รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
ณ ตึกรัฐสภา
เริ่มเลยนะครับ ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เชิญครับ ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ท่านสัมพันธ์ครับ พอดีท่านอยู่ครับ นึกว่าไม่อยู่ เชิญครับท่านเกียรติ์อุดม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ จังหวัดอุดรธานี ขอขอบคุณท่านประธานนะครับที่ได้ให้โอกาสหารือในวันนี้ ขณะนี้เป็นฤดูแล้งซึ่งรัฐบาลก็ได้ประกาศภัยแล้งไปแล้วนะครับ แต่ผมมีปัญหาที่พี่น้องร้องเรียน เรื่องการสัญจรไปมาในเขตอำเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี ถนนบ้านจีตไปบ้านค้อใหญ่นั้นนะครับ ซึ่งพี่น้องประชาชนลำบากมาก เพราะว่าถนนเส้นนี้มันเชื่อมออกไป ถ้าออกไปเส้นทางทิศใต้ มันก็จะผ่านไปยังอำเภอไชยวาน ถ้าไปทางทิศเหนือมันจะเข้ามาทางอำเภอหนองหาน เพราะฉะนั้นถนนตรงนี้ยังไม่ได้รับการดูแลจากหน่วยงานใดให้เป็นถนนลาดยางนะครับ แล้วก็ต่อมาจากบ้านคำแคน แยกจากถนนสายหลักกุมภวาปี-หนองหาน จะผ่านไปยังบ้านค้อใหญ่ มาบ้านโยธา แล้วก็ทะลุไปยังบ้านหนองหลักนะครับท่านประธาน ขอให้ทางกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นถนนทางหลวงชนบทได้ไปก่อสร้างถนนลาดยางจากบ้านคำแคน ผ่านมายังบ้านค้อใหญ่ไปบ้านโยธาแล้วก็บ้านหนองหลักให้ด้วยนะครับ
ประเด็นสุดท้ายนะครับท่านประธาน อยากจะขอความกรุณาเรื่องผู้ขับรถ ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตำรวจในสภานั้นเขาไม่กล้าพูด แต่เขาได้มาพูดกับกระผมว่า ช่วยฝากเพื่อน ส.ส. เรานี่ละครับที่มีคนขับรถ ซึ่ง ส.ส. เราที่ไม่มีคนขับรถนั้นกว่าจะจอดรถได้ ต้องไปเจรจาผู้ขับรถของ ส.ส. ด้วยกันอีกนะครับ เพราะฉะนั้นที่จอดรถของ ส.ส. ซึ่งเจ้าหน้าที่ ได้เขียนไว้ว่าที่จอดรถสำหรับสมาชิกที่ไม่มีผู้ขับรถนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณาด้วย ฝากท่านประธานได้ขอร้องเพื่อนสมาชิกเรานะครับให้คนขับรถของท่านนั้นได้วนออกไปจอด ที่เจ้าหน้าที่ได้จัดหาไว้ให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับเรื่องของโครงการจำนำข้าวครับท่านประธาน ซึ่งในตอนนี้ที่จังหวัดสุโขทัยข้าวนาปี ปี ๒๕๕๕/๒๕๕๖ ได้เริ่มออกมาแล้วครับ แต่ว่ามาติดปัญหาเรื่องของการรับรองการปลูกข้าว ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะของกรมส่งเสริมการเกษตรนั้นจนบัดนี้ยังไม่มี การรับรองอย่างถูกต้องตามแบบของกรมส่งเสริมการเกษตรเลย ทำให้มีปัญหาในเรื่องของ การที่จะนำข้าวเข้าไปสู่โรงสีเพื่อขอใบประทวนต่อไป จึงทำให้พี่น้องเกษตรกรนั้นยังไม่ได้ รับเข้าไปในโครงการจำนำได้อย่างแท้จริง ทำให้โรงสีต้องมาบีบที่ขายข้าวตรงครับท่านประธานครับ ในตอนนี้ที่จังหวัดสุโขทัยเองก็เริ่มมีการประท้วงเรื่องการจำนำข้าว ก็ฝากท่านประธาน ถึงทางรัฐบาลครับว่าในโครงการนี้กำลังสร้างปัญหาความเดือดร้อน เอาอย่างไรครับว่า จะมีโครงการต่อหรือไม่ ชาวนาเขาถามครับ แล้วก็การรับรองของกรมส่งเสริมการเกษตร จะรับรองให้เมื่อไรนะครับ เพราะว่านำข้าวไปสู่โรงสีไม่ได้ก็มีปัญหา ฉะนั้นจะต้องไปฝากข้าวก่อน หรือเกษตรเขาบอกว่าต้องใช้ใบแทน ใบแทนเขาก็ไม่มั่นใจว่าอย่างนี้ทางโรงสีจะรับรองให้เขา จนได้ใบประทวนหรือไม่นะครับ ก็ฝากท่านประธานไปถึงทางรัฐบาลได้โปรดแก้ไขครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวพี่น้องชาวนาเขาจะออกมาประท้วงกันเต็มบ้านเต็มเมืองนะครับ เพราะว่านโยบายรัฐบาล ในเรื่องนี้ค่อนข้างมีปัญหาแล้วครับ ขอบคุณครับ
คุณหมอเชิดชัย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนของข้าราชการก็มีนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานเรื่องของครู ผมได้รับการร้องเรียนจากครูที่เขาเป็นคณะกรรมการการศึกษา ในเขตจังหวัด แต่ไม่บอกว่าจังหวัดอะไรนะครับ เพื่อให้ติดตามผลการสอบวินัยอย่างร้ายแรง กับบุคคลที่หาผลประโยชน์กับครู ท่านประธานที่เคารพครับ ครูก็เหมือนคนทั่ว ๆ ไป อยากมีความก้าวหน้าในชีวิตราชการให้มีตำแหน่งทางวิชาการสูงขึ้นแต่บางคนก็ไม่มีความชำนาญ ในการเขียนทำเอกสาร ก็มีกลุ่มครูด้วยกันมารับทำเอกสารวิชาการให้ แล้วยังไม่พอ ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ไปวิ่งเต้นบอกว่าจะวิ่งเต้นให้ให้ผ่านทั้ง ๆ ที่เขาทำวิชาการเองโดยไปติดต่อ กับพวกที่อ่านผลงานทางวิชาการเรียกว่าลีดเดอร์ (Leader) ทำนองว่าถ้าจ่ายครบก็ได้แน่นะครับ พวกนี้ทำเป็นขบวนการเลยครับท่านประธานที่เคารพ เป็นขบวนการย่อม ๆ เป็นทั้งครอบครัวนะครับ มีอยู่จังหวัดหนึ่งได้มีคำสั่งของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สอบวินัยอย่างร้ายแรงเมื่อ ๒ ปีที่แล้วนะครับ ก็ปรากฏว่าผ่านไป ๒ ปีก็ยังเงียบอยู่ ไม่มีการติดตาม อีกกลุ่มหนึ่งก็มีการสอบสวนลงโทษเรียบร้อยแล้ว ผ่านไปปีครึ่งก็ยังไม่มี การดำเนินการอยู่ พวกครูที่เขาดี ๆ เขาทำตามหลักเกณฑ์ ตามผลของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ทำ เขามีความทุกข์ร้อนว่าถ้าเกิดมีขบวนการอย่างนี้อยู่ไปเรื่อย ๆ เขาจะเสียเปรียบนะครับ จึงอยากกราบเรียนท่านประธานปรึกษาไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้เร่งรัดพิจารณาดำเนินการ เพื่อให้คนดีที่รับราชการอยู่ได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านนคร มาฉิม ครับ มองไม่เห็น เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน ๓-๔ เรื่องที่สำคัญนะครับ เนื่องจากว่าประชาชนได้ฝากมา
เรื่องแรก ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะให้ทางรัฐบาลได้พิจารณา เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แล้วก็เบี้ยยังชีพผู้พิการให้เป็นอัตรา ๑,๐๐๐ บาท เท่ากันทั้งหมดเลย จะได้หรือไม่นะครับ ก็ขอคำตอบจากรัฐบาล
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ถนนสายอำเภอนครไทยถึงอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ช่วงบ้านน้ำคลาด ตำบลบ้านพร้าว แล้วก็ช่วงบ้านท่าสะแก บ้านขอนสองสลึง ตรงบริเวณหมวดการทางอำเภอชาติตระการ ผมได้เคยปรึกษาหารือกับท่านประธาน ไปครั้งหนึ่ง ได้รับคำชี้แจงจากกรมทางหลวงบอกว่าได้ทำมาตรฐานแล้ว ซึ่งอันที่จริงสภาพ ไม่ได้มาตรฐานเลยครับ บางแล้วก็เป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วก็ผุพังอยู่ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมให้ตรวจสอบ เร่งรัด แล้วก็แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ ก็คืออาคารเรียนของโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอของอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็ โรงเรียนบ้านแก่งหว้าแก่งไฮ ของตำบลหนองกะท้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ขาดแคลนโดยเฉพาะที่อำเภอวัดโบสถ์เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่สร้างมานาน ของบประมาณ ไปหลายครั้งแต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากกระทรวงศึกษาธิการ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือทหารผ่านศึกเป็นจำนวนมากได้ร้องทุกข์ ได้ร้องเรียน แล้วก็ขอความอนุเคราะห์มายังรัฐบาล แล้วก็ผ่านกระผมด้วยเป็นจำนวนมากว่า น่าจะมีสวัสดิการ น่าจะมีการตอบแทนเช่นเดียวกับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ครัวเรือนละ ๒๒๕,๐๐๐ บาท ที่รัฐบาลได้ให้กับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ทหารผ่านศึกก็ควรที่จะได้รับ การพิจารณาจากรัฐบาลด้วยเช่นกันนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมด้วยความยินดียิ่ง เชิญท่านชมภู จันทาทอง ท่านชมภูครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย เขต ๓ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ลงพื้นที่ในพื้นที่ได้รับการประสานงาน สืบเนื่องจากดิฉันได้ประสานงาน กับพี่น้องประชาชนอำเภอศรีเชียงใหม่แล้วก็อำเภอใกล้เคียงค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับรายงานว่า เขาเดินทางไม่ค่อยสะดวกมืดมากค่ะทำให้เกิดอุบัติเหตุก็บ่อยครั้ง พี่น้องประชาชนเขาก็อยากได้ ไฟฟ้าแสงสว่างอยู่ ๒ ช่วงค่ะท่านประธาน
ช่วงแรก ก็คือช่วงทางหลวงหมายเลข ๒๑๑ จากอำเภอศรีเชียงใหม่ ถึงอำเภอสังคม กม. ที่ ๔๘+๕๐๐ ถึง กม. ที่ ๔๙+๖๘๔ และช่วง กม. ที่ ๕๒+๑๐๖ ถึง กม. ที่ ๕๓+๙๐๐ ค่ะท่านประธาน
และอีกช่วงหนึ่ง ก็คือทางหลวงหมายเลข ๒๓๗๖ บ้านโสกกล้าถึงอำเภอสังคม กม. ที่ ๓๐+๐๐๐ ถึง กม. ที่ ๓๑+๘๐๐ ดิฉันจึงนำเรื่องนี้มาหารือผ่านท่านประธานไปยัง กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแขวงการทางหนองคายให้ได้ไปสำรวจ และแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนโดยด่วนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ นั้น ดิฉันได้รับการประสานงานกับพี่น้องตัวแทนอำเภอท่าบ่อ และอำเภอศรีเชียงใหม่ อยากให้ผู้เกี่ยวข้องได้แก้ไขปรับปรุงผ่านชุมชนจาก ๒ ช่องจราจร ปรับปรุงให้เป็น ๔ ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข ๒๑๑ อำเภอท่าบ่อถึงอำเภอศรีเชียงใหม่ กม. ที่ ๔๓+๗๒๕ ถึง ๔๔+๒๐๐ เพราะถนนช่วงนี้เป็นช่วงชุมชนหนาแน่นค่ะท่านประธาน จึงเหมาะแก่การที่จะขยายจาก ๒ ช่องจราจรนั้น เป็น ๔ ช่องจราจร ในการสัญจรของพี่น้อง จะได้สะดวกสบาย จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ซึ่งทางแขวงการทางหนองคายนั้นได้สำรวจข้อมูลไปยังกระทรวงดังกล่าวแล้วค่ะ ก็อยากให้ ท่านประธานนั้นได้ผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมได้ผลักดันงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา พี่น้องประชาชนในการเดือดร้อนครั้งนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธาน ปัญหายาเสพติดระบาดในพื้นที่ชุมชนหมู่บ้านของจังหวัดนราธิวาส จะบอกด้วยว่าครอบคลุมไปทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จังหวัดนราธิวาสแล้ว เพราะฉะนั้น อยากจะหารือท่านประธานผ่านไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยกำชับ แล้วก็เน้นนโยบาย ในการปราบปรามบุคคลที่เป็นพ่อค้ายาเสพติดในพื้นที่ ดำเนินคดีแล้วก็จับกุมให้หมด เพราะว่า ยาเสพติดนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งของสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็อยากจะหารือท่านประธานผ่านไปถึงจังหวัดนราธิวาสให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของ ปัญหายาเสพติดให้มาก
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนเช่นเคยครับ ก็คือความเดือดร้อนในการสัญจร บนท้องถนนตามหมู่บ้านต่าง ๆ วันนี้ก็มีถนนสายนิคมเก่า หมู่ที่ ๕ ตำบลฆอเลาะ ไปยังบ้านตำเสา หมู่ที่ ๖ ตำบลฆอเลาะ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ถนนสายนี้ก็มีสภาพที่ชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นปัญหาและอุปสรรคของการสัญจรของพี่น้องในพื้นที่ตำบลฆอเลาะ เป็นอย่างยิ่ง ก็อยากนำหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกรมทางหลวงชนบท ให้รีบไปดำเนินการตรวจสอบแล้วก็แก้ไขโดยด่วน ขอบคุณครับ
ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยมีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง ๕๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร มี ๗๗ จังหวัด ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน โดยประมาณ ประชากร ๖๖ ล้านคนเศษ ปัญหาพื้นที่และความต้องการของพี่น้องประชาชน ย่อมมีมากเป็นของธรรมดา และบางเรื่องก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนานหลายสิบปี ที่รอการแก้ไข ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิง คนแรกของประเทศไทยที่มาจากกระบวนการระบอบประชาธิปไตยก็ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหา ตั้งใจทำงานแทบไม่มีวันพักผ่อนเสียด้วยซ้ำ และมีวิธีคิดเป็นบวก ไม่เคยตอบโต้หรือโต้เถียง ไม่มุ่งคิดประเด็นการเมือง มุ่งมั่นแต่ให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกภาค ทุกเหล่าได้อยู่ดีมีสุข แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ก็เป็นเรื่องปกติของปัญหา เช่นวันนี้เรื่องการสอบบรรจุ เข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วยที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ในหลาย ๆ จังหวัดที่บอกว่า เกิดการโกงหรือเกิดการทุจริต ผมเองนั้นได้รับหลายคนในวงการเพื่อนครูเพราะผมเอง ก็มาจากครูบาอาจารย์ เขาเสนอแนะอย่างนี้นะครับ ฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือท่านเสริมศักดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่รับผิดชอบบอกว่าอย่าเพิ่งยกเลิก การสอบครั้งนี้ และอย่าเพิ่งสั่งบรรจุเดินหน้า แต่ลองทำดูสักครั้งหนึ่งให้หาคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเป็นวัฏจักรอย่างนี้ แล้วทราบว่าการสอบบรรจุครั้งนี้มีข้อที่ล่อแหลม และมีข้อบกพร่องหลายจุดที่บ่งบอกชี้ให้เห็นว่าน่าจะมีการทุจริตได้ ในวงการครูทุกส่วน ทั้งผู้แทนครูก็ดีหรือครูบาอาจารย์ก็ดีได้มาบอกกล่าว แล้วพวกผมเองก็ได้นั่งหารือกัน ในฐานะที่เป็นครูบาอาจารย์มาก่อน ก็เลยฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งรับผิดชอบในเรื่องนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเรื่องความเดือดร้อน มาหารือกับท่านประธานสภาเกี่ยวกับเรื่องสะพาน บริเวณหมู่ที่ ๗ ตำบลเขาน้อย อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ที่เขาเรียกว่าสะพานหัวเขาแรดว่า มีอันตรายมากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งคนที่ร้องเรียนมาชื่อนายศิวะ เทวี เมื่อวานซืนครับ ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งปรากฏว่าคนที่ร้องเรียนมายังผมเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน รู้ว่าตรงจุดนี้มีอันตรายอย่างมาก ผลสุดท้ายนายศิวะ เทวี ผู้ร้องเรียนก็มาประสบเหตุ ด้วยตัวเองถูกรถสิบแปดล้อรถพ่วงชนเข้าอย่างจังอาการสาหัส ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เวทีสะท้อนปัญหาของประชาชนในสภาแห่งนี้จะไม่เป็นเพียงลมปากที่พัดมาให้ความเย็นกับ พี่น้องประชาชนแล้วก็ผ่านพ้นไป พี่น้องพระชาชนก็มาร้อนดังเดิม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้จะสะท้อนไปให้แก่นายกรัฐมนตรีหญิง คนแรกของประเทศไทยที่ท่านบอกว่ามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ พี่น้องประชาชนโดยทุกภาคไม่เลือกปฏิบัติ หลังจากได้ยินเสียงของ ส.ส. จังหวัดกาญจนบุรี คนนี้แล้วได้โปรดสั่งการให้กรมทางหลวงชนบทรีบเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องโดยด่วนครับ ผมจะขอขอบพระคุณมากครับ
ท่านสหรัฐ กุลศรี เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอนำเรื่องปรึกษาหารือมาปรึกษาสัก ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของชาวนา ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายบรรทม อานมณี อยู่หมู่ที่ ๑ ตำบลเขาดิน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี และประชาชนที่เป็นชาวไร่ชาวนาจำนวนมากร้องเรียนมาว่าในพื้นที่ตำบลเขาดิน ตำบลยางนอน ตำบลเขาพระ ตำบลนางบวช ตำบลทุ่งคลี และตำบลคอกช้าง เขาเริ่มทำนาตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายนต่อเดือนธันวาคมในช่วงนี้กำลังจะเก็บเกี่ยวข้าวกัน ปรากฏว่าขณะนี้ เขายังไม่ได้รับใบประทวน ทางราชการยังไม่ออกใบประทวนให้ ท่านประธานที่เคารพครับ เขาก็รอและไปติดต่อ ผมก็สอบถามว่าได้แจ้งกับเกษตรอำเภอหรือยังว่าได้ทำการปลูกข้าวกัน เขาบอกได้แจ้งเรียบร้อยแล้ว แต่ได้ไปติดต่อบอกว่าใบประทวนยังไม่ออก จึงฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดำเนินการออกใบประทวนให้กับชาวไร่ชาวนา ในบริเวณดังกล่าวด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องถนนทางหลวงระหว่างบ้านสระบัวกล่ำ กับบ้านหนองกระทุ่ม ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้สร้างมาไม่ถึงปีปรากฏว่าถนนพังพื้นที่เสียหายมาก ถนนนั้น เป็นหลุมเป็นบ่อ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ให้เข้าไปดูความเสียหายของถนนดังกล่าวด้วย หากอยู่ในระหว่างประกันก็ขอให้บริษัท ซ่อมให้เรียบร้อย ถ้าหากไม่อยู่ในประกันก็ขอให้ดำเนินการซ่อมแซมผ่านหน่วยงานของรัฐด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาล ท่านประธาน โดยขอให้ทางรัฐบาลนั้น ได้จัดสรรงบประมาณในส่วนของงบ กบอ. ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อทำการแก้ไขซ่อมแซม ถนนคอนกรีตเป็นกรณีเร่งด่วน ซึ่งจังหวัดสุโขทัยบริเวณถนนด้านหลังของวัดไทยชุมพล ที่เป็นข่าวหน้า ๑ ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อ ๒-๓ วันนี้ เนื่องจากถนนริมแม่น้ำยม ได้พังทลายลงบริเวณหลังวัดไทยชุมพล ซึ่งเป็นวัดใหญ่ในเขตเทศบาลมีวิหารหลวงพ่อโต ก็อยากได้งบประมาณไปแก้ไขปัญหา เนื่องจากถนนดังกล่าวได้ยุบตัวพังทลายลงไปในแม่น้ำ เนื่องจากน้ำในลำน้ำยมเมื่อปีที่ผ่านมาหรือหลายปีที่ผ่านได้กัดเซาะระยะทางถึง ๕๐-๖๐ เมตร ก็ขอให้เป็นกรณีเร่งด่วนด้วย ถ้าหากน้ำมาใหม่ตลาดเทศบาลก็คงเหมือนปีที่แล้วนะครับ
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมได้รับการร้องเรียนจากนายประจวบ จั่นจีน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัยนะครับ แจ้งว่า พื้นที่ตำบลนาขุนไกรเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งถูกประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติ พี่น้องประชาชน ขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้อย่างแสนสาหัส อบต. จะต้องใช้รถดับเพลิงไปรับน้ำจากสำนักงานประปา ในเขตอำเภอศรีสำโรงไปให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ จึงของบประมาณผ่านประธาน ไปยังกรมชลประทานหรือกรมทรัพยากรน้ำให้ขุดลอกคลองตาแดง หมู่ที่ ๖ ขุดลอก คลองปากอ่างเก็บน้ำ หมู่ที่ ๗ และขุดลอกคลองน้อย หมู่ที่ ๙ ตำบลนาขุนไกร ทั้ง ๓ คลอง ด้วยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย
๑. ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ผู้กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเจ้าหน้าที่ออกมาสำรวจออกแบบผลักดันงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุนงบประมาณ ก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามลำน้ำปากห้วย บ้านแก่ง หมู่ที่ ๑ ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เป็นสะพานระหว่างตำบลร่องจิกถึงตำบลปลาบ่า
๒. โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามแม่น้ำป่าสัก บ้านวังยาว หมู่ที่ ๓ บ้านปากแดง หมู่ที่ ๔ ตำบลวังยาว อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นสะพานระหว่าง ตำบลวังยาว อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ถึงอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
๓. โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามลำน้ำฮวย แทนบอกซ์ คัลเวิร์ท บ้านกกกอก หมู่ที่ ๘ ตำบลหนองงิ้ว อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ทั้งหมดนี้ดิฉัน เคยหารือไปแล้วแต่ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ และมีการร้องเรียนมาอีกว่ามีทั้งท่านผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ราษฎรที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการขาดสะพานนี้มาอย่างยาวนาน หากได้สะพานแล้วก็สามารถที่จะให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาอย่างสะดวก คุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น สะพานบางตัวสามารถเดินทางลัดระหว่างหมู่บ้านได้ และเป็นทางเลี่ยงหมู่บ้าน ไปยังอำเภอหรือจังหวัดอื่น ๆ ได้ จึงอยากให้ทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องช่วยดูแล เพราะว่าถ้าจะผลักดันงบประมาณมาให้ อบต. งบประมาณก็ไม่เพียงพอ ถ้าจะผลักดันมาให้ อบจ. ภารกิจก็มากมาย จึงอยากให้เห็นใจพี่น้องประชาชน และอยากให้คุณภาพชีวิต ของพี่น้องประชาชนดีขึ้นค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านศุภชัย ศรีหล้า ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สืบเนื่องจากการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีนโยบายหนึ่งที่มีผลต่อ การเลือกตั้งในครั้งนี้ คือนโยบายให้เด็กนักเรียนในกรุงเทพมหานครรับประทานอาหารเช้าฟรี ท่านประธานที่เคารพครับ นโยบายนี้ถ้าเผื่อรัฐบาลจะนำไปทำต่อให้พี่น้องคนไทย ทั้งประเทศได้รับประโยชน์ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้เด็ก ในต่างจังหวัดได้มีอาหารเช้ารับประทานเหมือนกับเด็กที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะได้รับจาก ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สุขุมพันธุ์ บริพัตร ในอนาคต
เรื่องที่ ๒ ที่อยากกราบเรียนผ่านท่านประธาน ก็คือเรื่องของการขุดลอกพื้นที่ ที่สามารถรับน้ำได้ กรณีการขุดลอกห้วยเวียงหลวง ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ ขุดลอกหนองขมิ้น ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ ขุดลอกหนองเมือง ตำบลหนองเมือง อำเภอม่วงสามสิบ
เรื่องที่ ๓ ที่อยากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปคือการพัฒนาเรื่องถนนหนทาง ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ถนนจากอำเภอเหล่าเสือโก้ก ผ่านตำบลหนองบก ไปบ้านนาขมิ้น ไปบ้านดูน ทะลุยาวไปถึงตำบลท่าเมืองของอำเภอดอนมดแดง ถนนสายนี้ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมามีการก่อสร้างไปแล้วช่วงหนึ่ง ถ้าเผื่อว่าจะมีการก่อสร้างต่อ ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และที่สำคัญที่สุดอยากกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีโครงการดี ๆ กรณีของการสร้างโรงสีชุมชนให้กับพี่น้อง ไปทำกลุ่ม ยกตัวอย่างกรณีกลุ่มโรงสีชุมชนหนองบก ตำบลหนองบก อำเภอเหล่าเสือโก้ก โรงสีชุมชนหนองหิน บ้านหนองหิน ตำบลคำไฮใหญ่ อำเภอดอนมดแดง นโยบายดี ๆ เหล่านี้ถ้าเผื่อจะทำต่อจากรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ โดยการให้โรงสี กับพี่น้องประชาชน มีการรวมกลุ่มของพี่น้องประชาชนก็จะเป็นการแปรรูปสินค้าเกษตร ให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น อยากจะกราบเรียนเรื่องนี้ไปยังทางรัฐบาลได้เพิ่มเติมนโยบายเหล่านี้ ให้กับพี่น้องประชาชนให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการดี ๆ เหล่านี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านในเขตอำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะผู้ใหญ่บ้านสุรพล แพงมา ผู้ใหญ่บ้านหนองไผ่ใหญ่ หมู่ที่ ๙ ตำบลเสิงสาง อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ว่าขณะนี้ประชาชนเกิดความสับสน เนื่องจากมีบุคคลไปแอบอ้างว่าในพื้นที่ของอำเภอเสิงสาง พื้นที่ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นพื้นที่ เขตประกาศของ ส.ป.ก. แต่ก็มีบุคคลไปแอบอ้างว่าได้ปรึกษาหารือสำนักงานมาตรฐาน หนังสือสำคัญของกรมที่ดิน หากผู้เดือดร้อนต้องการที่จะออกเอกสารสิทธิโดยให้รวบรวม ได้จำนวนมากกว่า ๑๐๐ แปลง แล้วให้ทำเรื่องเสนอไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะดำเนินการ ประกาศพระราชกฤษฎีกาปรับปรุงเขต ส.ป.ก. ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็ให้ความสนใจว่า เผื่อจะมีโอกาสได้เป็นเอกสารสิทธิ ซึ่งเอกสารที่ทำมานี้ก็มีว่าถ้าผู้สนใจจะทำการออก เอกสารสิทธิหากมีช่างมาทำรังวัดก็จะมีค่าใช้จ่ายถ้าไม่เกิน ๒๐ ไร่ ราคา ๒,๕๐๐ บาท ๓๐ ไร่ถึง ๕๐ ไร่ ๓,๕๐๐ บาท ๕๐ ไร่ขึ้นไป ๕,๕๐๐ บาท ซึ่งเอกสารฉบับนี้ดูแล้ว ไม่น่าจะมีความน่าเชื่อถือ แต่เนื่องจากว่ามีสถานที่ราชการบางแห่งให้ผู้ที่แอบอ้างนี้ ใช้เป็นสถานที่แสดงความประสงค์ของประชาชนที่มีความต้องการที่จะออกเอกสารสิทธิ และในเอกสารฉบับนี้ก็มีชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่จะให้ประสานงาน ผมจึงนำความเดือดร้อน ของผู้ใหญ่บ้านในอำเภอเสิงสางที่มีลูกบ้านมาถามตลอดเวลาแล้วก็ไม่มีคำตอบ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็จะมอบเอกสารฉบับนี้ให้กับ ท่านประธานเพื่อที่จะให้หน่วยราชการหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ทำการชี้แจงกับพี่น้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตอำเภอเสิงสาง และประชาชนต่อไป ขอบคุณมากครับท่านประธาน
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับคณะอาจารย์และนักเรียนจากวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีแม่ฮ่องสอน และวิทยาลัยการอาชีพแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยความยินดีครับ เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานหารือ ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ถนนชลประทานสายทุ่งแย้ ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่บริเวณช่วงที่เชื่อมถนนสายศาลาบางปู นาพรุ เข้ามาถึง หน้าวัดทุ่งแย้ ตำบลโพธิ์เสด็จ ถนนชลประทานเส้นนี้เป็นถนนที่กรมชลประทานได้จัดสร้าง ขึ้นมาเพื่อเป็นเส้นทางในการดูแลลำรางส่งน้ำของกรมชลประทาน แต่ว่าได้เป็นเส้นทาง ในการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนในตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เข้าสู่ตัวเมืองด้วย และในอนาคตถนนเส้นนี้ก็จะตัดมาเชื่อมกับถนนพุทธภูมิที่เป็นถนน ที่ตัดตรงเข้ามายังองค์พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่สำคัญอีกเส้นหนึ่ง แต่ช่วงบริเวณดังกล่าวมีระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก เป็นผลมาจากช่วงที่เกิดน้ำท่วม กรมชลประทานก็ยังไม่ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ทำให้ การสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนยากลำบากมาก ก็ขอหารือไปยังกรมชลประทานให้ดำเนินการ แก้ไขปรับปรุงซ่อมแซมด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ปัจจุบันนี้แพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีความสำคัญ แล้วก็เสริมสร้างอาชีพ เป็นรายได้เสริมกับพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องในชุมชนมุสลิมในตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างมากนะครับ มีหลายหมู่บ้านที่จัดตั้งเป็นสหกรณ์เป็นกลุ่ม เป็นวิสาหกิจชุมชนขึ้นมาเพื่อที่จะทำการเลี้ยงแพะนม แพะเนื้อ สร้างรายได้ให้กับพี่น้อง ที่ทำมาหากินบริเวณนั้นอย่างมาก แต่เนื่องจากว่าการทำเป็นกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มก็ตาม ก็ยังขาดงบประมาณ ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐที่มากพอ จึงหารือไปยัง กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ รวมทั้งทางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อการเข้าไปดูแล สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแพะพันธุ์ดี เรื่องของโรงเรือนในการเลี้ยง รวมทั้งการจัดหาแพะ ที่ให้กับกลุ่มเกษตรกรเหล่านี้เพื่อนำไปเลี้ยงแล้วก็สร้างผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องต่อไป ท่านประธานครับ ซึ่งปัจจุบันนี้สินค้าที่ได้จากแพะมีทั้งนมดิบ แล้วก็นมพาสเจอไรซ์ (Pasteurize) ซึ่งสร้างรายได้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรในกลุ่มนี้มาก ก็ขอหารือไปยังกรมดังกล่าวซึ่งสังกัดอยู่ในกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ช่วยสนับสนุนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมคิด บาลไธสง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอหารือ กับท่านประธานอยู่ ๔ เรื่องครับ
เรื่องแรก ผมได้ลงพื้นที่ที่จังหวัดหนองคาย ได้รับการร้องเรียนจากผู้อำนวยการ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหนองคาย บอกว่ายังไม่มีสถานที่เป็นของตนเอง ยังเช่าห้องแถวอยู่เห็นว่าไม่เหมาะสม อยากให้ทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดหาสถานที่ แล้วก็หางบประมาณสร้างสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายสุบรรณ มณีรัตน์ อดีตศึกษานิเทศก์ ซึ่งได้ลาออกไปสมัครเป็นนักการเมืองท้องถิ่นแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ขอเข้ามาได้เวลาหลายเดือนแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ใส่ใจที่จะรับเขาเข้ามาตามกฎหมาย อันนี้ก็ร้องเรียนไปยัง กระทรวงศึกษาธิการด้วย ให้กระทรวงศึกษาธิการได้ปฏิบัติตามกฎหมายด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้เข้าสอบตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีนี้นะครับ พี่น้องที่จังหวัดหนองคายเขาบอกว่าผู้เข้าสอบตอนสอบแล้วบอกว่าตอนจะไปสอบสัมภาษณ์ เขาบอกว่าถ้าไม่ได้ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วสอบตำรวจไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เขาสอบข้อเขียนผ่านไปแล้ว จริง ๆ แล้วคนนี้เขาเรียน รด. ๓ ปี ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าคนเรียน รด. ๓ ปีต้องไปเกณฑ์ทหาร อีกใช่ไหมถึงจะสอบตำรวจได้ อันนี้ก็ฝากไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตรวจสอบด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๔ ได้รับการร้องเรียนจากนายจันที่บ้านหงสาวดี ตำบลพระบาทนาสิงห์ บอกว่าชาวบ้านถูกพายุพัดบ้านพังเสียหายไปหลายหลังคาเรือน ตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานใด เข้าไปช่วยเหลือเขา ๓-๔ วันแล้วครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านธานี เทือกสุบรรณ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธานี เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ พรรคประชาธิปัตย์ได้พัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาโดยตลอด แล้วก็ได้ผลักดัน ให้ทำถนนเลี่ยงเมืองสุราษฎร์ธานีสายใหม่ขึ้น จากตำบลคลองน้อยเข้าไปทางในบาง ถึงบางกุ้งนะครับ ขณะนี้ทางหลวงแผ่นดินก็ได้สร้างถนนเข้าไปแล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชน ได้สัญจรไปมาสะดวก แต่มีอยู่ ๒ ตำบลท่านประธานครับ คือตำบลคลองฉนากและตำบลบางชนะ ท่านประธาน อดีตเป็นที่ลุ่มแล้วก็มีแม่น้ำลำคลองรอบไม่สามารถที่จะทำถนนบรรทุกรถเข้าไปได้ ขณะนี้ทางกรมทางหลวงได้ทำการพัฒนาสะพานข้ามคลองฉนาก แล้วก็ทำให้ตำบลบางชนะ ได้มีโอกาสพัฒนา แต่ว่ามีอีกหลายหมู่บ้านที่ไม่มีถนนไปเชื่อมหมู่บ้านทั้ง ๒ ตำบล ทั้งตำบลคลองฉนาก และตำบลบางชนะ ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงทางหลวงชนบทหรือผู้ว่าราชการจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เข้าไปร่วมกันพัฒนา ๒ ตำบลนี้เป็นการเร่งด่วนด้วย เพราะว่าพัฒนามาล่าช้ากว่าคนอื่น เนื่องจากไม่สามารถจะบรรทุกเข้าไปได้ และสะพานแห่งนี้ ก็ได้สร้างเมื่อไม่กี่อาทิตย์มาผมก็ได้อภิปรายไปครั้งหนึ่งครับท่านประธาน ว่าสะพานทางหลวงสายนี้ ได้สร้างข้ามวัดแหลมทอง ซึ่งเป็นวัดที่อาจารย์ได้รักษาคนป่วยด้วยโรคกระดูกมาเป็นเวลา นานแสนนานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากคุณไก่ว่าปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครไปสำรวจ ก็อยากฝากให้ไปช่วยกันสำรวจเพื่อที่จะให้พระคุณเจ้าจากวัดแหลมทองได้มีโอกาสข้ามสะพาน พี่น้องประชาชนหมู่นั้นด้วยไม่มีถนนเข้าไปเลย ก็อยากจะฝากทั้ง ๒ หน่วยงานด้วย ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ท่านธนิก มาสีพิทักษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ผมขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่การเกษตร ของอ่างเก็บน้ำห้วยยาง ตำบลกุดเค้า อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำ ขนาดเล็กมีความจุประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ผลจากการขุดลอกคันคูซึ่งถือว่า เป็นการขุดลอกเพื่อที่จะให้ได้รับน้ำเพิ่มขึ้น แต่พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจาก การขุดลอกดังกล่าว เนื่องจากว่ารอบอ่างเก็บน้ำปกติพี่น้องจะปลูกพืชหลังการทำนา หลังจากขุดลอกแล้วทำให้พี่น้องไม่สามารถที่จะปลูกพืชได้ เนื่องจากว่าขุดลอกทำให้คันคูสูง ถึง ๓-๕ เมตร วิถีชาวบ้านนั้นเปลี่ยนไปจากผลกระทบดังกล่าว จึงขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้กรมชลประทานในการนำน้ำเข้ามาเพิ่ม โดยการนำน้ำจากแม่น้ำชีเข้ามาเพิ่มเพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นได้มีโอกาสทำการเกษตร หลังจากฤดูทำนาโดยการปลูกผักนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก็คือเรื่องการสร้างเส้นทาง ซึ่งปกติเป็นถนนลูกรัง จากเส้นทางบ้านบัวถึงบ้านนางามเป็นระยะทางถึง ๑๕ กิโลเมตร ผ่านหมู่บ้านหนองหญ้าข้าวนก บ้านหนองไม้ตาย บ้านหนองก้านเหลือง บ้านหนองบัว บ้านหินแตก ผ่านพื้นที่ถึง ๓ ตำบล ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอมัญจาคีรี เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนั้นถ้าปกติฤดูแล้งเป็นถนนลูกรัง ฝุ่นคละคลุ้ง ถ้าเป็นฤดูฝนก็เป็นหลุมเป็นบ่อทำให้ยากในการดำเนินการหรือเดินทางได้สะดวก จึงขอหารือท่านประธานเพื่อโอนความรับผิดชอบจากการดูแลของท้องถิ่นไปยังความรับผิดชอบ ของกรมทางหลวงชนบท เพื่อให้สามารถที่จะทำถนนลาดยางได้นะครับ โดยให้กระทรวงคมนาคม แล้วก็กรมทางหลวงชนบทในการดำเนินการดังกล่าว ขอบพระคุณครับ
เชิญหมอบัญญัติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ใคร่ขออนุญาตท่านประธานหารือไปถึงรัฐบาล ๒ เรื่องดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องงบประมาณอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลถึง ป. ๖ สืบเนื่องจากงบประมาณอาหารกลางวันของนักเรียนตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๒ จนปัจจุบันนี้ จะเข้า ๔ ปีแล้วยังไม่มีการปรับรายหัว ปัจจุบันจัดอยู่ที่ ๑๓ บาทต่อหัวนักเรียน จำนวน ๒๐๐ วันต่อปี สืบเนื่องจากวัสดุในการทำอาหารก็แพง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ต่าง ๆ แล้วค่าแรงในการที่จะจ้างแม่ครัวก็แพงมากขึ้น สมควรอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะได้จัดงบประมาณ รายหัวให้โรงเรียนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มเติมจาก ๑๓ บาท เป็น ๒๐ บาท ซึ่งตัวเลข ๒๐ บาทนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านได้เห็นชอบตรงนี้แล้ว แล้วก็หัวหน้าส่วนราชการในกระทรวงศึกษาธิการก็เห็นชอบแล้ว แล้วก็กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ก็เห็นด้วยว่าถ้าตั้งงบประมาณ ๒๐ บาทจะสามารถจัดงบประมาณได้ถึง ๕ หมู่ อาจจะไม่ครบ ทั้ง ๕ วัน แต่ก็อาจจะได้มากกว่าเดิมนะครับ ก็ขอให้ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้รีบชงเรื่อง เข้าเป็นมติคณะรัฐมนตรีก็คือกระทรวงมหาดไทยในฐานะต้นเรื่อง งบประมาณที่จะต้องขอมติ คณะรัฐมนตรีหรือกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องขอให้เป็นมติคณะรัฐมนตรีมาก่อน โดยใช้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ให้ข้อมูล แล้วก็ให้สำนักงบประมาณ รีบตั้งงบประมาณเป็น ๒๐ บาทต่อหัว ตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๗ เลยครับ ทราบว่าปัจจุบันนี้ ตั้งไว้ที่ ๑๓ บาทนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องที่โรงเรียนขาดแคลนภารโรงนะครับ สืบเนื่องจากโรงเรียน ประถมศึกษาจำนวนมากปัจจุบันนี้อัตราภารโรงที่เป็นลูกจ้างประจำได้เกษียณอายุ แล้วก็ ได้ถูกตัดตำแหน่งออกไปทำให้โรงเรียนจำนวนมากจำเป็นจะต้องใช้ครูและนักเรียนมาทำงาน ภารโรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรดน้ำ ตัดหญ้าต่าง ๆ ทำให้คุณภาพการศึกษาลดน้อยถอยลงไป ก็อยากจะให้กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวที่เป็นภารโรงแล้วก็จัด งบประมาณไปให้ทั่วถึงให้ครบทุกโรงเรียนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับคณะครู คณะกรรมการสภานักเรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา จังหวัดสงขลา ด้วยความยินดีอย่างยิ่งนะครับ ท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล กระผม มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ
เรื่องแรก เป็นปัญหาเรื่องของการขาดแคลนอาคารเรียนและห้องเรียนของ ๒ โรงเรียน โรงเรียนแรกได้แก่ โรงเรียนพนัสพิทยาคาร อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียน ระดับมัธยมศึกษาประจำอำเภอ มีเด็กนักเรียนทั้งสิ้น ๓,๒๐๐ กว่าคน ประสบปัญหาการขาดแคลน อาคารเรียน ห้องเรียน และห้องเรียนพิเศษ จำนวน ๑๐ ห้องด้วยกัน และได้ทำเรื่อง ของบประมาณการจัดสรรจาก สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ ในการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ๓ ชั้นเป็นแบบศูนย์กีฬา งบประมาณ ๓๓ ล้านบาท
โรงเรียนที่ ๒ นั้นได้แก่โรงเรียนบ้านเกาะโพธิ์ (วันครู ๒๕๐๐) อำเภอเกาะจันทร์ มีเด็กนักเรียนประมาณ ๑,๐๘๒ คน มีปัญหาการขาดแคลนอาคารเรียนจำนวน ๑๔ ห้อง และได้ทำเรื่องขอรับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเงิน ๑๗,๗๐๐,๐๐๐ บาท เป็นอาคารเรียนแบบ ๒๑๖ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการขอได้ให้ การสนับสนุนงบประมาณจำนวนดังกล่าวด้วย
เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาเกี่ยวกับงบพัฒนาหมู่บ้าน หรือเอสเอ็มแอล (SML) ในปี ๒๕๕๕ ซึ่งบางหมู่บ้านนั้นยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ บางหมู่บ้านก็เพิ่งจะได้รับการจัดสรร งบประมาณเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมานะครับ ซึ่งก็เป็นปัญหาที่เป็นคำถามจากคณะกรรมการ กองทุนหมู่บ้าน ฝากถามท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยว่าในงบประมาณปี ๒๕๕๖ ก็คืองบในปีนี้นะครับว่าหมู่บ้านที่ได้รับเงินช้าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๕๖ ในปีนี้หรือไม่ และจะได้รับเมื่อไร ก็คงต้องฝากถามไปยังกระทรวงมหาดไทยด้วยนะครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ เดือดร้อนของพี่น้องในจังหวัดจันทบุรีมีดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านนายก อบต. ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี และผมได้หารือเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วนะครับ พร้อมกับได้ส่ง เอกสารผ่านไปยังท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องเกี่ยวกับการเจาะบ่อบาดาลว่า ในเขตตำบลขุนซ่อง ตั้งแต่หมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๑๘ ของตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว และในเขต ของตำบลแก่งหางแมว และในเขตของตำบลสามพี่น้อง อำเภอแก่งหางแมวน้ำขาดนะครับ น้ำขาดคือน้ำดื่มน้ำใช้ ชาวบ้านทุกข์ทรมานมาก ขาดอยู่นานเป็นหลายเดือนแล้วนะครับ ไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเข้าไปดำเนินการให้กับพ่อแม่พี่น้องที่เดือดร้อนอยู่ในขณะนี้เลย ผมเลยร้องเรียนไปยังท่านประธานหลายครั้งแล้วนะครับ เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ รับรู้ในวันนี้แล้ว ขอให้รีบดำเนินการไปช่วยแก้ไขปัญหาความทุกข์เดือดร้อนของพี่น้อง เร่งด่วนที่สุดด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ นะครับ ผมได้ติดตามโครงการขยายถนนแหล่งท่องเที่ยวจาก ๒ เลน (Lane) เป็น ๔ เลน สายเขาไร่ยาเข้าไปสายบ้านกระทิง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ถนนสายนี้คือเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีพี่น้องนักท่องเที่ยวเข้าไปแสวงบุญ มากที่สุด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโลกก็ว่าได้นะครับ ก็มีคนทั้งทั่วโลก และทั่วทั้งประเทศไปแสวงบุญที่เขาพระบาทพลวง และมีนักท่องเที่ยวเป็นล้าน ๆ คนไป และมีรถติด ซึ่งเป็นทาง ๒ เลนอยู่ มีระยะทางเพียง ๑๓-๑๔ กิโลเมตรเท่านั้น เลยอยากจะขอร้อง ให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อไปขยายจาก ๒ เลนเป็น ๔ เลนเพื่อแก้ไขปัญหารถติด ที่นานเป็น ๔-๕ ชั่วโมง ก็กราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ มีเรื่องที่จะปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือในอาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้ลงพื้นที่ที่อำเภอโขงเจียม มีพี่น้อง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรไปมาระหว่างบ้านดงหมาก หมู่ที่ ๔ ถึงบ้านดงมะไฟ หมู่ที่ ๕ ตำบลหนองแสงใหญ่ อำเภอโขงเจียมที่จะสัญจรข้ามห้วยตุงลุง มีปัญหาในการสัญจร ไปมา ซึ่งหน้าน้ำไม่สามารถจะเดินและขนสินค้าเกษตรได้ จึงอยากจะให้กรมทางหลวงชนบท ได้สร้างสะพานข้ามลำห้วยตุงลุง
เรื่องที่ ๒ เรื่องขยายเขตไฟฟ้าไปตามทุ่งนาหรือบ้านเรือนของพี่น้องเกษตรกร ที่ทำการเกษตร ซึ่งอยากจะให้เป็นนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมไฟช่วยเรื่องการเกษตร ให้กับพี่น้องประชาชนที่ไปอยู่ตามท้องไร่ท้องนาเพื่อจะลดการใช้จ่าย คือลดการซื้อน้ำมัน ถ้าเขามีไฟแสงสว่างไปตามท้องไร่ท้องนาเสร็จแล้วเขาจะใช้ไฟในการสูบน้ำเพื่อทำการเกษตร ก็จะลดการใช้จ่ายงบประมาณ ประหยัดงบประมาณให้กับพี่น้องประชาชน เสร็จแล้วครับ อีกจุดหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานถึงอธิบดีกรมทางหลวงก็คือไฟแดงอยู่ที่ แยกหัวสะพาน อำเภอพิบูลมังสาหาร ฝั่งที่จะข้ามมาอำเภอศรีเมืองใหม่อยู่ตำบลโพธิ์ศรี ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งในการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางจากอำเภอตาลสุม ไปอำเภอโขงเจียม จากอำเภอศรีเมืองใหม่มาอำเภอพิบูลมังสาหารเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากจะให้ไปติดไฟแดงตรงสี่แยกตำบลโพธิ์ศรีไปตำบลทรายมูลนะครับ
และเรื่องสุดท้ายครับ เรื่องโครงการรับจำนำมันสำปะหลังขณะนี้กำลังจะหมดเวลา แล้วนะครับ ก็อยากจะให้ขยายเวลารับจำนำมันสำปะหลังไปถึงเดือนเมษายนอีก ขอบคุณครับ
ท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครสวรรค์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องหลัก ๆ นะครับ
เรื่องแรก ต้องขอบคุณทางการประปาส่วนภูมิภาคที่ได้ไปแก้ไขปัญหา ที่ผมได้หารือเมื่อสัปดาห์ก่อนนะครับ ขณะนี้น้ำประปามีใช้แล้ว พี่น้องที่ตำบลหนองกรด กับตำบลหนองเบน แต่อยากให้เพิ่มจำนวนเครื่องด้วยเพื่อป้องกันในหน้าแล้ง
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของพี่น้องในตำบลหนองกระโดนนะครับ เมื่อวานผมไปพบ ชาวบ้านบอกว่าขณะนี้ปัญหาใหญ่คือน้ำประปาตำบล หมู่บ้านที่เจาะตามพื้นที่ต่าง ๆ ไม่มีน้ำนะครับ จึงได้ประสานไปกับทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล อยากให้ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลช่วยมาสำรวจแล้วก็ขุดเจาะให้ด้วยนะครับ เพราะเกรงว่า เดือนเมษายนน้ำจะขาดหนักและพี่น้องจะเดือดร้อนนะครับ
เรื่องสุดท้าย เกี่ยวกับเรื่องข้าว ขณะนี้พี่น้องชาวนาในเขตของผมหลายคน มาบ่นให้ฟังนะครับว่าข้าวที่เกี่ยวได้ ได้นำไปชั่งกิโลและฝากไว้กับโกดังและโรงสีแล้ว ทางโกดังหรือโรงสีก็ให้แต่ใบชั่งกิโลมาเฉย ๆ แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินมา คือยังไม่ได้ทำสัญญา รับประกันจำนำ ประเด็นก็คือว่าพี่น้องหลายคนได้เอาข้าวไปฝากไว้แล้วเมื่อไม่ได้เงิน ก็ไปยืมเงินจากนอกระบบแล้วก็มาใช้ และขณะนี้ทราบว่าทางรัฐบาลยังไม่กำหนดเลยครับว่า จะให้อัตราข้าวไร่ละกี่กิโลกรัม ซึ่งขณะที่ยังไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะได้เงินเมื่อไร จึงฝากท่านประธาน ไปถึงทางรัฐบาลว่าให้ช่วยเร่งรัดเรื่องการจ่ายเงินให้กับชาวนาที่นำข้าวไปจำนำด้วย ขอบพระคุณครับ
ท่านจตุพร เจริญเชื้อ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จตุพร เจริญเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ผมเคยหารือท่านประธานหลายครั้งต่อกรณีขอให้กรมทางหลวงนั้นได้เพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง เส้นอำเภอน้ำพองไปอำเภอกระนวน คือเส้น ๒๐๓๙ หารือมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบเลยว่ากรมทางหลวงนั้นจะดำเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้น วันนี้ผมก็เลยขอทวงถามผ่านท่านประธานได้กรุณาทำหนังสือถึงกรมทางหลวงไปอีกครั้งหนึ่งว่า เส้นทางเส้นนี้ควรที่จะต้องขยายเป็น ๔ ช่องจราจรได้แล้ว เพราะว่ามีรถผ่านสัญจรไปมา วันละประมาณ ๕,๐๐๐ คันต่อวัน เพราะฉะนั้นความแออัด ความคับคั่งนั้นสมควรที่จะต้องมี การขยายจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร ขอความกรุณาท่านประธานได้กรุณา ทำหนังสือถึงกรมทางหลวงอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ขอให้กรมทางหลวงนั้นได้กรุณาตอบหนังสือ กลับมายังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายจตุพร เจริญเชื้อ ด้วยนะครับ แล้วก็อีกหลาย ๆ เรื่อง ที่พี่น้อง ส.ส. เราได้หารือไป ผมก็สอบถามหลาย ๆ ท่านบอกว่าก็ไม่ได้รับหนังสือตอบกลับมา จากหน่วยงานราชการที่หารือไป เพราะฉะนั้นการหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ควรจะต้องมีคำตอบกลับคืนมาเพื่อที่ ส.ส. จะได้ไปบอกกล่าวต่อพี่น้องประชาชนต่อไป กราบเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ
ท่านโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย มีความเดือดร้อนของประชาชนชาวอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ อยากจะปรึกษาหารือ ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องที่ ๑ เป็นปัญหาสำคัญนะครับ เพราะว่าขาดแคลนเครื่องช่วยหายใจ ของโรงพยาบาลชัยภูมิ เนื่องจากว่าขณะนี้โรงพยาบาลชัยภูมิถูกเลื่อนกลายเป็นโรงพยาบาล ตติยภูมิหรือโรงพยาบาลศูนย์ เพื่อรองรับประชาชนที่มีจำนวนผู้ป่วยมารับบริการมากขึ้น ตลอดรวมถึงโรงพยาบาลชัยภูมิได้เป็นสถาบันร่วมผลิตแพทย์ตามโครงการของรัฐบาลนะครับ วันนี้ปัญหาก็คือเครื่องช่วยหายใจขาดแคลนมาก บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ และพยาบาล รวมทั้งประชาชนได้รับความเดือดร้อน ต้องบอกเลยว่าทุกชีวิตมีค่าครับ อยากจะฝากให้ทางประธานสภาผู้แทนราษฎรแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัด ในส่วนการจัดสรรงบประมาณในการจัดหาเครื่องช่วยหายใจเพื่อทำให้ชีวิตของประชาชน มีความสุขมากขึ้นครับ
เรื่องที่ ๒ ขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร สายจากถนนปู่ตาไปจนถึง บ้านโนนเหล่าน้อย บ้านเสี้ยวใหญ่ ตำบลบ้านเล่า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ในส่วนนี้ ประชาชนได้ทำเรื่องถึงองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นแล้วแต่ว่าไม่มีงบประมาณสนับสนุน ขอมาเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดำเนินการด้วย
เรื่องสุดท้าย ขอสนับสนุนงบประมาณขุดลอกปรับปรุงในส่วนของโคกหินขาว ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ตอนนี้จังหวัดชัยภูมิโดยเฉพาะอำเภอเมือง เกิดปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง ในส่วนของโคกหินขาวมีประชาชนที่จะได้รับประโยชน์ มากกว่า ๑๐,๐๐๐ คน วันนี้ก็คงต้องขอฝากทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดสรร งบประมาณ เพื่อแก้ภัยแล้งให้กับประชาชนชาวตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิด้วยครับ
เหลือสมาชิก อีก ๗-๘ ท่านนะครับ ขออนุญาตดำเนินการต่อให้ครบตามที่เหลือนี้นะครับ ท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง ขอรับงบประมาณขุดลอกสระดอนกำ บ้านนาธง ตำบลบ้านใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ดิฉันได้รับการประสานงานจากนายจำปา วิทย์วุฒิ ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาธง ตำบลบ้านใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และผู้ทรงคุณวุฒิ ในหมู่บ้านอีก ๕ คน ถึงความเดือดร้อนในแหล่งน้ำที่มีอยู่แห้งขอดตื้นเขิน สระดอนกำเคยมีน้ำ พอให้วัวควายกินในฤดูแล้ง แต่ท่านประธานที่เคารพคะ ในฤดูแล้งปีนี้นั้นต้องบอกว่าไม่มีน้ำเลย วัวควายจะต้องกลับมากินน้ำประปาที่บ้าน ดังนั้นแล้วจึงขอร้องไปที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมพัฒนาแหล่งน้ำตื้นเขิน อย่าให้เกษตรกร เผชิญชะตากรรมอย่างไร้ความหวัง จึงขอพลังจากเสนาบดีคนดี
เรื่องที่ ๒ ถึงกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และ/หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เรื่องโครงการก่อสร้างบล็อกคอนเวิร์ส ข้ามลำห้วยก้านเหลือง บ้านนาธงไปบ้านใต้ ตำบลบ้านใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถ้าสามารถที่จะสร้างบอกซ์ คัลเวิร์ท หรือสะพานข้ามลำห้วยก้านเหลืองได้นี้นั้นจะทำให้ร่นระยะเวลาในการเดินทางได้มากเลยทีเดียวค่ะ ท่านประธานที่เคารพ และในเหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับการประสานงานจากนายสมควร อุไรรุม ราษฎรในพื้นที่บอกว่าเป็นความหวังที่รอคอยมานานแสนนานแล้ว พื้นที่คนจน ที่พอจะได้รับงบประมาณก็คือสะพานข้ามห้วยก้านเหลือง จึงขอประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ปัญหาให้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมนำความเจริญสู่ชนบท ขอบพระคุณค่ะ
ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก เป็นเรื่องความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำประปาในเขตพื้นที่อำเภอท่าวุ้ง และตำบลบางพึ่ง อำเภอบ้านหมี่ และตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมือง จริง ๆ แล้วมีมากกว่านี้ แต่อยากให้ทางท่านประธานนั้นได้ประสานงานกับการประปาส่วนภูมิภาคว่าให้ช่วยไปขยาย เขตประปาหน่อย เพราะว่าพี่น้องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ประสบกับความเดือดร้อนในการขาดแคลน น้ำประปาที่จะใช้ แล้วก็อยู่ในพื้นที่ที่การประปาส่วนภูมิภาคนั้นสามารถขยายเขตได้โดยเฉพาะ ตำบลบางพึ่ง ปรึกษากับทางการประปาส่วนภูมิภาค ทางการประปาส่วนภูมิภาคบอกว่า งบประมาณที่จะต้องใช้กิโลเมตรหนึ่ง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทีนี้ทาง อบต. บางพึ่ง ไม่มีงบประมาณนะคะ ก็เลยต้องฝากทางท่านประธานให้ช่วยประสานกับทางการประปา ส่วนภูมิภาคช่วยลดปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องด้วย
ส่วนเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเกษตรกรที่ทำนา ทั้งพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอท่าวุ้ง อำเภอบ้านหมี่ ทั้งหมด ๔๕ ตำบล เพราะว่าส่วนใหญ่พื้นที่เหล่านี้เกษตรกร ทำนาแล้วก็ได้รับปัญหาเช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกในจังหวัดอื่น ๆ เช่นกัน คือทำนาตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม แต่ว่าจนขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับความชัดเจนกับทางรัฐบาลว่า จะได้เงินเมื่อไร ใบรับรองหรือว่าใบประทวนก็ยังไม่ได้ เอาข้าวไปฝากไว้ที่โรงสีก็ไม่รู้นะคะว่าอนาคตจะได้เงินเมื่อไร ก็ฝากท่านประธานนะคะ นำความเดือดร้อนต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนนั้นได้นำเรียนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ช่วยแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรแล้วก็พี่น้องประชาชนทุก ๆ คน ขอบคุณค่ะ
ท่านนิยม วรปัญญา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายพหล วรปัญญา และคณะ ได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจำนวนมากครับว่าขณะนี้กำลังเดือดร้อนเรื่องภัยพิบัติภัยแล้ง แต่จังหวัดลพบุรียังไม่ได้ประกาศเป็นภัยแล้งให้นะครับ มีห้วยคลองหนองบึงหลายแห่งครับ จะปรากฏตามหนังสือที่ผมได้กราบเรียนจะส่งเป็นหนังสือครับ แล้วก็ขอให้ขุดลอกสระใหญ่นิยมชัย บ้านท่ามะกอก ๒ สระครับ ตอนนี้แห้งปลากำลังจะตายหมดครับ เพราะที่นี่เป็นแหล่ง เพาะพันธุ์ปลา
๓. ขอให้ขุดลอกอ่างคุ้งใหญ่ อ่างห้วยใหญ่วังแขม อ่างซับงูเหลือม อ่างซับน้อย อ่างซับตะเคียน แล้วก็อ่างห้วยแห้ง ขอให้ขุดแล้วเข้าปรับปรุงคันอ่างให้สูงขึ้นครับ
๔. ขอให้ขุดลอกอ่างทะเลวังวัด อ่างวังตาอิน อ่างวังหนองสาหร่าย อ่างวังโอบ อ่างหนองบัว อ่างลำพาก อ่างห้วยตระคร้อ อ่างหนองระเริง อ่างวังมโนราห์
๕. ขอให้ช่วยสร้างอาคารหอประชุมและโรงอาหารให้วิทยาลัยเกษตรกรรม พัฒนานิคมครับ เพราะที่นี่เป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพทางการเกษตรครับ
๖. ผมและนายเนียมได้ตั้งโรงเรียนเกษตรไว้ที่อำเภอชัยบาดาล ตำบลม่วงค่อม ปัจจุบันนี้ไม่ได้เปิดเรียนเป็นโรงเรียนเกษตร แต่ว่าขึ้นทะเบียนเป็นโรงเรียนชัยบาดาลวิทยาคมไว้ ขอให้แบ่งพื้นที่นี้มาให้สร้างที่ทำการอำเภอม่วงค่อมครับ
๗. ขอให้ฟื้นฟูวัดคลองเคว้า เพื่อจะได้ปลูกต้นไม้ เพราะว่าต้นไม้ที่ทดลองปลูกไว้ ได้ผลดีมากครับ
๘. ขอให้เอาที่ดินที่ตำบลบัวชุม ที่ผมได้สร้างสนามบินไว้ให้ เพราะว่าสนามบิน ตอนนี้ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วของเกษตร มอบให้ไปทาง บน. ๒ เขาไม่ได้มาอยู่ ก็ขอให้เป็น ของ อบต.
๙. ขอให้ปรับปรุงสะพานข้ามแม่น้ำทางเข้าวัดห้วยแก้ว เพราะว่าสะพานนั้นชำรุด เนื่องจากภัยพิบัติน้ำท่วมปีที่แล้วครับ ถนนสายบ้านหมี่-ท่าโขลง ทรุดใช้การไม่ได้เวลานี้ครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ไปสำรวจออกแบบก่อสร้างให้
๑๐. ขอให้เพาะกล้ายางพารา
ท่านนิยมครับ ท่านครับเหลืออีกเยอะไหมครับ
ขอบคุณท่านนะครับ เพาะกล้ายางพารา ยางแดง ยางใหญ่ ให้ราษฎร
ส่งมาเลยดีไหมครับ
แล้วก็ไม้ชิงชันด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านสาธิต ปิตุเตชะ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ครับ มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ กรณีที่เกิดอุบัติเหตุของรถตู้โดยสารจากกรุงเทพฯ เดินทางไปจังหวัดระยอง ทำให้ มีผู้เสียชีวิต ๗ รายด้วยกัน เป็นความเศร้าสลดอย่างน่าเสียใจครับท่านประธาน ๗ ศพที่ว่านี่ มีทั้งเด็กอายุ ๙ เดือน ผู้หญิงท้อง ๒ เดือน คนในครอบครัวเดียวกัน เหตุการณ์นี้เป็นที่เศร้าสลด ของคนทั้งประเทศครับ ผมอยากฝากท่านประธานไปถึงกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมครับว่า ปรากฏว่าเหตุการณ์นี้ผู้ขับรถตู้ดังกล่าวอายุ ๗๑ ปี การกำชับเรื่องประสิทธิภาพของ ผู้ขับรถโดยสารจำเป็นต้องใส่ใจแล้วก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ คืออุบัติเหตุมันป้องกันได้ครับ คือการไม่ประมาท เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้พอเกิดขึ้นแล้วก็ได้แต่เสียใจนะครับ ผู้ที่สูญเสีย ก็เสียหาย ทีนี้เราทำอย่างไรจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเหล่านี้ได้ ก็ขอเรียนฝากท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบกว่าในเรื่องของประสิทธิภาพของผู้ขับขี่รถยนต์ สาธารณะจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจตราแล้วก็จะต้องกำชับกันให้มีประสิทธิภาพ กรณี อายุ ๗๑ ปีก็ไม่ควรมาขับรถแล้วครับ ประสิทธิภาพในการบังคับรถมันก็มีปัญหา
เรื่องที่ ๒ เรื่องนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ผมเรียนกับท่านประธานว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดนั้นเป็นหัวใจในทางเศรษฐกิจของประเทศนะครับ หลังจากที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาวางรูปแบบ แผนงาน โครงการไว้ หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามาดูแลบริหารประเทศ ก็ปรากฏว่า ทุกอย่างถูกแช่แข็งหมดเลยครับ งบประมาณ โครงการ แผนงาน ไม่มีความคืบหน้า ไม่มี ความก้าวหน้า มีครั้งเดียวครับลงไปดูเหตุการณ์ที่มีการระเบิดที่โรงงาน กรณีมีผู้เสียชีวิต ๑๑ ศพ ทั้งหมดนี้เป็นความจริงใจที่ฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่านิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุดนี้ต้องไปดูแลนะครับ อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องของการเมืองต้องลงไปเดินตามแผนงาน เดินตามโครงการที่ได้ทำไว้ ขอบพระคุณครับ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานวันนี้ ดิฉันเองได้รับการสอบถาม จากพี่น้องประชาชนผู้สัญจรไปมาระหว่างทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ จากช่วงอำเภอด่านขุนทด ถึงอำเภอจัตุรัสในช่วงของตำบลหนองบัวโคก ดิฉันเคยถามกระทู้ถามถึงถนนเส้นทางเส้นนี้ ก็ได้รับการตอบกระทู้ถาม แล้วก็ได้มีการหารือก็มีการตอบดิฉันเป็นเอกสารว่าได้รับการจัดสรร งบประมาณแล้ว โดยได้เป็นเงินกู้ของเอดีบี (ADB) ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา หาผู้รับจ้าง ผ่านมาหลายเดือนแล้วค่ะท่านประธาน พี่น้องผู้สัญจรไปมาก็สอบถามกับดิฉันมา อีกว่าแล้วตอนนี้โครงการก่อสร้างทางเส้นนี้มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ดิฉันจึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือกรมทางหลวงชนบทให้ช่วยดูแลแล้วก็เร่งรัด การดำเนินการในขั้นตอนการหาผู้รับจ้าง เพื่อจะได้มีการก่อสร้างให้พี่น้องได้มีความสะดวก ในการเดินทางด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานนะคะ ดิฉันเองได้รับการบอกกล่าว จากพี่น้องผู้ปลูกมันสำปะหลังค่ะ เขาบอกกับดิฉันว่าพอดีช่วงที่ผ่านมาปรากฏว่าประสบกับปัญหา ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำแล้ง ทำให้การปลูกมันของพี่น้องมีระยะเวลาที่ล่าช้ากว่าที่เคยเป็น ค่อนข้างเยอะ ทำให้โครงการรับจำนำมันสำปะหลังค่ะท่านประธาน ซึ่งใกล้จะหมดระยะเวลา ของโครงการแล้วนะคะ พี่น้องเขาก็เกิดความกังวลกลัวว่าจะกู้มันออกมาไม่ทันที่จะเอาไป ร่วมโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดูแลในเรื่องการขยายเวลาการรับจำนำมันสำปะหลัง เพื่อรองรับมันสำปะหลัง ที่พี่น้องจะนำออกมาสู่ตลาดด้วยค่ะ
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะหารือกับท่านประธานในวันนี้ ดิฉันเองได้รับการบอกกล่าว จากพี่น้องครูบาอาจารย์ ดิฉันเองเคยเป็นครูมาก่อนนะคะ ก็มีความห่วงใยในเรื่องเกี่ยวกับ การรับครูผู้ช่วยที่เป็นข่าวครึกโครมตามหน้าหนังสือพิมพ์ค่ะ ดิฉันไม่เห็นด้วยนะคะ ที่จะมีการยกเลิกคนที่มีความถูกต้องในการเข้าสอบหรือว่ามีความสามารถในการสอบ แต่ว่าอยากให้ท่านดำเนินการในการหาคนที่กระทำความผิดมาตัดสินว่ามีการทุจริตจริงหรือไม่ ส่วนการขึ้นทะเบียนนี้ก็ให้มาตรวจสอบดูว่ารายไหนผิดก็ว่ากันตามผิด รายไหนถูกก็ว่ากันตามถูก และที่สำคัญค่ะท่านประธาน อยากให้ดูด้วยว่าจริงหรือเปล่าที่เขาบอกกันว่าคนที่ได้รับ การบรรจุจะต้องเสียเงินถึงรายละ ๕๐๐,๐๐๐ บาทถึงได้รับการบรรจุ ฝากท่านประธาน ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยตรวจสอบด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับผู้นำชุมชนจากอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ด้วยความยินดียิ่ง เชิญท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ๒ นาทีมีค่า วันนี้ขออนุญาตถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนะครับ ที่จังหวัดตรังมีสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่ายที่อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเกี่ยวกับพันธุ์พืช ที่นั่นมีต้นไม้ใหญ่ใกล้เมืองครับ เรามีหอคอยแล้วก็เรือนยอดไม้ ครับท่านประธาน สามารถที่จะเดินจากเรือนหนึ่งไปอีกเรือนหนึ่งซึ่งอยู่ในระดับยอดไม้ เพราะฉะนั้นเรียนเชิญท่านประธานได้ไปท่องเที่ยว ท่านประธานครับ ที่สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย มีถนนโดยรอบประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตรครับ ตอนนี้ลาดยางไปครึ่งหนึ่ง เหลืออีกประมาณ ๖ กิโลเมตรยังเป็นถนนดินแดง ประโยชน์ของถนนเส้นนี้ก็คือเป็นถนนสำหรับกันพื้นที่ แล้วก็เป็นถนนสำหรับศึกษาธรรมชาติ พี่น้องประชาชนที่ใช้จักรยานมีความต้องการว่า ให้สวนพฤกษศาสตร์ทำเป็นถนนลาดยางเพื่อนักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานหรือถีบจักรยาน เข้าไปเที่ยวได้ ท่านประธานครับ เราต้องหาพื้นที่สำหรับความปลอดภัยให้กับนักปั่นจักรยานด้วย จะเห็นว่านักปั่นจักรยานรอบโลกจากประเทศอังกฤษมาเสียชีวิตที่เมืองไทย นั่นก็คือแสดงให้เห็นว่า เมืองไทยไม่ปลอดภัย
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ก็คือที่ชุมชนทุ่งหญ้าคา ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ได้รับงบประมาณในการขยายเขตไฟฟ้า แต่ว่าเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใน เขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมต้องได้รับการอนุมัติจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งวันนี้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ได้ไปสำรวจแล้วครับว่าในการปักเสาพาดสายนั้น ไม่มีการตัดต้นไม้เลย เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนถึงท่านอธิบดีว่าวันนี้ท่านอนุญาต ให้มีการปักเสาพาดสายเพื่อขยายเขตให้กับพี่น้องชุมชนทุ่งหญ้าคา ตำบลเกาะลิบงด้วย
เรื่องต่อไป ท่านประธานครับ เรื่องกรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้ไปขุดเจาะ บ่อบาดาลที่โรงเรียนบ้านแหลมไทร ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง แล้วก็ตำบลบ่อหิน บ้านปากคลอง ตำบลทุ่งค่าย หมู่ที่ ๕ มีบ่อบาดาลแล้วแต่ว่ายังไม่มีหอถังกระจายน้ำ ก็ขออนุญาตกราบเรียนถึงกรมทรัพยากรน้ำบาดาล
แล้วก็เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ อยากให้รัฐบาลได้แก้ปัญหาให้กับ สมาชิก กบข. เนื่องจากขณะนี้สูตรคำนวณบำเหน็จบำนาญไม่มีความเป็นธรรมต่อสมาชิก กบข. ถ้าเกิดรัฐบาลไม่แก้ไข วันที่ ๒๖ มีนาคมที่จะถึงนี้เขาจะมาทวงสัญญาจากทางรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนถึงท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
ขอ ๒ ท่าน สุดท้ายนะครับ ท่านวันชัย บุษบา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย กระผมขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป
เรื่องแรก ขอให้กรมทางหลวงได้ขยายถนนสายหมายเลข ๒๑๙๕ เชื่อมระหว่าง อำเภอเชียงคานถึงอำเภอท่าลี่ บริเวณตำบลปากตม แล้วก็ตำบลหาดทรายขาว ซึ่งถนนชำรุด แล้วก็เป็นหลุมเป็นบ่อ บางแห่งสภาพถนนลาดยางไม่หลงเหลืออยู่เลย ขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังแขวงการทางเลยที่ ๒ กรมทางหลวง ได้ซ่อมแซมถนนสายดังกล่าวให้กับพี่น้องผู้ใช้รถ ใช้ถนนได้สัญจรไปมาให้ได้รับความสะดวก
เรื่องที่ ๒ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการได้ซ่อมแซม อาคารเรียนให้กับโรงเรียนเชียงกรมวิทยา ซึ่งผมได้ไปดูสภาพของอาคารเรียน หลังคารั่ว เพดานหย่อน ปลวกกัด แล้วก็อาคารหลังเก่าก่อสร้างมาเป็นเวลา ๓๐ กว่าปีแล้ว จึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการได้จัดงบประมาณก่อสร้างอาคารให้กับโรงเรียน ดังกล่าวด้วย
เรื่องที่ ๓ จากสภาวะภัยแล้งในพื้นที่ทำให้อ่างเก็บน้ำทั้งขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉพาะบ่อเล็กแห้งขอด ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ทำการขุดลอกพร้อมทั้งขุดเจาะบ่อ เพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องในเขตพื้นที่จังหวัดเลย ทั้งอ่างขนาดเล็กและอ่างขนาดใหญ่ด้วย ขอขอบคุณมากครับ
ขอท่านสุดท้ายครับ ท่านนิรมิต สุจารี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาต กราบเรียนต่อท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องที่ ๑ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมได้รับการร้องเรียน จากทางโรงเรียนศรีสวัสดิ์ คณะกรรมการการศึกษาบ้านฉวะ ตำบลหนองพอก อำเภอหนองพอก บอกว่าขาดแคลนน้ำบริโภค มีนักเรียนตั้ง ๑,๒๐๐ คน ไม่มีน้ำสะอาดที่จะดื่ม ขอกราบเรียน ต่อท่านประธานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอโปรดได้จัดน้ำบาดาลสะอาด สำหรับโรงเรียนให้แก่ทางโรงเรียนศรีสวัสดิ์ด้วย แล้วก็โรงเรียนที่ ๒ โรงเรียนบ้านบัว ตำบลคำนาดี อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด มีความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำบริโภคนักเรียนเป็นจำนวนมาก ไม่มีน้ำดื่มน้ำใช้ ขอให้ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้จัดงบประมาณน้ำสะอาดให้แก่โรงเรียนด้วย
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องถนน รอ ๔๐๖๐ แยก ทล ๒๑๑๖ บ้านเดื่อ บ้านโพนทอง ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด มีความชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ เส้นทางผ่านไปมา เชื่อมระหว่างอำเภอโพนทองกับอำเภอโพธิ์ชัยมีความเดือดร้อนมาก ขอให้ทางกรมทางหลวงชนบท ได้จัดงบประมาณไปดูแลด้วยครับ
ถนนอีกเส้นหนึ่งครับ รอ ๖๐๖๑ จากบ้านคำพระไปบ้านเหล่าน้อย ตำบลสว่าง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด มีความเดือดร้อนมาก เป็นถนนที่ทางเกษตรกรใช้ขนส่งมันสำปะหลัง อ้อย เพื่อที่จะไปส่งยังโรงงานน้ำตาลมีปัญหามาก เป็นหลุมเป็นบ่อ ขอให้ทางกรมทางหลวงชนบท ได้จัดงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาให้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
มีสมาชิกมาลงชื่อ เข้าประชุม ๔๐๔ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตดำเนินการตามระเบียบวาระครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อนำเรื่อง ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่างนะครับ แล้วก็เรื่องเพื่อทราบ ตามระเบียบวาระที่ ๒.๑๕ และระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ซึ่งคงใช้เวลา ไม่มากขึ้นมาพิจารณาก่อน
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่นนะครับ ผมขออนุญาตดำเนินการตามนี้นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ได้ปรากฏอยู่ใน ระเบียบวาระ คือประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีรายชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อ ของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่างนะครับ
ด้วยได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๖ เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ คืออันดับที่ ๔๖ คุณจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนคุณปัญญวัฒน์ บุญมี ซึ่งได้ถึงแก่อนิจกรรม เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๓ กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อนเข้ารับหน้าที่ ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ขอเชิญท่านจุฤทธิ์กรุณายืนขึ้น เพื่อกล่าวคำปฏิญาณตน โดยผมจะเป็นผู้กล่าวนำและโปรดระบุชื่อท่านในตอนต้นนะครับ
(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่และได้มาประชุมวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคำปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนำพร้อมกัน)
“ข้าพเจ้า (นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติ ตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ขอแสดงความยินดีครับ ขอต้อนรับเข้าเป็นสมาชิกใหม่นะครับ ขอบคุณครับ เชิญนั่งนะครับ
ต่อไปเป็นเรื่องรับทราบตามระเบียบวาระที่ ๒.๑๕ คือรับทราบผลการดำเนินการ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ดำเนินการ นั้น
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ และผลการดำเนินการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามข้อสังเกตดังกล่าวแล้ว จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ซึ่งวางไว้ให้ท่านสมาชิก ตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรองครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ไม่มีการแก้ไขถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมดังกล่าวครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ลำดับที่ ๑ คือร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมครั้งที่แล้ว ขอเชิญคณะกรรมาธิการ เข้าประจำที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
จากการประชุม ครั้งที่แล้วที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สอง เริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ และพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราจนถึงมาตรา ๙ ซึ่งมีการแก้ไข เมื่อสมาชิก อภิปรายและกรรมาธิการตอบชี้แจงจนได้เวลาพอสมควรแล้ว ประธานของที่ประชุมได้สั่งให้เลื่อน การพิจารณามาดำเนินการต่อในวันนี้ ดังนั้นผมขอดำเนินการต่อเลยนะครับ ขออนุญาต หารือที่ประชุม เนื่องจากมาตรา ๙ ประชุมคราวที่แล้วเราได้ใช้เวลาอภิปรายกันมาพอสมควร เชิญคุณหมอสุกิจครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้รู้สึกยินดีครับที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งดูแลเรื่องยางอยู่ได้ให้ความสำคัญกับกฎหมายฉบับนี้ ความจริงแล้วก็เป็นเรื่องความรับผิดชอบของท่านโดยตรงในขณะนี้ ก็ดีแล้วครับท่านมา ก็จะได้เรียนถามสักนิดหนึ่งว่าเรื่องที่จะให้ดีเอสไอ (DSI) ไปดูแลเรื่องของการแทรกแซงราคา ยางพาราที่ผ่านมาที่ท่านรับปากกับผมไว้ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว ได้เรื่องอะไรหรือยัง ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๙ ที่ผมติดใจอยู่คือขั้นแรกก็คงจะเรียนถาม ทางคณะกรรมาธิการก่อน คือ (๒) อันนี้เป็นอำนาจที่ กยท. สามารถที่จะทำได้ ใน (๒) เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาตลอด แล้วก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์และมีการต่อต้านกลาย ๆ จากผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการยางพารามา ในวาระที่หนึ่งผมก็จำได้ว่าผมได้อภิปรายในทำนองที่ ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คือเห็นด้วยก็คือถ้าจะทำเป็นเรื่องของการประกอบธุรกิจที่ใหญ่โต ระดับชาติสามารถสร้างแบรนด์ (Brand) ระดับประเทศได้ ไปแข่งกับประเทศอื่น อย่างเช่น ทำล้อยางรถยนต์ ผลิตยางรถยนต์ทำใหญ่ไปเลย ผมก็เห็นด้วยครับ แต่ถ้าเป็นธุรกิจที่มาซื้อยาง แข่งกับพ่อค้ารายย่อยเล็ก ๆ แข่งกับพ่อค้าส่งออก ซื้อแล้วก็มาส่งออกอย่างนี้ผมก็คิดว่า มันกระทบกระเทือน แล้วอาจจะเป็นการทำให้มีการคือการตลาดที่เป็นกลไกการตลาด จะต้องเขวไปด้วย แต่ในเมื่อคณะกรรมาธิการยังเก็บเนื้อหานี้เอาไว้ว่าถ้ายังคงมีอำนาจ ให้ กยท. ยังมีอำนาจในการที่จะประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา ผมว่าก็ไม่ใช่จะเป็นเรื่องที่ เขียนเล่น ๆ นะครับ ท่านเติมประโยคหลังเข้าไปผมก็เชื่อว่าเป็นเพราะว่าเรื่องของการที่ถูก คัดค้านในตอนแรก ๆ นั่นละ ก็เลยเขียนในทำนองที่เอาใจ เอาใจทั้ง ๒ ฝ่ายเลยครับ คือฝ่ายที่เป็นเกษตรกรด้วย แล้วฝ่ายผู้ประกอบกิจการยางด้วย อันนี้ครับเป็นปัญหา ที่ผมต้องถามว่าท่านจะเอาใจ ๒ ข้าง ๒ ฝ่ายนี้ได้อย่างไรพร้อมกัน เพราะว่าในเมื่อ เป็นการประกอบธุรกิจ เป็นการประกอบธุรกิจมันก็ต้องมีฝ่ายหนึ่งได้ ฝ่ายหนึ่งเสีย ในเมื่อผู้ประกอบกิจการยางก็คือผู้ซื้อแล้วเกษตรกรเป็นผู้ขาย ถ้าให้ ๒ ฝ่ายได้ประโยชน์ พร้อมกันท่านทำอย่างไรครับ แล้วมีธุรกิจยางประเภทไหนที่ให้ กยท. ไปทำแล้วเกษตรกร ก็ได้ประโยชน์ ผู้ประกอบกิจการก็ได้ประโยชน์ อยากจะเรียนถามท่านเบื้องต้นอันนี้ก่อนครับ
เชิญกรรมาธิการครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากจังหวัดตรังได้มีความห่วงใยเกี่ยวกับมาตรา ๙ ถึงการที่ กยท. มีอำนาจกระทำกิจการใด ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๘ ดังต่อไปนี้
ใน (๒) ที่บอกว่า ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา ตรงนี้ก็ได้มีคำอธิบาย ที่ประกอบบอกว่า เพื่อประโยชน์ในการแข่งขัน สนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางนะครับ ที่เราได้มีเหตุผลคำประกอบเพื่อจะได้ไม่เป็นการแข่งขัน ในการทำธุรกิจกับเอกชน ในสาระสำคัญเราก็ได้เพิ่มเติมไว้ ท่านประธานครับ
ส่วนกรณีที่ท่านได้ถามผมเรื่องเกี่ยวกับโครงการยาง ก็เรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าดำเนินการเรียบร้อยแล้วนะครับ รายละเอียดถ้าท่านสนใจ เดี๋ยวท่านมาพบกับผมที่ด้านหลังบัลลังก์ก็ได้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุกิจครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านสอบสวน เสร็จแล้วก็ไม่ต้องให้ผมไปพบหรอกครับ ท่านประกาศต่อสาธารณชนมาเลยครับว่ามันเป็น อย่างไร มันโกงกันอย่างไรบ้าง มันสวมสิทธิกันอย่างไร ผมว่าพี่น้องทั่วประเทศอยากรู้นะครับ ไม่ใช่ผมคนเดียว
ทีนี้เรื่องของ (๒) นี้ที่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายก็คือผมไม่เห็นด้วยกับที่ท่านเติมเข้ามา ที่ว่า เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม สนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง อันนี้มันแน่นอนอยู่แล้วครับ ถ้า กยท. มาประกอบธุรกิจแล้วทำให้ชาวสวนยางเดือดร้อนนี่ จะมาทำทำไมครับ มันก็รู้ ๆ กันอยู่แล้ว มันไม่มีความจำเป็นต้องไปเขียน พอเขียนอย่างนี้ มันก็มัดตัวเอง มัดตัวเองประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา แล้วไม่มีความคล่องตัว มีอันโน้น มากดดัน อันนี้มากดดัน เขาก็ทำนายได้แต่แรกแล้วครับว่าเจ๊งแน่นอน เพราะในอดีต ข้าราชการเกี่ยวกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับยางมาทำธุรกิจชาวบ้านเขาก็เห็นมาแล้วว่ามันเจ๊ง ทุกครั้ง แล้วก็ทำไม่ได้ดีทุกครั้ง ถ้าท่านมีเป้าประสงค์ที่จะให้เกษตรกรได้ผลประโยชน์ พูดง่าย ๆ พูดให้ตรงเลยก็คืออยากให้ยางราคาดีนะครับก็เอาธุรกิจของ กยท. นี่ให้มันใหญ่ แล้วก็ เพื่อที่จะสามารถที่จะชี้นำราคายางได้ ป้องกันไม่ให้พ่อค้าร่วมมือกันในการกำหนดราคายางพาราให้ต่ำ พูดง่าย ๆ ก็คือป้องกัน ไม่ให้พ่อค้ายางทั้งหลายฮั้วกันอย่างนี้ผมก็เห็นด้วย แต่นั่นก็หมายถึงว่าต้องเขียน ไม่ใช่มาเขียนว่า ทำให้ผู้ประกอบกิจการยางได้ผลประโยชน์ ถ้าทำอย่างนั้นมันไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้ามุ่งผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนผมว่าไม่จำเป็นต้องเขียน จริง ๆ แล้วตัดทั้งหมดที่ท่านเพิ่มเข้าไปออก มันก็เหมือนเดิมละครับ มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเขียนเข้าไปมันเป็นการผูกมัด ตัวเองทำให้เมื่อประกอบธุรกิจแล้วไม่มีความคล่องตัว เชื่อผมเถอะครับว่าเจ๊งแน่นอน เพราะว่าพอไปทำให้ราคายางพารา ไปชี้นำราคายางพาราที่สูงขึ้น ทางผู้ประกอบกิจการยาง สู้ไม่ไหวเขาก็ออกมาโวยวายอีก พอโวยวายท่านไปเชื่อเขา ท่านไปทำตามเขา พี่น้องชาวสวนยาง ก็ได้ราคายางตกต่ำอีกไม่ได้ผลประโยชน์อะไรขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมว่าถ้าท่านไม่มีเป้าประสงค์ ท่านชี้ไม่ได้ตามคำถามของผมเมื่อสักครู่นี้ว่าประกอบธุรกิจอะไรที่ทั้งชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางได้ประโยชน์พร้อมกัน ตัดออกดีกว่าครับ มันไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะเขียนเข้าไป
เชิญท่านชินวรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อประเด็น ที่เราได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งในขณะนี้ ก็ได้พิจารณามาถึงมาตรา ๙ นะครับ ผมเกริ่นตรงนี้เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ เพราะมาตรา ๙ นั้นเป็นมาตราที่เติมเต็มให้สอดรับ กับมาตรา ๘ ที่ให้การยางแห่งประเทศไทยมีวัตถุประสงค์ตามที่ได้อภิปรายไปแล้วใน (๑) ถึง (๕) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นหลักการสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเราต้องการให้ การยางแห่งประเทศไทยนั้นมีเอกภาพในการบริหารจัดการเรื่องยางพารา ซึ่งเดิมนั้น การบริหารจัดการเรื่องยางพาราขึ้นอยู่กับหลายหน่วยงาน คือขึ้นอยู่กับกองทุนสงเคราะห์ การทำสวนยางที่เรียกว่า กสย. ขึ้นอยู่กับองค์การสวนยาง เรียกว่า อสย. และขึ้นอยู่กับ สถาบันวิจัยยางของกรมวิชาการ แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นในมาตรา ๘ ที่มีวัตถุประสงค์ ชัดเจน จึงได้มีการยกร่างมาตรา ๙ ขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะให้อำนาจในการกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๘ นั้นมีความชัดเจนมากขึ้น ตามจริงผมไม่ลุกขึ้น อภิปรายนะครับมาตรา ๙ เพราะผมได้สงวนความเห็นในมาตรา ๔๙ แต่มีประเด็นเนื่องจาก ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ลุกขึ้นมาตอบยังไม่ชัดเจน ผมคิดว่ามีความสำคัญที่ผมจำเป็น ต้องอภิปรายเพื่อให้เกิดความชัดเจนและบันทึกไว้ในสภา เพราะจะมีผลต่อการนำกฎหมาย ฉบับนี้ไปบังคับใช้ และมีผลต่อการที่จะไปรวมหน่วยงานทั้งหมดให้มาดำเนินการในเรื่อง ของกิจการดังกล่าวให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ท่านประธานครับ มันมีประเด็นที่ คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไข ๒ อนุมาตราคือ (๒) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม สนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าหากเราไม่ได้ติดตามก็จะมีความเข้าใจตรงกันกับที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณา ซักถามต่อคณะกรรมาธิการว่า การเขียนไว้อย่างนี้ถ้าไม่ได้ให้เกิดความชัดเจนก็ประหนึ่งว่า จะให้การยางแห่งประเทศไทยนั้นประกอบกิจการธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องยางพาราเพื่อแข่งขัน กับเอกชนใช่หรือไม่ ผมคิดว่าตรงนี้คณะกรรมาธิการต้องตอบให้ชัดเจนครับ เพื่อจะได้บันทึก ไว้ในสภาว่าจริง ๆ การยางแห่งประเทศไทยนั้นที่เราต้องมีกรอบอำนาจตรงนี้ตามวัตถุประสงค์ ก็เพราะว่าเราไปรวมเอาองค์การสวนยาง องค์การสวนยางนั้นเป็นรัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับ ธุรกิจ คือมีสวนยางอยู่ ๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ มีโรงรมยาง มีโรงเลื่อยยาง มีโรงยางอัดแท่ง ซึ่งเขาประกอบธุรกิจอยู่แล้วตามกฎหมายเดิม แต่วันนี้คณะกรรมาธิการเห็นว่าเมื่อมารวมเป็น การยางแห่งประเทศไทย การที่องค์การสวนยางจะประกอบธุรกิจดังกล่าวนี้ได้ต้องประกอบธุรกิจ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อประกอบกิจการยาง ที่ผมต้องพูดตรงนี้และขอความชัดเจนจากคณะกรรมาธิการ เพราะผมได้ไปสงวนความเห็น ในมาตรา ๔๙ ที่จะนำเอาเงินค่าธรรมเนียมการยางหรือเงินเซสส์ (CESS) มาใช้ เพราะฉะนั้น ต้องยืนยันให้ชัดเจนนะครับว่า คำว่า ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา หมายถึง ภารกิจเดิม ขององค์การสวนยางที่เขาประกอบธุรกิจอยู่แล้วใช่หรือไม่ แล้วมาดำเนินการเพียงเพื่อ ไปสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการชาวสวนยาง ถ้าเป็นไป ตามหลักการเดิมดังกล่าวที่เรารวมเอากฎหมายองค์การสวนยางเข้ามา ผมไม่ขัดข้องครับ เพราะองค์การสวนยางมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่บ้านผมเองครับ และเขาเป็นหน่วยงานที่ทำเรื่อง ธุรกิจการยางเป็นต้นแบบให้กับประเทศไทยเรามา เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการในการทำ มูลค่าเพิ่มให้กับยางพารามาตลอดระยะเวลาอันยาวนานเกือบ ๕๐ ปีแล้วครับ สิ่งเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการต้องมีความชัดเจนในเรื่องของ การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพาราก็คือการทำให้การยางแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะ ในส่วนที่ได้เอาอำนาจขององค์การสวนยางมาดำเนินการ และแน่นอนที่สุดครับ พื้นที่ตรงนี้ ต้องเกิดความชัดเจนต่อไป เนื่องจากว่าในมาตรา ๘ (๑) ก็ได้เขียนเป็นบทบัญญัติ และเราเห็นชอบไปแล้วชัดเจนว่าการยางแห่งประเทศไทยนั้นมีหน้าที่ในการบริหาร จัดการสวนยางเพื่อการวิจัยและพัฒนา ตรงนี้จะเข้าไปสอดรับกับ (๒) ก็คือว่าต่อไปนี้ สวนยางขององค์การสวนยางทั้งหมดจะต้องมาดำเนินการในการประกอบธุรกิจในนามของ การยางแห่งประเทศไทย แต่ต้องมาดำเนินการในการที่ไปสนองตอบต่อวัตถุประสงค์ก็คือ บริหารจัดการสวนยางเพื่อการวิจัยและเพื่อการพัฒนา ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือความชัดเจนเพราะว่าจะประกอบเป็นบันทึกเอาไว้
อีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมขอโอกาสที่จะเรียนคณะกรรมาธิการเพื่อให้เกิด ความชัดเจนก็คือใน (๕/๑) ที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวก ให้มีการลงทุนเกี่ยวกับการอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ยางภายในราชอาณาจักร อันนี้ก็คงเช่นเดียวกันครับ เพราะเราต้องการที่จะสร้างเสถียรภาพราคายางให้เป็นไปตามกรอบ และวัตถุประสงค์ ผมไม่เคยเชื่อหลักการในการที่จะสร้างเสถียรภาพราคายางโดยการประกัน หรือโดยการจำนำ เพราะวิธีการดังกล่าวนี้เป็นวิธีการที่ปลายเหตุครับท่านประธาน วิธีการ ที่ต้นเหตุในการที่เราจะช่วยเหลือเกษตรกรในอนาคตคือวิธีการที่เราจะต้องดำเนินการ ในการที่จะสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ให้เขามีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น ให้มีต้นทุนหรือปัจจัย การผลิตที่ต่ำลง และให้เขาสามารถรวมตัวกันเป็นกลุ่มเกษตรกรหรือสถาบันสหกรณ์ เพื่อให้มีความเข้มแข็งและสามารถส่งเสริมให้เขาสามารถที่จะทำผลิตภัณฑ์ยางขึ้นมาเองได้ และถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ในฐานะท่านคุมนโยบาย ผมอยากเห็นนิคมอุตสาหกรรมยางที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้นในสมัยท่าน ภายใต้บทบัญญัติอำนาจที่ได้กำหนดเอาไว้ในมาตรา ๙ นี้ มาตรา ๙ นี้วัตถุประสงค์จริง ๆ ผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ องค์การสวนยางที่เราจะมารวมเป็น การยางแห่งประเทศไทยนั้น ในขณะนี้มีพื้นที่ที่เป็นสวนยางพาราประมาณ ๔๐,๐๐๐ ไร่นี้ ผมคิดว่านี่เป็นจุดสำคัญที่อยากเห็นท่านลงทุนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง ภายในราชอาณาจักร เพื่อตอบโจทย์ที่สำคัญก็คือว่าวันนี้เราผลิตยางภายในประเทศ ต้องส่งออกไปขายต่างประเทศถึงร้อยละ ๙๐ ร้อยละ ๑๒ เท่านั้นเอง หรือประมาณร้อยละ ๑๐ เท่านั้นเองที่เราใช้ภายในประเทศ แต่ในส่วนร้อยละ ๑๐ ที่เราใช้ส่งออกไปเป็นผลิตภัณฑ์ยาง มีมูลค่ามากกว่ายางดิบทั้งหมดที่เราส่งขายร้อยละ ๙๐ ครับ
โจทย์ประการที่ ๒ ก็คือว่าวันหนึ่งเมื่อราคายางตกต่ำลงสิ่งที่เราจะต้องพึ่งพา ผมคิดว่ารัฐบาลต้องยอมรับความเป็นจริงคือเราต้องพึ่งพาตัวเองครับ ผมไม่อยากให้ กรอบความคิดที่ท่านใช้กับข้าวที่ท่านประกาศจำนำราคาข้าวทุกเม็ดมาใช้กับยาง เพราะนั่นคือท่านต้องเอาภาษีของพี่น้องประชาชน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปอุ้มพี่น้องเกษตรกร ที่เป็นชาวนา ผมไม่ขัดข้องที่ชาวนาได้ราคาประกันที่สูงขึ้น แต่กระบวนการมันไม่ถูกครับ แต่ถ้าท่านมีกรอบความคิดอย่างนี้ยางพาราท่านก็ต้องใช้กรอบความคิดเดียวกันครับ ท่านต้องกล้า ที่จะจำนำยางทุกกิโลกรัมเหมือนกัน แต่วันนี้กับยางท่านไม่ได้จำนำทุกกิโลกรัม ถูกไหมครับ ท่านก็ให้มีการจำนำเพียงบางส่วน ใช้เงินไปแล้ว ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ราคายางก็ไม่สูงขึ้น แถมยังเก็บยางไปไว้ที่องค์การสวนยางที่โกดังที่มีปัญหาเหมือนที่เพื่อนได้อภิปรายไปแล้ว ประเด็นนี้ผมไม่อยากจะให้เกิดขึ้นหลังจากเราผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะคณะกรรมาธิการ ได้เห็นชอบให้มีการส่งเสริมในการที่จะทำอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางภายในราชอาณาจักร ถ้าท่านได้เตรียมความพร้อมเหล่านี้และท่านมีการทำโครงสร้างพื้นฐานที่ดี จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมยาง แนวความคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่หรอกครับท่านประธาน ผมคิดว่าต่อยอดตั้งแต่สมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ได้ทำยุทธศาสตร์พัฒนายางครบวงจร แล้วต่อมาในสมัยท่านอภิสิทธิ์เองก็ได้หยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาที่จะให้มีการส่งเสริมการทำนิคมอุตสาหกรรมยาง และสมัยรัฐบาลทักษิณเอง ก็ไปตั้งเมืองยาง แต่ที่ผ่านมานั้นคือไม่มีกฎหมายรองรับและยังไม่มีความชัดเจน ผมจึงไม่อยากเห็นการแก้ไขปัญหาเรื่องยางเป็นเรื่องของทางการเมือง ผมอยากให้การแก้ไข ปัญหาเรื่องยางเป็นเรื่องวาระแห่งชาติ เป็นเรื่องที่ต้องบัญญัติไว้ในกฎหมาย แต่เมื่อบัญญัติไว้ ในกฎหมายแล้ว ประเด็นสำคัญคือผู้กำกับนโยบายคือรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องเข้าใจเรื่องนี้ และท่านต้องผลักดันให้มีนิคมอุตสาหกรรมยางขึ้นมา เพียงแต่ท่านไปรื้อ เรื่องเก่าขึ้นมานะครับ อยู่ที่องค์การสวนยางนะครับ ผ่านคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ แล้วด้วย ผมคิดว่าถ้าขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ก็จะสอดรับในมาตรา ๙ ทุกประการ และผม ก็จะเห็นด้วยกับท่านครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ กรรมาธิการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ยังข้องใจในมาตรา ๙ โดยเฉพาะ (๒) แล้วก็ (๕) ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงแล้วท่านขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านนะครับ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ทั้งอภิปรายแล้วก็ชี้แจงไปในตัวค่อนข้างจะสมบูรณ์ พอสมควรนะครับ เพราะผมจำได้ว่ามาตรา ๙ (๒) ผู้ที่เสนอเพิ่มจากร่างเดิมซึ่งเป็นของ รัฐบาลนี่นะครับ ร่างเดิมที่เป็นของรัฐบาลก็คือ (๒) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา เท่านั้นนะครับ แต่ว่าคณะกรรมาธิการมีความเห็นด้วยในการเสนอบอกว่า เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม สนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง ตรงนี้ถ้าผมจำไม่ผิดท่านชินวรณ์ เป็นคนเสนอประกอบขึ้นมาด้วยเหตุผลว่า ถ้าสมมุติว่า กยท. ซึ่งเป็นองค์กรที่มีงบประมาณ จากเงินเซสส์ส่วนหนึ่ง แล้วก็งบประมาณจากที่รัฐบาลให้การสนับสนุนมีเงินมากมายมหาศาล แล้วมาประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพาราด้วยตัวเองแล้วทำอย่างเต็มที่ก็เท่ากับเอาเงินของรัฐ ให้รัฐไปประกอบธุรกิจแข่งขันกับเอกชน ฉะนั้นกรรมาธิการส่วนมากจึงมองเห็นว่าถ้าให้ กยท. ไปประกอบธุรกิจเรื่องยางพาราแข่งกับเอกชนของประเทศไทยนั้น จะไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งกับ เอกชนที่ทางภาครัฐเราให้การส่งเสริมเอกชนเขาทำธุรกิจทำการค้าให้เจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้น ฉะนั้นท่านชินวรณ์ได้เสนอว่าต้องเขียนล็อก (Lock) เอาไว้ ถ้า กยท. ซึ่งมีงบประมาณ จากรัฐบาล มีงบประมาณจากเงินเซสส์ จะประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพาราก็ต้องเป็นการประกอบธุรกิจ เพียงเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง เท่านั้นครับ จะไม่เป็นการประกอบธุรกิจเพื่อเป็นการแข่งขันกับเอกชนโดยเด็ดขาด เพราะถ้าหากว่าภาครัฐไปแข่งขันกับเอกชนแล้ว เอกชนก็สู้ไม่ได้ครับ เพราะภาครัฐมีเงินเยอะ มีงบประมาณเยอะ ฉะนั้นในประเด็นนี้จึงเรียนให้ทราบว่าคณะกรรมาธิการทั้งหมด มีความเห็นชอบกันว่าควรจะเขียนเพิ่มเติมว่า เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม สนับสนุน เกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง และใน (๕/๑) ก็เหมือนกันครับ ส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้มีการลงทุนเกี่ยวกับ การอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ยางภายในราชอาณาจักร ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลกนะครับ ส่งยางออกไปขาย ยังต่างประเทศในรูปของยางดิบประมาณ ๘๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วส่งออกในรูปของผลิตภัณฑ์ ประมาณ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นในลักษณะอย่างนี้ถือว่าประเทศไทยเราสูญเสียเงินทอง อย่างมากมายมหาศาล ถ้าเราสามารถแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ยางแล้วส่งออกไปขาย ยังต่างประเทศก็จะนำเงินเข้าสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล ดังนั้น กยท. จึงเกิดขึ้นเพื่อที่จะรวม ๓ หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องยางพารามาเพื่อที่จะพัฒนายางพาราทั้งระบบ ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ คือเราจะไม่พัฒนาเฉพาะการส่งเสริมเพิ่มผลผลิตต่อไร่ หรือว่าการแปรรูปขั้นต้นเท่านั้น แต่เราจะทำการส่งเสริมทั้งการแปรรูป การผลิตภัณฑ์ เป็นอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้เจริญไปพร้อม ๆ กัน ถ้าหากเมื่อไรเราให้ผู้ประกอบการสามารถ แปรรูปยางพาราให้เป็นผลิตภัณฑ์ยางแล้วค่อยส่งออกไปขายได้ก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่า ให้กับยางพาราของประเทศไทย และในขณะเดียวกันอานิสงส์ก็จะตกกับเกษตรกร ของประเทศไทยซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ถ้าเมื่อไรเราไม่สามารถจะแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ได้ ยางพาราก็ราคาตกต่ำอย่างเช่นปัจจุบันนี้ แล้วก็จะมีผลกระทบต่อราคายางพารา ของเกษตรกรไปในตัวด้วย ฉะนั้นในมาตรา ๙ นี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า เพื่อที่จะทำการพัฒนายางทั้งระบบ จึงต้องทำการส่งเสริมและสนับสนุนทั้งเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางด้วยครับ
เชิญคุณหมอสุกิจครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ที่ผมได้เสนอบอกว่า ควรจะคงไว้ให้เหมือนร่างเดิมนั้น คณะกรรมาธิการข้างบนก็ไม่สามารถจะตอบผมได้ว่าธุรกิจ ที่จะทำคือธุรกิจอะไรที่จะทำให้ได้ผลประโยชน์ทั้งฝ่ายของชาวสวนยางแล้วก็ผู้ประกอบ กิจการยาง แต่ว่าท่านชินวรณ์ซึ่งเป็นกรรมาธิการอยู่อีกท่านหนึ่งท่านได้ชี้แจงให้ผม ได้รับทราบ ได้เข้าใจแนวทางพอสมควรแล้วว่าก็ควรจะเป็นการประกอบธุรกิจที่ดำเนินการ จากผลผลิตของ กยท. เอง ซึ่งจะไม่ไปกระทบกระเทือนกับธุรกิจของพี่น้องประชาชน พ่อค้ายางรายเล็กหรือว่ารายใหญ่ ผู้ส่งออกอะไรก็ตามนะครับ ถ้าฟังอย่างนี้ผมก็รับได้ครับ เพราะฉะนั้นก็คงไม่ติดใจแล้วครับในประเด็นนี้
ไม่ติดใจนะครับ พอได้นะครับ ขออนุญาตผ่าน เชิญท่านเลขาธิการต่อเลยครับ
มาตรา ๑๐ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มาตรา ๑๑
เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๑๐ นี้คณะกรรมาธิการได้แก้ไขเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตาม มาตรา ๘ และอำนาจกระทำกิจการตามมาตรา ๙ ให้ กยท. มีอำนาจหน้าที่กระทำกิจการ ดังต่อไปนี้ด้วย ก็คือไปแก้ไขใน (๖) ที่บอกว่า จัดตั้งบริษัทจำกัด เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับ ยางพารา โดยตัดไม่ให้ตั้งบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งเป็นเรื่องที่ชอบแล้วนะครับ แต่ว่าประเด็นที่ กระผมได้แสดงความเห็นไว้ในคณะกรรมาธิการ แล้วก็ขอสงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๑๐ นั้น ก็คือต้องการให้เพิ่มความไว้เป็นอีกอนุมาตราหนึ่ง ก็คือให้การยางแห่งประเทศไทยจัดทำ ทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง แรงงานชาวสวนยาง และสวนยาง เพื่อเป็นข้อมูลในการส่งเสริม พัฒนา และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการทำสวนยาง กระผมได้แพ้โหวต (Vote) ในเรื่องของแรงงานชาวสวนยางมาใน ๒ มาตรา ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องแรงงานสวนยาง มาแล้ว ซึ่งมาถึงขั้นนี้ถ้าจะโหวตอีกก็คงแพ้อีกครับ แต่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า บทบาทสำคัญของการยางแห่งประเทศไทยในวันข้างหน้านี้ การที่มีฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง กับผู้เกี่ยวข้องในวงการยางทั้งหมดจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ที่ผ่านมาเราไม่เคยทำทะเบียน เกษตรกรชาวสวนยางทั้งหมดไว้ เรามีแต่ตัวเลขรายชื่อของเกษตรกรชาวสวนยางที่ไป ขอรับทุนจากสำนักงานสงเคราะห์การทำสวนยางเท่านั้นนะครับ ซึ่งเพียงแต่เท่านั้นไม่พอ มีเกษตรกรอีกจำนวนมากที่ไม่ได้พึ่งเงินในส่วนนี้ แต่ว่ามีส่วนในการผลิต ให้ผลผลิตยางพารา ออกมา แล้วก็ส่งผลต่อปริมาณยางในตลาดซึ่งส่งผลต่อราคายางไปในตัวด้วย แต่เราไม่มีตัวเลข ของเกษตรกรชาวสวนยาง เอาละ ในเรื่องของแรงงานชาวสวนยางนั้นถ้ากรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่รวมทั้งการยางแห่งประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมองเห็นความสำคัญ ก็อาจจะไปผนวกรวมไว้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเกษตรกรชาวสวนยาง ไว้ในประกาศ ในระเบียบ ในหลักเกณฑ์ที่จะให้ความช่วยเหลือเขาในอนาคต ก็ตั้งความหวังไว้เช่นนั้นนะครับ
อีกส่วนหนึ่งก็คือสวนยาง พื้นที่สวนยางนั้นเราก็พูดกันว่ามีตัวเลขกี่สิบล้านไร่ แต่ว่าตัวเลขละเอียดที่เป็นจริงมันไม่มี มันก็ส่งผลเช่นกันนะครับว่าทำให้ไม่มีโอกาสรับรู้ ปริมาณยางและผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจยางโดยเฉพาะเกษตรกรนะครับ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหามันก็เกิดขึ้นแล้วนะครับ การไม่มีทะเบียนเกษตรกร ไม่เป็นที่รับรู้กันอย่างแท้จริงหรือว่าเป็นที่กว้างขวางแล้วก็เป็นทางการ เมื่อรัฐบาล จะแทรกแซงราคายางก็เอาเงินไปซื้อยางกับใครก็ไม่รู้ เราก็มีการโวยวาย ได้ยินเสียงโวยวาย จากพี่น้องเกษตรกรมาตลอดว่าเงินไปไม่ถึงมือเกษตรกรผู้ปลูกยางอย่างแท้จริง ไปอยู่ที่ใคร ก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นในอนาคตการยางแห่งประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีทะเบียนเหล่านี้ไว้ และใช้เป็นฐานข้อมูล เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหายางพาราในอนาคต จึงนำกราบเรียน ท่านประธานไว้แล้วก็ให้บันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นสำหรับ การยางแห่งประเทศไทยที่จะเป็นองค์กรที่จะดูแลยางครบวงจรในวันข้างหน้า ขอบคุณครับ ท่านประธาน
เชิญท่านเชน และตามด้วยท่านสมบูรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๐ ซึ่งกรรมาธิการมีการแก้ไข และผมในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้สงวนคำแปรญัตติไว้โดยขอเพิ่มใน (๗/๑) จัดทำทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง แรงงานชาวสวนยาง และสวนยาง เพื่อเป็นข้อมูลในการส่งเสริม พัฒนา และแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับการทำสวนยาง ก็คงต้องเรียนกับท่านประธานว่ากรณีของแรงงานชาวสวนยางนั้น ผมอาจจะไม่ติดใจในเรื่องนั้นแล้ว เพราะว่าได้เรียนกับท่านประธานไว้หลายครั้งในเรื่องของ แรงงานชาวสวนยาง ท่านประธานครับ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในการบริหารจัดการของสวนยางในประเทศไทย จำนวนเกษตรกรชาวสวนยางที่แท้จริง พื้นที่สวนยางพาราซึ่งขณะนี้พูดได้ว่าไปทั่วเกือบทั้งประเทศแล้วนะครับ เราไม่มีข้อมูล ที่แท้จริงเลย สิ่งที่เป็นข้อมูลที่ได้ก็เป็นข้อมูลจากการประมาณเอา แล้วก็ไม่มีการเคยทำหรือทำข้อมูลเกี่ยวกับเกษตรกร ในกรณีที่การยางแห่งประเทศไทย ซึ่งจะเกิดขึ้นต่อไปนี้นั้น ผมคิดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาของชาวสวนยาง แล้วก็พื้นที่สวนยางต่าง ๆ ที่จำเป็นจะต้องมีข้อมูล ข้อเท็จจริง ถึงจะแก้ไขปัญหาได้ถูกต้อง อย่างเช่นการเข้าไปแทรกแซงราคายางของรัฐบาลปัจจุบันนี่นะครับ ท่านประธานครับ ที่มีปัญหามากที่สุดก็คือว่าเราไม่มีข้อมูลของชาวสวนยาง สิ่งที่เป็นปัญหาผมเรียนกับ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ในเขตทั้งพื้นที่ที่ราษฎรทำสวนยางมีกรรมสิทธิ์ ในที่ดินเป็นของตนเอง และไม่มีกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง กรณีอย่างเช่นที่ว่านี้ได้ถือครอง แล้วก็ปลูกสร้างสวนยางในเขตที่เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ส่วนหนึ่งก็ยังเป็นการถือครอง และแย่งสิทธิการครอบครองกับอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศพื้นที่ทับไปในพื้นที่ที่เกษตรกร ได้ทำมาหากินอยู่แล้ว แล้วก็เป็นปัญหาทางปฏิบัติมาตลอดนะครับ เกษตรกรประสงค์ ที่จะโค่นยางในกรณีที่ยางหมดอายุการเปิดกรีดแล้ว ก็เป็นปัญหาในการที่จะทำการโค่นยางได้ เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตที่อุทยานแห่งชาติอ้างกรรมสิทธิ์ของความเป็นอุทยานแห่งชาติ มันคาราคาซังกันอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ และเป็นเรื่องที่ไม่ปรากฏว่ามีการแก้ไขปัญหา สิ่งที่เป็นปัญหา ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ อย่างกรณีของการแทรกแซงราคายางพารา ของรัฐบาลในปัจจุบัน สิ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จได้เท่าที่ควร แล้วก็สิ่งที่เป็นปัญหาที่พูดกัน อยู่ตลอดเวลาว่าราคาการแทรกแซงไม่ถึงมือประชาชนอะไรต่าง ๆ เพราะกลไกที่รัฐ ให้เข้าไปแทรกแซงนั้นเป็นกลไกที่ไม่มีข้อมูลของเกษตรกรเลย สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือว่า อย่างกรณีของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธ.ก.ส. ที่พี่น้องประชาชนรู้จักกัน ทั่วทั้งประเทศนั่นละครับ ก็จะไปซื้อเฉพาะลูกค้าที่เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. ไปเปิดจุดรับซื้อ ถ้าเป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. มีชื่ออยู่ใน ธ.ก.ส. จะเป็นผู้กู้ เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. หมายความว่า เขาก็ซื้อหมด แต่ขณะเดียวกันคนอื่นที่จะมาขายที่ไม่ใช่ลูกค้า ธ.ก.ส. ก็ขายไม่ได้ เพราะฉะนั้น ก็เลยมีการซื้อขายสวมสิทธิกันโดยการใช้ชื่อของลูกค้า ธ.ก.ส. อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ ๑
ตัวอย่างที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อมีหน่วยงานของรัฐที่ไปแทรกแซงกำหนดเงื่อนไขว่า จะต้องซื้อวันหนึ่งไม่เกินเท่านี้ วันหนึ่งไม่เกินเท่านี้ โดยอ้างว่าต้องการซื้อจากเกษตรกร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนขายยางพาราเขาไม่สามารถขายยางพาราได้ทุกวันท่านประธาน รอบเดือนหนึ่ง ถึงจะมาขาย ปริมาณยางเท่าไร พื้นที่เท่าไร เกษตรกรเป็นใคร เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐ ในที่นี้ก็คือ กยท. หรือการยางแห่งประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน ในการที่ ดำเนินการช่วยเหลือแทรกแซง ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นปัญหาเหมือนกับรัฐบาลที่กำลังทำอยู่ คือเป็นตาบอดคลำช้างนะครับ เข้าไปจัดการเกษตรกรเท่าไรไปกำหนดเงื่อนไข ซึ่งไม่สนองตอบ ต่อความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกร ก็เป็นปัญหาของการที่จะให้ได้ผลจาก การเอางบประมาณลงไป เงินของราชการลงไปเพื่อจะให้มีผลประโยชน์เกิดขึ้นกับประชาชน กลายเป็นว่าส่วนหนึ่งก็ไปตกอยู่ในมือของใคร มันไม่ได้ถึงเกษตรกรเท่าที่ควรนะครับ อย่างกรณีนี้ ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ กยท. บอกว่าจะมาแก้ไขปัญหา ของชาวสวน เกษตรกรต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ แต่ว่ายังไม่รู้เลยว่าต้นน้ำเป็นใคร มีพื้นที่การปลูกยางพาราเท่าไร จำเป็นจะต้องดูแลยางพาราทั้งสิ้นเท่าไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ผมคิดว่ามันมีความจำเป็นอย่างยิ่งเลยได้ขอแปรญัตติเพิ่มในเรื่องของการจัดทำทะเบียน เกษตรกรชาวสวนยาง แรงงานชาวสวนยาง และสวนยาง เพื่อเป็นข้อมูลในการส่งเสริม และพัฒนาแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการทำสวนยาง แม้ว่าจะไม่ติดใจในเรื่องของแรงงาน ชาวสวนยางแล้ว เพราะว่ามีการโหวตกัน พิจารณากันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ว่า ในเรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการน่าจะพิจารณาทบทวนว่านี่คือความจำเป็น แล้วก็ เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะบริหารจัดการเรื่องยางพาราในอนาคต ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ขออนุญาตหารือ เราใช้เวลาอภิปรายคนละ ๗ นาที ดีไหมครับ ช่วยกระชับนะครับ แต่ถ้าเนื้อหาอาจจะเลยเล็กน้อยก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ขอความร่วมมือตามนี้นะครับ เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่าน ประธานครับ ผมคิดว่าการใช้สิทธิในการอภิปรายในวาระที่สองก็คงเป็นเรื่อง ตามข้อบังคับนะครับ ก็คือสมาชิกมีสิทธิที่จะสอบถามคณะกรรมาธิการในส่วนที่แก้ไข หรือแปรญัตติไว้ ก็คิดว่าคงใช้เวลาไม่มากครับ ท่านประธานครับ ก็คงไม่ควรกำหนดด้วยเวลา แต่ว่าถ้าเกิดทางคณะกรรมาธิการชี้แจงได้ชัดเจนบางทีใช้เวลากันเพียงแค่ ๑-๒ นาที ก็เข้าใจครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๐ จริง ๆ แล้วในช่วงที่คณะกรรมาธิการ มีการพิจารณาอยู่จะเห็นว่าพนักงานของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง มีการมาเดินขบวนประท้วงกันพอสมควร ผมเชื่อว่าวันนั้นรัฐมนตรีที่เคยดูแลสำนักงาน ก็ต้องออกไปชี้แจง วันนี้ก็เลยมีการแก้ไข โดยเฉพาะ (๖) ครับ ขออนุญาตสอบถามว่า คณะกรรมาธิการมีแนวคิดในการออกกฎหมายว่าให้ กยท. หรือการยางแห่งประเทศไทย จัดตั้งบริษัทจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา ช่วยชี้แจงให้กับสมาชิกได้เข้าใจ สักนิดครับว่าท่านจะตั้งบริษัทที่จะทำอะไรบ้าง ทั้งนี้ไม่ใช่เป็นการสอบถามเพื่อการอื่นนะครับ เนื่องจากผมมีโอกาสจะได้ไปชี้แจงให้กับผู้ที่เสียภาษี หรือพี่น้องที่เสียเงินเซสส์หรือเงินภาษี ส่งออกยางพารา แล้วก็ทำไมท่านถึงต้องตัดคำว่า หรือบริษัทมหาชนจำกัด เหตุผลเพราะอะไร อยากทราบเท่านั้นเองครับท่านประธาน ขออนุญาตสอบถามคณะกรรมาธิการครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ขออนุญาตชี้แจงท่านผู้ทรงเกียรติที่ยังข้องใจในมาตรา ๑๐ (๖)
ในประเด็นแรก ก็คือเรื่องทำไมคณะกรรมาธิการต้องไปตัดคำว่า หรือบริษัทมหาชนจำกัด ออก มีคำอธิบายค่อนข้างชัดเจนนะครับว่าเนื่องจาก บริษัทมหาชนจำกัดจะมีผู้ถือหุ้นเพื่อดำเนินการบริหารบริษัท ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ โดยในกรณีที่มีการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทมหาชนจำกัด เกิดไม่เห็นด้วยกับแนวทางนโยบาย หรือวัตถุประสงค์ของ กยท. ที่ได้ก่อตั้งเอาไว้ เกิดปัญหาเกิดความขัดแย้งกันขึ้นก็จะเกิดปัญหา หรืออุปสรรคต่อการดำเนินงานของ กยท. ในโอกาสต่อไป พูดง่าย ๆ ว่าถ้าเป็น บริษัทมหาชนจำกัดก็จะมีเอกชนเข้ามาถือหุ้นด้วยเยอะ ฉะนั้นถ้าหากว่าในผู้ถือหุ้น มีความขัดแย้งกันมีปัญหากัน การดำเนินธุรกิจของ กยท. ที่จะให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์นั้น ก็จะมีปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้น ดังนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือว่ากรรมาธิการส่วนทั้งหมด จึงมีความเห็นว่าควรตัดคำว่า บริษัทมหาชนจำกัด ออกไปนะครับ ประเด็นนี้ท่านสมบูรณ์ คงจะเข้าใจนะครับ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ที่ท่านสมาชิกยังข้องใจในมาตรา ๑๐ เกี่ยวกับเรื่องที่ ท่านสมาชิก ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน มีท่านเชน ท่านอภิชาต แล้วก็ท่านอิสสระ สมชัย ที่ยังขอสงวนความเห็นที่อยากเพิ่มเติมใน (๗/๑) ในประเด็น จัดทำทะเบียนเกษตรกร ชาวสวนยาง แรงงานชาวสวนยาง และสวนยาง เพื่อเป็นข้อมูลในการส่งเสริม พัฒนา และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการทำสวนยาง ผมอยากจะเรียนดังนี้นะครับ ในประเด็นนี้ คณะกรรมาธิการได้มีการหารือกันแล้วอยากจะเรียนว่าการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเกษตรกร ชาวสวนยาง สวนยางต่าง ๆ นั้นเป็นงานธุรการขั้นพื้นฐานที่ทางสำนักงานกองทุนสงเคราะห์ การทำสวนยางเขาได้ดำเนินการอยู่แล้วเป็นปกติ ในระดับจังหวัดสำนักงานกองทุน สงเคราะห์การทำสวนยางในระดับจังหวัดเขาจะมีการเก็บข้อมูลว่ามีเกษตรกรทำสวนยาง อยู่กี่ราย กี่ไร่ มีข้อมูลหมด รับรองว่าอย่างไร ๆ ก็ไม่มีการขาดตกบกพร่อง ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ เพราะว่าในประเด็นเกษตรกรเขาจะวิตกกังวลว่าถ้าไม่มีการขึ้นทะเบียน ถ้าไม่มีการเสนอข้อมูลเอาไว้กับหน่วยงานของภาครัฐ ถ้าเกิดประสบภัยพิบัติไม่ว่าจะเกิด อุทกภัย วาตภัย หรือเกิดภัยอะไรต่าง ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นถ้าไม่มีในทะเบียนของเกษตรกร อยู่ในเอกสารในหน่วยงานของภาครัฐก็จะไม่ได้รับการสนับสนุน ไม่ได้รับการช่วยเหลือ จากภาครัฐต่อไป ฉะนั้นประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เกษตรกรเขาจะดูแลและรักษาผลประโยชน์ ของตัวเองอย่างดีเป็นอย่างยิ่งอยู่แล้ว จึงอยากจะเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบว่า การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การขึ้นทะเบียนสวนยาง เป็นภารกิจของสำนักงานกองทุน สงเคราะห์การทำสวนยางที่ต้องทำเป็นปกติอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเขียนเอาไว้ในกฎหมาย ขอบคุณครับ
เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก็ขอบคุณท่านอดีตรัฐมนตรีที่ได้ตอบใน (๖) ที่ตัดคำว่า หรือบริษัทมหาชนจำกัด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นอาจจะมีผลในเรื่องของ วัตถุประสงค์ของ กยท. ในโอกาสต่อไป ที่ผมสอบถามประเด็นแรกก็คือจัดตั้งบริษัทจำกัด ท่านตั้งบริษัททางด้านใดบ้างที่ไปประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา เช่นตั้งบริษัททำยางแผ่น เช่นตั้งบริษัทผลิตถุงมือยาง เช่นตั้งบริษัทผลิตยางเครพ (Crepe) อย่างนี้ครับ หรือว่า ท่านออกไว้ลอย ๆ กว้าง ๆ ก็เป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการแก้ไขด้วย แล้วก็อยากทราบ ความชัดเจนเพราะว่าที่ผ่านมายังไม่มีคำตอบ ขอบคุณครับ
ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงไหม เชิญท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข ในฐานะกรรมาธิการ เมื่อสักครู่นี้ที่ประชุมได้พิจารณามาตรา ๙ ผ่านไปแล้ว บังเอิญ ผมเข้าใจว่าท่านสมบูรณ์เพิ่งเข้ามาช้าไปนิดเดียวก็เลยไม่ได้ฟังคำอธิบายของมาตรา ๙ ซึ่งโยงมาถึงมาตรา ๑๐ คือการตั้งบริษัทประกอบธุรกิจยาง ธุรกิจอะไร ก็ธุรกิจที่กำหนดไว้แล้ว ในมาตรา ๙ ซึ่งที่ประชุมก็ได้อธิบายชัดเจนแล้วว่าคืออะไร
ต่อไป จะเป็นมาตรา ๑๑ นะครับ เชิญท่านสมบูรณ์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านกรรมาธิการ พูดเสมือนว่าผมเป็นคนไม่เข้าใจ ท่านประธานครับ กรรมาธิการเริ่มหมกเม็ดแล้ว จริง ๆ แล้ว ผมแค่ถามว่าวันนี้ท่านออกกฎหมายท่านยังไปตัดว่า เอาละเราอย่าตั้งบริษัทมหาชนจำกัด ท่านรัฐมนตรีศุภชัยก็ให้เหตุผลว่าเนื่องจากมันเกี่ยวข้องกับเรื่องผู้ถือหุ้นต่อไปสามารถที่จะ เปลี่ยนแปลงนโยบายหรือวัตถุประสงค์ของ กยท. ก็โอเคผมเข้าใจ ทีนี้ผมก็ถามว่า แล้วท่านตั้งบริษัทจำกัดท่านตั้งบริษัทอะไรบ้าง คำตอบของท่านบอกว่าทำไมท่านไม่ฟัง ตอนมาตรา ๙ วัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับกิจการการยาง ตอบอย่างนี้หมกเม็ดครับ หรือตอบแบบไม่รู้เลย จริง ๆ แล้วผมเข้าใจครับ แต่ท่านยิ่งมากล่าวอีกว่าผมอาจจะไม่ได้ฟัง ผมฟังอยู่ครับเรื่องยางพารา ผมเป็นคนไม่มีสวนยางก็จริง แต่ผมเข้าใจว่าปัญหาของเกษตรกร วันนี้ท่านกำลังเอาเงินของเกษตรกรนะครับ ไม่ใช่เอาเงินของใคร เงินเซสส์เป็นเงินที่ พี่น้องประชาชนขายยางพารา พ่อค้าเอายางพาราส่งออก ถ้าเกิดกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เขาเก็บ ๕ บาท เป็นเงินของพี่น้องประชาชน วันนี้เงินปีละ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คณะกรรมาธิการกำลังเอาเงินเขาไปทำอะไร ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ ดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วย ก็ถามว่าท่านจะเอาเงินไปทำอะไร ไปตั้งบริษัท เอาเงินผมไปตั้งบริษัท ตั้งบริษัทอะไร ท่านบอกว่าแล้วทำไมไม่ดูมาตรา ๙ ที่เกี่ยวข้องกับ การยางแห่งประเทศไทย ผมก็ถามว่ามันมีอะไรบ้าง ท่านตอบไม่ได้ครับว่าเอาละเราไปตั้ง บริษัทยางแผ่น เราไปตั้งบริษัทยางเครพ ยางก้อน เพื่อทำส่งออก เราไปตั้งโรงงานทำถุงมือ เราไปตั้งบริษัททำยางรถยนต์ ก็แค่นี้ครับ ท่านตอบผมได้ ท่านตอบในที่ประชุมสภาด้วย เราจะได้เข้าใจ และผมเรียนนะครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านตอบว่าวันนี้เขามีการขึ้นทะเบียน คนที่เป็นเจ้าของสวนยางแทบทั้งสิ้นแล้ว ท่านรู้ไหมครับว่ามีการทุจริตในเรื่องโครงการ แทรกแซงราคายางพารา หรือการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราของรัฐบาลขณะนี้ มีการทุจริต มีรายชื่อคนที่ไม่เป็นเจ้าของ ไม่เป็นเกษตรกรเยอะแยะครับ บางคนไม่มีสวนยาง ไม่มียางสักต้นหนึ่ง แต่มีรายชื่อเป็นเจ้าของสวนยาง ๒๙ ไร่ ผมจะเอารายชื่อมาเปิดเผย ในโอกาสต่อไปครับ แต่วันนี้อยู่ในระหว่างที่รวบรวมหลักฐานอยู่ ผมเลยบอกว่ารู้ไหมครับ หลายอย่างมันหลวมอยู่ เราอยากให้กฎหมายฉบับนี้ออกไปดี แต่ท่านตอบไม่ได้ไม่เป็นไรครับ ท่านมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านเชนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่นี้ ท่านอดีตรัฐมนตรีตอบคำถามในคำแปรญัตติของกระผม ผมต้องเรียนท่านจริง ๆ ท่านประธานครับ กรณีท่านบอกว่ากองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางได้จดทะเบียน ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้หมดแล้ว ผมเรียนจริง ๆ ว่าท่านไม่ได้ฟังผมพูดเลย ผมบอกว่า พื้นที่มันมีหลายพื้นที่นะครับ ผมไม่แน่ใจว่าบ้านท่านมีไหม พื้นที่ที่ไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ ของเกษตรกร พื้นที่ที่มันอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ที่บางส่วนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และที่ผมพูดอย่างนี้ต้องบอกว่านี่เป็นข้อเท็จจริงซึ่งมีอยู่จริงในชนบทในบ้านผมนะครับ ผมไม่บังอาจไปพูดถึงที่อื่น แต่ว่าผมเรียนท่านจริง ๆ ว่ามีปัญหาจริง ๆ สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือว่า กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางไม่ได้มีการจดทะเบียนเกษตรกรทั้งหมดหรอกครับ สิ่งที่ทำคือชาวสวนที่เป็นคู่ค้ากับกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางก็จะมีการขึ้นทะเบียน พวกนั้นอยู่ ถ้ามีข้อมูลชัดเจนอย่างนั้นท่านรัฐมนตรีในการเข้าไปแทรกแซงยางไม่ลำบากครับ แล้วก็ไม่มีเรื่องที่ต้องมาครหาด้วยซ้ำไป ถ้าเราทำให้โปร่งใสอย่างนั้นแล้วเราทำนี่ วันนี้ ถึงจะมีข้อมูลอยู่บ้างในกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางหรือเป็นส่วนใหญ่ที่มีอยู่ใน กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง แต่กระผมอยากจะให้ทำให้มันครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เสีย ในประเทศนี่นะครับ สิ่งที่ว่าอย่างนั้นก็คือจะไม่เป็นปัญหาต้องมาถกเถียงกันอีกในอนาคต สิ่งที่ต้องยอมรับความเป็นจริงนะครับ เพราะว่าวันนี้เรายุบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง แล้วมาเป็นการยางแห่งประเทศไทย การยางแห่งประเทศไทยจะบรรจุข้อความอย่างนี้ แล้วก็ทำให้มันครบถ้วนตามเจตนาที่ว่าจะทำในกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางแล้วทำไม่เสร็จ ทำให้เสร็จเสียจะเป็นปัญหาไหมครับ ใส่ไว้จะมีปัญหาไหม ผมถามท่านเพราะว่าการปฏิเสธ ทุกอย่างไม่รับฟังความคิดคนอื่นเลย แล้วก็ผมกราบเรียนจริง ๆ นะครับว่าเราประสงค์ที่จะให้เกิดความสมบูรณ์ในกฎหมาย และกฎหมายที่ออกไปมันมีผลบังคับใช้ วันหลังสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ หน่วยงานที่ควรจะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบจริง ๆ วันนี้จะเหลือหน่วยงานเดียวคือ กยท. หรือการยางแห่งประเทศไทย ถ้าเรามาปฏิเสธความรับผิดชอบเสียอีก ผมก็ตอบไม่ถูกต่อไป เกษตรกรจะไปรอข้อมูลข่าวสารที่ไหน วันนี้ข้อมูลข่าวสารในประเทศไทยเราต้องบอก โดยข้อเท็จจริงว่าข้อมูลข่าวสารประเทศไทยบกพร่องในเรื่องข้อมูลข่าวสารจริง ๆ ถ้าเราไม่ทำ หรือเราไม่เจตนาที่จะทำ แสดงเจตนาที่จะทำไว้ชัดเจนอย่างนี้วันข้างหน้าเราก็ยังเป็นปัญหา วัวพันหลักอยู่อย่างนี้ครับ มีการแทรกแซงยางเมื่อไรก็มีปัญหา มีการร้องเรียน มีการพูด มีการหยุดการชำระเงินแล้วไปรอเกษตรกรเอายางมาขายไปแล้วตั้งนาน ๒ เดือน ๓ เดือนก็แล้ว ยังไม่ได้รับสตางค์ มันควรจะเกิดขึ้นไหมท่านประธาน เอายางเขาไปใช้หมดแล้ว วันนี้ ยางกองเป็นยางลูกขุนเสียทรง โรงงานต่าง ๆ เอาออกไปกองข้างนอก ยางเสียไปหมดแล้วครับ ยางส่วนที่ถูกไปกองอยู่ข้างนอกใครเคยตามไปดูไหมว่าสินค้าที่เป็นของราชการเรา เพราะเราไปกองไว้ในโกดังของเขาซึ่งวันนี้เป็นปัญหาว่าเขาก็ต้องทำมาค้าขายต่อไป ยางลูกขุนเวลามันเสียทรงแล้วก็ขึ้นรา สิ่งต่าง ๆ มันเป็นปัญหาที่ทำให้เสื่อมราคา เสียราคาไปโดยเปล่าประโยชน์ เป็นความบกพร่องของการติดตามตรวจสอบ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เราจะมาพูดกันเพื่อว่าให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมาแล้วการยางแห่งประเทศไทยเป็นการยาง ที่สมบูรณ์แบบ ที่เรากล้าพูดจริง ๆ ว่าทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผมพูดอย่างนี้ ผมไม่ได้เจตนาที่จะทะเลาะเบาะแว้งกับคณะกรรมาธิการเลย แต่เรียนว่านี่คือข้อเท็จจริง ถ้าคณะกรรมาธิการสามารถรับได้ในกรณีอย่างนี้เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร เวลาไม่เขียน ไม่ใส่ไว้วันหลังจะไปเพิ่มอย่างไร ไม่ใส่ภารกิจไว้วันหลังอยู่ ๆ มันไม่มี ภารกิจผมไม่มี โยนไปหน่วยงานโน้น โยนกันไปโยนกันมาโยนกลองอยู่ทั้งประเทศไทยหรือครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
คุณหมอสุกิจครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขึ้นมาสนับสนุนคุณสมบูรณ์ ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะว่ามาจากจังหวัดเดียวกัน เพียงแต่ว่าเรามาจากพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ ที่พี่น้องประชาชนปลูกยางพารากันมาก แล้วมีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจยางพารา จะพูดว่าเกือบทั้งภาคเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่จะเปลี่ยนแปลง หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับชีวิตของเขา ความเป็นอยู่ของเขา เขาถึงให้ความสนใจ กับกฎหมายฉบับนี้เป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นพวกผมมานั่งพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ผมต้องไปตอบชาวบ้านให้ได้ครับว่ารายละเอียดที่เกิดขึ้น ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในกฎหมายนี้มันเป็นอย่างไรบ้าง ท่านต้องเห็นใจ ต้องเข้าใจพวกผมด้วยนะครับคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๙ เมื่อสักครู่นี้ที่ผมอภิปรายไปก็บ่งบอกเพียงว่า กยท. สามารถประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพาราได้ แต่พอมาถึงมาตรา ๑๐ นี้มันถึงขั้นตั้งบริษัท เรื่องบริษัทมหาชนจำกัดผมไม่ติดใจครับ อันนี้ผมเห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ เราได้ไปเขียนต่อว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของเกษตรกร เพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบกิจการยาง แน่นอนที่สุดครับถ้าเป็นบริษัทมหาชนจำกัดท่านทำอย่างนั้นไม่ได้อยู่แล้ว เพราะว่าผู้ถือหุ้น เขาคงไม่ยอม ผู้ถือหุ้นก็จะมองแค่กำไรขาดทุนของบริษัทเท่านั้น แต่อย่างน้อยที่สุด เมื่อพูดถึงการตั้งบริษัทท่านควรจะตอบคำถามคุณสมบูรณ์ให้ได้ จะได้ไปบอกพี่น้องประชาชนด้วยว่า กยท. จะตั้งบริษัทที่ทำเกี่ยวกับอะไร เป็นธุรกิจแบบไหน บริษัทแบบไหน ผมว่าควรจะตอบให้ได้ ไม่อย่างนั้นเขียนมาเลื่อนลอยอย่างนี้ มันเป็นกฎหมายที่ใช้ไม่ได้ครับ ไม่สามารถที่จะบอกได้เลย เพราะว่ามันต้องมีแผนอยู่ในใจแล้วโดยเฉพาะผู้ที่รับผิดชอบ เกี่ยวกับกฎหมายทั้งหลาย โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องยางพาราโดยตรง ท่านต้องตอบให้ได้ว่าบริษัทที่จะตั้งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอะไร พวกผมขอแค่นี้ครับ
ท่านอภิชาตติดใจอีกไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมเหตุผลที่จำเป็นต้องสงวนความเห็นในคำแปรญัตติ เรื่องการจัดทำทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางไว้เพื่อโน้มน้าวให้กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ได้กรุณาทบทวนอีกสักครั้งหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านเชน เทือกสุบรรณ ได้กรุณา หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา เนื่องจากว่าเราได้แปรญัตติในประเด็นเดียวกันแล้วก็เห็นความสำคัญ ในเรื่องนี้ เพราะในสภาพความเป็นจริงแล้วไม่มีหน่วยงานไหนที่มีตัวเลขเกษตรกรชาวสวนยาง ครบถ้วนทั้งหมด กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางมีเฉพาะคนที่ได้รับทุนจากกองทุนสงเคราะห์ การทำสวนยาง เวลานี้มีผู้ปลูกยางจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในทะเบียน ไม่ได้อยู่ในรายชื่อ ของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง คนที่ปลูกยางในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ของรัฐ คนที่ปลูกยางในพื้นที่นาซึ่งกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางไม่สนับสนุนอยู่แล้ว รวมทั้ง พื้นที่อื่น ๆ ซึ่งเกษตรกรดื้อดึงที่จะไปปลูกโดยที่ไม่ฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่ากองทุนสงเคราะห์ การทำสวนยาง หรือกรมวิชาการเกษตรก็ตาม มีตัวเลขเหล่านี้ที่อยู่นอกระบบจำนวนมาก ปัญหาก็คือว่าในวันข้างหน้าที่เราจะมีการยางแห่งประเทศไทยที่จะทำงานเรื่องนี้ แบบครบวงจรนี่นะครับจะไปเอาข้อมูลเหล่านี้มาจากไหนถ้าไม่ได้ระบุไว้ในอำนาจหน้าที่ ที่จะทำ ท่านประธานครับ ในมาตราที่ผ่านไป อย่างเช่น มาตรา ๘ (๓) บอกว่า ส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยาง ด้านวิชาการ การเงิน การผลิต การแปรรูป การอุตสาหกรรม การตลาด การประกอบธุรกิจ และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ถามว่า จะไปยกระดับใคร ตรงไหนล่ะ ถ้ามันไม่มีตัวเลขข้อมูลที่ชัดเจน เรายังจะมีแบ่งเงินเซสส์ อีกส่วนหนึ่งในมาตรา ๔๙ ที่เราจะพิจารณาไปถึงนะครับ แบ่งเงินที่คณะกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบ จำนวนเงินไม่เกินร้อยละยี่สิบเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุนเรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง ไปจัดตรงไหนล่ะครับ มีตัวเลขที่แน่นอนหรือเปล่า เงินเหล่านี้เป็นเงินของพี่น้องเกษตรกร เป็นเงินภาษีที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของเขาที่ควรจะได้กลับไปยังพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกยาง แต่ถามว่าอยู่ตรงไหนล่ะครับ สวนยางก็เช่นกัน ต่อไปนี้พื้นที่ ๒ ไร่ ใครมีพื้นที่ ๒ ไร่ ก็สามารถไปขอเงินเซสส์มาปลูกได้ แต่พื้นที่เหล่านี้แม้ว่าจะมีคนปลูกใหม่เกิดขึ้นมา ในวันข้างหน้าเขาอาจจะไม่ขอเงินกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางหรือเงินของ การยางแห่งประเทศไทยไปลงทุนก็ได้ เพราะฉะนั้นความจำเป็นในเรื่องนี้จึงมีอยู่สูง ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้ทางคณะกรรมาธิการได้กรุณาเพิ่มความในข้อนี้ลงไป ในคำแปรญัตติของท่านเชน เทือกสุบรรณ ของผม และท่านอิสสระ สมชัย ก็เขียนไว้ชัดนะครับ เพียงแต่ท่านอาจจะตัด คำว่า แรงงานชาวสวนยาง ออกไปก็ได้ เพราะผมแพ้มติท่านใน ๒ มาตราที่ผ่านมาแล้ว แต่ว่าเพื่อให้การจัดทำทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางและสวนยางนี่มันเป็นข้อมูลพื้นฐาน ของการยางแห่งประเทศไทยที่มีประโยชน์ ผมคิดว่าการใส่ไว้นี่จะเป็นประโยชน์ แล้วก็ เราก็ไม่ต้องอภิปรายกันมากกว่านี้แล้ว ขอบคุณครับ
เชิญคณะกรรมาธิการ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ประเด็นที่มีการอภิปรายกัน ก็คือในมาตรา ๑๐ (๖) ที่บอกว่า จัดตั้งบริษัทจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า คือปัจจุบันนี้นะครับ ผมเรียนเหตุผลก่อนว่าทำไมเราจะต้องมีบทบัญญัติในมาตรา ๑๐ (๖) ไว้ เปิดไว้เพื่อว่าในอนาคตข้างหน้าเผื่อจะมีการจัดตั้งบริษัทมันก็จะสามารถทำได้ แล้วขณะเดียวกัน ท่านประธานครับ ที่ถามกันนักถามกันหนาว่ามันมีบริษัทไหมที่ทำเกี่ยวกับยางพาราที่รัฐเข้าไป สนับสนุนแล้วจัดตั้งบริษัทมา ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าปัจจุบันมีอยู่บริษัทหนึ่ง ชื่อ เออร์โก อินเตอร์เนชันแนล รับเบอร์ คอนซอร์เทียม ลิมิเต็ด ก็คือเออร์โกเป็นบริษัทร่วมทุน ๓ ประเทศ มีรัฐบาลประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย แล้วก็ประเทศอินโดนีเซีย ๓ ประเทศร่วมทุนทำตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา สำนักงานใหญ่ก็ตั้งอยู่ที่ประเทศไทยแล้วบริษัทนี้ ก็สามารถทำธุรกิจได้ และขณะเดียวกันปัจจุบันนี้เขาก็มีหน้าที่ในการดูแลควบคุมสต็อก (Stock) ในการส่งออกของ ๓ ประเทศ แล้วอีกอันหนึ่งก็คือในเรื่องของการควบคุมพื้นที่ปลูก เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ผมก็ขอชี้แจงนะครับ
แล้วอีกอันหนึ่ง กรณีชาวสวนยางที่บอกว่าไปปลูกบนพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ แล้วถามว่าเขาจะได้รับการสนับสนุนอย่างไร ผมก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าพื้นที่ที่ไม่ถูกกฎหมาย เราก็ไม่ควรจะสนับสนุนอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นก็จะทำให้เป็นการส่งเสริมให้คนไปรุกพื้นที่ป่า พื้นที่ของรัฐเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ
และอีกอันหนึ่ง กรณีที่บอกว่าโครงการยางพาราของรัฐที่รับซื้อยางอยู่ขณะนี้ ยางพาราเสียหายขึ้นราแล้วก็มีเรื่องของการทุจริตต่าง ๆ ผมก็เรียนท่านประธานว่าโครงการนี้ ผมเป็นประธานแล้วก็ดูแลอยู่ ผมก็ได้ดำเนินการในการตรวจสอบ แล้วก็ที่ไปตรวจพบปัญหา ยางพาราต่าง ๆ ที่ขึ้นราที่เสียหาย ผมไปเองนะครับ ก็แสดงให้เห็นได้ว่าทางรัฐบาล ภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้สั่งผมว่าให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเฉียบขาด ใครที่เกี่ยวข้องก็ดำเนินการ และเรื่องนี้ท่านไม่ต้องห่วงถ้าท่านมีหลักฐานหรือท่านมีข้อมูล ส่งมาที่ผมเลย ผมจะจัดการให้ดูครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านตอบแล้ว พูดสั้น ๆ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต พูดสั้น ๆ นิดเดียว ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ว่ากรณีที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงว่า ไม่ควรส่งเสริม แล้วก็ไม่ควรไปดำเนินการเกี่ยวกับชาวสวนยางที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ถูกต้อง ผมเรียนเลยนะครับ พื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีบอกกับท่านรัฐมนตรีวันนี้เลยก็ได้ พื้นที่ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย พื้นที่ที่กว้าง พื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ขวามือของสายเอเชียไปตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปเป็นพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติเกือบทั้งสิ้น อันนั้นเกือบส่วนใหญ่แล้วก็เป็นพื้นที่อุทยาน เรียนท่านที่เคารพว่า ข้อเท็จจริงมันมีอยู่ว่ามีเกษตรกรที่ปลูกยางพาราและมีครอบครัวที่อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ ผมว่าไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านครอบครัว ถ้ารัฐมนตรีปฏิเสธอย่างนี้ท่านไม่มีวันแก้ไขปัญหายางพารา ของประเทศไทยได้จบ โดยมองเพียงอย่างนี้ ผมถามท่านรัฐมนตรีหรือคณะกรรมาธิการ ที่อยู่บนบัลลังก์นั้นด้วยก็ได้ครับ ถามท่านว่าในจังหวัดของท่านทั้งหลายมีไหมที่ปลูกยางพารา ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่กรรมสิทธิ์ที่ดินของรัฐเป็นพื้นที่ของรัฐต่าง ๆ โดยข้อเท็จจริง มันเป็นอย่างนี้ ถ้าเราปฏิเสธข้อเท็จจริงแล้วเราไม่มีวันแก้ไขปัญหาเรื่องยางพาราได้ พูดอย่างนี้ ผมก็ต้องบอกผ่านไปเลย ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือท่านรัฐมนตรีพูดอย่างนี้ ก็แสดงว่าเราปฏิเสธบุคคลที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติว่าเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ แต่ว่าวันนี้ในฐานะท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ผมฝาก ท่านไปพิจารณาดูหน่อยเถอะครับว่าพื้นที่ที่เป็นปัญหาการทับซ้อนระหว่างที่อุทยาน ที่ป่าสงวนแห่งชาติ กับที่ชาวบ้านที่เราประกาศทับเข้าไป วันนี้ทางราชการได้เริ่มแก้ไขปัญหา ให้เขาแล้วหรือยัง หรือยังยืนกรานอยู่อย่างนั้นมันก็ไม่มีวันจบครับท่านประธาน ผมเชื่อว่า บ้านท่านประธานก็มีนะครับ เพราะฉะนั้นฝากเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยว่าเอาข้อเท็จจริง มาพูดกันดีกว่า ถ้าเราปฏิเสธอย่างนี้มันแก้ไขปัญหาไม่ได้
ท่านรัฐมนตรีรับข้อแนะนำไปนะครับ ผมไปมาตรา ๑๑ เลยนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ คณะกรรมการและผู้ว่าการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๗ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
กรรมาธิการติดใจไหมครับ เชิญท่านกรรมาธิการเชนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๑๗ ซึ่งคณะกรรมาธิการมีการแก้ไข และกระผมได้ขอสงวนความเห็นไว้โดยขอแก้ไขเพิ่มเติมความ ในมาตรา ๑๗ วรรคสาม เป็นดังนี้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนเจ็ดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งจากผู้แทนกลุ่มเกษตรกรและหรือสหกรณ์ชาวสวนยางที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จำนวนสามคน นอกจากนั้นข้อความอื่น ๆ เหมือนเดิมนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้เพื่อที่จะอธิบายความชัดเจนว่า การที่ข้อความเดิมมีเพียง ๕ คน แล้วก็มีชาวสวนยาง ๑ คน ชาวสวนยางทั่วประเทศมีเยอะท่านประธานครับ ท่านประธานทราบว่ามีอยู่ทุกจังหวัด ทั่วประเทศในขณะนี้ ขณะเดียวกันการจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคล จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มันมีอยู่ ๓ กลุ่มที่จัดเป็นนิติบุคคลอยู่ กลุ่มหนึ่งก็เป็นสหกรณ์ชาวสวนยางซึ่งจัดตั้ง โดยกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางเดิม นอกนั้นอีก ๒ กลุ่มเป็นสหพันธ์ชาวสวนยาง แล้วก็กลุ่มเกษตรกร ซึ่งเรียนท่านประธานว่ามี ๓ กลุ่มโดยชัดเจนอยู่แล้ว มีองค์กรของเขา ที่มีการจัดตั้ง เพราะฉะนั้นเวลาจะเลือกแต่งตั้งคนถ้าเราให้รัฐมนตรีเลือกคนหนึ่งจากเกษตรกร ทั่วประเทศผมก็คิดว่าเป็นปัญหาในทางปฏิบัติว่าหยิบตรงไหนก็เป็นเกษตรกร แต่ว่าเกษตรกรคนนั้น จะมีความรู้ความเข้าใจและสามารถเป็นตัวแทนของกลุ่มเกษตรกรที่จะมาเป็นกรรมการ ได้หรือไม่ ผมคิดว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นความจำเป็น และผมคิดว่าผมไม่เห็นสมควรว่าจำนวน เกษตรกรคนเดียวจะให้ท่านรัฐมนตรีแต่งตั้งจากคนหนึ่งคนใดในทั่วประเทศ หรือรัฐมนตรี จะหยิบฉวยจากที่ไหนมาเป็นกรรมการผมว่ามันไม่ชอบธรรม แล้วผลของการทำงาน การตัดสินใจต่าง ๆ การที่เราประสงค์ที่จะมีตัวแทนของเกษตรกรชาวสวนยางเข้ามาเป็น กรรมการจริง ๆ ก็ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ผมเลยเพิ่มจาก ๑ คน เป็น ๓ คน ในที่นี้ก็เลยเป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๗ คน ท่านดูอย่างนี้เหมือนกับมากนะครับ แต่ว่าที่จริง มีกรรมการอื่น ๆ มากอยู่แล้วที่แต่งตั้งโดยราชการโดยตรงโดยตำแหน่งโดยต่าง ๆ แต่ว่า ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิผมอยากให้เป็นตัวแทนของเกษตรกรจริง ๆ แล้วก็องค์กร ที่ทำงานแล้วก็จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลของกลุ่มต่าง ๆ พวกนี้เขามีตัวตนอยู่แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ เป็นความชอบธรรมที่ตั้งแล้วไม่เป็นที่ครหาแล้วก็เป็นการได้รับการยอมรับจากเกษตรกร ทั่วประเทศ ขอบคุณท่านประธานครับ
กรรมาธิการจะชี้แจงไหมครับ ประเด็นที่ท่านเชนขอแปรญัตติไว้ เชิญท่านศุภชัย โพธิ์สุ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ ในฐานะกรรมาธิการครับ ขออนุญาตชี้แจง ถ้าไม่ชี้แจงก็คงจะต้องสอบถามกัน ไม่หยุดนะครับ เกี่ยวกับมาตรา ๑๗ ในการกำหนดกรรมการของ กยท. ทั้งหมด ๑๕ คนนี่นะครับ ต้องเรียนว่ามันเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงาน รัฐวิสาหกิจ ซึ่งกำหนดเอาไว้ไม่เกิน ๑๕ คน ความจริงแล้วคณะกรรมาธิการได้พิจารณา อย่างรอบคอบนะครับ อยากจะมีตัวแทนชาวสวนยางเข้าไปให้ได้ ๔ คนเป็นอย่างน้อย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะติดขัดด้วยจำนวน ๑๕ คนมันไม่ลงตัว ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องเข้าใจว่าภารกิจของ กยท. นี่ กยท. จัดตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะรับผิดชอบในการพัฒนายาง ทั้งระบบนะครับ เรารวมเอากองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง รวมเอาองค์การสวนยาง รวมเอาสถาบันวิจัยยางมาไว้ในหน่วยงานเดียวกันและรับผิดชอบในการพัฒนายางทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ฉะนั้นคณะกรรมการชุดนี้จะต้องหลากหลายและมีหลายระดับ เข้ามาเกี่ยวข้อง จะต้องรับผิดชอบในการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน เพราะจะไปพัฒนา เฉพาะด้านเกษตรกรการเพิ่มผลผลิตอย่างเดียว แต่ทางด้านอุตสาหกรรมทางด้านพัฒนา ผลิตภัณฑ์ยาง ทางด้านการแปรรูปไม่พัฒนาไปด้วย มันก็ไม่ได้ ฉะนั้นคณะกรรมการชุดนี้ จึงได้พิจารณาเพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิหรือว่าเกษตรกรชาวสวนยางทั้งหมด เมื่อก่อนร่างของรัฐบาล เพียง ๑ คนแต่เพิ่มขึ้นเป็น ๓ คน ส่วนคณะกรรมการด้านอื่น ๆ นั้นเราก็คำนึงถึงความจำเป็น ที่จะต้องเกี่ยวข้องในการพัฒนายางทั้งระบบตรงนี้ ฉะนั้นคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้พิจารณา อย่างรอบคอบแล้วครับ
ผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อ มาตรา ๑๘ เชิญท่านเชน
ท่านประธานครับ ขออนุญาต อีกนิดเดียว ผมเรียนท่านประธานครับ ผมอ่านทั้งมาตรา ๑๗ เสียเลยดีกว่า
มาตรา ๑๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการ การยางแห่งประเทศไทย” ประกอบด้วย
(๑) ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์สูงทางด้านการเกษตร วิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม หรือการบริหาร
(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้แทนสำนักงบประมาณ
(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนเจ็ดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากเกษตรกร ชาวสวนยางจำนวนสามคน ผู้ประกอบกิจการยางจำนวนหนึ่ง และบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการเกษตร วิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม การบริหาร กฎหมาย หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการของ กยท. อีกจำนวนสามคน ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องเป็นบุคคลซึ่งมิใช่ข้าราชการที่มีตำแหน่ง หรือเงินเดือนประจำ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ
ให้ผู้ว่าการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้ว่าการแต่งตั้งพนักงาน จำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง ให้เป็นไป ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการ
ท่านประธาน สิ่งที่ผมประสงค์ที่จะยกตัวอย่างให้ท่านเห็นนี่ เพราะว่าเดิม ในการแต่งตั้งแต่งตั้งเป็นแพทเทิร์น (Pattern) ทั้งนั้นเลยนะครับ แต่งตั้งคนบางคนแต่งตั้งไว้ แต่ว่าไม่ได้มาประชุมหรอกครับ เพราะเป็นตัวแทนของราชการส่วนต่าง ๆ ที่เขาไม่รู้ร้อนรู้หนาว กับปัญหาของเขาด้วย แล้วก็เรายอมมีอื่น ๆ เยอะแยะเลย แต่ว่าผู้แทนของเกษตรกร ชาวสวนยางที่เป็นตัวแทน ผมพูดเพื่อให้บันทึกไว้ในที่นี้ว่าเรียกร้องเพื่อให้มีตัวแทนอื่น ๆ ที่ไม่มีความจำเป็นเอาออกไปเสียบ้าง แล้วตัวแทนที่เป็นตัวแทนของเกษตรกรชาวสวนยางจริง ๆ ในเมื่อเอาสตางค์เขามาใช้ สตางค์ทั้งหมดนี้ เงินที่ตั้งกองทุน ตั้งการยางแห่งประเทศไทยนี่ เอาเงินของเกษตรกรเขามาใช้ มาบริหาร มาจัดการ เอาคนเข้ามาด้วยให้เขามีส่วนรับรู้ด้วยได้ไหม วิธีการอะไรต่ออะไรเยอะแยะเลย แต่ว่าให้ความสำคัญสำหรับในกรณีของเกษตรกรชาวสวนยาง น้อยไป ในความคิดของผม ผมเปรียบเทียบโดยเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานว่าผู้แทนของ ชาวสวนยาง ซึ่งเป็นคนที่ควรจะได้มีส่วนรับรู้ ส่วนรับผิดชอบ ส่วนรู้เห็นแล้วก็รู้ร้อนรู้หนาว กับเงินของเขาบ้างเข้ามามีส่วนกำกับดูแล จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนบริหารโดยตรง เป็นกรรมการ ที่ได้รับรู้รับทราบกำหนดนโยบายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วย ผมคิดว่าน่าจะเป็น ประโยชน์มากที่สุด เมื่อคณะกรรมาธิการไม่สนใจผมก็คงไม่สามารถที่จะชนะการโหวตได้ ผมก็ขอให้บันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ครับ
คณะกรรมาธิการเขาแก้ไขตามท่านเชนอยู่แล้วดูตามร่างท่านขอมาจาก ๕ คน เป็น ๗ คน แล้วก็ ๑ คน เป็น ๓ คน เป็น ๗ คน กับ ๓ คน เขาก็ไปตามนั้นอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้น เชิญมาตรา ๑๘ ต่อไป เชิญท่านเลขาธิการ
มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๒ มีการแก้ไข มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๓ การส่งเสริมและสนับสนุน เกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๘ มีการแก้ไข มาตรา ๓๙ มีการแก้ไข
มาตรา ๓๙ ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ขอแปรญัตติ เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๓๙ มันจะมีผลกระทบต่อราคายางของประเทศโดยรวม นั่นคือถ้าเกิดกรณีที่เราส่งเสริมให้มีการปลูกมากขึ้นก็เท่ากับการเพิ่มผลผลิตให้มีปริมาณมากขึ้น ท่านประธานครับ ถ้าเกิดกรณีผลผลิตมากแน่นอนครับถ้าเกิดความต้องการมันน้อยก็ทำให้ ราคายางมันลดลง ในกรณีที่ถ้าเกิดผลผลิตมันมีน้อยราคายางก็จะสูง ทั้งนี้มันเป็นเรื่องของ ภาวะความต้องการของตลาดโลก แล้วก็เรื่องของนโยบายของทางรัฐบาล ผมเรียนท่านประธาน ตรงนี้เพื่อจะเปรียบเทียบให้เห็นว่าในรอบปี ๒๕๕๔ ประเทศไทยส่งออกยางพาราทั้งหมด ๓,๔๑๔ ล้านกิโลกรัม มีมูลค่าทั้งหมด ๔๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในขณะเดียวกันในปี ๒๕๕๕ หรือปีนี้ ท่านประธานครับ เราส่งออกยางพารา ๓,๐๐๐ ล้านกิโลกรัม ใกล้ ๆ กันครับ ใกล้ ๆ กันปี ๒๕๕๔ แต่เนื่องจากราคายางมันต่างรัฐบาล ในรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ราคายางเกือบ ๒๐๐ บาทต่อกิโลกรัมทำให้มูลค่าของยางพารามันเลยสูง แต่ในขณะเดียวกัน ในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ราคายางมันตกต่ำลงมามูลค่ามันเหลือเพียงแค่ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เห็นไหมครับท่านประธาน สิ่งของเท่ากันแต่ว่าราคากลายเป็นต่างกัน ตรงนี้ละครับมันเลยเป็นข้อคิดว่าวันนี้ในกรณีเราส่งเสริมให้มีการปลูกยางพาราเพิ่มมันจะ
เดี๋ยวท่านสมบูรณ์ครับ อันนี้มาตรา ๓๙ ท่านขอตัดในวรรคสองออกไป หรือเงินที่จัดสรร จากกองทุนตามมาตรา ๔๙ อันนี้ท่านมีเหตุผลอย่างไรครับ
ครับ นี่ผมกำลังชี้แจงให้เห็นว่า มาตรา ๓๙
อันนี้ มันคนละอันนะ
มาตรา ๓๙ เป็นเรื่องที่รัฐบาลกำลังจะเอาเงิน เพื่อไปส่งเสริมให้มีการปลูกใหม่ครับท่านประธาน เนื่องจาก มาตรา ๓๙ ผู้ใดมีที่ดินเป็นของตนเองไม่น้อยกว่าสองไร่ มีความประสงค์จะขอรับ การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกใหม่ ให้ยื่นคำขอการส่งเสริมและสนับสนุนต่อ กยท. ตามแบบและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด หมายถึงว่าวันนี้เรามีที่ดินอยู่ ๒ ไร่ เราต้องการ ที่จะขอเงินจากรัฐบาลเพื่อมาทำการปลูกใหม่ ท่านประธานคงจำได้นะครับ ยางพาราเริ่มที่ จังหวัดตรังบ้านผมและมันก็ขยายไปจาก ๑ ต้น เป็น ๑ ไร่ เป็นวันนี้มันประมาณ ๑๘ ล้านไร่ เมื่อก่อนมันอยู่ที่ภาคใต้ วันหนึ่งในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์นี่ละครับ โดยท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่เลย
คืออย่างนี้ท่านสมบูรณ์ครับ ประเด็นของท่านมันอยู่ตรงนี้ว่าในวรรคสองของมาตรา ๓๙ ท่านไปตัดข้อความออกไป คือวรรคสองทั้งวรรคมันจะเป็นอย่างนี้ ในการดำเนินการส่งเสริม และสนับสนุนตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้เงินอุดหนุน เงินจากงบประมาณประจำปี เงินกู้ที่รัฐบาล จัดให้ ทีนี้ประเด็นของร่างเดิมเขาบอกว่า หรือเงินที่จัดสรรจากกองทุนตามมาตรา ๔๙ ท่านก็ไปตัดคำว่า หรือเงินที่จัดสรรจากกองทุนตามมาตรา ๔๙ ออก อันนี้ท่านจะต้องอธิบายเหตุผลว่า เหตุผลที่ตัดออกเพราะอะไร
กำลังจะถึงแล้วครับท่านประธาน ผมจะบอกว่าวันนี้การปลูกยางพารามันเพิ่มขึ้น เมื่อก่อนจากที่เคยอยู่บริเวณจังหวัดภาคใต้ แล้วก็มาภาคตะวันออก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศแล้วก็สภาพภูมิอากาศ บริเวณที่อยู่ใกล้น้ำมัน ทำให้ผลผลิตยางพาราดีขึ้น ต่อมาก็มีการพบว่าบริเวณริมแม่น้ำโขงน่าจะมีการปลูกยางได้ สมัยนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เลยไปปลูกยาง ที่ภาคอีสาน ขณะนี้มันมีเต็มพื้นที่ ๑๘ ล้านไร่ ผมบอกว่าถ้าเกิดมีการส่งเสริมให้มีการปลูกใหม่มาก แน่นอนราคายางมันก็จะลดลง วันนี้ถ้าเกิดกรณีประเทศไทยของเรามีการผลิตยางไม่เพียงพอ ต่อความต้องการของตลาดโลกเราจำเป็นที่จะต้องเพิ่มพื้นที่ปลูก เวลาเราต้องการที่จะเพิ่ม พื้นที่ปลูกก็คือเราหาจากเงินงบประมาณถูกไหมครับ ในร่างฉบับนี้ครับ วรรคสอง ในการดำเนินการ ส่งเสริมและสนับสนุนตามวรรคหนึ่งให้ใช้เงินอุดหนุน เงินจากงบประมาณประจำปี เงินกู้ ที่รัฐบาลจัดให้ นี่แสดงว่าวันนี้ถ้าเกิดรัฐบาลเห็นว่านโยบายในการเพิ่มแหล่งผลิตยางพารา ควรจะส่งเสริมก็ให้เงินไป วันนี้ถ้าเกิดรัฐบาลไม่มีเงิน แต่เราต้องการที่จะเพิ่มพื้นที่ปลูกยางพารา เราก็เอาเงินจากเงินกู้ที่รัฐบาลจัดให้ ไม่ต้องห่วงครับ รัฐบาลเราสามารถกู้ได้อยู่แล้วก็ไปสนับสนุน แต่ว่าเดิมก็คือ หรือเงินที่จัดสรรจากกองทุนตามมาตรา ๔๙ ผมเรียนท่านประธานว่าเงินตรงนี้ ไม่ควรที่จะเอาไปในการสนับสนุนหรือการปลูกใหม่ เพราะเงินเซสส์นะครับท่านประธาน ท่านประธานคงทราบว่าการเก็บภาษีการส่งออกยางพาราตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ ปีแรกนี่เขาเก็บกันได้ แค่ ๙๑ ล้านบาท วันนี้ท่านรู้ไหมครับว่าเขาเก็บกันได้เท่าไร เมื่อปีที่แล้ว ปี ๒๕๕๕ เก็บเงินเซสส์ได้ ๑๔,๒๒๗ ล้านบาท ท่านประธานครับ เห็นไหมครับว่านี่คือจำนวนเงินมันมหาศาล เงินดังกล่าว เป็นเงินจากการเก็บจากเกษตรกร วันนี้เขาเอาไปสงเคราะห์ก็คือปลูกแทน ท่านประธานครับ ก็คือ ๑๒,๙๒๕ ล้านบาท เห็นไหมครับท่านประธาน นี่คือเขาเอาไปให้เกษตรกร แต่ถ้าเกิด วันใดก็แล้วแต่ท่านเอาเงินนี้ไปให้กับการปลูกใหม่นี่มันจะทำให้เงินเซสส์หรือเงินที่พี่น้องประชาชน เป็นคนเสียนี่มันเหมือนกับมาฆ่าตัวเองครับท่านประธาน วันนี้ผมก็เลยบอกว่าน่าจะเอาเฉพาะ เงินงบประมาณหรือเงินกู้เท่านั้นนะครับ แต่สุดท้ายผมได้รับฟังจากคณะกรรมาธิการ ของเรานะครับ แล้วก็ผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านบอกว่าการปลูกยางพารามันไม่เพียงแค่ การส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจครับท่านประธาน มันเป็นการสร้างโลกด้วย ก็คือทำให้พื้นที่นั้นถ้าเกิดเป็นพื้นที่ว่างเปล่าทำให้มีต้นไม้ขึ้นมา มันก็ทำให้โลกเย็น แล้วก็มีข้อกำหนดว่าพื้นที่ปลูกใหม่ที่จะขอรับการสนับสนุนจะต้องไม่เกิน ๑๕ ไร่ ผมก็เลยใช้คำว่า ผู้แปรญัตติพอใจ แต่ผมเรียนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือถ้าเกิดกรณี จะส่งเสริมให้มีการปลูกใหม่ควรจะใช้จากงบประมาณแล้วก็เงินกู้จากทางรัฐบาลเป็นหลัก ท่านประธานครับ
กรรมาธิการได้ชี้แจงท่านแล้วท่านพอใจนะครับ เชิญมาตรา ๔๐ นะครับ เดี๋ยวเราไปพูด มาตรา ๔๙ เป็นเรื่องสำคัญ เชิญครับ
มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑
เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ คือผมได้เห็นการแก้ไข เนื่องจากว่ามาตรา ๓๙ มีการแก้ไข ก็อยากจะเรียนถามว่าการแก้ไขของท่านมันจะส่งผล ทำให้มีคนเข้ามาปลูกยางเพิ่มอีกสักเท่าไร มันน่ากลัวนะครับ เดิมทีนี้ร่างกฎหมายเดิม กำหนดให้เฉพาะผู้ที่ยังไม่มีสวนยางมาก่อนเท่านั้นถึงจะได้รับการส่งเสริมตามมาตรา ๓๙ แต่เมื่อผ่านคณะกรรมาธิการตอนนี้ท่านก็เปิดฟรีเลยครับ ผู้ที่มีสวนยางอยู่แล้วก็สามารถที่จะรับ การส่งเสริมซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อีก จะเป็นอย่างนี้ไหมครับว่าปีนี้ผมซื้อที่ดิน ๒ ไร่ มาขอส่งเสริมได้ ปีหน้าผมซื้ออีก ๕ ไร่ มาขอส่งเสริมได้อีก ปีถัดไปอีกผมมีเงินทุนมากขึ้นผมซื้ออีก ๑๐ ไร่ ผมได้รับการส่งเสริมอีก มันจะเป็นอย่างนี้ใช่ไหมครับถ้าตามมาตรา ๓๙ ที่ท่านมาแก้ไข ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วก็จะเกิดสภาพแบบที่คุณสมบูรณ์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ได้พูดไป เมื่อสักครู่แล้วครับว่าต่อไปนี้ประเทศเรามันก็จะเต็มไปด้วยสวนยาง แล้วท่านนึกภาพสิครับ ทุกวันนี้ประเทศเรามั่นคงทางเศรษฐกิจอยู่ได้เพราะเรามีความหลากหลายทางชีวภาพ อันนี้เป็นข้อได้เปรียบของประเทศไทย เพราะเรามีผลไม้ เรามีพืชเศรษฐกิจมากมาย แต่ต่อไป ถ้าคนเห็นว่ายางทำกำไรได้มาก ปลูกแล้วได้กำไรมาก ถ้าตามการส่งเสริมอันนี้ทุกคนจะหันมา ปลูกยางกันหมดครับ ผมก็เคยทราบครับ ทุกคนก็บอกว่าถึงแม้ว่าจะมีพื้นที่ปลูกยางทั้งหมดนี่ ปลูกไปเถอะ อย่างไรยางนี้ก็ใช้ได้หมด ผมฟังคำอธิบายอย่างนี้มาซ้ำ ๆ ซาก ๆ อันนั้น ผมก็อาจจะไม่เถียงครับว่ายางมันก็คงใช้ได้หมด แต่ราคาล่ะครับ ถ้าเกิดว่าตามระบบแล้วเกิดว่า มันเจ๊งกันทั้งระบบ ต่อไปยางมันไม่มีราคาปลูกไปแล้วเหลือกิโลกรัมละ ๕ บาท ๑๐ บาท อย่างนี้แล้วมันจะมีความหมายอะไรกับการมาปลูกยาง อยากจะขอคำชี้แจงกับท่านว่า ที่ท่านกล้าเสี่ยงขนาดนี้ท่านมีข้อมูลหรือเปล่าว่าจะมีการจำกัด หรือว่ามีกฎหมายอื่น มาช่วยหรือเปล่าที่จะให้มีการจำกัดการปลูกยางไม่ให้มันขยายออกไปมากมายถึงขนาดที่มันล้นแล้ว ในที่สุดท่านดูสิครับขณะนี้ท่านก็แทบตายแล้วราคาตกมาท่านก็แย่นะครับ ผมอภิปรายท่าน เพราะว่าท่านก็ไปทำโครงการที่บางครั้งผมก็คิดว่ามันไม่มีเหตุผลที่ไปทำ ทำเพื่ออะไรก็ไม่รู้ แล้วในที่สุดก็ล้มเหลว มีการโกงการกิน การสวมสิทธิ มีคนเห็นรถเบนซ์ป้ายแดงออกมา ที่เป็นพรรคพวกของท่านมากมายมหาศาลหลายคนเลย แล้วถ้าสภาพอย่างนี้มันเกิดขึ้นอีก ต่อไปยางมันไม่มีราคาขึ้นมาแล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยของเรา
เดี๋ยวให้ กรรมาธิการตอบ
ความหลากหลายที่เคยมีมันก็จะหมดไป ท่านต้องมองถึงภาพรวมของประเทศนะครับ อย่าไปมองเพียงแค่จุดใดจุดหนึ่งว่าประชาชน ถ้าปลูกอันนี้แล้วจะได้กำไร เศรษฐกิจจะดี มันไม่จริงเสมอไปหรอกครับ
เชิญท่านกรรมาธิการศุภชัย โพธิ์สุ ที่ตัดออกไปเพราะอะไรที่ท่านถาม ตัดถ้อยคำ ไม่มี สวนยางมาก่อนและ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ ในฐานะกรรมาธิการครับ ขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ยังข้องใจนะครับ ผมอยากจะเรียนว่าท่านสมาชิกควรจะดูในวรรคสองของมาตรา ๓๙ ที่ได้เขียนกำกับเอาไว้ว่า ให้คณะกรรมการมีอำนาจจัดสรรเงินให้แก่ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนตามวรรคหนึ่งได้ รายละไม่เกินสิบห้าไร่ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด ท่านสมาชิกครับ ผมคิดว่ากรรมาธิการน่าจะทั้งหมดที่เห็นเป็นเอกฉันท์นะครับ เพราะข้อเสนอนี้ได้ทำตาม ผมจำได้ว่าวันนั้นท่านประธานติดภารกิจ ผมเป็นประธานนั่งในที่ประชุม ร่างของรัฐบาล ในมาตรา ๓๙ เขียนว่า ผู้ใดไม่มีสวนยางมาก่อนและมีที่ดินเป็นของตนเองไม่น้อยกว่าสองไร่ ท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งที่มาจากทางภาคใต้ ขออภัยที่เอ่ยชื่อท่านไม่เสียหายนะครับ ท่านประกอบ ท่านได้เสนอว่าแล้วถ้าเป็นเกษตรกรชาวสวนยางโดยเฉพาะภาคใต้มีสวนยาง รายเล็กรายน้อย ๒ ไร่ ๓ ไร่ ถ้าเขียนกำกับเอาไว้ว่า ผู้ใดไม่มีสวนยางมาก่อน แล้วเกษตรกร ชาวสวนยางรายย่อย ๆ ที่มีสวนยางอยู่ ๒ ไร่ ๓ ไร่ อยากจะขอการส่งเสริมสนับสนุนจากรัฐบาล จากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือจาก กยท. ก็ไม่มีสิทธิที่จะขอเลย ฉะนั้นท่านประกอบ ก็เลยว่าเห็นใจเกษตรกรรายย่อย ชาวสวนยางรายย่อยที่มีสวนยางไม่ถึง ๑๕ ไร่ ๒ ไร่ ๓ ไร่ ๔ ไร่ ๕ ไร่ ควรจะมีสิทธิได้รับการส่งเสริมให้ปลูกใหม่ได้ แต่เขาก็มีสิทธิขอรับการส่งเสริม ปลูกใหม่ได้รายละไม่เกิน ๑๕ ไร่ จึงได้มาตัดคำว่า ไม่มีสวนยางมาก่อน และมีที่ดิน และนี่นะครับ เหลือมาตรา ๓๙ ว่า ผู้ใดมีที่ดินเป็นของตนเองไม่น้อยกว่าสองไร่มีความประสงค์จะขอรับ การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกใหม่ ให้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมสนับสนุนต่อ กยท. ตามแบบและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด แล้วบัญญัติเอาไว้ในวรรคสอง ขอรับการส่งเสริม ได้ไม่เกินสิบห้าไร่ ฉะนั้นโอกาสที่จะให้คนที่มีสวนยางเยอะ ๆ อยู่แล้ว อย่างท่านพิเชษฐ์ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผม ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน มีหลายร้อยไร่แล้วจะขอส่งเสริมเพิ่มเติมไม่ได้แล้วครับ ต้องดูเฉพาะรายย่อย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ กยท. ด้วย ผมเชื่อว่า คณะกรรมการ กยท. คงจะไม่เปิดกว้างใครมาขอก็ให้ ๆ ก็คงไม่ใช่ เพราะหลักเกณฑ์ต่าง ๆ นั้น กยท. ต้องดูอย่างละเอียด จะให้เฉพาะเกษตรกรรายย่อยโดยเฉพาะทางภาคใต้ที่ได้ขอมา คณะกรรมาธิการก็ได้แก้ไขตามที่ ส.ส. ทางภาคใต้ กรรมาธิการทางภาคใต้ร้องขอครับ ฉะนั้นขอยืนยันว่าคณะกรรมาธิการได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วครับ
เชิญท่านเลขาธิการ มาตรา ๔๐ ต่อไปครับ เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเรียนเมื่อสักครู่เบื้องต้นว่าในกรณีที่เราเพิ่มผลผลิตมันจะกระทบภาพรวมก็คือเรื่องของราคา วันนี้คณะกรรมการก็มีหน้าที่พิจารณาว่าเราจะสนับสนุนการปลูกใหม่มากน้อยแค่ไหน เมื่อสักครู่จริง ๆ แล้วผมอยากจะถามคณะกรรมาธิการว่าจริง ๆ แล้วในเรื่องของยางพารา ในระดับนโยบายมันจะมีประธานคณะกรรมการนโยบายยางพาราแห่งชาติ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี ดูแลอยู่ กลุ่มนั้นก็จะมีหน้าที่กำหนดว่าวันนี้ประเทศไทยมียางพาราอยู่ ๑๘ ล้านไร่ มันปริมาณเพียงพอไหม ขณะนี้ สปป. ลาวกำลังขยายการผลิต ประเทศจีนกำลังขยายการผลิต ประเทศเวียดนามขยายการผลิต ทุกแห่งทั่วประเทศวันนี้ขยายการผลิต เมื่อก่อนครับท่านประธาน เวลาเขาจะควบคุมพื้นที่การผลิตเขาทำอย่างไรครับ เขาเอาเงินเซสส์มาเป็นเงินสงเคราะห์ การทำสวนยาง ก็คือให้พี่น้องประชาชนโค่นยางเสีย ๒๕ ปีขึ้นไป ยางไม่ค่อยออกแล้วก็ไป โค่นเสีย แล้วก็ให้เงินไป ๑๖,๐๐๐ บาทต่อไร่ ทำให้พื้นที่ยางพาราในประเทศไทยปีละประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ไร่ที่จะไม่มีผลผลิต ถูกไหมครับท่านประธาน นั่นคือการควบคุม ปริมาณการผลิต แต่วันนี้ท่านกำลังมองว่าเราไปส่งเสริม ก็โอเค (OK) ครับ ผมเรียนแล้วว่าเราเห็นด้วยที่จะให้เกษตรกรรายย่อยที่มีที่ดินแค่ ๒-๑๕ ไร่ส่งเสริมไป ผมเพียงแต่ว่าขอให้คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ดีว่า การสนับสนุนแค่ไหน แล้วพิจารณาว่าไม่ใช่เพียงแค่ว่ามี ๒-๑๕ ไร่ แต่ต้องดูถึงความเหมาะสม ของพื้นที่ด้วย วันนี้ท่านเห็นไหมครับพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมแต่ว่าเราไปส่งเสริมจนกระทั่งยางพารา โครงการ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ตายกันเท่าไร บางพื้นที่ไปอยู่ในพื้นที่ที่ดินเค็มถึงยางก็ไม่เจริญเติบโต พี่น้องเกษตรกรกลายเป็นต้องเสียเงินค่าปุ๋ยค่าอะไรขึ้นมามากอีก ตรงนี้พวกเราเป็นห่วง ถ้าเกิดท่านสามารถควบคุมได้เราก็เห็นด้วยที่ให้พี่น้องเกษตรกรรายย่อยได้มีโอกาสทำมาหากิน ในอาชีพยางพาราของเราครับ
ผมว่า ผ่านเลยนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ อย่างนั้นเชิญท่านประกอบแล้วเดี๋ยวท่านประธาน คณะกรรมาธิการจะได้ชี้แจง เชิญอาจารย์ประกอบครับ เดี๋ยวให้อาจารย์ประกอบก่อน มาตรานี้ละครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ กรรมาธิการวิสามัญ ก็กราบเรียนท่านประธานว่าผมขอแก้ข่าวนิดเดียว ที่เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีศุภชัย โพธิ์สุ ท่านบอกว่าผมเห็นด้วยกับการที่ให้ส่งเสริม การปลูกยางให้กับพี่น้องเกษตรกรที่มีพื้นที่เพาะปลูกไม่มากประมาณ ๒ ไร่ ไม่เกิน ๑๕ ไร่ ขอกราบเรียนว่าอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือเปล่า เพราะผมมีจุดยืนอยู่ ๒ เรื่องในเรื่องนี้
เรื่องที่ ๑ ผมต่อสู้เพื่อที่จะให้คนมีสวนยางเก่าที่มีพื้นที่ตั้งแต่ ๑ ไร่ขึ้นไป สามารถที่จะขอสงเคราะห์ปลูกทดแทนได้ ซึ่งในร่างกฎหมายไม่ให้โอกาสตั้งแต่ ๒ ไร่ขึ้นไป แต่เรื่องนี้ผมแพ้โหวตผมรับได้ แต่จริง ๆ จะอยู่ตรงนี้คือตั้งแต่ ๑ ไร่ขึ้นไป
เรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องที่ผมยืนยันมาตลอดว่าการใช้เงินสงเคราะห์ การใช้เงินเซสส์ให้ใช้กรณีเฉพาะปลูกแทนเท่านั้น แต่ไม่เห็นด้วยกับการที่จะส่งเสริม ให้ปลูกรายใหม่ เหตุผลที่ผมกราบเรียนอย่างนี้เพราะว่าเงินเซสส์เป็นเงินเก็บจากภาษี การขายยางส่งออกของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง เพราะฉะนั้นเงินจะต้องกลับมา พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ส่วนนโยบายในการส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรที่ยากจน มีพื้นที่น้อยปลูกยางนั้นเห็นด้วย แต่ต้องใช้เงินก้อนอื่น ต้องใช้งบประมาณหรือเงินอื่น ก็ตามแต่ไม่ใช่เงินเซสส์ เพราะฉะนั้นขออนุญาตเพื่อที่จะแก้ข่าวตรงนี้ด้วยนะครับ เพราะจุดยืนของผมก็คือ ๑. ตั้งแต่ ๑ ไร่ขึ้นไปควรได้เงินสงเคราะห์เพราะต้องเก็บ เงินสงเคราะห์จากเขา เพราะว่าการเก็บเงินสงเคราะห์ท่านประธานครับ แม้แต่ยาง ๑ แผ่น ๑ กิโลกรัมก็เก็บแล้ว ยางพื้นที่ ๑ ไร่ประมาณ ๓-๔ กิโลกรัม แต่ในเมื่อเขาสงเคราะห์ เขาไม่มีสิทธิเลยซึ่งไม่มีความยุติธรรมกับเขา ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของการส่งเสริมปลูกใหม่ ก็มีจุดยืนว่าไม่ควรจะใช้เงินเซสส์เพราะเก็บมาจากคนที่มีสวนยางแล้ว แต่ว่าเห็นชอบ ที่รัฐบาลส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรที่มีพื้นที่ไม่มากปลูกยาง แต่ต้องใช้เงินงบประมาณ ในส่วนอื่น ขอบพระคุณท่านมากครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหาที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เป็นห่วงเกี่ยวกับ เรื่องการปลูกยางใหม่ที่จะเพิ่มขึ้นแล้วก็จะทำให้ยางล้นตลาดแล้วก็จะมีผลต่อราคา ผมต้อง เรียนอย่างนี้ว่าขณะนี้รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านกำลังทำนโยบายสำคัญในขณะนี้เลยก็คือเรื่องของโซนนิ่ง (Zoning) พืชผลทางการเกษตร เพื่อจะได้แบ่งแยกเลยว่าพื้นที่ใดของจังหวัดไหนเหมาะที่จะปลูกพืชผลทางการเกษตรอะไร แล้วรัฐบาลก็จะได้ส่งเสริมและให้การสนับสนุนในพืชผลทางการเกษตรนั้น ๆ เพื่อไม่ให้พืชผลการเกษตรล้นตลาดแล้วก็เป็นปัญหาที่รัฐบาลทุกรัฐบาลจะต้องมาช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรโดยการแทรกแซงราคาพืชผลทางการเกษตรนะครับ ขณะนี้กำลังทำอยู่แล้ว ก็เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประชุมเกือบจะทุกอาทิตย์เลยเรื่องโซนนิ่งเกษตร ก็ขอให้ท่านสบายใจได้ว่าเรื่องนี้ทางรัฐบาลก็ได้มีความห่วงใยว่าพื้นที่ที่จะปลูกยางพารานี้ ควรที่จะปลูกและสนับสนุนตรงพื้นที่จังหวัดไหน พื้นที่อะไรบ้างนะครับ
แล้วอีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนนะครับ มีท่านสมาชิกบอกว่ามูลค่ายางพารา ที่ปัจจุบันสมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เหลืออยู่ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมต้องเรียน ท่านประธานว่าไม่จริงนะครับ คือปัจจุบันนี้ยางพาราที่ผลิตได้ภายในประเทศทั้งหมด ประมาณ ๓.๕ ล้านตัน ปีหนึ่งที่เราส่งออกแล้วก็ทำเงินเข้าประเทศก็ยังอยู่ในระดับ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ไม่ได้ลดลงเป็น ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อไม่ให้สมาชิก หรือประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านได้เข้าใจผิดในตัวเลข และขณะเดียวกันในปีนี้ตั้งแต่ต้นปีมา ๒ เดือน บางช่วงเราก็สามารถเก็บเงินเซสส์ได้กิโลกรัมละ ๕ บาท เพราะว่าราคายางพารา เกิน ๑๐๐ บาทในบางช่วง แล้วก็ได้มีการเก็บ ๕ บาทในบางช่วงของปีนี้นะครับ ผมพูดถึง ปีนี้นะครับ ซึ่งราคายางพาราก็มีการขึ้นและลงในระดับที่สูงกว่า ๑๐๐ บาท และต่ำกว่า ๑๐๐ บาทในขณะนี้ ซึ่งราคาขณะนี้ผมก็เชื่อว่าเป็นราคาที่ไปได้นะครับ แล้วพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางก็ไม่ได้เดือดร้อนครับ
แล้วผมต้องเรียนอีกอันหนึ่งว่าในเรื่องของ กนย. ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์เป็นประธานนะครับ เขาเรียกว่าคณะกรรมการนโยบายยางพาราธรรมชาตินะครับ ไม่ใช่คณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาตินะครับ ขอบคุณครับ
เชิญมาตรา ๔๐ ท่านเลขาธิการครับ ท่านสมบูรณ์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับที่ได้ชี้แจง แต่ผมก็แปลกใจว่ารัฐมนตรีเอาตัวเลขมาจากไหน ว่าวันนี้มูลค่ายางที่ผมอภิปรายไปคลาดเคลื่อน ท่านประธานครับ ผมได้รับข้อมูลจาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเป็นสำนักงานของรัฐบาล ท่านประธานครับ ปริมาณ และมูลค่าการส่งออกยางพาราธรรมชาติ ปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๕ (ข้อมูลจากสำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตร) ผมยกตัวอย่าง ๒ ปีครับ ปี ๒๕๕๔ หรือปี ๒๐๑๑ ปริมาณกิโลกรัม ทั้งหมด ๓,๔๑๔,๗๑๗,๓๔๔ กิโลกรัม มูลค่าคิดเป็นเงินบาท ๔๔๐,๘๖๒,๑๔๓,๔๓๘ ล้านบาท นี่เป็นมูลค่าของปี ๒๕๕๔ พอปี ๒๕๕๕ ปริมาณการส่งออกตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนธันวาคม ๓,๐๕๑,๔๑๗ กิโลกรัม มูลค่าการส่งออกคิดเป็นบาท ๒๗๐,๒๔๔,๑๕๔,๘๘๔ บาท ผมเอา ข้อมูลจากทางรัฐบาลเลยครับ ผมไม่ใช่เป็นคนตั้งตัวเลขขึ้นมามั่ว ๆ ผมเรียนว่าท่านประธาน เห็นไหมครับ บางทีเป็นรัฐมนตรีถูกเขาหลอกก็เลยทำให้ดำเนินนโยบายผิดพลาดไป ท่านอย่าคิดนะครับว่าวันนี้เกษตรกรชาวสวนยางไม่เดือดร้อน เขาเดือดร้อนจนกระทั่ง พูดไม่ออกแล้วครับ วันนี้เขาอยู่ท่ามกลางความทุกข์ก็คือเอาเถอะทนไปแล้วกัน ของมันจะแพง แค่ไหน ราคายางมันไม่ขึ้นก็รอฟ้าดินเทวดาแล้วกัน ท่านรู้ไหมครับท่านผิดพลาด เรื่องนโยบายการบริหารยางพาราเยอะมาก จากมูลค่ากี่แสนล้านบาทครับมันเหลือ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหตุผลเพราะราคาง่าย ๆ ครับท่านประธาน ๓,๐๐๐ ล้านกิโลกรัมคูณด้วย ๒๐๐ มันก็ได้ ๖๐๐,๐๐๐ คูณด้วย ๑๕๐ มันก็ได้ ๔๕๐,๐๐๐ แต่วันนี้ราคายางพาราของท่านท่านยังบอกเลยว่าบางช่วงจะขึ้นถึง ๑๐๐ ก่อนหน้านี้มันอยู่ ๑๐๐ กว่าทั้งนั้นเลย แต่เราไม่ว่ากันแล้ว แต่ว่าวันนี้ท่านทำอย่างไรให้ราคายางมันขึ้น พี่น้องเกษตรกรเขาชื่นชม แล้วเราก็บอกว่าขอให้ท่านเป็นห่วงด้วย
ผมว่า เอาในประเด็นเราได้ไหม
วันนี้ครับท่านประธาน คือวันนี้ถ้าท่าน มองไม่ถูกว่าถ้าเกิดท่านเดินผิดทางราคายางพาราต่อไปมันจะมีปัญหาในอนาคต ผมเลย บอกว่าวันนี้เขาเพิ่มการปลูกกันเยอะ แล้วพอท่านบอกว่ามีโซนนิ่งเราชื่นชมครับ แน่นอน การบริหารยางพาราตั้งแต่พื้นที่ปลูกจนถึงส่งเสริมการส่งออกเป็นหน้าที่ของทางรัฐบาล วันนี้ท่านจัดโซนนิ่งเพื่อการปลูกถูกแล้ว แต่ว่าข้อมูลทั้งหลายผมเรียนว่านี่เป็นข้อมูลจาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และท่านบอกว่าผมเอาตัวเลขมาแบบบิดเบือนอย่างนั้น ท่านไปฟ้องสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรไม่รู้อยู่ในสังกัดท่านหรือเปล่า ผมเรียนนะครับว่า นี่ผมพูดผมไม่เคยใส่ร้ายเลย เอาอย่างนี้ครับท่านประธาน เดี๋ยวผมมอบให้ท่านประธาน อ่านแล้วกัน ขอบคุณท่านประธานครับ
เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ เอามานะครับ ท่านชินวรณ์มีอะไรครับ เอาเฉพาะในประเด็นระหว่างกรรมาธิการกับพวกเรานะครับ
ใช่ครับท่านประธาน
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะเอาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการโดยเฉพาะต่อประเด็นที่กำลังพิจารณาอยู่ครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าจะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ผมอยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ท่านกรรมาธิการกรุณาดูหมวด ๓ นะครับ หมวด ๓ นี้ว่าด้วย เรื่องของการส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกร ซึ่งแบ่งสาระสำคัญออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ คือมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๗ ผู้จะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน นี่คือ หลักการปลูกแทน ซึ่งมีคำนิยามไว้ครับท่านประธานเรื่องคำปลูกแทน มาดูมาตรา ๓๙ ครับ ผมคิดว่าผมมีประเด็นที่แปลกใจมากว่าทำไมประธานคณะกรรมาธิการไม่ชี้แจงที่เป็นประเด็น ได้ถามมาตั้งแต่เริ่มต้น คือมาตรา ๓๙ นั้น ผู้ใดไม่มีสวนยางมาก่อน นี่เป็นหลักการปลูกใหม่ แล้วท่านไปตัดทำไมผมไม่เข้าใจครับ เพราะถ้าท่านไปตัดตรงนี้ก็จะขัดแย้งกับมาตรา ๔ ท่านไปเปิดดูสิครับ มาตรา ๔ ได้มีบทบัญญัติไว้ชัดเจน มาตรา ๔ “การปลูกใหม่” หมายความว่า ปลูกยางพันธุ์ดีในที่ดินที่ไม่เคยปลูกต้นยางมาก่อน เพราะฉะนั้นในมาตรา ๓๙ นี้เป็นมาตรา ที่รับรองในเรื่องหลักการของการปลูกใหม่ เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่แก้ไขตามที่คุณสมบูรณ์ ได้ขอแปรญัตติตัดก็ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่ท่านจะไปตัดถ้อยคำที่ว่า ไม่มีสวนยางมาก่อน เพราะมาตรา ๓๙ นั้นเป็นเรื่องของการปลูกใหม่ชัดเจน และมีบทนิยามในมาตรา ๔ ไว้ เพราะฉะนั้นผมอยากได้ยินคำชัดเจนจากทางคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งครับ
เชิญท่านศุภชัย โพธิ์สุ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ ในฐานะกรรมาธิการ ขอเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านชินวรณ์นะครับว่าตามที่ ท่านชินวรณ์ได้พูดถึงคำนิยามในมาตรา ๔ “การปลูกใหม่” หมายความว่า การปลูกยางพันธุ์ดี ในที่ดินที่ไม่เคยปลูกต้นยางมาก่อน ท่านเข้าใจถูกแล้วและไม่ขัดแย้งกันนะครับ ที่บอกว่า ไม่ขัดแย้งกันก็เนื่องจากว่าในมาตรา ๓๙ ผู้ใดมีที่ดินเป็นของตนเองไม่น้อยกว่าสองไร่ มีความประสงค์จะขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน คือหมายความว่าที่ดินที่เขามีขึ้นมาใหม่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับพื้นที่ที่เขาปลูกยางไว้แล้ว พื้นที่ที่เขาปลูกยางไว้แล้วเขาไม่ต้องมาขอปลูกใหม่ ถ้าเกิดว่าอายุ ๒๕ ปี ๓๐ ปี มันเก่าแล้ว มันแก่แล้วจำเป็นต้องโละปลูกใหม่ เขาใช้คำว่า ปลูกแทน ก็เป็นไปตามนั้นครับ ฉะนั้นจะไม่แย้งกันระหว่างคำนิยามในมาตรา ๔ กับมาตรา ๓๙
ผ่านนะครับท่านชินวรณ์ เดี๋ยวเราไปพูดมาตรา ๔๙ ซึ่งเรื่องสำคัญ ให้ท่านชินวรณ์ก่อน เดี๋ยวท่านประธานตอบครับ เชิญท่านชินวรณ์ก่อนครับ
ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานเป็นนักกฎหมายครับ คือประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ไม่ใช่เป็นเรื่องของข้อโต้เถียง แต่เป็นเรื่องสารบัญญัติของกฎหมายที่ได้กำหนดในมาตรา ๓๗ คือปลูกแทน ซึ่งตรงนั้น ไม่มีใครติดใจครับ เพราะหมายถึงว่าต้องมีสวนยางมาก่อนหรือมีสวนยางบางส่วนก็ใช้สิทธิ ในการปลูกแทน ซึ่งถือว่าเป็นสาระสำคัญที่ไปเกี่ยวข้องกับมาตรา ๔๙ ครับ เกษตรกร ชาวสวนยางที่ปลูกแทนต้องได้รับการดูแลสงเคราะห์อยู่แล้วครับ แต่ว่าในกรณีมาตรา ๓๙ นั้น ต่างกับมาตรา ๓๗ เพราะมาตรา ๓๙ นั้นคือผู้ใดที่ไม่มีสวนยางมาก่อน ซึ่งถูกต้องแล้วครับ คุณไปตัดทำไมครับ มีที่ดินของตนเองไม่น้อยกว่าสองไร่ มีความประสงค์จะขอรับการส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการปลูกใหม่ ท่านต้องเปรียบเทียบ ๒ มาตรานี้ครับ เพราะท่านไปตัด มันก็จะมีปัญหาทันทีตรงที่ว่าถ้ามีสวนยางมาก่อนเขาใช้สิทธิในการปลูกแทนได้อยู่แล้วครับ ในกรณีมาตรา ๓๙ นี้คือในกรณีที่ไม่มีสวนยางมาก่อนก็ต้องใช้สิทธิในการปลูกใหม่ จึงเป็น ประเด็นที่คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ขอแปรญัตติไว้ว่าถ้าเป็นการปลูกใหม่ตามหลักการนี้ คุณสมบูรณ์ก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้เงินจัดสรรจากกองทุนเซสส์ นี่คือชัดเจน เพราะฉะนั้น เมื่อท่านยืนท่านจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปตัดคำว่า ไม่มีสวนยางมาก่อน เพราะเป็นไปตาม คำนิยามอยู่แล้วครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
คือกรรมาธิการ เขาได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ เดี๋ยวผมขอต่อมาตราอื่นต่อไปเลยนะครับ มาตรา ๔๐
ไม่ใช่ครับ คือชี้แจงถูกต้องตาม คำนิยาม
อย่างนั้น เชิญกรรมาธิการตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจงครับว่าผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ผมก็เข้าใจว่า มาตรา ๓๗ มันเป็นข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการปลูกแทน ปลูกแทนก็คือในกรณีที่เกษตรกรมีสวนยางมาก่อน มันเก่า มันแก่พร้อมที่จะโละแล้วก็ ขอเงินสนับสนุนไร่ละ ๑๖,๐๐๐ บาทมาปลูกแทน แต่ท่านต้องไปดูมาตรา ๔๙ ที่พูดถึง เงินกองทุน จัดสรรเงินจากกองทุนตามจำนวนและเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย เราจัดเป็น ๓ ก้อน ก้อนที่ ๑ ไม่เกินร้อยละ ๑๕ เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการของ กยท. แล้วก็ (๑/๑) ที่กรรมาธิการเพิ่มเติมร้อยละ ๖๕ เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางในด้านการปลูกแทน แต่ว่าก้อนที่ ๓ ใน (๒) จำนวนไม่เกิน ร้อยละ ๒๐ เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางทั้งในด้านวิชาการ การวิจัย การเงิน การปรับปรุง คุณภาพผลผลิต การผลิต การแปรรูป การตลาด แล้วก็เรื่อย ๆ ไปจนกระทั่งถึงการปลูกใหม่ ด้วยนะครับ ฉะนั้นมันโยงกันไปมาถึงมาตราการใช้เงินของกองทุนในมาตรา ๔๙ ด้วย ฉะนั้น การปลูกแทนกับการปลูกใหม่มันคนละความหมาย มันคนละหัวข้อ และต้องขออภัย ท่านประธานครับ ผมขออภัยไปถึงท่านประกอบที่ผมได้พูดถึงชื่อท่านในข้อมูลที่คลาดเคลื่อน คือจริง ๆ แล้วเป็นกรรมาธิการจากภาคใต้จริง ๆ แต่ขออภัยขอถอนที่ว่าไม่ใช่ท่านประกอบ แต่เป็นท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้ให้เหตุผลในการขอโอกาส ให้เกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยที่มีสวนยางเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่เกิน ๑๕ ไร่ ให้เขามีโอกาส ได้รับการส่งเสริมในเงินส่วนนี้มาใช้ในการปลูกใหม่เพิ่มเติม ไม่ใช่ปลูกพื้นที่เดิมของเขา พื้นที่เดิมของเขา ๒ ไร่ ๓ ไร่นี่เขามีสิทธิขอเงินมาปลูกแทน แต่ถ้าเกิดว่าเขากรีดยางแล้ว ราคายางดี เขามีเงิน เขาซื้อที่ดินเพิ่มอีก ๒ ไร่ ๓ ไร่ ๕ ไร่ ไม่เกิน ๑๕ ไร่ เขาก็มีสิทธิ ถ้าเขายัง ไม่ได้ขอเงินปลูกใหม่มาก่อนนั้นเขาก็มีสิทธิในการที่ขอเงินมาปลูกใหม่ได้ไม่เกิน ๑๕ ไร่ เป็นข้อเสนอของท่านอภิชาตครับ มีเอกสารยืนยันครับ
ผมว่า น่าจะผ่าน คืออย่างนี้ครับ ท่านจะได้เข้าใจเหมือนกันก่อน เดี๋ยวนะครับอาจารย์ประกอบ มาตรา ๓๗ ที่เราผ่านไปแล้วนี่
ท่านประธานที่เคารพครับ
เดี๋ยวฟัง ประธานนิดหนึ่งก่อน
กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ กรรมาธิการนะครับ
เดี๋ยวถามนิดหนึ่งก่อน นั่งก่อนครับ ท่านอาจารย์ประกอบนั่งก่อนเดี๋ยวผมจะให้พูด ท่านนั่งก่อน เดี๋ยวถามกันไปเยอะจะไม่จบ คือหลักการตามมาตรา ๓๗ ที่เราผ่านไปแล้วอันนี้เป็นหลักการ เรื่องการปลูกแทนนะครับ ฉะนั้นหลักเกณฑ์และวิธีการ เขาก็จะต้องไปว่ากันในเรื่องของพื้นที่ ที่มีการปลูกแทนในพื้นที่เดิมนั่นนะครับ ส่วนมาตรา ๓๙ เป็นพื้นที่ที่ปลูกใหม่ เรื่องการปลูกใหม่ คนละเรื่องกัน ฉะนั้นตอบอย่างนี้จะได้เข้าใจ ท่านชินวรณ์ก็จะได้เข้าใจว่าคนละหลักการ เท่านั้นเอง เชิญอาจารย์ประกอบครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ กรรมาธิการ ขอเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมเข้าใจว่าขณะนี้ ทุกคนเข้าใจคำว่า ปลูกแทน กับ ปลูกใหม่ เพราะฉะนั้นถ้าไม่เข้าใจแล้วจะสับสน ปลูกแทน ก็คือโค่นยางเก่า โค่นแล้วปลูกไปแทน คืออย่างน้อย ๒ ไร่ขึ้นไป
คืออย่างนี้ อาจารย์ประกอบจะพยายามชี้แจงในหลักการมาตรา ๓๗ คืออะไร มาตรา ๓๙ คืออะไร แต่การจะปลูกแทน ปลูกใหม่ เข้าใจ
ผมชี้ให้เห็น
เอาหลักการก่อนครับ
ขอขอบคุณมากครับ มันเชื่อมโยงกัน ท่านประธานครับ ปลูกใหม่นี่คือที่ไม่มียางเก่า ทีนี้ประเด็นปัญหาอย่างนี้ ถ้าเขียนว่า การส่งเสริมให้รายใหม่ปลูกพื้นที่ใหม่ ผู้ที่ไม่มียางมาก่อนปลูกพื้นที่ใหม่ นั่นหมายความว่า อย่างนี้ครับ สมมุติว่าผมมีพื้นที่ปลูกยาง ๒ ไร่ และผมจะขอใหม่สัก ๕ ไร่ ถ้าเขียนว่าผู้ที่ ไม่เคยมีที่มาก่อนจะขอไม่ได้ นี่คือปัญหา นั่นหมายความว่าจะอนุญาตให้ได้ เฉพาะคนที่ ไม่เคยมีสวนยางมาก่อน ประเด็นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังกรรมาธิการเสียงข้างมากว่า เราได้ถกประเด็นนี้กันว่าต้องเขียนให้คลุม ถ้าเกิดว่าคุณอนุญาตให้ใช้เงินกองทุนนี้ไปปลูกใหม่ได้ ก็ต้องให้โอกาสชาวสวนยางที่มีพื้นที่ไม่มากสามารถได้สิทธิตรงนี้ด้วย แต่ถ้าเราเขียนว่า ผู้ที่ไม่เคยมีสวนยางมาก่อนมันจะปิดเลยนะครับ ทำให้คนมีสวนยางเสียเปรียบทันทีเลย นั่นคือปัญหาที่จะต้องดูกฎหมายให้ชัดเจน ผมกราบเรียนว่าถ้าเกิดปล่อยอย่างนี้แล้ว มันจะมีปัญหาในทางปฏิบัติครับ
ท่านอภิชาตก่อนครับ เมื่อสักครู่ถึงท่านอภิชาต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากว่าท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากได้พาดพิงถึงกระผม ความจริงแล้ว ก็เป็นไปตามเหตุผลที่ท่านได้ชี้แจงนะครับ ผมได้ยกประเด็นนี้แล้วก็ได้เคยต่อสู้มาตั้งแต่ สมัยคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดที่แล้วด้วยว่าเกษตรกรที่มีสวนยางของตนเองอยู่แล้ว จะมากจะน้อยก็ช่างเถอะครับ แต่ว่าคนเหล่านี้เคยมีส่วนในการเป็นเจ้าของภาษีเซสส์อยู่ และในกฎหมายฉบับนี้ก็ให้ใช้เงินจากภาษีเซสส์มาส่วนหนึ่งในการปลูกใหม่ ซึ่งจะปลูก มากน้อยเท่าไรก็อยู่ที่คณะกรรมการจะกำหนดในวันข้างหน้า เพราะฉะนั้นในร่างเดิม ที่บอกว่าผู้ใดไม่มีสวนยางมาก่อนแล้วไม่มีสิทธิ ถึงจะได้สิทธิในการขอเงินในการไปปลูกใหม่นั้น ผมคิดว่าไม่เป็นผลดี เนื่องจากว่ามีเกษตรกรจำนวนมากที่มีพื้นที่ปลูกยางเป็นเจ้าของสวนยาง อยู่จำนวนหนึ่งแล้วมีความประสงค์ที่จะขยายพื้นที่ของตัวเองเขาก็ควรจะได้รับสิทธินั้น และสิทธินั้นก็ไม่ได้สิทธิอะไรมากมายนะครับ รายละเอียดมันกำหนดในวรรคสามอยู่แล้ว บอกว่ารายละไม่เกิน ๑๕ ไร่ แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด เพราะฉะนั้น ข้อเสนอของผมแล้วก็ได้รับความเห็นชอบจากกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จึงมีเหตุผลดังนี้ แล้วก็ขอบคุณที่ท่านกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้ชี้แจงรายละเอียดมีเหตุมีผลชัดเจน แล้วท่านประกอบ รัตนพันธ์ ก็ได้ยืนยันซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ก็ขออนุญาตชี้แจงเพื่อให้พี่น้องประชาชน ที่รับฟังเข้าใจด้วย ขอบคุณครับ
ผมว่ามาตรา ๓๙ ก็ได้ชี้แจงพอสมควร เดี๋ยวเราไปมาตราอื่นที่ผมว่าสำคัญ ท่านสมบูรณ์ ได้อธิบายชี้แจงหลายครั้งแล้ว ท่านติดใจอะไรอยู่ไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมเองเป็นคนแปรญัตติมาตรานี้ ถ้าเกิดกรณีทางกรรมาธิการ ไม่มีการแก้ไขก็คงไม่มีการแสดงความคิดเห็น แต่เดิมท่านประธานคงทราบว่าการปลูกใหม่นี่ เป็นอันตรายต่อระดับเสถียรราคาของราคายางพารา ทีนี้ในอดีตที่ผ่านมามีหลายรัฐบาล พยายามที่จะเอาเงินจากกองทุนเซสส์ไปสำหรับส่งเสริมการปลูกใหม่ ท่านประธานคงจำได้ กล้ายาง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ในนั้นเขาเขียนว่าให้เอาเงินจากกองทุนเซสส์นี่ละครับ แต่ว่า เนื่องจากกฎหมายของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ปี ๒๕๓๐ ไม่อนุญาตให้ครับ มันอนุญาตให้เฉพาะปลูกแทนเท่านั้น ปลูกใหม่ไม่ได้ เงินเป็นพันล้านบาทก็เบิกไม่ได้ แต่ว่าสิ่งหนึ่งก็คือรัฐก็ต้องการที่จะส่งเสริมในกรณีที่เกษตรกรรายย่อย ซึ่งไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ภาคไหนนะครับท่านประธาน เราก็เห็นด้วยในเรื่องความเป็นอยู่ของเกษตรกร เราเพียงแต่ บอกว่าถ้าเกิดจริง ๆ แล้วถ้าใช้จากเงินงบประมาณหรือเงินกู้เนื่องจากเป็นนโยบายก็ใช้ไป แต่ว่าวันนี้ถ้าเกิดท่านคิดจะเอาเงินจากกองทุนเราก็บอกว่าขอให้ท่านกำหนดหลักเกณฑ์ให้ดีว่า สนับสนุนเท่าไร เฉพาะกล้ายาง เฉพาะปุ๋ย เฉพาะแรงงานไหม หรือให้เท่ากับการปลูกแทน อันนี้คือเป็นความห่วงใย เพราะถ้าเกิดท่านส่งเสริมโดยไม่จำกัดเพียงแค่บอกว่ามี ๒-๑๕ ไร่ ทีนี้ท่านประธานครับ มันก็จะเต็มทั้งพื้นที่แล้วราคายางก็จะตกลง พอตกลงทีนี้ทุกคน ก็เดือดร้อนกันหมดเราก็เลยเป็นห่วงครับท่านประธาน ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ไม่ทะเลาะอะไรกับท่านรัฐมนตรีครับ ผมขออนุญาตก็คือเนื่องจากให้เจ้าหน้าที่ ถ่ายเอกสารชิ้นนี้แล้วผมก็ขออนุญาตเอาไปให้ท่านรัฐมนตรีครับ
เจ้าหน้าที่ไปเอาเอกสารมา ก็ขอบคุณในข้อสังเกตและแนะนำ หากกฎหมายฉบับนี้ นำไปใช้แล้วฝากท่านรัฐมนตรีที่นั่งเป็นประธานรับไปลองพิจารณาดูในข้อแนะนำของท่าน เชิญท่านจะชี้แจงอะไรในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓๙ ที่มี ผู้อภิปรายหลายท่านได้มีความห่วงใยในมาตรานี้เพราะว่าเป็นเรื่องของการปลูกใหม่ ซึ่งตรงนี้ เราก็ได้เปิดช่องเอาไว้อย่างที่ท่านกรรมาธิการคืออาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ซึ่งท่านก็ได้ชี้แจง ก็ต้องขอบคุณท่านที่ท่านช่วยชี้แจงได้อย่างชัดเจนเพราะว่าท่านก็เป็นกรรมาธิการอยู่แล้ว แล้วในส่วนกรณีเรื่องมูลค่ายางพาราผมก็ยังเรียนชี้แจงยืนยันในตัวเลข ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่าท่านต้องนับถึงการบริโภคภายในประเทศที่เอามาผลิตเป็นถุงมือยาง เป็นยางรถยนต์ ต่าง ๆ แล้วเราส่งออกเราต้องคิดมูลค่าตรงนี้ไปด้วย ขอขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญมาตรา ๔๐ ต่อไปครับ
มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ กองทุนพัฒนายางพารา ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ และมาตรา ๔๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๗ มีการแก้ไข มาตรา ๔๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๙ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะลำดับท่านกรรมาธิการ ท่านแรกจะเป็นท่านเชน เอากรรมาธิการก่อนนะครับ มีท่านเชน แล้วต่อไปท่านชินวรณ์ แล้วก็ท่านอภิชาต แล้วก็ท่านสมบูรณ์ที่ขอแปรญัตติไว้ เชิญท่านเชนก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ในมาตรา ๓๙ กรรมาธิการมีการแก้ไข ซึ่งในการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนั้นผมไม่เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการ ถึงได้ขอแปรญัตติโดยสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพิ่มเติมความ ในมาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง และวรรคสองเป็นดังนี้
วรรคหนึ่ง จำนวนไม่เกินร้อยละยี่สิบห้า เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการ ของ กยท. และเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางทั้งในด้านวิชาการ การวิจัย การเงิน การผลิต การแปรรูป การตลาด และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับยางพารา การส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการปลูกใหม่ การอุตสาหกรรมแปรรูปยางขั้นต้น การอุตสาหกรรม การผลิตผลิตภัณฑ์ยาง การอุตสาหกรรมไม้ยาง การรักษาเสถียรภาพราคายาง การพัฒนา ยางพารา การจัดสวัสดิการสังคมเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง และกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์ ต่อเกษตรกรชาวสวนยางหรือผู้ประกอบกิจการยาง
(๒) จำนวนเงินนอกจากวรรคหนึ่ง (๑) ให้เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางในด้านการปลูกแทน ข้อความอื่นตัดออก
โดยเหตุผลใน ๒ ประเด็นนี้ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะชี้แจง กับท่านประธานอย่างนี้ครับ การที่ผมเสนอให้จำนวนเงินไม่เกินร้อยละยี่สิบห้า ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานก่อนว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติจัดตั้งหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจของการยางแห่งประเทศไทย เกิดจากการยุบรวมส่วนราชการ ๓ ส่วนราชการ เข้ามาด้วยกัน แล้วแปลกมากนะครับ ไม่เคยมีพระราชบัญญัติฉบับไหนหรืออันไหนมาก่อน ที่การจัดตั้งหน่วยงานของรัฐขึ้นมาเป็นรัฐวิสาหกิจก็ดีไม่ต้องใช้เงินของราชการเลย ไม่กล่าวถึงที่มาของเงินที่จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเลย สิ่งที่เป็นความตั้งใจจริง ๆ ที่จะใช้เงินเซสส์ ซึ่งกระผมได้เรียนท่านประธานไว้ตั้งแต่เบื้องต้นว่าเงินเซสส์นี่พวกกระผม ได้อธิบายกับท่านประธานแล้วนะครับว่าเงินเซสส์เป็นเงินที่เก็บจากเกษตรกรชาวสวนยาง โดยการเก็บจากเกษตรกรชาวสวนยางนี่เก็บที่ปลายน้ำ คือเก็บตอนส่งออกไปต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในประเทศไม่ต้องเสีย ไม่ต้องเก็บ แต่ว่าเก็บที่ผลิตภัณฑ์ที่ส่งไปต่างประเทศ ยางที่เป็นค่าพรีเมียม (Premium) ที่เก็บจากค่าธรรมเนียมการส่งออก และเป็นเงิน ของเกษตรกรโดยแท้ เกษตรกรที่ว่านั้นคือเกษตรกรที่ปลูกยางพารามาก่อน เดิมเจตนา ของการเก็บเงินค่าธรรมเนียมการส่งออกบอกไว้ชัดเจนนะครับว่าเงินจำนวนนี้เราต้องการ เอามาช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางวันที่จำเป็นจะต้องโค่นยางพาราที่มันหมดอายุแล้ว ยางพารานี่แตกต่างกับพืชสวนหรือพืชไร่อื่น ๆ นะครับ การที่จะได้ผล การปลูก การดำเนินการปลูกใหม่ ปลูกแทน จะต้องใช้เวลาประมาณ ๗ ปีถึงจะได้ผลที่สมบูรณ์ เริ่มได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า เรียนท่านประธานอย่างนี้ว่ามันเป็นช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน ที่เกษตรกรจะไม่มีรายได้แล้วก็จะต้องเสียเงินในการทะนุบำรุงการปลูก การใช้จ่าย ทั้งวัสดุ ทั้งปุ๋ย ทั้งแรงงาน ทั้งการบำรุงรักษาทั้งหลาย รวมทั้งกล้าพันธุ์ของยางพาราด้วย แต่ว่า เราประสงค์ที่จะเอาเงินก้อนนี้เก็บไว้ให้เกษตรกร แล้วส่วนหนึ่งก็เอามาเพื่อการรักษา เสถียรภาพของยางพารา อย่างนี้เราอธิบายได้ แต่ว่าหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่แปลกที่สุด ในการบัญญัติกฎหมายมา เป็นรัฐวิสาหกิจที่ประสงค์จะเอาเงินของเกษตรกรมาบริหารจัดการ บางเรื่องมีเหตุมีผลครับ อย่างกรณีการวิจัย การดำเนินการอื่น ๆ แต่ผมประสงค์ที่จะให้ เป็นรายย่อย การปลูกใหม่ก็ดี การส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปยาง การดำเนินการต่าง ๆ ก็ดี กระผมเองเห็นว่าเป็นภารกิจของรัฐบาลควรที่จะเอาเงิน ของรัฐบาลมาที่จะใช้จ่ายเหล่านี้ รวมทั้งการส่งเสริมการค้ายาง ผู้ประกอบกิจการยางต่าง ๆ ผมเลยจัดงบประมาณตัวนี้ไว้เพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินเซสส์ เงินเซสส์อย่างที่ว่านี้ก็คือ เงินของเกษตรกรแบ่งให้ไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นอกเหนือจากนั้นผมให้กับเกษตรกรในวรรคสอง เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ในด้านการปลูกแทนทั้งสิ้นนะครับ ซึ่งเดิมก็เป็นอย่างนั้น เดิมจะให้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สำหรับการวิจัย การพัฒนาต่าง ๆ การใช้จ่ายของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มมาเป็น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าจะเบียดบังเอาเงินของเกษตรกรมากขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ แล้วเอาไปใช้ในวัตถุประสงค์ที่ ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมเกษตรกร ช่วยเหลือเกษตรกรจากเงินที่เขาเก็บหอม รอมริบไว้เอามาใช้จ่ายในเรื่องของเขาแล้วเราไปใช้จ่ายในด้านอื่น ๆ ซึ่งมีภารกิจมากมายเลย ท่านประธานจะเห็นนะครับ แล้วการเขียนภารกิจไว้อย่างนี้ไม่ได้เขียนโดยข้อจำกัดว่า เอาไปทำเท่าไร ไปให้น้ำหนักกับส่วนไหน เพราะฉะนั้นผมแยกน้ำหนักชัดเจนว่าวรรคหนึ่ง จำนวนไม่เกินร้อยละ ๒๕ ใช้จ่ายอื่น ๆ วรรคสอง จำนวนเหลือจากนั้นก็คือร้อยละ ๗๕ ต้องคืนเกษตรกร ใช้ในการปลูกแทนของเกษตรกร ส่งเสริมให้ เพราะเป็นเงินของเขา ผมคิดว่าผมจำเป็นจะต้องอธิบายอย่างนี้กับท่านประธานเพื่อจะเรียนท่านประธานว่า ผมออกไปข้างนอก จะเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลก็ดี เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านก็ดีที่ไม่ทำสวนยาง เขาไม่ทราบนะครับ ไม่ทราบจริง ๆ หลายคนว่ามีด้วยหรือเอาเงินของเกษตรกรมาตั้ง การยางแห่งประเทศไทย เขาเข้าใจว่าเงินที่พูดถึงเป็นเงินของหลวง เงินของรัฐบาล แต่อันนี้ ผมแยกพูดให้ชัดเจน อธิบายให้เห็นรูปธรรมชัดเจนก็คือว่ามันไม่ใช่เงินหลวง มันเป็นเงินราษฎร์ เงินของราษฎร ท่านประธานครับ ความคิดอย่างนี้มันมีลุกลามนะครับ เดี๋ยวนี้ลุกลามไปถึง ความคิดที่จะไปเอาเงินของผู้ใช้แรงงานที่เก็บสะสมไว้เห็นว่าเป็นเงินก้อนโตจะเอามาใช้กันก่อน ทำนองนี้ ผมไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีก ในเรื่องนี้มีความชัดเจนครับที่พูดนี่ เพราะพูดนี่ ไม่ใช่ว่าไม่ส่งเสริมอย่างอื่นนะครับท่านประธาน ผมเคยเรียนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่าผมส่งเสริม ผมสนับสนุนให้รัฐบาลทำการส่งเสริมให้มีนิคมอุตสาหกรรมยางหรือเมืองยางที่เคยพูดกัน มานาน ทำเสียที ทำให้เป็นรูปธรรมเสียที แต่อย่าเอามาพูดว่าอันนี้เป็นอย่างนี้เพราะขัดขวาง ไม่ให้ไปทำ เงินของรัฐมีเก็บภาษีอากรจากชาวสวนยางในส่วนอื่น ๆ แต่เฉพาะเงินพรีเมียม การส่งออกเป็นเงินของเขาโดยเฉพาะที่ต้องการเอามาเพื่อชดเชยการขาดรายได้ระหว่างที่ ปลูกแทนนะครับ ท่านประธานครับ ผมเลยแปรญัตติว่าเงินจำนวนไม่เกินร้อยละ ๒๕ เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการของ กยท. และเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ส่วนเงินจำนวน นอกเหนือจากนั้นคือ ๗๕ เปอร์เซ็นต์เป็นเงินที่ต้องคืนเกษตรกรเขาใช้ในการปลูกแทนครับ และไว้ใช้ในการรักษาเสถียรภาพยางโดยความจำเป็นต่าง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมแปรญัตติด้วยเหตุผลอย่างนี้ ขอบคุณครับ
ท่านชินวรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมและท่านอิสสระ สมชัย ได้ขอสงวนความเห็นที่จะแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๔๙ นะครับ ท่านประธาน ความในมาตรา ๔๙ ที่กระผมได้ขอแก้ไขเพิ่มเติมมีดังต่อไปนี้ครับ คือให้คณะกรรมการจัดสรรเงินกองทุนตามจำนวนและเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้
(๑) จำนวนไม่เกินร้อยละสิบห้า เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการของ กยท.
(๑/๑) จำนวนไม่เกินร้อยละสิบ เป็นค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา ที่เกี่ยวข้องกับยางพาราตามมาตรา ๘ (๒)
(๒) จำนวนไม่เกินร้อยละห้า เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางทั้งในด้านวิชาการ การเงิน การผลิต การแปรรูป การตลาด และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับยางพารา การส่งเสริม สนับสนุนให้มีการปลูกใหม่ การอุตสาหกรรมแปรรูปยางขั้นต้น การอุตสาหกรรม การผลิต ผลิตภัณฑ์ยาง การอุตสาหกรรมไม้ยาง การรักษาเสถียรภาพราคายาง การพัฒนายางพารา การจัดสวัสดิการสังคมเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง และกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ชาวสวนยางหรือผู้ประกอบกิจการยาง
(๒/๑) จำนวนเงิน นอกจาก (๑) (๑/๑) และ (๒) เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการปลูกแทน ถ้าเป็นตัวเลขคือร้อยละ ๗๕ นะครับท่านประธาน เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน
การบริหารและจัดสรรเงินกองทุนให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการ กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีซึ่งต้องคำนึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนายางพารา รวมทั้งการใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในการเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๔๗
เงินที่ได้จัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่งจะนำไปใช้ในการอื่นนอกจาก ที่กำหนดไว้มิได้ นี่ก็ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่งครับ
ในกรณีที่เงินกองทุนไม่เพียงพอเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตาม (๒) ให้คณะกรรมการจัดสรรเงินเพิ่มขึ้นจากรายได้ตามมาตรา ๑๒ ได้อีกไม่เกินร้อยละยี่สิบ ของจำนวนเงินที่กำหนดไว้ใน (๒) หากรายได้ไม่มีพอจ่าย ให้รัฐตั้งรายจ่ายเพิ่มเติมในงบประมาณ ประจำปีตามความจำเป็น
ในกรณีที่มีเงินเหลือจ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้เก็บไว้เพื่อนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายนั้น ๆ ในปีต่อไป
คือหลักประเด็นของผมมีอยู่อย่างนี้นะครับท่านประธาน ขออนุญาตที่จะ เรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกในสภานี้ว่ามาตรานี้เป็นมาตราที่เป็นหัวใจ ของร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ครับ ที่ผมว่าเป็นหัวใจเพราะอะไรครับ เพราะว่าการต่อสู้ในเรื่องของการที่จะให้การบริหารภาคยางเป็นเอกภาพนั้นได้เริ่มต้นมา ตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ถ้าท่านประธานจำได้ คือเราได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ในการพัฒนายาง ครบวงจรในสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย แนวความคิดในการที่จะนำการบริหารภาคยาง มาให้เป็นเอกภาพนั้นถือว่ามีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่ายางพารากลายเป็น พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ และในช่วงราคายางพาราดี เช่น ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราสามารถส่งออกยางพาราได้เงินเข้าประเทศมากที่สุด กว่าผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่น ๆ และที่สำคัญไปมากกว่านั้น วันนี้ยางพารายังมีผลผลิต ที่เป็นรายได้ให้กับประเทศเพิ่มขึ้นคือไม้ยางพารา ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ยางพาราจึงเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดเดียวที่พี่น้องเกษตรกรต้องจ่ายเงินเป็นค่าธรรมเนียม ที่เราเรียกว่าเงินเซสส์ เราต้องย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ครับว่าตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ เราได้มี การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ปี ๒๕๓๘ ก็ได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ แล้วจนท้ายที่สุดในปี ๒๕๓๘ นั่นเองครับ เราได้แก้ไขมาตรา ๒๑ เพื่อให้ผู้ที่ไม่มีสวนยางพารามาก่อน สามารถได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง แต่ว่ายุคนั้นก็ให้ไปครึ่งหนึ่ง ทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในภาคอีสานที่มีอยู่ในวันนี้นะครับ ในวันนั้นขณะนั้น ท่านไม่มีสวนยางพารามาก่อน แต่ท่านสามารถได้รับการดูแลจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์ การทำสวนยางเนื่องจากมีการแก้ไขกฎหมายฉบับนั้น วันนี้เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง มาตรา ๔๙ นี้จึงเป็นหัวใจสำคัญว่าเราจะต้องมาแก้ไข เพื่อให้มีการใช้เงินค่าธรรมเนียมจากเงินเซสส์ ซึ่งปัจจุบันนี้เก็บได้เพิ่มมากขึ้นปีละประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท จากราคายางที่ปรากฏตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง เมื่อสักครู่นี้ครับ แต่วันนี้เมื่อมาดูร่างที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ให้ความเห็นชอบครับ ท่านประธานครับ กลายเป็นว่าได้มีการแก้ไขการจัดสรรเงินกองทุนให้คืนกลับกับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินสงเคราะห์ตัวจริงหรือเงินค่าธรรมเนียมเซสส์ตัวจริงไปใช้ในด้านการปลูกแทน เหลือจำนวนไม่เกินร้อยละ ๖๕ นี่ละครับคือเป็นประเด็นสำคัญที่ผมคิดว่ามาตรานี้คงให้ ผ่านไปไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องพูดจากันให้ชัดเจน และถ้าคณะกรรมาธิการได้ยอมรับ ความเป็นจริง คณะกรรมาธิการก็ต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขครับ เพราะมาตรานี้ถ้าเพื่อนสมาชิก ในสภานี้ยินยอมให้เป็นไปตามความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการ ไม่ยอมคืนกลับ สิ่งที่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางต้องจ่ายเองแล้วทำให้เขาต้องสูญเสียผลประโยชน์ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือให้จ่ายเป็นค่าปลูกแทนเหลือร้อยละ ๖๕ จากกฎหมายเดิมร้อยละ ๘๕ นะครับ กฎหมายฉบับเดิมของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางได้กำหนดไว้ ชัดเจนครับท่านประธาน ร้อยละ ๑๐ เป็นค่าบริหารจัดการของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์ การทำสวนยาง ร้อยละ ๕ เพื่อการวิจัยและทดลอง ที่เหลือร้อยละ ๘๕ ต้องคืนกลับให้กับ เกษตรกร แต่วันนี้คณะกรรมาธิการแทนที่จะทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุด กลับไปลด เงินที่เขาควรจะได้รับค่าตอบแทนจากเงินที่เขาจ่ายมาเองเหลือร้อยละ ๖๕ ท่านประธานครับ ก็มีการกล่าวอ้างว่า เนื่องจากว่ามีการรวมการบริหารภาคยางเพื่อนำองค์การสวนยาง กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง สถาบันวิจัยยาง มารวมด้วยกัน มีความจำเป็นที่ต้องมี การบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ตรงนี้ผมเห็นด้วยครับ ผมก็ยอมให้เป็น ร้อยละ ๑๕ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ เพราะเมื่อเรารวมสถาบันวิจัยยาง ซึ่งเดิมบุคลากรเป็นของกรมวิชาการ ได้รับเงินเดือนจากงบประมาณจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แต่เมื่อมารวมกันเป็นการยางแห่งประเทศไทยก็ควรที่จะได้รับเงินค่าตอบแทน จากส่วนการยางแห่งประเทศไทย ร้อยละ ๑๕ ไม่มีใครติดใจครับ แต่ว่าวัตถุประสงค์ที่สำคัญ ที่สุดในการยกร่างพระราชบัญญัติการยาง หรือแม้แต่ยกร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ การทำสวนยางตั้งแต่เริ่มต้น อีกส่วนหนึ่งก็คือต้องการที่จะให้เอาเงินค่าธรรมเนียมนี้ไปใช้ เพื่อการวิจัยและเพื่อการพัฒนา แต่ท่านกลับไม่ให้ความสำคัญ กลับไปรวมไว้ในภารกิจอื่น ที่เขียนไว้อย่างมากมาย แล้วเป็นการเปิดกว้างที่จะให้คณะกรรมการยางใช้เงินก้อนนี้ไปทำ ในเรื่องอื่นได้ และในท้ายที่สุดผมเป็นห่วงมากครับรัฐบาลชุดนี้ เพราะไม่ได้ให้ความสนใจกับ เรื่องการวิจัยและการพัฒนาเลย เมื่อวานนี้ผมไปสัมมนาในนามคณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ ท่านดอกเตอร์นิพนธ์จากทีดีอาร์ไอ (TDRI) ก็ออกมาเรียกร้องชัดเจนว่ารัฐบาลนี้ จัดงบการวิจัยเพื่อการเกษตรไม่ถึง ๑ สลึงครับ ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาต้องใช้งบการวิจัย ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๓ ของจีดีพี (GDP) ผมเคยเรียกร้องว่าเราควรจะมีงบวิจัยและพัฒนาให้ได้ ร้อยละ ๒ ของจีดีพี แต่ปรากฏว่าวันนี้รัฐบาลนี้ปรับลดลงไปไม่ถึง ๑ สลึงของจีดีพี เพราะฉะนั้นเมื่อท่านไปรวมไว้ใน (๒) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่งเสริมสนับสนุนในเรื่องอื่นด้วย ไม่แยกออกมาต่างหาก ผมคิดว่าตรงนี้ผมก็ยอมรับไม่ได้เพราะเป็นหลักการสำคัญเลยครับว่า ๑. ค่าบริหารจัดการ ๒. วิจัย ทดลอง มีสถาบันวิจัยยางเพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่ม ซึ่งตรงกับหลักการ ในการที่เราจะมุ่งเน้นที่จะพัฒนาภาคเกษตรของเราตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ แผน ๑๑ ด้วย และประการสุดท้าย ก็คือการไปส่งเสริมสนับสนุนให้ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางในด้าน การปลูกแทนเหลือร้อยละ ๖๕ ผมอยากย้ำตรงนี้เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่ร่วม สร้างกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ร่วมสร้างกองทุนเงินเซสส์นี้มาจากหยาดเหงื่อ แรงงานของพี่น้องเกษตรกรทั้งหมด วันนี้คณะกรรมาธิการชุดนี้กลับลดลงมาเหลือ ร้อยละ ๖๕ ไม่ใช่ผมไม่ยอมรับความคิดเห็นว่าเรามีความจำเป็นต้องไปใช้จ่ายในด้านอื่นครับ ก็ยอมรับความคิดเห็น แต่ผมคิดว่าจุดที่ควรจะอยู่กึ่งกลางที่ควรจะให้เกษตรกรซึ่งเป็น ผู้รับภาระเองเขาควรได้รับมากขึ้นเขาก็ควรน่าจะอยู่ร้อยละ ๗๕ ครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงได้มีการแปรญัตติดังต่อไปนี้ท่านประธานครับ ผมได้มี การแปรญัตติในการจัดสรรเงินกองทุนสงเคราะห์เป็น ๓ หลักการใหญ่ ๆ ที่อยากจะเรียนต่อ คณะกรรมาธิการเพื่อได้กลับไปทบทวนปรับปรุงดูอีกครั้งหนึ่งครับ
ท่านได้อ่านแล้วครับ
และวันนี้ถ้าท่านไม่ปรับปรุง ผมเชื่อว่าต้องมีการลงมติครับ ผมอยากเรียนย้ำสั้น ๆ อีกครั้งหนึ่งครับว่า
๑. ก็คือให้มีการจัดสรรไม่เกินร้อยละสิบห้า เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการ ของ กยท.
๒. ไม่เกินจำนวนร้อยละสิบ เป็นค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง กับยางพาราตามมาตรา ๘ (๒) ไว้ให้ชัดเจน เพื่อสอดรับในการที่เราไปยุบรวมสถาบันวิจัยยางมา เพื่อต้องการที่จะให้ได้มีความคล่องตัวและอิสระในการวิจัยและพัฒนา
๓. คือให้เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการปลูกแทน ก็คือ ร้อยละ ๗๕ นั่นเอง
ในชั้นต้นนี้ผมเรียนเพื่อหารือกับทางประธานคณะกรรมาธิการว่าเพื่อให้พบ จุดกึ่งกลางตรงนี้เราก็สามารถที่จะเดินไปได้ เพราะผมเข้าใจว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีการสงวนความเห็นซึ่งดูในนี้อาจจะแตกต่างกันบ้าง แต่ว่าถ้าเป็นจุดที่ท่านยินยอมจะคืนกลับ ให้กับเกษตรกรอยู่ในจุดที่เหมาะสมที่เขาเป็นคนต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมนี้เองผมคิดว่า พวกผมก็รับได้ แต่ถ้ากรรมาธิการยังยืนยันที่จะใช้เสียงข้างมาก ผมขอรับฟังคำชี้แจง แล้วก็สงวนสิทธิที่จะขึ้นมาแสดงความคิดเห็นอีกต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านอภิชาตจะใช้สิทธินะครับ คืออย่างนี้นะครับท่านสมาชิกครับ เพื่อที่จะให้มีความกระชับ ในเหตุผลในการเพิ่มและตัดของท่านสมาชิก แล้วก็มีท่านสมาชิกอีกหลายท่านที่ประสงค์ จะแสดงความเห็นก็เอาตามกรอบที่เราวางไว้ตั้งแต่เบื้องต้นอย่าได้เกินในช่วงเวลา ๗ นาที ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะต้องตอบแล้วก็ซักถามกันอีกพอสมควร อันนี้ขอความร่วมมือนะครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้สงวนความเห็นในมาตรานี้ไว้ ก็อยากจะเรียนกับท่านประธานว่า ใช้เวลาไม่มากนะครับ แล้วก็ไม่ต้องการจะอภิปรายซ้ำกับเพื่อนสมาชิกที่ได้ลุกขึ้น แสดงเหตุผลแล้ว เพียงแต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก และพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านว่ามาตรา ๔๙ นี้เป็นเรื่องของมาตราที่ว่าด้วยการใช้เงินกองทุน พัฒนายางพารา เงินกองทุนพัฒนายางพารามีที่มาของมันก็คือทรัพย์สิน หนี้สินต่าง ๆ ที่อยู่ในกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางซึ่งก็เป็นเงินเซสส์เป็นส่วนใหญ่ และ ๒. ก็คือ เงินเซสส์ที่จะเก็บได้ใหม่ แล้วก็เงินค่าบำรุง ค่าตอบแทน แล้วก็ดอกผลต่าง ๆ เป็นเงินก้อนหนึ่ง ที่จะมาบริหารจัดการในมาตรา ๔๙ นี้ ในร่างที่ผ่านความเห็นชอบของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ได้แบ่งเงินกองทุนพัฒนายางพาราซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเซสส์เป็น ๓ กอง กองแรก ก็คือ จำนวนไม่เกินร้อยละ ๑๕ เป็นค่าบริหารจัดการของการยางแห่งประเทศไทยที่เราจะจัดตั้งขึ้น จากการรวมเอาหน่วยงาน ๓ หน่วยงานมารวมกันให้เป็นค่าบริหารจัดการไปไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ ๒ คือไม่เกินร้อยละ ๖๕ ส่งเสริมในการปลูกแทน และส่วนที่ ๓ ก็คือ ไม่เกินร้อยละ ๒๐ เป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องอื่น ๆ ที่เหลือนะครับ อาทิเช่น การปรับปรุง คุณภาพการผลิต เรื่องของการวิจัย เรื่องของการแปรรูป การตลาด การรวมกลุ่มจัดตั้ง สถาบันเกษตรกร รักษาเสถียรภาพราคายาง การจัดสวัสดิการสังคมอะไรต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่า การแบ่งเงินในลักษณะเช่นนั้นไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ กยท. และไม่ได้สอดรับกับเจ้าของเงินคือที่มาของเงิน ซึ่งมาจากค่าธรรมเนียมหรือเงินเซสส์ ซึ่งได้มาจาก ผลผลิตของคนที่ปลูกยางรายเก่าอยู่ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อกฎหมายฉบับนี้สนับสนุนทั้งการปลูกแทน และการปลูกใหม่ ซึ่งให้โอกาสพี่น้องเกษตรกรทั้งรายเก่าและรายใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็น รายเก่าในการได้ใช้เงินในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นการที่เราจะดูว่าการใช้เงินส่วนนี้ที่เหมาะสม ควรจะเป็นอย่างไร ผมคิดว่าก็ต้องกลับไปดูในมาตรา ๘ ในมาตรา ๘ ได้แบ่งวัตถุประสงค์ไว้ ชัดเจน และภาระหน้าที่ในมาตรา ๙ ต่าง ๆ ก็สอดรับกับมาตรา ๘ เพราะฉะนั้นการใช้ เงินกองทุนพัฒนายางพาราก็เพื่อไปบรรลุวัตถุประสงค์นี้ ผมถึงได้แปรญัตติโดยการให้แบ่งเงิน ออกเป็น ๔ กอง กองที่ ๑ จำนวนไม่เกินร้อยละ ๑๕ เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการ กยท. อันนี้ก็ได้รับฟังความคิดเห็นข้อมูลข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่ปฏิบัติงานอยู่แล้วว่า มีความเหมาะสม มีความจำเป็นก็ร้อยละ ๑๕ ไม่เกินนะครับ ส่วนที่ ๒ ไม่เกินร้อยละ ๘ เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนา เกี่ยวกับยางพารา ซึ่งในที่ประชุม คณะกรรมาธิการ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วาระที่หนึ่งก็ได้พูดถึงเรื่องของการวิจัย การส่งเสริมการวิจัย และในวัตถุประสงค์ของการยางแห่งประเทศไทยก็เขียนไว้ชัดในข้อที่ ๒ ของมาตรา ๘ บอกว่าส่งเสริม สนับสนุน และจัดให้มีการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย พัฒนา และเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับยางพาราซึ่งต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง ในอดีตเราอาจจะ ใช้สถาบันวิจัยยางเป็นผู้ใช้เงินก้อนนี้ แต่ในอนาคตการยางแห่งประเทศไทยจะสนับสนุน ทั้งการวิจัยของตัวเองทั้งสนับสนุนให้นักวิชาการหน่วยงานที่อยู่ข้างนอกได้ใช้เงินก้อนนี้ ในการศึกษาวิจัยและพัฒนาในด้านต่าง ๆ นี่จำเป็นต้องแยกออกเป็นอีกกองหนึ่ง กองที่ ๓ ก็คือจำนวนไม่เกินร้อยละ ๑๐ เป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น เรื่องของการสนับสนุน ส่งเสริม เกษตรกรผู้ประกอบกิจการในเรื่องของการเงิน การผลิต การแปรรูป การอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยาง อันนี้เป็นก้อนหนึ่งและก้อนสุดท้ายจำนวนเงินที่เหลือจากที่ไม่เกินร้อยละ แต่ละร้อยละ ท่านประธานเห็นว่าร้อยละอันแรกไม่เกินร้อยละ ๑๕ อันที่ ๒ ไม่เกินร้อยละ ๘ อันที่ ๓ ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ส่วนที่เหลือนอกจากนั้นต้องเอามาใช้ในการปลูกแทนและปลูกใหม่ ตัวเลขจะต่างกันนะครับ ในร่างที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการก็คือล็อกไว้เลยว่า ไม่เกินร้อยละ ๖๕ แต่ในส่วนของผมนี้ถ้าปีใดก็ตามที่ท่านใช้เงินในการบริหารจัดการ ไม่ถึงร้อยละ ๑๕ เงินส่วนที่เหลือกองไว้ ค่าใช้จ่ายในการศึกษาวิจัยถ้าในปีนั้นไม่มีความจำเป็น หรือใช้จ่ายครบแล้วพอแล้ว เหลือกองไว้ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่เหลือกองไว้ ทั้งหมดนี้จะมารวมในกองสุดท้าย ซึ่งมากกว่าร้อยละ ๖๕ สามารถที่จะเอาเงินก้อนนั้น ไปสนับสนุนให้ในเรื่องของการปลูกใหม่ปลูกแทนได้ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมคิดว่า เจตจำนงในการแปรญัตติในมาตรา ๔๙ นี้ของเพื่อนสมาชิกและของคณะกรรมาธิการ เสียงส่วนน้อยก็เพื่อต้องการให้เงินที่เหลือเป็นเงินสำหรับการปลูกแทนให้เหลือมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ วันนี้เมื่อกรรมาธิการไปล็อกไว้เพียงไม่เกินร้อยละ ๖๕ เช่นนี้ไม่เป็นคุณ กับเกษตรกรเจ้าของสวนยางแน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการ เพื่อขอต่อรองก็คือว่าขอปรับตัวเลขตรงนี้ได้ไหมครับ ขอปรับตัวเลขให้เป็นตัวเลขที่มากกว่า ร้อยละ ๖๕ ซึ่งท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้นำเสนอเมื่อสักครู่นี้ก็คือสำหรับการปลูกแทน ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๕ ถ้าเราได้แค่นี้ในส่วนอื่น ๆ ผมคิดว่าไม่เป็นปัญหาและเป็นหลักประกัน ให้กับพี่น้องเกษตรกรเจ้าของสวนยาง ซึ่งเป็นเจ้าของเงินเซสส์ เจ้าของเงินส่วนใหญ่ของเงินในกองทุนพัฒนายางพารานี้ เพราะฉะนั้น ก็กราบเรียนกับกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ว่าท่านจะยอมผ่อนปรนสักนิดไหมครับ ลงมาในส่วนนี้เพื่อพี่น้องเกษตรกรที่เป็นเจ้าของเงินอย่างแท้จริง ให้เหลือสัดส่วนร้อยละ ๗๕ ขอบคุณครับ
ท่านกรรมาธิการเชิญครับ ท่านสมบูรณ์ขอแปรญัตติแล้วก็กรรมาธิการได้ชี้แจงแล้ว ท่านพอใจแล้ว เมื่อพอใจแล้วพอแล้วกระมังครับ เดี๋ยวจะให้ทางกรรมาธิการเขาได้ชี้แจง เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานมากครับ ท่านประธานครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมว่า คณะกรรมาธิการคงทำรายงานผิดแล้วนะครับ โดยเฉพาะมาตรา ๔๙ นี้ผมไม่พอใจหรอกครับ เป็นมาตราหลักของกฎหมายฉบับนี้ด้วย
อย่างนั้นท่านติดใจนะครับ จะได้แก้ตอนนี้เลยนะ
ครับ
ของท่านก็มีตัวเลข ท่านเสนอตัวเลขมาเลยนะครับ เดี๋ยวจะได้ฟังทางฝั่งกรรมาธิการ เพื่อจะได้ต่อรองตัวเลขกันดูได้หรือไม่ได้ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมาย การยางแห่งประเทศไทย สาระสำคัญก็คือเอาหน่วยงานของยางมารวมกันนะครับ แล้วก็ สาระสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องการใช้เงินเซสส์ หรือเงินสงเคราะห์นี่ครับท่านประธาน กฎหมายเดิมของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ เป็นต้นมา เขาพูดถึงการส่งออกยางพารา พอส่งออกยางพาราเขาก็เก็บเงินสงเคราะห์ไว้โดยตั้งแต่ ปี ๒๕๐๓ สกย. ก็เรียกเก็บเงินสงเคราะห์ในอัตราก้าวหน้า สมัยนั้นเขาเก็บกิโลกรัมละ ๕๐ สตางค์ แล้วก็ถ้าเกิดมีส่วนเกินกิโลกรัมละ ๑๐ บาท สมัยนั้นเขาตั้งราคาที่ ๑๐ บาท ถ้าเกิดเกิน ๑๐ บาท เขาเก็บเพิ่มร้อยละ ๑๐ ต่อมาปี ๒๕๓๐ อัตราก้าวหน้าเขาเปลี่ยนเป็น อัตราคงที่ ก็คือเก็บกิโลกรัมละ ๑๗๐ บาท ท่านประธานครับ การเก็บเงินเซสส์มันสำคัญ ตรงปี ๒๕๓๒ ครับ วันนั้นราคายางพาราลดลงรัฐบาลตัดสินใจงดเก็บเงินเซสส์ เหตุผล เพราะอะไรครับ เพราะผมบอกแล้วว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินของเกษตรกรโดยตรงเลย พอเขาไม่เก็บเงิน ๑.๗๐ บาท ก็ทำให้ราคายางไปบวกกับของเกษตรกรทันที ราคา ๒๐ บาท ก็กลายเป็น ๒๑.๗๐ บาท นั่นคือรัฐบาลขณะนั้นเขารู้ว่าปัญหาของพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ อัตราการเก็บเงินเซสส์สุดท้ายก็คือมีการเปลี่ยนแปลงในปี ๒๕๓๔ มีการเก็บเงินเซสส์ ปี ๒๕๓๓ ครับ เก็บเงินกิโลกรัมละ ๖๐ สตางค์ ปี ๒๕๓๔ เพิ่มจาก ๖๐ สตางค์ เป็น ๙๐ สตางค์ต่อกิโลกรัม ปี ๒๕๔๖ มีการเก็บอัตราก้าวหน้า ๓ อัตรา เก็บ ๙๐ สตางค์ เก็บ ๑.๒๐ บาท แล้วก็เก็บ ๑.๔๐ บาท เป็นอัตราก้าวหน้าตั้งแต่กิโลกรัมละ ๓๐ บาท แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารก็คือปี ๒๕๕๔ ครับ คณะรัฐมนตรีซึ่งใช้มติ ครม. เก็บเงินสงเคราะห์อยู่ ๕ ระดับ คือถ้าเกิดราคายางไม่เกิน ๔๐ บาท เก็บเงินสงเคราะห์ ในอัตรากิโลกรัมละ ๙๐ สตางค์ ราคายางเกินกิโลกรัมละ ๔๐ บาท แต่ไม่เกิน ๖๐ บาท เก็บเงินสงเคราะห์ในอัตรากิโลกรัมละ ๑.๔๐ บาท ราคายางเกินกิโลกรัมละ ๖๐ บาท แต่ไม่เกินกิโลกรัมละ ๘๐ บาท เก็บเงินสงเคราะห์ในอัตรากิโลกรัมละ ๒ บาท ราคายาง เกินกิโลกรัมละ ๘๐ บาท แต่ไม่เกินกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เก็บเงินสงเคราะห์ในอัตรา กิโลกรัมละ ๓ บาท ราคายางเกินกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เก็บเงินสงเคราะห์ในอัตรากิโลกรัมละ ๕ บาท ท่านประธานเห็นไหมครับว่าพอเขาเปลี่ยนอัตราในช่วงรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ราคายางมันจะเกิน ๑๐๐ บาทอยู่ พอเกิน ๑๐๐ บาท ก็จะเก็บเงินเซสส์กิโลกรัมละ ๕ บาท ทำให้มีเงินเข้ามาสู่กองทุนผมเรียนว่าเมื่อปีที่แล้ว ๒๕๕๕ มีเงินเข้ากองทุน ๑๔,๒๐๐ ล้านบาท เพราะว่าเราส่งออกยางพาราโดยประมาณก็คือประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เอา ๕ คูณเข้าไป ก็ตกประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้เราเก็บได้ประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทก็ขาดเหลือ นิดหน่อยท่านประธาน ท่านประธานครับ เดิมเงินเซสส์ตรงนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ มา เขาเอาไปให้ สกย. ไว้บริหารจัดการร้อยละ ๑๐ ให้กับการวิจัยยางพาราร้อยละ ๕ แล้วก็ให้ปลูกแทนเลยครับ กฎหมายเขียนง่ายมาก ไปสงเคราะห์ปลูกแทนเลยร้อยละ ๘๕ วันนี้มีเงินสงเคราะห์ปลูกแทน อยู่ทั้งหมดจากเงิน ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท มีเงินสงเคราะห์ปลูกแทนอยู่ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท มันดีตรงที่ว่าไปสงเคราะห์ปลูกแทนมันเยอะครับ เหมือนที่ผมกราบเรียนแล้วว่าพอยางอายุ ๒๕ ปี หรือยางไม่ออกแล้วควรจะโค่น แต่พอโค่นปั๊บเกษตรกรชาวสวนยางไม่มีรายได้เลย เขาถือว่าเงินที่เขาเคยสะสมไว้ที่เคยโดนหักไว้กิโลกรัมละ ๕ บาทวันนี้เขาได้กลับ พอโค่นยาง เสร็จ ๖-๗ ปีนั้นที่ไม่มีรายได้จากการขายยางก็เอาเงินจากการที่เขาเก็บเงินไว้ ทาง สกย. เลย ให้ไร่ละ ๑๖,๐๐๐ บาทท่านประธาน ถ้าเกิดพี่น้องเกษตรกรได้การสงเคราะห์เงินมาก ๆ พี่น้องเกษตรกรก็รีบที่จะโค่นยาง พอโค่นยางเยอะครับท่านประธานวันนี้เรามี ๑๘ ล้านไร่ ถ้าปีหนึ่งเราโค่นได้สัก ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ปริมาณยางจะอยู่พอดีเลย แต่ว่าวันนี้ผลปรากฏว่า ทางคณะกรรมาธิการไปเปลี่ยนสาระสำคัญเลย ไปเปลี่ยนตรงไหนครับ เงินวันนี้เงินจาก กองทุนเซสส์ก็ไปเปลี่ยนเป็น ๒-๓ เรื่อง เรื่องแรกก็คือเอาไปให้ในการบริหารกิจการ กยท.
เอาอย่างนี้ก่อนได้ไหมครับ เดี๋ยวท่านสมาชิกจะได้เข้าใจว่าท่านสมบูรณ์แปรญัตติว่าอย่างไรก่อน ท่านก็บอกว่าของท่านแปรญัตติมากี่เรื่อง แล้วท่านให้เหตุผลของท่านได้ไหมครับ เพราะว่า ท่านกำลังจะโน้มน้าวท่านสมาชิกให้เห็นพ้องต้องกับท่าน ท่านเองก็ยังไม่รู้ว่าท่านขอแปรญัตติ ในแต่ละส่วนว่าอย่างไรก่อนนะครับแล้วท่านค่อยให้เหตุผล ส่วนของฝ่ายกรรมาธิการ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเอาของท่านก่อนนะครับ
ผมกำลังเรียนครับท่านประธานว่าวันนี้ กรรมาธิการก็เลยมา
ท่านต้องบอกว่าท่านขอแปรญัตติอะไรก่อนว่าเรื่องที่ ๑ ท่านบอกว่าร้อยละ ๑๕ เรื่องที่ ๒ ของท่านบอกว่าร้อยละ ๘ ใช่ไหมครับ แล้วก็เรื่องที่ ๓ ของท่านร้อยละ ๑๐ ท่านก็ไล่มาก่อน แล้วท่านค่อยเอาเหตุผลประกอบ ท่านสมาชิกนั่งฟังอยู่จะได้รู้ว่าเหตุผลของท่านที่แปรญัตติ ตัดหรือแปรญัตติเพิ่มเป็นอย่างไรครับ
ขอบคุณมากครับท่านประธาน ผมก็เรียน ท่านประธานว่าวันนี้คณะกรรมาธิการไปเปลี่ยนสาระตรงนี้สำคัญมาก ท่านประธานครับ ผมก็เลยบอกว่า ๑. ก็คือเอาเงินจำนวนดังกล่าว เงินเซสส์เงินของพี่น้องประชาชนร้อยละ ๑๕ ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการ กยท. ตรงนี้ของผมตรงกัน ผมก็คิดว่าเอาละวันนี้ ภารกิจของ กยท. มีเยอะขึ้นก็ให้เพิ่มไป ซึ่งแน่นอนครับถ้าเกิดเรามีเงินกองทุนประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาทก็จะมาใช้ในกองทุนในการบริหาร กยท. ๒,๒๕๐ ล้านบาท ก็คิดว่าเพียงพอ ในการที่จะบริหารดูแลเรื่องยางพารา
ส่วนที่ ๒ ผมได้แปรญัตติก็คือร้อยละ ท่านประธานทักผมก็เลยต้องเปิดข้อมูล
ร้อยละ ๘ ใช่ไหมครับ ของท่านร้อยละ ๘
ไม่เกินร้อยละ ๘ เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับยางพาราครับท่านประธาน เดิมได้เพียงแค่ร้อยละ ๕ ถ้าเกิดวันนี้ฝ่ายสถาบันวิจัยยางได้เพิ่มมาเกี่ยวกับการวิจัยร้อยละ ๕ เดิมจะได้ ๗๕๐ ล้านบาท ๗๕๐ ล้านบาทถามว่าเพียงพอไหมครับ เนื่องจากเงินเซสส์ดังกล่าว มันมีการเก็บมากขึ้นก็คงเพียงพอ แต่ว่าแน่นอนเราอยากจะส่งเสริมเรื่องการวิจัยไม่เพียงแค่ต้นกล้า วันนี้เรามาวิจัยปลายทางของยางพาราด้วย ยางพาราเอาไปทำเรื่องอื่นได้เยอะมาก สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ให้เฉพาะกรมวิชาการเกษตร วันนี้เราอาจจะให้ สถาบันการศึกษา เพราะฉะนั้นเพิ่มขึ้นไปเป็นร้อยละ ๘ ซึ่งพอร้อยละ ๘ ท่านประธานครับ ได้เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพียงพอไหมครับ เราถือว่าเพียงพอจะไปต่อยอดอย่างไรก็แล้วแต่ แล้วก็จำนวนไม่เกินร้อยละ ๑๐ ตรงนี้ครับ ผมให้มาในเรื่องของการส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ เกษตรกรชาวสวนยางหรือผู้ประกอบกิจการการยางทั้งในด้านวิชาการ การเงิน การผลิต การแปรรูป การตลาด และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับยางพารา การอุตสาหกรรมแปรรูปยางขั้นต้น การอุตสาหกรรม การผลิตผลิตภัณฑ์ยาง การรักษาเสถียรภาพราคายาง การพัฒนายางพารา การจัดสวัสดิการสังคมเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง แรงงานชาวสวนยาง และกิจการอื่น ที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางหรือผู้ประกอบกิจการการยาง ตรงนี้ผมเอามาให้ ร้อยละ ๑๐ ซึ่งร้อยละ ๑๐ ก็คือประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท เยอะมากเลยครับที่เราจะมา ส่งเสริมต่อยอดจากการวิจัยมาให้กับการอุตสาหกรรมแปรรูปยางขั้นต้น หรืออุตสาหกรรม การผลิตภัณฑ์ยางพารา หรือไปดูพี่น้องเกษตรกร แล้วสุดท้ายเงินที่เหลือผมให้ไปสำหรับ การปลูกแทน แต่วันนี้ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการกำลังลดการปลูกแทนเหลือเพียงแค่ ร้อยละ ๖๕ ท่านประธานดูให้ดีครับ ตรงนี้จะเป็นประเด็นสำคัญ ผมเรียนท่านประธานว่า วันนี้ถ้าเกิดเราเก็บเงินกองทุนเซสส์ได้เท่าเดิม เช่น รัฐบาลสามารถทำราคายางได้กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เก็บเงินเซสส์กิโลกรัมละ ๕ บาท จะมีเงินเข้ากองทุนประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท พอ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท จะไปสู่การปลูกแทน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเกิดให้ไร่ละ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เราสามารถที่จะมีการปลูกหรือโค่นยางทั่วทั้งประเทศ ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่วันนี้ท่านประธานดูครับ วันนี้รัฐบาลบริหารราคายางไม่ถึง ๑๐๐ บาท เก็บเงินเซสส์ได้กิโลกรัมละ ๓ บาท เราส่งออกยางพาราประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตันกิโลกรัม เพราะฉะนั้นจะเก็บเงินเซสส์ได้ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ดูดี ๆ นะครับท่านประธาน ๙,๐๐๐ ล้านบาท เอาละไม่พูดถึง กยท. ไม่พูดถึงการวิจัยอะไรทั้งหลายที่ท่านไปแบ่ง แต่มาดูปลูกทดแทน อย่างเดียวจะเหลือเงินเพียงแค่ ๕,๘๐๐ ล้านบาท ๕,๘๐๐ ล้านบาท ท่านประธานเอา ๑,๖๐๐ ล้านบาทหารดูมันก็จะตกประมาณ ๓๐๐,๐๐ ไร่เศษ ๆ เพียงพอไหมครับที่เราจะคุม ปริมาณยางของประเทศ ไม่พอ เราจะส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนโค่นยางเพื่อควบคุมปริมาณ ก็ให้ไม่ได้ เอาเงินไปทำการปลูกใหม่ให้เขาเสียอีก ทีนี้ราคายางก็รูดมหาราช คนที่เดือดร้อน คือพี่น้องประชาชน แต่ สกย. เดือดร้อนไหมครับ กยท. ไม่เดือดร้อน เงินเดือนทั้งหลาย ก็ยังได้รับอยู่รัฐมนตรีมีความสุขไหมครับ มีความสุขเก็บเงินเซสส์เข้ามาลดน้อยลงก็ช่างมัน วันนี้เกษตรกรบอกว่าไม่เดือดร้อนจริง ๆ เขาก็เดือดร้อนกันทั้งประเทศ แล้ววันนี้ท่านกำลัง ตัดเงินกองทุนปลูกแทน ซึ่งกฎหมายนี้ผมบอกว่ามันออกมาตอนที่ผมคลอดมา ๑ ปีแค่นั้นเอง ตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ ก็คือเขาเอาเงินมาเพื่อสำหรับการโค่นยาง ให้เงินสำหรับการสงเคราะห์ วันนี้ ท่านกำลังเปลี่ยนเงินตรงนี้ ท่านไม่เพียงแค่เอายางทุกหน่วยงานเข้ามารวมกัน แต่ท่านกำลัง เปลี่ยนสาระสำคัญก็คือเอาเงินของเกษตรกรไปทำอย่างอื่น ไปส่งเสริมเอสเอ็มแอลบ้าง ไปส่งเสริมให้มีการปลูกใหม่ขึ้นมาบ้าง แต่เงินที่สำคัญของเขาเอาไว้สำหรับเวลาปลูกแทน หรือโค่นยางกำลังลดลง อันตรายมากครับท่านประธาน มันส่งผลว่าเหลือ ๕,๘๐๐ ล้านบาท เดือดร้อนแล้วละครับ ท่านจะเอาเงินจากไหน ท่านก็คิดว่าเดี๋ยวเกิดไปตกลงกับประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย วันนี้เราจะต้องควบคุมปริมาณยาง โค่นยางกันทั้งประเทศให้ได้ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ต่อปี ท่านเอาเงินจากไหน ท่านเอาไปไม่ได้แล้ว แต่ว่าถ้าเกิดท่านคงไว้อย่างน้อยอัตราร้อยละ ๗๕ อย่างน้อยก็มีเงินประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทท่านสามารถที่จะ โค่นยางได้ประมาณปีละ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ควบคุมทั้งปริมาณและพี่น้องเกษตรกร เขาได้เงินคืนเขาด้วย ผมเคยอภิปรายครับท่านประธาน ผมบอกแล้วว่าท่านลืมแม้กระทั่ง แรงงานชาวสวนยางคนที่กรีดยาง เวลาเขากรีดยางเขาเป็นคนเสียค่าเซสส์ด้วยนะครับ เงินภาษีส่งออกกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เขาเสีย ๒.๕๐ บาท แต่วันนี้พอมีการโค่นยาง เขาตกงานเลย ผมเลยบอกว่าท่านใส่ในวัตถุประสงค์หน่อยว่าต่อไปนี้เราจะดูแลคนกรีดยางด้วย ซึ่งท่านพิเชษฐ์ก็บอกแล้วว่าวันนี้มีประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ว่าท่านไม่สนใจ ท่านไป สนใจเอสเอ็มอี (SME) โน่น เดี๋ยวจะให้พ่อค้ายางโน่น ท่านลืมแม้กระทั่งคนกรีดยาง คนรับจ้างกรีดยาง ท่านก็ลืม แล้ววันนี้พอเงินกองทุนอีก เงินสงเคราะห์ท่านไปลดลงมาอีก เหลือ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วไม่พอที่จะให้สำหรับการโค่นยางเพื่อควบคุมปริมาณยาง ของประเทศอีก นโยบายท่านผิดตั้งแต่เริ่ม วันนี้เรือออกจากท่าผิดทิศทาง ท่านออกทะเล ไปเรื่อย ท่านจะไปเที่ยวเกาะลิบงที่บ้านผม ผิดไปเรื่อย ออกไปเรื่อย ลงทะเลไปเลย
แล้วเดี๋ยวให้กรรมาธิการได้ชี้แจง
คิดใหม่ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว ถ้าสมาชิกเข้ามานั่งจะได้รู้ว่าทำไมกรรมาธิการเขาจึงคิดอย่างนี้ มันมีผลว่า ถ้าเกิดเกษตรกร ได้เงินเยอะเช่นต่อไปไร่ละ ๒๐,๐๐๐ บาท พี่น้องเกษตรกรก็รีบโค่นยาง พอโค่นยาง ปริมาณยางที่ผลิตออกมามันก็น้อย เป็นหลักการที่เขาคิดกันมานานแล้ว ท่านเป็นกรรมาธิการ ชุดใหม่มาถึงปั๊บเอาอย่างนี้ดีกว่า เวลามันพังมันเป็นระบบท่านก็ปัดก้นหนีไปเลย ท่านลืมไป
เดี๋ยวให้กรรมาธิการตอบข้อแปรญัตติของท่านทั้ง ๔ ท่านก่อนนะครับ เดี๋ยวเรามาดูสิว่า
ผมเพียงว่าวันนี้อยากขอเรียกร้อง ท่านสมาชิกใช้ดุลยพินิจ อย่าใช้เสียงข้างมากเลยครับ วันนี้ผมแพ้ตลอด แต่ว่าผมยังภาคภูมิใจ ว่าพี่น้องแรงงานชาวสวนยางที่กรีดยางชื่นชมพวกผมว่าทำหน้าที่ปกป้องสิทธิประโยชน์ของเขา แต่ท่านกำลังเอื้อประโยชน์ให้กับคนอื่น ระวังให้ดีครับ ลูกหลานมันจะแช่งตามหลัง ขอบคุณท่านประธานครับ
คือมาตรานี้ เดี๋ยวท่านกรรมาธิการแล้วก็ท่านสมาชิกดูนะครับ เพราะตั้งแต่สมัยผมเป็นกรรมาธิการเรื่องนี้ ก็พูดกันยาวเหมือนกัน ผมจะสรุปประเด็นก่อนเพื่อที่จะให้ตอบกระชับ ผมดูทั้งผู้แปรญัตติ แล้วก็ของกรรมาธิการเสียงข้างมากในข้อที่ ๑ ร้อยละ ๑๕ เท่ากันทั้ง ๔ ท่าน อันนี้ต้องรับ ข้อเท็จจริงนี้ไปก่อนนะครับ ส่วนในเรื่องของข้อที่ ๒ ที่ไม่ใช่เป็นค่าบริหาร จะเป็นค่าพัฒนา แล้วก็ค่าส่งเสริมจะเป็นของท่านอภิชาตกับของท่านสมบูรณ์นี่เท่ากัน ร้อยละ ๑๕ ร้อยละ ๘ แล้วก็ร้อยละ ๑๐ แล้วก็ร้อยละ ๖๗ อันนี้เป็น ๔ ส่วนที่ท่านขอแปรญัตติ เดี๋ยวก่อน กรรมาธิการจะตอบ มีท่านสมาชิกจะพูดไหมครับที่ไม่ได้แปรญัตติไว้ เอาเฉพาะที่กรรมาธิการ เขาตัดนะครับ ผมจะกำหนดไว้เท่านั้น แล้วก็จะไม่ให้ออกนอกนี้ เดี๋ยวกรรมาธิการเขาจะได้ตอบ ท่านชินวรณ์ก่อนนะครับ มีกี่ท่านยกมือ อีก ๓ ท่านนะครับ เอาสั้น ๆ เชิญท่านชินวรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็เห็นใจท่านประธานที่ทำหน้าที่สรุป แต่ว่าท่านสรุปไม่ตรงกับประเด็นที่ผมได้ขอแปรญัตติไว้ ทั้งหมด
คือของท่าน มี ๒ ประเด็นนะครับ ของท่านเชนจะเป็นร้อยละ ๒๕ กับร้อยละ๗๕ ของท่านชินวรณ์ จะเป็นร้อยละ ๑๕ บริหาร แล้วก็ร้อยละ ๑๐ เป็นวิจัยนะครับ ร้อยละ ๕ เป็นการส่งเสริม และร้อยละ ๗๐ เป็นเรื่องงานส่งเสริมทั่วไป อันนี้ผมเขียนไว้อยู่ เดี๋ยวจะได้ส่งให้ฝ่ายที่ตอบ จะได้รู้ว่าแต่ละท่านเสนอมาอย่างไร เดี๋ยวให้ทางคุณหมอสุกิจ ท่านพูดแล้ว
นิดเดียวท่านประธานครับ ก็คือ ประเด็นที่ท่านประธานได้สรุปนั้นเป็นประเด็นในเรื่องของยอดการจัดสรรเงินจากกองทุน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดท่านสมบูรณ์ก็ได้อภิปรายสนับสนุนให้เห็นถึงความสำคัญว่าวันนี้เมื่อเราตั้ง การยางแห่งประเทศไทย
ใช่
แต่ว่าทางคณะกรรมาธิการ ร้อยละ ๖๕ ทางพวกผมบอกว่าอยากจะให้เป็นการปลูกแทนร้อยละ ๗๕ แต่ว่าของผม ไม่เพียงแต่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรเงินเท่านั้น ท่านประธานครับ ของผมนั้นเกี่ยวข้อง ในประเด็นในเรื่องของการบริหารจัดสรรเงินกองทุนจะต้องดำเนินการใช้เงินดังกล่าวนี้ เพื่อการนี้เท่านั้น คือนอกกำหนดจากนี้จะทำมิได้ อันนี้ก็เป็นประเด็นสำคัญ
ก็อยู่ใน ที่ท่านขอแปรญัตติอยู่แล้ว
ใช่ครับ นี่เป็นประเด็นสำคัญ ที่ผมอยากเรียน อีกนิดเดียวครับ เผื่อกรรมาธิการตอบจะได้ตอบให้ครอบคลุมเลยครับ และนอกจากนั้นก็คือในกรณีที่ประเด็นกองทุนไม่เพียงพอเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ตามวรรคสอง คณะกรรมการจัดสรรเงินเพิ่มจากรายได้ตามมาตรา ๑๒ ได้อีกไม่เกินร้อยละ ๒๐ อันนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เข้าไปสนับสนุนให้เห็นว่าเราเตรียมความพร้อมที่จะนำไปสู่การแก้ไข ปัญหาในกรณีที่ไม่สามารถเก็บเงินเซสส์ได้เพียงพอก็จะไปกระทบกับการโค่นยาง พอกระทบ ต่อการโค่นยางขอปลูกแทนของพี่น้องประชาชนก็จะไปกระทบต่อการไปสร้างเสถียรภาพ ราคายางอันนี้ก็จะเป็นผลในระยะยาว ผมไม่อยากให้ทางฝ่ายกรรมาธิการมองแต่เพียง การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ผมคิดว่าวันนี้ถ้าเพียงแต่กรรมาธิการยอมรับประเด็นแรก ที่ท่านประธานได้พูดถึงก็คือประเด็นเรื่องการจัดสรรเงินให้คืนกลับตามวัตถุประสงค์เดิม ของพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ และมาปรับปรุงใหม่ ปี ๒๕๓๘ ก็จะมีความชัดเจนขึ้น และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าวัตถุประสงค์ในเรื่องของการวิจัย และพัฒนาก็ถือว่าเป็นวัตถุประสงค์หลักที่ได้กำหนดไว้เดิมร้อยละ ๕ วันนี้เราก็เพิ่มให้ เป็นร้อยละ ๑๐
ก็ท่าน อธิบายแล้ว
แล้วให้ไปดำเนินการในส่วนนี้ได้ครับ เพราะกรรมาธิการจะตอบเฉพาะยอดจัดสรรเดิมตามที่ท่านประธานสรุปไม่ได้ ต้องให้ ครอบคลุมในส่วนนี้ด้วย ขอบคุณครับ
ครับ อีก ๒ ท่านนะครับ เดี๋ยวคุณหมอ แล้วก็คุณจุฤทธิ์ เชิญคุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตอนแรกผมก็คิดว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้ช่วยชาวสวนยางให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่เมื่อดูไปดูมา ก็มีความรู้สึกว่าจะไปในทิศทางตรงกันข้ามแล้วครับ ร่าง พ.ร.บ. นี้อาจจะทำให้ชาวบ้าน ชาวสวนยาง ประสบกับความยากลำบากยิ่งขึ้นแล้วจะทำให้ประเทศโดยส่วนรวมประสบปัญหาด้วย ด้วยอะไรต่าง ๆ ที่พวกเราได้พยายามที่จะอภิปรายให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ สำหรับมาตรา ๔๙ ซึ่งผมไม่ได้เป็นคนแปรญัตติ แต่เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นผมก็มีสิทธิ ที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อการเพิ่มขึ้นของ (๑/๑) ของคณะกรรมาธิการที่เขียนว่า เงินจากกองทุนพัฒนายางพารา จำนวนไม่เกินร้อยละหกสิบห้า เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางในด้านการปลูกแทน ผมขอเรียนว่า อันนี้เป็นหัวใจ ข้อนี้เป็นหัวใจเรื่องของการสงเคราะห์การทำสวนยางในอดีตที่ผ่านมา และต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ได้ช่วยพี่น้องประชาชนได้มากและได้ช่วยประเทศชาติมากทีเดียว เหมือนอย่างที่สมาชิกคือคุณสมบูรณ์ได้อภิปรายมาแล้วว่าต้นยางเริ่มต้นต้นเดียวจากจังหวัดตรัง จนตอนนี้แผ่ขยายไป ๖๕-๖๖ จังหวัดทั่วประเทศแล้วทำรายได้เดี๋ยวนี้ก็เป็นสินค้าเกษตร ที่ส่งออกเป็นอันดับ ๑ ของประเทศแล้ว ผมต้องขอเรียนนะครับว่าการที่ท่านมากำหนดเพดานไว้ ขนาดนี้ร้อยละ ๖๕ คณะกรรมาธิการใช้หลักอะไรในการคิด
ประเด็นแรกก็คือ อยากจะถามว่าท่านรู้ได้อย่างไรว่าเงินแค่นี้มันพอ มันเพียงพอท่านเอาฐานอะไรมาคิดครับ เนื่องจากว่าการสงเคราะห์ในปัจจุบันนี้ในยุคของ พรรคประชาธิปัตย์เราได้เพิ่มให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรสวนยาง คนที่เขาโค่นยางเก่าแล้วก็ ปลูกใหม่นะครับ ให้ต่อไร่ก็คือ ๑๖,๐๐๐ บาทแล้วก็เป็นที่พอใจในยุคนั้น แน่นอนครับ มันเพียงพอ แต่หลังจากที่รัฐบาลของท่านเข้ามาบริหารประเทศนี่อะไรมันเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ท่านก็คงรู้ดีนะครับ อะไรมันเกิดขึ้นครับ ท่านได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันแพงขึ้นจนแพงกัน ทั้งแผ่นดินแล้ว ตอนนี้มันไม่พอแล้วครับพี่น้องประชาชนเขาบอกไม่พอแล้ว เพราะฉะนั้น เงินเดิมที่ท่านคิดเอาไว้มันจะเพียงพอหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบว่าท่านใช้หลักอะไรคิด แต่ตอนนี้ท่านทราบไหมว่าปุ๋ยมันแพงขึ้นเท่าไร กระสอบหนึ่งเกือบจะ ๑๐๐ บาทอยู่แล้วนะครับ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็เพิ่มขึ้น ค่าแรงก็เพิ่มขึ้น ด้วยการเพิ่มค่าแรงของท่านก็ส่งผลทำให้ค่าแรง ซึ่งเวลาที่เขาปลูกใหม่เขาก็ต้องใช้ค่าแรงครับ เดี๋ยวนี้ค่าแรงมันเพิ่มขึ้นครับเขารับไม่ไหวแล้ว ผมจะเรียนท่านประธานนะครับว่าไม่กี่วันมานี้ได้มีกลุ่มชาวเกษตรกรเป็นจำนวนมากทีเดียว ได้มาร้องเรียนกับผมบอกว่าเขาจะขอเพิ่มอยู่นะครับ เขากำลังพยายามที่จะขอความกรุณา จากรัฐบาลที่จะขอเพิ่ม ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับกับสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้ทำกับเขา ให้เขาต้องรับภาระ เพิ่มขึ้นนี่ก็ควรจะเพิ่มเงินสงเคราะห์ให้เขา เขาขอเป็นไร่ละไม่ต่ำกว่า ๒๖,๐๐๐ บาทนะครับ ซึ่งผมคิดว่ามันก็จำเป็นสำหรับในยุคนี้ แล้วถ้าเกิดว่าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เงินที่ท่านกันเอาไว้ ที่บอกว่าจำนวนไม่เกินร้อยละ ๖๕ เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือ ในด้านการปลูกแทนนี่มันไม่มีวันพอครับ ไม่มีทางที่จะพอไปได้ ผมก็เลยคิดว่าสำหรับผมนะครับ ผมก็มีสิทธิอภิปรายแค่ว่าอันเก่าก็ยังดีกว่า ก็คือไม่แก้ไข ไม่เพิ่ม (๑/๑) เข้าไปยังดีกว่าครับ คือจำนวนเงินที่เหลือหมายถึงว่าเหลือไปจากร้อยละ ๑๕ ที่เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการ ของ กยท. ก็คือร้อยละ ๘๕ ที่เหลืออย่างนี้ก็ยังเพียงพอ ถ้าสมมุติว่าไม่เอาไปใช้ในด้านอื่น ซึ่งผมว่าท่านก็ยังไม่รู้หรอกว่ามันต้องใช้เท่าไรแต่ละเรื่อง บางเรื่องก็เป็นเรื่องใหม่ บางเรื่อง ก็เป็นเรื่องเก่าซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยที่ผ่านมา ไม่ได้ก้าวหน้าเลย อย่างเช่นเรื่องของ การวิจัยทำมากี่ปีแล้วครับ ยางเรามันก้าวหน้าไปแค่ไหน เห็นไปขโมยของคนอื่นเขามาทุกครั้งเลย เพราะฉะนั้นผมจึงว่าหัวใจสำคัญก็คือการให้ประชาชนได้ปลูกแทน ได้ปลูกทดแทน เมื่อให้เขา ปลูกทดแทนแล้วท่านต้องให้เขาให้เต็มที่ อย่าให้เขาต้องอด ๆ อยาก ๆ เพราะว่าในช่วงที่ปลูกแทน เขาไม่มีรายได้นะครับ ถ้าให้เงินเขาไม่พอนี่ท่านประธานครับ เขาไม่มีกินนะครับ เขาที่เคยมีรายได้ จากสวนยางทุกวัน ๗ ปีที่ปลูกแทนเขาไม่มีรายได้ ถ้ายังไปให้เขาน้อย ๆ อีกนี่เขาตายเลยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาเรียกร้องมาไม่ได้เกินจากความเป็นจริงครับ ไร่ละ ๒๖,๐๐๐ บาท ในวันนี้เห็นทุกฝ่ายก็บอกว่ามันก็สมควร แต่ถ้าท่านยังขืนใส่ (๑/๑) ของท่านไปอย่างนี้ นี่มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกครับ ไม่มีทางพอ แล้วก็จะเป็นผลเสียต่อระบบของยางพารา ทั้งประเทศเลยครับ ขอบคุณครับ
ท่านจุฤทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ประเด็นก็คือในมาตรา ๔๙ ของร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... มีการแก้ไขสาระสำคัญก็คือใน (๑/๑) คือให้มีการลดจำนวนเงินค่าปลูกแทน เหลือ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งท่านนายแพทย์สุกิจได้กล่าวไปแล้วนะครับ ผมก็จะขอเสริมในส่วนที่เข้าใจว่าตอนนี้ทางคณะกรรมาธิการกับรัฐบาลนี่ไปกันคนละทาง ไม่ทราบว่าท่านกรรมาธิการทราบหรือไม่ว่าตอนนี้กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ถ้าท่านใด โค่นยางแล้วปลูกปาล์มเขาให้ไร่ละ ๒๖,๐๐๐ บาท ถ้าท่านไม่ทราบท่านต้องทราบ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านทราบท่านต้องคำนวณตัวเลขตรงนี้ใหม่นะครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไม ชาวสวนยางขอว่ากองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางต่อไปต้องเป็น ๒๖,๐๐๐ บาทด้วย เพื่อจะได้เท่ากับสวนปาล์มครับ แล้วที่ผมบอกว่าท่านดำเนินนโยบายผิดพลาดกรรมาธิการ ก็ไม่เข้าใจไปคนละทางก็เพราะว่าเขารณรงค์ให้ปลูกปาล์มครับ โค่นยางปลูกปาล์ม แต่ปาล์ม เหลือกิโลกรัมละ ๒ บาท เห็นไหมครับ ถ้าท่านจะกลับไปปลูกยางรัฐบาลไม่มีความสามารถอีก ยางพาราก็กิโลกรัมละไม่ถึง ๑๐๐ บาทอีก เงินเข้ากองทุนก็น้อยอีก นี่คือเหตุผลสำคัญครับ ที่พวกกระผมพยายามคัดค้านว่าท่านกำลังเข้าใจผิดคิดว่าเงินกองทุนเหลือ เหลือทุกปี รัฐไม่ต้องสนับสนุน รัฐสามารถนำเงินกองทุนตรงนี้ไปช่วยรัฐบาลได้ประหยัดงบประมาณครับ เวลาจะวิจัยพันธุ์ยางให้ดีขึ้นแทนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมาช่วยจัดการให้ ให้ชาวสวนยางดูแลตัวเองโดยการขโมยเงินชาวสวนยางเพิ่มมาอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไปวิจัย พันธุ์ยางให้มันดีขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่ากรรมาธิการต้องมาคิดกันใหม่ครับ และท่านต้อง กำหนดนโยบายที่เราจะสู้กับประเทศมาเลเซียอนาคต ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี เพราะยางเวลาปลูก แล้วกว่าจะโค่นขาย ๒๕ ปี ท่านจะมาออกกฎหมายฉบับนี้รายวันคิดว่า ๖๕ เปอร์เซ็นต์ เหลือเฟืออันนี้ผมว่าไม่พอนะครับกรณีปลูกยางแทน ที่สำคัญเมื่ออนาคตถ้าต่อไปปุ๋ยกระสอบละ ๓,๐๐๐ บาทล่ะครับ กฎหมายฉบับนี้ล็อกไว้แล้วครับ เพราะฉะนั้นรัฐต้องมีแนวคิดนโยบายใหม่ ที่จะมาช่วยชาวเกษตรกร ผมเรียนให้ทราบรายละเอียดอีกนิดหนึ่งให้ท่านได้นึกภาพออกครับ ไร่ละ ๑๖,๐๐๐ บาทที่ท่านให้ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ที่ท่านให้ ๑. เป็นค่าขุดหลุมปลูกต้นยางก่อน ตอนนี้ท่านขึ้นค่าแรงไปแล้ววันละ ๓๐๐ บาท พม่าก็ขอขึ้นไม่ใช่เฉพาะคนไทยนะครับ คนที่จบปริญญาตรีถ้าจะมาตัดยางต่อไปเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท วันละ ๕๐๐ บาท แล้วหลายคนเป็นลูกเกษตรกรพ่อแม่ชาวสวนยาง พ่อแม่ส่งมาเรียนปริญญาตรี จบมหาวิทยาลัยรามคำแหงกลับไปตัดยางเยอะแยะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องใช้เกณฑ์ตรงนี้ เป็นมาตรฐานว่าต่อไปค่าสงเคราะห์สวนยางมันควรเพิ่มขึ้นตามอัตราค่าครองชีพ อีกส่วนหนึ่ง นอกจากค่าขุดหลุม เป็นค่าปุ๋ยในการจะไปใส่ให้ต้นยางหรือต้นปาล์ม อีกเรื่องหนึ่งแม้กระทั่ง ผมว่าท่านคิดไม่ถึง เป็นค่าเจ้าหน้าที่ไปวัดที่ครับ ค่าน้ำมันตอนนี้ลิตรละเท่าไรครับ อีก ๓๐ ปี น้ำมันลิตรละเท่าไรครับ อันนี้ท่านต้องประเมินรวมไว้ให้ด้วยสำคัญที่สุดครับ ผมได้รับการร้องเรียน จากชาวบ้านมาเยอะ วันนี้ก็เลยได้โอกาสมาพูดก็คือว่า ชาวบ้านส่วนหนึ่งที่ขอสงเคราะห์ การทำสวนยาง ณ วันนี้ปีนี้แปลกพิสดารครับ รวมทั้งปีที่แล้ว ปี ๒๕๕๕ ด้วย ก็คือว่า เงินสงเคราะห์การทำสวนยางที่ขอตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ค่าขุดหลุม ค่าปุ๋ยตอนนี้หลายราย ยังไม่ได้รับสตางค์ครับ แสดงว่าอะไรครับ แสดงว่ากองทุนกำลังขาดสภาพคล่อง แสดงว่า หัวกำลังทำอีกอย่างหนึ่งข้างล่างกำลังอึดอัดครับ หัวบอกให้เดินข้างล่างบอกพิการแล้วครับ เพราะฉะนั้นยิ่งท่านไปลดของเขาอีกจาก ๗๕ เหลือ ๖๕ ยิ่งเดือดร้อนทั่วเพราะฉะนั้นผมคิดว่า กรรมาธิการต้องมาคิดกันใหม่ครับ เพราะถ้าท่านล็อกเหลือ ๖๕ ต่อไปเมื่อมีปัญหาเดือดร้อน เราทำยากต้องมาแพ้ พ.ร.บ. กันซึ่งผมคิดว่ายาก ถ้าแก้ช้าไป ๕ ปี ๑๐ ปี ชาวบ้านเดือดร้อน อีกเยอะ แล้วต่อไปไม่เดือดร้อนเฉพาะเกษตรกรที่ได้ใส่เงินสงเคราะห์การทำสวนยางมาเยอะแล้ว คือภาคใต้ ต่อไปภาคอีสานก็เดือดร้อน เพราะตอนนี้ยางกรีดได้แล้วเริ่มจ่ายเงิน ค่าสงเคราะห์แล้ว ภาคตะวันออกก็เดือดร้อนครับ และพอถึงวันนั้นท่านจะไม่สามารถมาหาเสียงได้ ต่อไปให้ชาวสวนยางสงเคราะห์ไร่ละ ๒๖,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ท่านหาเสียง ไม่ได้นะครับ แล้วท่านทำงานให้ประชาชนไม่ได้ด้วย ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการชี้แจงครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนว่า การทำงานของคณะกรรมาธิการเราได้ยึดถือหลักการแล้วก็การทำงานด้วยเหตุด้วยผล แล้วผมต้องเรียนท่านประธานนะครับว่ามาตรา ๔๙ ในชั้นกรรมาธิการเฉพาะมาตรานี้ มาตราเดียวใช้เวลาประมาณ ๒ เดือนกว่าจะได้ข้อสรุปออกมาที่เป็น ๑๕ ๖๕ และ ๒๐ ตามในรายงานของคณะกรรมาธิการที่ได้เสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และผมก็ต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าเราไม่มีออกนอกลู่นอกทางหรือไปออกทะเลที่ไหนนะครับ ผมต้องเรียนว่าปัจจุบันเรื่องคนกรีดยาง ท่านประธาน ส่วนใหญ่เป็นคนชาวต่างชาติทั้งนั้นนะครับ เป็นพม่า เป็นลาว เป็นเขมรทั้งนั้นที่เป็นคนกรีดยาง คนไทยน้อยเต็มทีหรือแทบจะไม่มีแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๔๙ ที่บอกว่า ให้คณะกรรมการจัดสรรเงินจากกองทุนตามจำนวน เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ใน (๑) จำนวนร้อยละไม่เกิน ๑๕ เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการของ กยท. ตรงนี้คงไม่มีการถกเถียงกันแต่อย่างใด เพราะว่าทุกคนก็ยอมรับนะครับว่าการดำเนินการ ของ กยท. ซึ่งจะเป็นรัฐวิสาหกิจนี่นะครับ จะต้องมีงบประมาณอย่างเพียงพอในการบริหาร เพราะว่าเป็นการควบรวมหน่วยงานใหญ่ ๆ ถึง ๓ หน่วยงานด้วยกัน ก็คือ อสย. องค์การสวนยาง สกย. สำนักงานกองทุนสงเคราะห์สวนยาง และอีกหน่วยงานหนึ่งก็คือสถาบันวิจัยยาง ซึ่งอยู่ในกรมวิชาการเกษตรมารวมนะครับ เพื่อเอาหน่วยงานเกี่ยวกับยางทั้งหมดมารวมอยู่ใน กยท. ก็จำเป็นที่จะต้องมีค่าบริหารจัดการซึ่งเราตั้งไว้ที่ร้อยละ ๑๕ ใน (๑/๑) ของมาตรา ๔๙ บอกว่า จำนวนไม่เกินร้อยละ ๖๕ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในด้านการปลูกแทน ผมต้องเรียน ท่านประธานนะครับ แล้วก็ขอชี้แจงให้ท่านสมาชิกได้รับทราบถึงเหตุผลนะครับว่าทำไม ตัวเลขถึงออกมาที่ร้อยละ ๖๕ แล้วในชั้นกรรมาธิการก็ได้มีการพูดกันมากในประเด็นตรงนี้ ผมต้องเรียนท่านประธานครับว่าเราต้องเอาข้อเท็จจริง เอาตัวเลขจริงมาคุยกัน มาชี้แจง ต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สถิติในการสงเคราะห์ปัจจุบันที่ขอรับการสนับสนุนสงเคราะห์ ในเรื่องของการปลูกแทนอยู่ที่ปีละประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ แต่ครั้งนี้เราก็ประมาณการ ให้เลยครับว่าถ้ายางราคาดี แล้วขณะเดียวกันมีความต้องการในตลาดสูงนะครับ เราก็ให้ตีว่า ปีหนึ่งเพิ่มจาก ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ ให้เป็น ๓๐๐,๐๐๐ ไร่เลยนะครับ ทีนี้เรามาดูครับว่าเราจะต้องใช้ เงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเงินเท่าใด ปัจจุบันอัตราเงินสงเคราะห์เราให้ที่ ๑๖,๐๐๐ บาทต่อไร่ โดยคิดที่ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ก็จะเป็นเงินทั้งหมด ๔,๘๐๐ ล้านบาท ๔,๘๐๐ ล้านบาทที่เราจะใช้ ทีนี้เราก็มาดูครับว่าเราจะเก็บเงินเซสส์ได้ที่ปีละเท่าใด ปี ๒๕๕๕ เรามีการส่งออกยางในรูปยาง ที่จะต้องเสียเงินเซสส์ ๓,๑๐๐,๐๐๐ ตัน ถ้าคิด ๓ บาทต่อกิโลกรัม ผมคิดที่ ๓ บาท ต่อกิโลกรัมนะครับ ก็จะเป็นเงินทั้งหมดที่เราจะเก็บได้จากการส่งออกยางพารา เก็บเงินเซสส์ ได้ ๙,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมประมาณการนะครับ เก็บเพียงกิโลกรัมละ ๓ บาท ทีนี้เราก็มา คำนวณดูครับว่าเงินสงเคราะห์ที่ผมได้คำนวณไว้ที่ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ไร่ละ ๑๖,๐๐๐ บาท ก็จะเป็นเงิน ๔,๘๐๐ ล้านบาท แต่เราเก็บเงินเซสส์ได้ ๙,๓๐๐ ล้านบาท ก็จะคิดเป็นร้อยละ ๕๑ นะครับ แต่ทางคณะกรรมาธิการก็ได้เพิ่มให้จากร้อยละ ๕๐ เพิ่มให้อีกร้อยละ ๑๔ เป็นร้อยละ ๖๕ ซึ่งทางกรรมาธิการในที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่เราก็คิดว่าเพียงพอ เพราะว่าเราใช้จริงอยู่ ประมาณร้อยละ ๕๑ คิดจากฐานเมื่อปี ๒๕๕๕ เราก็ได้เพิ่มให้อีกร้อยละ ๑๔ นะครับ เผื่อเอาไว้ก็เป็นร้อยละ ๖๕
อีกประเด็นหนึ่ง ที่มีการอภิปรายกันไว้ใน (๒) ของมาตรา ๔๙ บอกว่า จำนวน ไม่เกินร้อยละยี่สิบ เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมในด้านวิชาการ การวิจัย การผลิต การแปรรูป การตลาด การปลูกใหม่ และการรักษาเสถียรภาพราคายาง ผมต้องเรียนท่านประธานว่า ที่เรามี (๒) ไว้ร้อยละ ๒๐ ก็เหมือนว่าเราเปิดกว้างเอาไว้ว่าเราสามารถนำเงินตรงนี้ไปใช้ ในการวิจัยทำเรื่องการตลาด รวมทั้งเรื่องสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคายาง ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่เปิดไว้ตรงนี้ถึงร้อยละ ๒๐ การรักษาเสถียรภาพราคายางมันก็จะทำได้ลำบาก เพราะว่าเงินจะน้อยครับ ผมต้องเรียนท่านประธานว่าปัจจุบันโครงการรักษาเสถียรภาพ ราคายางพาราของรัฐบาลขณะนี้ก็ใช้เงินไปแล้วประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งรัฐบาล ให้วงเงินไว้ประมาณ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะเห็นได้ว่าถ้าเราไม่เปิดไว้ถึงร้อยละ ๒๐ นี่นะครับ เนื่องจากปริมาณยางพาราทั้งประเทศมีมาก แล้วก็เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าขณะนี้ เราได้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูก ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้อย่างเดียวแล้ว ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ก็มีการปลูกยางเพิ่มขึ้น ผมก็ต้องเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่า ทางคณะกรรมาธิการก็ได้พิจารณาตรงนี้อย่างรอบคอบ แล้วก็คิดว่าตรงนี้จะเป็นประโยชน์ ต่อทุกฝ่ายนะครับ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง และขณะเดียวกันตรงนี้ผมก็เห็นได้ว่า จะเป็นประโยชน์ในการบริหารกิจการของ กยท. มากที่สุดครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านพิเชษฐ์จะชี้แจงไหมครับ ชี้แจงเสร็จแล้วนะครับ ท่านชินวรณ์ก่อนนะครับ ขอรบกวนว่า ให้เป็นคำถามนะครับ
ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ จากประเด็น ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ลุกขึ้นชี้แจงที่พวกกระผมได้ขอแปรญัตติไว้นะครับ ผมคิดว่า ประเด็นที่สำคัญที่อยากจะพูดเริ่มต้นเลยก็คือในเรื่องของการที่จะจัดสรรเงินเซสส์มาใช้ ในการปลูกแทน ซึ่งท่านยืนยันว่าจากตัวเลขที่ได้ไปศึกษากันในชั้นกรรมาธิการนั้นมีความเพียงพอ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ตอนในชั้นกรรมาธิการพวกผมก็ได้ถกเถียงกันว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วไม่มี ความเพียงพอ ด้วยเหตุผล ๒ ประการครับ
ประการแรก ก็คือในเรื่องของราคายางที่ลดลง มีแนวโน้มในการที่จะเก็บ เงินเซสส์ได้ลดลงตามมาด้วย
ประการที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าเดี๋ยวนี้ ๖๖ จังหวัด ๑๘ ล้านไร่ใช่ไหมครับ ทั่วประเทศที่ต้องได้รับการดูแลในการปลูกแทนในอนาคต และเดี๋ยวนี้ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรี ก็คงทราบดีนะครับ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานได้มีการกรีดยางก่อนเวลาอันสมควร และผมคิดว่าไม่ถึง ๒๐ ปีด้วยซ้ำไปนะครับอาจจะต้องมีการโค่นยาง นี่คือปัญหาที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต
และประการที่ ๓ คือโดยข้อเท็จจริงตัวเลขก็ได้ย้ำให้เห็นแล้วว่าในขณะนี้ ที่เราได้มีการปรับค่าเงินเซสส์คืนกลับกับคนปลูกแทน ท่านประธานครับ ตั้งแต่ไร่ละ ๔,๐๐๐ บาท จนมาถึงเป็นไร่ละ ๖,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท แล้วก็ในช่วงรัฐบาลที่แล้วนี่ครับได้มีการขยาย เงินเซสส์ขึ้นมาให้กับพี่น้องเกษตรกรไร่ละ ๑๖,๐๐๐ บาท ๗ ปีครับที่เขาต้องเวลา ท่านประธาน ลองหลับตาดูว่าคนที่มียาง ๑๕ ไร่ แล้วขอโค่นปลูกแทนหมด เขาจะมีรายได้อะไรครับ เขาจะมีรายได้อะไร ถ้าเขาได้จากการปลูกแทนเหมาะสมกับภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เขาได้เอาเงินก้อนนี้มาลงทุนปลูกพืชไร่ในสวนยาง ได้ทำมาหากิน เพราะฉะนั้นจึงมีการเรียกร้องของพี่น้องกลุ่มเกษตรกรตอนนี้ครับ ไม่ทราบว่าท่านประธาน คณะกรรมาธิการทราบหรือไม่ครับ เกษตรกรบ้านผมเขาเรียกร้องว่าควรที่จะจัดสรรเงินเซสส์ ให้เขาไร่ละ ๒๕,๐๐๐ บาท จึงจะเหมาะสมกับค่าครองชีพที่มันสูงขึ้น ค่าปุ๋ยที่มันสูงขึ้น ค่าขนส่งที่มันสูงขึ้น ค่าแรงงานที่สูงขึ้น ผมจึงกราบเรียนว่าพวกผมไปคำนวณและไปศึกษา จากสภาพความเป็นจริงแล้ว ก็พบความเป็นจริงว่าถ้าเราจะเก็บเงินเซสส์ใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้น แล้วคืนกลับไปให้กับเกษตรกรผู้ที่เขาต้องจ่ายเงินมาเองร้อยละ ๗๕ จะเป็นจุดที่พวกผม เรียกร้องตั้งแต่ในชั้นกรรมาธิการจนมาถึงวันนี้ครับ เพียงแต่ท่านไปปรับลดในประเด็น ที่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ประธานคณะกรรมาธิการได้ตอบเมื่อสักครู่นี้ คือใน (๒) ของท่านที่บอกไม่เกินร้อยละ ๒๐ นี่ ที่ท่านต้องการจะพาไปแก้ปัญหาเรื่องเสถียรภาพ ราคายาง อย่างนี้ผมจะฟ้องกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศครับว่าวันนี้รัฐบาลกำลังประสบ ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเรื่องราคายางแล้ว นี่เป็นคำตอบของประธานคณะกรรมาธิการ และเป็นความไม่ชอบธรรมเลยที่ท่านจะเอาเงินก้อนนี้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาราคายาง เพราะราคายางไม่ได้อยู่ปัจจัยเดียวในเรื่องของการใช้เงินเซสส์ แต่ราคายางอยู่ที่ปัจจัยหลายด้านครับ ๑. นโยบายของรัฐบาล ๒. ความร่วมมือกับต่างประเทศ ๓. ภาวะเศรษฐกิจของโลก และประการสุดท้าย ก็คือกระบวนการที่รัฐบาลต้องส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศให้เห็นผล และวันนี้ท่านจะไปประกาศว่าลดพื้นที่ ที่ประกาศวันก่อนรัฐมนตรีคนที่แล้วใช่ไหมครับ ผมจำได้ท่านจะให้โค่นปีละกี่แสนไร่ และวันนี้ท่านจะไปประกาศอย่างไรล่ะครับถ้าท่านมา ตอบในสภาอย่างนี้ แต่ถ้าท่านบอกว่าเตรียมไว้ร้อยละ ๗๕ ท่านพร้อมที่จะให้มีการโค่นยาง จาก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ที่ท่านพูดนั่นแสดงว่าต่ำกว่าเป้า ท่านศุภชัยก็ทราบดีว่าเราตั้งเป้าหมายไว้ ปีละ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ถูกไหมครับในการโค่นยาง และนั่นคิดในปริมาณตอนนั้นก็คือเรามียาง ๑๒ ล้านไร่ แต่วันนี้เรามีสวนยางพาราทั้งหมด ๑๘ ล้านไร่ครับโดยประมาณ และอาจจะเกิน มากกว่านี้ เพราะฉะนั้นการโค่นยางควรจะอยู่ที่ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ด้วยซ้ำไป ถ้า ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ท่านลองคูณกับไร่ละ ๒๐,๐๐๐ บาทในอนาคตสิครับที่จะสอดคล้องกับค่าครองชีพ ก็เท่ากับ ๑๐,๐๐๐ ล้านนะครับในการปลูกแทน และการปลูกแทนนี้เป็นผลโดยตรงในการสร้างความสมดุล ของปริมาณยางของโลก หรือของประเทศผู้ผลิตยาง โดยเฉพาะประเทศไทยเราเป็นผู้ผลิต รายหลักครับ ท่านต้องยอมรับความเป็นจริงตรงนี้ เพราะฉะนั้นการที่จะมาอ้างว่าต้องไปใส่ไว้ เพื่อไปแก้ไขปัญหาเสถียรภาพราคายางไม่เกินร้อยละ ๒๐ นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ ของกฎหมายฉบับนี้เลย ยิ่งจะยอมไม่ได้เลยครับวันนี้ ถ้าคณะกรรมาธิการชี้แจงอย่างนี้ ยอมไม่ได้เลยครับ ผมจะฟ้องกับพี่น้องเกษตรกรและเดินสายพบพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ทั่วประเทศว่ารัฐบาลนี้กำลังเอาเงินของท่านไปสนองตอบต่อนโยบายทางการเมืองของท่าน ที่ท่านต้องรับภาระเอง ราคายางตกต่ำท่านก็ใช้เงินกู้จากธนาคารกรุงไทยเหมือนที่รัฐบาลอื่นใช้ และมาบริหารโครงการในการแทรกแซงยางของท่านให้มีประสิทธิภาพ อย่าปล่อยให้มีการฉ้อโกง อย่าปล่อยให้มีการเผาโรงงาน อย่าปล่อยให้ยางเกิดการเสียรูปทรงมิสเชพ (Misshape) และไปลดราคาและไปขายในราคาถูก นี่ผมทำนายไว้ก่อนเลยครับท่านประธาน ท่านประธาน คณะกรรมาธิการดูหน้าผมหน่อยสิ ท่านอย่าไปขายยางราคาต่ำกว่าราคาเป้าหมายนำนะ ไม่อย่างนั้นผมจะไม่ยอมและฟ้องพี่น้องประชาชน เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินภาษี ของพี่น้องประชาชน
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ที่ทางคณะกรรมาธิการยังไม่ตอบครับ เพราะผมได้แปรญัตติไว้เพื่อเป็นหลักประกันให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางครับว่า เงินในแต่ละสัดส่วนนั้นจะนำไปใช้ในการอื่นมิได้ นี่ละครับคือสิ่งที่ผมเป็นห่วง เพราะวันนี้ แม้แต่ร้อยละ ๖๕ ถ้าท่านไม่เขียนไว้ในมาตรานี้ นี่ผมเอามาจากร่างกฎหมายเดิมเขาเขียนไว้ อย่างนี้ครับ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าเงินก้อนนี้มาจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ควรที่ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางจะได้รับในกฎหมายพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำ สวนยางตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ จนมีการแก้ไขใหม่ก็ได้เขียนไว้ชัดเจนครับ เขียนไว้ชัดเจนว่าเงินที่ได้ จัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง จะนำไปใช้จ่ายเพื่อการอื่นนอกจากที่กำหนดไว้มิได้ นี่เจตนารมณ์ที่เขาจะปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง แต่ท่านมา ตัดออกครับ เรื่องนี้ไม่ได้นะครับ ท่านต้องมีการปรับปรุงผมเรียกร้องอีกครั้งหนึ่งครับ ขอให้ คืนให้กับชาวสวนยางร้อยละ ๗๕ ๒. เอาวรรคนี้กลับมาครับ ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมต้องมี การลงมติกันในสภานี้แน่นอนครับ
ของท่านร้อยละ ๗๐ ท่านจุฤทธิ์มีอะไรครับ เอาสั้น ๆ นะครับ ของท่านไม่ได้แปรญัตติไว้
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ฟังคำชี้แจงจากท่านประธานคณะกรรมาธิการผมก็เป็นห่วงครับ เป็นห่วงเพราะว่าท่านยังไม่เข้าใจหลักการของกฎหมายฉบับนี้ว่าเรากำลังร่างกฎหมาย เรื่องยางเพื่อให้ลูกหลานเราได้ใช้ครับ เพราะการปลูกยางทดแทนนี้เราไม่ได้โค่นกันวันนี้ครับ อีก ๒๐ ปีข้างหน้าครับ เพราะฉะนั้นท่านเอาตัวเลขมายืนยันตรงนี้ผมคิดว่ามันคือตัวเลข ณ วันนี้ ผมกำลังจะบอกให้ ท่านวิเคราะห์ว่าท่านไปปลูกยางภาคอีสานไว้แล้วกี่ล้านไร่ที่เพิ่มขึ้นนะครับ ผลมันจะเกิดอีก ๒๐ ปีข้างหน้า ๒๕ ปีข้างหน้า หรือ ๓๐ ปีข้างหน้า ตัวเลข ๖๕ เปอร์เซ็นต์ที่ท่านใส่ให้จะพอ หรือเปล่า ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ พรรคประชาธิปัตย์เป็นห่วงว่าภาคอีสานที่ปลูกยางเพิ่มอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ภาคเหนือที่ปลูกยางเพิ่ม ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ๒๐ ปีข้างหน้า ๓๐ ปีข้างหน้า จะมีปัญหาไม่มีเงินมาชดเชยค่าสงเคราะห์สวนยางให้พวกท่าน นี่คือหลักการที่พรรคประชาธิปัตย์ ยึดอยู่ครับ เพราะฉะนั้นเรามองแล้วว่าตัวเลข ๗๕ เปอร์เซ็นต์จะเป็นตัวเลขที่ไม่มีปัญหา กับชาวสวนยางในอนาคต รวมไปถึงชาวสวนปาล์มในอนาคตที่ตอนนี้รัฐกำลังเพิ่มให้จากไร่ละ ๑๖,๐๐๐ บาท เป็น ๒๖,๐๐๐ บาท เพิ่มไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาทนะครับ เพราะฉะนั้นต่อไป ชาวสวนยางเรียกร้องแน่ ๆ ไร่ละ ๒๖,๐๐๐ บาทเท่าปาล์ม นี่คือภาระครับ เพราะตอนนี้ รัฐนอกจากจะไม่จัดงบเพิ่มให้ชาวสวนยางแล้วกำลังจะมาดูดเงินชาวสวนยางไป เพราะฉะนั้น สาระสำคัญอยู่ตรงนี้ อยากให้ท่านกรรมาธิการคิดทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ
ท่านสมบูรณ์นะครับ เดี๋ยวก็ท่านเชนด้วยใช่ไหม ขอสั้น ๆ นะครับ แล้วกรรมาธิการจะได้ตอบ ตามข้อประสงค์ของท่านหรือเปล่า ถ้าไม่เช่นนั้นก็จำเป็นต้องลงมติว่าจะเอาอย่างไรนะครับ เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง ผมเชื่อว่ากรรมาธิการทั้งหลายที่นั่งอยู่ข้างบน ในขณะที่ท่านประธานชี้แจงท่านก็เกิดความวิตกกังวลคล้าย ๆ กันกับผม วันนี้พอยกตัวอย่าง สมมุติว่าเราส่งออกยางพาราได้ประมาณ ๓,๑๐๐,๐๐๐ ตัน ก็คือเก็บเงินเซสส์ได้ ๓ บาท ก็ตกได้ ๙,๓๐๐ ล้านบาท ๙,๓๐๐ ล้านบาท ท่านก็แบ่งไปให้กับ กยท. ๑,๓๑๕ ล้านบาท ร้อยละ ๑๕ เอาไปสำหรับรักษาเสถียรภาพราคายางหรืออย่างไรก็แล้วแต่อีก ๑,๘๖๐ ล้านบาท แล้วคาดว่าจะมีเงินสำหรับการปลูกแทนอยู่ ๖,๐๔๕ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ กันเลยว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาทก็แล้วกัน วันนี้มีผู้ประสงค์จะโค่นยางทั้งหมดประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ หรือมีความต้องการ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ เอาว่าวันนี้ถ้าเกิดปริมาณการปลูกยางในประเทศ ๑๘ ล้านไร่ ถ้าเกิดเราต้องการควบคุมปริมาณการผลิตเขาบอกว่าควรจะอยู่ที่ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ต่อปี แต่เพื่อ ช่วยทางรัฐมนตรี ช่วยกรรมาธิการแล้วกัน ผมให้ท่าน ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ท่านคิดว่าตอนนี้ ๑๖,๐๐๐ บาทในการโค่นยางหรือปลูกทดแทนพอไหมครับ ท่านรัฐมนตรีศุภชัยท่านเป็นคนรู้ว่า การปลูกยางวันนี้ค่าแรงมันเปลี่ยน ค่าปุ๋ยมันเปลี่ยน ค่าพันธุ์มันเปลี่ยนอย่างไร เดิมเขาให้กันแค่ ๙,๐๐๐ บาทต่อไร่ แต่หลังจากที่มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นเขาก็ปรับมาเป็น ๑๑,๐๐๐ บาทต่อไร่นะครับ ท่าน ผอ. วิทย์ แล้ววันนี้พอเราเก็บค่าเซสส์ได้เยอะเราก็มีความรู้สึกว่าเราคืนทุนไปให้กับ เกษตรกรที่เขาเสียค่าเงินเซสส์เราก็เลยปรับมาเป็น ๑๖,๐๐๐ บาท แต่ท่านประธานเห็นไหมครับ นโยบายของ สกย. เดิมถ้าเกิดไปปลูกยางให้ ๑๖,๐๐๐ บาทต่อไร่ แต่ถ้าไปปลูกปาล์มให้ ๒๕,๐๐๐ บาท เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน เพื่อลดปริมาณยาง คุณไปปลูกปาล์มเสีย เอาไปเลย ๒๖,๐๐๐ บาท แล้ววันนี้ถามว่าระหว่างการปลูกปาล์มกับปลูกยางค่าใช้จ่าย เท่ากันไหม บางทียางพาราอาจจะแพงกว่าด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้อัตราของการปลูกทดแทน หรือเงินสงเคราะห์มันจะต้องมากกว่า ๑๖,๐๐๐ บาท จะไปอยู่ที่อัตราเท่าไรผมเชื่อว่า ทาง สกย. หรือ กยท. จะต้องมีตัวเลข แต่ว่านี่ ๑๖,๐๐๐ บาทอยู่ไม่ได้แล้ว เอาว่าสมมุติว่า เราไปอยู่ที่ราคาส่งเสริมการปลูกปาล์ม หรือที่นายแพทย์สุกิจอภิปรายไว้แล้วว่าวันนี้พี่น้องประชาชนเรียกร้องไร่ละ ๒๖,๐๐๐ บาท ได้กี่ไร่ โค่นยางได้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ทีนี้ปัญหาที่มันจะเกิดคืออะไร ปริมาณยางก็ล้น แล้วท่าน ไปทำผิดกฎหมาย ๓ ประเทศด้วยที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เคยทำไว้นะครับ และรัฐมนตรีทุกคน ที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ เขาเดินทางไปประเทศมาเลเซีย เขาเดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย ไปตกลงกันว่า ๑. เราจะไม่ขายยางตัดราคากัน ๒. เราจะควบคุม การผลิต ก็คือเราตัดสินใจว่าเราโค่นยางกันประเทศละ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่วันนี้ท่านไม่มีเงิน แล้วท่านจะทำอย่างไร มันเกิดจากการที่ท่านวางแผนแค่นั้นเอง วันนี้ถ้าเกิดท่านปรับกลับไป เอาละครับ กยท. จำเป็นต้องใช้ร้อยละ ๑๕ ในการรักษาเสถียรภาพหรือดูแลพี่น้องเกษตรกร หรือการวิจัย เราเพิ่มไปเหมือนที่ผมเพิ่ม ผมบอกแล้วว่าเพิ่มไปร้อยละ ๘ ก็พอ เงินส่วนนี้ เอามาไว้สำหรับการปลูกแทน ให้ไปเลยครับไร่ละ ๒๖,๐๐๐ บาท โค่นได้ปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ แล้วท่านไม่ต้องห่วงครับ นี่คือการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา วันใดก็แล้วแต่ ที่พี่น้องประชาชนโค่นยางมาก ไปปลูกไม้อื่นปริมาณยางที่มันจะเพิ่มมันก็ลดน้อยลง การควบคุม การส่งออกเหมาะสมกับความต้องการของต่างประเทศ นี่คือเขาคิดกันมานานแล้วครับ เขาเลยออกกฎหมาย พ.ร.บ. สงเคราะห์การทำสวนยางตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ อัตราการเก็บเงินเซสส์ บางรัฐบาลนะครับ ผมเรียนว่าผมรับทราบจากท่านชวน หลีกภัย ว่าบางช่วงบางสมัย ที่ราคายางมันลง หรือราคายางมันตกต่ำนี่รัฐจะไม่ต้องไปแกล้งประชาชน หรือแกล้งเกษตรกร เขายกเลิกการเก็บเงินเซสส์ เหมือนผมเคยกราบเรียนท่านประธานว่าปี ๒๕๓๒ เนื่องจาก เกิดภาวะราคายางตกต่ำ เงินสงเคราะห์ที่จัดเก็บกิโลกรัมละ ๑.๗๐ บาทมีผลกระทบทำให้ ต้นทุนของเกษตรกรสูงเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๓๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการยกเว้นการเก็บเงิน เข้ากองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง นี่คือรัฐบาลเขาเห็นภาวะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำราคายางขึ้น ๑๘๐ บาท ๒๐๐ บาท ท่านรัฐมนตรีศุภชัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนั้นเราปรับเปลี่ยนอัตราการเก็บ เงินเซสส์ จากเดิมเราเก็บกิโลกรัมละ ๑.๔๐ บาท ราคายางมันทะลุไป ๑๐๐ กว่าบาท ตัดสินใจเก็บเงินเซสส์มากขึ้นเพื่อเอาเงินมาเป็นกองทุนไว้สำหรับปลูกทดแทน ให้มันมี การปลูกทดแทนด้วยจำนวนเงินมากขึ้นเลยเก็บเงินที่เกินกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เก็บอัตรา เงินสงเคราะห์ ๕ บาท วันนี้ราคายางลดลงต่ำกว่า ๑๐๐ บาท อยู่ในราคาที่เกิน ๘๐ บาท ก็เก็บ ๓ บาท ถ้าวันใดก็แล้วแต่มันตกลงไปอีกเหลือ ๗๐ กว่าบาท ท่านประธานเก็บแค่ ๒ บาท ๒ บาท ส่งออกได้ ๓,๐๐๐ ล้านกิโลกรัม เก็บเงินได้แค่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ละมันจะเดือดร้อนกัน ทั้งประเทศ แล้วเผลอ ๆ ถ้าเกิดรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลที่ดูแลพี่น้องประชาชนจริง ๆ วันนี้ ราคายางตกเขางดเก็บเซสส์ก็มี เหมือนที่ผมเคยกราบเรียนแล้วว่าเอาละถ้าวันนี้เรางดเก็บเซสส์ สัก ๓ บาท ราคายาง ๓ บาทจะตกกับเกษตรกรทันทีเลย ๘๐ บาท เป็น ๘๓ บาททันที ทุกคนแฮปปี้ (Happy) แต่วันนี้ท่านทำอะไร ท่านตัดสินใจว่าเอาละฉันจะไม่งดเว้น เกษตรกร จะตายก็ตายไป ฉันเอาเงินเข้ามากองทุนก็แล้วกัน ฉันไม่รอรักษาเสถียรภาพราคายางพารา เอาเงินไปอุดนโยบายรัฐบาล แล้วท่านรู้ไหมครับว่าเงินดังกล่าววันนี้คณะกรรมาธิการ กำลังเป็นเครื่องมือให้กับรัฐบาล เช่นปลูกใหม่มันเป็นประชานิยม ท่านอาจจะเอาไปประกาศกันทั่วประเทศในวันนี้ว่า เรากำลังออกกฎหมายส่งเสริมการปลูกใหม่ พี่น้องเกษตรกรที่มีที่ดินตั้งแต่ ๒-๑๕ ไร่ มารับเงินที่การยางแห่งประเทศไทยเลยไร่ละ ๒๐,๐๐๐ บาท เท่าไรก็แล้วแต่ปลูกใหม่ เราส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรมีสวนยางเป็นของตัวเอง และผลกระทบต่อไปก็คือยางพาราเต็ม ทั้งประเทศ นี่ท่านเอาเงินไปสำหรับปลูกใหม่แล้ว
ข้อที่ ๒ ท่านคงไม่มีแนวคิดในเรื่องการลดเงินเซสส์เหมือนกับบางรัฐบาลที่เขารู้ว่า วันนี้ประชาชนเดือดร้อน ทำอย่างไรให้เขาบรรเทาความเดือดร้อนที่สุดแต่ท่านก็ไม่ได้คิด กรรมาธิการครับผมเชื่อว่าท่านมีเวลา วันนี้อัตราของการปลูกแทนเป็นสิ่งจำเป็น ผมบอกแล้วว่า ถ้าเกิดยิ่งเก็บเงินไม่ได้ตามเป้า ราคาไม่ได้ตามเป้าตรงส่วนนี้เดือดร้อน แล้วถ้าเกิดพี่น้องประชาชน ไม่ยอมโค่นยางเหตุผลเพราะว่ามันไม่คุ้มในระหว่าง ๗ ปีที่รอผลผลิตแล้วก็ได้รับเงินสงเคราะห์ มาน้อย ๑๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อไร่ พี่น้องประชาชนก็ต้องทนกรีดยางที่น้ำยางไม่ค่อยออก ท่านประธานครับ ปริมาณยางก็ล้นเราก็ไม่เป็นมิตรที่ดีต่อผู้ผลิตยาง เราจะเป็นคนชั่วในสายตาคนอื่น เป็นคนเห็นแก่ตัวทุกอย่างครับ วันนี้พังทั้งระบบเนื่องจากท่านไปกำหนดโดยคิดเอาง่าย ๆ ว่า ร้อยละ ๖๕ ก็คงพอเพราะว่ามีคนขอกันแค่ ๒๕๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่ว่าคุณให้เงินเขาแค่นี้ เหมือนที่คนบอกละครับว่า ท่านประธานครับ วันนี้ค่าใช้จ่ายในการสงเคราะห์ก็ต้องสูงขึ้น และเงินยิ่งเก็บได้น้อยลงอันตรายครับ ท่านสามารถที่จะแก้ไขได้ ผม กรรมาธิการทุกคน เราห่วงใยจริง ๆ ครับ เราไม่ได้ชนะคะคานว่าอยากจะเอาตามเปอร์เซ็นต์ของเราหรอกครับ แต่ว่าถ้าเกิดท่านสามารถกลับไปทบทวนเอาไปคิดกันว่าตรงนี้เหมาะสมที่สุดไม่กระทบ ยินดีครับ เพราะว่าพวกผมอยากให้ราคายางดีทุกรัฐบาลครับ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกร ได้มีความเป็นอยู่ที่ดี แต่ว่ากฎหมายมันเป็นตัวชี้นำว่านโยบายต่อไปจะทำอย่างไร ส่งเสริม ให้เขาโค่นยางอย่างไร แต่ถ้าเกิดท่านให้เขา ๑๖,๐๐๐ บาท แล้วก็ไม่มีเงินพอเขาก็ไม่โค่น ปริมาณยางก็เยอะ พอปริมาณยางเยอะราคาก็ตก ท่านก็แก้ปัญหากันมั่วหมดเป็นลิงพันแห ไม่มีทางแก้ได้ เชื่อผมเถอะครับ ผมเป็นคนที่เกิดจังหวัดที่มีต้นยางต้นแรกเรารับผิดชอบ ต่อเรื่องยางพาราของประเทศครับท่านประธาน
ท่านวัชระ สั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการ และพี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็คงได้ยินในสิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์แต่ละท่านได้อภิปรายไปแล้วซึ่งต่างก็มีจุดยืนที่จะรักษาผลประโยชน์ ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง และเมื่อผมได้ยินท่านรัฐมนตรีมาชี้แจง ก็ชี้แจงได้ไม่แจ่มชัด เรียกว่าไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องยางเลยก็ว่าได้ จึงขอหารือท่านประธาน เพื่อกราบเรียนท่านประธานโปรดกรุณาหารือกับท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นท่านจะกรุณาถอนกลับไปก่อนได้หรือไม่ครับ เพราะอย่างนี้ มันคงเดินหน้าไม่ได้ครับ เพราะพวกเราต้องการที่จะปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยาง แต่ท่านนั้นกำหนดเปอร์เซ็นต์ให้แค่ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ซึ่งน้อยเกินไป ร้อยละ ๖๕ นั้น น้อยเกินไปครับ ผมจึงหารือท่านประธานว่าถ้าไม่ยอมตามตัวเลขที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์เสนอไปขอให้ท่านนั้นได้ถอนร่างนี้ออกไปก่อน ขอขอบคุณครับ
ท่านเชนครับ
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน อีกครั้งหนึ่ง ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อย่างที่ผมสนับสนุนเพื่อนสมาชิกแล้วที่ผมได้แปรญัตติไว้นี่ผมว่าสมเหตุสมผลนะครับ เอาเงินของเกษตรกรไปใช้ ยอมให้ตัดไปใช้เพื่อการนี้เสีย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ว่าที่จริงแล้ว แทบไม่น่าที่จะไปเอาของเขาเลยเพราะว่าเป็นเงินของเขา แล้วผมต้องกราบเรียนว่า วิธีคิดเราต่างกันจริง ๆ ที่ท่านคิดว่าเงินจำนวนนี้ใช้ไม่หมดแล้วเราจะไปขอเอาของเขามาใช้เฉย ๆ โดยอ้างว่าเขาใช้ไม่หมดกัน ขอทุนการส่งเสริมท่านไปดูเถอะครับว่าแต่ละปีที่เกษตรกร เขาขอทุนนี่ทางสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางไม่ได้ให้เขาหมด บางรายนี่ ไปขอไปรออยู่ ช่วงก่อนนี้ผมเรียนท่านประธานว่าตอนไม้ยางยังมีราคา เกษตรกรบางราย ไม่รอเงินทุนของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางตอนก่อนนี้ เขาตัดสินจะโค่นยางได้เลย เพราะว่าเขามีรายได้จากไม้ยางพาราไม่ต้องรอว่าจะได้รับทุนจากกองทุนสงเคราะห์ การทำสวนยางเมื่อไร แต่ว่าบางรายเสาทาสีแดงส่องกล้องกันไว้จนสีมันหมดแล้วครับ เขาก็ยังโค่นยางไม่ได้ มันอยู่ที่ปัจจัยว่าราคายางดีหรือไม่ ไม้ยางดีหรือไม่มันมีองค์ประกอบ หลาย ๆ อย่างเป็นองค์ประกอบของมันนะครับ สิ่งที่ผมจะเรียนก็คือผมเรียนกับท่านรัฐมนตรี อย่างเดียวว่าจะคิดว่าเงินมันเหลือเขาใช้ไม่หมดแล้วก็วันนี้จะเอามา ท่านคิดเราคิดสั้นนะครับ เพราะอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้เรียนอย่างท่านประธานปลูกยางวันนี้ให้ไปโค่นยางท่านประธาน ท่านประธานไม่โค่นหรอกครับ ท่านประธานยังไม่ถึงเวลาที่จะโค่นยาง มีหลายคนที่เขาปลูกยาง วันนี้ปลูกยางยังไม่ได้ครบอายุต่าง ๆ นี่มันก็ทยอยปลูกโค่นไปตามความจำเป็น แต่ถ้าเมื่อไรก็ตาม เราคิดถึงยางวันนี้ยางราคาทั้งพยุง ทั้งแทรกแซง รัฐต้องจ่ายไปถ้าผมจำไม่ผิด ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วยังไม่สามารถยกระดับราคายางขึ้นมาได้ ลองงดเก็บเงินเซสส์ดูสิครับ ทันทีเลยครับ งดเก็บ ๕ บาท พรุ่งนี้ยางขึ้น ๕ บาท แล้วเกษตรกรจะได้เต็ม ๆ ถ้าจะช่วยเขาอย่างนั้น แต่ว่า โดยข้อเท็จจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นครับ เงินของเกษตรกรวันนี้เก็บไว้อย่างนี้ไม่บูดไม่เสียหรอกครับ เพราะยังต้องใช้จ่ายต่อไปข้างหน้า วันข้างหน้าราคามันตกเราจะช่วยเกษตรกรหรือดำเนินการ ในการแก้ไขปัญหา หรือให้เกษตรกรอย่างที่เพื่อนสมาชิกบอกกับท่านประธานว่าเราพิจารณา ให้เพิ่มเขาก็ได้เงินเขา แต่ว่าทำไมเงินเขาแล้วเราต้องมาคิดว่าเราจะเอาล่ะ ทำไมไม่คิดบ้างว่า ส่วนนี้ที่จะต้องช่วยเกษตรกรนี่เราทำไมไม่ไปเอาเงินของรัฐ ที่จริงยางนี้เสียภาษีซ้ำซ้อนกัน หลาย ๆ ต่อนะครับ นอกจากเงินเซสส์แล้ว ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีต่าง ๆ ที่เกษตรกรเสียนี่เขาเสียมาเหมือนกับคนประกอบธุรกิจอื่นทุกอย่าง แต่พอถึงเวลาเงินเซสส์นี่ เก็บเพิ่มหัวคิวปลายทาง วันนี้ผมต้องถือโอกาสนี้กราบเรียนผ่านท่านประธานไปถึง เพื่อนสมาชิกโดยย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าไม่เคยมีพระราชบัญญัติฉบับไหนในการตั้งรัฐวิสาหกิจ แล้วรัฐไม่ลงทุนเลยสักบาทหนึ่ง วันนี้จะเอาเงินจากเกษตรกรมันไม่เคยมีนะครับ จ้องเอาแต่ จะแบ่งเค้กก้อนนี้ ทำไมไม่คิดว่าการส่งเสริมอย่างนี้เป็นการส่งเสริมรัฐวิสาหกิจที่จะมา ส่งเสริมมาช่วยชาวบ้านนี่รัฐก็ออกเป็นทุน ผมทักท้วงในคณะกรรมาธิการมาหลายครั้งว่า ทำไมเราไม่เคยคิดที่จะเอาเงินจากรัฐบาลมาช่วยเกษตรกรอย่างนี้บ้างเหมือนกับพืชผลอื่น ๆ ที่รัฐช่วยเหลือเขาเพราะอ้างว่าชาวสวนยางมีรายได้ดี ท่านประธานอย่าลืมนะครับ ชาวสวนยาง ที่ต้องขายยาง ผมยกตัวอย่างว่าชาวสวนยางในเขตของท่านประธานคณะกรรมาธิการที่ขายยางถ้วย ก้นถ้วย เมื่อช่วงที่แล้วมาเขาขายได้แค่ ๖๐ บาท ท่านประธาน ราคายาง ๖๐ บาทเขาขายได้ไม่ถึงครึ่งครับ สิ่งเหล่านี้ผมว่าเราต้องคิดการณ์ไกลหน่อยในเรื่องอย่างนี้ เราจะคิดเอาวันนี้ว่าวันนี้เงินเหลือ แล้วก็ใช้ไม่หมด แล้วรัฐขอเอาไปใช้ยังเรื่องอื่นมันไม่ใช่ ท่านรัฐมนตรีจะไม่มีหน้าที่บริหารเงิน โดยคิดว่าเอาเงินของคนอื่น เขามีเงินเหลือนะครับ มันไม่ใช่เงินของรัฐบาล ท่านต้องคิดบริหารเงิน บริหารงานโดยเอาเงินของรัฐบาล นี่เป็นข้อเท็จจริงครับท่านประธาน ผมกราบเรียนเลยครับ เพื่อนสมาชิกครับ ท่านโปรดทราบว่าวันนี้เงินเซสส์เป็นเงินของชาวบ้าน การตั้งรัฐวิสาหกิจ อันนี้จะเอาค่าใช้จ่ายทุกอย่างจากเงินของชาวบ้านมันเป็นเรื่องที่ไม่ชอบด้วยเหตุด้วยผล แต่ถ้าพออ้างได้ว่าเอาไปเพื่อการวิจัย เอาไปเพื่อสนับสนุน โครงการต่าง ๆ ที่เป็นเรื่อง การรักษาของชาวบ้านก็ยังพอฟังได้ แต่ไม่ใช่คิดโดยวิธีคิดคือการแบ่งเค้กว่าเงินนี้เหลือ ใช้ไม่หมด แต่ว่าปีต่อ ๆ ไปซึ่งยังเป็นปัญหาต่อไปแล้วเขาจะเอาจากที่ไหน อย่างเพื่อนสมาชิกได้พูดว่า ในค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในค่าใช้จ่าย ค่าปุ๋ย ค่าแรงงานต่าง ๆ ที่มันมากขึ้นเขาจะเอาที่ไหน สิ่งเหล่านี้ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าไม่ควรพิจารณาเลย ถ้าโดยเฉพาะที่ผมได้ยิน ท่านรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมาธิการชี้แจงว่าจะเอาเงินนี้ไปเพื่อการรักษาเสถียรภาพ ไปดำเนินการในเรื่องอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลายน้ำที่เอาไปเพื่อสนับสนุนด้านการตลาด ด้านต่าง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วย และท่านประธานเองก็ไม่ควรจะเห็นด้วย เพราะท่านประธานก็ทราบดีว่าเกษตรกรไม่มีความมั่นคงหรอกครับ ราคามันไม่มีคงที่คงวา มันขึ้นลง ๆ แล้วก็ปริมาณยางที่เพิ่มขึ้นในของแต่ละภูมิภาคอันนี้ก็จะเป็นปัญหาในระยะยาว ที่เราต้องแก้ไขปัญหาร่วมกันนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านอนันต์ ศรีพันธุ์ และอาจารย์ประกอบ สลับข้างหน่อยครับ ให้เขาสลับข้างด้วย ให้อาจารย์อนันต์ก่อน เชิญอาจารย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ กรรมาธิการการยางคณะนี้ด้วย กยท. เรื่องนี้ถกกันมา ๒ ปี เพราะว่าถกกันแล้วก็ เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าเงินเซสส์จะทำอย่างไร ตีความตั้งแต่ไม้ยางเข้ามา เพราะว่าเมื่อพูดถึง เงินเซสส์ตอนแรกเราก็แบ่งออกเป็น ๒ กอง ตอนนี้เป็น ๓ กอง ก็ถกกันอยู่ประมาณเดือนเศษ ก็ลงมติกันว่าเงินเซสส์ควรจะแบ่งออกเป็น ๓ กอง คือ ๑๕ ๖๕ ๒๐ เหตุที่ ๒๐ ที่เอาไปนั้น ก็เนื่องจากว่าจะเอาไปเรื่องของงานวิจัย ในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่จะสูงขึ้นมันก็จะเป็นเรื่องของ ผลผลิตยางจะสูงขึ้น อันที่ ๒ นั้นเรื่องของผลิตภัณฑ์การแปรรูป ถ้าเรามีการแปรรูป มีการทำให้ยางนั้นเพิ่มมูลค่าของยางขึ้นในเรื่องของเทคโนโลยีนั้นก็จะทำให้ราคายาง ในประเทศนั้นดีขึ้น เกษตรกรไม่ต้องทำคนละ ๘๐-๙๐ ไร่ก็ได้ ทำ ๒๐-๓๐ ไร่ก็สามารถที่จะ ขายยางได้ราคาดี นั่นคือมุมมองของคณะกรรมาธิการอีกมุมหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามครับ ถ้าหากมาดูวรรคท้าย ในกรณีที่เงินอุดหนุน ถ้าหากทางฝ่ายอีกคณะหนึ่งที่ว่าไม่พอนะครับ ในกรณีที่เงินของกองทุนไม่พอเพียงเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตาม (๑/๑) หรือ (๒) ให้คณะกรรมการจัดสรรเงินเพิ่มขึ้นจากรายได้ตามมาตรา ๑๒ อันนี้มาตรา ๑๒ ก็เกี่ยวกับ เงินดอกเบี้ยอะไรต่าง ๆ ทั้งหมดละครับ ได้อีกไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของจำนวนเงินที่กำหนดไว้ใน (๑/๑) หรือ (๒) หากรายได้มีไม่พอจ่ายให้รัฐตั้งรายจ่ายเพิ่มเติมในงบประมาณประจำปี ตามความจำเป็น นี่รัฐก็ดูแลอยู่แล้วครับในเรื่องของการที่จะเพิ่มถ้าหากว่าเกษตรกร ที่จะปลูกแทนนั้นเงินไม่พอรัฐก็ให้อยู่แล้ว ที่จริงมันก็น่าจะจบแล้วละครับเรื่องนี้ แต่ว่า เราก็สวนกันไปสวนกันมา ทุกคนนั้นหวังดีต่อเกษตรกรทั้งนั้นละครับ ผมก็เป็นลูกเกษตรกร เหมือนกัน อันนี้ก็คือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะแย้งในฐานะที่เราถกกันมา ขอบคุณครับ
เชิญท่านอาจารย์ประกอบครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะที่เป็น กรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ว่า ในมาตรา ๔๙ กราบเรียนว่าเป็นหัวใจที่มีความสำคัญจริง ๆ และเรื่องนี้ในชั้นคณะกรรมาธิการ เราได้แสดงเหตุผลอย่างมีเหตุและมีผล เพียงแต่ว่าความคิดของ ๒ ฝ่าย ฝ่ายเสียงข้างมาก กับเสียงข้างน้อยมีความแตกต่างกันนิดหน่อยเท่านั้นเอง ผมกราบเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ ด้วยเจตนารมณ์เงินเซสส์เงินเก็บมาจากการส่งยางออกนอกประเทศ และวัตถุประสงค์ อย่างแท้จริงคือเอาเงินก้อนนี้มาคืนให้กับเจ้าของสวนในการปลูกแทน นั่นเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุด ทีนี้ท่านประธานครับ เมื่อเรามีการยางแห่งประเทศไทย จะเห็นว่ามีหลายภาคส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างน้อยที่สุดอุตสาหกรรมต่อเนื่องเข้ามาในร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ผมกราบเรียนว่าในคำแปรญัตติในข้อสงวนความคิดเห็นของท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ถ้าท่านประธานได้คิดดี ๆ ผมคิดว่าเป็นตัวเลขที่ลงตัว แล้วผมก็คิดว่ากรรมาธิการเสียงข้างมาก น่าจะรับได้คือเราแบ่งเงินก้อนนี้เป็น ๔ กอง กองที่ ๑ เป็นที่ยอมรับเลยทุกคนยอมรับว่า ไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ใช้ในกิจการของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง รู้สึกกองนี้ เราเห็นสอดคล้องกัน กองที่ ๒ เรื่องของงานวิจัยเพราะเรามีความคิดมีความรู้สึกร่วมกันว่า งานวิจัยเป็นหัวใจที่มีความสำคัญในการพัฒนาพันธุ์ยาง คุณภาพของยาง ก็ให้ไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่ามากแล้วก็ทุกคนรับได้ว่าเรื่องงานวิจัยนั้นเพิ่มมาจากกฎหมายเก่ามาเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ค่อนข้างมาก ก้อนที่ ๓ เนื่องมาจากว่ามีความต่อเนื่องของกฎหมายพระราชบัญญัติการยาง แห่งประเทศไทย มีการแปรรูปอุตสาหกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นเงินก้อนนี้ ก็เพื่อให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรราคายางที่มีเสถียรภาพราคาที่สูงขึ้นก็ให้อีกก้อนหนึ่ง แต่ก้อนนี้คงจะไม่มาก เพราะว่าเป็นก้อนที่นำไปบริหารจัดการกิจการต่อเนื่องเช่นการแปรรูป เรื่องการตลาด แต่ถามว่าเงินที่เสนอไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์เพียงพอไหม ไม่พอครับ แต่เราได้พูด ให้ชัดเจนว่าเป็นภาระของรัฐบาลที่ต้องหางบประมาณมาส่งเสริมสนับสนุนเพิ่มเติมในส่วนนี้ แต่กองทุนของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ๕ เปอร์เซ็นต์เราถือว่ามากพอแล้ว แล้วก็ส่วนที่ ๓ ซึ่งเป็นหัวใจที่มีความสำคัญคือคืนกำไรให้กับพี่น้องชาวสวนยาง เราเก็บภาษีเข้ามาเอาเงินมาก้อนหนึ่ง ทำเป็น ๔ ส่วน ๓ ส่วนแรกเกี่ยวข้องกับเขานิด ๆ ไม่โดยตรง ทางอ้อม แต่ส่วนที่ ๔ มีผลกระทบ ต่อเขาโดยตรงเลยคือคืนกำไรให้กับเขา ในส่วนที่ ๔ เราบอกว่าที่เหลือจาก ๑ ๒ ๓ แล้วเป็นส่วนที่ ๔ นั่นหมายความว่าพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางจะได้รับงบประมาณในส่วนนี้มา เพื่อการปลูกแทนไม่น้อยกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ พอไม่น้อยกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ก็มีความขัดแย้ง ความเห็นที่ไม่สอดคล้องต้องกัน หลายคนบอกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเงินมากใช้ไม่หมด อีกกลุ่มหนึ่ง บอกว่าหมด ผมกราบเรียนว่าหมดหรือไม่หมดขึ้นอยู่กับพื้นฐานข้อเท็จจริงในภาวะปัจจุบัน แต่เราไม่ได้มองในอนาคต ผมได้กราบเรียนคณะกรรมาธิการ และจะกราบเรียนท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งว่าต่อไปเรื่องการลงทุนในการปลูกยางนั้นมันเพิ่มทวีคูณ ท่านประธานครับ ไม่ว่าเรื่อง ปัจจัยในการผลิตตั้งแต่การเตรียมดิน พันธุ์ยาง การดูแลรักษา ซึ่งมีโรคแมลงมาก ๆ ฉะนั้น อัตราสงเคราะห์ต่อไร่ขณะนี้มันไม่พอ แล้วไม่พอจริง ๆ ถ้าเกิดว่าท่านเอาตัวเลขข้อมูล ในการสงเคราะห์ขณะนี้มาเป็นตัวตั้ง ผมคิดว่ามันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นเราก็กราบเรียนว่า ถ้าอย่างนั้นเพื่อให้เกษตรกรเขาได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ เขาได้ปลูกยางอย่างเต็มที่ เพราะเงินของเขาเอากองที่ ๔ นี่สัก ๘๐ เปอร์เซ็นต์อัพ (Up) แล้วก็ไม่ให้โยกไปไหนกองนี้ ต้องเก็บไว้เป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร ผมกราบเรียนว่าถ้าเกิดว่าเสียงข้างมากยอมรับ ส่วนนี้ได้แล้วก็ไปกันได้ก็น่าจะมีประโยชน์ เพราะว่าส่วนนี้เราพูดกันมาก พูดกันหลายครั้งนะครับในชั้นกรรมาธิการ แล้วก็หลายครั้งที่เห็นชอบ แต่หลายครั้งไม่เห็นชอบ ในที่สุดมาถึงการเปลี่ยนแปลง ก็กราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านประธานพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับว่าลองทบทวนใหม่ดูสิครับ ผมคิดว่า ตัวเลขที่ท่านชินวรณ์เสนอมานั้นเป็นตัวเลขที่รับได้ และเป็นตัวเลขที่มีประโยชน์ทุกภาคส่วน ทั้งกิจการ บริหารกิจการของการยาง ทั้งในเรื่องของงานวิเคราะห์ วิจัย ทั้งในเรื่องของ การส่งเสริมกิจการที่ต่อเนื่อง และในเรื่องของคืนกำไรให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางครับ ท่านประธานครับ อยากให้ทบทวนอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๒ สมัยแล้วนะครับ ตั้งแต่สมัยที่แล้วร่วม ๒ ปีนะครับ เราได้พิจารณาถกเถียงกันอยู่อย่างนี้นะครับ จนถึงวันนี้ ก็เป็นการพูดคุยระหว่างกรรมาธิการเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยด้วยกัน พอพิจารณาจบแล้ว ก็ต้องมาพูดกันในนี้อีก ท่านประธานครับ เรื่องการปลูกนี่นะครับ ประเทศไทยสักวันหนึ่ง ที่ปลูกใหม่ก็จะหมดนะครับ เพราะว่าเราไม่สามารถไปปลูกในพื้นที่ซึ่งเป็นป่าได้นะครับ สักวันหนึ่งการปลูกใหม่จะหมดไปนะครับ แล้วก็ถ้าเราไม่ปลูกประเทศที่เขากำลังปลูกอยู่คือ ประเทศจีนตอนนี้ก็เร่งปลูก แผ่นดินมากมายมหาศาลนี่เขาก็ปลูกมากมายเลยครับ ประเทศเวียดนามครับ สปป. ลาว ประเทศพม่านะครับ สปป. ลาวกับประเทศพม่า เขมรนี่เปิดให้คนไทยไปเช่าเป็นแสน ๆ ไร่นะครับ ท่านประธานครับ ประเทศอินเดีย กำลังติดอันดับ ๑ ใน ๕ ของโลก ซึ่งจะปลูกเพิ่มจำนวนขึ้น ประเทศอินโดนีเซียนะครับ วันนี้ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีพื้นที่ปลูกยางมากที่สุดในโลกนะครับ ประเทศไทย ปลูกน้อยกว่าประเทศอินโดนีเซียนะครับ แต่ประเทศอินโดนีเซียเทคโนโลยียังไม่เจริญก้าวหน้า เท่าประเทศไทย องค์ความรู้เรื่องยางพารายังไม่มากพอ ถึงพื้นที่ปลูกแต่ผลผลิตน้อยกว่าเรา ดังนั้นเราอย่าไปคิดว่าจะเลิกปลูก ปลูกให้มันเต็มพื้นที่ที่ปลูกได้ สุดท้ายที่ปลูกใหม่จะไม่มีแล้ว มีแต่ปลูกแทน ท่านประธานครับ เรายกเลิกกฎหมาย ๘ ฉบับสำหรับพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๘ ฉบับนั้นเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนทั้งระบบครับท่านประธาน การยางแห่งประเทศไทย จะเป็นองค์กรกลางดูแลบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบครบวงจรครับ ๑๕ เปอร์เซ็นต์นั้น ๓ หน่วยงานเอาไปบริหารจัดการ เอาไปดูแลพนักงาน เอาไปเกี่ยวกับงานรูทีน (Routine) ทั้งหมดยอมรับกันได้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๖๕ เปอร์เซ็นต์นั้นนะครับ ทุกวันนี้มีเงินเหลือครับ ทุกวันนี้ ๖๕ เปอร์เซ็นต์มีเงินเหลือ ปลูกแทนแค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ ใน ๖๕ เปอร์เซ็นต์นี้ทุกปีถ้าเหลือก็จะสะสมไปเรื่อย ๆ ครับ ปีนี้ใช้ไม่หมด ปีหน้า สะสมไว้ สะสมไว้ สะสมไว้ครับ แต่ปีไหนที่โค่นยางมากกว่าเงินที่มีอยู่รัฐบาลสนับสนุน เข้ามานะครับ อันนี้รับรองว่าเงินพอแน่นอน ในส่วน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือเอาไว้ให้องค์กรอื่น ๆ ครบวงจรทั้งระบบนั้นเขาจะได้ใช้เงินบ้าง โอกาสต่อไปพวกผลิตภัณฑ์ยาง หมายความว่า โรงงานยางรถยนต์ โรงงานถุงยางอนามัย โรงงานถุงมือยาง โรงงานผลิตภัณฑ์ยางเกี่ยวกับ รถยนต์ทั้งหลายที่มีองค์ประกอบเกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นฐานนี่เราจะเก็บเงินหมดนะครับ เก็บเงินจากผลิตภัณฑ์ยางครับ เพราะว่าเราไม่สามารถส่งออกยางดิบไปต่างประเทศได้ตลอดไป วันนี้ประเทศมาเลเซียโค่นยาง ปลูกปาล์มครับ แต่โรงงานที่แปรรูปยางพาราอยู่เต็มชายแดน ประเทศมาเลเซียครับ เพราะเขาไม่ต้องปลูกยางครับ ซื้อน้ำยางดิบข้นจากประเทศไทย ไปป้อนโรงงานที่ประเทศมาเลเซีย วันนี้จำเป็นจะต้องส่งเสริม วิจัย และให้การสนับสนุน ๑. ความแข็งแรงขององค์การเกษตรกร องค์กรต่าง ๆ ที่รวมกลุ่มกัน ไม่ว่าสหกรณ์ ไม่ว่ากลุ่มเกษตรกรให้เข้มแข็ง ให้สามารถก้าวพ้นจากผู้ผลิตขึ้นมาเป็นผู้แปรรูประดับขั้นต้น ขึ้นมาเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ขึ้นมาเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมขนาดกลางขึ้นมา เป็นเจ้าของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ร่วมกับรัฐบาล รัฐบาลถึงตั้งบริษัทได้ครับ ตั้งบริษัท เพื่อร่วมทุนกับกลุ่มเกษตรกรเพื่อสร้างโรงงาน สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อแปรรูปในประเทศไทย คนไทยไม่จำเป็นจะต้องส่งยางออกอันดับ ๑ ของโลก แต่ต่อไปจะส่งผลิตภัณฑ์ยางเป็นอันดับ ๑ ของโลก ท่านประธานครับ ในเมื่อเราจะเก็บยางจากผลิตภัณฑ์ยางเราต้องให้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ สำหรับงานวิจัยนะครับ สำหรับความเข้มแข็งของเอสเอ็มอี ความเข้มแข็งของอุตสาหกรรม ส่งเสริม วิจัยเรื่องโรงงาน ดังนั้นกรรมาธิการทั้งหมด ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ๒-๓ รอบ ข้อสรุปเป็นแบบนี้ครับ ดังนั้นกรรมาธิการจึงยืนตามที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้พิจารณาดีแล้ว ขอยืนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
จะซ้ำกัน แต่ผมอนุญาตท่านคนละ ๒ นาทีก็แล้วกัน เชิญอาจารย์ประกอบก่อนแล้วเรียงไปท่านละ ๒ นาที ก็แล้วกันนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับว่าจริง ๆ เรากำลังพูดมาตราที่มีความสำคัญ แล้วก็พูดด้วยเหตุด้วยผลกัน ถ้าโหวตนี่ง่ายที่สุด ง่ายที่สุดครับ แต่ผมไม่อยากให้ท่านคิดว่าความคิดของท่านถูกต้องแล้ว พวกผมนี่ชาวสวนยางได้อยู่กับยางมาตลอดชีวิต เคยผ่านการปลูกยาง โค่นยาง สงเคราะห์ยาง เรารู้ปัญหา รู้ปัญหาจริง ๆ ท่านครับ ผมขออนุญาตอภิปรายใน ๒ ประเด็น ขออภัย ท่านกรรมาธิการพิเชษฐ์ได้กรุณาพูดแล้วก็อาจจะทำให้เข้าใจไม่ตรงกัน
เรื่องที่ ๑ เรื่องนโยบายในการปลูกใหม่ ผมกราบเรียนว่าเราไม่ได้ขัดข้อง เพราะเรารู้ว่าจริง ๆ สิ่งเหล่านี้มันขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของประเทศ แต่เราบอกว่าที่ส่งเสริม ในการปลูกใหม่กับกิจการยางสัก ๕ เปอร์เซ็นต์ได้ไหม เพราะอะไรครับ เพราะว่าถ้ารัฐเห็น ความสำคัญของการเพิ่มพื้นที่ในการปลูกยางนอกจากเงินสงเคราะห์ เงินเซสส์แล้วผมคิดว่ารัฐบาล ก็มีนโยบายในการจัดสรรงบประมาณประจำปีช่วยพี่น้องเกษตรกร แม้แต่งบประมาณ ตามยุทธศาสตร์ของจังหวัด ของผู้ว่าราชการจังหวัดขณะนี้ ผมรู้นะครับว่าหลายจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดภาคอีสานก็เข้าใจครับ เอางบประมาณส่วนนี้มาส่งเสริมในการปลูก พื้นที่ใหม่เยอะมากเราก็เห็นด้วยไม่ขัดข้อง นี่คือช่องทางในการส่งเสริม เพราะฉะนั้นตรงกันครับ ทั้งเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยเราไม่ได้ขัดข้องในเรื่องการขยายพื้นที่ในการปลูกยาง เพียงแต่เราคอมเมนท์ (Comment) นิด ๆ กังวลว่าต้องดูให้ดีนะครับการโซนนิงมีประโยชน์ ดูเพื่อนบ้านด้วย ดูดีมานด์ (Demand) ซัพพลาย (Supply) ด้วยให้มันเหมาะสมกัน แต่ว่า โดยหลักทั่วไปก็คือไม่ขัดข้อง
ส่วนที่ ๒ ที่ว่าคราวที่แล้ว ๖๕ เปอร์เซ็นต์ก็เหลือใช้ไม่หมด ไม่จริงหรอกครับ ที่ผมกราบเรียนไม่จริงนี่พวกผมสัมผัสกับพื้นที่และสัมผัสกับพี่น้องเกษตรกรคำขอมันเยอะ คำขอสงเคราะห์มันเยอะ แต่เมื่อขอสงเคราะห์แล้วบางครั้งราคายางดีคนก็ไม่โค่น ถูกไหมครับ และคำอนุมัติในการโค่นยางมันก็ไม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มันขึ้นอยู่กับการตรวจสวน เจ้าพนักงาน ไม่เพียงพออะไรพวกนี้ สมมุติว่าคำขอสัก ๑๐๐ อาจจะสงเคราะห์ได้ประมาณ ๘๐ อะไรพวกนี้ ก็ดูเหมือนว่าเงินเหลือ จริง ๆ เงินมันไม่เหลือ ที่เหลือเพราะเหตุผลอื่นมากกว่า และส่วนที่ ๒ ที่พวกเราเรียกร้องอยู่บอกว่าขณะนี้อัตราสงเคราะห์ต่อไร่มันไม่พอ ตามข้อเท็จจริงมันไม่พอจริง ๆ เพราะว่าเราสัมผัสอยู่ก็ควรจะเพิ่มส่วนนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเอา ๒ เหตุผลนี้มาเป็นองค์ประกอบ ผมคิดว่าการที่เราคืนสิ่งที่เราเก็บจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางให้ชาวสวนยางเขาไปโค่น แล้วก็ปลูกแทนเป็นสิ่งที่น่ายุติธรรมมากที่สุด ๘๐ เปอร์เซ็นต์อย่างต่ำให้เกษตรกร อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไปบริหารจัดการ และหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องรัฐจะต้องจัดสรรงบประมาณในส่วนอื่นเข้ามา ดูแลเพิ่มเติม เราไม่ได้บอกว่าให้ ๕ เปอร์เซ็นต์กองที่ ๑ ๑๐ เปอร์เซ็นต์กองที่ ๒ ๕ เปอร์เซ็นต์ กองที่ ๓ นี่จะพอนะครับ แต่เรามีช่องทางนะครับว่าถ้าไม่พอรัฐต้องซัพพอร์ต (Support) ในส่วนนี้เข้ามา แต่ส่วนของพี่น้องเกษตรกรเราคิดว่าสงสารเขาเถอะ เก็บเงินจากเขา ต้องคืนกำไรให้เขาอย่างน้อย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าคำสงวนความเห็นของท่านชินวรณ์ อัตราส่วน ๔ กองนะครับ กองแรก ไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ กองที่ ๒ ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และกองที่ ๓ ไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ กองที่ ๔ ไม่ต่ำกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ น่าจะเป็นความคิดที่สอดคล้องนะครับ น่าจะเป็นเรื่องที่ ถูกต้องและชอบธรรม เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าอยากให้เราพูดคุยอีกนิดหนึ่งนะครับ ถ้าตกลงกันได้เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแน่นอนครับ ขอบพระคุณมากท่านประธานครับ
คุณหมอสุกิจ ๒ นาที และท่านชินวรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ แสดงว่ากรรมาธิการท่านไม่ได้ฟังผมเลย และไม่ได้สนใจเลยนะครับ ที่ผมบอกว่าพี่น้องประชาชนเขากำลังจะมาเรียกร้องนี่ ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ มันเป็นเรื่องจริง เขากำลังเรียกร้อง ๒๖,๐๐๐ บาทต่อไร่อยู่ และเขาก็กำลังเตรียมที่จะเคลื่อนไหวครั้งต่อไปอยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ผมได้เจรจากับเขาว่า ผมจะเอาเรื่องนี้เข้ามาสู่ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการก่อน แล้วก็เข้าสู่ในที่ประชุมคณะทำงาน ของผมในเรื่องยางเขาถึงชะลออยู่นะครับ ท่านก็ยังยืนยันที่จะอยู่กับราคาเดิม เรื่องเดิมอยู่ ถ้าท่านคิดอย่างนั้นมันก็พอละครับ และซ้ำท่านชี้แจงมา ๒ ท่าน กรรมาธิการกับท่านรัฐมนตรี ก็ชี้แจงไม่ตรงกัน ท่านหนึ่งบอกว่าเงินสงเคราะห์ปัจจุบันใช้อยู่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านรัฐมนตรี บอกว่าใช้ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ แม้แต่เรื่องแค่นี้ท่านยังตอบไม่ตรงกัน ผมว่าท่านไม่ได้รู้อะไรจริงหรอก และในอนาคตผมก็กราบเรียนนะครับว่าท่านเตรียมรับสถานการณ์เถอะครับว่าการเคลื่อนไหว เรียกร้องกำลังจะเกิดขึ้นเพราะเขาไม่พอจริง ๆ เขาไม่พอใช้จริง ๆ ค่าขุดหลุมก็แพงขึ้น อย่างที่ท่านสมาชิกพูดละครับ ถึงจะแรงงานพม่าเดี๋ยวนี้เขาก็ไม่ธรรมดาแล้วนะครับ เขาก็เรียกสูงเหมือนกัน ค่าปุ๋ยก็แพง ทุกสิ่งทุกอย่างรัฐบาลท่านทำแพงหมดเลย และมันก็ส่งผล มาถึงเรื่องนี้ด้วย เพราะฉะนั้นท่านคิดใหม่เถอะครับ ผมว่ากลับไปคิดก่อนไม่ต้องถอนร่างก็ได้ และพรุ่งนี้เรามาต่อกัน ท่านมาแก้ไขสักนิดหนึ่งให้มันตรงกับความเป็นจริง พวกผมไม่ได้เรียกร้อง เพื่อตัวเองหรอกครับ แต่เรียกร้องเพื่อพี่น้องประชาชน เพื่อประเทศชาติครับ
ท่านชินวรณ์ครับ ท่านสุดท้ายแล้วครับ
ท่านประธานครับ เพื่อให้เกิด ความต่อเนื่องจากที่เพื่อนสมาชิกในสภาได้เรียกร้องต่อคณะกรรมาธิการ ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามนะครับ ตั้งแต่ท่าน ส.ส. ประกอบ รัตนพันธ์ ท่าน ส.ส. คุณหมอสุกิจจากจังหวัดตรัง ผมอยากจะกราบเรียนคณะกรรมาธิการนะครับว่าประเด็นที่คณะกรรมาธิการชี้แจง ก็เป็นประเด็นที่ได้มีการถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการจริงครับ แต่ท่านต้องยอมรับความเป็นจริงว่า แนวความคิดของพวกผมนั้นในชั้นกรรมาธิการ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เคยเห็นด้วยมาก่อน เพียงแต่ว่าตอนหลังท่านก็ไปปรับเปลี่ยนหลังจากที่มีการตั้งคณะทำงาน ซึ่งก็ไม่เป็นไรครับ มันเป็นเรื่องของหลักคิดของท่าน แต่ผมอยากจะเรียนเพื่อความเป็นจริงและรักษาผลประโยชน์ ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ท่านประธานและคณะกรรมาธิการ ได้กลับไปทบทวนนะครับ เมื่อเรามาดูตัวเลขและจากการอภิปรายกันแล้ว ผมคิดว่า ถ้ากรรมาธิการไม่ได้ยึดเอาคำตอบเหมือนที่ท่านพิเชษฐ์มาตอบเมื่อสักครู่ ก็ท่านมีเป็นพันไร่ ท่านก็ตอบตามความคิดของท่าน ท่านก็บอกว่าต้องส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานถุงมือแพทย์ ท่านก็ส่งเสริมพวกกลุ่มทุนก็เป็นความคิดของท่าน ก็ไม่เป็นไรครับ พวกผมก็จะส่งเสริม กลุ่มเกษตรกรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตต่อรองผ่านไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรนะครับ ผมคิดว่า ตัวเลขที่มีความเป็นจริงผมก็ยอมที่จะปรับลดลงมาเพื่อให้เกิดประโยชน์และหวังอนาคต ในการที่จะให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงนะครับ ถ้าหาก ทางคณะกรรมาธิการจะได้ทบทวนว่าให้เป็นงบประมาณ เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการ กยท. ร้อยละ ๑๕ นะครับ และให้แยกส่วนของการวิจัยและพัฒนา อันนี้ก็เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของกฎหมายฉบับเดิมนะครับ เหลือร้อยละ ๘ แล้วก็ให้เป็นการคืนกลับให้กับพี่น้องเกษตรกรในการปลูกแทนร้อยละ ๗๐ ที่เหลือร้อยละ ๗ เป็นส่วนที่ท่านสามารถนำไปใช้จ่ายตามความคิดเห็นของท่านนี่ครับ ผมคิดว่า ทุกคนก็ยอมรับได้เพราะเป็นการที่จะไปต่อยอดไปถึงปลายน้ำ ที่ท่านชอบพูดกันเรื่องปลายน้ำ แต่วันนี้พวกผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง อย่างน้อยที่สุดพวกผมสู้จนถึงที่สุดแล้วครับ วันนี้ถ้าท่านยอมรับว่าขอให้พี่น้องเกษตรกร เขาได้รับเงินที่เขาได้จ่ายด้วยหยาดเหงื่อของเขาเอง ปรับร้อยละ ๗๐ พวกผมจะยอมรับครับ แต่ถ้าท่านยืนอยู่บนหลักคิดที่จะสนับสนุนตามที่ท่านพิเชษฐ์ชี้แจงก็ต้องลงมติครับ แต่ผมคิดว่า ในวันนี้ผมไม่อยากให้สภาแห่งนี้ใช้กฎหมายฉบับนี้โดยใช้เสียงข้างมากแต่เพียงด้านเดียว เราไปศึกษาด้วยกัน แล้วผมคิดว่าตัวเลขนี้จะเป็นตัวเลขที่พอจะยอมรับกันได้ครับ ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการจะได้กรุณายอมรับแล้วก็มีการปรับปรุง ก็ถือว่ากฎหมายฉบับนี้ ก็จะเป็นที่สอดรับในการที่จะรักษาผลประโยชน์ร่วมกันครับ ขอให้ท่านประธานได้กรุณา สั่งให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ทบทวนอีกครั้งหนึ่งนะครับ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้ โดยไม่ต้องลงมติครับ
ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตได้ใช้เวลาของสภาสั้น ๆ เพราะว่าท่านสมาชิกส่วนใหญ่ ก็เป็นกรรมาธิการก็ได้อภิปรายในชั้นคณะกรรมาธิการมาแล้ว แล้วก็มาสงวน แล้วก็มาอภิปราย ในสภาอีกนะครับ แล้วทางกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงไปแล้วครับ แต่มีอยู่อันหนึ่งเพื่อไม่ให้ท่านสมาชิก ได้เข้าใจผิด คือท่านกรรมาธิการพิเชษฐ์กับผมนี่นะครับตัวเลขไม่ได้ต่างกันหรอกครับว่า ร้อยละ ๕๑ หรือร้อยละ ๔๐ เนื่องจากว่าท่านพิเชษฐ์บอกว่าคิดจากสถิติการขออัตราสงเคราะห์ ที่ขออยู่ที่ ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ แต่ว่าของผมนี่บอกว่าทางกรรมาธิการบวกเผื่อให้เลยให้เป็น ๓๐๐,๐๐๐ ไร่เลย ตัวเลขถึงต่างกันนะครับ เพราะว่าเราคิดเผื่อไว้เลยครับว่าถ้ามีคนมาขอ ปลูกทดแทนมากเงินที่เราตั้งไว้ร้อยละ ๖๕ ก็ยังเพียงพอที่จะดำเนินการได้ ก็ขอชี้แจงสั้น ๆ เพื่อไม่ให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจคลาดเคลื่อนครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมครับ กลับเข้าห้องประชุมเพื่อจะขอมติ เชิญท่านสมบูรณ์ครับ เชิญ ๒ นาที
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สถานการณ์ขณะนี้มองเหมือนกับว่าไม่ว่าผมจะพูดเก่งแค่ไหน ดีแค่ไหน มีข้อมูลแค่ไหน มีเหตุผลที่ดีอย่างไรก็แล้วแต่ ท่านประธานก็คงมองว่าไม่มีใครฟัง เพราะทุกคน ยืนตามหลักการว่าวันนี้เรามีเสียงข้างมาก เราต้องการจะทำอย่างนี้ ผมอธิบายท่านหลายครั้งว่า กฎหมายฉบับนี้สาระสำคัญโดยเฉพาะมาตรา ๔๙ คือการเอาเงินของเกษตรกรในขณะที่ เขาขายยางนี่เขาก็เก็บเงินสะสมถูกหักไว้กิโลกรัมละ ๕ บาทบ้าง กิโลกรัมละ ๓ บาทบ้าง วันนี้มีเงินที่กองทุนนี้เก็บไว้ปีละเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนแล้วว่าของปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา มีปริมาณการส่งออกยางพาราน้ำหนักเป็นตัน ๓,๑๒๖,๖๔๙ ตัน ก็คือ ๓,๐๐๐ ล้านกิโลกรัม ท่านประธานครับ เราเก็บเงินเซสส์ในกิโลกรัมละ ๓ บาท แล้วก็กิโลกรัมละ ๕ บาท มีเงินเซสส์ ถึง ๑๔,๒๐๒ ล้านบาท เงินดังกล่าวก่อนหน้านี้เขาเอาไปสำหรับสงเคราะห์ปลูกแทน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปให้บริหารจัดการที่ สกย. ๑,๔๐๐ ล้านบาท เอาไปทดลองค้นคว้าวิจัย ๖,๘๙๐ ล้านบาท จะเห็นว่านี่คือเงินที่ท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ตอบว่าเงินยังมีเหลือพอ แต่เรียนว่าวันนี้ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอนครับ ถ้าเกิดทางรัฐบาลหรือทาง สกย. ยังคิดว่าจะให้เขาแค่ ๑๖,๐๐๐ บาทต่อไร่มันพอครับ แต่ผมเรียนแล้วว่าวันนี้ค่าใช้จ่ายในการโค่นยางหรือในการปลูกแทน มันควรจะมีมูลค่าที่สูงขึ้นแล้ว เกษตรกรเขาเรียกร้องเงินของเขาเองที่เขาเคยเก็บสะสมไว้ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ว่าเอามาให้เขาไร่ละ ๒๖,๐๐๐ บาทเถิด แล้วควรจะโค่นให้ได้ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ต่อปี เงินถ้าเกิดมาแบ่งเป็น ๖๕ เปอร์เซ็นต์ มันก็ไม่พอครับท่านประธาน แล้วทีนี้ท่านยังดื้อไปอีกว่าเอาละมันเป็นการเถียงกันระหว่างกรรมาธิการเสียงข้างมาก กับเสียงข้างน้อย ท่านลืมไปแล้วว่าสภาแห่งนี้ประกอบด้วยสมาชิกกัน ๕๐๐ ท่าน วันนี้ อาจจะมี ๔๙๙ ท่าน อะไรก็แล้วแต่ ผมเป็นคนหนึ่งที่พยายามจะชี้ให้เห็นว่าท่านกำลังจะวางนโยบาย หรือวางกฎหมายที่ผิดนะครับ เงินที่เกษตรกรเคยเก็บเงินไว้นะครับ ท่านประธานผมยกตัวอย่างว่า เก็บไว้ ๑๐๐ บาท ๒๕ ปีที่เขากรีดยางเสร็จแล้วก็เก็บไว้ ๆ เมื่อก่อนพอเขาตกงาน ก็คือ เขาต้องโค่นยาง ๗ ปี เขาได้เงินคืนมา ๘๕ บาท แต่วันนี้ท่านไปคิดใหม่ท่านบอกว่าไม่เป็นไรหรอก เอากลับไปแค่ ๖๕ บาทก็พอ เงินของเขาเองนะครับ หายไป ๓๕ เปอร์เซ็นต์หรือ ๓๕ บาท แล้วท่านเอาไปทำอะไรไม่รู้ ท่านบอกเอาไปส่งเสริมผลิตภัณฑ์ยาง นั่นก็แนวคิดครับ แต่ผมบอกว่า ๖๕ บาทมันไม่พอ ร้อยละ ๖๕ มันจะมีผลกระทบ เพราะถ้าเกิดมีปริมาณเงินเยอะนะครับ มันสามารถที่จะทำให้การควบคุมการผลิตยางมันดีขึ้น
ท่านสมบูรณ์ผมว่าพอสมควรแล้วครับ
เห็นไหมครับ ผมเรียนแล้วว่า ท่านประธานก็ไม่ฟัง ท่านประธานก็รอให้ผมอภิปราย
ผมฟัง แต่ว่าผมไม่มีหน้าที่อย่างอื่นเลยนอกจากลงมติ ท่านเห็นใจผมด้วยครับ
ผมอาจจะเรียกร้องให้ทางคณะกรรมาธิการ เขาคิดว่าวันนี้ท่านอย่าใช้เสียงข้างมากไป เสียงข้างมากไม่ได้ถูกเสมอครับ วันนี้มันเป็นเรื่อง ของหลักการและเหตุผล เหตุผลว่าทำไมเราต้องการให้มีร้อยละอย่างน้อย ๗๕ เพราะไม่พอจริง ๆ
ท่านสมบูรณ์ครับ ผมว่าพอสมควรแล้ว ผมฟังท่านตั้งแต่เมื่อเช้า ผมตั้งใจฟังท่านทุกมาตรานะครับ ที่ท่านพูดทุกครั้งผมฟังท่านอยู่ครับ
ผมเรียนสั้น ๆ นะครับท่านประธาน
ผมว่า พอสมควรแล้วครับท่านครับ
สั้น ๆ ครับท่านประธาน บางเรื่อง คณะกรรมาธิการข้อมูลไม่ชัดเจนเลยครับ ตอนนี้การส่งออกยางพาราผมเรียนนะครับว่า
ท่านสมบูรณ์ครับ ผมว่าพอสมควรแล้วครับ ผมให้โอกาสท่านเยอะแล้วครับ
มาตรานี้ผมแปรญัตติด้วยนะครับ
ผมให้ท่านพูด หลายรอบแล้วครับ ผมก็ฟังท่านอยู่นะครับ ในเมื่อทางคณะกรรมาธิการเขายืนยันนะครับ
ผมเรียนท่านประธานแล้วว่าผมกำลังจะอธิบาย ถึงตัวเลขนิดเดียว เพราะว่าเมื่อสักครู่ท่านประธานเห็นไหมว่าประธานกับกรรมาธิการให้ข้อมูล ตัวเลขผิดแล้ว ท่านก็เห็นอยู่แล้วชัด ๆ ก็โอเค ท่านรัฐมนตรีจะแก้ตัวอย่างไรก็แล้วแต่ ตั้งแต่ข้อมูล เรื่องการส่งออกยางพารา วันนี้การส่งออกยางพารานะครับ รู้ไหมประเทศอินโดนีเซียกำลังจ่อติดกัน แบบใกล้ชิดเลย และผมเรียนนะครับเมื่อสักครู่ที่ท่านประธานบอกว่าวันนี้แรงงานคนกรีดยาง เป็นคนเขมร คนพม่าหมดแล้ว ไม่มีคนไทย คิดใหม่ได้ครับ ตอนนี้แรงงานกรีดยางเป็นชาวบ้านจน ๆ นี่ละครับ ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน กำลังรอเมตตาจากคณะกรรมาธิการว่าร่าง พ.ร.บ. การยาง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้หลังจากที่ออกไปแล้วมีผลกับเขานะครับ ผมก็ขอเรียนว่า ท่านจะเอาเสียงข้างมากไปเถอะครับ ไม่เป็นไรครับ ผมค่อยไปชี้แจงพี่น้องประชาชน
ท่านกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ผมจะขอมตินะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยแล้ว ส่งผลคะแนนด้วยนะครับ ๒๘๕ ท่าน ครบองค์ประชุม
ผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิบ้างครับ เรียบร้อยนะครับ ถ้าเรียบร้อยส่งผลคะแนนครับ เห็นด้วย ๒๗๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมากนะครับ
ท่านเลขาธิการเชิญต่อ
มาตรา ๕๐ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๕ การสำรวจ ตรวจสอบ และรังวัด ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๒ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๕๒ ไม่มีการแก้ไข แต่ผมได้เสนอความเห็นไว้เพียงเพื่อให้กฎหมายได้มีความสมบูรณ์เท่านั้น แต่เนื่องจากว่าดูบรรยากาศแล้วไม่เหมาะที่จะอภิปราย ผมก็ไม่ขอที่จะหยิบยกขึ้นมาพูดอีก
เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
หมวด ๖ การร้องทุกข์และการสงเคราะห์ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๗ การเงิน การบัญชี และการตรวจสอบ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๕ มาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๑ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๘ การกำกับและควบคุม ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๙ บทกำหนดโทษ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๖ ไม่มีการแก้ไข บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๗ มาตรา ๖๘ มาตรา ๖๙ มาตรา ๗๐ มาตรา ๗๑ มาตรา ๗๒ มาตรา ๗๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗๔ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น
เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๗๔ เป็นบทเฉพาะกาลระบุว่า ในวาระเริ่มแรกให้รัฐมนตรี แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้ว่าการตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่เกิน ๑๘๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความในมาตรา ๗๔ นั้น รัฐมนตรีสามารถแต่งตั้งผู้ว่าการเป็นการชั่วคราวได้กินเวลายาวนาน ถึง ๖ เดือน แน่นอนการกินตำแหน่งยาวนานถึง ๖ เดือนนั้นการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหลายทั้งปวง ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือการดูแลงานของการยางแห่งประเทศไทยให้บรรลุ วัตถุประสงค์ ให้ทำตามอำนาจหน้าที่ ให้มีการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนายางพาราให้กับ กลุ่มต่าง ๆ เป็นอำนาจเต็มอยู่ในการดูแลของผู้ว่าการที่เป็นผู้ว่าการชั่วคราวที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง แต่ว่าท่านประธานที่เคารพครับ คุณสมบัติของการเป็นรัฐมนตรีชั่วคราวนั้นได้รับการยกเว้น นั่นก็คือว่าผู้ว่าการชั่วคราวรัฐมนตรีแต่งตั้งใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีกระบวนการคัดสรรมา เหมือนกับคณะกรรมการตัวจริง ผมถึงได้ขอให้มีการเพิ่มความเป็นวรรคสอง ในมาตรา ๗๔ เข้าไปบอกว่า ทั้งนี้คุณสมบัติ ของผู้ว่าการตามวรรคหนึ่ง ให้นำความในมาตรา ๒๗ มาบังคับใช้โดยอนุโลม ความในมาตรา ๒๗ นี่คืออะไรครับ ความในมาตรา ๒๗ ก็คือผู้ว่าการนอกจากมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจแล้ว ยังต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๘ (๓) มาตรา ๑๘ (๓) นี่ละครับที่มีความสำคัญ มาตรา ๑๘ (๓) ระบุไว้ว่า เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับ กยท. หรือที่จะกระทำ กับ กยท. หรือในกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและมีลักษณะเป็นการแข่งขันกับกิจการ ของ กยท. ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ผมต้องการให้ใส่ความเป็นวรรคสองไว้ว่า แม้ว่าท่านจะตั้งใครก็ตามมาเป็นผู้ว่าการซึ่งมีอำนาจรักษาการยาวนานถึง ๖ เดือน ควรจะมี คุณสมบัติการเป็นผู้ว่าการเทียบเท่ากับผู้ว่าการตัวจริง และคุณสมบัตินั้นมีเพียงเรื่องเดียว ก็คือจะต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียที่กระทำกับ กยท. หรือที่จะกระทำกับ กยท. ในกิจการ ที่มีสภาพอย่างเดียวกัน ก็เช่นมีบริษัทยางเป็นผู้ประกอบกิจการยางที่ทำกิจการทับซ้อน หรือขัดแย้งกับผลประโยชน์ของ กยท. ซึ่งต้องรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร และกิจการยางทั้งหมดโดยรวม นี่คือเหตุผลที่ผมต้องการที่จะให้กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ได้บรรจุความข้อนี้ไป ไม่เช่นนั้นแล้วรัฐมนตรีตั้งใครก็ได้ และตั้งใครก็ได้นั้นก็คือตั้งพ่อค้ายาง มาเป็นผู้ว่าการการยางก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่ควรที่จะเกิดขึ้น และพี่น้องเกษตรกรวงการยางทั้งหมด จะเกิดความเสียหายได้ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดนครศรีธรรมราช บอกว่ามาตรา ๗๖ ที่ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการเป็นการชั่วคราวนะครับ ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าผู้ที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการชั่วคราว เรามีบทเฉพาะกาล ๑๘๐ วัน ผมต้องเรียนท่านประธานว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นมากครับ เพราะต้องเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับว่า กยท. จะต้องควบรวมหน่วยงานหลัก ๆ หน่วยงานใหญ่ ๆ ถึง ๓ หน่วยงาน ก็คือ สกย. ก็คือสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง อสย. ก็คือองค์การสวนยาง และสถาบันยาง ควบรวม ๓ หน่วยงานด้วยกัน แล้วมีระยะเวลาที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในเวลา ๑๒๐ วัน ซึ่งผมต้องเรียนท่านประธานว่าการที่จะหาคนมาดำเนินการเรื่องนี้ ผมจะต้องดำเนินการคัดสรรคนที่มีความรู้ความสามารถแล้วก็ต้องเป็นคนที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องนี้ก็เคยได้ชี้แจงในคณะกรรมาธิการแล้วนะครับ ผมขอยืนตามร่างของกรรมาธิการ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ คือถ้าตอบแบบท่านรัฐมนตรีพี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิก ก็จะไม่เห็นภาพ ๑๘๐ วัน ก็คือ ๖ เดือนนะครับ ท่านสามารถรักษาการได้ ๑ เดือน รัฐมนตรี แต่งตั้งใครก็ได้ถ้าไม่มีวรรคสองที่ผมแปรญัตติไว้ให้นำความในมาตรา ๒๗ มาใช้ ซึ่งก็คือ มันมีความในมาตรา ๑๘ ท่านก็สามารถตั้งใครก็ได้นะครับ เช่น ตั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการผู้ดำรงตำแหน่งรับผิดชอบทางการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่พรรคการเมือง คนของท่านเข้ามาได้หมด เป็นพนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ มีสัญญาจ้างกับ กยท. ท่านก็ตั้งได้ ผู้มีส่วนได้เสียกับกิจการ ที่กระทำกับ กยท. หรือในกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกัน ท่านก็ทำได้ ซึ่งไม่ได้นะครับ มันไม่ใช่ตำแหน่ง ผู้ว่าการ กยท. ผมก็เรียนกับท่านประธานแล้วว่าท่านสามารถที่จะรักษาการได้ยาวนาน ถึง ๖ เดือน และมีศักดิ์มีสิทธิเท่ากับผู้ว่าการทั้งหมดทุกอย่าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงบทเฉพาะกาลเป็นช่วงที่มีการวางรากฐาน กยท. ที่มีการรวมเอา ๓ หน่วยงาน การประกาศหลักเกณฑ์ต่าง ๆ มันออกมากันในช่วงนั้นละครับ นี่ถึงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ที่มีความเหมาะสมและไม่ให้เป็นที่ครหาในภายหลังได้ ขอบคุณครับท่านประธาน
ต้องโหวต ใช่ไหมครับ ท่านติดใจไหมครับ
ผมไม่ประสงค์จะโหวตครับ เพราะว่าโหวตก็แพ้ครับ
ไม่โหวตละครับ โอเคครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๗๕ และมาตรา ๗๖ ไม่มีการแก้ไข
จบการพิจารณา เรียงตามลำดับมาตราแล้วนะครับ ท่านทำไมครับ จบแล้วครับตามมาตรา จะโหวตแล้วครับท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมตั้งข้อสังเกตนิดเดียวคือสงสัยเนื่องจากมาตรา ๑๐ กับมาตรา ๖๕ เป็นเรื่องที่แปลกครับ ท่านประธาน ท่านต้องเปิดดู มาตรา ๑๐ (๖) ก็ให้ตัดออก ท่านจะตั้งบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ก็ตัดออกแล้วครับ แต่ปรากฏว่าในมาตรา ๖๕ (๕) ยังเหลืออยู่ ผมดูแล้วมันจะขัดแย้งกันนะครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ในมาตรา ๖๕ (๕) จัดตั้งบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด มีความผิดพลาดที่ฝ่ายเลขานุการ พิมพ์ผิดพลาด ก็ขอแก้ไขให้ตัดคำว่า หรือบริษัทมหาชนจำกัด ออกครับ ในมาตรา ๖๕ (๕) ขอบคุณครับ
ก็ต้องตัดออกนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องกลับเข้าห้องประชุมเพื่อขอมติครับ ท่านที่เข้ามาแล้วก็ขอเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
จบการพิจารณาเรียงลำดับตามมาตรา ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคำ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มี ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สอง ต่อไปจะขอมติที่ประชุมจะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หรือไม่ ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลด้วยนะครับ ๒๗๐ ท่านครับ ครบครับ
เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วยครับ ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียงครับ เชิญลงคะแนนได้แล้วครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิบ้างครับ เรียบร้อยนะครับ ส่งผลคะแนนด้วยครับ ที่ประชุม ๓๒๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม เห็นด้วย เห็นชอบให้ผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ
เชิญวิป (Whip) ครับ เชิญครับท่านสัมภาษณ์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมโดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) และ ข้อ ๒๑ โดยขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระ ๒ เรื่อง คือ
๑. ระเบียบวาระเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ลำดับที่ ๔.๓ คือร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว และ
๒. ระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑๔ คือพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. .... ขึ้นมาต่อระเบียบวาระ เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนลำดับที่ ๔ คือร่างพระราชบัญญัติ เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาเสร็จแล้ว ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ขอให้เลื่อนขึ้นมาได้นะครับ
ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านรัฐมนตรีนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่าคณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้ครับ
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเพื่อกำหนดระยะเวลาการยื่นคำขอ คืนภาษีเงินได้ที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย เป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรเสียและได้นำส่งแล้ว (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๖๓)
เหตุผล โดยที่มาตรา ๖๓ แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้การขอคืนเงิน ภาษีเงินได้ที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรเสีย ให้ยื่นคำร้อง ขอคืนได้ภายใน ๓ ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งปีซึ่งถูกหักภาษีไป ซึ่งระยะเวลาดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับมาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวลรัษฎากร อันเป็นบทบัญญัติในลักษณะ ทำนองเดียวกันทำให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย สมควรปรับปรุงระยะเวลา แห่งการยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีเงินได้ที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ขอกราบขอบคุณครับ
เชิญอาจารย์ดอกเตอร์ผุสดีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนถามคำถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี สัก ๓ คำถาม
คำถามแรก ก็คือว่ามันเป็นประโยชน์อย่างไรกับประชาชน
คำถามที่ ๒ เงินตรงส่วนนี้ที่ประชาชนจ่ายเกินไป แล้วรัฐบาลจะต้องจ่ายคืน มันเป็นเงินสักเท่าไร แล้วก็
คำถามที่ ๓ ดิฉันทราบว่าที่กำลังขอแก้ไขนี่ แก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับ มาตรา ๒๗ ตรี แต่ถามว่าทำไมต้องเป็น ๓ ปี ไม่ว่าจะเป็นมาตราไหนก็แล้วแต่ ทำไมไม่สั้นกว่านี้คะ ในการที่จะต้องคืนให้กับประชาชน เพราะเงินภาษีที่เขาจ่ายเกินไปกว่าจะคืนได้มาตั้ง ๓ ปี ก็ขออนุญาตเรียนถามเป็นความรู้เพิ่มเติม ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ต่อคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ผมขออนุญาตอธิบาย อย่างนี้แล้วกันว่าตามเดิมนี้การเสียภาษีเงินได้ตามกฎหมายเก่านับวันสุดท้ายแห่งปีที่ ๖ ถูกหักภาษีเกินไป ซึ่งปีที่ถูกหักภาษีเกินไปนี้มันก็จะเกิดปัญหาว่ามันเป็นปีสุดท้ายของปีภาษีหรือเปล่า เนื่องจากว่า ภาษีนิติบุคคลธรรมดาปีหนึ่งเสีย ๒ ครั้ง บุคคลธรรมดาเสีย ๑ ครั้ง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่า ณ ปีสุดท้ายที่ถูกหักภาษีเกินไปมันอาจจะไม่ตรงกัน ก็เลยแก้ให้ตรงกันเสียว่านับแต่วันสุดท้าย แห่งการกำหนดเวลายื่นภาษีตามที่กฎหมายกำหนดส่วนกรณีที่จำนวนเงินมากน้อยหรือไม่นั้น ก็ไม่ได้เกี่ยวกับจำนวนเงินมากน้อยนะครับ คือผมขออธิบายอย่างนี้ว่าในปัจจุบันผู้มีเงินได้ ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในระหว่างปีภาษี เมื่อถึงกำหนดเวลาต้องยื่น แสดงแบบรายการภาษีประจำปีเมื่อสิ้นปี ต้องยื่นรายการภายในเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ของปีถัดไป ผู้มีเงินได้ต้องคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เมื่อได้จำนวนภาษี ที่ต้องเสียภาษีเท่าไร ก็ให้นำภาษีถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายในระหว่างปีดังกล่าวนั้นมาเครดิต หักออกจากภาษีที่ต้องเสียตอนสิ้นปี หากภาษีที่ถูกหักไว้ระหว่างปีมีจำนวนเกินกว่าภาษี ที่ต้องเสียตอนสิ้นปี ผู้มีเงินได้สามารถขอคืนภาษีที่ถูกหักเอาไว้ ณ ที่จ่ายเกินกว่าภาษี ที่ต้องเสียนั้นได้ โดยกำหนดเวลาการยื่นขอภาษีคืนที่ถูกหักไว้ที่จ่ายนั้นต้องกระทำภายใน ๓ ปี นับแต่วันสุดท้ายแห่งปีที่ถูกหัก คือภายใน ๓ ปีนับแต่วันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีที่ถูกหัก อันนี้ เป็นของเดิม ซึ่งกฎหมายที่เสนอขอแก้ไขในครั้งนี้ได้แก้ไขผู้ที่มีเงินได้สามารถขอคืนภาษี ที่ถูกหักไว้ภายใน ๓ ปี นับแต่วันสุดท้ายแห่งการกำหนดเวลาการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นะครับ คือภายในวันที่ ๓๑ มีนาคมของปีถัดไป ทั้งนี้เพื่อให้ระยะเวลาในการขอคืนภาษีเงินได้ที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินกว่าที่ต้องเสียและสอดคล้องกับมาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวลรัษฎากรที่มีบทบัญญัติในลักษณะเดียวกัน ขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติม เพื่อความเข้าใจนะครับ การแก้ไขเพิ่มเติมในวรรคสองของมาตรา ๖๓ นั้นเป็นกรณีที่ผู้มีเงินได้ ได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ระหว่างปี แต่เมื่อถึงกำหนดเวลาการยื่นภาษีเงินได้ประจำปี ผู้มีเงินได้ดังกล่าวมีเงินได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสีย ไม่ต้องเสียนะครับ แล้วไม่ต้องยื่น แบบแสดงรายการภาษี แต่ว่าเสียไปแล้วว่าอย่างนั้นเถอะนะครับ เช่นคนโสดมีเงินได้ ประเภทที่ ๑ เงินเดือนไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ต้องยื่นแบบ แต่ได้มีการเสียไปแล้ว ผู้มีเงินได้ดังกล่าวจึงไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ แต่เนื่องจากระหว่างปีภาษี มีภาษีที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายซึ่งมีสิทธิขอคืน ก็ทำให้ผู้มีเงินได้ซึ่งไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบนั้น สามารถขอคืนภาษีที่ถูกหักไว้ระหว่างปีนั้นได้ โดยให้ยื่นคำร้องขอภายใน ๓ ปี นับแต่วันที่ ๓๑ มีนาคมของปีที่ถูกหักไว้ หมายความว่ากำหนดเวลาขอคืนจะเท่ากับเวลาผู้มีเงินได้ มีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องยื่นแบบ อาจจะเข้าใจยากนิดหนึ่ง อธิบายตรงนี้นิดหนึ่งครับว่า คือเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพราะว่าระยะเวลาในการขอยื่นคืนนั้นยาวไป จากวันสุดท้าย แห่งปีที่ถูกหักคือวันที่ ๓๑ ธันวาคม เป็นวันสุดท้ายของกำหนดการยื่นแบบคือวันที่ ๓๑ มีนาคม ตัวเลขที่ขอคืนไม่กระทบต่อตัวเลข เนื่องจากขอแก้เฉพาะระยะเวลาการยื่น เท่านั้นนะครับ ในส่วนอื่น ๆ ผมอาจจะพูดไวไปนิด ขออภัยนะครับ เนื่องจากมีท่านผู้ประสงค์ จะอภิปรายเพียงท่านเดียว ในกรณีที่ผู้มีสิทธิขอคืนได้ยื่นรายการเมื่อพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือได้ยื่นรายการภายในเวลาที่มีการขยายเลื่อน ก็ขอย้ำอีกครั้งว่า ให้ผู้มีสิทธิขอคืนนั้น ยื่นคำร้องภายใน ๓ ปีนับแต่วันที่มีการยื่นรายการ โดยสรุปก็คือว่า อาจารย์ครับ ก็คือยาวขึ้น ยาวขึ้นจากเดิม จากแทนที่จะเป็นว่าในสิ้นปีก็คือธันวาคม ก็กลายเป็นสิ้นปีของปีภาษีนะครับ เชิญครับ
เชิญครับ ท่านดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอประทานโทษจริง ๆ เลยท่านประธานคะ ดิฉันเข้าใจที่ท่านอธิบาย เพียงแต่ว่าง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า ทำไมเหตุผลหรือเกณฑ์อะไรทำไมถึงคิดเป็น ๓ ปี เอาง่าย ๆ อย่างนี้ว่ากระทรวงการคลัง คิดอย่างไรทำไมถึง ๓ ปี ทำไมไม่ ๑ ปี หรือ ๒ ปี
ในประเด็นที่ ๒ ตัวจำนวนนั้นไม่เกี่ยงสำหรับแต่ละคน แต่ดิฉันอยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนถามท่านประธานเพื่อเป็นความรู้ว่าเงินพวกนี้ในแต่ละปีมันคือสักเท่าไร เท่านั้นเอง ขอบพระคุณค่ะ โดยถัวเฉลี่ยก็ได้หรือจะเป็นในปีที่ผ่านมาก็ได้ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ขออนุญาต ท่านประธานครับ ผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ๓ ปีนั้น เป็นกติกาเดิมที่มีอยู่เดิม เดิมเขาก็กำหนดไว้ ๓ ปี ก็ไม่ได้ละเมิดสิทธิเขาก็ให้เท่าเดิม แต่ว่าเพิ่มระยะเวลาให้ยาวขึ้นเพราะว่าไม่เอาปีธันวาคม เอาปีภาษี เพราะว่าการยื่นภาษี ของประชาชนที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลนั้นต่างกัน เพราะว่าบุคคลธรรมดา อย่างพวกเราก็ยื่นในเดือนมีนาคมเดือนนี้นะครับ ส่วนนิติบุคคลนั้นก็ปีละ ๒ ครั้ง แล้วแต่จะยื่นช่วงไหนในรอบปี ดังนั้นก็เอาปีภาษีนั้นเป็นปีตัวชี้วัดไม่เอาปีธันวาคม ส่วนตัวเลขเงินเท่าไรนั้นก็ไม่สามารถจะตอบได้ ก็เป็นตัวเลขอย่างไรก็อย่างนั้นเพราะเงิน ไม่ได้เกี่ยว ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ตัวเลขคงเดิมครับ ไม่รู้ผมอธิบายเข้าใจหรือเปล่า
เชิญอาจารย์ดอกเตอร์ผุสดีถามอีกรอบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอประทานโทษจริง ๆ เลยนะคะท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีคงไม่เข้าใจจริง ๆ ทำไม เป็น ๓ ปีเท่านั้นคะ ดิฉันถามคือเกณฑ์หรือเหตุผล ท่านบอกว่าคงเดิม ดิฉันเข้าใจว่าคงเดิม แล้วท่านอยากจะแก้ให้มันสอดคล้อง ดิฉันเพียงแต่ถามถึงหลักตรรกะของความคิด ของกระทรวงการคลังว่าแต่เดิมก็เถอะทำไมถึงเป็น ๓ ปี ทำไมไม่เป็น ๑ ปี ทำไมไม่เป็น ๒ ปี
ในส่วนที่ ๒ ตัวเงินของแต่ละบุคคลนั้นก็ไม่เป็นไรดิฉันก็ไม่ได้เกี่ยง ดิฉันเพียงแต่ อยากจะทราบว่าในเงินส่วนนี้ที่กระทรวงการคลังจะต้องคืนประชาชนเขาไปปีหนึ่ง ๆ สักประมาณเท่าไรเท่านั้นเอง ขอบพระคุณค่ะ ถ้าท่านตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรดิฉันไม่ติดใจ จะถามแล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขออภัย ท่านประธานครับ คำถามที่ ๒ ผมตอบไม่ได้เพราะเป็นตัวเลขที่ต้องได้รับการชี้แจงจาก ทางกระทรวง เดี๋ยวอาจจะมีเจ้าหน้าที่มาตอบ แต่ผมขอเรียนว่ามาตรา ๖๓ เดิมก่อน การแก้ไขได้บัญญัติไว้ว่าภายใน ๓ ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งปีที่ถูกหักภาษีเกินไป นั่นหมายความว่า ต้องการให้มีสิทธิที่จะรู้เท่าทันสิทธิตัวเองที่สูญเสียไป ไม่ใช่เวลาน้อยเกินไปให้เวลา ๓ ปีเพื่อที่จะให้ เขารู้ทันในปัญหาของเขา ก็เหมือนกับที่เขาชี้แจงมาก็คือว่าต้องการให้ประชาชนมีโอกาส ได้รู้ระยะเวลาดังกล่าว ให้เวลา ๓ ปีมานานแล้ว แล้วอันนี้ก็ให้เวลา ๓ ปีเหมือนเดิมแต่ว่า ขยับความเข้าใจมากขึ้น คือแทนที่จะเอาเป็นปีของธันวาคมก็เอาเป็นปีภาษีครับ
ท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานแบบนี้นิดเดียวเท่านั้นเองครับ คือเข้าใจถูก ใช่ไหมครับว่าของเดิมเวลาขอคืน ๓ ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งปีซึ่งได้ถูกหักภาษีเกินไป คือหมายถึงว่าก็หมายถึงเดือนธันวาคมสุดท้ายใช่ไหมครับ แต่ว่าของใหม่ที่จะมีการปรับ ก็คือว่าให้นับตั้งแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด นั่นหมายถึงว่าในกรณีของนิติบุคคลหรือบางกรณีที่เขามีการยื่นปีหนึ่งเขายื่น ๒ รอบ คือไม่จำเป็นต้องเป็นเดือนธันวาคมใช่ไหมครับ หมายถึงว่ายื่นกลางปีได้ด้วยเหมือนกัน ผมเข้าใจถูกไหมครับท่านรัฐมนตรี สาระสำคัญมีแค่นั้นใช่ไหมครับ
ครับ เข้าใจถูกต้องครับ
ท่านนายแพทย์เชิดชัย
ขอบคุณท่านประธานสภาครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอเรียนถามท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับ การคืนภาษีคืนทางระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ไหมครับ คือมันอย่างนี้ ท่านประธานครับ ตอนผมเป็นอินเทิร์น (Intern) อยู่โรงพยาบาลศิริราชก็เสียภาษีเกิน แล้วผมมาทราบทีหลังหลังจากมีหนังสือมาแจ้งขอให้ไปรับคืนปรากฏว่าเราก็ไม่รู้ว่าที่ขอคืน อยู่ที่ไหนครับ บางกอกน้อย ขนาดอยู่โรงพยาบาลศิริราชนะครับ แล้วเขตที่จะขอคืนไป ก็ลำบาก อันนั้นเมื่อตั้งหลายปีนะครับ แต่ปัจจุบันนี้วิธีการที่จะขอคืนมันสะดวกไหมครับ ทางกระทรวงการคลังได้อำนวยความสะดวกไหมครับ ทีเสียยังอำนวยความสะดวกเลย แต่เวลาขอคืนเป็นอย่างไร ขอถามเป็นความรู้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีทนุศักดิ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องการคืนภาษีให้กับพี่น้องประชาชนนั่นนะครับ โดยหลักการก็ให้ประชาชนต้องแจ้งว่า ท่านจะต้องใช้สิทธิภายใน ๓ ปี อย่างที่กราบเรียนมาดังกล่าวนะครับ ส่วนกรณีที่ท่านบอกว่า จะเป็นอินเทอร์เน็ตหรือไม่นี่ ณ ปัจจุบันนี้เขาจะจ่ายเป็นเช็คให้ท่านนะครับ แล้วก็ส่งไป ทางไปรษณีย์ ส่งไปรษณีย์ให้ถ้าเกิดว่าเราอยู่ในเกณฑ์แล้วก็ได้ดำเนินการตามกระบวนการครบถ้วน ก็คือหมายความว่าภายใน ๓ ปี ถ้าท่านรู้สิทธิของท่านแล้วท่านก็มาแจ้ง แล้วทางกรมสรรพากร เรายอมรับสิทธินั้นก็จ่ายเป็นเช็คคืนไปครับ
นายแพทย์เชิดชัยครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนะครับ คือจ่ายเป็นเช็คนี่มันดีแล้วครับ แต่ทีนี้ก่อนที่จะไปรับเช็คนี่จะไปแจ้ง อย่างไรครับ คีย์ (Key) เข้าไปใช่ไหมหมายเลขภาษีของเรา บอกว่าเราเสียภาษีเกิน หรืออย่างไรครับ คือผมอยากทราบขั้นตอนอย่างนี้ครับ หรือเขาส่งมาโดยอัตโนมัติเลยใช่ไหม หรือว่าจ่ายเกินแล้วก็ส่งมา แต่ท่านบอกว่าต้องแจ้งใช่ไหมครับ ทีนี้อ้ายขั้นตอนการแจ้ง เราไม่มีเวลาครับ เราคีย์เข้าไปได้ไหมครับตามเลขที่เสียภาษีครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ
ได้ทั้ง ๒ ประการครับ ไปที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่แล้วก็คีย์เข้าได้ครับ
ไม่มีท่านอื่นอภิปราย ผมก็จะขอมติจากที่ประชุมครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ กลับเข้าห้องประชุมนะครับ ขอมติจากที่ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ กรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ เข้าห้องประชุมแล้วก็ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมด้วยนะครับ เชิญครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณากลับเข้าห้องประชุมนะครับ ท่านพิเชษฐ์วิ่งหน่อยครับ กรุณาได้เสียบบัตรแสดงตนครับ ต้องตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อย ส่งผลคะแนนด้วยครับ ๒๗๒ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือไม่ครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควร งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้แล้วครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ยังมีท่านใดไม่ได้ลงคะแนนครับ เรียบร้อยนะครับ เรียบร้อยขอผลคะแนนด้วยนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๑๘ ท่านครับ เห็นด้วย ๓๑๔ ท่านครับ ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ
ต่อไปจะจะตั้งคณะกรรมาธิการนะครับ เชิญท่านสมาชิกเสนอจำนวนกรรมาธิการ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ เป็นสัดส่วนของท่านรัฐมนตรี ๕ ท่านนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีเสนอรายชื่อเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของรัฐบาลดังนี้ครับ ๑. นายกริช วิปุลานุสาสน์ ๒. นางสาววีณา ลิ่มสวัสดิ์ ๓. นายวิบูลย์ ชัยชนะศิริวิทยา ๔. นายสาโรช ทองประคำ และ ๕. นายจิตรพรต พัฒนสิน
พรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๔ ท่าน เชิญเสนอรายชื่อครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย มีรายนาม ดังนี้ ๑. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๒. นายปัญญา จินตะเวช ๓. นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร ๔. นางดวงแข อรรณนพพร ๕. นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ๖. นายกิตติ สมทรัพย์ ๗. นายวิทยา ทรงคำ ๘. นายอิทธิเดช แก้วหลวง ๙. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ๑๐. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ๑๑. นายสหรัฐ กุลศรี ๑๒. นายพหล วรปัญญา ๑๓. นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ ๑๔. นายเรวัต สิรินุกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จากพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน ดังนี้ ๑. ดอกเตอร์เจริญ คันธวงศ์ ๒. ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ๓. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๔. นายสุขวิชชาญ มุสิกุล ๕. นายธวัช สุรินทร์คำ ๖. นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ๗. นายปราโมทย์คริษฐ ธรรมคุณากร ๘. นายชินภัทร วิสุทธิแพทย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทยนะครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี ผมขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๑. นายสิรภพ ดวงสอดศรี ๒. นายธนา เบญจาทิกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนาครับ จำนวน ๑ ท่าน
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน คือ คุณพัชรี โพธสุธน ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง พรรคพลังชล พรรคชาติพัฒนา ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญตามสัดส่วนของพรรคพลังชล พรรคชาติพัฒนา คือ นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ท่าน ๑. นายกริช วิปุลานุสาสน์ ๒. นางสาววีณา ลิ่มสวัสดิ์ ๓. นายวิบูลย์ ชัยชนะศิริวิทยา ๔. นายสาโรช ทองประคำ ๕. นายจิตรพรต พัฒนสิน ๖. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๗. นายปัญญา จินตะเวช ๘. นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร ๙. นางดวงแข อรรณนพพร ๑๐. นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ๑๑. นายกิตติ สมทรัพย์ ๑๒. นายวิทยา ทรงคำ ๑๓. นายอิทธิเดช แก้วหลวง ๑๔. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ๑๕. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ๑๖. นายสหรัฐ กุลศรี ๑๗. นายพหล วรปัญญา ๑๘. นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ ๑๙. นายเรวัต สิรินุกุล ๒๐. นายเจริญ คันธวงศ์ ๒๑. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๒๒. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๒๓. นายสุขวิชชาญ มุสิกุล ๒๔. นายธวัช สุรินทร์คำ ๒๕. นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ๒๖. นายปราโมทย์คริษฐ ธรรมคุณากร ๒๗. นายชินภัทร วิสุทธิแพทย์ ๒๘. นายสิรภพ ดวงสอดศรี ๒๙. นายธนา เบญจาทิกุล ๓๐. นางสาวพัชรี โพธสุธน ๓๑. นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์
ระยะเวลาการแปรญัตติ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขอ ๗ วันตามข้อบังคับครับ
จบ ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมาย จากคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... โดยมีหลักการ และเหตุผลดังนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรขยายขอบเขตการให้การศึกษาของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ซึ่งจัดตั้งโดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พุทธศักราช ๒๕๔๗ ให้สามารถดำเนินการได้กว้างขวางขึ้น โดยจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัย สวนดุสิต แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติ และปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และสังคม ประกอบกับแนวนโยบายของรัฐบาลได้ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยของรัฐพัฒนาไปสู่ การเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการแต่อยู่ในกำกับของรัฐ เพื่อประโยชน์ ในการบริหารจัดการที่คล่องตัวและมีอัตลักษณ์ สามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ได้อย่างมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์แก่สังคมยิ่งขึ้น และสามารถแข่งขันได้ ในระดับนานาชาติ โดยการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาจะต้องคำนึงถึงความเป็นอิสระ และความเป็นเลิศทางวิชาการ สมควรปรับปรุงการบริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในเบื้องต้นต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่ากระผมให้การสนับสนุน กับแนวความคิดในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยที่เรียกกันว่า เป็นการบริหารที่ออกนอกระบบ แต่ก็ว่าอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ไม่ใช่เป็นหน่วยงาน ของรัฐเหมือนเช่นในอดีต เนื่องจากเหตุผลว่ามีหน่วยงานของรัฐจำนวนมากที่อยู่ภายใต้ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้กฎระเบียบการบริหารงบประมาณที่มีข้อจำกัด รวมทั้งการบริหารงานบุคคลที่มีข้อจำกัดมากมาย ทำให้หลายหน่วยงานของรัฐซึ่งมีบทบาท มีภารกิจสำคัญทั้งในการบริการต่อประชาชน ทั้งในแง่ของการสร้างผลผลิตที่เป็นประโยชน์ กับประเทศไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกนอกระบบหรือการมีระบบ การบริการจัดการที่เป็นอิสระของตัวเองแต่ว่าเชื่อมโยงภายใต้นโยบายของรัฐนั้นมีความจำเป็น ในหลายหน่วยงานที่ผ่านมาไม่เพียงแต่ในสถาบันการศึกษาเท่านั้น หน่วยงานของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาในรูปแบบขององค์การมหาชนก็เป็นคำตอบอย่างหนึ่งว่า ความคล่องตัวในการบริหารจัดการนั้นมีความจำเป็น ความเป็นอิสระในระดับหนึ่ง ในการบริหารจัดการนั้นมีความจำเป็น มหาวิทยาลัยก็เช่นเดียวกัน มหาวิทยาลัยเป็น สถาบันการศึกษาชั้นสูงที่จำเป็นจะต้องมีความคล่องตัวในการบริหาร ทั้งในแง่ของ การบริหารงานบุคคลที่จะต้องคัดสรรบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ แล้วก็ทันต่อ เหตุการณ์ ทันต่อสถานการณ์ ทันต่อยุคสมัย เพื่อมามีบทบาทในการผลิตบุคลากร ที่เป็นมันสมองสำคัญของชาติต่อไป นี่ก็เป็นส่วนสำคัญที่มีความจำเป็นที่มหาวิทยาลัย จะต้องมีความเป็นอิสระในเรื่องนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... ที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเสนอต่อสภาในวันนี้ในนามของ คณะรัฐมนตรีนั้น ผมมีประเด็นปัญหาที่จะต้องตั้งเป็นคำถามกับท่านประธานผ่านไปถึง รัฐมนตรีในหลายประเด็น
ประเด็นแรกสุด ก็คือว่าทำไมต้องเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้พูดถึงว่าให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตตามพระราชบัญญัตินี้ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนดุสิต เป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ทำไมต้องเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ราชภัฏหายไปไหน ท่านประธานที่เคารพครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตซึ่งมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัย อยู่ในขณะนี้เป็นมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ ความเป็นมาของราชภัฏนั้น ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็จะมีชื่อราชภัฏขึ้นมา แต่มีพัฒนาการจาก โรงเรียนฝึกหัดครู มาเป็นวิทยาลัยครู มาเป็นสถาบันราชภัฏ มาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ มีลำดับความเป็นมาที่ค่อนข้างยาวนาน โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์แห่งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๔๓๕ ที่จังหวัดพระนคร ซึ่งปัจจุบันก็คือมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครนั่นเอง แล้วก็ขยายออกไป กลายเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู กลายเป็นวิทยาลัยครู ปี ๒๕๓๕ ได้รับพระราชทานชื่อ สถาบันราชภัฏขึ้นมา และปี ๒๕๔๕ ก็พระราชทานชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏ ปี ๒๕๔๗ ถึงมีพระราชบัญญัติให้เปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏอย่างเป็นทางการ ราชภัฏนี่ แปลว่าอะไรครับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม ราชภัฏและตราประจำมหาวิทยาลัย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเกียรติยศสูงแก่ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วพระราชอาณาจักร โดยนามราชภัฏ หมายความว่า เป็นคนของพระราชา วันนี้ท่านเสนอกฎหมายที่มีสาระสำคัญที่สุด ก็คือการเอามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตออกนอกระบบ ออกจากการเป็นหน่วยงานของรัฐ ไปเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ เพื่อให้มีอิสระในการบริหารจัดการขึ้น ท่านเอาออกไป พร้อมกับชื่อพระราชทานที่ชื่อราชภัฏตามไปด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้มีความสำคัญ มหาวิทยาลัยราชภัฏตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ นั้น นอกจาก จะได้ชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นชื่อพระราชทานต่อด้วยชื่อสถาบันเดิมแล้ว ตราสัญลักษณ์ ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏก็เป็นดวงตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ของรัชกาลปัจจุบันด้วย มีอยู่ ๕ สีนะครับ สีน้ำเงิน แทนค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ผู้ให้กำเนิด และพระราชทานนาม มหาวิทยาลัยราชภัฏ สีเขียว แทนค่าแหล่งที่ตั้งในแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม สีทอง แทนค่าความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา สีส้ม แทนค่าความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น สีขาว แทนค่าความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คำว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏ นั้น เกี่ยวเนื่องเกี่ยวโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เกี่ยวข้องกับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันอย่างมาก แต่ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เพียงเพื่อเอามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตออกนอกระบบ ท่านก็ตัดราชภัฏออกไป ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านไปดูในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในมาตรา ๗ ของพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏเขาบอกว่า ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่เสริมสร้างพลังปัญญาของแผ่นดิน ฟื้นฟูพลังการเรียนรู้ เชิดชูภูมิปัญญา ของท้องถิ่น สร้างสรรค์ศิลปวิทยา เพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนของปวงชน มีส่วนร่วมในการจัดการการบำรุงรักษา การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาส่งเสริมวิชาการ วิชาชีพชั้นสูง ทำการสอนวิจัยให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ปรับปรุง ถ่ายทอดและพัฒนา เทคโนโลยี ทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ผลิตครูและส่งเสริมวิทยฐานะครู นี่คือ ความเป็นมาของสถาบันราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตก็ดำรงความเป็นมหาวิทยาลัย ที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาตามแนวทางในกฎหมายฉบับนี้มาโดยตลอด แต่วันนี้ท่านประธานครับ ท่านกำลังออกนอกระบบ แล้วเป็นอย่างไรครับ มหาวิทยาลัยที่จะชื่อว่ามหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในวันข้างหน้านอกจากไม่มีคำว่า ราชภัฏ อยู่แล้วนะครับ ปรัชญาในการจัดการศึกษาของท่าน ก็หายไปด้วย เป็นเพียงมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ในการให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการ และวิชาชีพชั้นสูง สร้างบัณฑิต วิจัย บริการทางวิชาการแก่สังคมและท้องถิ่น ริเริ่มปรับปรุงถ่ายทอด พัฒนาองค์ความรู้ ในด้านที่มีความเชี่ยวชาญและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ความเป็นมหาวิทยาลัยที่มีเป้าหมาย ในการผลิตครู ผลิตบุคลากรที่จะไปสอนไปสั่งคนในวันข้างหน้าบทบาทของมหาวิทยาลัยนี้กำลังจะหายไป ท่านไม่เพียงแต่ทิ้งคำว่า ราชภัฏ อันเป็นนามพระราชทานเท่านั้น แต่ท่านยังทิ้งเอารากฐานดั้งเดิม ของความเป็นมหาวิทยาลัยที่จะผลิตครู เสริมสร้างพลังปัญญาแผ่นดิน ฟื้นฟูพลังการเรียนรู้ ภูมิปัญญาของท้องถิ่น ความเป็นมหาวิทยาลัยที่รับใช้ท้องถิ่นของท่านกำลังจะหายตามไปด้วย ผมถึงไม่เข้าใจว่าการเสนอเพียงเพื่อให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย ราชภัฏแห่งแรกที่จะออกนอกระบบให้หลุดลอยไปจากความเป็นราชภัฏเดิม พันธกิจเดิม ท่านต้องการให้หลุดลอยไปอย่างนั้นหรือ ท่านต้องการให้มหาวิทยาลัยที่จะตั้งขึ้นใหม่ ตามร่างพระราชบัญญัติใหม่นี้เป็นมหาวิทยาลัยที่เหมือนกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เหมือนกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เหมือนกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เหมือนกับเป็นการยกระดับฐานะ หลีกหนีความเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งคล้าย ๆ กับว่าการเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏนั้น ประทานโทษ พูดกันว่าเหมือนกับเป็นมหาวิทยาลัยชั้นสอง ท่านต้องการจะหนีแบบนั้น เท่านั้นเองหรือซึ่งผมคิดว่าไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น เมื่อท่านประธานไปดูวัตถุประสงค์ของ การจัดตั้งมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในวันนี้ต้องการให้เกิดความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา ความเป็นเลิศทางวิชาการควบคู่กับคุณธรรมจริยธรรม มาตรฐานและคุณภาพวิชาการ นำความรู้สู่สังคมเพื่อการแก้ไขปัญหาสังคมมีความรับผิดชอบต่อสังคมและรัฐในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น มีการบริหารแบบมีส่วนร่วมของบุคลากร เชื่อถือได้ไหมครับกับบทบาท ที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้านี้ ที่ผ่านมาท่านประธานที่เคารพครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นข่าวคราวถูกวิพากษ์วิจารณ์หลายเรื่อง โดยเฉพาะล่าสุดนี่ก็เรื่องของการมีบทบาท ในการสำรวจประชามติในช่วงเลือกตั้งหรือทำโพลล์ (Poll) ผมต้องเรียนกับท่านประธาน เป็นเบื้องต้นก่อนว่าผมไม่ได้คัดค้านบทบาทของสถาบันการศึกษาที่ไปทำสำรวจประชามติ เพราะนั่นเป็นหนึ่งในกระบวนการแสวงหาองค์ความรู้เป็นกระบวนการในการใช้วิธีการ เพื่อหาคำตอบในทางสังคมศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในระเบียบวิธีวิจัยที่ประชาคมวิชาการ เขาก็ยอมรับกัน แต่บทบาทการไปทำสำรวจประชามติในเรื่องที่ไม่ควรจะสำรวจอันนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องทบทวน ท่านจะมีคุณธรรมจริยธรรมทางวิชาการได้อย่างไรถ้าสิ่งที่ท่านทำนั้น ไม่ได้เป็นประโยชน์กับสังคม แถมท้ายยังเป็นเครื่องมือในทางการเมืองเป็นเครื่องมือ ของกลุ่มผลประโยชน์ นั่นยิ่งก่อให้เกิดข้อกังขากับเรื่องคุณธรรมจริยธรรมมากขึ้นไปอีก ต้องเรียนกับท่านประธานว่าโพลล์ที่ทำในช่วงเลือกตั้งนั้นเป็นประโยชน์กับใคร การเลือกตั้ง
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันต้องขออนุญาตประท้วงท่านผู้ที่กำลังอภิปรายนะคะ ท่านกำลังอภิปรายนอกประเด็น จากเรื่องที่เรากำลังพิจารณา แล้วก็เรื่องที่เรากำลังจะให้ความสนใจกันอยู่นะคะ ขอให้ท่านกลับมา ในประเด็นด้วยค่ะ ขอให้ท่านประธานโปรดพิจารณาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านอภิชาต โดยปกติท่านก็อภิปรายได้ดีมากในสภาไม่เคยถูกประท้วงนะครับ ก็เอาในประเด็นก็แล้วกันครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่ากระผมอภิปรายอยู่ในประเด็นนะครับ ถ้าท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ได้กรุณาอ่านกฎหมายที่รัฐบาลนำเสนอในวันนี้อย่างละเอียดทุกมาตรา ทุกวรรค ท่านก็จะเห็นนะครับว่า บทบาทของมหาวิทยาลัยในเรื่องของการพัฒนาทางวิชาการนั้น มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งนะครับ และเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมซึ่งระบุไว้ในกฎหมายฉบับนี้ เป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องพูดต้องทบทวนกันในโอกาสนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีข่าวอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับเรื่องมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งผมคิดว่า โอกาสนี้เป็นโอกาสที่เราจำเป็นจะต้องทักท้วงขึ้นมา จำเป็นที่จะต้องพูดถึงเพื่อให้ การออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้มีความรอบคอบมากที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้นำเสนอกับท่านประธานว่าความมีคุณธรรมจริยธรรม ในการใช้ผลงานทางวิชาการออกไปสู่ภายนอกนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องคำนึงถึง และสังคม ก็วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ต่อสถาบันราชภัฏสวนดุสิตมาโดยตลอด ซึ่งผมคิดว่าจำเป็น ที่ท่านจะต้องชี้แจงนะครับ เพราะสิ่งที่มันไปกระทบสิ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์นั้นมันกระทบ ต่อภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย แล้วก็กระทบต่อภาพลักษณ์ของอาจารย์ ภาพลักษณ์ ของคุณภาพการเรียนการสอนต่าง ๆ ตามมามากมาย ผมพูดเรื่องนี้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏ ด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ผมเองก็เคยมีบทบาท ไปเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาทางด้านนิเทศศาสตร์ที่นั่น เพราะฉะนั้นผมก็มีความห่วงใย มีความผูกพัน ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อมหาวิทยาลัยหรอกครับ
ท่านประธานครับ ในประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อมาก็คือ เรื่องกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนที่จะมีต่อมหาวิทยาลัยตามร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มีกลไกนี้ เข้ามาเลย ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าท่านต้องการออกนอกระบบแล้วท่านก็ทิ้ง รากฐานความเป็นมาของท่านทุกอย่าง ความเป็นมหาวิทยาลัยที่ต้องดูแลรับใช้ท้องถิ่น ความเป็นมหาวิทยาลัยที่ต้องผลิตครู บุคลากรที่มีคุณภาพท่านทิ้งไปหมดผมคิดว่า การออกนอกระบบของท่านสังคมไม่ได้ประโยชน์หรอกครับ ได้ประโยชน์เพียงว่าท่านมีอิสระ ในการคิดในการตัดสินใจของท่านมากขึ้นเท่านั้น และสิ่งนั้นไม่ได้เกิดผลดีในอนาคตเลย ซึ่งต้องกราบเรียนกับท่านประธาน แล้วก็ฝากไปยังคณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้น ในอนาคตด้วยว่า ในกลไกการมีส่วนร่วมซึ่งน่าจะอยู่ในหมวดของสภามหาวิทยาลัยนะครับ ผมคิดว่าจำเป็นที่จะต้องมีองค์ประกอบที่มีความหลากหลายมากกว่าเดิม องค์ประกอบ ของมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบนี่นะครับ ผมคิดว่านอกเหนือจากการมีกรรมการ สภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง เช่น อธิการบดี ประธานสภาคณาจารย์ รองอธิการบดี ตัวแทนจากสภาอาจารย์อะไรต่าง ๆ แล้ว ผมคิดว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากท้องถิ่น ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเดิมได้มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงอยู่จำเป็นจะต้องเอากลับเข้ามา ทำหน้าที่ในตรงนี้ และบทบาทของสภามหาวิทยาลัยก็จะต้องมีความเข้มแข็งมากเพียงพอ ที่จะกำกับให้อธิการบดี หรือคณะบริหารมหาวิทยาลัยได้ทำตามเจตนารมณ์หรือทิศทาง ของการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง ไม่ให้เกิดปัญหาอย่างที่เป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้ นายกสภามหาวิทยาลัยต้องลาออกเพราะประท้วงการทำงานของฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัย ที่เอามหาวิทยาลัยไปรับใช้การเมือง นี่เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเป็นบาดแผลซึ่งมีความสำคัญ เป็นบาดแผลที่อยู่ในใจของคนมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สิ่งนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นเมื่อท่านทำ กฎหมายให้เขาไปเป็นอิสระ ทำกฎหมายให้เขาไปมีเสรีภาพในการบริหารจัดการทั้งทางวิชาการ และการบริหารจัดการ ก็อยากจะฝากประเด็นเหล่านี้ไว้ให้คณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นไป พิจารณาด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ท่านพายัพ ปั้นเกตุ สัก ๗ นาทีนะครับ มีผู้ขออภิปรายประมาณ ๒๐ กว่าคน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมมีประเด็นที่ต้องกราบเรียนท่านประธานไปถึงทางท่านรัฐมนตรี มีประเด็นเดียว ที่จะต้องหยิบยกขึ้นมาพูดและอภิปรายในสภาแห่งนี้ ก็คือว่าเหตุผลที่แท้จริงของการให้ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของรัฐบาลออกไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเพราะอะไรกันแน่ เหตุผลก็คือว่าท่านประธานจะเห็นว่าในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมา ปัจจุบันปี ๒๕๕๖ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าประเทศไทยเรามีความเติบโตเรื่องของ การศึกษาค่อนข้างมาก มหาวิทยาลัยหลายที่เติบโตขึ้นมาจากอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย หลายที่เกิดมาจากวิทยาลัยครู แล้วกระทรวงศึกษาธิการเองเดิมทีเดียวก็เคยแยกเอา การศึกษาระดับมหาวิทยาลัยนั้นไปเป็นทบวงมหาวิทยาลัย พอเสร็จแล้วมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่อยู่ในความดูแลของทบวงมหาวิทยาลัยวันหนึ่งก็ดึงกลับมาอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็ให้มหาวิทยาลัยอยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ ท่านประธานกับผมเคยเห็นความเติบโตของวิทยาลัยเกษตรใช่ไหมครับ วันหนึ่งตั้งเป็น วิทยาลัยเกษตรแม่โจ้ ต่อมาก็เป็นสถาบันขอเป็นอินสทิทิวท์ (Institute) จากคอลเลจ (College) เป็นอินสทิทิวท์ เป็นสถาบัน วันหนึ่งบอกเป็นสถาบันเราก็เสนอเข้าสภาแห่งนี้ ขอเป็นยูนิเวอร์ซิตี้ (University) ตัดคำว่า เทคโนโลยี ออก ตัดวุฒิการศึกษาที่เราเรียกว่า วท. ทศ.บ. ออกมาเป็น วท.บ. พอเราทำมาอย่างนี้เสร็จเราก็ตั้งเป็นมหาวิทยาลัย จากนั้นเสร็จ ท่านประธานเห็นไหมครับ เรามีการร่าง พ.ร.บ. วิทยาลัยครูขึ้นมาเพื่อเอาวิทยาลัยครูนั้น บอกว่าต่อไปนี้รากฐานเดิมที่เคยบอกว่าจะส่งเสริมให้มีการผลิตบุคลากรด้านการศึกษา มาอบรมสั่งสอนเยาวชนให้มีการศึกษาเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น วันหนึ่งก็เปลี่ยนฐานะให้มีโอกาส ขยายการศึกษาได้มากขึ้นแล้วเป็น พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ แล้วก็ตั้งมาแล้ว ๔๐ กว่าแห่ง ท่านดูสิครับ จากนั้นเสร็จท่านสังเกตเห็นไหมครับมี พ.ร.บ. รวม ท่านประธานเคยจำได้ไหมครับ พ.ร.บ. รวมเป็นอย่างไร พ.ร.บ. รวมนั่นก็หมายความว่าที่หนึ่งที่จังหวัดหนึ่งจังหวัดใด มีสถาบันอาชีวศึกษาอยู่ด้วยกัน ๕-๖ แห่งก็เอามารวมกันเป็นมหาวิทยาลัยเสีย เพราะสถาบัน อาชีวศึกษาร่าง พ.ร.บ. อาชีวศึกษาของตนเองเพื่อจะเปิดสอนระดับปริญญาตรี เพื่อตัวเองก็จะเปิดสอนเหมือนกัน แต่ปรากฏว่า พ.ร.บ. อาชีวศึกษาวันนี้เดินหน้าไม่ได้เลย งบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับการตั้งสถาบันอาชีวศึกษาก็ไม่ได้ใช้เท่าที่ควร ถ้าท่านประธานไปดู ในรายละเอียดนะครับ ท่านรัฐมนตรีคงจะทราบ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เมื่อดูหลักการ และเหตุผลทั้งหมดทั้งร่าง พ.ร.บ. ผมก็อยู่ในสภาแห่งนี้มาหลายครั้งเคยร่าง พ.ร.บ. การศึกษา มาหลายครั้ง ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับที่ท่านประธานนำเข้าสู่สภาแห่งนี้เนื้อหาไม่มีอะไร ที่ต่างกันเลยครับ หลักการ เหตุผลเหมือนกันหมดเปรี๊ยะเลย เช่นหมวด ๑ เปลี่ยนแต่รายมาตรา จากมาตรา ๖ เป็นมาตรา ๗ ร่าง พ.ร.บ. ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งอยากจะออกเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเหมือนกัน เหมือนกันครับ คอนเซปท์ (Concept) เดียวกันเลย วันนี้เช่นเดียวกันครับ ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยสวนดุสิตนี่ไม่ใช่เป็นร่าง พ.ร.บ. แรกหรอกครับ จะมีร่าง พ.ร.บ. อย่างนี้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้อีกหลายฉบับเมื่อเขามีความพร้อมอยากจะออก นอกระบบเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ผมต้องฝากถึงอนาคตครับว่าเมื่อการศึกษา ของประเทศไทยมันเติบโตขึ้น เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เราไม่สามารถจะหยุดยั้งการเติบโตทางการศึกษาของประเทศได้ วันนี้เรามีทั้งมหาวิทยาลัย เอกชนที่กำลังเติบโตด้านคุณภาพการศึกษาไปได้ไกลนะครับ เรามีมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งกำลังเติบโตจากวิทยาลัยครู กำลังเติบโตจากอาชีวศึกษา กำลังเติบโตจากสถานพยาบาล เกิดขึ้นมาเต็มไปหมดในบ้านนี้ ถึงเวลาที่เราตั้งรากฐานที่เดียวนั้นเราบอกเป็นสถานศึกษาวิชาชีพ แต่พอเติบโตมากยิ่งขึ้นก็เลิกวิชาชีพ ตัด คำว่า วิชาชีพเทคโนโลยี ออก ตัดคำว่า เกษตร ออก ตัดคำว่า อาชีวะ ออก ตัดคำว่า ครู ออก แล้วมาตั้งเป็นมหาวิทยาลัย ตัดคำเหล่านี้ออก เพื่ออะไรครับ เพื่อจะได้เปิดสอนทางการศึกษาได้มากขึ้น มีคณะต่าง ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น ในเมื่อสามารถที่จะบริหารให้เติบโตแข่งขันกับเขาได้ต้องมาทำอย่างนี้ ท่านประธานครับ หลักการเหตุผลดูเหมือนเป๊ะ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว เพื่อประสิทธิภาพ เพื่อคุณภาพ และอัตลักษณ์ อัตลักษณ์คืออะไรครับ อัตตะคือตนเอง คือเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ถ้าออกไปอย่างนี้เสร็จมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตออกเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ตนเองด้านไหน ไม่ได้เขียนรายละเอียดไว้ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าตราสัญลักษณ์ แม้ชื่อจะหายไป ตราสัญลักษณ์สามารถคงตราเดิมได้ แต่อาจจะเปลี่ยนชื่อได้ แต่นั่นก็อธิบายความ ต่อสาธารณชนได้ แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าเราให้มหาวิทยาลัย ของรัฐนี่ออกไปเป็นมหาวิทยาลัยนอกราชการในกำกับ ท่านได้เตรียมการไว้ในอนาคตอย่างไร เพราะต่อจากนี้ไปจะต้องมีมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบมากขึ้นนะครับ ในเวลาที่เรา พิจารณางบประมาณแผ่นดินตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเชิญมหาวิทยาลัยในกำกับ มาชี้แจงนะครับ เหมือนกับเชิญรัฐวิสาหกิจมาชี้แจง นี่ลักษณะรูปแบบเราไปกำกับเขา แต่เราไม่ได้บริหารเอง วันนี้เราปล่อยมหาวิทยาลัยที่อยู่ในอ้อมอกของกระทรวงศึกษาธิการ ออกไปอยู่ในกำกับเพราะว่าเราขาดศักยภาพในการที่จะบริหารมหาวิทยาลัยเหล่านี้แล้วหรือ จึงได้ปล่อยให้เขาไปอย่างนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราจะคงสภาพ ความเป็นคุณภาพทางการศึกษาและพัฒนาการศึกษาให้เพิ่มมากขึ้น ทำไมเราไม่คิดที่จะแยกออกมา เป็นทบวงมหาวิทยาลัยเหมือนเดิมหรือเป็นกระทรวงมหาวิทยาลัย เพราะว่าท่านประธาน ที่เคารพครับ ดูการศึกษาขั้นพื้นฐานสิครับท่านประธาน ขอ ๑ นาที ท่านประธานทนฟังผมนิดเดียว ดูการศึกษาขั้นพื้นฐาน มัธยมศึกษา ประถมศึกษารวมกันไม่ได้ ครูประถมศึกษามีลักษณะแบบหนึ่ง ครูมัธยมศึกษามีลักษณะแบบหนึ่ง ผลที่สุดตั้งเป็น สพฐ. ตั้งเป็นสำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา มีข้าราชการเทียบเท่าปลัดกระทรวง ซี ๑๑ เท่ากันเลย ทั้ง สพฐ. กับสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซี ๑๑ เท่ากัน เท่ากับปลัดกระทรวงด้วยซ้ำไป แปลว่า กระทรวงศึกษาธิการมีปลัดกระทรวง ซี ๑๑ เท่ากันเลย ๓ หน่วยงาน วันนี้มีคนร่าง พ.ร.บ. ท่านประธานครับ รัฐมนตรีครับ ร่าง พ.ร.บ. เพื่อที่จะเสนอให้มีตั้งกระทรวง กระทรวง การศึกษาขั้นพื้นฐาน ท่านประธานครับ นี่คือการเติบโตที่เกิดขึ้น ประเด็นเหล่านี้ต่างหาก ที่ผมอยากฟังจากท่านรัฐมนตรีว่าท่านคิดอย่างไรกับการที่จะต้องรองรับการเติบโตของ การศึกษาของประเทศนี่เติบโตในวันข้างหน้า ประเทศอินเดียมีมหาวิทยาลัยเต็มพรืดไปหมด เพราะเขาส่งเสริมการศึกษาตั้งแต่เล็กจนโต วันนี้เช่นเดียวกันครับ ถ้าวันนี้รัฐบาลภายใต้ การนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ภายใต้การดูแลของท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ตรงนี้ ท่านจะวางอนาคตทางการศึกษาของประเทศด้วยการจะบริหารมหาวิทยาลัยให้อยู่ใน ความดูแลของส่วนราชการ หรือจะปล่อยให้เป็นอยู่ในกำกับออกไปในระบบราชการอย่างนี้ หรือวันข้างหน้าจะต้องเป็นกระทรวงมหาวิทยาลัยหรือกระทรวงการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในวันข้างหน้า ต้องฝากท่านประธานไว้ด้วยความเคารพให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจง ในประเด็นเหล่านี้ที่เป็นข้อสงสัยด้วย ขอบพระคุณครับ
ทางฝั่งนี้ ขอท่านอาจารย์ประกอบอีกท่านหนึ่งนะครับ เชิญอาจารย์ครับ อาจารย์ประกอบก่อนครับ หรือจะให้ท่านนายแพทย์บัญญัติเพราะว่าขอ ๑ ท่าน นายแพทย์บัญญัติก็ได้ครับ อาจารย์ กลับบ้านไปพักผ่อนเลย
ท่านประธานครับ ทั้งผม ทั้งท่านประกอบ ได้หรือเปล่าไม่ทราบครับ พอดีเมื่อสักครู่จองอภิปรายไว้ครับ
เรามี ผู้ขออภิปรายไว้เยอะมาก ผมจะไปต่อพรุ่งนี้ครับ ก็ขอฝั่งละ ๑ ท่าน เชิญนายแพทย์บัญญัติ กับอาจารย์ประกอบ ท่านใดก็ได้ครับ
พอดีผมจองไว้ก่อนนะครับ ท่านประกอบ ให้ผมได้อภิปราย กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... นั้นผมเห็นชอบในหลักการ เหตุผล ที่จะให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตซึ่งจัดตั้งโดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้มีการพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยที่ไม่เป็นส่วนราชการ แต่อยู่ในกำกับของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการที่คล่องตัวและมีอัตลักษณ์ แล้วก็สามารถจัดการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมมากยิ่งขึ้น สืบเนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนั้นเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แล้วก็ผลิตบัณฑิต ที่มีคุณภาพออกสู่สังคมจำนวนมาก ดังเราจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนั้น เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในทางบวก แล้วก็มีพัฒนาการ มีลูกศิษย์ลูกหาเพิ่มมากขึ้น ผมคิดว่ามูลเหตุเหล่านี้ทำให้รัฐบาลมองเห็นว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้สามารถที่จะเลี้ยงตัวได้ ก็มีมหาวิทยาลัยที่ได้ออกไปจากระบบราชการหลาย ๆ แห่งด้วยกัน แล้วก็มหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ก็ทยอยที่จะออกไปเป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่เป็นส่วนราชการ แต่อยู่ในกำกับของรัฐบาล เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น ส่วนมหาวิทยาลัยที่ยังเป็นส่วนราชการอยู่ ก็มีไม่ใช่น้อยนะครับ ในส่วนที่เป็นราชการกับที่ไม่ใช่ราชการเขามีความแตกต่างกัน ที่เป็นราชการมหาวิทยาลัยนั้นจะมีความคงทนในการที่จะไม่ล้มง่าย ก็หมายความว่ามหาวิทยาลัย ในต่างจังหวัดหรือในพื้นที่ที่ยังกันดารอยู่ ถ้าหากว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ออกไปอยู่ในกำกับ ของรัฐตั้งแต่ต้นก็เกรงว่าจะไม่รอด แต่ถ้ามหาวิทยาลัยไหนที่มีแนวโน้ม มีความนิยม มีสินทรัพย์ จำนวนมากที่จะก่อให้เกิดรายได้ ยกตัวอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็มีสินทรัพย์จำนวนมาก ที่จะมาเลี้ยงตัวสถาบันหรือตัวมหาวิทยาลัย เขาก็มีทุนรอนที่จะมาดูแลมหาวิทยาลัยได้ จำนวนมาก หรือมีความนิยมแข่งขันสูง เขาก็สามารถที่จะมีนักศึกษาเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัย จำนวนเพียงพอ เรียกว่ามีลูกค้าที่เพียงพอ เพราะฉะนั้นการที่มหาวิทยาลัยที่จะออกไปอยู่ในส่วนที่ ไม่เป็นราชการ อย่างเช่นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตจะเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตนี้ ผมก็เป็นความกังวลว่าเมื่อออกไปอยู่ในการกำกับของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการแล้วก็กังวล ถึงนักศึกษาว่าค่าหน่วยกิตจะแพงลิบลิ่ว เพราะว่าปัจจุบันนี้เริ่มมีกระแสที่นักศึกษาต่อต้าน มหาวิทยาลัยที่จะออกไปอยู่ในลักษณะเช่นนี้จำนวนมากขึ้น เพราะค่าหน่วยกิตต้องยอมรับเลยว่า เมื่อมีการแข่งขันสูงก็มีการแปรผันโดยตรงกับค่าหน่วยกิต เพราะว่าครูบาอาจารย์ที่จะต้องมี ค่าจ้าง ค่าแรง หรือว่าเงินเดือนสูง ๆ มักจะต้องมีรายได้ส่วนหนึ่งก็คือมาจากค่าหน่วยกิตนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลที่จะให้เป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ก็ขอฝากไว้เลยว่าทางมหาวิทยาลัยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษามาตรฐานคุณภาพการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาให้ได้อย่างน้อยก็เท่าเดิม แต่จะต้องมากกว่าเดิม แล้วก็ภาระค่าเล่าเรียน ที่พี่น้องลูกหลานคนไทยที่จะต้องมาเรียน หรืออนาคตอาจจะเป็นอาเซียน (ASEAN) ก็ได้ หรือทั่วโลกก็ได้ที่จะต้องมาเรียน อย่างน้อยมาตรฐานมากกว่าเดิมแต่ราคาค่าหน่วยกิต จะต้องไม่มากกว่าเดิม หรือให้แปรผันตามเศรษฐกิจ อย่าให้มันมีลักษณะของการฉวยโอกาส ที่จะรับเฉพาะชนชั้นคนร่ำรวยที่จะมีสิทธิมาเรียนได้ อันนี้ก็เป็นห่วงกังวล แต่ถ้าอยู่ใน ระบบราชการ แน่นอนครับเรื่องราคาค่าหน่วยกิตนี่ไม่แพง แต่ว่ามันก็จะมีความไม่คล่องตัว ในการบริหารทำให้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงก็เติบโตยากนะครับ ก็เปรียบเสมือนต้นไม้ ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในราชการก็เหมือนต้นไม้บอนไซ อายุคงทน อายุยืน แต่ก็แตกใบอ่อน อาจจะได้ยากหน่อยเพราะเนื่องจากเงินทุนมันจะไหลเข้ามาได้น้อยกว่า แต่ถ้าเป็นระบบ ที่ออกไปอยู่ในการกำกับของรัฐก็สามารถที่จะมีการทำธุรกิจต่าง ๆ เพื่อการเลี้ยงตัวเอง ก็เหมือนต้นไม้ที่มีใบมาก เมื่อไรก็ตามที่มีเงินหรือทรัพยากรไหลเข้ามาในมหาวิทยาลัยน้อย มันก็จะทรุดทันที ฉะนั้นการที่ท่านออกไปเป็นหน่วยงานที่ในกำกับของรัฐก็ต้องให้พนักงาน หรือข้าราชการในมหาวิทยาลัยนี่ได้มีโอกาสมีทางเลือกที่เขาจะยอมรับความเป็นพนักงาน ของมหาวิทยาลัยที่เคยเป็นข้าราชการแล้วต่อมาจะต้องมากลายเป็นพนักงานของ มหาวิทยาลัย ซึ่งความมั่นคงของอาชีพนักวิชาการหรือครูบาอาจารย์นี้ก็อาจจะไม่มีมากเท่าเดิม เพราะฉะนั้นท่านสามารถที่จะรับรองได้หรือไม่ว่าข้าราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เมื่อออกมาเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตแล้วเขาจะไม่ถูกกระทบกระเทือน หรือท่านมีมาตรการ ในการดูแลเยียวยาเขาอย่างไร ซึ่งก็คงจะอยู่ในมาตราต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในร่างพระราชบัญญัตินี้ โดยสรุปแล้วก็คือว่าขอให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติสวนดุสิตในวาระที่หนึ่ง ในขั้นรับหลักการนะครับ ในส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ก็ฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะพิจารณาในมาตราต่าง ๆ ได้รับไปพิจารณาด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้นั้นต้องบอกว่า ชื่อนั้นสำคัญไฉน มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต หรือมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เพราะถ้าต้องบอกว่า ถ้าจะเรียกว่าต้นเค้าต้นกำเนิดของมหาวิทยาลัยจะต้องนำมาด้วยนั้นจะต้องเป็นมหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนดุสิต ถ้าอยากลบคำว่า ราชภัฏ ออกไป เพื่อที่จะตะกายดาวหรือไม่ ถนนทุกสาย เข้า กทม. ค่ะ เส้นทางของมหาวิทยาลัยคือการมุ่งสู่การออกนอกระบบ เพราะคิดกันว่า การออกนอกระบบคือการพัฒนาจะทำให้มหาวิทยาลัยมีคุณภาพมากขึ้น คนที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐานจะถูกปรับออกด้วยระบบออกนอกระบบ การเรียนการสอนจะดีขึ้น งานวิจัย จะดีขึ้น อาจารย์จะมีคุณภาพมากขึ้น เท่ากับว่าการออกนอกระบบเป็นการแก้ปัญหา ที่ถูกจุดที่สุด ดิฉันฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ว่าจริงหรือไม่ ในกรณีนี้ว่าทุกอย่างที่ออกนอกระบบมีอิสระในการคิด แล้วก็มีอิสระในการปฏิบัติอย่างแยบยลที่สุดนั้นจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดที่สุดในระบบ อุดมศึกษา ดิฉันเป็นห่วง ฝากเป็นข้อสังเกตในคณะกรรมาธิการว่าถ้ามหาวิทยาลัย ออกนอกระบบแล้วจะขึ้นค่าหน่วยกิตเท่าไร จะขึ้นค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้นไหม ถ้าเพิ่มขึ้น จะเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ของค่าเล่าเรียนเดิม ที่ดิฉันถามแบบนี้ท่านประธานที่เคารพคะ การขึ้นค่าการศึกษานั้น การขึ้นค่าเทอม การขึ้นค่าเล่าเรียน แล้วแต่ใครจะเรียกนี่นะคะ เป็นการผลักภาระให้กับผู้ปกครอง เดี๋ยวนี้คนจนในชนบทนั้น คนที่ขยันขันแข็งมีอุดมการณ์ แกร่งกล้าสามารถที่จะติวลูกในจังหวัดในอำเภอแล้วส่งเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย ที่ออกนอกระบบนี้ แต่ก่อนที่ยังไม่ออกนอกระบบนั้นค่าเทอมก็ไม่ค่อยแพงหรอกค่ะ พอที่จะส่งเสียลูกเรียนได้ ลูกของลูกบ้านนอก ลูกเด็กดอย ลูกของพ่อค้าแม่ค้า ลูกชาวชนบท อย่างดิฉันนี่จะสามารถใช้ตราโลโก้ (Logo) หรู ๆ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตได้ด้วยหรือไม่ น่าคิดนะคะในเรื่องของการออกนอกระบบแล้วจะขึ้นค่าอะไรไปทุกอย่าง หลายคนในประเทศ อาจจะตอบกับดิฉันว่า กยศ. กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ดิฉันสมมุติให้ท่านประธานฟังเลยว่า เรียนระดับปริญญาตรีแล้ว แต่ก่อนค่าเทอมประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท ถึง ๒๕,๐๐๐ บาท แต่พอออกไปแล้วปีหนึ่งประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ทราบว่าค่าอะไรขึ้นมามากมายมหาศาล เรียนมหาวิทยาลัย ๔ ปี ๔๐๐,๐๐๐ บาท ทีนี้พอไปผ่อนส่ง ๒ ปีปั๊บเขาก็จะเรียกคืน ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๑ บาทต่อปี หรือ ๑ บาทต่อเดือนดิฉันจำไม่ได้ ทีนี้ถ้าเอาเฉพาะต้นมันก่อน ๔๐๐,๐๐๐ บาทนี่ค่ะ ขอใช้คืนเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท จะเป็น ๒๐๐ เดือน ถ้าเอา ๑๒ ไปหาร ๒๐๐ จะเป็น ๑๖ ปีกว่า ๆ มันทำให้การดำรงชีวิตของคนที่ยากไร้ที่ตะกายดาว อยากจะหนีความยากจน ความคิดนั้นก็ยังมีจำนวนคนในชนบทที่คิดแบบดิฉัน เพราะว่า ดิฉันเกิดมาจากความยากจนเลยเข้าใจว่าจนแล้วอยากตะกายดาวเป็นอย่างไรบ้างค่ะ ท่านประธานคะ นั่นก็คือค่าเล่าเรียนที่จะแพงขึ้นตามมา ดิฉันอยากให้เด็กชนบท เด็กหลังเขา เด็กดอยบ้านท่านประธานนั้นได้ร่ำเรียน ได้มีโลโก้หรู ๆ ใช้ในประเทศนี้อย่างเขาบ้าง และดิฉันฝากเป็นข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการ และผ่านท่านประธาน ไปถึงท่านรัฐมนตรีเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นะคะ เรื่องของหลักสูตรจ่ายครบจบแน่ ทำให้การศึกษาแย่และไร้คุณภาพ อยากให้ออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นประโยชน์โภชน์ผลต่อสังคมเกษตรกรรมและวุฒิภาวะของคนในชาติ รวมถึงรายได้ต่าง ๆ และยังติดใจค่าเล่าเรียนอยู่เหมือนเดิมกลัวจะขยับขึ้น ดิฉันอยากให้ลูกบ้านนอกลูกคนจน ได้ติดตราโลโก้หรู ๆ ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต และค่านิยมเก่า ๆ ก็ควรจะลบออกจากการที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตออกนอกระบบด้วย คือการรับเข้าทำงานหน่วยงานของรัฐ และเอกชนนี่นะคะ ถ้ามหาวิทยาลัยชั้นสาม ชั้นสอง ก็จะถูกโยนทิ้งลงถังขยะ แต่มหาวิทยาลัย ชั้นหนึ่งก็จะได้รับมาพิจารณาก่อน นั่นก็คือค่านิยมของคนในชาตินี้เป็นอย่างนี้ ดังนั้นเวลาจบการศึกษาแล้วซื้อรองเท้าไว้สัก ๑๐ คู่ เดินหางานเตะฝุ่น ย่ำฝุ่น พอไปสอบเข้า รับราชการครูทีก็ยกเลิกกันทีหนึ่ง มีการทุจริตมากมายเพื่อที่จะตะเกียกตะกาย เข้าเป็นข้าราชการให้ได้ ในประเทศนี้จะต้องเป็นข้าราชการให้ได้ ท่านประธานที่เคารพคะ นั่นคือผลประโยชน์จากที่ออกนอกระบบ แล้วผลประโยชน์ตัวนี้นั้นดิฉันคิดว่าจะเป็นอาคาร หรูหรา มันจะเป็นห้องเทคโนโลยีล้ำเลิศที่อยู่ในคำโฆษณา แต่มันจะมีผลประโยชน์แอบแฝง อีกมากมายมหาศาล แล้วก็จะมีผลประโยชน์ตามข้อตกลง แล้วนอกจากนั้นแล้วยังมี ผลประโยชน์ที่เรียกว่าเปอร์เซ็นต์เข้ามาด้วยหรือไม่ นั่นก็คือการออกนอกระบบ แต่สิ่งที่ดี ก็จะตามมา แต่สิ่งที่เราจะต้องรอบคอบในเรื่องของการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อตรากฎหมาย ฉบับนี้จะต้องรอบคอบมากขนาดนั้น มหาวิทยาลัยสวนดุสิตวิเศษแล้ว ดุจดวงแก้วเจียระไน สดใสค่า ออกนอกระบบประสบบุญพูนราคา เพิ่มสง่าคุณภาพเอิบอาบใจ ไม่อยากให้เห็น แก่ประโยชน์หลายโกฏิล้าน อยากให้ดูลูกหลานงานหลากหลาย การศึกษาเน้นชายขอบโน้มนอบไม้ เพื่อเมืองไทยเพิ่มคุณค่าราคาคน จ่ายครบจบแน่จะแย่และย่อยยับ เงินเพิ่มจะพับจับเสื่อม้วน ชวนสับสน อิสระวิชาการคืองานเพื่อประชาชน คนต้องเป็นคนหลังผลงอกนอกระบบเดิม ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ที่เหลือไปพรุ่งนี้นะครับ วันนี้ผมว่าพอสมควรครับ