สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล หารือเรื่องการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับยางพารา และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การปลูกแทน และควบคุมปริมาณยาง
ไม่เกินร้อยละ ๘ เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับยางพาราครับท่านประธาน เดิมได้เพียงแค่ร้อยละ ๕ ถ้าเกิดวันนี้ฝ่ายสถาบันวิจัยยางได้เพิ่มมาเกี่ยวกับการวิจัยร้อยละ ๕ เดิมจะได้ ๗๕๐ ล้านบาท ๗๕๐ ล้านบาทถามว่าเพียงพอไหมครับ เนื่องจากเงินเซสส์ดังกล่าว มันมีการเก็บมากขึ้นก็คงเพียงพอ แต่ว่าแน่นอนเราอยากจะส่งเสริมเรื่องการวิจัยไม่เพียงแค่ต้นกล้า วันนี้เรามาวิจัยปลายทางของยางพาราด้วย ยางพาราเอาไปทำเรื่องอื่นได้เยอะมาก สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ให้เฉพาะกรมวิชาการเกษตร วันนี้เราอาจจะให้ สถาบันการศึกษา เพราะฉะนั้นเพิ่มขึ้นไปเป็นร้อยละ ๘ ซึ่งพอร้อยละ ๘ ท่านประธานครับ ได้เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพียงพอไหมครับ เราถือว่าเพียงพอจะไปต่อยอดอย่างไรก็แล้วแต่ แล้วก็จำนวนไม่เกินร้อยละ ๑๐ ตรงนี้ครับ ผมให้มาในเรื่องของการส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ เกษตรกรชาวสวนยางหรือผู้ประกอบกิจการการยางทั้งในด้านวิชาการ การเงิน การผลิต การแปรรูป การตลาด และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับยางพารา การอุตสาหกรรมแปรรูปยางขั้นต้น การอุตสาหกรรม การผลิตผลิตภัณฑ์ยาง การรักษาเสถียรภาพราคายาง การพัฒนายางพารา การจัดสวัสดิการสังคมเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง แรงงานชาวสวนยาง และกิจการอื่น ที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางหรือผู้ประกอบกิจการการยาง ตรงนี้ผมเอามาให้ ร้อยละ ๑๐ ซึ่งร้อยละ ๑๐ ก็คือประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท เยอะมากเลยครับที่เราจะมา ส่งเสริมต่อยอดจากการวิจัยมาให้กับการอุตสาหกรรมแปรรูปยางขั้นต้น หรืออุตสาหกรรม การผลิตภัณฑ์ยางพารา หรือไปดูพี่น้องเกษตรกร แล้วสุดท้ายเงินที่เหลือผมให้ไปสำหรับ การปลูกแทน แต่วันนี้ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการกำลังลดการปลูกแทนเหลือเพียงแค่ ร้อยละ ๖๕ ท่านประธานดูให้ดีครับ ตรงนี้จะเป็นประเด็นสำคัญ ผมเรียนท่านประธานว่า วันนี้ถ้าเกิดเราเก็บเงินกองทุนเซสส์ได้เท่าเดิม เช่น รัฐบาลสามารถทำราคายางได้กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เก็บเงินเซสส์กิโลกรัมละ ๕ บาท จะมีเงินเข้ากองทุนประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท พอ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท จะไปสู่การปลูกแทน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเกิดให้ไร่ละ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เราสามารถที่จะมีการปลูกหรือโค่นยางทั่วทั้งประเทศ ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่วันนี้ท่านประธานดูครับ วันนี้รัฐบาลบริหารราคายางไม่ถึง ๑๐๐ บาท เก็บเงินเซสส์ได้กิโลกรัมละ ๓ บาท เราส่งออกยางพาราประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตันกิโลกรัม เพราะฉะนั้นจะเก็บเงินเซสส์ได้ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ดูดี ๆ นะครับท่านประธาน ๙,๐๐๐ ล้านบาท เอาละไม่พูดถึง กยท. ไม่พูดถึงการวิจัยอะไรทั้งหลายที่ท่านไปแบ่ง แต่มาดูปลูกทดแทน อย่างเดียวจะเหลือเงินเพียงแค่ ๕,๘๐๐ ล้านบาท ๕,๘๐๐ ล้านบาท ท่านประธานเอา ๑,๖๐๐ ล้านบาทหารดูมันก็จะตกประมาณ ๓๐๐,๐๐ ไร่เศษ ๆ เพียงพอไหมครับที่เราจะคุม ปริมาณยางของประเทศ ไม่พอ เราจะส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนโค่นยางเพื่อควบคุมปริมาณ ก็ให้ไม่ได้ เอาเงินไปทำการปลูกใหม่ให้เขาเสียอีก ทีนี้ราคายางก็รูดมหาราช คนที่เดือดร้อน คือพี่น้องประชาชน แต่ สกย. เดือดร้อนไหมครับ กยท. ไม่เดือดร้อน เงินเดือนทั้งหลาย ก็ยังได้รับอยู่รัฐมนตรีมีความสุขไหมครับ มีความสุขเก็บเงินเซสส์เข้ามาลดน้อยลงก็ช่างมัน วันนี้เกษตรกรบอกว่าไม่เดือดร้อนจริง ๆ เขาก็เดือดร้อนกันทั้งประเทศ แล้ววันนี้ท่านกำลัง ตัดเงินกองทุนปลูกแทน ซึ่งกฎหมายนี้ผมบอกว่ามันออกมาตอนที่ผมคลอดมา ๑ ปีแค่นั้นเอง ตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ ก็คือเขาเอาเงินมาเพื่อสำหรับการโค่นยาง ให้เงินสำหรับการสงเคราะห์ วันนี้ ท่านกำลังเปลี่ยนเงินตรงนี้ ท่านไม่เพียงแค่เอายางทุกหน่วยงานเข้ามารวมกัน แต่ท่านกำลัง เปลี่ยนสาระสำคัญก็คือเอาเงินของเกษตรกรไปทำอย่างอื่น ไปส่งเสริมเอสเอ็มแอลบ้าง ไปส่งเสริมให้มีการปลูกใหม่ขึ้นมาบ้าง แต่เงินที่สำคัญของเขาเอาไว้สำหรับเวลาปลูกแทน หรือโค่นยางกำลังลดลง อันตรายมากครับท่านประธาน มันส่งผลว่าเหลือ ๕,๘๐๐ ล้านบาท เดือดร้อนแล้วละครับ ท่านจะเอาเงินจากไหน ท่านก็คิดว่าเดี๋ยวเกิดไปตกลงกับประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย วันนี้เราจะต้องควบคุมปริมาณยาง โค่นยางกันทั้งประเทศให้ได้ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ต่อปี ท่านเอาเงินจากไหน ท่านเอาไปไม่ได้แล้ว แต่ว่าถ้าเกิดท่านคงไว้อย่างน้อยอัตราร้อยละ ๗๕ อย่างน้อยก็มีเงินประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทท่านสามารถที่จะ โค่นยางได้ประมาณปีละ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ควบคุมทั้งปริมาณและพี่น้องเกษตรกร เขาได้เงินคืนเขาด้วย ผมเคยอภิปรายครับท่านประธาน ผมบอกแล้วว่าท่านลืมแม้กระทั่ง แรงงานชาวสวนยางคนที่กรีดยาง เวลาเขากรีดยางเขาเป็นคนเสียค่าเซสส์ด้วยนะครับ เงินภาษีส่งออกกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เขาเสีย ๒.๕๐ บาท แต่วันนี้พอมีการโค่นยาง เขาตกงานเลย ผมเลยบอกว่าท่านใส่ในวัตถุประสงค์หน่อยว่าต่อไปนี้เราจะดูแลคนกรีดยางด้วย ซึ่งท่านพิเชษฐ์ก็บอกแล้วว่าวันนี้มีประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ว่าท่านไม่สนใจ ท่านไป สนใจเอสเอ็มอี (SME) โน่น เดี๋ยวจะให้พ่อค้ายางโน่น ท่านลืมแม้กระทั่งคนกรีดยาง คนรับจ้างกรีดยาง ท่านก็ลืม แล้ววันนี้พอเงินกองทุนอีก เงินสงเคราะห์ท่านไปลดลงมาอีก เหลือ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วไม่พอที่จะให้สำหรับการโค่นยางเพื่อควบคุมปริมาณยาง ของประเทศอีก นโยบายท่านผิดตั้งแต่เริ่ม วันนี้เรือออกจากท่าผิดทิศทาง ท่านออกทะเล ไปเรื่อย ท่านจะไปเที่ยวเกาะลิบงที่บ้านผม ผิดไปเรื่อย ออกไปเรื่อย ลงทะเลไปเลย