อาดิลัน เสนอตั้งกรรมาธิการประเมิน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-กฏอัยการศึก 3 จว.ชายแดนใต้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๒

อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ ทั้งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกและพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมเรียกร้องการตรวจสอบความจำเป็นและผลกระทบที่อาจละเมิดสิทธิประชาชน

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดยะลา วันนี้ขออนุญาตเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อประกอบการพิจารณาการบังคับใช้หรือ ขอขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ ท่านประธานครับ พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ประกอบด้วย อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอนาทวี และอำเภอเทพา มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือที่เขาเรียกว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๔ ปี ในกรณีที่รัฐบาลจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือจะมี การขอขยายระยะเวลาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี หากคณะรัฐมนตรี ไม่ให้ความเห็นชอบประกาศดังกล่าวก็จะสิ้นสุดลง ปัจจุบันนี้ในส่วนของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้อีก จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ เพื่อให้สภาของเรานี้มีส่วนร่วมในการออกแบบตรวจสอบ ความจำเป็นในการที่จะบังคับใช้กฎหมายค่อนข้างที่จะสุ่มเสี่ยงในการที่จะละเมิดสิทธิ ของประชาชน จึงเสนอญัตตินี้เข้ามาที่ประชุมแห่งนี้เพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาในเรื่องดังกล่าวนะครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมในประเด็นตามญัตติ ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๗ รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็นและให้ยกเลิกและปรับปรุงกฎหมาย ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันและเป็นอุปสรรค เป็นภาระเพิ่มเติมแก่ประชาชน กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่ผมเสนอเข้ามาในญัตติฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็นกฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการกล่าวขานมาว่าเป็น กฎหมายที่มีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นจำนวนมาก แต่กลับกันฝ่ายราชการเอง ยังมีข้อเสนอว่ายังมีความจำเป็นจะต้องใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ เพราะเหตุอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินหรือความจำเป็นอย่างอื่น กรณีอย่างนี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมาพิจารณาว่าแล้วกฎหมายฉบับนี้ในการที่จะ ต่ออายุการบังคับใช้เราควรจะมีกรอบกติกาอย่างไร พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นการตรากฎหมายขึ้นภายหลังจากมีเหตุการณ์ความรุนแรง ในจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๔๘ แล้วก็มีการประกาศใช้ เจตนารมณ์ ของกฎหมายฉบับนี้ตราเป็นพระราชกำหนดเพราะรัฐบาลขณะนั้นยังไม่ได้เปิดสมัยประชุม ตราโดยรัฐบาล ใช้ในการบริหารราชการในพื้นที่ที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและรัฐบาล ประกาศใช้ ประกาศให้เป็นสถานการณ์ที่มีความร้ายแรงตั้งแต่วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบัน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจกับฝ่ายบริหาร คือนายกรัฐมนตรีในการบังคับใช้ ผู้ใช้อำนาจก็คือท่านนายกรัฐมนตรีโดยคณะรัฐมนตรี ในการประกาศใช้ กรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ทุก ๓ เดือน กฎหมายเขียนไว้อย่างนั้น กรอบอำนาจในการใช้ให้มีอำนาจในการที่กระทบกับ พี่น้องประชาชนในการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่เราได้ยินมาโดยตลอด ก็คือการควบคุมตัวบุคคล ผู้ต้องสงสัยโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๑ อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๑ นั้นทำให้ มีการควบคุมตัวบุคคลผู้ต้องสงสัยโดยที่ยังไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิด มีข้อร้องเรียน มีข้อกล่าวถึงมาโดยตลอดว่าการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ในช่วงเวลา ๓๐ วัน ใน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจควบคุมบุคคลตามกฎอัยการศึก คือ ๗ วันกักตัวไว้ แต่ผมกล่าวถึงพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ ก่อนนะครับ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ฉบับนี้ให้อำนาจกับทางเจ้าหน้าที่ในการเชิญตัวบุคคลมาซักถาม เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ แต่ในการบังคับใช้กฎหมายเชื่อว่าเราได้ยิน มาโดยตลอดว่าพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้มาจากการซักถามในอดีตเราไม่เคยนำมาใช้เป็น พยานหลักฐานในการกล่าวหาบุคคล เพราะเป็นข้อมูลที่ต้องการได้มาซึ่งข้อมูลสำหรับ การรวบรวมข้อเท็จจริงปัญหาความรุนแรงในพื้นที่และนำไปสู่การแก้ปัญหา แต่ต่อมาภายหลังนำข้อมูลดังกล่าวนี้มาเป็นพยานหลักฐาน และภายหลังเองศาลก็ได้รับฟัง เพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามไม่ให้ศาลฟังเสียทีเดียว แต่มันมีเงื่อนไของค์ประกอบอีกหลาย ประการที่ศาลสามารถจะฟังได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประชาชนก็มีความรู้สึกว่าประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย โดยไม่สุจริต ตรงนี้คือสิ่งที่หากในการพิจารณาต่ออายุระยะเวลาขยายเวลาในการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยที่มีสภาแห่งนี้กำหนดกรอบในการพิจารณาประเมินผลการบังคับใช้ กฎหมายว่าสมควรที่จะได้รับการขยายหรือไม่ อย่างไร นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีและสร้างความเชื่อมั่น ให้กับพี่น้องประชาชน การบังคับใช้กฎหมายพิเศษที่เราได้ยินและเห็นว่ามีปัญหาในระยะเวลา ที่ผ่านมาไม่นานก็คือการบังคับให้ประชาชนไปจดทะเบียนซิม (SIM) ระบบ ๒ แชะ โดยบังคับใช้ เฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดกับ ๔ อำเภอก่อนเป็นการนำร่อง กสทช. เองเคยสอบถามในขณะที่ กรรมาธิการเชิญมาขอให้ชี้แจงว่าการกระทำดังกล่าวนั้นหากมีการที่จะฟ้องร้องประชาชน จะฟ้องร้องใครกรณีที่มีการละเมิดสิทธิ กสทช. บอกปฏิเสธ กสทช. ไม่ได้มีการเป็นผู้กำหนด ระเบียบปฏิบัตินี้ แต่เป็น กอ.รมน. แต่เราก็ไม่สามารถจะบอกได้ว่า กอ.รมน. ใช้กฎหมายใด ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน กลับกันบอกว่าให้ กสทช. ประกาศบังคับใช้ในการจดทะเบียน ๒ แชะทั่วประเทศได้ไหม กสทช. ก็บอกว่าไม่อย่างนั้น เขาจะโดนฟ้องละเมิด ก็หมายความว่า กสทช. ก็รู้ว่ามาตรการดังกล่าวนั้นเป็นการละเมิด สิทธิของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับ ๔ อำเภอเช่นเดียวกัน ประเด็นของการเก็บดีเอ็นเอ (DNA) การเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ในพื้นที่มีการร้องเรียนมาโดยตลอด ว่าพี่น้องประชาชนถูกบังคับให้เก็บดีเอ็นเอ (DNA) หน่วยความมั่นคงก็บอกว่าเป็นสิ่งที่ดี มีความจำเป็นจะต้องเก็บฐานข้อมูลของประชาชนไว้ให้รู้ว่าใครเป็นใคร เมื่อมีเหตุร้าย เหตุความรุนแรง มีพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุก็สามารถจะเอามาเปรียบเทียบพิสูจน์ได้ว่า ใครคือคนร้าย แต่การไปเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ของบุคคลผู้สุจริตในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีประชากรเป็นล้านคนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมว่าไม่สมดุลกันในหลักการว่าในการเก็บ อย่างนั้นเป็นการละเมิดสิทธิ หน่วยความมั่นคงเองก็ตอบไม่ได้ว่าใช้อำนาจอะไร เพราะในการ เก็บดีเอ็นเอ (DNA) ทุกครั้งจะต้องมีการให้ผู้ที่ถูกเก็บดีเอ็นเอ (DNA) เซ็นคำยินยอมว่าตัวเอง สมัครใจยินยอมให้เจ้าหน้าที่เก็บดีเอ็นเอ (DNA) ไม่ได้บอกว่าตัวเองมีอำนาจเก็บดีเอ็นเอ (DNA) โดยใช้หลักฐานใด ตรงนี้ถ้าหน่วยความมั่นคง กอ.รมน. คิดว่าตัวเองมีอำนาจต้องแสดง ให้ประชาชนได้เห็น อันนี้คือสภาพปัญหาที่คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องให้สภาแห่งนี้มีส่วน ในการพิจารณาว่ากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่ใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีความจำเป็น และจะต้องมีการต่อขยายระยะเวลาหรือไม่สำหรับ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เช่นเดียวกันกับ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ซึ่งเป็นกฎหมายที่บังคับใช้มาในประเทศไทยเราไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ปี ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๕๗ เป็นกฎหมายโบราณนะครับ การบังคับใช้ เจตนารมณ์ ขณะนั้นก็คือให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ที่อยู่ในสภาวะสงครามและมีเหตุจำเป็น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ระยะเวลา ๑๕ ปีที่ผ่านมา ผมยังเชื่อว่าเราสามารถจะประเมิน ได้แล้วหรือไม่ว่ายา ๒ ขนานนี้เหมาะสมกับการที่จะถูกใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกหรือไม่ มียาขนานอื่นหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่เป็นกฎหมายที่คิดว่าจะมีโอกาสในการที่จะให้ เกิดความสันติสุข ความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ เหล่านี้คือสิ่งที่อยากจะ นำเสนอในสภาแห่งนี้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กล่าวขึ้นไม่ได้เป็นการ กล่าวหาให้ร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน แต่กำลังจะบอกว่ามุมมองของประชาชนในพื้นที่คิดอย่างไรกับการใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ กับพี่น้องประชาชน แต่รัฐคิดว่ามีความจำเป็น ประชาชนบอกว่าไม่จำเป็นและทำให้เขา เดือดร้อน ฉะนั้นเราควรจะมีมาตรการ มีกรอบ มีกำหนดกฎเกณฑ์ในการที่จะประเมินว่า การใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้มีผลดี ผลเสียอย่างไร เพราะว่านอกจากการกระทบกับการ ละเมิดสิทธิหรือการละเมิดกับการใช้ชีวิตของประชาชนแล้วที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายราชการบอกว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน การใช้กฎหมายพิเศษนั้น แต่ภาครัฐคิดอย่างนั้น ประชาชนคิดอีกแบบหนึ่ง เช่น ในเรื่องของด้านความปลอดภัยในชีวิต ด้านการศึกษามีปัญหามากกรณีที่ใช้กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ การเข้าไปกำหนดกฎเกณฑ์ใน โรงเรียนเอกชน ในสถานศึกษา การกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนในอิสลามศึกษา หรือหลักสูตรที่เกี่ยวข้องที่ต้องใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหล่านี้ประชาชนก็คิดว่า เป็นปัญหาอุปสรรคหรือด้านเศรษฐกิจ วัตถุดิบที่ใช้ในการก่อสร้าง วัตถุดิบที่ใช้เป็น สาธารณูปโภคในการสร้างถนนหาทางในภูมิภาคอื่นของประเทศไทย การขออนุญาต ในการถลุง ในการโม่หิน ระเบิดหินก็ใช้สิทธิได้ แต่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกระบวนการ ในการที่จะต้องไปร้องขอ กระบวนการในการตรวจสอบ กระบวนการในการขออนุญาต มากมาย นี่คือตัวอย่างในระยะเวลาจำกัดผมใช้เวลาประมาณ ๑๓ นาทีแล้ว ฉะนั้นเพื่อให้ ทุกภาคส่วนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการรับรู้ รู้เห็นถึงสภาพความจำเป็นที่ฝ่ายรัฐอาจจะมองว่า ยังมีความจำเป็นต้องใช้ เราควรจะมีการมากำหนดมาตรการในการประเมินผล กำหนด หลักเกณฑ์ในการประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความมั่นใจเชื่อมั่นว่าเหตุจำเป็นใดที่รัฐยังคงต้องใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้กับตัวเขา ทั้ง ๆ ที่ใช้มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี ขอบพระคุณท่านประธานครับ