สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับสวนยาง โดยแสดงความกังวลว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจทำให้ชีวิตของชาวสวนยางยากลำบากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อประเทศ นอกจากนี้ยังพูดถึงปัญหาการสงเคราะห์ชาวสวนยางที่มีการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าแรง และขอให้รัฐบาลเพิ่มเงินสงเคราะห์ให้เพียงพอ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตอนแรกผมก็คิดว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้ช่วยชาวสวนยางให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่เมื่อดูไปดูมา ก็มีความรู้สึกว่าจะไปในทิศทางตรงกันข้ามแล้วครับ ร่าง พ.ร.บ. นี้อาจจะทำให้ชาวบ้าน ชาวสวนยาง ประสบกับความยากลำบากยิ่งขึ้นแล้วจะทำให้ประเทศโดยส่วนรวมประสบปัญหาด้วย ด้วยอะไรต่าง ๆ ที่พวกเราได้พยายามที่จะอภิปรายให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ สำหรับมาตรา ๔๙ ซึ่งผมไม่ได้เป็นคนแปรญัตติ แต่เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นผมก็มีสิทธิ ที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อการเพิ่มขึ้นของ (๑/๑) ของคณะกรรมาธิการที่เขียนว่า เงินจากกองทุนพัฒนายางพารา จำนวนไม่เกินร้อยละหกสิบห้า เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางในด้านการปลูกแทน ผมขอเรียนว่า อันนี้เป็นหัวใจ ข้อนี้เป็นหัวใจเรื่องของการสงเคราะห์การทำสวนยางในอดีตที่ผ่านมา และต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ได้ช่วยพี่น้องประชาชนได้มากและได้ช่วยประเทศชาติมากทีเดียว เหมือนอย่างที่สมาชิกคือคุณสมบูรณ์ได้อภิปรายมาแล้วว่าต้นยางเริ่มต้นต้นเดียวจากจังหวัดตรัง จนตอนนี้แผ่ขยายไป ๖๕-๖๖ จังหวัดทั่วประเทศแล้วทำรายได้เดี๋ยวนี้ก็เป็นสินค้าเกษตร ที่ส่งออกเป็นอันดับ ๑ ของประเทศแล้ว ผมต้องขอเรียนนะครับว่าการที่ท่านมากำหนดเพดานไว้ ขนาดนี้ร้อยละ ๖๕ คณะกรรมาธิการใช้หลักอะไรในการคิด
ประเด็นแรกก็คือ อยากจะถามว่าท่านรู้ได้อย่างไรว่าเงินแค่นี้มันพอ มันเพียงพอท่านเอาฐานอะไรมาคิดครับ เนื่องจากว่าการสงเคราะห์ในปัจจุบันนี้ในยุคของ พรรคประชาธิปัตย์เราได้เพิ่มให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรสวนยาง คนที่เขาโค่นยางเก่าแล้วก็ ปลูกใหม่นะครับ ให้ต่อไร่ก็คือ ๑๖,๐๐๐ บาทแล้วก็เป็นที่พอใจในยุคนั้น แน่นอนครับ มันเพียงพอ แต่หลังจากที่รัฐบาลของท่านเข้ามาบริหารประเทศนี่อะไรมันเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ท่านก็คงรู้ดีนะครับ อะไรมันเกิดขึ้นครับ ท่านได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันแพงขึ้นจนแพงกัน ทั้งแผ่นดินแล้ว ตอนนี้มันไม่พอแล้วครับพี่น้องประชาชนเขาบอกไม่พอแล้ว เพราะฉะนั้น เงินเดิมที่ท่านคิดเอาไว้มันจะเพียงพอหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบว่าท่านใช้หลักอะไรคิด แต่ตอนนี้ท่านทราบไหมว่าปุ๋ยมันแพงขึ้นเท่าไร กระสอบหนึ่งเกือบจะ ๑๐๐ บาทอยู่แล้วนะครับ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็เพิ่มขึ้น ค่าแรงก็เพิ่มขึ้น ด้วยการเพิ่มค่าแรงของท่านก็ส่งผลทำให้ค่าแรง ซึ่งเวลาที่เขาปลูกใหม่เขาก็ต้องใช้ค่าแรงครับ เดี๋ยวนี้ค่าแรงมันเพิ่มขึ้นครับเขารับไม่ไหวแล้ว ผมจะเรียนท่านประธานนะครับว่าไม่กี่วันมานี้ได้มีกลุ่มชาวเกษตรกรเป็นจำนวนมากทีเดียว ได้มาร้องเรียนกับผมบอกว่าเขาจะขอเพิ่มอยู่นะครับ เขากำลังพยายามที่จะขอความกรุณา จากรัฐบาลที่จะขอเพิ่ม ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับกับสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้ทำกับเขา ให้เขาต้องรับภาระ เพิ่มขึ้นนี่ก็ควรจะเพิ่มเงินสงเคราะห์ให้เขา เขาขอเป็นไร่ละไม่ต่ำกว่า ๒๖,๐๐๐ บาทนะครับ ซึ่งผมคิดว่ามันก็จำเป็นสำหรับในยุคนี้ แล้วถ้าเกิดว่าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เงินที่ท่านกันเอาไว้ ที่บอกว่าจำนวนไม่เกินร้อยละ ๖๕ เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือ ในด้านการปลูกแทนนี่มันไม่มีวันพอครับ ไม่มีทางที่จะพอไปได้ ผมก็เลยคิดว่าสำหรับผมนะครับ ผมก็มีสิทธิอภิปรายแค่ว่าอันเก่าก็ยังดีกว่า ก็คือไม่แก้ไข ไม่เพิ่ม (๑/๑) เข้าไปยังดีกว่าครับ คือจำนวนเงินที่เหลือหมายถึงว่าเหลือไปจากร้อยละ ๑๕ ที่เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการ ของ กยท. ก็คือร้อยละ ๘๕ ที่เหลืออย่างนี้ก็ยังเพียงพอ ถ้าสมมุติว่าไม่เอาไปใช้ในด้านอื่น ซึ่งผมว่าท่านก็ยังไม่รู้หรอกว่ามันต้องใช้เท่าไรแต่ละเรื่อง บางเรื่องก็เป็นเรื่องใหม่ บางเรื่อง ก็เป็นเรื่องเก่าซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยที่ผ่านมา ไม่ได้ก้าวหน้าเลย อย่างเช่นเรื่องของ การวิจัยทำมากี่ปีแล้วครับ ยางเรามันก้าวหน้าไปแค่ไหน เห็นไปขโมยของคนอื่นเขามาทุกครั้งเลย เพราะฉะนั้นผมจึงว่าหัวใจสำคัญก็คือการให้ประชาชนได้ปลูกแทน ได้ปลูกทดแทน เมื่อให้เขา ปลูกทดแทนแล้วท่านต้องให้เขาให้เต็มที่ อย่าให้เขาต้องอด ๆ อยาก ๆ เพราะว่าในช่วงที่ปลูกแทน เขาไม่มีรายได้นะครับ ถ้าให้เงินเขาไม่พอนี่ท่านประธานครับ เขาไม่มีกินนะครับ เขาที่เคยมีรายได้ จากสวนยางทุกวัน ๗ ปีที่ปลูกแทนเขาไม่มีรายได้ ถ้ายังไปให้เขาน้อย ๆ อีกนี่เขาตายเลยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาเรียกร้องมาไม่ได้เกินจากความเป็นจริงครับ ไร่ละ ๒๖,๐๐๐ บาท ในวันนี้เห็นทุกฝ่ายก็บอกว่ามันก็สมควร แต่ถ้าท่านยังขืนใส่ (๑/๑) ของท่านไปอย่างนี้ นี่มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกครับ ไม่มีทางพอ แล้วก็จะเป็นผลเสียต่อระบบของยางพารา ทั้งประเทศเลยครับ ขอบคุณครับ