ้นในประเทศไทยนี้ แล้วก็ในส่วนของจังหวัดของเขา แต่ถ้าหากเรามีการรวมกันเพื่อจะ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้กันอีกครั้ง แล้วก็เป็นกลไกให้สามารถตั้งเป็นเขต การบริหารการปกครองรูปแบบพิเศษ ดังเช่น กรุงเทพมหานครหรือพัทยา ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่ง ว่าพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัดบวก ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ผมเชื่อมั่นว่าเขาสามารถที่จะบริหารจัดการทรัพยากร บริหารจัดการทรัพยากรบุคคล หรือทรัพยากรทางธรรมชาติ แล้วก็บริหารงบประมาณของเขาเองได้ ไม่ต่างอะไรกับ กรุงเทพมหานครหรือพัทยาและจะทำให้พี่น้องประชาชนของเราจะได้เดินทางไปมาหาสู่กัน ทั่วประเทศและมีความสงบสุขและเศรษฐกิจเราก็จะดีขึ้น งบประมาณที่เหลือจาก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ใช้ไปจะได้เอาไปทำอย่างอื่น จะได้เอาไปทำสะพานข้ามไปจาก สามแยกบางปู จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไปสู่แหลมตะลุมพุกสัก ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท ได้บ้าง ซึ่งน้อยมากถ้าไม่หายไป แล้วก็กระจายไปยังจังหวัดอื่น ๆ ได้อีกเยอะแยะมากมาย ฝากไปเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ แล้วก็กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ฝากส่งสัญญาณไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ท่านช่วยพิจารณาเรื่องนี้ เพราะผมและทุกท่านเป็นห่วงประเทศไทยนี้เช่นเดียวกันกับ ทุกท่านครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไปญัตติฉบับที่ ๘
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อประกอบการพิจารณาการบังคับใช้หรือขอขยาย ระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้เสนอ) (เรื่องตามระเบียบวาระหมายเลข ๕.๑๑๒-๕.๑๑๓ ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๑ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง วันพุธที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒)
ขอเชิญท่านสมาชิกครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดยะลา วันนี้ขออนุญาตเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อประกอบการพิจารณาการบังคับใช้หรือ ขอขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ ท่านประธานครับ พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ประกอบด้วย อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอนาทวี และอำเภอเทพา มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือที่เขาเรียกว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๔ ปี ในกรณีที่รัฐบาลจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือจะมี การขอขยายระยะเวลาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี หากคณะรัฐมนตรี ไม่ให้ความเห็นชอบประกาศดังกล่าวก็จะสิ้นสุดลง ปัจจุบันนี้ในส่วนของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้อีก จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ เพื่อให้สภาของเรานี้มีส่วนร่วมในการออกแบบตรวจสอบ ความจำเป็นในการที่จะบังคับใช้กฎหมายค่อนข้างที่จะสุ่มเสี่ยงในการที่จะละเมิดสิทธิ ของประชาชน จึงเสนอญัตตินี้เข้ามาที่ประชุมแห่งนี้เพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาในเรื่องดังกล่าวนะครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมในประเด็นตามญัตติ ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๗ รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็นและให้ยกเลิกและปรับปรุงกฎหมาย ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันและเป็นอุปสรรค เป็นภาระเพิ่มเติมแก่ประชาชน กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่ผมเสนอเข้ามาในญัตติฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็นกฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการกล่าวขานมาว่าเป็น กฎหมายที่มีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นจำนวนมาก แต่กลับกันฝ่ายราชการเอง ยังมีข้อเสนอว่ายังมีความจำเป็นจะต้องใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ เพราะเหตุอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินหรือความจำเป็นอย่างอื่น กรณีอย่างนี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมาพิจารณาว่าแล้วกฎหมายฉบับนี้ในการที่จะ ต่ออายุการบังคับใช้เราควรจะมีกรอบกติกาอย่างไร พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นการตรากฎหมายขึ้นภายหลังจากมีเหตุการณ์ความรุนแรง ในจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๔๘ แล้วก็มีการประกาศใช้ เจตนารมณ์ ของกฎหมายฉบับนี้ตราเป็นพระราชกำหนดเพราะรัฐบาลขณะนั้นยังไม่ได้เปิดสมัยประชุม ตราโดยรัฐบาล ใช้ในการบริหารราชการในพื้นที่ที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและรัฐบาล ประกาศใช้ ประกาศให้เป็นสถานการณ์ที่มีความร้ายแรงตั้งแต่วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบัน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจกับฝ่ายบริหาร คือนายกรัฐมนตรีในการบังคับใช้ ผู้ใช้อำนาจก็คือท่านนายกรัฐมนตรีโดยคณะรัฐมนตรี ในการประกาศใช้ กรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ทุก ๓ เดือน กฎหมายเขียนไว้อย่างนั้น กรอบอำนาจในการใช้ให้มีอำนาจในการที่กระทบกับ พี่น้องประชาชนในการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่เราได้ยินมาโดยตลอด ก็คือการควบคุมตัวบุคคล ผู้ต้องสงสัยโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๑ อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๑ นั้นทำให้ มีการควบคุมตัวบุคคลผู้ต้องสงสัยโดยที่ยังไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิด มีข้อร้องเรียน มีข้อกล่าวถึงมาโดยตลอดว่าการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ในช่วงเวลา ๓๐ วัน ใน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจควบคุมบุคคลตามกฎอัยการศึก คือ ๗ วันกักตัวไว้ แต่ผมกล่าวถึงพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ ก่อนนะครับ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ฉบับนี้ให้อำนาจกับทางเจ้าหน้าที่ในการเชิญตัวบุคคลมาซักถาม เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ แต่ในการบังคับใช้กฎหมายเชื่อว่าเราได้ยิน มาโดยตลอดว่าพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้มาจากการซักถามในอดีตเราไม่เคยนำมาใช้เป็น พยานหลักฐานในการกล่าวหาบุคคล เพราะเป็นข้อมูลที่ต้องการได้มาซึ่งข้อมูลสำหรับ การรวบรวมข้อเท็จจริงปัญหาความรุนแรงในพื้นที่และนำไปสู่การแก้ปัญหา แต่ต่อมาภายหลังนำข้อมูลดังกล่าวนี้มาเป็นพยานหลักฐาน และภายหลังเองศาลก็ได้รับฟัง เพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามไม่ให้ศาลฟังเสียทีเดียว แต่มันมีเงื่อนไของค์ประกอบอีกหลาย ประการที่ศาลสามารถจะฟังได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประชาชนก็มีความรู้สึกว่าประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย โดยไม่สุจริต ตรงนี้คือสิ่งที่หากในการพิจารณาต่ออายุระยะเวลาขยายเวลาในการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยที่มีสภาแห่งนี้กำหนดกรอบในการพิจารณาประเมินผลการบังคับใช้ กฎหมายว่าสมควรที่จะได้รับการขยายหรือไม่ อย่างไร นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีและสร้างความเชื่อมั่น ให้กับพี่น้องประชาชน การบังคับใช้กฎหมายพิเศษที่เราได้ยินและเห็นว่ามีปัญหาในระยะเวลา ที่ผ่านมาไม่นานก็คือการบังคับให้ประชาชนไปจดทะเบียนซิม (SIM) ระบบ ๒ แชะ โดยบังคับใช้ เฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดกับ ๔ อำเภอก่อนเป็นการนำร่อง กสทช. เองเคยสอบถามในขณะที่ กรรมาธิการเชิญมาขอให้ชี้แจงว่าการกระทำดังกล่าวนั้นหากมีการที่จะฟ้องร้องประชาชน จะฟ้องร้องใครกรณีที่มีการละเมิดสิทธิ กสทช. บอกปฏิเสธ กสทช. ไม่ได้มีการเป็นผู้กำหนด ระเบียบปฏิบัตินี้ แต่เป็น กอ.รมน. แต่เราก็ไม่สามารถจะบอกได้ว่า กอ.รมน. ใช้กฎหมายใด ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน กลับกันบอกว่าให้ กสทช. ประกาศบังคับใช้ในการจดทะเบียน ๒ แชะทั่วประเทศได้ไหม กสทช. ก็บอกว่าไม่อย่างนั้น เขาจะโดนฟ้องละเมิด ก็หมายความว่า กสทช. ก็รู้ว่ามาตรการดังกล่าวนั้นเป็นการละเมิด สิทธิของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับ ๔ อำเภอเช่นเดียวกัน ประเด็นของการเก็บดีเอ็นเอ (DNA) การเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ในพื้นที่มีการร้องเรียนมาโดยตลอด ว่าพี่น้องประชาชนถูกบังคับให้เก็บดีเอ็นเอ (DNA) หน่วยความมั่นคงก็บอกว่าเป็นสิ่งที่ดี มีความจำเป็นจะต้องเก็บฐานข้อมูลของประชาชนไว้ให้รู้ว่าใครเป็นใคร เมื่อมีเหตุร้าย เหตุความรุนแรง มีพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุก็สามารถจะเอามาเปรียบเทียบพิสูจน์ได้ว่า ใครคือคนร้าย แต่การไปเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ของบุคคลผู้สุจริตในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีประชากรเป็นล้านคนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมว่าไม่สมดุลกันในหลักการว่าในการเก็บ อย่างนั้นเป็นการละเมิดสิทธิ หน่วยความมั่นคงเองก็ตอบไม่ได้ว่าใช้อำนาจอะไร เพราะในการ เก็บดีเอ็นเอ (DNA) ทุกครั้งจะต้องมีการให้ผู้ที่ถูกเก็บดีเอ็นเอ (DNA) เซ็นคำยินยอมว่าตัวเอง สมัครใจยินยอมให้เจ้าหน้าที่เก็บดีเอ็นเอ (DNA) ไม่ได้บอกว่าตัวเองมีอำนาจเก็บดีเอ็นเอ (DNA) โดยใช้หลักฐานใด ตรงนี้ถ้าหน่วยความมั่นคง กอ.รมน. คิดว่าตัวเองมีอำนาจต้องแสดง ให้ประชาชนได้เห็น อันนี้คือสภาพปัญหาที่คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องให้สภาแห่งนี้มีส่วน ในการพิจารณาว่ากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่ใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีความจำเป็น และจะต้องมีการต่อขยายระยะเวลาหรือไม่สำหรับ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เช่นเดียวกันกับ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ซึ่งเป็นกฎหมายที่บังคับใช้มาในประเทศไทยเราไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ปี ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๕๗ เป็นกฎหมายโบราณนะครับ การบังคับใช้ เจตนารมณ์ ขณะนั้นก็คือให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ที่อยู่ในสภาวะสงครามและมีเหตุจำเป็น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ระยะเวลา ๑๕ ปีที่ผ่านมา ผมยังเชื่อว่าเราสามารถจะประเมิน ได้แล้วหรือไม่ว่ายา ๒ ขนานนี้เหมาะสมกับการที่จะถูกใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกหรือไม่ มียาขนานอื่นหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่เป็นกฎหมายที่คิดว่าจะมีโอกาสในการที่จะให้ เกิดความสันติสุข ความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ เหล่านี้คือสิ่งที่อยากจะ นำเสนอในสภาแห่งนี้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กล่าวขึ้นไม่ได้เป็นการ กล่าวหาให้ร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน แต่กำลังจะบอกว่ามุมมองของประชาชนในพื้นที่คิดอย่างไรกับการใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ กับพี่น้องประชาชน แต่รัฐคิดว่ามีความจำเป็น ประชาชนบอกว่าไม่จำเป็นและทำให้เขา เดือดร้อน ฉะนั้นเราควรจะมีมาตรการ มีกรอบ มีกำหนดกฎเกณฑ์ในการที่จะประเมินว่า การใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้มีผลดี ผลเสียอย่างไร เพราะว่านอกจากการกระทบกับการ ละเมิดสิทธิหรือการละเมิดกับการใช้ชีวิตของประชาชนแล้วที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายราชการบอกว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน การใช้กฎหมายพิเศษนั้น แต่ภาครัฐคิดอย่างนั้น ประชาชนคิดอีกแบบหนึ่ง เช่น ในเรื่องของด้านความปลอดภัยในชีวิต ด้านการศึกษามีปัญหามากกรณีที่ใช้กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ การเข้าไปกำหนดกฎเกณฑ์ใน โรงเรียนเอกชน ในสถานศึกษา การกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนในอิสลามศึกษา หรือหลักสูตรที่เกี่ยวข้องที่ต้องใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหล่านี้ประชาชนก็คิดว่า เป็นปัญหาอุปสรรคหรือด้านเศรษฐกิจ วัตถุดิบที่ใช้ในการก่อสร้าง วัตถุดิบที่ใช้เป็น สาธารณูปโภคในการสร้างถนนหาทางในภูมิภาคอื่นของประเทศไทย การขออนุญาต ในการถลุง ในการโม่หิน ระเบิดหินก็ใช้สิทธิได้ แต่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกระบวนการ ในการที่จะต้องไปร้องขอ กระบวนการในการตรวจสอบ กระบวนการในการขออนุญาต มากมาย นี่คือตัวอย่างในระยะเวลาจำกัดผมใช้เวลาประมาณ ๑๓ นาทีแล้ว ฉะนั้นเพื่อให้ ทุกภาคส่วนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการรับรู้ รู้เห็นถึงสภาพความจำเป็นที่ฝ่ายรัฐอาจจะมองว่า ยังมีความจำเป็นต้องใช้ เราควรจะมีการมากำหนดมาตรการในการประเมินผล กำหนด หลักเกณฑ์ในการประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความมั่นใจเชื่อมั่นว่าเหตุจำเป็นใดที่รัฐยังคงต้องใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้กับตัวเขา ทั้ง ๆ ที่ใช้มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกได้อภิปราย ในญัตติของแต่ละท่านครบถ้วนแล้วนะครับ ต่อไปนี้ก็จะเปิดโอกาสให้สมาชิกที่จะอภิปราย สนับสนุนหรือคัดค้านได้นะครับ มีการเสนอชื่อฝ่ายค้านมาทั้งหมด ๖ ท่าน ผมขออ่านรายชื่อ เพื่อจะได้เตรียมตัว ท่านแรก นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล นายชลน่าน ศรีแก้ว นายมานพ คีรีภูวดล นางอนุรักษ์ บุญศล นางสาวพรรณิการ์ วานิช นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา แล้วก็ฝ่ายรัฐบาล ท่านพลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ขอเชิญคุณอมรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ภูมิลำเนาจังหวัดนครปฐม วันนี้ดิฉันลุกขึ้นมาอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติด่วนที่ให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสอบสวนพิจารณากรณีนักกิจกรรมถูกประทุษร้ายและ ประชาชนผู้เห็นต่างถูกคุกคามค่ะ เสนอโดยอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ท่านประธาน เมื่อ ๒ วันก่อนดิฉันได้มีโอกาสฟังท่านประธานาธิบดีบารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกาให้สัมภาษณ์นักข่าวที่ประเทศสิงคโปร์ ท่านได้กล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นบนโลก ใบนี้ส่วนใหญ่เกิดจากคนรุ่นเก่า และส่วนใหญ่แล้วคนที่ทำให้เกิดปัญหาคือคนสูงวัยที่ไม่ยอม ปล่อยวางอำนาจ ซึ่งเมื่อฟังเสร็จดิฉันตัดภาพกลับมาที่ประเทศของเรา ดิฉันรู้สึกมันคุ้น ๆ และเพื่อนสมาชิกทุกท่านจำได้ไหมคะว่าลักษณะการแต่งตั้งผู้ที่มีอายุประมาณว่าจะต้องหิ้ว ปีกกัน ๒ ข้างลงจากรถเข้าไปในห้องประชุม จากการแต่งตั้งเข้าไปเป็นสมาชิกองค์กร ทางการเมืองทั้ง ๆ ที่สภาพร่างกายด้วยวัย ด้วยอะไรแล้วบางครั้งก็ไม่มีความเหมาะสม รวมทั้ง นายพลหลาย ๆ ท่านที่อายุเยอะเกษียณไปนานแล้วนอนอยู่บ้าน นั่งสะสมนาฬิกาอยู่ดี ๆ ก็เกิดความเป็นห่วงบ้านเมืองก็เข้ามาดูแลบ้านเมืองกัน
เอาประเด็นดีกว่านะครับ
อันนี้ดิฉันมีความเห็นด้วยกับ ท่านประธานาธิบดีบารัก โอบามา ว่าชายสูงวัยที่ไม่ยอมปล่อยวางอำนาจนั้นทำให้เกิดปัญหา ขึ้นทั่วโลกจริง ๆ เลยค่ะ
คุณอมรัตน์เอาประเด็น เรื่องนี้ดีกว่านะครับ
ได้ค่ะท่านประธาน ถ้าจะเปรียบ ให้สังคมไทยเปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่งก็เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาข้างในไม่ตรงปก ปกหนังสือ เล่มนี้ถูกห่อหุ้มด้วยปกที่สวยงามเขียนชื่อหน้าปกว่า ประชาธิปไตย แต่เนื้อหาข้างในคือเผด็จการ ซ่อนรูปค่ะท่านประธาน เหตุการณ์ที่ดิฉันจะขอพูดก็เพื่อจะลำดับให้ฟังว่าเป็นข้อพิสูจน์ แม้ว่า คสช. จะหมดสิ้นอำนาจในทางกฎหมายไปนานแล้ว ได้สิ้นสุดอำนาจไปนานแล้ว แต่ระบอบ มาเฟียที่ทำการคุมคามนักกิจกรรมและประชาชนที่เห็นต่างยังคงมีอยู่ เริ่มจากเหตุการณ์ ปัจจุบันสัก ๒ เหตุการณ์ เหตุการณ์ล่าสุดคือนักกิจกรรมกลุ่มนักศึกษาตัวเล็ก ๆ แค่ไม่กี่คน ที่จะจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ซึ่งดิฉันได้พูดหารือเรื่องนี้ในสภาไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อครั้งนั้น ก็คือถูกกดดันสถานที่จัดแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ ๑๒ มกราคม ปีหน้า อันนั้นตั้งใจจัดครั้งแรกที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศก็ถูกกดดัน จนกระทั่งผู้บริหาร สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยต้องออกมาบอกว่าไม่ไหวแล้วเขากลัวว่า จะเดือดร้อน ปรากฏว่าก็ไม่ได้จัด เมื่อ ๒-๓ วันก่อนนี้นักศึกษากลุ่มนี้ตกลงที่จะไปจัดงาน เปิดตัวแถลงข่าววิ่งไล่ลุงอีกครั้งหนึ่งที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ปรากฏว่าทั้งคืนเจ้าของโรงแรม ผู้บริหารโรงแรมได้แจ้งว่าทั้งคืนมีผู้มีอำนาจโทรมาก่อกวน ข่มขู่ กดดัน จนกระทั่งโรงแรม ต้องขอปฏิเสธเพราะกลัวจะเดือดร้อน สุดท้ายแล้วที่ที่นักศึกษาจะเข้าไปพึ่งได้ก็คือแถลงข่าว ที่ลานโพธิ์ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีกทั้งในกิจกรรมนี้ได้มีการขออนุญาตที่จะจัดวิ่ง ไปยังกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ได้ทำจดหมายขออนุญาต ไปแล้วนะคะท่านประธาน แต่บัดนี้เวลาล่วงเลยมาเกิน ๒ สัปดาห์แล้วก็ยังไม่ได้รับคำตอบ มิหนำซ้ำผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยังให้สัมภาษณ์นักข่าวว่ายังไม่ได้รับจดหมาย ทั้ง ๆ ที่ จดหมายมีเลขรับที่ถูกต้องแล้วก็มีเวลารับแล้วนะคะ อยากจะเล่าว่าเหตุการณ์การคุกคาม สิทธิมนุษยชน การคุกคามผู้เห็นต่าง การคุกคามผู้เคลื่อนไหวนักกิจกรรมทางประชาธิปไตย เกิดขึ้นได้อย่างไรคะท่านประธาน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ ธรรมชาติของคนเมื่อมีการ ปล้นอำนาจก็ย่อมมีการทวงคืนอำนาจ เมื่อมีการกดขี่ย่อมมีการต่อต้านและเมื่อไม่ยอม จัดการเลือกตั้งตรงตามสัญญาย่อมมีการเรียกร้องทวงคืนให้มีการเลือกตั้ง เมื่อการเลือกตั้ง เลื่อนออกไปเรื่อย ๆ ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ประชาชนก็หมดความอดทน ออกมารวมตัวกัน เรียกร้องการเลือกตั้งก็ถูกยัดคดีความต่าง ๆ นานา เมื่อจัดการเลือกตั้งได้ในที่สุดการจัดการ เลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส กกต. ไม่สามารถทำหน้าที่ให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่สามารถจะคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อให้ประชาชนเข้าใจได้ ไม่สามารถจะจัดให้มีประสิทธิภาพ มีความวุ่นวาย มีการประกาศผลช้ามากต้องใช้เวลาตั้ง ๒ เดือนกว่าที่จะประกาศได้ ประชาชนก็ต้องรวมตัวกัน เพื่อทำกิจกรรมถอดถอน กกต.
คุณอมรัตน์ครับ พยายาม เข้าเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนนะครับ พยายามครับ
เข้าเรื่องเลยนะคะ ดิฉันกำลังจะเข้าเรื่องนะคะท่านประธาน ขออภัยด้วยค่ะ
ครับ
ดิฉันกำลังจะบอกว่าเหตุใด นักเคลื่อนไหว นักกิจกรรมถึงต้องจัดกิจกรรมอันเป็นต้นเหตุให้ถูกคุกคามทำร้าย ถูกประทุษร้าย กันหลายต่อหลายครั้ง เพราะเมื่อ กกต. ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้โปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม ได้ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิวก็ร่วมกับคุณเอกชัย หงส์กังวาน ได้มีการรวมกัน แล้วก็จัดล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน กกต. ปรากฏว่า ๓ วันก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง สิรวิชญ์หรือจ่านิวโดนชายฉกรรจ์ ๕ คนรุมทำร้าย ใช้ไม้พลองรุมตีทำร้ายที่ป้ายรถเมล์บริเวณรัชดาภิเษก การทำร้ายครั้งนั้นหวังให้ถึงแก่ชีวิต เพราะว่ารุมตีที่บริเวณศีรษะ ส่วนนายเอกชัย หงส์กังวาน รถยนต์ถูกเผาเสียหายทั้งคัน ไม่สามารถซ่อมแซมได้ รวมทั้งรายชื่อที่รวบรวมได้เพื่อจะนำไปถอดถอน กกต. ก็โดนเผา ไปกับรถยนต์คันนั้นด้วยค่ะ นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เมื่อวันเปิดประชุมสภา ครั้งแรกที่สภาทีโอทีต้องการที่จะไปแสดงความเห็นทางการเมืองที่สภาทีโอทีขี่มอเตอร์ไซค์ ออกจากบ้านถูกชายฉกรรจ์รุมเอาท่อนเหล็กตีที่ศีรษะบาดเจ็บสาหัส อันนี้เป็นตัวอย่างว่า ระบอบมาเฟียยังไม่ได้หายไปไหน ทุกอย่างแม้ว่าจะถูกฟอกตัวจากการเลือกตั้งแล้วแต่ก็ยังใช้ ระบบเดิมและประชาชนรู้ทันนะคะ ดิฉันหารือในสภาแห่งนี้ไปแล้วให้เร่งรัดดำเนินคดี การประทุษร้ายจ่านิวไปเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ที่สภาแห่งนี้ให้ตำรวจเร่งรัด เพราะคดีความ ไม่มีความคืบหน้า ปรากฏว่าดิฉันพูดไปวันที่ ๒๗ มิถุนายน วันรุ่งขึ้นวันที่ ๒๘ มิถุนายน จ่านิว โดนทำร้ายอีกรอบหนึ่ง รอบนี้อาการปางตายเกิดขึ้นกลางวันแสก ๆ ใจกลางเมืองหลวง ต้องเกือบสูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง แต่จนบัดนี้คดีความก็เงียบ เกิดขึ้นกลางวันมีกล้องวงจรปิด เต็มเมืองไปหมดแต่ตำรวจก็ไม่สามารถที่จะจับได้ ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น
ดิฉันอยากจะเล่าอีกเหตุการณ์หนึ่ง อันนี้ก็เป็นเหตุการณ์ล่าสุด อันนี้ จะเกี่ยวข้องกับประธานนิดหน่อยนะคะ ดิฉันขอตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ก็แล้วกันค่ะ มีเหตุการณ์ ล่าสุดที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ชื่อเล่นว่าน้องเพนกวิน เขาติดตามการเมืองมา เป็นเด็กที่มี ความตื่นตัวทางการเมืองสูง ได้เดินทางมาที่สภาแห่งนี้เพื่อยื่นหนังสือให้ท่านประธานชวน ในหนังสือนั้นมีใจความว่าให้ประธานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม พร้อมกับเอา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานติดตัวมามอบให้กับท่านประธานด้วย ในประเด็นที่ ในที่ประชุมสภาแห่งนี้มีการถกเถียงกันระหว่างคำว่า นับคะแนนใหม่ กับ ลงคะแนนใหม่ น้องเขาก็มีความตื่นตัว ท่านประธานได้มอบหมายให้คณะทำงานของท่านลงไปรับมอบ หนังสือ ปรากฏว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือมีการไปดูถูก ผู้รับมอบของท่านนอกจากจะ ไม่ยอมรับพจนานุกรมฉบับนั้นแล้วยังมีการใช้อารมณ์พูดจาดูถูกเยาวชนของชาติว่ามีใคร อยู่เบื้องหลัง ว่ารับจ้างใครมา ซึ่งทำให้น้อง ๆ เหล่านั้นเสียความรู้สึกมาก น้อง ๆ กลุ่มนี้ เป็นสมาชิกของสภานักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ
ท่านประธานคะ เผด็จการซ่อนรูปอันเกิดจากกลไกที่บิดเบี้ยวของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ กำลังถูกต่อต้าน ถูกท้าทายและแสดงความไม่กลัว ไม่อดทนกันอีกต่อไป จะมีเพิ่ม มากขึ้นทุกที ๆ จากความเก็บกดอดทนมานานของประชาชน โดยท่านจะเห็นได้อย่างชัดเจน จากปรากฏการณ์แฟลชม็อบ (Flash mob) ที่ผ่านมาที่สกายวอล์ก (Skywalk) ที่เกิดขึ้น เป็นครั้งแรกในประเทศไทยอย่างสงบเรียบร้อย แต่เป็นการสะท้อนความรู้สึกอัดอั้น ความรู้สึกของประชาชนออกมาให้ผู้มีอำนาจในปัจจุบันได้เห็นนะคะ ดิฉันขอให้ผู้มีอำนาจ ได้โปรดปล่อยละวางความเห็นแก่ตัว คืนความปกติและคืนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่ถูกรองรับไว้โดยรัฐธรรมนูญไทย และถูกรองรับไว้ด้วยปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ ให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศได้เป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง ให้มีการกระทำกับประชาชนอย่างที่ไม่ได้เป็น ๒ มาตรฐาน ถึงแม้จะสายเกินไปแล้วในขณะนี้ เพราะประเทศมันเดินทางมาถึงจุดที่ยากจะแก้ไขเยียวยาแล้วค่ะ ประชาชนถูกแบ่งออกเป็น สองฝักสองฝ่ายตามเจตนาของท่าน เพื่อให้ฝ่ายประชาชนอ่อนแอนะคะ คราวนี้การดันทุรัง อยู่ก็จะยิ่งเกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้นแม้ว่าความเสียหายมันจะสายเกินไปเสียแล้วใช่ไหมคะ แต่อย่างไรก็ตามก็ขอให้ ผู้มีอำนาจยึดหลักนิติรัฐและยืนยันว่ามีการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศนี้จริง ๆ คนตัวเล็กตัวน้อยที่ไม่ได้กล่าวถึงในทีนี้ยังมีอีกเยอะนะคะ ประมาณว่าไปเยี่ยมที่บ้านเขา ถ้าไม่เจอเปลี่ยนไปข่มขู่บุพการีพ่อแม่เขาอันนั้นก็มีเยอะซึ่งไม่สามารถที่จะรวบรวมตัวเลข แล้วก็มาบรรยายในที่นี้ได้หมด เพราะฉะนั้นดิฉันขออภิปรายครั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้มีการ ตั้งญัตติสนับสนุนญัตติอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ สืบสวนเพื่อพิจารณาการประทุษร้ายนักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวในเมืองไทย และการคุกคาม ผู้เห็นต่างทางการเมืองในประเทศไทย ขอบคุณมากค่ะ
ก่อนที่จะเชิญท่านต่อไป ก็เรียนคุณอมรัตน์นะครับ พอดีเอ่ยถึงคณะทำงานที่ไปต้อนรับ เผอิญผมไม่อยู่เนื่องจาก ต้องทำงานแต่ได้รับรายงานว่าคนที่มาวันนั้นก็มีนักการเมืองไปช่วยส่งสัญญาณยุอยู่ด้วย พอดีนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่มาเขาก็เลยมารายงานให้ทราบ แต่เมื่อสักครู่นี้มีนักศึกษา ธรรมศาสตร์เข้ามากลุ่มหนึ่งมาเป็นกำลังใจให้ผม เขาอยู่ในรุ่นเดียวกับกลุ่มนั้นก็เลยเรียนให้ทราบ ข้อเท็จจริง พอได้รู้แล้วว่าลูกนักการเมืองคนหนึ่งกับนักศึกษาเขาเกี่ยวโยงกันอย่างไร ถ้าคุณอมรัตน์อยากทราบเดี๋ยวไปพบผมส่วนตัวผมจะให้ทราบ เพราะผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ว่าก็มีผู้ทำงานที่มาช่วยงานรายงานให้ทราบว่าเป็นอย่างไร ก็เรียนให้ทราบนะครับ ต่อไปเชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ก่อนที่ผมจะเริ่มอภิปรายผมขออนุญาตท่านประธานครับ กราบเรียนด้วยความเคารพ ผมขออนุญาตท่านประธานรบกวนสัก ๑๕ นาทีได้ไหมครับ ผมได้เวลาแค่ ๑๐ นาที เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปใช้เวลา ๑๕ นาที ขอบคุณครับ
เดี๋ยวครับ คุณอมรัตน์ ประท้วง ประท้วงเรื่องอะไรเชิญครับ
ท่านประธานคะ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล พรรคอนาคตใหม่ เท่าที่ดิฉันได้ไปสอบถามมีนักการเมืองที่ท่านประธานพูดถึงนั้น อาจจะหมายถึงนักการเมืองในพรรคเดียวกับดิฉันนะคะ เนื่องจากไปรอโพเดียม (Podium) ไปยืนตรงนั้นเนื่องจากไปรอโพเดียม (Podium) ที่จะแถลงข่าวต่อจากน้องพริษฐ์ ชีวารักษ์ และนักการเมืองท่านนั้นได้มีการชี้แจงสู่สาธารณะแล้วค่ะ
ผมพอทราบความจริง คืออะไร ผมไม่ให้ร้ายใครนะครับ พอดีนักศึกษารุ่นเดียวกันเขามาพบเขามาให้กำลังใจ วันนี้เขามาประมาณ ๒๐ คน เขาก็เล่าให้ฟังว่าใครคือใครเป็นอย่างไร เชิญคุณหมอ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสกับผมได้อภิปรายสนับสนุนตามที่เพื่อนสมาชิกในสภาของเรา เสนอญัตติเป็นญัตติด่วนเพื่อให้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับ ความรุนแรง ทั้งหมด ๙ ญัตติ ท่านประธานกรุณารวบรวมเป็นหมวดหมู่ให้ ผมเองต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ความรุนแรง ๙ ญัตตินี้มันบ่งบอกถึงว่าเพื่อนสมาชิกเรา และสังคมโดยรวมให้ความสนใจให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเลยมีญัตติที่หลากหลาย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เรื่องตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญจากสภาเราผมเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองจะให้การสนับสนุนด้วยดี และผมก็เชื่อมั่นว่า การตั้งวิสามัญขึ้นมามันก็จะเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกของพวกเรา ได้มีโอกาสมาร่วมงาน จากความหลากหลาย จากความรู้ความสามารถที่ต้องการในมุมมอง หลาย ๆ ด้าน ก็จะมีโอกาสเข้ามาทำให้งานชิ้นนี้ผลการศึกษาชิ้นนี้เป็นประโยชน์กับ ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา ท่านประธานครับ เหตุผลที่จะสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการ คงไม่เป็นประเด็น เพราะทุกฝ่ายทุกคนเห็นชอบว่าควรตั้ง แต่ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานเป็นสิ่งที่ผมอยากจะเห็นในรายงานของ กรรมาธิการครับท่านประธาน รายงานกรรมาธิการที่ผมอยากเห็นไม่เฉพาะรูปเล่มที่สวยงาม อย่างนี้ แต่สิ่งที่อยากเห็นที่บรรจุในเนื้อในของรายงานของกรรมาธิการชุดนี้จะต้องตอบคำถาม ตามหัวข้อญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอทั้ง ๙ ญัตติให้ครอบคลุม ผมเองได้พยายามจัดกลุ่ม ที่ท่านประธานกรุณาอนุญาตให้ ๙ ญัตติเป็นญัตติที่มีเนื้อหาทำนองเดียวกัน ประเภทญัตติ ถ้าแบ่งตามกลุ่มจะได้ ๔ กลุ่มใหญ่ ๆ ตามเนื้อหา ตามข้อเสนอของตัวญัตติ ญัตติกลุ่มแรก เป็นเรื่องของทางด้านการเมือง การละเมิดสิทธิมนุษยชน กลุ่มที่ ๒ เป็นเรื่องของการกระทำ ของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีผลต่อความรุนแรง ญัตติกลุ่มที่ ๓ เป็นญัตติที่เกี่ยวกับเรื่องของความ รุนแรงในครอบครัว ความรุนแรงในสังคมโดยรวม และญัตติที่ ๔ เป็นเนื้อหาเฉพาะเป็นความ รุนแรงในภูมิภาคในพื้นที่พิเศษ เช่น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยเหตุผลอย่างนี้ผลการศึกษา จะต้องตอบคำถามสอบเนื้อหาสาระตามหัวข้อญัตตินั้นให้ได้ ท่านประธานครับ ผมเองต้องขอ อนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผมเองได้ศึกษาสิ่งที่สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรของเรา ผมกราบเรียนด้วยความภาคภูมิใจต่อท่านประธานครับ ชื่นชม การทำหน้าที่ในการผลิตเอกสารประกอบการพิจารณาให้กับสมาชิกได้อย่างดีเยี่ยม แม้แต่ ในห้องงบประมาณ สำนักงบประมาณรัฐสภาของเราผลิตเอกสารบทวิเคราะห์ใช้ประกอบการ พิจารณาเรื่องของงบประมาณได้อย่างดีเยี่ยม นี่ผมขออนุญาตชื่นชมด้วยความเคารพครับ ผมดูจากเอกสารที่ให้มามีสิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตจะกราบเรียนท่านประธานและขออ่าน เลยนะครับ เรื่องนิยามของความรุนแรงเพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ความรุนแรงคือการจงใจ ใช้กำลังหรืออำนาจทางกาย ขีดเส้นใต้นะครับท่านประธาน จงใจใช้กำลังหรืออำนาจทางกาย เพื่อข่มขู่หรือกระทำต่อตนเอง ต่อผู้อื่น ต่อกลุ่มบุคคล หรือชุมชน ซึ่งมีผลทำให้เกิดหรือมี แนวโน้มที่จะทำให้เกิดการบาดเจ็บ ตายหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตต่อจิตใจ หรือเป็นการยับยั้ง การเจริญงอกงาม หรือการกีดกั้นหรือปิดกั้นทำให้สูญเสียสิทธิบางประการ และขาดการ ได้รับในสิ่งที่สมควรที่จะได้รับ สิทธิที่หายไปก็ถือเป็นนิยามความรุนแรงครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ผมเองจะกราบเรียนท่านประธานมันมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผลการศึกษาจะต้องตอบโจทย์เหล่านั้น ท่านประธานครับ ความรุนแรงที่เขาแบ่งเป็น ๓ ประเภท ความรุนแรงต่อกาย ความรุนแรงทางด้านจิตใจ และที่สำคัญเขาแยกความรุนแรง ทางเพศออกมาเป็นประเภทหนึ่งเลยนะครับ เพราะมันมีความซับซ้อน มันมีสิ่งที่แตกต่างจาก ความรุนแรงจากด้านอื่น แม้จะเป็นความรุนแรงทางกายแต่มันบวกจิตใจ บวกสังคม สิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วยนั่นคือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ผลงานการศึกษาจะต้องตอบโจทย์เหล่านี้ และที่สำคัญครับ ผมดูจากเอกสารของสำนักงานวิชาการของเรา ดูสถิติความรุนแรงครับ เอาคร่าว ๆ ท่านประธานครับ จากปี ๒๕๕๓ เป็นต้นมา สถิติรวม ๗๐๐ มาถึงปี ๒๕๖๐ ขึ้นเป็น ๑,๑๐๔ เหตุการณ์ นี่คือเหตุการณ์ความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การทำร้ายร่างการ นี่เยอะที่สุด การดุด่า ดูถูกเป็นเรื่องที่รองลงมา อันนี้เป็นสิ่งที่มีสถิติและมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น อันนี้เอาผลการศึกษาคร่าว ๆ ที่เก็บตัวอย่างได้ ท่านประธานครับ นอกจากสถิติอุบัติการณ์ เหตุการณ์ที่มันเพิ่มขึ้นแล้วสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ก็คือว่าในญัตติของเพื่อนสมาชิกมีความหลากหลายที่ต้องการหาคำตอบ โดยเฉพาะญัตติของท่าน ส.ส. อันวาร์ สาและ และ ส.ส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ที่เสนอญัตติ เรื่องการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีผลต่อพี่น้องประชาชนทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการถูกทำร้าย บาดเจ็บ ล้มตาย หรือสูญหาย โดยเฉพาะเรื่องการสูญหาย นานาประเทศเขาเห็นว่าเรื่องการสูญหาย หรือการทำลาย ทำร้ายกันมันเป็นอาชญากรรม ที่ร้ายแรง มีความซับซ้อน จึงมีความร่วมมือกันที่จะแก้ไขปัญหานี้ เขาเลยมีภาคีอนุสัญญา ต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายหรือย่ำยีศักดิ์ศรี ตัวย่อ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า แคท (CAT) ตัว แคท (CAT) ประเทศไทยเราลงนามสัตยาบันเป็นภาคี เมื่อปี ๒๕๕๐ แล้ว แต่มีอนุสัญญาอีกอนุสัญญาหนึ่ง อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วย การคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เพื่อนสมาชิกพูด แล้วมันสะเทือนใจมาก บ้านเมืองเราขณะนี้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเยอะมากท่านประธานครับ แล้วที่สำคัญอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับ ให้หายสาบสูญ ภาษาอังกฤษเขาใช้ตัวย่อเป็นตัว ไอซีพีพีอีดี (ICPPED) ท่านประธาน ทราบหรือเปล่า ประเทศไทยเรายังไม่ยอมลงสัตยาบันรับรองอนุสัญญานี้ แม้ว่านานา อารยประเทศเขาลงนามไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๕ สนช. เองก็ให้ความเห็นชอบ ว่าคุณไปเซ็นสัญญาได้ ไปลงนามสัตยาบันได้ แต่ประเทศไทยเราไม่นำพา ประเด็นนี้ ต้องปรากฏในรายงานการศึกษาของกรรมาธิการว่าเพราะเหตุอันใด เป็นเรื่องจำเป็นนะครับ
อีกญัตติหนึ่งครับ ที่ควรต้องตอบที่เป็นผลสืบเนื่องของท่านสมาชิก อาดิลัน อาลีฮิสเฮาะ ท่านได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ อภิปรายประกอบญัตติท่านไป เรื่องของกฎหมาย ที่ใช้บังคับในพื้นที่พิเศษภาคใต้เรา เพื่อจะระงับยับยั้งความรุนแรง แต่กฎหมายเหล่านี้ใช้มา ๑๔ ปี ก็จะมีการเปลี่ยนแปลง ปี ๒๕๖๓ จะมีการเปลี่ยนแปลง มันมีความจำเป็นที่ผู้แทน เราจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการที่จะออกกฎเกณฑ์ ออกข้อบังคับต่าง ๆ ว่าจำเป็นเหมาะสม ขนาดไหน อย่างไร อันนี้คือตัวเนื้อหาสาระในญัตติที่กรรมาธิการจะต้องตอบโจทย์ ศึกษามา ให้ครบถ้วน
ท่านประธานครับ มีอีกญัตติหนึ่งด้วยมุมมองที่ท่านประธานมองไกล ตอนแรก ผมก็แปลกใจว่าทำไมท่านประธานรวมญัตตินี้เข้ามาในญัตติความรุนแรง ญัตติที่ว่าด้วย การตั้งคณะกรรมาธิการไปพิจารณาศึกษาการจัดตั้งเขตการปกครองพิเศษในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ญัตตินี้ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้อง แต่ด้วยสิ่งที่ท่านประธานเห็นจาก ประสบการณ์ว่าความจำเป็นจะต้องแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทางออกที่ดีที่สุด คือการศึกษาว่าเขตปกครองท้องถิ่นพิเศษมีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ มีบุคคลคนหนึ่งที่ผมขออนุญาตกล่าวนามในสภาแห่งนี้ ตำแหน่งสุดท้าย ท่านเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นคณะกรรมการกลางกระจายอำนาจ ๔ สมัย ตอนนี้ท่านเสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี ๒๕๕๖ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ แล้วก็อดีต ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัด สมบัติ สืบสมาน ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว ผมไปพบบันทึกข้อเขียนของท่านที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ท่านเป็นผู้อำนวยการเขาเรียกว่า กอง รจต. ราชการส่วนจังหวัดและตำบล ซึ่งเป็นปฐมบทแห่งการจัดตั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น คนแรกครับ คนคนนี้สามารถผลักดันให้มีการปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นมา ท่านเขียนไว้ในบันทึกท่าน ว่าวิธีแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นน่าจะเป็น ประโยชน์สุดก็คือท้องถิ่นพิเศษ การปกครองท้องถิ่นพิเศษ ไม่ใช่การปกครองท้องถิ่นนะครับ มีท้องถิ่นพิเศษ คำว่า พิเศษ ตรงนี้ก็ไปออกแบบ รูปแบบ วิธีการ กระบวนการให้สอดคล้อง เหมาะสม ผสมผสานระหว่างอำนาจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และอำนาจของทุกภาคส่วน ที่เขาไปดูแล มันเป็นที่มาของท้องถิ่นพิเศษ ผมอยากเห็นครับในผลงานการศึกษาของกรรมาธิการชุดนี้จะตอบโจทย์ว่าการแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ดีที่สุดคือการจัดตั้งเขตปกครองพิเศษที่เรียกว่า ท้องถิ่นพิเศษ ในสิ่งที่ผมได้นำเรียนท่านประธานมามันมีเหตุผลความจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องปรากฏอยู่ ในรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานครับ ฝากให้กรรมาธิการชุดนี้ได้มุ่งเน้นถึงสาเหตุของความรุนแรง ผมพยายามไปศึกษางานวิจัย หรืองานวิชาการในประเทศไทยเราขณะนี้ยังไม่มี ต่างประเทศมี สาเหตุหนึ่งที่เกิดความรุนแรง ในสังคมในครอบครัวในบริบทต่าง ๆ มีสมมุติฐาน มีงานวิจัยต่างประเทศ ผู้นำที่นิยม ความรุนแรงหรือมีพฤติการณ์ พฤติกรรมที่รุนแรง เช่นพ่อที่เป็นผู้นำในครอบครัวมีลักษณะ นิสัยก้าวร้าวรุนแรง นำส่งผลให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากขึ้นเมื่อเทียบกับครอบครัว ที่พ่อเขาเป็นคนที่มีความสุภาพเรียบร้อยมีลักษณะความเป็นมนุษย์สูงครอบครัวนั้นก็สงบ ร่มเย็น แต่ครอบครัวที่บิดาฐานะผู้ปกครองผู้นำมีลักษณะก้าวร้าวรุนแรง เหตุการณ์ พฤติการณ์ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในครอบครัวนั้นก็รุนแรง ระดับประเทศมีการศึกษา เปรียบเทียบที่อเมริกา ท่านประธานครับ ผมเคยพูดในสภานี้หลายครั้งผมดีใจว่ามีญัตตินี้มีมา ตอบรับคำอภิปรายของผมไว้ว่าจะมีการศึกษาเรื่องนี้ อเมริกาสมัยประธานาธิบดีที่ผ่านมา เทียบกับสมัยประธานาธิบดีอีกสมัยหนึ่ง ผมจะไม่กล่าวชื่อ ไม่กล่าวอ้างแต่เทียบเคียง ก่อนหน้านั้นเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมอเมริกาตีรันฟันแทง เอาปืนยิงกัน เอาเหตุการณ์ทางสังคมเลย ๗ ครั้งต่อเดือนท่านครับ พอเปลี่ยนประธานาธิบดีมีลักษณะผู้นำ ที่นิยมหรือบ่งบอกเป็นลักษณะมีความรุนแรง เหตุการณ์ความรุนแรงในอเมริกาเพิ่มขึ้น ๓ เท่าตัว ท่านประธานครับ ๓ เท่าตัว มันส่งผลต่อเรื่องของการก่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม เพราะลักษณะบุคลิกของผู้นำ ผมอยากให้กรรมาธิการชุดนี้ได้มีคำตอบครับ ศึกษามาว่า ในบริบทของเมืองไทยเรามันมีข้อเท็จจริงอย่างนั้นหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริง ดูผลงาน การศึกษาเป็นลักษณะวิจัย ไม่ได้คิดเอาอย่าไปสมมุติฐานไปด่าใครโดยไม่มีหลักวิชาการ มารองรับ ผมอยากให้ศึกษาเรื่องนี้เราจะได้แก้ปัญหากันถูกจุด ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดผมขอ สรุปว่าญัตติทั้ง ๙ ญัตติมีความจำเป็นที่ต้องตั้งกรรมาธิการ ๒. กรรมาธิการต้องมีผลงาน การศึกษาที่ตอบโจทย์ได้ทุกเรื่อง มีผลงานการศึกษาที่ตอบเรื่องสาเหตุของความรุนแรง ให้ชัดเจน และสุดท้ายครับข้อสังเกต ข้อเสนอแนบท้ายของผลการศึกษานี้ต้องนำสู่ปฏิบัติได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นเงื่อนไขทางด้านฝ่ายนิติบัญญัติเราที่สามารถมีผลเข้าไปแก้ปัญหาได้ ต้องปรากฏอยู่ในรายงาน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมเกิดที่อำเภอจะนะครับ เรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อสักครู่เราก็ได้ฟังหมอชลน่าน ในเรื่องการตั้งกรรมาธิการ ๑-๙ โดยเฉพาะเรื่องความรุนแรงแล้วก็ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ในเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหามาตลอดระยะเวลา ๑๐๐ ปีมาแล้ว ๑๐๐ ปีมาแล้วที่มีปัญหา เริ่มตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้วางพระบรมราโชบาย ไว้ในการจัดให้ข้าราชการไปอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องจัดคนที่ซื่อสัตย์สุจริตเข้าไป บริหารในตรงนั้น ปรากฏว่าตลอดระยะเวลามาเราไม่ได้ปฏิบัติตามพระบรมราโชบายของ รัชกาลที่ ๖ เลย ปัญหาถึงเกิดขึ้นมากมายนะครับ มีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งหมด ๗,๐๖๔ ราย ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบัน มีผู้บาดเจ็บ ๑๓,๐๐๐ กว่าคน งบประมาณแผ่นดินทั้งหมดหมดไป ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราไม่พูดถึงเรื่อง เด็กกำพร้า เราไม่พูดถึงเรื่องหญิงหม้ายและผลกระทบต่าง ๆ ซึ่งมาถึงปัจจุบันนี้ ข้อผิดพลาด อย่างร้ายแรงที่สุด ผมจะอธิบายถึงว่าข้อผิดพลาดของเรา วิธีการแก้ไข ข้อผิดพลาดของเรา ที่สุดคือการไม่รู้เรื่อง การแก้ปัญหาของผู้นำรัฐบาลก็แบ่งเป็น ๒ ช่วง ที่รุนแรงที่สุดคือสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เอาอารยธรรมตะวันตกมาใช้ เอาอารยธรรมตะวันตกมาใช้และมา บังคับชาวมุสลิมให้สวมกางเกงบ้าง ไม่ให้โพกผ้าสะระบั่นบ้าง ให้สวมหมวกจนเกิดการ ต่อต้านมาในสมัยหะยีสุหลง โต๊ะมีนา หะยีสุหลงถูกหายตัวไป จะหายไปด้วยประการใด ไม่ทราบ แต่ประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาบอกเจ้าหน้าที่รัฐจับไปถ่วงน้ำ ในทะเลสาบสงขลา อันนี้เป็นที่ราษฎรเขาพูดกันไป ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่ทราบ แล้วช่วงหนึ่ง ที่เกิดเหตุมันไม่น่าจะเกิดเลยในช่วงปี ๒๕๔๕-๒๕๔๗ ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เขาใช้คนมาตายเราไม่รู้เท่าทันสถานการณ์ ในเหตุสะบ้าย้อย กรือเซะ แล้วก็ยะลาตรงนั้น เราเสียชีวิตมานับเป็นร้อยคน การเสียชีวิตของผู้ที่มาประท้วงที่ตากใบ ๙๐ กว่าคนในเดือน ถือศีลอด อันนี้คือเป็นการสูญเสียที่มากที่สุดที่เราไม่รู้เท่าทันสถานการณ์เขาใช้คนมาตาย เรากินเบ็ดเข้าไปในตรงนั้น คือความไม่รู้ ไม่ศึกษางบประมาณเกี่ยวกับการข่าวสูญเปล่า จาก ๒ ประเด็นนี้ทำให้เหตุการณ์มาถึงปัจจุบันนี้ แล้วข้อผิดพลาดอีกมากมาย การยกเลิก ศอ.บต. ในปี ๒๕๔๕ พตท. ปี ๒๕๔๓ เป็นช่องว่างให้เกิดการซ่องสุมต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย มีการปล้นปืนมีอะไรต่าง ๆ มากมาย อันนี้ข้อผิดพลาด แล้วข้อผิดพลาดที่สำคัญอีก จนถึงบัดนี้ก็คือการเอาทหารที่อยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ เข้ามาปฏิบัติการใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เป็นการดึงคนที่ไม่อยู่ใน ๓ จังหวัดเข้ามาเกี่ยวข้อง ผลเป็นอย่างไรตอนนี้ มีการแอนตี (Anti) อิสลามขึ้นมา ในจังหวัดน่านสร้างมัสยิดไม่ได้ถูกประท้วง จังหวัดขอนแก่นขอทะเบียน มัสยิดไม่ได้ ครั้งสุดท้ายที่จังหวัดมุกดาหาร ท่านจุฬาราชมนตรีไปเปิดมัสยิดมีการต่อต้าน จากปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เราดำเนินนโยบายผิดพลาดให้คนเกลียดมุสลิม แถมก็เอา ภรรยาท่านนายกรัฐมนตรี รองศาสตราจารย์นราพร จันทร์โอชา ว่าเป็นมุสลิม ซึ่งไม่ตรงกับ ความเป็นจริงเลยครับ ถ้าสร้างคนให้เกลียดมุสลิม แล้วก็เอาคนที่เราไม่ต้องการก็บอกว่า เป็นมุสลิม อันนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเลยก็อยากให้พวกเราได้รับทราบการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ยากเลยถ้าเรามีความจริงใจ ปีเดียวจบ เราอย่าใช้คำว่าพูดคุย เอาเป็นว่าเจรจา พวกเราจะใช้การพูดคุยเดี๋ยวจะยกเป็นระดับสากล ไม่ใช่ เขารู้กันทั้ง ประเทศแล้ว เขารู้ทั้งโลกแล้วเจรจาอย่างจริงจัง เราไปดูการเจรจาของประเทศต่าง ๆ ที่มี ปัญหามากกว่าเรา ยกตัวอย่างให้เห็นปัญหาของมาเลเซีย ปัญหาเรื่องเชื้อชาติในสมัยตุนกู อับดุล ราซัก ระหว่างคนจีนกับคนมลายูฆ่ากันในเมืองใหญ่ ๆ ก่อการจลาจลในเมือง กัวลาลัมเปอร์ ในเมืองปีนัง ในเมืองยะโฮร์บาห์รู มีคนตายเป็นจำนวนมาก เขาแก้ปัญหา กันเรียบร้อยตอนนี้จบไม่มีอะไรแล้ว การรวมชาติของเวียดนาม เวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ ตอนนี้เรียบร้อยเขาพัฒนาในด้านเศรษฐกิจไปแล้ว ปัญหาของอินโดนีเซียในเรื่องของอาเจะฮ์ เขาแก้ได้ ประเทศฟิลิปปินส์กบฏโมโร เกาะมินดาเนา เขาแก้ปัญหาจบด้วยการเจรจาทั้งนั้น ละครับท่าน เมื่อก่อนผมเองก็หัวเราะเมื่อประเทศกัมพูชา ประเทศกัมพูชาเขามีเขมร ๔ ฝ่าย เขามี นายกรัฐมนตรี ๒ คน ปรากฏว่าจะบริหารกันอย่างไร ปรากฏว่าอย่างไรครับ ตอนนี้เขมร เป็นอย่างไรบ้าง ส่งคนมาทำงานในประเทศไทยปีหนึ่งประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน คนละ ๑,๐๐๐ บาท ส่งเงินกลับเข้าไปเขมรเดือนละ ๓,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ นี่คือการแก้ปัญหา ของเขาคือการเจรจา ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แก้ปัญหา อย่างจริงจังโดยตั้งคณะทำงานเจรจาขึ้นมาเอาคนที่มีชื่อเสียงที่ประชาชนยอมรับ ขออนุญาต นิดเดียวจะจบอยู่แล้วครับ ก็อยากจะเสนอ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านอานันท์ ปันยารชุน ท่านประเวศ วะสี ผู้นำศาสนาอิสลาม พระที่มีชื่อเสียงของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประธาน หอการค้า แล้วก็แต่ละฝ่ายอีก ๕ คนเจรจากันอย่างจริงจัง ผมคิดว่าบ้านเมืองนี้คงจะ เรียบร้อยครับ แล้วก็เขตพิเศษ เขตพิเศษก็หมายความว่าการบริหารท้องถิ่นแบบเขตพิเศษ พัทยา กทม. ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ ท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม มานพ คีรีภูวดล พรรคอนาคตใหม่ ผมในนามพี่น้องชาติพันธุ์ ผมคิดว่าเรื่องของความรุนแรง เรื่องของการใช้อำนาจของรัฐผ่านกฎหมาย หรือผ่านมายาคติที่ไม่เข้าใจพวกเราผมคิดว่า ประเด็นนี้เป็นที่เปิดเผยของสังคมก็จะมีไม่กี่กรณี แต่เรื่องราวที่พวกเราได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประทุษร้าย การทำร้ายร่างกายกัน การฆาตกรรม ผมคิดว่าอันนี้ เกิดขึ้นเยอะซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ผมอยากจะเริ่มอย่างนี้ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ เขียนไว้ชัดเจน รัฐพึงส่งเสริมและให้ความคุ้มครองชาวไทย กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ให้มีสิทธิดำรงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตดั้งเดิม ตามความสมัครใจได้อย่างสงบสุขไม่ถูกรบกวน ทั้งนี้เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีงามของประชาชน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐหรือสุขภาพ อนามัย อันนี้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้บัญญัติไว้ชัดเจน ทีนี้ยังมีปฏิญญาของสหประชาชาติ ว่าด้วยเรื่องสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ปี ๒๐๐๗ หรือ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งรัฐบาลประเทศไทยก็ได้ลงนาม ในปฏิญญานี้ร่วมกับสหประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมน่าจะเป็นคนที่ ๔ ของพี่น้อง ชาติพันธุ์ที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ มาทำหน้าที่ตรงนี้ จริง ๆ แล้วในสภาแห่งนี้ผมไม่แน่ใจว่าได้รู้จัก พี่น้องชาติพันธุ์ที่ร่วมประเทศชาตินี้กันหมดหรือยัง พี่น้องชาติพันธุ์ ผมแบ่งเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มที่ทางราชการเรียกว่าราษฎรบนพื้นที่สูงและพี่น้องชาติพันธุ์ในพื้นที่ราบ ราษฎรบนพื้นที่ สูงผมคิดว่ามี ๙ เผ่าหลัก ๆ ที่ทางราชการ โดยเฉพาะกรมประชาสงเคราะห์สมัยก่อนได้เข้าไป ทำงานด้วย มีพี่น้องกะเหรี่ยง พี่น้องม้ง พี่น้องลีซู พี่น้องอาข่า ประมาณ ๙ เผ่าที่ทำงานอยู่ ทีนี้สิ่งที่เกิดกับพวกเราโดยเฉพาะในเรื่องความรุนแรง การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐโดยผ่าน ตัวบทกฎหมาย หรือแม้แต่ความเป็นคนหรือว่ามายาคติที่มีต่อพวกเรา ผมคิดว่าอันนี้คือ ผลที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่เราไม่มีโอกาสได้มาคุยในสภาแห่งนี้ เราก็ใช้สื่อหรือว่าพื้นที่ สังคมที่จะช่วยเรา พื้นที่ขององค์กรพัฒนาเอกชนบ้าง ส่วนราชการที่อยู่ใกล้ชิดพวกเราบ้าง ท่านประธานครับ ผมอยากจะเริ่มจากตัวอย่างในพื้นที่ที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ กรณีนักกิจกรรม เป็นเยาวชนพี่น้องลาหู่หรือว่าราชการเรียกว่ามูเซอ กรณีคุณชัยภูมิ ป่าแส หรือนายจะอุ๊ อายุ ๑๗ ปี เป็นนักเรียนที่เรียนดีเรียนอยู่ที่โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม ตอนที่เสียชีวิตกำลังเรียนอยู่ ในชั้น ม. ๔ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารได้ฆาตกรรมบริเวณด่านริมหลวงที่อำเภอเชียงดาว เหตุการณ์นี้ผมคิดว่าสิ่งที่เป็นข้อสงสัยของพวกเราแล้วก็พี่น้องชาติพันธุ์ รวมถึงพี่น้อง ที่ทำงานด้านความยุติธรรม ๒-๓ ประเด็น คือนายชัยภูมิถูกกล่าวหาโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยพฤติกรรมที่พวกเรา โดยพฤติกรรมคนที่ทำงานร่วมกันในสังคม เขาเป็นนักกิจกรรมที่ไปส่งเสริมเรื่องสิทธิการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน เขาเป็นคนรุ่นใหม่ ที่ชวนเพื่อน ๆ เยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับส่วนราชการ เข้ามามีส่วนร่วมกับ พี่น้องคนในเมืองว่าเราจะเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพอย่างไรในสังคม แล้วเขาจะเข้าไปเกี่ยวข้อง กับยาเสพติดได้อย่างไร อันนี้เป็นข้อสงสัยของพวกเรา ซึ่งสื่อและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ก็ลงไปศึกษาข้อมูลแล้วก็ช่วยเหลือกรณีนี้ สิ่งที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งตรงด่านที่ถูกยิงตาย เป็นด่านของทหาร ท่านประธานครับ ตรงด่านมีกล้องซีซีทีวี (CCTV) ไม่ต่ำกว่า ๔ ตัว ชาวบ้าน ที่อยู่บริเวณใกล้ด่านยืนยันว่านายชัยภูมิให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างดี แต่แล้ววิ่งออกมา แล้วก็ถูกยิงข้างหลัง ทีมงานผู้นำชาวบ้านแล้วก็ทนายความแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้เจ้าหน้าที่ได้เปิดกล้องซีซีทีวี (CCTV) ท่านประธานรู้หรือไม่ว่าสิ่งที่พวกเราขอวันนั้น ก็คือว่ากล้อง ๔ ตัวเสียหมดเลยมันเกิดขึ้นได้อย่างไรกับเหตุการณ์อย่างนี้ พวกเราไม่มีอำนาจ พวกเราไม่มีบารมีโอกาสเดียวที่พวกเราจะทำได้ก็คือการคุ้มครองทางกฎหมายที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์นี้ตอนนี้ยังอยู่ในชั้นศาล ฝากท่านประธานด้วยว่าเรื่องอย่างนี้ ทำอย่างไรจะไม่ให้เกิดขึ้นซึ่งเรื่องนี้มันอยู่ในชั้นศาล ผมจะปรึกษาท่านประธานต่อไปว่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับนายชัยภูมิ ป่าแส จะมีการสนับสนุนหรือว่าจะมีการช่วยเหลือ อย่างไรในกรณีนี้ครับ
กรณีที่ ๒ นายจะจือ จะอ่อ เป็นพี่น้องชาวลาหู่เหมือนกันครับ เหตุเกิด ที่เชียงใหม่ ที่ตำบลเปียงหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ อันนี้ถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นการป้องกันตัวต่อสู้นะครับ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์บอกว่า นายจะจือกำลังจะไปสวนไปไร่ไม่มีอาวุธไม่มีอะไร แต่ว่าโดย ลึก ๆ เราไม่รู้ว่าคู่กรณีมีความขัดแย้งอื่นใดกันก่อนหรือเปล่าเราไม่รู้ แต่ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ ผมคิดว่าไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครใด ๆ เลย ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะฝากให้มีการตั้งกรรมาธิการ ถ้าหากว่ากระบวนการทางอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐยังใช้กฎหมายและมีมายาคติต่อพวกเรา อย่างนี้ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นมาคือความขัดแย้ง ความไม่พอใจ ความร้าวลึกที่จะเกิดขึ้น ในหมู่พี่น้องพวกเราจะเยอะมากขึ้น เพราะฉะนั้นทำอย่างไรจะมีกระบวนการ มีวิธีการ มีทางออกให้ทุกคนที่เป็นคนไทยหรือมนุษย์ทุกคนจะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้น
กรณีที่ ๓ นายอะเบ แซ่หมู่ เป็นพี่น้องชาติพันธุ์ลาวลีซูหรือว่าลีซอ เหตุเกิดขึ้น ที่เชียงดาวเหมือนกัน อันนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ก็เกิดกรณีคล้าย ๆ กันว่าเป็นเรื่อง ของการต่อสู้ป้องกันตัว แต่ในข้อมูลของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่กลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มผู้นำ กลุ่มที่พอจะเป็นที่พึ่งพาของพี่น้องประชาชนได้ พูดภาษาไทย เขียนภาษาไทย สื่อสารกับส่วนราชการพอจะเป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชนได้ การเดินทางแต่ละครั้งเพื่อที่จะเรียกร้องความเป็นธรรม การเดินทางแต่ละครั้งเพื่อที่จะ สื่อสารว่าเรื่องราวของตนเองมีปัญหาอย่างไร เส้นทางการเดินทาง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เราจะไปทีละมาก ๆ ก็ไม่ได้ เราต้องมีตัวแทน ถ้าเลือกตัวแทนที่สามารถที่จะเป็นบุคคล ที่มีศักยภาพในการสื่อสารเนื้อหาประเด็นปัญหาของพวกเราในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะศึกษา เรื่องของความรุนแรงทั้งโดยมายาคติโดยอะไรก็ตามแต่ หรือกฎหมายหรือเจ้าหน้าที่ ผ่านกระบวนการอะไร ผมคิดว่ามันต้องเกิดขึ้น ถ้าไม่อย่างนั้นเราไม่มีช่องทางหรือที่พึ่ง สภาแห่งนี้ผมอยากจะเรียกร้องแล้วขอความเห็นใจว่าเราควรจะมีกลไกเหล่านี้ เพราะสภาแห่งนี้ เป็นที่พึ่งของประชาชน ท่านประธานครับ เรายังมีกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์หรือกลุ่มคนไทย หลายกลุ่มที่ยังไม่มีสัญชาติ ยังไม่มีสถานะบุคคล เมื่อวานก่อนผมได้เจอกับพี่น้อง ที่เรียกตัวเองว่าคนไทยพลัดถิ่น เขาไม่ได้เป็นคนไทยเพราะไม่ใช่สายเลือดไทยหรือว่าไม่พูด ภาษาไทย เขาไม่ได้เป็นคนไทยเพราะว่ามีปัญหาทางการเมืองระหว่างประเทศ มีการแบ่งเขต ประเทศเขาเลยถูกตัดออกไปไม่มีสิทธิสถานะพลเมืองเป็นคนไทย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ กลุ่มคนเหล่านี้ที่ผมเอ่ยขึ้นมา พี่น้องชาติพันธุ์ พี่น้องที่ไม่มีสถานะบุคคล พี่น้องที่อยู่ห่างไกล ความเจริญ พี่น้องที่ไม่มีอำนาจ ไม่มีอำนาจทั้งทางความรู้ ทางการเงิน ทางเศรษฐกิจต่าง ๆ คนเหล่านี้มักจะได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางใดทางหนึ่ง สิ่งที่เป็นข่าวและเป็นที่รับรู้ ของสังคมไทยก็คือกรณีคุณบิลลี่ นายพอละจี รักจงเจริญ ที่แก่งกระจาน จริง ๆ หมู่บ้านของเขา ในแผนที่ ผมได้ดูแผนที่ทั้งแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศและแผนที่ทหาร ๑ : ๔,๐๐๐ แผนที่ ทหาร ๑ : ๕๐,๐๐๐ ระบุไว้เลยว่าบ้านของคุณบิลลี่ชื่อว่าบ้านใจแผ่นดิน หลักฐานของกรม ประชาสงเคราะห์ได้ไปสำรวจแล้วว่าเป็นคนไทยราษฎรบนพื้นที่สูง เหตุไฉนอำนาจของรัฐ เหตุไฉนอำนาจของกฎหมายถึงใช้มาตรการความรุนแรงในการขับไล่อพยพออกไป หลักสิทธิ มนุษยชน หลักสิทธิชุมชน หลักความเป็นมนุษย์เหล่านี้หายไปในสังคมไทยที่ไหน คุณบิลลี่ ได้พยายามเป็นตัวแทนของพี่น้องที่ใจแผ่นดินเพื่อที่จะสื่อสารกับสังคม ผมเองก็ไม่รู้ว่าพี่น้อง ที่ใจแผ่นดินเจอปัญหาอะไร ผมรู้ตอนที่ ฮ. ของทหาร ๓ ลำตก พวกเราเป็นพี่น้องที่อยู่ ภาคเหนือมันเกิดอะไรขึ้น ก็มีตัวแทนเข้าไปหาว่าเกิดอะไรขึ้น เราพยายามสื่อสารกันว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรเราเป็นคนไทยเหมือนกัน แต่ว่าเป็นชาติพันธุ์หรือราชการเรียกว่า ราษฎรบนพื้นที่สูง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณบิลลี่ผมคิดว่าอันนี้ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ DSI ที่พยายามติดตามเรื่องนี้ แล้วเราหวังว่ากรณีของบิลลี่จะเป็นกรณีสุดท้าย เราให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เราให้กำลังใจหน่วยงานพี่น้องประชาชนคนไทยทุกกลุ่มที่ให้กำลังใจ พวกเราในการที่จะต่อสู้เรื่องความยุติธรรมความเป็นจริงในสังคมนี้ โดยเฉพาะ DSI ที่พยายามตามอยู่ แล้วเราหวังว่าความยุติธรรมของครอบครัวคุณบิลลี่จะได้รับ แล้วจะเป็น มาตรฐานให้กับคนไทยทุก ๆ คน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะสรุปช่วงสุดท้าย เราจะทำอย่างไรให้สังคมไทยรับรู้ว่าประเทศไทยได้รวมกันเป็นประเทศมีพี่น้อง มีกลุ่มชน หลากหลายชาติพันธุ์ มีพี่น้องทางใต้ ทางอีสาน ผมเพิ่งรู้ว่าเรามีพี่น้องชาติพันธุ์พื้นราบ ทางอีสาน ทางภาคกลาง ไทยทรงดำ ลาวโซ่ง พี่น้องคนมอญ พี่น้องชาวเล พี่น้องชาวอูรักลาโว้ย มอแกน เรามีเยอะมากมายครับ ผมยังเชื่อมั่นว่าหากพวกเราดำรงความหลากหลายของผู้คน ในสังคมไว้นี่คือความมั่นคง ทำไมผมพูดอย่างนี้ครับท่านประธาน เพราะว่าเรามีความหลากหลายของผู้คน มีภูมิปัญญาที่หลากหลายย่อมจะมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์องค์ความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้ เราจำเป็นจะต้องใช้ศักยภาพของพี่น้อง ทุกหมู่ทุกชนชาติในการพัฒนาประเทศแล้วก็ร่วมสร้างด้วยกัน สิ่งที่ผมอยากจะให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ เราจะมีตัวแทนในการศึกษาร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญ ชุดใหญ่ เราอยากจะเป็นตัวแทนที่จะลงไปพบปะพี่น้องว่าเรื่องราวความรุนแรงต่าง ๆ เหล่านี้ ได้อย่างไร ท้ายที่สุดนี้ผมสรุปโดยสั้น ๆ ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเหตุเมื่อวานนี้ ท่านประธานครับ หลักสูตรการศึกษากระบวนการหล่อหลอมทางสังคม การสื่อสารผู้คนในสังคมทำให้พวกเรามองกันไม่เห็น ทำให้พวกเราเห็นต่างกันว่านี่ไม่ใช่คนของเรา เพราะฉะนั้นทำอย่างไร ในฐานะที่สภาแห่งนี้เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน เป็นที่สื่อสาร ของตัวแทนประชาชน เราจะทำอย่างไรให้มันมีพื้นที่กลางในการได้สื่อสารว่าประเทศไทยเรานี้ ประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติ หลายวัฒนธรรม ท่านลองนับตัวเองดู ท่านสมาชิกก็ได้ พี่น้องที่อยู่ที่บ้านก็ได้ นับตัวเองไป ๕ ช่วงอายุคนว่าท่านมีเชื้อสายมาจากอะไร ท่านสืบเชื้อสาย มาจากที่ไหน ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปคุณอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันสนับสนุน ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง และมาตรการแก้ไขปัญหาและยุติการใช้ความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบของนางผ่องศรี แซ่จึง และนางมุกดา พงษ์สมบัติ กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าทุกครั้งที่ดิฉันเข้าร่วมอบรม สัมมนาเรื่องความรุนแรงในเรื่องเพศ อายุของผู้ถูกข่มขืนจะอายุน้อยลงเรื่อย ๆ ในการอบรม สัมมนาผู้พิพากษาท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่ามันน่าสะพรึงกลัวยิ่งนักที่ผู้ถูกข่มขืนอายุน้อยลงเรื่อย ๆ สถิติข่าวข่มขืนในหนังสือพิมพ์มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลได้เข้าไปสำรวจหนังสือพิมพ์ทั้งหมด ๑๔ ฉบับ ได้แก่ ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด คมชัดลึก มติชน แนวหน้า ไทยโพสต์ กรุงเทพธุรกิจ บ้านเมือง สยามรัฐ พิมพ์ไทย ผู้จัดการรายวัน โพสต์ทูเดย์ และสยามกีฬา ท่านประธาน ที่เคารพคะ พบว่าข่าวการกระทำความรุนแรงทางเพศในรอบ ๑ ปีนั้นทั้งหมดจำนวนถึง ๓๐๖ ข่าว โดยพบว่ามีข่าวข่มขืนทั้งหมด ๑๕๗ ข่าว หรือคิดเป็น ๕๑ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว นั่นหมายความว่าประเทศไทยเกิดอะไรขึ้นกับความรุนแรงทางเพศ และผู้ที่มีอำนาจที่จะ ช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ในผู้หญิง ๑๐๐ คน ๕๑ คนที่เดินมาจะต้องถูกข่มขืนอย่างนั้นหรือ เสื่อมกันขนาดนั้นหรือในประเทศไทย ทีนี้การก่อเหตุข่มขืนที่มากที่สุดก็คือคนใกล้ตัวบุคคล ในครอบครัว กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่า ๕๒.๘ เปอร์เซ็นต์ คนแปลกหน้ารู้จัก ผ่านเข้ามาในโซเชียล มีเดีย (Social Media) เดี๋ยวนี้เพิ่มขึ้นถึง ๔๗.๒ เปอร์เซ็นต์ ข่าวข่มขืน ทั้งหมดรวมแล้วประมาณ ๗๗.๑ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเจาะลึกลงไปในข่าวประเภทที่ข่มขืนอย่างเดียว จะพบรูปแบบของการข่มขืนเพิ่มเข้าไปอีก ก็คือข่มขืนพร้อมกับชิงทรัพย์กรรโชกทรัพย์ ๘.๙ เปอร์เซ็นต์ ข่มขืนแล้วฆ่าพร้อมชิงทรัพย์ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพคะ บ้านคือวิมานของเรา บ้านคือที่ปลอดภัยที่สุดในครอบครัวแล้ว แต่สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นสถิติจากการวิจัยก็คือค้นพบว่าบ้านกลับกลายเป็นสถานที่ก่อเหตุ ข่มขืนมากที่สุด ดิฉันประณามการข่มขืนของผู้ชายเลว ๆ เหล่านั้นว่าชายข่มเหงไม่เกรงกลัว ช่างชั่วเหลือ ข่มขืนเหยื่อเป็นตราบาปสาปเน่าเหม็น ต้องโทษใครใจปวดร้าวคราวกรรมเวร เหลือเป็นเดนเศษมนุษย์สุดตรอมตรม คนที่ไม่ตายผู้หญิงที่ไม่ตายจะเป็นตราบาปของเขา ตลอดชีวิตเลย ทีนี้บ้านมีอัตราการเกิดเหตุข่มขืนมากถึง ๔๖.๕ เปอร์เซ็นต์ รองลงมาก็คือริมถนน หรือตามสถานที่ร้างต่าง ๆ บ้านร้าง โรงเรียนร้าง วัดร้าง ๑๘.๕ เปอร์เซ็นต์ ป่า เรือกสวนไร่นา ชายหาด ๑๕.๙ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีสถานที่อื่น ๆ วัด โรงเรียน ห้องน้ำ เป็นสถานที่ ข่มขืนกันมากเลยทีเดียว นี่ประเทศไทยมันเกิดอะไรขึ้น ดิฉันถามซ้ำแล้วซ้ำอีกว่ามันน่า สะพรึงกลัวยิ่งนัก แม้ว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วก็ตามหรือมีเหตุอันใด ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ดิฉันยกตัวอย่างคดีฆ่าแหม่มเยอรมันในเดือนเมษายน ๒๕๖๒ เอาหินทุบศีรษะข่มขืนแล้วฆ่าอย่างทารุณ อำพรางศพไว้ที่เกาะสีชัง สีชังชังแต่ชื่อ จังหวัด ชลบุรี แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ผู้หญิงมนุษย์แม่อย่างเราเรานี้ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ เศร้าสะเทือนใจที่สุด และเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรโรคจิตฆ่า ๖ ศพ ฆ่าข่มขืนแล้วทำไมจะต้องออกมาให้เกิดคดีซ้ำแล้วซ้ำอีก ฆ่าข่มขืน ผู้หญิงซ้ำแล้วซ้ำอีก ตอนนี้ทราบข่าวว่ากำลังนัดเหยื่อรายที่ ๗ ต่อไปแต่ถูกจับก่อน แล้วฆาตกร โรคจิตฆ่าต่อเนื่องขณะนี้กฎหมายทำอะไรไม่ได้เลยหรือ มนุษยธรรมกับโจรมีกลับใจไหมล่ะ ฆ่าเพิ่มขึ้น ฆ่าเพิ่มขึ้น ดิฉันสนับสนุนให้มีการประหารชีวิตในชายโฉดชั่วเลวทรามเหล่านั้น ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต ลูกของใครที่โดนกระทำข่มขืนแล้วฆ่า แม่ของใครที่โดนฆ่าข่มขืน แล้วยัดไว้ในตู้เย็น ญาติใครโดนฆ่าและข่มขืนเป็นความขมขื่นตลอดชีวิตที่มีเพียงลมหายใจ เข้าออกตลอดหรือ จะทุกข์ทรมานตลอดชีวิตเลยหรือ แล้วทำไมไม่ศึกษากันอย่างจริง ๆ จัง ๆ ตั้งแต่ครอบครัวที่มีความรุนแรงและลดความรุนแรงกันอย่างไร หลายต่อหลายครั้งที่เกิดคดี ข่มขืนในบ้านเรามักมีคำอธิบายทำนองที่ว่าโทษผู้กระทำผิด เป็นต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด ประโยคซ้ำ ๆ ก็คือแต่งตัวโป๊ไปหรือไม่ ยั่วหรือไม่ ทำไมไม่รักนวลสงวนตัว ดูแลตัวเองไม่ดี พอหรือ แล้วกฎหมายบ้านนี้เมืองนี้อ่อนหรืออย่างไร ที่ผู้หญิงที่จะต้องเดินอยู่ในสังคม อยู่ในผืนแผ่นดินนี้จะต้องหวาดกลัวหวาดระแวงไม่มีความสุขที่จะอยู่บนผืนแผ่นดินไทยหรือ ก็เป็นคำถามค่ะ บาดแผลที่แสนเจ็บปวด ดิฉันเรียกร้องให้มีการประหารชีวิตในกรณีที่ ถูกข่มขืนและฆ่า ผู้กระทำควรได้รับโทษอย่างสาสม แม้นว่ากฎหมายบ้านเมืองจะลงโทษ ตามตัวบทกฎหมาย แต่ดิฉันยังยืนยันขอสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อตรวจสอบและศึกษาแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาและยุติการใช้ความรุนแรง ในสังคมทุกรูปแบบ ขอให้เรื่องนี้ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนซ้ำ ๆ ลูกของใครใครก็รัก ญาติใครใครก็ รัก แม่ใครใครก็รัก ข่มขืนแล้วฆ่า ข่มขืนที่ไม่โดนฆ่าเหมือนถูกฆ่าตลอดชีวิต ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป เชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย วันนี้ผมถือโอกาสอภิปรายญัตติด่วน ขอให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา การละเมิดสิทธิมนุษยชนและการใช้ความรุนแรงซึ่งมีลักษณะญัตติที่ใกล้เคียงกันหลายญัตติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพูดถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วในเรื่อง ของการกระทำความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชน สิ่งเหล่านี้ผมถือว่ามีผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชนโดยตรงที่เกิดกระทำสิ่งเหล่านี้ขึ้น ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ความเสียหายที่มันเกิดขึ้นมีหลายประเด็นทั้งการพูดถึงการสูญเสียของบุคคล การบาดเจ็บ ล้มตาย การทำให้เขาถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น นี่คือผล แต่ผลร้ายที่มันเกิดขึ้น ก็คือว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐก็ดีที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชนนั้น ความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งในสังคมก็เกิดขึ้น ผมเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้ทุกคน ไม่ปรารถนาจะให้เกิดขึ้นกับประเทศของเรา ทุกคนก็มีส่วนที่หวังดีแล้วก็อยากให้สิ่งที่มัน เกิดขึ้นตามญัตติที่เสนอจะได้มีการศึกษาหาแนวทางแก้ไข หาแนวทางเยียวยาหรือหา แนวทางยุติความรุนแรง ยุติการลอบประทุษร้าย ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน นี่คือสิ่งที่ทุกคน อยากปรารถนาให้เกิดขึ้น ผมจึงสนับสนุนญัตติเหล่านี้เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษา แต่วันนี้ผมอยากจะฝากประเด็นที่อยากให้กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นได้ไปศึกษา สัก ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ เพื่อเป็นแนวทาง ผมขอชมเชยทุกท่านที่ทำญัตตินี้ขึ้นมา แล้วก็ให้ รายละเอียดที่เป็นแนวทางเบื้องต้นอยู่บ้าง ซึ่งหลายญัตติที่เสนอมานั้นมีข้อมูลซึ่งเป็นประเด็น ที่ทำให้สมาชิกได้เป็นผู้ศึกษาและได้ดู แต่อย่างไรก็ตามใน ๓ ประเด็นที่ผมพูดถึงแล้วก็ฝากไปยัง กรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนั้น
ในประเด็นที่ ๑ ผมเข้าใจว่าทุกคนเราอยู่เป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทุกคน ไม่อยากจะปรารถนาความรุนแรงหรอกครับ แต่ทำอย่างไรให้คนที่สร้างความรุนแรงนั้น ได้ตระหนักและยุติความรุนแรงได้ บางคนก็พุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ว่ามันอาจจะมี หลายบุคคลที่อาจจะอยู่เบื้องหลัง หรืออาจจะใช้ส่วนหนึ่งเป็นผู้กระทำโดยใช้เครื่องมือของ เจ้าหน้าที่รัฐก็ได้ ซึ่งเราคิดว่าต้องดูแล้วก็ต้องศึกษากันให้ถ่องแท้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าการคัดเลือกคนที่จะมาดูแลในเรื่องสิทธิมนุษยชนก็ดี ในเรื่องการป้องกันการใช้ความรุนแรงก็ดีผมคิดว่าจะต้องกลั่นกรอง เพราะคนเหล่านี้ต้องอยู่ กับเพื่อนมนุษย์ ต้องให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จำเป็นจะต้องมีการเจรจา มีการฝึกอบรม มีการปฏิบัติอย่างถูกต้องตามหลักสากล นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่จะต้องไปตรวจสอบดูว่า ในส่วนนี้เป็นอย่างไร
สำหรับในประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าเราพูดในลักษณะการกล่าวโทษก็ไม่เป็นไร อันนั้นเราต้องไปติดตาม ศึกษา ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้ข้อมูล ข้อเท็จจริงว่า เป็นอย่างไร แต่ในส่วนการสร้างความตระหนักผมคิดว่ามีความจำเป็นเพื่อเรามองไปยัง อนาคตว่าสิ่งที่เป็นปัญหาเรื่องความรุนแรงของมนุษย์ด้วยกันจะต้องทำให้เพื่อนมนุษย์เห็นใจ มนุษย์ด้วยกันอย่างไร ผมสนใจประเด็นเหล่านี้เพราะว่าการปลูกฝังการพัฒนาเพื่อนมนุษย์ ด้วยกันที่ให้เห็นเพื่อนมนุษย์ได้ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่สร้างความรุนแรงต่อเพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน สิ่งนี้ต่างหากที่เราจะต้องหาวิธีการ ผมจึงฝากไปยังกรรมาธิการว่าอาจจะต้องไป ศึกษาดูว่าถ้าเราเริ่มจากสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษาทุกประเภทก็ดี หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรเพื่อทำให้สิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ถูกปฏิบัติด้วยความตระหนัก ด้วยความเข้าใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน นี่คือประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะเสนอไว้เพื่อให้ กรรมาธิการได้ไปลองศึกษาดูในทางวิชาการ
ในส่วนประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงการให้ใช้รูปแบบ องค์กรปกครองรูปแบบพิเศษเข้าไปช่วยแก้ปัญหา ซึ่งผมศึกษาดูแล้วก็มีหลายประเทศ ที่ให้พี่น้องประชาชนปกครองตนเองก็ว่าได้ หรือมีการออกแบบการปกครองรูปแบบพิเศษ เพื่อให้ปัญหาที่เราพูดถึงเขาได้มีส่วนร่วมในปัญหาชุมชนหรือเขตปกครองของเขา สิ่งเหล่านี้ จะต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดในประเทศต่าง ๆ ว่าถ้าเรามีการปกครองรูปแบบพิเศษแล้ว ปัญหาการกระทำต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมันดีกว่าหรือว่ามันจะลดความรุนแรง ลดการละเมิด สิทธิมนุษยชนได้อย่างไร ผมคิดว่าประเด็นนี้น่าสนใจเพราะว่าในรายงานผมดูในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศอินโดนีเซียก็ดี แม้แต่ประเทศจีนก็ดีเรายังมีข้อมูลว่าชนกลุ่มน้อยที่มีการ ปกครองพิเศษของตนเองเขาแก้ปัญหาของเขาเองได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเสนอก็อยากจะฝาก ไปยังกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นเพื่อจะไปดูสัก ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ คนที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษากติกาของประเทศจะต้องพิจารณา บุคคลให้มีความเข้าใจ ฝึกอบรมหรือกล่อมเกลาให้เขาเห็นเพื่อนมนุษย์อย่างไร การให้เกียรติ การปฏิบัติต่อคนที่จะต้องพิจารณามันจะต้องทำอย่างไร อันนี้ก็คือเป็นประเด็นที่ ๑
ในส่วนประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าการถอยกลับไปยังการสร้างความตระหนัก การให้การศึกษาต่อชีวิตมนุษย์ด้วยกัน ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องใหญ่ของสังคมเรา เพราะว่า ในยุคปัจจุบันผมเห็นความรุนแรงมันจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นเราจำเป็นจะต้องศึกษา
ส่วนประเด็นที่ ๓ ที่ท่านสมาชิกสนใจแล้วผมเองก็สนใจในเรื่องการลองไป พิจารณาดูว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่เรากล่าวถึงคิดว่าเราน่าจะมีการจัดตั้ง ขึ้นมาในประเทศของเรา ลองดูพื้นที่ ลองดูเขตความรุนแรง ยกตัวอย่างเช่น ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เราจะออกแบบอย่างไร เพื่อจะให้การแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน ผมว่าเป็นประเด็นที่หลายคนอยากจะรู้แล้วก็อยากศึกษาให้มันถ่องแท้ เพราะฉะนั้น ใน ๓ ประเด็นผมจึงกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นได้ ดำเนินการในส่วนที่ผมกล่าวถึงทั้ง ๓ ประเด็น รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ ที่อยู่ในเล่มของผู้เสนอ ญัตติด่วนมาทั้งหมด ก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้ผมได้มีโอกาสได้กล่าวถึงสิ่งเหล่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวพรรณิการ์ วานิช เชิญเลยครับ
เรียนท่านประธาน ดิฉัน พรรณิการ์ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ค่ะ พูดถึง การละเมิดสิทธิมนุษยชนและประเด็นความรุนแรงต้องยอมรับนะคะ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก่อนหน้าดิฉันได้กล่าวไปแล้วว่าพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุด เผชิญกับความรุนแรงอันเนื่องมาจากความไม่สงบ อันเนื่องมาจากการก่อเหตุรุนแรง และอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจจากกฎหมายพิเศษของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเวลา ๑๕ ปี ถ้าจะพูด ให้คนที่อยู่นอกพื้นที่ให้เข้าใจชัด ๆ ก็คือ ท่านยังจำได้หรือไม่ ๕ ปีที่ผ่านมาภายใต้ยุคของ คสช. ที่มีคนเรียกตัวเข้าค่ายปรับทัศนคติ ถูกอุ้มเข้าค่ายทหาร ๕ ปีที่เป็นเวลาที่ประชาชน จำนวนมากอยู่ภายใต้การใช้อำนาจเหนือกฎหมายแบบนั้น ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้อยู่แบบนั้นมา ๑๕ ปี และการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่แค่ ผลจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่แต่ยังเป็นเหตุด้วย ก็คือเป็นเชื้อไฟที่เติมให้ความขัดแย้ง ไม่สามารถจบสิ้นลงได้ สิ้นเปลืองงบประมาณของประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาท ที่สำคัญกว่า นั้นก็คือเสียชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ เสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และเสียโอกาส ในการพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจ การสร้างงานในพื้นที่ การทำให้คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชนในพื้นที่ดีขึ้น การละเมิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดิฉันแบ่งออกเป็น ๓-๔ ด้านนะคะ การละเมิดที่รุนแรงที่สุดก่อผลกระทบหนักที่สุดสำหรับประชาชนในพื้นที่ ก็คือการละเมิดต่อชีวิตของเขา
เรื่องนี้กรณีล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง เมื่อวันที่ ๑๖ ที่ผ่านมา กรณีการที่เจ้าหน้าที่ยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ขึ้นไปตัดไม้บนภูเขาในจังหวัดนราธิวาส เขาตะเว ในตอนแรกข่าวออกมาบอกว่าเป็นการเสียชีวิตจากการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ตอนนี้ก็ได้เป็นที่ทราบชัดเจนกันทั้งประเทศแล้วว่าเกิดจากความเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่ พูดกันอย่างตรงไปตรงมาจะมีสักกี่พื้นที่ในประเทศที่ประชาชนขึ้นไปตัดไม้บนภูเขา แล้วถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตด้วยเหตุเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ก่อความไม่สงบ จะมีสักกี่พื้นที่ ในประเทศไทยที่คนที่ขึ้นไปทำมาหากินประกอบอาชีพตามปกติ ไม่ได้มีอาวุธอะไรมากไปกว่า อุปกรณ์ยังชีพถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตและเป็นการยิงจากข้างหลัง กรณีแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้น เป็นครั้งแรกและดิฉันเศร้าใจที่จะต้องพูดว่าจะไม่เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายบนเขาตะเว เนื่องจากถึงแม้ว่าทางแม่ทัพภาคที่ ๔ จะออกมากล่าวขอโทษต่อผู้ที่เสียชีวิต ครอบครัว ของผู้เสียชีวิตและประชาชนในพื้นที่แล้ว แต่ท่านกลับไปดูบันทึกประจำวันของตำรวจ ตำรวจยังคงบันทึกว่าการเสียชีวิตนี้เป็นการเสียชีวิตจากการปะทะกัน ซึ่งผิดจากความเป็นจริง มากยิ่งไปกว่านั้นในแถลงการณ์ของแม่ทัพภาคที่ ๔ ก็ยังคงสงวนสิทธิทางกฎหมาย แล้วก็มีการป้องกันเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการไว้แล้วว่าเป็นการสำคัญผิด นั่นหมายความว่า การลงโทษเจ้าหน้าที่นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ประชาชน ผู้บริสุทธิ์ ๓ ชีวิตที่สูญเสียไป ตกลงเจ้าหน้าที่ผู้ที่ทำให้พวกเขาเสียชีวิตจะต้องเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมตามที่ควรจะเป็นหรือไม่ หรือเพียงเป็นแค่การตรวจสอบทางวินัย ตำรวจวิสามัญผู้ร้าย ดิฉันย้ำว่าวิสามัญผู้ร้ายนะคะ ยังต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นี่ไม่ใช่ แม้แต่การวิสามัญนี่คือการยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ด้วยความเข้าใจผิด แต่ไม่ทราบว่า จะใช้มาตรฐานเดียวกันแม้แต่กับการวิสามัญฆาตกรรมของตำรวจหรือไม่ นี่ก็เป็น ๑ ตัวอย่าง ของการละเมิดต่อชีวิตของประชาชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
มีสถิติหนึ่งที่พูดกันประจำในเรื่องของการเสียชีวิตในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จากความขัดแย้งก็คือ ๑๕ ปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิต ๔,๐๐๐ กว่าราย แต่ ๑ ตัวเลขที่แทบไม่มี ใครพูดถึงก็คือท่านทราบหรือไม่ว่า ๔,๐๐๐ กว่ารายที่เสียชีวิตเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์เท่าไร เป็นผู้ก่อเหตุเท่าไร เป็นเจ้าหน้าที่เท่าไร ๔,๐๐๐ กว่ารายที่เสียชีวิตเป็นประชาชน ผู้บริสุทธิ์ ๒,๖๐๐ กว่าชีวิต แล้วท่านทราบไหมคะ ในจำนวนนี้มีเด็ก ๑,๓๓๒ ชีวิต ๑,๓๓๒ ชีวิตเป็นเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี นี่ก็คือความสูญเสียที่เกิดขึ้น แน่นอนเราไม่ได้บอกว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ รัฐเพียงอย่างเดียวหรือผู้ก่อการเพียงอย่างเดียว แต่นี่คือความสูญเสียที่เกิดขึ้น นี่คือการละเมิด ต่อสิทธิในการมีชีวิตอยู่โดยปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การละเมิด ในขั้นต่อมาคือการละเมิดต่อร่างกายต่อความปลอดภัยต่อจิตใจของพวกเขา การละเมิดที่ว่านี้ มีอีกสถิติหนึ่งไม่ค่อยมีใครพูดถึงเช่นเดียวกัน สถิติการถูกอุ้มเข้าค่ายทหารหรือถ้าจะใช้คำพูด อย่างที่ กอ.รมน. ชอบใช้ก็คือเชิญตัวเข้าค่ายหรือจะพูดว่าการควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษ ตามกฎอัยการศึก เฉพาะที่ค่ายอิงคยุทธบริหารเพียงที่เดียวซึ่งเป็นศูนย์ซักถามที่เกิดปัญหา มากมาย เรื่องของการต้องสงสัยว่ามีการซ้อมทรมานและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ ๗,๐๐๐ กว่าคนถูกอุ้มเข้าค่ายอิงคยุทธบริหารตลอด ๑๕ ปีที่ผ่านมา แน่นอนสถิติการเสียชีวิต ไม่สูงมีไม่ถึง ๕ รายที่มีสถิติชัดเจนว่าเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ แต่ในบรรดา ๗,๐๐๐ กว่าคนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าความปลอดภัยต่อชีวิตของพวกเขาถูกพรากไปเมื่อต้องเข้าไป อยู่ในค่ายทหารโดยไม่มีการแจ้งข้อหาโดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก กรณีที่ชัดเจนที่สุดคือ กรณีขออับดุลเลาะ อีซอมูซอ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ การเสียชีวิตของอับดุลเลาะ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ซึ่งเป็นผู้ดูแลอับดุลเลาะหลังจาก ออกมาด้วยอาการโคม่า ด้วยอาการหัวใจหยุดเต้นและสมองบวม ก็ยืนยันว่าโรงพยาบาล ไม่เคยบอกว่าอับดุลเลาะไม่ได้ถูกทำร้าย ไม่เคยบอกว่าการหยุดหายใจของอับดุลเลาะไม่ได้เกิด จากการกระทำของคนอื่น การสอบสวนเพื่อหาความจริงยังคงดำเนินอยู่ต่อไป กรณีของ อับดุลเลาะก็เช่นเดียวกับกรณีของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ๓ รายที่ตายบนเขาตะเว พวกเขาไม่ได้ ต้องการเพียงแค่เงินเยียวยาซึ่งรัฐต้องให้อยู่แล้วในฐานะทำให้ประชาชนเสียชีวิต พวกเขาไม่ได้ ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่เข้าคุก สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดก็คือความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับ ญาติพี่น้องที่พวกเขาต้องสูญเสียไปและต้องการความเป็นธรรมจากรัฐบาล อย่างที่ดิฉันบอกว่า ต้นเหตุของความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มันก็คือการละเมิดสิทธิมนุษยชน มันคือการ ละเมิดที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากเจ็บช้ำคับข้องใจนำไปสู่ความโกรธแค้นและนำไปสู่การ กลายเป็นปฏิปักษ์กับรัฐ ตราบใดยังไม่ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนแบบนี้ความสันติไม่มีทาง ที่จะบังเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การละเมิดอีกเรื่องหนึ่งซึ่งหลายท่านถ้าไม่เคยลงไป ในพื้นที่อาจจะไม่สามารถเข้าใจได้ ก็คือการตั้งด่านลอย ดิฉันเข้าใจดีเลยทีเดียวว่าทำไม ประชาชนในพื้นที่ถึงมีปัญหากับการตั้งด่านทุก ๓๐๐ ๔๐๐ เมตร ไม่ใช่แค่เพราะว่ามันทำให้ เสียเวลาทำให้ต้องหยุดบ่อย ๆ กว่าจะที่หนึ่งไปถึงอีกที่หนึ่งเจอไป ๕ ด่าน ๖ ด่าน แต่มันคือ การเลือกปฏิบัติโดยเจ้าหน้าที่รัฐ หน้าตาอย่างดิฉัน ดิฉันบอกเลยดิฉันพื้นที่ภาคใต้ ๓ จังหวัด เดือนหนึ่งอย่างน้อยที่สุด ๑ ครั้ง แทบจะไม่เคยมีเลยที่ดิฉันจะโดนเรียก เพราะว่าหน้าตา ของดิฉันเป็นหน้าตาของคนไทยภาคกลางไม่ได้เป็นหน้าตาของคนมุสลิม แต่ถ้าท่าน มีหน้าตาเป็นคนมุสลิมมลายูไม่ว่าด่านไหนท่านก็จะโดนเรียก และนี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ในพื้นที่แล้วท่านคิดดูว่าจิตใจของคนในพื้นที่ที่โดนแบบนี้ตลอด ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาเขารู้สึก อย่างไร แน่นอนร่างกายเขาไม่ได้เจ็บ ชีวิตเขาไม่ได้ถูกพรากไปแต่จิตใจของเขาที่ถูกเลือก ปฏิบัติโดยเจ้าหน้าที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน วันละหลาย ๆ ครั้ง โดนเรียกตรวจค้นเสียเวลาบางที ๒๐ นาที บางที ๓๐ นาทีกับกิจวัตรประจำวันเพียงแค่ขี่มอเตอร์ไซค์จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ท่านคิดว่าท่านโดนแบบนี้ทุกวันเป็นเวลา ๑๕ ปีชีวิตท่านจะเป็นอย่างไร ท่านจะรู้สึกอย่างไร กับรัฐไทย นี่ก็คือตัวอย่างของการละเมิดในชีวิตประจำวันที่คนจำนวนมากอาจจะไม่เห็น ความสำคัญ แต่การละเมิดที่ดิฉันอยากจะใช้เวลามากที่สุดที่จะอธิบายให้ทุกท่านฟังในวันนี้ เป็นสิ่งที่แทบ ไม่เคยได้รับการพูดถึงเลยในการพูดถึงปัญหาชายแดนภาคใต้ นั่นก็คือเด็กกำพร้าจากคดี ความมั่นคง เมื่อสักครู่นี้ดิฉันกล่าวไปแล้วว่าเด็กที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๑,๓๓๒ คน ตัวเลข ๑,๓๐๐ กว่าคนมากไหม มาก แต่ตัวเลขที่มากและน่าตกใจยิ่งกว่า และไม่เคยมีใครตระหนักถึงก็คือเด็กกำพร้าที่กำพร้าจากพ่อแม่ซึ่งตายหรือถูกจับจากคดีความ มั่นคง ตัวเลขนี้มีการศึกษาทางวิชาการพบว่ามีจำนวนมากถึง ๙,๒๒๖ คน เด็กเกือบหมื่นอยู่ใน สภาพกำพร้าที่ไม่ใช่เด็กกำพร้าซึ่งรัฐอยากจะตระหนักรู้ถึงความมีอยู่ของพวกเขา เป็นเด็ก กำพร้าที่อยู่ในชุมชน คนในชุมชนก็มองด้วยความแปลกแยก เพราะว่าพ่อหรือแม่ หรือทั้งคู่ ทั้งพ่อและแม่ของเด็กเหล่านี้ถูกตราหน้าว่าเป็นโจรใต้ เด็ก ๙,๐๐๐ กว่าชีวิตนี้อยู่ภายใต้ การดูแลขององค์กรเอกชนบ้าง อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานรัฐบ้าง แต่ก็ไม่มีทางเป็นไป อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นโยบายของรัฐแน่นอนโดยนโยบายโดยตัวหนังสือสั่งให้มีการดูแล เด็กกำพร้า แต่เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่ดิฉันได้พบเห็นจริง ในสภาพจริงของพื้นที่ ผู้ปฏิบัติงานจริง พวกเขาไม่กล้ายุ่งกับเด็กเหล่านี้ เพราะว่าเด็กถูกตราหน้าว่าเป็นลูกโจร ดิฉันก็ขอถามว่าเด็กเลือกเกิดได้หรือไม่ว่าจะเป็นลูกโจร ว่าจะเป็นลูกทหาร ว่าจะเป็นลูกตำรวจ หรือว่าจะเป็นลูกของผู้แทนราษฎร ไม่ว่าเด็กจะเกิดจากใคร พวกเขาคือชีวิตที่ไม่ได้เลือกว่า ตัวเองจะเกิดมาอยู่ตรงจุดไหน แต่กลับต้องได้รับผลพวงจากการกระทำของพ่อหรือแม่ ของพวกเขา และบ่อยครั้งเราไม่ต้องพูดถึงว่าคดีความมั่นคงเหล่านี้บางครั้งคนที่ถูกจับก็ได้รับ การพิสูจน์ในภายหลังว่าไม่ได้มีความผิดจริง แต่เด็กถูกตราหน้าไปแล้วว่าเป็นลูกของผู้ร้าย คดีความมั่นคง สภาพจิตใจของเด็กเหล่านี้บางทีมีเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยม เจ้าหน้าที่ก็ถามว่าพ่อแม่ ไปไหน ถ้าหากว่าเราจะทำอะไรไม่ได้เลยในเรื่องนี้อย่างน้อยดิฉันขอให้เจ้าหน้าที่รัฐยุติคำถาม แบบนี้ และท่านไปเรียนหลักจิตวิทยาเบื้องต้นมาก่อนที่จะไปพบเด็ก ท่านจะไปถามเด็กกำพร้า ทำไมว่าพ่อแม่ไปไหน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในพื้นที่โดยไม่มีใครคิดจะจัดการ อย่างจริงจัง กลไกเท่าที่มีอยู่ในตอนนี้ในการดูแลปัญหาสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภาคใต้คืออะไร นอกจากองค์กรเอกชนที่เงินทองก็ค่อนข้างอัตคัดขัดสนที่ช่วยเหลือกันไปตามมีตามเกิด ดิฉันเคยกล่าวไปแล้วในการอภิปรายงบประมาณในส่วนของงบบูรณาการการแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะที่ กอ.รมน. ได้งบเป็นพันพันล้านบาท คณะกรรมการ สิทธิและมนุษยชนแห่งชาติได้งบในการดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลักแสนบาท ซึ่งก็คง จะทำอะไรไม่ได้ ที่มีปัญหายิ่งไปกว่านั้น มีความพยายามจากภาครัฐที่จะตั้งคณะกรรมการ คุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาโดยเฉพาะ แต่คณะกรรมการนี้ ตั้งขึ้นมาโดยใครท่านทราบหรือไม่ ผู้ที่แต่งตั้งคือ ผอ. กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ทหาร ผู้ที่เป็น ผู้นั่งหัวโต๊ะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนชายแดนภาคใต้ก็ยังคงเป็นทหารอยู่ดี ดิฉันไม่ได้ บอกว่าทหารไม่มีความรู้ความเข้าใจเลยในเรื่องสิทธิมนุษยชน ดิฉันเชื่อว่าก็คงมีหลายท่านที่มี ความรู้ความเข้าใจแต่โดยความรู้สึกของคนในพื้นที่เขารู้สึกว่าเขาถูกละเมิดก็โดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเจ้าหน้าที่ทหาร และคณะกรรมการที่เป็นคุ้มครองสิทธิของพวกเขาหัวโต๊ะนั่งโดยทหาร ทั้งคณะแต่งตั้งโดยทหาร ท่านคิดว่าคณะกรรมการนี้จะสามารถทำงานได้แค่ไหน อย่างไร คุณอัญชนา หีมมิน๊ะห์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการถึงกับลาออกไปแล้ว ในระหว่างการตรวจสอบคดีอับดุลเลาะ อีซอมูซอ เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือจากการ เรียกข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อองค์กร เมื่อกลไกที่มีอยู่ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ ดิฉันจึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่เราในฐานะ ตัวแทนของประชาชน สภาผู้แทนราษฎรควรทำหน้าที่ให้สมกับเป็นผู้แทนของราษฎร และช่วยกันทำให้กลไกคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทำงานได้จริง อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดความสงบสันติในพื้นที่อย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะ
ต่อไปเชิญคุณสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาและยุติการใช้ความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ ของนางผ่องศรี แซ่จึง และนางมุกดา พงษ์สมบัติ ผู้เสนอ จากกรณีมีการเผยแพร่ข่าวผู้หญิง คนหนึ่งถูกสามีเมาเหล้าซ้อมจนเลือดไหลท่วมตัวกำลังป้อนนมลูกวัยเพียง ๑ เดือน ผัวใจดำ เตะ ต่อย ไม่พอกระทืบลงตรงหน้าอกเมียนอนเจ็บหายใจรวยรินอยู่หน้าบ้านแต่ไม่คิดมา เหลียวแล เพื่อนบ้านเข้าช่วยเหลือแจ้งตำรวจพาส่งโรงพยาบาล ขณะที่ผัวอยู่ในบ้านล้วนแล้ว แต่เป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมครอบครัว โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น จากข่าวสาร จากหนังสือพิมพ์ สื่อออนไลน์ แนวโน้มเป็น เรื่องที่สร้างความรุนแรงแบบขยายวงกว้าง และมีแนวโน้มว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในครอบครัวนั้นจะไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เนื่องจากเป็นความละเอียดอ่อน เป็นความ ซับซ้อนของกลุ่มบุคคลใกล้ชิดกันภายในครอบครัว ผู้ถูกกระทำก็จะไม่กล้าที่จะขอความ ช่วยเหลือ หรือนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้นเอง แล้วผู้ถูกระทำก็จะต้องทนต่อความทุกข์ ความทรมานทั้งร่างกายและจิตใจจากความรุนแรงต่อไป จากรายงานประจำปี ๒๕๖๐ โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าจำนวนผู้กระทำความรุนแรง ปี ๒๕๖๐ จำนวน ๑,๒๐๐ เหตุการณ์ ผู้กระทำความรุนแรง ในครอบครัว จำนวน ๑,๐๙๖ ราย มีผู้ชายเป็นผู้กระทำ ๙๓๖ ราย หรือ ๘๕.๔๐ เปอร์เซ็นต์ และผู้ที่ถูกกระทำเป็นผู้หญิงจำนวน ๙๑๔ ราย หรือ ๘๒.๗๙ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะเหตุการณ์ การทำร้ายร่างกายเป็นสถิติที่สูงถึง ๙๕๕ เหตุการณ์ของผู้กระทำที่เป็นผู้ชายถึง ๗๕๑ เหตุการณ์ จากสถิติปัจจัยที่ก่อให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัยจาก เมาสุรา ยาเสพติด สุขภาพจิต ความแปรปรวน เศรษฐกิจ การตกงาน โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ เศรษฐกิจที่ตกต่ำการตกงานเป็นความเครียดที่เร่งความรุนแรงให้เกิดขึ้นภายในครอบครัว ด้วยสภาวะหน้าที่ที่จะต้องต่างคนต่างปากกัดตีนถีบ ขาดโอกาสที่จะทำกิจกรรมร่วมกัน ในครอบครัว พูดคุยปรึกษาหารือถึงปัญหาต่าง ๆ การจัดกิจกรรมในครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องใส่ใจ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ โดยกรมส่งเสริมสุขภาพ ดิฉันคิดว่าน่าจะต้องเร่งเพิ่มบุคลากรด้านจิตแพทย์ มีการอบรมนักสังคมสงเคราะห์ อบรมอาสาสมัคร ไม่ว่าจะเป็น อสส. อสม. ผ่านทางสาธารณสุขตำบล อำเภอ ให้มีองค์ความรู้ เฝ้าระวังสังเกตอาการของสมาชิกในครอบครัวว่ามีอาการของสภาวะโรคซึมเศร้า อาการทางจิตเวช โรคจิตประสาทหรือโรคบุคลิกภาพแปรปรวนหรือไม่ ถ้าจะให้ประชาชนเดินไปพบไปปรึกษา จิตแพทย์เอง ดิฉันเชื่อว่าคงเป็นไปได้ยาก แต่ถ้ารัฐสามารถขยายขอบเขต ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของบัตรทองสุขภาพดีถ้วนหน้า หรือบัตร ๓๐ บาทรักษาทุกโรค บัตรประกันสังคม ให้สามารถครอบคลุมการพบปะดูแลในเรื่องของสุขภาพ ในเรื่องของปัญหาสุขภาพจิต ก็จะได้รับการดูแลที่ดีขึ้น
และประการสำคัญ สถาบันที่ใกล้ชิดกับครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นบ้าน วัด หรือโรงเรียน ซึ่งทางวัดเองเท่าที่ผ่านมาก็มีการจัดทำโครงการหมู่บ้านศีล ๕ การใช้หลักศีล ๕ ในการดำรงชีวิตนั้นดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคำสอนในศีล ๕ นั้นเป็นเรื่องของข้อห้าม ขั้นพื้นฐานในการใช้ชีวิตให้สังคมสงบสุข ไม่ว่าจะเป็นศีลข้อที่ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ห้ามผิด ในกาม หรือห้ามดื่มสุรานั่นเอง การนั่งสวดมนต์ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวก็เป็น อีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ครอบครัวนั้นได้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ดิฉันอยากจะบอกว่าข่าว ที่ดิฉันตกใจที่สุดในส่วนของภาครัฐอีกข่าวหนึ่งก็คือข่าวของกระทรวงศึกษาธิการที่จะมีการ ตัดวิชาสังคมศึกษาหรือสังคมศาสตร์ออกจากการสอนในชั้นเรียน ดิฉันคิดว่าการสอนหน้าที่ พลเมืองและศีลธรรมเป็นการสอนให้คนไทย ให้ลูกหลานของเรารู้จักถึงรากเหง้าความเป็นมา ของประเทศไทย ของบรรพบุรุษของเรา และการที่เราจะยึดครองชีวิตให้ดำเนินไปอย่างผาสุก ได้อย่างสงบสุขนั้นควรทำอย่างไร เพราะฉะนั้นดิฉันไม่เห็นด้วยกับการที่จะตัดการสอนวิชา หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม แต่กลับกันดิฉันคิดว่าควรจะต้องสอนให้สอดคล้องและให้เห็นถึง แก่นของการใช้ชีวิตให้มีคุณค่าในสังคม และการใช้ชีวิตของมนุษย์และควรจะมีการทดสอบ อยู่อย่างสม่ำเสมอมากกว่าที่จะคิดตัดทิ้งไป ดังนั้นที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดเป็นแค่เพียงการ สนับสนุนเพียงย่อ ๆ เพราะว่ามีสมาชิกหลายท่านได้พูดอภิปรายเสริมกัน ดังนั้นดิฉันจึงขอ สนับสนุนญัตตินี้ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางและมาตรการ การแก้ไขปัญหาและยุติการใช้ความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านรักษาเวลานะครับ ต่อไปท่านนิกร จำนง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติเกี่ยวกับความรุนแรงและปัญหาอื่น ๆ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน ๓ ญัตติ ซึ่งอาจจะมีความแตกต่างกันบ้าง แต่ที่เหมือนกัน ก็คือว่าอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ประชาชนที่ได้รับผลของปัญหานี้เป็นคนกลุ่มเดียวกันและเป็น ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้เรื้อรังมายาวนานเหมือนกัน ประเด็นที่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้ผมเอง มีความผูกพันคือทำงานเรื่องนี้หรือว่าคิดเรื่องนี้เกี่ยวพันกับเรื่องนี้มา ๓๑ ปีแล้วตั้งแต่เข้ามา ในสภาในคราวแรกเมื่อปี ๒๕๓๑ ในคราวนั้นถ้าเราจำกันได้ว่าปัญหาเรามีน้อยกว่านี้ จำนวน ครั้งน้อยกว่านี้ ความรุนแรงก็น้อยกว่านี้ แต่ว่าในความรู้สึกของสังคมตอนนั้นรุนแรงกว่านี้ เหตุผลในสมัยนั้นเนื่องจากมีเหตุการณ์ไม่มากนัก แม้แต่เหตุการณ์ครูปรีชาถูกฆ่าบนเขา ถ้าท่านประธานจำได้ก็สะเทือนไปทั้งแผ่นดิน ขณะนี้ปัญหามันเกิดขึ้นบ่อยมาก แล้วก็เป็น จำนวนมาก จนกระทั่งเราหันมาดูสิว่ามันเป็นความชินชาของเราหรือเปล่า ไม่ใช่ปัญหาลดลง ไม่ใช่ปัญหามีไม่มาก ปัญหามากและรุนแรง แต่ว่าความที่เราได้ยินอยู่ทุกวัน เห็นอยู่ทุกวัน เราก็เลยชินชากับปัญหานี้ วันไหนที่ไม่มีเหตุการณ์เรากลับรู้สึกแปลก ๆ เสียมากกว่า นั่นเป็นข้อบ่งชี้ว่าปัญหามันรุนแรงจนถึงจุดที่มันชินชากันแล้วหรือ ท่านประธานที่เคารพครับ ในอดีตเราจะเห็นว่าได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ในคราวนี้ผมสนับสนุนว่าให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา ซึ่งถ้าเกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็อยากให้แยกเป็น อีกส่วนหนึ่ง เพราะว่าบริบทของปัญหาจะไม่เหมือนกันเลยกับความรุนแรงอื่น ๆ เพราะว่า สภาวะรากของปัญหาก็ดี เหตุการณ์ก็ดี เรื่องที่เกี่ยวพันก็ดีจะต่างกันค่อนข้างมาก ดังนั้น ถ้าจะศึกษาเรื่องนี้เป็นคณะกรรมาธิการชุดเดียวก็อาจจะต้องแยกเป็น ๒ ส่วน เพราะว่า พิจารณาเหมือนกันไม่ได้ ท่านประธานครับ ถ้ามีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษากรณีนี้ ขึ้นมา ผมอยากจะเรียนว่าก็จะเป็นอีกคณะหนึ่งหลังจากเคยถูกตั้งมาแทบจะทุกครั้งของการ มีสภา ผมเองเคยเป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เราตั้งขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๓๑ ในสภายุคนั้นที่เข้ามาครั้งแรก ช่วงนั้นมีแม่ทัพ ส.ส. หาญ ลีนานนท์ เป็นประธาน เราก็ตั้งกันแล้วศึกษากันยาวนาน ข้อสรุปปัญหาเราก็ทราบ ก็จะมี ปัญหาเรื่องการศึกษา เรื่องความไม่เข้าใจ แล้วเราก็เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาขึ้นมาชุดหนึ่ง แต่ปัญหาจนบัดนี้ก็ยังดำรงอยู่ หลังจากนั้นเองผมได้เข้าร่วมในกรรมาธิการอีก ๒-๓ คณะ ในฐานะเป็นฝ่ายรัฐบาลก็ได้ทำเรื่องนี้อยู่ในกรรมการชุดโน้น ชุดนี้ ชุดนั้นยาวนานมาก แต่วันนี้ ผมยืนอยู่ที่นี่แล้วก็ต้องพูดปัญหาเรื่องนี้อีก เสนอปัญหาเรื่องนี้ ดังนั้นอยากจะเรียนท่านประธาน ว่าเราอาจจะจำเป็นต้องมองปัญหาไปอีกแบบหนึ่ง ขณะนี้เองเรื่องเหตุแห่งปัญหาแทบจะไม่ ต้องคุยกัน เพราะว่าเรารวบรวมไว้หมดแล้ว ของวุฒิสภาก็มี ของคณะกรรมการต่าง ๆ ก็มี เป็นการศึกษารวบรวมเอาปัญหาตรงนี้มาก็น่าจะได้ในสภาพปัญหา เรื่องราวไม่ได้ต่างกัน ไปมาก แต่วันนี้ลองเสนอมุมมองด้านใหม่ ไม่อย่างนั้นเราจะกลายเป็นแผ่นเสียงตกร่องก็คุย เรื่องเดิม ๆ แบบเดิม ๆ เสนอการแก้ปัญหาเดิม ๆ มันจะไปไม่ได้ แล้วมันจะกลายเป็นแค่ การศึกษาอีกเรื่องหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ อยากจะมองให้ออกไปจาก ปัญหาการเมือง คือเรามามองตรงนี้สภาแห่งนี้เป็นสภาเน้นไปทางการเมือง ผมอยากจะชวน ท่านทั้งหลาย ท่านประธาน ต้องดูว่าถ้าเราจะมองออกจากปัญหาทางการเมืองเราจะมอง อย่างไร เราจะสังเกตว่าถ้าเราเป็นฝ่ายการเมืองเราจะมองปัญหาเรื่องนี้เป็นการเมือง เรื่องพื้นที่ ถ้าเราเป็นฝ่ายรัฐเราจะมองปัญหาแบบเดิม ๆ คือมองเป็นปัญหาความมั่นคง เพราะฉะนั้น ๒ เรื่องนี้พอเราจะพูดกันมันพูดคนละภาษา แล้วจะมีความขัดแย้งกัน หมายถึง ว่าเป็นดาวคนละดวงเลยแก้ปัญหาไม่ได้ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องนี้ผมมีประสบการณ์ ที่สำคัญ ที่เราอยากจะให้เรื่องการเมืองเราข้ามเรื่องการเมืองกันไปหน่อยไหม เรื่องความมั่นคง ข้ามไปหน่อยไหม ผมเคยอยู่กับท่านชาติชาย ชุณหะวัณ ตอนนั้นท่านถูกยึดอำนาจลงไป ในภาคใต้ เล่าประสบการณ์ตรงนี้นิดหนึ่ง ซึ่งผมรู้สึกมากเรื่องนี้ว่านั่นคือทางออกที่ดี ตอนนั้น พรรคของท่านเป็นฝ่ายค้าน ท่านไม่ได้อยู่ในสภา แล้วไปอยู่ที่โรงแรมเจบี ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ปี ๒๕๓๖ มีการเผาโรงเรียน ๓๖ โรงเรียน ถ้าท่านจำได้ รุนแรงมาก พร้อมกันหมดเลยในเวลา ๒ ทุ่ม ผมก็อยู่กับท่านชาติชายที่โรงแรมเจบี ผมก็บอกว่าท่าน เราอาจจะต้องแถลงข่าว ท่านก็บอกว่าคุณนิกรคุณเรียกนักข่าวมาเลย ผมจะแถลงข่าวที่ โรงแรมเจบีที่หาดใหญ่นี่เลยว่า เรื่องนี้ท่านก็บอกว่ามีพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ผมจะไม่เอ่ย ชื่อว่าบริหารอยู่ เราต้องพูดว่าต้องไปถามนายกรัฐมนตรีคนนั้น พรรคการเมืองพรรคนั้นว่าจะ แก้ปัญหาอย่างไร ผมก็ในความคิดที่ตื้น ๆ แบบการเมือง ผมก็คิดว่าดีเพราะว่าจะได้เป็นการ ชี้ปัญหาไป เป็นการว่ากล่าวกันไป หมายถึงว่าเป็นการจะเรียกว่าตำหนิ ผมก็เรียกนักข่าวมา ท่านประธานครับ พอนักข่าวมาท่านชาติชายก็พูดเรื่องนี้ต่อนักข่าว แล้วก็พูดกันว่าจะต้อง แก้ปัญหาอย่างโน้นอย่างนี้ ท่านไม่พูดถึงประเด็นนี้เลย ประเด็นที่ว่าให้ไปถามพรรคการเมือง พรรคนั้น นายกรัฐมนตรีคนนั้น ท่านไม่พูด พอกลับไปพอเราเลิกแถลงข่าว ผมก็ถามท่านว่า ประเด็นที่ท่านพูดตอนต้นตอนที่ผมเรียกนักข่าวมาทำไมท่านถึงไม่พูด คมจะตายทางการเมือง ท่านก็บอกว่าคุณนิกร ผมนี่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ผมเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้วผมจะพูดให้เกิด ความแตกแยกขึ้นในบ้านเมืองไม่ได้ ปัญหาเรื่องนี้มันรุนแรงเท่ากับเราไปขยายผล ผมตอนนั้น ก็เลยโทรไปหาท่านบรรหาร ตอนนั้นผมไปอยู่กับท่านชาติชายระยะหนึ่งนะครับ หลังจากที่ท่านถูกยึดอำนาจ ขออนุญาตท่านบรรหารไปอยู่กับท่านชาติชาย ๒ ปีแล้วกลับมาใหม่ ผมก็โทรมาหาเลขาธิการพรรคขณะนั้นคือท่านบรรหาร บอกว่าผมเข้าใจประเด็นนี้แล้ว พรรคชาติไทยตอนนั้นเป็นฝ่ายค้าน ก็ขอท่านเลขาธิการพรรคคือท่านบรรหารว่าผมขอร้องเถอะ ผมเป็นคนภาคใต้อย่าได้พูดเรื่องนี้เพื่อซ้ำประเด็นอีกเลยในสภา เพราะถ้าพูดไปมันมีแต่ขยาย จากโรงเรียน ๓๖ โรงเรียนมันจะเผาโรงเรียนอื่น เผาความรู้สึก เผาความขัดแย้งออกไปอีก ท่านบรรหารก็บอกว่าได้ แล้วในการประชุมสภาคราวนั้นเราไม่พูดถึงเรื่องนี้กันเลย เราไม่ให้ไฟ ที่เผาโรงเรียนแต่ความตั้งใจมันเผาความรู้สึกของสังคมไทยออกไปอีกขยายผลออกไปอีก เราไม่ทำ ผมเลยอยากให้ข้ามเรื่องเหล่านี้ไปคือมองด้วยความต้องการจะแก้ปัญหา ข้ามประเด็น เรื่องความมั่นคงไปเสียเราเป็นฝ่ายรัฐมองด้านอื่นบ้าง ถ้าเราเป็นฝ่ายการเมืองข้ามความขัดแย้ง ทางการเมือง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลหรืออะไรก็แล้วแต่ออกไป มองไปที่ปัญหาครับ แล้วเราจะ มองปัญหาในแนวไหนถ้าตอนนี้เราจะสังเกตว่าบุคคลที่กระทำการจะถูกจับก็ดี จะถูกยิงก็ดี เราสังเกตดูหรือไม่ ท่านประธานสังเกตว่าอายุประมาณ ๓๐ ปีทั้งนั้นจะเป็นคนที่อายุเยาว์ เรามองปัญหาต่อไป ผมเคยเสนอเรื่องว่าเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาสังคม ใครจะรู้บ้างว่าเคยมีการสอบเข้าทำงานที่จังหวัดสงขลา คนมาตั้งหลายพันเพราะว่า คนในบริเวณนั้นการศึกษาก็น้อยงานก็ไม่ค่อยมีมันเป็นปัญหาที่เป็นวงกลม พอมีปัญหา ความรุนแรงเศรษฐกิจก็ไม่ดี ไม่ดีก็ไม่มีงานการท่องเที่ยวก็ไม่มี คนตกงานก็เยอะ ผู้หญิง ยังมีงานไปปอกกุ้งอะไรอยู่บ้าง แต่ผู้ชายเขาจะไปทำอะไร ปัญหาการว่างงาน ปัญหาการไม่มี การศึกษาเป็นปัญหาสังคมมันเลยนำต่อไปตรงนั้น ปัญหาเศรษฐกิจสุดท้ายท่านประธานครับ ผมเคยพูดกับฝ่ายเศรษฐกิจว่าเดิมเราเคยเข้าไปทำโครงการเรื่องของเกษตร คือไปให้ ประชาชนเขามีงานมีฐานะที่ดีอย่าไปอยู่อย่างนี้ ก็ปรากฏว่าโรงงานที่เราจะทำนิคมอุตสาหกรรม ฮาลาลที่เราจะทำที่จังหวัดปัตตานีจนบัดนี้ก็ยังเปิดไม่ได้ ประเด็นปัญหาก็คือว่าพื้นที่เขาจะดูแล กันเอง เวลาเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นมันควรจะกระทบกับความฝันของประชาชน และประชาชน จะช่วยกันดูแลพื้นที่จะช่วยกันห้ามปรามเพราะว่าคนที่ก่อเหตุตรงนั้นก็เป็นลูกหลานกันทั้งนั้น แต่ทำไมถึงไม่เกิดเหตุการณ์ในการดูแลพื้นที่ของประชาชนเพราะประชาชนไม่เคยรู้สึกว่า กระทบกระเทือนความฝันของเขา ไม่มีอะไรสูญเสีย ท่านประธานครับ ปัญหาตรงนี้เองในจังหวัด ชายแดนภาคใต้เขาเคยมีความฝันว่าบริเวณนั้นจะรุ่งเรือง เขาจะอยู่กินกันด้วยความสงบสุข เขาจะมีฐานะกัน สามารถจะส่งออกไปยังประเทศในประเทศมุสลิมได้อาศัยความเชื่อมโยง ตรงนี้ เราไม่เคยมีนโยบายให้เขามีความฝันเลย ดังนั้นพอเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมันก็ไม่ไป กระทบอะไรกับเขาดังนั้นการที่จะช่วยกันดูแลพื้นที่คอยห้ามปรามบุคคลต่าง ๆ ที่ไปก่อเหตุ มันก็เลยไม่มี ผมก็เลยเรียกร้องอยากให้มีการตั้งกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นแล้วก็ศึกษาไปนอกมิติ ความมั่นคงและการเมือง ศึกษาไปถึงปัญหาทางสังคม ปัญหาเศรษฐกิจให้เขามีฐานะที่ดี มีสุขภาพใจ สุขภาพกายและเศรษฐกิจที่ดี ผมเชื่อว่าปัญหานี้จะลดความรุนแรงไป ฝากผู้ที่ จะเป็นกรรมาธิการด้วยนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เหลือสมาชิก อีก ๒ ท่านที่จะอภิปราย ท่านซูการ์โน มะทา กับท่านอับดุลอายี สาแม็ง เชิญท่านซูการ์โนครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมเป็นคนหนึ่งที่ร่วมลงชื่อ ในญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและหา แนวทางการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้มาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในประเด็นของการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นได้มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ได้อภิปรายในหลาย ๆ ประเด็น ซึ่งผมเองก็จะไม่ขอกล่าวถึงว่ามีประเด็นใดบ้าง ที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ในส่วนการอภิปรายของผม ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานกล่าวถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีต่อ พี่น้องประชาชนที่มาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่หลายๆ ท่านได้กล่าวว่ามีปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องข้อเท็จจริงวันนี้ถ้าเรามาดูเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นมันไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่ว่ามันเกิดจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันในการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ ผมเชื่อว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันเป็นวงจรอุบาทว์ มันเป็นวงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นทุกครั้งนับตั้งแต่ที่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่ประเทศไทยพยายามที่จะเปลี่ยนผ่านเรื่องของการยอมรับวัฒนธรรมตะวันตก ก็คือปี พ.ศ. ๒๔๘๕ เป็นต้นมา นั่นก็คือว่าเป็นข้อผิดพลาดเรื่องของการกำหนดนโยบายของรัฐบาล ทั้งในอดีตและปัจจุบันที่เป็นนโยบายรัฐนิยม ท่านประธานครับ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนั้นก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงว่าเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ท่านครับในสมัยนั้นที่ผมอยากนำเสนอเป็นข้อมูลเพื่อให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่ได้รับโอกาสไปเป็นกรรมาธิการในครั้งนี้ได้รับไปพิจารณาก็คือเราจะเห็นได้ว่า การกำหนดนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลในยุคนั้นก็คือการบังคับประชาชนคนไทยทั้งหญิง และชายทุกคนให้แต่งกายแบบชาวตะวันตก แล้วไปบังคับห้ามคนมลายูในพื้นที่จังหวัด ปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาสแต่งกายแบบมลายู ห้ามใช้ภาษามลายู ห้ามนับถือ ศาสนาอิสลาม นั่นเป็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่มีปรากฏอยู่ในเอกสาร นั่นคือบริบทที่เป็นการใช้ อำนาจที่รัฐไปละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เป็นประวัติศาสตร์ที่คนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้จดจำมาจนถึงปัจจุบัน ท่านประธานครับ จากการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็เกิด ข้อเรียกร้อง เกิดผู้นำที่เป็นต้นแบบที่ออกมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย นั่นคือท่านหะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ ท่านเป็นบิดาเป็นตัวแบบในการ ต่อสู้ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลาและจังหวัดนราธิวาสจนถึง ปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้บริสุทธิ์ใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นผมย้ำเสมอว่ามันเกิดซ้ำซาก มันเกิดจากการกระทำ บางครั้งก็เป็น การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ บางครั้งก็เป็นการกระทำของผู้มีอำนาจมีอิทธิพลในพื้นที่ ก็ถือว่า สิ่งเหล่านี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดถึง แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตเพื่อให้ คณะกรรมาธิการที่จะได้รับการแต่งตั้งได้รับทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไรมีการละเมิดสิทธิ ที่มนุษยชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะมีหัวหน้า หรือหน่วยงาน หรือผู้บังคับบัญชา ออกมายอมรับว่าเป็นการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ การละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กระทบถึงชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนนั้นเกิดขึ้นในอดีต หลายคดีอย่างที่นายแวยูแฮได้นำเรียนแล้ว แต่ผมอยากย้ำว่าเมื่อเรารู้ตัวผู้กระทำผิด รู้ตัวเจ้าหน้าที่ แต่จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คดีไม่ว่าจะเป็นคดีที่เกิดขึ้นที่บ้าน กาโสด ตำบลบันนังสตาที่มีการยิงชาวบ้านที่ร้านน้ำชา รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำผิด รู้นะครับ หน่วยงานสังกัดไหน แต่ก็ไม่สามารถนำมาดำเนินคดีอาญาตามกระบวนการยุติธรรมให้พี่น้อง ประชาชนมีความรู้สึกสบายใจได้ว่า เขาได้รับการดูแล เขาได้รับการช่วยเหลือต้องการดูแลอย่างจริงจังจากภาครัฐหรือรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมก็ขออนุญาตพูดถึงในประเด็น ของการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เบื้องต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ผมเชื่อว่าด้วยประเพณีวัฒนธรรมของประชาชนกลุ่มใหญ่ซึ่งเป็น ชาติพันธุ์มลายู ก็มีการยึดถือปฏิบัติในเรื่องตามหลักศาสนาอิสลามก็คือการคลุมฮิญาบ ผมอยากฝากถึงกรรมาธิการได้ศึกษาในกรณีนี้เป็นกรณีสำคัญ เพราะว่ามันยังมีบางหน่วยงาน ยังมีผู้บังคับบัญชาบางหน่วยงานก็ยังไม่ยอมรับให้สตรีมุสลิมสามารถคลุมฮิญาบไปทำงาน ในสถานที่ได้
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากฝากถึงคณะกรรมาธิการที่จะได้รับการแต่งตั้งก็คือ การละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้สื่อข่าว เราไม่มีการพูดถึงว่าสิทธิเสรีภาพในการทำข่าวของผู้สื่อข่าว ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีการถูกละเมิดและมีความต่อเนื่องจนกระทั่งวันนี้เราก็ ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อย่างเช่นกรณีเกิดที่บ้านเขาตะเวตำบลบองอ อำเภอ ระแงะ จังหวัดนราธิวาส ข้อเท็จจริงก็คือประชาชนถูกลอบยิง แต่ในข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เป็นข่าวหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของประเทศด้วย กลับลงข่าวที่ตรงข้ามอันนี้เนื่องจากว่ามีการ ละเมิดสิทธิเสรีภาพในการทำข่าวของผู้สื่อข่าวในพื้นที่ โดยฝ่ายความมั่นคงมีการควบคุม ตรวจสอบกวดขันในการเสนอข่าวแต่ละข่าว ย่อมทำให้พี่น้องประชาชนหลายภาคส่วน ของประเทศก็เข้าใจสถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คลาดเคลื่อน จากข้อเท็จจริง
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากฝากให้คณะกรรมาธิการที่จะได้รับการแต่งตั้งก็คือ การละเมิดสิทธิในเรื่องของการตรวจค้น หอพัก โรงเรียน นักเรียน นักศึกษา และมีการบังคับ ขู่เข็ญบรรดาอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ของโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อิสลามหรือนักศึกษามุสลิมที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาสถึงขั้นบังคับขู่เข็ญขอเก็บ ดีเอ็นเอ (DNA) ซึ่งเป็นการฝ่าฝืน หลักสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร ก็จะใช้สิทธิของความเป็นกฎหมายพิเศษในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ไปตรวจเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ของพี่น้องประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่อง เล็กน้อย แต่ว่ามันสะท้อนความรู้สึกเจ็บปวด มันสะท้อนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่รู้สึกว่า เขาถูกเลือกปฏิบัติ เขาต้องอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษทั้ง ๆ ที่เขาก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง เช่นเดียวกับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศครับ
ประเด็นที่ ๔ ก็คือการบังคับใช้กฎหมายซึ่งผมพูดหลายครั้งในสภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ วันนี้ก็มีกฎหมายที่ผมยังไม่ได้ข้อสรุปจากฝ่ายความมั่นคง หรือจากรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้า กอ.รมน. หน่วยรักษาความสงบ แห่งชาติ เรื่องของการลงทะเบียนซิมการ์ด (Sim card) แบบตรวจสอบระบบอัตลักษณ์ที่เป็น การละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน มีการเลือกปฏิบัติ หรือเลือกใช้กฎหมาย เฉพาะพื้นที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมอยากฝากเป็น ข้อมูลให้ทางคณะกรรมาธิการที่ได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้ได้ไปพิจารณา
ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากฝากท่านประธานถึงกรรมาธิการอีกอันหนึ่ง ก็คือว่าวันนี้ช่วยดูในเรื่องของกฎหมายพิเศษว่ากฎหมายพิเศษที่เพื่อนสมาชิกอันทรงเกียรติ แห่งนี้ได้พูดถึงนั้นถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะมีการประกาศยกเลิกใช้บางฉบับ เช่น กฎอัยการศึก พ.ร.บ. ความมั่นคงเป็นต้น อันไหนที่มันล้าสมัย มันเป็นการลิดรอนสิทธิ และเป็นการจำกัดสิทธิ ของพี่น้องประชาชนก็อยากฝากเป็นข้อมูล ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดคือเหตุผล ที่ผมนำมาอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาและหาแนวทางในการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ
ประเด็นสุดท้ายจริง ๆ แล้วครับ อยากฝากคือการทำความจริงให้ปรากฏ ก็คือผมทราบจากนโยบายของฝ่ายความมั่นคงวันนี้จะมีการสร้างความจริงที่ถูกต้องให้กับเด็ก และเยาวชนตั้งแต่ ป. ๑ อายุ ๑ ขวบ ถึง ๕ ขวบ อันนี้เป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของพี่น้องประชาชน แล้วยังละเมิดสิทธิเสรีภาพสากลของเด็กด้วย ก็ขอขอบคุณท่านประธาน ที่ได้เปิดโอกาสให้ผมได้อภิปรายสนับสนุนญัตติในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอเชิญ ท่านอับดุลอายีครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ อย่างไรก็ต้อง ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาเพิ่มเติมเล็กน้อย เพราะว่าท่านสมาชิกได้มีการอภิปรายพูดถึง ในเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนมาหลายกรณีหลายตัวอย่างมามากมายแล้ว แต่เนื่องจากว่าผมอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดยะลา ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดหนึ่งของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ สิ่งที่มันเป็นสาเหตุเรื่องของการละเมิดอย่างที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเสมอมานั้น เป็นเรื่องที่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งเนื่องจากว่าพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการใช้กฎหมายพิเศษที่นอกเหนือจากคนทั่วไปในประเทศไทยไม่ได้รับการดูแล ด้วยกฎหมาย ๓ ฉบับนี้ ก็คือ กฎอัยการศึก กฎหมายพิเศษ และ พ.ร.ก. ที่บังคับใช้ในเขต พื้นที่ของ ๓ จังหวัด ตรงนี้เรา ๓ จังหวัด ๔ อำเภอ ที่บอกว่ายังไม่ได้รับสิทธิความเสมอภาค ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ นั้น มันเป็นเรื่องของวิถีชีวิตที่มันสะสมต่อเนื่องอย่างยาวนาน อย่างผมอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีเพื่อนที่อยู่นอกเหนือจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มากมาย เราก็มีความสนิทสนมมีความสัมพันธ์กัน เมื่อใดเราไปนอกพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้อาจจะมีการทักทายด้วยคำพูดคำแรกที่น่าฟังอยู่ อย่างเช่นว่าอ้าวเป็นอย่างไร เพื่อนสบายดีไหม เราก็บอกว่าสบายดี สุดท้ายก็บอกว่าวันนี้พกระเบิดมาด้วยไหม มันเป็นเรื่อง คำพูดที่มันสะสมจากข้อมูลข่าวสารที่บริโภคประจำวันเราอาจจะมีความรู้สึกสะเทือนอยู่ในใจ บอกคน ๓ จังหวัดเป็นคนที่ไม่ดีอย่างนี้เลยหรือ ในสังคมอาจจะตราว่าเราทุกคนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นคนที่คิดไม่ดีต่อประเทศชาติ มีการปฏิปักษ์ต่อประเทศชาติอย่างนั้นหรือ นี่เป็นเรื่องที่เรามีความขมขื่นอยู่เสมอมา ถามว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องของการก่อเกิดพื้นฐาน ของความรู้สึกที่เกิดการระแวงต่อกันไม่เชื่อถือต่อกัน ก็เป็นสิ่งที่เราอาจจะถูกละเมิดตามมา ก็ได้
ทีนี้อีกอย่างหนึ่งสั้น ๆ ความที่เรามีเสรีภาพหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่อง ของการนับถือศาสนา อย่างเช่นว่าในมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๕ พอมีการเกิดละเมิดต่าง ๆ ขึ้นมาหลายครั้งที่เรามีความรู้สึกว่ามันต้องใช้เงินอีกมหาศาล ประชาชนเสียชีวิตไป ๑ คน จากการกระทำฝีมือเจ้าหน้าที่ที่มีการสรุปสุดท้ายแล้วนั้น อาจจะต้องมีการเยียวยาเป็นเงิน จำนวนมาก ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท เรามีความรู้สึกมาก ผมก็มีความรู้สึก อย่างนั้นจริง ๆ เหมือนกัน สิ่งเหล่านี้เราจะป้องกันไม่ให้เกิดได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายใช้ไปแล้วเหมือนกับว่าเราไม่จำเป็นจะต้องใช้เงิน ลักษณะอย่างนั้นเลย น่าจะเอาเงินภาษีเยียวยาเหล่านั้นมาช่วยในเรื่องของการศึกษา มีการพัฒนาประเทศชาติในด้านอื่นทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น นี่คือความรู้สึกเสียดาย แล้วจะป้องกันวิธีการตรงนั้นอย่างไร จะฝากไปยังท่านผู้ที่จะเป็นกรรมาธิการในอนาคต ในเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อไป
มีอยู่เรื่องหนึ่ง เหตุผลจากเสรีภาพในการนับถือศาสนาในมาตรา ๓๑ เขาบอกว่าบุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการนับถือศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติ ประกอบพิธีกรรมหลักทางศาสนา แต่ตนจะต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย สิ่งนี้มันเคยปรากฏอยู่เรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ มีเจ้าหน้าที่ที่มาจากพื้นที่อื่นไปปฏิบัติ หน้าที่ในเขตพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปตั้งแคมป์ (Camp) อยู่บริเวณใกล้ ๆ กับ มัสยิด เขาก็ไม่รู้วิถีชีวิตโดยเรื่องของการนับถือศาสนาอิสลามนั้น ก่อนที่จะละหมาด ๕ ครั้ง ต่อวันนี่นะครับ ก็มีการอะซาน มีการเชิญชวนพี่น้องที่เป็นมุสลิม เชิญชวนไปละหมาดที่มัสยิด โดยใช้เครื่องเสียง โดยภาวะปกติเวลากลางวัน เวลาตอนหัวค่ำไม่ค่อยเป็นปัญหาสักเท่าไร แต่ว่าตอนหัวรุ่ง ตอนประมาณตี ๔ ตี ๕ มีการอะซานพูดเครื่องเสียงออกไป เขามีความรู้สึกว่า กำลังละเมิดในเรื่องของวิถีชีวิตของศาสนาอื่นเหล่านี้ก็อยากจะทำความเข้าใจว่าการมี สิทธิเสรีภาพและบริบทในเขตพื้นที่ บริบทของหลักการวิถีศาสนาต้องสร้างความเข้าใจด้วย อันนี้ก็เป็นต้นตอเรื่องของความไม่เข้าใจกัน เป็นเรื่องที่เราจะต้องสร้างความรู้สึกร่วมกัน เราต้องสร้างความเข้าใจเพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดต่อไป นี่เป็นปัญหาหลาย ๆ อย่างสืบ เนื่องจากเมื่อเช้านี้ท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ ผู้อาวุโสท่านหนึ่งได้พูดถึงในเรื่องของการที่ไม่ สามารถจะไปสร้างมัสยิดที่จังหวัดน่าน เหตุผลหนึ่งเขาบอกว่าเป็นการสร้างเสียงรบกวน ในเวลายามวิกาลที่คนกำลังนอนหลับสบายอยู่เราก็ไปเรียกคนเปิดเครื่องเสียงให้คนมา ละหมาดที่มัสยิด ตรงนี้เป็นเรื่องของความไม่เข้าใจกันอาจเกิดการละเมิดในภายหลังได้ มาตรา ๕๔ มีอยู่เรื่องหนึ่งก็พูดถึงในเรื่องของการศึกษา รัฐจะต้องดำเนินการให้เด็กทุกคน ได้รับการศึกษาเวลา ๑๒ ปีตั้งแต่ก่อนวัย สิ่งนี้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัด อื่น ๆ ในประเทศไทยก็มีโรงเรียนเอกชนซึ่งรัฐจะต้องอุดหนุน เงินที่ได้รับการอุดหนุนนั้น มันไม่ค่อยเพียงพอในเรื่องของการบริหารการศึกษาให้มีคุณภาพได้ มากไปกว่านั้น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาจากเงินที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐ จะต้องไปบริหารจัดการให้กับครูบาอาจารย์ที่สอนศาสนาอีกส่วนหนึ่ง เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธาน เมื่อเงินไปใช้ในลักษณะอย่างที่ผมว่าอย่างนี้นะครับ ผู้บริหารโรงเรียน ถูกสอบสวนและติดคุก นี่คือเป็นปัญหาถูกละเมิดตามมาอีก ด้วยมาตรา ๕๔ ในการศึกษา วันนี้ก็มีการตรวจสอบในเรื่องค่าใช้จ่ายของโรงเรียนอ้างเข้าใจว่าเงินส่วนหนึ่งไปแบ่งจ่าย ให้กับผู้ก่อการร้ายเหล่านี้เป็นต้น ท่านประธานครับ ก็อยากจะฝากข้อมูลเหล่านี้เพื่อให้ คณะกรรมาธิการไปพิจารณาในเรื่องของผลกระทบอันเป็นชนวนก่อเหตุในเรื่องของการ ละเมิดในเรื่องของการปฏิบัติโดยราชการหรือโดยภาคเอกชนด้วยกันก็ตาม สิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง นะครับท่านประธาน ซึ่งน้อยคนที่จะพูดในเรื่องของการละเมิดในส่วนนี้ก็คือผมอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำได้ว่าตั้งแต่เกิดเหตุ ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา แล้วก็เหตุการณ์นี้ เกิดเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๙ เริ่มเกิดเหตุการณ์ลักษณะของรถที่มีป้ายทะเบียนจากจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาสไปจอดในพื้นที่อื่นนอกจาก ๓ จังหวัดนี้แล้วโดนขีด โดนข่วน ก็คือเกิดการละเมิดขึ้นมาเพราะเหตุการณ์สถานการณ์ไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสิ่งที่ตามมาเป็นอย่างไรล่ะครับ ผมเคยอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รายได้จาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้รับจากภาษีล้อเลื่อนของรถที่มีป้ายทะเบียนของจังหวัดตัวเอง หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะอย่างนี้ก็มีการย้ายป้ายทะเบียนจากจังหวัดยะลา จังหวัด ปัตตานี จังหวัดนราธิวาส ไปอยู่ใกล้สุดก็คือจังหวัดสงขลาหรือมากไปกว่านั้นก็อยู่ กรุงเทพมหานคร รายได้ที่จะเกิดจากท้องถิ่นก็มีปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการท้องถิ่น จะถือว่าเป็นการละเมิดถึงองค์กรที่เป็นนิติบุคคลที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างที่ผ่านมา เหล่านี้ ความเสียหายที่เกิดจากตรงนั้นมหาศาลนะครับ จังหวัดที่ผมอยู่จังหวัดยะลาปีหนึ่ง ก็ไม่น้อยกว่า ๗๐ ๘๐ ล้าน เกือบ ๑๐๐ ล้านที่เสียหายจากเปรียบเทียบตัวเลขก่อนหน้าที่จะ เกิดเหตุการณ์ลักษณะอย่างนี้ เหล่านี้ก็อยากจะฝากไปถึงคนที่จะเป็นกรรมาธิการในเรื่องของ การละเมิดสิทธิมนุษยชน เรื่องของการดำเนินชีวิตประจำวันในเขตพื้นที่ของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ต่อเรื่องของความเป็นอยู่ ถามว่าอย่างไรก็แล้วแต่การพัฒนาในเขตพื้นที่เราก็ไม่อยากจะเสียโอกาสเหมือนกับคนอื่น ๆ แต่ถ้าเป็นไปได้ขอให้มีการพิจารณาในเรื่องต้นเหตุของปัญหาก็คือว่าการบังคับใช้กฎหมาย ๓ ฉบับ ก็เป็นเรื่องปัจจัยเหตุสำคัญเรื่องหนึ่งนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณครับท่านประธาน
ขอให้ ท่านณัฐวุฒิ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายเป็นท่านสุดท้าย แล้วคงจะปิดการอภิปรายแล้วครับ ท่านชลน่านมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้ข้อ ๗๒ วรรคสอง กรณีที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายพูดถึงการละเมิด แล้วมันมีข้อความที่ไปพาดพิงถึง จังหวัดน่าน ผมเกรงว่าจะเป็นประเด็นที่ก่อความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน อยากจะขออนุญาต ท่านประธานขอความกรุณาท่านสมาชิกได้ถอนคำว่า จังหวัดน่าน ออก เปลี่ยนเป็น จังหวัดหนึ่ง ก็ได้ เพราะว่าเหตุผลที่ให้นั้นมันมีหลากหลายมาก ไม่อยากให้เป็นประเด็น ด้วยความเคารพ จริง ๆ ครับ ไม่ได้จะไปกล่าวหาอะไร แต่ว่าการบันทึกลักษณะใดลักษณะหนึ่งลงไปนี่ ด้วยเหตุผล เพียงประการเดียว เช่นเรื่องเสียงอย่างนี้มันอาจจะไม่ใช่ หรืออาจจะใช่ แต่ผมไม่อยากให้ระบุ ว่าเป็นจังหวัดน่านหรือจังหวัดอะไรก็แล้วแต่ เราสามารถใช้คำว่า จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ก็ได้ครับ กราบขอบพระคุณครับ โปรดพิจารณาครับ
ครับ ท่านอับดุลอายี ตกลงไหมครับ
ได้ครับ ผมไม่มีเจตนาใด ๆ ในเรื่องของการ กล่าวร้าย ผมสืบเนื่องจากการที่ท่านผู้อาวุโสของผมท่านหนึ่งก่อนหน้านี้ก็พูดถึงจังหวัดนี้อยู่ ไม่เป็นไรครับ ผมขอถอนคำว่า จังหวัดน่าน เป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ในประเทศไทยก็แล้วกันครับ ขอขอบคุณครับ
ขอถอน นะครับ อนุญาตให้ถอนครับ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ คนจังหวัดอ่างทอง ต้องขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งที่กรุณาให้เกียรติผมได้มีโอกาสพูดสั้น ๆ สัก ๗ นาที เพราะด้วยเหตุที่ว่าญัตติเรื่องของการพูดถึงการประทุษร้ายนักกิจกรรม เรื่องของ การบังคับสูญหาย เรื่องของความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ และพื้นที่อื่น ๆ นั้นมิได้ มีการกล่าวถึงเรื่องของความรุนแรงในสังคมในรูปแบบอื่น ๆ แต่พอดีว่ามีญัตติขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางและการแก้ไขปัญหา การยุติความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบที่ท่านผ่องศรี แซ่จึง และท่านมุกดา พงษ์สมบัติ เพิ่มเข้ามาครับท่านประธาน ด้วยเหตุที่ผมมีโอกาสได้เคยทำงานในประเด็นเรื่องของ การคุ้มครองเด็กมามากกว่า ๑๘ ปี ถ้าผมจะไม่ฝากใด ๆ เลยไปถึงการมีคณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้นมาศึกษาก็เกรงว่าอาจจะขาดประเด็นที่ครบถ้วน เกรงว่าอาจจะขาดสิ่งที่สำคัญ ฉะนั้นต้องขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งในประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในเอกสารศึกษาวิจัยของสภาผู้แทนราษฎร ต้องขอบพระคุณนะครับ มีเนื้อหามีสาระสำคัญที่ค่อนข้างมาก แต่ผมคิดว่าก็ยังมีการให้นิยาม ความหมายของความรุนแรงยังไม่ครบถ้วนอยู่หลายประการด้วยกัน ผมเคยพูดในสภาแห่งนี้ ว่าเวลาที่เราพูดถึงการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงนั้นท่านต้องเอากฎแห่งกรุงปักกิ่งมาเป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อผู้หญิงในครอบครัว สาธารณชนโดยทั่วไปทั้งทั่วโลก เขาแบ่งความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็น ๓ รูปแบบด้วยกัน ก็คือความรุนแรงในครอบครัวที่เรา มักเห็นเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง ก็คือความรุนแรงในที่สาธารณะนั่นเป็นประการที่ ๒ และความรุนแรงอีกรูปแบบหนึ่งก็คือความรุนแรงในกรณีที่รัฐละเลยปล่อยให้เกิดความ รุนแรง หรือไม่จัดการกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม กรณีที่เกิดขึ้นหลายกรณีใน ๓-๔ จังหวัดภาคใต้ก็เป็นเช่นเดียวกัน นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะทำความเข้าใจก่อน แม้กระทั่งหลายกรณีเวลามีผู้หญิงที่ถูกละเมิดสิทธิ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกทำร้ายร่างกาย ต่าง ๆ แต่กระบวนการยุติธรรมไม่ได้แก้ไขปัญหาให้เขาในระยะเวลาอันใกล้เคียงหรือระยะเวลา ที่เหมาะสม นั่นก็ถือว่าเป็นความรุนแรงเช่นเดียวกันครับ ยิ่งไปกว่านั้นท่านประธานในเอกสารที่สภาผู้แทนราษฎรได้นำเป็นเอกสารประกอบการ พิจารณาฉบับนี้มีการนิยามความรุนแรงต่อเด็กแต่ขาดประเด็นหนึ่งที่ทั่วโลกเขายอมรับ แต่ประเทศไทยไม่ค่อยพูดถึง ในนี้เขาแบ่งความแรงต่อเด็กออกเป็น ๓ รูปแบบด้วยกัน ก็คือเรื่องของการทารุณกรรมหรือการทำร้ายทางร่างกายที่เรียกว่าฟิสิคอล อะบิวซ์ (Physical abuse) เรื่องของการทารุณกรรมหรือการทำร้ายทางเพศที่เรียกว่าเซ็กซ์ชัวล์ อะบิวซ์ (Sexual abuse) เรื่องของการทารุณกรรมหรือการล่วงละเมิดต่ออารมณ์จิตใจที่เรียกว่า อิโมชันนอล อะบิวซ์ (Emotional abuse) ตรงนี้ก็พิสูจน์ยากแล้วว่าการรังแกกันหรือการที่ ปฏิบัติต่อเด็กในโรงเรียนโดยมาตรฐานที่ไม่เท่ากัน ท่านเห็นข่าวไม่ว่าจะเป็นกรณีนักเรียน ที่มีการยิงกันในโรงเรียนหรือแม้กระทั่งกรณีนักเรียนที่ผูกคอจนเกือบเสียชีวิต แม้กระทั่ง มาตรฐานที่ครูใช้กับนักเรียนในการลงโทษด้วยความรุนแรง แม้กระทั่งการประจาน แม้กระทั่งการพูดด้วยคำที่เหยียดถึงความยากจน คนผิวสีที่แตกต่าง ศาสนาที่นับถือ ไม่เหมือนกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความรุนแรงต่ออารมณ์จิตใจหมดเลยครับ แต่อย่างไรก็ตาม มีความรุนแรงอีกรูปแบบหนึ่งที่ในนี้ไม่ได้พูดถึงแต่ผมอยากให้สาธารณชนเข้าใจ อยากให้เพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าใจ เขาเรียกว่าการปล่อยปละละเลยหรือเน็กเล็กต์ ไชลด์ (Neglect child) ท่านประธานครับ ทำไมผมต้องย้ำประเด็นนี้เป็นสำคัญพวกเราหลายคนมาจาก ภาคอีสาน หลายคนมาจากภาคเหนือ ท่านต้องยอมรับว่าวันนี้ถ้าไม่ใช่หน้านาเด็กจำนวนมาก ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ อยู่กับปู่ย่าตายาย ไม่ได้หมายถึงว่าปู่ย่าตายายไม่รักเด็กแต่เงื่อนเวลา หรือสิ่งที่เขาใช้ในการดูแลเด็กไม่เหมือนกัน ประเด็นในทางจิตวิทยาเราเรียกการดูแลเด็ก ใน ๑,๐๐๐ วันแรกว่านั่นคือช่วงชีวิตที่สำคัญที่สุด ถ้า ๑,๐๐๐ วันแรกท่านทำได้ดีมันจะสร้าง ความผูกพันที่มั่นคงภาษาจิตเขาเรียกซีเคียว แอตแทชเมนต์ (Secure attachment) เด็กจะมี ภาวะที่เสี่ยงต่อการเป็นเด็กเร่ร่อนต่อการเป็นคนไร้บ้านที่น้อยลง แต่ถ้าเกิด ๑,๐๐๐ วันแรกนั้น ท่านไม่สามารถดูแลได้ดี เด็กก็อาจจะเติบโตบนพื้นฐานที่ไม่เข้าใจความรัก เป็นเด็กที่ขาดความรัก เป็นเด็กที่ขาดความอบอุ่น เราต้องยอมรับว่าการก่ออาชญากรรมจำนวนมากในสังคมไทย พวกเราเองที่ไม่ได้แก้ปัญหาหรือมีกระบวนการคัดกรองตั้งแต่ต้นก็เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ หรือทำให้เกิดปัญหาเหล่านั้นเช่นเดียวกันครับ ดีกว่ามาโทษว่าทำไมอาชญากรคนนั้นถึงใช้ ความรุนแรงแบบนั้น ทำไมเด็กเหล่านี้ถึงฆ่าคนตาย เราต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ สิ่งเหล่านี้ด้วยกันครับท่านประธานนั่นเป็นประการที่ ๒
ในประการที่ ๓ ผมอยากจะเรียนท่านประธานที่เคารพและสภาแห่งนี้ว่าญัตติ เรื่องของการใช้ความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบเป็นญัตติที่ดีมาก ผมเสียดายนิดเดียวว่า ในกรณีที่เราจะเอาญัตตินี้มารวมกับญัตติอื่น ๆ ทำให้เห็นว่าเรายังไม่ได้ตระหนักถึง ความรุนแรงในสังคมในทุกรูปแบบอย่างเพียงพอ ฉะนั้นแน่นอนวันนี้ผมปฏิเสธไม่ได้ว่า เราคงจำเป็นต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการ แต่ผมอยากฝากคณะกรรมาธิการที่จะมีการตั้งว่า ประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นเฉพาะ ท่านสามารถแยกให้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษา สิ่งเหล่านี้ในคณะกรรมาธิการเหล่านั้นได้หรือไม่ครับท่านประธาน
สิ่งสุดท้ายที่อยากจะฝากถึงวันนี้ครับท่านประธาน ผมพูดมาทั้งหมดเป็นแค่ การปูพื้นฐานเบื้องต้น เป็นแค่การทำความเข้าใจกับสิ่งที่ถูกต้อง กรณีข่าวของนักเรียนที่มีการ ใช้อาวุธปืนถ้าเราอ่านข่าวแบบไม่เข้าใจ เราจะเห็นว่ามีเด็กที่ถูกทำร้ายเพียงคนเดียว แต่ถ้าเรา อ่านข่าวอย่างเข้าใจทั้ง ๒ คนล้วนเป็นเหยื่อของการถูกทำร้ายทั้งสิ้น คนหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว แต่คนหนึ่งกำลังจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมซึ่งต้องมีเป้าหมายในการฟื้นฟูเยียวยาเขา เช่นเดียวกับกรณีเวลาที่เราเห็นเด็กทารกที่ถูกทอดทิ้ง เห็นข่าวเด็กถูกทิ้งต่าง ๆ หากสื่อมวลชน ยังพาดหัวว่าเกิดขึ้นจากแม่ใจร้าย เกิดขึ้นจากแม่ใจยักษ์ เกิดขึ้นจากแม่ใจมาร เกิดขึ้นจาก วัยรุ่นใจแตก ท่านแก้ปัญหาไม่ได้หรอกครับ ทุกเรื่องมีความเป็นมาของปัญหาตามหลัก ศาสนาพุทธที่เรียกว่าอิทัปปัจจยตา ฉะนั้นวันนี้ท่านประธานที่เคารพ ความรุนแรงในสังคม ทุกรูปแบบนั้นมิใช่เรื่องส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งอีกต่อไปแต่เป็นเรื่องของพวกเราทุกคน คำพูดคำหนึ่งที่ดูสวยหรูแต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นคำพูดที่มีความสำคัญว่าหากเราไม่เป็นส่วนหนึ่ง ของการแก้ไขปัญหาเรานั่นละที่จะเป็นตัวปัญหาเสียเอง ก็ฝากสิ่งเหล่านี้ให้กรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการที่อาจจะมีการตั้งขึ้นนำไปพิจารณาประกอบ ขอบพระคุณท่านประธาน ครับ
ปิดอภิปรายนะครับ ก่อนจะถึงขั้นตอนลงมติ ผู้เสนอมีสิทธิที่จะอภิปรายสรุปตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ จะใช้สิทธิไหมครับ ถ้าไม่ใช้สิทธิจะได้ขอลงมติ เพราะว่าถึงอย่างไรก็ตามท่านสมาชิก ก็อภิปรายไปในทางเดียวกันคือเห็นด้วยกับญัตติทั้งนั้น คงไม่ต้องสรุปก็ได้ เนื่องจากญัตติ ทั้ง ๙ ฉบับที่เสนอมาก็คือให้ตั้งคณะกรรมาธิการ ก็คงจะต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาญัตติทั้ง ๙ ฉบับหรือไม่ ก่อนจะลงมติขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
รอสักครู่ กำลังเดินเข้ามาครับ
ท่านประธานครับ
ครับ
มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ๒๗๓ แสดงตนครับ ไม่ได้เอาบัตรมาครับ
รับทราบครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนนะครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ได้เลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
มีสมาชิก ท่านใดไม่ได้นำบัตรมาหรือมีบัตรขัดข้องให้แสดงตนทางไมโครโฟนเลยครับ
ท่านประธานครับ ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ๑๑๕ ขอแสดงตนครับ
ครับ ท่านสมาชิกแสดงตนครบทุกท่านหรือยังครับ ถ้าครบแล้ว
ขออนุญาตค่ะท่านประธาน ๐๒๕ กุลวลี นพอมรบดี แสดงตนค่ะ
ครับ
ท่านประธานครับ ผม อัฏฐพล โพธิพิพิธ ๔๘๐ ขอแสดงตนครับ
ครับ ปิดการแสดงตนนะครับ
ท่านประธานครับ เดี๋ยวสักครู่ กำลังวิ่งกันมาครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
มาทีหลัง ก็ใช้ไมโครโฟนเลยก็ได้ครับ ปิดการแสดงตนแล้วครับ ขอแสดงผลครับ มีผู้แสดงตน เข้าประชุม ๓๘๗ บวก ๔ เป็น ๓๙๑ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม เกินกึ่งหนึ่งครับ
ต่อไป ผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าที่ประชุมจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาญัตติทั้ง ๙ ฉบับหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนได้นะครับ ผู้ใดเห็นควร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรตั้งคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญกดปุ่มลงคะแนนเสียง ได้แล้วครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านสมาชิกท่านใดที่บัตรมีปัญหาหรือไม่ได้นำบัตรมาเชิญใช้ไมโครโฟนนะครับ
ท่านประธานครับ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ๒๗๓ เห็นด้วยครับ
๒๗๓ เห็นด้วยนะครับ ๑ ท่าน มีอีกไหมครับ
ท่านประธานครับ ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ๑๑๕ เห็นด้วยครับ
๑๑๕ เห็นด้วยนะครับ มีอีกไหมครับ
ผม หมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หมายเลข ๒๓ เห็นด้วยครับ
เห็นด้วย ๑ ท่าน
ผม ศุภชัย โพธิ์สุ ของดออกเสียงครับ
มีอีกไหมครับ ถ้าไม่มีขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่ขอทราบผลด้วยครับ ทั้งหมดเห็นด้วย ๔๐๙ ท่าน เป็นเอกฉันท์ งดออกเสียง ๑ เห็นด้วย ๔๐๙ บวก ๓ เป็น ๔๑๒ มติเป็นเอกฉันท์ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ มติของที่ประชุมเห็นสมควรให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ทั้ง ๙ ฉบับ
ต่อไป กำหนดจำนวนกรรมาธิการครับ ผู้ใดเสนอเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จักรพันธ์ พรนิมิต จากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการถูกประทุษร้ายของประชาชนจำนวน ๔๙ ท่านขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องว่าเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๔๙ ท่าน มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้ตั้งคณะกรรมาธิการจำนวน ๔๙ ท่าน ทีนี้ในสัดส่วนรัฐบาลจะใช้สิทธิ ตั้งไหมครับ เสนอไม่เกิน ๑ ใน ๔ นะครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชนและการถูกประทุษร้ายของประชาชนในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๑๒ ท่านดังนี้ ๑. นายเรืองศักดิ์ สุวารี ๒. นางสาวเอมอร เสียงใหญ่ ๓. นางสาวรตญา กอบศิริกาญจน์ ๔. นายประวิน ชำนิประศาสน์ ๕. นายธนาคม จงจิระ ๖. นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร ๗. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๘. นายฉลอง เรี่ยวแรง ๙. นางสาวทิพานัน ศิริชนะ ๑๐. นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ๑๑. นายภัทธมน เพ็งส้ม ๑๒. พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
คณะรัฐมนตรีเสนอมาแล้วนะครับ สัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง มีพรรคเพื่อไทย ๑๐ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๙ ท่าน พรรคอนาคตใหม่ ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่าน ขอเชิญพรรคการเมืองเสนอเริ่มจาก พรรคเพื่อไทยครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทยขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการ ลอบประทุษร้ายประชาชนในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยจำนวน ๑๐ ท่าน ดังนี้ ๑. นายเจริญ คัมภีรภาพ ๒. พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ๓. นายนพดล ปัทมะ ๔. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๕. นางผ่องศรี แซ่จึง ๖. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ๗. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ๘. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ๙. นายทศพร เสรีรักษ์ และ ๑๐. นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๙ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการถูกประทุษร้ายของประชาชน ในส่วนของ พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๙ ท่าน ดังรายนามต่อไปนี้ ๑. นายไผ่ ลิกค์ ๒. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ๓. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๔. นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ๕. นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ๖. นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น ๗. นายวสันต์ กล้าแท้ ๘. นายประพิศ นวมโคกสูง และ ๙. นายอนันต์ ปาลีคุปต์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ขอผู้รับรองครับ มีผู้รับรองครบครับ พรรคอนาคตใหม่ ๖ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงกรณี ลอบประทุษร้ายและนักกิจกรรมทางการเมืองในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ๖ ท่านดังนี้ ๑. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ๒. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ๓. นายมานพ คีรีภูวดล ๔. นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ๕. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ๖. นางอังคณา นีละไพจิตร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองครบ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่านครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ แนน สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๔ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นายอันวาร์ สาและ ๒. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๓. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ๔. นางพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ
ท่านประธานครับ กระผม นายธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบและศึกษาติดตามการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและถูกประทุษร้ายของประชาชน ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่าน ๑. ท่านเพชรดาว โต๊ะมีนา ๒. ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ๓. ท่านฉลอง เทอดวีระพงศ์ ๔. ท่านอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อผู้ที่เป็นกรรมาธิการ ในนามของพรรคชาติไทยพัฒนาก็คือ นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองครบ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แนวทางแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน ๑ ท่าน นายวีระ สมความคิด ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองครบ ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ
เรียนท่านประธาน ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ขอเสนอรายชื่อผู้ที่จะเป็น กรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบและศึกษาติดตามการทำงานของหน่วยงานและภาครัฐ ต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและถูกประทุษร้ายของประชาชน ในสัดส่วนของพรรค ประชาชาติผมขอเสนอชื่อ มูฮัมหมัดเปาซี อาลีฮา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองครบครับ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเสนอตามสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่าน นายอภิวัฒน์ อากาศฤกษ์ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ครบทั้ง ๔๙ ท่านแล้ว เชิญท่านเลขาธิการอ่านทบทวนรายชื่อครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา และแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชน จำนวน ๔๙ คน ๑. นายเรืองศักดิ์ สุวารี ๒. นางสาวเอมอร เสียงใหญ่ ๓. นางสาวรตญา กอบศิริกาญจน์ ๔. นายปวิน ชำนิประศาสน์ ๕. นายธนาคม จงจิระ ๖. นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร ๗. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๘. นายฉลอง เรี่ยวแรง ๙. นางสาวทิพานัน ศิริชนะ ๑๐. นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ๑๑. นางภัทธมน เพ็งส้ม ๑๒. พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ๑๓. นายเจริญ คัมภีรภาพ ๑๔. พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ๑๕. นายนพดล ปัทมะ ๑๖. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๑๗. นางผ่องศรี แซ่จึง ๑๘. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ๑๙. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ๒๐. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ๒๑. นายทศพร เสรีรักษ์ ๒๒. นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ๒๓. นายไผ่ ลิกค์ ๒๔. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ๒๕. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๒๖. นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ๒๗. นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ๒๘. นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น ๒๙. นายวสันต์ กล้าแท้ ๓๐. นายประพิศ นวมโคกสูง ๓๑. นายอนันต์ ปาลีคุปต์ ๓๒. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ๓๓. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ๓๔. นายมานพ คีรีภูวดล ๓๕. นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ๓๖. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ๓๗. นางอังคณา นีละไพจิตร ๓๘. นายอันวาร์ สาและ ๓๙. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๔๐. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ๔๑. นางสาวพรเพ็ญคงขจรเกียรติ ๔๒. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ๔๓. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ๔๔. นายฉลอง เทิดวีระพงศ์ ๔๕. นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ๔๖. นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ๔๗. นายวีระ สมความคิด ๔๘. นายมูฮัมหมัดเปาซี อาลีฮา ๔๙. นายอภิวัฒน์ อากาศฤกษ์
รายชื่อ ทั้ง ๔๙ ท่าน ถูกต้อง ไม่มีเปลี่ยนแปลงนะครับ ขอเชิญท่านกำหนดระยะเวลาที่จะให้ กรรมาธิการพิจารณาจะให้กี่วันครับ เชิญเสนอครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอระยะเวลาพิจารณา ๖๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ท่านสมาชิกเสนอ ๖๐ วันนะครับ มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่ามติที่ประชุมให้ใช้เวลาในการพิจารณา ๖๐ วันนะครับ เป็นการจบการพิจารณาญัตติ ทั้ง ๙ ฉบับ ต่อไป
ญัตติด่วน เรื่อง ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาความเป็นไปได้และตรวจสอบผลกระทบของการใช้กัญชา ในรูปแบบต่าง ๆ ในประเทศไทย (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะเป็นผู้เสนอ)
แต่เนื่องจากมีญัตติทำนองเดียวกันอีก ๔ ฉบับ คือ
๑. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาและตรวจสอบการนำกัญชา กัญชง ไปใช้ในรูปแบบต่าง ๆ ในประเทศไทย (นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นผู้เสนอ)
๒. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ (นายเทพไท เสนพงศ์ เป็นผู้เสนอ)
๓. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการใช้ กัญชา กัญชง ใบกระท่อมอย่างเป็นระบบครบวงจร (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ กับคณะเป็นผู้เสนอ)
๔. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ (นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ และนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องทำนองเดียวกันคงจะนำมาพิจารณารวมกัน มีท่านสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าเรามาพิจารณารวมกันเลยนะครับ เห็นชอบตามนี้นะครับ เจ้าหน้าที่เตรียมเอกสารไว้ เรียบร้อยแล้วใช่ไหม แจกเรียบร้อยแล้วหรือยัง แจกหมดแล้วนะครับ ขออนุญาตท่านเจ้าของ ญัตติเสนอแถลงการณ์และเหตุผลในวันพรุ่งนี้ต่อไปนะครับ เราประชุมวันพรุ่งนี้อีกวันหนึ่ง ประชุมญัตติอย่างเดียว เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา วันนี้ขอปิดประชุมครับ ขอบพระคุณครับ