สัณหพจน์ สุขศรีเมือง หารือปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อมานาน พร้อมเสนอให้ตั้งเขตการปกครองพิเศษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรและงบประมาณอย่างเหมาะสม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน การบริหารตนเอง และความเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาข้อเสนออย่างจริงจังเพื่อนำไปสู่ความสงบอย่างยั่งยืน หลังจากที่ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความเชื่อมั่นของประเทศมาโดยตลอด
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่รักทุกท่าน กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นผมขอเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่าในญัตติของกระผมที่ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเขตการปกครองพิเศษในพื้นที่ ชายแดนภาคใต้หรือว่าเขตการบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษในครั้งนี้ ผมออกตัวก่อนว่าผมเอง เป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะฉะนั้นไม่มีส่วนได้ ส่วนเสียในส่วนของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แต่ที่เห็นเหตุการณ์มาเกือบ ๒๐ ปี กับประมาณ ๑๗ ปี งบประมาณนี้ ทำให้มีความกังวลเหมือนกับประชาชนทุกคนในประเทศไทยนี้ รวมกระทั่งท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกว่าเหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา รวมทั้ง ๔ อำเภอของ จังหวัดสงขลาเป็นเหตุการณ์ที่ยืดเยื้อมานาน แล้วก็มีความเป็นห่วงอย่างยิ่ง จึงเสนอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญในครั้งนี้ครับ ผมเองจะขอเสนอเป็นหัวข้อในการนำเสนอ ที่ประกอบด้วย ๕ หัวข้อดังนี้ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
๑. ที่มาของปัญหา ๒. ผลกระทบจากปัญหา ๓. แนวทางการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ๔. ข้อเสนอการแก้ปัญหา แนวทางใหม่รูปแบบเขตการปกครองพิเศษหรือการบริหารงานท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ๕. ข้อมูลพื้นฐานรายจังหวัดที่สำคัญ ผมจะเสนอ ๕ ประเด็นนี้ ในส่วนของเอกสาร ทางวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สรุปสาเหตุของปัญหาออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้ ๑. ด้านการเมือง ๒. ด้านเศรษฐกิจ ๓. ด้านสังคมและวัฒนธรรม ๔. ด้านการศึกษา ๕. ด้านกระบวนการยุติธรรม จากเหตุการณ์ผู้ก่อความไม่สงบแบ่งออกเป็น ๔ กลุ่ม ผมจะให้ เห็นภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็น ๔ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ เป็นกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต (BRN Coordinate) กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มต่อต้านอำนาจรัฐ กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มอิทธิพลที่ดำเนินธุรกิจ ผิดกฎหมาย กลุ่มที่ ๔ คือกลุ่มบุคคลที่แสวงหาประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน อันนี้เป็น รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ ของสภาผู้แทนราษฎร ในปี ๒๕๕๒ ซึ่งเคยศึกษามาแล้ว งบดังกล่าวดับไฟใต้ตอนนี้ทะลุ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๕ วัน ๑๒ ศพ ยังไร้คำตอบ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นความห่วงใย ในทั้ง ๙ กลุ่มญัตติที่ยื่นมา ผมว่าในส่วนของผมที่ยื่นมาในญัตติในส่วนข้อที่ ๘ นี้ ผมคิดว่าเป็นการ รวมทั้งหมด ๙ กลุ่มได้ เพราะถ้าเกิดแก้ตรงนี้ได้จะแก้ได้ทั้งหมด การใช้จ่ายสำหรับการ แก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมิติงานความมั่นคงและงานพัฒนา ปีงบประมาณ ๒๕๔๗-๒๕๖๒ จะแสดงให้เห็นดังนี้ ปี ๒๕๔๗ ๑๓,๔๕๐ ล้านบาท ปี ๒๕๔๘ ๑๓,๖๗๔ ล้านบาท ปี ๒๕๔๙ ๑๔,๒๐๗ ล้านบาท ปี ๒๕๕๐ ๑๗,๕๒๖ ล้านบาท ปี ๒๕๕๑ ๒๒,๙๘๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๒ ๒๗,๕๔๗ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมด ผมไม่จำเป็นต้องไล่มาจนถึงปี ๒๕๖๒ ๑๒,๐๒๕.๓ ล้านบาท แต่รวมแล้วคือ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้ที่เราใช้งบประมาณสำหรับการที่บริหาร ในส่วนของความมั่นคงของชายแดนภาคใต้ การใช้จ่ายงบประมาณในการแก้ไขปัญหา ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งในมิติความมั่นคงและงานพัฒนานับตั้งแต่ ปีงบประมาณ ๒๕๔๗ จนถึงปีงบประมาณ ๒๕๖๒ รวม ๑๖ ปีงบประมาณ รวมเป็นเงิน ทั้งสิ้น ๓๐๒,๙๒๖.๙ ล้านบาท อันนี้ที่มาจากคมชัดลึก ประเภทของเหตุการณ์ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึงปี ๒๕๕๙ มีเหตุการณ์ยิงกัน ๗,๖๑๓ ครั้ง ระเบิด ๓,๙๓๗ ครั้ง การบังคับใช้กฎหมาย ๑,๘๐๔ ครั้ง การวางเพลิง ๑,๗๕๑ ครั้ง อื่น ๆ ๑,๕๗๓ ครั้ง วินาศกรรม ๑,๒๕๐ ครั้ง การปะทะ ๖๖๔ ครั้ง การโจมตี ๒๖๑ ครั้ง การปล้น ๑๖๘ ครั้ง จำนวนรวมของผู้บาดเจ็บล้มตายในรอบ ๑๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗-๒๕๕๙ แยกตามภูมิหลัง เป้าหมายที่อ่อนแอและเข้มแข็งดังนี้ ใน ๒ ส่วนใหญ่ ๆ เป็นแบบฮาร์ด ทาร์เก็ต (Hard target) กับซอฟต์ ทาร์เก็ต (Soft target) ฮาร์ด ทาร์เก็ต (Hard target) ก็คือหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตำรวจ ในส่วนของซอฟต์ ทาร์เก็ต (Soft target) ก็จะเป็นส่วนของ ประชาชนหรือชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ได้รับผลกระทบถึง ๖๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ในหน่วยงานของ ราชการก็อยู่ที่ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น ๑ ใน ๓ ของเหตุการณ์ทั้งหมด จำนวนนี้จึงทำให้เรา ตระหนักร่วมกันว่าต้องร่วมกันแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนได้สักทีครับ
๒. ผลกระทบจากปัญหามันส่งผลไปถึงด้านวัฒนธรรม ด้านการท่องเที่ยว ความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ของไทย ด้านวัฒนธรรมการท่องเที่ยวเชื่อมั่น แล้วก็ภาพลักษณ์ ตรงนี้เราเสียหายและเสียโอกาสมานานมาก การที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะมีโอกาส ได้ไปเที่ยวในส่วนของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ทำให้งบประมาณด้านเศรษฐกิจของเราเสียหายไปมาก และพี่น้องประชาชนเราทั้งไทยพุทธ และมุสลิมตรงนี้ไม่ได้ติดต่อประสานกันอย่างเป็นพี่น้องคนไทยร่วมชาติกันนะครับ เราต้องร่วมกันเพื่อจะลดปัญหานี้ แนวทางแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาตั้งแต่ยุคสมัยโบราณมา ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เราใช้เป็นหัวเมืองตอนนั้นในการแก้ปัญหา แต่มายุค ปี ๒๔๗๕ การปกครองส่วนภูมิภาคเราใช้ตัวนี้เป็นแนวทาง ตัวนี้ใช้ไปแล้วเช่นกัน และถัดมาก็ใช้ระบบ ของ ศอ.บต. ในการเข้าไปแก้ปัญหา แต่เกิดเหตุการณ์เหมือนที่ท่านประธานว่า มียุคหนึ่ง ที่ยกเลิก ศอ.บต. ทำให้เกิดความวุ่นวายจนถึงทุกวันนี้ที่เหตุการณ์ทำให้พี่น้องชาวใต้เรา ๓ จังหวัดชายแดน รวมทั้ง ๔ อำเภอส่วนหนึ่งเขาไม่สบายใจจากคำพูดที่ผ่านมาส่วนหนึ่ง ในการยุบ ศอ.บต. ครั้งนั้น และจากเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งนั้นที่บอกว่าเป็นโจรกระจอก ที่ทำให้ตรงนั้น แล้วก็เป็นเหตุการณ์ปะทุจนถึงทุกวันนี้นะครับ ตอนนี้ในการเสนอแนวทาง แก้ปัญหาในครั้งนั้นยังมีพรรคการเมืองหนึ่งได้เสนอยื่นญัตติเข้ามาตั้งเป็นรัฐปัตตานี แต่ก็ยัง ไม่ได้ใช้เพราะถูกตีตกไปในขณะนั้น แต่ด้วยความหมายเป็นอย่างไรก็ค่อยศึกษากันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมเชื่อว่าทุกภาคส่วน ทุกคน ทุกท่านที่เป็นคนไทยเห็นเหมือนกันว่าได้เวลาที่จะต้อง ยุติปัญหาของพี่น้องชายแดนภาคใต้ของเราได้แล้ว แนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ จนถึงปี ๒๕๖๐ แยกตามสาเหตุของ เหตุการณ์ โดยรวมเหตุการณ์ความไม่สงบส่วนใหญ่ประมาณ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ เป็นเหตุการณ์ ประเภทที่ผู้ก่อเหตุเกี่ยวข้องกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนหรือขบวนการต่อสู้ที่มีอุดมการณ์ ต้องการอิสรภาพถึง ๗๒.๙ เปอร์เซ็นต์ การแย่งชิงทรัพยากรน้อยมากครับ ๐.๐๓ เปอร์เซ็นต์ อื่น ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์ เกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ๒.๘ เปอร์เซ็นต์ อาชญากรรม ๔.๗ เปอร์เซ็นต์ และไม่ชัดเจน ๑๙.๑ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าอยู่ในส่วนของผู้แสวงหาประโยชน์จากงบประมาณหรือไม่ อย่างไร เหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้แยกเป็นรายจังหวัดระหว่างเดือนมกราคม ๒๕๔๗ ถึงเดือนเมษายน ๒๕๖๐ จะเห็นได้ว่าจังหวัดนราธิวาสมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ๖,๙๕๙ ครั้ง จังหวัดปัตตานี ๖,๒๗๙ ครั้ง จังหวัดยะลา ๕,๓๕๗ ครั้ง จังหวัดสงขลา ๖๘๓ ครั้ง รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหามีดังนี้ ที่ผ่านมามีการเสนอ จากรายงานของคณะกรรมาธิการในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของ สภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๕๒ ได้เสนอไว้ ดังนี้
๑. ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมการกำหนดนโยบายแก้ปัญหา
๒. รัฐดำเนินนโยบายเป็นมิตรตามแนวสันติวิธี
๓. ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนทุกเชื้อชาติและศาสนา
๔. เจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจขนบธรรมเนียมท้องถิ่นอย่างถ่องแท้
ใน ๔ ประเด็นที่สภาผู้แทนราษฎรได้เสนอไว้เมื่อปี ๒๕๕๒ ตรงนี้ถ้าเกิดเรา สามารถที่จะตั้งเป็นเขตการปกครองพิเศษขึ้นมาแบบเดียวกับกรุงเทพมหานครหรือพัทยา ตรงนี้จะทำให้แก้ปัญหาทุกอย่างได้หมดเลย แม้กระทั่งทุกท่านที่ยื่นญัตติมาทั้ง ๘ ญัตตินั้น จะถูกแก้ได้หมดเลย มาดูแนวทางในการแก้ปัญหา อำนาจส่วนกลาง กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ งบประมาณ ภาษี งบสนับสนุน ความมั่นคง มนุษย์ ชุมชน ชาติ เราก็จะรวม เป็นเขตการปกครองพิเศษ หรือการบริหารงานท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เราจะแยกเป็นยะลา แยกเป็นปัตตานี แยกเป็นนราธิวาส ก็เช่นเดียวกับที่เราแยกกรุงเทพมหานครหรือพัทยา ไม่เห็นแปลกอะไรเลยที่เราจะแยกให้เขาบริหารและดูแลตนเองกันได้ ผมเชื่อมั่นว่า กระบวนการจัดการภายในท้องถิ่นที่สามารถดูแลและตอบโจทย์กันเองได้อย่างนี้ เพื่อจะเข้า ในส่วนของประชาชนมีส่วนร่วม เข้าในการศึกษาในปี ๒๕๕๒ รัฐดำเนินนโยบายตามมิตร เป็นมิตรตามแนวสันติวิธี ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนทุกเชื้อชาติ ศาสนา เข้าหมดเลยครับ เจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจ เพราะฉะนั้นเขาเข้าใจอยู่แล้ว เพราะเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ เจ้าหน้าที่ของรัฐตามกลไกที่เราให้เป็นเขตการปกครองรูปแบบพิเศษ หรือการบริหาร ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
ถัดมาข้อมูลขั้นพื้นฐานในส่วนของจังหวัดปัตตานี เราเห็นว่าพื้นที่ทั้งหมด เรามีอยู่ ๑,๙๐๔,๓๕๖ ตารางกิโลเมตร ประชากร ๗๐๙,๗๙๖ คน ในส่วนของจังหวัดยะลา มีทั้งหมด ๔,๕๒๑,๐๗๘ ตารางกิโลเมตร ประชากร ๕๓๒,๓๒๖ คน ศาสนา เป็นศาสนาพุทธ ๒๓.๒๗ เปอร์เซ็นต์ ศาสนาอิสลาม ๗๖.๕๙ เปอร์เซ็นต์ มาดูจังหวัดนราธิวาส พื้นที่ ๔,๔๗๕,๔๓๐ ตารางกิโลเมตร นับถือศาสนาพุทธ ๑๔.๐๓ เปอร์เซ็นต์ อิสลาม ๘๕.๙๑ เปอร์เซ็นต์ จากที่ผมแสดงให้เห็นสถิติตรงนี้ นั่นหมายความว่าผมกำลังจะบอกและกำลังจะ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า ในทางรัฐศาสตร์ แล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีการแยกตัวเป็นรัฐอิสระหรือเป็นรัฐเอกราช เนื่องจากประชากร และพื้นที่บวกกับทรัพยากรไม่เพียงพอที่จะเป็นประเทศเอกราช รวมทั้งมีประเทศไทยที่อยู่ ตอนบนและประเทศมาเลเซียที่อยู่ทางตอนใต้ย่อมมีอิทธิพลเหนือกว่าแน่นอน นั่นคือในทาง รัฐศาสตร์ เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่คนเพียงไม่ถึง ๒ ล้านคนที่จะบริหารตรงนี้ได้ แต่เขา จะได้ความสบายใจในการบริหารจัดการตนเองกันได้ แบ่งจัดสรรทรัพยากรของตัวเอง ได้อย่างลงตัว
ถัดมาครับ ถ้าเรามามองดูในส่วนของสถิติที่ผ่านมาของการลงผลการทำ ประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ สรุปผลการลงประชามติในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแตกต่างกับพื้นที่ส่วนอื่นของภาคใต้ มาดูว่าอยู่กันในสัดส่วนเท่าไร ในจังหวัดปัตตานีร่างรัฐธรรมนูญที่เห็นชอบ ๓๔.๘๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นชอบ ๖๕.๑๔ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดนราธิวาสเห็นชอบ ๓๘.๑๗ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นชอบ ๖๑.๘๔ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดยะลาเห็นชอบ ๔๐.๔๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นชอบ ๕๙.๕๔ เปอร์เซ็นต์ ส่วนหนึ่งตัวเลขที่ได้มาทั้งหมดเป็นตัวเลขที่บ่งบอกให้เห็นชัดว่าที่ผ่านมา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลาเขาต้องการที่จะให้มีความสงบ เกิดขึ้นในประเทศไทยนี้ แล้วก็ในส่วนของจังหวัดของเขา แต่ถ้าหากเรามีการรวมกันเพื่อจะ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้กันอีกครั้ง แล้วก็เป็นกลไกให้สามารถตั้งเป็นเขต การบริหารการปกครองรูปแบบพิเศษ ดังเช่น กรุงเทพมหานครหรือพัทยา ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่ง ว่าพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัดบวก ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ผมเชื่อมั่นว่าเขาสามารถที่จะบริหารจัดการทรัพยากร บริหารจัดการทรัพยากรบุคคล หรือทรัพยากรทางธรรมชาติ แล้วก็บริหารงบประมาณของเขาเองได้ ไม่ต่างอะไรกับ กรุงเทพมหานครหรือพัทยาและจะทำให้พี่น้องประชาชนของเราจะได้เดินทางไปมาหาสู่กัน ทั่วประเทศและมีความสงบสุขและเศรษฐกิจเราก็จะดีขึ้น งบประมาณที่เหลือจาก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ใช้ไปจะได้เอาไปทำอย่างอื่น จะได้เอาไปทำสะพานข้ามไปจาก สามแยกบางปู จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไปสู่แหลมตะลุมพุกสัก ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท ได้บ้าง ซึ่งน้อยมากถ้าไม่หายไป แล้วก็กระจายไปยังจังหวัดอื่น ๆ ได้อีกเยอะแยะมากมาย ฝากไปเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ แล้วก็กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ฝากส่งสัญญาณไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ท่านช่วยพิจารณาเรื่องนี้ เพราะผมและทุกท่านเป็นห่วงประเทศไทยนี้เช่นเดียวกันกับ ทุกท่านครับ ขอบคุณมากครับ