นิรามาน สุไลมาน หารือประเด็นปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้ที่เกิดจากกฎหมายพิเศษ การใช้มาตรการความมั่นคงที่เข้มข้น และความตึงเครียดระหว่างชุมชน พร้อมเสนอให้มีการทบทวนกฎหมาย ปรับปรุงระบบตรวจค้นไม่ให้รบกวนประชาชน และตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบ รวมถึงเรียกร้องให้รัฐรับฟังเสียงประชาชน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชุมชน แก้ปัญหายาเสพติดผ่านมาตรการด้านเศรษฐกิจและการศึกษา และสนับสนุนการอนุรักษ์สามล้อถีบในฐานะสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีและมรดกวัฒนธรรม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิรามาน สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ต้องกราบขออภัยสำหรับเสียงที่วันนี้อาจจะเป็นเสียงที่เหมือนร็อด สจ๊วต เสียงแหบ เนื่องจากว่าผมเป็นหวัดลงคอ แต่ว่าเป็นความตั้งใจที่จะหาโอกาสได้มีเวลาสื่อสาร กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติและพี่น้องประชาชนทางบ้าน ท่านประธานครับ ในพรรคอนาคตใหม่ ของเรามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกือบ ๑๐๐ ชีวิต กว่าที่ผมจะมีโอกาสหมุนเวียนมา อภิปรายก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมีโอกาสได้ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นผมต้องพยายามใช้เวลานี้สื่อสาร สะท้อนปัญหาบางอย่างให้ที่ประชุมรัฐสภานี้ได้รับฟังสิ่งที่มีประโยชน์ ในญัตติที่ผมเสนอมา เป็นญัตติที่เรามองว่ามันมีความจำเป็นที่จะต้องช่วยกันหาทางสกัดกั้นมิให้ปัญหาความรุนแรง การใช้ดุลพินิจในการใช้กฎหมายภายใต้กฎหมายพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภายใต้กฎหมาย พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ร.บ. กฎอัยการศึก และ พ.ร.บ. ความมั่นคง ทั้ง ๆ ที่ เรามีกฎหมายหลักคือกฎหมายอาญาอยู่แล้วเรายังไม่สามารถที่จะประสิทธิ์ประสาท ความยุติธรรมให้กับสังคม โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เลย ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านและที่ผมได้เข้ามานั่งฟังได้ทันคือท่านกมลศักดิ์ ท่านอันวาร์ สาและ แล้วท่านสุดท้ายท่านอาจารย์เมื่อสักครู่นี้ผมจำชื่อไม่ได้ท่านสุภาพสตรี ท่านอาจารย์ ผ่องศรีได้พูดถึงเรื่องการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะความรุนแรงทางเพศ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถาบันครอบครัว ท่านประธานครับ นี่คือผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้น ในสังคมปัจจุบันจะเป็นเพราะอะไรนี่ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านคงทราบและตระหนักดี เรากำลัง อยู่กับความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นในเวลาปัจจุบันนะครับ ปัญหาของการใช้อำนาจภายใต้ กรอบกฎหมายทำไมจึงเกิดการละเมิด ทำไมจึงเกิดการฝ่าฝืน ทั้ง ๆ ที่วิธีการออกแบบ กฎหมายฝ่ายผู้ออกกฎหมายก็พยายามระมัดระวังที่จะสร้างกรอบการทำงาน การดำเนินการ ของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดครับ แต่อย่างไรก็ตามมนุษย์เป็นผู้ที่ชาญฉลาด ย่อมหาช่องว่างในการหาประโยชน์เข้าตัวภายใต้คำว่า ช่องว่างแห่งอำนาจที่เป็นดุลพินิจ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาที่จะกล่าวโยงถึงสิ่งที่ท่าน ส.ส. โดยเฉพาะ ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านผมได้กล่าวได้พูดในหลาย ๆ เคส (Case) หลาย ๆ กรณี ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในมิติของความมั่นคงจากเคส (Case) จากกรณีต่อกรณีนับแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันมันส่อสะท้อนให้เห็นว่าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมคิดว่า ณ เวลานี้ทางท่าน นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำกองทัพ ผู้นำเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ รวมทั้ง ตำรวจต้องให้ความสำคัญ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดว่าจะทำให้ประเทศของเรา สามารถก้าวเดินได้อย่างมั่นคงภายใต้นโยบาย ๔.๐ แต่ถ้าเรามองผลสัมฤทธิ์ที่ออกมาจาก การใช้กฎหมายพิเศษเหล่านี้ ผมว่ามันยังห่างไกลที่จะถึงแค่ ๒ นะครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้มี การทบทวนพิจารณาดำเนินการและตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาสิ่งที่มันกระทบ ต่อการใช้กฎหมายต่าง ๆ ที่มีผลต่อสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ในอดีตจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจังหวัดที่มีความสงบ มีความอุดมสมบูรณ์ ของทรัพยากรธรรมชาติอย่างยิ่ง ข้าราชการที่มีโอกาสได้ทำงานในการรับราชการภายใต้ การเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถ้าทำงานจนถึงเกษียณอายุอย่างน้อยที่สุด ก็ประมาณร่วม ๆ ๔๐ ปี ถ้าท่านมีโอกาสได้แวะเวียนทำงานจากภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เมื่อท่านลงมาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านก็จะเห็นว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด อาจจะรวม ๔ อำเภอด้วยเป็นพื้นที่ที่มีความสงบ ประชาชนชาวไทยมุสลิม โดยหลักการ โดยส่วนใหญ่ยึดมั่นในหลักการทางศาสนา มีสัจจะวาจาไม่ละเมิด ไม่เอารัดเอาเปรียบนี่คือ หลักการ สิ่งที่ผมอยากจะช่วยขยายเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน ผมในฐานะที่เป็น กรรมาธิการทหารด้วยเรามีโอกาสได้คุยเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่ รัฐในกรรมาธิการทหารหลาย ๆ ครั้ง ซึ่งเราก็พยายามช่วยกันคลี่คลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน ซึ่งผู้บังคับบัญชาแต่ละฝ่ายก็ได้ให้ความสำคัญเข้ามาดูแลนี่คือเรื่องที่เป็นมิติความมั่นคง ที่กำลังพัฒนาก้าวหน้าไปตามลำดับขั้นตอน ซึ่งเราอยากจะเห็นมิติของการทำงานร่วมกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนภาคประชาสังคมสามารถทำงานได้อย่างมีเอกภาพ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้พระราชบัญญัติ ศอ.บต. เรามีของดีเยอะ สิ่งที่ผมมองเห็น จากแนวนโยบายในการใช้มาตรการต่าง ๆ จากภาครัฐเราได้มองเห็นว่าส่วนราชการ โดยเฉพาะกองทัพควรจะต้องรับฟัง ต้องให้ความสำคัญต่อเสียงสะท้อนของภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานจากองค์กรต่าง ๆ องค์กรปกครองท้องถิ่น องค์กรทางศาสนา รวมถึง ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาสังคมทั้งหมด ภายใต้มาตราที่เกี่ยวกับสภาที่ปรึกษา ของ ศอ.บต. แต่เดิมเป็นสิ่งที่ได้รับการให้ความสำคัญจนกระทั่งล่าสุดทางรัฐบาลเองก็เริ่มเห็น ความสำคัญในเรื่องนี้แล้วตระหนักเข้าใจว่าการยกเรื่องสภาที่ปรึกษาของ ศอ.บต. เป็นเรื่องที่ จะช่วยในการคลี่คลาย ช่วยในการเป็นเข็มทิศชี้ทางในการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านประธานครับ สภาที่ปรึกษา ศอ.บต. ทำไมผมถึงต้องยกขึ้นมาพูดในเรื่องนี้ เพราะว่า ในอดีตเราสามารถใช้องค์กรนี้ในการแก้ปัญหา ในการรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน และแก้ไขได้ทันท่วงทีทันเวลาแต่วันนี้สภาที่ปรึกษา ศอ.บต. ยังไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอเพื่อเป็นประเด็นในการพิจารณาร่วมกันก็คือว่าจากนี้ไปถ้าท่าน สามารถที่จะสร้างสภาที่ปรึกษาของ ศอ.บต. เป็นบอร์ด (Board) หลัก เป็นองค์กรหลักในการ ร่วมคิดร่วมตัดสินใจ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเราในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เราจะสามารถ คลี่คลายปัญหาได้อย่างรวดเร็ว อำนาจในการตัดสินใจจะต้องมีร่วมกัน นี่คือสิ่งที่เราอยากเห็น แล้วก็การได้มาซึ่งสภาที่ปรึกษา ศอ.บต. ผมอยากจะเห็นการได้มาที่ไม่มีการวิ่งเต้น โปร่งใส เราได้บุคคลจากตัวแทนทุกภาคส่วนเข้ามานั่งทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ให้กับรัฐบาลได้แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและตรงประเด็นที่สุด ผมฝากเรื่องนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ ในความรู้สึกความเข้าใจของพี่น้องประชาชนทัศนคติความรู้สึก ต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐยังติดลบมาก ยังเป็นเรื่องที่ประชาชน ผมคิดว่ายิ่งทางภาครัฐ ทางกองทัพมีมาตรการที่รุกมากขึ้นเท่าไรผมยังไม่เชื่อ ผมใช้คำนี้ เพราะว่าสิ่งที่เราสัมผัส ได้จากความรู้สึกของพี่น้องประชาชนเขาไม่ศรัทธา เขาไม่เชื่อมั่นว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านั้น ของภาครัฐจะเป็นมาตรการที่จริงใจและจริงจังนะครับ ทำไมจึงเป็นอย่างนั้นครับท่านประธาน ผมใช้เวลามาประมาณ ๙ นาทีแล้วใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่อยากจะบอกสื่อสารไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผู้นำกองทัพและผู้นำ ทุกเหล่าทัพก็คือว่าท่านลองพิจารณาดูถึงสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลปัจจุบัน ท่านได้มีดำริต่อสังคม ต่อพี่น้องชาวไทยมุสลิม ในหลวง ร. ๙ ท่านได้ทรง กำชับหลายต่อหลายเรื่อง และท่านได้ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างมัสยิดให้กับ พี่น้องชาวไทยมุสลิมหลายแห่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร. ๙ ท่านสละพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ให้จุฬาราชมนตรีได้แปลคัมภีร์อัลกุรอานแจกจ่ายแก่พี่น้องประชาชนไทย ทั้งชาวไทยมุสลิมและชาวไทยศาสนาอื่น ๆ เพื่อความเข้าใจร่วมกันของพี่น้องประชาชนชาวไทย เหล่านี้คือสิ่งที่มันเป็นหลักหมุดหรือฐานสำคัญในการขับเคลื่อนในมิติความมั่นคงของสังคม เมื่อประชาชนเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกันภายใต้บริบทของความเชื่อมั่นในแนวทาง ของศาสนา สิ่งเหลวไหลต่าง ๆ มันจะไม่เกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร. ๑๐ ของ เราท่านก็ทรงเน้นย้ำว่าศาสนาเป็นกุญแจในการแก้ปัญหา ถ้าไม่ใช้ศาสนานำ การใช้ดุลพินิจ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชนมันจะหมิ่นเหม่มาก มันจะเชื่ออารมณ์ของความชั่วร้าย ที่คอยเป่ากระซิบ เช่นกรณีที่ท่านกมลศักดิ์พูดเมื่อสักครู่นี้ ข้าจะฆ่าพวกมุสลิมอะไรอย่างนี้ ที่ปรากฏอยู่ในเฟซ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น มันมีความพยายามที่จะเสี้ยมให้บุคคล ๒ อัตลักษณ์ มีความเข้าใจผิด มีความพยายามที่จะทำให้เกิดความร้าวฉานในระหว่างชาวไทยพุทธกับ ชาวไทยมุสลิม ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบันนี้
สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนและนำเสนอไปยังสภาผู้แทนราษฎร อันทรงเกียรติแห่งนี้และผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและทางกองทัพ เราจะหยุดยั้ง ความพยายามในการทำลายล้างซึ่งกันและกันได้อย่างไร จะทำอย่างไรให้ทัศนคติความเชื่อ ระหว่างชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิมเป็นไปอย่างแต่ก่อน ซึ่งทุกวันนี้การเกาะกลุ่มการทำ กิจกรรมร่วมกันของพี่น้องชาวไทยมุสลิมและชาวไทยพุทธมันกำลังดำเนินไปในมิติที่มี การพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่ว่าเราจะหยุดยั้งบุคคลที่มีทัศนคติลบไม่ว่าจะ อยู่ในคราบของเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชนอย่างไร ที่ออกมาขับเคลื่อนแสดงตนแสดงตัว เพื่อเติมเชื้อเพลิงในความร้าวฉานของความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างพี่น้องชาวไทยด้วยกัน ผมฝากประเด็นนี้ด้วยนะครับ ผมอยากขอสไลด์ (Slide) หน่อยครับท่านประธาน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นี่คือภาพที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน มานี้นะครับ ส่อแสดงถึงบรรยายให้เห็นความรู้สึกว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่น่ากลัว เหลือเกินไม่ควรจะไปเที่ยว ไม่ควรจะไปลงทุนนะครับ นี่คือสิ่งที่มันอธิบาย บรรยายไปทั่วโลกว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจังหวัดที่มีปัญหา มีการต่อต้าน มีการก่อการร้าย มีความรุนแรง แทบจะไม่ได้หยุดแม้แต่ละวันเลย ภาพต่อไปเห็นไหมครับ การเดินทางสัญจรของพี่น้อง ประชาชนจะไปไหนมาไหนก็แสนยากลำบากครับ บางทีในช่วงพีก เอาเออร์ (Peak hour) ในช่วงเทศกาลนี่ครับ เลน ๒ เลน ที่ควรจะปล่อยให้ผ่านได้อย่างสบายครับ ถ้ามีรถต้องสงสัย หรือมีสายข่าวมาว่ารถคันนั้น เบอร์นั้นมีความน่าสงสัยก็สามารถเรียกหยุด เชิญหยุดได้ ผมอยากจะเสนอขอทางกองทัพว่าเปิดเป็น ๒ เลน ทั้ง ๔ เลน ๒ ด้าน ท่านเปิดโฟลว์ (Flow) ไปเลย เมื่อมีกรณีต้องสงสัยเลนใดท่านก็เชิญเข้าเลนขวา ถ้าทางขวา ถ้าเลนซ้ายก็เข้าทางซ้าย อย่าไปบล็อก (Block) แค่เลนเดียว มันจะสร้างปัญหาและอุปสรรคให้กับประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งไม่รู้ไม่เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นในมิติทางความมั่นคง ความสะดวกสบาย ควรจะอำนวย ความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด เรามีเจ้าหน้าที่เรือนหมื่น หลายหมื่นด้วย รวมเบ็ดเสร็จทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ทหาร ผมว่า ๖๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ นี่คือภาพที่ทำให้พวกเราพี่น้องประชาชนที่อยู่ในจังหวัดอื่น ๆ ส่วนอื่นของ ประเทศไม่กล้าลงมาเที่ยวจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกว่าพวกเราที่อยู่ในจังหวัดพื้นที่ จะรับรองว่าไม่มีอะไรหรอก
สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ นี่คือปัญหายาเสพติด ซึ่งผมก็เกรงใจที่จะบอก เพื่อที่จะคุยกับทางกองทัพว่าจริง ๆ แล้วปัญหายาเสพติดไม่ได้ราบคาบ ไม่ได้ลดลงอย่างที่ ทางกองทัพพยายามที่จะบอกว่าได้ควบคุมพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดได้อยู่มือ แล้วจริง ๆ ผมว่าไม่ใช่ เพราะอะไรครับท่านประธาน ในพื้นที่เมืองใหญ่ทั้งจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ชาวบ้านเด็ก ๆ สามารถไปหายาเสพติดมาได้โดยไม่ยากเลย จริง ๆ แล้ววงในก็รู้ว่ายาเสพติดจะหาจากที่ไหน อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เรามีด่านเต็มบ้านเต็มเมือง ทั้ง ๆ ที่เรามีเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเยอะแยะ ผมก็ยังสงสัย ประชาชนก็ยังสงสัยว่าเกิดอะไร ขึ้นยาเสพติดยังแพร่ระบาด ก็ฝากเป็นการบ้านเป็นโจทย์ข้อใหญ่ว่าถ้าเรามีมาตรการที่จริงใจ แก้ปัญหาเรื่องความไม่สงบ เน้นเรื่องการแก้ไขในการสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ และการศึกษา ผมเชื่อว่าปัญหายาเสพติดจะลดลงได้ และที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด มีเบาะแสมีข้อบ่งชี้ค่อนข้างเยอะและค่อนข้างมีน้ำหนักว่าเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนบางกลุ่ม เข้าไปพัวพัน
ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ท่านครับหลังจากที่ท่านเห็นภาพที่สะเทือนใจ ทั้ง ๓-๔ ภาพที่ผ่านมา ท่านมาดูภาพนี้สิครับ พระสงฆ์องค์เจ้าท่านอยู่บนรถปั่นสามล้อ โดยที่ผู้ปั่นสามล้อคือพี่น้องชาวไทยมุสลิม ซึ่งปั่นสามล้อมาตั้งแต่หนุ่มจนกระทั่งอายุมาก ขนาดนี้แล้ว ผมก็เคยคุยเรื่องนี้กับทางเทศบาลเมืองปัตตานีบอกว่าช่วยหางบประมาณ มาเสริม มาสร้าง มาบูรณะสามล้อ และมีเงินสวัสดิการให้กับพี่น้องสามล้อเหล่านี้บ้างได้ไหม เพราะว่านี่คือมรดกของจังหวัดปัตตานีที่มีการโดยสารโดยใช้สามล้อเป็นพาหนะ และนี่คือ ภาพบรรยากาศที่เกิดขึ้นตลอดเวลาระหว่างชาวไทยพุทธกับชาวไทยมุสลิมที่มีความเอื้ออาทร ต่อกัน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ท่านครับนี่คือแบบอย่าง พระท่านกำลัง